สกู๊ปพิเศษ : หนุ่มทิ้งเมืองกรุง กลับคืนถิ่นเกิด สร้างป่าเลียนแบบธรรมชาติ เพาะเห็ดระโงก จากเป็นคลังอาหาร สู่รายได้หลักหลักแสนบาท

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/807285

สกู๊ปพิเศษ : หนุ่มทิ้งเมืองกรุง กลับคืนถิ่นเกิด สร้างป่าเลียนแบบธรรมชาติ  เพาะเห็ดระโงก จากเป็นคลังอาหาร สู่รายได้หลักหลักแสนบาท

สกู๊ปพิเศษ : หนุ่มทิ้งเมืองกรุง กลับคืนถิ่นเกิด สร้างป่าเลียนแบบธรรมชาติ เพาะเห็ดระโงก จากเป็นคลังอาหาร สู่รายได้หลักหลักแสนบาท

วันพุธ ที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ที่บ้านไร่สวนธรรม (ทำ) บ้านหนองศาลา หมู่ 8 ต.บึงมะลูอ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษผู้สื่อข่าวลงพื้นที่เพื่อไปพบกับนายศักดา สิงห์เงิน เกษตรกรหนุ่มวัย 30 ปี อดีตลูกจ้างเมืองกรุง พลิกชะตาชีวิตจากแรงงาน กลับสู่วิถีชีวิตลูกชาวนาชาวสวน จากคิดเพียงสร้างคลังอาหารให้ครอบครัว ลองผิดลองถูก ช่างสังเกต จนพบวิธีสร้างป่าเลียนแบบธรรมชาติ ในพื้นที่กว่า 4 ไร่ ปลูกต้นยางนาเพาะเห็ดระโงกจำหน่าย สร้างรายได้กว่า 100,000 บาท ต่อเดือน ให้กับครอบครัว และพร้อมเผยแพร่ให้กับผู้สนใจ ที่เข้ามาขอศึกษาเรียนรู้แนวทาง เพื่อนำไปประกอบอาชีพด้วย

โดยนายศักดา สิงห์เงิน เจ้าของสวนบ้านไร่สวนธรรม(ทำ) เปิดเผยว่า เดิมทีตนเองนั้นมีอาชีพเป็นลูกจ้าง ทำงานรับจ้างอยู่ที่กรุงเทพฯ จนเมื่อ 7 ปี ก่อนตนได้ตัดสินใจ หิ้วกระเป๋าเดินทางกลับบ้าน ตั้งใจจะกลับมาทำนาทำสวนสานต่ออาชีพเกษตรจากพ่อแม่ โดยในห้วงแรก ทำนา ปลูกพริก ปลูกถั่ว เพาะปลูกพืชล้มลุก เมื่อผลผลิตสามารถเก็บเกี่ยวได้แล้ว ก็นำไปจำหน่ายที่ตลาด ทำนา ทำสวนไป ไม่มีที่หลบแดด ต้นไม้ใหญ่สักต้นก็ไม่มีให้หลบจึงได้หาต้นไม้มาปลูกตามขอบๆ รอบๆ ที่ดินซึ่งก็เลือกต้นยางนา เพราะโตไวให้ร่มเงาได้ดี หลังจากปลูกก็พบว่ามี “เห็ดระโงก” เกิดใต้ต้นยางนาจำนวนมาก จึงเก็บมาประกอบอาหาร ก็พบว่ายังมีเหลืออีกจึงนำไปจำหน่ายที่ตลาดและได้ราคาดีมาก จึงมีความคิดเพิ่มรายได้ของครัวเรือน ตั้งใจศึกษาหาข้อมูลทางโซเชียลต่างๆ แต่ก็ไม่มีรายละเอียดอะไรมากนัก ต้องลองผิดลองถูกมาพอสมควร จนได้สูตรเฉพาะของตน แบ่งพื้นที่ปรับเปลี่ยนมาปลูกต้นยางนา สร้างป่าเลียนแบบธรรมชาติ เมื่อตนเห็นเห็ดดอกแรก เกิดขึ้นในสวนตนรู้เลยว่าตนพบช่องทางในการสร้างรายได้ให้กับตนเองและครอบครัวแล้ว

