เข้มข้น-โปร่งใส! ‘อาชีวะ’สอบ’ครูผู้ช่วย’รอบภายใน คาดประกาศผลภาค ค 21 ส.ค.นี้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/749830

เข้มข้น-โปร่งใส! 'อาชีวะ'สอบ'ครูผู้ช่วย'รอบภายใน คาดประกาศผลภาค ค 21 ส.ค.นี้

เข้มข้น-โปร่งใส! ‘อาชีวะ’สอบ’ครูผู้ช่วย’รอบภายใน คาดประกาศผลภาค ค 21 ส.ค.นี้

วันอาทิตย์ ที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 21.11 น.

เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2566 ว่าที่ร้อยตรี ธนุ วงษ์จินดา เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เปิดเผยว่า ตามที่ อ.ก.ค.ศ. สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ดำเนินการคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครูผู้ช่วย กรณีที่มีความจำเป็นหรือมีเหตุพิเศษ สังกัด สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) เพื่อทดแทนอัตราว่างและอัตราว่างคงเหลือจากการสอบคัดเลือก ประจำปี พ.ศ. 2565 จำนวน 729 อัตรา แบ่งเป็นเขตทั่วไป (ว16) 707 อัตรา 61 สาขาวิชา และในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใต้ เฉพาะจังหวัดยะลา นราธิวาส ปัตตานี และ 4 อำเภอ ในจังหวัดสงขลา (อำเภอจะนะ อำเภอเทพา อำเภอนาทวี และอำเภอสะบ้าย้อย) (ว 17) 22 อัตรา 13 สาขาวิชา ซึ่งมีผู้สมัครที่มีสิทธิสอบคัดเลือก 4,951 ราย และมีผู้เข้าสอบ 4,750 ราย คิดเป็นร้อยละ 95.94 ขาดสอบ 201 ราย คิดเป็นร้อยละ 4.06 โดยสาขาที่มีผู้สมัครมากที่สุด เขตทั่วไป ได้แก่ สาขาช่างยนต์ 733 ราย สาขาช่างไฟฟ้า 549 ราย และสาขาช่างกลโรงงาน 539 ราย และในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้แก่ สาขาคอมพิวเตอร์ธุรกิจ 311 ราย สาขาช่างยนต์ 14 ราย และสาขาช่างไฟฟ้า 14 ราย

เลขาธิการ กอศ. กล่าวต่อไปว่า การสอบครูผู้ช่วยของ สอศ. ในวันนี้ จัดขึ้นที่อาคารศูนย์ประชุมธรรมศาสตร์ รังสิต เพื่อเปิดโอกาสให้แก่กลุ่มครูอัตราจ้างหรือลูกจ้างประจำ พนักงานราชการ ครูพิเศษสอน ครูที่ปฏิบัติหน้าที่การสอนในสถานศึกษาไม่น้อยกว่า 3 ปี ให้ได้บรรจุเป็นข้าราชการ ซึ่งการสอบแบ่งเป็นการสอบภาค ก (ความรู้ และความเข้าใจเกี่ยวกับความประพฤติและการปฏิบัติของวิชาชีพครู 100 คะแนน) และภาค ข (ความรู้ความสามารถที่ใช้เฉพาะตำแหน่ง 100 คะแนน) รวม 200 คะแนน โดยการสอบครูผู้ช่วยของ สอศ. ได้ร่วมกับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ดำเนินการจัดสอบด้วยความบริสุทธิ์ โปร่งใส ยุติธรรม และไม่มีการแอบอ้างแสวงหาผลประโยชน์จากการสอบในครั้งนี้ ขอให้ทุกท่านมั่นใจในกระบวนการสอบของ สอศ. เพื่อจะคัดเลือกผู้ที่มีความรู้ มีความสามารถ มีความเหมาะสมมาเป็นครูอาชีวะ เพื่อที่จะได้ช่วยพัฒนาการศึกษาอาชีวะของเราให้มีความเจริญก้าวหน้าต่อไป

ทั้งนี้ สอศ.จะประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิเข้ารับการคัดเลือกภาคความเหมาะสมกับตำแหน่งและวิชาชีพ (ภาค ค) ภายในวันที่ 21 สิงหาคม 2566 ทางเว็บไซต์กลุ่มงานจัดการงานบุคคล 2 สำนักอำนวยการ สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ที่ ipa.vec.go.th หรือเว็บไซต์สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ที่ vec.go.th

‘สมเด็จพระธีรญาณมุนี’เป็นประธานเปิดงานครบรอบ 24 ปีสมาคมภริยาอัยการ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/749832

'สมเด็จพระธีรญาณมุนี'เป็นประธานเปิดงานครบรอบ 24 ปีสมาคมภริยาอัยการ

‘สมเด็จพระธีรญาณมุนี’เป็นประธานเปิดงานครบรอบ 24 ปีสมาคมภริยาอัยการ

วันอาทิตย์ ที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 15.21 น.

“สมเด็จพระธีรญาณมุนี”เป็นประธานเปิดงานครบรอบ 24 ปีสมาคมภริยาอัยการ “ศศนันท์ เจตน์เจริญรักษ์”นายกสมาคมฯมุ่งภารกิจทำสาธารณะประโยชน์เพื่อสังคม

เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2566 ที่สมาคมภริยาอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด ถนนรัชดาภิเษก นางศศนันท์ เจตน์เจริญรักษ์ นายกสมาคมภริยาอัยการ เป็นประธานจัดงาน ทำบุญครบรอบ 24 ปี สมาคมภริยาอัยการ โดยมีเจ้าประคุณสมเด็จพระธีรญาณมุนี เจ้าอาวาสวัดเทพศิรินทราวาส กรรมการมหาเถรสมาคม(ม.ส.)เป็นประธานพิธีฝ่ายสงฆ์ พร้อมด้วยพระสงฆ์สมณศักดิ์ จํานวน 9 รูปร่วมพิธี โดยมี นายวิรุฬห์ ฉันท์ธนนันท์ อธิบดีอัยการสำนักงานคดีพิเศษ เเละคณะกรรมการอัยการ (ก.อ.) , นายสุรเชษฐ์ งามวงศ์ รองอธิบดีอัยการสำนักงานคดีเศรษฐกิจและทรัพยากร , นายกายสิทธิ์ พิศวงปราการ อดีตอธิบดีอัยการสำนักงานคดีอาญาอดีต ก.อ.ผู้ทรงคุณวุฒิ บำนาญ นายพรชัย ชลวาณิชกุล อดีตอธิบดีอัยการสำนักงานคดีพิเศษ รวมถึงอดีตนายกสมาคมเเละสมาชิกภริยาอัยการ เข้าร่วมงานจำนวนมาก

