เตรียมทหาร มอบรางวัลเกียรติยศจักรดาว’66 ผบ.เหล่าทัพพรึบ พี่น้อง ‘หร่ายเจริญ’ ได้ทั้งคู่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/781205

เตรียมทหาร มอบรางวัลเกียรติยศจักรดาว’66 ผบ.เหล่าทัพพรึบ พี่น้อง ‘หร่ายเจริญ’ ได้ทั้งคู่

เตรียมทหาร มอบรางวัลเกียรติยศจักรดาว’66 ผบ.เหล่าทัพพรึบ พี่น้อง ‘หร่ายเจริญ’ ได้ทั้งคู่

วันพุธ ที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2567, 10.34 น.

บิ๊กต่อ-บิ๊กดุง-บิ๊กไก่”ตบเท้ารับรางวัล“เกียรติยศจักรดาว” มูลนิธิศิษย์เก่าโรงเรียนเตรียมทหาร ประจำปี 2567  สองพี่น้อง“หร่ายเจริญ”ได้รับทั้งคู่ 

วันที่ 17 มกราคม 2567 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พลเอก สนิธชนก สังขจันทร์ ปลัดกระทรวงกลาโหม และประธานกรรมการมูลนิธิศิษย์เก่าโรงเรียนเตรียมทหารมูลนิธิศิษย์เก่าโรงเรียนเตรียมทหาร ลงนามประกาศมูลนิธิศิษย์เก่าโรงเรียนเตรียมทหาร เรื่อง การมอบรางวัลเกียรติยศจักรดาว ประจำปี 2567 ตามระเบียบมูลนิธิศิษย์เก่าโรงเรียนเตรียมทหาร ว่าด้วยการสรรหาศิษย์เก่าดีเด่นเพื่อรับรางวัลเกียรติยศจักรดาว พ.ศ. 2564 ลงวันที่ 21 กรกฎาคม 2564 และตามมติที่ประชุมวิสามัญ

คณะกรรมการมูลนิธิศิษย์เก่าโรงเรียนเตรียมทหาร ครั้งที่ 2/2566 เมื่อวันที่2 พฤศจิกายน 2566 มูลนิธิศิษย์เก่าโรงเรียนเตรียมทหาร มีความยินดีขอแจ้งให้ทราบทั่วกันว่า ศิษย์เก่าเตรียมทหาร ที่ได้รับเกียรติให้เป็นศิษย์เก่าเตรียมทหารดีเด่น สมควรแก่การรับรางวัลเกียรติยศจักรดาว ประจำปี 2567 จำนวน 12 รายดังนี้

1.พลเอก ยศนันท์ หร่ายเจริญ นักเรียนเตรียมทหาร รุ่นที่ 16 หมายเลขประจำตัว 6187นายทหารราชองครักษ์พิเศษ รับรางวัลเกียรติยศจักรดาว สาขาพัฒนาสังคม

2.พลเรือเอก พิเชฐ ตานะเศรษฐ นักเรียนเตรียมทหาร รุ่นที่ 18 หมายเลขประจำตัว 7344 กรรมการมูลนิธิรักเมืองไทย รับรางวัลเกียรติยศจักรดาว สาขาพัฒนาสังคม

3.พลเอก สุรใจ จิตต์แจ้ง นักเรียนเตรียมทหาร รุ่นที่14 หมายเลขประจำตัว 8127 นายทหารราชองครักษ์พิเศษ รับรางวัลเกียรติยศจักรดาว สาขาบริหารการปกครองและเสริมสร้างความมั่นคงแห่งชาติ

4.พลเอก สุรพล เจียรณัย นักเรียนเตรียมทหาร รุ่นที่20 หมายเลขประจำตัว 8780 อดีตผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม รับรางวัลเกียรติยศจักรดาว สาขาการทหาร

5.พลอากาศโท ธนพันธุ์ หร่ายเจริญ นักเรียนเตรียมทหาร รุ่นที่21 หมายเลขประจำตัว 051 กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) รับรางวัลเกียรติยศจักรดาวสาขาวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม

6.พลเอก เกรียงโกร ศรีรักษ์ นักเรียนเตรียมทหาร รุ่นที่ 22 หมายเลขประจำตัว 655อดีตผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก รับรางวัลเกียรติยศจักรดาว สาขาการทหาร

7.พลเอก เจริญชัย หินเราว์ นักเรียนเตรียมทหาร รุ่นที่23 หมายเลขประจำตัว 10363 ผู้บัญชาการทหารบก รับรางวัลเกียรติยศจักรดาว สาขาบริหารการปกครองและเสริมสร้างความมั่นคงแห่งชาติ

8.พลรือเอก อะดุง พันธุ์เอี่ยม นักเรียนเตรียมทหาร รุ่นที่23 หมายเลขประจำตัว 10906 ผู้บัญชาการทหารเรือ รับรางวัลเกียรติยศจักรดาว สาขาบริหารการปกครองและเสริมสร้างความมั่นคงแห่งชาติ

9.พลอากาศเอก พันธ์ภักดี พัฒนกุล นักเรียนเตรียมทหารรุ่นที่ 24หมายเลขประจำตัว 11351 ผู้บัญชาการทหารอากาศ รับรางวัลเกียรติยศจักรดาว สาขาบริหารการปกครองและเสริมสร้างความมั่นคงแห่งชาติ

10.พลอากาศตรี อมร ชมเชย นักเรียนเตรียมทหาร รุ่นที่28 หมายเลขประจำตัว 1550 เลขาธิการคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ รับรางวัลเกียรติยศจักรดาว สาขาบริหารการปกครองและเสริมสร้างความมั่นคงแห่งชาติ

11.พลตำรวจตรี อำนาจ ไตรพจน์ นักเรียนเตรียมทหาร รุ่นที่ 24 หมายเลขประจำตัว 16284 รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล รับรางวัลเกียรติยศจักรดาว สาขาบริหารการปกครองและเสริมสร้างความมั่นคงแห่งชาติ

12.พลดำรวจตรี ศริวัฒน์ ดีพอ นักเรียนเตรียมทหาร รุ่นที่33 หมายเลขประจำตัว 18994 ผู้บังคับการประจำ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง รับรางวัลเกียรติยศจักรดาว สาขาวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและ สิงแวดล้อม

มูลนิธิเฮอริเทจ มอบทุนนักเรียน และให้เยี่ยมชมบริษัทตอนปิดเทอม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/781071

มูลนิธิเฮอริเทจ มอบทุนนักเรียน  และให้เยี่ยมชมบริษัทตอนปิดเทอม

มูลนิธิเฮอริเทจ มอบทุนนักเรียน และให้เยี่ยมชมบริษัทตอนปิดเทอม

วันพุธ ที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

มูลนิธิเฮอริเทจ (ประเทศไทย)ภายใต้การดูแลของเครือเฮอริเทจผู้ผลิตและจัดจำหน่ายอาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ นำโดย วลัยทิพย์ ซื่อตรงมั่นคง ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กร เครือเฮอริเทจมอบทุนกาศึกษาในโครงการ“แบ่งปัน สานฝันการศึกษา”ครั้งที่ 6 นักเรียนโรงเรียนหนองบัวปิยนิมิตร จังหวัดมหาสารคามเมื่อวันก่อน