โดยในการทำนั้นเริ่มจากทีละน้อยค่อยๆทำค่อยๆ ขยาย ซึ่งในห้วงแรกๆ ครอบครัวก็ไม่ค่อยที่จะเห็นด้วย ประกอบกับคนในหมู่บ้านต่างก็มองว่าเป็นเรื่องแปลก เพราะยังไม่เคยเห็นมีใครทำในละแวกบ้าน บางส่วนมองว่าตนนั้นเพี้ยนหรือบ้าไปแล้ว เนื่องจากพฤติกรรมตนนั้นหมกมุ่นจริงจังมาก เฝ้าศึกษาและใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่กับสวนเป็นหลัก เฝ้าดูการเกิดเชื้อของเห็ด ดูธรรมชาติรอบๆ ของเขา ดูแม้กระทั่งปลวกที่มาทำรังในพื้นที่ จากวันนั้นจนถึงวันนี้ตนนั้นก้าวผ่านคำว่า “บ้า” จากคนรอบตัวแล้ว ซึ่งก็ถือว่าคุ้มค่ามาก และในวันนี้ทุกคนได้เห็นเป็นรูปธรรมอย่างชัดเจนแล้ว

ที่บ้านไร่สวนธรรม(ทำ) แห่งนี้นอกจากจะมีเห็ดระโงกจำหน่าย ยังมีเชื้อเห็ดและต้นกล้าไม้ยางนาที่ลงเชื้อเห็ดจำหน่ายด้วย ซึ่งตนใช้ช่องทางในสังคมออนไลน์ ในการจำหน่ายผ่านทางเพจ ชื่อว่า บ่าวข้าวปุ้นบ้านไร่สวนธรรม (ทำ) โดยราคาต้นกล้ายางนาลงเชื้อเห็ดแล้ว 4 รอบ อยู่ที่ราคาต้นละ 30 บาท ส่วนดอกเห็ดราคาขึ้นลงตามราคาของตลาด ซึ่งก็ได้รับความสนใจเป็นจำนวนมากมีการสั่งจองต้นกล้ายางนาอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งเดินทางมาขอศึกษาในแปลง โดยส่วนใหญ่จะเป็นข้าราชการที่เกษียณแล้ว และใกล้ที่จะเกษียณ บ้านไร่สวนธรรม(ทำ) แห่งนี้พร้อมให้ข้อมูลอย่างละเอียดไม่มีค่าใช้จ่าย ไม่มีหวง เพราะตนมองว่าถ้าปลูกต้นไม้กันมากๆ จะช่วยให้ธรรมชาติกลับคืนมา และธรรมชาติก็จะให้อาหารเรากลับคืนมาอย่างสมบูรณ์ เป็นคลังอาหารธรรมชาตินั่นเอง

เสริมพงษ์ ทองสัมฤทธิ์

รองปลัดฯตรวจการในพื้นที่ ภาคกลางตอนล่าง4จังหวัด

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/807291

วันพุธ ที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

นายนวนิตย์ พลเคน รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ น.ส.นนทิชา วรรณสว่าง ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรฯ ร่วมลงพื้นที่ตรวจการกลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง 2 (ประจวบคีรีขันธ์ เพชรบุรี สมุทรสงคราม และสมุทรสาคร) ในช่วงการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) สัญจร ครั้งที่ 3/2567 “ฐานเศรษฐกิจสีเขียว และการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ” ที่ จ.เพชรบุรี ในช่วงก่อนหน้านี้

ทั้งนี้ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ได้รับฟังการบรรยายและเยี่ยมชมเทคโนโลยีการกำจัดขยะและการบำบัดน้ำเสีย และปลูกป่าชายเลน ที่โครงการศึกษาวิจัยและพัฒนาสิ่งแวดล้อมแหลมผักเบี้ยอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ต.แหลมผักเบี้ย อ.บ้านแหลม จ.เพชรบุรีซึ่งมีนายเกษม จันทร์แก้ว องคมนตรีและผอ.โครงการศึกษาวิจัยและพัฒนาสิ่งแวดล้อมแหลมผักเบี้ย อันเนื่องมาจากพระดำริ นายเทอดศักดิ์ บุณยขจร รองเลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา และนายดนุชา สินธวานนท์ รองเลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา ร่วมต้อนรับ