นางศศนันท์ กล่าวว่า สมาคมภริยาอัยการ ก่อตั้งขึ้นมาตั้งเเต่ปี2542 สมาคมก่อตั้งขึ้นมาเพื่อทำสาธารณะประโยชน์เพื่อความสามัคคีร่วมใจโดยสมาชิกส่วนใหญ่ของสมาคมจะเป็นภริยาของข้าราชการอัยการในวันนี้ ได้กราบนิมนต์เจ้าประคุณสมเด็จพระธีรญาณมุนี เจ้าอาวาสวัดเทพศิรินทราวาส เพื่อมาเป็นประธานพิธีทำบุญให้กับสมาคมฯ สำหรับเเนวคิดของสมาคมต่อจากนี้ ตนมีความมุ่งหวังสานต่อภารกิจ ดังนี้ อันดับแรกเรามีทุนถาวรสำหรับมูลนิธิร่วมจิตน้อมเกล้าประมาณ 200,000 บาท เป็นทุนถาวรไปเลยแล้วก็ยังมีบริจาครายปีอีก กิจกรรมสมาคมที่เราทำประจำมีโครงการไถ่ชีวิตโคกระบือเพื่อถวายเป็นพระราชกุศล แด่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และร่วมกิจกรรมบริจาคโลหิต 1 คน ให้ 3 คนรับ ทุกๆ 3 เดือน เพื่อช่วยเหลือชีวิตเพื่อนมนุษย์โดย 1 ปีเราทำ 4 ครั้ง ได้โลหิตร่วม 1,000 ยูนิต (1 ยูนิต ช่วยได้ 3 คน) และมีการบริจาคอุปกรณ์เพื่อช่วยเหลือคนยากไร้จะเห็นได้ว่าโครงการสาธารณะประโยชน์ขอสมาคมเยอะมา

ในโอกาสนี้ขอเรียนเชิญพี่ๆน้องๆและสมาชิกสมาคมภริยาอัยการมาร่วมการสร้างประโยชน์คุณประโยชน์สาธารณะประโยชน์ให้แก่ประเทศชาติเพื่อสังคมและประเทศชาติของเรา ซึ่งโครงการของสมาคมเรามีมากมายเพื่อเป็นการกุศลและจิตอาสาด้วย

– 006

ในหลวง-พระราชินี เฝ้าฯ พระพันปีหลวง ทรงบำเพ็ญพระราชกุศล วันเฉลิมฯ 91 พรรษา 12 ส.ค.66

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/749764

ในหลวง-พระราชินี เฝ้าฯ พระพันปีหลวง ทรงบำเพ็ญพระราชกุศล วันเฉลิมฯ 91 พรรษา 12 ส.ค.66

ในหลวง-พระราชินี เฝ้าฯ พระพันปีหลวง ทรงบำเพ็ญพระราชกุศล วันเฉลิมฯ 91 พรรษา 12 ส.ค.66

วันเสาร์ ที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 20.48 น.

ในหลวง-พระราชินี เฝ้าฯ พระพันปีหลวง ทรงบำเพ็ญพระราชกุศล วันเฉลิมฯ 91 พรรษา 12 สิงหาคม 2566

12 สิงหาคม 2566 เวลาบ่าย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จออกทรงบำเพ็ญพระราชกุศล เป็นการส่วนพระองค์ เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง 91 พรรษา วันที่ 12 สิงหาคม 2566 ณ ห้องรับรอง ชั้น 29 อาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์  

ในโอกาสนี้ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา และสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ มหาวชิโรตตมางกูร สิริวิบูลยราชกุมาร เสด็จออกด้วย


 

นายกฯนำจุดเทียนถวายพระพรชัยมงคล เฉลิมพระชนมพรรษา ‘พระพันปีหลวง’ 12 ส.ค.66

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/749759

นายกฯนำจุดเทียนถวายพระพรชัยมงคล เฉลิมพระชนมพรรษา ‘พระพันปีหลวง’ 12 ส.ค.66

นายกฯนำจุดเทียนถวายพระพรชัยมงคล เฉลิมพระชนมพรรษา ‘พระพันปีหลวง’ 12 ส.ค.66

วันเสาร์ ที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 19.59 น.

นายกรัฐมนตรีและภริยา เป็นประธานพิธีจุดเทียนถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง 12 สิงหาคม 2566 ณ ท้องสนามหลวง

นางสาวรัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า วันนี้ (12 สิงหาคม 2566) เวลา 19.19 น. ณมณฑลพิธีท้องสนามหลวง พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พร้อมด้วย นางนราพร จันทร์โอชา ภริยา เป็นประธานในพิธีจุดเทียนถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง 12 สิงหาคม 2566 โดยมีประธานศาลฎีกาและภริยา ประธานวุฒิสภา ประธานองค์กรอิสระและคู่สมรส คณะรัฐมนตรีและคู่สมรส ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ ทหาร ตำรวจ และภาคประชาชน เข้าร่วมในพิธี

เมื่อนายกรัฐมนตรีและภริยา ถึงบริเวณพิธีท้องสนามหลวง ขึ้นสู่เวที นายกรัฐมนตรีถวายความเคารพหน้าพระฉายาลักษณ์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง นายกรัฐมนตรี ประธานรัฐสภาประธานศาลฎีกา วางพานพุ่มทอง และพานพุ่มเงิน นายกรัฐมนตรีถวายธูปเทียนแพ (เปิดกรวยกระทงดอกไม้) ก่อนจุดเทียนถวายพระพรชัยมงคล จากนั้น นายกรัฐมนตรีกล่าวกราบบังคมทูลถวายพระพรชัยมงคล และกล่าวนำผู้เข้าร่วมพิธีถวายพระพรชัยมงคล ความว่า 

“ขอเดชะฝ่าละอองธุลีพระบาทปกเกล้าปกกระหม่อม เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษาของใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท ที่เวียนมาบรรจบอีกคำรบหนึ่ง ในวันที่ 12 สิงหาคม พุทธศักราช 2566  ข้าพระพุทธเจ้า พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชานายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยพสกนิกรชาวไทยทุกหมู่เหล่า ทั้งที่ได้มาพร้อมกันอยู่ ณ บริเวณมณฑลพิธีแห่งนี้ และที่อยู่ในสถานที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศ ตลอดจนทั่วโลก มีความปลื้มปีติเป็นล้นพ้นที่ได้มาร่วมกันแสดงความจงรักภักดี และน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ในวันนี้ 

ข้าพระพุทธเจ้าทั้งหลายต่างประจักษ์แจ้งในพระมหากรุณาธิคุณล้นเกล้าล้นกระหม่อม ที่ตลอดระยะเวลาอันยาวนานหลายทศวรรษ ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาททรงปฏิบัติบำเพ็ญพระราชกรณียกิจนานัปการ เพื่ออำนวยประโยชน์สุขแก่ปวงประชา และสร้างความมั่นคงแก่ประเทศ ทรงค้นคิดและพัฒนาโครงการต่าง ๆ นับเป็นอเนกประการ ซึ่งครอบคลุมการพัฒนาทั่วทุกด้าน ทั้งการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม การส่งเสริมอนุรักษ์ฟื้นฟูงานศิลปะพื้นบ้าน และงานหัตถศิลป์อันงดงามหลากหลายสาขา ล้วนก่อให้เกิดคุณประโยชน์ต่ออาณาราษฎรและประเทศชาตินับแต่อดีตจวบจนปัจจุบัน พระปรีชาสามารถ และน้ำพระราชหฤทัยอันเปี่ยมล้นด้วยพระเมตตาอาทร ทั้งพระราชจริยวัตรอันงดงามยิ่งนี้ ได้ประทับแนบแน่นอยู่ในดวงใจของพสกนิกรไทยโดยถ้วนทั่ว

