‘กรมการข้าว’ร่วมแสดงความยินดี’รมช.เกษตรฯคนใหม่’

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/802013

'กรมการข้าว'ร่วมแสดงความยินดี'รมช.เกษตรฯคนใหม่'

‘กรมการข้าว’ร่วมแสดงความยินดี’รมช.เกษตรฯคนใหม่’

วันอังคาร ที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2567, 17.31 น.

เมื่อวันที่ 30 เมษายน 2567 นายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าว พร้อมด้วย ดร.ชิษณุชา บุดดาบุญ รองอธิบดีกรมการข้าว นายอานนท์ นนทรีย์ รองอธิบดีกรมการข้าว นำคณะผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่กรมการข้าว เข้าร่วมต้อนรับ และแสดงความยินดีกับ นายอรรถกร ศิริลัทธยากร เนื่องในโอกาสได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ ให้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ณ ห้องปฏิบัติงานรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงเกษตรฯ กรุงเทพมหานคร

– 006

‘กรมฝนหลวง’ร่วมแสดงความยินดี’รมช.เกษตรฯคนใหม่’

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/802010

'กรมฝนหลวง'ร่วมแสดงความยินดี'รมช.เกษตรฯคนใหม่'

‘กรมฝนหลวง’ร่วมแสดงความยินดี’รมช.เกษตรฯคนใหม่’

วันอังคาร ที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2567, 17.27 น.

เมื่อวันที่ 30 เมษายน 2567 เวลา 07.00 น. นายสุพิศ พิทักษ์ธรรม อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร พร้อมด้วย นายวีรวัฒน์ อังศุพาณิชย์ รองอธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ด้านปฏิบัติการ เข้าร่วมพิธีบวงสรวง บูรพกษัตริย์ องค์พระพิรุณทรงนาค และพระภูมิเจ้าที่ประจำกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อเป็นความศิริมงคลก่อนงานพิธีมงคลจรดแรกนาขวัญ ประจำปี 2567 โดยมี นายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธาน พร้อมด้วย คณะผู้บริหารในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เข้าร่วมในพิธี ณ บริเวณด้านหน้าอาคาร 1 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

ต่อมา นายสุพิศ พิทักษ์ธรรม อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร พร้อมด้วย นายวีรวัฒน์ อังศุพาณิชย์ รองอธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ด้านปฏิบัติการ นำคณะผู้บริหาร ร่วมแสดงความยินดีกับ นายอรรถกร ศิริลัทธทยากร เนื่องในโอกาส เข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

– 006

ไข่ไก่ขึ้นราคา…เป็นแค่เรื่องชั่วคราว

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/801959

ไข่ไก่ขึ้นราคา...เป็นแค่เรื่องชั่วคราว

ไข่ไก่ขึ้นราคา…เป็นแค่เรื่องชั่วคราว

วันอังคาร ที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2567, 15.07 น.

ไข่ไก่ขึ้นราคา…เป็นแค่เรื่องชั่วคราว

อุณหภูมิที่สูงขึ้นกว่า 44 องศาในหน้าร้อนของประเทศไทยปีนี้ นับว่าหนักหนาสาหัส ไม่ได้เพียงส่งผลกับผู้คนเท่านั้น แต่หมู หมา กา ไก่ สัตว์เลี้ยงทั้งหลาย รวมถึง พืช-ผัก ล้วนได้รับผลกระทบจากความร้อนนี้กันถ้วนทั่ว เมื่อแม่ไก่ร้อน เครียด กินแต่น้ำ ไม่กินอาหาร การผลิตไข่ก็ทำได้น้อยลง ขนาดฟองไข่ไก่ที่ออกมาก็เล็กลง เดือดร้อนเกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ไข่ที่มีของขายน้อยลง รายได้หดหาย สวนทางต้นทุนสารพัดที่ต้องแบกรับ ทั้งค่าอาหารไก่ ค่าน้ำ และค่าไฟฟ้า เป็นเหตุผลที่หากไม่ขยับราคาไข่ คนเลี้ยงคงต้องเจ๊งยับ ขาดใจตายก่อนไก่เป็นแน่ ล่าสุด วันที่ 29 เมษายน 2567 สหกรณ์เกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ไข่ จำเป็นต้องประกาศขยับราคาไข่คละขึ้น 20 สต./ฟอง เป็น 3.80 บาท/ฟอง

