สัมผัสเสน่ห์แห่งงานหัตถศิลป์ไทยผ่านกิจกรรม Work Shop

สัมผัสเสน่ห์แห่งงานหัตถศิลป์ไทยผ่านกิจกรรม Work Shop

สัมผัสเสน่ห์แห่งงานหัตถศิลป์ไทยผ่านกิจกรรม Work Shop

วันพุธ ที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2569, 11.53 น.

ชวนร่วมสัมผัสเสน่ห์แห่งงานหัตถศิลป์ไทยผ่านกิจกรรม Work Shop ภายในงาน สานศิลป์ ๑๐ แผ่นดิน เทิดพระเกียรติพระพันปีหลวงพบกับหลากหลายกิจกรรม อาทิ แกะสลักผักสดพื้นฐานสำหรับชุดน้ำพริก,ฟั่นเทียน,ถุงหอมบุหงารำไป,เครื่องแขวนไทย,งานประคบทองบนกระเป๋าผ้า,มาลัยตุ้มและมาลัยห่วงรัก,แป้งพวง,แป้งร่ำ โดยกิจกรรม Work Shop จะมีขึ้นในวันที่  ๒๖-๒๙ มีนาคม ๒๕๖๙ พิเศษ ๒๙ มีนาคม ๒๕๖๙ (จองล่วงหน้า)วิจิตรพิศมัย แต่งไทยไปทำขนมวงเดือนดารา ขนมนามพระราชทานมาร่วมเรียนรู้ ลงมือทำ และเพลิดเพลินกับความเสน่ห์ของภูมิปัญญาไทยไปด้วยกันในบรรยากาศที่อบอวลด้วยกลิ่นอายแห่งศิลป์ไทย

#สานศิลป์๑๐แผ่นดิน #สานศิลป์๑๐แผ่นดินเทิดพระเกียรติพระพันปีหลวง

#อนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมไทย #Workshop #BonMarcheMarketPark

#บองมาร์เช่ #บองมาร์เช่มาร์เก็ตพาร์ค

บทความพิเศษ :

บทความพิเศษ :

บทความพิเศษ :

วันพุธ ที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2569, 10.46 น.

          ณ ป่าใหญ่แห่งหนึ่ง มีนกน้อยที่มีขนสีน้ำตาลอ่อนและเสียงร้องไพเราะ แม้จะตัวเล็ก แต่มีใจกล้าหาญและใจดี

          วันหนึ่ง ขณะที่นกน้อยกำลังหาอาหารอยู่ตามปกติ มันก็พบเมล็ดข้าวเปลือกกองหนึ่งแวววาวระยิบระยับราวกับมีแสงทอง เมล็ดข้าวนี้ไม่เหมือนเมล็ดธรรมดา เพราะเมื่อนกน้อยจิกกิน มันก็รู้สึกอิ่มท้องอย่างมหัศจรรย์ และที่น่าอัศจรรย์ยิ่งกว่านั้น เมล็ดข้าวเม็ดนั้นได้งอกออกมาเป็นต้นข้าวทันทีที่ตกลงบนพื้นดิน และให้ผลเป็นเมล็ดข้าวอีกมากมาย

          นกน้อยดีใจมาก แต่ไม่ได้คิดเก็บสมบัติไว้ตามลำพัง เขานึกถึงเพื่อนๆ ในป่าที่บางครั้งก็หาอาหารยาก จึงบินไปบอกกระรอกน้อย กระต่ายป่า กวาง และสัตว์ทั้งป่า

         “มาเถอะเพื่อนๆ ฉันพบข้าวเปลือกวิเศษที่เราสามารถปลูกและแบ่งปันกันได้” นกน้อยร้องเรียกด้วยความดีใจ

          สัตว์ป่าทุกตัวช่วยกันปลูกและดูแลต้นข้าววิเศษ ไม่นานนัก ป่าแห่งนี้กลายเป็นท้องทุ่งข้าวอุดมสมบูรณ์ สัตว์ทุกตัวมีอาหารเพียงพอ ไม่มีใครหิวโหยอีกต่อไป

          เพราะความใจดีและความเอื้อเฟื้อของนกน้อย สัตว์ทั้งป่าจึงยกย่องให้เป็น “ราชานกผู้ใจกว้าง” ไม่ใช่เพราะมีทรัพย์สมบัติมากมาย แต่เพราะมีหัวใจที่พร้อมแบ่งปันและทำให้ทุกชีวิตมีความสุขไปด้วยกัน

          การกระทำของนกน้อย เป็นการทำความดีโดยการแบ่งปันไปให้ผู้อื่น ซึ่งตรงกับปัตติทานมัย ในบุญกิริยาวัตถุ 10 ประการ และ กฎลูกเสือข้อ 6  ลูกเสือมีความเมตตากรุณาต่อสัตว์

          เรียบเรียงจากนิทานเปอร์เชียโบราณ อายุ 700 ปี ของ รูมิ เรื่อง ข้าววิเศษ The Magic Grain of Rice

    เอกสารนี้ จัดทำโดย“ชมรมเสมาพัฒนาชีวิต” “มูลนิธิส่งเสริมการลูกเสือแห่งประเทศไทย”

 This document was created   by “Sema Pattana Cheevit Club, Thai Scouts Promotion Foundation

LIFE & HEALTH : เรียนรู้ความลับของการมีอายุยืนยาว

LIFE & HEALTH : เรียนรู้ความลับของการมีอายุยืนยาว

LIFE & HEALTH : เรียนรู้ความลับของการมีอายุยืนยาว

วันพุธ ที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

วิถีชีวิตของมนุษย์นั้นต้องอาศัยธรรมชาติที่อยู่รอบตัวเราเป็นหลัก  การจะมีสุขภาพดีปราศจากโรคภัยไข้เจ็บที่เกิดจากการแก่ชราก่อนวัยรวมทั้งมีกำลังวังชาที่จะดูแลตัวเองได้จนกว่าถึงวันที่จะจากโลกไปได้นั้นจึงเป็นที่ต้องการของปุถุชนคนทั่วไป

ข้อมูลจาก ผศ.นพ.พันธ์ศักดิ์ ศุกระฤกษ์ กรรมการ มูลนิธิคุณแม่คุณภาพ เปิดเผยว่า มีการสำรวจและทำแผนที่บริเวณที่คนเรามีสุขภาพดีและอายุยืนเมื่อเทียบกับบริเวณอื่นๆของโลกมาแล้วหลายครั้ง ที่นิยมกล่าวอ้างกันนั้นครั้งแรกได้รับการตีพิมพ์โดยนิตยสารแนชั่นแนลจีโอกราฟฟิกเมื่อ 20 ปีมาแล้วว่ามีสถานที่ 4 แห่งที่คนที่อยู่อาศัยมีอายุยืนยาวและไม่ค่อยป่วยเป็นโรคได้แก่  เกาะโอกินาวาที่ตั้งอยู่กลางมหาสมุทรแปซิฟิค  หุบเขาอัลไตที่อยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของมณฑลซินเกียงประเทศจีน  เกาะครีตในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน และหุบเขานาปาในรัฐแคลิฟอร์เนียประเทศสหรัฐอเมริกา

ต่อมามีการสำรวจโดยทีมงานที่เกี่ยวข้องกับทางการแพทย์เพื่อหาข้อมูลเชื่อมโยงที่จะสามารถอธิบายได้ทางวิทยาศาสตร์ว่ามีหลักการและเหตุผลอะไรที่ทำให้คนเราอายุยืนอยู่ในธรรมชาติ  และตีพิมพ์สถานที่ 5 แห่งที่คนที่อยู่อาศัยมีอายุที่ยืนยาวและไม่ค่อยป่วยเป็นโรคร้ายแรง ได้แก่  หมู่บ้านปาหม่าในมณฑลกว่างซี หมู่บ้านเหอเถียนในมณฑลซินเกียง ประเทศจีน หมู่บ้านฮุนซาในหุบเขาปามีร์ประเทศปากีสถาน หมู่บ้านที่อยู่ในบริเวณเทือกเขาคอเคซัสในประเทศจอร์เจียและหมู่บ้านเวอราคัมบาประเทศเอกวาดอร์  

