ไม่อยากให้น้องเครียด “พี่เอ้ สุชัชวีร์” กระชากลุคดิสรัปเตอร์เมืองไทย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/edu-health/477277

ไม่อยากให้น้องเครียด “พี่เอ้ สุชัชวีร์” กระชากลุคดิสรัปเตอร์เมืองไทย

4 สิงหาคม 2564 – 18:28 น.

สุดอบอุ่น First Meet แบบ Social Distancing กับ งาน “ปฐมนิเทศออนไลน์ – Welcome to KMITL Family” พบอธิการบดี – คณบดีทุกคณะ/วิทยาลัย กล่าวต้อนรับน้อง ๆ เฟรชชี่ กว่า 6,000 คน ผ่านไลฟ์สตรีม @สจล.

เมื่อเอ่ยถึง “พระจอมเกล้าลาดกระบัง” สิ่งแรกน้อง ๆ “เฟรชชี่” หรือ “นักศึกษาใหม่” จะต้องได้เจอ คือ การรับน้องรถไฟ ประเพณีการรับน้องจาก สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) ที่เป็นเอกลักษณ์ของสถาบันฯ มากว่า 60 ปี

ไม่อยากให้น้องเครียด "พี่เอ้ สุชัชวีร์" กระชากลุคดิสรัปเตอร์เมืองไทย

โดยตั้งต้นปล่อยขบวนการเดินทาง ตั้งแต่สถานีหัวลำโพงและต่อเนื่องมายังปลายทางที่จุดจอดรถไฟสถานีพระจอมเกล้า โดยมีพี่ ๆ มาร่วมต้อนรับพร้อมสร้างเสียงหัวเราะและบรรยากาศให้อบอวลไปด้วยมิตรภาพและความอบอุ่นจากพี่สู่น้องรั้วแคแสด ซึ่งทำให้การเดินทางราว 55 นาทีนั้นสนุกสนานกว่าที่เคย

ไม่อยากให้น้องเครียด "พี่เอ้ สุชัชวีร์" กระชากลุคดิสรัปเตอร์เมืองไทย

แต่ในห้วง 1-2 ปีที่ผ่านมานี้ ความสัมพันธ์ระหว่างรุ่นพี่และรุ่นน้อง อาจจะไม่ได้ใกล้ชิดหรือกระทบไหล่ระหว่างกัน ด้วยข้อจำกัดของสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่จำเป็นต้อง เว้นระยะห่างทางสังคม (Social Distancing) เพื่อให้ความคิดถึงได้ทำงานและก่อตัวเพิ่มขึ้นเมื่อเราได้พบกันอีกครั้งหลังการผ่อนคลายของสถานการณ์

ซึ่งปีนี้ อธิการบดี สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) “พี่เอ้” ศาสตราจารย์ ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์” จึงไม่รอช้าชักชวน อาจารย์ ผู้บริหาร และรุ่นพี่ สจล. มาร่วมส่งต่อความรักความห่วงใยแม้จะอยู่ห่างกัน เพื่อไม่ให้น้อง ๆ เครียด ผ่านการจัดกิจกรรม “ปฐมนิเทศออนไลน์ – Welcome to KMITL Family” ที่มาในคอนเซ็ปต์ “รักและห่วงใย ถึงตัวอยู่ไกล แต่ใจส่งถึงกัน” ถึงเฟรชชี่กว่า 6 พันคน

เปิดตัวกิจกรรมด้วยคลิปแอนิเมชัน ประเพณีการรับน้องรถไฟสุดคลาสสิก ต่อเนื่องด้วยการกล่าวต้อนรับจาก “คณบดี” จากทุกคณะและวิทยาลัย ทั้ง “ขอต้อนรับและส่งต่อความอบอุ่นถึงน้อง ๆ ผ่านจอนี้ อยากให้น้อง ๆ มองมหาวิทยาลัยเป็นเสมือนสนามเด็กเล่น ที่สามารถทดลองทำสิ่งต่าง ๆ ได้อย่างเต็มที่เลยนะคะ”, “น้อง ๆ สามารถเรียกอาจารย์ทุกท่านที่นี่ ว่า “พี่” ได้เลยนะครับ ขอให้น้อง ๆ มีความสุขในการเรียน

โดยพี่ๆ ทุกคนที่นี่พร้อมให้คำปรึกษากับน้อง ๆ อย่างสนิทสนม”, “เราเตรียมพร้อมการเรียนการสอนในทุก ๆ ด้าน สบายใจได้เลยค่ะ”, “ทุกคณะ ทุกวิทยาลัย พร้อมต้อนรับนักศึกษาทุกคน หากมีคำถามสามารถติดต่อผ่าน Facebook คณะได้ครับ”

ไม่อยากให้น้องเครียด "พี่เอ้ สุชัชวีร์" กระชากลุคดิสรัปเตอร์เมืองไทย

ซึ่งกิจกรรมภายในงานก็เต็มไปด้วยความสนุกสนาน  และไฮไลท์กับโชว์สุดพิเศษ จากดิสรัปเตอร์เมืองไทย ที่ปีนี้ ฉีกกฎของความเป็นอธิการบดี อีกครั้งกับการทุ่มสุดตัว ร่วมเต้นสันทนาการแบบไม่กลัวเสียลุค ซึ่งน้อง ๆ เฟรชชี่ที่ร่วมกิจกรรมจากทางบ้านก็ไม่รอช้าร่วมโชว์สเตป Dance Battle กันสุดเหวี่ยง

 รวมไปถึงยังร่วม Featuring เพลง “ฝนตกไหม” กับ “นิลโลหิต” แร็ปเปอร์ชื่อดังที่เป็นทั้งศิษย์เก่าจากรั้ว สจล. และปัจจุบันกับการเป็นอาจารย์รับเชิญพิเศษในหลักสูตร “สุนทรียะเพลงแร็ป” (Rap Appreciation) ที่มาร่วมสอนตั้งแต่ความรู้พื้นฐานของการแร็ป การใช้ภาษาและฝึกแต่งเพลง การสอดแทรกมุมมองด้านวัฒนธรรมเข้าไปในบทเพลง ฯลฯ จนน้อง ๆ ในคลาสสามารถร่วมร้องหรือแต่งเพลงด้วยตนเองได้ 

ไม่อยากให้น้องเครียด "พี่เอ้ สุชัชวีร์" กระชากลุคดิสรัปเตอร์เมืองไทย

ด้าน “พี่เอ้” ศาสตราจารย์ ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ อธิการบดี สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) เปิดเผยว่า เพราะพี่เอ้เชื่อว่า ในสถานการณ์เช่นนี้ ที่เราต้องห่างกัน การจัดกิจกรรมเช่นนี้ จะช่วยลดความตึงเครียดสะสมของน้อง ๆ เฟรชชี่ ควบคู่กับการกระชับความสัมพันธ์ระหว่างคณาจารย์ที่ให้ความรู้สึกที่มากกว่า ครูผู้สอน แต่เป็นเสมือนพี่หรือเพื่อนที่น้อง ๆ สามารถเข้ามาขอรับคำปรึกษาได้

ไม่อยากให้น้องเครียด "พี่เอ้ สุชัชวีร์" กระชากลุคดิสรัปเตอร์เมืองไทย

“พี่เอ้” ศาสตราจารย์ ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ อธิการบดีสจล.

