ก.ตร.แต่งตั้ง 60 นายพล อดีตหมอใหญ่ รพ.ตำรวจ ติดยศ พล.ต.อ.

ก.ตร.แต่งตั้ง 60 นายพล อดีตหมอใหญ่ รพ.ตำรวจ ติดยศ พล.ต.อ.

ก.ตร.แต่งตั้ง 60 นายพล อดีตหมอใหญ่ รพ.ตำรวจ ติดยศ พล.ต.อ.

วันพุธ ที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2569, 16.44 น.

25 มีนาคม 2569 ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.ท.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี มอบหมาย พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ครั้งที่ 3/2569 โดยมี รอง ผบ.ตร., จเรตำรวจแห่งชาติ (จตช.) และ ก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิ ร่วมประชุม

โดยที่ประชุมได้มีการพิจารณาคัดเลือกแต่งตั้งตำแหน่งที่ปรึกษาพิเศษสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จำนวน 2 ราย, ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จำนวน 13 ราย และผู้ทรงคุณวุฒิสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จำนวน 45 ราย รวม 60 ราย

ทั้งนี้ ได้เห็นชอบแต่งตั้งตำแหน่งระดับ ผู้ช่วย ผบ.ตร.และผู้บัญชาการ นอกวาระ พร้อมแต่งตั้งข้าราชการตำรวจตามคำวินิจฉัยคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรมข้าราชการตำรวจ (ก.พ.ค.ตร.) จำนวน 2 ราย คือ​ พล.ต.ต.หญิง ลักขณา ศักดิแพทย์ เป็นรองผู้บัญชาการสำนักงานตรวจสอบภายใน​ มีผลย้อนหลังตั้งแต่ 4 กุมภาพันธ์ 2561 ถึง 30 กันยายน 2568 และ พ.ต.อ.หญิง สายวริน ​ลาภไพบูลย์พงศ์ เป็นพยาบาล (สบ 6) ย้อนหลังตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2568 ซึ่งเป็นไปตามคำวินิจฉัยของ​ ก.พ.ค.ตร.ตามที่ทั้ง 2 ราย ได้ร้องขอความเป็นธรรมไว้

สำหรับตำแหน่งที่ปรึกษาพิเศษ ตร. ยศ พล.ต.อ. เป็นการพิจารณาเรียงลำดับอาวุโส ที่ประชุมเห็นชอบแต่งตั้ง พล.ต.ท.โสภณรัชต์ สิงหจารุ และ พล.ต.ท.สมประสงค์ เย็นท้วม ผู้ช่วย ผบ.ตร.

ทั้งนี้ พล.ต.ท.โสภณรัชต์ สิงหจารุ เป็นอดีตนายแพทย์ใหญ่โรงพยาบาลตำรวจ ซึ่งเป็น 1 ใน 2 คน ที่โดนแพทยสภาลงโทษพักใช้ใบอนุญาตประกอบอาชีพเวชกรรม 3 เดือน ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2568 – 31 ธันวาคม 2568 เนื่องจากให้ข้อมูลหรือเอกสารทางการแพทย์อันไม่ตรงกับความเป็นจริง กรณีการเข้าพักรักษาตัวของ นายทักษิณ ชินวัตร ที่ชั้น 14 โรงพยาบาลตำรวจ

หมอวรงค์สอนมวยรัฐ ตั้งสมมติฐานผิดปมวิกฤตน้ำมัน เลิกโทษ ปชช.ตื่นตระหนก

หมอวรงค์สอนมวยรัฐ ตั้งสมมติฐานผิดปมวิกฤตน้ำมัน เลิกโทษ ปชช.ตื่นตระหนก

หมอวรงค์สอนมวยรัฐ ตั้งสมมติฐานผิดปมวิกฤตน้ำมัน เลิกโทษ ปชช.ตื่นตระหนก

วันพุธ ที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2569, 15.58 น.

“หมอวรงค์”สอนมวย”รัฐบาล” ตั้งสมมติฐานผิดปม”วิกฤตน้ำมัน” ยันประชาชนไม่ได้ตื่นตระหนก ข้องใจน้ำมันหายไปไหน เชื่อเกิดการกักตุนครั้งใหญ่ เอาคนในวงน้ำมันมาบริหารทำความลับรั่ว

25 มีนาคม 2569 ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มี นายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 2 ทำหน้าที่ประธานการประชุม พิจารณาญัตติด่วน ที่ 6 พรรคการเมืองเสนอเพื่อให้พิจารณาถึงปัญหาของวิกฤตพลังงาน และผลกระทบต่อประชาชน

โดย นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยภักดี อภิปรายว่า สิ่งใดที่รัฐบาลทำดีตนก็ชื่นชม อย่างการประสานงานกับอิหร่าน เพื่อให้เรือบางจาก ซึ่งเป็นเรือบรรทุกน้ำมันขนาดใหญ่ผ่านช่องแคบฮอร์มุซมาได้ เราขอชื่นชมและให้กำลังใจ เพราะรัฐบาลทำได้ดี ต้องขอขอบคุณทางรัฐบาลอิหร่านและโอมานที่เป็นมิตรภาพที่ดีกับประเทศไทย แต่สิ่งที่รัฐบาลตั้งสมมติฐานไม่ถูกต้อง ตนก็ต้องเตือน วันนี้รัฐบาลตั้งโจทย์ว่าน้ำมันเพียงพอ แต่ท่านมองว่าประชาชนตื่นตระหนก มันจึงทำให้น้ำมันขาด

