อังคณา ฟาดเจ็บ สมยศ ขอโทษโดยไม่สำนึก อ้างประชาธิปไตย แต่แสวงประโยชน์ทางเพศ

22 สิงหาคม 2569 เวลา 17:01 น.

‘สว.อังคณา’ น่าอนาถ ‘สมยศ’ ขอโทษโดยไม่สำนึกผิด ชอบอ้างประชาธิปไตย แต่ใช้อำนาจแสวงประโยชน์ทางเพศ

วันที่ 22 สิงหาคม 2569 จากกรณีมีข่าวนักกิจกรรมผู้หญิงออกมาเปิดโปงพฤติกรรมล่วงละเมิดทางเพศโดยนักเคลื่อนไหวอาวุโส ที่เคยเป็นนักโทษคดีม.112 ซึ่งกำลังเป็นเรื่องฉาวโฉ่แวดวงนักกิจกรรมฝ่ายเรียกร้องประชาธิปไตย

ต่อมา สมยศ พฤกษาเกษมสุข นักกิจกรรมทางการเมืองชื่อดัง ได้โพสต์ข้อความทางเฟซบุ๊ก ขอโทษ ถึงตนเองเข้าใจผิด คิดเพียงฝ่ายเดียวว่า คุณ A ให้ความยินยอม

ล่าสุด นางอังคณา นีละไพจิตร สมาชิกวุฒิสภา และอดีตกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กถึงเรื่องนี้ว่า ขอโทษยังไงให้เป็นความผิดของเหยื่อ (victim blaming) อ้าง “อยู่กินกัน” สองปี อยู่กินบนความสัมพันธ์แบบไหนก่อน ผสห. เขาก็บอกแล้วว่าเป็นความสัมพันธ์ที่ต้องพึ่งพากัน หนีไม่ได้เพราะมีบุญคุณ เป็นความสัมพันธ์เชิงอำนาจ เวลาไปทำงานต่างจังหวัดก็ถูกบังคับให้นอนห้องเดียวกัน อ้างประหยัด อายุขนาดนี้คิดเรื่องความเหมาะสมความควรไม่ควร หรือการให้เกียรติผู้ร่วมงานไม่ได้หรือไง

และการมีบุญคุณก็ไม่สามารถทดแทนด้วยความสัมพันธ์ทางเพศที่ #ไม่ยินยอม #ไม่สมัครใจ บิดเบือนสาเหตุที่อยู่กินกันไม่ได้เพราะช่องว่างระหว่างวัยอีก ที่พูดที่เขียนนี่ไม่ได้ฟังจาก ผสห. รายนี้รายเดียว แต่ได้ยินได้ฟังพฤติกรรมแบบนี้มานานจากผู้หญิงหลายคน จนคนเขารู้กันทั่ว อุตส่าห์เขียนขอโทษ แต่เป็นการ #ขอโทษโดยไม่สำนึกผิด ชอบอ้างประชาธิปไตย ความเป็นธรรม อ้างหลักสากล แต่ใช้อำนาจกดทับ แสวงประโยชน์ทางเพศ อยากถามว่าจะเยียวยา ผสห. โดยการคืนศักดิ์ศรี และทำให้เขากลับสู่สภาพเดิมได้ยังไง

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : ‘ปวิน’เดือด ประณาม ‘สมยศ’ ทำพฤติกรรมต่อเด็กสาว ผิดหวัง-เหมือนถูกหลอก

สมยศ เคลื่อนไหวแล้ว หลังข่าวฉาวคุกคามทางเพศ ‘ขอโทษที่ผมเข้าใจผิด’ คิดว่าให้ความยินยอม

คุกคามทางเพศ, นักเคลื่อนไหวอาวุโส, สมยศ

หนุนจัดระเบียบ กมธ.สภา 35 คณะ! ‘ปธ.กมธ.ตำรวจ’ ซัดบางคณะ ‘ปั้นน้ำเป็นตัว-หวังผลการเมือง’

22 สิงหาคม 2569 เวลา 16:14 น.

หนุนจัดระเบียบกมธ.สภาฯ35คณะ! ‘ปธ.กมธ.ตำรวจ’ ได้ทีซัดแหลกบางคณะฯ ‘ปั้นน้ำเป็นตัว-หวังผลการเมือง’ เตือนอย่าใช้อำนาจเกินขอบเขต ทำคนอื่นเสียหายระวังถูกฟ้องอาญากลับ-ฟันจริยธรรม

วันที่ 22 สิงหาคม 2569 นายวัชรพงศ์ คูวิจิตรสุวรรณ สส.สระบุรี พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ(กมธ.)การตำรวจ สภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยว่า ตนสนับสนุนแนวคิดของนายศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ที่เสนอให้ประธานสภาผู้แทนราษฎรพิจารณากำหนดกรอบอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมาธิการทั้ง 35 คณะให้มีความชัดเจน เพื่อป้องกันการทำงานที่ซ้ำซ้อนและก้าวก่ายอำนาจกันเอง ซึ่งปัญหาในการทำงานของสภาฯ ชุดปัจจุบัน ประธาน กมธ. บางคณะไม่ทำหน้าที่ในกรอบบทบาทหน้าที่ของคณะตนเองอย่างแท้จริง โดยพบว่ามีการใช้อำนาจเกินหน้าที่และอำนาจตามข้อบังคับฯเพื่อมุ่งหวังผลทางการเมืองเป็นหลัก มีพฤติกรรมนำประเด็นจากสื่อมาปั้นน้ำเป็นตัว หรือจับแพะชนแกะเพื่อสร้างเรื่องราว ซึ่งทำให้บุคคลหรือหน่วยงานที่ถูกพาดพิงได้รับความเสียหายอย่างมาก

นายวัชรพงศ์ กล่าวต่อว่า ดังนั้น จึงขอเตือนอย่างจริงจังไปยัง กมธ. ที่มีพฤติกรรมดังกล่าวว่า หากยังคงใช้อำนาจโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย รวมทั้งใช้ พ.ร.บ.คำสั่งเรียก โดยมิชอบหรือเกินขอบเขตจนเข้าข่ายปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ผู้เสียหายมีสิทธิใช้ช่องทางกฎหมายตอบโต้กลับได้ ทั้งการแจ้งความดำเนินคดีอาญา มาตรา 157 ฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ รวมถึงการยื่นสอบจริยธรรมผ่านประธานสภาฯ และส่งเรื่องให้ ป.ป.ช. ตรวจสอบและเอาผิดต่อไปได้

“ต้องการให้ประธานสภาฯ มีแนวปฏิบัติกลางสำหรับ กมธ. ทั้ง 35 คณะ เพื่อใช้เป็นบรรทัดฐานในการทำงาน ซึ่งการวางกรอบอำนาจที่ชัดเจนนี้จะช่วยลดภาระแก่หน่วยงานรัฐและประชาชนที่ถูกเรียกชี้แจง อีกทั้งยังทำให้การใช้อำนาจของ กมธ. มีความโปร่งใส เป็นไปตามหลักนิติรัฐ ไม่ซ้ำซ้อน และไม่ถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือทำลายล้างทางการเมืองอีกด้วย” ประธาน กมธ.ตำรวจ กล่าว

คุณสมยศพูดแล้ว คุณสมบัติมีอะไรจะพูดมั้ยคะ? สาวกิจกรรม ขุดอดีต 20 ปี ช่วยงานมูลนิธิฯโดนหลอกฟัน

22 สิงหาคม 2569 เวลา 15:58 น.

FacebookXLineGmailCopy LinkShare

วันที่ 22 สิงหาคม 2569 จากกรณีมีข่าวนักกิจกรรมผู้หญิงออกมาเปิดโปงพฤติกรรมล่วงละเมิดทางเพศโดยนักเคลื่อนไหวอาวุโส ที่เคยเป็นนักโทษคดีม.112 ซึ่งกำลังเป็นเรื่องฉาวโฉ่แวดวงนักกิจกรรมฝ่ายเรียกร้องประชาธิปไตย

ต่อมา สมยศ พฤกษาเกษมสุข นักกิจกรรมทางการเมืองชื่อดัง ได้โพสต์ข้อความทางเฟซบุ๊ก ขอโทษ ถึงตนเองเข้าใจผิด คิดเพียงฝ่ายเดียวว่า คุณ A ให้ความยินยอม

ล่าสุด ผู้ใช้บัญชีเฟซบุ๊ก “Pornnapa lamsamarn” โพสต์ข้อความว่า เรื่องทำนองนี้ ก็เคยเกิดกับฉันมาก่อนเหมือนกัน… ถ้าเอ่ยชื่อไป… ช็อกกันทั่วเมืองแน่ …

ต่อมาเจ้าของโพสต์ก็ได้โพสต์อีกว่า “คุณสมยศพูดแล้ว คุณสมบัติมีอะไรจะพูดมั้ยคะ?”

