‘เลขาธิการ มกอช.’ร่วมประชุมคณะทำงานติดตามแก้ไขปัญหาการส่งออกทุเรียนย้อมสีไปจีน

'เลขาธิการ มกอช.'ร่วมประชุมคณะทำงานติดตามแก้ไขปัญหาการส่งออกทุเรียนย้อมสีไปจีน

‘เลขาธิการ มกอช.’ร่วมประชุมคณะทำงานติดตามแก้ไขปัญหาการส่งออกทุเรียนย้อมสีไปจีน

วันพฤหัสบดี ที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2568, 18.10 น.

เมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2568 นายสัตวแพทย์ชัยวัฒน์ โยธคล เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) ได้เข้าร่วมการประชุมคณะทำงานติดตามแก้ไขปัญหาการส่งออกทุเรียนย้อมสีไปสาธารณรัฐประชาชนจีน ครั้งที่ 9/2568 โดยมี นายอิทธิ ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานในการประชุมครั้งนี้ และ นางสาวนฤมล สงวนวงศ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นางสาวอิงอร ปัญญากิจ ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ณ ห้องประชุม 135 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

‘อธิบดีทวีศักดิ์’เปิดงานแสดงนวัตกรรมระบบข้อมูลการวิจัยกรมพัฒนาที่ดิน

'อธิบดีทวีศักดิ์'เปิดงานแสดงนวัตกรรมระบบข้อมูลการวิจัยกรมพัฒนาที่ดิน

‘อธิบดีทวีศักดิ์’เปิดงานแสดงนวัตกรรมระบบข้อมูลการวิจัยกรมพัฒนาที่ดิน

วันพฤหัสบดี ที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2568, 18.05 น.

เมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2568 ดร.ทวีศักดิ์ ธนเดโชพล อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน เป็นประธานในพิธีเปิดการจัดแสดงนวัตกรรมระบบข้อมูลการวิจัยกรมพัฒนาที่ดิน ณ โรงแรมเบสท์เวสเทิร์น นาดา ดอนเมือง แอร์พอร์ต กรุงเทพมหานคร โดยมี ดร.อาทิตย์ ศุขเกษม รองอธิบดีกรมพัฒนาที่ดินด้านวิชาการ กล่าวรายงาน ผู้อำนวยการกอง/สำนัก ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมงาน เพื่อเปิดตัว “ระบบข้อมูลการวิจัยกรมพัฒนาที่ดิน” ซึ่งเป็นนวัตกรรมที่ช่วยเผยแพร่ผลงานวิชาการของกรมฯ เพื่อการสืบค้นข้อมูลได้ง่ายและมีประสิทธิภาพ และมีกระบวนการให้คะแนนตาม Rating เพื่อให้เกษตรกรและประชาชนสามารถนำผลงานวิชาการของกรมฯ มาใช้ประโยชน์ในการทำการเกษตรได้

นอกจากนี้ ยังสามารถใช้สืบค้นข้อมูลเพื่อให้นักวิชาการกรมฯ นำมาต่อยอดงานวิจัยไปใช้ประโยชน์ รวมถึงเพิ่มโอกาสในการนำข้อมูลไปใช้ในการวิเคราะห์วางแผนงานโครงการและกิจกรรมต่างๆ ของกรมฯ ซึ่งเป็นข้อดีที่สามารถกระตุ้นให้เกิดการแลกเปลี่ยนข้อมูลและต่อยอดองค์ความรู้ระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้อีกด้วย และในอนาคตจะต้องมีการพัฒนาระบบเพิ่มเติม โดยนำไปเชื่อมโยงกับฐานข้อมูลของระบบต่างๆ ของกรมฯ เพื่อให้เกิดการวิเคราะห์ข้อมูลจากระบบฯ หลายแหล่งได้อย่างครอบคลุมมากขึ้น และสามารถเข้าถึงข้อมูลแบบ Real-time ได้ ช่วยในการตัดสินใจแก้ไขปัญหาการใช้ที่ดินให้แก่เกษตรกรอย่างรวดเร็วและแม่นยำ