“วันแม่แห่งชาติ” 12 สิงหาคม จึงมีความสำคัญยิ่งต่อชาวไทยทุกคน ที่จะได้ร่วมกันแสดงออกถึงพลังแห่งความจงรักภักดี ต่อใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท ที่ทรงเป็นประดุจแม่แห่งแผ่นดิน และเป็นศูนย์รวมดวงใจของปวงชนชาวไทยทั้งชาติในศุภวาระมงคลเฉลิมพระชนมพรรษาของใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาทข้าพระพุทธเจ้าขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตนำพสกนิกรทั้งหลายถวายพระพรชัยมงคล ดังต่อไปนี้

ข้าพระพุทธเจ้า ขอพระราชทานถวายพระพรชัยมงคล ขออัญเชิญคุณพระศรีรัตนตรัยและอำนาจสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในสากล และพระสยามเทวาธิราช โปรดดลบันดาลประทานพรให้สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงเจริญพระชนมายุยิ่งยืนนาน ทรงพระเกษมสำราญ พระสุขภาพพลานามัยแข็งแรง ปราศจากโรคาพาธและภัยพาลทั้งปวง สถิตเป็นมิ่งขวัญ ร่มเกล้าของปวงข้าพระพุทธเจ้า และเหล่าพสกนิกรตราบกาลนานเทอญ” ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ขอเดชะ

จบแล้วดนตรีบรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี นายกรัฐมนตรีและภริยา รับมอบโคมเทียน ผู้ร่วมพิธีจุดเทียนถวายพระพรชัยมงคล นายกรัฐมนตรีนำร้องเพลงสดุดีพระแม่ไทย จากนั้นนายกรัฐมนตรีกล่าวนำ “ทรงพระเจริญ” 3 ครั้งเป็นอันเสร็จพิธี

‘ในหลวง-พระราชินี’ เสด็จฯในการพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา ‘สมเด็จพระพันปีหลวง’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/749751

'ในหลวง-พระราชินี' เสด็จฯในการพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา 'สมเด็จพระพันปีหลวง'

‘ในหลวง-พระราชินี’ เสด็จฯในการพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา ‘สมเด็จพระพันปีหลวง’

วันเสาร์ ที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 18.39 น.

“ในหลวง-พระราชินี” เสด็จฯในการพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา “สมเด็จพระพันปีหลวง” 

12 ส.ค. 2566 เวลา 17.47 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา และสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ มหาวชิโรตตมางกูร สิริวิบูลยราชกุมาร ไปในการพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พุทธศักราช 2566 ณ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม และพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย พระบรมมหาราชวัง

ในโอกาสนี้ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จ ณ พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย

เมื่อเสด็จขึ้นชานหน้าพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม  พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงรับการถวายพระพรสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ของบรรพชิตญวนและจีน  แล้วเสด็จเข้าพระอุโบสถ  ทรงจุดเทียนพระมหามงคลที่ตั้งอยู่บนธรรมาสน์ศิลา เทียนเท่าพระองค์ในตู้ข้างธรรมาสน์ศิลา  และธูปเทียนเครื่องนมัสการท้ายที่นั่งบูชาพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร  พระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกย์  และพระพุทธเลิศหล้านภาไลย  เสร็จแล้ว  ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการทองใหญ่หน้าธรรมาสน์ศิลา  แล้วทรงจุดเทียนที่โต๊ะหน้าอาสน์สงฆ์  พระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์นวัคคหายุสมธัมม์  และทรงจุดเทียนที่บัตรเทวดานพเคราะห์ จากนั้น พระราชทานเงินแก่ข้าราชการผู้ทำหน้าที่โหรหลวงบูชาเทวดานพเคราะห์  แล้วเสด็จออกจากพระอุโบสถ ประทับรถยนต์พระที่นั่ง เสด็จพระราชดำเนินไปยังพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย 

เมื่อเสด็จพระราชดำเนินถึงพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย  พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงจุดเทียนพระมหามงคลที่พระแท่นพระนพปฎลมหาเศวตฉัตร ทรงจุดเทียนเท่าพระองค์ในตู้ข้างพระแท่นพระนพปฎลมหาเศวตฉัตร และทรงจุดธูปเทียนบูชาพระพุทธรูป เทวรูปนพเคราะห์ที่โต๊ะหมู่ ด้านพระราชอาส์น  แล้วทรงจุดเทียนพระมหามงคลที่พระแท่นพระนพปฎลมหาเศวตฉัตร ทรงจุดเทียนเท่าพระองค์ในตู้ข้างพระแท่นพระนพปฎลมหาเศวตฉัตร และทรงจุดธูปเทียนบูชาพระพุทธรูป เทวรูปนพเคราะห์ที่โต๊ะหมู่ ด้านพระบรมวงศ์เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท   

จากนั้น ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการพานทองสองชั้นบูชาพระพุทธปฏิมาชัยวัฒน์ รัชกาลที่ 9 และพระพุทธรูปประจำพระชนมวารของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่หน้าพระแท่นพระนพปฎลมหาเศวตฉัตร สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการทองทิศ ทรงศีล สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ถวายศีล จบแล้ว พระสงฆ์ ๙๒ รูปเจริญพระพุทธมนต์การพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา เมื่อพระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์ถึงบทเสกน้ำพระพุทธมนต์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงจุดเทียนที่ฝาพระครอบพระกริ่งอุบาเก็ง  ทรงประเคนพระครอบพระกริ่งอุบาเก็งแด่สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก พระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์ จบแล้ว  

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินไปทรงประเคนจตุปัจจัยไทยธรรม แด่สมเด็จพระราชาคณะ แล้วทรงประเคนจตุปัจจัยไทยธรรมแด่พระราชาคณะเจ้าคณะรอง และพระราชาคณะ  จนครบ 92 รูป  เสร็จแล้ว  ทรงหลั่งทักษิโณทก  พระสงฆ์ถวายอนุโมทนาถวายอดิเรก  ถวายพระพรลา  พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงกราบที่เครื่องนมัสการหน้าพระแท่นพระนพปฎลมหาเศวตฉัตร ทรงรับการถวาย
ความเคารพของผู้มาเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท  แล้วเสด็จออกจากพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย ประทับรถยนต์พระที่นั่ง เสด็จพระราชดำเนินกลับ

เอ็กโก กรุ๊ป เปิดบูธนิทรรศการท่องโลกพลังงานแห่งอนาคตกับโรงไฟฟ้าเรือลอยน้ำ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/749702

เอ็กโก กรุ๊ป เปิดบูธนิทรรศการท่องโลกพลังงานแห่งอนาคตกับโรงไฟฟ้าเรือลอยน้ำ

เอ็กโก กรุ๊ป เปิดบูธนิทรรศการท่องโลกพลังงานแห่งอนาคตกับโรงไฟฟ้าเรือลอยน้ำ

วันเสาร์ ที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 16.43 น.