รวมไปถึงการกระชับความสัมพันธ์ระหว่างรุ่นพี่รุ่นน้อง ที่ถึงแม้จะไม่ได้เจอหรือทักทายกันซึ่งหน้า แต่การพบกันแบบ Social Distancing นี้ ก็ช่วยให้เราสามารถสนิทหรือทำความรู้จักกันได้ โดยไม่รู้สึกถึงข้อจำกัดของสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในขณะนี้

ไม่อยากให้น้องเครียด "พี่เอ้ สุชัชวีร์" กระชากลุคดิสรัปเตอร์เมืองไทย

อย่างไรก็ตาม ตลอดวาระการดำรงตำแหน่งเป็นอธิการบดี นับตั้งแต่ปี 2558 มุ่งเน้นการจัดกิจกรรมรับน้องอย่างสร้างสรรค์เพื่อให้เกิดความผ่อนคลาย ลดช่องว่างระหว่างวัยของคณาจารย์ รุ่นพี่ ที่มีต่อน้องเฟรชชี่ แต่ยังคงแฝงกลิ่นอายของประเพณีและจุดยืนของสถาบันฯ ในการเป็นรากฐานนวัตกรรม ร่วมด้วย

ไม่อยากให้น้องเครียด "พี่เอ้ สุชัชวีร์" กระชากลุคดิสรัปเตอร์เมืองไทย

ทั้งการแฝงตัวเองเป็นพี่เนียน การปรับลุคเป็นแร็ปเปอร์ หรือกระทั่งการแปลงโฉมคณะผู้บริหารเป็น Rock Star KMITL เปิดคอนเสิร์ต และปีนี้ก็ยังคงเดินหน้าสร้างมิติใหม่ของงานปฐมนิเทศนักศึกษาอย่างต่อเนื่อง

ไม่อยากให้น้องเครียด "พี่เอ้ สุชัชวีร์" กระชากลุคดิสรัปเตอร์เมืองไทย

น้อง ๆ นักศึกษาใหม่ รวมถึงนักศึกษาปัจจุบัน สามารถติดตามความเคลื่อนไหวของกิจกรรมและสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ได้ที่ สำนักงานกิจการนักศึกษาและศิษย์เก่าสัมพันธ์ http://www.facebook.com/KMITLstudentlife สำนักทะเบียนและประมวลผล http://www.facebook.com/reg.kmitl ติดตามความเคลื่อนไหวต่าง ๆ ของ สจล. ได้ที่ http://www.facebook.com/kmitlofficial หรือ https://www.kmitl.ac.th/

เรียนรู้ยุคดิจิทัล ม.มหิดล แนะปรับ “บทเรียน” ให้เล็กลง และเข้าใจง่าย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/edu-health/477235

เรียนรู้ยุคดิจิทัล ม.มหิดล แนะปรับ “บทเรียน” ให้เล็กลง และเข้าใจง่าย

4 สิงหาคม 2564 – 14:05 น.

แนวโน้ม “บทเรียน” สอนนักศึกษา ไม่ควรอัดแน่นเนื้อหา ควรใช้อุปกรณ์ดิจิทัลที่ทันสมัย ผสมผสานโลกแห่งความเป็นจริงและความเสมือนจริงเข้าด้วยกัน นำเสนอผ่านคลิปง่ายๆ เป็นตัวช่วยผู้เรียนให้เข้าใจ

วันที่ 4 สิงหาคม ตรงกับ “วันสื่อสารแห่งชาติ” ที่จัดตั้งขึ้นเพื่อให้ประชาชนได้ตระหนักถึงความสำคัญของการสื่อสารซึ่งมีวิวัฒนาการมาตามลำดับ โดยได้รับการพัฒนาด้วยเทคโนโลยีแบบก้าวกระโดด

นับตั้งแต่มีการสร้างคอมพิวเตอร์และระบบอินเทอร์เน็ตขึ้นมา จนทำให้หลายสถาบันการศึกษาต้องเร่งการผลิตและพัฒนาบัณฑิตให้มีความรู้ความเชี่ยวชาญด้านวิทยาการคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศขึ้นมารองรับดังเช่นปัจจุบัน

คณะเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT) มหาวิทยาลัยมหิดล เป็นสถาบันอุดมศึกษาที่มีประสบการณ์ยาวนานกว่าทศวรรษในการผลิตบัณฑิตคุณภาพ ซึ่งสนองต่อเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน (SDGs) แห่งสหประชาชาติในปัจจุบัน ได้แก่ ข้อที่ 4 ที่ว่าด้วยการศึกษาที่มีคุณภาพ (Quality Education)

รวมทั้งข้อที่ 9 ซึ่งว่าด้วยอุตสาหกรรม นวัตกรรม และโครงสร้างพื้นฐาน (Industry, Innovation and Infrastructure) ของประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในโลกที่หมุนไปด้วยความก้าวหน้าอย่างไม่หยุดยั้งของเทคโนโลยีการสื่อสารเช่นปัจจุบัน ซึ่งหมายถึงโอกาสในการเข้าถึงโลกแห่งความรู้ที่ไม่มีขีดจำกัด

อาจารย์ ดร.พัฒนศักดิ์ มงคลวัฒน์ คณบดีคณะเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT) มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า เพื่อเตรียมความพร้อมให้แก่นักศึกษาของคณะฯ ให้สามารถจบออกไปเป็นบัณฑิตที่มีคุณภาพ คณะฯ จึงได้มุ่งพัฒนาบัณฑิตให้มีความเป็นเลิศ

ทั้งในด้านองค์ความรู้ (Knowledge) ประสบการณ์ (Experience) และการมีความคิดสร้างสรรค์ (Creativity) โดยเน้นการเรียนรู้แบบ Active Learner ที่มีผู้สอนคอยสร้างแรงบันดาลใจ (Inspiration) ให้นักศึกษามีความกระตือรือร้นใฝ่หาความรู้อยู่ตลอดเวลา

นอกจากนี้ คณะฯ ยังมีความพร้อมทั้งในด้านบุคลากร อุปกรณ์ และสถานที่ ในการที่จะส่งเสริมให้เกิดการเรียนรู้ในลักษณะดังกล่าว โดยได้ริเริ่มให้มี Smart Classroom ซึ่งมี Smart Interactive Board Display ที่ผู้เรียนและผู้สอนสามารถโต้ตอบ และเชื่อมต่ออุปกรณ์สื่อสารใน platform อื่นๆ ได้ในขณะเดียวกัน

อาจารย์ ดร.พัฒนศักดิ์  กล่าวต่อไปว่า การเรียนการสอนในปัจจุบันได้มีการใช้ปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI เพื่อช่วยในการเรียนการสอนให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ด้วยเทคโนโลยีที่สำคัญอื่นๆ ได้แก่ “Virtual Reality” หรือ การจำลองภาพให้เสมือนจริง และ “Augmented Reality” หรือ การใช้อุปกรณ์ดิจิทัลที่ทันสมัยต่างๆ มาช่วยในการผสมผสานโลกแห่งความเป็นจริงและความเสมือนจริงเข้าด้วยกัน

รวมทั้งการใช้เกม (Gamification) เพื่อช่วยในการเรียนรู้ ซึ่งก้าวต่อไป คณะเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT) มหาวิทยาลัยมหิดล ได้รับการสนับสนุนจาก สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช) ด้วยทุนของหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข) บางส่วน

และการสนับสนุนจากผู้บริหารมหาวิทยาลัยมหิดล เพื่อจัดตั้ง “ศูนย์ปัญญาประดิษฐ์ของมหาวิทยาลัยมหิดล” (AI Mahidol University Center) ณ อาคารของคณะเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT) มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา เพื่อส่งเสริมการใช้เทคโนโลยี AI เพื่อประโยชน์ต่อนักศึกษา และบุคลากรของมหาวิทยาลัยมหิดล และประเทศชาติต่อไป

