‘สถาบันอุดมศึกษา-นักวิจัย’เฮ! ‘อว.-คลัง’ออกประกาศปลดล็อกจัดซื้อจัดจ้างเพื่อการวิจัยฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/767177

‘สถาบันอุดมศึกษา-นักวิจัย’เฮ! ‘อว.-คลัง’ออกประกาศปลดล็อกจัดซื้อจัดจ้างเพื่อการวิจัยฯ

‘สถาบันอุดมศึกษา-นักวิจัย’เฮ! ‘อว.-คลัง’ออกประกาศปลดล็อกจัดซื้อจัดจ้างเพื่อการวิจัยฯ

วันเสาร์ ที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 12.10 น.

‘สถาบันอุดมศึกษา-นักวิจัย’เฮ! ‘อว.’ร่วมกับกระทรวงการคลัง ออกประกาศจัดซื้อจัดจ้างเพื่อการวิจัยและพัฒนาและเพื่อการให้บริการทางวิชาการ ‘สอวช.’ชี้ช่วยปลดล็อกข้อจำกัดการจัดซื้อจัดจ้าง เพิ่มความคล่องตัว และมีประสิทธิภาพ

4 พฤศจิกายน 2566 สืบเนื่องจากที่ผ่านมาการจัดซื้อจัดจ้างเพื่อการวิจัยและพัฒนาและการให้บริการทางวิชาการของสถาบันอุดมศึกษาใช้หลักเกณฑ์กลางตามพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 ซึ่งมีข้อจำกัดและไม่คล่องตัวในการวิจัยและพัฒนาที่มีลักษณะเฉพาะเจาะจง พัสดุที่ใช้เพื่องานวิจัยมีข้อจำกัดทางเทคนิคเฉพาะ มีเทคโนโลยีสูง และมีกระบวนการซื้อจ้างที่ซับซ้อน หรือจำเป็นต้องใช้ความชำนาญเป็นพิเศษของผู้รับจ้าง ส่งผลต่อการส่งมอบงานวิจัยตามแผนงานล่าช้า และไม่สามารถดำเนินโครงการวิจัยและนวัตกรรมตามพันธกิจของหน่วยงานหรือไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์ในการวิจัยและนวัตกรรม จนอาจทำให้สูญเสียโอกาสในการจัดซื้อจัดจ้างพัสดุที่จำเป็นต่องานวิจัยและนวัตกรรม หรือการจ้างผู้เชี่ยวชาญที่มีทักษะสูงมาถ่ายทอดเทคโนโลยีหรือให้บริการทางวิชาการต่อสถาบันอุดมศึกษา

ดังนั้น เพื่อแก้ไขข้อจำกัดดังกล่าว กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดย สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.)  ร่วมกับ กรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง ได้ร่วมกันพัฒนาหลักเกณฑ์การจัดซื้อจัดจ้างเพื่อการวิจัยและพัฒนา และเสนอต่อสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ เพื่อเสนอคณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ ออกประกาศ เรื่อง หลักเกณฑ์การจัดซื้อจัดจ้างเพื่อการวิจัยและพัฒนา และเพื่อการให้บริการทางวิชาการของสถาบันอุดมศึกษา ที่ไม่สามารถดำเนินการตามพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 โดยประกาศฉบับนี้ได้ลงประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว และมีผลใช้บังคับ เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2566

ดร.กิติพงค์ พร้อมวงค์ ผู้อำนวยการ สอวช. กล่าวว่า จากหลักเกณฑ์ดังกล่าวทำให้สถาบันอุดมศึกษาสามารถปลดล็อกข้อจำกัดในการดำเนินการเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้าง เพื่อการวิจัยและพัฒนา และเพื่อการให้บริการทางวิชาการของสถาบันอุดมศึกษา ซึ่งนับเป็นคุณูปการให้กับสถาบันอุดมศึกษาทั่วประเทศ ที่จะสามารถทำงานได้อย่างคล่องตัวและมีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งต้องขอขอบคุณ ท่านนายกรัฐมนตรี หน่วยงานต่าง ๆ และผู้ทรงคุณวุฒิที่ร่วมดำเนินการผลักดันให้มีประกาศฉบับนี้ขึ้น ทั้งกระทรวงการคลัง สภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ ที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย กรมบัญชีกลาง หน่วยงานของรัฐ ศาสตราจารย์กิตติคุณบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ศาสตราจารย์สมคิด เลิศไพฑูรย์ รวมทั้งผู้แทนสถาบันอุดมศึกษาและสถาบันวิจัย

ประกาศฉบับนี้ออกโดยอาศัยอำนาจของสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ ตามพระราชบัญญัติการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ การวิจัยและนวัตกรรม พ.ศ. 2562 และพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 ซึ่งจะช่วยปลดล็อกข้อจำกัดในการจัดซื้อจัดจ้างให้เหมาะสมกับการวิจัยพัฒนาและการบริการวิชาการของสถาบันอุดมศึกษาในหลายประการ เช่น กำหนดวิธีการและเงื่อนไขการซื้อหรือจ้างพัสดุเพื่อใช้ในการวิจัยและพัฒนา เพิ่มวงเงินสำหรับวิธีเฉพาะเจาะจง และลดขั้นตอนให้สะดวกขึ้น กำหนดการจัดซื้อจัดจ้างพัสดุชีวภาพหรือพัสดุท้องถิ่นที่มีลักษณะเฉพาะตามข้อกำหนดของงานวิจัย หรือปลดล็อกข้อกำหนดให้จ่ายเงินล่วงหน้า การจัดซื้อจัดจ้างพัสดุจากต่างประเทศ