ปัจจุบันมีการพูดถึงกันมากคือ Blue Zone หรือสถานที่ 5 แห่งที่คนอยู่อาศัยมีอายุยืนยาวกว่าคนที่อยู่อาศัยที่อื่นได้แก่ หมู่เกาะโอกินาวาประเทศญี่ปุ่น เกาะซาร์ดิเนียของประเทศอิตาลี เกาะอิกาเรียของประเทศกรีก   บริเวณที่เรียกว่าโลมาลินดาของแคลิฟอร์เนีย และหมู่เกาะนิโคยาในคอสตาริกา

ทั้งหมดนั้นไม่ใช่แค่อายุยืนยาว…..แต่ไม่ค่อยป่วยเป็นโรคที่เกิดจากการแก่ชราก่อนวัยด้วย

ถ้าเราจะวิเคราะห์จากข้อมูลทางสถิติ  การใช้ชีวิต อาหาร ภูมิอากาศ วิถีทางการดำรงชีวิต ฯลฯ พบว่าสถานที่ที่คนอยู่อาศัยแล้วมีอายุที่ยินยาวและไม่ค่อยเจ็บป่วยที่กล่าวมาข้างต้นนั้นมักจะอยู่ในบริเวณที่ห่างไกลจากความเจริญทางวัตถุ และปราศจากมลพิษจากสิ่งแวดล้อม มีน้ำสะอาดที่สามารถที่จะใช้ในชีวิตประจำวัน  มีการบริโภคอาหารที่เป็นรูปแบบออร์กานิก และมีชีวิตที่กระฉับกระเฉงและทำงานอยู่นอกบ้านมากกว่าการทำงานนั่งโต๊ะในที่ทำงาน ได้รับวิตามินดีจากแสงแดดที่มีคุณประโยชน์ไม่ใช่แค่เกี่ยวกับกระดูกอย่างเดียวแต่เกี่ยวข้องทั้งการสร้างฮอร์โมนกันแก่ชรา การเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้ทำงานอย่างกระฉับกระเฉง  อีกทั้งมีการอยู่อาศัยเป็นกลุ่มและร่วมแรงร่วมใจกันทำงานที่สร้างสรรค์ร่วมกัน มีความเป็นมิตรสูง ยิ้มแย้มแจ่มใสมองโลกในทางบวก และมีความสุขแบบพอเพียงกับสิ่งที่มีอยู่ พอใจและมีความสุขที่เรียบง่าย มีความสุขจากการทำให้คนที่อยู่รอบข้างมีความสุข  มีกิจกรรมเพื่อสังคมและทำสิ่งที่ดีเพื่อสังคม

การกินอยู่ที่เรียบง่ายจากอาหารที่อยู่ในท้องถิ่นทำให้ได้รับสารอาหารที่สดใหม่และทรงคุณค่า ไม่กินอาหารแปรรูปที่มีสารกันบูดและสารเคมีตกค้าง มีการเก็บถนอมอาหารแบบธรรมชาติและมีการปรุงอาหารที่ไม่ใช้ความร้อนสูงหรือมีไขมันเลวสูง สารอาหารส่วนใหญ่จะได้จากพืชผักผลไม้ตามฤดูกาลที่มีสารต่อต้านอนุมูลอิสระในปริมาณที่สูงช่วยป้องกันการแก่ชราและการอักเสบของไขมันและเส้นเลือด  อาหารที่ได้จากไขมันของมะกอก และไขมันจากปลาทะเลช่วยลดการอักเสบและทำให้การไหลเวียนของโลหิตในร่างกายดี  เหล่านี้ล้วนเป็นพื้นฐานของการมีสุขภาพดีและอายุยืนยาวแทบทั้งสิ่น

การเคลื่อนไหวร่างกายอยู่เป็นประจำทำให้การไหลเวียนของโลหิตในร่างกายดีและกระตุ้นการสร้างฮฮร์โมนกันแก่ชราที่จะเสริมสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ และยังทำให้เกิดการผ่อนคลายและนอนหลับสนิทที่มีคุณภาพอันมีผลทำให้มีการกำจัดของเสียที่เกิดจากการใช้งานในชีวิตประจำวันช่วยให้มีการฟื้นฟูร่างกายกลับมาสดชื่นใหม่

การอยู่อาศัยในสถานที่ห่างไกลจากความเจริญทางวัตถุ ไม่มีคลื่นพลังงานต่างๆมารบกวนทำให้คลื่นสมองไม่ได้รับสัญญาณวิทยุและคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่มีส่วนรบกวนการทำงานของระบบต่างๆในร่างกาย  ระบบต่างๆจึงสามารถที่จะทำงานประสานสอดคล้องกันได้อย่างไร้รอยต่อ ผลที่ตามมาก็คือ เราจะสามารถใช้งานร่างกายของเราได้นานขึ้น

จะสังเกตุได้ว่าในงานศึกษาของทางทีมงานแนชั่นแนลจีโอกราฟฟิกที่ได้รายงานออกมาสองครั้งห่างกันนานนั้นก็มีความเหมือนกันในหลักการอยู่อาศัยที่ทำให้มีอายุยืนยาว  เพียงแต่สถานที่เปลี่ยนไปในที่ใกล้เคียงเท่านั้นเอง และสามารถที่จะย่อยออกมาเพื่อเป็น เคล็ดลับแนวทางการดำรงชีวิตเพื่อที่จะมีมีสุขภาพดีและมีอายุขัยที่ยืนยาวขึ้น ดังนี้

  • การรับประทานอาหารที่ปรุงจากพืชผักผลไม้สดตามฤดูกาลเป็นประจำ โดยมีสัดส่วนอย่างน้อยสองในสามของปริมาณอาหารที่รับประทานในแต่ละมื้อ เนื้อสัตว์ควรเป็นเนื้อปลาเป็นส่วนใหญ่เพื่อที่จะย่อยง่ายและได้ไขมันชนิดดี ที่เรียกกันว่า Whole food plant base diet และควรจะเป็นอาหารที่ปรุงสุกใหม่ไม่ใช่อาหารแช่แข็งหรืออาหารที่ค้างมาและเก็บไว้ในรูปแบบที่มีการใส่สารกันบูด
  • การดื่มน้ำสะอาดอย่างพอเพียง น้ำธรรมชาติที่มีเกลือแร่ที่เหมาะสมจะมีคุณสมบัติที่เป็นด่างอ่อนๆที่จะช่วยปรับสมดุลความเป็นกรดด่างตามธรรมชาติของร่างกายมนุษย์เพื่อให้อวัยวะต่างๆสามารถทำงานได้เป็นปกติ  ความเป็นด่างตามธรรมชาติของร่างกายมนุษย์ยังช่วยป้องกันการแก่ชราอีกด้วย
  • การเลือกน้ำมันที่จะใช้ในการปรุงอาหาร ควรเป็นน้ำมันที่มีไขมันชั้นดี เช่นน้ำมันมะกอก  น้ำมันงา  น้ำมันข้างโพด น้ำมันรำข้าว เป็นต้น
  • การลดปริมาณของแป้งและน้ำตาลในอาหารลงเพื่อทำให้ร่างกายมีการผลิตฮอร์โมนกันแก่ชราหรือ Growth ฮอร์โมนได้มากขึ้นโดยควรจะลดปริมาณของแป้งและน้ำตาลที่บริโภคหลัง 18.00 น นอกจากนี้การลดปริมาณของพลังงานที่ได้จากอาหารยังไปช่วยกระตุ้นยีนอายุยืนให้ทำงานได้ดีขึ้นอีกด้วย
  • ควรที่จะลดหรือเลิกการบริโภคสุราและสารเสพติดทั้งหลาย ที่ทำอันตรายต่ออวัยวะต่างๆในร่างกายแบบสะสม
  • การมีชีวิตประจำวันที่กระฉับกระเฉงและทำงานอยู่ตลอดเวลาแต่ไม่มากเกินไป รวมทั้งทำงานอย่างมีความสุขนั้นจะมีผลทำให้สามารถคงความเป็นหนุ่มสาวได้ทั้งร่างกายและจิตใจ
  • การใช้ชีวิตในรูปแบบที่อยู่นอกบ้านหรืออาคารต่างๆเป็นประจำ ทำให้ได้รับอากาศที่สดชื่นถ้าอยู่อาศัยหรือพักผ่อนท่องเที่ยวในบรรยากาศแบบนี้เป็นประจำร่างกายก็จะเกิดความสดชื่นกระปรี้กระเปร่าตามมา
  • การใช้ชีวิตที่สอดคล้องกับนาฬิกาชีวิต มีการเข้านอนพักผ่อนให้หลับสนิทในบรรยากาศแวดล้อมที่เอื้ออำนวยต่อการนอนอย่างมีคุณภาพนอกจากจะช่วยซ่อมแซมส่วนต่างๆที่สึกหรอจากการใช้ชีวิตประจำวันแล้วยังทำให้มีการผลิตฮฮร์โมนต่างๆที่เกี่ยวข้องกับการมีสุขภาพดีและอายุยืนยาวออกมาด้วย
  • การหมั่นเจริญสติและทำสมาธิเป็นประจำ จะทำให้เกิดความสงบสุขจากภายในและช่วยให้แบคทีเรียที่เป็นมิตรในลำไส้เจริญเติบโตดี ช่วยปรับภูมิคุ้มกันของร่างกาย ลดการดูดซึมสารพิษเข้าร่างกายและยังทำให้สมองเกิดการผ่อนคลายทำให้มีการผลิตฮอร์โมนกันแก่ชราออกมาได้ในปริมาณที่เหมาะสมต่อการมีสุขภาพดีอีกด้วย
  • การมีสังคมและอาศัยอยู่ในสังคมที่โอบอ้อมอารีเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่กัน ย่อมทำให้เกิดความรู้สึกปลอดภัยในชีวิตและมีความรู้สึกของการดำรงชีวิตอยู่อย่างมีคุณค่า งานวิจัยระยะหลังออกมาว่า คนที่เป็นแบบนี้จะอายุยืนยาวกว่า
  • สุดท้ายคงจะหนีไม่พ้นที่ต้องอยู่อาศัยด้วยความรักความเมตตาที่มีต่อทั้งตนเองและธรรมชาติรอบตัว