ซึ่งรูปแบบของสื่อการเรียนการสอนที่จะรองรับโลกที่มีข้อมูลข่าวสารมากมายไร้ขีดจำกัดเช่นปัจจุบัน อาจารย์ ดร.พัฒนศักดิ์  มองว่า ควรมีการจัดทำบทเรียนให้เล็กลง และเข้าใจง่าย เพื่อเพิ่มโอกาสในการเรียนรู้ให้กับผู้เรียนให้สามารถเข้าถึงได้ง่ายขึ้น และมากขึ้น

“นอกจากนี้ การเตรียมความพร้อมเยาวชนก่อนเข้าสู่วัยอุดมศึกษาในเรื่องพื้นฐานที่ดีของการสื่อสาร ซึ่งประกอบไปด้วยทักษะการพูด การอ่าน และการเขียนก็เป็นเรื่องที่สำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งตั้งแต่ในวัยที่เริ่มรู้หนังสือ เนื่องจากหากขาดทักษะการพูด การอ่าน และการเขียนที่ดี จะไม่สามารถสื่อสารได้อย่างมีประสิทธิภาพ 

ทั้งในการใช้ความคิดเชิงวิเคราะห์ และความคิดสร้างสรรค์ โดยจะเป็นทักษะที่ช่วยเพิ่มโอกาสในการเรียนรู้ให้กับตัวเองให้สามารถเข้าถึงสื่อต่างๆ เพื่อการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ต่อไปได้อีกด้วย และที่สำคัญ ความรู้ หรือความถนัดแต่เพียงด้านเดียวอาจไม่เพียงพอต่อการดำรงชีวิตให้อยู่รอดได้ในโลกยุคปัจจุบัน” ดร.พัฒนศักดิ์  กล่าวทิ้งท้าย

เติมกำลังใจให้กัน NT มอบซิม my และระบบ Cloud PBX สนับสนุนโครงการ ‘อว.พารอด’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/edu-health/477164

เติมกำลังใจให้กันNTมอบซิมmyและระบบ Cloud PBX สนับสนุนโครงการ’อว.พารอด’

3 สิงหาคม 2564 – 21:05 น.

เติมกำลังใจ NTมอบซิมmyและระบบCloud PBXสนับสนุนโครงการ’อว.พารอด’ ระบุ ศูนย์รวมจิตอาสาและอาสาสมัคร รวมถึงผู้ป่วยโควิดที่หายดีแล้ว มาร่วมโทรศัพท์ให้กำลังใจ ให้คำปรึกษาแก่ผู้ป่วยที่ กักตัวอยู่บ้าน-ในชุมชน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  นางสุวรรณา หรรษาจารุพันธ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มขายและบริการลูกค้าองค์กร 1 บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือNTมอบซิมโทรศัพท์เคลื่อนที่myและระบบCloud PBX

ให้แก่ศาสตราจารย์พิเศษดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ณ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ถนนพระรามที่ 6 กรุงเทพมหานคร 

เพื่อสนับสนุนศูนย์ปฏิบัติงาน‘อว.พารอด’ให้สามารถรองรับการปฏิบัติงาน การรายงานข้อมูลการติดต่อของผู้ป่วยและระบบCall Center (Cloud PBX)สำหรับใช้เป็นศูนย์กลางการติดต่อสื่อสาร

รวมถึงให้กำลังใจแก่ผู้ป่วยที่อยู่ใน Home Isolation และ Community Isolation ซึ่งเป็นส่วนที่ช่วยเสริมจากการติดต่อตามปกติ เพื่อสอบถามอาการประจำวันของบุคลากรทางการแพทย์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

โดยระบบCall Centerที่NTมอบให้ในครั้งนี้ประกอบด้วย ระบบCloud PBXเบอร์ติดต่อผ่านระบบCall Centerเลขหมายโทรศัพท์ และซิมโทรศัพท์เคลื่อนที่ระบบmy

ทั้งนี้ศูนย์ปฏิบัติงาน‘อว.พารอด’อยู่ภายใต้โครงการ “อว.พารอด” โดย อว.และเครือข่ายพันธมิตรได้ระดมจิตอาสาและอาสาสมัคร รวมถึงผู้ป่วยโควิดที่หายดีแล้ว มาร่วมโทรศัพท์ให้กำลังใจและให้คำปรึกษาแก่ผู้ป่วยที่กักตัวอยู่บ้านหรือในชุมชน

พร้อมกันนี้ได้ดำเนินการจัดส่ง“กล่องอว.พารอด”ซึ่งมียาสมุนไพรและอุปกรณ์จำเป็นเพิ่มเติมจากที่โรงพยาบาลมีให้แก่ผู้ป่วยที่อยู่ในการดูแลของโรงพยาบาลในเครือข่ายกลุ่มสถาบันแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย (UHosNet)โดยเริ่มนำร่องตั้งแต่วันที่ 30 กรกฎาคม2564ที่ผ่านมา

“รมว.ศธ.” ตื่นรู้ สั่งสำรวจชีวิตครู-นักเรียน “เรียนออนไลน์” ช่วงโควิด19 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/edu-health/477139

“รมว.ศธ.” ตื่นรู้ สั่งสำรวจชีวิตครู-นักเรียน “เรียนออนไลน์”ช่วงโควิด19

3 สิงหาคม 2564 – 17:58 น.

“รมว.ศธ.” ตื่นรู้ สั่งสำรวจชีวิต ครู-นักเรียน “เรียนออนไลน์” ช่วงโควิด19 หวังนำมาแก้ปัญหา เผยรับอาสาสมัครครูนักประเมิน 250 คน1วันเต็ม ระบุ 5 ส.ค.นี้ประชุมทางไกล กำหนดแนวทางสำรวจ รวมถึงผลกระทบผู้ปกครอง

คืบหน้าหลังกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) ให้อำนาจแต่ละพื้นที่ใช้ดุลพิจในการจัดการเรียนการสอน ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด19

ล่าสุดมีความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2564 น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เปิดเผยถึงกรณีที่ศธ.ได้มอบนโยบายและวางแผนกับทุกส่วนราชการในเรื่องของการจัดการเรียนการสอนในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา2019 หรือโควิด19

ใน 5 รูปแบบ (Online/On Air/On Demand/On Hand/On Site) นั้น ตนเห็นว่าเด็กนักเรียน และครูได้ดำเนินการจัดการเรียนการสอนรูปแบบดังกล่าวมาสักระยะแล้ว แต่จนถึงขณะนี้ ก็ยังไม่ได้รับข้อมูลจากบริบทของแต่ละพื้นที่ว่า เกิดปัญหาและอุปสรรคที่ชัดเจนอะไรหรือไม่ 

รมว.ศธ. กล่าวอีกว่า ตนจึงมีความกังวลและมีความห่วงใยในการดำเนินการดังกล่าวเป็นอย่างมาก เพราะมีสถานศึกษาในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.)ที่มีบริบทที่แตกต่างกันเป็นจำนวนมาก จึงต้องการรับฟังความคิดเห็นจากนักเรียน ครู และผู้ปกครองในแต่ละพื้นที่เพื่อสะท้อนปัญหาและอุปสรรคที่ส่งผลต่อการจัดการเรียนการสอนมายังศธ.เพื่อที่กระทรวงศึกษาธิการจะได้รับทราบ แก้ไขปัญหา และปรับนโยบายได้เพื่อให้เกิดความเหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบันได้ดียิ่งขึ้น

