ยกทัพสินค้าสหกรณ์จัดกระเช้าส่งความสุขปีใหม่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/agricultural/401633?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=agricultural

ยกทัพสินค้าสหกรณ์จัดกระเช้าส่งความสุขปีใหม่

วันที่ 28 พฤศจิกายน 2562 – 19:30 น.
ของขวัญปีใหม่,สหกรณ์,มนัญญา
เปิดอ่าน 15 ครั้ง

มนัญญา เชิญชวนมอบความสุขด้วยกระเช้าสินค้าสหกรณ์เปิดจำหน่ายตั้งแต่ 2 ธ.ค. 62 – 12 ม.ค. 63 ยกทัพสินค้าคุณภาพให้คนที่รัก

28 พฤศจิกายน 2562 รมช.เกษตรฯ เปิดโครงการส่งความสุขในเทศกาลปีใหม่ด้วยสินค้าสหกรณ์ ประจำปี 2563 ชูแนวคิด “ส่งความสุข ส่งความห่วงใย จากใจสินค้าสหกรณ์” คัดสรรสินค้าสหกรณ์ กลุ่มเกษตรกร และกลุ่มอาชีพที่มีคุณภาพได้มาตรฐาน จัดลงกระเช้า

นางสาวมนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ในช่วงเทศกาลปีใหม่ของทุกปี กรมส่งเสริมสหกรณ์ได้จัดทำโครงการส่งความสุขในเทศกาลปีใหม่ด้วยสินค้าสหกรณ์ โดยรวบรวมสินค้าดีมีคุณภาพของสหกรณ์ กลุ่มเกษตรกรและกลุ่มอาชีพจากจังหวัดต่าง ๆ มาจัดตกแต่งเป็นกระเช้าสินค้า เพื่อจำหน่ายในช่วงเทศกาลปีใหม่ โดยเริ่มดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องทุกปี

ในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2563 นี้ กรมส่งเสริมสหกรณ์ยังคงจัดกิจกรรมจำหน่ายกระเช้าสินค้าสหกรณ์เช่นเดียวกับทุกปีที่ผ่านมา ภายใต้แนวคิด “ส่งความสุข ส่งความห่วงใย จากใจสินค้าสหกรณ์” โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุน และส่งเสริมกิจกรรมด้านการตลาดให้กับสินค้าของสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร เพื่อเชื่อมโยงเครือข่ายสินค้าของสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรผู้ผลิตสู่ผู้บริโภคได้ทั่วถึงยิ่งขึ้น โดยคาดหวังว่าผู้บริโภคจะได้รับสินค้าดีมีคุณภาพ มอบให้กันเป็นของขวัญของฝากในช่วงเทศกาลปีใหม่ สร้างความสุขใจทั้งผู้ให้และผู้รับ

สินค้าที่จะนำมาจัดลงกระเช้าในปีนี้ ได้คัดสรรมาจากหลายแหล่งทั่วทุกภาคของประเทศ โดยจะคัดสรรเฉพาะสินค้าคุณภาพทั้งอุปโภคบริโภค เน้นผลิตภัณฑ์ที่ดูแลสุขภาพเป็นหลัก อาทิ ผลิตภัณฑ์ประเภทข้าวเพื่อสุขภาพ เช่น ข้าวหอมมะลิอินทรีย์ ข้าวไรซ์เบอรี่ ข้าวสังข์หยด ข้าวกล้องหอมมะลิ และข้าวกข 43 รวมถึงสินค้าประเภทผลไม้และอาหารแปรรูป เช่น กล้วยตาก หมี่กรอบสามรส ลำไยอบแห้งเนื้อสีทอง หมูทุบหมูฝอย เนื้อทุบ เนื้อกระจก กุนเชียง เม็ดมะม่วงหิมพานต์ คุกกี้รสงา คุกกี้รสจมูกข้าวกล้อง ผลไม้อบแห้ง น้ำผึ้ง แยมมัลเบอรี่ เส้นหมี่โคราช ปลาร้าทรงเครื่อง และน้ำพริกประเภทต่าง ๆ

นอกจากนี้ยังมีสินค้าประเภทสมุนไพรและธัญพืช อาทิ สมุนไพรชงดื่ม ขิงผง เก๊กฮวยผง ดอกคำฝอย ชาใบหม่อนอินทรีย์ ชาเขียวข้าวหอมมะลิ ผลิตภัณฑ์ประเภทนมพร้อมดื่ม นม UHT นมปรุงแต่งชนิดเม็ด น้ำผลไม้ กาแฟชงพร้อมดื่ม กาแฟดริป ผลิตภัณฑ์จากผ้าไหมและผ้าฝ้าย สินค้าหัตถกรรม ผลิตภัณฑ์แก้วเบญจรงค์ แก้วมุก และผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ จากยางพารา และผลิตภัณฑ์อาหารจากโครงการส่วนพระองค์สวนจิตรลดาและโครงการหลวงดอยคำ

รูปแบบของกระเช้าสินค้าสหกรณ์ จะนำสินค้าของสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร กลุ่มอาชีพต่าง ๆ มาจัดวางและตกแต่งให้สวยงาม ราคากระเช้ามีตั้งแต่ 1,000 บาทขึ้นไป มีทั้งกระเช้าสำเร็จรูปที่จัดสินค้าและตกแต่งไว้เรียบร้อยแล้ว และยังเปิดโอกาสให้ลูกค้าเข้ามาเลือกสินค้าที่ต้องการจะให้จัดกระเช้าได้ด้วยตัวเองด้วย โดยทางกรมฯได้จัดเตรียมห้องจัดแสดง และจำหน่ายสินค้าที่ศูนย์จำหน่ายสินค้าสหกรณ์ อาคาร 3 ชั้น 1 ภายในกรมส่งเสริมสหกรณ์ ท่าน้ำเทเวศร์

เริ่มโครงการ ตั้งแต่วันที่ 2 ธันวาคม 2562 – 12 มกราคม 2563 จำหน่ายทุกวัน ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์ วันจันทร์ – ศุกร์ เปิดจำหน่าย ตั้งแต่เวลา 09.00 – 19.00 น. หน่วยงานต่าง ๆ หรือประชาชนที่สนใจจะสั่งซื้อกระเช้าสินค้าสหกรณ์ในช่วงเทศกาลปีใหม่นี้ สามารถดูรายละเอียดสินค้าและรูปแบบของกระเช้าสินค้าสหกรณ์ได้ทาง Facebook : coop market และทาง ID Line : cpd.shop หรือติดต่อสอบถามได้ทางโทรศัพท์ 02 – 2807506 หรือ 065 – 5241124 ซึ่งกรมฯมีโปรโมชั่นพิเศษ! สำหรับลูกค้าที่สั่งซื้อสินค้า ตั้งแต่ 10,000 บาทขึ้นไป บริการจัดส่งกระเช้าสินค้าสหกรณ์ฟรีในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล

ทั้งนี้ การจำหน่ายกระเช้าสินค้าสหกรณ์ครั้งนี้จะช่วยสร้างรายได้สู่เกษตรกร เม็ดเงินจะหมุนเวียนกลับคืนสู่ชุมชน ในจังหวัดต่างๆ เบื้องต้นได้ตั้งเป้ายอดจำหน่ายในปีนี้ไม่น้อยกว่า 1 ล้านบาท พร้อมทั้งขอเชิญชวนให้คนไทยหันมากินของไทยใช้ของไทย ด้วยการอุดหนุนสินค้าของเกษตรกร เพื่อมอบเป็นของขวัญอันทรงคุณค่าแก่ญาติสนิท เพื่อนฝูงหรือผู้ใหญ่ที่เคารพนับถือ เนื่องในเทศกาลปีใหม่ที่จะถึงนี้

