‘ธรรมนัส’แถลงบทสรุปพิพาท‘หมุดนิรนาม’ ฮึ่มสั่งเอกซเรย์ทั่วไทยเช็คบิล‘นายทุน’ฮุบส.ป.ก.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/789700

‘ธรรมนัส’แถลงบทสรุปพิพาท‘หมุดนิรนาม’ ฮึ่มสั่งเอกซเรย์ทั่วไทยเช็คบิล‘นายทุน’ฮุบส.ป.ก.

‘ธรรมนัส’แถลงบทสรุปพิพาท‘หมุดนิรนาม’ ฮึ่มสั่งเอกซเรย์ทั่วไทยเช็คบิล‘นายทุน’ฮุบส.ป.ก.

วันอังคาร ที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567, 13.55 น.

‘ธรรมนัส’ตั้งโต๊ะแถลงผลสรุปพื้นที่พิพาท‘ส.ป.ก.-อุทยานฯ’ลงตัว 2 หน่วยงานไม่ผิด ถือแผนที่คนละฉบับ อ้าง‘กรมแผนที่ทหาร’รายงานชัด ส.ป.ก. ปักหมุดในเขตตนเอง เพียงแต่การออกเอกสารสิทธิ์ขาดจิตสำนึก พร้อมประสานสำรวจยึดคืนโรงแรม-รีสอร์ต ใช้พื้นที่ผิดวัตถุประสงค์ ชม‘กรมอุทยานฯ’กล้าหาญ  

เมื่อเวลา 10.45 น.วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2567 ที่ทำเนียบรัฐบาล ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ แถลงข่าวภายหลังงกรมแผนที่ทหาร สำรวจพื้นที่ ส.ป.ก. ทับซ้อนอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ เตรียมประกาศไม่ให้นำที่ดินแนวกันชนออกเป็นที่ดินทำกิน ส.ป.ก.

ร.อ.ธรรมนัส กล่าว ว่า เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา กรมแผนที่ทหารได้ทำหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี หลังจัดทำแผนที่ One map กรณีนี้เสร็จแล้ว นายกฯ จึงสั่งการให้ตนพร้อม พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรณ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (รมว.ทส.) แถลงข่าว โดยยืนยันว่าทั้ง 2 หน่วยงานไม่มีใครผิดใครถูก เนื่องจากถือแผนที่คนละฉบับ ไม่มีใครมีเจตนาร้ายที่จะไปทำลายทรัพย์สินส่วนราชการของสำนักงานปฏิรูปที่ดิน

ทั้งนี้ ตนขอชื่นชมนายไชยา ห้วยหงส์ทอง หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ และนายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ผอ.สำนักงานอุทยานแห่งชาติ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช และทีมงาน ที่กล้าหาญ ลุกขึ้นมาปกป้องป่า

ในส่วนของกระทรวงเกษตรฯ ได้มีการตั้งกรรมการสอบเจ้าหน้าที่ปฏิรูปที่ดินที่มีพฤติกรรมส่อผิดกฎหมายในการออกเอกสารสิทธิ์ ส.ป.ก. พร้อมทั้งมอบที่ปรึกษาฝ่ายกฎหมายร้องเอาผิด ถ้าตรวจพบผิดตามกฎหมายจะดำเนินคดีมาตรา 157 วินัยร้ายแรง อย่างไรก็ตามตนยืนยันว่าจะทำอะไรอะไรที่เป็นการรังแกข้าราชการ หากดำเนินการด้วยความบริสุทธิ์ใจ ก็อย่าไปกลัว แต่หากประพฤติมิชอบก็จะดำเนินการเอาผิด

“ยืนยันว่าหนังสือที่เจ้ากรมแผนที่ทหารนำเสนอต่อนายกฯ ระบุชัดเจนว่าพื้นที่ที่ส.ป.ก.ไปปักหมุด อยู่ในเขตปฏิรูปที่ดิน ไม่ได้อยู่ในเขตอุทยานฯ แต่เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวอยู่ใกล้กับพื้นที่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ จึงเห็นว่าควรกันเป็นพื้นที่กันชน ถ้าผมเป็น ส.ป.ก.จังหวัด ถ้าถามจิตสำนึกตามที่ ผอ.ชัยวัฒน์ ระบุก็ ไม่ควรทำอย่างยิ่งที่จะนำพื้นที่นี้มาทำเป็นพื้นที่ ส.ป.ก. ยืนยันว่าผมได้หารือกับ พล.ต.อ.พัชรวาท ปลัด 2 กระทรวง และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เห็นพ้องว่าต้องแก้ปัญหาไม่ให้ผู้ใต้บังคับบัญชาทะเลาะกัน แต่ไม่โทษใคร เพราะต่างฝ่ายถือแผนที่คนละฉบับ ต่างฝ่ายต่างทำหน้าที่ของตัวเอง” ร.อ.ธรรมนัส กล่าว

ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า นอกจากนี้ตนได้สั่งการให้ตรวจสอบพื้นที่ ส.ป.ก.รอบเขาใหญ่ทั้งหมดว่าจัดสรรที่ดินโดยผิดกฎหมายหรือไม่ หรือจัดโดยมิชอบด้วยกฎหมาย เป็นเกษตรกรเข้าไปทำกินหรือไม่ หากพบว่าเป็นรีสอร์ต หรือโรงแรมจะยึดคืน เรื่องนี้ได้ให้สำรวจทั่วประเทศด้วยในลักษณะเดียวกัน หากพื้นที่ยังไม่ได้จัดสรร ทาง 2 หน่วยงานมีการหารือกันแล้วว่าจะทำเป็นป่ากัน ดังนั้นใครที่ไม่ได้ใช้พื้นที่ทำการเกษตรหรือไม่ใช่เกษตรกรจริง ก็ขอให้มอบตัว อย่าให้ฝ่ายกฎหมายลงไปจัดการ พื้นที่นี้จะทำผิดวัตถุประสงค์ไม่ได้ ขอย้ำว่าพื้นที่ที่มีปัญหาไม่ว่าจะกี่แปลง ก็จะเพิกถอนให้หมด เรื่องในบ้านเมื่อคุณทำผิด คุณส่อเจตนาอะไร เรารู้หมด ใครทำอะไรอยู่ก็รับกรรมไปแล้วกัน เราไม่มีละเว้น  

“ท่านนายกฯลงมาสั่งการด้วยตัวเอง ไม่ให้เกิดข้อพิพาทระหว่างเจ้าหน้าที่ เมื่อเช้าผมประชุมที่ดิน 72 จังหวัด และได้ข้อสรุปว่าต่อจากนี้ 2 หน่วยงานจับมือพิทักษ์ป่า พื้นที่อุทยาน ด้วยกัน ทำกันชนทั้งประเทศ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหา ขอยืนยันว่าผมกับ พล.ต.อ.พัชรวาท ไม่มีข้อบาดหมาง หรือขัดแย้งใดๆทั้งสิ้น ผมเป็นนักเรียนเตรียมทหารรุ่นน้อง เปรียบเสมือนเป็นเด็กก็ให้ความเคารพนับถือ” ร.อ.ธรรมนัส กล่าว ///-005

ผู้ช่วยรมว.เกษตรฯถกคกก. ขับเคลื่อนนโยบายภาพรวม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/789601

วันอังคาร ที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567, 06.00 น.

น.ส.จอมขวัญ กลับบ้านเกาะ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการติดตามและขับเคลื่อนงานด้านเกษตรและสหกรณ์ ตามนโยบาย รมว.เกษตรฯ พร้อมผู้บริหารหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ โดยที่ประชุมพิจารณาประเด็นต่างๆ ดังนี้ 1.การขับเคลื่อนนโยบายของ รมว.เกษตรฯ ภาพรวมและในพื้นที่ จ.สมุทรสาคร 1.1 การปราบปรามการลักลอบนำเข้าสินค้าเกษตรผิดกฎหมาย 1.2 การป้องกัน แก้ไข ฟื้นฟู รับมือภัยแล้งและภัยพิบัติทางธรรมชาติ 1.3 การผลักดันสินค้าเกษตรและบริการมูลค่าสูง 1 ท้องถิ่น 1 สินค้าเกษตรมูลค่าสูง1.4 การแก้ไขปัญหาประมง 1.5 ประเด็นข้อสั่งการจากการตรวจราชการของ รมว.เกษตรฯ ในพื้นที่ จ.สมุทรสาคร

2.การรับเรื่องร้องเรียนและการแก้ไขปัญหาในพื้นที่ จ.สมุทรสาคร และ 3.ผลการใช้จ่ายงบประมาณของกระทรวงเกษตรฯ

‘ธรรมนัส’ Kick off โฉนดฯ ให้เกษตรกรสร้างอาชีพ-รายได้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/789594