เอ็กโก กรุ๊ป เปิดบูธนิทรรศการท่องโลกพลังงานแห่งอนาคตกับโรงไฟฟ้าเรือลอยน้ำ ใน “มหกรรมวิทย์ฯ แห่งชาติ ปี 66” อิมแพ็ค เมืองทองธานี 11-20 ส.ค.2566 

บริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) หรือ เอ็กโก กรุ๊ป และศูนย์เรียนรู้โรงไฟฟ้าขนอม ยกขบวนร่วมงานมหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ประจำปี 2566 เปิดบูธนิทรรศการ “นวัตกรรมวิทย์ พลิกโลก ตอน Discovery Journey: Future Energy for Life ท่องโลกพลังงานแห่งอนาคตกับโรงไฟฟ้าเรือลอยน้ำ” จำลองโรงไฟฟ้าเรือลอยน้ำแห่งแรกและแห่งเดียวในประเทศไทยมาเป็นไฮไลท์ เสิร์ฟความสนุกและสาระความรู้นวัตกรรมพลังงานจากอดีต ปัจจุบัน ไปสู่สังคมคาร์บอนต่ำในอนาคต ในวันที่ 11-20 สิงหาคม 2566 ณ อิมแพ็ค เมืองทองธานี อาคาร 11 โดยมี ผศ.ดร.รวิน  ระวิวงศ์ ผู้อำนวยการองค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) และผู้แทนจากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ร่วมเป็นเกียรติภายในพิธี   

นายธวัช หิรัณจารุกร ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่สายบริหารสินทรัพย์ เอ็กโก กรุ๊ป กล่าวว่า เอ็กโก กรุ๊ป และโรงไฟฟ้าขนอมในกลุ่มเอ็กโก มีความเชื่อเรื่อง “ต้นทางที่ดี จะก่อกำเนิดผลลัพธ์ปลายทางที่ดี” จึงให้ความสำคัญกับการส่งเสริมการเรียนรู้ด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อมในเยาวชนมาโดยตลอด โดยเฉพาะการเผยแพร่ความรู้และส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพด้านวิทยาศาสตร์ นวัตกรรม และเทคโนโลยีพลังงาน ผ่านศูนย์เรียนรู้โรงไฟฟ้าขนอม อ.ขนอม จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งก่อตั้งและดำเนินงานโดยเอ็กโก กรุ๊ป รวมถึงงานสัปดาห์วิทยาศาสตร์ ซึ่งจัดขึ้นที่ศูนย์เรียนรู้ฯ ต่อเนื่อง ตั้งแต่ปี 2562 เป็นต้นมา

“สำหรับปีนี้เป็นครั้งแรกที่เอ็กโก กรุ๊ป และศูนย์เรียนรู้โรงไฟฟ้าขนอม ได้จำลองโรงไฟฟ้าเรือลอยน้ำแห่งแรกและแห่งเดียวของไทย มาร่วมจัดบูธนิทรรศการในมหกรรมวิทย์ฯ แห่งชาติ ประจำปี 2566 ด้วยความตั้งใจที่จะส่งเสริมการเรียนรู้และสร้างแรงบันดาลใจนอกห้องเรียน ให้แก่เยาวชน สถานศึกษา และผู้สนใจ ได้เรียนรู้และเข้าใจเรื่องความมั่นคงและความสมดุลด้านพลังงาน พร้อมทั้งช่วยยกระดับการเผยแพร่องค์ความรู้ด้านพลังงานและวิทยาศาสตร์สู่สังคมวงกว้างระดับประเทศ ในรูปแบบที่สร้างสรรค์ สนุกสนาน กระตุ้นให้เกิดการคิดและการตั้งคำถาม ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิตและสนับสนุนการมุ่งสู่สังคมคาร์บอนต่ำ” นายธวัช กล่าว

นางสาวพินทุ์สุดา เปี่ยมปิติ ผู้จัดการส่วนกิจกรรมองค์กรและสังคม ฝ่ายสื่อสารองค์กร เอ็กโก กรุ๊ป กล่าวว่า บูธนิทรรศการของเอ็กโก กรุ๊ป และศูนย์เรียนรู้โรงไฟฟ้าขนอม ซึ่งจัดขึ้นภายใต้แนวคิด “นวัตกรรมวิทย์ พลิกโลก ตอน Discovery Journey: Future Energy for Life ท่องโลกพลังงานแห่งอนาคตกับโรงไฟฟ้าเรือลอยน้ำ” แบ่งออกเป็น 3 โซน ได้แก่

• โซนที่ 1 Cleaner, Smarter and Stronger to Drive Sustainable Growth พบกับนายช่างโรงไฟฟ้าขนอมและชุมชนชาวขนอมที่มาต้อนรับทุกคนเข้าสู่นิทรรศการ พร้อมแนะนำให้รู้จักกับแนวคิดเรื่องความมั่นคงและสมดุลทางพลังงานในการขับเคลื่อนสู่สังคมคาร์บอนต่ำ ความสำคัญของไฟฟ้า นวัตกรรมพลังงาน และสิ่งแวดล้อม เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยบรรเทาปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลก

• โซนที่ 2 Discover the Journey of Future Energy for Life ท่องโลกพลังงานผ่านโรงหนังในรูปแบบ Immersive Theater ที่เล่าเรื่องราวการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศไทย ตั้งแต่อดีต ปัจจุบัน และอนาคต ที่มุ่งสู่สังคมคาร์บอนต่ำ

• โซนที่ 3 Energy Transition for Better World รู้จักนวัตกรรมพลังงานสะอาดที่มีความสำคัญต่อการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานไปสู่โลกอนาคต ผ่านการทดลองผลิตไฟฟ้าจากไฮโดรเจน และทำความรู้จักพลังงานหมุนเวียนประเภทต่าง ๆ ใน “เมืองพลังงาน Renewable Lightbox”

นอกจากนี้ ยังจะได้กระทบไหล่เหล่า EGCO Rangers ฮีโร่พลังงานทั้ง 6 ตัว ที่มาช่วยกอบกู้โลกจากปีศาจความมืด และกิจกรรมตอบคำถามลุ้นรางวัลอีกมากมาย เป็นต้น พบกับขบวนความสนุกและสาระสไตล์เด็กวิทย์ฯ ในบูธนิทรรศการ “นวัตกรรมวิทย์ พลิกโลกฯ” ในมหกรรมวิทย์ฯ แห่งชาติ ประจำปี 2566 ระหว่างวันที่ 11-20 สิงหาคม 2566 เวลา               09.00-19.00 น. ณ อิมแพ็ค เมืองทองธานี อาคาร 9-11 (บูธนิทรรศการของเอ็กโก กรุ๊ป และศูนย์เรียนรู้ฯ อยู่อาคาร 11) ผู้สนใจสามารถติดตามข้อมูลและชมการ Live บรรยากาศการจัดงานนี้ได้ทางเพจเฟซบุ๊ก Khanom Learning Center ( www.facebook.com/khanomlearningcenter ) 