ทั้งนี้ นายกฯ สั่งการให้กระทรวงเกษตรฯ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั่วประเทศ นำรูปแบบเทคโนโลยีพัฒนาสิ่งแวดล้อมตามแนวพระราชดำริไปปรับใช้ตามภารกิจที่อยู่ในหน้าที่เพื่อลดต้นทุนการบำบัดน้ำเสียทั้งภาคอุตสาหกรรม เกษตรกรรม และภาคครัวเรือน

ผู้ช่วยฯตรวจคลองมหาชัย ซ่อมกำแพงป้องกันตลิ่งทรุด

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/807053

วันอังคาร ที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ดร.จอมขวัญ กลับบ้านเกาะ ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วยนายยุทธเขตต์ ยินดีทรัพย์ ผอ.สำนักงานก่อสร้างชลประทานขนาดใหญ่ที่ 11 สำนักพัฒนาแหล่งน้ำขนาดใหญ่ และนายสากล ชลคีรี ผอ.โครงการชลประทานสมุทรสาคร ลงพื้นที่คลองมหาชัย เพื่อปรับปรุงซ่อมแซมกำแพงป้องกันตลิ่งคลองมหาชัยบริเวณศาลเจ้าปุนเถ้ากง อ.เมือง จ.สมุทรสาคร

ทั้งนี้ กรมชลประทาน ได้เสนอแผนงานเรื่องคลอง 4 สายและสร้างประตูน้ำ 9 แห่งที่สำรวจออกแบบไว้แล้วเพื่อแก้ปัญหาน้ำทะเลหนุน อีกทั้งจะเข้าสำรวจโครงการใหม่เพิ่มเติมตามข้อสั่งการจากการลงพื้นที่สมุทรสาครของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรฯ รวมทั้งโครงการก่อสร้างปรับปรุงกำแพงป้องกันตลิ่งฯ ตั้งแต่บริเวณท้ายประตูระบายน้ำแก้มลิง จนถึงแม่น้ำท่าจีน โดยจะเข้าสำรวจพื้นที่ร่วมกับเทศบาลนครสมุทรสาคร อย่างไรก็ตาม ได้ชี้แจงปัญหาน้ำท่วมริมคลองมหาชัย เนื่องจากแนวกำแพงป้องกันตลิ่งชำรุด มีน้ำไหลซึมผ่านช่วงน้ำขึ้น ตามแนวกำแพงป้องกันตลิ่ง หรือบานประตูน้ำFlap Value ในจุดที่จะต้องมีการซ่อมแซมเร่งด่วนนั้น เทศบาลนครสมุทรสาคร สามารถขออนุญาตดำเนินการได้เพื่อแก้ปัญหาน้ำหนุนสูงและรั่วซึมกำแพงป้องกันตลิ่งเอ่อท่วมชุมชนบริเวณริมคลองมหาชัยต่อไป

ที่ปรึกษาฯร่วมงาน เปิดโคบาลล้านนา หนุนเลี้ยงโคเนื้อ ชูพัฒนาพันธุ์สัตว์

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/807055

วันอังคาร ที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

นายบุญสิงห์ วรินทร์รักษ์ ที่ปรึกษา รมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดการประกวดโคเนื้อ “โคบาลล้านนา ครั้งที่ 3” ที่หาดทรายเทียมหนองหลวง ต.เวียงชัย อ.เวียงชัย จ.เชียงราย โดยมีผู้ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม

สำหรับการจัดการประกวดโคเนื้อ “โคบาลล้านนา ครั้งที่ 3”ดำเนินงานโดยสำนักงานปศุสัตว์ จ.เชียงรายภายใต้โครงการพัฒนาศักยภาพการผลิตและสร้างเครือข่ายการผลิตสินค้าเกษตรคุณภาพอาหารปลอดภัยอย่างสร้างสรรค์ กิจกรรมการยกระดับและเพิ่มศักยภาพมาตรฐานการผลิตสินค้าเกษตรคุณภาพอาหารปลอดภัย ประจำปี 2567 โดยประชาสัมพันธ์ขยายผลการสร้างมูลค่าเพิ่มโคเนื้อ จัดให้มีการประกวดโคเนื้อขึ้น มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมอาชีพการเลี้ยงโคเนื้อคุณภาพใน จ.เชียงราย และพัฒนาศักยภาพการปรับปรุงพันธุ์สัตว์ การคัดเลือกพันธุ์สัตว์ และมีการจัดประกวด 2ประเภท ได้แก่ โคลูกผสมยุโรปทั่วไป และโคลูกผสมบีฟมาสเตอร์ รวมทั้งหมด 12 รุ่นโดยมีกลุ่มเป้าหมายเป็นเกษตรกรผู้เลี้ยงโคเนื้อใน จ.เชียงราย และจังหวัดใกล้เคียง ในกลุ่มภาคเหนือตอนบน 2 (เชียงราย พะเยา แพร่ และน่าน) และผู้ประกอบการแปรรูปผลิตภัณฑ์ด้านปศุสัตว์ ใน จ.เชียงราย ซึ่งในปีนี้เป็นครั้งที่ 3 ที่มีการจัดประกวดโคเนื้อเกิดขึ้นตั้งแต่มีการส่งเสริมการเลี้ยงโคเนื้อมาระยะเวลา 6 ปีที่ผ่านมา ซึ่งผลผลิตโคเนื้อที่ได้พัฒนาปรับปรุงพันธ์โดยพ่อพันธุ์สายเลือดยุโรปเริ่มเจริญเติบโตและขยายเพิ่มขึ้นใน จ.เชียงราย มีเป้าหมายในการพัฒนาปรับปรุงพันธุ์โคเนื้อ โดยยกระดับสายเลือดพันธุ์โคเนื้อยุโรป เน้นโคเนื้อสายพันธุ์ บีฟมาสเตอร์ เป็นหลัก

เกษตรฯ-มิชลินวางแนวทาง ยางไทยรับกฎEUDRมุ่งตลาดโลก

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/807054

วันอังคาร ที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์มอบหมายให้นายบุญสิงห์ วรินทร์รักษ์ ที่ปรึกษา รมว.เกษตรฯ ร่วมหารือกับคณะผู้แทนบริษัท มิชลิน กรุ๊ป กำหนดแนวทางบริหารจัดการระบบยางพาราไทย รองรับกฎระเบียบEU Deforestation Regulation (EUDR) และแลกเปลี่ยนแนวทางความร่วมมือฯ โดยมีนายณกรณ์ ตรรกวิรพัท ผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) และผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วม

นายบุญสิงห์กล่าวว่า บริษัท มิชลิน ผู้นำเข้าผลิตภัณฑ์ยางล้อหลักของสหภาพยุโรป ซึ่งเป็นสมาชิกของสมาคมผู้ผลิตยางล้อและยางพาราแห่งยุโรป (ETRMA) ถือเป็นลูกค้ารายใหญ่ที่มีการใช้วัตถุดิบยางพาราของประเทศไทย ได้เข้าพบผู้บริหารกระทรวงเกษตรฯ เพื่อเตรียมความพร้อมในการดำเนินงานด้านกฎระเบียบว่าด้วยสินค้าที่ปลอดจากการตัดไม้ทำลายป่า EUDR ในสินค้าประเภทยางพารา ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการนำเสนอแต่งตั้งคณะกรรมการระดับชาติเพื่อเตรียมความพร้อมสินค้าโภคภัณฑ์ทั้ง 7 ชนิด โดยจะเร่งขับเคลื่อนการบริหารจัดการที่ดิน เพื่อสามารถแสดงแหล่งที่มาของผลผลิตในการส่งออกสินค้าไปสหภาพยุโรปได้ และสามารถตรวจสอบย้อนกลับสินค้าในกลุ่มดังกล่าวได้