วันอังคาร ที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ เป็นประธาน “Kick off พิธีมอบโฉนดเพื่อการเกษตร โดยมี นายไชยา พรหมา รมช.เกษตรฯ” นายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรฯ นายวิณะโรจน์ทรัพย์ส่งสุข เลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) และผู้ว่าราชการจังหวัด 11 จังหวัด แขกผู้มีเกียรติ และเกษตรกร เข้าร่วม ที่ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพเสริมนอกภาคการเกษตร ต.ช้างใหญ่ อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา นอกจากนี้ยังมีการ Kick off พร้อมกันทุกจังหวัดทั่วประเทศ โดยมีนายอนุชา นาคาศัย รมช.เกษตรฯ เป็นประธาน Kick off มอบโฉนดเพื่อการเกษตร ที่ จ.ชุมพร

ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ส.ป.ก.ได้ขับเคลื่อนนโยบายโดยมีคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ได้อาศัยอำนาจตามมาตรา 30 เห็นชอบในการพิจารณาปรับปรุงเอกสารสิทธิการใช้ประโยชน์ ส.ป.ก.4-01 ให้เป็นโฉนดเพื่อการเกษตรตามนโยบายของรัฐบาล ซึ่งมีเกษตรกรที่เข้าคุณสมบัติการเปลี่ยนเป็นโฉนดเพื่อการเกษตร 2.27 ล้านแปลง เนื้อที่ประมาณ 22 ล้านไร่ เกษตรกร 1.6 ล้านคน เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจแก่เกษตรกรผู้ได้รับโฉนดเพื่อการเกษตร ส.ป.ก.จึงจัดพิธี Kick off การมอบโฉนดเพื่อการเกษตรให้แก่เกษตรกร พร้อมกันทั่วประเทศ 25,000 ฉบับ เพื่อเป็นของขวัญปีใหม่ ตามที่รัฐบาลได้ให้สัญญาไว้ เพื่อให้พี่น้องเกษตรกรทุกคนได้ใช้ประโยชน์ สามารถนำเอกสารนี้ไปสร้างมูลค่าเพิ่มในการประกอบกิจการภาคการเกษตร ซึ่ง ส.ป.ก.จะดำเนินการมอบโฉนดเพื่อการเกษตรให้แล้วเสร็จทั่วประเทศโดยเร็ว และพร้อมที่จะเป็นกองทัพที่จะอุดหนุนทุกท่านให้อยู่ได้ อยู่ดี มีความสุขในเขตปฏิรูปที่ดินตลอดไป

ทั้งนี้ การขึ้นทะเบียนขอออกโฉนดเพื่อการเกษตรทั้งจากระบบออนไลน์ และออฟไลน์ ปัจจุบันมีเกษตรกรยื่นความประสงค์ขอออกโฉนดรวมทั้งสิ้น 227,152 แปลง หลังจากนี้ได้มอบหมายให้ภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง สร้างการรับรู้และความเข้าใจนโยบายของรัฐบาล กระทรวงเกษตรฯ และ ส.ป.ก.ในการดำเนินงานเพิ่มศักยภาพมูลค่าโฉนดเพื่อการเกษตร ทั้ง ส.ป.ก.และหน้าที่ของผู้ที่ได้รับที่ดินไป ตลอดจนเชื่อมโยงภาคีเครือข่ายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อชีวิตความเป็นอยู่ของพี่น้องเกษตรกรต่อไป

สำหรับการยื่นความประสงค์ขอออกโฉนดเพื่อการเกษตร ตั้งแต่วันที่ 15 พฤศจิกายน 2566 เปิดรับแจ้งความประสงค์พร้อมกันทั่วประเทศ 3 ช่องทาง ได้แก่ ส.ป.ก.ทุกจังหวัด ศูนย์บริการประชาชน (Mobile Unit ) และระบบออนไลน์ผ่านทางเว็บไซต์ ส.ป.ก. (ข้อมูล ณ วันที่ 13 มกราคม 2567) มีผู้ยื่นความประสงค์ 227,152 แปลง ออกโฉนดไปแล้ว 33,663 แปลง คิดเป็น 275,100 ไร่ เกษตรกร 29,006 ราย

กรมชลฯรุดรณรงค์ ทำนาเปียกสลับแห้ง ใช้น้ำในทุกกิจกรรม ให้เพียงพอฤดูแล้ง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/789592

วันอังคาร ที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567, 06.00 น.

นายทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า สถานการณ์น้ำปัจจุบัน พบว่าอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศ มีปริมาณน้ำรวมกันทั้งสิ้นประมาณ 57,700 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) 76% ของความจุอ่างฯ รวมกัน เฉพาะลุ่มน้ำเจ้าพระยา 4 เขื่อนหลัก (เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์) มีปริมาณน้ำรวมกันทั้งสิ้นประมาณ 16,786 ล้าน ลบ.ม.(67% ของความจุอ่างฯ รวมกัน) จึงวางแผนจัดสรรน้ำช่วงฤดูแล้งปี 2566/67 ตามปริมาณน้ำต้นทุนที่มี ด้วยการจัดสรรน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภคเป็นหลัก รักษาระบบนิเวศ การเกษตร อุตสาหกรรม และสำรองไว้ใช้ในต้นฤดูฝนหน้าตามลำดับ จนถึงขณะนี้มีการจัดสรรน้ำในช่วงฤดูแล้งทั้งประเทศไปแล้วกว่า 8,325 ล้าน ลบ.ม. (39%) เฉพาะลุ่มเจ้าพระยามีการใช้น้ำไปแล้วประมาณ 2,557 ล้าน ลบ.ม. (42%)

ปัจจุบันทั้งประเทศมีการเพาะปลูกข้าวนาปรังไปแล้ว 5.58 ล้านไร่ คิดเป็นร้อยละ 96 ของแผนฯ เฉพาะลุ่มเจ้าพระยา มีการเพาะปลูกข้าวนาปรังไปแล้ว 6.73 ล้านไร่ คิดเป็นร้อยละ 116 ของแผนฯ ภาพรวมสถานการณ์น้ำอยู่ในเกณฑ์ปกติ ด้านสถานการณ์ค่าความเค็มในแม่น้ำสายหลัก ให้พื้นที่เสี่ยงเฝ้าระวังพร้อมปรับแผนการระบายน้ำเพื่อรักษาคุณภาพน้ำให้ค่าความเค็มอยู่ในเกณฑ์ปกติ เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อการผลิตน้ำประปา ทั้งนี้ ได้เน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นธรรมโดยจัดสรรน้ำตามรอบเวร พร้อมประชาสัมพันธ์เชิญชวนให้เกษตรกรหันมาทำนาแบบเปียกสลับแห้งเพื่อเป็นการประหยัดน้ำ

‘อนุชา’ตัวแทนรัฐมอบที่ส.ป.ก.149แปลง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/789598

วันอังคาร ที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567, 06.00 น.

นายอนุชา นาคาศัย รมช.เกษตรและสหกรณ์ มอบโฉนดเพื่อการเกษตร ภายใต้งาน “Kick off มอบโฉนดเพื่อการเกษตร โดยนายอนุชา กล่าวว่า ได้เร่งดำเนินการให้ประชาชนมีสิทธิในที่ดิน มีชีวิตที่มั่นคง พิจารณาเอกสารสิทธิการใช้ประโยชน์ให้เป็นโฉนดเพื่อให้สามารถนำไปต่อยอดให้เข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ นำมาพัฒนาที่ดินเพื่อสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นในระยะยาว ซึ่งตั้งเป้าหมายและนำมาขับเคลื่อนการดำเนินงานตามนโยบาย โดยสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ส.ป.ก.ได้ดำเนินโครงการดังกล่าวมาอย่างต่อเนื่อง ตลอดจนยังมีแนวทางในการขับเคลื่อนเรื่องการทำโฉนดต้นไม้ในเขต ส.ป.ก.ซึ่งเป็นการออกเอกสารสิทธิ สำหรับต้นไม้ที่เป็นพืชเศรษฐกิจ เช่น ต้นยางพาราที่ปลูกบนที่ดินที่มีเอกสารสิทธิ เป็นต้น

“ขอแสดงความยินดีกับพี่น้องเกษตรกรทุกท่าน ที่ได้รับมอบโฉนดเพื่อการเกษตร เพื่อให้ทุกท่านสามารถนำไปต่อยอดในการเข้าถึงโอกาส ในการให้บริการของภาครัฐ เป็นการเพิ่มโอกาสการเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้เพิ่มมากขึ้น ทำให้พี่น้องเกษตรกรได้มีทางเลือกในการพัฒนาที่ดิน พัฒนาอาชีพของตนเอง และสร้างคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้นอย่างยั่งยืน” นายอนุชา กล่าว