อย่างไรก็ตาม หลังจบงานมหกรรมวิทย์ฯ แห่งชาติแล้ว บูธนิทรรศการ “นวัตกรรมวิทย์ พลิกโลกฯ” จะถูกนำไปจัดแสดงต่อเนื่องที่ศูนย์เรียนรู้โรงไฟฟ้าขนอม อ.ขนอม จ.นครศรีธรรมราช ในวันที่ 4-13 กันยายน 2566 เพื่อส่งต่อความสนุกและแรงบันดาลใจด้านการผลิตไฟฟ้า นวัตกรรมพลังงานแห่งอนาคต และการดูแลสิ่งแวดล้อมให้เยาวชนในพื้นที่ภาคใต้ต่อไป

กระทรวงมหาดไทยทำบุญตักบาตร ถวายพระราชกุศล-ถวายพระพรชัยมงคล สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/749666

กระทรวงมหาดไทยทำบุญตักบาตร ถวายพระราชกุศล-ถวายพระพรชัยมงคล สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

กระทรวงมหาดไทยทำบุญตักบาตร ถวายพระราชกุศล-ถวายพระพรชัยมงคล สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

วันเสาร์ ที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 14.31 น.

กระทรวงมหาดไทยจัดพิธีทำบุญตักบาตรถวายพระราชกุศลและถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง 12 สิงหาคม 2566

วันที่ 12 สิงหาคม 2566 เวลา 06.30 น. ที่วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ นายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย เป็นประธานในพิธีทำบุญตักบาตรถวายพระราชกุศลและถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง 12 สิงหาคม 2566 โดยมี นายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม รองปลัดกระทรวงมหาดไทย หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านพัฒนาชุมชนและส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น นายพรพจน์ เพ็ญพาส รองปลัดกระทรวงมหาดไทย หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านกิจการความมั่นคงภายใน นายสมคิด จันทมฤก รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ด้านบริหาร นายโชตินรินทร์ เกิดสม รองปลัดกระทรวงมหาดไทย หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านสาธารณภัยและพัฒนาเมือง นายชยาวุธ จันทร อธิบดีกรมที่ดิน นายบุญธรรม เลิศสุขีเกษม อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย นายแมนรัตน์ รัตนสุคนธ์ อธิบดีกรมการปกครอง นายพงศ์รัตน์ ภิรมย์รัตน์ อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน นายขจร ศรีชวโนทัย อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น คณะผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย หัวหน้าหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ ผู้บริหารสำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย นางกุลทรัพย์ ชื่นโกสุม นางจิรวรรณ เพ็ญพาส ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. ศศิธร จันทมฤก นางปวีณ์ริศา เกิดสม นางวรสุดา รัตนสุคนธ์ นางศลิษา ภิรมย์รัตน์ นางจิณณารัชช์ สัมพันธรัตน์ อุปนายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย ข้าราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจ และภาคีเครือข่ายของกระทรวงมหาดไทย ร่วมในพิธี

โอกาสนี้ นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ นายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย นำผู้ร่วมพิธีตักบาตรพระสงฆ์ จำนวน 20 รูป เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล โดยได้รับเมตตาจากท่านเจ้าคุณพระเทพวัชรเมธี อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย รองเจ้าคณะภาค 6-7 (ธ) ผู้ช่วยเลขานุการสมเด็จพระสังฆราช ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม นำพระภิกษุสงฆ์ รับบิณฑบาต เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาฯ เสร็จแล้ว นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ถวายธูปเทียนแพ และถวายแจกันดอกไม้เบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และ ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ นายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย ถวายแจกันดอกไม้เบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

จากนั้น นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย นำผู้ร่วมพิธีกล่าวถวายพระพรชัยมงคล โดยมีใจความสำคัญว่า “พสกนิกรชาวไทยทุกหมู่เหล่าต่างประจักษ์แจ้งในพระมหากรุณาธิคุณล้นเกล้าล้นกระหม่อมที่ตลอดระยะเวลาอันยาวนานหลายทศวรรษ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงปฏิบัติบำเพ็ญพระราชกรณียกิจนานัปการ เพื่ออำนวยประโยชน์สุขแก่ปวงประชาและสร้างความมั่นคงแก่ประเทศ ทรงคิดค้นและพัฒนาโครงการต่าง ๆ นับเป็นอเนกประการ ครอบคลุมการพัฒนาทั่วทุกด้าน ทั้งการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม การส่งเสริมอนุรักษ์ฟื้นฟูงานศิลปะพื้นบ้าน และงานหัตถศิลป์อันงดงามหลากหลายสาขา ล้วนก่อให้เกิดคุณประโยชน์ต่ออาณาราษฎรและประเทศชาติ นับแต่อดีตจวบจนปัจจุบันพระปรีชาสามารถ และน้ำพระราชหฤทัยอันเปี่ยมล้นด้วยพระเมตตาอาทร ทั้งพระราชจริยวัตรอันงดงามยิ่งนี้ ได้ประทับแนบแน่นอยู่ในดวงใจของพสกนิกรไทย ดังนั้น “วันแม่แห่งชาติ” 12 สิงหาคม จึงมีความสำคัญยิ่งต่อชาวไทยทุกคนที่จะได้ร่วมกันแสดงออกถึงพลังแห่งความจงรักภักดี ต่อสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ทรงเป็นประดุจแม่แห่งแผ่นดิน และเป็นศูนย์รวมดวงใจของปวงชนชาวไทยทั้งชาติ

“ในโอกาสอันเป็นมหามงคลนี้ ข้าพระพุทธเจ้าทั้งหลายขอพระราชทานถวายพระพรชัยมงคล ขออัญเชิญคุณพระศรีรัตนตรัยและอำนาจสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในสากล และพระสยามเทวาธิราช โปรดดลบันดาลประทานพรให้สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงเจริญพระชนมายุยิ่งยืนนาน ทรงพระเกษมสำราญ พระสุขภาพพลานามัยแข็งแรง ปราศจากโรคาพาธและภัยพาลทั้งปวง สถิตเป็นมิ่งขวัญ ร่มเกล้าของปวงข้าพระพุทธเจ้า และเหล่าพสกนิกรตราบกาลนานเทอญ” นายสุทธิพงษ์ฯ กล่าวเพิ่มเติม

นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวในช่วงท้ายว่า “เนื่องในโอกาสอันเป็นมหามงคลนี้ กระทรวงมหาดไทยขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนร่วมกันถวายความจงรักภักดี ด้วยการทำความดี บำเพ็ญสาธารณประโยชน์ร่วมกันในครอบครัว ในชุมชน เพื่อเป็นการปฏิบัติบูชาถวายเป็นพระราชกุศลโดยพร้อมเพรียงกัน และขอเชิญร่วมลงนามถวายพระพร สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 12 สิงหาคม 2566 ผ่านระบบออนไลน์ ที่เว็บไซต์หน่วยราชการในพระองค์ wellwishes.royaloffice.th ระหว่างวันที่ 11-13 สิงหาคม 2566 หรือสถานที่ราชการทั่วประเทศ”

มหาดไทยจัดพิธีทำบุญตักบาตรถวายพระราชกุศลและถวายพระพรชัยมงคลพระบรมราชชนนีพันปีหลวง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/749661

มหาดไทยจัดพิธีทำบุญตักบาตรถวายพระราชกุศลและถวายพระพรชัยมงคลพระบรมราชชนนีพันปีหลวง

มหาดไทยจัดพิธีทำบุญตักบาตรถวายพระราชกุศลและถวายพระพรชัยมงคลพระบรมราชชนนีพันปีหลวง

วันเสาร์ ที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 14.00 น.