ทั้งนี้ก่อนหน้านี้ ผู้โพสต์ ได้โพสต์ข้อความ ระบุว่า [เรื่องเล่าจากอดีต: เมื่ออุดมการณ์ถูกใช้เป็นเครื่องมือหลอกใช้คน]

เรื่องราวของเด็กผู้หญิงคนหนึ่งที่ออกมาเล่าถึงบาดแผลจากการถูกล่วงละเมิดโดย “นักอุดมการณ์” มันทำให้อดีตของฉันฉายภาพซ้ำทับซ้อนขึ้นมา แทบจะเป็นภาพคัดลอกเดียวกัน… ต่างกันแค่ช่วงเวลา และผู้กระทำที่เป็น “คนดัง” อีกคน

ย้อนกลับไปในปี 2549 ตอนนั้นฉันเป็นเพียงเด็กผู้หญิงวัย 20 ที่หอบหัวใจเปี่ยมอุดมการณ์ ลงจากดอยนางนอน เชียงราย มาร่วมประท้วงการยึดอำนาจที่สนามหลวงเพียงลำพัง ฉันไม่รู้จักใครเลยบนพื้นที่แห่งนั้น นอกจากคนดังคนหนึ่งที่เคยพูดคุยกันผ่านเว็บบอร์ด coup19.org(ถ้าจำไม่ผิดนะ)

ด้วยความปลาบปลื้มในตัวเขา เราติดต่อกันผ่าน MSN จนเริ่มคุ้นเคย และไม่นาน… เหตุการณ์ที่เปลี่ยนมุมมองของฉันไปตลอดกาลก็เกิดขึ้น…

วันนั้น ฉันเข้าไปช่วยงานที่สำนักงานมูลนิธิแถวซอยรางน้ำแบบฟรีๆ ด้วยใจที่อยากขับเคลื่อนขบวนการ เมื่อเสร็จงาน ชายคนนั้นชวนออกไปข้างนอกและอาสาจะไปส่งที่พัก เขาพาฉันเดินขึ้นสถานี BTS แต่ปลายทางกลับไม่ใช่การนั่งรถไฟกลับ… เขาพาฉันเลี้ยวเข้าโรงแรมข้างสถานีแทน

ด้วยความเด็กและไม่ประสีประสา ฉันเก้ๆ กังๆ ทำอะไรไม่ถูก แม้นั่นจะไม่ใช่ครั้งแรกในชีวิต แต่มันคือความช็อกที่ไม่คาดคิดว่าจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น จากคนที่หลอกล่อเรามาด้วยความ “ไว้เนื้อเชื่อใจ”

​สิ่งที่ทำให้รู้สึกถูกลดทอนคุณค่าที่สุด คือก่อนกลับ… เขายื่นเงินให้ฉัน ประหนึ่งว่าเศษเงินนั้นจะสามารถปิดปาก หรือเปลี่ยนสิ่งที่เขาทำเป็นการซื้อขายได้ แน่นอนว่าฉันปฏิเสธ…

ตอนนั้นยอมรับว่าแอบมีความรู้สึกดีๆ ให้เขา แต่สิ่งที่ฉันไม่เคยรู้เลยก็คือ เขามีภรรยาอยู่แล้ว เป็นเรื่องที่คนในสำนักงานรู้กันหมด แต่เขาแค่ไม่แสดงตัว… มีเพียงฉันคนเดียวที่หน้ามืดตามัวและไม่รู้เรื่องอะไรเลย…

สรุปคือ ฉันโดนหลอกเต็มๆ โดนหลอกให้ไปช่วยงานฟรี โดนหลอกฟันฟรี และสูญเสียความเคารพศรัทธาที่มีต่อคนดังคนนี้ไปจนหมดสิ้น…

ภายนอกฉันอาจดูเหมือนคนมูฟออนไว เรื่องนี้เหมือนจะไม่ได้สร้างบาดแผลทางใจไปมากกว่าความรู้สึกสมเพชตัวเอง แต่เหตุผลที่แท้จริงที่ฉัน “เลือกที่จะเงียบ” เป็นเพราะฉันกลัวว่าขบวนการประชาธิปไตยที่ทุกคนร่วมกันสร้างมาจะพังทลายลง อีกทั้งในโครงสร้างสังคมแบบนี้ พูดไปเหยื่อก็คงไม่พ้นถูกตราหน้าว่า “สมยอม”

เรื่องเล่าที่ว่ามีนักอุดมการณ์หลอกกินฟรี มันมีเสียงลือเสียงเล่าอ้างมาตลอด… แต่ไม่เคยมีใครกล้าออกมายอมรับตรงๆ ว่าตัวเองคือหนึ่งในเหยื่อ

วันนี้… ฉันนี่แหละคือ “ใบเสร็จ” ที่เขาตามหากัน

ที่ตัดสินใจออกมาพูด เพราะไม่อยากให้ใครต้องตกเป็นเหยื่อของการใช้อุดมการณ์อันบริสุทธิ์มาเป็นเครื่องมือหลอกลวงอีก

คนที่พร่ำเพ้อเรียกร้องหาความยุติธรรมและความเท่าเทียมให้สังคม กลับเอาอุดมการณ์มาบังหน้าเพื่อตักตวงผลประโยชน์ทาง “กาม” ให้ตัวเอง…

ทุกครั้งที่ฉันเห็นคนคนนี้ในทีวี หรือบนเวทีเสวนา นั่งพูดจาสวยหรูเรื่องความบริสุทธิ์ยุติธรรม… มันทำให้ฉันสะอิดสะเอียนจนแทบอยากจะอาเจียน

“แมงดาแห่งประชาธิปไตย” ที่เล่นกับไฟอุดมการณ์ของผู้คน ไม่ควรมีที่ยืนอีกต่อไป

ไม่ว่าเรื่องในวันนั้นจะดำเนินคดีได้หรือไม่ แต่วันนี้ฉันขอเป็นส่วนหนึ่งที่กระชากหน้ากากคนจอมปลอมพวกนี้ออกมา เพื่อเป็นเกราะป้องกันไม่ให้ใครต้องมาแตกสลายเพราะคนแบบนี้อีกต่อไป

การเมือง, คุกคามทางเพศ, สมบัติ, อดีตนักโทษม.112

เอ็ดดี้ ชี้ ออสเตรเลีย มอง ไทย เป็นหุ้นส่วนระดับภูมิภาค

22 สิงหาคม 2569 เวลา 15:39 น.

เอ็ดดี้

เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2569 นายอัษฎางค์ ยมนาค หรือ เอ็ดดี้ นักวิชาการอิสระ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก วิเคราะห์เบื้องหลังและถ้อยแถลงสำคัญ กรณีการเดินทางเยือนกรุงแคนเบอร์รา ประเทศออสเตรเลีย ของนายกรัฐมนตรีไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล โดยหยิบยกคำกล่าวของ Anne Aly รัฐมนตรีของรัฐบาลออสเตรเลีย ที่ให้เกียรติมาส่งและอวยพรการเดินทางกลับ พร้อมทั้งเน้นย้ำความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นในหลากหลายมิติ โดยมีข้อความทั้งหมดว่า “ประเทศไทยเป็นหุ้นส่วนระดับภูมิภาคของออสเตรเลีย #อัษฎางค์ยมนาค | #อ่านเกมอำนาจ Anne Aly เป็น ส.ส.พรรค Labor เขต Cowan รัฐเวสเทิร์นออสเตรเลีย และเป็นรัฐมนตรีในรัฐบาลของนายกรัฐมนตรีแอนโทนี อัลบานีซี ปัจจุบันเธอดำรงตำแหน่งพร้อมกัน 3 กระทรวง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงธุรกิจขนาดย่อม (Small Business) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาระหว่างประเทศ (International Development) และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพหุวัฒนธรรม (Multicultural Affairs) ของออสเตรเลีย  

เธอเกิดที่อียิปต์และย้ายมาออสเตรเลียตั้งแต่อายุ 2 ขวบ เป็นสตรีมุสลิมคนแรกที่ได้รับเลือกเข้าสภาผู้แทนราษฎรออสเตรเลีย ในปี 2016  ก่อนเข้าสู่การเมืองเธอเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยด้านการต่อต้านการก่อการร้าย

เอ็ดดี้


เธอเรียนปริญญาโทและเอกที่ Edith Cowan University โดยทำงานด้าน counter-terrorism และ countering violent extremism เคยเป็นที่ปรึกษา UN Counter-Terrorism Directorate และเป็นผู้ก่อตั้ง People Against Violent Extremism (PaVE)  

