ซีอีโอOR‘ดิษทัต ปันยารชุน’เชิญ‘โอวี’ร่วมงานคืนสู่เหย้าชาววชิราวุธฯ 16 ธ.ค.นี้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/774598

ซีอีโอOR‘ดิษทัต ปันยารชุน’เชิญ‘โอวี’ร่วมงานคืนสู่เหย้าชาววชิราวุธฯ 16 ธ.ค.นี้

ซีอีโอOR‘ดิษทัต ปันยารชุน’เชิญ‘โอวี’ร่วมงานคืนสู่เหย้าชาววชิราวุธฯ 16 ธ.ค.นี้

วันอังคาร ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 09.28 น.

ย้ำอีกครั้ง!ซีอีโอORเชิญ‘โอวี’ร่วมงาน Homecoming Day คืนสู่เหย้าชาววชิราวุธฯ 16 ธ.ค.นี้

ซีอีโอ OR ดิษทัต ปันยารชุน เจ้าภาพจัดงานคืนสู่เหย้าชาววชิราวุธฯ 16 ธันวาคม นี้ กล่าวถึงความผูกพันของนักเรียนเก่าวชิราวุธว่ามาจากชีวิตโรงเรียนประจำที่ร่วมทุกข์ร่วมสุข ผ่านวัยเด็กเติบโตด้วยกันมา ซ้อมกีฬา แข่งกีฬา เชียร์กีฬามาด้วยกัน มีครบทุกรสชาติทั้งความสนุกสนาน การอยู่ในระเบียบ และความยากลำบากตามปกติของชีวิตนักเรียนประจำ เจอการเรียนที่หนักน้อยกว่าการเล่น ไม่ว่าเล่นแบบห่าม ๆ หรือเลือกเล่นตามความถนัด อย่างดนตรี ที่มีให้เลือกเล่นหลายวง และกิจกรรม ก็มีให้เลือกทำหลายอย่าง นอกจากกีฬา ยังมี สมาคมหนังสือพิมพ์ ถ่ายรูป บันเทิง แล้วแต่ใครชอบทางไหน

เรียกว่าเป็นช่วงเวลา 10 ปีที่เจอกับเพื่อน อยู่กับเพื่อนมากกว่าเจอพ่อแม่ เรียนจบแล้ว จากกันไปนานขนาดไหน กลับมาเจอกันใหม่ ก็มีเรื่องคุยกันต่อได้เสมอ

วัน Homecoming Day มีจัดเวทีมีแข่งกีฬา แต่เป้าหมายจริง ๆ ของคนที่ไป คือ ตั้งใจไปเจอเพื่อน

เอกพัฒน์ วิเชียรแพทยาคม ประธานโอวีรุ่น 55 และดิษทัต กล่าวว่าพวกเรารุ่น 55 ในฐานะเจ้าภาพงานคืนสู่เหย้าปีนี้ อยากชวนเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ให้มากันมากๆ ครับผม

มวล. ค้นพบปรับความคงทนไม้ยางพารา ปลอดภัยต่อมนุษย์และสิ่งแวดล้อม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/774524

มวล. ค้นพบปรับความคงทนไม้ยางพารา  ปลอดภัยต่อมนุษย์และสิ่งแวดล้อม

มวล. ค้นพบปรับความคงทนไม้ยางพารา ปลอดภัยต่อมนุษย์และสิ่งแวดล้อม

วันอังคาร ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ทีมนักวิจัยของศูนย์ความเป็นเลิศด้านไม้และวัสดุชีวภาพ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ (มวล.) ค้นพบวิธีปรับปรุงความคงทนของไม้ยางพารา โดยการต้มในน้ำร้อนภายใต้ความดัน แก้ปัญหาเชื้อรา ปลวกและแมลง ได้ไม้ยางพาราที่มีความคงทน ปราศจากสารเคมีที่เป็นพิษต่อมนุษย์และสิ่งแวดล้อม พร้อมได้รับการขึ้นทะเบียนสิทธิบัตรการประดิษฐ์ จากกรมทรัพย์สินทางปัญญาแล้ว

รองศาสตราจารย์ ดร.นิรันดร มาแทน หัวหน้าศูนย์ความเป็นเลิศด้านไม้และวัสดุชีวภาพ มวล.เปิดเผยว่าไม้ยางพาราเป็นไม้เศรษฐกิจที่มีความคงทนต่อธรรมชาติต่ำและถูกทำลายได้ง่ายจากเชื้อรา ปลวก และแมลง จึงจำเป็นต้องปรับปรุงความคงทนก่อนนำไปใช้งานและวิธีการที่ใช้ในปัจจุบันคือ การอัดสารเคมีเข้าในเนื้อไม้ยางพาราเพื่อรักษาเนื้อไม้จากการเสื่อมสภาพ เช่น การอัดสารประกอบโบรอนสำหรับใช้งานภายในอาคาร หรือการอัดสาร CCA (Chromated Copper Arsenate) สำหรับการใช้งานภายนอกอาคาร เป็นการลดคุณค่าด้านสิ่งแวดล้อม ทั้งยังอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพของผู้บริโภคอีกด้วย

