บทความพิเศษ : “นิทานแห่งความดี” เรื่อง คนไทยเตรียมพร้อมรับวิกฤติสงครามตะวันออกกลาง

บทความพิเศษ :

บทความพิเศษ : “นิทานแห่งความดี” เรื่อง คนไทยเตรียมพร้อมรับวิกฤติสงครามตะวันออกกลาง

วันจันทร์ ที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2569, 16.46 น.

จากสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลาง ระหว่างอิสราเอล สหรัฐอเมริกา กับอิหร่าน ใน พศ 2569 ที่มีการสังหารผู้นำอิหร่าน   โจมตีโรงกลั่นน้ำมันและเรือขนส่ง ส่งผลกระทบต่อ คนทั่วโลก จำเป็นต้องเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉิน
หากโลกเผชิญวิกฤตรุนแรง คนไทยอาจต้องย้อนกลับไปใช้ชีวิตคล้ายในอดีต เช่น สมัยรัชกาลที่ 1 ยุครัตนโกสินทร์เมื่อกว่า 200 ปีก่อน หรือสมัยกรุงศรีอยุธยาเมื่อ 400 ปีที่ผ่ทนมา    ซึ่งคนไทยเคยดำรงชีวิตได้อย่างมีศักดิ์ศรีเกียรติภูมิมาแล้ว
ชมรมเสมาพัฒนาชีวิตและมูลนิธิส่งเสริมการลูกเสือแห่งประเทศไทย  ขอเสนอแนวทางการเตรียมความพร้อม เพื่อให้ประชาชน “อยู่ให้รอด และอยู่อย่างมีเกียรติ” ในยามวิกฤต ดังนี้

เหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้

ในสถานการณ์สงครามหรือวิกฤตระดับโลก ระบบสาธารณูปโภคและห่วงโซ่อุปทานอาจสะดุด ส่งผลให้เกิดเหตุการณ์ต่าง ๆ เช่น
 • น้ำมันขาดแคลน ปั๊มน้ำมันบางแห่งอาจไม่มีน้ำมันจำหน่าย
 • ไฟฟ้าอาจดับเป็นช่วง ๆ หรือมีการจำกัดการใช้พลังงาน
 • น้ำประปาหยุดไหล ไม่สะอาดหรือแรงดันน้ำไม่เพียงพอ
 • ระบบธนาคารหรือการโอนเงินขัดข้อง ไม่สามารถเบิกหรือโอนเงินผ่านโทรศัพทมือถือได้ชั่วคราว
 • อินเทอร์เน็ตและสัญญาณโทรศัพท์อาจขัดข้อง ทำให้การสื่อสารยากขึ้น
 • โรงพยาบาลและร้านขายยาขาดยา เนื่องจากการนำเข้าและการขนส่งสะดุด
 • ร้านค้าขนาดใหญ่หรือร้านสะดวกซื้อ เช่น เซเว่น แม็คโคร หรือโลตัส อาจมีสินค้าบางประเภทหมดสต็อกชั่วคราว

เหตุการณ์สมมติเหล่านี้ ไม่ได้หมายความว่าจะต้องเกิดขึ้นแน่นอน แต่เป็นสิ่งที่หลายประเทศเคยเผชิญในช่วงวิกฤต ดังนั้นการเตรียมตัวไว้ล่วงหน้าจึงเป็นเรื่องที่รอบคอบและมีสติ

1. ด้านการสัญจรและพลังงาน

น้ำมันเชื้อเพลิง
หากจำเป็นต้องเดินทาง ควรเติมน้ำมันให้เต็มถังเสมอ และเผื่อปริมาณสำหรับการเดินทางกลับ ไม่ให้น้ำมันหมดกลางทาง

ทางเลือกสำรอง
เตรียมจักรยาน หรือฝึกการเดินเท้าไว้ เผื่อกรณีรถยนต์หรือรถไฟฟ้าไม่สามารถใช้งานได้จากการขาดพลังงาน

ไฟฟ้าสำรอง
ควรมีแผงโซลาร์เซลล์ขนาดเล็ก กล่องพลังงานสำรอง (Power Box) วิทยุสื่อสาร และไฟฉายแบบมือหมุน เพื่อใช้ในกรณีไฟฟ้าดับ

รถไฟฟ้า อาจต้องรอคิวเครื่องชารจนาน หรือ ไฟฟ้าที่บ้าน/ที่ปั๊ม ดับ

2. การสำรองปัจจัยสี่ (อาหารและยา)

เสบียงอาหาร
ควรสำรองข้าวสาร อาหารแห้ง เครื่องแกงสำเร็จรูป  และน้ำดื่ม ให้เพียงพออย่างน้อย 3–6 เดือน

ยารักษาโรค
ควรเตรียมยาประจำตัวให้เพียงพอประมาณ 6 เดือน และอาจปลูกสมุนไพรพื้นบ้าน เช่น ฟ้าทะลายโจร สเลดพังพอน หรือสะเดา

เงินสดสำรอง
ควรมีเงินสดสำรองไว้บางส่วน เผื่อกรณีระบบธนาคารหรือระบบออนไลน์ขัดข้อง และควรใช้จ่ายอย่างประหยัด

3. การสร้างแหล่งอาหารในครัวเรือน (การพึ่งพาตนเอง)

กสิกรรมครัวเรือน
ทยอยปลูกผักสวนครัวและไม้ผล เช่น ผักบุ้ง คะน้า แตงกวา พริก มะละกอ มะม่วง เป็นต้น ปลูกหมุนเวียนทุกเดือนเพื่อให้มีอาหารกินต่อเนื่อง

การเลี้ยงสัตว์
การเลี้ยงไก่ไข่หรือปลานิลในบ่อเล็ก ๆ จะช่วยให้ครอบครัวมีแหล่งอาหารที่มั่นคง และควรฝึกการถนอมอาหาร เช่น ปลาแห้ง ปลาร้า กุ้งดอง  ผักดอง เพื่อเก็บไว้บริโภคได้นาน

4. การจัดการสุขอนามัยและอุปกรณ์ยังชีพ

การจัดการขยะ
ควรแยกขยะอินทรีย์เพื่อนำไปทำปุ๋ยหมัก ลดปัญหาสุขอนามัย ซื้อถุงชนิดย่อยสลายได้ เอาไว้ใส่เศษอาหาร และอุจจาระเอาไปฝังดินทำปุ๋ย

อุปกรณ์ยังชีพพื้นฐาน
ควรมีเตาถ่าน ตะเกียงน้ำมันพืช เทียนไข และไฟแช็ก เผื่อกรณีต้องใช้ชีวิตแบบเรียบง่ายโดยไม่มีไฟฟ้าและอินเทอร์เน็ต

บทสรุป

การเตรียมพร้อม ไม่ใช่การตื่นตระหนก แต่เป็นการใช้สติและความรอบคอบ เหมือนที่คนไทยเคยผ่านวิกฤตต่าง ๆ มาแล้ว ไม่ว่าจะเป็นสึนามิ น้ำท่วมใหญ่ หรือโรคระบาด

หากเรารู้จักเตรียมตัว พึ่งพาตนเอง และช่วยเหลือกันในชุมชน เราก็สามารถเปลี่ยนวิกฤตให้กลายเป็นโอกาส และสร้างวิถีชีวิตใหม่ที่มั่นคงยั่งยืนได้

ด้วยความปรารถนาดีจาก
ชมรมเสมาพัฒนาชีวิต
“กู้ชีวิตคนยากลำบาก”
บทการแสดงรอบกองไฟ ลูกเสือ (Campfire Drama) ที่เน้นความสนุกสนานแต่แฝงด้วยสาระตามแบบฉบับ “นิทานแห่งความดี” โดยประยุกต์ใช้เทคโนโลยีลูกเสือ ที่เน้นการเรียนรู้ผ่านการปฏิบัติและการร้องเพลง