เธอโพสต์ว่า:“ประเทศไทยเป็นหุ้นส่วนระดับภูมิภาคที่เราไว้วางใจ และเป็นมิตรประเทศ โดยมีความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นในด้านการค้า การบังคับใช้กฎหมาย การป้องกันประเทศ และนวัตกรรม
มิตรภาพนี้ตั้งอยู่บนสายสัมพันธ์ระหว่างประชาชนของสองประเทศ ตั้งแต่ภาคธุรกิจและนักท่องเที่ยว ไปจนถึงนักเรียน นักศึกษา และครอบครัว
นับเป็นเกียรติที่ได้ร่วมต้อนรับนายกรัฐมนตรีแห่งราชอาณาจักรไทย ฯพณฯ นายอนุทิน ชาญวีรกูล ในโอกาสเดินทางเยือนกรุงแคนเบอร์ราในสัปดาห์นี้ และได้มาส่งพร้อมอวยพรให้ท่านเดินทางโดยสวัสดิภาพในเช้าวันนี้”

ผมอยากชี้ให้เห็นคำสำคัญมาก ๆ คือ “Thailand is a trusted regional partner and friend” ถ้าแปลโดยรักษาน้ำหนักทางการทูต ผมจะใช้ว่า “ประเทศไทยเป็นหุ้นส่วนระดับภูมิภาคที่ออสเตรเลียไว้วางใจ และเป็นมิตรประเทศ” ไม่ใช่เพียง “ประเทศไทยเป็นเพื่อนของออสเตรเลีย” เพราะคำว่า trusted regional partner มีนัยว่ารัฐบาลออสเตรเลียกำลังมองไทยในฐานะ “ผู้เล่นระดับภูมิภาคที่สามารถร่วมมือกันได้” ไม่ใช่เพียงประเทศที่มีความสัมพันธ์อันดีต่อกันและน่าสังเกตอีกอย่างว่าเธอเลือกเจาะจงความสัมพันธ์ถึง 4 ด้าน Trade การค้า Law enforcement การบังคับใช้กฎหมาย Defence การป้องกันประเทศ/ความมั่นคง Innovation นวัตกรรม ชุดคำนี้สอดคล้องมากกับภาพที่เราเคยวิเคราะห์เรื่องการเยือนออสเตรเลียของนายกฯ อนุทิน เพราะมันครอบคลุมทั้ง เศรษฐกิจ + ปราบอาชญากรรมข้ามชาติ + ความมั่นคง + เทคโนโลยี ไม่ได้พูดถึงความสัมพันธ์ไทย–ออสเตรเลียเพียงในเชิงมิตรภาพหรือการท่องเที่ยว

อีกจุดที่มีความหมายคือเมื่อเธอไปส่งนายกรัฐมนตรีไทยถึงเครื่องบิน และเขียนเองว่า “to wish him a safe journey this morning” แสดงว่าเธอมีบทบาทเป็นตัวแทนรัฐบาลออสเตรเลียในการดูแลการเยือนครั้งนี้อย่างเป็นทางการในช่วงท้ายด้วย
อย่างไรก็ตาม,

ประเด็นสแกมออนไลน์และการค้ามนุษย์ที่ถูกหยิบยกขึ้นมา สะท้อนว่าภาพลักษณ์ไทยในสายตาต่างชาติยังผูกติดกับปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติในพื้นที่ชายแดน ซึ่งเป็นดาบสองคม 

“ได้ความร่วมมือแต่ก็ตอกย้ำปัญหาที่มีอยู่” ผลลัพธ์เชิงรูปธรรม (FTA, การลงทุนจริง) ยังต้องติดตามในระยะยาว เพราะแถลงการณ์ร่วมกับตัวเลขการลงทุนจริงมักมีช่องว่างเสมอ

โดยรวม การเยือนครั้งนี้ส่งผลบวกต่อไทยในเชิงการยกระดับความสัมพันธ์เชิงยุทธศาสตร์และเปิดโอกาสทางเศรษฐกิจ แต่ประโยชน์ที่แท้จริงจะขึ้นอยู่กับการนำข้อตกลง/กลไกความร่วมมือที่ประกาศไว้ (เช่น กลไกกลาโหม การปราบสแกม ความร่วมมือ NSTDA-CSIRO) ไปปฏิบัติจริงต่อไป”

เอ็ดดี้

หลังจากที่โพสต์ของ เอ็ดดี้ เผยแพร่ลงมาบนโลกออนไลน์ ทำเอาชาวเน็ตต่างก็เข้ามาคอมเมนต์แสดงความคิดเห็นกันเป็นจำนวนมาก เช่น 

“สุดยอดครับ เรื่องดีๆแบบนี้ที่ไทยจะได้รับ ต้องนำเสนอเยอะๆครับ ขอบคุณครับ”

“ขอเรียนว่า ๑.มิตรภาพระหว่างไทย-เมกา-จีน-ยุโรป ๒.มิตรภาพออสเตรเลียกับไทย ๓.สรุป=ประเทศใดที่มีมิตรภาพดีสุดๆ(ความสัมพันธ์ทางการทูต การกีดกันทางการค้า กำแพงภาษี ความเจริญทางด้านมนุษยธรรมฯลฯ)..ผมให้ความปลื้มปิติที่ดีมากแต่ออสเตรเลียสุดๆ ครับ.”

“ภาพนี้น่ารักมากๆเป็นความภาคภูมิใจของพี่นะคะในฐานะคนไทยที่อยู่ที่นี่ เขาให้การต้อนรับเราแสนอบอุ่นมากๆ ใครไม่ชอบอะไรก็กลับไปพูดกันในบ้านเรา ในบ้านเขาก็มีเรื่องกันมากมายแต่เขาไม่พูด ทุกคนล้วนมีอารยะของเราแต่ละคนแต่ละประเทศ พลังบวกค่ะ”

“รัฐมนตรีออสเตรเลีย ควบ 3 กระทรวง ขณะนายกหนู ควบได้แค่ 2 กระทรวง คนไทยงอแงซะงั้น”

“สัมพันธไมตรี ที่มั่นคง ยืนยง ยาวนาน ..70 ปีระหว่าง เครือรัฐออสเตรเลีย กับ ราชอาณาจักรไทย”

“ช้วงนี้นายกบินบ่อย ในฐานะนายกฯ แสดงนัยยะเรื่องการ ตปท และเศรษฐกิจ”

“ขอบคุณในข้อมูลค่ะ ทดไว้ในใจแล้วค่ะ ว่านายกรัฐคณะไปคราวนี้ รัฐบาลได้ทำอะไรบ้าง”

“ดีต่อใจอบอุ่นในมุมของพลังบวกค่ะ”

เอ็ดดี้
เอ็ดดี้
เอ็ดดี้
เอ็ดดี้

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก เฟซบุ๊ก เอ็ดดี้ อัษฎางค์

นักวิชาการอิสระ, ออสเตรเลีย, อัษฎางค์ ยมนาค, เอ็ดดี้

สวรรค์ส่งมาจริง! ‘แอนนี่ บรู๊ค’ ปลื้มปริ่ม ‘น้องฑีฆายุ’ ยิ่งโตยิ่งหล่อ แม่ลืมความรักที่ไม่สมหวังไปเลย

22 สิงหาคม 2569 เวลา 15:19 น.

หล่อจนใจฟู! “แอนนี่ บรู๊ค” อวดภาพ “น้องฑีฆายุ” ยิ่งโตยิ่งออร่าจับ โพสต์ซึ้ง…ลูกคือผู้ชายคนสุดท้ายที่แม่รัก

เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งคุณแม่สายสตรองที่แฟนคลับต่างยกนิ้วให้ในความเก่งและหัวใจที่แข็งแกร่ง สำหรับ แอนนี่ บรู๊ค ที่ทุ่มเทเลี้ยงดู น้องฑีฆายุ ลูกชายสุดที่รักคนเดียวมาอย่างดีเยี่ยม จนตอนนี้เข้าสู่วัยหนุ่มแบบเต็มตัว แถมออร่าความหล่อเป๊ะยังพุ่งกระฉูด

แอนนี่ บรู๊ค น้องฑีฆายุ

ล่าสุด คุณแม่แอนนี่ โพสต์ภาพน้องฑีฆายุ ขณะถ่ายแบบสุดเท่ พร้อมรูปคู่ที่เผยให้เห็นว่าลูกชายสูงแซงหน้าคุณแม่ไปไกลมากแล้ว บอกเลยว่าหล่อโอปป้าจนประกายความซุปตาร์จับสุดๆ งานนี้คุณแม่อดไม่ได้ที่จะเขียนแคปชั่นหวานซึ้งกินใจ สะท้อนความรักบริสุทธิ์ของแม่ลูกไว้ว่า

“สวรรค์ส่งลูกชายมาให้แม่โดยเฉพาะ เพราะว่าแม่ไม่เคยประสบความสำเร็จในความรักเลยไม่รู้ว่าความรักจริงๆคืออะไร. ตอนนี้รู้ชัดแล้ว ชัดเจนมากที่สุด. สำหรับลูกชาย แม่คือผู้หญิงคนแรกที่ลูกรัก. แต่สำหรับแม่ ลูกคือผู้ชายคนสุดท้ายที่แม่รัก”

แอนนี่ บรู๊ค น้องฑีฆายุ

งานนี้ทำเอาเหล่าแฟนคลับเข้ามาคอมเมนต์ชื่นชมความหล่อของน้องฑีฆายุกันยกใหญ่ แถมยังชื่นชมหัวใจของคุณแม่แอนนี่กันอย่างอบอุ่น บอกเป็นเสียงเดียวกันว่า หล่อ สมาร์ท และแสนดีขนาดนี้ ชดเชยความรักที่คุณแม่เคยขาดไปได้แบบเต็มหัวใจจริงๆ 

แอนนี่ บรู๊ค น้องฑีฆายุ

ขอบคุณ : Facebook แอนนี่ บรู๊ค

ข่าวบันเทิงวันนี้, น้องฑีฆายุ, แอนนี่ บรู๊ค

เกิดอะไรขึ้น เพื่อนโพสต์ภาพ ไฮโซน้ำหวาน นอนวิกฤต เผย เครียดสะสม-ถูกยุให้หย่า บุคคลที่ 3 ป่วนครอบครัว

22 สิงหาคม 2569 เวลา 14:46 น.