โดยสรุป 6 อ. เคล็ดลับของการมีอายุยืนยาว คือ อาหารที่ดีต่อสุขภาพและเหมาะสมกับนาฬิกาชีวภาพ,        ออกกำลังกาย  เคลื่อนไหวร่างกายเป็นประจำ, อิ่มนิทรา การนอนหลับพักผ่อนให้พอเพียงตามเวลาของนาฬิกาชีวภาพ, อารมณ์แจ่มใส มีความคิดในทางสร้างสรรค์ที่จะทำความดีให้ผู้อื่น, อุ่นไอรัก มีความเมตตาต่อทุกสรรพสิ่งรอบตัว, โอบอ้อมอารี กับสังคมรอบข้าง

ผ.ศ. (พิเศษ) ดร. อภิสิทธิ์  ฉัตรทนานนท์

ประธานกรรมการ มูลนิธิคุณแม่คุณภาพ

คุณแหน : 25 มีนาคม 2569

คุณแหน : 25 มีนาคม 2569

คุณแหน : 25 มีนาคม 2569

วันพุธ ที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

  • ปิยพงศ์ ชูวงศ์ ผวจ.ลำพูน เป็นประธานเปิดการฝึกอบรมโครงการพัฒนาทักษะความต้องการของผู้ประกอบการอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและบริการ หลักสูตรพนักงานบริการสนามกอล์ฟ เพื่อสร้างภาพลักษณ์และมาตรฐานการบริการที่ดีแก่นักท่องเที่ยวและนักกอล์ฟทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ..
  • เศวต เพชรนุ้ย รอง ผวจ.นครสวรรค์ เป็นประธานเปิดงานผลิตภัณฑ์ชุมชน “OTOP วิถีของดี เมืองสวรรค์” ภายใต้โครงการส่งเสริมกระบวนการเครือข่ายองค์ความรู้ KBO และโครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ OTOP กลุ่มปรับตัวสู่การพัฒนา..
  • ข่าวดี มณฑล ภาคสุวรรณ์ แจ้ง สนง.คณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) มีคำสั่งยกเลิกการควบคุม รร.กรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัยอย่างเป็นทางการ ภายหลังที่ประชุม สช.มีมติเห็นควรคืนสิทธิการบริหารจัดการให้แก่ผู้รับใบอนุญาตของ รร. เพื่อประโยชน์สูงสุดต่อการจัดการศึกษาของนักเรียน เนื่องจากเหตุแห่งการเข้าควบคุมได้สิ้นสุดลงแล้ว..
  • รศ.นพ.สุรศักดิ์ ลีลาอุดมลิปิ ให้การต้อนรับคณะผู้บริหารภาควิชาศัลยศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ม.มหิดล นำโดย ศ.คลินิก นพ.เฉนียน เรืองเศรษฐกิจ..
  • มิตรสหายตาร้อนกับ เฉลิมพันธ์ สุวรรณประกร ที่ส่งรูปสวยๆกับดอกซากุระที่ญี่ปุ่น ทริปนี้มี สุภีร์ หวั่งหลี และ กอบทิพย์ ศรีจอมขวัญ ไปด้วยรวม 1 อาทิตย์..
  • สมฤดี อมาตยกุล ฉลองวันเกิดปีนี้ครบ 70 ปี ไปทริปเรือสำราญสำรวจขั้วโลกสุดหรู Le Commandant Charcot ได้เปิดไวน์แพงหรูดื่มฉลองกันตลอดทริปเป็นเวลา 5 อาทิตย์..
  • รศ.พญ.เยาวลักษณ์ ชาญศิลป์ ชวน พิริยาภรณ์ ธรรมารักษ์, ภัทธิรา หาญสกุล, ปิยะ สมบูรณ์สำราญ, พิมรา ศรีสุกใส พร้อมลูกชาย น้องภัทรและน้องพีร์ ไปชมบัว ที่สถาบันบัว ม.เทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก แต่ต้องเบนเข็ม ตาม ผศ.ดร. ณ นพชัย ชาญศิลป์ ไปชมการประกวดบัวชิงแชมป์ประเทศไทย ที่จัดโดยสถาบันบัว สมาคมพืชพรรณอาณาจักรสยามและเมืองโบราณแทน ได้รับความอิ่มตาอิ่มใจกับบัวสวยๆ และเมืองโบราณที่สวยงาม แล้วเลยไปอิ่มท้องกับอาหารที่บางปู..
  • ดร.ธนพร ฐิติสวัสดิ์, ทวีศักดิ์ นิลวัชรมณี , วิทวัท กันยารอง และ จนิษฐ์ ประเสริฐยูรณะกุล  ต้อนรับ ดร.จักกนิตต์ คณานุรักษ์ ที่นำคณะ Digital CEO # 9 ไปเยี่ยมศึกษาดูงานเทคโนโลยีดิจิทัลต่างๆ ของกลุ่ม CDG group..
  • นพ.พลลภัตม์ เสถียร วันเกิดได้ฉลองกับครอบครัวแบบอบอุ่น..
  • สุเมธ สุรบถโสภณ สุดปลื้มที่งานเลี้ยงรุ่น BCC 129 มีเพื่อนๆมาร่วมงานกว่า 50 คน งานนี้ ศ.นพ.สุรเดช หงษ์อิง, พล.ร.ท. นพ. ณัฐ อิศรางกูร ณ อยุธยา, น.อ. นพ. สุกิตติ ปาณปุณณัง, เกื้อกูล ด่านชัยวิจิตร, เฉลิมพล โชตินุชิต, ชะยิน สุนทรสิงคาล, ร.อ. กลวิตร บุนนาค, พล.อ.ต อากาศ ปิ่นสุวรรณ, คมกฤช สัจจาอนันตกุล ไม่พลาด..
  • นพ.อิทธิกร โถสุวรรณโชต ร่วมสนับสนุนทีมเข้าร่วมแข่งขันกอล์ฟการกุศล 100 ปี รพ.เจ้าพระยายมราช..
  • สวด วรวิศว์ เมฆนพรัตน์ อดีตพาณิชย์จังหวัดกาญจนบุรี ศิษย์เก่าแมสคอม มช.19 วันที่ 24-28 มี.ค.19.00 น. ศาลา 18 วัดชลประทานรังสฤษดิ์ และ ฌาปนกิจ 29 มี.ค.15.00 น…

‘PropertyGuru Thailand Property Awards’ ครั้งที่ 21 ยกระดับมาตรฐานอสังหาฯ ไทย

'PropertyGuru Thailand Property Awards' ครั้งที่ 21 ยกระดับมาตรฐานอสังหาฯ ไทย

‘PropertyGuru Thailand Property Awards’ ครั้งที่ 21 ยกระดับมาตรฐานอสังหาฯ ไทย

วันอังคาร ที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2569, 21.15 น.