ขอความร่วมมือจากหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หน่วยงานภายนอก และประชาชนทั่วไปอุดหนุนกระเช้าสินค้าสหกรณ์ เพื่อสนับสนุนการสร้างอาชีพและส่งเสริมรายได้แก่เกษตรกร และเป็นกำลังใจให้เกษตรกรได้พัฒนาและผลิตสินค้าที่มีคุณภาพ มีประโยชน์ต่อสุขภาพและปลอดภัยสำหรับผู้บริโภคต่อไป

สุริยะ ยันเลื่อนแบนสารเหมาะกับสถานการณ์ ไม่มีใครค้าน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/agricultural/401629?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=agricultural

สุริยะ ยันเลื่อนแบนสารเหมาะกับสถานการณ์ ไม่มีใครค้าน

วันที่ 28 พฤศจิกายน 2562 – 19:01 น.
เลื่อนแบนสาร,สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ,ลาออกคณะกรรมการวัตถุอันตราย,รศจิราพร ลิ้มปานานนท์
เปิดอ่าน 58 ครั้ง

สุริยะ ยืนยัน เลื่อนแบนสารไม่มีใครคัดค้าน ข้องใจจิราพรเปลี่ยนท่าที ชี้มติคกก.วัตถุอันตรายเหมาะสมกับสถานการณ์ขณะนี้

28 พฤศจิกายน 2562 นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ประธานคณะกรรมการวัตถุอันตรายกล่าวถึงเรื่องที่รศ.จิราพร ลิ้มปานานนท์ นายกสภาเภสัชกรรม กรรมการวัตถุอันตรายผู้ทรงคุณวุฒิ

โดยได้โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า “ขอลาออกจากกรรมการวัตถุอันตรายผู้และขอแย้งการแถลงข่าวของประธานคณะกรรมการวัตถุอันตรายเนื่องจากไม่ได้มีการลงมติอย่างชัดเจนว่า ผู้ใดเห็นด้วยหรือไม่ในแต่ละประเด็น แต่เป็นภาวะจำยอมในการรับมติ จึงไม่สามารถเรียกได้ว่าเป็น มติเอกฉันท์ เพราะหากพิจารณาในการอภิปรายจะพบว่า ดิฉันยืนยันชัดเจนมาโดยตลอดในการแบนสารทั้งสาม และยืนยันให้คงมติวันที่ 22 ต.ค. 2562 และขอแย้งการแถลงข่าวที่ว่า ไกลโฟเซตไม่เป็นอันตราย เพราะกรรมการรวมทั้งดิฉันได้อภิปรายถึงผลเสียต่อสุขภาพและไม่สามารถจะจัดการความเสี่ยงต่อผู้บริโภค จนพบปนเปื้อนทั้งในสิ่งแวดล้อม ผัก ผลไม้ และน้ำนมแม่”

นายสุริยะกล่าวว่า ในการประชุมคณะกรรมการวัตถุอันตรายเมื่อวานนี้ (27 พ.ย. 62) กรรมการทุกคนร่วมกันพิจารณาอย่างรอบคอบและรอบด้าน โดยพิจารณาข้อมูลจากตัวแทนทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องมาเสนอในที่ประชุม เปิดให้นำเสนอข้อมูลอย่างเต็มที่โดยไม่ปิดกั้น รับฟังและหารือร่วมกันจนถึงขั้นการเสนอมติฯ จากข้อมูล ข้อเท็จจริง และสิ่งที่จะเกิดขึ้นอย่างรอบด้าน จากนั้นกรรมการทุกคนช่วยร่วมกันร่างมติและเลขานุการฯ เป็นคนพิมพ์มติในห้องประชุม

โดยที่ทุกคนสามารถแสดงความเห็นจนได้มติที่คณะกรรมการเห็นว่า เหมาะสมที่สุดสำหรับสถานการณ์ในขณะนี้และไม่มีใครคัดค้านเลย โดยเฉพาะรศ. จิราพรนั้น ร่วมแสดงความคิดเห็นและพูดคุยกับฝ่ายเลขานุการร่างมติอยู่ตลอด จึงไม่เข้าใจว่า ทำไมจึงออกมากล่าวว่า ไม่เห็นด้วย หลังจากประชุมเสร็จสิ้นแล้ว

“ผมเองยังแปลกใจเลยว่า หลังจากผมให้ที่ประชุมช่วยกันเสนอมติฯ เพื่อให้เป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย คุณจิราพรเองยังเป็นคนเดินไปให้ฝ่ายเลขาฯ แก้ไขข้อมูล และผมได้ถามย้ำหลายครั้งแล้วว่า มีใครคัดค้านไหม ในห้องไม่มีใครคัดค้าน มีเพียงกรรมการ 3 ท่านที่ขอตั้งข้อสังเกตว่า อยากให้ขยายเวลาการแบนออกไปเพื่อให้กรมวิชาการเกษตรฯ นำข้อมูลเรื่อง มาตรการรองรับให้รอบด้านและครบถ้วนกว่านี้ แต่เมื่อออกนอกห้องประชุมทำไมจึงเกิดกรณีแบบนี้ขึ้น” นายสุริยะกล่าว

มนัญญา ลั่นไม่เคยหักหลังใคร

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/agricultural/401622?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=agricultural

มนัญญา ลั่นไม่เคยหักหลังใคร

วันที่ 28 พฤศจิกายน 2562 – 18:04 น.
มนัญญา ไทยเศรษฐ์,แบนสาร
เปิดอ่าน 73 ครั้ง

มนัญญา ลั่นไม่เคยหักหลังใครไม่คิดกลับมติแบน 3 สาร เป็นการหักหลัง สังคมจะเป็นผู้ตอบกับประชาชนเองว่าใครทำอะไรไว้   เดินหน้าเข้มการร้านจำหน่าย การอนุญาตใช้สาร  

28 พฤศจิกายน 2562 น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ  รมช.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่าเมื่อมติของคณะกรรมการวัตถุอันตรายออกมาอย่างไรก็ต้องเคารพมติ แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีมติที่เป็นทางการออกมา

ฉะนั้นขณะนี้ต้องเดินหน้าไปตามมติเดิมที่มีผลทางกฎหมาย และเมื่อเช้าวันที่ 28 พ.ย. ได้ให้นโยบายกับกรมวิชาการเกษตรแล้วว่าให้เดินหน้าตามมติของคณะกรรมการวัตถุอันตรายที่มีผลทางกฏหมาย และต้องปฏิบัติอย่างจริงจัง

“มีหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายก็ได้ทำหน้าที่ถึงที่สุด จนเรื่องออกไปถึงคณะกรรมการวัตถุอันตรายแล้ว แต่เมื่อผลเป็นอย่างอื่นก็ต้องว่ากันตามกฎหมายา ส่วนตัวไม่ได้เคยคิดหักหลังใคร ก็เลยไม่ได้คิดว่าใครจะมาหักหลัง วันนี้ขอทำหน้าที่ให้ดีที่สุด ประชาชนจะเป็นผู้ให้คำตอบเองว่า ใครทำหน้าที่อย่างไร แต่เท่าที่ทราบก็มีการยืนยันจากกรรมการในคณะกรรมการวัตถุอันตรายบางท่าน ออกมาเปิดเผยว่าที่ประชุมคณะกรรมการวัตถุอันตรายเมื่อ 27 พ.ย. 62  ไม่ได้มีการลงมติ จึงงง ที่มีการแถลงว่ามีมติเป็นเอกฉันท์ ดังนั้นขณะนี้ต้องว่ากันตามมติวันที่ 23 พ.ค. 62 ที่ให้มีการจำกัดการใช้ ทั้ง 3  สารจนกว่าจะมีการประกาศมติที่ประชุมคณะกรรมการวัตถุอันตรายวันที่ 27 พ.ย. 62 ในราชกิจจานุเบกษาเพื่อออกมาหักล้างมติ 23 พ.ค. 62 “รมช.เกษตรฯ กล่าว

น.ส.มนัญญา กล่าวว่า แต่ไม่ว่ามติจะเป็นอย่างไร วันนี้ก็จะเดินหน้าทำโครงการสนับสนุนสหกรณ์การเกษตร จัดหาเครื่องกลทางการเกษตรเพื่อให้บริการสมาชิกในราคายุติธรรม ซึ่งในส่วนรายละเอียดจะสำนักเครื่องจักรกลการเกษตร จากกรมวิชาการเกษตร เป็นผู้กำหนดแบบที่เหมาะสมกับพืชแต่ละชนิดและจะของบกลางจากรัฐบาลมาช่วยสหกรณ์ในการจัดหาเครื่องจักรดังกล่าว

“จะเป็นการให้เบ็ด ซึ่งมีความถาวรกว่า ไม่ได้ให้ปลา  สหกรณ์และแห่งจะได้จัดหาตามความต้องการของสมาชิก แต่ต้องเป็นไปตามหลักที่กรมวิชาการเกษตรกำหนดแบบ“ รมช.เกษตรฯกล่าว

ต่อข้อถามที่ว่า จะทำงานกับรมว.เกษตรฯ ต่อได้หรือไม่ เพราะมีปัญหาขัดแย้งกัน  น.ส.มนัญญา กล่าวว่า  ที่กระทรวงเกษตรฯบันไดเยอะเดินก็ต้องระวังตามสเต็ป  แล้วก็เข้าห้องทำงานไป ซึ่งเมื่อตนเองกำกับกรมวิชาการเกษตร ก็ได้ทำหน้าที่ดีที่สุดแล้ว เมื่อวานตนเองก็ได้ให้สัมภาษณ์ว่า หากใครเห็นว่าจะดูแลกรมวิชาการเกษตรได้ดีกว่าก็มาเอาไป แต่ขอกรมชลประทานมาให้ก็แล้วกันเพราะเกษตรกรกำลังลำบากมากไม่มีน้ำ และหากรมว.เกษตรฯ เรียกไปหารือ ก็พร้อมที่จะเข้าพบทุกเวลา

ทั้งนี้เครือข่ายผู้บริโภค ได้เข้าพบมอบดอกไม้เพื่อให้กำลังใจน.ส.มนัญญา ที่กระทรวงเกษตรฯ โดยนายชนวน รัตนะวราหะ  อดีตรองอธิบดีกรมวิชาการเกษตร และผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรฯ กล่าวว่า  เป็นตัวแทนอดีตข้าราชการกระทรวงเกษตรฯมาให้กำลังใจและดีใจที่กระทรวงเกษตรฯมีรัฐมนตรีที่เป็นผู้หญิงแกร่งที่สุด เป็นนักต่อสู้มากกล้าหาญลุกขึ้นมาปฏิวัติภาคเกษตรครั้งใหญ่ขอให้เดินหน้าต่อไป จะพลิกโฉมการเกษตรไทยได้ สำเร็จ หลุดพ้นจากทำเกษตรแบบดั้งเดิมมาหลายทศวรรษที่ไม่ได้พัฒนาไปไหน จนขณะนี้หลายประเทศที่ทำเกษตรล้าหลังไทย กลับก้าวไกลกว่าในเรื่องนำระบบเทคโนโลยีการเกษตรมาใช้ทำให้การผลิตได้ประสิทธิภาพที่แม่นยำ  ประหยัดต้นทุนได้จริง และขอประณามพรรคพลังประชารัฐและประชาธิปัตย์ที่เห็นแก่ผลประโยชน์ของบริษัทค้าสารเคมีมากกว่าผู้บริโภค

น.ส.สารี อ่องสมหวัง ตัวแทนมูลนิธิคุ้มครองผู้บริโภค กล่าวว่า เสนอให้ผ่าตัดโครงสร้างกระทรวงเกษตรให้มีกรมสนับสนุนเกษตรอินทรีย์ที่ชัดเจน รวมทั้งเรียกร้องให้มีการแสดงฉลากที่สินค้าให้ผู้บริโภคมีสิทธิในการเลือกสินค้าเกษตร ผักผลไม้และอาหารที่มีการใช้สารเคมีอย่างชัดเจนเพื่อเป็นทางเลือกของประชาชน ตามที่คณะกรรมการวัตถุอันตราย ได้กลับมติของตนเองให้ชะลอการเพิกถอนทะเบียนพาราควอตและคลอร์ไพริฟอส ไปอีก 6 เดือน และยกเลิกการเพิกถอนทะเบียนสารไกลโฟเสตให้อยู่ในระดับเพียงจำกัดการใช้ ที่เอื้อประโยชน์กับนายทุน เพราะการจำกัดการใช้ ไม่ได้ป้องกันเรื่องความปลอดภัย ผู้บริโภค ขนาดตรวจในน้ำส้มสด ยังพบสารตกค้าง 100%

น.ส.สารี กล่าวว่าสะท้อนให้เห็นถึง ความไม่คงเส้นคงวาไม่มีหลักวิชาการของคณะกรรมการวัตถุอันตราย พรรคพลังประชารัฐและพรรคประชาธิปัตย์ที่เลือกข้างบริษัทสารเคมีและผลประโยชน์ส่วนตน นอกจากนี้ เรียกร้องให้ กระทรวงเกษตรฯ ผลักดันสินค้า เกษตรทั้งผักและผลไม้ ให้ระบุแหล่งที่มาว่าเป็นฟาร์มที่มีการใช้สารเคมีทั้ง 3 ชนิดหรือไม่เพื่อให้ประชาชนเป็นผู้เลือก  และสนับสนุนให้ลดภาษีเครื่องจักรกลทางการเกษตรและสนับสนุนให้เกษตรกร ยืมเครื่องจักรกลใช้งานแทนการใช้สารเคมี เหมือนที่ให้นำเข้าสารเคมีเกษตรไม่ต้องเสียภาษี และผลักดันให้กระทรวงสาธารณสุข สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ปรับปรุงฉลากของผลิตภัณฑ์อาหาร ให้ระบุสารเคมีที่ใช้ในทางการเกษตรให้ครบถ้วน เช่นเดียวกับการใช้วัตถุเจือปนอาหารตามหลักเกณฑ์การแสดงฉลากอาหารของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา

นายฉกรรจ์  แสงรักษาวงศ์ ที่ปรึกษารมช.เกษตรฯ กล่าวว่า เมื่อที่ประชุมคณะกรรมการวัตถุอันตราย 27 พ.ย.  62 ไม่มีการรับรองมติผลประชุม  22 ต.ค. 62 ก็เท่ากับว่า มติแบน 22 ต.ค. ไม่มีผลบังคับใช้  ขณะเดียวกัน ทีประชุม  27 พ.ย. 62 ก็ยังมีข้อกถเถียงกันว่ามีมติหรือไม่  เพราะจากข้อเท็จจริงขณะนี้ยังไม่ชัด เพราะฉนั้นทางราชการก็ต้องยึดตามหนังสือราชการเท่านั้น

