รู้เรื่องยากับเภสัชจุฬาฯ : ยาเหลือ เพราะอะไร แล้วนำไปไหนดี

รู้เรื่องยากับเภสัชจุฬาฯ : ยาเหลือ เพราะอะไร แล้วนำไปไหนดี

รู้เรื่องยากับเภสัชจุฬาฯ : ยาเหลือ เพราะอะไร แล้วนำไปไหนดี

วันจันทร์ ที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

สืบเนื่องจากสัปดาห์ก่อน ที่เล่าเรื่องทำไมเราจึงไม่ควรนำยาของเราไปให้คนอื่นใช้ วันนี้เราจะมาคุยกันถึงสาเหตุหนึ่งที่เรามียาเหลือ เพราะว่าเราอาจจะไม่ได้กินยาให้ครบถ้วนตามคำสั่งแพทย์ ดังนั้น สัปดาห์นี้จึงมาชวนคุยเรื่องการใช้ยาตามคำสั่งแพทย์

ขอย้ำว่า หนึ่งในสาเหตุหลักที่ทำให้ผลการรักษาโรคต่าง ๆ ไม่ว่าจะโรคเรื้อรังหรือโรคเฉียบพลัน ไม่เป็นไปตามที่ควรคือ คนไข้ไม่ใช้ยาตามแพทย์สั่ง ผู้ป่วยหลายคนมีหลายโรคร่วมกัน ทั้งเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง มียากินประจำ 4-5 ชนิด บางอย่างก็วันละมื้อ บางอย่างก็สองสามมื้อ มีทั้งก่อนและหลังอาหาร แต่บางรายก็ลืมรับประทานยา ผลของการหลงลืมกินยาจะส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพการรักษาแน่นอน แต่จะหนักหนาเพียงไรคงตอบได้ยาก เพราะผู้ป่วยแต่ละคน ที่ป่วยแต่ละโรคมีความอ่อนไหวไม่เท่ากัน ตัวอย่างในผู้ป่วยโรคติดเชื้อหรือ ในผู้ป่วยปลูกถ่ายอวัยวะที่ต้องกินยากดภูมิ การกินยาให้ตรงเวลาเป๊ะเป็นเรื่องจำเป็นมาก เช่น ผู้ป่วยติดเชื้อ HIV หรือผู้ป่วยวัณโรค การกินยาตามสั่งไม่ได้ถึง 90-95 เปอร์เซ็นต์ จะเสี่ยงกับการรักษามาก จนถึงอาจล้มเหลวในการรักษาได้เพราะเชื้อดื้อยา ส่วนกรณีคนไข้ปลูกถ่ายอวัยวะ เช่น ไต ตับ หัวใจ ยิ่งสำคัญและจำเป็นมากกับการกินยาให้ครบ และตรงตามเวลา เพื่อป้องกันร่างกายปฏิเสธอวัยวะที่ปลูกถ่าย

การไม่กินยาในผู้ป่วยแต่ละราย ไม่ได้มีเหตุมาจากผู้ป่วยเพียงอย่างเดียว แต่บุคคลากรทางการแพทย์ก็มีส่วนสำคัญ เพราะต้องต้องสื่อสาร และต้องทำให้ผู้ป่วยเข้าใจโรคที่เป็นอยู่ และต้องเข้าใจแผนการรักษา อย่างไรก็ตาม หนึ่งในสาเหตุหลักที่ผู้ป่วยไม่กินยาคือ ลืม ซึ่งอาจมาจากชีวิตที่ยุ่งมาก ต้องทำหลายอย่างตั้งแต่เช้าจรดค่ำ ทำให้ลืมกินยามื้อเช้าหรือมื้อเที่ยง อีกสาเหตุหนึ่งคือ ความยุ่งยากของมื้อกินยา เพราะมียาหลายอย่าง ต้องกินหลายแบบ ทำให้เกิดความคลาดเคลื่อน อีกปัญหาคือเมื่อเราแก่ลงทุกวัน ต่อให้ตั้งใจไม่ลืมกินยา แต่ก็ลืมอยู่ดี ไม่ว่าจะลืมเพราะยุ่ง หรือลืมเพราะความแก่ชรา ดังนั้นจึงต้องมีตัวช่วยกันลืม เช่น การใช้กล่องใส่ยาตามมื้อ การตั้งโทรศัพท์มือถือให้ช่วยเตือนกินยา รวมไปถึงความสอดส่องใส่ใจของผู้ดูแลคนไข้ ที่ต้องเตรียมยาให้สะดวก เพื่อป้องกันการหลงลืมกินยา 

แต่มีอีกเหตุผลคือ ผู้ป่วยตั้งใจไม่กินยา เช่น ผู้ป่วยเลือกที่จะกินตามอาการ เห็นว่าไม่มีอาการก็จึงไม่กินยา หรือคิดเอาเองว่าหายป่วยแล้ว จึงเลิกกินยา ซึ่งถ้าเป็นกลุ่มยาที่ใช้รักษาตามอาการ เช่น ยาลดไข้ ยาแก้ไอ ยาแก้ปวดท้อง ก็คงไม่เป็นอะไรมากนัก ยาเหลือก็เก็บไว้ได้ แต่ถ้าเป็นยาปฏิชีวนะที่ต้องกินติดต่อให้หมด เพราะถ้ากินแค่ 2-3 วัน แล้วรู้สึกว่าตัวเองหายป่วย แล้วหยุดกิน อาจทำให้เกิดอาการเชื้อดื้อยา ดังนั้น เวลาจ่ายยา เภสัชกรจึงเน้นย้ำเสมอว่า ยาตัวไหนที่ต้องกินจนหมด เราจึงต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด

สำหรับผู้ป่วยกลุ่มโรคเรื้อรัง ที่เลือกไม่กินยา อาจเป็นเพราะเบื่อ กินไปแล้วก็ไม่เห็นการเปลี่ยนแปลงใด ๆ  หรือไม่รู้สึกว่าตนเองมีความเจ็บป่วย แต่จริง ๆ แล้วยาจะช่วยคุมอาการ ไม่ให้โรคที่เป็นเกิดภาวะแทรกซ้อน แต่ยังมีผู้ป่วยอีกกลุ่มหนึ่ง ที่คิดเอาเองว่ายาที่กินทุกวันจะมีผลต่อตับไต กินแล้วตับจะเสื่อม ไตจะวาย ก็จึงตัดสินใจเลิกกินยา หรือลดยาเอง ทั้ง ๆ ที่หากคุมโรคไม่ได้แล้ว จะเป็นเหตุทำให้ไตเสียหายได้

ดังนั้น หากคุณแอบลดยา หรือหยุดยาเอง เพราะกลัวตับไตพัง ต้องขอย้ำว่ากรุณาไม่หยุดใช้ยาโดยไม่คุยกับหมอหรือเภสัชกร ย้ำอีกครั้งว่าต้องคุยกับหมอและเภสัชกรทุกครั้งที่จะหยุดยา ลดยา หรือเพิ่มยา บอกความจริงไปเลย เพราะหมอและเภสัชกรพร้อมจะอธิบายให้ทราบว่าทำไมจึงไม่ควรหยุดยาเอง และจะช่วยปรับแผนการใช้ยาให้เข้ากับวิถีชีวิตคุณมากขึ้น

ส่วนยาที่เหลือที่เก็บสะสมไว้ ก็อย่าเพิ่งกวาดทิ้งถังขยะ กรุณารวบรวมใส่ถุงรักษาให้ดี แล้วนำกลับไปที่ห้องยาของโรงพยาบาล เพื่อให้เภสัชกรช่วยคัดแยก แล้วนำไปใช้ต่อ สำหรับยาที่ยังใช้ได้ หรือหากยาหมดอายุก็จะได้นำไปทำลายให้ถูกวิธี เพื่อความปลอดภัยกับมนุษย์ สัตว์ และสิ่งแวดล้อม

ขอย้ำว่าการพูดคุย และการร่วมมือกันระหว่างคนไข้กับทีมแพทย์ และเภสัชกร จะทำให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อผู้ป่วยเอง

รศ. ภญ. ดร.ณัฏฐดา อารีเปี่ยม และ รศ. ภก. ดร. บดินทร์ ติวสุวรรณ

คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

คุณแหน : 3 สิงหาคม 2569

คุณแหน : 3 สิงหาคม 2569

คุณแหน : 3 สิงหาคม 2569

วันจันทร์ ที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

๐๐ พลเอก พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าเฉลิมศึกยุคล เสด็จเป็นประธาน การประชุมขับเคลื่อนหลักสูตรประกาศนียบัตรของผู้นำทางการแพทย์สาธารณสุขและระบบสุขภาพ รุ่นที่ 1 สถาบันพระปกเกล้า..๐๐

๐๐ ปิยพงศ์ ชูวงศ์ ผวจ.ลำพูน เป็นประธานมอบสิ่งของอุปโภคแก่เรือนจำ จ.ลำพูน ผ่านโครงการ “กาชาดปันน้ำใจให้ผู้ต้องขังในเรือนจำ” เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 12 สิงหาคม 2569 โดยมี ณัษฐพร ชูวงศ์ นายกเหล่ากาชาด จ.ลำพูน พร้อมด้วยสมาชิกเหล่ากาชาด จ.ลำพูน ร่วมด้วย..๐๐

๐๐ ผู้เข้าชมการแสดงคอนเสิร์ตเฉลิมพระเกียรติ ทศวรรษ ศีตราชัน (คอนเสิร์ตเฉลิมพระเกียรติ 10 ปี แห่งการครองราชย์) ต่างชื่นชมฝีมือนักดนตรีของวงดุริยางค์เยาวชนไทยในพระอุปถัมภ์ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ (TYO) จัดโดย กรมส่งเสริมวัฒนธรรม และมูลนิธิส่งเสริมดนตรีสากลเยาวชน งานนี้ต้องปรบมือรัวๆให้แม่งาน ยุถิกา อิศรางกูร ณ อยุธยา และ ปริศนา พงษ์ทัดศิริกุล..๐๐

๐๐ ชวน หลีกภัย วันเกิดปีนี้ตอนเช้าได้ไปไหว้พระธาตุและกราบนมัสการท่านเจ้าอาวาสวัดมหาธาตุ จ.นครศรีธรรมราช ตอนบ่ายรับแขกที่บ้านเล็กน้อยแล้วออกหมู่บ้านไปเยี่ยมผู้สูงอายุที่มีพระคุณมาตลอดชีวิตในระหว่างหาเสียง วันรุ่งขึ้นตีสี่นั่งรถจากตรังไปจ.นครปฐม เพื่อเป็นประธานในพิธีหล่อพระ..๐๐

๐๐ ชาว Digital CEO#1 ร่วมยินดีกับ ชัยวัฒน์ โยธคล ที่ได้เป็น ว่าที่ อธิบดีกรมปศุสัตว์..๐๐

๐๐ เพื่อนๆชาว Digital CEO#5 เตรียมนัดไปสังสรรค์ที่ร้านอาหารใหม่ของ สุรเดช สร้อยรุ่งเรือง ชื่อ Azzurro @ Prathumwan อยู่ริมสระว่ายน้ำ ชั้น 8 รร.ปทุมวันปริ้นเซส เป็นอาหารสไตล์อิตาเลี่ยนแท้ๆโดยเชฟชาวไทยที่ผ่านงานจากประเทศอิตาลีมาแล้ว..๐๐