โครงการ“แบ่งปัน สานฝันการศึกษา” สร้างคุณค่าและโอกาสทางการศึกษาให้แก่นักเรียนเรียนดีแต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ โดยมอบให้เป็นรายเดือนจนจบระดับมัธยมศึกษาเป็นจำนวน 10 ทุน และมอบเครื่องบริโภคให้กับครอบครัวของนักเรียนทั้งหมด 60 ครอบครัว รวมมูลค่า กว่า 300,000 บาท
ณ โรงเรียนหนองบัวปิยนิมิตร จังหวัดมหาสารคาม เมื่อวันก่อน

นอกจากนี้ เครือเฮอริเทจยังเปิดโอกาสให้นักเรียนเข้ามาศึกษาดูงาน และเยี่ยมชมกระบวนการดำเนินงานของบริษัทในเครือฯในช่วงปิดภาคเรียน เพื่อต่อยอดการเรียนรู้นอกตำราเรียนและสร้างเสริมประสบการณ์ในการประกอบอาชีพต่อไป

ม.ศรีปทุม ครบรอบสถาปนา 54 ปี จัดงานฉลอง ทำบุญทำทาน บริจาคโลหิต

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/781074

ม.ศรีปทุม ครบรอบสถาปนา 54 ปี  จัดงานฉลอง ทำบุญทำทาน บริจาคโลหิต

ม.ศรีปทุม ครบรอบสถาปนา 54 ปี จัดงานฉลอง ทำบุญทำทาน บริจาคโลหิต

วันพุธ ที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

มหาวิทยาลัยศรีปทุม จัดงานวันสถาปนาครบรอบ 54 ปี มหาวิทยาลัยศรีปทุม โดย ดร.รัชนีพร พุคยาภรณ์ พุกกะมาน อธิการบดี นำคณะผู้บริหาร คณาจารย์ บุคลากรและนักศึกษาเข้าร่วมพิธีสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำมหาวิทยาลัย อาทิ สักการะพระพุทธรูปประจำมหาวิทยาลัยสักการะพระวิษณุกรรม และสักการะพระภูมิเจ้าที่ จากนั้นได้ร่วมกันทำบุญใหญ่ด้วยการตักบาตรข้าวสารอาหารแห้ง ถวายจตุปัจจัยแด่พระสงฆ์ จำนวน 55 รูป จากวัดพระศรีมหาธาตุ วรมหาวิหาร พร้อมทั้งรับศีลรับพรจากพระสงฆ์ เพื่อความเป็นสิริมงคลและความเจริญก้าวหน้าของ คณะผู้บริหาร คณาจารย์ บุคลากร นักศึกษาและมหาวิทยาลัยศรีปทุมสืบไป ซึ่งมีบุคลากรและนักศึกษาเข้าร่วมเป็นจำนวนมาก ณ มหาวิทยาลัยศรีปทุม กทม. (บางเขน) เมื่อวันที่ 12 มกราคม 2567

นอกจากนี้ อธิการบดีมหาวิทยาลัยศรีปทุม ยังได้นำคณะผู้บริหาร คณาจารย์ บุคลากร และนักศึกษาร่วมเฉลิมฉลอง วาระครบรอบ 54 ปีแห่งการก่อตั้ง ด้วยการร่วมโบกธงสัญลักษณ์ 54 ปีศรีปทุม และรับชมการแสดงเต้นโคฟเวอร์แดนซ์ของนักศึกษา และโชว์การบังคับเครื่องบินเล็ก
บินผาดโผนของนักศึกษา พร้อมทั้งจัดอาหาร เครื่องดื่มให้บริการ ปิดท้าย อธิการบดีมหาวิทยาลัยศรีปทุม ได้นำคณะผู้บริหาร บุคลากร และนักศึกษา ร่วมทำกิจกรรมโครงการจิตอาสา Gift For Give บริจาคโลหิตให้กับสภากาชาดไทย

แอปตรวจจับการปลอมเสียงจาก AI ชนะเลิศ Creative AI Club Hackathon2023

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/781067

แอปตรวจจับการปลอมเสียงจาก AI  ชนะเลิศ Creative AI Club Hackathon2023

แอปตรวจจับการปลอมเสียงจาก AI ชนะเลิศ Creative AI Club Hackathon2023

วันพุธ ที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ซีพี ออลล์ จัดงาน “Creative AI Club Hackathon 2023” เปิดเวทีประชันไอเดียด้าน AI ระดับ ม.ปลาย-ระดับมหาวิทยาลัยปี 2 ต่อเนื่องปีที่ 2 ภายใต้แนวคิด “Spark the Pebbles” เปลี่ยนปัญหาเล็กสู่โอกาสทางธุรกิจขนาดใหญ่ภายใน 3 วัน 2 คืน โดยทีม “กำหมัดจับ AI” ดึงปัญหา “แก๊ง Call Center” ที่มีสะสมกว่า 3 แสนคดีพัฒนาแอปตรวจจับมิจฉาชีพปลอมเสียงจาก AI คว้ารางวัลชนะเลิศ

รางวัลชนะเลิศ จาก Creative AI Club Hackathon ครั้งที่ 2 ได้แก่ ทีมกำหมัดจับ AI กับผลงาน “I Can See Your Voice” แอปตรวจจับการปลอมแปลงเสียงจาก AI เพื่อป้องกันการฉ้อโกง (สมาชิกในทีม : นางสาวบัซลาอ์ศิริพัธนะ, นางสาวมาริส เมธามณีโชติ,นายคามิน โกวิทวณิช และ นายทัดชัย สุขสราญ) รางวัลรองชนะเลิศ ได้แก่ ทีม “Hackperminute” กับผลงาน “MHOR TEXT” แอปเตือนการทานยาด้วย AI อ่านฉลากยา (สมาชิกในทีม :นางสาวกัญญณัช ชูประดิษฐ์, นางสาวฐิตาภา ฉายตระกูล, นางสาวณัฐธิดาขำดำ และ นายนพัฐกรณ์ อมรมหพรรณ)รางวัลชมเชย ได้แก่ ทีม “CooI” กับผลงาน “LYSEN” แอปแยกลายเซ็นจริงกับลายเซ็นปลอมด้วย AI (สมาชิกในทีม : นายกษิดิศ เสริมศรี, นายชาตวีร์สุริวงษ์, นายธันยธรณ์ อิทธิอนุวัตร์ และ นายศดิศ วงษ์ประยูร) และทีม “Fēngshui” (เฟิงฉุย) กับผลงาน “FĒNG SHUǏ” แอปแนะนำการจัดบ้านตามหลักฮวงจุ้ยด้วย AI (สมาชิกในทีม : นายฉัตรมงคล พุฒพันธุ์,นายณัฏฐกิตติ์ วงษ์วิบูลย์สิน, นายนรินธรยางงาม และ นายสันติภาพ ทองจันทร์)

บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ CP ALL จัดกิจกรรมสนับสนุนทักษะเยาวชนด้านปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI อย่างต่อเนื่อง ผ่านหลากหลายเวที ได้แก่ Creative AI Camp (CAI Camp) ค่ายพัฒนาทักษะ AI ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย,Creative AI Club (CAI Club) เป็นพื้นที่เรียนรู้ พื้นที่สร้างสรรค์ผลงาน ด้าน AI, Creative AI Club Hackathon เวทีประชันไอเดียด้าน AI และพัฒนาผลงานภายใต้เวลาจำกัดเพียง 1-2 คืนและ CAI Retail Hackathon เวทีแฮกกาธอนประชันไอเดีย AI สำหรับธุรกิจค้าปลีกหรือรีเทล และอื่นๆ ที่อาจจัดขึ้นเพิ่มเติมในอนาคต