กระทรวงมหาดไทยจัดพิธีทำบุญตักบาตรถวายพระราชกุศลและถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง 12 สิงหาคม 2566

12 ส.ค. 66) เวลา 06.30 น. ที่วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ นายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย เป็นประธานในพิธีทำบุญตักบาตรถวายพระราชกุศลและถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง 12 สิงหาคม 2566 โดยมี นายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม รองปลัดกระทรวงมหาดไทย หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านพัฒนาชุมชนและส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น นายพรพจน์ เพ็ญพาส รองปลัดกระทรวงมหาดไทย หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านกิจการความมั่นคงภายใน นายสมคิด จันทมฤก รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ด้านบริหาร นายโชตินรินทร์ เกิดสม รองปลัดกระทรวงมหาดไทย หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านสาธารณภัยและพัฒนาเมือง นายชยาวุธ จันทร อธิบดีกรมที่ดิน นายบุญธรรม เลิศสุขีเกษม อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย นายแมนรัตน์ รัตนสุคนธ์ อธิบดีกรมการปกครอง นายพงศ์รัตน์ ภิรมย์รัตน์ อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน นายขจร ศรีชวโนทัย อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น คณะผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย หัวหน้าหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ ผู้บริหารสำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย นางกุลทรัพย์ ชื่นโกสุม นางจิรวรรณ เพ็ญพาส ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. ศศิธร จันทมฤก นางปวีณ์ริศา เกิดสม นางวรสุดา รัตนสุคนธ์ นางศลิษา ภิรมย์รัตน์ นางจิณณารัชช์ สัมพันธรัตน์ อุปนายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย ข้าราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจ และภาคีเครือข่ายของกระทรวงมหาดไทย ร่วมในพิธี

โอกาสนี้ นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ นายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย นำผู้ร่วมพิธีตักบาตรพระสงฆ์ จำนวน 20 รูป เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล โดยได้รับเมตตาจากท่านเจ้าคุณพระเทพวัชรเมธี อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย รองเจ้าคณะภาค 6-7 (ธ) ผู้ช่วยเลขานุการสมเด็จพระสังฆราช ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม นำพระภิกษุสงฆ์ รับบิณฑบาต เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาฯ เสร็จแล้ว นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ถวายธูปเทียนแพ และถวายแจกันดอกไม้เบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และ ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ นายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย ถวายแจกันดอกไม้เบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

จากนั้น นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย นำผู้ร่วมพิธีกล่าวถวายพระพรชัยมงคล โดยมีใจความสำคัญว่า “พสกนิกรชาวไทยทุกหมู่เหล่าต่างประจักษ์แจ้งในพระมหากรุณาธิคุณล้นเกล้าล้นกระหม่อมที่ตลอดระยะเวลาอันยาวนานหลายทศวรรษ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงปฏิบัติบำเพ็ญพระราชกรณียกิจนานัปการ เพื่ออำนวยประโยชน์สุขแก่ปวงประชาและสร้างความมั่นคงแก่ประเทศ ทรงคิดค้นและพัฒนาโครงการต่าง ๆ นับเป็นอเนกประการ ครอบคลุมการพัฒนาทั่วทุกด้าน ทั้งการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม การส่งเสริมอนุรักษ์ฟื้นฟูงานศิลปะพื้นบ้าน และงานหัตถศิลป์อันงดงามหลากหลายสาขา ล้วนก่อให้เกิดคุณประโยชน์ต่ออาณาราษฎรและประเทศชาติ นับแต่อดีตจวบจนปัจจุบันพระปรีชาสามารถ และน้ำพระราชหฤทัยอันเปี่ยมล้นด้วยพระเมตตาอาทร ทั้งพระราชจริยวัตรอันงดงามยิ่งนี้ ได้ประทับแนบแน่นอยู่ในดวงใจของพสกนิกรไทย ดังนั้น “วันแม่แห่งชาติ” 12 สิงหาคม จึงมีความสำคัญยิ่งต่อชาวไทยทุกคนที่จะได้ร่วมกันแสดงออกถึงพลังแห่งความจงรักภักดี ต่อสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ทรงเป็นประดุจแม่แห่งแผ่นดิน และเป็นศูนย์รวมดวงใจของปวงชนชาวไทยทั้งชาติ

“ในโอกาสอันเป็นมหามงคลนี้ ข้าพระพุทธเจ้าทั้งหลายขอพระราชทานถวายพระพรชัยมงคล ขออัญเชิญคุณพระศรีรัตนตรัยและอำนาจสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในสากล และพระสยามเทวาธิราช โปรดดลบันดาลประทานพรให้สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงเจริญพระชนมายุยิ่งยืนนาน ทรงพระเกษมสำราญ พระสุขภาพพลานามัยแข็งแรง ปราศจากโรคาพาธและภัยพาลทั้งปวง สถิตเป็นมิ่งขวัญ ร่มเกล้าของปวงข้าพระพุทธเจ้า และเหล่าพสกนิกรตราบกาลนานเทอญ” นายสุทธิพงษ์ฯ กล่าวเพิ่มเติม

นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวในช่วงท้ายว่า “เนื่องในโอกาสอันเป็นมหามงคลนี้ กระทรวงมหาดไทยขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนร่วมกันถวายความจงรักภักดี ด้วยการทำความดี บำเพ็ญสาธารณประโยชน์ร่วมกันในครอบครัว ในชุมชน เพื่อเป็นการปฏิบัติบูชาถวายเป็นพระราชกุศลโดยพร้อมเพรียงกัน และขอเชิญร่วมลงนามถวายพระพร สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 12 สิงหาคม 2566 ผ่านระบบออนไลน์ ที่เว็บไซต์หน่วยราชการในพระองค์ wellwishes.royaloffice.th ระหว่างวันที่ 11-13 สิงหาคม 2566 หรือสถานที่ราชการทั่วประเทศ”

3 เหล่าทัพ ยิงสลุต 21 นัด เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา ‘พันปีหลวง’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/749658

3 เหล่าทัพ ยิงสลุต 21 นัด เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา 'พันปีหลวง'

3 เหล่าทัพ ยิงสลุต 21 นัด เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา ‘พันปีหลวง’

วันเสาร์ ที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 13.49 น.

