‘เลขาธิการ มกอช.’ร่วมติดตามคณะ’รมว.เกษตรฯ’ ลงพื้นที่ตรวจราชการแปลงใหญ่มะพร้าวหอม จังหวัดสงขลา

'เลขาธิการ มกอช.'ร่วมติดตามคณะ'รมว.เกษตรฯ' ลงพื้นที่ตรวจราชการแปลงใหญ่มะพร้าวหอม จังหวัดสงขลา

‘เลขาธิการ มกอช.’ร่วมติดตามคณะ’รมว.เกษตรฯ’ ลงพื้นที่ตรวจราชการแปลงใหญ่มะพร้าวหอม จังหวัดสงขลา

วันอังคาร ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 18.16 น.

เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2568 นายสัตวแพทย์ชัยวัฒน์ โยธคล เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ ร่วมติดตามคณะ ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วยนายอิทธิ ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ตรวจราชการการส่งเสริมแปลงใหญ่มะพร้าวน้ำหอมในพื้นที่คาบสมุทรสทิงพระ พร้อมมอบนโยบายและรับฟังปัญหาแนวทางการแก้ไขและการพัฒนาของผู้นำชุมชน โดยมีผู้บริหารในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมฯ ณ แปลงใหญ่มะพร้าวน้ำหอม บ้านชุมพล ตำบลชุมพล อำเภอสทิงพระ จังหวัดสงขลา

– 006

‘อธิบดีกรมปศุสัตว์’ร่วมติดตามคณะ’รมว.เกษตรฯ’ ลงพื้นที่ตรวจราชการแปลงใหญ่มะพร้าวหอม จังหวัดสงขลา

'อธิบดีกรมปศุสัตว์'ร่วมติดตามคณะ'รมว.เกษตรฯ' ลงพื้นที่ตรวจราชการแปลงใหญ่มะพร้าวหอม จังหวัดสงขลา

‘อธิบดีกรมปศุสัตว์’ร่วมติดตามคณะ’รมว.เกษตรฯ’ ลงพื้นที่ตรวจราชการแปลงใหญ่มะพร้าวหอม จังหวัดสงขลา

วันอังคาร ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 18.06 น.

เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2568 นายสัตวแพทย์สมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ พร้อมด้วยนายพินิจ สวัสดิรักษา ปศุสัตว์จังหวัดสงขลา และเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ในพื้นที่เขต 9 ร่วมติดตามคณะ ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วยนายอิทธิ ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ตรวจราชการการส่งเสริมแปลงใหญ่มะพร้าวน้ำหอมในพื้นที่คาบสมุทรสทิงพระ พร้อมมอบนโยบายและรับฟังปัญหาแนวทางการแก้ไขและการพัฒนาของผู้นำชุมชน ในการนี้กรมปศุสัตว์ได้มอบปัจจัยการผลิตทางด้านปศุสัตว์ ได้แก่ พืชอาหารสัตว์ จำนวน 100 ฟ่อน อาหาร TMR และท่อนพันธุ์พืชอาหารสัตว์ให้แก่ผู้แทนเกษตรกรที่มาร่วมงานฯ โดยมีผู้บริหารในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมฯ ณ แปลงใหญ่มะพร้าวน้ำหอม บ้านชุมพล ตำบลชุมพล อำเภอสทิงพระ จังหวัดสงขลา

– 006

‘ธนดล’บุกสอบรีสอร์ทเขาใหญ่รุกที่ ส.ป.ก.สั่ง’ปิดกิจการ’ ลุยต่อสนามกอล์ฟครอบครัว’อนุทิน’

'ธนดล'บุกสอบรีสอร์ทเขาใหญ่รุกที่ ส.ป.ก.สั่ง'ปิดกิจการ' ลุยต่อสนามกอล์ฟครอบครัว'อนุทิน'

‘ธนดล’บุกสอบรีสอร์ทเขาใหญ่รุกที่ ส.ป.ก.สั่ง’ปิดกิจการ’ ลุยต่อสนามกอล์ฟครอบครัว’อนุทิน’

วันอังคาร ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 15.52 น.