– 006

‘อธิบดีกรมฝนหลวงฯ’เป็นปธ.เปิดโครงการ อบรมสร้างความตระหนักรู้ในการจัดการและการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

'อธิบดีกรมฝนหลวงฯ'เป็นปธ.เปิดโครงการ อบรมสร้างความตระหนักรู้ในการจัดการและการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

‘อธิบดีกรมฝนหลวงฯ’เป็นปธ.เปิดโครงการ อบรมสร้างความตระหนักรู้ในการจัดการและการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

วันพฤหัสบดี ที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2568, 14.35 น.

วันที่ 27 มีนาคม 2568 เวลา 09.00 น. นายราเชน ศิลปะรายะ อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ได้เป็นประธานในการเปิดโครงการ อบรมสร้างความตระหนักรู้ในการจัดการและการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อผู้เข้าร่วมการอบรม สามารถรู้ และเข้าใจ และตระหนักถึงความสำคัญในการดูแลและใช้ข้อมูลส่วนบุคคลให้กับบุคลากรที่เกี่ยวข้องกับการจัดการข้อมูลส่วนบุคคลได้ดียิ่งขึ้น ณ ห้องประชุมเทวกุล กรมฝนหลวงและการบินเกษตร

– 006

อยากมีรายได้และสุขภาพดี! แรงบันดาลใจเกษตรกร‘อำนาจเจริญ’ปรับวิถีการปลูกสู่เกษตรทฤษฎีใหม่

อยากมีรายได้และสุขภาพดี! แรงบันดาลใจเกษตรกร‘อำนาจเจริญ’ปรับวิถีการปลูกสู่เกษตรทฤษฎีใหม่

อยากมีรายได้และสุขภาพดี! แรงบันดาลใจเกษตรกร‘อำนาจเจริญ’ปรับวิถีการปลูกสู่เกษตรทฤษฎีใหม่

วันพฤหัสบดี ที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2568, 14.21 น.

“ทำเกษตรเชิงเดี่ยวมานาน รายได้ไม่แน่นอนจึงมีแนวคิดอยากสร้างรายได้ ตลอดจนมีสุขภาพที่ไม่ดีจึงเริ่มหันมาทำเกษตรปลอดภัย ปลูกพืชผสมผสาน บริหารจัดการบนพื้นที่จำกัดอย่างเกื้อกูลกันให้มีรายได้ประจำวัน เดือนและปี ปลูกพืชที่หลากหลาย ลดรายจ่ายทั้งคนและสัตว์”

นายวร สว่างเนตร เกษตรกรในพื้นที่หมู่ 8 บ้านภูเขาขาม ต.คีมใหญ่ อ.เมือง จ.อำนาจเจริญ เปิดเผยถึงที่มาที่ไปของการหันมายึดแนวทางเกษตรทฤษฎีใหม่ ปลูกพืชหลายชนิดสร้างระบบนิเวศที่เกื้อกูลกัน แบ่งเป็น 1.ไม้ป่า/ไม้พื้นถิ่น เช่น ยางนา ประดู่ สัก พยุง กระถินเทพา 2.ไม้ใช้สอย เช่น ไผ่ซางหม่น ไผ่สร้างไพร 3.ไม้กินได้/ไม้ผล/สมุนไพร เช่น ไผ่กิมซุง ไผ่อินโดจีน สะเดา กล้วยหอมคาเวนดิซ กล้วยตานี ข่า ตะไคร้ ฝรั่งกิมจู มะขามเปรี้ยวยักษ์ ลำไย นอกจากนั้นยังเลี้ยงเป็ดบาบาลี ไก่พื้นเมือง สุกร โค ปลาดุก ปลาตะเพียน ปลาหมอและหอยขม