” จึงได้มีการประชุมหารือกันถึงแนวทางในการได้มาถึงข้อมูลที่จะนำมาสู่การแก้ไขปัญหา และได้มอบหมายให้ นายประวิต เอราวรรณ์ เลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ได้หาแนวทางและวิธีการดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูลและการประเมินแบบเร่งด่วนภายใต้สถานการณ์ที่เกิดขึ้นขณะนี้” รมว.ศธ. กล่าว

“ขณะนี้ได้รับทราบข้อมูลว่าได้วางแผนและวางระบบวิธีการเก็บข้อมูลจากนักเรียน ครู และผู้ปกครองจากพื้นที่ต่าง ๆ ในทุกภูมิภาคของประเทศ ผ่านกลไกใหม่ที่เรียกว่าการประเมินแบบเร่งด่วน ซึ่งเป็นวิธีการที่นานาชาติใช้กัน และเป็นวิธีการที่จะสามารถเก็บรวบรวมข้อมูลได้อย่างรวดเร็วจากสภาพความเป็นจริงและเชื่อถือได้” รมว.ศธ.กล่าว

รมว.ศธ.กล่าวอีกว่า โดยได้รับความร่วมมือจากสถาบันอุดมศึกษาจำนวน 4 แห่ง คือ คณะวิทยาลัยการศึกษา มหาวิทยาลัยพะเยา, ภาควิชาวิจัยและพัฒนาการศึกษา คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม, คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากรและคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยทักษิณ และข้าราชการครูที่มีความรู้ความสามารถด้านวิชาการ 

“ซึ่งจะกระจายพื้นที่ทั่วประเทศ ภายใต้โครงการ “อาสาสมัครครูนักประเมิน”(Rapid Appraisal Volunteer : RAV) ซึ่งผู้เข้าร่วมเป็นอาสาสมัครเข้าร่วมเป็น RAV Team ในครั้งนี้คือ ครู ผู้อำนวยการสถานศึกษา หรือศึกษานิเทศก์ ที่มีพื้นฐานการวิจัยและประเมิน (จบ ป.โท – ป.เอก) จะเป็นผู้ดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูลจากโรงเรียน หรือพื้นที่ต่าง ๆ และประเมินผลแบบเร่งด่วน ส่งผลกลับมายังส่วนกลาง เพื่อดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไปได้อย่างรวดเร็ว”รมว.ศธ.กล่าว

รมว.ศธ.กล่าวอีกว่า ทั้งนี้โครงการนี้ได้เปิดรับผู้ที่ประสงค์เข้าร่วมโครงการประมาณ 250 คน ซึ่งทราบว่าขณะนี้มีผู้สมัครเข้าร่วมโครงการเต็มจำนวนแล้วภายในระยะเวลา 1 วัน ซึ่งเป็นเรื่องที่น่ายินดีและก็รู้สึกดีใจที่มีผู้ที่เห็นความสำคัญและได้อาสามาช่วยงานของกระทรวงศึกษาธิการ

ซึ่งหลังจากนี้สำนักงาน ก.ค.ศ. ได้กำหนดให้มีการจัดการประชุมชี้แจงแนวทางและวิธีการดำเนินงานให้กับอาสาสมัครดังกล่าว ในวันที่ 5 สิงหาคม 2564 ที่จะถึงนี้ ผ่านระบบสื่ออิเล็กทรอนิกส์ซึ่งตนเองก็จะเข้าร่วมการประชุมในครั้งนี้ด้วย

รมว.ศธ.กล่าวเพิ่มเติมว่า ทั้งนี้หลังจากได้รับข้อมูลดังกล่าวมาแล้ว ก็จะเร่งดำเนินการวางแนวทางปรับปรุงนโยบายในการพัฒนา การบริหารจัดการการเรียนการสอนในสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด19 เพื่อลดปัญหาและอุปสรรคของการจัดการเรียนการสอน

” เพื่อให้นักเรียน ครู รวมถึงผู้ปกครองได้คลายความกังวลและคลายความเครียดที่ต้องเผชิญกับสภาวะการณ์เช่นนี้ และพร้อมที่จะช่วยเหลือ ดูแล และแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นกับนักเรียน ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาให้ดีที่สุด”รมว.ศธ. กล่าว

ประกาศแล้ว QS จัดอันดับ “เมืองนักศึกษาที่ดีที่สุดในโลก” ประจำปี 2565 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/edu-health/477067

ประกาศแล้ว QS จัดอันดับ “เมืองนักศึกษาที่ดีที่สุดในโลก” ประจำปี 2565

3 สิงหาคม 2564 – 10:30 น.

ประกาศแล้ว QS จัดอันดับ “เมืองนักศึกษาที่ดีที่สุดในโลก” ประจำปี 2565 เปรียบเทียบมหาวิทยาลัยระดับชั้นนำของโลก เมืองนี้ยังมีมหาวิทยาลัยที่ติด10 อันดับแรกของโลก ถึง 2 สถาบันทำให้เป็นศูนย์กลางการศึกษาโลก

QS หรือ QS Quacquarelli Symonds บริษัทวิเคราะห์ด้านการศึกษาระดับอุดมศึกษาทั่วโลก ได้เปิดเผยการจัดอันดับ“เมืองนักศึกษาที่ดีที่สุดในโลก”(QS Best Student Cities Ranking)ครั้งที่ 9 ท่ามกลางกระแสการกลับมาวางแผนศึกษาต่อต่างประเทศของนักศึกษาทั่วโลก

ผลลัพธ์จากการจัดอันดับซึ่งช่วยให้นักศึกษาสามารถเปรียบเทียบ จุดหมายสถานที่ศึกษาชั้นนำ 115 แห่ง แสดงให้เห็นว่า ลอนดอน ยังคงสถานะเป็นเมืองสำหรับนักศึกษาที่ดีที่สุดในโลกเป็นครั้งที่ 3 ติดต่อกัน ตามมาด้วยมิวนิกซึ่งขยับขึ้นจากที่ 4 มาสู่ที่ 2 และกรุงโซล ซึ่งขยับจากอันดับที่ 10 มาเป็นอันดับที่ 3 ร่วมตำแหน่งกับโตเกียว เจ้าภาพโอลิมปิก

เหตุผลที่ “ลอนดอน” ติดอันดับหนึ่งมาจาก มีมหาวิทยาลัยระดับโลกจำนวนมาก โดยทำคะแนนดีเป็นอันดับสองของโลกจากตัวบ่งชี้การจัดอันดับ

ได้รับคำชมเชยอย่างมากจากนักศึกษาที่เคยศึกษาในเมือง โดยได้คะแนน 98.4/100 สำหรับมุมมองของนักศึกษา โดยตามหลังเพียงแค่กรุงเบอร์ลินเท่านั้น

โอกาสทางอาชีพที่โดดเด่นสำหรับผู้สำเร็จการศึกษา โดยอยู่ในอันดับที่ 4 ในตัวชี้วัดกิจกรรมนายจ้าง ได้คะแนน 92.9/100

เปิดรับนักศึกษาต่างชาติในระดับสูง ซึ่งได้คะแนนดีที่สุดเป็นอันดับห้าของโลก (95.9/100) สำหรับความหลากหลายของนักศึกษา