3 เหล่าทัพ ยิงสลุต 21 นัด เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา “พันปีหลวง”

12 สิงหาคม 2566 เวลา 12.00 น. กองทัพบก ยิงสลุตหลวงจำนวน  21 นัด เฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง  12 สิงหาคม 2566โดย กองพันทหารปืนใหญ่ที่ 1 กรมทหารปืนใหญ่ที่ 1 รักษาพระองค์  ณ บริเวณท้องสนามหลวง

ที่ลานอเนกประสงค์ โรงเรียนนายเรืออากาศนวมินทกษัตริยาธิราช “กองทัพอากาศ” โดยกรมทหารต่อสู้อากาศยานรักษาพระองค์ หน่วยบัญชาการอากาศโยธิน ทำการยิงสลุตหลวง 21 นัด เฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา

กองทัพเรือ โดย กองพันทหารราบที่ 1 รักษาพระองค์ กรมทหารราบที่ 1 กองพลนาวิกโยธิน หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน ได้ทำการยิงสลุตหลวง 21 นัด เฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 12 สิงหาคม 2566 ณ ป้อมวิไชยประสิทธิ์ พระราชวังเดิม เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพฯ

สำหรับการยิงสลุต ถือเป็นธรรมเนียมที่ทุกประเทศทั่วโลก ได้ยึดถือสืบทอดกันมาแต่ครั้งโบราณ เพื่อเป็นการแสดงความเคารพให้แก่ชาติ หรือธง หรือบุคคล โดยยิงปืนใหญ่ด้วยดินดำ หรือดินไม่มีควัน มีจำนวนนัดเป็นเกณฑ์ตามควรแก่เกียรติ หรือสิ่งที่ควรรับความเคารพ คำว่า “สลุต” นั้นมาจากรากศัพท์ของคำว่า “Salutio” ในภาษาลาติน

จุดเริ่มต้นของธรรมเนียมการยิงสลุต เล่ากันว่า ในสมัยโบราณ เรือสินค้าที่ต้องเดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลในระยะทางไกล จำเป็นที่จะต้องมีปืนใหญ่ไว้คุ้มครองสินค้าบนเรือ และจะต้องมีการบรรจุดินปืนในกระบอกปืนไว้ก่อน เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมเผื่อไว้ในกรณีฉุกเฉิน แต่เมื่อเรือได้เดินทางไปถึงท่าเรือของประเทศที่เรือลำดังกล่าวต้องเข้าไปทำการค้าด้วย จึงต้องยิงปืนใหญ่ที่บรรจุแต่ดินปืนออกไปให้หมด เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจว่ามาอย่างมิตร มิใช่ศัตรู ตั้งแต่นั้นมาจึงได้เกิดเป็นประเพณีการยิงสลุตขึ้น เพื่อเป็นการแสดงความเคารพต่อกันระหว่างเจ้าบ้านและผู้มาเยือนอันเป็นประเพณีที่ชาวเรือได้สืบทอดกันต่อมาจวบจนปัจจุบัน แรกเริ่มเดิมทีประเพณีการยิงสลุตได้กำหนดตัวเลขการยิงเอาไว้ที่จำนวน 7 นัดซึ่งในขณะนั้นทางทวีปยุโรปถือว่าเป็นเลขมงคลเพราะเชื่อว่าพระเจ้าสร้างโลกใน 7 วัน หรือเหตุผลหนึ่งที่ว่าบนเรือรบแต่ละลำมีปืนใหญ่ลำละ 7 กระบอก จึงต้องยิงให้เคลียร์หมดทุกกระบอก ๆ ละ 1 นัด และยังมีธรรมเนียมต่อไปอีกว่า เมื่อเรือสินค้าได้ยิงให้แก่เจ้าของจำนวน 7 นัดแล้ว ทางป้อมปืนใหญ่ของชาติเจ้าของท่าจึงต้องยิงตอบออกมาเป็นจำนวน 3 เท่า ซึ่งก็คือ 21 นัด ในเวลาต่อมาได้มีการทำความตกลงกันใหม่ว่าควรให้ทั้งสองฝ่ายยิงในจำนวน 21 นัดเท่าๆ กัน โดยอังกฤษเป็นชาติแรกในการวางกฎระเบียบการยิงสลุต 21 นัด และได้ถือเป็นกติกาสากลสืบต่อกันมาจนถึงปัจจุบัน

สำหรับในประเทศไทยมีการยิงสลุตครั้งแรกในรัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช

ในบันทึกของจดหมายเหตุฝรั่งเศสกล่าวถึงเรือรบฝรั่งเศสชื่อ เลอโวตูร์ ที่ได้เดินทางเข้ามาถึงป้อมวิชเยนทร์ (ป้อมวิไชยประสิทธิ์ พระราชวังเดิม กองทัพเรือ ในปัจจุบัน) มองซิเออร์คอนูแอล กัปตันเรือได้มีใบบอกเข้าไปถามทางราชสำนักอยุธยาว่า จะขอยิงสลุตให้เป็นเกียรติแก่ชาติสยาม ทางราชสำนักจะขัดข้องไหม สมเด็จพระนารายณ์มหาราชจึงรับสั่งให้ออกพระศักดิ์สงคราม (มองซิเออร์คอม เดอร์ ฟอร์แบงก์ นายทหารชาวฝรั่งเศส) ผู้รักษาป้อมในขณะนั้น อนุญาตให้ฝรั่งเศสยิงสลุตได้

ต่อมาเมื่อสิ้นแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์แล้ว พระเจ้าแผ่นดินพระองค์ใหม่คือ สมเด็จพระเพทราชา ทรงไม่โปรดปรานฝรั่งเศส จึงทำให้ธรรมเนียมการยิงสลุตได้ถูกยกเลิกไป 

ธรรมเนียมการยิงสลุตได้เริ่มกลับมารื้อฟื้นขึ้นอีกครั้งในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว คราวที่ต้อนรับ เซอร์จอห์น เบาวริ่ง ราชทูตอังกฤษ เมื่อปี พ.ศ.2398

ต่อมาในปี พ.ศ.2448 ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้มีการตราข้อบังคับว่าด้วยการยิงสลุต ร.ศ.125 แบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ การยิงสลุตหลวง และการยิงสลุตเป็นเกียรติแก่ข้าราชการ

ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าให้ตราพระราชกำหนดการยิงสลุตขึ้นใหม่ คือ การยิงสลุต ร.ศ.131 (พ.ศ.2455) กำหนดให้มีจำนวนปืนไม่ต่ำกว่า 4 กระบอก แบ่งประเภทการยิงสลุตไว้ 3 ประเภท คือ สลุตหลวง แบ่งเป็น 2 ชนิด คือ สลุตหลวงธรรมดา มีจำนวน 21 นัด และสลุตหลวงพิเศษ มีจำนวน 101 นัด สลุตข้าราชการ สลุตนานาชาติ