‘ยูนิเซฟ’ เปิดบ้านครั้งแรกในรอบ 75 ปี ให้เยาวชนทั่วไทยเรียนรู้เรื่องสิทธิเด็ก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/781068

‘ยูนิเซฟ’ เปิดบ้านครั้งแรกในรอบ 75 ปี  ให้เยาวชนทั่วไทยเรียนรู้เรื่องสิทธิเด็ก

‘ยูนิเซฟ’ เปิดบ้านครั้งแรกในรอบ 75 ปี ให้เยาวชนทั่วไทยเรียนรู้เรื่องสิทธิเด็ก

วันพุธ ที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

องค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย “เปิดบ้านยูนิเซฟ” (UNICEF Thailand’s Open House) ครั้งแรกในรอบ 75 ปีเนื่องในโอกาสวันเด็กแห่งชาติ มีเด็กและเยาวชนไทยทั่วประเทศเข้าร่วมงานเพื่อเรียนรู้เรื่องสิทธิเด็ก พร้อมบอกเล่าความฝันและความหวังของพวกเขาในอนาคตที่เด็กทุกคนจะมีสิทธิ์ที่เท่าเทียมกัน งานเปิดบ้านครั้งนี้เพื่อสร้างแรงบันดาลใจในการใช้ชีวิตให้กับเด็กและเยาวชนระหว่างที่พวกเขากำลังเติบโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่

เด็กและเยาวชนที่มาร่วมงานส่วนใหญ่ เรียนอยู่ในชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายและมหาวิทยาลัย โดยได้เข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ ร่วมกับอาสาสมัคร I AM UNICEF เช่น เกมสิทธิเด็กซึ่งจำลองสถานการณ์ให้เด็กทุกคนได้เข้าใจเรื่องสิทธิอย่างลึกซึ้งขึ้น ทั้งในด้านสิทธิที่จะมีชีวิตรอด สิทธิที่จะได้รับการพัฒนา สิทธิที่จะได้รับการปกป้องคุ้มครอง และสิทธิที่จะมีส่วนร่วมในขณะเดียวกัน เด็กๆ ยังได้เรียนรู้ถึงบทบาทของตนเอง ตลอดจนบทบาทหน้าที่ของรัฐบาลและภาคส่วนต่างๆในการปกป้องสิทธิเด็ก นอกจากนี้ ยังได้เรียนรู้งานของยูนิเซฟในช่วง 75 ปีที่ผ่านมา ผ่านนิทรรศการภาพถ่าย และได้รับฟังเรื่องราวประสบการณ์ตรงจากคนทำงานด้านสิทธิมนุษยชนผ่านกิจกรรม“หนังสือพูดได้” ที่มาเปิดวงคุยกับเด็กๆ ให้เข้าใจการทำงานด้านนี้มากขึ้น

ในงานเปิดบ้านยูนิเซฟครั้งนี้ ยังมี รษิกา พาณีวงศ์ หรือ Softpomz เจ้าของยูทูบช่อง Softpomz และ Softpomz Channel ซึ่งมีผู้ติดตามรวมกว่า 8 ล้านคน มาร่วมพูดคุยถึงเส้นทางการเป็นคอนเทนต์ครีเอเตอร์ พร้อมแบ่งปันแนวคิดเรื่องการเห็นคุณค่าของตัวเองและการสร้างแรงบันดาลใจให้กับเด็กๆ ในการทำตามความฝันและการร่วมสร้างสังคมที่เท่าเทียมสำหรับทุกคนอีกด้วย ก่อนปิดงาน เด็กและเยาวชนได้ร่วมกันเขียนสิ่งที่ใฝ่ฝันอยากให้เกิดขึ้นและสะท้อนประเด็นต่างๆ ในชีวิตของพวกเขาอีกด้วย

รมว.วัฒนธรรมร่วมจัดกิจกรรมวันเด็ก ที่ทำเนียบรัฐบาลและกระทรวงศึกษาธิการ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/781069

รมว.วัฒนธรรมร่วมจัดกิจกรรมวันเด็ก  ที่ทำเนียบรัฐบาลและกระทรวงศึกษาธิการ

รมว.วัฒนธรรมร่วมจัดกิจกรรมวันเด็ก ที่ทำเนียบรัฐบาลและกระทรวงศึกษาธิการ

วันพุธ ที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ร่วมกิจกรรมวันเด็กแห่งชาติ 2567 โดยมี นางยุพา ทวีวัฒนะกิจบวร ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม นางยุถิกา อิศรางกูร ณ อยุธยา รองปลัดกระทรวงวัฒนธรรม นางโชติกา อัครกิจโสภากุล รองปลัดกระทรวงวัฒนธรรม ผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่กระทรวงวัฒนธรรม เข้าร่วม ณ บริเวณทำเนียบรัฐบาลและกระทรวงศึกษาธิการ 

กระทรวงวัฒนธรรม โดยสำนักงานปลัดกระทรวงวัฒนธรรม กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กรมศิลปากร และหอภาพยนตร์ (องค์การมหาชน) ได้ไปร่วมงานวันเด็ก โดยร่วมออกบูธจัดกิจกรรมได้แก่ การเรียนรู้วิทยาศาสตร์การทำเทียนเจล ระบายสีและกิจกรรมนันทนาการ การถ่ายภาพกับตัวละครจากเกม (คอสเพลย์) ชมการแสดงความสามารถทางดนตรี โดยวงดุริยางค์เครื่องลมเยาวชนไทย (TYW) การขับร้องเพลงประสานเสียง โดยคณะนักร้องประสานเสียงเยาวชนไทย (TYC) ชมการแสดงหุ่นละครเล็กโจหลุยส์ และร่วมฝึกทักษะกับกิจกรรมสาธิตมารยาทไทย รถพิพิธภัณฑ์เคลื่อนที่ รถโรงหนัง การเล่นเกมตอบคำถามชิงรางวัล และกิจกรรมอื่นๆ อีกมากมาย

รพ.ยันฮี – มูลนิธิปวีณาฯ สร้างกุศลวันเด็ก รับเคสเด็กถูกน้ำมันราดตัวรักษาจนกว่าจะหาย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/781073

รพ.ยันฮี - มูลนิธิปวีณาฯ สร้างกุศลวันเด็ก  รับเคสเด็กถูกน้ำมันราดตัวรักษาจนกว่าจะหาย

รพ.ยันฮี – มูลนิธิปวีณาฯ สร้างกุศลวันเด็ก รับเคสเด็กถูกน้ำมันราดตัวรักษาจนกว่าจะหาย

วันพุธ ที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

โรงพยาบาลยันฮี และ มูลนิธิปวีณาหงสกุล เพื่อเด็กและสตรี ร่วมมอบของขวัญวันเด็ก ปี 2567 ให้การช่วยเหลือและทำการผ่าตัดรักษา ด.ช.ธนกฤตนิมิชิต อายุ 2 ขวบ หลังถูกน้ำมันราดบริเวณร่างกายหลายจุด เพื่อให้กลับมาใช้ชีวิตได้อย่างปกติมากที่สุด พร้อมติดตามอาการอย่างใกล้ชิด โดยไม่มีค่าใช้จ่ายตลอดการรักษา