รวมทั้งสามารถโอนพัสดุให้หน่วยงานภาคเอกชนตามข้อตกลงความร่วมมือหรือสัญญาได้ เพื่อให้เกิดกลไกการบริหารจัดการพัสดุด้านการวิจัย การบริการวิชาการ และการสร้างนวัตกรรมอย่างเป็นระบบ มุ่งเป้าสู่การนำผลงานวิจัยและนวัตกรรมไปใช้ให้เกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจและสังคม โดยหลังจากนี้ จะเร่งดำเนินการซักซ้อมทำความเข้าใจให้กับสถาบันอุดมศึกษาทราบต่อไป

สกสว.เปิดเวทีถกแนวทาง หนุนงานวิจัยด้านเทคโนโลยีอวกาศ ตั้งเป้าลดพึ่งพิงการนำเข้า มุ่งสร้างศักยภาพและพัฒนาเทคโนโลยีได้เองภายในปี 2570

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/766907

สกสว.เปิดเวทีถกแนวทาง หนุนงานวิจัยด้านเทคโนโลยีอวกาศ ตั้งเป้าลดพึ่งพิงการนำเข้า มุ่งสร้างศักยภาพและพัฒนาเทคโนโลยีได้เองภายในปี 2570

สกสว.เปิดเวทีถกแนวทาง หนุนงานวิจัยด้านเทคโนโลยีอวกาศ ตั้งเป้าลดพึ่งพิงการนำเข้า มุ่งสร้างศักยภาพและพัฒนาเทคโนโลยีได้เองภายในปี 2570

วันพฤหัสบดี ที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 20.31 น.

สกสว.เปิดเวทีถกแนวทางการสนับสนุนงานวิจัยด้านเทคโนโลยีอวกาศ ตั้งเป้าลดพึ่งพิงการนำเข้า มุ่งสร้างศักยภาพและพัฒนาเทคโนโลยีได้เองภายในปี 2570

สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) จัดเสวนาในหัวข้อ “Thai Government Support Priorities for RDI in Space Science to Foster the Space Industry in 2023-2027” ซึ่งจัดขึ้นภายในงานสัปดาห์อวกาศแห่งชาติ ประจำปี 2566 (Thailand Space Week 2023) โดยมี ดร.ณิรวัฒน์ ธรรมจักร์ ผู้อำนวยการกลุ่มภารกิจพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สกสว. นางกานดาศรี ลิมปาคม รองผู้อำนวยการ ภารกิจด้านภูมิสารสนเทศ สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ GISTDA ผศ. ดร.วิภู รุโจปการ รองผู้อำนวยการ สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) ศ. ดร.เดวิด รูฟโฟโล ภาควิชาฟิสิกส์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ดร.พงศธร สายสุจริต ภาควิชาวิศวกรรมเครื่องกลและการบิน-อวกาศ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ ร่วมแลกเปลี่ยนในประเด็นดังกล่าว ณ ห้องประชุม ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ 

ดร.ณิรวัฒน์ ธรรมจักร์ กล่าวว่า กองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (กองทุน ววน.) ที่บริหารจัดการโดย สกสว. มีการสนับสนุนทุนวิจัยทางด้านเทคโนโลยีอวกาศมาตั้งแต่ปี 2563 เพื่อมุ่งให้เกิดการทำงานร่วมกันในทุกภาคส่วนและลดความซ้ำซ้อนในการให้ทุนวิจัย ซึ่งการหารือในครั้งนี้ มุ่งเน้นประเด็นการสนับสนุนงบประมาณจากภาครัฐเพื่อการพัฒนาวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมด้านเทคโนโลยีอวกาศ ที่จะเป็นโอกาสทางเศรษฐกิจในอนาคตของประเทศ 

โดยการจัดสรรงบประมาณที่มีทั้งรูปแบบการสนับสนุนหน่วยงานที่มีภารกิจพื้นฐานด้านเทคโนโลยีอวกาศ ทั้งการพัฒนาทักษะกำลังคนและโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญ เพื่อตอบพันธกิจของหน่วยงาน และรูปแบบการจัดสรรงบประมาณเชิงกลยุทธ์ที่เน้นการสนับสนุนในแผนงานที่มุ่งเน้นความเป็นเลิศด้านเทคโนโลยีที่มีศักยภาพในการต่อยอดไปสู่อุตสาหกรรมและบริการในอนาคต ซึ่ง สกสว. ได้จัดสรรทุนวิจัยให้กับหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนากำลังคน และทุนด้านการพัฒนาสถาบันอุดมศึกษา การวิจัยและการสร้างนวัตกรรม (บพค.)  สำหรับโครงการภาคีความร่วมมืออวกาศไทย (Thai Space Consortium: TSC) ซึ่งเป็นความร่วมมือจากหลายหน่วยงานที่พยายามสร้างต้นแบบชิ้นส่วนดาวเทียมขึ้นมาเองในประเทศ โดยตั้งเป้าหมายภายในปี 2570 จะสามารถผลิต 20 ต้นแบบชิ้นส่วนย่อยของระบบดาวเทียมได้ สามารถใช้ระบบข้อมูลภูมิสารสนเทศจากดาวเทียมแก้ปัญหาด้านการเกษตร สิ่งแวดล้อมได้จำนวนไม่น้อยกว่า 1 แสนไร่ พร้อมทั้งพัฒนาและสร้างความเข้มแข็งให้กำลังคนในประเทศ พัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐาน และทรัพยากรสำคัญต่าง ๆ ให้ประเทศไทยมีความพร้อมด้านงานวิจัยทางเทคโนโลยีอวกาศเพิ่มมากขึ้น