คณะนักวิจัยซึ่งประกอบด้วยนักวิจัยหลักคือ นายทวีศิลป์ วงศ์พรต นักวิทยาศาสตร์สังกัดศูนย์เครื่องมือวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี พร้อมด้วยทีมนักวิจัยศูนย์ความเป็นเลิศด้านไม้ฯมวล. ได้พัฒนากรรมวิธีการผลิตเพื่อให้ได้ไม้ยางพาราที่มีความคงทนโดยปราศจากการใช้สารเคมีที่เป็นพิษต่อมนุษย์และสิ่งแวดล้อม ด้วยเทคนิคการต้มไม้ยางพาราในน้ำร้อนภายใต้ความดันในถังทนแรงดันสูง โดยการต้มไม้ยางพาราที่อิ่มตัวหรือเกือบอิ่มตัวด้วยน้ำในน้ำภายใต้ความดัน ซึ่งเทคนิคนี้จะไม่ทำให้ไม้ยางพาราแตก จึงไม่จำเป็นต้องควบคุมการให้ความร้อน และทำให้กระบวนการเปลี่ยนแปลงองค์ประกอบทางเคมีและโครงสร้างของเนื้อไม้เกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพที่อุณหภูมิต่ำลง ในระยะเวลาที่สั้นลง เมื่อเปรียบเทียบกับเทคนิคอื่นๆ ของต่างประเทศ และป้องกันไม่ให้เกิดการเผาไหม้ของไม้ระหว่างกระบวนการให้ความร้อนอีกด้วย เพื่อเป็นวัสดุไม้ในอนาคต ใช้งานไม้สำหรับการก่อสร้าง ทั้งภายนอกและภายในอาคาร การใช้งานไม้ที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพ เช่น ของเล่นเด็ก เครื่องครัวไม้ที่สัมผัสอาหาร เป็นต้น

รองศาสตราจารย์ ดร.นิรันดร กล่าวอีกว่า เทคนิคกรรมวิธีการให้ความร้อนแบบใหม่นี้สามารถนำไปใช้ได้ในโรงงานอุตสาหกรรมไม้ยางพาราในประเทศไทย โดยการดัดแปลงใช้อุปกรณ์ถังอัดน้ำยาที่มีอยู่แล้วในโรงงาน และสามารถเข้าทดแทนขั้นตอนการอัดน้ำยาของโรงงานอุตสาหกรรมไม้ยางพารา ช่วยลดการใช้พลังงาน ปราศจากสารเคมีและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

การประดิษฐ์นี้เป็นส่วนหนึ่งของงานวิจัยที่ได้รับทุนสนับสนุนการวิจัยจากมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ทุนงบประมาณแผ่นดินปี 2550 ภายใต้โครงการ “การพัฒนากระบวนการปรับปรุงคุณภาพไม้ยางพาราโดยไม่ใช้สารเคมีด้วยวิธีความร้อนที่เหมาะสมสำหรับประยุกต์ใช้กับเตาอบที่มีในโรงงานอุตสาหกรรมไม้ยางพารา” ทั้งนี้ผลงานวิจัยได้รับการขึ้นทะเบียนสิทธิบัตรการประดิษฐ์ จากกรมทรัพย์สินทางปัญญา เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2566 ที่ผ่านมา นับเป็นสิทธิบัตรฉบับที่ 2 ของมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์อีกด้วย

จุฬาฯเปิดพิพิธภัณฑ์ยามค่ำคืน 4 แห่ง เตรียมโชว์เรื่องช้าง พร้อมแสงสีงดงาม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/774523

จุฬาฯเปิดพิพิธภัณฑ์ยามค่ำคืน 4 แห่ง เตรียมโชว์เรื่องช้าง พร้อมแสงสีงดงาม

จุฬาฯเปิดพิพิธภัณฑ์ยามค่ำคืน 4 แห่ง เตรียมโชว์เรื่องช้าง พร้อมแสงสีงดงาม

วันอังคาร ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และมิวเซียมสยาม สถาบันพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้แห่งชาติ (สพร.) จัดเทศกาลท่องเที่ยวพิพิธภัณฑ์ยามค่ำคืน Night at the Museum @ Chula ประจำปี 2566 ใน theme “ช้าง ช้าง เวลากลางคืน Proboscidea the nocturnal life and their friends” ระหว่างวันที่ 15-17 ธันวาคม 2566 เวลา 16.00-22.00 น. ณ พิพิธภัณฑ์ต่างๆ ในคณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ ทั้ง 4 แห่ง ได้แก่ พิพิธภัณฑสถานธรรมชาติวิทยาแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พิพิธภัณฑ์เทคโนโลยีทางภาพ พิพิธภัณฑ์ธรณีวิทยา พิพิธภัณฑ์พืชศาสตราจารย์กสิน สุวตะพันธุ์ และบริเวณคณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ โดยมีหน่วยงานต่างๆ ในจุฬาฯ ร่วมจัดงาน ได้แก่ ภาควิชาจุลชีววิทยา ภาควิชาฟิสิกส์ ภาควิชาวิทยาศาสตร์ทางทะเล คณะวิทยาศาสตร์ สถาบันวิจัยทรัพยากรทางน้ำ และพิพิธภัณฑ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รศ.ดร.วิเชฏฐ์ คนซื่อ ผู้อำนวยการพิพิธภัณฑ์ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ เปิดเผย ว่า จุฬาฯ จะจัดงานครั้งนี้เป็น theme ที่มิวเซียมสยามกำหนดขึ้น เนื่องจาก “ช้าง” เป็นสัญลักษณ์ที่เป็นเอกลักษณ์ของประเทศไทย จึงตั้งใจให้ “ช้างเป็น Soft Power ของไทย” จุดเด่นของงานในปีนี้คือ “พิพิธภัณฑ์ต่างๆ ในคณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ มีความหลากหลายขององค์ความรู้ รวมทั้งมีตัวอย่างของสิ่งมีชีวิตทุกกลุ่ม รวมถึง “ช้าง” ซึ่งเป็นความพิเศษของการแสดงนิทรรศการปีนี้ การเที่ยวชมพิพิธภัณฑ์ยามค่ำคืนซึ่งมีการใช้แสงและสีเข้ามาช่วย เป็นการเปลี่ยนมุมมองการชมพิพิธภัณฑ์ ทำให้ภาพที่เห็นแตกต่างออกไปจากปกติผู้ชมจะได้สัมผัสความงดงามของสิ่งที่จัดแสดงในพิพิธภัณฑ์ยามค่ำคืนในมิติที่แตกต่างจากเวลากลางวัน