เรื่องนี้น่าเห็นใจ ขณะที่เราเป็นผู้บริโภค ยังสามารถเลี่ยงไปหาโปรตีนอื่นกินทดแทนได้ แต่คนเลี้ยงไก่ไข่ทำไม่ได้ การทำการเกษตรปศุสัตว์เป็นอาชีพของเขา จึงจำต้องสู้กับอากาศร้อน ประคับประคองให้ไก่เครียดน้อยลง เช่น เปิดพัดลมโรงเรือนให้เย็นขึ้น พรมน้ำทั่วหลังคาเพื่อลดอุณหภูมิ ด้วยความหวังว่าไก่จะยอมกินอาหาร จะได้ออกไข่มาให้นำไปขายได้

นายมาโนช ชูทับทิม นายกสมาคมผู้เลี้ยงไก่ไข่ ให้ข้อมูลว่าอากาศร้อน-แล้งกระทบผลผลิตไข่ไก่หายไปจากระบบ  ปกติมีไข่ออกมาวันละ 40 ล้านฟอง เหลือเพียงวันละ 35 ล้านฟองเท่านั้น หายไป 5-6 ล้านฟองต่อวัน นอกจากนี้ ไข่ที่ออกมายังมีขนาดเล็ก จากปกติที่ไข่เล็กเบอร์ 3-5 จะมีเพียง 30% แต่กลับกลายเป็นว่าในช่วงนี้ไข่ใบเล็กมีจำนวนเพิ่มขึ้นเป็น 50% ของผลผลิต ทำให้เกษตรกรขายไข่ได้ราคาลดลง และยังคงขาดทุนต่อเนื่อง เป็นเหตุผลที่จำเป็นต้องขยับราคาไข่ขึ้นบ้าง อย่างไรก็ตามเขายืนยันว่า ราคาไข่มีขึ้นมีลง ไม่ต้องซีเรียส

สอดคล้องกับ นางพเยาว์ อริกุล นายกสมาคมผู้เลี้ยงไก่ไข่รายย่อยภาคกลาง ที่ระบุว่าอากาศร้อนทำให้เปอร์เซ็นต์ไข่ลดลง 10-15% ขณะที่ไข่ขนาดใหญ่ที่ขายได้ราคา ก็ลดปริมาณลง จึงต้องขยับราคาให้สมดุลเพื่อให้เกษตรกรอยู่ได้ 

ส่วนผู้ค้าคนกลางอย่าง นายสุธาศิน อมฤก นายกสมาคมผู้ค้าไข่ไทย ก็ยังเข้าใจคนเลี้ยงไก่ไข่ โดยระบุว่า คนเลี้ยงไก่ไข่มีจำนวนน้อยลงอยู่แล้ว เมื่อประกอบกับอากาศร้อนที่มาก ทำให้ผลผลิตไข่ลดลง นอกจากนี้ ต้นทุนวัตถุดิบอาหารสัตว์ ค่าขนส่ง ค่าน้ำ ค่าไฟ ล้วนเป็นภาระต้นทุนของเกษตรกรทั้งสิ้น