“ท่านมองว่าประชาชนตื่นตระหนก โดยที่ท่านยกตัวว่าขณะนี้ ในภาวะปกติประชาชนบริโภคน้ำมันดีเซล 67 ล้านลิตรต่อวัน ขณะที่โรงกลั่นสามารถได้ผลิตได้ 76 ล้านลิตร ซึ่งในช่วงประชาชนตื่นตระหนก จะบริโภคน้ำมันถึงวันละ 80 ล้านลิตร ส่วนต่าง 4 ล้านลิตร ทำให้มันขาดแคน ผมถามประธานว่ารัฐบาลเอาตัวเลขนี้มาชี้แจง ไม่ตรวจสอบบ้างหรือว่ามันผิด เพราะไม่มีคนของรัฐบาลไปตรวจสอบกับพื้นที่ปลายทาง คือตามปั๊มต่างๆ ถ้าลงไปตรวจสอบในพื้นที่ปลายทาง จะรับรู้เลยว่าน้ำมันไปไม่ถึงปลายทาง ผมตรวจสอบ 10 กว่าปั๊ม ทั้งกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด เชื่อหรือไม่ว่าบางปั๊มเคยรับน้ำมันประมาณ 24,000 ลิตร แต่ได้มาประมาณ 1,000 ลิตร อย่าง จ.สมุทรสงคราม มีรถต่อคิวเยอะมาก เขานอนรอ 4 วัน ได้น้ำมันแค่ 15,000 ลิตร ดังนั้น สมมุติฐานที่รัฐบาลบอกประชาชนว่าวันนี้น้ำมันเพียงพอ แต่ประชาชนตื่นตระหนก คำถามที่ต้องถามคือทำไมประชาชนถึงตื่นตระหนก แล้วใช้น้ำมัน 80 กว่าล้านลิตรต่อเนื่อง รวมครึ่งเดือนมันเป็นไปไม่ได้” นพ.วรงค์ กล่าว

นพ.วรงค์ กล่าวต่อว่า ดังนั้น ถือว่าไม่ถูกต้อง ท่านตั้งสมมติฐานผิด นำมาสู่การแก้ไขปัญหาที่ผิด ขอให้ท่านยอมรับอย่างหนึ่งว่ามีการกักตุนเกิดขึ้น ปัญหาอยู่ที่ว่าการกักตุนหรือน้ำมันที่หายไปมันอยู่ตรงไหน ตนกำลังสงสัยว่าอยู่ที่คลังขนาดใหญ่ ตามมาตรา 7 รัฐบาลถูกหลอกจากผู้ให้บริการรายใหญ่ ไม่ต้องมาสำรองน้ำมันราคาแพง เพราะมันมีแต่มีการกักตุนเกิดขึ้น เมื่อรถบรรทุกน้ำมันไม่มีน้ำมัน ต่อให้วิ่งได้ 24 ชั่วโมงตลอดทั้งวันทั้งคืนก็แก้ไขไม่ได้

“ผมท้าเลยว่าเป็นไปไม่ได้ สิ่งที่ผมอยากจะบอกคือเหตุผลที่ทำให้เกิดการกักตุนเกิดขึ้น ผมเชื่อว่ามีอยู่ 2 เหตุผล ได้แก่ การที่รัฐบาลประกาศปรับราคาน้ำมันแล้ว ผมเชื่อว่าราคาพวกนี้ไม่เป็นความลับ เนื่องจากท่านเอาพวกที่เกี่ยวข้องกับการค้าน้ำมันมาดูแล มันจึงนำไปสู่การกักตุน ผมย้ำอย่างนี้เลยว่าหัวใจสำคัญคือท่านเอาคนที่ใกล้ชิดกับวงการน้ำมันมาบริหารระบบนี้ เรื่องนี้มันต้องเป็นความลับในการประกาศราคาน้ำมัน ถ้าไม่เป็นความลับจะทำให้เกิดการกักตุนเกิดขึ้นในรอบต่อไป” นพ.วรงค์ กล่าว

มีรัฐบาลไว้ทำไร! ปชป.ฉะเดือด ไร้เงานายกฯ-รมต.ตอบสภาฯปมวิกฤตน้ำมัน

มีรัฐบาลไว้ทำไร! ปชป.ฉะเดือด ไร้เงานายกฯ-รมต.ตอบสภาฯปมวิกฤตน้ำมัน

มีรัฐบาลไว้ทำไร! ปชป.ฉะเดือด ไร้เงานายกฯ-รมต.ตอบสภาฯปมวิกฤตน้ำมัน

วันพุธ ที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2569, 15.55 น.

25 มีนาคม 2569 นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า “สภาอภิปรายปัญหาน้ำมันมาครึ่งวัน ไม่มีนายกฯ ไม่มีรัฐมนตรีมาสนใจตอบชี้แจงเลย #มีรัฐบาลไว้ทำไร”

ขณะที่ นายชัยชนะ เดชเดโช สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า “นั่งรอมาตั้งแต่เช้า ไม่มีใครสักคนที่คิดจะมาตอบที่คำถามที่ประชาชน ฝากถามเรื่องน้ำมันมาครับ”

จูรี บี้รัฐบาลตามหา โควตาน้ำมัน ที่หายไปจากปั๊ม แซะวลีนายกฯ รวยไม่ไหว คงแค่กับนายทุน

จูรี บี้รัฐบาลตามหา โควตาน้ำมัน ที่หายไปจากปั๊ม แซะวลีนายกฯ รวยไม่ไหว คงแค่กับนายทุน

จูรี บี้รัฐบาลตามหา โควตาน้ำมัน ที่หายไปจากปั๊ม แซะวลีนายกฯ รวยไม่ไหว คงแค่กับนายทุน

วันพุธ ที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2569, 15.49 น.

