‘กรมศิลป์’ เผยความคืบหน้าจัดสร้างพระเมรุมาศ ‘สมเด็จพระพันปีหลวง’ เป็นไปตามกรอบเวลา

‘กรมศิลป์’ เผยความคืบหน้าจัดสร้างพระเมรุมาศ ‘สมเด็จพระพันปีหลวง’ เป็นไปตามกรอบเวลา

‘กรมศิลป์’ เผยความคืบหน้าจัดสร้างพระเมรุมาศ ‘สมเด็จพระพันปีหลวง’ เป็นไปตามกรอบเวลา

วันพุธ ที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 18.34 น.

“ศุภจี” ประชุมคณะกรรมการฝ่ายจัดสร้างพระเมรุมาศฯ ติดตามความคืบหน้าการดำเนินงาน เป็นไปตามแผนการดำเนินงานและสมพระเกียรติ
         
เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 5 สิงหาคม 2569  ที่ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล นางศุภจี สุธรรมพันธุ์   รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการฝ่ายจัดสร้างพระเมรุมาศ สิ่งปลูกสร้างประกอบพระเมรุมาศ และบูรณปฏิสังขรณ์ราชรถและพระยานมาศ งานพระราชพิธี ถวายพระเพลิงพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ครั้งที่ 1/2569 โดยมีนางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รมว.วัฒนธรรม รองประธานกรรมการ  หัวหน้าหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ผู้ทรงคุณวุฒิ และอธิบดีกรมศิลปากร เข้าร่วมประชุมด้วย

โดยกรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม ได้รายงานความคืบหน้าการจัดสร้างพระเมรุมาศ สิ่งปลูกสร้างภายในบริเวณมณฑลพิธีท้องสนามหลวง ได้แก่ พระเมรุมาศ ซ่างและหอเปลื้อง พระที่นั่งทรงธรรม ศาลาลูกขุน ทับเกษตรและทิม พลับพลายกสนามหลวง อาคารมหาดเล็กและอาคารบริการ และสิ่งปลูกสร้างนอกมณฑลพิธีท้องสนามหลวง ได้แก่ พลับพลายกหน้าพระที่นั่งสุทไธสวรรย์ พลับพลายกวัดพระเชตุพนฯ และเกยลา รวมทั้งภูมิทัศน์โดยรอบ และงานศิลปกรรมประดับพระเมรุมาศ ได้ดำเนินการเป็นไปตามแผนการดำเนินการและกรอบเวลาที่กำหนดไว้ โดยจะดำเนินการแล้วเสร็จในเดือนตุลาคม 2569 ส่วนความคืบหน้าการบูรณปฏิสังขรณ์ราชรถ และพระยานมาศ จะแล้วเสร็จในเดือนกันยายน 2569 เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการซักซ้อมริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศ ต่อไป 

สำหรับการจัดสร้างพระโกศจันทน์ หีบพระบรมศพไม้จันทน์ พระโกศพระบรมอัฐิ (ผอบบรรจุพระบรมอัฐิ และพระถ้ำศิลาลองใน) เครื่องสังเค็ด จะแล้วเสร็จในเดือนพฤศจิกายน 2569 

และเมื่อเวลา 14.30 น. นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการฝ่ายจัดสร้างพระเมรุมาศ สิ่งปลูกสร้างประกอบพระเมรุมาศ และบูรณปฏิสังขรณ์ราชรถและพระยานมาศงานพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ครั้งที่ 1/2569 กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรมได้จัดทำแนวทางในการปรับปรุงองค์ประกอบสถาปัตยกรรม พระเมรุมาศสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรม
ราชชนนีพันปีหลวง เพื่อใช้ในงานพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา โดยปรับปรุงในส่วนที่จำเป็นเพื่อให้สอดคล้องกับพระอิสริยยศและพระราชกรณียกิจของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ได้แก่ การปรับส่วนยอดพระเมรุมาศ ให้เป็น “พระสัปตปฎลเศวตฉัตร” (ฉัตรขาว 7 ชั้น) สอดคล้องกับพระอิสริยยศ ปรับโทนสีของหลังคาพระเมรุเป็น “สีแดงอิฐ” ซึ่งเป็นสีแห่งวันประสูติ (วันพฤหัสบดี) หน้าบัน อัญเชิญอักษร “พระนามาภิไธย พ.ภ.” ประดิษฐานอยู่ตรงกลาง โดยเน้นการใช้เฉดสีหลักเป็น “สีส้ม” ซึ่งเป็นสีแห่งวันประสูติ หลังคาพระจิตกาธาน ปรับรูปแบบเป็น “หลังคาซ้อน 7 ชั้น” ให้สอดรับกับพระสัปตปฎลเศวตฉัตร

และการกำหนดระดับความสูงของสะพานเกรินให้สัมพันธ์กับราชยานที่ใช้ในการเทียบในพระราชพิธี ส่วนภูมิสถาปัตยกรรม คัดเลือกพันธุ์ไม้ที่มีดอกและใบในโทนสีที่มีความหมายเชิงสัญลักษณ์ประกอบด้วยสีส้มและสีเหลืองอันเป็นสีแห่งวันประสูติ แสดงอัตลักษณ์ความเป็นนักกฎหมาย ผ่านการจัดวางองค์ประกอบที่มีความสมมาตร สะท้อนความเที่ยงตรงยุติธรรมและมีระเบียบแบบแผน โครงการเพื่อนพึ่ง (ภา) สื่อถึงพระกรุณาธิคุณในการช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาสและราษฎรผู้ยากไร้ และอัตลักษณ์ความเป็นทหาร สื่อถึงระเบียบวินัยและความเข้มแข็ง ผ่านการออกแบบสระโบกขรณีที่มีผิวน้ำเรียบนิ่ง เพื่อสะท้อนภาพพระเมรุ แสดงถึงความสงบมั่นคง และเป็นระเบียบอันงดงาม  ซึ่งที่ประชุมได้พิจารณาแผนการดำเนินการจัดสร้างพระเมรุมาศฯ และแผนการดำเนินการบูรณปฏิสังขรณ์ราชรถ พระยานมาศ และเครื่องประกอบฯ เพื่อให้การดำเนินการแล้วเสร็จตามกำหนด ทั้งนี้การดำเนินการต่าง ๆ รัฐบาลจะได้นำความขึ้นกราบบังคมทูลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อทรงมีพระบรมราชวินิจฉัย ต่อไป

จากนั้น เวลา 15.30 น. นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการฝ่ายจัดนิทรรศการงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงครั้งที่ 1/2569 ที่ประชุมพิจารณาแผนการดำเนินงานการจัดนิทรรศการพิเศษงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงภายในบริเวณพระเมรุมาศ ท้องสนามหลวง โดยจัดแสดงนิทรรศการพระราชประวัติและพระราชกรณียกิจ และนิทรรศการพระเมรุมาศ ศิลปกรรมประกอบพระเมรุมาศ และการบูรณะปฏิสังขรณ์ราชรถและพระยานมาศ พร้อมทั้งมีการจัดแสดงมหรสพในช่วงเวลาจัดนิทรรศการฯ 

กสถ. เคาะยกเลิก บัญชีสอบท้องถิ่นปี 68 เตรียมขึ้นบัญชีใหม่ พบ 97 คนคะแนนผ่านแต่ถูกอัพเพิ่ม รอขึ้นเขียงถูกสอบ

กสถ. เคาะยกเลิก บัญชีสอบท้องถิ่นปี 68 เตรียมขึ้นบัญชีใหม่ พบ 97 คนคะแนนผ่านแต่ถูกอัพเพิ่ม รอขึ้นเขียงถูกสอบ

กสถ. เคาะยกเลิก บัญชีสอบท้องถิ่นปี 68 เตรียมขึ้นบัญชีใหม่ พบ 97 คนคะแนนผ่านแต่ถูกอัพเพิ่ม รอขึ้นเขียงถูกสอบ

วันพุธ ที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 18.25 น.