ด้านภาครัฐ กรมการค้าภายใน ซึ่งกำกับดูแลให้เกษตรกร-ผู้ผลิตสินค้าขายสินค้าได้ไม่ขาดทุน และผู้บริโภค อยู่ได้ไม่เดือดร้อน ให้ข้อมูลว่า จากการตรวจสอบพบราคาไข่ไก่ยังอยู่ในโครงสร้างต้นทุนที่เหมาะสม แต่ช่วงนี้แม่ไก่ให้ผลผลิตน้อยลง และขนาดไข่เล็กลง ส่งผลกระทบรายได้เกษตรกร สวนทางต้นทุนที่สูงขึ้นจากค่าน้ำ-ค่าไฟ ขณะที่ไข่ฟองเล็กขายไม่ค่อยออก กรมจึงช่วยเหลิอนำไข่ฟองเล็กเข้าโครงการธงฟ้า ช่วยเกษตรกรระบายไข่ และช่วยผู้บริโภคลดค่าครองชีพไปพร้อมกัน

จะเห็นว่าทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องล้วนกล่าวไปในทิศทางเดียวกันทั้งหมด และที่สำคัญ เหตุการณ์ลักษณะนี้จะเป็นเพียงช่วงระยะเวลาหนึ่งเท่านั้น เมื่อสภาพอากาศดีขึ้น อุปสงค์-อุปทานของไข่ไก่ เข้าสู่ภาวะปกติ ราคาไข่จะลดลงเองเหมือนกับที่คอลัมนิสต์ดัง “แม่ลูกจันทร์” แห่ง นสพ.ไทยรัฐ ที่มองว่า “ไข่ไก่ขึ้นราคาเป็นเรื่องชั่วคราว”  

อันที่จริง ไข่ไก่ก็ไม่ต่างจากมะนาว ที่มีราคาแพงช่วงหน้าร้อนและยังให้น้ำน้อยเสียอีก เผลอแพร้บเดียวราคามะนาวก็หล่นลงเมื่อหน้าฝนมาเยือน …สรุปแล้วมันก็เป็นแค่วัฎจักรราคาสินค้าเกษตรที่มีขึ้น-มีลงเป็นธรรมดา

#อิสระ คงยินดี นักวิชาการอิสระ

ไอศกรีมกะทิสุรินทร์ เมนูขายดีช่วงฤดูร้อน ลูกค้าเข้าไม่ขาดสาย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/801802

วันอังคาร ที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ท่ามกลางอากาศร้อนของจังหวัดสุรินทร์ ที่มีอุณหภูมิพุ่งสูง 40-42 องศาเชลเซียส ริมถนนสุรินทร์-ศีขรภูมิ เขต ต.นอกเมืองอ.เมือง จ.สุรินทร์ (ใกล้สี่แยกเทพธานี) พบร้านขายไอศกรีมกะทิสดที่เจ้าของร้านทำเองกับมือ โดยเปิดร้านตั้งแต่เวลา 09.00-16.00 น. ทำให้ชาวบ้านที่ขับรถสัญจรผ่านไปมาต้องไม่พลาดที่จะแวะเข้ามาอุดหนุนไม่ขาดสาย ทานไอศกรีมกะทิสดเพื่อดับร้อน

โดยผู้สื่อข่าวสอบถาม นางนุชนาฏ ดาทอง อายุ 43 ปี เจ้าของร้านเสื้อชมพู เล่าว่า ก่อนที่ตนจะมาเปิดร้านขายไอศกรีม ตนได้ทำงานเกี่ยวกับสินเชื่อรถยนต์มือสองมาก่อน และได้ลาออกมาเปิดร้านเพราะตนชอบทาน และอยากมีธุรกิจร้านไอศกรีมเป็นของตนเอง ซึ่งผลตอบรับในช่วงฤดูร้อนนี้ร้านของตนขายดีขึ้นมาก มีลูกค้าแวะเวียนมาอุดหนุนไม่ขาดสาย ยิ่งในช่วงต้นเดือนเมษายนที่ผ่านมาจะขายดีเป็นพิเศษ ในส่วนของไอศกรีมก็จะใช้กะทิสดอย่างเดียวในการทำ โดยตนนำสูตรมาจากคุณป้า และมาต่อยอดสร้างธุรกิจ และตนยังมีโครงการที่จะทำไอศกรีมสตรอว์เบอร์รีสดเพิ่มเติมอีกด้วย