มติเป็นอย่างไร ไม่มีใครทราบ  มีการฟังมติผ่านทีวี  แต่ก็มีกรรมการออกมาแย้ง  เพราะฉะนั้นขณะนี้เรื่อง 3  สารมีทั้งหมด  3  เหตุคือมติวันที่ 23 พ.ค. 62  ที่มีการจำกัดการใช้ และอบรมเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนอบรมการใช้สาร 4 แสนราย ผ่านการอบรม  3 แสนราย และร้านจำหน่ายต้องขึ้ทะเบียนผู้จำหน่าย ผู้ซื้อต้องมีใบอนุญาตซื้อในปริมาณที่กำหนด  และผู้รับจ้างพ่นสารต้องมีการอบรมและมีและมีใบอนุญาตรับจ่างพ่นสารเท่านั้น

ในขณะที่มติสองครั้งคือ  22 ต.ค.62 ไม่มีการรับรองมติเท่ากับไม่มีผลบังคับใช้และ  มติ 27 พ.ย.  62  ขณะนี้ยังไม่ชัด และยังไม่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เพราะฉะนั้นเกษตรกรที่ใช้สาร 3 ตัวคือพาราควอต คอลร์ไพริฟอส ไกลโฟเซส  ต้องเป็นไปตามมติ  23 พ.ค. 62  คือจำกัดการใช้  ส่วนสารที่เหลือ  2.3 หมื่นตันในสต๊อกเอกชนก็เป็นเรื่องที่เอกชนต้องไปบริหารจัดการให้เป็นไปตามกฏหมาย  ส่วนประเด็นการฟ้องศาลปกครองก็เป็นเรื่องที่ผู้มีส่วนได้เสียจะดำเนินการกันเอง

เฉลิมชัย ยัน ไม่ได้ลงนามหนังสือส่งคกก.วัตถุอันตราย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/agricultural/401624?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=agricultural

เฉลิมชัย ยัน ไม่ได้ลงนามหนังสือส่งคกก.วัตถุอันตราย

วันที่ 28 พฤศจิกายน 2562 – 18:03 น.
แบนสารเคมี,เฉลิมชัย
เปิดอ่าน 74 ครั้ง

เฉลิมชัย ยัน ไม่ได้ลงนามในหนังสือใดๆ ส่งคณะกรรมการวัตถุอันตราย ชี้ทำงานเพื่อแก้ปัญหาเกษตรกรไม่ว่ามติจะออกมาอย่างไร โต้ไม่ได้หักหลังและขัดแย้งพรรคร่วมรัฐบาล

28 พฤศจิกายน 2562 นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์กล่าวถึงข่าวที่ว่า ตนลงนามในเอกสารส่งถึงคณะกรรมการวัตถุอันตรายจนเป็นผลให้มติเปลี่ยนแปลงจากวันที่ 22 ตุลาคม

โดยนายเฉลิมชัย ยืนยันว่า ไม่ได้ลงนามในเอกสารใด ๆ ทั้งสิ้น แม้กระทั่งหนังสือที่จะต้องนำเรียนนายกรัฐมนตรีซึ่งมอบหมายให้รับฟังความเดือดร้อนของเกษตรกรก็ยังไม่ได้ลงนามเนื่องจากก่อนหน้านี้นายกรัฐมนตรีไปราชการที่เกาหลี สำหรับการลงความเห็นของกรรมการวัตถุอันตรายที่เป็นผู้แทนกระทรวงเกษตรฯ 4 คนนั้น ตนไม่ได้ชี้แนะเรื่องใด ๆ ให้เป็นดุลพินิจของแต่ละคน โดยพิจารณาจากข้อมูลของที่ประชุมคณะกรรมการวัตถุอันตราย

นายเฉลิมชัย กล่าวต่อว่า ที่มีการกล่าวหาว่า ใช้กลยุทธ์หักหลังพรรคร่วมรัฐบาลนั้น ยืนยันไม่ได้หักหลังใคร โดยเฉพาะกับพรรคภูมิใจไทย ตนสนิทสนมกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุข หัวหน้าพรรคภูมิใจไทยและนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมดี นัดรับประทานอาหารด้วยกันบ่อยและหลังจากนี้จะนัดกันอีก

ส่วนที่น.ส. มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรฯ ระบุว่า ตนลงนามในหนังสือ อีกทั้งกรมวิชาการเกษตรเสนอข้อมูลเข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการวัตถุอันตรายโดยไม่ได้รายงานน.ส.มนัญญาซึ่งกำกับดูแลกรมวิชาการเกษตรนั้น นายเฉลิมชัยกล่าวว่า คงไม่ต้องทำความเข้าใจอะไรกันเพราะเป็นผู้ใหญ่กันแล้ว การเป็นรัฐมนตรีนั้นต้องทำงานเพื่อแก้ปัญหาให้ประชาชน ตนไม่ได้ติดใจเรื่องอะไร

สำหรับมติคณะกรรมการวัตถุอันตรายที่ให้ชะลอการยกเลิกใช้พาราควอตซึ่งเป็นสารป้องกันกำจัดวัชพืชและคลอร์ไพริฟอสซึ่งเป็นสารป้องกันกำจัดศัตรูพืชออกไป 6 เดือนนั้น สำหรับสารชีวภัณฑ์ที่ใช้กำจัดศัตรูพืชนั้น กรมวิชาการเกษตรรายงานว่า มีขึ้นทะเบียนแล้ว 73 ชนิด แต่สารชีวภัณฑ์กำจัดวัชพืชยังไม่มีจึงมอบหมายกรมส่งเสริมสหกรณ์ให้จัดทำโครงการนำร่องในสหกรณ์การเกษตรที่ปลูกพืชเศรษฐกิจ 6 ชนิดได้แก่ อ้อย มันสำปะหลัง ปาล์มน้ำมัน ยางพารา ข้าวโพด และไม้ผล

โดยจะสนับสนุนเครื่องจักรกลการเกษตรเพื่อใช้แทนสารเคมีและแรงงานซึ่งในวันที่ 10 ธันวาคมนี้จะได้ข้อสรุปว่า สนับสนุนอะไรบ้างและใช้งบประมาณเท่าไร ส่วนไกลโฟเซตซึ่งเป็นสารป้องกันกำจัดวัชพืชที่มีมติให้จำกัดการใช้นั้น จะดำเนินการตามมาตรการที่วางไว้ก่อนหน้านี้แล้ว ที่กำหนดให้ใช้ในพืชเศรษฐกิจ 6 ชนิดดังกล่าวเท่านั้น ห้ามใช้ในพื้นที่ต้นน้ำ ควบคุมปริมาณการจำหน่าย อีกทั้งเกษตรกร ผู้รับจ้างฉีดพ่น และผู้จำหน่ายต้องได้รับการอบรมเพื่อให้ใช้อย่างถูกต้องและปลอดภัยสูงสุด