นายทุนรวยหรือเปล่า?! จูรี ยกวลี ‘ประชาชน พอแล้วๆ รวยไม่ไหวแล้ว’ ตอก ’อนุทิน‘ กำลังเกิดขึ้นจริง อัดสื่อสารสวนทางชาวบ้าน เหมือนอยู่กันคนละภพภูมิ บี้ตามหา ‘โควตาน้ำมัน’ ที่หายไปจากปั๊ม ฟื้นลมหายใจ ’ชาวหาดใหญ่-ภาคใต้‘ ก่อนเข้าสู่ช่วงสงกรานต์ หวั่นลามกระทบท่องเที่ยวซ้ำดาบสอง

เมื่อวันที่ 25 มี.ค.2569 ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 2 ทำหน้าที่ประธานการประชุม พิจารณาญัตติด่วนด้วยวาจาถึงแนวทางรับมือวิกฤตตะวันออกกลางที่ส่งผลกระทบต่อประเทศไทย จำนวน 6 ญัตติ จาก 6 พรรคการเมือง โดยนายจูรี นุ่มแก้ว สส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายว่า ปัญหาที่เผชิญอยู่ตอนนี้รัฐบาลควรจะสื่อสารอย่างจริงจังตรงไปตรง ไม่ควรปล่อยให้ชาวบ้านมีความทุกข์ และกังวล และจินตนาการในการใช้น้ำมันในวันข้างหน้าไม่ได้ ขณะที่ชาวบ้านเอารถไปตากแดดรอน้ำมัน รัฐบาล นายกรัฐมนตรี กลับสื่อสารว่าน้ำมันเราไม่ขาดแคลนเพียงพอสถานการณ์อยู่ในภาวะปกติ ทำให้ความของชาวบ้าน รู้สึกเหมือนการสื่อสารรัฐบาลเหมือนอยู่กันคนละโลก คนละภพภูมิกัน ทำให้เกิดถึงปัญหาในปัจจุบัน 

“อยากให้นายกฯเดินทางไปหาดใหญ่ สักวัน เริ่มตั้งแต่นั่งเครื่องบิน จะเจอปัญหาแรก คือตั๋วเครื่องบินแพงมาก เมื่อท่านลงเครื่องบิน ท่านมุ่งหน้าไปทางไหนของสงขลาก็จะเจอปัญหาทันทีไม่ว่าปั๊มไหนจะมี 3 ลักษณะด้วยกัน 1.จะมีรถจอดเต็มเป็นกิโลเพื่อรอคิวเติมน้ำมัน 2.ไม่มีรถจอดเลยในปั๊มโล่งสบาย แต่เมื่อขับเข้าไปจะเจอป้ายติดว่าน้ำมันดีเซลหมด 3.จะเขียนว่าหยุดให้บริการชั่วคราว นี่คือปัญหาที่เกิดขึ้น” นายจูรี กล่าว

นายจูรี กล่าวต่อว่า ตนถามไปทุกปั๊มปัญหาเดียวกันคือโควตาเคยได้อยู่ 10,000 ลิตรแต่คลังน้ำมันส่งให้ 5,000 ลิตร บ้าง 3,000 ลิตรบ้าง เกิดปัญหาแล้วยังไม่ได้คำตอบ น้ำมันโควตาที่เหลือหายไปไหน ใครเอาไปไหน ตอนนี้ปัญหาหนักมากกระทบทุกอาชีพ เพื่อนตนขับรถบรรทุกกุ้ง มีลูกค้ามาจ้างให้เงินหลายหมื่น หรือเงินแสน มากองอยู่ตรงหน้าก็ไม่สามารถจะทำอาชีพนี้ได้ เพราะไม่มีน้ำมัน ปัญหาที่เกิดขึ้น ทำให้บางครอบครัวขาดรายได้

“สิ่งที่กระทบหนักในพื้นที่ของผมล่าสุด สถาน กงสุลมาเลเซียประกาศเตือนนักท่องเที่ยวเข้าพื้นที่หาดใหญ่ ทำยกเลิกกันเป็นขบวน ที่ผ่านมาทุกท่านทราบดี ปลายปี 68 น้ำตาชาวหาดใหญ่ยังไม่เคยเหือดแห้ง ทุกวันนี้ผู้ว่าฯสั่งขีดเส้นว่า 31 มี.ค. จะได้เงินเยียวยาค่าซ่อมแซมบ้าน แล้วนี่มาโดนวิกฤตน้ำมันซ้ำสองทำให้นักท่องเที่ยวหายไป ถ้าเรื่องนี้ไม่แก้จะบานปลายไปถึงการท่องเที่ยวในช่วงสงกรานต์ ที่จะถึงนี้ที่กำลังจะเป็นลมหายใจที่จะต่อให้พี่น้องชาวหาดใหญ่ แต่มันกำลังจะทำให้พี่น้องชาวหาดใหญ่กำลังจะสิ้นลมอีกแล้ว ผมขอเรียกร้องไปถึงรัฐบาลให้ไปตามหาน้ำมันที่หายไปจากโควตาแต่ละปั๊ม ควรหามาตรการสำรองเพิ่มเติม ในพื้นที่การท่องเที่ยวพื้นที่เศรษฐกิจหาดใหญ่ และพื้นที่ท่องเที่ยวอีกหลายที่ในพื้นที่ภาคใต้ เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาถึงในช่วงสงกรานต์นี้ อย่าทำให้ผมและพี่น้องประชาชนรู้สึกเลยว่า สิ่งที่นายกฯเคยพูดไว้บนเวทีปราศรัยหาเสียงว่า พี่น้องประชาชนจะร้องว่าพอแล้ว พอแล้ว รวยไม่ไหวแล้ว ผมคิดว่าเรื่องนี้กำลังจะเกิดขึ้นจริง แต่คนที่รวยอาจจะไม่ใช่พี่น้องประชาชน แต่อาจจะเป็นนายทุนหรือไม่” นายจูรี กล่าว