“ธนดล”ยกทีมเข้าตรวจสอบที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดินอำเภอปากช่อง รวม  3 จุด หลังพบว่าอาจมีการออกโฉนดที่ดินโดยมิชอบ พบรีสอร์ทเขาใหญ่รุกที่ดิน ส.ป.ก.ชัดเจน สั่งส.ป.ก.โคราชทำหนังสือแจ้งเตือนให้ปิดกิจการ จับตาลุยสอบที่ดินสนามกอล์ฟของครอบครัว“อนุทิน”ยันไม่ใช่เกมการเมือง

18 ก.พ.68 นายธนดล สุวัณณะฤทธิ์ คณะที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และประธานคณะทำงานการขับเคลื่อนการตรวจสอบและพิจารณาความผิดเกี่ยวกับผู้ได้รับการจัดที่ดินและผู้ถือครองที่ดินโดยมิชอบในเขตปฏิรูปที่ดิน ลงพื้นที่เข้าตรวจสอบโดยได้เข้าตรวจสอบพื่นที่ อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา 

โดยนายธนดล กล่าวว่าสำหรับจุดแรก เนื้อที่ 31 ไร่ ตั้งอยู่ริมถนนเขาใหญ่-วังน้ำขียว บ้านตะเคียนงาม ตำบลโป่งตาลอง อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา ที่ดินแปลงนี้อยู่ในเขตปฏิรูปที่ดิน แต่มีการก่อสร้างเป็นสถานที่ท่องเที่ยว บ้านพักและรีสอร์ท พบว่ามีอดีตเจ้าหน้าที่กรมที่ดินเกี่ยวข้องกับการครอบครอง ก่อนมีการซื้อขายเปลี่ยนมือสร้างแหล่งท่องเที่ยวแห่งนี้ เบื้องต้นทาง ส.ป.ก.นครราชสีมาจะทำหนังสือแจ้งเตือนผู้ครอบครองให้ปิดกิจการ เนื่องจากเป็นการใช้ที่ดินผิดวัตถุประสงค์ โดย ส.ป.ก.อนุญาตให้ใช้เพื่อทำการเกษตรเท่านั้น

ส่วนจุดที่ 2 ที่เข้าตรวจสอบเป็นสนามกอล์ฟ อยู่ในตำบลโป่งตาลองเช่นกัน โดยเจ้าของถือครองถูกต้องตามกฎหมาย แต่จุดที่เข้าตรวจสอบ มีโฉนดที่ดินอยู่ติดกับอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่สองพันกว่าไร่ เบื้องต้นพบว่าเป็นการออกโฉนดที่ดินจากเอกสาร นค. 3  ซึ่งเป็นที่ดินในเขตนิคมสร้างตนเองลำตะคอง แต่กลับตรวจพบว่า เป็นโฉนดที่ดิน ที่พบพื้นที่ขยายเพิ่ม หรืองอกจากเขตนิคมฯ  หรือเรียกกัน นค. 3 บวมแล้วทับซ้อนกับเขต ส.ป.ก. ซึ่งขั้นตอนต่อไปจะมีการตรวจสอบอย่างละเอียด และอาจนำไปสู่การเพิกถอนโฉนดหากพบว่าขั้นตอนการออกโฉนดไม่ถูกต้อง

จากนั้น คณะทำงานจะเข้าตรวจสอบ สนามกอล์ฟของครอบครัวนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นจุดที่ 3 ซึ่งทางนายอนุทินเองก็ได้ยืนยันว่าครอบครัวได้มาอย่างถูกต้องและพร้อมให้ตรวจสอบ

โดยนายธนดล ยืนยันว่า ดำเนินการในครั้งนี้ไม่ใช่เกมการเมืองโดยเจ้าของกิจการซื้อขายที่ดินที่มีโฉนดถูกต้อง แต่ตามแผนที่เขตปฏิรูปที่ดิน ตรวจพบว่าสนามกอล์ฟอยู่ในเขต ส.ป.ก. จึงต้องตรวจสอบความถูกต้องการออกโฉนด เพราะที่ดินของสนามกอล์ฟออกเอกสาร นส 3 ก.ตั้งแต่ปี 2519 และมีการออกโฉนดเกือบทั้งหมด ก่อนจะประกาศเขตปฏิรูปที่ดินปี 2534

“สำหรับการตรวจสอบแปลงที่ดินเขต ส.ป.ก. และสนามกอล์ฟทั้ง 2 แห่ง ในวันนี้ เป็นเพียงจุดเริ่มต้น หลังจากนี้จะตรวจสอบแปลงที่ดินที่คาดว่าเป็นการออกโฉนดที่ดินในเขตนิคมฯ ที่รุกล้ำเขตปฏิรูปที่ดิน อำเภอปากช่อง ใน 8 ตำบล โดยมีการออกโฉนดไปแล้ว 2 หมื่นกว่าไร่ และที่ออกเอกสารสิทธ์ เพื่อรอยื่นขอออกโฉนดอีก 2 หมื่นกว่าไร่เช่นกัน”นายธนดล กล่าว

ขณะที่นายชนินทร์ แก่นหิรัญ ทนายความผู้รับมอบอำนาจจากสนามกอล์ฟ แรนโชชาญวีร์ ฯ ยืนยันว่า โฉนดที่ดินแปลงนี้ออกตามกฎหมาย และเชื่อว่าเป็นปัญหาความขัดแย้งของหน่วยงานรัฐในเรื่องพิกัดแผนที่ ที่ควรตรวจสอบให้ชัดเจน เพราะเมื่อเป็นกระแสข่าวได้สร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจ กระทบความเชื่อมั่นของนักลงทุน