บทการแสดงรอบกองไฟลูกเสือ:
เรื่อง: คนไทยเตรียมพร้อม รับมือวิกฤตตะวันออกกลาง

ตัวละคร
1. ผู้นำกิจกรรม: (ผู้ดำเนินเรื่อง/พิธีกร)
2. ลุงมั่น: (ลูกเสืออาวุโส/ชาวบ้านผู้รอบคอบ แต่งกายแบบชาวสวน มีอุปกรณ์ครบมือ)
3. เจ้าเปี๊ยก: (ลูกเสือจอมประมาท ติดสมาร์ทโฟน ชอบความสบาย)
4. กลุ่มลูกเสือชาวบ้าน: (3-4 คน เป็นตัวแทนคนไทยยุคต่าง ๆ)
ฉากที่ 1: ข่าวร้ายสายด่วน
(เปิดฉากด้วยเสียงระเบิดจำลอง “ตูม!” และเสียงไซเรน กลุ่มลูกเสือวิ่งวุ่นไปมา)

เจ้าเปี๊ยก: (ตะโกน) “แย่แล้วครับลุงมั่น! ข่าวใน ติ๊กตอกบอกว่าตะวันออกกลางรบกันหนัก น้ำมันจะหมดโลก ไฟฟ้าจะดับ เซเว่นจะปิด ผมจะสั่ง แกรปได้ยังไงเนี่ย!”

ลุงมั่น: (เดินออกมาอย่างใจเย็น) “เจ้าเปี๊ยกเอ๊ย… ตื่นตูมเป็นกระต่ายตกใจ ไปได้ ความสงบสยบความเคลื่อนไหวจำไม่ได้รึ? วิกฤตมันมาได้ แต่มันก็ทำอะไรคนที่มี ‘ความเตรียมพร้อม’ (Be Prepared) ไม่ได้หรอก”

ผู้นำกิจกรรม: “ใช่แล้วครับพี่น้องลูกเสือ ในยามที่โลกปั่นป่วน เราต้องย้อนกลับไปดูภูมิปัญญาบรรพบุรุษ ตั้งแต่สมัยรัตนโกสินทร์จนถึงอยุธยา ท่านอยู่กันมาได้อย่างมีเกียรติโดยไม่ต้องพึ่งพาใคร”

ฉากที่ 2: จำลองวิกฤต 
(ไฟกองไฟหรี่ลง หรือทำท่าไฟดับ)

เจ้าเปี๊ยก: “โอ๊ย    ไฟดับ มือถือแบตหมด เงินในแอปฯ ก็โอนไม่ได้ หิวข้าวด้วย ทำไงดี!”

ลุงมั่น: “นี่ไงล่ะ! (หยิบ ไฟฉายมือหมุน และ วิทยุสื่อสาร ออกมา) ในยามวิกฤต เทคโนโลยีไฮเทคอาจสู้ ‘High Touch’ แบบลูกเสือไม่ได้ เราต้องมีพลังงานสำรอง มีโซลาร์เซลล์เล็ก ๆ และที่สำคัญ… มีสติ!”

กลุ่มลูกเสือชาวบ้าน: (เดินออกมาพร้อมถือ เตาถ่าน และ ตะเกียงน้ำมันพืช) 

“น้ำมันแพงเราไม่กลัว เรามีจักรยานปั่นไปนา ข้าวสารเรามีเต็มยุ้ง น้ำดื่มเรามีเต็มตุ่ม อยู่ได้เป็นปี!”

ฉากที่ 3: เพลง “เตรียมพร้อมรับมือ”
(ทุกคนล้อมวงเต้นท่าประกอบการทำกสิกรรม)
(เนื้อเพลง)
“ตะวันออกกลางเขารบกัน… (สร้อย: ฮึ่ย ช่า ฮึ่ย ช่า)
น้ำมันขาดแคลนอย่าไปหวั่น… (สร้อย: ฮึ่ย ช่า ฮึ่ย ช่า)
ปลูกผักสวนครัว มีพริกมีขิง… เลี้ยงไก่ไข่จริง มีกินทุกวัน
เงินสดต้องมี ยาดีต้องพร้อม… ไม่ต้องออดอ้อน พึ่งตนเองเอย!”

ฉากที่ 4: การจัดการขยะและสุขอนามัย

เจ้าเปี๊ยก: “แล้วถ้าส้วมกดไม่ลง ขยะล้นเมืองล่ะครับลุง?”
ลุงมั่น: “ลูกเสือเราสอนเรื่องสุขาภิบาลมานานแล้ว ขยะอินทรีย์ก็ทำปุ๋ยหมัก ส่วนของเสียก็ใช้ถุงย่อยสลายฝังดินคืนสู่ธรรมชาติ เป็นปุ๋ยให้ต้นมะม่วงต้นมะละกอที่เราปลูกไว้ไงล่ะ อยู่อย่างสะอาด อยู่อย่างมีเกียรติ”

บทสรุป: คติสอนใจ
ผู้นำกิจกรรม: “พี่น้องลูกเสือครับ การเตรียมพร้อมไม่ใช่การกลัวจนขี้ขลาด แต่คือการมีสติรับมือกับความไม่แน่นอน เหมือนคำขวัญลูกเสือที่ว่า ‘เสียชีพอย่าเสียสัตย์’ และเราจะรักษาสัตย์ที่จะดูแลตัวเองและประเทศชาติให้รอดพ้นจากทุกวิกฤต”
ทุกคน: (ยืนตรง ทำวันทยหัตถ์) “เตรียมพร้อม! เพื่ออยู่ให้รอด และอยู่อย่างมีเกียรติ!”

(ปิดท้ายด้วยการร้องเพลง “ตื่นเถิดไทย” ร่วมกัน) ลองดูวิดีโอนี้ “ตื่นเถิดไทย ขับร้อง” https://share.google/NGSz2BgwmbuNBmTTa

ข้อแนะนำเพิ่มเติมสำหรับผู้แสดง:
• ควรมีอุปกรณ์ประกอบฉากจริง เช่น จักรยาน, พลั่วขุดดิน, ไข่ไก่จำลอง (เชื่อมโยงกับโปรเจกต์ “ใครขายไข่ไก่”) เพื่อให้เห็นภาพการพึ่งพาตนเองที่ชัดเจน
• เน้นการแสดงที่กระฉับกระเฉง


เอกสารนี้ จัดทำโดย“ชมรมเสมาพัฒนาชีวิต” “มูลนิธิส่งเสริมการลูกเสือแห่งประเทศไทย”
These documents created by  “Sema Pattana Cheevit Club, Thai Scouts Promotion Foundation”.

รู้เรื่องยากับเภสัชจุฬาฯ : อย่าเสี่ยงไตวาย

รู้เรื่องยากับเภสัชจุฬาฯ : อย่าเสี่ยงไตวาย

รู้เรื่องยากับเภสัชจุฬาฯ : อย่าเสี่ยงไตวาย

วันจันทร์ ที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2569, 16.22 น.