สำหรับการหารือครั้งนี้เป็นการสร้างความเชื่อมั่นในการบริหารจัดการสินค้ายางพาราของไทยให้มีคุณภาพเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการค้าการลงทุนของอุตสาหกรรมยาง และสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับยางพาราของไทย สำหรับกระบวนการด้านเอกสารสิทธิที่ดินทำกินของเกษตรกร กระทรวงเกษตรฯ มีนโยบายขับเคลื่อนการใช้ที่ดินเพื่อทำการเกษตรให้มีความถูกต้อง โดยเร่งดำเนินการให้เป็นไปตามกฎระเบียบ EUDR

ทั้งนี้ กระทรวงเกษตรฯ สนับสนุนและร่วมมือกับบริษัท มิชลิน กรุ๊ป ในการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมยาง เพื่อความยั่งยืนของยางธรรมชาติ เช่น ระบบกรีดแก้ปัญหาการขาดแคลนแรงงานและเพิ่มประสิทธิภาพผลผลิต ระบบการจัดการดินและปุ๋ยเพื่อลดต้นทุนการผลิตและสร้างระบบนิเวศให้มีความยั่งยืน ขณะนี้อยู่ระหว่างการศึกษาวิจัยและพัฒนา รวมถึงการนำแพลตฟอร์มดิจิทัล รวบรวมข้อมูลห่วงโซ่การผลิตด้านต้นน้ำ สำหรับการปรับปรุงในแง่ของการปฏิบัติด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม เพื่อนำมาประเมินความเสี่ยงในการรองรับกฎระเบียบ EUDR รวมทั้งกระทรวงเกษตรฯ ได้มอบหมาย กยท.ให้เร่งขยายตลาดเครือข่ายยาง เพื่อให้เข้าถึงจุดรับซื้อผลผลิตของเกษตรกรรายย่อยได้ง่ายและรวดเร็ว เป็นผลดีต่อห่วงโซ่อุปทานยางพารา โดยมีเป้าหมายให้เกษตรกรชาวสวนยางไทยมีรายได้และมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดี ประเทศผู้ผลิตและผู้ใช้ยางมีเศรษฐกิจที่เติบโตอย่างมั่นคง และฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมในการดำเนินธุรกิจจากยางพารา

โฆษกฯดันทุเรียนคุณภาพส่งออกจีน

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/807052

วันอังคาร ที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

น.ส.อัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ โฆษกกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวถึงสถานการณ์ส่งออกทุเรียนไทยไปยังตลาดประเทศจีน ปี 2567 ว่า ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรฯ สั่งการให้กรมวิชาการเกษตร เร่งดำเนินการตามแผนปฏิบัติการ (Action Plan) ควบคุมคุณภาพทุเรียนส่งออกไปจีนตลอดห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ทั้งในส่วนของนโยบาย สวน โรงคัดบรรจุ การส่งออก การขนส่ง การตลาด การแปรรูปและการเสริมสภาพคล่องทางการเงินให้กับเกษตรกร และผู้ประกอบการ พร้อมกับวางแผนขยายผลไปยังทุกภูมิภาคที่ผลิตทุเรียนเพื่อส่งออก และได้เตรียมความพร้อมเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการพิเศษ สวพ.6 และศูนย์วิจัยพืชสวนจันทบุรีกว่า 180 คนเพื่อสลับเปลี่ยนหมุนเวียนทำหน้าที่ตั้งแต่เดือนมีนาคมจนสิ้นสุดฤดูกาลส่งออก และเพิ่มผู้จัดการเขตพื้นที่ทุเรียน (DIZ) จากเดิม 6 คน เพิ่มเป็น 9 คน พร้อมจะดำเนินการอย่างเด็ดขาด หากพบการสวมสิทธิ์ใบรับรอง GAP หรือการให้เช่าโรงคัดบรรจุพร้อมกับใบรับรอง GMP-DOA เป็นต้น

น.ส.อัยรินทร์กล่าวต่อว่า ได้ใช้แนวนโยบายตลาดนำ นวัตกรรมเสริมเพิ่มรายได้ เป็นธงนำในการสร้างรายได้ และขยายโอกาสให้ภาคเกษตร มีความสามารถในการแข่งขันเพิ่มขึ้น เพื่อขับเคลื่อนเป้าหมายเพิ่มรายได้ให้เกษตรกรเป็น 3 เท่าภายใน 4 ปี จึงเป็นก้าวสำคัญของการพัฒนาภาคเกษตร ที่ช่วยเสริมจุดแข็งด้านการตลาด จากการสร้างความเชื่อมั่นให้
ผู้บริโภคทั้งตลาดในประเทศและต่างประเทศ