“คณะทำงานซึ่งมีปลัดกระทรวงเกษตรฯ เป็นประธานมุ่งมั่นหาแนวทางช่วยเหลือเกษตรกรที่จะได้รับผลกระทบทุกด้าน ยืนยันว่า กระทรวงเกษตรฯ ห่วงใยสุขภาพของผู้บริโภคด้วย ดังนั้นจึงจะปรับแนวทางการทำเกษตรกรรม โดยส่งเสริมการทำเกษตรปลอดภัยและเกษตรยั่งยืน” นายเฉลิมชัยกล่าว

มนัญญา ยันที่ประชุมไม่ได้ลงมติเลื่อนแบนสารเคมี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/agricultural/401604?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=agricultural

มนัญญา ยันที่ประชุมไม่ได้ลงมติเลื่อนแบนสารเคมี

วันที่ 28 พฤศจิกายน 2562 – 17:26 น.
มนัญญา,สารเคมี,แบน 3 สาร,ผ่าตัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
เปิดอ่าน 67 ครั้ง

รมช.เกษตร ยืนยัน คกก.ไม่ได้ลงมติแต่อย่างใด ส่วนผลที่ออกมาเป็นเอกฉันท์นั้นให้ไปถามต่อที่กระทรวงอุตสาหกรรม เครือข่ายผู้บริโภค เสนอผ่าตัดกระทรวงเกษตรฯ

28 พฤศจิกายน 2562 หลังจากที่คณะกรรมการวัตถุอันตราย มีมติเลื่อนการแบน 2 สารเคมีประกอบด้วย พาราควอต คลอร์ไพริฟอส ออกไปอีก 6 เดือนจากมติเดิมที่มีผลบังคับใช้ 1 ธันวาคม 2562 เป็น 1 มิถุนายน  2563 พร้อมกันนี้ยังมีมติจำกัดการใช้สารไกลโฟเซต

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นางสาวมนัญญา ไทยเศรษฐ์ บอกว่า ที่ผ่านมาได้ผลักดันสุดฝีมือแล้วหลังจากนี้อยู่ที่ประธานว่าจะตัดสินอย่างไรมติที่ออกมาสมบูรณ์แล้วหรือไม่ส่วนในเรื่องการลงมติเมื่อวานได้สอบถามตัวแทนกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ยืนยันว่าเมื่อวานไม่ได้มีการลงมติแต่อย่างใด และยังบอกอีกว่า ตัวเองไม่โดนหักหลังเพราะไม่ยอมให้ใครมาหักหลังแน่ๆ
นอกจากนี้เครือข่ายผู้บริโภคนำโดยเลขาธิการมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค นางสาว สารี อ๋องสมหวัง มายื่นหนังสือรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มนัญญา ไทยเศรษฐ์ เพื่อเสนอให้ผ่าตัดโครงสร้างกระทรวงเกษตรให้มีกรมสนับสนุนเกษตรอินทรีย์ที่ชัดเจน รวมทั้งเรียกร้องให้มีการแสดงฉลากให้ผู้บริโภคมีสิทธิในการเลือกสินค้าเกษตร ผักผลไม้และอาหารที่มีการใช้สารเคมีอย่างชัดเจน และยังขอประณามพรรคพลังประชารัฐและประชาธิปัตย์ที่เห็นแก่บริษัทสารเคมีมากกว่าผู้บริโภค

สำหรับข้อเรียกร้องต่อกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ คือ ผลักดันให้สินค้าเกษตรทั้งผักและผลไม้ มีการระบุ แหล่งที่มาของสินค้า และกระบวนการผลิตว่า มีการใช้สารเคมีอันตรายหรือ เพื่อให้ผู้บริโภคมีสิทธิเลือกและได้รับความปลอดภัย รวมทั้งเกษตรกรที่ยังยืนยันถึงความจำเป็นในการใช้สารเคมีขอให้ระบุสินค้าเกษตรของตนว่า กระบวนการผลิตมีการใช้สารเคมีอันตรายเหล่านี้

ผ่าตัดโครงสร้างของกระทรวงเกษตรให้มีหน่วยงานระดับกรม เพื่อสนับสนุนเกษตรกรรมยั่งยืนและเกษตรอินทรีย์ ตามรายงานและข้อเสนอของสภาผู้แทนราษฎรที่มีมติเอกฉันท์เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ในการยกเลิกสารเคมี 3 ชนิดนี้ และเดินหน้าปรับเปลี่ยนประเทศไทยไปสู่การพัฒนาเกษตรกรรมยั่งยืนให้ได้ 100% ของพื้นที่เกษตรกรรมทั้งหมดภายในปีพ.ศ. 2573

สนับสนุนให้ลดภาษีเครื่องจักรกลทางการเกษตรและสนับสนุนให้เกษตรกร ยืมเครื่องจักรกลใช้งานแทนการใช้สารเคมี และร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ปรับปรุงฉลากของผลิตภัณฑ์อาหาร ให้ระบุสารเคมีที่ใช้ในทางการเกษตรให้ครบถ้วน

เฉลิมชัย หนุนเกษตรปลอดภัยก้าวสู่ครัวโลก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/agricultural/401586?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=agricultural

เฉลิมชัย หนุนเกษตรปลอดภัยก้าวสู่ครัวโลก

วันที่ 28 พฤศจิกายน 2562 – 16:09 น.
เฉลิมชัย
เปิดอ่าน 18 ครั้ง

เฉลิมชัย หนุนการทำการเกษตรแบบปลอดภัย สร้างความเชื่อมั่นผู้บริโภค เตรียมพร้อมในการก้าวไปสู่การเป็นครัวโลก

28 พฤศจิกายน 2562 นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังเปิดงานมหกรรมอารยสถาปัตย์ และนวัตกรรมสุขภาพเพื่อคนทั้งมวล ครั้งที่ 4 Thailand Friendly Design Expo 2019 ณ อิมแพค เมืองทองธานี  วไปสู่การเป็นครัวโลกต่อไป///

โดยบอกว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์มุ่งหวังให้เกษตรกรมีรายได้และมีความปลอดภัยในการประกอบอาชีพ อีกทั้งยังต้องสร้างความปลอดภัยให้กับทั้งผู้บริโภคและผู้ผลิตด้วย ซึ่งแนวคิดดังกล่าวเป็นนโยบายที่จะต้องผ่านกระบวนการในการขับเคลื่อน อีกทั้งต้องได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาสังคม โดยที่ทุกหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ ได้ร่วมกันทำการเกษตรกรรมแบบยั่งยืน เช่น การทำเกษตรแบบผสมผสาน และการทำเกษตรอินทรีย์ ที่เน้นย้ำให้ก้าวไปสู่เกษตรปลอดภัย นอกจากนี้ ยังมุ่งเน้นในเรื่องเศรษฐกิจพอเพียงด้วย

ปัจจุบันผู้คนกลับมาให้ความสำคัญกับสุขภาพอนามัย กระทรวงเกษตรฯ จึงต้องการส่งเสริมให้เกษตรกรมีหลักในการทำการเกษตร โดยยึดหลักการตลาดนำการผลิต จะผลิตตามความต้องการของตลาด ซึ่งหากผู้บริโภคเน้นในเรื่องความปลอดภัย ในฐานะผู้ผลิตจึงต้องทำการเกษตรอย่างปลอดภัยด้วย

เริ่มจากเกษตรปลอดภัยและจะก้าวไปสู่เกษตรอินทรีย์ในอนาคต และสามารถรับประกันได้ว่าจะไม่มีอันตรายต่อผู้บริโภคอย่างแน่นอน ซึ่งมีเครื่องหมายในการการันตีจากหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ เช่น มาตรฐานสินค้า Q ที่จะสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภค ทั้งของคนไทยเองและต่างชาติด้วย ซึ่งในอนาคตประเทศไทยจะต้องก้าวไปสู่การเป็นครัวโลกต่อไป

‘เฉลิมชัย’ยันไม่หักหลัง-โต้ขัดแย้งพรรคร่วม ย้ำมุ่งแก้ปัญหาเกษตรกร

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/456985

'เฉลิมชัย'ยันไม่หักหลัง-โต้ขัดแย้งพรรคร่วม ย้ำมุ่งแก้ปัญหาเกษตรกร

‘เฉลิมชัย’ยันไม่หักหลัง-โต้ขัดแย้งพรรคร่วม ย้ำมุ่งแก้ปัญหาเกษตรกร

วันพฤหัสบดี ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562, 16.55 น.