ทุกวันพฤหัสบดีที่ 2 ของเดือนมีนาคม เป็นวันไตโลก หรือ World Kidney Day ซึ่งจัดขึ้นเพื่อรณรงค์ให้ทุกคนหันมาเห็นความสำคัญของไต ซึ่งหลายท่านทราบว่าเป็นอวัยวะหลักในการกำจัดของเสียของร่างกาย แต่ที่จริงแล้วไตทำหน้าที่อีกหลายอย่าง ทั้งควบคุมสมดุลของน้ำ และรักษาสมดุลเกลือแร่ในร่างกาย  ควบคุมสมดุลระดับความเป็นกรดด่างในเลือด และที่หลายท่านอาจจะไม่ค่อยทราบคือ ไตยังผลิตฮอร์โมนเพื่อรักษาระดับความดันโลหิตให้เป็นปกติ รวมถึงฮอร์โมนที่กระตุ้นการสร้างเม็ดเลือดแดง และยังทำหน้าที่หลักในการเปลี่ยนวิตามินดีให้เป็นวิตามินดีที่ร่างกายนำไปใช้ได้อีกด้วย ดังนั้นเมื่อไตมีปัญหาทำงานได้ลดลงจนถึงทำงานไม่ได้เลย หรือที่เรียกว่าไตวาย ก็จะเกิดปัญหาตามมาหลายอย่างทั้งของเสียคั่ง เลือดเป็นกรด ระดับเกลือแร่ผิดปกติ ความดันเลือดสูง โลหิตจาง กรณีที่เป็นมากๆ และแก้ไขไม่ทันคนไข้ก็อาจเสียชีวิตได้

ภาวะไตวายมี 2 แบบคือ ไตวายเฉียบพลัน ก็คือภาวะที่การทำงานของไตลดลงอย่างรวดเร็วภายในเวลาเป็นหลักวัน สาเหตุหลักที่พบบ่อยคือขาดน้ำ หรือได้รับสารเคมี หรือได้รับยาบางชนิด ยาสมุนไพรบางชนิด  หรือผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่เป็นพิษต่อไต อีกแบบคือไตวายเรื้อรัง ซึ่งหมายถึงการที่การทำงานของไตค่อยๆ เสื่อมลงทีละน้อย จนในที่สุดก็ถึงระดับที่กรองของเสียต่อไปไม่ได้อีกแล้ว ถ้าไม่ล้างหรือไม่เปลี่ยนไต ผู้ป่วยก็จะมีชีวิตอยู่ต่อไปไม่ได้ ทำให้ผู้ป่วยต้องล้างไต หรืออาจต้องทำการปลูกถ่ายไตซึ่งในกรณีนี้ผู้ป่วยต้อง กินยากดภูมิคุ้มกัน เพื่อป้องกันไม่ให้ร่างกายต่อต้านไตที่ปลูกถ่ายใหม่ เราจึงต้องพยายามรักษาสุขภาพไตให้ทำหน้าที่ได้ตลอดอายุขัยของเรา

สาเหตุหลักที่ทำให้เกิดภาวะไตวายคือ การกินเค็มหรือเกลือมากไป การไม่ควบคุมโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงให้ดี และการใช้ยาหรือสมุนไพรหรือผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่เป็นพิษต่อไตอย่างไม่ระมัดระวัง  ซึ่งหลายคนไว้ใจสมุนไพรและผลิตภัณฑ์เสริมอาหารมากเกินไป คิดว่าสิ่งเหล่านี้ปลอดภัย

สำหรับยาที่ทำร้ายไตมากที่สุดก็คือ ยาบรรเทาอาการอักเสบ แก้ปวด ในกลุ่มที่เป็นยาต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (Non-Steroidal Anti-Inflammatory Drugs หรือที่เรียกว่า ยาเอ็นเสด, NSAIDs)  เช่น แอสไพริน ไอบูโพรเฟน นาพรอกเซน  เป็นต้น ยากลุ่มนี้มีผล ไปมีผลทำให้หลอดเลือดในไต หดตัว เลือดจึงไปเลี้ยงไตได้น้อยลง ส่งผลให้ประสิทธิภาพการกรองของเสียลดลงอย่างรวดเร็ว จนอาจนำไปสู่ภาวะ ไตวายเฉียบพลัน ได้ โดยเฉพาะในคนที่ร่างกายขาดน้ำ หรือมีโรคประจำตัวอยู่ก่อนแล้ว

ดังนี้เราควรดูแลการใช้ยาให้ดี เพื่อจะรักษาสุขภาพไตให้ทำหน้าที่ได้นานๆ ไม่ทำให้ไตพังก่อนวัยอันควร เราควรปรับพฤติกรรมดังนี้

  • เลี่ยงการซื้อยาชุดหรือยาแก้ปวดกินเองติดต่อกันนานๆ หากมีอาการปวดควรปรึกษาแพทย์ หรือเภสัชกรเพื่อเลือกใช้ยาที่ปลอดภัยที่สุด
  • ดื่มน้ำให้เพียงพอ โดยเฉพาะเวลาที่ต้องทานยา เพื่อช่วยให้ไตขับสารเคมีตกค้างออกมาได้สะดวกขึ้น และลดความเสี่ยงไตวายจากภาวะขาดน้ำ
  • ควบคุมโรคประจำตัวให้ดี ในผู้ป่วยเบาหวานและความดันโลหิตสูงต้องทานยาตามหมอสั่งอย่างเคร่งครัด เพราะหากคุมโรคไม่ได้ ไตจะเสื่อมสภาพลงทีละน้อยจนกลายเป็น ไตวายเรื้อรัง ในที่สุด
  • แจ้งแพทย์ทุกครั้งหากมีประวัติโรคไต เพื่อให้แพทย์ปรับขนาดความแรงของยาให้เหมาะสมกับประสิทธิภาพการทำงานของไตที่เหลืออยู่

เนื่องจาก “ไต” ไม่ได้มีหน้าที่แค่ขับปัสสาวะ แต่ยังช่วยสร้างเม็ดเลือดแดง ควบคุมความดัน และปรับสมดุลวิตามินดีให้กระดูกแข็งแรง การถนอมไตให้ทำงานได้ตลอดอายุขัยด้วยการ “ลดเค็ม คุมโรค และใช้ยาอย่างระมัดระวัง” จึงเป็นกำไรชีวิตที่คุ้มค่าที่สุด

รศ. ภญ. ดร.ณัฏฐดา อารีเปี่ยม และ รศ. ภก. ดร. บดินทร์ ติวสุวรรณ

คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

คุณแหน : 16 มีนาคม 2569

คุณแหน : 16 มีนาคม 2569

คุณแหน : 16 มีนาคม 2569

วันจันทร์ ที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2569, 16.20 น.

  • พรหเมศ พหลพลพยุหเสนา เอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงบูดาเปสต์ ประเทศฮังการี ฝากข่าวมายังนักลงทุนไทยว่า ประเทศฮังการียังเปิดโอกาสต้อนรับนักลงทุนไทยในหลายกิจการ ดังนั้น หากนักลงทุนไทยต้องการเข้าไปแสวงหาช่องทางการลงทุน ขอให้ประสานงานกับสถานทูตไทย ณ กรุงบูดาเปสต์ได้ตลอดเวลา และที่ขอย้ำคือชาวฮังกาเรียนจำนวนไม่น้อยต่างบอกว่าไทยคือดินแดนในฝันที่ต้องไปเยือนให้ได้
  • ศิระ สว่างศิลป์ เอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงวอร์ซอ ประเทศโปแลนด์ ย้ำว่าโปแลนด์มีศักยภาพโดดเด่นด้านการลงทุนในเชิงอุตสาหกรรม โดยเฉพาะด้านไอที เทคโนโลยี และการแพทย์ นักลงทุนไทยที่ต้องการแสวงหาโอกาสทางธุรกิจในดินแดนยุโรปตะวันออก โปรดอย่ามองข้ามศักยภาพของโปแลนด์ และที่สำคัญคืออัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจของโปแลนด์น่าจับตามองมาก
  • ในขณะที่เอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงวอร์ซอ พยายามให้ข้อมูลด้านเศรษฐกิจโปแลนด์กับนักลงทุนไทย แต่คนไทยที่ขอทำวีซาเข้าประเทศโปแลนด์ต่างบ่นตรงกันว่าขอวีซาได้ลำบากยากเย็นมาก ๆ ๆ แถมเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานรับเอกสารเพื่อขอวีซาโปแลนด์ก็ไม่แสดงความเป็นมิตรกับผู้ไปขอวีซา เมื่อคนไทยเจอปัญหาแบบนี้ ก็ต้องถอยแล้วถอดใจไม่อยากไปโปแลนด์
  • พัศ กิตติขจร หลานชาย คุณหญิงทรงสุดา ยอดมณี เป็นตัวแทนหนึ่งในนักเรียนไทย 13 คน ที่ได้ไปแสดงปาฐกถาเรื่องศิลปวัฒนธรรมและการศึกษาไทย ที่สำนักงาน UNRSCO กรุงปารีสเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว 
  • สงครามที่อิสราเอลร่วมมือกับสหรัฐอเมริการุมถล่มอิหร่านดำเนินมาแล้วกว่าสองสัปดาห์ แล้วยังไม่มีท่าทีจะยุติลง ส่งผลให้เศรษฐกิจโลกปั่นป่วนหนัก ราคาแก๊สและน้ำมันเชื้อเพลิงขึ้นราคากระฉูด ต้องย้ำว่ามูลเหตุของวิกฤตการณ์โลกครั้งนี้มาจากความบ้าระห่ำของอิสราเอลกับสหรัฐฯ เป็นสำคัญ แล้วก็ไม่ต้องหวังว่าอิหร่านจะยอมจำนนต่อศัตรูผู้รุกรานอย่างแน่นอน
  • วิกฤตการณ์ในตะวันออกกลางครั้งนี้จะบานปลายเกิน 1 เดือนหรือไม่ นี่คือคำถามที่นักธุรกิจทั่วโลกตั้งคำถามตรงกัน แต่ที่หวังตรงกันคืออยากให้สงครามจบลง เพราะถ้าวิกฤตนี้ไม่ยุติภายในหนึ่งเดือน โลกอาจเผชิญกับปัญหา oil chock คล้ายกับยุค 1973 @ 