ทางด้าน นางสาวตุ๊กตา ทุนทองอายุ 55 ปี ลูกค้า เล่าว่า ตนเป็นลูกค้าประจำแวะเวียนมาทานที่ร้านบ่อย เนื่องจากชอบรสชาติที่หวานพอดีไม่หวานมากเกินไป อร่อยถูกใจในช่วงหน้าร้อนแบบนี้

ไทย-เวียดนามดันส่งออกสินค้าเกษตร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/801803

วันอังคาร ที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ หารือร่วมกับ นายเล มิญ ฮวารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและการพัฒนาชนบทสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม (H.E. Mr. Le Minh Hoan) โดยมี ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ ผู้แทนการค้าไทย และที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี และผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วม

สำหรับการหารือครั้งนี้ ฝ่ายไทยได้แสดงความชื่นชมผลการดำเนินงานด้านตลาดสินค้าเกษตรโลกของฝ่ายเวียดนาม เน้นย้ำถึงความสำคัญและความจำเป็นในการพึ่งพาอาศัยกัน รวมทั้งระบุว่า ฝ่ายไทยพร้อมสนับสนุนและผลักดันการยกระดับความร่วมมือภาคเกษตรกับฝ่ายเวียดนาม อาทิ ความร่วมมือด้านพันธุ์พืชไร่ พืชสวน ประมง ปศุสัตว์ และมาตรฐานสินค้า โดยดำเนินงานให้เกิดผลเป็นรูปธรรม

นอกจากนี้ ฝ่ายไทยยังได้เตรียมพร้อมการลงนาม MOU ด้านการเกษตรระหว่างไทย-เวียดนาม (ฉบับปรับปรุง) ซึ่งมุ่งเน้นให้พัฒนากรอบความร่วมมือให้มีความทันสมัยและสอดคล้องกับสถานการณ์โลก เพื่อเป็นช่องทางการขยายความร่วมมือด้านการเกษตรที่หลากหลายยิ่งขึ้น ทั้งในเชิงพาณิชย์และวิชาการ โดยทั้งสองฝ่ายต่างให้ความสนใจการลงนาม MOU ฉบับดังกล่าวเป็นอย่างมาก

ทั้งนี้ สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม เป็นประเทศคู่ค้าสินค้าเกษตรอันดับที่ 9 ของไทย ซึ่งระหว่างปี 2564-2566 มีสัดส่วนการค้าสินค้าเกษตรร้อยละ 3.38 ของมูลค่าการค้าสินค้าเกษตรทั้งหมดของไทยกับโลก โดยสินค้าเกษตรส่งออกของไทยไปเวียดนาม 5 อันดับแรกได้แก่ 1.น้ำ รวมถึงน้ำแร่และน้ำอัดลม ที่เติมน้ำตาลหรือสารทำให้หวานอื่นๆ หรือที่ปรุงกลิ่นรส 2.เครื่องดื่มอื่นๆที่ไม่มีแอลกอฮอล์ อาทิ นมยูเอชที นมถั่วเหลือง 3.ของปรุงแต่งที่ใช้ในการเลี้ยงสัตว์อื่นๆ นอกจากอาหารสุนัขหรือแมว อาทิ อาหารสุกร อาหารกุ้ง 4.บุหรี่ที่มียาสูบ และ 5.อาหารปรุงแต่งอื่นๆ อาทิ เต้าหู้ แอลกอฮอล์ผง ครีมเทียม

ต.นางิ้ว จ.หนองคาย ผุดไอเดีย นั่งรถอีแต๊กท่องเที่ยวเชิงเกษตร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/801800

วันอังคาร ที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายเวียน ธรรมสอน เกษตรจังหวัดหนองคาย ได้นำเจ้าหน้าที่เกษตร ติดตามการดำเนินโครงการปลูกไม้ผลแปลงใหญ่ ในพื้นที่ ต.นางิ้ว อ.สังคมจ.หนองคาย โดยเกษตรกรมีการรวมกลุ่มปลูกเงาะโรงเรียน และมังคุด รวมถึงมีผลผลิตน้ำผึ้งป่านางิ้วแท้ร้อยเปอร์เซ็นต์ เป็นผลผลิตจากธรรมชาตินำมาบรรจุขวดขายด้วย