สำหรับ จ.ชุมพร มีเกษตรกรที่ได้รับมอบโฉนดเพื่อการเกษตร 129 ราย 149 แปลง เนื้อที่ประมาณ 1,340 ไร่ 2 งาน 7 ตารางวา โดยมีพระราชกฤษฎีกากำหนดให้เป็นเขตปฏิรูปที่ดิน เนื้อที่ทั้งหมด ประมาณ 668,300 ไร่เป็นพื้นที่เขตดำเนินการปฏิรูปที่ดินเนื้อที่ประมาณ 515,907 ไร่ ครอบคลุมพื้นที่ทั่วทั้งจังหวัด 8 อำเภอ 47ตำบล โดยดำเนินการจัดที่ดินให้เกษตรกรแล้วทั้งสิ้น 32,569 ราย 44,136 แปลง เนื้อที่ประมาณ 503,485 ไร่ซึ่งปีงบประมาณ 2567 ได้ดำเนินการปรับปรุงแก้ไขเอกสาร สิทธิ ส.ป.ก.4-01 ให้เป็นโฉนดเพื่อการเกษตรให้แก่เกษตรกร 6,182 แปลง เนื้อที่ประมาณ 76,710 ไร่

รมว.เกษตรฯชูแนวคิดใหม่พัฒนาอาชีพ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/789438

วันจันทร์ ที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ตรวจราชการและรับฟังความเดือดร้อนของพี่น้องเกษตรกรในพื้นที่ จ.ศรีสะเกษ โดยมีผู้บริหารกระทรวงเกษตรฯ ผู้บริหารส่วนราชการ จ.ศรีสะเกษ เข้าร่วม ที่เขื่อนราษีไศล โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษามูลล่าง โดย ร.อ.ธรรมนัส ได้ร่วมหารือกับผู้แทนสมาชิกสมัชชาเกษตรกรภาคอีสาน และสมาพันธ์เกษตรกรภาคอีสาน (สพอ.) ในประเด็นแนวทางการช่วยเหลือและเยียวยาเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากการก่อสร้างเขื่อนราษีไศล โดยหน่วยงานภายในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มีแนวทางการส่งเสริมเกษตรกรผ่านการพัฒนาองค์ความรู้ “Knowledge & Knowhow” เพื่อส่งเสริมเกษตรกรให้สามารถประกอบอาชีพภาคการเกษตรอย่างหลากหลายและยั่งยืน ทั้งนี้ จะมีการร่วมกันหาทางออกปัญหาจากผลกระทบดังกล่าวในประเด็นอื่นๆ เพิ่มเติมด้วย

อย่างไรก็ดี กระทรวงเกษตรฯ ได้บูรณาการร่วมกับกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม จัดทำฐานข้อมูลการเกษตรในระบบคลาวด์ เพื่อใช้ในการวางแผนการขับเคลื่อนนโยบายและพัฒนาอาชีพเกษตรกรอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด โดยปี 2567 จะมีการจำแนกประเภทกลุ่มเกษตรกร เพื่อส่งเสริมเกษตรกรอย่างตรงจุดตามความเหมาะสม และสามารถยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกรได้อย่างแท้จริง ประกอบด้วย 1.กลุ่มเกษตรกรประเภทเข้มแข็งมาก 2.กลุ่มเกษตรกรประเภทเข้มแข็ง และ 3.กลุ่มเกษตรกรประเภทเปราะบาง นอกจากนี้ ยังให้ความสำคัญในการบริหารจัดการน้ำทั้งในและนอกพื้นที่ชลประทานโดยมีการศึกษาแนวทางเพิ่มเติม เพื่อวางแผนการบริหารจัดการน้ำให้มีความสอดคล้องกับลักษณะของลุ่มน้ำในแต่ละจังหวัด และส่งผลกระทบต่อเกษตรกรน้อยที่สุด

นอกจากนี้ ร.อ.ธรรมนัสได้มอบหมายหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ บูรณาการร่วมกับทุกภาคส่วนในการส่งเสริมและพัฒนาเกษตรกรอย่างครอบคลุมทั้งระบบการประกอบอาชีพภาคการเกษตร

กรมข้าวรับรองสายพันธุ์ เฟ้นหาข้าวคุณภาพดีให้เกษตรกร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/789441

วันจันทร์ ที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567, 06.00 น.

นายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าว กล่าวว่า ปัจจุบันมีพันธุ์ข้าวที่ผ่านการรับรองพันธุ์จากกรมการข้าว ทั้งสิ้น 172 พันธุ์ ครอบคลุมทุกชนิดและประเภทข้าวที่ปลูกในนิเวศการทำนาของประเทศไทย ซึ่งมีหลายพันธุ์ที่มีศักยภาพและแนะนำให้เกษตรกรนำไปปลูก เนื่องจากการรับรองพันธุ์ได้ผ่านขั้นตอนการทดสอบผลผลิต ทดสอบคุณภาพเมล็ดทางเคมีและกายภาพ รวมทั้งทดสอบความต้านทานโรคและแมลงศัตรูข้าวในพื้นที่ปลูกข้าวทั่วประเทศ ผลผลิตที่ได้เป็นค่าเฉลี่ยของพื้นที่ทดสอบทั้งประเทศ (ผลผลิตที่ความชื้น 20-25%) และปัจจุบันได้รับรองพันธุ์ข้าวตามนโยบายตลาดนำการผลิต เพื่อให้ตรงกับความต้องการของตลาดและผู้ใช้ประโยชน์ของข้าวแต่ละชนิด เกษตรกรหรือผู้ใช้ประโยชน์สามารถเลือกพันธุ์ข้าวไปปลูกได้ตามความต้องการและสภาพพื้นที่ปลูกข้าว ครอบคลุมทั้ง 4 ภูมิภาค

นายณัฏฐกิตติ์ กล่าวต่อว่า การรับรองพันธุ์ข้าวในอดีตนั้นใช้เวลาในการพัฒนาพันธุ์หรือการปรับปรุงพันธุ์ข้าวประมาณ 10-12 ปี เพื่อให้นักวิจัยมั่นใจในพันธุ์ข้าวที่เตรียมรับรองพันธุ์ว่ามีความสม่ำเสมอ คงตัวทางพันธุกรรม และปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมต่างในพื้นที่ปลูกข้าวที่แตกต่างกันตลอดจนเป็นที่ยอมรับของเกษตรกรและผู้ใช้ประโยชน์ แต่ปัจจุบันได้ใช้เทคนิคการปรับปรุงพันธุ์ให้มีเวลาสั้นลง เช่น เทคนิคการกลายพันธุ์ การใช้ anther culture การฉายรังสี การใช้เครื่องหมายโมเลกุลในการคัดเลือกข้าว การเทคโนโลยีการปรับแต่งจีโนม (Genome Editing) เป็นต้น ซึ่งช่วยในการปรับปรุงพันธุ์ ลดขั้นตอนการผสมพันธุ์เพื่อสร้างความแปรปรวนในประชากรข้าว สามารถลดระยะเวลาลงได้ 1 ฤดูปลูก ส่วนขั้นตอนการคัดเลือกนั้นมีความสำคัญด้วยเช่นกัน และจำเป็นต้องคงไว้เพื่อให้ข้าวพันธุ์ใหม่มีลักษณะที่พึงประสงค์และมีเสถียรภาพของพันธุ์ในด้านต่างๆ จากนั้นจะเข้าสู่ขั้นตอนการรับรองพันธุ์ซึ่งถือเป็นขั้นตอนสุดท้ายของกระบวนการปรับปรุงพันธุ์ ก่อนที่จะได้พันธุ์ใหม่ไปเผยแพร่ แนะนำให้เกษตรกรปลูกเป็นขั้นตอนการตรวจสอบความถูกต้องทางวิชาการ และความน่าเชื่อถือที่ผ่านการปรับปรุงพันธุ์โดยผ่านการตรวจสอบอย่างเป็นระบบจากคณะกรรมการที่พิจารณาถึงข้อดี ข้อเสีย และคำแนะนำการปฏิบัติที่ถูกต้อง

อธิบดีกรมการข้าว กล่าวอีกว่า ขั้นตอนสุดท้ายของการพิจารณารับรองพันธุ์จะมีคณะกรรมการพิจารณาพันธุ์ข้าวของกรมการข้าวซึ่งมีอธิบดีกรมการข้าว เป็นประธาน รวมถึงนักวิชาการผู้ทรงคุณวุฒิสาขาต่างๆ จากกรมการข้าว นอกจากนี้ยังมีผู้แทนจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในอุตสาหกรรมข้าว ได้แก่ สมาคมโรงสีข้าวไทย สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย สมาคมผู้รวบรวมและจำหน่ายเมล็ดพันธุ์ข้าว ฯลฯ ดังนั้นพันธุ์ข้าวที่ผ่านการรับรองพันธุ์ จึงมีข้อมูลถูกต้อง น่าเชื่อถือ ทั้งด้านการปรับปรุงพันธุ์และการผลิต ซึ่งพันธุ์ข้าวที่ได้จากการรับรองพันธุ์ จะเป็นพันธุ์ที่ผู้ประกอบการและเกษตรกรผู้ใช้ประโยชน์ต้องการ เพื่อสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ

‘ธรรมนัส’เล็งต่อยอด โฉนดเพื่อการเกษตร เพิ่มมูลค่าที่ดินส.ป.ก. ช่วยเหลือเกษตรกร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/789445

วันจันทร์ ที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังหารือแนวทางเพิ่มมูลค่าที่ดิน ส.ป.ก.และสินทรัพย์พื้นที่ ส.ป.ก.ว่าจากนโยบายระยะเร่งด่วนที่ต้องการสร้างรายได้และขยายโอกาสให้ภาคเกษตรมีความสามารถในการแข่งขันเพิ่มขึ้น เพื่อขับเคลื่อนเป้าหมายเพิ่มรายได้ให้เกษตรกรเป็น 3 เท่า ภายใน 4 ปีของรัฐบาล มีการแต่งตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนการเพิ่มมูลค่าที่ดินและสินทรัพย์ในเขตปฏิรูปที่ดิน และคณะกรรมการพิจารณาทบทวนระเบียบและกฎหมายที่เป็นอุปสรรคในการสร้างความสามารถในการแข่งขันของภาคเกษตร และได้รับเกียรติจากนายปีติพงศ์ พึ่งบุญ ณ อยุธยา อดีต รมว.เกษตรฯ เป็นที่ปรึกษาคณะกรรมการทั้ง 2 คณะ เพื่อให้คำแนะนำที่สำคัญเป็นกรอบทิศทางในการผลักดันให้โฉนดเพื่อการเกษตรสามารถรักษาผลประโยชน์ของเกษตรกรตัวจริงในการโอนสู่ผู้อื่นนอกจากทายาทโดยธรรม รองรับการเพิ่มมูลค่าที่ดินและสินทรัพย์ในพื้นที่ ส.ป.ก.รวมทั้งแก้ไขข้อจำกัดเพื่อเพิ่มประโยชน์และเพิ่มมูลค่าโฉนดเพื่อการเกษตร มีการทบทวนระเบียบและกฎหมาย

“กระทรวงเกษตรฯ ได้เปลี่ยน ส.ป.ก.4-01 เป็นโฉนดที่ดินเพื่อการเกษตร ซึ่งมีกฎหมายรองรับให้เกษตรกรเป็นเจ้าของอย่างแท้จริง และไม่ตกไปอยู่ในมือของเอกชน ทั้งนี้ จะมีการแต่งตั้งคณะทำงานกำกับดูแลโฉนดเกษตรเพิ่มเติม อาทิ โฉนดทะเล โฉนดต้นไม้ โฉนดกระชัง และอื่นๆ ในภายหลัง เพื่อแปลงสินทรัพย์ของพี่น้องเกษตรกรเป็นทุนพร้อมทั้งยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกร” รมว.เกษตรฯ กล่าว

นายกฯเร่งแก้หมอกควัน ลดผลกระทบภาคเหนือ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/789439

วันจันทร์ ที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567, 06.00 น.

นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง ประชุมติดตามความคืบหน้าการดำเนินการแก้ปัญหาหมอกควันไฟป่าและการเชื่อมโยงระบบขนส่งและเดินทางในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ โดยมีนายไชยา พรหมา รมช.เกษตรและสหกรณ์ และผู้ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ที่กองบิน 41 อ.เมือง จ.เชียงใหม่ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อบูรณาการทุกภาคส่วนร่วมหาแนวทางแก้ไขสถานการณ์ปัญหาหมอกควันและไฟป่า

นายไชยา กล่าวว่า กรมฝนหลวงและการบินเกษตร ได้เตรียมมาตรการรับมือสภาพอากาศพื้นที่ภาคเหนือช่วงมกราคม – พฤษภาคม ที่มักประสบปัญหาหมอกควัน ไฟป่าและฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 โดยจัดเตรียมหน่วยปฏิบัติการเคลื่อนที่เร็วปฏิบัติการดัดแปรสภาพอากาศ เพื่อบรรเทาผลกระทบด้านสุขภาพของประชาชน ซึ่งได้ขอความอนุเคราะห์ รมว.คมนาคม ในการใช้พื้นที่สนามบิน เพื่อเตรียมทำปฏิบัติการฝนหลวงตามพื้นที่จังหวัดที่ประสบปัญหาหมอกควัน และไฟป่าซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี

จากนั้น นายกฯ เป็นประธานพิธีเปิดปฏิบัติการฝนหลวงแก้ไขปัญหาหมอกควัน ไฟป่า และฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ปี 2567 โดยมีกิจกรรมสาธิตการใช้เครื่องบินฝนหลวงพ่นละอองน้ำ เพื่อดูดซับฝุ่น PM2.5 และบรรเทาหมอกควันจากไฟป่า

กระทรวงเกษตรฯสานต่อความร่วมมือไทย-ญี่ปุ่น รุดหน้าปูทางขยายโอกาสตลาดส่งออกส้มโอ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/789361

กระทรวงเกษตรฯสานต่อความร่วมมือไทย-ญี่ปุ่น รุดหน้าปูทางขยายโอกาสตลาดส่งออกส้มโอ

กระทรวงเกษตรฯสานต่อความร่วมมือไทย-ญี่ปุ่น รุดหน้าปูทางขยายโอกาสตลาดส่งออกส้มโอ

วันอาทิตย์ ที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567, 12.48 น.

กระทรวงเกษตรฯสานต่อความร่วมมือไทย-ญี่ปุ่น รุดหน้าปูทางขยายโอกาสตลาดส่งออกส้มโอ

25 กุมภาพันธ์ 2567 น.ส.เกณิกา อุ่นจิตร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้มีการหารือกับ นายฮากิวาระ ฮิเดคิ รองอธิบดีกรมการส่งออกและความร่วมมือระหว่างประเทศ กระทรวงเกษตร ป่าไม้ และประมงญี่ปุ่น เพื่อเสริมสร้างความร่วมมือด้านวิชาการและการค้าสินค้าเกษตรระหว่างกันให้มากยิ่งขึ้น และได้มีการแลกเปลี่ยนสถานะของการเปิดตลาดสินค้าเกษตรระหว่างกัน อาทิ ส้มโอสายพันธุ์ต่าง ๆ จากประเทศไทย โดยเห็นควรให้มีการหารือกันต่อไปในการประชุมคณะอนุกรรมการร่วมฯ และการประชุมคณะอนุกรรมการพิเศษร่วมฯ ที่เกี่ยวข้องกับการเกษตร ภายใต้กรอบความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจไทย-ญี่ปุ่น (Japan-Thailand Economic Partnership Agreement: JTEPA) ครั้งที่ 14 ซึ่งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมดังกล่าวในปีนี้

น.ส.เกณิกา กล่าวต่อว่า ความร่วมมือของไทย-ญี่ปุ่น ในครั้งนี้ หากสำเร็จจะถือเป็นการลดอุปสรรคและอำนวยความสะดวกทางด้านการค้า ช่วยส่งขยายการส่งออกส้มโอสู่ญี่ปุ่นมากขึ้น และสร้างโอกาสทางการค้าของผลไม้ไทยในตลาดต่างประเทศ ซึ่งถือเป็นข่าวดีสำหรับเกษตรชาวสวนส้มโอของไทย ซึ่งจะทำให้ไทยสามารถผลักดันและเพิ่มมูลค่าการส่งออกส้มโอทุกสายพันธุ์ไปยังญี่ปุ่นได้

ทั้งนี้ ประเทศญี่ปุ่นเป็นตลาดส่งออกสินค้าเกษตรอันดับที่ 2 ของไทย โดยมีสัดส่วนการส่งออกไปญี่ปุ่นร้อยละ 10.07 ของมูลค่าการส่งออกสินค้าเกษตรไปโลก โดยในปี 2564 ไทยส่งออกไปญี่ปุ่นเป็นมูลค่า 146,717 ล้านบาท และในปี 2565 มีมูลค่าเพิ่มขึ้นเป็น 170,235 ล้านบาท ซึ่งที่ผ่านมา รัฐบาลได้ส่งเสริมการส่งออกผลไม้ไทยสู่ตลาดต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยได้หารือร่วมกับหน่วยงานญี่ปุ่นเพื่อผลักดันการส่งออกส้มโอไทยทุกสายพันธุ์