ความพิเศษของ Night at the Museum @ Chula ปีนี้ อาทิ พิพิธภัณฑสถานธรรมชาติวิทยาแห่งจุฬาฯ พบกับเรื่องราวของช้าง และสัตว์หายากที่ควรอนุรักษ์ เช่น พะยูน ดงตาล สัตว์เผือก, พิพิธภัณฑ์แมลง พบกับแมลง-แมงที่มีชื่อเกี่ยวกับ “ช้าง” พิพิธภัณฑ์หอยทาก หอยอะไรเอ่ย?ที่เกี่ยวข้องกับช้าง นิทรรศการพิเศษ “น้องพะยูนดงตาลกับลุงเต่าทะเล” และอื่นๆ, พิพิธภัณฑ์ธรณีวิทยา อาทิ ส่องฟอสซิลช้าง สำรวจหินรูปช้าง ผ่านทัวร์เสมือนกับนักธรณีวิทยา, พิพิธภัณฑ์พืช ศาสตราจารย์กสิน สุวตะพันธุ์ พบกับมหัศจรรย์พันธุ์พืชใน Tropical Forest จากใต้น้ำสู่ทะเลทราย พืชอวกาศ สวนอาหารช้าง กิจกรรม Rally คล้องช้าง, พิพิธภัณฑ์เทคโนโลยีเทคโนโลยีทางภาพ จัดแสดงภาพถ่ายช้างป่า ภาพถ่ายฟิล์มกระจกสามมิติ “พิธีคล้องช้างสมัยโบราณ” การเสวนาเรื่องการถ่ายภาพธรรมชาติและภาพสัตว์ป่า, ภาควิชาจุลชีววิทยา พบกับ “จุลินทรีย์มหัศจรรย์” (Fantastic microbe) ตัวอย่างจริงของเห็ดแปลกตาราแมลง สาหร่ายมุกหยก สาหร่ายทนร้อน จากน้ำพุร้อน เป็นต้น การเสวนาและตอบคำถามชิงรางวัล วันศุกร์ที่ 15 ธันวาคม 2566-วันอาทิตย์ที่ 17 ธันวาคม 2566

ภาควิชาฟิสิกส์ ได้แก่ ดูดาวพฤหัสบดี ดาวเสาร์ และอื่นๆ  บูธดาราศาสตร์ ถ่ายภาพดาวผ่านกล้องโทรทรรศน์ด้วยโทรศัพท์มือถือ การบรรยายเรื่อง “การถ่ายและประมวลผลภาพวัตถุอวกาศห้วงลึก (DSO)”, ภาควิชาวิทยาศาสตร์ทางทะเล อาทิ นิทรรศการให้ความรู้เกี่ยวกับหมึกดัมโบ้ หมึกทะเลน้ำลึก และการศึกษาทางทะเล การเสวนา MarineTalk ในหัวข้อการผจญภัยในมหาสมุทร ทดลองผ่าศึกษาอวัยวะภายในของฉลาม, สถาบันวิจัยทรัพยากรทางน้ำ อาทิ ความรู้เกี่ยวกับหอยงวงช้าง สัตว์โบราณที่ยังมีชีวิตอยู่ในปัจจุบัน สัตว์น้ำเครือญาติใกล้ชิดกับหอยงวงช้าง ระบบนิเวศทะเลรอบๆ ตัว ผ่าน “Touch tank” อ่างน้ำของระบบนิเวศจำลองที่มีสัตว์น้ำที่น่าสนใจ และพิพิธภัณฑ์มหาวิทยาลัย นิทรรศการ “หินและแร่ ขุมทรัพย์ธรรมชาติ” นิทรรศการ “ต้ม ต้อง เมี้ยน” เป็นต้น สนใจร่วมงาน ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.museum.sc.chula.ac.th/ และ https://www.facebook.com/NHMCU

ตลาดหลักทรัพย์ฯ มอบห้องสมุด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/774529