‘องค์การค้า ของ สกสค.’ ลงนามสัญญาผู้ชนะ 5 ราย จัดพิมพ์หนังสือแบบเรียน’69

‘องค์การค้า ของ สกสค.’ ลงนามสัญญาผู้ชนะ 5 ราย จัดพิมพ์หนังสือแบบเรียน’69

‘องค์การค้า ของ สกสค.’ ลงนามสัญญาผู้ชนะ 5 ราย จัดพิมพ์หนังสือแบบเรียน’69

วันพฤหัสบดี ที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

องค์การค้า ของ สกสค. เดินหน้าโครงการจัดจ้างพิมพ์หนังสือแบบเรียน ประจำปีการศึกษา 2569 โดยได้ประกาศผลผู้ชนะการเสนอราคา และได้เชิญผู้ชนะการเสนอราคาทั้ง 5 ราย ได้แก่ 1.ห้างหุ้นส่วนจำกัด ฟิสิกส์เซ็นเตอร์ 2.บริษัท รุ่งศิลป์การพิมพ์ (1977) จำกัด 3.บริษัท วรรณชาติ เพรส จำกัด 4.บริษัท สยามเพลส จำกัด และ 5.บริษัท อุดมศึกษา จำกัด เข้าร่วมลงนามในสัญญา เพื่อเริ่มดำเนินการผลิตหนังสือแบบเรียนตามแผนงานที่กำหนด

ดร.ดิศกุล เกษมสวัสดิ์  รองเลขาธิการคณะกรรมการ สกสค. เป็นประธานในการลงนามข้อตกลงคุณธรรม (Integrity Pact) ร่วมกันระหว่างผู้ชนะการเสนอราคา ผู้สังเกตการณ์ และองค์การค้าของ สกสค. เพื่อให้การดำเนินโครงการเป็นไปอย่างโปร่งใสและตรวจสอบได้ ขณะเดียวกัน น.ส.ชนนิกานต์ สืบชนะ รองเลขาธิการคณะกรรมการ สกสค. ทำหน้าที่ประธานคณะกรรมการร่างขอบเขตของงาน (TOR) และประธานคณะกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ของโครงการ เพื่อกำกับและติดตามการดำเนินงานให้เป็นไปตามระเบียบ กฎหมาย และหลักธรรมาภิบาล โดยผลการประกวดราคาพบว่า โครงการนี้สามารถ ประหยัดงบประมาณได้รวมทั้งสิ้น 255,637,700 บาท หรือคิดเป็นร้อยละ 25.31 ของงบประมาณโครงการ

นอกจากนี้ในวันเดียวกัน ยังได้มีการประชุมบริหารสัญญา โดยมี ดร.สุชาติ กลัดสุข รองเลขาธิการคณะกรรมการ สกสค. เป็นประธานคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ กำกับและติดตามกระบวนการผลิตอย่างใกล้ชิด พร้อมขอความร่วมมือให้ผู้รับจ้างทั้ง 5 ราย ดำเนินการจัดพิมพ์ให้แล้วเสร็จ และสามารถส่งมอบหนังสือแบบเรียนแก่สถานศึกษาทั่วประเทศตามกำหนดการ ก่อนเปิดภาคเรียนปีการศึกษา 2569 โดยไม่ส่งผลกระทบต่อการเรียนการสอน สร้างความมั่นใจ ลดความกังวลของตัวแทนจำหน่าย และสถานศึกษาว่าการจัดพิมพ์หนังสือแบบเรียนจะแล้วเสร็จทันตามกำหนดเวลา โดยได้รับเกียรติจากผู้สังเกตการณ์ภายใต้ข้อตกลงคุณธรรมทั้ง 3 ท่าน และวาสนา สุทธิเดชัย คณะกรรมการส่งเสริมโครงการข้อตกลงคุณธรรม เข้าร่วมเป็นสักขีพยาน

โดย ดร.มานะ นิมิตมงคล ประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) กล่าวว่า การดำเนินโครงการว่าการปรับกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างของ สกสค. ในครั้งนี้ ได้นำ “ข้อตกลงคุณธรรม” มาใช้ เปิดให้ผู้สังเกตการณ์จากองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) เข้าร่วมสังเกตการณ์ในทุกขั้นตอน ตั้งแต่จัดทำ TOR กำหนดราคากลางไปจนถึงประกวดราคา และแบบ (e-bidding) และกำหนดให้ผู้เสนอราคาสามารถยื่นข้อเสนอได้ในทุกรายการ ส่งผลให้เกิดการแข่งขันอย่างเปิดกว้าง ทำให้สามารถจัดซื้อได้ในราคาที่เป็นธรรม ได้ราคาต่ำกว่าราคากลาง และประหยัดงบประมาณ

​พลิกโฉมอุตฯอวกาศ ปักหมุดพัฒนา ‘ท่าอวกาศยาน – กลุ่มดาวเทียม’ ภายในประเทศ

​พลิกโฉมอุตฯอวกาศ ปักหมุดพัฒนา ‘ท่าอวกาศยาน – กลุ่มดาวเทียม’ ภายในประเทศ

​พลิกโฉมอุตฯอวกาศ ปักหมุดพัฒนา ‘ท่าอวกาศยาน – กลุ่มดาวเทียม’ ภายในประเทศ

วันพฤหัสบดี ที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ GISTDA เดินหน้าพลิกโฉมอุตสาหกรรมอวกาศไทย ร่วมจัดงานประชุม “JAPAN THAILAND SPACE INDUSTRY FORUM” ดึงเครือข่ายภาครัฐและเอกชนญี่ปุ่นร่วมขับเคลื่อนยุทธศาสตร์อวกาศเชิงพาณิชย์ ปักหมุดพัฒนา “ท่าอวกาศยาน (Spaceport)” และ “กลุ่มดาวเทียม (Satellite Constellation)” ภายในประเทศ