นายบุญเหลือ ทองทาบ ผู้จัดการเงาะแปลงใหญ่อำเภอสังคม บ้านนางิ้ว หมู่ 7 ต.นางิ้ว กล่าวว่า “เกษตรกรในละแวกนี้ได้มีการรวมกลุ่มปลูกเงาะ 3 ไร่ ปลูกมาแล้ว 5 ปี ได้ผลผลิตดี ปีที่แล้วผลผลิตเงาะโรงเรียนเก็บได้ 11 ตัน ปีนี้ได้มากขึ้นน่าจะไม่ต่ำกว่า 15 ตัน  เงาะราคาดี ผลดก เก็บเกี่ยวได้ประมาณเดือนมิถุนายนนี้ พร้อมกับทุเรียน และ มังคุด ซึ่งเงาะโรงเรียนปีนี้สมบูรณ์เต็มที่ ราคาหน้าสวน กก.ละ 25 บาท เคยมีปีนึงขายหน้าสวน กก.ละ 35 บาท เอกลักษณ์ของเงาะแปลงใหญ่ อ.สังคม เนื้อร่อน น้ำ
ไม่เยอะ หวาน กรอบ นอกจากขายผลไม้หน้าสวนแล้วยังจะมีการเปิดสวนให้คนมาเที่ยวชมกินเงาะได้ที่สวน ไม่เก็บค่าเข้าชมขายเงาะเป็น กก. ถ่ายรูป ชมสวน ไม่ต้องเดินให้เมื่อย ซึ่งเกษตรกรจะมีรถอีแต๊กไว้คอยบริการ คิดค่าบริการคนละ 50 บาท ได้เงาะกลับบ้าน 1 กก. โดยจะใช้ชื่อกิจกรรม “นั่งรถอีแต๊ก กินเงาะ เลาะภู” คาดว่าจะสามารถให้บริการได้ช่วงปลายเดือนพฤษภาคม เป็นต้นไป”

ด้านนายเวียน เกษตรจังหวัดหนองคาย กล่าวว่า “อ.สังคม ได้เปรียบทางภูมิศาสตร์ มีพื้นที่เป็นภูเขา บางพื้นที่ติดกับแม่น้ำโขง ทำให้ดินและน้ำอุดมสมบูรณ์เหมาะกับการปลูกไม้ผล ซึ่งในช่วงเกือบ 10 ปี ที่ผ่านมา เกษตรกรชาวหนองคายให้ความสนใจหันมาปลูกเงาะโรงเรียน ทุเรียน และมังคุดกันมากขึ้นโดยซึ่งผลผลิตที่ได้ก็ดี มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว รสชาติดี มีตลาดรองรับทั้งในพื้นที่และส่งขายยังประเทศเพื่อนบ้านได้ด้วย สิ่งที่ต้องหมั่นดูแลคือศัตรูพืช และป้องกันพายุลมแรงที่อาจทำให้ต้นทุเรียนหรือเงาะที่ใกล้จะได้เก็บเกี่ยวได้รับความเสียหาย”

ฝนหลวงฯปฏิบัติการดับฝุ่น เติมน้ำต้นทุนให้อ่างเก็บน้ำ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/801804