“PropertyGuru Thailand Property Awards” สุดยอดรางวัลเกียรติยศวงการอสังหาริมทรัพย์ไทย เตรียมจัดงานยิ่งใหญ่ครั้งที่ 21 ขับเคลื่อนมาตรฐานสู่สากล ชูรางวัลใหม่ ‘การพัฒนาบ้านหลังแรก-การบริการด้านสุขภาพ-แลนด์มาร์กดีไซน์’ ท่ามกลางตลาดอสังหาฯ ที่มีความผันผวนจากสภาวะเศรษฐกิจ พร้อมเปิดรับการเสนอชื่อผู้เข้าชิงรางวัลทั่วประเทศถึง 26 มิ.ย. นี้ และมอบรางวัล 18 ก.ย. 2569

พร็อพเพอร์ตี้กูรู กรุ๊ป เตรียมพร้อมการจัดงานประกาศรางวัล PropertyGuru Thailand Property Awards ครั้งที่ 21 ขอเชิญวงการอสังหาริมทรัพย์ไทยร่วมชิงความเป็นสุดยอดของการพัฒนาโครงการในประเภทต่าง ๆ พร้อมเพิ่มประเภทรางวัลให้ครอบคลุมกว่าปีที่ผ่านมามากยิ่งขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการที่เปลี่ยนแปลงไปของตลาดอสังหาริมทรัพย์ โดยได้เปิดรับการเสนอชื่อสุดยอดผู้พัฒนาและโครงการอสังหาริมทรัพย์ทั่วประเทศไทยแล้ววันนี้ – 26 มิถุนายน 2569 โดยจะมีการจัดงานประกาศรางวัลงานกาล่าดินเนอร์และการมอบรางวัล ในวันศุกร์ที่ 18 กันยายน 2569 ณ โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพฯ

นายจูลส์ เคย์  ผู้จัดการทั่วไป พร็อพเพอร์ตี้กูรู เอเชีย พร็อพเพอร์ตี้ อวอร์ดส์ แอนด์ อีเวนต์ เปิดเผยว่า งานประกาศรางวัล PropertyGuru Thailand Property Awards ครั้งที่ 21 ยังคงสะท้อนบทบาทในฐานะเวทีสำคัญของอสังหาริมทรัพย์ไทยท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของตลาดที่มีความหลากหลายมากขึ้น จากการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยแบบเดิมสู่การยกระดับโครงการที่ขับเคลื่อนด้วยเรื่องของเวลเนสและเทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพและตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่

การจัดงานในปีนี้ เพื่อยกย่องและเชิดชูเกียรติผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ที่ใช้โอกาสจากการขยายตัวของโครงสร้างพื้นฐานของประเทศไทย การเติบโตของตลาดรีสอร์ท และการยกระดับประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางที่อยู่อาศัยระดับโลกที่รองรับกลุ่มผู้สูงอายุและคนรุ่นใหม่ได้อย่างมีศักยภาพ ในฐานะรางวัลที่ได้รับการยอมรับในระดับ “Gold Standard” ของวงการอสังหาริมทรัพย์ของไทย PropertyGuru Thailand Property Awards ยังคงเดินหน้าส่งเสริมการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์คุณภาพสูงและทันสมัย ให้ความสำคัญกับเรื่องความยั่งยืน การเชื่อมต่อ และนวัตกรรมที่ยึดไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคเป็นศูนย์กลาง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและดึงดูดให้นักลงทุนทั้งในและต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง

นางสุพินท์ มีชูชีพ ประธานคณะกรรมการตัดสินรางวัล พร็อพเพอร์ตี้กูรู ไทยแลนด์ พร็อพเพอร์ตี้ อวอร์ดส์ 2026 และ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พรีโม เซอร์วิส โซลูชั่น จำกัด (มหาชน)  กล่าวว่า นับเป็นอีกก้าวของการพัฒนาภาคอสังหาริมทรัพย์ไทยที่ปรับตัวเข้ากับทิศทางตลาดที่กำลังเข้าสู่ยุคของความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน  โดยในปี 2569 รางวัล PropertyGuru Thailand Property Awards สะท้อนให้เห็นการเปลี่ยนผ่านเชิงกลยุทธ์ไปสู่กลุ่มเฉพาะที่มีมูลค่าสูง (high-value niches) อาทิ ธุรกิจการบริการด้านเวลเนส ท่าจอดเรือ และโครงการบ้านหลังแรกที่ผสานคุณภาพชีวิตที่ดีเข้ากับความคุ้มค่าการลงทุนในระยะยาว

รางวัลดังกล่าวยังยกย่องผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ที่ประสบความสำเร็จท่ามกลางความผันผวนทางเศรษฐกิจ รวมถึงโครงการแลนด์มาร์คดีไซน์ควบคู่กับความยั่งยืนอย่างแท้จริง โดยผู้ที่ได้รับรางวัลในปีนี้ ไม่ได้เป็นเพียงแค่ผู้พัฒนาโครงการสิ่งปลูกสร้างเท่านั้น แต่ยังมีบทบาทที่สำคัญในการสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันของประเทศไทยในตลาดโลกที่มีการแข่งขันสูงอีกด้วย

กำหนดการต่างๆ ของการตัดสินรางวัลในปี 2569 มีดังนี้

•             เปิดรับการเสนอชื่อผู้เข้าชิงรางวัลแล้ววันนี้

•             26 มิถุนายน 2569 – ปิดรับการเสนอชื่อ

•             27 กรกฎาคม – 14 สิงหาคม 2569 – ทางกรรมการตรวจสอบและเยี่ยมชมโครงการ

•             3-16 สิงหาคม 2569 – ช่วงเวลาการโหวตสำหรับรางวัล People’s Choice Awards

•             18 กันยายน 2569 – งานกาล่าดินเนอร์และการมอบรางวัล จัดขึ้นที่กรุงเทพฯ

•             11 ธันวาคม 2569 – งานกาล่าดินเนอร์และการมอบรางวัล Grand Final ภูมิภาคเอเชีย จัดขึ้นที่กรุงเทพฯ

การจัดงานประกาศรางวัลฯ  ในครั้งนี้ เกิดขึ้นท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของภาคอสังหาริมทรัพย์ของไทย โดยผู้พัฒนาโครงการได้ปรับกลยุทธ์เพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าต้องเผชิญกับอุปสรรคต่างๆ แต่ก็พร้อมที่จะมองหาโอกาสเติบโตใหม่ๆ