ประโยชน์ที่ได้รับมีทั้งด้านเศรษฐกิจ มีรายได้จากการขายผลผลิต แบ่งเป็นรายวัน เช่น ฝรั่ง กล้วย เป็ด ไก่ กิ่งพันธุ์ ผัก รายเดือน คือสุกร และรายปีคือโค รายได้ทั้งหมดเฉลี่ยต่อปี 252,500 บาท บนพื้นที่ 4 ไร่ 1 งาน 34 ตารางวา ด้านสิ่งแวดล้อมทำให้พื้นที่มีความหลากหลายทางชีวภาพ และผลผลิตไม่ใช้สารเคมีจึงมีความปลอดภัย ยังมีด้านสังคมคือเกิดการรวมกลุ่มเพาะพันธุ์ลูกหมูจำหน่าย เป็นแหล่งศึกษาดูงานของผู้สนใจ

“อยากให้คนในชุมชนได้กินของดี ปลอดภัยต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม เพิ่มการปลูกป่า ไม้โตเร็วเพื่อใช้เป็นไม้ใช้สอย ให้ร่มเงาและสร้างรายได้อีกทางหนึ่ง” นายวร กล่าว

‘อัครา’ช่วยค่าฝากเก็บรักษาคุณภาพข้าว

‘อัครา’ช่วยค่าฝากเก็บรักษาคุณภาพข้าว

‘อัครา’ช่วยค่าฝากเก็บรักษาคุณภาพข้าว

วันพฤหัสบดี ที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

นายอัครา พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานพิธีมอบเงินค่าฝากเก็บและรักษาคุณภาพข้าวเปลือก ให้กับสมาชิกและเกษตรกรทั่วไป “โครงการสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกนาปีปีการผลิต 2567/68” ที่สำนักงานสหกรณ์การเกษตรมโนรมย์ จำกัด อ.มโนรมย์ จ.ชัยนาท ซึ่งร่วมโครงการเพื่อชะลอปริมาณข้าวเปลือกออกสู่ตลาดในฤดูเก็บเกี่ยว ช่วยเหลือสมาชิกและเกษตรกรทั่วไปให้มีรายได้เพิ่มขึ้น เพิ่มขีดความสามารถในการประกอบอาชีพ และยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกร ภายหลังคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบมาตรการรักษาเสถียรภาพราคาข้าวเปลือก ปีการผลิต 2567/68 ประกอบด้วยโครงการสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกนาปี ในปีการผลิต 2567/68 และโครงการสินเชื่อเพื่อรวบรวมข้าวและสร้างมูลค่าเพิ่มโดยสถาบันเกษตรกร ปีการผลิต 2567/68 เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2567

สำหรับการดำเนินโครงการสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกนาปี ในปีการผลิต 2567/68 มีสมาชิกและเกษตรกรทั่วไปเข้าร่วม 1,138 ราย สหกรณ์เก็บและรักษาคุณภาพข้าวเปลือกตามโครงการ 18,094 ตัน รวมมูลค่า 162,850,500 บาท ได้รับการสนับสนุนสินเชื่อจากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ทำให้สหกรณ์ สมาชิก และเกษตรกรทั่วไป ได้รับเงินค่าฝากเก็บและรักษาคุณภาพข้าวเปลือก รวม 27,141,000 บาท แบ่งเป็นสหกรณ์ 18,094,000 บาท สมาชิกและเกษตรกรทั่วไป 9,047,000 บาท

นายอัครา กล่าวว่า รัฐบาลได้ให้ความสำคัญกับพี่น้องชาวนาจึงมีมาตรการรักษาเสถียรภาพราคาข้าวเปลือก โดยส่งเสริมให้ร่วมโครงการสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกนาปีปีการผลิต 2567/68 นอกจากนี้ กรมการข้าว ยังใช้แนวทางการนำโรงเรียนร้าง มาเข้าร่วมโครงการศูนย์ข้าวชุมชน เพื่อปรับปรุงเป็นลานตากชุมชน ช่วยเกษตรกรที่ขาดแคลนลานตาก หรือปรับเปลี่ยนเป็นยุ้งฉาง เพื่อเข้าโครงการชะลอการขายข้าวได้