๐๐ อนุกูล เย็นใจ วันเกิดปีนี้ทำบุญรัวๆ บริจาคเงินให้ รพ.ตำรวจ, สภากาชาดไทยและบริจาคช่วยเด็กพิการ ตกเย็นมีเพื่อนๆมาร่วมฉลองให้อย่างอบอุ่น ณ ร้าน Classic Room Cafe & Dining งานนี้ ฐิรัฐ นาถวิริยกุล,ดร.ตฤณวรรธน์ ธนิตนิธิพันธ์, ดร.ชานนท์ ชิงชยานุรักษ์, ดาริกา ฉัตรอรุณรุ่ง, ยุทธพร จิตตเกษม,  เข็มชาติ สังฆะคาม, ประเสริฐ จารุศรีพัฒน์, ชญาณเดช ปรียวัฒธนากุล, สุดเขต ยงค์เจริญชัย ไม่พลาด..๐๐

๐๐ อนุวัตร เฉลิมไชย บริจาคเงินสนับสนุนทุนการศึกษาของมูลนิธิเพื่อการศึกษาสมาคมการตลาดแห่งประเทศ เพื่อช่วยการศึกษาเยาวชนผู้ด้อยโอกาส..๐๐

๐๐ ชื่นชม ธ.ก.ส. สำนักงาน จ.หนองคาย ที่มอบข้าวสารเพื่อสนับสนุนนักเรียนผู้พิการของวิทยาลัยเทคโนโลยีพระมหาไถ่หนองคายในพระราชูปถัมภ์ฯ ให้มีอาหารบริโภคอย่างเพียงพอในระหว่างการศึกษาและฝึกทักษะอาชีพ โดยมี ชิด สุขหนู รับมอบ..๐๐

๐๐ ข่าวสุดยินดีของชาวไทยและชาวนครศรีธรรมราช เมื่อองค์การยูเนสโก ประกาศขึ้นทะเบียน “วัดพระมหาธาตุ วรมหาวิหาร” จ.นครศรีธรรมราช เป็นมรดกโลกอย่างเป็นทางการ สู่งานสถาปัตยกรรมแห่งศรัทธาที่เป็นมรดกของมวลมนุษยชาติ..๐๐

น้องใหม่ 

เพลงที่หลายคนกลับมาฟังอีกครั้ง Live and Learn เวอร์ชันใหม่ จาก ‘บอย โกสิยพงษ์’

เพลงที่หลายคนกลับมาฟังอีกครั้ง Live and Learn เวอร์ชันใหม่ จาก ‘บอย โกสิยพงษ์’

เพลงที่หลายคนกลับมาฟังอีกครั้ง Live and Learn เวอร์ชันใหม่ จาก ‘บอย โกสิยพงษ์’

วันจันทร์ ที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 15.58 น.

บางบทเพลงไม่ได้อยู่กับเราเพียงช่วงเวลาหนึ่ง แต่เติบโตและเปลี่ยนความหมายไปพร้อมกับชีวิตของผู้ฟัง เช่นเดียวกับ “Live and Learn” บทเพลงที่หลายคนกลับมาฟังอีกครั้งเมื่อชีวิตเปลี่ยนไป และค้นพบความหมายใหม่จากเนื้อเพลงเดิมอยู่เสมอ

ล่าสุด บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SC ได้ชวน “บอย โกสิยพงษ์” ผู้ประพันธ์เพลง Live and Learn มาร่วมถ่ายทอดแนวคิดของบ้านรุ่นใหม่ภายใต้แคมเปญ Live and Learn Home — บ้านที่สร้างจากชีวิตจริง ด้วยการนำบทเพลง Live and Learn มาเรียบเรียงและบันทึกเสียงใหม่ ให้มีจังหวะที่สดใสและสนุกยิ่งขึ้น เพื่อสะท้อนภาพของบ้านที่พร้อมปรับเปลี่ยน ขยับขยาย และเติบโตไปพร้อมกับทุกช่วงชีวิตของผู้อยู่อาศัย

บอย โกสิยพงษ์ ผู้ประพันธ์เพลง Live and Learn กล่าวว่า การร่วมงานครั้งนี้เริ่มต้นจากการที่ SC ต้องการสื่อสารแนวคิด Live and Learn Home และมองว่าบทเพลง Live and Learn สามารถเป็นสื่อกลางในการถ่ายทอดเรื่องราวของการเติบโต การเรียนรู้ และความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นภายในบ้านได้อย่างเป็นธรรมชาติ SC ชวนผมมาร่วมทำเพลงเพื่อถ่ายทอดแนวคิดของบ้านรุ่นใหม่ Live and Learn Home โดยให้นำเพลง Live and Learn กลับมาเรียบเรียงและบันทึกเสียงใหม่อีกครั้ง โจทย์ที่ได้รับน่าสนใจตรงที่ บ้านไม่ควรเป็นสิ่งที่หยุดนิ่ง แต่ควรสามารถปรับเปลี่ยน ขยับขยาย และเติบโตไปพร้อมกับชีวิตของคนในครอบครัว ซึ่งเป็นมุมมองที่เชื่อมโยงกับความหมายของเพลงนี้ได้อย่างพอดี ตลอดเวลากว่า 20 ปี เพลง Live and Learn เติบโตไปพร้อมกับผู้ฟังในแต่ละช่วงชีวิต และแต่ละคนก็ตีความเพลงนี้แตกต่างกันไปตามประสบการณ์ของตัวเอง สำหรับเวอร์ชันที่ทำร่วมกับ SC เราปรับการเรียบเรียงให้มีจังหวะที่สดใสและสนุกขึ้น แต่ยังคงเนื้อร้องเดิมไว้ เพื่อถ่ายทอดบรรยากาศของบ้านที่มีชีวิต มีการเปลี่ยนแปลง และเต็มไปด้วยการเรียนรู้ของทุกคนในครอบครัว” บอย กล่าว