วานนี้ 21 สิงหาคม 2569 โลกโซเชียลร้อนระอุขึ้นอีกครั้ง หลังจากเพื่อนสนิทของเซเลบสาวชื่อดัง ไฮโซน้ำหวาน หรือ พัสวี พยัคฆบุตร ภรรยาของนักร้องและนักแสดงหนุ่ม นาวิน ต้าร์ ออกมาโพสต์ภาพนาทีชีวิตเผยให้เห็นไฮโซน้ำหวานกำลังนอนหมดสติอยู่บนเตียงผู้ป่วย พร้อมสวมเครื่องช่วยหายใจให้ออกซิเจนในโรงพยาบาล

การออกมาเคลื่อนไหวครั้งนี้ ทางเพื่อนสนิทระบุว่าเป็นเพราะทนเห็นสภาพเพื่อนรักที่ต้องเผชิญกับมรสุมชีวิตอย่างหนักไม่ไหว โดยมีชนวนเหตุมาจากความเครียดสะสมจากปัญหาครอบครัว รวมถึงประเด็นร้อนที่มีบุคคลที่สามเข้ามาคอยป่วนและยุยงเรื่องการหย่าร้าง จนส่งผลกระทบต่อสภาพจิตใจและร่างกายอย่างรุนแรง

ไฮโซน้ำหวาน

นอกจากนี้ ในโพสต์ดังกล่าวยังมีการเปิดเผยเบื้องหลังช่วงเวลาวิกฤตว่า ไฮโซน้ำหวานมีอาการหายใจไม่ออกจนต้องหามส่งโรงพยาบาล แต่ด้วยความที่เป็นแม่ลูกสาม ซึ่งต้องรับบทบาท เดอะแบก ของครอบครัว โดยมีข้อความทั้งหมดว่า “ในวันที่เพื่อนอยู่ในสภาพนี้มีใครเคยได้เห็นบ้าง หายใจไม่ได้เข้าโรงพยาบาลเธอคือแม่ที่ใช้คำว่าสุดได้ ในวันนั้นเธอต้องดูแลลูก3คน ขนาดสภาพแบบนี้ โรงพยาบาลไม่ยอมให้เธอออก เธอขอเปลี่ยนโรงพยาบาลรับแค่รักษาโดยการฉีดอัดยาทุกอย่างเข้าไปเพราะไม่มีใครดูลูกที่บ้านอีก3คน มีคุณยายมาช่วยดูแต่ลูกคนเล็กยังขาดเธอไม่ได้ เธอออกจากโรงพยาบาลตอนตี3 เพื่อมาให้ทันลูกตื่นตอนตี4 คนที่ทำให้ครอบครัวเค้าแตกแยก #ขอให้กรรมตามทัน #นางผู้เป็นแม่ลูก3 ที่ต้องอดทนรับทุกแรงกดดัน ดิชั้นคือเพื่อนที่พานางเข้าไปรับการรักษาโรงพยาบาล และมีพนักงานคือคุณวิน #ยุงวิน อีกคนที่อยู่ดูแลกัน #คนที่ไม่เคยปริปากพูดมาเลยสักคำคือเพื่อนกู #เธอผู้คือเดอะแบก #เวลาทักผัวเค้าว่าดูไม่มีความสุขช่วยดูด้วยมาจากใคร #กูผู้ทนไม่ไหวสงสารเพื่อน #แม่ลูก3ที่แบกทุกอย่าง #ไฮโซน้ำหวาน #khunNumwan”

หลังจากที่โพสต์ของเพื่อนสนิท ไฮโซน้ำหวาน เผยแพร่ลงมาบนโลกออนไลน์ได้ไม่นาน ทำเอาแฟนคลับและชาวเน็ตต่างก็คอมเมนต์แสดงความคิดเห็นกันเป็นจำนวนมากกับเหตุการณ์ดังกล่าว เช่น

“เทคแคร์นะคะ”

“Passavee Payacaboot หายไวๆนะจ๊ะ”

“ให้ไว ๆ”

“หายและแข็งแรงทั้งกายและใจไวๆนะ เอาใจช่วย”

“ฮึบๆนะพี่เชอรี่ ส่งกำลังใจให้ค่า”

“สู้ๆ”

“ขอให้กำลังใจพี่รี่พี่น้ำหวานนะคะ”

ไฮโซน้ำหวาน
ไฮโซน้ำหวาน

ข่าวบันเทิง, ดรามาดารา, ดาราป่วย, พัสวี พยัคฆบุตร, ไฮโซน้ำหวาน

แซ่บสะเทือนวงการ! ‘เปิ้ล ไอริณ’ แฉ ‘เมียน้อยเจ้าสัวหมื่นล้าน’ ติดการพนัน ติดผู้ชาย หนีคดีหัวซุกหัวซุน

22 สิงหาคม 2569 เวลา 13:31 น.

เปิ้ล ไอริณ

วันนี้ 22 สิงหาคม 2569 กลายเป็นกระแสเผ็ดร้อนยิ่งกว่าพริกขี้หนูในไร่เสียอีก เมื่อตัวแม่วงการบันเทิงมีดีกรีเป็นถึงดารานักร้อง นางแบบแสนเซ็กซี่ชื่อดังอย่าง ไอริณ ศรีแกล้ว หรือ เปิ้ล ไอริณ ออกมาโพสต์ฟาดแบบสับ ๆ เกี่ยวกับประสบการณ์ตรงที่ตนเองได้พบเจอะเจอมากับหญิงสาวคนหนึ่งที่เลิกคบไปแล้ว บนโลกออนไลน์ผ่านเฟซบุ๊ก Irin Sriklao โดยมีข้อความทั้งหมดว่า “เล่าเรื่องเวรกรรมให้ฟังค่ะ!!

มีชะนีนางนึง เป็นเมียน้อย เจ้าสัว!(เราก็เพิ่งรู้เรื่องนี้ หลังจากที่ เราเลิกคบนางไปแล้ว! ) ขนาดเป็นเมียน้อยเศรษฐีหมื่นล้าน แต่นางกับเพื่อน ก็เคยร่วมกัน ไม่มี ไม่หนี ไม่จ่าย กับคดีที่ศาลสั่ง ให้พวกนาง จ่ายเรา เพราะวิบากกรรม ที่นางเคยทำกับเราไว้ค่ะ!

เปิ้ล ไอริณ

ตอนนั้น เราทำบริษัทพีอาร์ นางเลยติดต่อ จ้างเราทำ PR ผลิตภัณฑ์ เกี่ยวกับความงาม ในราคาสองแสนบาท ทุกวันนี้ เราก็ยังมีสัญญานางอยู่ค่ะ! แล้วพอเราทำงานเรียบร้อย ซึ่งนางเองก็ยังชมเลยว่า “งานดีกว่าที่คิด”

มันก็น่าจะเป็นอย่างนั้น! เราใช้ Connection ดิว Superstar เบอร์ต้นๆของเมืองไทย มาเป็นพรีเซ็นเตอร์ได้ ในราคาแค่แสนสองแสน แล้วยังจ้างช่างภาพมือหนึ่ง กับเมคอัพมือหนึ่งของประเทศ มาทำงานให้!