“ในอนาคตการใช้เทคโนโลยีอวกาศและดาวเทียมจะมีความจำเป็นมากขึ้น ทั้งในด้านการสื่อสารในยุคหลัง 5G การใช้ประโยชน์ด้านการเกษตร สิ่งแวดล้อม การพัฒนาที่ดิน ป่าไม้และทรัพยากรต่างๆ รวมถึงการป้องกันภัยคุกคามทางอวกาศที่อาจเกิดขึ้นได้ อาทิ อุกกาบาต ดาวนอกโลก พายุสุริยะ ขยะอวกาศ ที่อาจเป็นภัยต่อการอยู่อาศัยบนโลก เราจึงจำเป็นต้องมีการพัฒนางานวิจัยในด้านเทคโนโลยีอวกาศอย่างไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้  โดยในระยะแรกของแผนด้าน ววน. ได้มุ่งสนับสนุนการสร้างความเข้มแข็งของกำลังคน ความเข้มแข็งของโครงสร้างพื้นฐาน และความเข้มแข็งของเทคโนโลยี ที่จะสามารถทำให้อุตสาหกรรมเกิดขึ้น รวมถึงนักลงทุนต่าง ๆ ให้ความสนใจสร้าง Space Economy ให้เกิดขึ้นได้อย่างแท้จริง โดยยอมรับว่าในปัจจุบันเรายังเป็นผู้ซื้อเทคโนโลยี แต่เป้าหมายในอนาคตอันใกล้นี้เราจะสามารถสร้างเทคโนโลยีได้เอง” ดร.ณิรวัฒน์ กล่าวทิ้งท้าย

ในการเสวนาได้มีการแลกเปลี่ยนในประเด็นต่าง ๆ  โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรณีที่รัฐบาลได้มีการลงทุนให้กับโครงการ THEOS 2 ที่นักวิจัยในประเทศไทยและภาคเอกชนสามารถนำข้อมูลจากดาวเทียมไปใช้ประโยชน์ได้ ตลอดจนการสนับสนุนโครงสร้างพื้นฐานสำหรับการพัฒนาดาวเทียม โดยมีสถานที่ประกอบและทดสอบ รวมถึงนักวิจัยและนักพัฒนาในไทยที่มีความสนใจพัฒนาต้นแบบชิ้นส่วนดาวเทียมและ software การใช้ประโยชน์ ดังนั้นภาครัฐควรให้การสนับสนุนทุนวิจัยด้านเทคโนโลยีอวกาศอย่างต่อเนื่องเพื่อสร้างรากฐานให้กับระบบนิเวศเศรษฐกิจอวกาศ เพราะโครงการด้านเทคโนโลยีอวกาศไม่สามารถแล้วเสร็จในระยะเวลาอันสั้น  หากทุนวิจัยมีความต่อเนื่อง เชื่อแน่ว่าเทคโนโลยีอวกาศของไทยจะสามารถก้าวหน้าในอนาคตอันใกล้ได้อย่างแน่นอน

ทั้งนี้ การเสวนาดังกล่าว จัดขึ้นเพื่อสื่อสารและแลกเปลี่ยนมุมมองร่วมกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียซึ่งเป็นหน่วยงานในระบบวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (ระบบ ววน.) ด้านการพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และนักวิจัยที่ทำงานต่อเนื่องในด้านการพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศ รวมถึงให้ภาคนโยบายได้รับทราบถึงความสำคัญของการพัฒนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี การวิจัยและนวัตกรรม ที่เป็นส่วนสำคัญในการสร้างความเข้มแข็งของการพัฒนาเทคโนโลยีด้านระบบโลกและอวกาศ ต่อยอดไปสู่อุตสาหกรรมและบริการแห่งอนาคต ที่อยู่ภายใต้แผนด้าน ววน. ของประเทศ พ.ศ.2566-2570 

“สกสว. เป็นหน่วยงานกลางในการบริหารจัดการกองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (กองทุน ววน.) มีหน้าที่ในการส่งเสริม สนับสนุน และขับเคลื่อนระบบวิจัยและนวัตกรรมของประเทศในทุกด้าน เพื่อให้เกิดการพัฒนาประเทศอย่างสมดุลและยั่งยืน”

ข่าวดี! ยูเนสโกประกาศ ‘เชียงราย-สุพรรณบุรี’ เมืองสร้างสรรค์ วธ.ดันท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/766798

ข่าวดี! ยูเนสโกประกาศ ‘เชียงราย-สุพรรณบุรี’ เมืองสร้างสรรค์ วธ.ดันท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม

ข่าวดี! ยูเนสโกประกาศ ‘เชียงราย-สุพรรณบุรี’ เมืองสร้างสรรค์ วธ.ดันท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม

วันพฤหัสบดี ที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 16.08 น.

ข่าวดี! ยูเนสโกประกาศ ‘เชียงราย’ เป็นเมืองสร้างสรรค์ด้านการออกแบบ ‘สุพรรณบุรี’ เป็นเมืองสร้างสรรค์ด้านดนตรี ปี 2566 เป็น 2 รายการ จาก 55 รายการทั่วโลก

วันที่ 2 พฤศจิกายน 2566 นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิชรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวว่า เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2566 องค์การเพื่อการศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือยูเนสโก ได้ประกาศผลการรับรองเมืองสมาชิกเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ 55 เมืองทั่วโลก ซึ่งเป็นเรื่องที่น่ายินดีอย่างยิ่งที่ประเทศไทยของเราได้มีเมืองที่มีเอกลักษณ์และได้รับการรับรองจากยูเนสโก ยกจังหวัดเชียงราย เป็นเมืองสร้างสรรค์ด้านการออกแบบ (City of Design) และจังหวัดสุพรรณบุรี เป็นเมืองสร้างสรรค์ด้านดนตรี (City of Music) โดย ทั้ง 55 เมืองสร้างสรรค์ ได้รับการยอมรับว่าเป็นเมืองที่กำลังเป็นผู้นำในการเพิ่มการเข้าถึงวัฒนธรรม และกระตุ้นพลังแห่งความคิดสร้างสรรค์ ปรับประยุกต์ใช้วัฒนธรรมและความคิดสร้างสรรค์ให้เกิดประโยชน์ในการพัฒนาเมืองรวมทั้งมีแนวปฏิบัติเชิงนวัตกรรมในการวางแผนพัฒนาเมืองที่มีประชาชนเป็นศูนย์กลาง อีกทั้ง 55 เมืองสร้างสรรค์ที่ได้รับการแต่งตั้งใหม่นี้ จะได้รับเชิญให้เข้าร่วมการประชุมเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ (the UNESCO Creative Cities Network :UCCN) ประจำปี 2024 ระหว่างวันที่ 1 – 5 กรกฎาคม 2567 ที่เมืองบรากา ประเทศโปรตุเกส ภายใต้หัวข้อ “Bringing Youth to the table for the next decade”