ดร.ปกรณ์ อาภาพันธุ์ ผู้อำนวยการ GISTDA กล่าวว่า การจัดงานครั้งนี้เป็นการต่อยอดความสำเร็จจากการหารือระดับยุทธศาสตร์กับเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทยเมื่อช่วงปลายปีที่ผ่านมา โดยมีเป้าหมายหลักในการยกระดับความร่วมมือการพัฒนากลุ่มดาวเทียมสำรวจโลกของประเทศไทย เพื่อเสริมขีดความสามารถทางการแข่งขันของไทยในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ทั้งด้านเกษตรอัจฉริยะ การคมนาคมทางทะเล และการบริหารจัดการภัยพิบัติ ซึ่งถือเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญในการพุ่งทะยานสู่การเปลี่ยนผ่านทางดิจิทัล อย่างเต็มรูปแบบ และความร่วมมือครั้งนี้สำคัญว่า “กิจกรรมที่เกิดขึ้นนี้เป็นหมุดหมายสำคัญที่พิสูจน์ว่า ประเทศไทยไม่ได้เป็นเพียงผู้ใช้งานเทคโนโลยีอวกาศอีกต่อไป แต่เรากำลังก้าวขึ้นมาเป็นผู้เล่นสำคัญในห่วงโซ่อุปทานอวกาศระดับโลก ร่วมกับพันธมิตรที่แข็งแกร่งอย่างประเทศญี่ปุ่น”

โดยกิจกรรมดังกล่าวจะนำไปสู่กรอบบันทึกความร่วมมือ (Memorandum of Cooperation: MOC) ระหว่าง กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (MHESI) ประเทศไทย โดย GISTDA และ กระทรวงเศรษฐกิจการค้าและอุตสาหกรรม (METI) ประเทศญี่ปุ่น รวมถึงภาคอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง ทั้งสองฝ่ายคาดหวังว่าจะสามารถสรุปและลงนามบันทึกความร่วมมือดังกล่าวได้ในเร็วๆนี้

“การยกระดับความร่วมมือในครั้งนี้จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจอุตสาหกรรมใหม่ (New S-Curve) ด้วยการดึงดูดเม็ดเงินลงทุนเข้าสู่พื้นที่ EEC ผ่านการพัฒนาท่าอวกาศยาน ควบคู่ไปกับการนำเทคโนโลยีดาวเทียมมาพลิกโฉมภาคการเกษตร การขนส่ง และการจัดการภัยพิบัติ เพื่อสร้างความมั่นคงทางดิจิทัล ซึ่งจะนำไปสู่การจ้างงานทักษะสูงจากการถ่ายทอดองค์ความรู้ และพลิกบทบาทของประเทศไทยจากเพียง “ผู้ใช้งาน” ให้ก้าวขึ้นเป็น “ผู้สร้าง” และเป็นผู้เล่นสำคัญในห่วงโซ่อุปทานอุตสาหกรรมอวกาศระดับโลกอย่างเต็มภาคภูมิ“ ผอ. GISTDA กล่าว

สวก.ส่องเกษตรต้นแบบ! ชู ‘นวัตกรรม-ภูมิปัญญา’ กุญแจสำคัญขับเคลื่อนเกษตรไทย

สวก.ส่องเกษตรต้นแบบ! ชู 'นวัตกรรม-ภูมิปัญญา' กุญแจสำคัญขับเคลื่อนเกษตรไทย

สวก.ส่องเกษตรต้นแบบ! ชู ‘นวัตกรรม-ภูมิปัญญา’ กุญแจสำคัญขับเคลื่อนเกษตรไทย

วันอังคาร ที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2569, 18.05 น.

สวก. ปั้นผู้นำ วกส. 7 ลงพื้นที่ศึกษาดูงานธุรกิจเกษตรต้นแบบ-โครงการพระราชดำริ ชู ‘นวัตกรรม-ภูมิปัญญา’ กุญแจสำคัญขับเคลื่อนเกษตรไทยยั่งยืน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) หรือ สวก. (ARDA) เดินหน้าขับเคลื่อนหลักสูตรวิทยาการเกษตรระดับสูง (วกส.) รุ่นที่ 7 จัดกิจกรรมศึกษาดูงานและสร้างสายสัมพันธ์ ครั้งที่ 3 ระหว่างวันที่ 20-22 มีนาคม 2569 เพื่อเปิดวิสัยทัศน์การบริหารจัดการธุรกิจเกษตรสมัยใหม่และการพัฒนาอย่างยั่งยืน

การศึกษาดูงานเริ่มต้นที่จังหวัดสมุทรสาคร โดยคณะผู้เข้าอบรมนำโดย นายชวลิต ชูขจร ประธานกรรมการ ARDA และ ดร.ศิริกร วิวรวงษ์ รองผู้อำนวยการ ARDA ได้เข้าเยี่ยมชม บริษัทอุตสาหกรรมทวีวงษ์ จำกัด โดยมีผู้บริหารร่วมถ่ายทอดประสบการณ์การบริหารจัดการระบบการผลิตที่ทันสมัย ตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ โดยเฉพาะการนำผลงานวิจัยและนวัตกรรมมาต่อยอดสู่ผลิตภัณฑ์เชิงพาณิชย์ เช่น น้ำกะทิและปูอัด ซึ่งถือเป็นโมเดลสำคัญในการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับวัตถุดิบทางการเกษตรของไทย

ในวันที่ 21 มีนาคม คณะได้ร่วมกิจกรรมพัฒนาศักยภาพ ณ โรงแรม ณ ทรีธารา ริเวอร์ไซด์ รีสอร์ท จ.สมุทรสงคราม โดยมีการชี้แจงแนวทางการทำงานกลุ่มเพื่อสร้างเครือข่ายผู้นำที่เข้มแข็ง พร้อมรับฟังการบรรยายพิเศษเรื่อง “การเขียนข้อเสนอโครงการวิจัยเชิงนโยบาย” โดย ดร.ประวีณา อินทร์ยิ้ม ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาบุคลากรวิจัย เพื่อมุ่งเน้นให้ผู้บริหารสามารถคิดเชิงกลยุทธ์และผลักดันนโยบายเกษตรที่จับต้องได้จริง