รมว.เฉลิมชัย ยืนยันไม่ได้ลงนามในหนังสือใดๆส่งคณะกรรมการวัตถุอันตราย ชี้ทำงานเพื่อแก้ปัญหาเกษตรกรไม่ว่ามติจะออกมาอย่างไร โต้ไม่ได้หักหลังและขัดแย้งพรรคร่วมรัฐบาล

นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์กล่าวถึงข่าวที่ว่า ตนลงนามในเอกสารส่งถึงคณะกรรมการวัตถุอันตรายจนเป็นผลให้มติเปลี่ยนแปลงจากวันที่ 22 ตุลาคม โดยนายเฉลิมชัยยืนยันว่า ไม่ได้ลงนามในเอกสารใดๆทั้งสิ้น แม้กระทั่งหนังสือที่จะต้องนำเรียนนายกรัฐมนตรี ซึ่งมอบหมายให้รับฟังความเดือดร้อนของเกษตรกรก็ยังไม่ได้ลงนาม เนื่องจากก่อนหน้านี้นายกรัฐมนตรีไปราชการที่เกาหลี สำหรับการลงความเห็นของกรรมการวัตถุอันตรายที่เป็นผู้แทนกระทรวงเกษตรฯ 4 คนนั้น ตนไม่ได้ชี้แนะเรื่องใดๆ ให้เป็นดุลพินิจของแต่ละคน โดยพิจารณาจากข้อมูลของที่ประชุมคณะกรรมการวัตถุอันตราย

นายเฉลิมชัย กล่าวต่อว่า ที่มีการกล่าวหาว่า ใช้กลยุทธ์หักหลังพรรคร่วมรัฐบาลนั้น ยืนยันไม่ได้หักหลังใคร โดยเฉพาะกับพรรคภูมิใจไทย ตนสนิทสนมกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุข หัวหน้าพรรคภูมิใจไทยและนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมดี นัดรับประทานอาหารด้วยกันบ่อยและหลังจากนี้จะนัดกันอีก ส่วนที่น.ส. มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรฯ ระบุว่า ตนลงนามในหนังสือ อีกทั้งกรมวิชาการเกษตรเสนอข้อมูลเข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการวัตถุอันตรายโดยไม่ได้รายงานน.ส. มนัญญา ซึ่งกำกับดูแลกรมวิชาการเกษตรนั้น

นายเฉลิมชัย กล่าวว่า คงไม่ต้องทำความเข้าใจอะไรกันเพราะเป็นผู้ใหญ่กันแล้ว การเป็นรัฐมนตรีนั้นต้องทำงานเพื่อแก้ปัญหาให้ประชาชน ตนไม่ได้ติดใจเรื่องอะไร สำหรับมติคณะกรรมการวัตถุอันตรายที่ให้ชะลอการยกเลิกใช้พาราควอตซึ่งเป็นสารป้องกันกำจัดวัชพืชและคลอร์ไพริฟอสซึ่งเป็นสารป้องกันกำจัดศัตรูพืชออกไป 6 เดือนนั้น

สำหรับสารชีวภัณฑ์ที่ใช้กำจัดศัตรูพืชนั้น กรมวิชาการเกษตรรายงานว่า มีขึ้นทะเบียนแล้ว 73 ชนิด แต่สารชีวภัณฑ์กำจัดวัชพืชยังไม่มีจึงมอบหมายกรมส่งเสริมสหกรณ์ให้จัดทำโครงการนำร่องในสหกรณ์การเกษตรที่ปลูกพืชเศรษฐกิจ 6 ชนิดได้แก่ อ้อย มันสำปะหลัง ปาล์มน้ำมัน ยางพารา ข้าวโพด และไม้ผล โดยจะสนับสนุนเครื่องจักรกลการเกษตรเพื่อใช้แทนสารเคมีและแรงงานซึ่งในวันที่ 10 ธันวาคมนี้จะได้ข้อสรุปว่า สนับสนุนอะไรบ้างและใช้งบประมาณเท่าไร ส่วนไกลโฟเซตซึ่งเป็นสารป้องกันกำจัดวัชพืชที่มีมติให้จำกัดการใช้นั้น จะดำเนินการตามมาตรการที่วางไว้ก่อนหน้านี้แล้ว ที่กำหนดให้ใช้ในพืชเศรษฐกิจ 6 ชนิดดังกล่าวเท่านั้น ห้ามใช้ในพื้นที่ต้นน้ำ ควบคุมปริมาณการจำหน่าย อีกทั้งเกษตรกร ผู้รับจ้างฉีดพ่น และผู้จำหน่ายต้องได้รับการอบรมเพื่อให้ใช้อย่างถูกต้องและปลอดภัยสูงสุด

“คณะทำงานซึ่งมีปลัดกระทรวงเกษตรฯ เป็นประธานมุ่งมั่นหาแนวทางช่วยเหลือเกษตรกรที่จะได้รับผลกระทบทุกด้าน ยืนยันว่า กระทรวงเกษตรฯ ห่วงใยสุขภาพของผู้บริโภคด้วย ดังนั้นจึงจะปรับแนวทางการทำเกษตรกรรม โดยส่งเสริมการทำเกษตรปลอดภัยและเกษตรยั่งยืน” นายเฉลิมชัยกล่าว

ทางด้านนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ประธานคณะกรรมการวัตถุอันตรายกล่าวถึงเรื่องที่ รศ. จิราพร ลิ้มปานานนท์ นายกสภาเภสัชกรรม กรรมการวัตถุอันตรายผู้ทรงคุณวุฒิโพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า

“ขอลาออกจากกรรมการวัตถุอันตรายผู้และขอแย้งการแถลงข่าวของประธานคณะกรรมการวัตถุอันตราย เนื่องจากไม่ได้มีการลงมติอย่างชัดเจนว่า ผู้ใดเห็นด้วยหรือไม่ในแต่ละประเด็น แต่เป็นภาวะจำยอมในการรับมติ จึงไม่สามารถเรียกได้ว่าเป็น มติเอกฉันท์ เพราะหากพิจารณาในการอภิปรายจะพบว่า ดิฉันยืนยันชัดเจนมาโดยตลอดในการแบนสารทั้งสาม และยืนยันให้คงมติวันที่ 22 ต.ค. และขอแย้งการแถลงข่าวที่ว่า ไกลโฟเซตไม่เป็นอันตราย เพราะกรรมการรวมทั้งดิฉันได้อภิปรายถึงผลเสียต่อสุขภาพและไม่สามารถจะจัดการความเสี่ยงต่อผู้บริโภค จนพบปนเปื้อนทั้งในสิ่งแวดล้อม ผัก ผลไม้ และน้ำนมแม่”