‘อธิบดีกรมปศุสัตว์’เยี่ยมชมและตรวจติดตามผลการดำเนิน’ศูนย์วิจัยและพัฒนาการสัตวแพทย์ภาคใต้ตอนล่าง’

'อธิบดีกรมปศุสัตว์'เยี่ยมชมและตรวจติดตามผลการดำเนิน'ศูนย์วิจัยและพัฒนาการสัตวแพทย์ภาคใต้ตอนล่าง'

‘อธิบดีกรมปศุสัตว์’เยี่ยมชมและตรวจติดตามผลการดำเนิน’ศูนย์วิจัยและพัฒนาการสัตวแพทย์ภาคใต้ตอนล่าง’

วันอังคาร ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 15.35 น.

“อธิบดีกรมปศุสัตว์”เยี่ยมชมและตรวจติดตามผลการดำเนิน”ศูนย์วิจัยและพัฒนาการสัตวแพทย์ภาคใต้ตอนล่าง” พร้อมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงาน

เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2568 นายสัตวแพทย์สมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ ลงพื้นที่เยี่ยมชมและตรวจติดตามการดำเนินงาน พร้อมรับฟังปัญหาและอุปสรรคในการดำเนินงานของศูนย์ฯ โดยมีนายประสบพร ทองนุ่น ผู้อำนวยการศูนย์ฯ พร้อมเจ้าหน้าที่ให้การต้อนรับและนำเสนอข้อมูลด้านการวิจัย การชันสูตรโรคสัตว์ และการตรวจสอบคุณภาพสินค้าปศุสัตว์ ซึ่งเป็นภารกิจสำคัญของศูนย์ฯ ที่ดำเนินงานภายใต้มาตรฐานสากล มุ่งเน้นความถูกต้อง แม่นยำ และรวดเร็ว เพื่อสนับสนุนงานด้านปศุสัตว์ในพื้นที่

การลงพื้นที่ครั้งนี้ อธิบดีกรมปศุสัตว์ยังได้ให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน พร้อมเน้นย้ำถึงความสำคัญของการทำงานเชิงรุก เพื่อให้สามารถรองรับสถานการณ์ด้านปศุสัตว์ที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา และตอบสนองความต้องการของเกษตรกรได้อย่างมีประสิทธิภาพ ณ ศูนย์วิจัยและพัฒนาการสัตวแพทย์ภาคใต้ตอนล่าง อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา

– 006

‘นฤมล’หนุนน้ำหมักฯสู้โรคใบร่วงยาง

‘นฤมล’หนุนน้ำหมักฯสู้โรคใบร่วงยาง

‘นฤมล’หนุนน้ำหมักฯสู้โรคใบร่วงยาง

วันอังคาร ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังเปิดอบรมหลักสูตรการส่งเสริมการใช้น้ำหมักชีวภาพปลาหมอคางดำ เพื่อฟื้นฟูสวนยางพาราที่เป็นโรคใบจุดกลมจากเชื้อ Colletotrichumsiamense (ใบร่วงชนิดใหม่) ประจำปี 2568 โดยมี ดร.เพิก เลิศวังพง ประธานกรรมการการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) คณะผู้บริหารกระทรวงเกษตรฯ วิทยากร และเกษตรกรชาวสวนยางพารา เข้าร่วม ที่โรงแรมณัฐพงษ์ แกรนด์ จ.หนองบัวลำภู ว่ากยท.ได้จัดทำโครงการดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการส่งเสริมความรู้ในการใช้น้ำหมักชีวภาพปลาหมอคางดำ ซึ่งเป็นนวัตกรรมที่สามารถช่วยฟื้นฟูต้นยางพาราที่ได้รับผลกระทบจากโรคใบร่วงชนิดใหม่

ศ.ดร.นฤมลกล่าวต่อว่า โครงการนี้เป็นสร้างความเข้าใจแก่เกษตรกรชาวสวนยางให้สามารถสำรวจต้นยางและประเมินความเสี่ยงที่อาจจะเกิดโรคระบาดในสวน
ยางพาราของตนเองได้ ซึ่งแนวทางการป้องกันและแก้ปัญหาโรคระบาดในสวนยาง โดยเฉพาะโรคใบร่วงชนิดใหม่ ปัจจุบันเรียกว่า โรคใบจุดกลมจากเชื้อ Colletotrichum
siamense ทั้งนี้ กยท.ได้ติดตามสถานการณ์และเฝ้าระวังการแพร่ระบาดอย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งได้ศึกษาและทบทวนแนวทางการป้องกันและแก้ไขปัญหาตามมาตรการต่างๆ เพื่อป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโรคดังกล่าว รวมถึงดำเนินการช่วยเหลือเยียวยาเกษตรกรชาวสวนยาง อาทิ การสนับสนุนปัจจัยการผลิต และพันธุ์ยางต้านทานโรคให้แก่เกษตรกร เป็นต้น