“ตามที่กระทรวงวัฒนธรรม เป็นหน่วยงานภาครัฐที่มุ่งเน้นนำวัฒนธรรมสร้างเศรษฐกิจ จึงพร้อมส่งเสริมการสร้างรายได้ด้วยการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ให้วัฒนธรรมเป็นกลไกหนึ่งในการเชื่อมและสร้างความสัมพันธ์ทางการทูตกับนานาประเทศ เปิดกว้างความหลากหลายทางอัตลักษณ์ ความเชื่อ และความคิด ให้ประเทศไทยเป็นหมุดหมายของผู้คนที่มีความเป็นเลิศในด้านต่างๆ และเป็นกลไกในการพัฒนาประเทศต่อไป โดยคาดว่าเมืองเชียงรายและเมืองสุพรรณบุรีที่ได้รับการรับรองเป็นสมาชิกเมืองสร้างสรรค์ในปีนี้ จะเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมของไทยที่จะสร้างรายได้ เกิดกระตุ้นเศรษฐกิจ ให้มีมูลค่าการท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน” นายเสริมศักดิ์ กล่าว

นายเสริมศักดิ์ กล่าวอีกว่า ที่ผ่านมาประเทศไทยมีเมืองที่ได้รับรองเป็นสมาชิกเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ของยูเนสโกแล้ว 2 แห่ง ได้แก่ จังหวัดสุโขทัย เป็นเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ของยูเนสโก หรือ City of Crafts & Folk Art ในปี 2562 และจังหวัดเพชรบุรี เป็นเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ด้านอาหาร หรือ City of Gastronomy ในปี 2564 ซึ่งทำให้เมืองดังกล่าวได้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง เกิดการเดินทางแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างกัน และมีจำนวนนักท่องเที่ยวเดินทางมาท่องเที่ยวมากขึ้น 

รมว.วธ.  กล่าวต่อไปว่า นอกจากนี้ ประชาชนชาวไทยยังสามารถเตรียมลุ้นให้เมืองเชียงใหม่เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมประจำปีของเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ขององค์การยูเนสโก ครั้งที่ 17 ในปี พ.ศ. 2568 (UCCN Annual Conference 2025) อีกด้วย โดยมีกระทรวงวัฒนธรรม จังหวัดเชียงใหม่ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) และสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) เป็นหน่วยงานหลักในการขับเคลื่อนงานและผลักดันเมืองเชียงใหม่ ให้เป็น 1 ใน 5 เมืองที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นเมืองสร้างสรรค์ของประเทศไทย สาขาหัตถกรรมและศิลปะพื้นบ้าน (Crafts and Folk Art) ในวาระการเสนอเมืองเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมประจำปี ครั้งที่ 17 ในปี พ.ศ. 2568 โดยองค์การยูเนสโกจัดขึ้นในรูปแบบออนไลน์ ช่วงปลายปี 2566 นี้

มธ.จัดงาน‘วันธรรมศาสตร์สามัคคี 5 พ.ย.’ ‘ชวน’รับรางวัล‘จิตวิญญาณธรรมศาสตร์’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/766716

มธ.จัดงาน‘วันธรรมศาสตร์สามัคคี 5 พ.ย.’ ‘ชวน’รับรางวัล‘จิตวิญญาณธรรมศาสตร์’

มธ.จัดงาน‘วันธรรมศาสตร์สามัคคี 5 พ.ย.’ ‘ชวน’รับรางวัล‘จิตวิญญาณธรรมศาสตร์’

วันพฤหัสบดี ที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 12.47 น.

เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2556 มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) จัดงาน “วันธรรมศาสตร์สามัคคี 5 พ.ย.” โดย ชมรมพื่อนโดม และมูลนิธเพื่อนโดม ในวันอาทิตย์ที่ 5 พฤศจิกายน 2566 เวลา 16.00 – 20.00 น. ณ สมาคมธรรมศาสตร์ในพระบรมราชูปถัมภ์ ซอยงามดูพลี ถนนพระราม 4

โดย ชมรมเพื่อนโดม และมูลนิธิเพื่อนโดม เชิดชูศิษย์เก่าธรรมศาสตร์ ประกาศยกย่องเชิดชูเกียรติและมอบรางวัล “จิตวิญญาณธรรมศาสตร์” พร้อมกับมอบเข็มเกียรติยศธรรมศาสตร์สามัคคี 5 พ.ย.2566 ให้แก่ศิษย์เก่า มธ.ที่ทำคุณประโยชน์ในหน้าที่สำคัญๆ แก่ประเทศชาติและสังคมไทย

สำหรับในปี 2566 นี้ บุคคลที่สมควรได้รับรางวัล “จิตวิญญาณธรรมศาสตร์” ได้แก่ นายชวน หลีกภัย อดีตนายกรัฐมนตรี และอดีตประธานรัฐสภา ในฐานะผู้มีความเสียสละและมีคุณสมบัติเพียบพร้อม เป็นบุคคลต้นแบบ