ทั้งนี้ สถิติการส่งออกทุเรียน ปี 2566 ไทยส่งออกทุเรียนไปจีนทั้งหมด 57,000 ตู้/ชิปเมนท์ ปริมาณสูงถึง 945,900 ตัน มูลค่า 120,469.34 ล้านบาทโดยมีมูลค่าเพิ่มขึ้นจากจากปี 2565 ถึงร้อยละ 38.47 (ปี 2565 ส่งออกทุเรียนไปจีน 8.11 แสนตัน มูลค่ากว่า 8.7 หมื่นล้านบาท) สำหรับช่องทางการส่งออกพบว่ารถยนต์มากที่สุด คิดเป็นร้อยละ 63.9 รองลงมาคือ ทางเรือ ร้อยละ 31.72 และทางรถไฟ ร้อยละ 1.17

‘อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน’ร่วมประชุมคณะกรรมการโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์ฯ

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/806973

'อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน'ร่วมประชุมคณะกรรมการโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์ฯ

‘อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน’ร่วมประชุมคณะกรรมการโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์ฯ

วันจันทร์ ที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 15.18 น.

อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน ปราโมทย์ ยาใจ ร่วมประชุมคณะกรรมการโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร

เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2567 นายปราโมทย์ ยาใจ อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน ประชุมคณะกรรมการโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช ฯ สยามมกุฎราชกุมาร ครั้งที่ 1/2567 ณ ห้องประชุม 134 – 135 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยมี นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธาน ซึ่งที่ประชุมจึงมีมติเห็นชอบจัดงานโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคล เฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 ระดับประเทศ และกำหนดจัดงานใน 6 จังหวัด โดยจุดหลัก ณ ศูนย์บริการและพัฒนาลุ่มน้ำปาย ตามพระราชดำริ จังหวัดแม่ฮ่องสอน (ท่าโป่งแดง) ในวันที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ.2567 และจุดรอง จำนวน 5 จังหวัด ประกอบด้วย จังหวัดชัยนาท จังหวัดราชบุรี จังหวัดระยอง จังหวัดขอนแก่น และจังหวัดสงขลา โดยกำหนดจัดงานในช่วงเวลาเดียวกัน

ซึ่งภายในงานประกอบด้วย กิจกรรมลงนามถวายพระพร พิธีถวายพระพรชัยมงคล การจัดแสดงนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว กิจกรรมการให้บริการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ โดยวิเคราะห์ปัญหาการดำเนินงานเชิงพื้นที่ และกำหนดแนวทางการดำเนินงานแก้ไขปัญหาให้มีความเหมาะสม โดยหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และหน่วยงานภาครัฐ และเอกชน อื่นๆ ในพื้นที่ร่วมออกบูธให้บริการ พร้อมกันนี้ ได้มอบหมายให้ทุกหน่วยงานเตรียมความพร้อมในการร่วมดำเนินงานโครงการฯ ตามแนวทาง ที่กำหนด และแจ้งหน่วยงานในพื้นที่เข้าร่วมดำเนินงานอย่างเต็มศักยภาพ ให้เหมาะสม และสมพระเกียรติ และมอบหมายคณะกรรมการโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์ฯ ระดับจังหวัด ดำเนินการขับเคลื่อนงานต่อไป

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้รับทราบผลการดำเนินงานโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์ฯ ปีงบประมาณ พ.ศ.2566 และความก้าวหน้าการดำเนินงานโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์ฯ ปีงบประมาณ พ.ศ.2567 ไตรมาส 1 ถึงปัจจุบัน