ปิดท้ายภารกิจในวันที่ 22 มีนาคม คณะ วกส. 7 ได้ลงพื้นที่ โครงการอัมพวาชัยพัฒนานุรักษ์ เพื่อเรียนรู้แนวคิดการพัฒนาเกษตรอย่างยั่งยืนตามแนวพระราชดำริ โดยร่วมชมกระบวนการผลิตน้ำตาลมะพร้าวแบบดั้งเดิม ซึ่งเป็นต้นแบบของการรักษาภูมิปัญญาท้องถิ่นให้คงอยู่ควบคู่กับการสร้างรายได้ทางเศรษฐกิจในยุคดิจิทัล

กิจกรรมตลอด 3 วันนี้ ไม่เพียงแต่เป็นการเพิ่มพูนองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีเกษตร แต่ยังเป็นเวทีสำคัญในการเชื่อมโยงเครือข่ายผู้บริหารจากหลากหลายองค์กร เพื่อร่วมกันเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการปฏิรูปภาคการเกษตรของประเทศไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืนและมีขีดความสามารถในการแข่งขันในระดับโลกต่อไป

////-026

คณะแพทยศาสตร์ศรีสวางควัฒน ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ จัดประชุมวิชาการระหว่างประเทศ Geant4-DNA International Tutorial เป็นครั้งแรกในประเทศไทย

คณะแพทยศาสตร์ศรีสวางควัฒน ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ จัดประชุมวิชาการระหว่างประเทศ Geant4-DNA International Tutorial เป็นครั้งแรกในประเทศไทย

คณะแพทยศาสตร์ศรีสวางควัฒน ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ จัดประชุมวิชาการระหว่างประเทศ Geant4-DNA International Tutorial เป็นครั้งแรกในประเทศไทย

วันพุธ ที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2569, 16.44 น.

คณะแพทยศาสตร์ศรีสวางควัฒน ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เป็นเจ้าภาพจัดการฝึกอบรม Geant4-DNA Tutorial โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มพูนความรู้และทักษะด้านการจำลองมอนติคาร์โลในงานฟิสิกส์การแพทย์ ตลอดจนเพื่อสร้างเครือข่ายความร่วมมือสำหรับอาจารย์ นักวิจัย นักศึกษา และผู้สนใจทั่วไป โดยมี ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เธียรสิน เลี่ยมสุวรรณ ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายบัณฑิตศึกษาและประธานหลักสูตรดุษฎีบัณฑิต สาขาฟิสิกส์การแพทย์และวิศวกรรมการแพทย์ (หลักสูตรนานาชาติ) คณะแพทยศาสตร์ศรีสวางควัฒน เปิดโครงการฯ พร้อมด้วยวิทยาการที่มีความเชี่ยวชาญระดับนานาชาติ ประกอบด้วย

  • Asst. Prof. Konstantinos Chatzipapas, TU Delft, The Netherlands
  • Dr. Sebastien Incerti, CNRS, France
  • Dr. Le Tuan Anh, Hanoi U., Vietnam
  • Dr. Dousatsu Sakata, AIST, Japan และ
  • Dr. Ngoc Hoang Tran, CNRS, France

เมื่อวันที่ 18 – 20 มีนาคม 2569 ณ อาคารวิทยาลัยแพทยศาสตร์ศรีสวางควัฒน ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร  

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เธียรสิน เลี่ยมสุวรรณ กล่าวว่า “Geant4-DNA เป็นส่วนขยายของโปรแกรมจำลองแบบ General purpose particle-matter Monte Carlo simulation toolkit ใช้จำลองการเกิดอันตรกิริยาของรังสีในระดับดีเอ็นเอ ทั้งนี้ การพัฒนา Geant4-DNA มีมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี พ.ศ. 2551 ภายใต้ความร่วมมือของเครือข่ายนานาชาติ เช่น European Space Agency (ESA) National Institute of Nuclear and Particle Physics of the National Centre for Scientific Research (CNRS) ประเทศฝรั่งเศส และ Osaka University เป็นต้น โดย ในปี  พ.ศ. 2569 กลุ่มความร่วมมือ Geant-DNA มีความสนใจที่จะจัดฝึกอบรมการใช้งานโปรแกรมจำลอง Geant4-DNA สำหรับผู้ใช้งานใหม่ในประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ที่สนใจได้ศึกษาทำความเข้าใจหลักการใช้งานเพื่อนำไปใช้ในงานวิจัยของตน รวมทั้งเพื่อเป็นพื้นที่ให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้านการวิจัยที่เกี่ยวข้อง”

ในการนี้ กลุ่มวิจัยด้านฟิสิกส์การแพทย์ของคณะแพทยศาสตร์ศรีสวางควัฒน ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ มีการศึกษาวิจัยและใช้งานโปรแกรมจำลองมอนติคาร์โลมาโดยตลอด จึงได้รับความไว้วางใจเป็นเจ้าภาพในการจัดการฝึกอบรม Geant4-DNA Tutorial ซึ่งเคยจัดมาแล้วมากกว่า 15 ครั้ง ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2553 ในประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก นับว่าเป็นโอกาสอันดีที่คณะแพทยศาสตร์ศรีสวางควัฒน ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพจัดประชุมวิชาการระหว่างประเทศ เพื่ออบรม Geant4-DNA Tutorial เป็นครั้งแรกในประเทศไทย เป็นการบริการวิชาการด้านฟิสิกส์การแพทย์ให้แก่อาจารย์ นักวิจัย นักศึกษา และผู้สนใจทั่วไป ด้านการใช้งานโปรแกรมจำลอง รวมทั้งเป็นพื้นที่ให้เกิดการพัฒนาความร่วมมือด้านการวิจัยกับกลุ่ม Geant4-DNA และกลุ่มวิจัยอื่น ๆ ที่เข้าร่วมกิจกรรม อีกทั้งยังเป็นการเสริมสร้างเครือข่ายพันธมิตรกับองค์กรระดับโลก ตลอดจนเพิ่มโอกาสในการนำองค์ความรู้ไปใช้ในการวางแผนระบบสาธารณสุขของประเทศไทยต่อไป

เผยโฉม 77 ชุดประจำจังหวัดลุ้นที่สุด ‘ชุดประจำชาติ’ มิสแกรนด์ ไทยแลนด์ 2026

เผยโฉม 77 ชุดประจำจังหวัดลุ้นที่สุด ‘ชุดประจำชาติ’ มิสแกรนด์ ไทยแลนด์ 2026

เผยโฉม 77 ชุดประจำจังหวัดลุ้นที่สุด ‘ชุดประจำชาติ’ มิสแกรนด์ ไทยแลนด์ 2026

วันพุธ ที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2569, 14.14 น.