วันอังคาร ที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

นายสุพิศ พิทักษ์ธรรม อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร กล่าวว่า ขณะนี้ได้ปฏิบัติการฝนหลวงและปฏิบัติการดัดแปรสภาพอากาศ เพื่อบรรเทาปัญหาหมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) อย่างต่อเนื่องในหลายพื้นที่ ทั้งภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก รวมทั้ง กทม.และปริมณฑล ส่งผลให้ค่าฝุ่นละอองในพื้นที่ดังกล่าว มีแนวโน้มลดลง อีกทั้งยังขึ้นบินช่วยเหลือพื้นที่การเกษตรและเติมน้ำต้นทุนให้กับอ่างกักเก็บน้ำ ทำให้มีฝนตกเล็กน้อยถึงปานกลางบริเวณพื้นที่ อ.บ้านบึง อ.พนัสนิคม จ.ชลบุรี อ.ปลวกแดง จ.ระยอง อ.แก่งกระจาน อ.หนองหญ้าปล้อง อ.ท่ายาง อ.เขาย้อย จ.เพชรบุรี อ.บ้านคา อ.สวนผึ้ง อ.ปากท่ออ.จอมบึง จ.ราชบุรี อ.แปลงยาว จ.ฉะเชิงเทรา อ.สามร้อยยอดอ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ และพื้นที่ลุ่มรับน้ำเขื่อนแก่งกระจาน จ.เพชรบุรี และบินปฏิบัติการดัดแปรสภาพอากาศเพื่อยับยั้งและบรรเทาการเกิดพายุลูกเห็บ บริเวณ อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ หลังจากปฏิบัติการไม่พบรายงานลูกเห็บตกในพื้นที่ดังกล่าว

นายสุพิศกล่าวอีกว่า เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ได้สั่งให้ชุดปฏิบัติการเฮลิคอปเตอร์ของกรมฝนหลวงฯจ.เชียงใหม่ ขึ้นบินตักน้ำดับไฟป่า เพื่อช่วยเหลือพื้นที่บริเวณ อ.ฮอด จ.เชียงใหม่ โดยขึ้นบิน 4 เที่ยว ตักน้ำเที่ยวละ 500 ลิตร รวมทั้งสิ้น 2,000 ลิตร

สทนช.คลอดแผนปฏิบัติฯ ช่วงฤดูฝนพร้อมรับมือ‘ลานีญา’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/801801

วันอังคาร ที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ดร.สุรสีห์ กิตติมณฑล เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) กล่าวว่า ภายหลังคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (กนช.) ซึ่งมีนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ได้มีมติเห็นชอบ 10 มาตรการรับมือฤดูฝนปี 2567 และโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำในช่วงฤดูฝน ปี 2567 และการกักเก็บน้ำเพื่อฤดูแล้ง ปี 2567/2568 และเตรียมนำเสนอต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อรับทราบนั้น สทนช.ได้เร่งรัดให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดทำแผนปฏิบัติการภายใต้มาตรการรับมือฤดูฝน ปี 2567 พร้อมทั้งรายงานผลการดำเนินการตามแผนปฏิบัติการดังกล่าว ให้สทนช.ทุกวันที่ 5 ของเดือน โดยเริ่มตั้งแต่วันที่ 5 พฤษภาคม 2567 เป็นต้นไปจนกว่าจะสิ้นสุดฤดูฝน เพื่อให้การขับเคลื่อนมาตรการเป็นไปตามแผนและเกิดประสิทธิภาพสูงสุด