ซึ่งทั้งหมดนี้ ถ้านางติดต่อเอง ก็ไม่มีทางได้ราคานี้แน่นอน! แต่พอเสร็จงาน นางกลับจ่ายเรามา แค่หลักหมื่น! โดยบอกว่า.. “ตอนนี้พกเงินมาแค่นี้!!” แต่จะให้เรา อีกให้ครบ

ในวันพรุ่งนี้! ก็คือเมียน้อยเจ้าสัวหมื่นล้านมีเงินไม่กี่หมื่น แต่มาจ้างงานอีเว้นท์ แล้วก็ไม่มีปัญญาจ่ายค่ะ! แล้วเราก็รอเงินโอนมา แต่ก็เงียบ! เอาจริง ตอนนั้นเราก็ไม่ทวง เราทำใจแล้ว เราก็เงียบๆ อะไรจะเกิด ก็เกิด จนเกิดเรื่องคาดไม่ถึงขึ้นจนได้ ! เพราะหลังจากนั้น 3 วัน นางให้นักเลง โทรมาขู่เรา บอกว่า

“เงินที่ค้างอยู่ ไม่ให้นะ!

แล้วที่สำคัญ นักเลงนั่น ยังจะขอเงินหลักหมื่น ที่นางให้เราไปแล้ว จากที่เพิ่งทำงาน จะขอเอาคืนด้วยค่ะ!!”

สรุป! นางตั้งใจหลอกเราไปทำงานฟรี! ตั้งใจเบี้ยวจ่ายไม่พอ! จากนั้นก็ใช้เส้นสาย ความเป็นเมียน้อย ของคนมีอิทธิพล ให้ตำรวจ สั่งฟ้องเรา!

ทำให้ตำรวจออกหมายเรียกเรา ไปโรงพัก ในข้อหาฉ้อโกง พอไปถึงโรงพัก ตำรวจแทบไม่คุยอะไรกับเราเลย จับเราพิมพ์นิ้วมือ แล้วสั่งฟ้องว่าเราผิด!!

แต่…..เมื่อเรื่องถึงศาล

“อัยการ สั่ง ไม่ฟ้องค่ะ”

เราจึงฟ้องกลับ ทำให้นาง และพวก แพ้คดี และศาลสั่ง ให้พวกนาง จ่ายเงินชดเชย ค่าเสียหายให้เราจำนวน 1 ล้านบาท! แต่…นางก็หนีคดี ไม่ชดใช้สักสลึง! ทุกวันนี้ เรายังคงให้ทนาย ดำเนินคดี ติดตามยึดทรัพย์นางอยู่ !! แต่ก็ยาก เพราะนางเหลี่ยม ใช้ชื่อแม่ ก่อตั้งบริษัท แล้วเซ็นสัญญากับเรา!! แล้วก็ขนของออกจากบริษัทหมดเกลี้ยงเลย กลายเป็นบริษัทว่างเปล่า!! สุดท้าย! เมียน้อย เศรษฐีหมื่นล้าน ก็หนีคดี จากคำสั่งศาล เงินแค่ล้านเดียว แต่ต้องหนี หัวซุกหัวซุน! และความที่นางเอาชื่อ แม่ตัวเอง มาสวมบริษัท แล้วทำสัญญากับเรา ทำให้แม่นาง ต้องเป็นบุคคลล้มละลาย!! บาปหนาแค่ไหน ก็ลองนึกดู!!ทำแม่ให้เป็นบุคคลล้มละลาย เพื่อให้ตนหนีหนี้! สุดท้ายนางเอง บั้นปลายชีวิตก็ต้องมาล้มละลาย ตามสิ่งที่นางได้กระทำชั่ว กับคนอื่นไว้!! แถมภาพยนตร์ ที่นางเคยได้รางวัล ก็ได้แบบค้านสายตาคนดู! นั่นเพราะให้ผัวหมื่นล้านของชาวบ้าน ซื้อรางวัลมาให้! และ บังเอิญ เราเคยได้ทำงานกับผู้กำกับคนเดียว กับที่เคยร่วมงานกับนาง ในหนังเรื่องนั้น แต่ท่านเสียไปแล้ว! แล้วเราก็เคารพท่านมาก! และท่านเคยเล่าให้เราฟังว่า… “ในเรื่องนี้ ช่วงถ่ายทำ นางได้นอน กับผู้ช่วยผู้กำกับ พระรองและพระเอก รวม 3 คน ในภาพยนตร์เรื่องเดียวกัน!

ป๊าดด!! เราก็งง มันเป็นไปได้ เหรอ?? แต่เราก็เชื่อ ว่าผู้ใหญ่ที่ทุกคนนับถือ คงจะไม่โกหก!! แถมทุกวันนี้ นางก็เป็นผีพนันที่เข้าบ่อน เป็นอาชีพด้วย! ที่เรารู้ เพราะนาง ยังเคยเอาใบที่ชนะโป๊กเกอร์มาโชว์เราค่ะ! ในกระเป๋านาง จะมีใบพวกนี้ พกเอาไว้โชว์ผู้คนเป็นปึกๆ! เป็นพวกเอกสาร ที่ได้เงินมา จากบ่อนคาสิโน จะมีติดกระเป๋านางตลอด! เพราะนี่คือสิ่งที่นางเก็บเอาไว้โชว์ คอยเล่าให้คนนู้นคนนี้ฟัง อย่างภาคภูมิใจ!!

นี่ยังไม่รวม เรื่องที่นาง เคยหลอก ให้เรา เอาเครื่องเพชรไปบ้านนาง!ตอนนั้น แม่เราเพิ่งเสียใหม่ๆ! แม่เรา ได้ทิ้งสมบัติเป็นเครื่องเพชร ให้เราอยู่ประมาณ 10 ชิ้น แล้วนางสะสมเพชร นางเลยบอกเราว่า เอาไปให้นางช่วยดู!เราก็เอาไปให้นางดู และก่อนที่เราจะออกจากบ้านนาง นางยังถามเราเลยว่า “จะไปไหนต่อ??” แล้วพอเรา ออกมาจากบ้านนาง เพื่อไปงานเปิดตัวสินค้า ที่ RCA เรากลับโดนทุบกระจกรถ ที่ RCA รวมมูลค่า เครื่องเพชรที่โดนโจรกรรมไป เกือบ 5 ล้านกว่าบาท!! และคดีนี้ ก็ยังอยู่ที่สน.ห้วยขวางค่ะ!

ด้วยความสัจจริง สุดท้าย เราก็เห็นนาง เอาจี้เพชรของเรา ไปให้เพื่อนนางคนนึง แล้วก็ถ่ายรูปโชว์กัน ใน FB เป็นของขวัญวันเกิด! คนที่ได้ของเราไปชื่อย่อ อ. จริงๆแล้ว ถ้าเราจะดำเนินคดี ในข้อหา รับของโจร เราก็ทำได้! เพราะว่าสร้อยและจี้นั่น เราเคยมีรูป อยู่ในคอแม่ของเรา แล้วก็เคยมีหลักฐาน ที่แจ้งความไว้แล้วด้วยค่ะ!

แต่เรา ก็เลือกจะไม่ทำ เพราะรู้ว่า วันนึง กรรมก็ต้องตามสนองคนพวกนี้ วันยังค่ำ!

แล้วทำไม นางถึงกลั่นแกล้งเรา รู้ไหมคะ??

ที่นางแกล้งเราสารพัด! ก็เพราะว่า หมั่นไส้เรา จากการที่นางเคยชวนเรา ไปเที่ยวทะเลภาคใต้! ซึ่งเราเคยเล่นภาพยนตร์กับนางเรื่องนึง นางรับเชิญ แล้วเราก็ได้เจอนาง แค่เพียงไม่ถึงเดือน นางก็ชวนเราไปเที่ยวด้วย! พอไปถึง นางก็เอาแต่เที่ยวกลางคืน! ซึ่งไม่ใช่แนวเราเลย และขณะที่กำลังอยู่ในผับ จู่ๆ นางวิ่งตากฝนออกไปนอกผับ เพื่อวิ่งตามขอเบอร์ผู้ชายต่างชาติคนนึง ที่อยู่ในผับ แล้วเราก็วิ่งตามไปด้วย เพราะนางเป็นคนบอก ไปเร็ว! ไปเร็ว!! แล้วนางก็วิ่งออกไป ตอนแรกเราก็นึกว่า มีเรื่องอะไรกัน เราก็ไม่รู้ว่าวิ่งอะไร! เราก็เลยวิ่งตามออกไปด้วย! แต่พอเรารู้ว่า นางวิ่งไปขอเบอร์ผู้ชาย เราก็ต่อว่านางเล็กน้อย และขอกลับไปนอนก่อน! เพราะรู้สึกไม่สนุก ที่ไปกับนาง และรู้สึกว่านี่ไม่ใช่เรื่องปกติ!