ไฮไลท์อื่น ๆ จากการจัดอันดับประจำปีนี้ได้แก่

บอสตันเป็นเมืองใหม่ที่ติดสิบอันดับแรกเพียงเมืองเดียว โดยขยับขึ้นจากอันดับที่ 13 สู่อันดับที่ 9 ครองตำแหน่งร่วมกับปารีส (ขยับลงสองอันดับ) และมอนทรีออล (ขยับลงสามอันดับ)

เยอรมนีและออสเตรเลียเป็นสองประเทศที่มีเมืองสำหรับนักศึกษาที่ดีที่สุดติด 10 อันดับแรกประเทศละ 2 เมือง

เมือง 15 แห่งของสหรัฐอเมริกาที่ถูกจัดอันดับ ทำผลงานลดลงอย่างมีระบบในด้านตัวบ่งชี้ความปรารถนา

จุดหมายปลายทางสำหรับนักศึกษาอันดับหนึ่งของภูมิภาคลาตินอเมริกาคือบัวโนสไอเรส (อันดับที่ 22 ขยับขึ้นเก้าอันดับเมื่อเทียบรายปี)

เมืองโลซานของสวิตเซอร์แลนด์ติดอันดับนี้ครั้งแรก โดยอยู่ในอันดับที่ 19

กรุงมอสโกและกรุงปักกิ่งติด 30 อันดับแรกร่วมกันในอันดับที่ 25

แรงผลักดันจากกิจกรรมนายจ้างที่ลดลง ทำให้ 5 ใน 7 เมืองที่ติดอันดับของออสเตรเลียมีอันดับลดลง

เมืองที่ได้รับการจัดอันดับทั้งสามแห่งของสเปนมีอันดับร่วงลงในเลขหลักสิบ

Ben Sowter ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยของQSกล่าวว่า การตอบแบบสำรวจจากเหล่านักศึกษาที่ศึกษาจริงในลอนดอนทำให้เห็นได้ชัดเจนว่า เมืองนี้ยังคงนำเสนอโอกาสโดดเด่นด้านวัฒนธรรม เศรษฐกิจ และการศึกษา การที่มีมหาวิทยาลัยที่ติดอันดับ 10 อันดับแรกของโลกถึง 2 แห่งนั้น

“ยังทำให้เมืองนี้เป็นศูนย์กลางการศึกษาชั้นนำของโลกด้วย อย่างไรก็ตาม ยอดผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่เพิ่มขึ้นอย่างทวีคูณ และผลกระทบจากBrexitที่ยืดเยื้อ อาจส่งผลเสียต่อตำแหน่งชั้นนำของลอนดอน” ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยของQSกล่าว

QSจัดอันดับเมืองที่มีประชากรอย่างน้อย 250,000 คน และมีมหาวิทยาลัยอย่างน้อยสองแห่งที่อยู่ในการจัดอันดับมหาวิทยาลัยโลกโดยQS การจัดอันดับนำเสนอมุมมองอันทรงพลังด้านความรู้สึกของทั้งอดีตและว่าที่นักศึกษา โดยมีการตอบแบบสำรวจมากกว่า 95,000 รายการซึ่งถูกนำไปใช้จัดทำดัชนีความพึงปรารถนา (นักศึกษาที่คาดหวังจะเดินทางไปเรียน) และมุมมองนักศึกษา (เคยไปเรียนมาแล้ว)

ระเบียบวิธี:https://www.topuniversities.com/best-student-cities/methodology

 QS จัดอันดับ “เมืองนักศึกษาที่ดีที่สุดในโลก” ประจำปี 2565

ขอบคุณที่มา : QS Quacquarelli Symonds 2004-2021

เปิดวาร์ป “แพร พิมพ์อารยา” ดาวเด่นน้องใหม่คณะสัตวแพทย์ จุฬาฯ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/edu-health/477028

เปิดวาร์ป “แพร พิมพ์อารยา” ดาวเด่นน้องใหม่คณะสัตวแพทย์ จุฬาฯ

2 สิงหาคม 2564 – 22:05 น.

“แพร พิมพ์อารยา” ดาวเด่นน้องใหม่คณะสัตวแพทย์ จุฬาฯ แชร์ประสบการณ์การเตรียมตัวสอบเข้ามหาวิทยาลัย ทำไมเธอถึงสามารถพิชิตฝันได้เป็นเฟรชชี่ CU105 สมความตั้งใจ

หนึ่งในนิสิตใหม่จุฬาฯ ที่ก้าวสู่รั้วจามจุรีด้วยความภาคภูมิใจมีชื่อของ “พิมพ์อารยา อรรถวิภัชน์” หรือน้องแพร นักแสดงรุ่นใหม่ผู้ใฝ่ฝันอยากเข้าเรียนคณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาฯ ในวันนี้เธอสามารถพิชิตฝันได้เป็นเฟรชชี่ CU105 สมความตั้งใจ

“บรรยากาศอบอุ่นมาก อาจารย์และรุ่นพี่ที่คณะให้การต้อนรับพวกเราอย่างเต็มที่” น้องแพรเล่าถึงบรรยากาศงานปฐมนิเทศนิสิตใหม่ในรูปแบบออนไลน์ซึ่งเป็นกิจกรรมแรกที่คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาฯ จัดขึ้นสำหรับนิสิตน้องใหม่ แม้ความรู้สึกจะไม่เท่ากับการได้ไปที่มหาวิทยาลัย แต่ก็รับรู้ได้ถึงความตั้งใจของอาจารย์และรุ่นพี่ที่จัดงานต้อนรับนิสิตใหม่ทุกคน

การเรียนในคณะสัตวแพทย์เป็นความใฝ่ฝันของน้องแพรตั้งแต่เรียนชั้นมัธยมที่โรงเรียนสาธิต มศว.ปทุมวัน ที่บ้านของเธอเลี้ยงสุนัข ทำให้เธอมีความรักและเอ็นดูสัตว์มาก

ยิ่งในเวลาที่สัตว์เลี้ยงป่วยต้องการการดูแลเป็นพิเศษ ถ้ามีความรู้ในการดูแลสัตว์เลี้ยงมากพอก็น่าจะช่วยชีวิตสัตว์ได้ จึงเป็นแรงบันดาลใจให้เธอสอบเข้าคณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาฯ

เปิดวาร์ป "แพร พิมพ์อารยา"  ดาวเด่นน้องใหม่คณะสัตวแพทย์ จุฬาฯ

แพร พิมพ์อารยา นิสิตน้องใหม่คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาฯ 

“รู้สึกดีใจและภูมิใจมากที่ได้เข้ามาเรียนในคณะนี้ เหมือนเราทำเป้าหมายที่ตัวเองตั้งไว้สำเร็จแล้ว” น้องแพรยังเผยอีกว่า หลักที่สำคัญที่สุดในการเรียนให้ประสบความสำเร็จต้องไม่เครียดและไม่กดดันตัวเองจนเกินไป ควรหากิจกรรมผ่อนคลาย โดยน้องแพรจะใช้เวลาอยู่กับสัตว์เลี้ยงที่เธอรักคือสุนัข ซึ่งช่วยลดความเครียดจากการอ่านหนังสือเตรียมตัวสอบได้เป็นอย่างดี

น้องแพร มีชื่อเสียงโด่งดังเป็นที่รู้จักจากการประกวดมิสทีน ไทยแลนด์ 2018 และได้ร่วมแสดงภาพยนตร์โฆษณาเครื่องดื่มเกลือแร่ร่วมกับเวอร์จิล ฟาน ไดค์ กองหลังทีมฟุตบอล Liverpool