‘นฤมล’คุมผลไม้ส่งออก ย้ำLabตรวจ BY2 มีเพียงพอ

‘นฤมล’คุมผลไม้ส่งออก ย้ำLabตรวจBY2มีเพียงพอ

‘นฤมล’คุมผลไม้ส่งออก ย้ำLabตรวจBY2มีเพียงพอ

วันพฤหัสบดี ที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

คุมเข้ม : ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.เกษตรและสหกรณ์ ประชุมคณะกรรมการพัฒนาและบริหารจัดการผลไม้ ครั้งที่ 2/2568 ติดตามการแก้ปัญหาอุปสรรคการค้าผลไม้ส่งออก โดยมีมาตรการคุมเข้ม เฝ้าระวังป้องกันตั้งแต่กระบวนการผลิตการตรวจสอบสารเคมีตกค้างและศัตรูพืช ตามที่ประเทศคู่ค้ากำหนด

ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังประชุมคณะกรรมการพัฒนาและบริหารจัดการผลไม้ ครั้งที่ 2/2568 โดยมีผู้ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ว่าที่ประชุมได้ติดตามความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาอุปสรรคการค้าผลไม้ส่งออกของประเทศไทย ในกลุ่มสินค้าเกษตร 3 ชนิด ประกอบด้วย 1.ทุเรียน 2.ลำไย และ 3.มะม่วง ซึ่งกระทรวงเกษตรฯ ประกาศใช้มาตรการแก้ไขปัญหาอุปสรรคการค้าผลไม้ เป็นแนวทางการปฏิบัติให้แก่เกษตรกร และผู้ประกอบการในการรักษามาตรฐานความปลอดภัยในสินค้าเกษตรส่งออก อาทิ มาตรการเฝ้าระวังและป้องกันในกระบวนการผลิต มาตรการตรวจสอบสารเคมีตกค้างและศัตรูพืช ให้เป็นไปตามเกณฑ์ที่ประเทศคู่ค้ากำหนด เป็นต้น

“ช่วงเวลานี้เป็นช่วงที่ผลไม้ไทยใกล้จะออกผลผลิตและเตรียมจำหน่ายสู่ตลาด ได้ติดตามสถานการณ์และเตรียมพร้อมเจรจาเปิดตลาดใหม่อย่างใกล้ชิด เพื่อให้สอดคล้องกับจำนวนผลผลิตของเกษตร และลดผลกระทบจากการกระจุกตัวของสินค้าเกษตร สำหรับทุเรียน ปัจจุบันเรามีห้องปฏิบัติการทดสอบสาร BY2 แล้ว 13 ห้อง สามารถทดสอบตัวอย่างได้วันละ 3,000 ตัวอย่าง ซึ่งเพียงพอที่จะรองรับปริมาณทุเรียนที่จะต้องตรวจก่อนส่งออก ในส่วนของลำไย มีการเจรจาเปิดตลาดการส่งออกผลลำไยสดไปยังประเทศฟิลิปปินส์ เพื่อขยายโอกาสทางการตลาดของสินค้าเกษตรไทยเพิ่มเติม ทั้งนี้ ได้กำชับทุกภาคส่วนทำตามมาตรการที่กำหนดเพื่อรักษามาตรฐานและยกระดับสินค้าเกษตรไทย” ศ.ดร.นฤมล กล่าว

ศ.ดร.นฤมล กล่าวว่า นอกจากภารกิจด้านการปฏิบัติตามมาตรการต่างๆ แล้ว ยังให้ความสำคัญทางด้านวิชาการในการศึกษาและวิจัยเพื่อพัฒนาสายพันธุ์พืชเกษตรมูลค่าสูงด้วย