ด้าน นางสาวโฉมชฎา กุลดิลก รองกรรมการผู้จัดการ สายงานแบรนด์องค์กร บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SC กล่าวว่า SC เลือกใช้ Music Marketing เป็นส่วนหนึ่งของการสื่อสารแคมเปญ Live and Learn Home เพราะเชื่อว่าบทเพลงสามารถเชื่อมโยงผู้คนกับแบรนด์ในระดับความรู้สึกได้ และ Live and Learn เป็นบทเพลงที่มีคุณค่าเหนือกาลเวลา สามารถสร้างความหมายใหม่ให้กับผู้ฟังได้ในทุกช่วงของชีวิต แนวคิดของบทเพลงยังสอดคล้องกับวิธีการทำงานของ SC ที่เชื่อว่า ทุกครั้งที่ลูกบ้าน Live คือโอกาสที่ SC จะได้ Learn เพื่อนำความเข้าใจจากการใช้ชีวิตจริงมาพัฒนาบ้านคุณภาพที่ตอบโจทย์พฤติกรรมและไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนแปลงไป

“Live and Learn เป็นบทเพลงที่ผู้คนสามารถกลับมาฟังได้เสมอ และเมื่อชีวิตเปลี่ยนไป เราก็อาจค้นพบความหมายใหม่จากเพลงเดิม เช่นเดียวกับบ้าน SC ที่เราออกแบบภายใต้แนวคิด Live and Learn Home เราเชื่อว่าความ Timeless ของบ้านไม่ได้อยู่เพียงที่รูปลักษณ์หรือดีไซน์ แต่คือการออกแบบพื้นที่ให้พร้อมรองรับการเติบโตของทุกคนในครอบครัว และตอบโจทย์การใช้ชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไปในทุกช่วงวัยนี่คือเหตุผลที่ SC เลือกชวนคุณบอยมาร่วมถ่ายทอดแนวคิดของบ้านรุ่นใหม่นี้ ผ่านการเรียบเรียงและบันทึกเสียงเพลง Live and Learn ขึ้นใหม่ เพื่อให้ผู้คนสามารถเข้าใจและสัมผัสแนวคิด Live and Learn Home ได้ในมิติของความรู้สึกมากยิ่งขึ้น” นางสาวโฉมชฎา กล่าว

นายณัฏฐกิตติ์ ศิริรัตน์ รองกรรมการผู้จัดการ สายงานการตลาดและนวัตกรรม บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SC กล่าวว่า แคมเปญ Live and Learn Home เกิดจากการนำข้อมูลและความเข้าใจจากการใช้ชีวิตจริงของลูกบ้านกว่า 38,000 ครอบครัว มาต่อยอดสู่การพัฒนา Space Design และฟังก์ชันใหม่ที่ตอบโจทย์การอยู่อาศัย พร้อมถ่ายทอดแนวคิดดังกล่าวผ่านเพลง Live and Learn เวอร์ชันใหม่ เพื่อให้ผู้บริโภคเข้าใจความหมายของ “บ้านที่สร้างจากชีวิตจริง” ได้ทั้งในเชิงอารมณ์และประสบการณ์

“สำหรับ SC ทุกครั้งที่ลูกบ้าน Live คือโอกาสที่เราได้ Learn เรานำ Insight จากการใช้ชีวิตจริงมาต่อยอดเป็นโซลูชันและ Space Design ที่ช่วยแก้ Pain Point ของการอยู่อาศัย ก่อนพัฒนาออกมาเป็นบ้าน 8 ซีรีส์ใหม่ 27 โมเดล ใน ภายใต้แนวคิด Live every stage, Learn every change เราหวังว่าเพลง Live and Learn เวอร์ชันใหม่ที่คุณบอยได้เรียบเรียงและบันทึกเสียงขึ้นสำหรับแคมเปญนี้ จะเป็นอีกหนึ่งสื่อกลางที่ช่วยให้ผู้บริโภคเข้าใจว่า บ้าน SC ไม่ได้เกิดจากการคาดเดาว่าผู้คนควรใช้ชีวิตอย่างไร แต่เกิดจากการเรียนรู้ว่าผู้คนใช้ชีวิตจริงอย่างไร” นายณัฏฐกิตติ์ กล่าว

มิวกี้ ไปรยา บินหนีมรสุมชีวิต เริ่มต้นใหม่ที่ต่างประเทศ แฟนๆให้กำลังใจล้นหลาม

มิวกี้ ไปรยา บินหนีมรสุมชีวิต เริ่มต้นใหม่ที่ต่างประเทศ แฟนๆให้กำลังใจล้นหลาม

มิวกี้ ไปรยา บินหนีมรสุมชีวิต เริ่มต้นใหม่ที่ต่างประเทศ แฟนๆให้กำลังใจล้นหลาม

วันจันทร์ ที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 14.40 น.

นับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของ “มิวกี้ ไปรยา” ที่ตัดสินใจเริ่มต้นชีวิตบทใหม่ ด้วยการเดินทางไปทำงานที่ต่างประเทศ หลังเผชิญมรสุมชีวิตทั้งปัญหาครอบครัว การเงิน และความเครียดอย่างหนักในช่วงที่ผ่านมา

       ก่อนหน้านี้ มิวกี้ เคยเปิดใจถึงช่วงเวลาที่ยากลำบากที่สุดในชีวิต โดยยอมรับว่าต้องเผชิญกับปัญหาหลายด้านพร้อมกัน จนกลายเป็นบททดสอบครั้งใหญ่ที่ต้องใช้ทั้งกำลังกายและกำลังใจในการก้าวผ่าน

อย่างไรก็ตาม เธอเผยว่า สิ่งสำคัญที่ทำให้ยังคงยืนหยัดและลุกขึ้นสู้ต่อ คือกำลังใจจาก ลูกชาย และ คุณแม่ ซึ่งเป็นแรงผลักดันสำคัญที่ทำให้ไม่ยอมแพ้ต่ออุปสรรค และพร้อมเดินหน้าสร้างชีวิตใหม่