รวมถึงมีผลงานการแสดงซีรี่ย์ เรื่อง “แอบมองแอบจองรัก” ที่จะออกอากาศในเร็ว ๆ นี้ น้องแพรเล่าว่าการทำงานในวงการบันเทิงได้ให้ประสบการณ์ต่าง ๆ มากมาย ที่สำคัญคือได้เรียนรู้ตนเองในอีกด้านที่ไม่เคยทำมาก่อน ซึ่งท้าทายความสามารถเป็นอย่างมาก

แม้จะเรียนและทำงานไปด้วย ซึ่งส่งผลต่อการเตรียมตัวสอบเข้ามหาวิทยาลัย อยู่บ้าง แต่น้องแพร มีเทคนิคในการเตรียมตัวสอบ ให้ประสบความสำเร็จ มาเล่าสู่กันฟังการเตรียมตัวสอบที่ผ่านมามีการวางแผนจัดตารางการอ่านหนังสือในแต่ละวันอย่างรอบคอบ แบ่งเวลาให้กับการเรียน การอ่านทบทวนตำรา การทำงาน และการพักผ่อนในสัดส่วนที่เท่าเทียมกัน

เปิดวาร์ป "แพร พิมพ์อารยา"  ดาวเด่นน้องใหม่คณะสัตวแพทย์ จุฬาฯ

เธอได้ทำคลิปแชร์เคล็ดลับและเทคนิคการอ่านหนังสือเตรียมสอบของตัวเองทาง YouTube Chanel: YAHsis เปรียบเสมือนบันทึกไดอารี่ส่วนตัวซึ่งเป็นประโยชน์กับรุ่นน้องที่กำลังเตรียมตัวสอบเข้ามหาวิทยาลัย ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดีมาก

“Be the best as you can be” คือคติประจำใจของนิสิตเก่งคนนี้ที่ทำให้เธอประสบความสำเร็จ ในทุกสิ่งที่เธอทำ เธอเชื่อว่าถ้าพยายามเต็มที่และทำดีที่สุดในทุกสิ่งที่ลงมือทำแล้ว เราจะไม่รู้สึกเสียใจกับผลลัพธ์ที่ออกมา

เช่นเดียวกับเวลานี้ที่น้องแพรตั้งใจเต็มที่กับบทบาทใหม่ในฐานะนิสิตจุฬาฯ ที่เธอจะใช้ชีวิตตลอด 6 ปีที่คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาฯ ให้ดีที่สุด ควบคู่ไปกับการทำกิจกรรมต่างๆ เพื่อเสริมสร้างประสบการณ์ไปด้วย

พระมหากรุณาธิคุณปกเกล้าชาว อว. ‘ในหลวง’ พระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ สนับสนุนการดำเนินงานของโรงพยาบาลสนาม #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/593239

พระมหากรุณาธิคุณปกเกล้าชาว อว. 'ในหลวง'พระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ สนับสนุนการดำเนินงานของโรงพยาบาลสนาม

พระมหากรุณาธิคุณปกเกล้าชาว อว. ‘ในหลวง’พระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ สนับสนุนการดำเนินงานของโรงพยาบาลสนาม

วันศุกร์ ที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 19.08 น.

พระมหากรุณาธิคุณปกเกล้าชาว อว. “ในหลวง” พระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ สนับสนุนการดำเนินงานโรงพยาบาลสนาม

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ พลอากาศเอก สถิตย์พงษ์ สุขวิมล ราชเลขานุการในพระองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เชิญเงินพระราชทาน มอบแก่ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นส่วนหนึ่งในการบำเพ็ญพระราชกุศลเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 28 กรกฎาคม 2564 และเนื่องในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง 12 สิงหาคม 2564 ณ ทำเนียบรัฐบาล ในการนี้ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เข้ารับพระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ด้วย เพื่อนำไปสนับสนุนโรงพยาบาลสนามของหน่วยงานในสังกัดกระทรวง อว.

วันที่ 6 ส.ค. 64 ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.เอนก กล่าวว่า ผมและข้าราชการและบุคลากรสังกัดกระทรวง อว. ทุกคน รู้สึกซาบซึ้งและสำนึก พระมหากรุณาธิคุณอย่างล้นพ้น ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์สนับสนุนการดำเนินงานของโรงพยาบาลสนามในสังกัดกระทรวง อว. เพื่อบรรเทาปัญหาด้านความช่วยเหลือประชาชนที่ชาว อว. ได้ดำเนินการอยู่ และเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการดูแลรักษาผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 ซึ่งการได้รับพระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์สนับสนุนการทำงานในครั้งนี้ ชาว อว. รู้สึกปลาบปลื้มเหมือนได้รับพระราชทานกำลังใจไปพร้อมกัน ด้วยงานที่ดำเนินการในฐานะกองหนุนของโรงพยาบาลสนามสังกัด อว.ทั่วประเทศ อยู่ในพระเมตตาและความห่วงใยของพระองค์ท่าน ซึ่งกำลังใจที่ได้รับพระราชทานในครั้งนี้จะทำให้ชาว อว. เปี่ยมไปด้วยพลังอันพร้อมที่จะอุทิศตนเพื่อให้พสกนิกรของพระองค์ท่านก้าวผ่านพ้นวิกฤติการณ์ ที่ยากลำบากนี้ไปได้ด้วยดี

กระทรวง อว. จะส่งมอบพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ที่ได้รับพระราชทานมาครั้งนี้ ไปยังโรงพยาบาลสนามของ อว.ทุกแห่ง ซึ่งดำเนินการโรงพยาบาลสนามตั้งในสถาบันอุดมศึกษาและหน่วยงานของ อว.มากถึง 53 แห่ง ใน 45 จังหวัดทั่วประเทศ ตามพระราชประสงค์ต่อไป

ศธ.เร่งนำเงินพระราชทาน 70 ล้านหนุนรพ.สนาม-ศูนย์พักคอยในโรงเรียน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/593210

ศธ.เร่งนำเงินพระราชทาน 70 ล้านหนุนรพ.สนาม-ศูนย์พักคอยในโรงเรียน

ศธ.เร่งนำเงินพระราชทาน 70 ล้านหนุนรพ.สนาม-ศูนย์พักคอยในโรงเรียน

วันศุกร์ ที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 18.11 น.

“ตรีนุช” กำชับปลัด ศธ.-เลขาธิการ กพฐ.-เลขาธิการ กอศ. เร่งกระจายเงินพระราชทาน 70 ล้านบาท ไปสนับสนุนการดำเนินงาน-ปรับปรุงสถานศึกษาในสังกัดที่ใช้พื้นที่เป็นโรงพยาบาลสนาม ศูนย์พักคอย หรือสถานที่กักตัว 682 แห่ง ดูแลประชาชนติดเชื้อโควิด-19 ได้ทันการณ์

6 สิงหาคม 2564 นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยว่า พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดาฯ พระบรมราชินี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า โปรดกระหม่อม พระราชทานเงิน จำนวน 99,900,000 บาท ให้แก่รัฐบาล เพื่อนำไปสนับสนุนการดำเนินงานของวัด โรงเรียน สถาบันอาชีวศึกษา มหาวิทยาลัย และหน่วยงานของเหล่าทัพทั่วประเทศ ที่จัดตั้งโรงพยาบาลสนาม ศูนย์พักคอย สถานที่กักตัว และสถานที่ฌาปนกิจศพ เพื่อรองรับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในการบำเพ็ญพระราชกุศล เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 28 กรกฎาคม 2564 และ เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง 12 สิงหาคม 2564 โดยในส่วนของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ได้รับเงินพระราชทาน จำนวน 70,000,000 บาท ซึ่งตนจะเร่งจัดสรรเงินพระราชทานไปสนับสนุนการดำเนินงานของสถานศึกษาในสังกัด ที่อนุญาตให้ใช้อาคารและพื้นที่จัดตั้งเป็นโรงพยาบาลสนาม ศูนย์พักคอย และสถานที่กักตัว ซึ่งขณะนี้มีการดำเนินงานไปแล้ว จำนวน 682 แห่ง