We Are GRAND The1 and Only!! เวทีเดียวที่ให้โอกาสดีไซเนอร์หัวใจไทย ได้โชว์ศักยภาพในการสร้างสรรค์ชุดประจำจังหวัด เพื่อร่วมชิงชัยได้เป็นที่สุดแห่ง “ชุดประจำชาติยอดเยี่ยม (Best National Costume)” บนเวทีการประกวด “มิสแกรนด์ ไทยแลนด์ 2026 : Grand Evolution”  ลุ้นพร้อมกันวันที่ 28 มีนาคม 2569 เวลา 19.00 น. ถ่ายทอดสดทาง YouTube Chanel : Grand TV

มิสแกรนด์ ไทยแลนด์ 2026 เปิดเวทีให้สาวงามทั้ง 77 จังหวัด ได้อวดโฉมความงดงามอลังการของชุดประจำจังหวัด  ซึ่ง PD หรือ ผู้อำนวยการกองประกวดประจำจังหวัด ต่างทุ่มงบจัดเต็ม เพราะนี่คือศักดิ์ศรีของจังหวัดที่ตัวเองถือลิขสิทธิ์ โดยมีทีมงานนับร้อยชีวิตเนรมิตผู้เข้าประกวด ช่วยแต่งองค์ทรงเครื่องชุดที่สร้างสรรค์จากแนวคิดและแรงบันดาลใจแบบจัดเต็ม  ไม่ว่าจะเป็นชุดแห่งความเชื่อ ชุดแห่งศรัทธา ชุดอาหารก็มี ชุดสัตว์เลี้ยง ชุดสัตว์โลก  ผลไม้ชื่อดัง  ชุดใหญ่ยักษ์อลังการลากกันไปโปรยยิ้มกันไปอย่างสนุกสนาน 

มิสแกรนด์ชลบุรี

มิสแกรนด์ชุมพร

มิสแกรนด์นราธิวาส

ชุดประจำจังหวัดของดีไซน์เนอร์ สาวงามคนใดจะได้ครองตำแหน่ง “ชุดประจำชาติยอดเยี่ยม” รวมถึงโอกาสได้สวมใส่บนเวทีการประกวด มิสแกรนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล 2026 ที่ ประเทศอินเดีย ลุ้นพร้อมกันวันที่ 28 มีนาคม 2569 เวลา 19.00 น. ถ่ายทอดสดทาง YouTube Chanel : Grand TV

มิสแกรนด์พิษณุโลก

มิสแกรนด์เพชรบุรี

มิสแกรนด์ภูเก็ต

มิสแกรนด์สมุทรสงคราม

สำหรับผู้ชนะเลิศ “ชุดประจำชาติยอดเยี่ยม” จะได้รับเงินรางวัล 100,000บาท พร้อมโทรฟี่เกียรติยศ รองชนะเลิศ 4 รางวัล รางวัลละ 30,000 บาท  สนับสนุนรางวัลโดย HYA BOOSTER SERUM & VIT C BIO FACE SERUM

สมุทรปราการ เมืองผ่านที่นักเดินทางควรหยุดฟัง ก่อนออกสู่เส้นทาง Eat the East

สมุทรปราการ เมืองผ่านที่นักเดินทางควรหยุดฟัง ก่อนออกสู่เส้นทาง Eat the East

สมุทรปราการ เมืองผ่านที่นักเดินทางควรหยุดฟัง ก่อนออกสู่เส้นทาง Eat the East

วันพุธ ที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2569, 13.10 น.

            เช้าวันหยุดในบางกระเจ้า นักปั่นจักรยานค่อย ๆ เคลื่อนผ่านสะพานไม้เล็ก ๆ ที่ตัดผ่านสวนผลไม้และคลองสายเล็ก เสียงลมพัดผ่านใบไม้และกลิ่นดินหลังฝนตกทำให้บรรยากาศเงียบสงบจนยากจะเชื่อว่าพื้นที่สีเขียวแห่งนี้อยู่ห่างจากใจกลางกรุงเทพฯ เพียงไม่กี่กิโลเมตร

            สำหรับนักเดินทางจำนวนมาก สมุทรปราการอาจเป็นเพียง “เมืองผ่าน” จุดเริ่มต้นของถนนที่มุ่งสู่ภาคตะวันออก เมืองของท่าเรือ อุตสาหกรรม และโครงสร้างพื้นฐานที่รองรับการเติบโตของมหานคร แต่หากมองผ่านมุมของการเดินทางที่ช้าลง เมืองแห่งนี้กลับเป็นพื้นที่ที่ช่วยให้ผู้เดินทางได้ ปรับจังหวะของตัวเอง ก่อนการเดินทางจริงจะเริ่มต้น

            แนวคิดนี้กลายเป็นจุดตั้งต้นของแคมเปญ “Eat the East” ที่เคทีซี หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และเครือข่าย Thailand Gastronomy Network (TGN) นำเสนอเส้นทางการเดินทางผ่านรสชาติอาหารของภาคตะวันออก โดยเริ่มต้นจากจังหวัดสมุทรปราการ เมืองประตูที่เชื่อมกรุงเทพฯ กับชายฝั่งทะเลตะวันออก