ตลาดอสังหาริมทรัพย์ของไทยกำลังปรับตัวจากการเกร็งกำไรไปสู่ความต้องการที่แท้จริงของผู้บริโภค ซึ่งการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างนี้คาดว่าจะแตกต่างกันไปในแต่ละเซ็กเมนต์ โดยทั้งตลาดบ้านและคอนโดมิเนียมต่างต้องเผชิญกับแรงกดดันที่แตกต่างกันรวมถึงความคาดหวังของผู้ซื้อตลาดที่อยู่อาศัยในเมืองหลวงอย่างกรุงเทพฯ มีความแตกต่างอย่างชัดเจนเมื่อเทียบกับตลาดอสังหาริมทรัพย์อื่นๆ ในประเทศ ขณะที่พฤติกรรมของผู้ซื้อมีการเปลี่ยนแปลงอย่างมากในช่วง 12 – 18 เดือนที่ผ่านมา โดยความสามารถในการซื้อของผู้บริโภคเป็นปัจจัยกดดันที่สำคัญ นับว่าเป็นความท้าทายสำหรับผู้ซื้อและผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ไทยที่ต้องปรับตัวเพื่อรับมือกับสภาวะสภาพเศรษฐกิจที่ผันผวน

อย่างไรก็ดี ดีมานด์ของผู้ซื้อมีสูงขึ้นโดยเฉพาะอสังหาริมทรัพย์ที่มีทำเลใกล้ส่วนต่อขยายระบบขนส่งสาธารณะ ไม่ว่าจะส่วนขยายของรถไฟฟ้าบนดินและใต้ดิน การให้ความสำคัญกับขนาดหรือพื้นที่ใช้สอยที่กว้างขึ้น รวมไปถึงที่อยู่อาศัย

ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตเฉพาะกลุ่มมากขึ้น อาทิ โครงการที่เป็นมิตรกับสัตว์เลี้ยง รวมถึงโครงการที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกตอบโจทย์ชีวิตปัจจุบัน เช่น ระบบบ้านอัจฉริยะ พื้นที่ทำงานร่วมกัน สถานีชาร์จรถไฟฟ้า (EV) สิ่งอำนวยความสะดวกเกี่ยวกับสุขภาพ พื้นที่สีเขียว เลนปั่นจักรยาน หรือ พื้นที่อเนกประสงค์อื่นๆ 

ขณะเดียวกันแนวโน้มผู้ซื้อชาวต่างชาติเริ่มมีความหลากหลายมากขึ้น จากเดิมที่กำลังซื้อส่วนใหญ่มาจากประเทศจีน การลงทุนจากชาวต่างชาติยังเน้นไปที่การซื้อบ้านหลังที่สอง ซึ่งส่งผลให้ไทยเป็นจุดหมายปลายทางของไลฟ์สไตล์และการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ของภูมิภาค

PropertyGuru Thailand Property Awards  ครั้งที่ 21 ยังคงยกย่องความเป็นเลิศด้านอสังหาริมทรัพย์ด้านต่างๆ พร้อมเพิ่มหมวดรางวัลใหม่สำหรับปี 2569 อาทิ Best First Home Development, Best Wellness Hospitality Development, Best Marina Development, Best Landmark Development, Best Landmark Design และ Best Sales Gallery Interior Design

ทั้งนี้ คณะกรรมการอิสระในการตัดสินรางวัลประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญจากภาคส่วนต่างๆ ของวงการอสังหาริมทรัพย์ โดยการจัดตั้งคณะกรรมการอิสระรับรองกระบวนการตัดสินที่เป็นกลางและโปร่งใส ซึ่งการดูแลกระบวนการคัดเลือกทั้งหมดดำเนินการโดย HLB ซึ่งเป็นครือข่ายทั่วโลกของสำนักงานบัญชีและที่ปรึกษาชั้นนำระดับนานาชาติ

งานประกาศรางวัล PropertyGuru Thailand Property Awards ครั้งที่ 21 จัดโดย พร็อพเพอร์ตี้กูรู กรุ๊ป บริษัทเทคโนโลยีอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้รับการสนับสนุนจาก DDproperty พันธมิตรพอร์ทัลอย่างเป็นทางการ, Property Report by PropertyGuru นิตยสารอย่างเป็นทางการ, อินฟินิตี้ คอมมิวนิเคชั่นส์ แอนด์ คอนซัลแทนส์ พันธมิตรด้านการประชาสัมพันธ์, Think of Living พันธมิตรสื่อ และ HLB ในฐานะผู้ดูแลกระบวนการตัดสินอย่างเป็นทางการ ข้อมูลเพิ่มเติมกรุณาติดต่อ awards@propertyguru.com หรือเยี่ยมชมเว็บไซต์ AsiaPropertyAwards.com

รักเหมาเปิดโมเดล ‘รักเหมา STATION’ เปิดจุดบริการวัสดุก่อสร้างครบวงจร ตอบโจทย์ผู้รับเหมารายย่อย

รักเหมาเปิดโมเดล 'รักเหมา STATION' เปิดจุดบริการวัสดุก่อสร้างครบวงจร ตอบโจทย์ผู้รับเหมารายย่อย

รักเหมาเปิดโมเดล ‘รักเหมา STATION’ เปิดจุดบริการวัสดุก่อสร้างครบวงจร ตอบโจทย์ผู้รับเหมารายย่อย

วันอังคาร ที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2569, 17.41 น.

รักเหมาเปิดโมเดล ‘รักเหมา STATION’ จับมือ โฮมเพ้นท์ เอาท์เล็ท เปิดจุดบริการวัสดุก่อสร้างครบวงจร 5 สาขาแรกในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ตอบโจทย์ผู้รับเหมารายย่อย สั่งสินค้าง่าย จัดส่งไวถึงไซต์งาน จัดหาวัสดุครบจบในที่เดียว

“รักเหมา” แพลตฟอร์มดิจิทัลด้านวัสดุก่อสร้างของไทย โดยบริษัทเอสซีจี ดิสทริบิวชั่น ก้าวสู่ปีที่ 5 ด้วยวิสัยทัศน์ “สร้างโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล เพื่อยกระดับการค้าก่อสร้างยุคใหม่ของประเทศไทย” ได้เปิด New Business Solution จุดให้บริการ รักเหมา STATION โดยจับมือกับพาร์ทเนอร์ โฮมเพ้นท์ โดยบริษัท โฮมเพ้นท์ จำกัด ศูนย์สีราคาขายส่งอันดับ 1 ของประเทศไทย ผู้นำร้านค้าปลีกและค้าส่งสีทาบ้านและสีอุตสาหกรรม ที่มีสาขามากกว่า 18 สาขา ครอบคลุมพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล

เมื่อไม่นานมานี้ ได้เปิดตัวจุดบริการวัสดุก่อสร้างรูปแบบใหม่ “รักเหมา Station x Homepaint” เพื่อยกระดับประสบการณ์การสั่งซื้อวัสดุก่อสร้างสำหรับผู้รับเหมารายย่อยและช่างก่อสร้าง โดย 5 สาขาแรกที่จะเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการพร้อมกัน ได้แก่ สาขามีนบุรี-แยกมิสทีน, สาขารามอินทรา-มีนบุรี, สาขาบางบอน-กาญจนาภิเษก, สาขาติวานนท์-ปากเกร็ด และสาขาสมุทรปราการ-ศรีนครินทร์ โดยมุ่งเน้นการเป็นจุดสั่งซื้อวัสดุก่อสร้างที่ช่วยให้ผู้รับเหมาสามารถสั่งของได้ง่ายขึ้น ลดขั้นตอนที่ยุ่งยาก ประหยัดเวลาในการจัดหา และการันตีส่งสินค้าได้ถึงหน้างานภายใน 1-2 วัน (Next Day Delivery)

จุดบริการ รักเหมา Station x Homepaint ทำหน้าที่เป็น “ผู้ช่วยจัดซื้อวัสดุก่อสร้าง” ให้กับลูกค้า ตั้งแต่ให้คำแนะนำสินค้า ประเมินปริมาณวัสดุให้เหมาะกับหน้างาน จัดหาสินค้าจากหลากหลายแบรนด์ อาทิ ปูนโครงสร้าง เอสซีจี (SCG), ปูนเสือ, อิฐมวลเบา (Q-Con), ซีแพค (CPAC) และดูร่าวัน (DURA One) รวมไปถึงการบริหารการจัดส่งให้ถึงไซต์งานตามเวลาที่ลูกค้าต้องการ