นายแพทย์สุพจน์ สัมฤทธิวณิชชา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารโรงพยาบาลยันฮี พร้อมด้วย นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี และทันตแพทย์หญิง สุชาวดี สัมฤทธิวณิชชา ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดและกรรมการบริษัท โรงพยาบาลยันฮี จำกัด แถลงข่าวร่วมกันว่า “สืบเนื่องจากมีการร้องขอความช่วยเหลือจากครอบครัวชาวจังหวัดตรัง ครอบครัวหนึ่ง ผ่านมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี เหตุลูกชายคนเล็กวัย 2 ขวบ เกิดอุบัติเหตุถูกหม้อน้ำมันทอดลูกชิ้นกำลังเดือดคว่ำใส่ทั่วตัว เกิดบาดแผลฉกรรจ์บริเวณร่างกายหลายจุด และได้รับการรักษามาแล้ว 8 เดือนจนพ้นขีดอันตราย แต่ยังใช้ชีวิตสุดทรมานจากพังผืดที่เป็นแผ่นหนาตามแขนขาต้องทนกับความเจ็บปวดและร้องไห้ตลอดเวลาทั้งกลางวันกลางคืน ทางโรงพยาบาลยันฮี ยินดีรับเรื่องทันทีพร้อมระดมทีมแพทย์ผู้มีความเชี่ยวชาญเป็นพิเศษเพื่อร่วมกันประเมินอาการ และวางแผนการรักษาอย่างดีที่สุด พร้อมติดตามอาการอย่างใกล้ชิด โดยไม่มีค่าใช้จ่ายตลอดการรักษา จนกว่าจะสามารถกลับมาใช้ชีวิต ได้อย่างปกติมากที่สุด

ทางด้าน นายแพทย์พินัย จิรฐิติวงศ์ แพทย์ผู้ชำนาญการด้านศัลยกรรมตกแต่ง ศูนย์ศัลยกรรมตกแต่ง โรงพยาบาลยันฮี กล่าวว่าผู้ป่วยเด็กรายนี้มีประวัติ ถูกน้ำมันเดือดราดทั่วตัวมาประมาณ 5 ถึง 6 เดือนแล้ว จากการประเมินพบเป็นแผลน้ำมันลวกในระดับที่สอง ซึ่งมีโอกาสที่จะเกิดปัญหาได้ในอนาคต ปัจจุบันเริ่มมีแผลเป็นนูนบริเวณขาซ้ายและมือทั้งสองข้าง สำหรับแนวทางการรักษา เบื้องต้นเราจะใส่ เพรสเชอร์การ์เม้นท์(Pressure garment) หรือผ้ายืดรัด กดแผลไว้เพื่อที่จะลดทั้งอาการและความนูนของตัวแผลลง ซึ่งเป็นสิ่งที่จําเป็นมากในตอนนี้ ลำดับต่อมาจะเป็นการรักษาอาการต่างๆ ตอนนี้น้องมีอาการคันมีปวดแสบร้อนตอนกลางคืน เบื้องต้นเราจะใช้ยาทาเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้น ตลอดจนอาจมีการกินยาร่วมด้วยเพื่อช่วยลดอาการคันในตอนกลางคืน ซึ่งน้องมีปัญหาเรื่องแผลเป็นหดรั้งที่บริเวณข้อเท้า ทำให้เกิดการผิดรูป จึงพิจารณาผ่าตัดแก้ไขที่บริเวณข้อเท้า เป็นลำดับแรก

“เป็นระยะเวลากว่า 20 ปีแล้วที่ทางโรงพยาบาลยันฮีและมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี ได้ทำร่วมช่วยเหลือผู้ป่วยที่ได้รับบาดเจ็บจากการประสบเหตุการณ์ต่างๆ จุดมุ่งหมายของเรา คือช่วยให้ผู้ป่วยเหล่านั้นได้ใช้ชีวิตต่อไป เป็นการช่วยเยียวยาจิตใจให้พวกเขาได้มีพลังดำเนินชีวิตอย่างปกติสุขที่สุด เพราะฉะนั้นในเคสนี้ คุณแม่ไม่ต้องห่วงเรื่องค่าใช้จ่ายอะไรทั้งสิ้น ทางมูลนิธิฯ ตลอดจน ทีมแพทย์โรงพยาบาลยันฮีจะดูแลอย่างเต็มที่จนน้องสามารถใช้ชีวิตได้อย่างปกติ ” นายแพทย์สุพจน์ กล่าว

เปิดผลโพล’วันครู’ พบอยากให้ปรับปรุงห้องน้ำรร.-ลดงานเอกสาร-ขอเพิ่มเงินเดือน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/781051

เปิดผลโพล'วันครู' พบอยากให้ปรับปรุงห้องน้ำรร.-ลดงานเอกสาร-ขอเพิ่มเงินเดือน

เปิดผลโพล’วันครู’ พบอยากให้ปรับปรุงห้องน้ำรร.-ลดงานเอกสาร-ขอเพิ่มเงินเดือน

วันอังคาร ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2567, 15.50 น.

เผยผลสำรวจความคิดเห็นเนื่องใน”วันครู”พบส่วนใหญ่อยากให้มีการปรับปรุงห้องน้ำโรงเรียน โดยกฎที่อยากให้ปรับเปลี่ยนคือการแต่งกายประจำวัน รวม ถึงไม่อยากเห็นนักเรียนเล่นมือถือระหว่างเรียน วอนผู้บริหารกระทรวงศึกษาธิการ ช่วงลดงานเอกสาร และ ขอเพิ่มเงินเดือน

เมื่อวันที่ 16 มกราคม 2567 เนื่องในวันครูแห่งชาติ ซึ่งตรงกับวันที่ 16 มกราคมของทุกปี Rocket Media Lab ร่วมกับ มูลนิธิแพธทูเฮลท์ : Path2health Foundation จัดทำแบบสอบถามครูผู้สอนในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 – มัธยมศึกษาปีที่ 6 ทั่วประเทศ ในช่วงวันที่ 9 – 15 มกราคม 2567 เพื่อสำรวจความคิดเห็นในประเด็นต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับระบบการศึกษา ไม่ว่าจะเป็นกฎเกณฑ์ในโรงเรียน การเรียนการสอน นักเรียน โดยผลสำรวจมีดังนี้

จากแบบสำรวจความเห็นของครูทั่วประเทศ เสียงส่วนใหญ่อยากให้โรงเรียนปรับปรุงห้องน้ำ 134 คน คิดเป็น 44.22% รองลงมาคือห้องเรียน 70 คน คิดเป็น 23.10% ตามด้วยห้องสมุด 23 คน คิดเป็น 7.59%

ส่วนกฎของโรงเรียนที่ครูไม่ชอบมากที่สุด พบว่าคือการแต่งกายประจำวัน มีผู้ตอบข้อนี้มากที่สุด 74 คน คิดเป็น 24.42% รองลงมาคือ การเช็คชื่อก่อนเข้าแถว และการใส่กระโปรง (ยกเว้นครูพละ) 63 คน คิดเป็น 20.79% และอื่นๆ 56 คน คิดเป็น 18.48% เช่น การเข้าเวรเสาร์-อาทิตย์ การสแกนนิ้วหลังเลิกเรียน และมีจำนวนหนึ่งที่ตอบว่าไม่มีปัญหากับกฎระเบียบ

สิ่งที่ครูไม่อยากให้นักเรียนทำมากที่สุด พบว่าครูไม่อยากให้นักเรียนเล่นโทรศัพท์ในเวลาเรียนมากที่สุด 101 คน คิดเป็น 33.33% รองลงมาคือการพูดจาหยาบคาย 88 คน คิดเป็น 29.04% ตามด้วยการล้อเลียนเรื่องกายภาพ เพศ ชาติพันธุ์ สำเนียง 54 คน คิดเป็น 17.82%