สางโกงสอบท้องถิ่น! ’กสถ.’ เคาะยกเลิก ’บัญชีสอบท้องถิ่นปี 68’ เตรียมขึ้นบัญชีใหม่ ชง ’ก.กลาง‘ พิจารณาวิธีปฏิบัติแต่ละกลุ่มพรุ่งนี้ แจง ‘กลุ่มที่คะแนนผ่านแต่ถูกอัพเพิ่ม’ พบ ‘97คน‘ ขึ้นบัญชีไปแล้ว รอขึ้นเขียงถูกสอบ ตอบครหาโกงแต่ยังได้ไปต่อ ยันทำตามข้อกม. ประกอบข้อมูลตร. สอยทีหลังได้ ด้าน ’ปลัดมท.’ เผยกว่า100ขรก.ระดับสูง-จนท.พบเอี่ยวทุจริตจากผลสรุปชุด ‘ปกรณ์’ รอ ‘นายกฯ‘ สะบัดปากกาเซ็นรับรอง ก่อนชง ’มหาดไทย’ ตั้งคกก.สอบเพิ่มจาก5คนล๊อตแรก ลั่นใครผิดไม่ถูกต้องอยู่ไม่ได้แน่นอน 

วันที่ 5 สิงหาคม 2569 เมื่อเวลา 16.30 น. ที่กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น(สถ.) นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวภายหลังการประชุมคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น(กสถ.) ครั้งที่10/2569 ที่หารือกันเป็นเวลากว่า2ชั่วโมงว่า การประชุมวันนี้เป็นการรับรองมติที่นายวันชัย จันทร์พร ประธาน กสถ. ได้ลงนามยกเลิกบัญชีการสอบแข่งขันพนักงานและข้าราชการส่วนท้องถิ่น ปี2568 และเตรียมขึ้นบัญชีใหม่ นอกจากนี้ยังได้กำหนดวิธีการปฏิบัติ ภายหลังจากที่มีการขึ้นบัญชีใหม่แล้ว จะมีผู้ที่สอบได้โดยสุจริต ประมาณ 12,000 คน ได้ดำเนินการตามที่มีการบรรจุไปแล้ว ขณะที่กลุ่มที่มีคะแนนไม่ถูกต้อง มีความคลาดเคลื่อน หรือคะแนนสูงขึ้นผิดปกติ จะไม่ได้ถูกขึ้นบัญชี แล้วจะดำเนินการอย่างไรให้คนที่จะขึ้นบัญชีใหม่เข้ามาแทนที่เลย โดยในวันพรุ่งนี้(6ส.ค.) ที่จะมีการประชุมคณะกรรมการกลางข้าราชการและพนักงานส่วนท้องถิ่น(ก.กลาง) ก็จะนำเรื่องดังกล่าวรายงานต่อ ก.กลางเพื่อทราบ และพิจารณาดำเนินการต่อไป 

เมื่อถามถึงกลุ่มผู้ที่มีคะแนนสอบผ่านอยู่แล้ว แต่ถูกปรับคะแนนเพิ่มขึ้นไปอีก จะดำเนินการอย่างไร ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า มี2ส่วน 1.เกือบ500คนยังไม่ได้ขึ้นบัญชี ก็จะไม่ได้ขึ้นบัญชี 2.ส่วนที่มีการบรรจุไปแล้วเกือบ100คน จะมีการพิจารณาว่าจะมีวิธีปฏิบัติอย่างไร เพราะเมื่อเขาสอบผ่าน ตามกติกาต้องขึ้นบัญชีให้เขาก่อน ซึ่งทาง สถ. กำหนดแนวทางไว้แล้ว ขณะเดียวกันฝ่ายตำรวจก็จะสอบสวนด้วยว่าได้รับคะแนนเพิ่มขึ้นมาอย่างไร

ด้านนายบุญประสงศ์ นวลสายย์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ในฐานะเลขานุการ ก.กลาง ชี้แจงในรายละเอียดสำหรับกลุ่มผู้ที่มีคะแนนสอบผ่านอยู่แล้ว แต่ถูกปรับคะแนนเพิ่มขึ้นไปอีกว่า มีทั้งหมดประมาณ 774 คน ขึ้นบัญชีรอบแรกไปแล้ว 561 คน ไม่มารายงานตัว 211 คน ใน 561 คน เมื่อแยกกลุ่มเพื่อเรียงลำดับจริงแล้วมีผู้ยังอยู่ในบัญชี แค่ 97 คน อีก 464 คน จะถูกเพิกถอนเพื่อไปรอคิวตามที่มีการจัดลำดับบัญชีใหม่ 

เมื่อถามกรณีผู้ที่อยู่ในบัญชี97คนที่ยังต้องหาแนวทางปฏิบัติอยู่ สังคมอาจตั้งคำถามว่าเขาโกงแต่ยังได้อยู่ในบัญชี จะตอบสังคมอย่างไร นายบุญประสงศ์ กล่าวว่า เราดำเนินการตามมาตรฐานของข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ส่วนการดำเนินการในชั้นตรวจสอบทุจริต เป็นชั้นของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการต่อ 

เมื่อถามต่อว่าหมายความว่าสอยทีหลังได้ใช่หรือไม่ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า แน่นอน เราจะประกอบกับข้อมูล เช่นที่ ผบ.ตร.ระบุว่า คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ชุดของนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ได้สรุปผลพบว่าผู้เกี่ยวข้องเป็น100คน บุคคลเหล่านี้ที่เกี่ยวข้อง เขาจะแจ้งมายังกระทรวงมหาดไทย เราก็จะตั้งคณะกรรมการสอบสวนใหม่เพิ่มเติมจาก5คนที่เคยตั้งสอบวินัยร้ายแรงไปแล้ว เพราะฉะนั้นหากพบว่าใครเกี่ยวข้อง เราก็จะดำเนินการต่อไปตามกฎหมาย ใครที่มันไม่ถูกต้อง สุดท้ายก็คือไม่ถูกต้อง อยู่ไม่ได้อยู่ก็ไม่มีความสุข เขาก็รู้ตัวอยู่แล้ว 

“หน้าที่ของ กสถ. ขณะนี้คือยกเลิกบัญชีเก่า แล้วขึ้นบัญชีใหม่ ตามคะแนนจริงที่ดำเนินการไม่เกิน5นาทีหลังจากที่มีใบคะแนน เราก็ขึ้นบัญชีตามนั้น ใครไม่ถูกต้อง ทำผิด หรือเกี่ยวข้องกับขบวนการนี้ พอเราสอบไปถึง คนเหล่านี้ก็จะอยู่ไม่ได้ ก็จะต้องถูกดำเนินการ แต่ก็ต้องให้สิทธิ์เขาโต้แย้ง คนมันต้องพูดอยู่แล้วว่า ไม่รู้เรื่องเลย แต่เมื่อสอบสวนแล้วพบว่าจ่ายเงินทุจริต มีการทำให้คะแนนเพิ่ม สุดท้ายก็อาจจะหนักกว่าเดิมด้วย ยิ่งรับราชการอยู่แล้วก็ต้องถูกให้ออกจากราชการ ถูกดำเนินคดี อาจไปถึงถูกจำคุกหรือไม่ก็ต้องดูที่กฎหมายด้วย” นายอรรษิษฐ์ กล่าว 