‘อิทธิ’มอบวัคซีนคุมเข้ม ป้องกันโรค‘ลัมปีสกิน’ระบาด

‘อิทธิ’มอบวัคซีนคุมเข้ม  ป้องกันโรค‘ลัมปีสกิน’ระบาด

‘อิทธิ’มอบวัคซีนคุมเข้ม ป้องกันโรค‘ลัมปีสกิน’ระบาด

วันพฤหัสบดี ที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

นายอิทธิ ศิริลัทธยากร รมช.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังเปิดโครงการรณรงค์ฉีดวัคซีนป้องกันโรคลัมปีสกิน เพื่อประชาสัมพันธ์และสร้างการรับรู้เกี่ยวกับวัคซีนดังกล่าว ให้กับเกษตรกรผู้เลี้ยงโค กระบือ ที่เทศบาล ต.แม่จะเรา อ.แม่ระมาด จ.ตาก ว่าโรคลัมปี สกิน สร้างความเสียหายต่อภาคปศุสัตว์และอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง จึงให้ความสำคัญกับการป้องกันและควบคุมโรคอย่างต่อเนื่อง ได้จัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2567 งบกลางรายการสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น ตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2567 ให้กับกรมปศุสัตว์ เพื่อจัดซื้อวัคซีนป้องกันโรคลัมปี สกิน 7,850,000 โดส เป็นการป้องกันไม่ให้เกิดการระบาดรุนแรง สร้างความเสียหายให้กับเกษตรกร

สำหรับ จ.ตาก เป็นจังหวัดที่สอง ตามแผนของกรมปศุสัตว์ ในการมอบวัคซีนลัมปี สกิน เนื่องจากมีพรมแดนติดกับประเทศเมียนมา เป็นประตูการค้าสำคัญที่มีการค้าขายชายแดนมาอย่างยาวนาน การค้าขายโค กระบือเป็นส่วนสำคัญของเศรษฐกิจในพื้นที่อย่างไรก็ตาม การระบาดของโรคลัมปีสกิน ทำให้การนำเข้าโค กระบือผ่านชายแดนชะลอตัวลง ส่งผลกระทบต่อการค้าขายอย่างมาก ซึ่งการป้องกันและควบคุมโรคอย่างมีประสิทธิภาพและการสร้างภูมิคุ้มกันให้กับโค กระบือในพื้นที่ เป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้ต่างประเทศยอมรับและเชื่อมั่นในสินค้าปศุสัตว์ของไทย และยังเป็นการส่งเสริมการค้าชายแดนด้วย

“โครงการรณรงค์ฉีดวัคซีนป้องกันโรคลัมปี สกิน มีความสำคัญในการป้องกันและควบคุมโรคระบาดในพื้นที่ และยังเป็นการประชาสัมพันธ์ให้เกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ได้รับทราบถึงความสำคัญของการฉีดวัคซีนควบคู่ไปกับมาตรการอื่นๆ เพื่อลดความสูญเสียที่อาจเกิดขึ้น วัคซีน 7.8 ล้านโดสนี้ จะครอบคลุมการป้องกันโรคในโค กระบือทั่วประเทศ โดย จ.ตาก ได้รับการจัดสรรวัคซีน 236,520 โดส ครอบคลุมประชากรโคและกระบือทั้งหมดในจังหวัด สำหรับเกษตรกรที่สนใจ สามารถขอรับบริการฉีดวัคซีนได้ที่สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดหรืออำเภอใกล้บ้าน และหน่วยงานอื่นๆ ที่ให้ความร่วมมือ” นายอิทธิ กล่าว

จากนั้น รมช.เกษตรฯ ได้ตรวจเยี่ยมคอกกักสัตว์วังแก้ว ต.แม่ปะ อ.แม่สอด จ.ตาก ซึ่งเป็นคอกกักสัตว์เพื่อการนำเข้าราชอาณาจักรจากประเทศเพื่อนบ้านสามารถกักโค กระบือ ได้ 5,500 ตัว แพะ แกะ 7,500 ตัว มีการดำเนินการกักโรคสัตว์ที่นำเข้าเพื่อตรวจทดสอบโรค และฉีดวัคซีนเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันแก่สัตว์ที่นำเข้าจากประเทศเพื่อนบ้าน ตามระเบียบของกรมปศุสัตว์ พร้อมพบปะและรับฟังปัญหาของผู้ประกอบการคอกกักสัตว์เอกชนเพื่อการนำเข้า และเกษตรกรผู้เลี้ยงโค กระบือในพื้นที่ 5 อำเภอชายแดน จ.ตาก