ศ.ดร.นฤมลกล่าวอีกว่า นอกจากการสนับสนุนการใช้น้ำหมักชีวภาพปลาหมอคางดำ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนพี่น้องเกษตรกรชาวสวนยางพาราแล้วยังเป็นการช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนแก่พี่น้องเกษตรกรภาคประมงที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำ

สกู๊ปพิเศษ : สาววิศวกรโยธาคนเก่ง ปลูกผักเคล ขายใบ ขายต้น รายได้ดี จากแค่ปลูกผักปลอดสารให้คุณแม่ทาน สู่รายได้ครึ่งหมื่นต่อเดือน

สกู๊ปพิเศษ : สาววิศวกรโยธาคนเก่ง ปลูกผักเคล ขายใบ ขายต้น รายได้ดี  จากแค่ปลูกผักปลอดสารให้คุณแม่ทาน สู่รายได้ครึ่งหมื่นต่อเดือน

สกู๊ปพิเศษ : สาววิศวกรโยธาคนเก่ง ปลูกผักเคล ขายใบ ขายต้น รายได้ดี จากแค่ปลูกผักปลอดสารให้คุณแม่ทาน สู่รายได้ครึ่งหมื่นต่อเดือน

วันอังคาร ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 06.00 น.

น.ส.ศิรินภา ช่วงชัย (น้องอ้อม) อายุ 28 ปี อาชีพวิศวกรโยธา โครงการต่อเติมท่าอากาศยานตรัง ได้ใช้เวลาว่างและพื้นที่ว่างข้างบ้านเช่าเลขที่ 108/3 หมู่ 10 ต.โคกหล่อ อ.เมือง จ.ตรัง มาปลูกผักเคลซึ่งได้ชื่อว่าเป็นราชินีผักใบเขียวทั้งปลูกแบบลงดินและใส่ในกระถาง เพื่อยกขายง่าย กระถางละตั้งแต่40-300 บาท และมีการตัดใบผักเคลขายถุงละ 2 ขีด ราคา 60 บาท 2 ถุง 100 บาท หากซื้อใบผักเคล 15 ถุงแถมฟรีให้ 1 ถุงด้วย

ซึ่งจุดเริ่มต้นของการหันมาปลูกผักเคลในกระถาง มาจากคุณแม่ที่ป่วยเป็นโรคไต เมื่อปี 2566 น้องอ้อมจึงคิดปลูกผักปลอดสารให้คุณแม่ทาน เพื่อให้คุณแม่มีสุขภาพที่แข็งแรง ได้ทานผักปลอดภัย ประกอบกับเป็นคนชอบปลูกผักต่างๆ อยู่แล้ว โดยเฉพาะผักเคล ที่พบว่ามีคุณประโยชน์มากมาย และดีต่อสุขภาพของผู้ป่วย จึงไปศึกษาวิธีการปลูกเพิ่มเติมในกลุ่มต่างๆ จนกระทั่งได้สูตรการปรุงดิน การทำน้ำหมักชีวภาพและการขายตลาดออนไลน์ จึงเริ่มปลูกมากขึ้นทั้งผักเคลใบหยิกและผักเคลไดโนเสาร์ ซึ่งทุกขั้นตอนปลอดสารเคมีเพราะคุณแม่และคนในครอบครัวรับประทานด้วย ทำให้มีลูกค้ากลุ่มคนรักสุขภาพ ทั้งใน จ.ตรังและจังหวัดใกล้เคียง สั่งซื้อเข้ามาอย่างต่อเนื่อง สร้างรายได้เสริมไม่ต่ำกว่า 5,000-6,000 บาทต่อเดือน

สำหรับผักเคล มีสรรพคุณด้านการบำรุงสายตา บำรุงหัวใจ มีสารต้านอนุมูลอิสระสูงบำรุงผิวพรรณ ลดภาวะเสี่ยงการเกิดโรคมะเร็ง มีวิตามินเอ วิตามินซี ลูทีน ไฟเบอร์ ช่วยควบคุมน้ำหนัก และนิยมทานสดในเมนูสลัด หรือทำสมูธตี้ ผักลวกจิ้มกับน้ำพริก แกงเลียงและอื่นๆ ทั้งยังนำไปประดับตกแต่งอาคาร บ้านเรือนและสถานที่ต่างๆ ได้สวยงาม และเก็บกินได้ตลอดทั้งปีไว้