เมื่อถามว่าใน97คนอาจมีบางส่วนเป็นผู้บริสุทธิ์ก็มีด้วยใช่หรือไม่ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า เขาได้รับคะแนนเพิ่มขึ้น แต่เรายังบอกไม่ได้ว่าเขาได้รับคะแนนเพิ่มขึ้นจากใคร คนไหนเพิ่มให้เขา เขาติดต่อใครเพื่อทำให้คะแนนเพิ่มขึ้น อาจไม่ใช่ตัวเขาก็ได้ อาจจะเป็นพ่อแม่ญาติพี่น้องเขา พอตำรวจสืบไปถึงใคร คนนั้นก็ต้องเกี่ยวข้องในคดีนี้ทั้งหมด ไม่มีใครสามารถหลุดรอดความผิดไปได้

นายอรรษิษฐ์ กล่าวชี้แจงต่อว่า สำหรับรายชื่อข้าราชการกว่า100คน ที่คณะกรรมการฯชุดนายปกรณ์ สรุปมา กำลังเสนอไปที่นายกรัฐมนตรี นายกฯกำลังเซ็น ใน100คนเป็นเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องมีตั้งแต่ระดับสูงจนถึงเจ้าหน้าที่ต่างๆ ไม่ใช่บุคคลที่เข้าสอบใน97คน ก็จะต้องดำเนินการต่อไป เพื่อส่งมาให้กระทรวงมหาดไทย ตั้งคณะกรรมการสอบสวนเพิ่มตามที่ตนกล่าวไป

เมื่อถามถึงความคืบหน้าการตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรงข้าราชการในสังกัดจำนวน5ราย ในวันพรุ่งนี้(6ส.ค.)มีรายงานว่านายธีรุตม์ ศุภวิบูลย์ผล อดีตอธิบดี สถ. จะเดินทางไปรับทราบข้อกล่าวหากับทางตำรวจ จะสามารถมีผลกับการสอบวินัยร้ายแรง หรือชี้มูลได้เลยหรือไม่ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า ต้องอยู่ที่ประธานคณะกรรมการสอบสวนฯ คือนายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย(ปภ.) พิจารณาตามอำนาจหน้าที่ ถ้าสอบสวนแล้ว มันไม่ต้องสอบเพิ่มเติม ก็สามารถดำเนินการได้ตามอำนาจหน้าที่ แล้วเสนอมาที่กระทรวงมหาดไทย หากมันมีโทษหนัก ก็จะต้องเข้าคณะอนุกรรมการข้าราชการพลเรือน(อ.ก.พ.)กระทรวงมหาดไทยพิจารณาโทษตามที่คณะกรรมการฯเสนอมา  ทางอธิบดี ปภ. ก็รายงานความคืบหน้าว่าในวันพรุ่งนี้(6ส.ค.) จะเชิญนายธีรุตม์ มาให้ปากคำ 

ศาลรธน.ชี้โทษตัดสิทธิเลือกตั้ง 20 ปี คดีสมัครเลือกตั้งท้องถิ่นทั้งที่รู้ขาดคุณสมบัติ ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ

ศาลรธน.ชี้โทษตัดสิทธิเลือกตั้ง 20 ปี คดีสมัครเลือกตั้งท้องถิ่นทั้งที่รู้ขาดคุณสมบัติ ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ

ศาลรธน.ชี้โทษตัดสิทธิเลือกตั้ง 20 ปี คดีสมัครเลือกตั้งท้องถิ่นทั้งที่รู้ขาดคุณสมบัติ ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ

วันพุธ ที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 17.42 น.

ศาล รธน.ชี้โทษตัดสิทธิเลือกตั้ง 20 ปี คดีสมัครเลือกตั้งท้องถิ่นทั้งที่รู้อยู่แล้วว่าขาดคุณสมบัติ ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ

วันที่ 5 สิงหาคม 2569 ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเสียงข้างมาก 7 ต่อ 1 วินิจฉัยว่า พ.ร.บ. การเลือกตั้ง สมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. 2562มาตรา 120 เฉพาะในส่วนการเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง ของผู้นั้นมีกำหนด 20 ปี ไม่ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 26 วรรคหนึ่ง

ทั้งนี้ คดีดังกล่าวสืบเนื่องจากศาลอุทธรณ์ภาค 2 ส่งคำโต้แย้งของนายเกียรติกุนทร์ สุขเนตร์ จำเลยในคดีอาญา หมายเลขดำที่ อ2212/2568 คดีหมายเลขแดงที่ อ 4427/2568 เลขที่ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณา วินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 212 ว่าถ้อยคำดังกล่าวของบทบัญญัติมาตรา120 พ.ร.บ.พระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น 2562 ที่ระบุว่าผู้ใดลงสมัครรับเลือกตั้งโดยรู้อยู่แล้วว่าตนเป็นผู้ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะ ต้องห้ามในการสมัครรับเลือกตั้ง ต้องระวางโทษจำคุก ตั้งแต่หนึ่งปีถึง 20 ปี และปรับตั้งแต่ สองหมื่นบาท ถึงสองแสนบาท และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของผู้นั้นมีกำหนด 20 ปีนั้น ขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 26 หรือไม่

โดยตุลาการเสียงข้างมาก 7 เสียงที่เห็นว่าไม่ขัดรัฐธรรมนูญ ประกอบด้วย  นายอุดม สิทธิวิรัชธรรม นายจิรนิติ หะวานนท์ นายนภดล เทพพิทักษ์ นายบรรจงศักดิ์ วงศ์ปราชญ์ นายอุดม รัฐอมฤต นายสุเมธ รอยกุลเจริญ และนายสราวุธ ทรงศิวิไล

ส่วนตุลาการเสียงข้างน้อย จำนวน 1 เสียงที่เห็นว่าขัดรัฐธรรมนูญคือ นายวิรุฬห์ แสงเทียน

โสภณ เยือน เวียดนาม ตามคำเชิญ ประธานสภาแห่งชาติ กระชับสัมพันธ์ 50 ปี ของสองประเทศ

โสภณ เยือน เวียดนาม ตามคำเชิญ ประธานสภาแห่งชาติ กระชับสัมพันธ์ 50 ปี ของสองประเทศ

โสภณ เยือน เวียดนาม ตามคำเชิญ ประธานสภาแห่งชาติ กระชับสัมพันธ์ 50 ปี ของสองประเทศ

วันพุธ ที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 17.40 น.