ตลาดหลักทรัพย์ฯ มอบห้องสมุด

ตลาดหลักทรัพย์ฯ มอบห้องสมุด

วันอังคาร ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นางสาวจิตติยา ธรรมสรณ์ ผู้ช่วยผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย พร้อมด้วยผู้บริหารและพนักงาน ส่งมอบห้องสมุด อุปกรณ์การเรียนการสอนและคอมพิวเตอร์ ลานกีฬาเทเบิลเทนนิสพร้อมอุปกรณ์การเล่นให้แก่นักเรียน ผู้ปกครอง ครูและคนในชุมชน แก่โรงเรียนบ้านสามขา อำเภอแม่ทะ จังหวัดลำปาง

ม.ศรีปทุม ภาคเอกชน-อาชีวศึกษาร่วมมือวิชาการ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/774526

ม.ศรีปทุม ภาคเอกชน-อาชีวศึกษาร่วมมือวิชาการ

ม.ศรีปทุม ภาคเอกชน-อาชีวศึกษาร่วมมือวิชาการ

วันอังคาร ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ผศ.ดร.อัจฉราพร โชติพฤกษ์ ผู้ช่วยอธิการบดีด้านวิชาการ และ ผศ.ดร.ฐิตาภรณ์ สินจรูญศักดิ์ คณบดีคณะบัญชี มหาวิทยาลัยศรีปทุม ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ กับ ผู้บริหาร บริษัท ไอเอ ซิกเนเจอร์ จำกัด, บริษัท พีพี อินเทอร์นอล ออดิท จำกัด, สมาคมนักบัญชีไทย และวิทยาลัยอาชีวศึกษา เพื่อร่วมมือในการส่งเสริมสนับสนุนกิจกรรมทางวิชาการ และสนับสนุนการพัฒนาอาจารย์และนักศึกษา ที่ มหาวิทยาลัยศรีปทุม กทม. (บางเขน)

มทส. – อัลทอส คอมพิวติ้ง เปิดหลักสูตร พัฒนาผู้ประกอบการวิศวกรรมยุคใหม่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/774525

มทส. - อัลทอส คอมพิวติ้ง เปิดหลักสูตร  พัฒนาผู้ประกอบการวิศวกรรมยุคใหม่

มทส. – อัลทอส คอมพิวติ้ง เปิดหลักสูตร พัฒนาผู้ประกอบการวิศวกรรมยุคใหม่

วันอังคาร ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี (มทส.) และ บริษัท อัลทอส คอมพิวติ้ง จำกัด ผู้ให้บริการด้านโครงสร้างพื้นฐานไอที  AI  การประมวลผลบนคลาวด์ และโซลูชั่นการประมวลผลประสิทธิภาพสูงระดับนานาชาติ ร่วมพัฒนาหลักสูตรวิศวกรรมศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาการประกอบการด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล (Digital Technology Entrepreneurship) ต่อยอดการเรียนรู้แบบ Block Modular มุ่งสร้างผู้ประกอบการวิศวกรรมมืออาชีพ ที่ประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัล แพลตฟอร์ม AI ในงานวิศวกรรมตอบโจทย์ธุรกิจและอุตสาหกรรม เสริมศักยภาพการแข่งขัน และสามารถต่อยอดองค์ความรู้สู่ผู้ประกอบการได้ในอนาคต 

รศ.ดร.อนันต์ ทองระอา อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี (มทส.) กล่าวว่า บทบาทสำคัญของสถาบันการศึกษาคือการสร้างบุคลากรคุณภาพให้เท่าทันกับสิ่งที่เกิดขึ้นและทันความต้องการของภาคธุรกิจและอุตสาหกรรม การเรียนรู้แบบ Block Modular คือการเรียนเป็นชุดวิชาที่ผู้เรียนจะได้รับทักษะและความรู้แบบเบ็ดเสร็จในชุดวิชา เมื่อผู้เรียนผ่านการเรียนในแต่ละมอดูลจะได้รับสัมฤทธิบัตร (Certificate) เพื่อแสดงสมรรถนะในด้านนั้นๆ เพื่อเป็นใบเบิกทางในการประกอบอาชีพ โดยรูปแบบการเรียนนี้จะเกิดผลลัพธ์ตรงตามวัตถุประสงค์ การสร้างความร่วมมือกับภาคธุรกิจหรือผู้เชี่ยวชาญภายนอกเสริมทักษะ ความชำนาญและประสบการณ์ ถ่ายทอดให้กับผู้เรียนไม่ว่าจะเป็นนักศึกษาของคณะ ข้ามคณะฯหรือผู้ประกอบการที่ต้องการเพิ่มเติมความรู้ สิ่งนี้เป็นประโยชน์กับทุกๆ ฝ่าย สถาบันการศึกษามีหลักสูตรที่แข็งแกร่งมีคุณภาพ มีผู้เชี่ยวชาญผลัดเปลี่ยนมาให้ความรู้และร่วมสร้างหลักสูตรผู้ประกอบการได้ถ่ายทอดทักษะและมองหาบุคลากรคุณภาพ และเหนือสิ่งอื่นใด ผู้เรียนได้รับการถ่ายทอดและบ่มเพาะความรู้ความเข้าใจ ทำให้สามารถเลือกอาชีพของตนเองได้