พระราชกำหนดยิงสลุต ร.ศ.131 ได้ถูกยกเลิกไปเมื่อ พ.ศ.2483 จนกระทั่งเมื่อสงครามโลกครั้งที่ 2 ยุติลง ทางราชการจึงรื้อฟื้นประเพณียิงสลุตขึ้นมาใหม่เริ่มเป็นครั้งแรกในวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ.2491 เนื่องในพระราชพิธีวันเฉลิมพระชนมพรรษาของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร โดยกำหนดข้อบังคับไว้โดยสรุปดังนี้

– กำหนดให้มีจำนวนปืนไม่ต่ำกว่า 4 กระบอก มีขนาดลำกล้องไม่เกิน 120 มิลลิเมตร

– ห้ามยิงตั้งแต่เวลาพระอาทิตย์ตกไปแล้วจนถึงพระอาทิตย์ขึ้น โดยแบ่งประเภทการยิงสลุตไว้ 3 ประเภท เช่นเดียวกับพระราชกำหนดยิงสลุต ร.ศ.131

ส่วนหลักเกณฑ์การยิงสลุตในปัจจุบัน หากเป็นงานพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา งานพระราชพิธีฉัตรมงคล หรือวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว หรือสมเด็จพระยุพราช รวมถึงงานต้อนรับพระมหากษัตริย์หรือประมุขแห่งรัฐ ยิงสลุตจำนวน 21 นัด ถ้าเป็นระดับนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม (ที่เป็นทหาร) ผู้บัญชาการทหารเรือ จอมพลเรือ และเอกอัครราชทูต ยิงสลุต 19 นัด รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม (ที่เป็นพลเรือน) พลเรือเอก และเอกอัครราชทูตพิเศษ ยิงสลุต 17 นัด พลเรือโท และอัครราชทูต ยิงสลุต 15 นัด พลเรือตรี และราชทูต ยิงสลุต 13 นัด (สามเหล่าทัพยศเท่ากัน ยิงสลุตเท่ากัน) อุปทูตยิงสลุต 11 นัด กงสุลใหญ่ ยิงสลุต 9 นัด

พสกนิกรลงนามถวายพระพร ‘สมเด็จพระพันปีหลวง’ เนื่องในวันเฉลิมฯ ด้วยความจงรักภักดี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/749654

พสกนิกรลงนามถวายพระพร 'สมเด็จพระพันปีหลวง' เนื่องในวันเฉลิมฯ ด้วยความจงรักภักดี

พสกนิกรลงนามถวายพระพร ‘สมเด็จพระพันปีหลวง’ เนื่องในวันเฉลิมฯ ด้วยความจงรักภักดี

วันเสาร์ ที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 13.22 น.

พสกนิกรทุกหมู่เหล่าลงนามถวายพระพร “สมเด็จพระพันปีหลวง” เนื่องในวันเฉลิมฯ ด้วยความจงรักภักดี

เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม 2566 สำนักพระราชวัง เปิดให้สมาชิกราชสกุล องคมนตรี คณะทูตานุทูต ผู้นำศาสนา นายกรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรี องค์กรอิสระ ผู้นำเหล่าทัพ บุคคลสำคัญ หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน มูลนิธิ และประชาชนทั่วไป นำแจกันดอกไม้มาทูลเกล้าฯ ถวายเบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา 12 สิงหาคม 2566 พร้อมลงนามถวายพระพรขอให้ทรงพระเจริญยิ่งยืนนานมีพระพลานามัยแข็งแรงสมบูรณ์ยิ่งๆขึ้นไป ณ ห้องแดง อาคารหน่วยราชการในพระองค์ 904, ศาลาสหทัยสมาคม และเต็นท์สนามหญ้าข้างศาลาลูกขุน  ในพระบรมมหาราชวัง ตั้งแต่เวลา 08.00-12.00 น.

โดยมี องคมนตรี, ราชสกุลทุกมหาสาขา อาทิ ราชสกุลวรวรรณ, ราชสกุลนวรัตน์, ราชสกุลสวัสดิวัตน์, ราชสกุลชยางกูร, ราชสกุลชมพูนุท, ราชสกุลเทวกุล เป็นต้น, พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการและกระทรวงกลาโหม พร้อมภริยา และคณะรัฐมนตรี พร้อมคู่สมรส,  ประธานรัฐสภา,  ประธานวุฒิสภา,  ประธานศาลฎีกา, ผู้บัญชาการทหารสูงสุด, ผู้บัญชาการทหารบก,  ผู้บัญชาการทหารเรือ, ผู้บัญชาการทหารอากาศ, ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ, สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี, สมาชิกวุฒิสภา, ข้าราชบริพารหน่วยราชการในพระองค์ นำโดย พล.อ.ต.สุพิชัย สุนทรบุระ รองเลขาธิการพระราชวัง, ปลัดกระทรวงมหาดไทย, สมาคมแม่บ้านมหาดไทย, สำนักทรัพย์สินพระมหากษัตริย์, เครือเจริญโภคภัณฑ์, บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) , บริษัท เมืองไทยประกันภัย จำกัด (มหาชน), บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด, พรรคเพื่อไทย นำโดย นายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดทนายกรัฐมตรี พรรคเพื่อไทย และนายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย พร้อมสมาชิกพรรคพท. , ธนาคารไทยพาณิชย์, กรมพลาธิการทหารบก, หน่วยบัญชาการรักษาดินแดน

มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ นำโดย พล.ร.อ.พงษ์เทพ หนูเทพ องคมนตรี, คณะนักเรียนทุนพระราชทาน ม.ท.ศ., สมาคมหอการค้าอินเดีย-ไทย, สมาคมพลังแผ่นดิน, บริษัท โตโยต้า มอร์เตอร์ ประเทศไทย จำกัด, กระทรวงเกษตรและสหกรณ์, กระทรวงศึกษาธิการ, กระทรวงพาณิชย์, กระทรวงวัฒนธรรม, กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์, กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน, กระทรวงการคลัง, กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, ตำรวจไซเบอร์, กรมชลประทาน, มูลนิธิชัยพัฒนา, กรมหม่อนไหม, วชิราวุธวิทยาลัย, กลุ่มเซ็นทรัล จำกัด เป็นต้น 

ขณะที่ ประชาชนจากทุกสารทิศพร้อมใจใส่เสื้อสีฟ้าเดินทางมาลงนามถวายพระพรสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง อย่างต่อเนื่อง 

ทั้งนี้ ทหารบก ทหารเรือ ทหารอากาศ ได้ยิงปืนใหญ่เฉลิมพระเกียรติฝ่ายละ 21 นัดด้วย ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักพระราชวัง เปิดให้ประชาชนร่วมลงนามถวายพระพร สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา วันที่ 12 สิงหาคม 2566 ผ่านระบบออนไลน์ ที่เว็บไซต์หน่วยราชการในพระองค์ www.royaloffice.th ระหว่างวันที่ 11-13 สิงหาคม 2566