ผู้ช่วยฯลงพื้นที่ ติดตามโครงการ นำร่องแก้ปัญหา งานด้านเกษตรฯ

ผู้ช่วยฯลงพื้นที่  ติดตามโครงการ  นำร่องแก้ปัญหา  งานด้านเกษตรฯ

ผู้ช่วยฯลงพื้นที่ ติดตามโครงการ นำร่องแก้ปัญหา งานด้านเกษตรฯ

วันพฤหัสบดี ที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

นายพรเทพ ศรีธนาธร ผู้ช่วยปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ติดตามโครงการ “นำร่อง” การแก้ไขปัญหาด้านการเกษตรโดยน้อมนำแนวพระราชดำริ มาปรับใช้ในพื้นที่บ้านหนองกระทิง ต.ท่ากระดาน อ.สนามชัยเขต จ.ฉะเชิงเทรา และการดำเนินงานโครงการพัชรสุธาคชานุรักษ์ โดยมีเกษตรและสหกรณ์จังหวัดฉะเชิงเทรา ผู้นำชุมชน กลุ่มเกษตรกรหมู่บ้านคชานุรักษ์ และส่วนราชการในพื้นที่ เข้าร่วม

ทั้งนี้ โครงการนำร่อง มีพื้นที่เป้าหมายเดียวกันกับโครงการพัชรสุธาคชานุรักษ์ ประกอบด้วย 5 โครงการหลัก ได้แก่ การยกระดับรายได้กลุ่มวิสาหกิจชุมชนเกษตรแปลงรวม (ผัก) การยกระดับเศรษฐกิจชุมชน กลุ่มวิสาหกิจ แพะ แกะ โค การส่งเสริมอาชีพทางเลือก การแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร และระบบส่งน้ำเพื่อใช้ในภาคการเกษตร ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อเกษตรกรให้มีรายได้และความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

นอกจากนี้ ผู้ช่วยปลัดกระทรวงเกษตรฯ ได้พบกับเกษตรกร กลุ่มวิสาหกิจเกษตรแปลงรวม (ผัก)ซึ่งผ่านการรับรองมาตรฐาน GAP กลุ่มวิสาหกิจชุมชนแปรรูป (น้ำพริก) และเกษตรกรต้นแบบการเลี้ยง โค แพะ แกะ โดยได้ให้ข้อเสนอแนะการดำเนินงานด้านต่างๆ อาทิ การรวมกลุ่มเกษตรกร การถ่ายทอดองค์ความรู้ การพัฒนายกระดับไปสู่ผู้ประกอบการ รวมถึงการสร้างมูลค่าเพิ่มให้สินค้าเกษตรด้วยการแปรรูป รวมถึงโอกาสในการเพิ่มช่องทางการตลาดสำหรับสินค้าเกษตรมูลค่าสูงด้วย

‘ผส.พข.9’ลงพื้นที่ดำเนินงานโครงการตามแนวพระราชดำริ และติดตามผลการดำเนินงานปี 2568 ในพื้นที่จังหวัดกำแพงเพชร

'ผส.พข.9'ลงพื้นที่ดำเนินงานโครงการตามแนวพระราชดำริ และติดตามผลการดำเนินงานปี 2568 ในพื้นที่จังหวัดกำแพงเพชร

‘ผส.พข.9’ลงพื้นที่ดำเนินงานโครงการตามแนวพระราชดำริ และติดตามผลการดำเนินงานปี 2568 ในพื้นที่จังหวัดกำแพงเพชร

วันพุธ ที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2568, 16.18 น.