ศาสตราจารย์ ดร.สุขสันติ์หอพิบูลสุข ประธานหลักสูตร กล่าวว่า มทส. มุ่งมั่นที่จะสร้าง “ผู้ประกอบการวิศวกรรม” ที่มีองค์ความรู้ด้าน วิศวกรรม ธุรกิจ และดิจิทัลเทคโนโลยี บนหลักสูตร “วิศวกรรมศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาการประกอบการด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล” ภายใต้หลักสูตรนี้ผู้เรียนจะได้รับความรู้และทักษะในด้านวิศวกรรม เทคโนโลยีดิจิทัล ปัญญาประดิษฐ์ และเครื่องมือต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ด้วยองค์ความรู้แบบสหวิทยาให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ทั้งทฤษฎีและปฏิบัติ โดยมี บริษัท อัลทอสคอมพิวติ้ง จำกัด ร่วมพัฒนาหลักสูตรและถ่ายทอดความรู้ในด้านเทคโนโลยี ตั้งแต่ IT Infrastructure, Machine Learning, Deep Learning และ AI ด้วยเนื้อหาการสอนที่เน้นทักษะการทำงานได้จริง มุ่งเน้นการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีต่างๆ เพื่อสร้างสรรค์ผลงานต่อยอดในการทำงาน

เปิดรับสมัครนักศึกษาในระบบ TCAS แบบ Portfolio ประจำปีการศึกษา 2567 สมัครผ่านทางเว็บไซต์ http://sutgateway.sut.ac.th ตั้งแต่วันนี้-20 ธันวาคม 2566

มทร.รัตนโกสินทร์ MOU ม.แคนาดา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/774527

มทร.รัตนโกสินทร์ MOU ม.แคนาดา

มทร.รัตนโกสินทร์ MOU ม.แคนาดา

วันอังคาร ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

รศ.ดร.อุดมวิทย์ ไชยสกุลเกียรติ อธิการบดี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ และคณะเยี่ยมเยือน และบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการและแลกเปลี่ยนอาจารย์-นักศึกษาสู่สากล กับ Dr.Julia Denbolm ผู้อำนวยการคณบดี มหาวิทยาลัย Simon Fraser University (SFU) ณ เมืองแวนคูเวอร์ ประเทศแคนาดา

‘ศุภมาส’ชูอัตลักษณ์พื้นถิ่น เชื่อมโยงนโยบายซอฟต์พาวเวอร์รัฐบาล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/774533

'ศุภมาส'ชูอัตลักษณ์พื้นถิ่น เชื่อมโยงนโยบายซอฟต์พาวเวอร์รัฐบาล

‘ศุภมาส’ชูอัตลักษณ์พื้นถิ่น เชื่อมโยงนโยบายซอฟต์พาวเวอร์รัฐบาล

วันจันทร์ ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 21.18 น.

“ศุภมาส”ลงพื้นที่อุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาคภาคเหนือ ชูอัตลักษณ์พื้นถิ่น เชื่อมโยงนโยบายซอฟต์พาวเวอร์ของรัฐบาล

เมื่อวันที่ 11 ธันวาคม 2566 น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการดำเนินงานของอุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาคภาคเหนือ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.) พร้อม น.ส.สุชาดา แทนทรัพย์ เลขานุการ รมว.อว. , รศ.ดร.วีระพงษ์ แพสุวรรณ ประธานคณะที่ปรึกษาด้านวิทยาศาสตร์ รมว.กระทรวง อว.โดยมี ศ.ดร.นพ.พงษ์รักษ์ ศรีบัณฑิตมงคล อธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.) ผู้บริหาร มช.และ ผอ.อุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาคทั่วประเทศ ให้การต้อนรับ โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก มีการนำเสนอนิทรรศการผลงานความสำเร็จภายใต้การดำเนินงานอุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาคและพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษ (Economic Corridor) นวัตกรรมเพื่อการเรียนการสอนหุ่นยนต์และการเขียนโปรแกรมของอีซี่คิดส์หรือชุดหุ่นยนต์ 3 in 1 Easykids  Robot kids ขึ้น ซึ่งเป็นชุดหุ่นยนต์ฝึกทักษะการเขียนโปรแกรม 3 ภาษาคอมพิวเตอร์ 3 ระดับ ในหุ่นยนต์ชุดเดียว Block-Based Programming – Python – C/C++ สำหรับเด็กแต่ละช่วงวัย เป็นต้น

ทั้งนี้ รศ.ดร.วีระพงษ์ นำเสนอภาพรวมกรอบนโยบายและยุทธศาสตร์ด้านการอุดมศึกษา วิทยาวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมและการดำเนินงานอุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาค ว่า การดำเนินงานอุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาคในช่วงปี 2556 – 2566 ภายใต้การดูแลรับผิดชอบของกองส่งเสริมและประสานเพื่อประโยชน์ทางวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กระทรวง อว.ส่งผลให้เกิดการกระจายการเข้าถึงเพื่อนำงานวิจัยและเทคโนโลยีไปสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ธุรกิจ มีการจัดกิจกรรมด้าน ววน.ไปแล้วกว่า 35,000 กิจกรรม มีประชาชนเข้าร่วมกิจกรรมกว่า 530,000 คน ส่งเสริมให้เกิดผู้ประกอบเทคโนโลยีรายใหม่มากกว่า 1,000 ธุรกิจ เกิดการจ้างงานกว่า 50,000 อัตรา สร้างผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคมให้กับประเทศมากกว่า 56,000 ล้านบาท สามารถผลิตผลงานวิจัยสู่เชิงพาณิชย์ จำนวน 1,355 ผลงาน และเพิ่มขึ้นร้อยละ 13 ในทุกปี โดยมีผลตอบแทนจากการลงทุน (ROI) ถึง 14 เท่า กล่าวคือเงินลงทุนในอุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาค 1 บาท สร้างผลตอบแทนคืนให้กับเศรษฐกิจไทย 14 บาท