ทั้งนี้ จากการติดตามสถานการณ์น้ำและสภาพอากาศคาดว่า ในช่วงต้นฤดูฝน วันที่ 1 พฤษภาคม 2567 อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่จะมีปริมาณน้ำใช้การทั้งประเทศประมาณ 16,570 ล้านลูกบาศก์เมตรคิดเป็นร้อยละ 35 ซึ่งใกล้เคียงกับปี 2566 ที่ผ่านมาอย่างไรก็ตาม ขณะนี้ สภาวะเอลนีโญได้อ่อนกำลังลงและจะเปลี่ยนไปสู่สภาวะลานีญาในช่วงเดือนมิถุนายน-สิงหาคม 2567 ซึ่งจะทำให้เกิดฝนตกมากกว่าค่าเฉลี่ย โดยฝนจะเริ่มตกตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2567 และจะตกเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยในเดือนกันยายน 2567 ซึ่งจะมีฝนเฉลี่ยสูงถึง 263 มิลลิเมตร ดังนั้น สทนช.จึงให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมความพร้อมเครื่องมือและอุปกรณ์ในการปฏิบัติงาน พร้อมทั้งจัดทำแผนปฏิบัติการภายใต้มาตรการดังกล่าวอย่างเร่งด่วน เพื่อรองรับสถานการณ์ที่อาจจะเกิดขึ้น ซึ่งเป็นการทำงานในเชิงรุกเพื่อเป็นการป้องกันก่อนเกิดภัย ช่วยบรรเทาความเดือดร้อนและลดความเสียหายให้กับประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เลขาธิการ สทนช.กล่าวต่อว่า 10 มาตรการรับมือฤดูฝน ปี 2567 มาจากการถอดบทเรียนมาตรการรับมือฤดูฝนในปีที่ผ่านมา ผนวกกับการรวบรวมข้อมูลด้านน้ำจากทุกมิติ และสร้างการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนควบคู่กับการติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิดร่วมกันกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นกรมอุตุนิยมวิทยา สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) (สสน.) กรมชลประทาน กรมทรัพยากรน้ำ เป็นต้นก่อนที่จะมาวิเคราะห์และจัดทำมาตรการรับมือฤดูฝนที่มีความสมบูรณ์ เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่อาจจะเกิดขึ้น ได้ทันต่อสถานการณ์

“สทนช. ได้เน้นย้ำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องปฏิบัติตาม 10 มาตรการรับมือฤดูฝน ปี 2567 ตามความเหมาะสมของพื้นที่อย่างเคร่งครัด เพราะนอกจากจะบรรเทาภัย แก้ไขปัญหาได้แม่นยำ ลดความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สิน รวมทั้งเป็นการช่วยประหยัดงบประมาณแผ่นดินแล้ว ยังจะช่วยให้การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำในระยะสั้นและระยะยาวเกิดประสิทธิภาพสูงสุดด้วย” เลขาธิการ สทนช.กล่าวทิ้งท้าย

‘อนุชา’หารือCFS ด้านความร่วมมือ ความมั่นคงอาหาร แก้ปัญหาอดอยาก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/801799

วันอังคาร ที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

นายอนุชา นาคาศัย รมช.เกษตรและสหกรณ์ หารือความร่วมมือด้านความมั่นคงทางอาหารกับ H.E. Ms Nosipho JEZILE (โนซิโฟ เจซิลเล) ประธานคณะกรรมการความมั่นคงอาหารโลก(Committee on World FoodSecurity : CFS) ที่ประเทศศรีลังกา โดย นายอนุชากล่าวว่า ประธาน CFS มีความกังวลว่า ทาง CFS ได้จัดทำข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย และคำแนะนำในหัวข้อความมั่นคงด้านอาหารและโภชนาการในระดับโลก (Global policies,recommendations and guidance) แต่ยังไม่ประสบความสำเร็จ หากดูจำนวนคนอดอยากหิวโหยที่มีเพิ่มขึ้น เป็นเรื่องท้าทายในการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนให้ได้ภายในปี ค.ศ. 2030 จึงขอให้ประเทศสมาชิกรวมถึงประเทศไทยสนับสนุนแนวทางและคำแนะนำของ CFS นำไปปฏิบัติ และ CFS ยินดีให้ความร่วมมือและช่วยเหลือและให้คำแนะนำแก่ประเทศไทยต่อไป

นอกจากนี้ นายอนุชา ยังชื่นชมความพยายามของ CFS ที่มุ่งมั่นทำงานเพื่อมนุษยชาติให้มีความมั่นคงทางอาหาร มีโภชนาการที่ดี และแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำ โดยไทยขอสนับสนุนพร้อมทำงานร่วมกับ CFS อย่างต่อเนื่อง และเป็นโอกาสดีที่ตอนนี้ ผู้แทนถาวรไทยประจำ FAO ทำหน้าที่ใน CFS Bureaumember (คณะกรรมการบริหารของ CFS) ร่วมกับจีน อินเดีย และอินโดนีเซีย ซึ่งสามารถช่วยสนับสนุน CFS ได้เต็มที่ และเชื่อมั่นอย่างยิ่งว่าไทยสามารถปรับใช้ข้อเสนอแนะและแนวปฏิบัติของ CFS ได้ ให้สอดคล้องกับบริบทของประเทศ และพร้อมแลกเปลี่ยนประสบการณ์ร่วมกันต่อไป