ส่วนสิ่งที่อยากเห็นผู้บริหารโรงเรียนทำที่สุด พบว่า ครูอยากให้ยกเลิกนโยบายการประกันเกรด ปลอด 0 ร. มส. นักเรียนมากที่สุด 123 คน คิดเป็น 40.59% รองลงมา คือไม่เลือกปฏิบัติ 100 คน คิดเป็น 33 % ยกเลิกการส่งไปอบรมที่ไม่จำเป็น 34 คน คิดเป็น 11.22%

สิ่งที่อยากเห็นผู้บริหารกระทรวงศึกษาธิการทำมากที่สุด พบว่า ครูอยากให้ลดภาระงานเอกสารที่ต้องทำส่งกระทรวงมากที่สุด 146 คน คิดเป็น 48.18% รองลงมาเป็น เพิ่มค่าตอบแทนครู 62 คน คิดเป็น 20.46% ปรับระบบการประเมินผลการศึกษาและการประกันคุณภาพ 38 คน 12.54%

‘นายกฯ’มอบสารวันครู ปี 67 ชี้ครู ที่ดี ควรให้วิธีคิด สร้างแรงบันดาลใจ ปลดปล่อยศักยภาพนักเรียน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/781037

'นายกฯ'มอบสารวันครู ปี 67 ชี้ครู ที่ดี ควรให้วิธีคิด สร้างแรงบันดาลใจ ปลดปล่อยศักยภาพนักเรียน

‘นายกฯ’มอบสารวันครู ปี 67 ชี้ครู ที่ดี ควรให้วิธีคิด สร้างแรงบันดาลใจ ปลดปล่อยศักยภาพนักเรียน

วันอังคาร ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2567, 14.43 น.

“นายกฯ”มอบสารวันครู ปี 67 ชี้ครู ที่ดี ควรให้วิธีคิด สร้างแรงบันดาลใจ ปลดปล่อยศักยภาพ น.ร. – “อนุทิน” ย้ำครูน่าศรัทธา ต้องอยู่ในศีลธรรมจรรยา ต้องเป็นครูที่ไม่ตกยุค พร้อมเป็นผู้ฟัง ไม่ปฏิเสธที่จะรับฟังแนวคิดใหม่ ๆ

16 มกราคม 2567  เวลา 09.00 ที่หอประชุมคุรุสภา กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา กระทรวงศึกษาธิการ ได้จัดพิธี งานวันครู ครั้งที่ 68 ประจำปี 2567 ภายใต้แนวคิด “ครูดีสอนดี ศิษย์ดีเรียนดี มีความสุข” ซึ่งจัดทั้งในส่วนกลางและภูมิภาคพร้อมกันทั่วประเทศ ในรูปแบบผสมผสาน ทั้ง Onsite และ Online โดยมี นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย  เป็นประธานในพิธีเปิดงานวันครู ครั้งที่ 68 ประจำปี 2567  มี พล.ต.อ.เพิ่มพูน  ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(รมว.ศธ.) นายสุรศักดิ์  พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการศธ. นายสุเทพ  แก่งสันเทียะ  ปลัดศธ.  ผศ.อมลวรรณ วีระธรรมโม เลขาธิการคุรุสภา ผู้บริหารศธ. ครูและบุคลากรทางการศึกษา ศธ. เข้าร่วม

ในการนี้ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ได้ส่งสารเนื่องในโอกาสวันครู ครั้งที่ 68 พ.ศ.2567 ความว่า ตนขอแสดงซึ่งมุทิตาจิต ความระลึกถึง ความเคารพ ความกตัญญู และความปรารถนาดีมายังครูและบุคลากรทางการศึกษาทั่วประเทศ ครูในฐานะผู้ทำงานหนัก ผู้เปรียบประหนึ่งประติมากร สร้างบุคลากรที่มีคุณค่าให้แก่ประเทศชาติ วันครูจึงเป็นวันที่เราทุกคนจะต้องแสดงออกซึ่งความตั้งใจ ความตระหนักในบุญคุณแด่ครูทุกคนในชีวิตของพวกเรา รวมถึงทุกท่านที่ประกอบวิชาชีพครูในวันนี้ และร่วมกันเชิดชูเกียรติครูผู้มีคุณูปการสูงสุดต่อการศึกษาของชาติ โดยในปีพ.ศ.2567 ตนได้มอบคำขวัญวันครูว่า “ครูวางฐานคิด ส่งเสริมศิษย์สร้างสรรค์” เพื่อแสดงให้เห็นว่าการเป็นครูไม่ใช่แค่การสอนหนังสือ ไม่ใช่แค่การให้ความรู้ตามตำรา แต่สิ่งที่ครูที่ดีควรให้กับนักเรียน คือ วิธีคิด และวิธีการจัดการกับชุดข้อมูลที่มีอยู่อย่างหลากหลาย ใครก็ตามที่มีระเบียบวิธีคิดที่ดี เขาจะเติมโตขึ้นเป็นคนที่มีความสามารถในการแสวงหาความรู้ได้ด้วยตัวเองอย่างมีคุณภาพ และครูยังต้องเป็นผู้สามารถสร้างแรงบันดาลใจ ต่อยอดความสร้างสรรค์ ปลดปล่อยศักยภาพ เปิดโอกาสให้นักเรียนแสวงหาทักษะตอบสนองต่อโลกที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว พร้อม ๆกับการเคารพคุณค่าความเป็นมนุษย์ จริยธรรม ศีลธรรมในโลกสากล รวมถึงการเป็นคนที่เต็มไปด้วยความเข้าใจ เห็นอกเห็นใจผู้อื่น ทั้งหมดนี้คือ หัวใจของการพัฒนามนุษย์ เป็นงานของครู และคือหัวใจของคำว่า การศึกษา 

เนื่องในโอกาสวันครู ครั้งที่ 68 พ.ศ.2567 ตนขออวยพรให้ครูและบุคลากรทางการศึกษาทุกท่าน ประสบแต่ความสุข มีพลังกาย พลังใจที่เข้มแข็ง มีความเจริญก้าวหน้าในหน้าที่การงาน เพื่อร่วมกันเป็นพลังเสริมสร้างให้เด็กและเยาวชนไทย เป็นทรัพยากรบุคคลที่มีคุณค่าของประเทศ และของโลกต่อไป  

โดยนายอนุทิน ได้มอบรางวัลต่อหน้าพระฉายาลักษณ์สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เข็มพระราชทานจารึกพระนามาภิไธยย่อ สธ แก่ผู้ได้รับรางวัลคาูภาษาไทยดีเด่น,  มอบโล่พระราชทานรางวัลคุรุสภา “ระดับดีเด่น”, มอบเข็มคุรุสภาสดุดีและเกียรติบัตร รางวัลคุรุสภา “ระดับดี” และมอบโล่รางวัลผู้มีคุณูประการต่อการศึกษาชาติ, ครูผู้สอนดีเด่น, ครูดีในดวงใจ เป็นต้น 