       ล่าสุด มิวกี้ ได้โพสต์คลิปผ่านอินสตาแกรมส่วนตัว @milkypraiya เผยภาพการเดินทางไปยังต่างประเทศ เพื่อคว้าโอกาสใหม่ในการทำงาน พร้อมสื่อถึงการเริ่มต้นบทใหม่ของชีวิต โดยเลือกทิ้งเรื่องราวในอดีตไว้เบื้องหลัง และมุ่งหน้าไปสู่อนาคตด้วยความหวัง

หลังโพสต์ดังกล่าวเผยแพร่ออกไป มีแฟนคลับและผู้ติดตามจำนวนมากเข้ามาคอมเมนต์ส่งกำลังใจ พร้อมอวยพรให้ มิวกี้ ประสบความสำเร็จในเส้นทางสายใหม่ และขอให้ก้าวผ่านทุกอุปสรรค พร้อมเริ่มต้นชีวิตบทใหม่อย่างมีความสุข

กำลังใจมาเต็ม! นิ้ง กุลสตรี ฉลองวันเกิด 53 ปี เผยรอยยิ้มสดใส

กำลังใจมาเต็ม! นิ้ง กุลสตรี ฉลองวันเกิด 53 ปี เผยรอยยิ้มสดใส

กำลังใจมาเต็ม! นิ้ง กุลสตรี ฉลองวันเกิด 53 ปี เผยรอยยิ้มสดใส

วันจันทร์ ที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 11.45 น.

ทำเอาแฟนๆ อมยิ้มและรู้สึกอบอุ่นหัวใจไปตามๆ กัน เมื่อได้เห็นภาพล่าสุดของ “นิ้ง ณิชชยาณัฐ ศิริพงศ์ปรีดา” หรือ “นิ้ง กุลสตรี” อดีตนางเอกชื่อดัง ที่ออกมาเผยภาพในวันคล้ายวันเกิดอายุครบ 53 ปี

        โดย นิ้ง ได้โพสต์ภาพ พร้อมเช็กอินที่ Robinsonwood Golf Club โดยในภาพเผยให้เห็นเจ้าตัวในลุคสดใส ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้ม ทำเอาหลายคนที่ติดตามต่างเข้ามาชื่นชมว่าดูสดใสและมีความสุขมากขึ้น พร้อมเขียนข้อความว่า “ปีนี้อายุ 53 ปี ผ่านเรื่องราวต่างๆมากมาย แต่ก็จะยังยิ้มสู้ต่อไป Happy 53rd Birthday to me!”

โดยมีทั้งคนในวงการบันเทิงและแฟนๆ เข้ามาร่วมอวยพรวันเกิด พร้อมส่งกำลังใจให้เจ้าตัวอย่างอบอุ่น โดยหลายคนเข้ามาคอมเมนต์ขอให้มีความสุข สุขภาพแข็งแรง และบอกว่าคิดถึง นิ้ง กุลสตรี กันเป็นจำนวนมาก

ภาพจาก Instagram : @nink_nichayanaht

เบียร์ เดอะวอยซ์ เสิร์ฟลุคบิกินี แจกความสดใสกลางสวนกุหลาบ

เบียร์ เดอะวอยซ์ เสิร์ฟลุคบิกินี แจกความสดใสกลางสวนกุหลาบ

เบียร์ เดอะวอยซ์ เสิร์ฟลุคบิกินี แจกความสดใสกลางสวนกุหลาบ

วันอาทิตย์ ที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 20.45 น.

ทำเอาโซเชียลฮือฮาอีกครั้ง เมื่อ “เบียร์ เดอะวอยซ์” นักร้องสาวคนดัง ออกมาอัปเดตภาพเซ็ตใหม่ผ่านโซเชียลมีเดียในลุคบิกินีสีฟ้าสดใส ที่เผยเสน่ห์ความน่ารักปนเซ็กซี่ จนแฟนๆ ต่างเข้ามากดไลก์และแสดงความคิดเห็นกันอย่างคึกคัก

โดยภาพเซ็ตดังกล่าวเป็นการโพสท่าท่ามกลางสวนกุหลาบสีชมพูและใบไม้สีเขียว บรรยากาศเต็มไปด้วยความสดชื่นและเป็นธรรมชาติ ขณะที่เบียร์ยังเพิ่มความละมุนด้วยการทัดดอกไม้สีขาวไว้ที่เส้นผม ทำให้ลุคโดยรวมดูหวานละมุน แต่ยังคงความแซ่บได้อย่างลงตัว

หลังจากโพสต์ดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป ก็มีแฟนๆ และผู้ติดตามเข้ามาคอมเมนต์ชื่นชมกันอย่างต่อเนื่อง

LOSO ฟีเวอร์! 30 ปี LOSO นานเท่าไรก็รอ SOLD OUT ! ตอกย้ำสุดยอดตำนานร็อกแอนด์โรลล์เมืองไทย

LOSO  ฟีเวอร์! 30 ปี LOSO นานเท่าไรก็รอ  SOLD OUT ! ตอกย้ำสุดยอดตำนานร็อกแอนด์โรลล์เมืองไทย

LOSO ฟีเวอร์! 30 ปี LOSO นานเท่าไรก็รอ SOLD OUT ! ตอกย้ำสุดยอดตำนานร็อกแอนด์โรลล์เมืองไทย

วันอาทิตย์ ที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 18.20 น.