เปิ้ล ไอริณ

วันถัดมา! เราจึงขอบินกลับคนเดียวก่อน! นางจึงอยู่กับเพื่อนนาง เเละเรารู้สึกว่า ไม่น่าจะเป็นเพื่อนกันได้ เพราะเคมีไม่ตรงกัน! พอกลับมา เราก็ไม่ได้ตอบข้อความนางใดๆทั้งสิ้น! เพราะโดยส่วนตัว เวลาเราไม่อยากคบกับใคร เราก็จะหายไปเลย! นางก็คงหมั่นไส้ และไม่พอใจ พอกลับมา เลยวางแผนกลั่นแกล้ง ให้เราทำงาน Event เสร็จแล้ว นางก็ใช้ Connection ความเป็นเมียน้อย ของคนมีอิทธิพลมากลั่นแกล้งเรา! และตอนนั้น เป็นช่วงที่นักข่าวให้ฉายาเราว่า”เซ็กซี่ Never die” ถ้าใครไปลองหาดู ก็จะเห็นได้ว่า นางเคยถือป้ายว่า นาง คือเซ็กซี่เนเวอร์ดายตัวจริง แล้วก็ชวนเพื่อนๆนาง เต้นเยาะเย้ยเราด้วย หลังจากที่แกล้งเราไป!! แต่อันนี้ เราไม่ซีเรียส แต่เรารู้สึกตลก กับความเป็นคนขี้อิจฉา เหมือนคนมีปมของนาง!

พฤติกรรมนาง ! เป็นคนชอบหลอกใช้ คนนั้นที คนนี้ที แล้วจะทำอะไรก็ตาม ก็ตั้งอยู่บนผลประโยชน์ และมีความสนุก ที่จะอยากกลั่นแกล้งคนที่ไม่ยอมเข้าพวกของตน!! สุดท้าย กรรมก็สนอง จนคนไร้ศีลธรรมแบบนาง ต้องไม่เหลืออะไรเลย!กรรม ถึงแม้มาช้า แต่ก็มานะจ๊ะ นางโดนกีดกัน ให้เข้าใกล้ผัวชาวบ้านไม่ได้อะ สมควรแล้ว!! เพราะว่าถ้าเงิน ไปอยู่กับนาง นางก็ผลาญหมดในบ่อน จนหมดเกลี้ยง! ผีพนันเข้าสิงขนาดนั้น แถมปัจจุบันนี้ นางก็ยังเลี้ยงผู้ชาย ไว้อีกหลายคนด้วยค่ะ!! ข้อความที่เล่ามาทั้งหมด หากสิ่งที่เราเล่า คือสัจจะ เรื่องจริง! ขอให้ชีวิตเรา จงมีแต่ความสุข ความเจริญ ยิ่งๆขึ้นไป และชาตินี้ ขอให้ได้พบ แต่กัลยาณมิตรที่ดีนะคะ !! จะบอกว่า เราเชื่อเสมอว่า “ทุกอย่างที่เกิดขึ้นในชีวิตเป็นผลแห่งกรรม กรรมเกิดจากการกระทำ!!” แล้วถ้าเข็ดหลาบ กับเวรกรรมแล้ว ก็ขอจงกรวดน้ำ ขออโหสิกรรม ในสิ่งที่เคยกระทำกับคนอื่นไว้บ้าง เผื่อมันจะเบาบางลง!! แล้วหากเกิดอะไรขึ้นมาในชีวิต ก็ให้ท่องไว้ว่า”เราทำมา!! เราทำมา!!

คนไทยระวังเรื่องการหลงเชื่อพวกข่าวดราม่า !!จนตอนนี้Netflix นำเสนอเรื่องชมพู่ แค่เรื่องนี้ คนไทย ก็ได้อายขายขี้หน้าไปทั่วโลกแล้ว! ที่คนไทย กลับกลายเป็นแฟนคลับลุงพล ที่เป็นฆาตกรโรคจิตฆ่าเด็ก แต่อยู่ๆ ก็กลาย เป็นฮีโร่ กลายเป็น Superstar เพราะสื่อ เพราะกระแส และความงมงาย กับจิตสำนึกบางคน ที่ยังแยกแยะไม่ออก ว่าใคร ในสังคมนี้ ที่มันดี หรือมันชั่ว! การพิจารณาคน และมองคนให้ออก เป็นสิ่งต้องพึงระมัดระวังให้มาก! รวมไปถึง พวกนักการเมือง ที่เล่นปาหี่ เล่นละครกันทุกวันนี้ คนบางคน ก็ยังจะหลงเชื่อ จนสังคมไทยเรา เกือบจะเข้ากลียุค กันเข้าไปทุกทีแล้ว!!

สมัยนี้ แค่มีเงินจ้างนักข่าว ใช้แบงค์พัน ไม่กี่ใบ จัดฉากบีบน้ำตา ก็คิดจะเอาตัวเองล้างในตะกร้าได้ จะมีใครที่ไหน!! ที่จะมาบอกว่า ตัวเองเป็นคนดี ตัวเองไม่มีพิษมีภัย เพราะหวังให้ความชั่ว จะกลายเป็นความดี!! เสร็จแล้วก็จบด้วยลูปอุบาท คือไลฟ์สดขายของ!! เรื่องพวกนี้ เราว่ามันควรจะหมดสมัยได้แล้ว!! ที่มีคนออกมาบีบน้ำตา เล่นบทเหยื่อ เรียกคะแนนน่าสงสาร!! เพราะอยากมีชื่อเสียงต่อยอดธุรกิจ เวลาเห็นใครทำแบบนี้ อย่าได้หลงเชื่อกันนะคะ!!

ยุคนี้ จะเสพข่าวอะไร ก็ต้องกลั่นกรอง พิจารณา และวิเคราะห์ กันให้ดีๆก่อน!! เอาเวลา ที่สนใจ คนเล่นละครนอกจอพวกนี้! ไปสนใจว่า ตอนนี้.. ดินแดนไทยของเรา ยังเป็นของคนไทย ทุกตารางนิ้ว อยู่หรือเปล่า แทนที่จะเสพข่าวดราม่า ที่ไร้สาระพวกนี้ น่าจะดีกว่าเยอะเลยค่ะ!!

ท้ายนี้ จะบอกว่า บนโลกนี้ มนุษย์ทุกคน ไม่ว่าจะยากดีมีจน มีเงินเป็นหมื่นล้านแสนล้าน จะมีอำนาจ มีชื่อเสียงล้นฟ้าเพียงใด ทุกคนก็ล้วนแต่ต้องอยู่ภายใต้กฎข้อนึง นั่นคือ “เมื่อตนทำสิ่งใดเอาไว้ ก็ต้องย่อมได้รับ ผลแห่งกรรม!’ หรือ ที่ฟิสิกส์ควันตั้มเรียกว่า”กฎของการสะท้อนกลับ!” หรือที่ทางศาสนาพุทธเรียกว่า”กฎแห่งกรรม!” และแม้กฎหมาย ที่กำหนดโดยมนุษย์ บนโลกนี้ ในบางครั้ง อาจจะไม่ยุติธรรม

แต่…”กฎแห่งกรรม ย่อมยุติธรรมเสมอ!!”

ปล.ถ้าทีมเมียหลวง ต้องการจะพูดบ้าง ติดต่อมาได้นะคะ เดี๋ยวช่วย!! #ฝากไว้ให้คิด#ให้มันจบในรุ่นเรา#กฎแห่งกรรมยุติธรรมเสมอ#ทีมเมียหลวง”

เปิ้ล ไอริณ

หลังจากที่โพสต์ของ เปิ้ล ไอริณ เผยแพร่ลง แฟนคลับและชาวเน็ตต่างก็เข้ามาคอมเมนต์กันสนั่นหวั่นไหว เช่น

“นึกอย่างไรก๊นึกไม่ออกว่าเป็นใครแต่อยากเผือกจริงๆคุณเปิ้ลนี่อดทนแข็งแกร่งจริงๆที่ทนกับคนประเภทนี้ได้แต่ความดีและความมีเมตาจิติใจบริสุทธิ์เป็นเกาะป้องกันตัวเองได้ค่ะไม่ช้าก๊เร็วเวรกรรมย่อมตามทันบุคคลเหล่านั้นค่ะเป็นกำลังใจให้นะคะ”

“อ่านจนจบ… เชื่อว่ากฎแห่งกรรมมีจริงครับ”

“คุณเก่งมากๆเลยค่ะ​ มุมมองของคุณคือสัจจะ​ธรรม​ที่แท้จริง​ ฉลาดคิดมากๆ​ eq คุณสูงมาก​ และขอบคุณ​น้องมากๆที่รักหวงแหนและเป็นห่วงแผ่นดินไทยของเราค่ะ​ ชื่นชมน้องมากๆ”

“ชอบประโยคสุดท้าย เอาหลัก พุธท+ วิทยาฯ มาสรุปรวมกันได้”

“ว่าแล้วววววว ต้องมีอะไรในกอไผ่ แล้วก็มีจริงๆด้วย”

“สุ้ๆคะเปันกำลังใจให้คะคุณ”

“กฏแห่งกรรม เที่ยงธรรมเสมอ”

“เชื่อค่ะ กรรมอยู่ที่การกระทำ ยิ่งถ้าไปสร้างกรรมกับคนทำดี กรรมนั้นจะตามสนองเร็วมากๆค่ะ เราไม่รู้จักดาราคนนี้อยากรู้ชื่อย่อค่ะ เรื่องน้องชมพู่น่าสงสารมากๆค่ะ เราไม่เคยบ้าตามคนที่ไปสนับสนุนคนชััวใจร้ายอย่างมันค่ะ”

“ใช่คนที่เป็นข่าว พอออกมาแล้วประชาชนก็ไม่รู้จักอยู่ดีมั้ยคะ”

“เป็นกำลังใจให้ค่ะ”

เปิ้ล ไอริณ
เปิ้ล ไอริณ
เปิ้ล ไอริณ
เปิ้ล ไอริณ
เปิ้ล ไอริณ
เปิ้ล ไอริณ
เปิ้ล ไอริณ

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก เฟซบุ๊ก Irin Sriklao

ข่าวดารา, ดรามาดารา, เจ้าสัวหมื่นล้าน, เปิ้ล ไอริณ, เมียน้อย

จอย บียอนด์ เปิดใจ ความรัก 30 ปี ขอสิทธิ์ดูแล ‘เจ้าสัวหมื่นล้าน’ ลั่นไม่ได้หวังสมบัติ แค่อยากทำหน้าที่ภรรยา

21 สิงหาคม 2569 เวลา 21:20 น.