Victor Lee

‘จิ๊บ-จ๊ะจ๋า’พร้อมใจกันร่วมพิธีแห่งประวัติศาสตร์สุดขลัง

'จิ๊บ-จ๊ะจ๋า'พร้อมใจกันร่วมพิธีแห่งประวัติศาสตร์สุดขลัง

‘จิ๊บ-จ๊ะจ๋า’พร้อมใจกันร่วมพิธีแห่งประวัติศาสตร์สุดขลัง

วันอังคาร ที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2569, 16.57 น.

เป็นการรวมตัวของดารา-เซียนพระชื่อดัง ตบเท้ามุ่งหน้าสู่ภาคอีสานร่วมพิธีสุดขลัง ทั้ง จิ๊บ วสุ, จ๊ะจ๋า พริมรตา, เกรซ พัชร์สิตา, อ้น อัครวัฒน์, บิ๊ก กฤษฎา, ริว จิตสัมผัส, วาม จิรกิตติ์ และอีกมากมาย รวมไปถึงเซียนพระชื่อดังพร้อมใจกันเดินทางไปที่วัดพระธาตุหมื่นหิน จังหวัดกาฬสินธุ์ เพื่อทำพิธีปลุกเสกเหรียญหลวงปู่ศิลารุ่นใหม่ล่าสุด พิธีมงคลครั้งสำคัญที่รวมเกจิคณาจารย์จากทั่วประเทศในวาระเดียวกัน

โดยพิธีดังกล่าวคือพิธีมหาพุทธาภิเษกเหรียญรุ่นปลดหนี้ (หลวงปู่ศิลา สิริจันโท) ที่มี มาดามเดียร์-ปฐมาภรณ์  เตมียเวส ประธานผู้จัดสร้าง พลตำรวจเอกอิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ (จเรตำรวจแห่งชาติ) ประธานในพิธี ศิษยานุศิษย์ อุบาสก อุบาสิกา สาธุชน ร่วมพิธี ณ วิหารไม้พระราชวัชรธรรมโสภณ วัดพระธาตุหมื่นหิน จังหวัดกาฬสินธุ์ และได้อัญเชิญพระเกจิคณาจารย์ทั่วฟ้าเมืองไทย ร่วมอธิษฐานจิตกว่า ๑๖๑ รูป ที่สร้างประวัติศาสตร์ของการจัดงานที่ยิ่งใหญ่ครั้งหนึ่งของประเทศไทยกับพิธีมหาพุทธาภิเษกวัตถุมงคล “พระเทพวัชรธรรมโสภณ” (หลวงปู่ศิลา สิริจันโท) รุ่นปลดหนี้ และเป็นวัตถุมงคลรุ่นที่จัดสร้างเนื่องในวาระพิธีไหว้ครูปาธยาย กตัญญูบูชาพระคุณประจำปี ๒๕๖๙

หลังถวายภัตตาหารเพลได้อันเชิญขันครูพระเทพวัชรธรรมโสภณ (หลวงปู่ศิลา สิริจันโท) ซึ่งประกอบไปด้วยพระเจ้าปากเข็ด ผ้ามหายันต์(ผืนจริง) ตำราสรรพวิชา พร้อมทั้งเครื่องครุพันเข้าสู่มณฑลพธี พร้อมถวายสักการะแด่ เจ้าประคุณสมเด็จพระมหาธีราจารย์เจ้าคณะใหญ่หนเหนือ เจ้าอาวาสวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ราชวรมหาวิหาร เป็นประธานสงฆ์ในพิธี โดยมี พล.ต.อ.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ (จเรตำรวจแห่งชาติ) เป็นประธานฝ่ายฆราวาส จุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย หลังจากนั้นคณะสงฆ์สวดสาธยายพระคาถาจุดเทียนชัย จนถึงสวดสาธยายพระคาถาดับเทียนชัย จนมาถึงเจ้าอาวาสวัดพระธาตุหมื่นหิน ให้โอวาทแก่คณะศิษยานุศิษย์ เป็นอันเสร็จพีธี

ด้วยพลังแห่งศรัทธาการรวมตัวครั้งสำคัญของพระมหาเถราจารย์ผู้ทรงคุณวุฒิ ๑๖๑ รูป จากทั่วทุกภูมิภาคของประเทศไทยที่เมตตาร่วมอธิษฐานจิตแล้ว ในโอกาสนี้ มาดามเดียร์เจ้าภาพผู้จัดสร้าง ยังได้ร่วมสืบสานทานบารมีภายในงานด้วยการแจกข้าวสาร จำนวน ๓,๐๐๐ ถุง และวัตถุมงคลที่ระลึก สำหรับผู้ที่เข้าร่วมพิธี โดยพระทุกองค์ผ่านการเตรียมมวลสารอย่างพิถีพิถัน ประกอบพิธีด้วยเจตนาบริสุทธิ์เพื่อให้พุทธคุณเกิดขึ้นอย่างสมบูรณ์ โดยพิธีครั้งนี้ไม่ว่าจะเหล่าดารา-นักแสดง เซียนพระ คนดังต่างๆ ทุกคนตั้งใจร่วมพิธีกันทุกขั้นตอน ตั้งแต่การสวดมนต์ การปักธูปที่โต๊ะหมู่บูชา ซึ่งบรรยากาศท้องฟ้าเป็นใจอย่างน่าอัศจรรย์ ทันทีที่เริ่มพิธีเกิดแสงสว่างท้องฟ้าแจ่มใสขึ้นมาทันที รับรู้ได้ถึงความขลังมากจนขนลุกกันเลยทีเดียว

การันตีรักจริง40ปีเปิดภาพในอดีตความสัมพันธ์ ‘สุรชัย-ไดอาน่า’และ‘คุณแม่ศรีนวล’

การันตีรักจริง40ปีเปิดภาพในอดีตความสัมพันธ์ ‘สุรชัย-ไดอาน่า’และ‘คุณแม่ศรีนวล’

การันตีรักจริง40ปีเปิดภาพในอดีตความสัมพันธ์ ‘สุรชัย-ไดอาน่า’และ‘คุณแม่ศรีนวล’

วันอังคาร ที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2569, 16.01 น.