“โสภณ” ถึงเวียดนาม เยือนอย่างเป็นทางการตามคำเชิญประธานสภาแห่งชาติ สัมพันธ์แน่นแฟ้น 50 ปี พร้อมเข้าเยี่ยมคารวะ ประธานสภาแห่งชาติ เวียดนาม 

5 สิงหาคม 2569 เวลา 09.45 น. นายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภาและประธานสภาผู้แทนราษฎร เดินทางถึงท่าอากาศยานนานาชาติโหน่ยบ่าย กรุงฮานอย ได้มีพิธีต้อนรับอย่างสมเกียรติ ณ อาคารรับรองพิเศษ โดยมี H.E. Mr. Nguyen Doan Anh รองประธานสภาแห่งชาติสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม และ Hon. Mr. Vu Hai Ha รองประธานประจำคณะกรรมาธิการด้านการป้องกันประเทศ ความมั่นคง และการต่างประเทศแห่งสภาแห่งชาติสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ในฐานะผู้ติดตามเกียรติยศ พร้อมด้วยนางสาวอุรวดี ศรีภิรมย์ เอกอัครราชทูต ณ กรุงฮานอย และผู้แทนจากสภาแห่งชาติสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ร่วมให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น

โสภณ ซารัมย์

ต่อมา เวลา 10.00 น. นายโสภณ พร้อมด้วยคณะผู้แทนรัฐสภาไทยเดินทางไปยังสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงฮานอย เพื่อรับฟังการบรรยายสรุปเกี่ยวกับพัฒนาการความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับเวียดนาม โดยนางสาวอุรวดี  กล่าวต้อนรับคณะผู้แทน พร้อมแสดงความยินดีที่ประธานรัฐสภาและประธานสภาผู้แทนราษฎรของไทย เดินทางเยือนเวียดนามอย่างเป็นทางการเป็นครั้งแรกในรอบ 15 ปี ซึ่งนับเป็นโอกาสอันสำคัญ เนื่องจากตรงกับวาระครบรอบ 50 ปีแห่งการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตไทย–เวียดนาม ในวันที่ 6 สิงหาคม 2569

ในการบรรยายสรุป เอกอัครราชทูตได้นำเสนอภาพรวมของความสัมพันธ์ไทย – เวียดนามในมิติด้านการเมืองและความมั่นคง เศรษฐกิจ การค้า การลงทุน การศึกษา และความร่วมมือระหว่างประชาชน ว่าปัจจุบันทั้งสองประเทศมีความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นที่สุดนับตั้งแต่การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตเมื่อ 50 ปีก่อน อันเป็นผลจากความไว้วางใจทางการเมือง ความใกล้ชิดในฐานะประเทศเพื่อนบ้าน และความผูกพันทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม ตลอดจนความสัมพันธ์อันเข้มแข็งในระดับประชาชน

โสภณ ซารัมย์

ขณะที่ ด้านความร่วมมือทางเศรษฐกิจ ไทยยังคงเป็นคู่ค้าอันดับหนึ่งของเวียดนามในอาเซียน ขณะที่เวียดนามเป็นคู่ค้าอันดับสองของไทยในอาเซียน สะท้อนถึงความเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง และเป็นพื้นฐานสำคัญในการยกระดับความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์รอบด้านระหว่างทั้งสองประเทศ

จากนั้น เวลา 14.40 น. ประธานรัฐสภา ได้ร่วมวางพวงมาลาอนุสรณ์สถานวีรชนและผู้เสียชีวิตบั๊กเซิน และสุสานโฮจิมินห์  เพื่อแสดงความเคารพต่อวีรชนและบุคคลสำคัญผู้มีบทบาทในการสร้างชาติของเวียดนาม

โสภณ ซารัมย์

โดยเวลา 15.10 น. นายโสภณ จะเยี่ยมคารวะและหารือทวิภาคีกับนายเจิ่น ทัญ เหมิน ประธานสภาแห่งชาติสาธารณรัฐเวียดนาม พร้อมเยี่ยมชมอาคารสภาแห่งชาติสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม และพิพิธภัณฑ์สภาแห่งชาติสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม และเวลา 18.00 น.ร่วมรับประทานอาหารค่ำกับ นายเจิ่น ทัญ เหมิน ประธานสภาแห่งชาติสาธารณรัฐเวียดนาม และผู้แทนสภาแห่งชาติสาธารณรัฐเวียดนาม ณ สภาแห่งชาติสาธารณรัฐเวียดนาม 

โสภณ ซารัมย์
โสภณ ซารัมย์

สุริยะ สยบข่าวลือ วางมือการเมือง ย้ำไม่เคยมีแนวคิดเลิกเล่นการเมือง ยังสนุกกับการทำงาน

สุริยะ สยบข่าวลือ วางมือการเมือง ย้ำไม่เคยมีแนวคิดเลิกเล่นการเมือง ยังสนุกกับการทำงาน

สุริยะ สยบข่าวลือ วางมือการเมือง ย้ำไม่เคยมีแนวคิดเลิกเล่นการเมือง ยังสนุกกับการทำงาน

วันพุธ ที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 17.16 น.

สุริยะ สยบข่าวลือ วางมือการเมือง ย้ำไม่เคยมีแนวคิดเลิกเล่นการเมือง และยังสนุกกับการทำงานในฐานะรัฐมนตรีเกษตร

วันที่ 5 สิงหาคม 2569 นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในฐานะแกนนำพรรคเพื่อไทย ตอบโต้จากที่มีกระแสข่าวจะวางมือทางการเมืองในเร็วๆนี้ ว่า ไม่ทราบว่ามีกระแสข่าวนี้ได้อย่างไร และตอนนี้ยังสนุกกับการทำงาน โดยเชื่อว่ายังสามารถช่วยงานของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ พร้อมยืนยันว่ายังไม่ความคิดดังกล่าว โดยจากนี้ไปจะเร่งดำเนินการในการขับเคลื่อนงานของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ให้เป็นไปตามนโยบายที่ได้ประกาศไว้ให้ได้มากที่สุด

อนุทิน ตรวจความเรียบร้อยทำเนียบ พิธีต้อนรับ มิน อ่อง หล่าย เยือนไทยอย่างเป็นทางการ 6-7 ส.ค.

อนุทิน ตรวจความเรียบร้อยทำเนียบ พิธีต้อนรับ มิน อ่อง หล่าย เยือนไทยอย่างเป็นทางการ 6-7 ส.ค.

อนุทิน ตรวจความเรียบร้อยทำเนียบ พิธีต้อนรับ มิน อ่อง หล่าย เยือนไทยอย่างเป็นทางการ 6-7 ส.ค.

วันพุธ ที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 16.39 น.

“นายกฯ” ตรวจความเรียบร้อยพิธีต้อนรับ ‘มิน อ่อง หล่าย ’ เยือนไทยอย่างเป็นทางการพรุ่งนี้ ก่อนหารือแบบเต็มคณะ – ลงนาม MOU ด้านความช่วยเหลือ

วันที่ 5 สิงหาคม 2569 เวลา 13.40 น.ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงมาบริเวณสนามหญ้าตึกไทยคู่ฟ้า เพื่อตรวจความเรียบร้อยในพิธีต้อนรับพลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย ประธานาธิบดีเมียนมา ที่จะเดินทางเยือนไทยอย่างเป็นทางการ ระหว่างวันนี้ 6-7 สิงหาคม 

โดยนายกรัฐมนตรี พยักหน้ายืนยันว่าทุกอย่างเป็นไปด้วยความเรียบร้อย พร้อมถามผู้สื่อข่าวว่ามีอะไรแนะนำหรือไม่ พร้อมบอกว่าจะต้องมีการปูพรมแดงเพื่อให้การต้อนรับ ก่อนจะเดินกลับไปปฏิบัติภารกิจ ที่ตึกไทยคู่ฟ้า