– 006

กรมพัฒนาฯชูทำเกษตรอินทรีย์PGS

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/806863

วันจันทร์ ที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

นายปราโมทย์ ยาใจ อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน กล่าวว่า ได้ส่งเสริมการทำเกษตรที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม (Go Green) โดยส่งเสริมการทำเกษตรอินทรีย์เพื่อเพิ่มศักยภาพในการพัฒนาเกษตรกรรมอย่างยั่งยืน มีความมั่นคงด้านอาหาร และปลอดภัยต่อสุขภาพ ไม่ทำลายธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จึงขับเคลื่อนการพัฒนาเกษตรอินทรีย์ในทุกมิติ ได้แก่ การวิจัยและพัฒนานวัตกรรมต่างๆ การอบรมถ่ายทอดองค์ความรู้ให้กับหมอดินอาสา/กลุ่มเกษตรกร สนับสนุนในการปรับปรุงบำรุงดินให้อุดมสมบูรณ์ พร้อมทั้งให้ข้อมูลวิชาการด้านการจัดการดิน และปัจจัยการผลิตให้สามารถทำการผลิตในระบบเกษตรอินทรีย์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ การจัดทำระบบอนุรักษ์ดินและน้ำ การขุดบ่อน้ำในไร่นานอกเขตชลประทาน จัดเวทีให้มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันระหว่างเกษตรกรผู้ผลิตเกษตรอินทรีย์ และเปิดรับสมัครกลุ่มเกษตรกรรายใหม่เข้าร่วมโครงการฯ

ด้านนายจำเริญ นาคคง ผอ.กองวิจัยและพัฒนาการจัดการที่ดิน กล่าวว่า กลุ่มเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการเกษตรอินทรีย์ PGS ของกรมพัฒนาที่ดิน จะมี “มิสเตอร์เกษตรอินทรีย์” หรือเจ้าหน้าที่กรมพัฒนาที่ดิน เป็นพี่เลี้ยงสนับสนุน ให้คำปรึกษาทางวิชาการ ช่วยเหลือในการทำเกษตรอินทรีย์ ทำให้เกษตรกรสามารถจำหน่ายผลผลิตได้ในราคาที่สูงขึ้น ซึ่งปัจจุบันมีกลุ่มเกษตรกรเข้าร่วมโครงการมากกว่า 500 กลุ่ม 20,000 ราย 40,000 ไร่โดยในปีงบประมาณ 2566 มีเกษตรกรผ่านการรับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ PGS 525 ราย 5,323 ไร่ และขยายผลการดำเนินงานผ่านศูนย์เรียนรู้เกษตรอินทรีย์ PGS ทั้งหมด 75 แห่ง เพื่อเป็นแหล่งศึกษาดูงานการทำเกษตรอินทรีย์ครบวงจรตั้งแต่การจัดการดิน การผลิตในระบบเกษตรอินทรีย์ มาตรฐานเกษตรอินทรีย์ กระบวนการรับรองแบบมีส่วนร่วม PGS เพื่อให้เกษตรกรที่สนใจการผลิตในระบบเกษตรอินทรีย์ PGS ได้มาศึกษาดูงาน และนำความรู้แนวทางไปปรับใช้ในพื้นที่ของตนเอง

อสป.จัดโครงการ ‘ประมงคุณธรรม’ ใช้วิถีตลาดชุมชน สร้างคุณค่ายั่งยืน

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/806860

วันจันทร์ ที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

นายสุทักษ์ จิระรัตนวงศ์ รอง ผอ.องค์การสะพานปลา (อสป.) เป็นประธานเปิด “โครงการตลาดประมงคุณธรรม สร้างคุณค่าที่ยั่งยืน” พร้อมด้วย น.ส.จรุวรรณ สินศิริ หัวหน้าสำนักงานท่าเทียบเรือประมงอ่างศิลา กล่าวต้อนรับ และเป็นผู้กล่าวรายงาน โดยได้รับเกียรติจากศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) นายยงจิรายุ อุปเสน ผู้จัดการสำนักส่งเสริมและขับเคลื่อนเครือข่ายทางสังคม เป็นวิทยากรบรรยายให้ความรู้ในหัวข้อ “วิถีตลาดประมงคุณธรรมตามแนวชุมชนคุณธรรม” และร่วมกันประกาศเจตนารมณ์หรือข้อตกลงของผู้จำหน่ายสินค้าในตลาด และร่วมกันกำหนดเป้าหมาย “ปัญหาที่อยากแก้” “ความดีที่อยากทำ” และปัญหาตลาดด้านอื่นๆ และกิจกรรมร่วมกันรณรงค์โดยการประชาสัมพันธ์การจำหน่ายสินค้าประมงอย่างมีความรับผิดชอบ เป็นตลาดอาหารทะเลสดใหม่ ไม่ใช้สารฟอร์มาลีนทำให้เป็นอันตรายต่อผู้บริโภค