“ดิฉันได้ประชุมหารือกับ ดร.สุภัทร จำปาทอง ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ดร.อัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) และ ดร.สุเทพ แก่งสันเทียะ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา(กอศ.) ในการนำเงินพระราชทาน ซึ่งเป็นพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดาฯ พระบรมราชินี ไปใช้สนับสนุนการดำเนินงานของสถานศึกษาในแต่สังกัดที่เป็นโรงพยาบาลสนาม สถานที่กักตัว สถานที่พักคอย รวมถึงหน่วยบริการด้านสาธารณสุข ให้ดีที่สุดทั้งในส่วนของที่พักและห้องน้ำ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชนและเจ้าหน้าที่ที่กำลังได้รับความเดือดร้อนได้เป็นอย่างดีและทันการณ์” รมว.ศึกษาธิการ กล่าว

ทั้งนี้ จากข้อมูลล่าสุด พบว่า มีสถานศึกษาในสังกัด ศธ.อนุญาตให้ใช้อาคารและพื้นที่สถานศึกษาเป็นโรงพยาบาลสนาม จำนวน 156 แห่ง รองรับได้ 11,429 เตียง และเป็นสถานที่กักตัวหรือศูนย์พักคอย จำนวน 526 แห่ง รองรับได้ 18,725 เตียง รวมทั้งสิ้น 682 แห่ง รองรับได้ 30,154 เตียง จำแนกเป็น สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) อนุญาตให้ใช้สถานศึกษา เป็นโรงพยาบาลสนาม 148 แห่ง รวม 10,140 เตียง เป็นสถานที่กักตัวหรือศูนย์พักคอย 355 แห่ง รวม 15,812 เตียง, สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ) อนุญาตให้ใช้สถานศึกษา เป็นโรงพยาบาลสนาม 8 แห่ง รวม 1,289 เตียง เป็นสถานที่กักตัว หรือศูนย์พักคอย 16 แห่ง รวม 1,411 เตียง สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) อนุญาตให้ใช้สถานศึกษาเป็นสถานที่กักตัว หรือศูนย์พักคอย 155 แห่ง รวม 1,502 เตียง

ศธ.คาดส่งเงินเยียวยานักเรียน ผู้ปกครองผ่านโรงเรียนได้ต้น ก.ย.นี้ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/593085

ศธ.คาดส่งเงินเยียวยานักเรียน ผู้ปกครองผ่านโรงเรียนได้ต้น ก.ย.นี้

ศธ.คาดส่งเงินเยียวยานักเรียน ผู้ปกครองผ่านโรงเรียนได้ต้น ก.ย.นี้

วันศุกร์ ที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 13.00 น.

วันที่ 6 สิงหาคม 2564 น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เปิดเผยว่า ตามที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบให้ความช่วยเหลือบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายด้านการศึกษาของ ในช่วงการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา สายพันธุ์ใหม่ 2019 หรือโควิด-19 ของโรงเรียนในสังกัด ศธ. และสังกัดอื่น ๆ เพื่อช่วยเหลือนักเรียน นักศึกษา ที่กำลังศึกษาอยู่ในสถานศึกษาสังกัด ศธ.ทั้งภาครัฐ และเอกชน ที่ได้รับเงินอุดหนุนจากรัฐ และไม่ได้รับเงินอุดหนุนจากรัฐ และสถานศึกษานอกสังกัด ศธ.ในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ชั้นอนุบาล-ม.6 และอาชีวศึกษา ในอัตรา 2,000 บาทต่อคน โดยจ่ายผ่านสถานศึกษา และให้สถานศึกษาจ่ายตรงให้นักเรียน นักศึกษา หรือผู้ปกครอง 11 ล้านคน วงเงิน 21,600 ล้านบาท นั้น ขณะนี้การดำเนินการต่าง ๆไม่มีปัญหาอะไร อยู่ระหว่างที่สำนักงบประมาณดำเนินการตรวจสอบรายละเอียดเพื่อทำการจัดสรรเงินให้กับศธ. ซึ่งตนมอบหมายให้นายสุภัทร จำปาทอง ปลัด ศธ. ไปดำเนินการเรื่องนี้ให้เร็วที่สุด หากสำนักงานงบประมาณจัดทำรายละเอียดและจัดสรรเงินมาให้ ศธ.แล้ว จากนั้น ศธ.ก็จะทำการตรวจสอบข้อมูล เพื่อจัดสรรเงินงบประมาณลงไปยังสถานศึกษาทันทีคาดว่าภายในวันที่ 31 สิงหาคม – ต้นเดือนกันยายน นี้ สถานศึกษาจะได้รับเงิน และทำการโอนเงินเยียวยา จำนวน 2,000 บาท ให้นักเรียนและผู้ปกครองต่อไป

“ส่วนการจ่ายเงินนั้น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้กำชับมาว่า ศธ.ต้องเร่งดำเนินการลดความเดือดร้อนของนักเรียน และผู้ปกครองให้เร็วที่สุด ดังนั้น การจ่ายเงินจะต้องรวดเร็วด้วย ซึ่งศธ.ได้คิดหาวิธีการที่จัดส่งเงินให้รวดเร็วที่สุดแล้ว โดยพบว่าหากใช้ช่องทางการจ่ายเงินตามฐานข้อมูลของการจ่ายเงินอุดหนุนรายหัวของนักเรียน ซึ่งศธ.มีข้อมูลอยู่ ก็จะสามารถส่งเงินให้สถานศึกษาได้เร็วที่สุด” น.ส.ตรีนุช กล่าว

น.ส.ตรีนุช กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ทางสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้จัดทำแนวทางลดภาระครูและนักเรียน เพื่อจะลดภาระให้ครูและนักเรียนในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ซึ่งเบื้องต้น จะลดเวลาการทำงานของครู ปรับลดโครงการต่าง ๆให้ครูปฏิบัติให้เหลือเพียง 1% จากเดิม สพฐ.มีโครงการให้ครูและโรงเรียนปฏิบัติหลายร้อยโครงการ หรือการนับเวลาเรียนรูปแบบใหม่ จากเดิมจะนับเวลาเรียนจากการเรียนในห้องเรียนเท่านั้น แต่ขณะนี้การเรียนการสอนเปลี่ยนไปหลายรูปแบบ เช่น ออนไลน์ ออนแอร์ เป็นต้น ดังนั้น การนับเวลาเรียนก็ต้องเปลี่ยนไปตามการเปลี่ยนแปลงด้วย