เรื่องวุ่นๆ รักรุ่นใหญ่ของ สุรชัย-สมบัติเจริญ และ ไดอาน่า-พนิดา ที่ต้องเก็บซ่อนไว้นานถึง 40 ปี  พอเปิดตัวปุ๊บกลายเป็นเรื่องปั๊บ แฉกันไปมาจนกลายเป็นมหากาพย์เรื่องราวลุกลามใหญ่โตกระทบกระเทือนสั่นคลอนให้ได้ติดตามไม่เว้นวัน และเพื่อเป็นการการันตีว่า

‘นี่คือความจริง ความรู้สึกที่ฝังลึกอยู่ในจิตใจผมมากกว่า 40 ปี ถึงเวลาแล้วที่ผมจะต้องรักษาคู่ชีวิตของผม และอยู่เคียงข้างกับเธอตลอดไป ตลอดระยะเวลากว่า 40 ปีที่ผ่านมา ไดอาน่า สมบัติเจริญ คือภรรยาที่ผมได้จดทะเบียนสมรสอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ณ ประเทศสหรัฐอเมริกา’ สุรชัย กล่าว

โดยล่าสุดได้เผยภาพอดีตแสนหวานที่ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ปีก็ยังคงความหวานไว้เช่นเดิม เท่านั้นไม่พอ นอกจากภาพความหวานของทั้ง ‘สุรชัย-ไดอาน่า’ แล้วยังมีภาพระหว่าง ไดอาน่า กับคุณแม่ศรีนวล รวมเฟรมเดียวกันแบบสนิทสนมแนบแน่นทั้งในปัจจุบันและภาพเมื่อสมัย 30 ปีมาให้ชมกัน ดูแล้วต้องยอมรับเลยว่าสนิทสนมกันมากเลยทีเดียว

สวยสับฉบับตัวมารดา! ‘แม่เจ็ง-เซย่า’ แท็กทีม ‘ห่มสไบใส่ยีนส์’ออร่าท้าแดด

สวยสับฉบับตัวมารดา! ‘แม่เจ็ง-เซย่า’ แท็กทีม 'ห่มสไบใส่ยีนส์'ออร่าท้าแดด

สวยสับฉบับตัวมารดา! ‘แม่เจ็ง-เซย่า’ แท็กทีม ‘ห่มสไบใส่ยีนส์’ออร่าท้าแดด

วันอังคาร ที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2569, 15.22 น.

แดดเมืองไทยที่ว่าแน่ ยังแพ้ความเป๊ะของคู่แม่ลูกสุดแซ่บ! เมื่อ “คุณแม่เจ็ง วิไลลักษณ์ ทองเจือ” และลูกสาวคนสวย “เซย่า ณิชฏา ทองเจือ” รับงานควงคู่กันมาเผยเคล็ดลับผิวใสสะท้านแสง “ห่มสไบใส่ยีนส์”  งานนี้บอกเลยว่าไม่ธรรมดา!  เพราะออร่าของทั้ง2แม่นั้นแรงเกินต้าน

‘เหมยลี่ ฉะเชิงเทรา’ม้ามืดปาดมง’มิสแกรนด์ขวัญใจเมืองพัทยา’ตอบคำถาม’การเมือง’แซ่บโดนใจ

'เหมยลี่ ฉะเชิงเทรา'ม้ามืดปาดมง'มิสแกรนด์ขวัญใจเมืองพัทยา'ตอบคำถาม'การเมือง'แซ่บโดนใจ

‘เหมยลี่ ฉะเชิงเทรา’ม้ามืดปาดมง’มิสแกรนด์ขวัญใจเมืองพัทยา’ตอบคำถาม’การเมือง’แซ่บโดนใจ

วันอังคาร ที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2569, 11.40 น.

เรียกว่าลุ้นกันสนุกทุกรอบการแข่งขัน โดยเฉพาะไฮไลท์สำคัญในค่ำคืนนี้กับการประกวด มิสแกรนด์ ไทยแลนด์ 2026 : มิสแกรนด์ขวัญใจเมืองพัทยา  ณ โรงแรม วินด์แฮม จอมเทียน พัทยา จังหวัดชลบุรี ท่ามกลางแฟนคลับ และแฟนด้อมมาเชียร์กันแน่นฮอลล์ เปิดเวทีด้วย Opening Show แบรนด์เสื้อผ้าอบเชย เจ้าภาพเมืองพัทยา (Pattaya The Host City) คุณทัศนัย โคตรทอง และ คุณทิพวรรณ พันธุ์แตง กล่าวต้อนรับแขกผู้มีเกียรติและผู้สนับสนุน รวมถึง คุณณวัฒน์ อิสรไกรศีล ประธานกองประกวด Miss Grand Thailand และ Miss Grand International โดย บอสณวัฒน์ ยังตอกย้ำให้แฟนคลับร่วมโหวตให้นางงามที่ตัวเองชื่นชอบ เพื่อเปิดทางให้พวกเธอเข้ารอบ  โดยผู้ที่มีคะแนนโหวตสูงสุด 5 อันดับ จะได้ผ่านเข้าสู่รอบ 20 คนสุดท้ายโดยอัตโนมัติ แต่ก่อนจะได้ทราบผล นางงามทุกคนโชว์ความสวยในชุดราตรี จากนั้น 2 พิธีกร กชเบล ศรัณย์รัชต์ เผือกพิพัฒน์ และ แชมป์ สกุล ลิมปภานนท์ ประกาศผลผู้เข้ารอบ 20 คนสุดท้าย พร้อมแสดงทัศนคติจากคำถามทางการเมือง

จากนั้นพิธีกรประกาศผลผู้เข้ารอบ 7 คนสุดท้าย โดยคนแรกคือนางงามที่ได้คะแนนโหวตสูงสุด ได้แก่ มิสแกรนด์ฉะเชิงเทรา ตามมาด้วย มิสแกรนด์ภูเก็ต มิสแกรนด์กรุงเทพมหานคร มิสแกรนด์ตราด มิสแกรนด์สระบุรี มิสแกรนด์นครปฐม มิสแกรนด์ชลบุรี เข้าสู่รอบการตอบคำถาม

โดยคำถามมีอยู่ว่า หากคุณสามารถกำหนดบทลงโทษใหม่สำหรับนักการเมืองหรือข้าราชการที่โกงกินและคอรัปชั่น ได้คุณจะกำหนดบทลงโทษนั้นอย่างไรและเพราะอะไร? ซึ่งนางงามทุกคนทำได้ดี ไม่มีตายไมค์ เสียงเชียร์ดังกระหึ่มฮอลล์ โดยเฉพาะคำตอบของ มิสแกรนด์ฉะเชิงเทรา ที่คม ตรง และ จริงแล้ว โดยเธอตอบว่าสำหรับ “เหมยลี่” ไม่โปร่งใสและมีการทุจริตอย่าง 100เปอร์เซ็นต์ ประชาธิปไตยคืออำนาจของประชาชน แต่เหตุการณ์นับคะแนนเลือกตั้งที่ผ่านมา มีการโกงกินมากมายไม่ว่าจะเป็นบัตรเขย่งจำนวนมาก หรือแม้กระทั่งการปกปิด การนับคะแนนที่ชลบุรี ในวันนี้ในฐานะที่ตนเองเป็นตัวแทนคนรุ่นใหม่ อยากจะใช้พื้นที่ตรงนี้ฝากไปถึง กกต. ว่าหากวันนี้คุณคิดว่าสิ่งที่ทำ คือประชาธิปไตย มันไม่ถูกต้องแน่นอน เพราะบ้างครั้งอำนาจแห่งเวรแห่งกรรมจะลงโทษตัวคุณเอง