นอกจากนี้ คณะกรรมการชมรมเพื่อนโดม ยังมีมติเห็นชอบ มอบเข็มเกียรติยศธรรมศาสตร์สามัคคี 5 พ.ย.2566 ให้แก่ศิษย์เก่า มธ.ที่ทำคุณประโยชน์ในหน้าที่สำคัญๆ แก่ประเทศชาติและสังคมไทย อีก 12 ท่าน ดังนี้

นายเรวัตร จันทร์ประเสริฐ ประธานกรรมการอัยการ

นายอำนาจ เจตน์เจริญรักษ์ อัยการสูงสุด

นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รองนายกรัฐมนตรี

นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน

นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม

นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

ศาสตราจารย์ ดร.อุดม รัฐอมฤต ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ

นายชาย นครชัย กรรมการการเลือกตั้ง

นายอนุกูล ปีดแก้ว ปลัดกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์

นางพรทิภา ไสวสุวรรณวงศ์ เลขาธิการสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ

นายวินิจ ศิลามงคล นายกสภาวิชาชีพบัญชีในพระบรมราชูปถัมภ์

นายประดิษฐ ประสาททอง ศิลปินแห่งชาติ ประจำปี 2565 สาขาศิลปะการแสดง (ละครร่วมสมัย)

สำหรับพิธีมอบรับรางวัล “จิตวิญญาณธรรมศาสตร์” และเข็มเกียรติยศธรรมศาสตร์สามัคคี จัดขึ้นในงาน “วันธรรมศาสตร์สามัคคี 5 พ.ย.” ในวันอาทิตย์ที่ 5 พฤศจิกายน 2566 เวลา 16.00 – 20.00 น. ณ สมาคมธรรมศาสตร์ในพระบรมราชูปถัมภ์ ซอยงามดูพลี ถนนพระราม 4 โดยมี รศ.เกศินี วิฑูรชาติ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ , ดร.สันติภาพ เตชะวณิช ประธานชมรมเพื่อนโดม และนายชัยวัฒน์ พสกภักดี ประธานมูลนิธิเพื่อนโดม เป็นผู้มอบรางวัลและเข็มเกียรติยศ พร้อมกันนี้ นายชวน หลีกภัย จะแสดงปาฐกถาพิเศษ หัวข้อ “ค่อนชีวิตนักการเมือง” ก่อนรับประทานอาหารร่วมกัน

โดยมีกำหนดการ ดังนี้

เวลา 16.00 – 16.30 น.พิธีบำเพ็ญกุศลทำบุญถวายสังฆทานแด่พระภิกษุสงฆ์ จำนวน 10 รูป

เวลา 16.30 – 16.45 น.พิธีเปิดงาน

เวลา 16.45 – 17.10 น.การประกาศเกียรติคุณและมอบรางวัล “จิตวิญญาณธรรมศาสตร์”

เวลา 17.10 – 17.40 น.การแสดงปาฐกถาพิเศษ หัวข้อ “ค่อนชีวิตนักการเมือง” โดย นายชวน หลีกภัย อดีตนายกรัฐมนตรี และอดีตประธานรัฐสภา

เวลา 17.40 – 17.50 น.พิธีมอบเข็มเกียรติยศธรรมศาสตร์สามัคคี โดย รศ.เกศินี วิฑูรชาติ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

เวลา 18.40 – 20.00 น.รับประทานอาหารร่วมกัน และสังสรรค์ตามอัธยาศัย

รัฐบาลห่วงใยนักเรียน กำชับสถานศึกษาตรวจเข้มยาเสพติด-บุหรี่ไฟฟ้าช่วงเปิดเทอม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/766667

รัฐบาลห่วงใยนักเรียน กำชับสถานศึกษาตรวจเข้มยาเสพติด-บุหรี่ไฟฟ้าช่วงเปิดเทอม

รัฐบาลห่วงใยนักเรียน กำชับสถานศึกษาตรวจเข้มยาเสพติด-บุหรี่ไฟฟ้าช่วงเปิดเทอม

วันพฤหัสบดี ที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 09.08 น.

​รัฐบาลห่วงใยนักเรียน กำชับสถานศึกษาตรวจเข้มยาเสพติด ของมึนเมาทุกชนิด และบุหรี่ไฟฟ้า ช่วงเปิดเทอม

2 พฤศจิกายน 2566 นายคารม พลพรกลาง รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลห่วงใยนักเรียน  ซึ่งเป็นวัยอยากลองอยากรู้ และเป็นวัยที่ต้องการการยอมรับจากเพื่อน มักจะทำตามกระแส   ขาดการคิดวิเคราะห์แยกแยะที่ถูกต้อง ทำให้เกิดปัญหาตามมา ส่งผลต่ออนาคตทางการศึกษา

นายคารม กล่าวว่า ในช่วงเปิดภาคเรียนเทอมที่ 2/2566 กระทรวงศึกษาธิการได้กำชับให้ผู้บริหารสถานศึกษาทั่วประเทศ และหน่วยงานในกำกับทุกสังกัด ตรวจตราบุหรี่ไฟฟ้า รวมถึงยาเสพติดอย่างเข้มข้นทั้งภายในและบริเวณรอบสถานศึกษา เพื่อป้องกันนักสูบหน้าใหม่ในกลุ่มเด็กและเยาวชน พร้อมกับเน้นย้ำให้เพิ่มมาตรการที่เข้มแข็งปกป้องเยาวชนจากสิ่งเสพติด ตลอดจนสร้างการรับรู้ที่ถูกต้องเกี่ยวกับอันตรายและผลกระทบของยาเสพติด ให้เกิดการขับเคลื่อนการมีส่วนร่วมของ นักเรียน ผู้ปกครอง ครูและบุคลากรทางการศึกษาอย่างเป็นรูปธรรม