สำหรับกำหนดการ ในวันพรุ่งนี้ (6ส.ค.69) เวลา 10.20 น. จะมีพิธีตรวจแถวกองเกียรติยศ บริเวณหน้าตึกไทนคู่ฟ้า จากนั้น 10.30 น.นายกรัฐมนตรี และประธานาธิบดีเมียนมา จะถ่ายภาพร่วมกันที่บริเวณโถงบันไดในตึกไทยคู่ฟ้า และลงนามสมุดเยี่ยม ก่อนจะหารือคณะเล็ก ณ ห้องสีงาช้างตึกไทยคู่ฟ้า จากนั้นจะเป็นการหารือ 4eyes ที่ห้องประชุมชั้น 2 ตึกไทยคู่ฟ้า และหารือเต็มคณะที่ห้องสีเขียว ก่อนจะร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามความตกลง และแลกเปลี่ยนบันทึกความเข้าใจ พร้อมพิธีมอบความช่วยเหลือ ณ ตึกสันติไมตรี และในช่วงค่ำของวันเดียวกัน นายกรัฐมนตรีจะเลี้ยงอาหารค่ำที่ตึกสันติไมตรี

เกษตรกรเริ่มยิ้มออก! ประธานกมธ.พาณิชย์ฯ เผย ภาพรวมสถานการณ์ราคาสินค้าเกษตรอยู่ในเกณฑ์ดี

เกษตรกรเริ่มยิ้มออก! ประธานกมธ.พาณิชย์ฯ เผย ภาพรวมสถานการณ์ราคาสินค้าเกษตรอยู่ในเกณฑ์ดี

เกษตรกรเริ่มยิ้มออก! ประธานกมธ.พาณิชย์ฯ เผย ภาพรวมสถานการณ์ราคาสินค้าเกษตรอยู่ในเกณฑ์ดี

วันพฤหัสบดี ที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 17.08 น.

เกษตรกรเริ่มยิ้มออก! ประธานกมธ.พาณิชย์ฯ เผย ภาพรวมสถานการณ์ราคาสินค้าเกษตรอยู่ในเกณฑ์ดี ยกนิ้ว อนุทิน-ศุภจี รับฟังข้อมูลจากทุกภาคส่วน แก้ปัญหาตรงจุด ดันราคา ปาล์ม-ยางพารา พุ่งต่อเนื่อง 

เมื่อวันที่ 6 ส.ค.2569 นายสัมฤทธิ์ แทนทรัพย์ สส.ชัยภูมิ พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ(กมธ.)การพาณิชย์และทรัพย์สินทางปัญญา สภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงสถานการณ์ราคาสินค้าเกษตรว่า ขณะนี้ภาพรวมถือว่าอยู่ในเกณฑ์ดี โดยเฉพาะปาล์มน้ำมันและยางพาราที่มีราคาปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง ซึ่งเป็นผลจากการบริหารงานของรัฐบาล ภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ที่ให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาภาคการเกษตรอย่างใกล้ชิด

นายสัมฤทธิ์ กล่าวต่อว่า ขณะเดียวกันทาง กมธ.การพาณิชย์ฯ ได้ตั้งคณะอนุกรรมาธิการศึกษาปัญหาราคาพืชผลทางการเกษตรและผลกระทบจากภาวะสงคราม เพื่อติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง โดยราคาปาล์มน้ำมันปัจจุบันอยู่ที่กว่า 7 บาทต่อกิโลกรัม ถือเป็นระดับที่เกษตรกรสามารถอยู่ได้ แม้ต้นทุนด้านปุ๋ยและพลังงานจะปรับตัวสูงขึ้น ส่วนยางพาราก็ยังทรงตัวในระดับที่น่าพอใจ อย่างไรก็ตาม สิ่งที่กมธ.ฯ มีความกังวลมากที่สุดในขณะนี้ คือ ราคาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ข้าว และมะพร้าว โดยเฉพาะข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่กำลังเข้าสู่ฤดูเก็บเกี่ยวหลังวันที่ 12ส.ค.นี้  ซึ่งเป็นช่วงเดียวกับที่มีการนำเข้าข้าวโพดและข้าวสาลีจากสหรัฐอเมริกาตามโควตาภายใต้ข้อตกลงทางการค้า

นายสัมฤทธิ์ กล่าวอีกว่า แม้รัฐบาลจะมีประกาศกำหนดราคารับซื้อขั้นต่ำข้าวโพดเลี้ยงสัตว์แห้งที่ความชื้นไม่เกิน 14.5% ไว้ที่ไม่ต่ำกว่า 9.80 บาทต่อกิโลกรัม พร้อมกำหนดบทลงโทษสำหรับผู้ฝ่าฝืน แต่สิ่งสำคัญคือโรงงานอาหารสัตว์ต้องยังคงรับซื้อผลผลิตภายในประเทศตามปกติ ไม่ปฏิเสธการรับซื้อ แม้จะมีสินค้านำเข้าเข้ามาแข่งขัน เพราะหากโรงงานหยุดรับซื้อ จะส่งผลให้พ่อค้าคนกลางกดราคารับซื้อจากเกษตรกรเหมือนที่เคยเกิดขึ้นในปีที่ผ่านมา นอกจากนี้ ยังแนะนำให้เกษตรกรในพื้นที่ที่เหมาะสมหันมาปลูกข้าวหอมมะลิมากขึ้น เนื่องจากเป็นสินค้าส่งออกที่มีมูลค่าสูงและมีตลาดรองรับ โดยเฉพาะในสหรัฐอเมริกา ขณะที่ข้าวขาวยังต้องแข่งขันกับประเทศคู่แข่งอย่างเวียดนาม ซึ่งมีต้นทุนการผลิตต่ำกว่าไทยจากระบบชลประทานและผลผลิตต่อไร่ที่สูงกว่า

“แนวโน้มราคาสินค้าเกษตรโดยรวมยังเป็นไปในทิศทางที่ดี  นอกจากนี้ผมขอชื่นชมนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์ ที่ให้ความสำคัญกับการติดตามข้อมูลและรับฟังข้อเสนอจากทุกภาคส่วน โดยกมธ.ฯจะทำหน้าที่ติดตามสถานการณ์และส่งต่อข้อมูลจากพื้นที่ เพื่อสนับสนุนการทำงานของรัฐบาลในการดูแลผลประโยชน์ของเกษตรกรอย่างใกล้ชิดต่อไป“ ประธานกมธ.การพาณิชย์ฯ กล่าว

สมาคมนักเรียนเก่าสหรัฐอเมริกาฯ เปิดรอบมิวสิคัลการกุศล ฉลอง 200 ปี มิตรภาพไทย-อเมริกา รายได้เพื่อมูลนิธิอานันทมหิดล

สมาคมนักเรียนเก่าสหรัฐอเมริกาฯ เปิดรอบมิวสิคัลการกุศล  ฉลอง 200 ปี มิตรภาพไทย-อเมริกา รายได้เพื่อมูลนิธิอานันทมหิดล

สมาคมนักเรียนเก่าสหรัฐอเมริกาฯ เปิดรอบมิวสิคัลการกุศล ฉลอง 200 ปี มิตรภาพไทย-อเมริกา รายได้เพื่อมูลนิธิอานันทมหิดล

วันพฤหัสบดี ที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 16.53 น.