จากนั้น น.ส.ศุภมาส ให้นโยบายว่า อุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาค ช่วยส่งเสริมการกระจายโอกาสในการเข้าถึงเทคโนโลยีให้กับประชาชน ในการพัฒนาธุรกิจนวัตกรรมให้เกิดมูลค่าเพิ่มในพื้นที่ต่าง ๆ ของประเทศ ถือเป็นการกระจายโครงสร้างพื้นฐานด้าน ววน. สู่ภูมิภาค ลดความเหลื่อมล้ำทางเทคโนโลยีและนวัตกรรมและสามารถสร้างผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคมให้กับพื้นที่ภูมิภาคอย่างมหาศาล เกิดการจ้างงาน เกิดการพัฒนาคุณภาพชีวิตด้วยนวัตกรรม เกิดการพัฒนาของธุรกิจทุกขนาดในพื้นที่ด้วยระบบนิเวศนวัตกรรมที่เติมเต็มอยู่อย่างต่อเนื่อง

“ที่สำคัญ อุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาค มีจุดเด่นในการการเชื่อมโยงอัตลักษณ์พื้นถิ่นซึ่งสามารถที่จะเชื่อมโยงกับนโยบาย Soft Power ของรัฐบาลได้อย่างดี และมีการส่งเสริมนวัตกรรมที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมในพื้นที่ เพื่อพัฒนาพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษ (Economic Corridor) ใน 4 ภูมิภาค ซึ่งจะเป็นการเปิดประตูเศรษฐกิจภูมิภาคที่มีศักยภาพในการเชื่อมโยงโครงข่ายการคมนาคมขนส่งและการค้าของประเทศ ซึ่งอุทยานวิทยาศาสตร์จะมีบทบาทสำคัญในการสร้างนวัตกรรม เพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจในพื้นที่บนฐานนวัตกรรม”  น.ส.ศุภมาส กล่าว และว่า

กระทรวง อว.ให้ความสำคัญกับอุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาคและพร้อมจะผลักดันอย่างเต็มที่เพื่อการพัฒนาผู้ประกอบการไทย ให้อุทยานวิทยาศาสตร์มีบทบาทนำในการจัดทำแผนพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจในภูมิภาคอื่นๆ เพื่อกระจายความเติบโตทางเศรษฐกิจ ลดความเหลื่อมล้ำ สร้างความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจไทยในทุกพื้นที่ เพื่อพัฒนาผู้ประกอบการด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมซึ่งจะทำให้ประเทศไทยเป็นฐานการผลิตและส่งออกบริการที่สำคัญในภูมิภาคอาเชียนและระดับโลกด้วยการ “ใช้นวัตกรรมนำประเทศ” อย่างเป็นรูปธรรม

– 006

ปชช.เกือบ 2 หมื่นคนร่วมตักบาตรพระสงฆ์ 10,000 รูป ฉลอง 192 ปี’กาญจนบุรี’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/774565

ปชช.เกือบ 2 หมื่นคนร่วมตักบาตรพระสงฆ์ 10,000 รูป ฉลอง 192 ปี'กาญจนบุรี'

ปชช.เกือบ 2 หมื่นคนร่วมตักบาตรพระสงฆ์ 10,000 รูป ฉลอง 192 ปี’กาญจนบุรี’

วันจันทร์ ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 19.23 น.

วันนี้ (11 ธ.ค.66) ร.ท.ทศพล ไชยโกมินทร์ ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี เดินทางไปเป็นประธานในพิธีตักบาตรพระสงฆ์ 10,000 รูป เนื่องในโอกาสครบ 192 ปี ของการก่อตั้ง จ.กาญจนบุรี โดยได้รับความเมตตาจากพระเทพปริยัติโสภณ เจ้าคณะจังหวัดกาญจนบุรี เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ ภายในงานพระภิกษุกว่า 10,000 รูป ได้แปรแถวรับบิณฑบาต แนวถนนที่ตั้ง SKY WALK อ.เมือง จ.กาญจนบุรี ซึ่งมีความยาวกว่า 800 เมตร ตลอดเส้นทางมีพุทธศาสนิกชน และนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย ชาวต่างประเทศ ร่วมทำบุญตักบาตรกันอย่างเนืองแน่นตลอดถนนสองแคว