จอย บียอนด์

วงการบันเทิงสะเทือนอีกระลอกหลังมีกระแสข่าวลือสะพัดกรณีนางเอกยุค 90 แอบซุ่มคบหาและทำศึกชิงสิทธิ์ดูแลสามีนักธุรกิจหมื่นล้านที่กำลังป่วย

โดยล่าสุดเมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2569 นักร้องและอดีตนางเอกชื่อดัง จอย บียอนด์ หรือ หทัยทิพย์ สีสังข์ เจ้าของรางวัลตุ๊กตาทองจากภาพยนตร์ ธรณีกรรแสง ได้ควงแขนทนายความส่วนตัวตั้งโต๊ะแถลงข่าว ณ โรงแรม Mida Hotel Don Mueang Airport เพื่อเปิดเผยความจริงทั้งหมดเป็นครั้งแรก

Joy Beyond

จอยเปิดใจเล่าเหตุการณ์ย้อนกลับไปเมื่อราว 30 ปีก่อน ขณะที่เธอถ่ายทำภาพยนตร์เรื่อง ธรณีกรรแสง ได้มีโอกาสพบรักกับท่านเจ้าสัวนักธุรกิจใหญ่ ก่อนตกลงปลงใจคบหาและใช้ชีวิตร่วมกันมาโดยตลอด แม้จะไม่ได้จดทะเบียนสมรสกันเนื่องจากตกลงใช้ชีวิตแบบเรียบง่ายและไม่เปิดเผยต่อสื่อสาธารณะ แต่ความสัมพันธ์ดังกล่าวรับรู้กันในหมู่เครือญาติและคนใกล้ชิดของทั้งสองฝ่าย โดยเธอมักทำหน้าที่เคียงข้างสามีออกงานและร่วมทำกิจกรรมในครอบครัวมาโดยตลอด

ปัญหาความสัมพันธ์เริ่มสั่นคลอนเมื่อช่วง 4-5 ปีหลัง เมื่อท่านเจ้าสัวเริ่มเผชิญกับอาการป่วยด้วยโรคเบาหวานและโรคอัลไซเมอร์ ในช่วงแรกจอยรับหน้าที่ดูแลเรื่องโภชนาการ การออกกำลังกาย และการใช้ชีวิตประจำวันอย่างใกล้ชิด กระทั่งเธอต้องเดินทางไปทำงานร้องเพลงต่างจังหวัด หลานชายของสามีจึงอาศัยรับช่วงพากลับไปดูแลที่บ้านในรั้วเดียวกัน ซึ่งเธอก็ไว้วางใจเพราะคิดว่าเป็นคนคุ้นเคย

Joy Beyond

ทว่า เมื่อช่วง 8-9 เดือนที่ผ่านมา กลับเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้น เมื่อประตูรีโมตบ้านถูกเปลี่ยนและเธอไม่ได้รับกุญแจสำรอง เมื่อติดต่อขอเข้าบ้านกลับถูกปฏิเสธจากหลานชายคนดังกล่าว โดยได้รับคำตอบที่น่าตกใจว่า สามีรักเธอมากและต้องการให้ลืม รวมถึงมีการตัดสัญญาณอินเทอร์เน็ตและโทรศัพท์ของสามีเพื่อตัดขาดการติดต่อ ทำให้เธอไม่สามารถเข้าพบหรือติดต่อสามีได้เลย ต้องใช้วิธีไปเฝ้ารอตามโรงพยาบาลหรือหน้าบ้านแต่ก็ไร้ผล

จอยเล่าทั้งน้ำตาว่า เมื่อเดือนที่ผ่านมาเธอได้บังเอิญเจอกับสามีที่ร้านอาหารประจำ เมื่อท่านเจ้าสัวเห็นหน้าก็เอ่ยปากทักด้วยความคิดถึงว่าหายไปไหนมา และบอกว่าสามารถมาหาได้ตลอดเวลา แสดงให้เห็นว่าความทรงจำบางส่วนยังคงอยู่ แต่เธอกลับพบว่าภาพลักษณ์และการดูแลของสามีเปลี่ยนไปจากเดิมอย่างมาก

Joy Beyond

เธอยืนยันหนักแน่นว่าตลอด 30 ปีที่ผ่านมาไม่เคยหวังเรื่องทรัพย์สมบัติหรือเงินทอง หากมีความโลภคงจัดการเรื่องทรัพย์สินไปตั้งแต่ช่วงแรกๆ แล้ว สิ่งเดียวที่ต้องการในตอนนี้คือการทวงคืนสิทธิ์และโอกาสในการกลับไปดูแลสามีในบั้นปลายชีวิตตามสัญญาที่เคยให้กันไว้ พร้อมร่ำไห้วอนขอความเมตตาจากหลานชาย ขอให้เห็นใจและอย่ากีดกันความรักของเธอเลย

ทางด้านทนายความส่วนตัวชี้แจงว่า แม้ทั้งคู่จะไม่ได้จดทะเบียนสมรสกัน แต่สถานะทางพฤติกรรมคือสามีภรรยาที่ต้องดูแลเกื้อหนุนกันตามศีลธรรมและวัฒนธรรมอันดี การที่บุคคลภายนอกหรือญาติเข้ามาใช้อาการป่วยมากีดกัน ถือว่าทำให้ฝ่ายผู้ป่วยซึ่งเป็นสามีเสียประโยชน์สูงสุดจากการขาดการดูแลที่เหมาะสม ส่วนในแง่กฎหมายเชิงลึก เช่น การร้องศาลเพื่อแต่งตั้งผู้อนุบาลหรือคนไร้ความสามารถ จะต้องมีการพิจารณาจากพยานหลักฐานและข้อเท็จจริงในขั้นตอนต่อไป

Joy Beyond

ขอขอบคุณภาพจาก เฟซบุ๊ก Joy Beyond

ข่าวบันเทิง, จอย บียอนด์, ดรามาดารา, หทัยทิพย์ สีสังข์, เจ้าสัว

เปิดใจ ‘เมย์-บิ๊ก’ ก็ว่าจะไม่รัก!! จากเพื่อน…สู่สามี จนถึงวันที่รอเบบี้

21 สิงหาคม 2569 เวลา 18:50 น.

พาไปบุกบ้านของว่าที่คุณแม่ป้ายแดง “เมย์ พิชนาฏ” และสามีนักธุรกิจยานยนต์ “บิ๊ก” ที่วันนี้เปิดบ้านหลังใหม่ต้อนรับลุงๆ ป้าๆ ทีมพิธีกรแบบเอ็กซ์คลูซีฟ พร้อมเตรียมรับขวัญหลานเป็นทีมแรก!

งานนี้พาไปชมบ้านที่คุณบิ๊กตั้งใจออกแบบและเตรียมทุกพื้นที่ให้ตอบโจทย์ชีวิตของทั้งว่าที่คุณพ่อ ว่าที่คุณแม่ และสมาชิกใหม่ที่กำลังจะมาเติมเต็มครอบครัว ทั้งห้องไลฟ์ ห้องเก็บรถสุดโปรดของคุณบิ๊ก ที่สามารถนั่งมองรถได้แบบเต็มอิ่ม รวมถึงห้อง Baby ที่เตรียมพร้อมรอต้อนรับหนูน้อยอย่างอบอุ่น

พร้อมเปิดโมเมนต์สุดน่ารักของคุณสามีสายดูแล เมื่อ “บิ๊ก” เล่าอาการแพ้ทองของเมย์ รวมถึงอาการแพ้ยาสีฟันที่ทำให้แปรงฟันทีไรต้องคลื่นไส้อาเจียน งานนี้คุณบิ๊กไม่ปล่อยให้ภรรยาทรมาน คอยหาวิธีช่วยและดูแลทุกทาง จนทำให้เมย์ยอมรับว่า ชีวิตแต่งงานแฮปปี้กว่าที่เคยกังวลไว้มาก!