ก่อนถึงเวลาที่ทุกท่านรอคอยพิธีกรประกาศ รองอันดับ 4 มิสแกรนด์ขวัญใจเมืองพัทยา ได้แก่ มิสแกรนด์สระบุรี มิสแกรนด์ภูเก็ต และมิสแกรนด์กรุงเทพมหานคร ตำแหน่งรองอันดับ 3 ได้แก่ มิสแกรนด์ตราด ตำแหน่งรองอันดับ 2 ได้แก่ มิสแกรนด์นครปฐม เหลือคู่จับมือ 2 คนสุดท้ายคือ มิสแกรนด์ชลบุรี และ มิสแกรนด์ฉะเชิงเทรา ท่ามกลางการลุ้นระทึก พิธีประกาศผล

มิสแกรนด์ขวัญใจเมืองพัทยา ได้แก่ มิสแกรนด์ฉะเชิงเทรา เหมยลี่ พัชรมนต์ เทพรักษา คว้ามงกุฎ The Icon of Pattaya City จาก Chada Crown พร้อมสายสะพาย และ เงินรางวัลมูลค่า 50,000 บาท ส่งผลให้ตัวเต็ง มิสแกรนด์ชลบุรี หนิง ปัทมา จิตรสวัสดิ์ รั้งตำแหน่งรองอันดับ 1 โดย เหมยลี่ เปิดใจว่า ดีใจมากกับตำแหน่ง มิสแกรนด์ขวัญใจเมืองพัทยา หนูสู้มาก เห็นได้ชัดว่าตอนประกาศผลคือร้องไห้ออกมาเลย มาประกวดทุกคนก็ต้องคาดหวังความสำเร็จ แต่ก็มีคนถามว่าถ้าได้มงจังหวัดแล้ว อาจจะเป็นอาถรรพ์ไม่ได้มงใหญ่  “หนูจะเป็นคนทำลายอาถรรพ์นั้นเองค่ะ….” เหมยลี่กล่าวอย่างอารมณ์ดี หลังจากนี้เจ้าตัวยืนยันว่าเต็มที่กับทุกรอบการแข่งขันเช่นเดิม แม้จะไม่ใช่ตัวเต็งมาตั้งแต่แรกก็ตาม ซึ่งวันนี้ก็พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า เหมยลี่ สามารถทำได้    

สำหรับการประกวด Miss Grand Thailand 2026 #Grand Evolution ยังมีรอบสำคัญ ที่ MGI Hall กับ 4 อีเว้นท์หลัก

19 มีนาคม เวลา 10.00-15.00 น.  :Close Door Interview (รอบสัมภาษณ์) (สถานที่ : Grand Richmond Hotel)

18.00-21.00 น.  :Opening Ceremony “The Grand Clinic”

22 มีนาคม เวลา 19.00-21.00 น.  :National Costume Competition (รอบชุดประจำชาติ)(สถานที่ : MGI Hall)

23 มีนาคม เวลา 19.00-21.00 น.  :The Grand Concert “The Timeless Song” (สถานที่ : MGI Hall)

25 มีนาคม เวลา 19.00-21.00 น.  :Preliminary Competition  (สถานที่ : MGI Hall)

ห้ามพลาดกับรอบ Grand Final ในค่ำคืนวันที่  28 มีนาคม 2569 เวลา 19.00-21.00 น.  ณ MGI Hall  ซื้อบัตรได้แล้ววันนี้ ทาง Grand Ticket และอย่าลืมร่วมโหวตให้กับนางงามที่คุณชื่นชอบ ได้ผ่านเข้าสู่รอบ 11 คนสุดท้าย ในรอบ Grand Final MGT 2026 กับรางวัล Miss Popular Vote การันตีตำแหน่งอย่างน้อย รองอันดับ 5 โหวตได้ทางเว็บไซต์ Missgrandthailand.com

หัวอกแม่เจ็บจี๊ด‘โอ๋ ภัคจีรา’ป้องลูกสาวได้เซ็นสัญญาเป็นศิลปินเพราะเป็นลูกดารา

หัวอกแม่เจ็บจี๊ด‘โอ๋ ภัคจีรา’ป้องลูกสาวได้เซ็นสัญญาเป็นศิลปินเพราะเป็นลูกดารา

หัวอกแม่เจ็บจี๊ด‘โอ๋ ภัคจีรา’ป้องลูกสาวได้เซ็นสัญญาเป็นศิลปินเพราะเป็นลูกดารา

วันอังคาร ที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2569, 11.10 น.

ทำเอาหัวอกคนเป็นแม่ถึงกับนั่งไม่ติด สำหรับโอ๋ ภัคจีราที่ล่าสุดต้องออกมาเปิดใจป้องลูกสาวอย่าง น้องแสนดี และ น้องณิริน หลังเจอกระแสคอมเมนต์แง่ลบวิจารณ์สนั่นโซเชียลว่า การได้เซ็นสัญญาเป็นศิลปินนั้นเป็นเพราะอภิสิทธิ์การเป็น “ลูกดารา” โดยแม่โอ๋ยอมรับว่ารู้สึกสงสารลูกมากที่ต้องมาเจอความคิดแบบนี้ พร้อมเผยคำสอนที่ฝังใจลูกเสมอว่าในเมื่อเราเปลี่ยนชาติตระกูลหรือเปลี่ยนแม่ไม่ได้ สิ่งที่ทำได้คือการวางตัวให้นอบน้อมและน่ารักต่อทุกคน

อย่างไรก็ตาม แม่โอ๋ยืนยันเสียงแข็งว่าความสำเร็จของเด็กทั้งสองคนมาจากความพยายามและพรสวรรค์ล้วนๆ เพราะทั้งร้อง เต้น เล่นเปียโน และกีตาร์ได้ครบเครื่อง ซึ่งเก่งเกินตัวจนคนเป็นแม่ยังยอมรับว่าลูกไปไกลกว่าตนเองมาก จึงอยากให้สังคมมองเห็นถึงความตั้งใจจริงของเด็กๆ ในฐานะศิลปินคนหนึ่งไม่อยากให้ต้องมาถูกตราหน้าด้วยคำพูดบั่นทอนจิตใจเพียงเพราะเกิดมาเป็นลูกคนดัง ทั้งที่ความสามารถที่มีนั้นพิสูจน์ได้ว่าพวกเขาเป็นศิลปินได้ด้วยตัวเองจริงๆ

เศียรพระในรากไม้ : จากอยุธยา ถึงกัมพูชา

เศียรพระในรากไม้ : จากอยุธยา ถึงกัมพูชา

เศียรพระในรากไม้ : จากอยุธยา ถึงกัมพูชา

วันอังคาร ที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2569, 10.59 น.

เกิดการถกเถียงกันอย่างหนัก ในหมู่ประชาชนคนไทยกับโลกออนไลน์ของกัมพูชา  เมื่อมีการเผยแพร่ภาพเศียรพระพุทธรูปที่ติดอยู่กับรากต้นโพธิ์ที่วัดสวายจรม (Svay Chrum) จังหวัดกันดาล ว่าเป็นการพยายามทำเลียนแบบเศียรพระในรากโพธิ์ ที่วัดมหาธาตุ จังหวัดพระนครศรีอยุธยาของไทยหรือไม่

โดยที่เศียรพระพุทธรูปดังกล่าวนั้น   ชาวกัมพูชาบอกว่าเป็นอันซีนกัมพูชาที่อยากนำเสนอให้โลกรู้ หลังไปพบอยู่ที่วัดสวายจรุม เมืองอารียกษัตริย์ (Areyksat) จังหวัดกันดาล (Kandal) ประเทศกัมพูชา ทางทิศตะวันออกของกรุงพนมเปญ