พิธีตักบาตรพระสงฆ์ 10,000 รูป ในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อทำบุญเนื่องในโอกาสครบ 192 ปี ของการก่อตั้ง จ.กาญจนบุรี น้อมถวายเป็นพุทธบูชา สร้างความเข้มแข็งทางศีลธรรม ส่งเสริมภาพลักษณ์ของ จ.กาญจนบุรี ให้เป็นเมืองแห่งบุญกุศล สร้างความร่วมมือกันระหว่างหน่วยงานทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคมในท้องถิ่น ที่สำคัญอย่างยิ่งคือ อาหารที่ได้จากการตักบาตรจะนำไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม ภัยพิบัติต่างๆ และพระภิกษุสงฆ์ 323 วัด ที่รักษาพระพุทธศาสนาใน 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ อีกด้วย โดยได้รับความร่วมมือจากคณะสงฆ์จังหวัดกาญจนบุรี สำนักงานพุทธศาสนาจังหวัดกาญจนบุรี ศูนย์อบรมเยาวชนกาญจนบุรี นายกเทศมนตรีเมืองกาญจนบุรี ชมรมส่งเสริมศีลธรรมกาญจนบุรี ศูนย์กัลยาณมิตรจังหวัดกาญจนบุรี มูลนิธิธรรมกาย ภาคประชาสังคม และองค์กรภาคีเครือข่ายเอกชนต่างๆ

น.ส.กาญจนา อินทร์ไทร ผู้แทนคณะกรรมการจัดงาน และ นายวสันต์ ภูษิตกาญจนา นายกเทศมนตรีเมืองกาญจนบุรี คณะกรรมการฝ่ายสถานที่ เปิดเผยว่า พิธีตักบาตรพระ 10,000 รูป จ.กาญจนบุรี เป็นส่วนหนึ่งของโครงการตักบาตรพระ 2,000,000 รูป 77 จังหวัดทุกวัดทั่วไทย ซึ่งผู้จัดงานหวังเป็นอย่างยิ่งว่า การจัดงานบุญในครั้งนี้จะสร้างแรงบันดาลใจให้กับจังหวัดต่างๆ ได้สร้างสรรค์กิจกรรมที่เนื่องด้วยการสั่งสมบุญกุศลเป็นการแสดงความสามัคคีในท้องถิ่น กระตุ้นเศรษฐกิจภูมิภาค สร้างประโยชน์ให้กับสังคมแล้ว และยังถือว่าเป็นการหล่อหลอมรวมใจสร้างกุศลร่วมกันเพื่อคนท้องถิ่นอย่างแท้จริง

– 006

‘วชิราวุธวิทยาลัย’คว้าตำแหน่ง‘ยุวทูตสันติภาพ’จากกระทรวงศึกษาธิการ เตรียมบินไปวาติกัน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/774443

‘วชิราวุธวิทยาลัย’คว้าตำแหน่ง‘ยุวทูตสันติภาพ’จากกระทรวงศึกษาธิการ เตรียมบินไปวาติกัน

‘วชิราวุธวิทยาลัย’คว้าตำแหน่ง‘ยุวทูตสันติภาพ’จากกระทรวงศึกษาธิการ เตรียมบินไปวาติกัน

วันจันทร์ ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 09.49 น.

กระทรวงศึกษาธิการ ร่วมกับ สมาคมศูนย์ข่าวเยาวชนไทย ดำเนินการโครงการ“ยุวทูตสันติภาพสู่นครวาติกัน” สถานที่ประทับสมเด็จพระสันตะปาปา และอิตาลี โดยเป็นโครงการยุวทูตสันติภาพ ปีที่ 2 ที่กระทรวงศึกษาธิการร่วมจัดกับภาคีเครือข่าย โดยปีนี้ใช้ชื่อโครงการ ยุวทูตสันติภาพ เยาวชนต้นแบบ Youth point of view สู่นครวาติกัน แดนศักดิ์สิทธิคริสต์ศาสนา เปิดโอกาสให้เยาวชนที่ชนะเลิศ จะได้เป็นผู้แทนประเทศไทย เดินทางไปทำข่าว แลกเปลี่ยนความคิดเห็น ณ นครวาติกัน พร้อมทัศนศึกษาประเทศอิตาลี

11 ธันวาคม 2566 นายปรีดี ภูสีน้ำ ผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานในพิธีมอบรางวัลการแข่งขันการประกวดคลิปวิดีโอสั้น Tik Tok ส่งเสริมสันติภาพ รอบชิงชนะเลิศ ภายใต้โครงการ ยุวทูตสันติภาพ : เยาวชนต้นแบบ – Youth’s Point of View สู่นครวาติกัน แดนศักดิ์สิทธิ์คริสต์ศาสนา โดยผู้ให้การสนับสนุนรางวัลและทุนการศึกษา ได้แก่ นายจุลภควัฒน์ ศรีสุวรรณ อุปนายกสมาคมศูนย์ข่าวเยาวชนไทย และนายธนกฤษ เรืองทอง กรรมการผู้จัดการ บริษัท เรืองทอง กรุ๊ป จำกัด มอบทุนการเดินทางสู่นครวาติกันและประเทศอิตาลี