ต่อจากนั้น นายอนุทิน กล่าวปราศรัย ว่า งานวันครู เป็นโอกาสให้พวกเราทุกคนได้รำลึกถึงพระคุณครู ความสำคัญของอาชีพครู และได้ทบทวนถึง ความท้าทายอันสำคัญของการเป็นครูในยุคสมัยที่เปลี่ยนไป หลายท่านในที่นี้คงมีโอกาสได้ศึกษาข้อมูลข่าวสาร เกี่ยวกับผลยงานผลการประเมินสมรรถนะนักเรียนมาตรฐานสากล หรือ PISA ปี 2022 ของนักเรียนทั่วโลก ซึ่งผลโดยรวมนั้นเป็นกราฟดิ่งลง ทาง OECD หรือ องค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา จึงได้มีการวิเคราะห์ปัจจัยที่ทำให้เกิดผลเช่นนี้และพบว่าส่วนหนึ่งของปัจจัยสำคัญ ที่ทำให้นักเรียนทั่วโลก มีผลการศึกษาโดยเฉลี่ยต่ำลงนั้น ไม่ใช่ความยากจนหรือความไม่พร้อมของครอบครัว แต่เป็นการถูกเบี่ยงเบนความสนใจ โดยอุปกรณ์การสื่อสารสมัยใหม่ และการมีส่วนร่วมของผู้ปกครองต่อการเรียนของเด็กที่ยังไม่ถึงระดับที่ควรจะเป็น เพียงแต่สองเรื่องนี้ก็เป็นความท้าทายที่ยิ่งใหญ่ ของบรรดาครูอาจารย์ เราจะยืนอยู่ตรงไหนในวันที่เด็กคิดว่า ข้อมูลความรู้ที่น่าสนใจ อยู่บนโลกออนไลน์ ไม่ได้อยู่ในห้องเรียนจนเขารู้สึกว่า ไม่ต้องฟังครูก็ได้และเด็กจำนวนมากนั้น เมื่ออยู่ที่บ้าน ก็ไม่มีใครคอยดูแลทั้งเรื่องระเบียบวินัย และและฐานความคิด ในการที่จะอยู่ในโลกยุคใหม่ ซึ่งมีค่านิยมที่เปลี่ยนไป 

นายอนุทิน กล่าวต่อว่า โลกยุคใหม่นี้ มีสิ่งเร้ามากมาย ที่คอยแต่จะดึงเด็กแต่ละคน ให้ไปอยู่ในจุดที่มีความเสี่ยง ทั้งความเสี่ยงที่ให้ผลในระยะสั้น หรือความเสี่ยง ที่อาจถึงขั้นทำให้เสียอนาคต ในฐานะที่ตนเองก็ดูแลกระทรวงมหาดไทยอยู่ด้วยต้องเรียนว่า ช่วงนี้มีเหตุการณ์ที่ทำให้รู้สึกหดหู่ใจบ่อยครั้ง เกี่ยวกับเยาวชนของเรา ล่าสุดฝ่ายปกครอง ไปตรวจผับย่านปทุมธานี ก็พบเยาวชนอายุต่ำกว่าเกณฑ์ร้อยหลายคนไปอยู่ในสถานที่ที่เขาไม่ควรอยู่ ซึ่งเป็นสิ่งที่น่ากังวล

“เราจะพูดถึงการศึกษากันยังไงดี ถ้าแค่การดูแลเด็กให้ปลอดภัยยังทำให้เขาไม่ได้เต็มที่ แน่นอนเจ้าหน้าที่บ้านเมือง ก็ต้องดูแลการบังคับใช้กฎหมาย แต่จะดีกว่าหรือไม่ ถ้าเราสามารถสร้างเด็กให้มีภูมิคุ้มกัน มีฐานคิดที่แข็งแรงพอในโลกที่มีอันตรายมากกว่าเดิม วันนี้ต้องบอกว่าการสร้างฐานคิด  คือบทบาทของครูในโลกยุคปัจจุบัน ซึ่งก็ตรงกับคำขวัญวันครู ที่ท่านนายกฯมอบไว้ ว่า “ครูวางฐานคิด ส่งเสริมศิษย์สร้างสรรค์”  ซึ่งก็หมายความว่า ครูอาจไม่ได้เป็นผู้ป้อนข้อมูลให้ทุกอย่าง เพราะความรู้ใหม่ ๆ นั้นก็หาเติมได้เองตลอดชีวิต แต่ครูจะต้องสามารถวางรากฐานทางความคิดให้แรงบันดาลใจ และให้วิธีการที่ลูกศิษย์จะสามารถ “ต่อยอด” ได้ต่อไป ซึ่งการ “วางฐานคิด” นี้ อาจจะพูดง่าย แต่ทำไม่ง่าย เพราะการที่ใครสักคนจะวางฐานคิดให้เราได้ นอกจากเขาจะต้องมีภูมิความรู้แล้ว ก็ยังจะต้องสร้างความศรัทธาได้ด้วย จึงจะเกิดการฟัง  การเชื่อ และเกิดการยอมรับกันได้จริง ๆ ดังนั้น การเป็นครูที่น่าศรัทธา จึงเป็นสิ่งที่ต้องสร้างและไม่มีวันจะล้าสมัย เราต้องสร้างศรัทธาเพื่อไปวางฐานคิดให้ศิษย์ของเราได้” นายอนุทิน กล่าว 

รองนายกฯ กล่าวด้วยว่า ตนคิดว่าครูที่น่าศรัทธานั้น นอกจากจะต้องอยู่ในศีลธรรมจรรยา และเป็นแบบอย่างที่ดีแล้ว ในยุคนี้ ครูที่นี้ ครูที่น่าศรัทธา สำหรับเด็ก จะต้องเป็นครูที่ไม่ตกยุค นั้นคือ ครูที่พร้อมจะเป็นผู้ฟัง ไม่ปฏิเสธที่จะรับฟังแนวคิดใหม่ๆ คือ ครูที่ไม่กลัวความเจริญก้าวหน้าทางเทคโนโลยี และสามารถใช้ประโยชน์จากนวัตกรรมต่างๆได้ ในขณะเดียวกัน ก็ต้องเป็นครูที่รู้เท่าทันความเป็นไปในโลก แต่ไม่ใช่ไหลไปตามกระแส ต้องรักษาสมดุลเหล่านี้ให้ได้  ตนขอยกตัวอย่าง ครูที่ประสบความท้าทายสูงมาในยุคนี้  คือ ครูภาษาไทย หลายคนก็เพิ่งได้รับรางวัลครูภาษาไทยดีเด่นไปด้วย ความท้าทายของครูภาษาไทย ยังมีอีกมาก ทุกวันนี้เวลาอ่านหนังสือตามสื่อต่าง ๆจะพบว่ามีการใช้ภาษาไทยผิดจำนวนมากจนน่าตกใจ ยิ่งไปกว่านั้นการพูดจาของผู้คน โดยเฉพาะในโซเชียลต่าง ๆก็มีจำนวนมากที่ก่อให้เกิดความขัดแย้ง ความแตกแยก และไม่สร้างสรรค์ ไม่นับไปถึงการขาดความประณีตทางภาษา หลายสิ่งเป็นการใช้ภาษาไทยในทางบ่อนทำลาย หรือเชิงทะเลาะกัน ยิ่งไปกว่านั้น ผลการทดสอบทักษะการอ่านของเด็กไทย ก็ตกต่ำลง ทำให้ผลการทดสอบอื่น ๆต่ำลงไปด้วย เพราะถ้าอ่านไม่ดี เข้าใจภาษาของเราไม่ดี ก็ไม่สามารถแปลความหมายที่สำคัญของวัตถุประสงค์ที่จะถ่ายทองไปสู่เยาวชนได้ ในบริบทเหล่านี้ที่นักการศึกษา และครู ทั้งหลายจะต้องช่วยกันคิดว่า จะแก้วิกฤตกันอย่างไร ต้องทำอย่างไรในการวางฐานคิดให้นักเรียนเห็นความสำคัญของภาษา และการสื่อสารอย่างสร้างสรรค์ ครูกับเด็กต้องไม่แปลกแยกเหมือนอยู่คนละโลก อาจต้องมีสื่อการสอนที่เป็นสื่อออนไลน์จากชีวิตจริงทั้งข่าวออนไลน์หรือบทสนทนาทางโซเชียลมีเดียที่ใกล้ตัว มาฝึกอ่านฝึกเขียน วิเคราะห์ วิจารณ์แสดงความคิดเห็นระหว่างกัน 