ด้าน น.ส.ศิรินภา ช่วงชัย เกษตรกรผู้ปลูกผักเคลกล่าวว่า เริ่มปลูกผักเคลมาประมาณปีกว่าแล้ว เนื่องจากคุณแม่ไม่สบายเกี่ยวกับเรื่องไต จึงต้องการให้แกได้ทานผักที่ดีๆ ที่ต้องคุมเรื่องอาหาร จึงคิดว่าถ้าเราเอาราชินีผักใบเขียว คุณสมบัติเยอะอยู่แล้วมาปลูกเพื่อเอาไปให้แม่ และคิดต่อไปว่าถ้าเราปลูกเพื่อส่งต่อให้กับคนที่เขารักสุขภาพน่าจะเป็นเรื่องดี จึงใช้โอกาสนั้นปลูกเพื่อที่จะขายด้วย

โดยขายทั้งเป็นใบและเป็นต้น ถ้าเป็นใบถุงละ 2 ขีด ราคา 60 บาทถ้า 2 ถุงขาย 100 บาท ตอนนี้มีโปรโมชั่นซื้อครบ 15 ถุงแถมฟรี 1 ถุง ส่วนเป็นกระถางขายตั้งแต่กระถางละ 40-300 บาทพร้อมทาน ผลตอบรับดี มีทั้งคนตรังที่สนใจเรื่องสุขภาพและตัดส่งทุกวันศุกร์-เสาร์-อาทิตย์ รายได้รวม 5,000-6,000 บาทต่อเดือน ส่วนประโยชน์มีวิตามินซีสูง ช่วยต้านอนุมูลอิสระ บำรุงสายตาและอีกหลายอย่าง ขึ้นชื่อว่าเป็นราชินีผักใบเขียว SuperFood Thailand แนวโน้มดีมาก ส่วนใครสนใจสามารถติดต่อได้ทางเพจ/เฟซบุ๊ก บ้านฮักแพง Sirinapha chaungchai หรือที่หมายเลขโทรศัพท์ 081-5071706

ทรงวุฒิ นาคพล

‘อัครา’ดันกุ้งทะเล เป็นวาระแห่งชาติ จ่อใช้11มาตรการ มุ่งยกระดับกุ้งไทย

‘อัครา’ดันกุ้งทะเล  เป็นวาระแห่งชาติ  จ่อใช้11มาตรการ  มุ่งยกระดับกุ้งไทย

‘อัครา’ดันกุ้งทะเล เป็นวาระแห่งชาติ จ่อใช้11มาตรการ มุ่งยกระดับกุ้งไทย

วันอังคาร ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 06.00 น.

นายอัครา พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารจัดการห่วงโซ่การผลิตกุ้งทะเลและผลิตภัณฑ์ ครั้งที่ 1/2568 ที่กรมประมง โดยที่ประชุมได้พิจารณา (ร่าง) แผนปฏิบัติการเพื่อยกระดับการแก้ไขปัญหากุ้งทะเลเป็นวาระแห่งชาติ พ.ศ. 2568–2572 ซึ่งกรมประมงเล็งเห็นถึงความสำคัญในการแก้ปัญหาด้านกุ้งทะเล และต้องการผลักดันการแก้ปัญหากุ้งทะเลให้เป็นวาระแห่งชาติ จึงจัดประชุมหารือร่วมกับผู้เกี่ยวข้อง จัดทำกิจกรรม/โครงการ และยกร่างมาตรการสำคัญเพื่อแก้ปัญหากุ้งทะเลตลอดห่วงโซ่อุตสาหกรรมกุ้งทะเลของประเทศไทย11 มาตรการ ประกอบด้วย มาตรการที่ 1 การพัฒนาลูกพันธุ์คุณภาพสูง มาตรการที่ 2 การจัดการฟาร์มเลี้ยงกุ้งอย่างยั่งยืน มาตรการที่ 3 การควบคุมคุณภาพอาหารกุ้ง มาตรการที่ 4 การจัดการโรคและการป้องกันโรคในกุ้ง มาตรการที่ 5 การพัฒนาเทคโนโลยีการแปรรูปและการถนอมคุณภาพ

มาตรการที่ 6 การพัฒนาศักยภาพผู้ผลิตและแปรรูปสินค้ากุ้งทั้งในและต่างประเทศ มาตรการที่ 7 การสร้างแบรนด์ และเพิ่มช่องทางการตลาด มาตรการที่ 8 การบริหารจัดการข้อมูลกุ้ง
มาตรการที่ 9 การพัฒนางานวิจัยและนวัตกรรม มาตรการที่ 10 การยกระดับความรู้บุคลากร ทั้งเกษตรกรและเจ้าหน้าที่ และมาตรการที่ 11 การสร้างเครือข่ายความเข้มแข็ง ทั้งนี้ ที่ประชุมได้มอบหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทบทวนและพิจารณารายละเอียดของมาตรการ เพื่อช่วยยกระดับอุตสาหกรรมกุ้งทะเลไทย