นาคารม กล่าวว่า ปัจจุบันเด็กเข้าถึงสื่อต่าง ๆ ได้ง่ายขึ้น ทำให้ยังคงมีนักเรียนหลงผิดเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด โดยไม่รู้ถึงอันตราย และผลกระทบที่จะตามมาในอนาคต ครู ผู้ปกครองต้องร่วมกันปลูกฝังค่านิยม ปรับทัศนคติที่ถูกต้อง สร้างการเห็นคุณค่าในตัวเอง ให้นักเรียนตระหนักรู้ถึงโทษและพิษภัยจากการสูบบุหรี่และสิ่งเสพติดชนิดอื่น ให้นักเรียนมีส่วนร่วมขับเคลื่อนโรงเรียนปลอดบุหรี่ โดยเฉพาะบุหรี่ไฟฟ้าที่อาจเป็นประตูเชื่อมให้เยาวชนไปสู่สิ่งเสพติดชนิดอื่นได้

มอบโล่บุคลากรทางการศึกษา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/766613

มอบโล่บุคลากรทางการศึกษา

มอบโล่บุคลากรทางการศึกษา

วันพฤหัสบดี ที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ดร.ผกาภรณ์ พลายสังข์ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพิษณุโลก เขต 2 มอบโล่เกียรติบัตร เพื่อยกย่องเชิดชูเกียรติแก่ผู้บริหารสถานศึกษา ข้าราชการครู และบุคลากรทางการศึกษา รางวัล ผลงานดีเด่นในด้านต่างๆ ในที่ประชุมผู้บริหารสถานศึกษา และบุคลากรทางการศึกษา ประจำปีงบประมาณ 2567 ครั้งที่ 1/2567 ที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพิษณุโลก เขต 2

ซีเอ็ดเปิดตัวหนังสือ ‘อาหารปรุงสุข’ เมนูความสุขสูตรคิ้วต่ำ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/766614

ซีเอ็ดเปิดตัวหนังสือ ‘อาหารปรุงสุข’ เมนูความสุขสูตรคิ้วต่ำ

ซีเอ็ดเปิดตัวหนังสือ ‘อาหารปรุงสุข’ เมนูความสุขสูตรคิ้วต่ำ

วันพฤหัสบดี ที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

บริษัท ซีเอ็ดยูเคชั่น จำกัด (มหาชน) “ซีเอ็ด” และ สำนักพิมพ์ฟีก้า (FIKA) ร่วมเปิดตัวหนังสือ “อาหารปรุงสุข” เมนูความสุขสูตรคิ้วต่ำ ผลงานการเขียนและภาพประกอบฝีมือนักเขียนชื่อดังที่มีผู้ติดตามทางโซเชียลมีเดียกว่า 3 ล้านคน “คิ้วต่ำ” คุณอนุชิต คำน้อย นักเขียนที่ได้รับรางวัล ‘Winner’ กลุ่มประเภท “Best Creator Performance on Social Media” สาขา “Art & Illustration 2023” (กลุ่มรางวัลผู้ผลิตเนื้อหาเกี่ยวกับศิลปะและงานวาด) จาก “Thailand Social Awards ครั้งที่ 11” โดยมี ศุภรัตน์ ตั้งศรีวงศ์ ผู้อำนวยการสายงานซีเอ็ดบุ๊คเซ็นเตอร์ บริษัท ซีเอ็ดยูเคชั่น จำกัด (มหาชน) มาร่วมแสดงความยินดี ณ เวทีกิจกรรมงานมหกรรมหนังสือระดับชาติ ครั้งที่ 28 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

LEARN จัดทัพบุกตลาดอินเตอร์ ดันแนวคิดพลเมืองโลก ดันคนไทยสู่สากล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/766617

LEARN จัดทัพบุกตลาดอินเตอร์  ดันแนวคิดพลเมืองโลก ดันคนไทยสู่สากล

LEARN จัดทัพบุกตลาดอินเตอร์ ดันแนวคิดพลเมืองโลก ดันคนไทยสู่สากล

วันพฤหัสบดี ที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

LEARN Corporation เจ้าของกลุ่มธุรกิจ EdTech (Education Technology) ผนึกกำลัง 4 ธุรกิจในเครือฯ บุกตลาดการเรียนรู้ภาคอินเตอร์ มุ่งพัฒนาแนวความคิดและทัศนคติสู่การเป็นพลเมืองผ่านโอกาสสัมผัสประสบการณ์จริงกับสถาบันทั้งใน และต่างประเทศ เพื่อผลักดันศักยภาพคนไทยให้ทัดเทียมนานาชาติ

นายสาธร อุพันวัน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เลิร์น คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า กลุ่มธุรกิจ EdTech (Education Technology) หรือเทคโนโลยีเพื่อการเรียนรู้สำหรับทุกวัย ให้ความสำคัญกับการพัฒนาสังคมด้วยการเรียนรู้ ส่งเสริมแนวคิดการเป็นพลเมืองโลก (Global Citizen) หรือทัศนคติแบบสากล ทั้งในเชิงการพัฒนาความคิด สังคม และสิ่งแวดล้อม เพื่อปลูกฝังทัศนคตินึกคิดถึงส่วนรวมการเคารพและเข้าใจผู้อื่น จึงได้ผลักดันกลุ่มธุรกิจ Out-School กลุ่มพัฒนาการศึกษาเพื่อเตรียมความพร้อมก่อนก้าวสู่อาชีพ ภายใต้ 4 ธุรกิจในเครือฯ ได้แก่ Ignite by OnDemand ให้บริการหลักสูตรพัฒนาความรู้และให้คำปรึกษาสำหรับผู้สนใจ Premier ศึกษาต่อมหาวิทยาลัยนานาชาติในประเทศไทย, Prep by OnDemand ให้บริการพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษของผู้เรียน ด้วยหลักสูตรปูพื้นฐาน Academic English หรือภาษาอังกฤษเชิงวิชาการสำหรับเตรียมศึกษาต่อพร้อมหลักสูตรสำหรับสอบเข้ามหาวิทยาลัย และหลักสูตรเพื่อสอบแข่งขันชิงทุนการศึกษา, APPA ให้บริการพัฒนาทักษะการเรียนรู้ ค้นหาตัวตนและความชอบผู้เรียน ผ่านโปรแกรม Camp, Thematic Camp หรือกิจกรรมเฉพาะความสนใจ เรียนและทำกิจกรรมกับมหาวิทยาลัยชั้นนำในต่างประเทศ และ EduSmith บริการให้คำปรึกษาสำหรับผู้ที่ต้องการศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยต่างประเทศ