นอกจากนี้ยังร่วมกันสร้างมาตรฐานในการจำหน่ายสินค้าประมงอย่างมีความรับผิดชอบ พื้นที่ร้านค้าสะอาดถูกสุขอนามัย สินค้าประมง สด ใหม่ สะอาด และปลอดสารฟอร์มาลีน จำหน่ายในราคาที่เป็นธรรม ไม่เอารัดเอาเปรียบ ภายใต้แนวคิด “พอเพียง วินัย สุจริต จิตอาสา และกตัญญ” มุ่งสร้างภาพลักษณ์ตลาดที่มีความรับผิดชอบต่อสินค้าและผู้บริโภค โดยมีกลุ่มเป้าหมายได้แก่ผู้ขายสินค้าอาหารทะเล และผู้ค้าทั่วไปในท่าเทียบเรือประมงอ่างศิลา เข้าร่วมในโครงการฯ 30 คน ที่สำนักงานท่าเทียบเรือประมงอ่างศิลา ต.อ่างศิลา อ.เมือง จ.ชลบุรี

‘ธรรมนัส’หารือRSPO ยกระดับผลผลิตปาล์มน้ำมัน

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/806864

วันจันทร์ ที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ หารือกับนาย โจเซฟ เดอ ครูซประธานบริหารของ Roundtable on Sustainable Palm Oil : RSPO โดยมีนายบุญสิงห์ วรินทร์รักษ์ ที่ปรึกษา รมว.เกษตรฯ และคณะ เข้าร่วม ที่รัฐสภา โดย ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า น้ำมันปาล์มเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญของไทย ซึ่งไทยสามารถผลิตน้ำมันปาล์มได้มากเป็นอันดับ 3 ของโลก รองจากมาเลเซียและอินโดนีเซีย ทั้งนี้ ประเทศไทยให้ความสำคัญกับการปลูกปาล์มน้ำมันยั่งยืนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยกระทรวงเกษตรฯ มีการดำเนินการที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ โครงการการผลิตปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์มอย่างยั่งยืนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (Sustainable and Climate – friendly Palm Oil Production and Procurement in Thailand : SCPOPP) โดยกรมส่งเสริมการเกษตร และกรมวิชาการเกษตรร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน (GIZ) ประจำประเทศไทย มีวัตถุประสงค์เพื่อลดก๊าซเรือนกระจกในการผลิตน้ำมันปาล์ม เพิ่มความยั่งยืนในการผลิตน้ำมันปาล์มทั้งทางสิ่งแวดล้อมและสังคมและสนับสนุนเกษตรกรในการจัดการสวนปาล์มน้ำมันอย่างยั่งยืน รวมถึงการส่งเสริมองค์ความรู้ให้เกษตรกร พร้อมเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันในตลาดโลก

นอกจากนี้ RSPO มีนโยบายส่งเสริมและสนับสนุนให้เกิดการพัฒนาการปลูกปาล์มน้ำมันที่สอดคล้องกับโยบายของกระทรวงเกษตรฯ ที่จะยกระดับมาตรฐานการผลิตปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์มในประเทศไทยอย่างยั่งยืน กระทรวงเกษตรฯ พร้อมที่จะสนับสนุนและยินดีร่วมมือกับ RSPO เพื่อประโยชน์สูงสุดกับเกษตรกร และเป็นแนวทางในการเปิดตลาดใหม่สำหรับน้ำมันปาล์มและผลิตภัณฑ์แปรรูป โดยเฉพาะในกลุ่มสหภาพยุโรป สหรัฐอเมริกาและญี่ปุ่นต่อไป