‘อิทธิ’เดินหน้ามาตรการ ป้องกัน-แก้ฝุ่นPM2.5ภาคเกษตร

‘อิทธิ’เดินหน้ามาตรการ  ป้องกัน-แก้ฝุ่นPM2.5ภาคเกษตร

‘อิทธิ’เดินหน้ามาตรการ ป้องกัน-แก้ฝุ่นPM2.5ภาคเกษตร

วันอังคาร ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 06.00 น.

นายอิทธิ ศิริลัทธยากร รมช.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5) ภาคการเกษตร ครั้งที่ 1/2568 พร้อมด้วยผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ว่าที่ประชุมมีมติเห็นชอบแต่งตั้งคณะทำงานบริหารจัดการปัญหาละอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5) ภาคการเกษตร โดยมีหน้าที่ในการตรวจสอบ ติดตามสถานการณ์ปัญหาฝุ่นPM2.5 ในประเทศที่มีความรุนแรงมากขึ้น และรวบรวมข้อมูลเพื่อเสนอแนวทาง และมาตรการที่เหมาะสมในการแก้ไขปัญหาฝุ่น PM 2.5 อย่างรอบครอบ และเร่งด่วน ตลอดจนยกระดับมาตรการในการแก้ไขปัญหาฝุ่น PM2.5 ให้มีความเข้มข้นมากยิ่งขึ้น โดยจะนำร่างคำสั่งดังกล่าวเสนอ รมว.เกษตรฯ เพื่อลงนามเห็นชอบ ต่อไป

พร้อมกันนี้ ที่ประชุมได้รายงานข้อมูลสถานการณ์จุดความร้อน(Hot Spot) ข้อมูลจากดาวเทียม ดังนี้ 1.จุดความร้อนสะสม แบ่งตามพื้นที่ความรับผิดชอบ วันที่ 1-27 มกราคม 2568 พบจุดความร้อนในพื้นที่เกษตรกรรม 6,333 จุด (51.24 % ของทั้งหมด) แบ่งเป็น พื้นที่การเกษตร 4,207 จุด (34.04% ของทั้งหมด) และในเขต ส.ป.ก.2,126 จุด(17.20% ของทั้งหมด) 2.จุดความร้อนสะสม ตามการใช้ประโยชน์ที่ดินวันที่ 1-27 มกราคม 2568 พบจุดความร้อนในพื้นที่นาข้าว 3,563 จุด (28.83%ของทั้งหมด) ในพื้นที่ปลูกข้าวโพดและไร่หมุนเวียน 568 จุด (4.60% ของทั้งหมด) ในพื้นที่ปลูกอ้อย 1,046 จุด (8.46% ของทั้งหมด) ในพื้นที่การเกษตรอื่น 1,774 จุด (14.35% ของทั้งหมด) พื้นที่ป่า 4,238 จุด (34.29% ของทั้งหมด) และ อื่นๆ 1,170 จุด (9.47% ของทั้งหมด)

นอกจากนี้ นายอิทธิได้กำชับให้หน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ ดำเนินมาตรการตามประกาศกระทรวงเกษตรฯ เรื่อง มาตรการบริการจัดการป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก ไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM 2.5)ภาคการเกษตร ประกาศเมื่อวันที่ 17 มกราคม 2568 โดยได้กำหนดคุณสมบัติเกษตรกร ที่เข้าร่วมโครงการส่งเสริม สนับสนุน การช่วยเหลือจะต้องไม่เผาในพื้นที่เกษตรกรรมของตนเอง หากเกษตรกรรายใดมีการเผาในพื้นที่จะไม่สามารถเข้าร่วมโครงการได้ เป็นระยะเวลา 2 ปี (ตั้งแต่ 1 มิถุนายน 2568-30 พฤษภาคม 2570) และให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ส่งข้อมูลพื้นที่เผาไหม้ของเกษตรกร จากสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ GISTDA ทุก 15 วัน ให้กรมส่งเสริมการเกษตร เพื่อตรวจสอบพื้นที่เผาไหม้ของเกษตรกรต่อไป