มาถึงเรื่องความรักที่ทำเอาเมย์เขิน กับที่มาของแฮชแท็ก #ก็ว่าจะไม่รัก จากความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นด้วยคำว่า “เพื่อน” เพราะทั้งคู่รู้จักและรู้ใจกันมานาน รู้ข้อดีข้อเสียกันแทบทุกมุม ก่อนจะค่อยๆ เปลี่ยนสถานะจนกลายมาเป็นคู่ชีวิตในวันนี้

ความหวานที่ทำเอา “พี่โอ๋-พี่วิลลี่-พี่อาร์ต-พี่ป๋อ” ถึงกับกรี๊ด! เมื่อคุณบิ๊กเผยของขวัญวันเกิดตัวเอง คือให้เงินภรรยา  งานนี้ว่าที่คุณแม่จะปลื้มแค่ไหน ต้องรอฟังเจ้าตัวตอบเอง!

นอกจากนี้ ทั้งคู่ยังเปิดใจถึงการเริ่มต้นชีวิตคู่ในวัยที่ช้ากว่าคนอื่น การตัดสินใจมีลูกในวัย 40+ ความยาก ความกดดันจากคำถามเรื่องการมีลูก และการเรียนรู้ทุกขั้นตอนของการเป็นพ่อแม่มือใหม่ ที่เมื่อมีลูกแล้วถึงได้รู้ว่า ทุกอย่างไม่ง่ายอย่างที่คิด

แต่ท่ามกลางความยาก “บิ๊ก” ยังคงเป็นสามีที่คอยซัพพอร์ตเมย์ในทุกเรื่อง ประคับประคองและช่วยให้ภรรยาผ่านแต่ละช่วงเวลาไปได้ดีที่สุด ขณะที่เมย์เองก็เข้าใจและสัมผัสได้ถึงความใส่ใจของสามี จนทั้งคู่แทบไม่ต้องปรับตัวเข้าหากันมากนัก เพราะพื้นฐานของความสัมพันธ์คือ การเป็นเพื่อนที่รู้จักและเข้าใจกันมาก่อน

เหลือเพียงปัญหาเดียวที่ยังตกลงกันไม่ได้… “ชื่อลูก!”  เมื่อคุณแม่มีไอเดียชื่อสุดน่ารักอย่าง “บะจ่าง” เพราะเมย์ชอบกิน แต่งานนี้คุณพ่อคุณแม่ยังต้องช่วยกันคิดต่ออีกยาวๆ ว่าสุดท้ายแล้วหนูน้อยจะได้ชื่ออะไร ต้องมาตามลุ้นกัน!

ติดตามความรัก ความอบอุ่น และชีวิตบทใหม่ของว่าที่คุณพ่อคุณแม่ “เมย์ พิชนาฏ – บิ๊ก” พร้อมชมบ้านหลังใหม่และห้อง Baby ที่เตรียมไว้ต้อนรับสมาชิกตัวน้อย ในรายการ “ตีท้ายครัว” วันอาทิตย์ที่ 23 สิงหาคม 2569 เวลา 14.15 น. ทางช่อง 3

เมย์ พิชนาฏ

ศูนย์วัฒนธรรมเกาหลีประจำประเทศไทย ประสบความสำเร็จจัดการแสดง”Korean Sound”ฉลองการเปิดให้บริการอย่างไม่เป็นทางการ

21 สิงหาคม 2569 เวลา 21:06 น.

ศูนย์วัฒนธรรมเกาหลีประจำประเทศไทยได้จัดการแสดง “Korean Sound” โดยวงดุริยางค์แห่งชาติเกาหลี ณ ห้องอเนกประสงค์ของศูนย์วัฒนธรรมฯ เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม เวลา 18.00 น. การแสดงนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ ‘2026 Touring K-Arts’ ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากกระทรวงวัฒนธรรม กีฬา และการท่องเที่ยวแห่งสาธารณรัฐเกาหลี และมูลนิธิเกาหลีเพื่อการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมระหว่างประเทศ (KOFICE) โดยมีศิลปินรุ่นใหม่สังกัดในโครงการพัฒนายุวศิลปิน จากวงดุริยางค์แห่งชาติฯ 11 คน และจากคณะชางกึกละครร้องเพลงแห่งชาติเกาหลี 1 คน มาร่วมแสดงการขับร้องและบรรเลงเครื่องดนตรีเกาหลีดั้งเดิมอันหลากหลาย เช่น คายากึม, คอมุนโก, แทกึม, พีรี, แฮกึม และแทอาแจง

การแสดง “Korean Sound” ในครั้งนี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากเป็นการแสดงครั้งแรกเพื่อเฉลิมฉลองการเปิดให้บริการอย่างไม่เป็นทางการ (Pre-Opening) หลังจากที่ศูนย์วัฒนธรรมฯ ได้ย้ายที่ทำการไปยังย่านทองหล่อ กรุงเทพฯ เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ภายในงานมีบุคคลสำคัญจากทั้งภาครัฐ แวดวงวิชาการ วัฒนธรรม และสื่อมวลชนเข้าร่วมกว่า 160 ท่าน นำโดย ฯพณฯ นายปาร์ค ยงมิน เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐเกาหลีประจำประเทศไทย พร้อมด้วยผู้แทนจากกระทรวงวัฒนธรรม สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (CEA) กรุงเทพมหานคร ศูนย์วัฒนธรรมตุรกี อินเดีย และฝรั่งเศสประจำประเทศไทย สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

คณะนักแสดงได้สร้างความประทับใจให้กับผู้ชมด้วยบทเพลงที่หลากหลาย ซึ่งครอบคลุมทั้งเพลงชองอัก (Jeongak – ดนตรีราชสำนักดั้งเดิมของเกาหลี) และเพลงแต่งใหม่ร่วมสมัย ไม่ว่าจะเป็น ‘ยางชองโดดือรี’, ฉาก ‘ชวาอูนาโจล’ หนึ่งในตอนของพันโซรี เรื่องซูกุงกา, ‘ซูรยูฮวาแก’ และ ‘สีสันแห่งกาลเวลา’ นอกจากนี้ ในบทเพลงสุดท้าย ‘Together Arirang’ ได้มีการนำเพลงพื้นบ้านของไทยอย่าง ‘ลาวดวงเดือน’ และเพลงพื้นบ้านของเกาหลีอย่าง ‘อารีรัง’ มาบรรเลงด้วยเครื่องดนตรีเกาหลีดั้งเดิม พร้อมกับการขับร้องพันโซรี ซึ่งถ่ายทอดความเชื่อมโยงทางวัฒนธรรมระหว่างไทยและเกาหลีผ่านเสียงดนตรีได้อย่างลึกซึ้ง

นางซอนจู ลี ผู้อำนวยการศูนย์วัฒนธรรมเกาหลี กล่าวว่า “เราจัดการแสดงครั้งนี้ขึ้นเนื่องจากความมุ่งมั่นและแนวทางของศิลปินรุ่นใหม่ที่พยายามนำเสนอ กุกอัก (Gugak) ซึ่งเป็นรากฐานของดนตรีเกาหลี ให้ผู้ชมทั่วโลกในปัจจุบันสามารถเพลิดเพลินไปด้วยกันได้นั้น สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของศูนย์วัฒนธรรมเกาหลีประจำประเทศไทย” และยังกล่าวเสริมว่า “เราจะเดินหน้าสร้างโอกาสในการแลกเปลี่ยนระหว่างศิลปินเยาวชนของทั้งสองประเทศอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ศูนย์วัฒนธรรมเกาหลีแห่งใหม่นี้ เป็นแหล่งบ่มเพาะที่คนรุ่นใหม่ของทั้งสองประเทศสามารถสื่อสารและสร้างสรรค์ผลงานร่วมกันผ่านวัฒนธรรม”

ทั้งนี้ ศูนย์วัฒนธรรมฯ มีกำหนดเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการในไตรมาสที่ 4 ของปีนี้ โดยปัจจุบันได้มีการจัดกิจกรรมต่าง ๆ มากมาย อาทิ นิทรรศการ “การประดับตกแต่ง: ประดับความหมายแห่งชีวิต” ซึ่งนำเสนอวัฒนธรรมการประดับตกแต่งของเกาหลีผ่านเครื่องประดับและงานหัตถกรรมดั้งเดิม ณ ห้องวัฒนธรรม ชั้น 1 ตลอดจนการฉายภาพยนตร์เกาหลี หลักสูตรภาษาเกาหลีและอาหารเกาหลี รวมถึงกิจกรรมทัศนศึกษา

Facebook