นายอนุทิน กล่าวอีกว่า  ครูต้องมีความทันโลก ทันสมัย ในขณะที่ทำให้ผู้เรียนเห็นคุณค่าของภาษาไทยไปด้วย โดยต้องคิดถึงปลายทางในใจ คือ เราจะต้องสร้างคนที่สื่อสารภาษาไทยได้ดี ซึ่งผมคิดว่าครูหลายคน ก็อาจจะทำอยู่แล้ว ขอเป็นกำลังใจหวังว่าจะสามารถต่อยอดความคิดกันไป จนสามารถทำให้ศักยภาพของเยาวชนเราถูกยกระดับขึ้น เกิดผลดีต่อการเรียนวิชาต่างๆของนักเรียน และเป็น “ทักษะชีวิต” ที่สำคัญสำหรับอนาคตของเด็ก ๆ อย่างไรก็ตาม ในความที่เป็นศิษย์คนหนึ่งที่เติบโตมามีวันนี้ได้ นอกจากบิดา มารดา ก็มีครู อาจารย์ ที่ได้บ่มเพาะสั่งสอนให้ตนได้มีโอกาสมาทำงานรับใช้ชาติบ้านเมืองตามความตั้งใจ ตนมั่นใจเหลือเกินว่า ครูที่ประสิทธิ์ประสาทให้ตนแม้ว่าจะได้เกรดดีบ้าง ไม่ดีบ้าง ก็เป็นกรอบแนวทางที่ทำให้นักเรียนอย่างตนสามารถใช้ชีวิตได้อย่างปกติ และหวังว่าจะสร้างประโยชน์ให้บ้านเมืองได้ 

“ผมสมัยเป็นนักเรียน จะรู้สึกว่าวันครู เป็นวันสำคัญ หวังว่าประเพณีดั้งเดิมนี้จะได้รับการสืบทอดต่อไป มีพิธีไหว้ครู มีบทเพลงที่ปลูกฝังให้รำลึกถึงพระคุณครู เพราะฉะนั้นในทุก ๆบริบทของการปลูกฝังนักเรียนตั้งแต่เด็ก จะมีคำว่า บิดามารดา สถาบันพระมหากษัตริย์ ประเทศ และตัวเราเอง ครบองค์ประกอบในการปลูกฝังเยาวชนให้สืบทอดประเพณีวัฒนาธรรมดี ๆ การได้แสดงมุทิตาจิตเหล่านั้น จะทำให้จิตใจละมุนลง เกิดการสำนึก คำว่าศิษย์มีครู  ทั้งนี้ ผมได้มอบนโยบายกว้าง ๆให้กับรัฐมนตรีว่าการศธ. ได้นำไปดูว่า จะทำอย่างไรจะปลูกฝังสิ่งเหล่านี้ให้เด็กและเยาวชนได้มากที่สุด เพราะเราเป็นประเทศไทยต้องมีเอกลักษณ์ แม้จะบอกว่า วันนี้โลกไร้พรมแดนแล้ว แต่การที่จะทำให้เรายืนท่ามกลางเวทีโลกได้ นั่นคือเราต้องมีเอกลักษณ์เป็นต้องเราเอง มีความภาคภูมิใจ มีประวัติศาสตร์มีวัฒนธรรมที่ดี ที่จะสามารถทำให้เห็นว่า เราก็มีรากเหง้า มีพ่อแม่ มีครูอาจารย์ที่ทำให้เราสามารถเจรจาทำสัญญากับนานาอารยประเทศได้ เชื่อว่าไม่เกิดความสามารถของครูทุกคน ”นายอนุทิน กล่าว 

ขณะที่ พล.ต.อ. เพิ่มพูน  กล่าวว่า การเป็นครูในยุคการศึกษาดิจิทัลนั้น ไม่ใช่แค่ทำหน้าที่สอนเพียงอย่างเดียว แต่จำเป็นต้องเพิ่มความสามารถของตัวเองในการสร้างเนื้อหาการเรียนการสอนในสื่อต่าง ๆ มากขึ้น เพื่อเป็นช่องทางช่วยเหลือให้ผู้เรียนได้เกิดความเข้าใจและแก้ปัญหา และมีความสุขกับการเรียนด้วย ดังนโยบายเรียนดี มีความสุข ที่สำคัญเราไม่สามารถทราบได้ว่าสื่อออนไลน์ที่ผู้เรียนศึกษามานั้นจะถูกต้องและสร้างสรรค์ ดังนั้นบทบาทของการเป็นครู จึงต้องสร้างแหล่งข้อมูลสารสนเทศให้มากขึ้นผ่านเทคโนโลยี เว็บไซต์ และสื่อสังคมออนไลน์ เพื่อประโยชน์ต่อผู้เรียนที่จะได้เข้าใจและทบทวน เพื่อนำไปประยุกต์ใช้ แก้ปัญหา สำหรับการสร้างอนาคตของผู้เรียนต่อไป

“ที่สำคัญในวันครูปีนี้ ศธ.ได้เตรียมของขวัญวันครู เพื่อที่จะมอบให้แก่ครูและบุคลากรทางการศึกษาจากหน่วยงานต่าง ๆ ในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ เช่น สำนักงานคณะกรรมการการศึกษา ขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ปรับหลักเกณฑ์และย้ายครูคืนถิ่น , สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) จัดระบบจับคู่ครูคืนถิ่น (Teacher Matching System:TMS) หลักสูตร E-learning 2 หลักสูตร, สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) จัดเต็ม 8 หลักสูตร “เติมความรู้ ครูยุคใหม่ ก้าวไปด้วยกัน” ให้ครูโรงเรียนเอกชน เรียนรู้ได้ ทุกที่ ทุกเวลา “Anywhere Anytime”, สำนักงานเลขาธิการคุรุสภาร่วมมือกับภาคเอกชน จัดอบรมหลักสูตร AIS academy ฟรีค่าลงทะเบียน 3,750 บาท และ หลักสูตรความปลอดภัยในโลกอินเทอร์เน็ต และการจัดการ Google Workspace Admin ฟรีค่าลงทะเบียน 2,500 บาท และสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริม ฟรีค่าลงทะเบียน 2,500 บาท และสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษาธิการ(สกสค.) โครงการ “โลกสวย ตาใส ข้าราชการครูไทยไร้ต้อกระจก” การตรวจคัดกรอง โรคต้อกระจกตาฟรีเป็นต้น

ในการนี้ พล.ต.อ.เพิ่มพูน ได้ทำพิธีคารวะครูอาวุโส ของรัฐมนตรีว่าการศธ. คือ นางอรพรรณ หนูราช ซึ่งเป็นครูประจำชั้นของ รมว.ศธ. ที่โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย กทม. และมอบของที่ระลึกแก่ครูอาวุโสของ รมว.ศธ. 