รมว.เกษตรฯปลื้มนร. ใช้นวัตกรรมช่วยผู้ปลูกข้าว

รมว.เกษตรฯปลื้มนร.  ใช้นวัตกรรมช่วยผู้ปลูกข้าว

รมว.เกษตรฯปลื้มนร. ใช้นวัตกรรมช่วยผู้ปลูกข้าว

วันอังคาร ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.เกษตรและสหกรณ์ รับฟังการนำเสนอผลงานโครงการ Future of Life จากนักเรียนโรงเรียนร่วมฤดีวิเทศศึกษา และโรงเรียนนานาชาติบางกอกพัฒนา โดยมีนายอภัย สุทธิสังข์ น.ส.ภัทราภรณ์ โสเจยยะ รองปลัดกระทรวงเกษตรฯ ดร.นานา คึนเคล ผอ.และผู้ประสานงานกลุ่มเกษตรและความปลอดภัยด้านอาหาร องค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมนี (Dr. Nana Kuenkel : Cluster Director Coordinator – Agriculture and Food Cluster GIZ) นางอมราพร ชีพสมุทร์ ผอ.กองนโยบายเทคโนโลยีเพื่อการเกษตรและเกษตรกรรมยั่งยืน และผู้แทนกรมการข้าว เข้าร่วม

ศ.ดร.นฤมล กล่าวว่า รู้สึกภูมิใจที่เยาวชนไทย สนใจทำโครงการที่ช่วยให้เกษตรกรไทยสามารถเพาะปลูกข้าวคาร์บอนต่ำลดโลกร้อน ซึ่งได้นำเทคโนโลยีและนวัตกรรมช่วยชาวนาทำเกษตรกรรมได้สะดวกและมีผลผลิตเพิ่มมากขึ้น ทั้งนี้ กระทรวงเกษตรฯ ให้ความสำคัญกับเยาวชนที่สนใจด้านเกษตรกรรม โดยมีโครงการสนับสนุนเยาวชนไทยให้เป็นเกษตรกรรุ่นใหม่ (Smart Farmer) ให้อยู่ในห่วงโซ่การเกษตรทั้งด้านวิชาการ เทคโนโลยี วิจัย นวัตกรรม การตลาดให้มากขึ้น นอกจากนี้ ขอฝากกรมการข้าว ผลักดันผลงานของนักเรียนให้กระจายสู่ชุมชน และขอขอบคุณ GIZ ที่สนับสนุนผลงานของเยาวชนไทย

สำหรับโครงการ Future of good Life เป็นโครงการส่งเสริมเกษตรกรและชุมชนให้ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมปลูกข้าวลดคาร์บอน เน้นการทำเกษตรกรรมยั่งยืน ลดก๊าซเรือนกระจก ลดการใช้น้ำสำหรับเพาะปลูก ด้วยการใช้เทคนิคการปลูกข้าวเปียกสลับแห้ง (AWD) และนำท่อ PVC เจาะรูรอบท่อ ฝังลงดิน เพื่อวัดระดับน้ำด้วยคลื่นเสียงความถี่สูง (Ultrasonic) ผ่านอุปกรณ์ที่มีชื่อว่า “Rice Sense”

‘นฤมล’มั่นใจหลังสั่ง Set Zero ทุเรียนไทยไร้สารปนเปื้อน คาดปี 68 ยังครองส่วนแบ่งตลาดในจีน 57%

'นฤมล'มั่นใจหลังสั่ง Set Zero ทุเรียนไทยไร้สารปนเปื้อน คาดปี 68 ยังครองส่วนแบ่งตลาดในจีน 57%

‘นฤมล’มั่นใจหลังสั่ง Set Zero ทุเรียนไทยไร้สารปนเปื้อน คาดปี 68 ยังครองส่วนแบ่งตลาดในจีน 57%

วันจันทร์ ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 16.17 น.

‘นฤมล’มั่นใจหลังสั่ง Set Zero ทุเรียนไทยไร้สารปนเปื้อน คาดปี 68 ยังครองส่วนแบ่งตลาดในจีน 57% พร้อมเร่งแก้โรคมือเท้าปากเปื่อยในโค ตั้งเป้าลุยขยายตลาดส่งออกจีน

เมื่อวันที่ 17 ก.พ.2568 นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังจากที่ได้เดินทางไปสาธารณรัฐประชาชนจีนว่า เราได้มีโอกาสพบกับ ดร.ซุน เหมยจุน รัฐมนตรีว่าการสำนักงานศุลกากรแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน (GACC) และได้พูดคุยถึงความคืบหน้าของการแก้ไขปัญหาการส่งออกสินค้าผลไม้จากประเทศไทยไปยังจีนว่า มีการดำเนินการอะไรไปบ้าง เพราะจีนนำเข้าผลไม้จากประเทศไทยเป็นอันดับ 1 และทุเรียนเป็นสินค้าที่นำเข้ามากที่สุด จึงจำเป็นจะต้องดูแลความปลอดภัยของผู้บริโภค โดยเราส่งออกทุเรียนไปจีนเฉลี่ยปีละ 1.3-1.4 แสนล้านบาท ซึ่งคาดว่าในปี 2568 นี้ไทยจะส่งออกทุเรียนไปจีนมีมูลค่าเพิ่มขึ้น ซึ่งทุเรียนไทยยังครองส่วนแบ่งตลาดในจีนถึง 57% และผู้บริโภคจีนยัดงให้การยอมรับทุเรียนไทยมาก