เมืองปากแม่น้ำที่เชื่อมผู้คน การค้า และอาหาร

            ภูมิศาสตร์บริเวณปากแม่น้ำเจ้าพระยาทำให้สมุทรปราการเป็นจุดเชื่อมสำคัญระหว่างกรุงเทพฯ กับจังหวัดชายฝั่งทะเลตะวันออกมาอย่างยาวนาน ทั้งในด้านการค้า การคมนาคม และวัฒนธรรมอาหาร ปัจจุบันจังหวัดสมุทรปราการมีประชากรประมาณ 1.36 ล้านคน และเป็นหนึ่งในพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญที่เชื่อมโยงกับระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC)

            ท่ามกลางการขยายตัวของเมืองใหญ่ พื้นที่บางกระเจ้ายังคงรักษาพื้นที่สีเขียวและชุมชนเกษตรไว้ได้อย่างโดดเด่น จนได้รับการขนานนามว่าเป็น “ปอดของกรุงเทพฯ” ที่ช่วยให้ผู้คนสามารถหลบออกจากความเร่งรีบของเมืองใหญ่ได้เพียงไม่กี่นาที

รสชาติของชุมชนที่ค่อย ๆ ปรับจังหวะการเดินทาง

            วัฒนธรรมอาหารของบางกระเจ้าสะท้อนวิถีชีวิตที่ยังเชื่อมโยงกับพื้นที่ ผักจากสวน ขนมพื้นบ้าน และอาหารครัวเรือนที่พบได้ในตลาดชุมชนอย่าง ตลาดน้ำบางน้ำผึ้ง นักเดินทางจำนวนไม่น้อยเริ่มต้นวันด้วยการปั่นจักรยานผ่านสวนมะม่วง สวนกล้วย และสวนมะพร้าว ก่อนแวะชิมอาหารพื้นบ้านที่ตลาด ซึ่งอาจเป็นข้าวแกงสูตรครอบครัว ขนมไทยโบราณ หรือเครื่องดื่มสมุนไพรจากวัตถุดิบในพื้นที่

            ประสบการณ์เหล่านี้ทำให้บางกระเจ้ากลายเป็นพื้นที่ที่ช่วยให้ผู้เดินทาง ค่อย ๆ เปลี่ยนจังหวะจากมหานครสู่การเดินทางที่ลึกขึ้น ก่อนออกเดินทางต่อไปยังชายฝั่งทะเลของชลบุรี ระยอง หรือจังหวัดอื่น ๆ ในภาคตะวันออก

การเดินทางที่เริ่มจากรสชาติ

            ข้อมูลจากการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตของสมาชิกเคทีซีพบว่า แนวโน้มการท่องเที่ยวแบบ one-day trip หรือ short escape ใกล้กรุงเทพฯ กำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะจุดหมายปลายทางที่ผสมผสานธรรมชาติ วัฒนธรรม และอาหารท้องถิ่นไว้ด้วยกัน

การเดินทางในปัจจุบันไม่ได้เป็นเพียงการไปถึงจุดหมายปลายทาง แต่เป็นการเปิดประสบการณ์ระหว่างทาง โดยเฉพาะการเดินทางผ่านอาหารท้องถิ่นซึ่งสะท้อนตัวตนและวัฒนธรรมของพื้นที่” นางสาว วริษฐา พัฒนรัชต์ ผู้บริหารสูงสุดฝ่ายการตลาดบัตรเครดิต “เคทีซี” กล่าวถึงที่มาของแคมเปญ Eat the East ที่มุ่งนำเสนอเส้นทางท่องเที่ยวเชื่อมโยงร้านอาหาร ตลาดชุมชน และแหล่งท่องเที่ยวใน 9 จังหวัดภาคตะวันออก เพื่อสะท้อนวิถีชีวิตที่แท้จริง

สอดคล้องกับมุมมองของ ผศ.ดร.จุฑามาศ วิศาลสิงห์ ประธานเครือข่าย Thailand Gastronomy Network (TGN) ที่กล่าวเสริมว่า Eat the East ไม่ได้เริ่มจากการขายสถานที่ แต่เริ่มจากการชวนทุกคนมาเป็น ‘นักเล่าวัฒนธรรมอาหาร’ เพราะเมื่อรสชาติกลายเป็นเหตุผลหลักของการเดินทาง เมืองต่าง ๆ ก็จะมีโอกาสทางเศรษฐกิจเพิ่มขึ้น เราจึงไม่ได้ชวนแค่ให้มารีวิวร้าน แต่ชวนให้ออกไปสัมผัสรสชาติที่ชอบในแบบฉบับของตัวเอง”

สำหรับเส้นทางที่นำเสนอจะครอบคลุม 9 จังหวัดภาคตะวันออก ได้แก่ สมุทรปราการ ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี ตราด นครนายก ปราจีนบุรี และสระแก้ว เพื่อสร้างประสบการณ์การเดินทางที่ร้อยเรียงทั้งรสชาติ วัฒนธรรม และวิถีชีวิตของพื้นถิ่นเข้าด้วยกันอย่างสมบูรณ์

จุดเริ่มต้นของการเดินทาง

            สำหรับนักเดินทางที่กำลังมองหาเส้นทางใหม่ บางกระเจ้าอาจเป็นจุดเริ่มต้นที่เหมาะสมที่สุด ไม่ใช่เพียงเพราะความใกล้กรุงเทพฯ แต่เพราะพื้นที่สีเขียวแห่งนี้ช่วยให้ผู้คนได้หยุดพัก สูดลมหายใจลึก ๆ และปล่อยให้รสชาติของอาหารท้องถิ่นค่อย ๆ นำทางการเดินทางต่อไป

            เพราะบางครั้ง การเดินทางที่ดีที่สุด อาจไม่ได้เริ่มต้นจากการไปให้ไกลที่สุด แต่อาจเริ่มต้นจากการ หยุดฟังเมืองที่เราเคยมองว่าเป็นเพียงเมืองผ่าน