นายรัชพล สุวรรณโชติ นายสมาคมศูนย์ข่าวเยาวชนไทย กล่าวว่า ตามที่สมาคมศูนย์ข่าวเยาวชนไทย ได้รับเชิญจาก คณะเดินเพื่อสันติภาพ walk for Peace โดยการนำของพระสุธรรม ฐิตธัมโม ประธานคณะพระธุดงค์สันติภาพโลก ให้เข้าร่วมกิจกรรมการเข้าพบผู้แทนสมเด็จพระสันตะปาปา ณ นครวาติกัน เมื่อเดือนมีนาคม 2566 ผมจึงต้องการเปิดโอกาสให้เยาวชน และคณะผู้แทนผู้บริหาร อาจารย์ นักเรียน นักศึกษา จากประเทศไทย ได้มีโอกาสเดินทางไปในสถานที่อันศักดิ์สิทธิเช่นเดียวกับผม โดยนครวาติกัน สถานที่ศักดิ์สิทธิ์และทรงคุณค่า เพราะเป็นที่ประทับของสมเด็จพระสันตะปาปา ประมุขสูงสุดของศาสนาคริสต์ นิกายโรมันคาทอลิก ผมจึงได้นำโครงการมาสานต่อกับโครงการเดิมของกระทรวงศึกษาธิการ ที่ร่วมกับมูลนิธิปฏิสมุทรบาท ซึ่งมีหลวงพ่ออำนาจ โอภาโส พระผู้ริเริ่มโครงการสร้างประเทศไทยเป็นศูนย์กลางสันติภาพโลก เป็นประธานโครงการ พร้อมด้วยสมาคมศูนย์ข่าวเยาวชนไทย และภาคีเครือข่าย ที่ดำเนินการโครงการยุวทูตสันติภาพ ไทยสู่ยุโรป ปีที่ 1 (2565) เดินทางไปทัศนศึกษา ณ ประเทศเยอรมันและสวิสเซอร์แลนด์ สำเร็จไปแล้ว โดยในปีนี้ ทางสมาคมศูนย์ข่าวเยาวชนไทย ได้มาร่วมเป็นเจ้าภาพหลักกับกระทรวงศึกษาธิการในการดำเนินการ โครงการ ยุวทูตสันติภาพ เยาวชนต้นแบบ Youth point of view สู่นครวาติกัน แดนศักดิ์สิทธิคริสต์ศาสนา โดยมีท่านปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธาน เพื่อเปิดโอกาสให้เยาวชนไทย และบุคลากรในด้านการศึกษาของไทย ได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในนครวาติกัน อันเป็นเมืองศักดิ์สิทธิ์ และทัศนศึกษา ณ ประเทศอิตาลี อันเมืองแห่งประวัติศาสตร์ระดับโลก

ผลการแข่งขันยุวทูตสันติภาพ สู่นครวาติกัน มีดังนี้

รางวัลชนะเลิศ ตำแหน่งยุวทูตสันติภาพ ได้แก่ นายแทนคุณ ตรีนิภากร จาก วชิราวุธวิทยาลัย

รองชนะเลิศลำดับที่ 1 นางสาวกุลภรณ์ ภัทรพงษ์บวร จาก โรงเรียนเลิร์นสาธิตพัฒนา

รองชนะเลิศลำดับที่ 2 นายวีรากร ระวีกุล จาก โรงเรียนขอนแก่นวิทยายน

รางวัลยอดเยี่ยม 7 รางวัล ได้แก่

1.นางสาวเบญญาภา ดีประเสริฐทรัพย์ วิทยาลัยอาชีวศึกษาภูเก็ต

2.นายสุรพงษ์ มั่นกำเนิด  วิทยาลัยการอาชีพพนมทวน

3. นางสาวพิชญา วงษ์อนันต์  โรงเรียนกาวิละวิทยาลัย

4. นางสาวกานต์มณี ขันนุ้ย   โรงเรียนอิสมาอีลียะห์มูลนิธิ

5. นางสาวธาณุมาส โคตรสุโพธิ์    โรงเรียนศรีกระนวนวิทยาคม

6. นายสิรธีร์ เกตุรัตน์ โรงเรียนอัสสัมชัญสมุทรปราการ

7. นายอธิภัทร เฉลิมศรี กาญจนาภิเษกวิทยาลัย ช่างทองหลวง

8. นายนฤสรณ์ นุ่นชูผล โรงเรียนสภาราชินี จังหวัดตรัง

นายแทนคุณ ตรีนิภากร นักเรียนจากวชิราวุธวิทยาลัย ผู้คว้าตำแหน่ง ยุวทูตสันติภาพ สู่นครวาติกัน กล่าวว่า “เรื่องสันติภาพ เป็นเรื่องระดับโลก ที่ทั่วโลกกำลังให้ความคิดเห็นแตกต่างหลากหลายในหลายๆ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั่วโลก ผมคิดว่าในฐานะเราเป็นเยาวชน ผมมองว่าเราควรเป็นผู้ที่สื่อสารออกให้ทั้งโลกได้รู้ว่า เราต้องการสันติภาพ เป็นตัวแทนของคนที่กำลังประสบพบเจอกับเหตุการณ์ที่รุนแรง เราในฐานะเยาวชนก็ควรที่จะรณรงค์ให้เกิดสันติภาพในหมู่คนทั่วไปทุกกลุ่ม ทุกระดับ ทุกประเทศได้ครับ”

ทั้งนี้ ผู้ชนะเลิศได้รับโล่ประกาศเกียรติคุณ เกียรติบัตร จากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เงินรางวัลจำนวน 10,000 บาท และจะได้เดินทางไปเข้าร่วมกิจกรรมรายงานข่าว ด้านสันติภาพและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้านวิชาการ วิถีชีวิต และศิลปวัฒนธรรม ณ นครวาติกัน และสาธารณรัฐอิตาลี