ชาวกัมพูชาพากันตื่นเต้น และเข้าไปกราบไหว้ขอพรเพื่อความเป็นสิริมงคล  และเป็นไปตามคาด มีชาวกัมพูชาบางคนบอกว่า นี่คือต้นฉบับของจริง เกิดก่อนอันซีนเศียรพระที่ถูกห่อหุ้มด้วยรากต้นโพธิ์ ที่วัดมหาธาตุ ภายในอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา ทั้ง ๆ ที่สภาพเศียรพระของกัมพูชา คือ ดูใหม่ แวววาว คล้ายถูกเคลือบด้วยแล็กเกอร์ หรือ น้ำยาเคมีบางอย่าง  ส่วนรากไม้รอบ ๆ เศียรพระ ดูคล้ายกับถูกเจาะแล้วนำเศียรพระไปวางไว้ไม่กี่ปี ไม่ได้เกิดขึ้นตามธรรมชาติแบบของไทย

ชูร์ โสภานหา  ผู้เชี่ยวชาญด้านวัฒนธรรมกัมพูชา ออกมาปฏิเสธข้อกล่าวอ้างที่ว่า กัมพูชาลอกเลียนแบบไทยในการฝังเศียรพระพุทธรูปไว้ที่รากต้นไม้ เหมือนที่วัดมหาธาตุ จังหวัดอยุธยา พวกเขายืนยันว่า ลักษณะดังกล่าวแสดงถึงมรดกทางวัฒนธรรมอันร่ำรวยและเป็นอิสระของกัมพูชา ไม่ใช่การลอกเลียนแบบ

 เขาเตือนว่า การเปรียบเทียบเช่นนี้อาจก่อให้เกิดความสับสน กระตุ้นความรู้สึกชาตินิยม และบิดเบือนประวัติศาสตร์
โสภานหากล่าวด้วยว่า อารยธรรมกัมพูชามีประวัติศาสตร์อันยาวนานและเป็นอิสระ  ตั้งแต่ยุคฟูนันในศตวรรษที่ 1-7 ต่อเนื่องมาถึงยุคเจนละ และถึงจุดสูงสุดในยุคนครวัด  กัมพูชาได้สร้างวัดโบราณ จารึก และศิลปะที่แสดงให้เห็นถึงพัฒนาการทางศาสนา วัฒนธรรม และสถาปัตยกรรมที่ก้าวหน้าของภูมิภาคนี้

พระพุทธศาสนาเข้ามาในกัมพูชาราวศตวรรษที่ 5 ผ่านการค้าทางทะเลกับอินเดีย วางรากฐานอิทธิพลทางวัฒนธรรมในภูมิภาคนี้มานาน ก่อนการเกิดขึ้นของอาณาจักรอยุธยาในศตวรรษที่ 14

เขากล่าวว่า ความคล้ายคลึงกันในงานศิลปะหรือประติมากรรมทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้สะท้อนถึงการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรม ไม่ใช่ “การลอกเลียนแบบ”

โสภานหากล่าวว่า เศียรพระพุทธรูปที่วัดสวายจรม  ถูกค้นพบในปี 2562  ตั้งแต่นั้นมา สถานที่ดังกล่าวได้รับการทำความสะอาด จัดระเบียบใหม่

เขากล่าวว่า การกล่าวหาโดยปราศจากหลักฐานทางวิทยาศาสตร์เป็นการตีความทางอารมณ์มากกว่าการวิจัยที่มีพื้นฐานทางประวัติศาสตร์ เขาเรียกร้องให้สื่อในไทยหลีกเลี่ยงการรายงานข่าวที่อาจก่อให้เกิดความไม่พอใจ

ประวัติศาสตร์ควรส่งเสริมความเข้าใจและความเคารพซึ่งกันและกัน ไม่ใช่ความขัดแย้ง” โสภานหากล่าว

จอต บุญทัง นักปรัชญาจากราชบัณฑิตยสถานกัมพูชา กล่าวว่า แม้ว่าทั้งสองประเทศมักจะถกเถียงกันเรื่องมรดกทางวัฒนธรรม แต่การวิจัยของกัมพูชามีหลักฐานที่แข็งแกร่งกว่า  การปฏิบัติทางพุทธศาสนาเถรวาดที่คล้ายคลึงกัน อาจอธิบายถึงความคล้ายคลึงกันโดยบังเอิญในงานศิลปะทางศาสนา รวมถึงเศียรพระพุทธรูปที่ฝังอยู่กับรากไม้
ขณะที่ “เศียรพระในรากโพธิ์” ของวัดมหาธาตุ อยุธยานั้น ข้อมูลปรากฏว่า  ในช่วงการบูรณะวัดมหาธาตุเมื่อปี พ.ศ. 2511-2513

ในขณะนั้น นายช่างผู้ปฏิบัติงานได้นำเศียรพระที่พบบริเวณวัดมาตั้งวางไว้ใต้ต้นโพธิ์เล็กๆ ใกล้วิหารรายเพื่อความเรียบร้อย  แต่เมื่อเวลาผ่านไปหลายสิบปี  ต้นโพธิ์ก็เจริญเติบโตขึ้นตามธรรมชาติ จนรากค่อยๆ แผ่เข้าปกคลุมแลโอบอุ้มเศียรพรไว้อย่างสวยงาม กลายเป็นภาพมหัศจรรย์ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกในปัจจุบัน

วัดมหาธาตุ เป็นพระอารามหลวง ที่สร้างขึ้นในสมัย สมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 1 ขุนหลวงพะงั่ว เมื่อปี พ.ศ. 1917 แต่ไม่แล้วเสร็จ เสด็จสวรรคตเสียก่อน และได้สร้างเพิ่มเติมจนเสร็จในสมัย สมเด็จพระราเมศวร โดยได้โปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระปรางค์ประธาน และอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุมาบรรจุไว้ใต้ฐานพระปรางค์ประธานของวัดมหาธาตุ เมื่อปี พ.ศ. 1927 ซึ่งปรากฏในพระราชพงศาวดารฉบับพระราชหัตถเลขา

ความสำคัญของวัดมหาธาตุนั้น นอกจากจะเป็นที่ประดิษฐานองค์พระบรมสารีริกธาตุแล้ว ยังถือเป็นวัดที่เป็นศูนย์กลางเมืองและเป็นสถานที่จัดพระราชพิธีต่าง ๆ ของกรุงศรีอยุธยา โดยมีสมเด็จพระสังฆราช ฝ่ายคามวาสีประทับอยู่ภายในวัด ส่วนพระสังฆราช ฝ่ายอรัญวาสีนั้น ประทับอยู่ที่วัดป่าแก้ว (วัดใหญ่ชัยมงคล) นอกจากนี้ยังเป็นสถานที่ ๆ พระศรีศิลป์และจมื่นศรีสรรักษ์ พร้อมคณะได้ซุ่มพลที่ปรางค์วัดมหาธาตุ ก่อนยกพลเข้าพระราชวังทางประตูมงคลสุนทร เพื่อจับกุมสมเด็จพระศรีเสาวภาคย์

ในสมัยสมเด็จพระเจ้าทรงธรรม ปรางค์ของวัดองค์เดิมที่สร้างด้วยศิลาแลง ยอดพระปรางค์ได้ทลายลงมาเกือบครึ่งองค์ถึงชั้นครุฑ  แต่จะด้วยเหตุผลประการใดไม่ทราบ จึงยังมิได้ซ่อมแซมให้คืนดีดั้งเดิมในรัชกาลนั้น  ต่อมาสมเด็จพระเจ้าปราสาททอง ทรงบูรณะใหม่ รวมเป็นความสูง 25 วา เมื่อปี พ.ศ. 2176 และในสมัยสมเด็จพระเจ้าบรมโกศ เมื่อปี พ.ศ. 2275 – 2301 จนถึงช่วงเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่2 วัดมหาธาตุโดนทำลายจนเหลือเพียงซากปรักหักพังและถูกทิ้งร้าง ต่อมายอดพระปรางค์ได้พังทลายลงมาอีกครั้งในรัชสมัยรัชกาลที่ 5