นายสุริยะ กล่าวว่า ในการประชุมคณะกรรมการวัตถุอันตรายเมื่อวานนี้ (27 พ.ย. 62) กรรมการทุกคนร่วมกันพิจารณาอย่างรอบคอบและรอบด้าน โดยพิจารณาข้อมูลจากตัวแทนทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องมาเสนอในที่ประชุม เปิดให้นำเสนอข้อมูลอย่างเต็มที่โดยไม่ปิดกั้น รับฟังและหารือร่วมกันจนถึงขั้นการเสนอมติฯ รจากข้อมูล ข้อเท็จจริง และสิ่งที่จะเกิดขึ้นอย่างรอบด้าน จากนั้นกรรมการทุกคนช่วยร่วมกันร่างมติและเลขานุการฯ เป็นคนพิมพ์มติในห้องประชุม โดยที่ทุกคนสามารถแสดงความเห็นจนได้มติที่คณะกรรมการเห็นว่า เหมาะสมที่สุดสำหรับสถานการณ์ในขณะนี้และไม่มีใครคัดค้านเลย โดยเฉพาะรศ. จิราพรนั้น ร่วมแสดงความคิดเห็นและพูดคุยกับฝ่ายเลขานุการร่างมติอยู่ตลอด จึงไม่เข้าใจว่า ทำไมจึงออกมากล่าวว่า ไม่เห็นด้วย หลังจากประชุมเสร็จสิ้นแล้ว

“ผมเองยังแปลกใจเลยว่า หลังจากผมให้ที่ประชุมช่วยกันเสนอมติฯ เพื่อให้เป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย คุณจิราพรเองยังเป็นคนเดินไปให้ฝ่ายเลขาฯ แก้ไขข้อมูล และผมได้ถามย้ำหลายครั้งแล้วว่า มีใครคัดค้านไหม ในห้องไม่มีใครคัดค้าน มีเพียงกรรมการ 3 ท่านที่ขอตั้งข้อสังเกตว่า อยากให้ขยายเวลาการแบนออกไปเพื่อให้กรมวิชาการเกษตรฯ นำข้อมูลเรื่อง มาตราการรองรับให้รอบด้านและครบถ้วนกว่านี้ แต่เมื่อออกนอกห้องประชุมทำไมจึงเกิดกรณีแบบนี้ขึ้น” นายสุริยะกล่าว

‘อัจฉริยะ’แฉภาพ Google Earth ฟาร์มเลี้ยงไก่’ปารีณา’รุกป่าสงวน46ไร่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/456967

'อัจฉริยะ'แฉภาพ Google Earth ฟาร์มเลี้ยงไก่'ปารีณา'รุกป่าสงวน46ไร่

‘อัจฉริยะ’แฉภาพ Google Earth ฟาร์มเลี้ยงไก่’ปารีณา’รุกป่าสงวน46ไร่

วันพฤหัสบดี ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562, 16.08 น.

วันที่ 28 พฤศจิกายน 2562 หลงัจากนายวีระ สมความคิด ประธานเครือข่ายภาคประชาชนต่อต้านคอรัปชั่น พร้อมด้วยนายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ลงพื้นที่ตรวจสอบที่ดินของ น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ที่เขาสนฟาร์มไก่ ในพื้นที่ หมู่ที่ 6 ต.รางบัว อ.จอมบึง จ.ราชบุรี หลังจากที่คณะทำงานตรวจสอบพื้นที่ป่าในท้องที่จังหวัดราชบุรี

ซึ่งนายวีระ กล่าวว่า ตนอยากฝากถึงสื่อมวลชนและต่อหน้าคนไทยทั้งประเทศ ถ้าตนเองพูดผิด ให้อธิบดีป่าไม้และเลขา ส.ป.ก.ดำเนินคดีกับตนเอง ทั้งๆที่พวกคุณมันละเว้นมาโดยตลอดมันเป็นไปได้อย่างไร ป่าไม้มีแผนที่ดาวเทียมกูลเกิ้ลระเอียดยิบเลย ไม่เคยเห็นเลยแผนที่ดาวเทียมทำปี 58 – 59 ฟาร์มไก่ก่อสร้างมาตั้งแต่ปี 2545 ป่าถูกทำลายไปเท่าไหร่แล้วป่าไม้ไม่เคยเห็นเลย เอาง่ายๆ เสาไฟฟ้าแรงสูงเข้ามาในพื้นที่ป่าสงวน ป่าไม้ไม่เคยรู้เลย ใครอนุญาตเข้ามา ไฟฟ้าจะเข้ามาต้องขออนุญาตใคร ฝ่ายปกครอง นายอำเภอ กำนันผู้ใหญ่บ้าน ไม่รู้เลยหรือว่าที่นี่ทำอะไรกัน ทั้งหมดมันโกหกกันไม่ได้หรอกและจะมาหรอกคนไทยทั้งประเทศไม่ได้ ตนเชื่อว่าคนไทยทั้งประเทศต้องการอยากเห็นการปฏิบัติที่ตรงไปตรงมา ไม่ใช่ 2 มาตรฐาน อยากเห็นคนที่ทำผิดได้รับโทษโยเร็วเหมือนชาวบ้านที่ได้รับโทษโดยเร็ว นายวีระ กล่าว

ส่วนนายอัจฉริยะ เผยว่า คุณปารีณาไม่มีสิทธิ์ที่จะเข้ามาครอบครองแม้กระทั่งคุณพ่อของคุณมาปารีณาก็ตามเพราะว่าไม่ได้เป็นเกษตรกร ผมเชื่อว่าอธิบดีกรมป่าไม้ไม่กล้าที่จะบิดเบือน ถ้าบิดเบือน ขอให้เห็นแก่ชาติบ้านเมืองทำคดีแบบตรงไปตรงมา คดีของคุณปารีณาอย่ามีอภิสิทธิ์ชนเหนือประชาชนทั่วไป วันนี้ตนเข้ามาตรวจสอบกับกรมป่าไม้ กับ ส.ป.ก. ผมเชื่อว่าวันนี้ต้องมีข้อสรุป ผมมั่นใจว่าถ้าเอาผิดคุณปารีณาไม่ได้ โดยเฉพาะ ส.ส.สีระที่บอกว่าคุณปารีณาไม่ผิด ตนขอท้า ถ้าคุณปารีณาไม่ผิดผมยอมกราบเท้า ส.ส.สีระต่อหน้าคนไทยทั้งประเทศ แต่ถ้าเอาผิดได้ ส.ส.สีระกล้าลาออกไหม

ส่วนที่ตนบอกว่ามีหลักฐานเด็ดนั้นก็มาจากที่ ทางป่าไม้ระบุแล้วว่า บุกรุก 46 ไร่ แล้วถามว่าไม่ผิดอย่างไรอธิบดีเป็นคนพูดเองยืนยันต่อหน้าสื่อเองว่าคุณปารีณาบุกรุก 46 ไร่ เขาจะสู้เรื่องอายุความ

ขณะเดียวกัน นายอัจฉริยะได้มีการโพสต์รูปถ่าย Google Earth ผ่านเฟซบุ๊ก ชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ระบุว่าคือที่ดินของนางสาวปารีณา พร้อมวงกลมให้เห็นถึงจุดพื้นที่ที่นางสาวปารีณาครอบครอง ซึ่งเป็นพื้นที่รุกป่าสงวน จำนวน 46 ไร่

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : ‘อัจฉริยะ’ท้าถ้า’ปารีณา’ไม่ผิด! ยอมกราบเท้า’สิระ’ต่อหน้าคนทั้งประเทศ (ชมคลิป)

ชป.เชียงใหม่วอนลดทำนาปรังแล้งนี้ ชี้อ่างเก็บน้ำ-แหล่งน้ำธรรมชาติเหลือน้อย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/456964

ชป.เชียงใหม่วอนลดทำนาปรังแล้งนี้ ชี้อ่างเก็บน้ำ-แหล่งน้ำธรรมชาติเหลือน้อย

ชป.เชียงใหม่วอนลดทำนาปรังแล้งนี้ ชี้อ่างเก็บน้ำ-แหล่งน้ำธรรมชาติเหลือน้อย

วันพฤหัสบดี ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562, 16.06 น.