นางนฤมล กล่าวต่อว่า การดูแลผลไม้โดยเฉพาะทุเรียน ตั้งแต่ช่วงต้นเดือนมกราคมที่ผ่านมา ที่ได้รับรายงานถึงปัญหาในการพบสารปนเปื้อน ตนจึงให้กรมวิชาการเกษตรออกประกาศให้ผู้ประกอบการดำเนินการตามมาตรฐานที่กำหนด และเรียกฟรุตบอร์ดสั่งการเร่งด่วนให้ตรวจสอบสาร Basic Yellow 2 (BY2) แคดเมียม และหนอนในสินค้า พร้อมเตรียมความพร้อมของห้องปฏิบัติการตรวจสอบ (แล็บ) ที่จะสามารถตรวจสอบเพื่อยืนยันว่าจะไม่มีสารปนเปื้อนในทุเรียน

“ตอนนั้นมีแล็บที่มีความพร้อม 4-5 รายที่ให้การตรวจสอบได้ แต่ปัจจุบันจำนวนห้องแล็บเริ่มมีจำนวนมากขึ้น พร้อมที่จะให้ตรวจสอบสินค้าได้แล้ว เพราะได้มอบนโยบายให้กับกรมวิชาการเกษตร ในการเร่งตรวจสอบให้มีความเร็วขึ้น และเพิ่มจำนวนแล็บในการรองรับการตรวจสอบ เพราะทุเรียนถือว่าเป็นสินค้าที่สร้างมูลค่าให้กับประเทศกว่าปีละ 100,000 ล้านบาท และเชื่อว่าจะมีการเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง” นางนฤมล กล่าว

นางนฤมล ยังกล่าวต่อด้วยว่า กระทรวงเกษตรฯ มีความพยายามที่จะเปิดตลาดโคเนื้อและโคมีชีวิตไปยังตลาดจีนตั้งแต่ปี 2562 และส่งรายงานให้กับ GACC หน่วยงานของจีน ซึ่งได้มีการสอบถามมายังประเทศไทยเมื่อปีที่ผ่านมา ซึ่งเราก็ได้มีการรายงานให้ทราบถึงความคืบหน้าว่า ประเทศไทยได้มีการเตรียมพื้นที่ค่ายกักกันโรค สำหรับโคมีชีวิตเพื่อสร้างความมั่นใจว่าโคมีชีวิตจะไม่ติดโรคก่อนที่จะส่งออกไปยังประเทศจีน ซึ่งพื้นที่กักกันเราได้ใช้พื้นที่จังหวัดเชียงราย และเมื่อระยะเวลาในการกักกันครบ มีการตรวจโรค เราจะนำโคมีชีวิตขนส่งผ่านเส้นทางเดินเรือ ล่องแม่น้ำโขงและขึ้นที่ท่าเรือคลองจีน และอีกช่องทาง คือ ผ่านการขนส่งทางรถไฟ จากกรุงเทพฯ-หนองคาย-สปป.ลาว-จีน ซึ่งทางหน่วยงานจีนได้รับทราบและอยู่ระหว่างการประเมินความเสี่ยง และรอความเห็นจากหน่วยงานของกระทรวงเกษตรฯของจีน

“ตอนนี้อยู่ระหว่างรอรับการประเมินผลของจีนว่าจะตอบรับหรือให้ความคิดเห็นอย่างไร เพื่อให้เราสามารถส่งโคเนื้อและโคมีชีวิตไปยังตลาดจีนได้ เพราะต้องยอมรับว่าปัจจุบันตลาดจีนมีความต้องการสินค้าดังกล่าวสูงมาก แต่ประเทศไทยยังติดปัญหาประเทศที่อยู่ในลิสต์ของการติดโรคระบาดของมือเท้าปากเปื่อยในสัตว์ ซึ่งการที่จะนำประเทศไทยออกจากลิสต์ เป็นเรื่องที่ยาก แต่ล่าสุดได้มีการประชุม Beef Board เห็นชอบให้เร่งหางบประมาณเพื่อนำวัคซีนฉีดให้สัตว์เพื่อป้องกันโรคได้ 100% ซึ่งที่ผ่านมาวัคซีนป้องกันโรคได้เพียง 50-60% ซึ่งต้องยอมรับว่า งบประมาณที่ได้แต่ละปียังไม่เพียงพอ ดังนั้น จึงอยู่ระหว่างการผลักดันต่อไป“ นางนฤมล กล่าว