โดยนางอรพรรณ  กล่าวว่า ในฐานะที่เป็นครูประจำชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 จะใกล้ชิดกับนักเรียน พล.ต.อ.เพิ่มพูน จะเป็นเด็กตัวเล็กๆ เสียงดัง และจะเล่นซนตามประสาเด็ก แต่เวลาเรียนจะตั้งใจเรียนมาก ส่งงานทุกครั้งไม่มีการที่ครูจะต้องทวงถาม เป็นเด็กที่มีความประพฤติดี ไม่เคยผิดวินัยของโรงเรียน ไม่ว่าจะเป็นการแต่งกาย หรือเรื่องอื่น ๆ พล.ต.อ.เพิ่มพูน จะอยู่ในระเบียบวินัยตลอดไม่มีปัญหาใด ๆ รวมถึงยังเป็นคนที่มีนิสัยล่าเริง มีเพื่อนมากและมีแววเป็นผู้นำตั้งแต่เด็ก 

“เมื่อทราบว่า พล.ต.อ.เพิ่มพูน มาเป็นรัฐมนตรีว่าการศธ. ก็รู้สึกปลื้มใจและภูมิใจที่ลูกศิษย์ประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน และรู้สึกยินดีที่ลูกศิษย์มาถึงจุดนี้ ซึ่งเป็นจุดสูงสุดในการทำหน้าที่รับผิดชอบ ด้านการจัดการศึกษาของประเทศชาติ เชื่อว่า ลูกศิษย์คนนี้จะทำได้ดี เพราะพล.ต.อ.เพิ่มพูน เป็นคนที่มีความขยันหมั่นเพียร มีความมุ่งมั่นในการทำงาน ครูเคยให้กำลังใจรมว.ศธ. ว่าการทำงานทุก ๆ อย่างต้องมีอุปสรรค ก็ขอให้อย่าท้อถอย ฝ่าฟันไปให้ได้ และข้อสำคัญต้องดูแลสุขภาพด้วย เพื่อจะได้มีพลังกาย พลังใจ ในการที่จะปฏิบัติหน้าที่ให้ดีที่สุด” นางอรพรรณ กล่าว 

ครูของ รมว.ศธ. กล่าวต่อว่า รู้สึกดีใจมาก ที่พล.ต.อ.เพิ่มพูน ไม่ลืมครู แต่ปกติถ้ามีโอกาสวาระพิเศษ รมว.ศธ. และเพื่อน ๆก็จะมาพบครู ระลึกถึงครูอย่างเสมอต้นเสมอปลาย เป็นคนมีน้ำใจ ช่วยเหลือเพื่อน ช่วยเหลือโรงเรียนและถ้ามีโอกาสช่วยเหลือผู้อื่นอยู่เสมอ โดยได้รับการยกย่องจากเพื่อนๆ ให้เป็นประธานรุ่น เป็นผู้นำรุ่นในการทำประโยชน์ให้กับโรงเรียนและสังคม  (-009)
 

‘อนุทิน’ชี้แก้หนี้ครูต้องดูว่าหนี้เกิดจากอะไร ศธ.พยายามลดภาระทางการเงินให้ครู

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/781014

'อนุทิน'ชี้แก้หนี้ครูต้องดูว่าหนี้เกิดจากอะไร ศธ.พยายามลดภาระทางการเงินให้ครู

‘อนุทิน’ชี้แก้หนี้ครูต้องดูว่าหนี้เกิดจากอะไร ศธ.พยายามลดภาระทางการเงินให้ครู

วันอังคาร ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2567, 13.34 น.

“อนุทิน” ชี้แก้หนี้ครูต้องดูว่าหนี้เกิดจากอะไร ศธ.พยายามลดภาระทางการเงินให้ครู “ปลัดศธ.”ย้ำแก้หนี้ครูคืบหน้า กำหนด4 กรอบสรางปัญหา

16 ม.ค.2567 นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงการแก้ปัญหาหนี้สินครู ซึ่งเป็นหนึ่งในสิ่งที่ครูต้องการให้ช่วยลดภาระครู ว่า ในรายละเอียดต้องไปดูว่าหนี้สินนั้นมาจากอะไร ถ้าจะปรับโครงสร้างหนี้ก็ต้องดูที่มาที่ไปของหนี้ และ ความสามารถในการชำระหนี้ของครูด้วย  ซึ่งกระทรวงศึกษาธิการ ก็ได้รับโจทย์ไปแล้ว และ พยายามทำให้ภาระทางการเงินของครูและของนักเรียนน้อยที่สุด

ด้าน ดร.สุเทพ แก่งสันเทียะ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ในฐานะรองประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบายการแก้ไขปัญหาหนี้สินครูและบุคลากรทางการศึกษา กล่าวว่า การแก้ปัญหาหนี้ครูเป็นเรื่องหนึ่งที่ครูและบุคลากรทางการศึกษา รวมถึงประชาชนได้ให้ความสนใจ ซึ่งวันนี้มีความคืบหน้าพอสมควร โดยการประชุมคณะกรรมการฯล่าสุดที่ประชุมได้กำหนดกรอบในการดำเนินการ 4 กรอบ ทั้งเชิงรุกและเชิงรับ โดยกรอบการดำเนินการเชิงรับจะมีการปรับโครงสร้างหนี้ของครูที่มีอยู่  การลดดอกเบี้ยเพื่อให้ครูมีศักยภาพและความสามารถในการชำระหนี้ได้  การช่วยเหลือครูที่อยู่ในช่วงกำลังจะถูกดำเนินคดีเนื่องจากไม่สามารถชำระหนี้ได้  ส่วนกรอบการดำเนินการเชิงรุก คือ การให้องค์ความรู้เชิงวิชาการเพื่อให้ครูมีภูมิคุ้มกันในการบริหารเงินของตนเอง เพื่อไม่ให้เป็นหนี้ในอนาคต ทั้งนี้ จะมีการประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนนัดต่อไปในเดือนกุมภาพันธ์ นี้  

“ในกรอบการดำเนินการแก้ปัญหาหนี้สินครูทั้ง 4 กรอบนี้ มีการดำเนินการในการจัดทำ MOU ร่วมกับสถาบันการเงิน  สหกรณ์ออมทรัพย์ หรือ ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียต่าง ๆ เพื่อเสนอคณะกรรมการแก้ไขปัญหาหนี้สินชุดใหญ่พิจารณาอีกครั้ง  อย่างไรก็ตาม ในเบื้องต้นได้มีการประสานกับสถาบันการเงินให้ชะลอเรื่องการดำเนินคดีกรณีครูที่อยู่ในกรอบที่จะถูกดำเนินคดี ซึ่งเป็นกลุ่มสีแดงมีจำนวนหมื่นกว่าคน จากจำนวนครูที่เป็นหนี้กว่า 9 แสนคนแล้ว” ปลัด ศธ.กล่าว

และว่าสำหรับกรณีการลดดอกเบี้ยขณะนี้อยู่ระหว่างที่กรมส่งเสริมสหกรณ์ประสานไปยังสถาบันการเงิน ส่วนจะได้ในอัตราเท่าไหร่ยังไม่สามารถตอบชัดเจนได้แต่มั่นใจว่าจะอยู่ในระดับที่ลูกหนี้สามารถชำระหนี้ได้