กระแสแรงเกินต้าน! คอนเสิร์ตครั้งประวัติศาสตร์ “30 ปี LOSO นานเท่าไรก็รอ” สร้างปรากฏการณ์สะเทือนวงการคอนเสิร์ตไทย หลังแฟนเพลงแห่จับจองบัตรจน SOLD OUT สะท้อนพลังศรัทธาและความคิดถึงที่มีต่อวงร็อกระดับตำนานอย่าง LOSO ได้อย่างชัดเจน

ปรากฏการณ์ครั้งนี้พิสูจน์แล้วว่า แม้เวลาจะผ่านมากว่า 30 ปี แต่บทเพลงของ LOSO ยังคงฝังแน่นอยู่ในหัวใจแฟนเพลงทุกเจเนอเรชัน ไม่ว่าจะเป็น ซมซาน, ใจสั่งมา, เคยรักฉันบ้างไหม, อะไรก็ยอม และอีกหลากหลายบทเพลงฮิตที่ยังคงดังก้องและถูกขับร้องพร้อมกันในทุกเวทีคอนเสิร์ต

เตรียมพบกับค่ำคืนแห่งความทรงจำครั้งยิ่งใหญ่ ในคอนเสิร์ต “30 ปี LOSO นานเท่าไรก็รอ” วันเสาร์ที่ 21 พฤศจิกายน 2569 ณ ราชมังคลากีฬาสถาน ที่พร้อมพาแฟนเพลงร่วมฉลอง 30 ปีแห่งตำนานร็อกแอนด์โรลล์เมืองไทย ผ่านโชว์สุดยิ่งใหญ่และบทเพลงที่อยู่ในใจคนไทยตลอดกาล โดยผู้จัดคนรุ่นใหม่ SL GLOBAL ENTERTAINMENT

งานนี้บอกได้คำเดียวว่า ใครมีบัตร…คือผู้โชคดี ส่วนใครพลาด คงได้แต่รอเสียงเล่าขานจากคอนเสิร์ตประวัติศาสตร์ครั้งนี้!

เบบี๋มาแล้ว พลอย หอวัง-เต Three Man Down ประกาศข่าวดี ตั้งท้องลูกคนแรก

เบบี๋มาแล้ว พลอย หอวัง-เต Three Man Down ประกาศข่าวดี ตั้งท้องลูกคนแรก

เบบี๋มาแล้ว พลอย หอวัง-เต Three Man Down ประกาศข่าวดี ตั้งท้องลูกคนแรก

วันอาทิตย์ ที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 16.21 น.

นับเป็นอีกหนึ่งข่าวดีของวงการบันเทิง เมื่อคู่รักสุดเท่ “พลอย หอวัง” และ “เต เตธนันท์ วงศ์ปรีชาโชค” หรือ เต Three Man Down มือกลองชื่อดัง ออกมาประกาศข่าวดีว่ากำลังจะมีทายาทคนแรก ทำเอาแฟนคลับที่ร่วมแสดงความยินดีกันอย่างล้นหลาม

ก่อนหน้านี้ พลอยและเตคบหาดูใจกันมานานกว่า 4 ปี ก่อนตัดสินใจเข้าสู่พิธีฉลองมงคลสมรสอย่างเรียบง่าย เมื่อวันที่ 22 เมษายน 2569 ท่ามกลางบรรยากาศอบอุ่น โดยมีเพียงครอบครัว ญาติ และเพื่อนสนิทร่วมเป็นสักขีพยาน

สำหรับการแต่งงานของทั้งคู่เกิดขึ้นจากการวางแผนสร้างครอบครัวอย่างจริงจัง หลังจากทั้งสองได้เข้าปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับการมีบุตร โดยพลอยเคยฝากไข่ไว้ก่อนหน้านี้ และต้องการสอบถามถึงขั้นตอนการทำเด็กหลอดแก้วจากไข่ที่ฝากไว้ แต่แพทย์ได้สอบถามกลับว่าทั้งคู่จดทะเบียนสมรสแล้วหรือไม่ ทำให้ทั้งสองตระหนักว่าควรดำเนินการแต่งงานและจดทะเบียนสมรสให้ถูกต้องตามกฎหมายก่อนเริ่มต้นแผนการมีลูก

ล่าสุด ทั้งคู่ได้ออกมาประกาศข่าวดีผ่านภาพสุดน่ารัก โดยพลอยนั่งอยู่บนรถเข็นที่เตเป็นผู้ลาก พร้อมเผยภาพอัลตราซาวด์ของลูกน้อยในครรภ์ เป็นการประกาศอย่างเป็นทางการว่าทั้งคู่กำลังจะได้เป็นคุณพ่อคุณแม่ป้ายแดง

หลังโพสต์ดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป บรรดาเพื่อนร่วมวงการบันเทิงและแฟนคลับต่างเข้ามาคอมเมนต์แสดงความยินดีอย่างต่อเนื่อง พร้อมอวยพรให้คุณแม่และลูกน้อยแข็งแรง และร่วมต้อนรับสมาชิกใหม่ของครอบครัวที่จะลืมตาดูโลกในอีกไม่นานนี้

อว.ชี้ทุน ‘BRIDGE-BrighT’ จุดเริ่มต้นการปฏิรูประบบอุดมศึกษาไทยทั้งระบบ

อว.ชี้ทุน ‘BRIDGE-BrighT’ จุดเริ่มต้นการปฏิรูประบบอุดมศึกษาไทยทั้งระบบ

อว.ชี้ทุน ‘BRIDGE-BrighT’ จุดเริ่มต้นการปฏิรูประบบอุดมศึกษาไทยทั้งระบบ

วันจันทร์ ที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 14.37 น.