“จากปัญหาการเรียนรู้ในไทย LEARN ปรับตัวอย่างต่อเนื่อง ด้านการพัฒนาความสามารถและส่งเสริมศักยภาพคนไทย จึงผลักดันแนวคิดพลเมืองโลกผ่านกลยุทธ์รวบกลุ่มธุรกิจการเรียนรู้ภาคอินเตอร์ให้ทำงานร่วมกัน ตั้งแต่ขั้นตอนการปรับบริการ จัดสรรหลักสูตร ตลอดจนการประสานงานให้สอดคล้องเพื่อให้ทีมงานเห็นภาพรวมเดียวกัน อีกทั้งยังให้ความสำคัญกับความเข้าถึง เข้าใจ และผลลัพธ์ที่ดีที่สุดของนักเรียนและผู้ปกครองเพื่อคงคุณภาพมาตรฐานการบริการควบคู่กัน โดยเชื่อว่าสิ่งเหล่านี้จะช่วยส่งเสริมการเป็นพลเมืองโลกของผู้เรียน นำไปสู่การพัฒนาศักยภาพคนไทยและยกระดับสังคมให้เป็นสังคมคุณภาพทัดเทียมนานาชาติ” นายสาธร อุพันวัน กล่าวทิ้งท้าย

ไบรท์ตัน คอลเลจ กรุงเทพฯ แนะ เคล็ดลับเข้ามหาวิทยาลัยดังทั่วโลก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/766618

ไบรท์ตัน คอลเลจ กรุงเทพฯ แนะ  เคล็ดลับเข้ามหาวิทยาลัยดังทั่วโลก

ไบรท์ตัน คอลเลจ กรุงเทพฯ แนะ เคล็ดลับเข้ามหาวิทยาลัยดังทั่วโลก

วันพฤหัสบดี ที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

มร.นิค แกลล็อพ (Mr.Nick Gallop) ครูใหญ่ของโรงเรียนนานาชาติ ไบรท์ตัน คอลเลจ กรุงเทพฯ พร้อมด้วยครูคาร์ลีย์ บาร์เบอร์ (Carly Barber) หัวหน้าระดับชั้น Senior School และ ครูโซฟี พีท (Sophie Peat) หัวหน้าระดับชั้น Sixth Form ได้แบ่งปันประสบการณ์และแนะนำขั้นตอนการสมัครเข้ามหาวิทยาลัยและวิธีการจัดอันดับมหาวิทยาลัยต่างๆ ที่มีประโยชน์สำหรับผู้สนใจเรียนต่อมหาวิทยาลัยต่างประเทศ ดังนี้

ผู้ทรงคุณวุฒิทั้งสามท่านได้ให้ข้อสรุปข้อเสนอแนะที่น่าสนใจดังต่อไปนี้ คือ ให้ความสำคัญกับความสนใจและความชอบของตนเอง สนใจวิชาการที่ชอบส่วนตัวมากกว่าการจัดอันดับของมหาวิทยาลัยนั้นๆ, มองไกลกว่าอันดับมหาวิทยาลัย การจัดอันดับมหาวิทยาลัยมีความสำคัญก็จริง แต่ไม่ควรนำมาเป็นปัจจัยประกอบการตัดสินใจเพียงปัจจัยเดียว โฟกัสการค้นหาไปที่มหาวิทยาลัยที่เหมาะกับเป้าหมายของผู้เรียนเป็นสำคัญ, สำรวจมหาวิทยาลัย สำรวจกลุ่มมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียง เช่น Oxbridge, Russell Group, และ Ivy League แต่ควรรับรู้ด้วยว่ามหาวิทยาลัยที่เหมาะสมที่สุดสำหรับเรา อาจจะไม่จำเป็นต้องเป็นมหาวิทยาลัยที่อยู่ในกลุ่มเหล่านี้, ความโดดเด่นทางวิชาการมีความสำคัญ มหาวิทยาลัยต่างๆ มักจะเลือกและสรรหานักเรียนที่มีผลสอบทางวิชาการดีดังนั้น ควรรักษาผลการเรียนให้ดีเข้าไว้,เข้าร่วมกิจกรรมเสริมหลักสูตร(Supercurricular Activities) นอกเหนือไปจากหลักสูตรการเรียน เพื่อแสดงให้เห็นถึงความหลงใหลและความมุ่งมั่นในสาขาความรู้ที่เฉพาะเจาะจงของตนเอง, เริ่มต้นตั้งแต่เนิ่นๆ เริ่มคิดเกี่ยวกับการสมัครเข้ามหาวิทยาลัยตั้งแต่เนิ่นๆ และปรึกษาหาคำแนะนำจากครูและที่ปรึกษา