“นอกจากนี้จะมีการปรับเปลี่ยนเรื่องการใช้งบต่าง ๆโดยเฉพาะงบอุดหนุนรายหัวในบางรายการ ที่เดิมกำหนดไว้ชัดเจนว่าจะต้องใช้จ่ายเรื่องนี้เท่านั้น ก็ต้องปรับให้มีความยืดหยุ่นเพื่อให้สถานศึกษานำไปลดภาระครูต่อไป ซึ่งการปรับงบบางรายการต้องขออนุมัติจาก ครม. ดังนั้น ศธ.จะเร่งทำเรื่องให้ ครม.พิจารณาโดยเร็ว ส่วนงบไหนที่ ศธ.สามารถปรับแก้ระเบียบกันเองได้ ก็จะเร่งเสนอให้ที่ประชุมคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.)พิจารณาให้ความเห็นชอบโดยเร็ว เพื่อให้ครูมีความยืดหยุ่นสามารถปรับใช้พัฒนาการเรียนการสอนได้ทันที” น.ส.ตรีนุช กล่าว

อว.จับมือ 11 มหาวิทยาลัยราชภัฏสร้าง ‘วิศวกรสังคม’ ตามพระบรมราโชบายของ ‘ในหลวง’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/593005

อว.จับมือ 11 มหาวิทยาลัยราชภัฏสร้าง'วิศวกรสังคม' ตามพระบรมราโชบายของ'ในหลวง'

อว.จับมือ 11 มหาวิทยาลัยราชภัฏสร้าง’วิศวกรสังคม’ ตามพระบรมราโชบายของ’ในหลวง’

วันพฤหัสบดี ที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 18.52 น.

อว.จับมือ 11 มรภ. สร้าง “วิศวกรสังคม” ตามพระบรมราโชบายด้านการศึกษาของ “ในหลวง” มอบทุนวิจัยแห่งละ 750,000 แสน สร้างนวัตกรรมเพื่อสังคม ชุมชน

5 ส.ค.64 กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)โดยสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) จัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ “วิศวกรสังคมสร้างชุมชนเข้มแข็งด้วย วิจัยและนวัตกรรม” ร่วมกับมหาวิทยาลัยราชภัฏ (มรภ.) 11 แห่ง เพื่อแสดงเจตนารมณ์ในความร่วมมือเพื่อขับเคลื่อนโครงการบ่มเพาะ และเพิ่มศักยภาพการพัฒนาเชิงพื้นที่ด้วยกระบวนการวิศวกรสังคม โดยมี พล.อ. ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ องคมนตรี พร้อมด้วย ศ.(พิเศษ) ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รมว.อว. เป็นประธานในพิธีลงนามฯ

ศ.(พิเศษ) ดร.เอนก กล่าวว่า บัณฑิตกว่าครึ่งหนึ่งของประเทศล้วนผลิตโดยมหาวิทยาลัยราชภัฎ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงมีพระบรมราโชบายในด้านการศึกษา โดยเฉพาะในส่วนมหาวิทยาลัยราชภัฎ คือให้มุ่งเน้นในการพัฒนาคนและพื้นที่เป็นหลัก ซึ่งมหาวิทยาลัยราชภัฎก็ทำหน้าที่ของตนเองได้อย่างดี เช่นในสถานการณ์โควิด -19 มหาวิทยาลัยราชภัฎยังร่วมกับ อว. ทำโรงพยาบาลสนามทั่วประเทศ เป็นกำลังของจังหวัด และวันนี้ยังมีเรื่องที่ยังความปลาบปลื้มในพระมหากรุณาธิคุณหาที่สุดมิได้ ด้วยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ได้พระราชทานทรัพย์ส่วนพระองค์เป็นจำนวน 18.9 ล้านบาทแก่ อว. เพื่อจัดทำโรงพยาบาลสนาม ซึ่งมหาวิทยาลัยราชภัฎก็จะเป็นกำลังหลักในการจัดทำอยู่แล้ว

รมว.อว. กล่าวต่อว่า การลงนามความร่วมมือ “วิศวกรสังคมสร้างชุมชนเข้มแข็งด้วยวิจัยและนวัตกรรม” ครั้งนี้ ถือเป็นการสนับสนุนทุนวิจัยให้แก่มหาวิทยาลัยราชภัฎทั้ง 11 แห่ง โดย วช. จะมอบให้แห่งละ 750,000 บาท และขอยืนยันว่า อว. จะดูแลมหาวิทยาลัยราชภัฎให้เป็นพิเศษ เพราะเราตระหนักว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงให้ความสำคัญกับมหาวิทยาลัยราชภัฎ

พล.อ.ดาว์พงษ์ กล่าวว่า วิศวกรสังคม เป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญที่จะช่วยสร้างชุมชนเข้มแข็งและสร้างเสริมสมรรถนะผู้เรียนให้สมบูรณ์ด้วยคุณลักษณะ 4 ประการ ได้แก่ การมีทัศนคติที่ถูกต้องต่อบ้านเมือง การมีพื้นฐานชีวิตที่มั่นคง มีคุณธรรม มีงานทำ มีอาชีพ และเป็นพลเมืองดี ซึ่งวิศวกรสังคมที่ได้รับการพัฒนาทักษะ จะสามารถเป็นสื่อกลางในการประสานประโยชน์ของทุกภาคส่วนเพื่อให้ชุมชนท้องถิ่นเกิดการพัฒนา ให้นักศึกษามีความสามารถและทักษะเพื่อการดำรงชีวิตและการทำงานในอนาคต สามารถแก้ปัญหาและพัฒนาชุมชนท้องถิ่นของตนได้และเกิดการสร้างนวัตกรรมตามมา มหาวิทยาลัยราชภัฎ ทั้ง 11 แห่ง ได้แก่ มรภ.บ้านสมเด็จเจ้าพระยา มรภ.นครปฐม มรภ.ราชนครินทร์ มรภ.เพชรบุรี มรภ.นครสวรรค์ มรภ.เพชรบูรณ์ มรภ.ชัยภูมิ มรภ.อุดรธานี มรภ.สุราษฎร์ธานี มรภ.ภูเก็ต และ มรภ.ยะลา ที่ได้รับทุนสนับสนุนจาก วช. คงจะนำไปใช้อย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส เรากำลังเดินตามพระบรมราโชบายด้านการศึกษาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ที่ว่าการศึกษาต้องสร้างคนไทยที่มีทัศนคติที่ดี สร้างพื้นฐานชีวิตที่มั่นคง เข้มแข็ง เป็นพลเมืองดี มีวินัย จะเกิดเป็นรูปธรรมขึ้นได้ภายใต้โครงการนี้

ด้าน ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผอ.สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า วช.มีความพร้อมที่จะร่วมสร้าง สุดยอดผู้นำวิศวกรสังคม เพื่อการพัฒนาท้องถิ่น โดยการสนับสนุนนักศึกษา และบุคลากรที่ผ่านกระบวนการวิศวกรสังคม ให้นำองค์ความรู้ที่ได้จากการวิจัยและนวัตกรรมต่างๆ ไปประยุกต์ใช้เพื่อให้เกิดการปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรมมากที่สุด นำความรู้ไปใช้ในการยกระดับนวัตกรรมสู่ชุมชนอย่างยั่งยืน เพื่อให้วิศวกรสังคมเป็นกำลังหลักในการทำหน้าที่ขับเคลื่อนชุมชนด้วย กระบวนการพัฒนานวัตกรรมให้สอดคล้องกับความต้องการของประเทศได้ในอนาคต อีกทั้งยังสอดคล้องกับความเป็นไทยในบริบทโลก บนแนวคิดการสร้างปัญญา เพื่อพัฒนาชุมชนท้องถิ่นอย่างยั่งยืนสืบไป โดยหลังจากนี้ อว. ยังเตรียมขยายผลรูปแบบการพัฒนานี้ไปยังมหาวิทยาลัยราชภัฏ และสถาบันการศึกษาอื่นๆ ต่อไป