28 พฤศจิกายน 2562 ดร.ทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยถึงสถานการณ์น้ำในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ว่า ปัจจุบันในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่มีปริมาณน้ำต้นทุนในอ่างเก็บน้ำต่างๆรวมกันประมาณ 296 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือร้อยละ 44 ของความจุอ่าง แบ่งเป็นอ่างเก็บน้ำขนาดเล็ก 117 แห่ง อ่างเก็บน้ำขนาดกลาง 12 แห่ง และอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ 2 แห่ง ได้แก่ เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล และเขื่อนแม่กวงอุดมธารา ทั้งนี้ ได้กำหนดแผนการจัดสรรน้ำในช่วงฤดูแล้ง จากเขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชลประมาณ 105 ล้านลูกบาศก์เมตร แบ่งเป็นการส่งน้ำให้กับพื้นที่ทั้ง 2 ฝั่งของแม่น้ำปิง ในเขตจังหวัดเชียงใหม่และจังหวัด ประมาณ 70 ล้านลูกบาศก์เมตร

อีกส่วนจะส่งน้ำให้กับพื้นที่ชลประทานของโครงการแม่แฝก-แม่งัด รวมประมาณ 35 ล้านลูกบาศก์เมตร ในส่วนของเขื่อนแม่กวงอุดมธารา ขณะนี้มีปริมาณน้ำเก็บกักที่71 ล้านลบ.ม. มีแผนที่จะจัดสรรน้ำในฤดูแล้งนี้ประมาณ 19 ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งจะเน้นส่งน้ำเฉพาะการอุปโภค-บริโภค และไม้ผลไม้ยืนต้นเป็นหลัก จึงขอความร่วมมือจากเกษตรกรให้งดการเพาะปลูกข้าวนาปรัง และพืชฤดูแล้งปี 2562/63 นี้

ด้านนายจรินทร์ คงศรีเจริญ ผู้อำนวยการโครงการชลประทานเชียงใหม่ กล่าวเพิ่มเติมในส่วนของมาตรการควบคุมการบริหารจัดการน้ำในช่วงฤดูแล้ง ในปี 2563 ว่า โครงการชลประทานเชียงใหม่ จำเป็นต้องรักษาเสถียรภาพของตลิ่งแม่น้ำปิง และควบคุมการปิดกั้นทางน้ำที่เป็นอุปสรรคในการบริหารจัดการน้ำ รวมทั้งการเฝ้าระวังและควบคุมไม่ให้มีการปล่อยน้ำเสียลงในแม่น้ำ คู คลอง และแหล่งน้ำต่างๆ อีกทั้งการประปาส่วนภูมิภาคจังหวัดเชียงใหม่ ยังได้เตรียมการป้องกันหากเกิดกรณีระดับน้ำต่ำกว่าระดับที่จะสูบได้ โดยจะให้สำนักงานชลประทานที่ 1 เป็นผู้ควบคุมการเปิด-ปิดประตูปากคลองส่งน้ำในลำน้ำปิงทั้งหมด

นายจรินทร์ กล่าวอีกว่า นายเจริญฤทธิ์ สงวนสัตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ได้เน้นย้ำให้ประชาชนช่วยกันบริหารจัดการน้ำ และเลือกพืชที่เหมาะสมกับสถานการณ์น้ำที่จะเกิดขึ้น รวมไปถึงขอให้เกษตรกรปฏิบัติตามข้อแนะนำหรือคำแจ้งเตือนของโครงการชลประทานฯในพื้นที่อย่างเคร่งครัด พร้อมกันนี้ ยังได้มอบหมายให้เกษตรจังหวัดเชียงใหม่ ลงไปตรวจสอบพื้นที่ที่อยู่นอกเขตชลประทาน เพื่อสร้างความเข้าใจในเรื่องของสถานการณ์น้ำให้กับเกษตรกรทราบอย่างทั่วถึง และวางแนวทางในการใช้น้ำให้เหมาะสมกับสถานการณ์ต่อไป

‘เฉลิมชัย’หนุนทำเกษตรปลอดภัย เตรียมพร้อมไทยเข้าสู่ครัวโลก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/456946

'เฉลิมชัย'หนุนทำเกษตรปลอดภัย เตรียมพร้อมไทยเข้าสู่ครัวโลก

‘เฉลิมชัย’หนุนทำเกษตรปลอดภัย เตรียมพร้อมไทยเข้าสู่ครัวโลก

วันพฤหัสบดี ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562, 15.14 น.

นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังเปิดงานมหกรรมอารยสถาปัตย์ และนวัตกรรมสุขภาพเพื่อคนทั้งมวล ครั้งที่ 4 Thailand Friendly Design Expo 2019 ณ อิมแพค เมืองทองธานี ว่ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์มุ่งหวังให้เกษตรกรมีรายได้และมีความปลอดภัยในการประกอบอาชีพ อีกทั้งยังต้องสร้างความปลอดภัยให้กับทั้งผู้บริโภคและผู้ผลิตด้วย ซึ่งแนวคิดดังกล่าวเป็นนโยบายที่จะต้องผ่านกระบวนการในการขับเคลื่อน อีกทั้งต้องได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาสังคม โดยที่ทุกหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ ได้ร่วมกันทำการเกษตรกรรมแบบยั่งยืน เช่น การทำเกษตรแบบผสมผสาน และการทำเกษตรอินทรีย์ ที่เน้นย้ำให้ก้าวไปสู่เกษตรปลอดภัย นอกจากนี้ ยังมุ่งเน้นในเรื่องเศรษฐกิจพอเพียงด้วย

โดย ปัจจุบันผู้คนกลับมาให้ความสำคัญกับสุขภาพอนามัย กระทรวงเกษตรฯ จึงต้องการส่งเสริมให้เกษตรกรมีหลักในการทำการเกษตร โดยยึดหลักการตลาดนำการผลิต จะผลิตตามความต้องการของตลาด ซึ่งหากผู้บริโภคเน้นในเรื่องความปลอดภัย ในฐานะผู้ผลิตจึงต้องทำการเกษตรอย่างปลอดภัยด้วย เริ่มจากเกษตรปลอดภัยและจะก้าวไปสู่เกษตรอินทรีย์ในอนาคต และสามารถรับประกันได้ว่าจะไม่มีอันตรายต่อผู้บริโภคอย่างแน่นอน ซึ่งมีเครื่องหมายในการการันตีจากหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ เช่น มาตรฐานสินค้า Q ที่จะสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภค ทั้งของคนไทยเองและต่างชาติด้วย ซึ่งในอนาคตประเทศไทยจะต้องก้าวไปสู่การเป็นครัวโลกต่อไป