นายวิรุธ คงเมือง ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาที่ดินเขต 9 พร้อมด้วย นางสาวหงส์ลดา นาคฉ่ำ นักวิชาการเกษตรปฏิบัติการ สถานีพัฒนาที่ดินกำแพงเพชร ลงพื้นที่ดำเนินงานโครงการพระราชดำริสถานีพัฒนาการเกษตรที่สูงในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถพระบรมราชชนนีพันปีหลวง เพื่อสนับสนุนส่งเสริมการลดใช้สารเคมีทางการเกษตรและลดการเผาในพื้นที่ต้นน้ำ ม.10 บ้านโล๊ะโค๊ะ ม.26 บ้านป่าหมาก อ.โกสัมพีนคร และบ้านป่านาคา ม.8 ต.โป่งน้ำร้อน อ.คลองลาน และติดตามผลการดำเนินงาน 1) โครงการบริหารจัดการการผลิตสินค้าเกษตรตามแผนที่เกษตรเพื่อการบริหารจัดการเชิงรุก (Agri-Map) บ้านเกาะรากเสียด ม.2 ต.เพชรชมพู อ.โกสัมพีนคร 2) โครงการจัดระบบอนุรักษ์ดินและน้ำในพื้นที่เสี่ยงภัยพิบัติทางการเกษตร บ้านทุ่งธารทอง ม.16 ต.โกสัมภี อ.โกสัมพีนคร 3) โครงการสระน้ำในไร่นานอกเขตชลประทาน ต.โกสัมพี อ.โกสัมพี 4) โครงการธนาคารเมล็ดพันธุ์พืชปุ๋ยสด ต.ลานดอกไม้ตก อ.โกสัมพีนคร 5) แปลงขยายพันธุ์หญ้าแฝกเพื่อปลูก อ.โกสัมพีนคร ทั้งนี้ ผลการดำเนินงานแล้วเสร็จตามแผนงานและแผนการใช้จ่ายงบประมาณที่กำหนดไว้

– 006

เกษตรกร‘ร้อยเอ็ด’ปรับแนวทางหลังขาดทุน พลิกชีวิตด้วย‘เกษตรทฤษฎีใหม่’

เกษตรกร‘ร้อยเอ็ด’ปรับแนวทางหลังขาดทุน พลิกชีวิตด้วย‘เกษตรทฤษฎีใหม่’

เกษตรกร‘ร้อยเอ็ด’ปรับแนวทางหลังขาดทุน พลิกชีวิตด้วย‘เกษตรทฤษฎีใหม่’

วันพุธ ที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2568, 15.13 น.

นายภักดี พลเยี่ยม เกษตรกรหมู่ 10 หมู่บ้านโคกล่าม ต.หนองใหญ่ อ.เมือง จ.ร้อยเอ็ด เป็นอีกคนหนึ่งที่ประสบปัญหาจากเกษตรเชิงเดี่ยว โดยก่อนหน้านี้ปลูกมันสำปะหลังและอ้อย แต่เกิดภาวะขาดทุนและหน้าดินเสื่อมโทรม จึงหันมายึดแนวทางเกษตรทฤษฎีใหม่ ปลูกพืชหลากหลายชนิดแบบผสมผสาน โดยนำระบบวนเกษตร คือการจำลองสภาพป่าธรรมชาติมาใช้

จากพื้นที่ 10 ไร่ 1 งาน 16 ตารางวา มีสระน้ำ 2 แห่ง แบ่ง 7 ไร่มาทำวนเกษตร ปลูกไม้ป่า/ไม้พื้นถิ่นอย่างไผ่เลี้ยง ยางนา พยุง ประดู่ สัก ตะขบ เครือไม้ ไม้ผลและสมุนไพร เช่น มะพร้าว มะม่วง ขนุน ฝรั่ง ปลูกข้าว เลี้ยงควาย ไก่และปลา มีรายได้ 7 หมื่นบาทต่อปี มีสินค้าเกษตรแปรรูป เช่น สบู่ กระเช้าเถาวัลย์ และมีองค์ความรู้ที่ถ่ายทอดได้ เช่น เลี้ยววัว เลี้ยงไก่ ขยายพันธุ์พืชและแปรรูปสมุนไพร

“การปลูกไม้ป่าร่วมกับการเพาะกล้าไม้ ช่วยสร้างรายได้และอนุรักษ์พันธุ์ไม้ให้อยู่กับระบบนิเวศอย่างอุดมสมบูรณ์” นายภักดี กล่าว