อนิรุทธิ์ มหธร, ศุภชาติ อังคสุวรรณศิริ, นิตยา จันทร์เรือง มหาผล, รศ.ดร.นริศ ชัยสูตร, ฉัตรเฉลิม ธรรมจรีย์, โกมล กัมบีร์ และ อรพรรณ มุกุระ

สมาคมนักเรียนเก่าสหรัฐอเมริกา ในพระบรมราชูปถัมภ์ – The American University Alumni Association (AUAA) จัดการแสดงมิวสิคัล “Bridge Across Time: Celebrating 200 Years of Thai-American Friendship” เพื่อเฉลิมฉลอง 200 ปีแห่งมิตรภาพไทย-สหรัฐอเมริกา พร้อมหารายได้สนับสนุนมูลนิธิมหิดลอดุลยเดช เพื่อมอบเป็นทุนให้กับนักเรียนแพทย์ รวมถึงนำไปส่งเสริมการบริการสาธารณสุขให้กับประชาชน ณ หอประชุมสมาคมนักเรียนเก่าสหรัฐอเมริกา อาคาร AUA ถ.ราชดำริ เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2569

กร – กฤตพณ ทัพพะรังสี

รศ.ดร.นริศ ชัยสูตร นายกสมาคมนักเรียนเก่าสหรัฐอเมริกา ในพระบรมราชูปถัมภ์ (AUAA) กล่าวว่า “ถือเป็นธรรมเนียมปฏิบัติที่กรรมการบริหาร, สมาชิกสมาคม และบรรดานักเรียนเก่าจะร่วมกันจัดงาน เพื่อพบปะสังสรรค์ โดยวัตถุประสงค์ในการจัดงานครั้งนี้ นอกจากจะเพื่อเฉลิมฉลอง 200 ปีแห่งมิตรภาพไทย-สหรัฐอเมริกาแล้ว ยังได้ร่วมกันทำการกุศลครั้งยิ่งใหญ่ เพราะรายได้ส่วนหนึ่งจะนำไปสมทบทุนมูลนิธิมหิดลอดุลยเดช เพื่อนำไปช่วยเหลือนักศึกษาที่กำลังศึกษาอยู่ในคณะแพทยศาสตร์ของมหาวิทยาลัยต่างๆ การส่งเสริมการศึกษาวิชาแพทยศาสตร์ สาธารณสุขศาสตร์ และวิชาอื่นที่เกี่ยวข้องกับการบริการประชาชน ตลอดจน สนับสนุนบริการอื่นอันเป็นสาธารณประโยชน์”

ดร. อัครวัฒน์ ศรีณรงค์, ศรีล สุขุม, ปัญญชลี เพ็ญชาติ, พชรพล จั่นเที่ยง และ วิทูร ศิลาอ่อน

ภายในงานตกแต่งในบรรยากาศงดงามตระการตาเพื่อให้ผู้ร่วมงานทุกท่านได้ร่วมกันย้อนรำลึกถึงมิตรภาพอันแน่นแฟ้นที่ยาวนานกว่า 200 ปีระหว่างประเทศไทยและประเทศสหรัฐอเมริกา คึกคักไปด้วยเหล่านักเรียนเก่าสหรัฐอเมริกา และแขกผู้มีเกียรติที่มาร่วมงานกันอย่างมากมาย พร้อมอิ่มอร่อยกับของว่างยามบ่าย อาทิ คริสปี้ ครีม โดนัท, พาย เฟสซ์, เอสแอนด์พี, ไอศกรีมแมกโนเลีย ฯลฯ บรรยากาศภายในงาน

ม.ล. ศุลีรัชต์ วัชรีวงศ์, ดร.นฎาประไพ – เปรมิกา สุจริตกุล และ ศิรเวท ศุขเนตร

ดร.อุษณีย์ มหากิจศิริ ลีโอณีโอ ประธานฝ่ายประชาสัมพันธ์ กล่าวว่า “งานนี้นอกจากจะมีความสุขกับการพบปะเพื่อนทั้งรุ่นพี่รุ่นน้องที่สนิทสนมกันมาอย่างยาวนานและเต็มไปด้วยความอบอุ่นแล้ว ยังได้เพลิดเพลินและสนุกสนานไปกับบทเพลงไพเราะที่แสนคุ้นหู อาทิ Summer Night, My Girl, New York New York, A Whole New World, Impossible Dream ฯลฯ จากนักร้องกิตติมศักดิ์ อาทิ กร ทัพพะรังสี, มาริสา สุโกศล หนุนภักดี, ดลชัย บุณยะรัตเวช, วิทรู ศิลาอ่อน, เสาวนิตย์ นวพันธ์, วง VieTrio, หวาย-กามิกาเซ่, พชรพล จั่นเที่ยง และการแสดงจากเหล่าสมาชิกอีกมากมาย นับเป็นความร่วมแรงร่วมใจกันของชาวเอยูเอเอที่มุ่งมั่นสืบสานปณิธานในการก่อตั้งสมาคมนักเรียนเก่าสหรัฐอเมริกา ในพระบรมราชูปถัมภ์ นั่นคือ การส่งเสริมมิตรภาพ และการแบ่งปันสู่สังคม”

วิทูร - พิมพิศา ศิลาอ่อน พร้อมลูกๆ วาริท - เพ็ญพิศา ศิลาอ่อน

วิทูร – พิมพิศา ศิลาอ่อน พร้อมลูกๆ วาริท – เพ็ญพิศา ศิลาอ่อน

ร.ต.จักรา - สุพัณณิกา ยอดมณี

ร.ต.จักรา – สุพัณณิกา ยอดมณี

ดร.การดี เลียวไพโรจน์ และ ชวภาส องค์มหัทมงคล

ดร.การดี เลียวไพโรจน์ และ ชวภาส องค์มหัทมงคล

การแสดงเพลง Massachusetts โดย กร ทัพพะรังสี

การแสดงเพลง Massachusetts โดย กร ทัพพะรังสี

การแสดงเพลง Beauty and a Beat โดย เสาวนิตย์ นวพันธ์ และวิทูร ศิลาอ่อน

การแสดงเพลง Beauty and a Beat โดย เสาวนิตย์ นวพันธ์ และวิทูร ศิลาอ่อน

ปวริศา เพ็ญชาติ, ภากร กันทาธรรม และ ศีกัญญา ศักดิเดช ภาณุพันธ์ รับหน้าที่ดำเนินรายการ

ปวริศา เพ็ญชาติ, ภากร กันทาธรรม และ ศีกัญญา ศักดิเดช ภาณุพันธ์ รับหน้าที่ดำเนินรายการ

การแสดง Elvis Medley โดย วิชญ ผาติหัตถกร

การแสดง Elvis Medley โดย วิชญ ผาติหัตถกร

การแสดงเพลง New York, New York โดย ดลชัย บุณยะรัตเวช

การแสดงเพลง New York, New York โดย ดลชัย บุณยะรัตเวช

ขนมจากแบรนด์คริสปี้ ครีม โดนัท และ พาย เฟสซ์ โดย ดร.อุษณีย์ มหากิจศิริ ลีโอณีโอ

ขนมจากแบรนด์คริสปี้ ครีม โดนัท และ พาย เฟสซ์ โดย ดร.อุษณีย์ มหากิจศิริ ลีโอณีโอ

ศีกัญญา ศักดิเดช ภาณุพันธ์,ศิริกาญจน์ ศักดิเดช ภาณุพันธ์ ณ อยุธยา และม.ล.เพ็ทรา ศักดิเดช ภาณุพันธ์