แนวคิดโครงการนี้เกิดจากการเข้าใจปัญหาของผู้รับเหมารายย่อย ที่ต้องเสียเวลาโทรสอบถามหลายร้าน ขับรถหาแหล่งซื้อวัสดุ และมักเจอปัญหาสินค้าไม่ครบหรือส่งล่าช้า โมเดล รักเหมา Station x Homepaint จึงเข้ามาช่วยให้เจ้าของบ้าน ผู้รับเหมา และช่างมืออาชีพ สามารถสั่งวัสดุก่อสร้างได้ครบวงจร ตั้งแต่สินค้าต้นน้ำอย่างงานโครงสร้าง ไปจนถึงสินค้าปลายน้ำอย่างสีและเคมีภัณฑ์ จบได้ในจุดบริการเดียว

ณัฏฐ์ จิรนิรันดร์กุล Co-Founder & Product Owner แพลตฟอร์มรักเหมา กล่าวถึงความร่วมมือครั้ง นี้ว่า “ตลอด 4 ปีที่ผ่านมา รักเหมาโฟกัสเรื่องการช่วยผู้รับเหมาไทยให้ทำงาน ‘ง่ายขึ้น ประหยัดขึ้น และไวขึ้น’ ผ่านโซลูชันด้านดิจิทัล วันนี้เราขยับอีกก้าวด้วยการนำแนวคิดนั้นมาวางไว้ให้คนในชุมชนเข้าถึงได้ง่ายขึ้น ผ่านโมเดล รักเหมา Station x Homepaint เพื่อให้ผู้รับเหมารายย่อยมี ‘ผู้ช่วยจัดซื้อ’ อยู่ใกล้ไซต์งานมากขึ้น สั่งของได้ครบ จบในที่เดียว และมั่นใจได้ว่าของจะถึงหน้างานตามนัด

ความร่วมมือกับโฮมเพ้นท์ เป็นส่วนสำคัญของวิสัยทัศน์ในการสร้างโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล เพื่อยกระดับ การค้าก่อสร้างยุคใหม่ของประเทศไทย เราไม่ได้ต้องการแค่เปิดจุดบริการใหม่ แต่ต้องการสร้างเครือข่ายร้าน พันธมิตรที่แข็งแรง เติบโตไปด้วยกัน ภายใต้แนวคิด ‘Build Forward. Grow Together.’ ให้ร้านท้องถิ่นสามารถ ใช้พลังซัพพลายเชนและเทคโนโลยีแบบ Corporate เข้ามาเสริม เพื่อช่วยขยายโอกาสการขายและการเติบโตใน ระยะยาว”

คุณสมชัย กมลลาภวรกุล Channel Marketing Director กล่าวถึงความร่วมมือครั้งนี้ว่า “การยกระดับร้านวัสดุก่อสร้างให้แข็งแรงขึ้นบนสนามการแข่งขันที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว เป็นก้าวแรกของ การสร้างเครือข่ายร้านพันธมิตรยุคใหม่ ที่สามารถขายได้ครบขึ้น สะดวกขึ้น โดยมีระบบหลังบ้านอย่างมืออาชีพ ช่วยซัพพอร์ตอยู่เบื้องหลัง

ในมุมผู้รับเหมา จุดบริการนี้จะทำให้การจัดซื้อวัสดุก่อสร้างไม่ใช่เรื่องยุ่งยากอีกต่อไป แค่เข้ามาที่ โฮมเพ้นท์ สาขาใกล้บ้าน ก็สามารถปรึกษาเกี่ยวกับข้อมูลสินค้าสำหรับงานก่อสร้าง ประเมินปริมาณวัสดุเพื่อสั่งซื้อสินค้า ได้จากหลากหลายแบรนด์ และนัดวันส่งของให้ถึงไซต์งาน ภายใน 1–2 วัน ขณะเดียวกันในมุมร้านค้า พาร์ทเนอร์อย่าง โฮมเพ้นท์ ก็สามารถขยายขอบเขตการให้บริการจากหมวดสีไปสู่หมวดวัสดุก่อสร้างหลัก เสริมสร้าง Portfolio สินค้าที่ครบ หลากหลาย และสร้างความสะดวกสบายให้กับลูกค้าที่มาใช้บริการ ซึ่งนี่คือ หัวใจของโมเดล Modernized Construction Store Network ที่เราอยากเห็นการเติบโตไปด้วยกันในระยะยาว”

ด้าน อนุรักษ์ เลิศรัตนชัยกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ร่วมก่อตั้ง (CEO) บริษัท โฮมเพ้นท์ จำกัด กล่าวถึงมุมมองของโฮมเพ้นท์ว่า “ตลอดหลายปีที่ผ่านมา โฮมเพ้นท์เติบโตมาจากการเป็นผู้เชี่ยวชาญ ด้านสีทาอาคารและสีอุตสาหกรรม เราเห็นพฤติกรรมลูกค้าที่เปลี่ยนไปอย่างชัดเจน ผู้รับเหมายุคใหม่ต้องการ ทั้งความสะดวก ความเร็ว และความมั่นใจว่าของจะถึงหน้างานตรงเวลา ความร่วมมือกับรักเหมา Station ทำให้เราสามารถต่อยอดจากจุดแข็งเดิม ไปสู่การเป็นศูนย์กลางการจัดซื้อวัสดุก่อสร้างของผู้รับเหมาในพื้นที่ได้

โฮมเพ้นท์ เชื่อว่าอนาคตของธุรกิจวัสดุก่อสร้างจะขับเคลื่อนไปพร้อมกันทั้ง ‘ความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง’ และ ‘ความสะดวกในการเข้าถึงบริการ’ ความร่วมมือกับรักเหมา Station ในครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงการเพิ่มจุดบริการ แต่เป็นการวางรากฐานโมเดลใหม่ที่ช่วยให้ลูกค้าสามารถเลือกซื้อสีและวัสดุก่อสร้างแบบครบวงจรในที่เดียว ตั้งแต่ปูน อิฐ เหล็ก กระเบื้องหลังคา ไปจนถึงวัสดุก่อสร้างอื่น ๆ พร้อมทีมงานช่วยประเมินปริมาณและวางแผน การจัดส่งให้เหมาะกับหน้างานจริง”

“ในระยะแรกจะเริ่มให้บริการใน 5 สาขาในกรุงเทพฯ และปริมณฑล โดยมีแผนพัฒนาโมเดลนี้ต่อเนื่อง เพื่อให้ โฮมเพ้นท์ก้าวสู่การเป็นพาร์ทเนอร์ด้านการจัดซื้อวัสดุก่อสร้างสำหรับผู้รับเหมาในพื้นที่อย่างครบวงจร”

ผู้ที่สนใจสามารถแวะสัมผัสประสบการณ์การเลือกซื้อสีทาบ้านและวัสดุก่อสร้างแบบครบวงจร ภายใต้บริการ “รักเหมา Station x Homepaint” ได้แล้ววันนี้ ที่ร้านโฮมเพ้นท์ทั้ง 5 สาขาใกล้บ้านคุณ

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดตามได้ที่ Facebook รักเหมา Station , Line OA @rakmaostation , Homepaint โฮมเพ้นท์ ศูนย์สีราคาขายส่ง สีทาบ้านส่งด่วนทั่วไทย , Website: https://www.homepaint.co.th/ , Facebook Homepaint โฮมเพ้นท์ ศูนย์สีราคาขายส่ง สีทาบ้านส่งด่วนทั่วไทย

สมมงตัวพ่อวัฒนธรรม ‘เต๋า ภูศิลป์’ รับพระราชทานรางวัล’เทพทอง ครั้งที่ ๒๔’

สมมงตัวพ่อวัฒนธรรม 'เต๋า ภูศิลป์' รับพระราชทานรางวัล'เทพทอง ครั้งที่ ๒๔'

สมมงตัวพ่อวัฒนธรรม ‘เต๋า ภูศิลป์’ รับพระราชทานรางวัล’เทพทอง ครั้งที่ ๒๔’

วันพุธ ที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2569, 15.18 น.

ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวความสำเร็จหรับศิลปินลูกทุ่งหมอลำมากความสามารถ “เต๋า ภูศิลป์” ที่ล่าสุดสร้างความภาคภูมิใจให้กับวงการลูกทุ่ง หลังเข้ารับพระราชทานรางวัล “เทพทอง ครั้งที่ ๒๔” ประจำปีพุทธศักราช ๒๕๖๘ จากสมาคมนักวิทยุและโทรทัศน์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ซึ่งถือเป็นรางวัลอันทรงเกียรติที่มอบให้แก่บุคคลผู้สร้างคุณประโยชน์แก่สังคมและประเทศชาติ ตอกย้ำความสำเร็จบนเส้นทางศิลปินได้อย่างงดงาม

โดย “เต๋า ภูศิลป์” ถือเป็นศิลปินลูกทุ่งหมอลำที่มีผลงานโดดเด่น ทั้งบนเวทีและโลกออนไลน์ พร้อมเดินหน้าสืบสานวัฒนธรรมลูกทุ่งหมอลำอย่างต่อเนื่อง จนได้รับการยกย่องให้เป็นศิลปินต้นแบบของสังคม งานนี้สร้างความปลาบปลื้มให้กับเจ้าตัวและแฟนเพลงไม่น้อย พร้อมตอกย้ำความสำเร็จในเส้นทางสายวัฒนธรรม ที่ยังคงมาแรงอย่างต่อเนื่อง

เที่ยววิถีสุขภาพ’เอ-แป้ง’ชวนรู้จัก ‘ส้มซ่า’ ของดีเมืองสองแคว

เที่ยววิถีสุขภาพ'เอ-แป้ง'ชวนรู้จัก 'ส้มซ่า' ของดีเมืองสองแคว

เที่ยววิถีสุขภาพ’เอ-แป้ง’ชวนรู้จัก ‘ส้มซ่า’ ของดีเมืองสองแคว

วันพุธ ที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2569, 15.07 น.

พ่อเอ-ลูกแป้ง พาเปิดโลกของดีชุมชนบ้านวังส้มซ่า จ.พิษณุโลก ชวนสัมผัสวิถีสุขภาพจาก ส้มซ่า พืชพื้นถิ่นโบราณ พร้อมดูไอเดียแปรรูปสร้างรายได้สุดปัง  ติดตามใน มิตรรัก ทั่วไทย 29 มีนาคมนี้

พาออกเดินทางสัมผัสเสน่ห์ของดีท้องถิ่นกันอีกครั้ง สำหรับรายการ มิตรรัก ทั่วไทย ที่สัปดาห์นี้สองพิธีกรพ่อลูกอารมณ์ดี เอ-ไชยา มิตรชัย และ แป้ง-ศรันฉัตร์ ชวนแฟนรายการไปเช็กอินกันที่จังหวัดพิษณุโลก ตามหาของดีขึ้นชื่อของวิสาหกิจชุมชนบ้านวังส้มซ่า อำเภอเมืองพิษณุโลกเริ่มต้นทริปด้วยการสักการะ วัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร หรือ “วัดใหญ่” ก่อนออกเดินทางสู่ชุมชนวังส้มซ่า ที่มีทั้งการต้อนรับสุดอบอุ่นจากชาวบ้าน คณะกลองยาวจากแม่ ๆ โรงเรียนผู้สูงอายุท่าโพธิ์วิทยา และน้อง ๆเด็กนักเรียนรำมังคละ สร้างสีสันตั้งแต่ก้าวแรก

จากนั้น พ่อเอ-ลูกแป้ง พาปั่นจักรยานชมวิถีชีวิตชาวบ้านริมแม่น้ำน่าน แวะดูแปลงผักกะหล่ำปลีสด ๆ ก่อนเข้าสู่ไฮไลต์สำคัญอย่าง “สวนส้มซ่า” พืชโบราณพื้นถิ่นที่ชุมชนร่วมกันอนุรักษ์ และต่อยอดสู่การแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์หลากหลาย ทั้งแชมพู โลชั่น ลิปบาล์ม ไปจนถึงสินค้าเพื่อสุขภาพงานนี้สองพิธีกรไม่พลาดลงมือทำ   “ยาดมส้มซ่า” สินค้ายอดฮิตของชุมชนด้วยตัวเอง พร้อมชิมเมนูพื้นถิ่นรสเด็ดไม่ว่าจะเป็นไข่ตุ๋นกะหล่ำปลี น้ำส้มซ่า และส้มฉุน ที่สะท้อนเอกลักษณ์ท้องถิ่นได้อย่างลงตัวปิดท้ายความอร่อยกับร้านดังของชุมชน “ก๋วยจั๊บห้อยขาป้าสาว” ที่ขึ้นชื่อเรื่องเครื่องแน่น รสชาติเข้มข้นแถมได้นั่งชิลริมแม่น้ำน่านในบรรยากาศสุดฟินนอกจากพาเที่ยว ชิม และเรียนรู้แล้ว ยังช่วยขายสินค้าให้กับแม่ ๆ ในชุมชน ตามสไตล์ พ่อเอ-ลูกแป้ง อีกด้วย  สำหรับแฟน ๆ ทางบ้านที่สนใจสินค้าของวิสาหกิจชุมชนไหนที่ รายการ มิตรรัก ทั่วไทย เดินทางไป  สามารถสนับสนุนสั่งซื้อสินค้าได้ที่เว็บไซต์ shop.bugaboo.tv  ออกเดินทางไปหาของดีไปกับ เอ-แป้ง ที่ บ้านวังส้มซ่า ได้ในรายการ “มิตรรัก ทั่วไทย” วันอาทิตย์ที่ 29 มีนาคมนี้ เวลา 13.00 น. รับชมสดทาง ช่อง 7HD  กด 35  สดออนไลน์ BUGABOO.TV และติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวรายการต่าง ๆ ได้ทางช่อง 7HD ดูทีวีกด 35 สดออนไลน์ BUGABOO.TV และช่องทางออนไลน์ Ch7HD (Facebook, IG,X, YouTube) และ Ch7HD Entertainment (Facebook, IG) และเว็บไซต์ www.ch7.com  

ลุคนี้เต็มสิบไม่หัก นุ่น วรนุช ในชุดไทยราวหญิงงามในวรรณคดี

ลุคนี้เต็มสิบไม่หัก นุ่น วรนุช ในชุดไทยราวหญิงงามในวรรณคดี

ลุคนี้เต็มสิบไม่หัก นุ่น วรนุช ในชุดไทยราวหญิงงามในวรรณคดี

วันพุธ ที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2569, 14.52 น.

นุ่น วรนุช ปรากฏตัวในชุดไทยสุดสง่างาม ถ่ายภาพคู่ดอกบัว ออร่าความสวยละมุนจนแฟนๆ แห่ชื่นชม เปรียบเหมือนหญิงงามในวรรณคดี

25 มีนาคม 2569 ยังคงครองตำแหน่งไอคอนความงามเหนือกาลเวลาได้อย่างไม่มีใครโค่น สำหรับนางเอกมากฝีมือ “นุ่น วรนุช ภิรมย์ภักดี” ที่ไม่ว่าจะปรากฏตัวในลุคไหน ก็สามารถสะกดทุกสายตาได้อยู่หมัด

ล่าสุด สาวนุ่นทำเอาแฟนคลับและชาวเน็ตฮือฮาอีกครั้ง เมื่อปรากฏตัวในชุดไทยโบราณที่งดงามไร้ที่ติ ถ่ายทอดความเป็นหญิงไทยได้อย่างละเมียดละไม โดยมาในลุคผมมวยเกล้าเรียบร้อย เสริมความโดดเด่นด้วยเครื่องประดับทองสุดวิจิตร พร้อมสวมชุดไทยโทนสีชมพูอ่อน ตัดกับผ้าสไบสีทองหรูหรา ยิ่งขับให้ลุคโดยรวมดูแพงและสง่างามระดับพรีเมียม

ไฮไลต์สำคัญอยู่ที่ภาพถ่ายคู่กับดอกบัวที่ช่วยเติมเต็มความอ่อนหวานให้กับลุคนี้ได้อย่างลงตัว บรรยากาศโดยรวมชวนให้นึกถึงหญิงงามในวรรณคดีไทยจริงๆ

ขอบคุณภาพจาก : @nuneworanuch

เปิดตำนานบทใหม่ ‘Mister International Thailand 2026’

เปิดตำนานบทใหม่ 'Mister International Thailand 2026'

เปิดตำนานบทใหม่ ‘Mister International Thailand 2026’

วันพุธ ที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2569, 14.30 น.