‘ไชยา’ลั่นไม่เสียใจหลุดครม. ฝากรบ.ให้ความสำคัญพื้นที่อีสานคะแนนเสียงใหญ่พรรคเพื่อไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/801791

'ไชยา'ลั่นไม่เสียใจหลุดครม. ฝากรบ.ให้ความสำคัญพื้นที่อีสานคะแนนเสียงใหญ่พรรคเพื่อไทย

‘ไชยา’ลั่นไม่เสียใจหลุดครม. ฝากรบ.ให้ความสำคัญพื้นที่อีสานคะแนนเสียงใหญ่พรรคเพื่อไทย

วันจันทร์ ที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2567, 17.12 น.

‘ไชยา’ลั่นไม่เสียใจหลุด ครม. ฝากรัฐบาลให้ความสำคัญพื้นที่อีสาน เพราะถือเป็นคะแนนเสียงใหญ่พรรคเพื่อไทย

เมื่อวันที่ 29 เม.ย.2567 นายไชยา พรหมา สส.หนองบัวลำภู พรรคเพื่อไทย (พท.) และอดีต รมช.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังหลุดโผ ครม.เศรษฐา 1/1ว่า เป็นเรื่องปกติของวิถีทางนักการเมือง จะบอกว่าไม่เสียใจก็คงไม่ได้ แต่เสียดายเวลาและโอกาส ตนเป็น สส.มา 30 กว่าปี 9 สมัยจากการเลือกตั้งในพื้นที่ภาคอีสาน ซึ่งถือว่าเป็นพื้นที่ที่มีความยากลำบาก หนีชีวิตต่างจังหวัดมาใช้ชีวิตในกรุงเทพฯ โดยตนคิดว่า ช่วงโอกาสหนึ่งที่ได้เป็นรัฐมนตรี อยากจะทำงานเพื่อแก้ไขปัญหา ให้คนไม่ต้องอพยพจากอีสานมาอยู่เมืองหลวง มีการสร้างงาน มีระบบน้ำ พัฒนาอาชีพ แต่เสียดายว่า ตนทำหน้าที่รัฐมนตรีได้เพียง 7 เดือน ยังไม่ได้ขับเคลื่อนอะไรเลย 

“ผมต้องขอโทษพี่น้องชาวจังหวัดหนองบัวลำภู และพี่น้องภาคอีสาน ที่ส่งผมมาเป็นรัฐมนตรี แต่ไม่สามารถที่จะสานต่อโครงการที่เป็นความฝันของผมได้ ผมอยากจะเห็นพื้นที่ภาคอีสานอุดมไปด้วยชลประทานระบบท่อ การเชื่อมโยงการผันน้ำจากสายหนึ่งไปอีกสายหนึ่ง แก้ไขปัญหาน้ำท่วมน้ำแล้ง เมื่อโอกาสมีแค่นี้ ก็คงทำได้แค่นี้ จากนี้ไปเราก็ต้องทำหน้าที่ สส.ต่อไป” นายไชยา กล่าว

อย่างไรก็ตาม อยากฝากรัฐบาล ให้ความสำคัญกับพื้นที่ภาคอีสาน ที่ผ่านมาพรรคเพื่อไทยได้คะแนนเสียงส่วนใหญ่มาจากภาคอีสาน หลายครั้งในการเลือกตั้งคนอีสานส่งให้พรรคเพื่อไทย มาเป็นรัฐบาล โดยเฉพาะกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นกระทรวงสำคัญ ไม่มีคนของพรรคเพื่อไทย