ศีกัญญา ศักดิเดช ภาณุพันธ์,ศิริกาญจน์ ศักดิเดช ภาณุพันธ์ ณ อยุธยา และม.ล.เพ็ทรา ศักดิเดช ภาณุพันธ์

วรรณพร กันทาธรรม, ภากร กันทาธรรม และอัญชลี สืบสุข

วรรณพร กันทาธรรม, ภากร กันทาธรรม และอัญชลี สืบสุข

ปวริศา เพ็ญชาติ และปัญญชลี เพ็ญชาติ

ปวริศา เพ็ญชาติ และปัญญชลี เพ็ญชาติ

ประกอบ มุกุระ และภาพิมน มุกุระ

ประกอบ มุกุระ และภาพิมน มุกุระ

นิชา - สุรชาติ - ภาณุภักดิ์ หนุนภักดี

นิชา – สุรชาติ – ภาณุภักดิ์ หนุนภักดี

เก่ง ตรงดี,ดร.พรพรรณ จิรนันท์สุโรจน์ และพรวิช ศิลาอ่อน

เก่ง ตรงดี,ดร.พรพรรณ จิรนันท์สุโรจน์ และพรวิช ศิลาอ่อน

การแสดงเพลงอัศวลีลา

การแสดงเพลงอัศวลีลา

การแสดงเพลง I_ll Be Seeing You มาริสา สุโกศล หนุนภักดี

การแสดงเพลง I_ll Be Seeing You มาริสา สุโกศล หนุนภักดี

การแสดงเพลง Hey Mickey โดย ปัญญริสา เธียรประสิทธิ์

การแสดงเพลง Hey Mickey โดย ปัญญริสา เธียรประสิทธิ์

การแสดงเพลง California Dreamin’ โดยวง Vie Trio

การแสดงเพลง California Dreamin’ โดยวง Vie Trio

การแสดงเพลง A Whole New World โดย ภาสกรณ์ รุ่งเรืองเดชาภัทร์ และ อริยา ศรีณรงค์

การแสดงเพลง A Whole New World โดย ภาสกรณ์ รุ่งเรืองเดชาภัทร์ และ อริยา ศรีณรงค์

การแสดง Michael Jackson Medlry โดย พชรพล จั่นเที่ยง

การแสดง Michael Jackson Medlry โดย พชรพล จั่นเที่ยง

เริ่มแล้ว! ‘Franchise Expo Thailand & TESE 2026’ ยกทัพแฟรนไชส์พยุงเศรษฐกิจไทยให้ฟื้นตัว

เริ่มแล้ว! 'Franchise Expo Thailand & TESE 2026' ยกทัพแฟรนไชส์พยุงเศรษฐกิจไทยให้ฟื้นตัว

เริ่มแล้ว! ‘Franchise Expo Thailand & TESE 2026’ ยกทัพแฟรนไชส์พยุงเศรษฐกิจไทยให้ฟื้นตัว

วันพฤหัสบดี ที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 16.46 น.

สตาร์ทวันนี้ Franchise Expo Thailand & TESE 2026 วันที่ 6-9 ส.ค.69 ฮอลล์ 6-8 เมืองทองธานี พบทัพธุรกิจ&แฟรนไชส์ ซัพพลายเออร์สินค้า เติมรายได้ช่วยเศรษฐกิจไทย ลดใหญ่กว่า 250 บูธ คาดเงินสะพัด 220 ลบ.

เปิดงานวันแรก Franchise Expo Thailand & TESE 2026 จัดใหญ่จัดเต็มด้วยทัพธุรกิจ&แฟรนไชส์ ซัพพลายเออร์สินค้าศักยภาพและโมเดลธุรกิจสร้างอาชีพไว้อย่างครบวงจรในงานเดียว พร้อมแนวร่วมแฟรนไชส์โครงการ “ไทยช่วยไทย แฟรนไชส์สร้างอาชีพ พลัส” ที่รัฐช่วยจ่ายค่าแฟรนไชส์ 50% มาเสริมทัพในงาน รวมกว่า 250 บูธ บนพื้นที่ 15,000 ตารางเมตร หวังเป็นทางเลือกสร้างรายได้เพิ่มและพยุงเศรษฐกิจไทยให้ฟื้นตัว เสิร์ฟครบจบในงานด้วยสินเชื่อ และทำเลทองทั่วประเทศ พร้อมเสวนาให้ความรู้โดยผู้ทรงคุณวุฒิคับคั่ง และกิจกรรมเจรจาจับคู่ธุรกิจทั้งในและต่างประเทศ งานจัดต่อเนื่องระหว่างวันที่ 6-9 สิงหาคมนี้ ที่ฮอลล์ 6-8 อิมแพ็คเมืองทองธานี คาดเม็ดเงินสะพัดในงานราว 220 ล้านบาท

นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า งาน ” Franchise Expo Thailand & Thailand E-Commerce Selection Expo (TESE 2026) เป็นเวทีแสดงธุรกิจแฟรนไชส์และโซลูชั่นส์แบบครบวงจร ที่มากกว่างานแสดงสินค้าทั่วไป โดยมุ่งเน้นขับเคลื่อนการเติบโตของแฟรนไชส์อย่างแท้จริง ผ่าน 3 เสาหลักสำคัญ ได้แก่ Events, Media และ Partnership Networks

สำหรับปีนี้กระทรวงพาณิชย์จัดในรูปแบบ DBD Pavilion เป็นการออกบูธของธุรกิจแฟรนไชส์ภายใต้การส่งเสริมของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า จำนวน 50 บูธ ประกอบด้วย อาหาร 17 ราย เครื่องดื่ม 14 ราย การบริการ 6 ราย การศึกษา 10 ราย ความงามและสปา 1 ราย และค้าปลีก 2 ราย ในนี้ยังมีแฟรนไชส์ในโครงการ “ไทยช่วยไทย แฟรนไชส์สร้างอาชีพ พลัส” มาร่วมด้วย และยังมีกิจกรรมไลฟ์จากอินฟลูเอนเซอร์ที่มีชื่อเสียงตลอดทั้ง 4 วัน การให้คำปรึกษาด้านการประกอบธุรกิจแฟรนไชส์แบบตัวต่อตัวโดยผู้เชี่ยวชาญ อัปเดตเทรนด์ธุรกิจแฟรนไชส์จากผู้เชี่ยวชาญ และธุรกิจแฟรนไชส์ตัวจริงที่ประสบความสำเร็จ อีกทั้งยังมีพิธีมอบรางวัล Thailand Franchise Award : TFA 2026 เผยโฉมสุดยอดผู้ประกอบการแฟรนไชส์ไทยภายในงานอีกด้วย

นางสาววิมลณ์เกศ สุวพัฒน์ธุนากร ผู้จัดงาน Franchise Expo Thailand & TESE 2026 กล่าวว่า “งาน Franchise Expo Thailand & TESE 2026 จัดโดยบริษัท พีเอ็มจี คอร์ปอเรชั่น จำกัด ผนึกแนวร่วมกับสมาคมการค้าและการลงทุนเอเชียน-สากล พร้อมด้วยหน่วยงานพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชนมากมายที่ผลักดันให้เกิดงานดี ๆครั้งนี้ขึ้น อาทิ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม สํานักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สถาบันระหว่างประเทศเพื่อการค้าและการพัฒนา (องค์การมหาชน) ธนาคารออมสิน ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม สถาบันอาหาร สถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จํากัด และ ทิพยประกันชีวิต นับว่าเป็นเวทีที่รวมสุดยอดธุรกิจ แฟรนไชส์ รวมทั้งซัพพลายเออร์ผู้ผลิตสินค้าจากจีนและอาเซียน ที่ครบวงจรภายในงานเดียว