ศึกแห่งศักดิ์ศรีกำลังจะเปิดฉากขึ้นอีกครั้ง สำหรับเวทีประกวดสุดยิ่งใหญ่มิสเตอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล           ไทยแลนด์ 2026 (Mister International Thailand 2026) ที่ปีนี้มาในคอนเซ็ปต์ทรงพลัง “The NEW Legendary” สะท้อนการก้าวสู่ตำนานบทใหม่ของเวที กับไฮไลท์ของการปะทะระหว่างตัวพ่อผู้ผ่านการประกวด MI Thailand ฟาดฟันกับผู้กล้าหน้าใหม่ใจถึง พร้อมสั่นสะเทือนวงการประกวดชายด้วยการจับมือพันธมิตรระดับประเทศ กับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และ ทีมบุรีรัมย์ ในฐานะ Co-Host City ปักหมุดแลนด์มาร์กกรุงเทพฯ-บุรีรัมย์ สู่สนามเฟ้นหาหนุ่มไทยที่มีศักยภาพ ผู้เป็นที่รัก เปี่ยมด้วยพลังและแรงบันดาลใจ เพื่อร่วมขับเคลื่อนการประกวดชายให้ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ

บริษัท แอคทีฟ ไลฟ์สไตล์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด หรือ ACTIFF ผู้ถือลิขสิทธิ์และจัดการประกวด Mister International Thailand จัดงานแถลงข่าวการประกวด Mister International Thailand 2026 อย่างเป็นทางการ นำโดย นายอานนท์ จันทราช ประธานกองประกวด, นายกิตติพงษ์ สัจจพลากร ผู้ร่วมถือลิขสิทธ์การประกวด พร้อม นายวรภพ สุขสุทธิ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท สุขสุทธิ์ เอนเตอร์เทนเมนท์ จำกัด ในนาม ทีมบุรีรัมย์ ให้การต้อนรับแขกผู้มีเกียรติและสื่อมวลชน ที่ตบเท้าเข้าร่วมงานกันอย่างคับคั่ง ณ 515 Victory Hall ชั้น 3 โรงแรม 515 Victory

นายอานนท์ จันทราช ประธานกองประกวด Mister International Thailand และกรรมการผู้จัดการ บริษัท แอคทีฟ ไลฟ์สไตล์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เปิดเผยว่า ในปี 2026 นี้ กองประกวดฯ ยังมุ่งรักษามาตรฐานการประกวดให้เข้มข้นยิ่งขึ้นในทุกมิติ ภายใต้คอนเซ็ปต์ ‘The NEW Legendary’ โดยมีไฮไลท์ของปีนี้นั่นคือ การกลับมาประกวดอีกครั้งของเหล่าตำนานผู้ที่เคยผ่านการประกวดฯ ในปี 2019 – 2025 ที่จะกลับมาทำการแข่งขันกับผู้กล้าหน้าใหม่ที่สมัครเข้ามาในปีนี้ ซึ่งเชื่อว่าจะเป็นความเข้มข้นที่สร้างกระแสให้กับวงการประกวดชายอย่างแน่นอน

“ในปีนี้ กองประกวดฯ ยังได้ผนึกกำลังครั้งสำคัญกับพันธมิตรทั้งภาครัฐและภาคเอกชนชั้นนำ นำโดย                การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และทีมบุรีรัมย์ ในฐานะ Co-Host City จัดกิจกรรมเก็บตัวในช่วงปลายเดือนกรกฎาคม เปิดประสบการณ์ให้ผู้เข้าประกวดและแฟนๆ ได้สัมผัสเสน่ห์และอัตลักษณ์ของภาคอีสานใต้ในประเทศไทยนับเป็นอีกก้าวสำคัญในการใช้เวทีประกวดเป็นกลไกขับเคลื่อนซอฟต์พาวเวอร์ (Soft Power) และร่วมขับเคลื่อนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยโดยเฉพาะในเมืองน่าเที่ยวให้เติบโตในระดับโลก” นายอานนท์ กล่าว

นางสาวศิรินุช สุทธิรัตน์ ผู้อำนวยการกองตลาดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ การท่องเที่ยวแห่ง ประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า ททท. มีความยินดีที่ได้ร่วมสนับสนุนเวที Mister International Thailand ซึ่งนับเป็นครั้งแรกที่ ททท. ให้การสนับสนุนเวทีการประกวดสุภาพบุรุษอย่างเต็มรูปแบบ เนื่องจากเล็งเห็นว่าผู้เข้าประกวดซึ่งเป็น     คนรุ่นใหม่ที่มีศักยภาพ สามารถทำหน้าที่ในการประชาสัมพันธ์ภาพลักษณ์ของประเทศไทยได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะการร่วมผลักดันนโยบายซอฟต์พาวเวอร์ (Soft Power) ผ่านกิจกรรมต่าง ๆ ของกองประกวด ที่จะถ่ายทอดเสน่ห์ของ แหล่งท่องเที่ยว อาหาร ศิลปวัฒนธรรม และวิถีชีวิตของประเทศไทยสู่สายตาชาวโลก ซึ่งจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ            และการท่องเที่ยวของประเทศในภาพรวม โดยเฉพาะอย่างยิ่งผลกระทบจากกรณีพิพาท ซึ่งส่งผลกระทบกับจังหวัดชายแดน   อีกทั้งยังสร้างการรับรู้ว่า จ.บุรีรัมย์ ซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ และมีความปลอดภัยในการเดินทาง

ด้าน นายวรภพ สุขสุทธิ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท สุขสุทธิ์ เอนเตอร์เทนเมนท์ จำกัด ในนาม ทีมบุรีรัมย์ กล่าวว่า ทีมบุรีรัมย์ มีโอกาสได้ร่วมสนับสนุนและเป็นเจ้าภาพในการต้อนรับผู้เข้าประกวดสำหรับการทำกิจกรรมเก็บตัวตลอดระยะเวลา 1 สัปดาห์ ในระหว่างวันที่ 29 กรกฎาคม – 3 สิงหาคม โดยทางทีมได้เตรียมโปรแกรมกิจกรรมที่น่าสนใจ เพื่อถ่ายทอดอัตลักษณ์ การท่องเที่ยว และวัฒนธรรม ที่โดดเด่นของจังหวัดบุรีรัมย์ไว้อย่างเต็มที่ เพื่อสร้างความประทับใจแก่ผู้เข้าประกวด และเชื่อมั่นว่าการจัดงานในครั้งนี้จะเป็นโอกาสสำคัญในการเผยแพร่เสน่ห์ของบุรีรัมย์ให้เป็นที่รู้จักใน     วงกว้างยิ่งขึ้น รวมถึงสามารถสร้างความสนุกและโมเมนต์ไวรัลให้กับผู้ติดตามการประกวด MI Thailand ในปีนี้อย่างแน่นอน

ทั้งนี้ การประกวด “Mister International Thailand 2026” ได้เริ่มเปิดรับสมัครอย่างเป็นทางการแล้ว โดยแบ่งเป็นส่วนผู้เคยผ่านการประกวด MI Thailand 2019 – 2025 ตั้งแต่วันนี้ – 15 เมษายนนี้ และในส่วนผู้กล้า Newcomers จะเปิดรับสมัครตั้งแต่วันที่ 1 – 15 พฤษภาคมนี้ โดยรวมเป็นผู้เข้าประกวด Finalist ของปีนี้ จำนวน 28 คนเท่านั้น

สำหรับ ผู้สนใจสามารถติดตามข่าวสารและกิจกรรมของการประกวดได้ที่แฟนเพจ Mister International Thailand และ IG : mithailandbyactiff หรือติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร 083 309 4114 / 062 639 9794