“พันธุ์เพิ่มศักดิ์” ชี้ทุน 2 โครงการ “BRIDGE- BrighT” จุดเริ่มต้นการปฏิรูประบบอุดมศึกษาไทยทั้งระบบ ต่อยอด Higher Education Sandbox ของกระทรวง อว.ให้เกิดผลเป็นรูปธรรมพร้อมจัดตั้งสภาการเปลี่ยนแปลง BCG ระดับอุดมศึกษาแห่งชาติ

ดร.พันธุ์เพิ่มศักดิ์ อารุณี รองปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เปิดเผยว่า ภายหลังจากที่ Erasmus+ Programme (ERASMUS+) อนุมัติทุนสนับสนุนแก่ประเทศไทยเพื่อดำเนิน 2 โครงการความร่วมมือด้านการอุดมศึกษา ได้แก่ โครงการ Transformative Leadership in Science, Engineering, and Management: Bridging Disciplines to Build Thailand’s Next-Gen Innovators (BRIDGE) และโครงการ Bio-Circular-Green Higher Education Acceleration for Thailand (BrighT) นั้น ทั้งสองโครงการไม่ได้มุ่งเพียงพัฒนาหลักสูตรหรือกิจกรรมของมหาวิทยาลัย แต่เป็นการสร้างต้นแบบการปฏิรูประบบอุดมศึกษาที่จะสามารถขยายผลสู่ระดับประเทศได้ในอนาคต

รองปลัดกระทรวง อว. กล่าวต่อว่า หากพิจารณาในรายละเอียด ทั้งสองโครงการมีบทบาทแตกต่างกันแต่เกื้อหนุนกัน โดย BRIDGE มุ่งยกระดับการผลิตกำลังคนสมรรถนะสูง ขณะที่ BrighT มุ่งยกระดับระบบนิเวศของมหาวิทยาลัยเพื่อรองรับการพัฒนาเศรษฐกิจ BCG และการเติบโตอย่างยั่งยืน โดยสำหรับโครงการ BRIDGE ซึ่งมีมหาวิทยาลัยบูรพาเป็นหัวหน้าโครงการฝั่งประเทศไทย และได้รับทุนสนับสนุน 694,302.81 ยูโร เป็นเวลา 3 ปี ถือเป็นการพัฒนาต้นแบบหลักสูตรสหวิทยาการที่เชื่อมโยงองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ และการจัดการ เพื่อสร้าง “นักวิทยาศาสตร์ผู้ตัดสินใจ (Scientist Leaders)” ที่สามารถนำองค์ความรู้ไปสร้างนวัตกรรมและบริหารการเปลี่ยนแปลงได้จริง

“ที่ผ่านมา การผลิตกำลังคนด้านวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมของไทยเน้นความเชี่ยวชาญเฉพาะสาขา แต่บริบทโลกปัจจุบันต้องการบุคลากรที่สามารถทำงานข้ามศาสตร์ มีภาวะผู้นำ เข้าใจธุรกิจ และสร้างนวัตกรรมร่วมกับภาคอุตสาหกรรมได้ BRIDGE จึงเข้ามาตอบโจทย์ช่องว่างดังกล่าว”

ดร.พันธุ์เพิ่มศักดิ์ กล่าวว่า จุดเด่นสำคัญของโครงการ คือ การต่อยอด Higher Education Sandbox ของกระทรวง อว. ให้เกิดผลเป็นรูปธรรม ผ่านการพัฒนากลไกการออกแบบหลักสูตรร่วม ระบบผลลัพธ์การเรียนรู้ การเทียบโอนและรับรองหน่วยกิตตามสมรรถนะ ตลอดจนระบบประกันคุณภาพที่เอื้อต่อการจัดหลักสูตรสหวิทยาการและหลักสูตรปริญญาคู่ ซึ่งจะเป็นต้นแบบให้มหาวิทยาลัยอื่นนำไปประยุกต์ใช้ได้ นอกจากนี้ โครงการยังมีเป้าหมายสร้างข้อเสนอเชิงนโยบายเพื่อสนับสนุนการพัฒนาหลักสูตรรูปแบบใหม่ในระดับประเทศ อันจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของบัณฑิตไทยในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ทั้งด้านการผลิต พลังงาน โลจิสติกส์ และเทคโนโลยีดิจิทัล

ดร.พันธุ์เพิ่มศักดิ์ กล่าวอีกว่า ส่วนโครงการ BrighT ซึ่งมีมหาวิทยาลัยมหิดลเป็นหัวหน้าโครงการฝั่งประเทศไทย ได้รับทุนสนับสนุน 883,556.83 ยูโร ระยะเวลา 4 ปี มีเป้าหมายยกระดับบทบาทของมหาวิทยาลัยในการขับเคลื่อนโมเดลเศรษฐกิจ Bio-Circular-Green Economy (BCG) ของประเทศ ผ่านการพัฒนาระบบการบริหารจัดการ การพัฒนาหลักสูตร และการสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับภาคอุตสาหกรรม โครงการนี้ไม่ได้มุ่งเน้นการพัฒนาหลักสูตรเพียงอย่างเดียว แต่เป็นการวางกลไกการกำกับดูแลในระดับประเทศ โดยจะจัดตั้งสภาการเปลี่ยนแปลง BCG ระดับอุดมศึกษาแห่งชาติ พัฒนากรอบสมรรถนะด้าน BCG ที่สอดคล้องกับมาตรฐาน GreenComp ของสหภาพยุโรป สนับสนุนการเรียนรู้ร่วมกับการทำงาน และจัดตั้งศูนย์ความเป็นเลิศระดับภูมิภาค 5 แห่ง เพื่อยกระดับศักยภาพของมหาวิทยาลัยในพื้นที่และลดความเหลื่อมล้ำระหว่างเมืองกับชนบท

“สิ่งสำคัญของ BrighT คือ การเชื่อมโยงนโยบายกับการปฏิบัติ มหาวิทยาลัยจะไม่ได้ทำงานเพียงลำพัง แต่จะมีภาครัฐ ภาคอุตสาหกรรม และเครือข่ายมหาวิทยาลัยร่วมกันพัฒนากลไกที่จะสามารถขยายผลได้ทั้งประเทศ ซึ่งจะช่วยให้การผลิตกำลังคนสอดคล้องกับการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียวของไทย” รองปลัดกระทรวง อว. กล่าว