ภายในงานพาเหรดธุรกิจแฟรนไชส์ 250 แบรนด์ชั้นนำจัดโปรโมชั่นลดราคาพิเศษ อาทิ ชายสี่บะหมี่เกี๊ยว, กะเพราขุนช้าง, GIVORA Wellness Ecosystem Partner, ร่ำรวยเย็นตาโฟ xข้าวมันส์ ฯลฯ

ครบจบด้วยแหล่งเงินทุนจากสถาบันการเงินชั้นนำมากมาย พร้อมทำเลค้าขายทั่วประเทศ ที่ตอบโจทย์ผู้ที่ต้องการเริ่มต้นและต่อยอดธุรกิจ นอกจากนี้ยังมีเสวนาให้ความรู้จากเหล่าวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิอีกคับคั่ง กิจกรรมเจรจาจับคู่ธุรกิจทั้งในและต่างประเทศ ขอเชิญชวนผู้ที่กำลังมองหาอาชีพ คนว่างงาน วัยเกษียณ รวมทั้งผู้สนใจลงทุน มาเดินงานนี้เชื่อมั่นว่าจะสามารถจุดประกายไอเดียในการเริ่มต้นธุรกิจและอาชีพ รวมทั้งเติมองค์ความรู้เพื่อนำไปต่อยอดธุรกิจของคุณให้ก้าวทันโลก และหวังเป็นอย่างยิ่งว่างาน Franchise Expo Thailand & TESE 2026 จะมีส่วนช่วยสร้างผู้ประกอบการหน้าใหม่ที่เข้มแข็งพร้อมขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้เติบโตต่อไป งานนี้คาดว่าจะมีเม็ดเงินสะพัดราว 220 ล้านบาท” นางสาววิมลณ์เกศกล่าวปิดท้าย

ผู้สนใจสามารถเข้าร่วมงาน Franchise Expo Thailand & TESE 2026 ได้ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย โดยงานจัดต่อเนื่องตั้งแต่วันที่ 6-9 สิงหาคมนี้ ที่ฮอลล์ 6-8 อิมแพ็คเมืองทองธานี

รวมใจไทยทั่วหล้า บริจาคโลหิตน้อมถวาย ‘สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง’ พร้อมรับตราไปรษณียากรที่ระลึก 80 พรรษาฯ อันทรงคุณค่า

รวมใจไทยทั่วหล้า บริจาคโลหิตน้อมถวาย ‘สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง’  พร้อมรับตราไปรษณียากรที่ระลึก 80  พรรษาฯ อันทรงคุณค่า

รวมใจไทยทั่วหล้า บริจาคโลหิตน้อมถวาย ‘สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง’ พร้อมรับตราไปรษณียากรที่ระลึก 80 พรรษาฯ อันทรงคุณค่า

วันพฤหัสบดี ที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 16.10 น.

ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย เชิญชวนพสกนิกรชาวไทยทั่วประเทศ ร่วมน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ บริจาคโลหิตน้อมถวายเป็นพระราชกุศล ‘สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง’ ตลอดเดือนสิงหาคม  2569  พิเศษ ! เฉพาะผู้บริจาคโลหิต  ระหว่างวันที่ 10 – 14  สิงหาคม 2569 ณ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย และภาคบริการโลหิตแห่งชาติ 12 แห่ง ทั่วประเทศ จะได้รับตราไปรษณียากร ฯ 80 พรรษา อันทรงคุณค่า เป็นที่ระลึก (จำนวนจำกัด)

รศ.พญ.ดุจใจ ชัยวานิชศิริ ผู้อำนวยการศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย เปิดเผยว่า วันที่ 12 สิงหาคม ของทุกปี เป็นวันแม่แห่งชาติ และเป็นวันคล้ายวันพระราชสมภพของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงดำรงตำแหน่งสภานายิกาสภากาชาดไทย เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม 2499 จวบจนปัจจุบันนับเป็นเวลา 70 ปี ใต้ร่มพระบารมีที่สภากาชาดไทย ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากองค์สภานายิกาสภากาชาดไทย ในการประกอบพระราชกรณียกิจคุณูปการแก่สภากาชาดไทย ทำให้กิจการของสภากาชาดไทย มีความก้าวหน้ายั่งยืน ดำเนินงานเพื่อมนุษยธรรม ตามหลักการกาชาดสากล สร้างความผาสุกให้แก่ประชาชน และประเทศชาติจวบจนปัจจุบัน  ทั้งนี้ ด้วยทรงสนพระราชหฤทัยสนับสนุนงานด้านการบริการโลหิตมาตั้งแต่ต้น ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ เสด็จพระราชดำเนินไปพระราชทานเข็มที่ระลึกแก่ผู้บริจาคโลหิตตามที่สภากาชาดไทยกำหนด นับเป็นแรงจูงใจ  และเป็นความปิติภาคภูมิใจแก่ผู้บริจาคโลหิต จนทำให้มีผู้บริจาคโลหิตอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้

ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย จึงขอเชิญพสกนิกรทุกหมู่เหล่าร่วมแสดงความจงรักภักดี บริจาคโลหิตในโครงการ รวมใจไทยทั่วหล้า น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ บริจาคโลหิตถวายเป็นพระราชกุศลแด่ ‘สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง’ ตลอดเดือนสิงหาคม 2569 

พิเศษ ! ผู้บริจาคโลหิตระหว่างวันที่ 10 – 14  สิงหาคม 2569 ณ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย และภาคบริการโลหิตแห่งชาติ 12 แห่ง ทั่วประเทศ  จะได้รับ ตราไปรษณียากรที่ระลึก “พระฉายาลักษณ์ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง สภานายิกาสภากาชาดไทย” อันทรงคุณค่า จัดทำขึ้นเมื่อปี 2555 เนื่องในโอกาสทรงเจริญพระชนมพรรษา 80 พรรษา    

เงื่อนไขการรับ “ตราไปรษณียากร ฯ ที่ระลึก” (จำนวนจำกัด) บริจาคได้ที่ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ถนนอังรีดูนังต์ ผู้บริจาคโลหิต ต้องลงทะเบียนออนไลน์ เข้าร่วมกิจกรรมล่วงหน้า ทางเฟซบุ๊กศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย และต้องเป็นเพื่อนกับศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ ผ่านทาง LINE Official Account (@nbctrc) เท่านั้น ! จึงจะมีสิทธิ์รับตราไปรษณียากร ฯ 80 พรรษา เป็นที่ระลึก 

ภาคบริการโลหิตแห่งชาติ 12 แห่ง ทั่วประเทศ ได้แก่ จังหวัดลพบุรี ชลบุรี ราชบุรี นครราชสีมา ขอนแก่น อุบลราชธานี นครสวรรค์ พิษณุโลก เชียงใหม่ นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง) สงขลา และภูเก็ต