เริ่มคิดเกี่ยวกับการสมัครเข้ามหาวิทยาลัยตั้งแต่เนิ่นๆ และปรึกษาหาคำแนะนำจากครูและที่ปรึกษา, การเลือกสายวิชามีความสำคัญ เลือกสายวิชาให้เข้ากับความพึงพอใจทางอาชีพของตนเอง โดยเฉพาะสาขาที่มีการแข่งขันสูง, เตรียมตัวสำหรับการสัมภาษณ์ เตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการสัมภาษณ์ เนื่องจากสไตล์และเนื้อหาของการสัมภาษณ์อาจแตกต่างกันมากในแต่ละมหาวิทยาลัย, การสนับสนุนจากผู้ปกครอง พูดคุยกับผู้ปกครองอย่างสม่ำเสมอเกี่ยวกับแผนการเรียนมหาวิทยาลัยของตนเอง รวมถึงข้อพิจารณาทางด้านการเงินและความต้องการเกี่ยวกับทำเลที่ตั้งของมหาวิทยาลัย, ใช้ประโยชน์จากบริการที่ปรึกษาหรือการสนับสนุน และใช้ประโยชน์จากการให้บริการสนับสนุนของโรงเรียนหรือวิทยาลัย เพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจในการเลือกมหาวิทยาลัยที่ดี

ผู้ทรงคุณวุฒิดังกล่าวทิ้งท้ายว่า เคล็ดลับอันมีค่าในการสนับสนุนบุตรหลานของผู้ปกครองนั้น ควรเปิดกว้างทางความคิดกับลูกๆ ในปัจจัยต่างๆ เช่น ความสนใจ ทั้งคณะ และสถานที่ศึกษาตั้งแต่เนิ่นๆ เพื่อส่งเสริมให้นักศึกษามีความคิดที่ชัดเจนเกี่ยวกับสถาบันที่ตนต้องการ

ไบรท์ตัน คอลเลจ กรุงเทพฯ เปิดมอบทุนการศึกษานักเรียน ทั้งจากโรงเรียนนานาชาติและโรงเรียนไทยศึกษาต่อในระดับชั้น Sixth Form (อายุ 16-18 ปี) ในงาน Sixth Form Scholarship ในวันเสาร์ที่ 11 พฤศจิกายน 2023 ผู้ปกครองที่สนใจ ลงทะเบียนได้ที่ ลิงก์ : https://forms.gle/6bRfahUaiZ5uCupP8

จุฬาฯ-ปตท.สผ. ร่วมมือวิชาการ พัฒนาเทคโนฯสร้างสังคมคาร์บอนต่ำ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/766620

จุฬาฯ-ปตท.สผ. ร่วมมือวิชาการ  พัฒนาเทคโนฯสร้างสังคมคาร์บอนต่ำ

จุฬาฯ-ปตท.สผ. ร่วมมือวิชาการ พัฒนาเทคโนฯสร้างสังคมคาร์บอนต่ำ

วันพฤหัสบดี ที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมมือกับ ปตท.สผ. ภายใต้ความร่วมมือในโครงการ PTTEP Subsurface University Energy Connect ให้ความสำคัญทางวิชาการศึกษาและวิจัยที่เกี่ยวข้องกับงานธรณีศาสตร์ และวิศวกรรมศาสตร์ด้านการสำรวจและผลิตปิโตรเลียม รวมถึงการพัฒนาเทคโนโลยี CCS ร่วมกันเพื่อขับเคลื่อนประเทศไทยสู่เป้าหมายสังคมคาร์บอนต่ำ

นายมนตรี ลาวัลย์ชัยกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท.สผ. เปิดเผยว่า โครงการ PTTEP Subsurface University
Energy Connect โครงการความร่วมมือทางวิชาการกับมหาวิทยาลัยต่างๆ ในประเทศไทย มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา พัฒนางานวิจัย แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และสร้างบุคลากรด้านการสำรวจและผลิตปิโตรเลียมในหลากหลายสาขาวิชาที่เกี่ยวข้อง เช่น ธรณีศาสตร์ วิศวกรรมปิโตรเลียม เป็นต้น เพราะเนื่องจากปิโตรเลียมยังคงเป็นแหล่งพลังงานหลัก ขณะเดียวกันองค์ความรู้ในด้านธรณีศาสตร์ ทั้งธรณีวิทยาและธรณีฟิสิกส์ สามารถนำมาใช้ในการพัฒนากระบวนการดักจับและกักเก็บก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ หรือ CCS (Carbon Capture and Storage) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่สำคัญในการนำมาใช้ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สู่ชั้นบรรยากาศ เพื่อช่วยขับเคลื่อนเป้าหมายของประเทศไทยในการลดปัญหาภาวะโลกร้อน

ศ.ดร.บัณฑิต เอื้ออาภรณ์ อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่าที่ผ่านมาจุฬาฯ ได้รับการสนับสนุนด้านทุนวิจัยและการพัฒนาหลักสูตรทางด้านปิโตรเลียมจาก ปตท.สผ. ซึ่งช่วยเพิ่มศักยภาพทางด้านงานวิจัย วิชาการของจุฬาฯ ในการขับเคลื่อนประเทศไทยให้ก้าวหน้า สำหรับความร่วมมือทางวิชาการระหว่างจุฬาฯ กับ ปตท.สผ. ภายใต้โครงการ PTTEP Subsurface University Energy Connect ในครั้งนี้จะช่วยต่อยอดงานวิจัยและความร่วมมือทางวิชาการระหว่างทั้งสององค์กรรวมไปถึงการเพิ่มองค์ความรู้ใหม่ทางด้านงานธรณีศาสตร์ และวิศวกรรมศาสตร์ด้านการสำรวจและผลิตปิโตรเลียมซึ่งจะมีส่วนร่วมผลักดันประเทศไทยให้ก้าวเข้าสู่สังคมที่มีความยั่งยืนทางพลังงานและสิ่งแวดล้อมต่อไป

ที่ผ่านมา ภายใต้โครงการ PTTEP Subsurface University Energy Connect ปตท.สผ. ได้ลงนามความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และมหาวิทยาลัยขอนแก่น โดยมีเป้าหมายจะขยายความร่วมมือดังกล่าวไปยังมหาวิทยาลัยอื่นๆ ต่อไป