ดร.พันธุ์เพิ่มศักดิ์ กล่าวในตอนท้ายว่า ทั้งสองโครงการถือเป็นก้าวสำคัญของการพัฒนาระบบอุดมศึกษาไทยผ่านความร่วมมือกับสหภาพยุโรป โดยผลลัพธ์ที่ได้จะไม่ได้หยุดอยู่เพียงมหาวิทยาลัยที่เข้าร่วมโครงการ แต่จะถูกต่อยอดเป็นแนวทางเชิงนโยบาย ต้นแบบหลักสูตร และกลไกการพัฒนากำลังคนที่สามารถขยายผลไปยังสถาบันอุดมศึกษาทั่วประเทศ เพื่อสนับสนุนการขับเคลื่อนนโยบาย Thailand² ยกกำลังประเทศไทย ในการยกระดับทุนมนุษย์และสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาว

ทร.จัดพิธีบวงสรวงพระภูมิเจ้าที่ พิธีสงฆ์ และเซ่นไหว้แม่ย่านางเรือพระราชพิธี เตรียมขบวนพยุหยาตราทางชลมารค

ทร.จัดพิธีบวงสรวงพระภูมิเจ้าที่ พิธีสงฆ์ และเซ่นไหว้แม่ย่านางเรือพระราชพิธี เตรียมขบวนพยุหยาตราทางชลมารค

ทร.จัดพิธีบวงสรวงพระภูมิเจ้าที่ พิธีสงฆ์ และเซ่นไหว้แม่ย่านางเรือพระราชพิธี เตรียมขบวนพยุหยาตราทางชลมารค

วันจันทร์ ที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 10.58 น.

กองทัพเรือ จัดพิธีบวงสรวงพระภูมิเจ้าที่ พิธีสงฆ์ และเซ่นไหว้แม่ย่านางเรือพระราชพิธี ก่อนอัญเชิญเรือพระที่นั่งทั้ง 4 ลำ ลงน้ำ ในการจัดขบวนพยุหยาตราทางชลมารค

3 สิงหาคม 2569 ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เรือพระราชพิธี พล.ร.อ.ไพโรจน์ เฟื่องจันทร์ ผู้บัญชาการทหารเรือ (ผบ.ทร.) เป็นประธานในพิธีบวงสรวงพระภูมิเจ้าที่ พิธีสงฆ์ และเซ่นไหว้แม่ย่านางเรือพระราชพิธี จำนวน 14 ลำ ในการจัดขบวนพยุหยาตราทางชลมารค ในการเสด็จพระราชดำเนินไปทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายผ้าพระกฐิน พุทธศักราช 2569 เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี 3 มิถุนายน 2569

โดยในเวลา 08.15 น.ผู้บัญชาการทหารเรือได้เดินทางไปยังพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เรือพระราชพิธี เพื่อประกอบพิธีบวงสรวงพระภูมิเจ้าที่ พิธีสงฆ์ และเซ่นไหว้แม่ย่านาง เรือพระที่นั่งจำนวน 4 ลำ ประกอบด้วย เรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ เรือพระที่นั่งอนันตนาคราช เรือพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณ รัชกาลที่ 9 เรือพระที่นั่งอเนกชาติภุชงค์ และเรือรูปสัตว์ 4 ลำ คือ เรือเอกชัยเหินหาว เรือครุฑเหินเห็จ เรือกระบี่ปราบเมืองมาร และเรืออสุรวายุภักษ์

โดยภายหลังจากเจ้าพนักงานอ่านโองการเสร็จ ผู้บัญชาการทหารเรือได้เริ่มประกอบพิธีสงฆ์ จุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย พระสงฆ์ให้ศีล เจริญพระพุทธมนต์ สวดอนุโมทนา ประพรมน้ำพระพุทธมนต์ จากนั้น ผู้บัญชาการทหารเรือเจิมเรือ ปิดทอง ผูกผ้าสี คล้องพวงมาลัย โปรยข้าวตอกดอกไม้ เพื่อบวงสรวงแม่ย่านางเรือ และรำบวงสรวง (ระบำกฤดาอวยพร) โดยกรมศิลปากร

ต่อมาในเวลา 10.19 น.ผู้บัญชาการทหารเรือได้เดินทางไปเป็นประธานในพิธีบวงสรวงแม่ย่านางเรือรูปสัตว์ จำนวน 6 ลำ ณ แผนกเรือยนต์หลวง ท่าวาสุกรี ประกอบด้วย เรือเอกชัยหลาวทอง เรือกระบี่ราญรอนราพณ์ เรือครุฑเตร็จไตรจักร เรือพาลีรั้งทวีป เรือสุครีพครองเมือง และเรืออสุรปักษี

สำหรับการบวงสรวงพระภูมิเจ้าที่ เป็นพิธีกรรมในการยอมรับนับถือและให้การคารวะบูชาต่อพระภูมิเจ้าที่ที่ปกปักรักษา คุ้มครอง และป้องกันสถานที่นั้นๆ พิธีกรรมเป็นการสวดอาราธนาบารมี พระพุทธานุภาพ พระธรรมานุภาพ พระสังฆานุภาพ เทพพรหมเทวา รวมถึงท้าวจตุมหาราช ผู้เป็นใหญ่ในทั่วทิศทั้ง 4 ลงมาประทับ ณ สถานประกอบพิธี และพิธีเซ่นไหว้แม่ย่านางเรือ เป็นความเชื่อแต่โบราณว่า เรือทุกลำมีแม่ย่านางเรือสิงสถิตอยู่ คอยปกปักรักษา คุ้มครอง ป้องกันอันตรายทั้งปวง ก่อนออกเรือทุกครั้ง หรือการนำเรือไปใช้งาน จึงมักกระทำพิธีบูชาแม่ย่านางเรือก่อน เพื่อความเป็นสิริมงคล และเป็นขวัญกำลังใจแก่กำลังพลประจำเรือ

– 006