สิ่งก่อสร้างที่น่าสนใจ คือ พระปรางค์ขนาดใหญ่ ซึ่งในปัจจุบันพังทลายลงมาแล้ว แต่ราชทูตลังกาที่ได้เคยมาเยี่ยมชมวัดมหาธาตุ ในสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศบรรยายเอาไว้ว่า ที่ฐานของพระปรางค์ มีรูปราชสีห์ หมี หงส์ นกยูง กินนร โค สุนัขป่า กระบือ มังกร เรียงรายอยู่โดยรอบ รูปเหล่านี้อาจหมายถึงสัตว์ในป่าหิมพานต์ที่รายล้อมอยู่เชิงเขาพระสุเมรุ ซึ่งเป็นแกนกลางของจักรวาล

นอกจากนี้ ยังมีเจดีย์แปดเหลี่ยม เป็นเจดีย์ลดหลั่นกัน 4 ชั้น ชั้นบนสุดประดิษฐานปรางค์ขนาดเล็ก ซึ่งเจดีย์องค์นี้จัดว่าเป็นเจดีย์ที่แปลกตา พบเพียงองค์เดียวในอยุธยา

และมีวิหารเล็ก วิหารน้อย  ซึ่งมีรากไม้แผ่ขึ้นเกาะเต็มผนัง รากไม้ส่วนหนึ่งได้ล้อมเศียรพระพุทธรูปไว้ กลายเป็นภาพจำของคนทั่วโลก และดึงดูดนักท่องเที่ยว ให้มาเที่ยวชมวัดมหาธาตุ จังหวัดพระนครศรีอยุธยาไม่ขาดสาย

อย่างไรก็ตาม ความสวยงามนี้แฝงไปด้วยความกังวลในเชิงอนุรักษ์ เนื่องจากต้นโพธิ์มีการเจริญเติบโตทุกปี จากการเก็บสถิติและเปรียบเทียบภาพถ่ายเก่าช่วง 30-40 ปีที่ผ่านมา พบความเปลี่ยนแปลง พ.ศ. 2560-2561: รากต้นโพธิ์ขยายตัวห่อหุ้มพื้นที่เศียรพระเพิ่มขึ้นถึง 0.5-2.5 เซนติเมตร หากปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติ ในที่สุดรากโพธิ์จะห่อหุ้มเศียรพระจนมิดและหายลับไปจากสายตาผู้คน

เพื่อรักษาจุดหมายสำคัญนี้ไว้ อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยาได้ร่วมกับรุกขกรกรมป่าไม้นำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้ โดยการใช้ “สารสังเคราะห์ควบคุมการเจริญเติบโต” ซึ่งจะเข้าไปปรับกระบวนการทำงานของเซลล์พืช ผลลัพธ์คือ

1. ต้นโพธิ์จะหยุดการขยายขนาดชั่วคราวเป็นเวลา 4-6 เดือนต่อการฉีดหนึ่งครั้ง

2. ใบและกิ่งก้านยังคงเขียวสดใส แข็งแรงตามปกติ ไม่ยืนต้นตาย

3. ช่วยลดแรงกดทับของรากที่จะส่งผลเสียต่อตัวเศียรพระและโครงสร้างโบราณสถาน

ปัจจุบันต้นโพธิ์ประวัติศาสตร์นี้ยังคงแข็งแรงดี แม้จะผ่านวิกฤตน้ำท่วมใหญ่และยอดหักมาแล้ว ทั้งยังได้รับการการันตีคุณภาพด้วยรางวัล “รุกขมรดกของแผ่นดิน” เมื่อปี พ.ศ. 2561 ซึ่งทางอุทยานฯ ยืนยันว่าจะดูแลรักษาสมดุลระหว่าง “ธรรมชาติ” และ “โบราณวัตถุ” นี้ให้คงอยู่คู่เมืองอยุธยาต่อไปให้นานที่สุด
ใครที่ยังไม่เคยไปเที่ยวชม “แนวหน้า” ขอเชิญชวนให้ท่านไปชมกันได้ โดยเฉพาะในเวลาที่กระแสการถกเถียงระหว่างไทย-กัมพูชา กำลังร้อนแรง.

หลักฐานเด็ดมีเพียบ? ‘สุรชัย’แฉไม่หยุดอดีตเมียสวมเขา-ขู่ฆ่า บังคับจดทะเบียนสมรส

หลักฐานเด็ดมีเพียบ? 'สุรชัย'แฉไม่หยุดอดีตเมียสวมเขา-ขู่ฆ่า บังคับจดทะเบียนสมรส

หลักฐานเด็ดมีเพียบ? ‘สุรชัย’แฉไม่หยุดอดีตเมียสวมเขา-ขู่ฆ่า บังคับจดทะเบียนสมรส

วันอังคาร ที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2569, 10.41 น.

กลายเป็นมหากาพย์ภาค 3 ที่ดูท่าจะไม่จบลงง่ายๆ  สำหรับ ภาระและหน้าที่ที่แบกไว้กว่า 40 ปี วันนี้ถึงจุดระเบิด “สุรชัย สมบัติเจริญ” ล่าสุดได้ออกแฉอย่างต่อเนื่องพฤติกรรมอดีตภรรยาและคนใกล้ชิด ทั้งเรื่องหนี้สิน คลิปขู่ฆ่า และความลับในลิ้นชักที่ทำให้รู้ว่าถูกสวมเขามานาน

โดยเปิดคลิบ 2/2 ในเพจเฟสบุ๊ค  ‘สมบัติเจริญ สุรชัยไดอาน่า’  ประโยคแรกก็ฟาดทันที เมื่อวานผมดูรายการคุยแซ่บโชว์ ดิสเครดิตผมทั้งรายการ แต่ผมไม่เคยเสียใจ ผมมองว่าเขาเก่งนะที่แสดงภาพออกมาได้ขนาดนั้น โดยเฉพาะนายสุรบดินทร์ กี่ครั้งที่เขาออกรายการ เขามีเรื่องที่ต้องการแสง ต้องการเสียง และต้องการที่ยืน เขาจะร้องไห้ตลอด บอกว่าทรงอย่างผมมันไม่ใช่ เดี๋ยวคุณไปดูเรื่องของบดินทร์ในพาร์ท 3 เอาคนนี้ก่อน… คุณเจี๊ยบ

ไม่ใช่มากล่าวหาว่าผมมีชู้กับเมียที่จดทะเบียนสมรส มันจะมีชู้ได้ยังไง โลกคงบอกว่าทำไมเรื่องแบบนี้ถึงเกิดขึ้นได้ แต่ไม่เป็นไร คุณจะใส่ความผมยังไงก็ใส่ไป เมื่อวานผมดูรายการคุยแซ่บโชว์ ดิสเครดิตผมทั้งรายการ แต่ผมไม่เคยเสียใจ ผมมองว่าเขาเก่งนะที่แสดงภาพออกมา

เมื่อคุณทำร้ายหรือทำลายผม ผมจะเล่าความเป็นจริง เรื่องพยานหลักฐานที่ว่าไปกับผู้ชายคนไหน ถ้าใครอยากได้พยานที่ไหน เดี๋ยวผมหาให้ ส่วนเขาจะยอมรับหรือไม่ก็เรื่องของเขา ระยะเวลา 30 ปี หลังจาก 15 ปีที่เขาขนของออกจากบ้านผมไป ผมเครียด แต่ผมไม่กล่าวหาลูกผู้หญิงเพราะผมก็รัก เดี๋ยวค่อยเล่าวีรกรรมทีละคนว่าใครเป็นยังไง แต่ความเป็นลูกผู้ชายของผมมันเสียใจ บดินทร์จะพูดยังไงผมไม่สนใจ ไม่ได้อยู่ในหัวสมอง ส่วนลูกสาวผมไม่ได้หนักหนาอะไรถ้าเขาจะสร้างแสงให้แม่และต้องการให้ครอบครัวดูดี พูดตรงๆ เรื่องนี้ผมไม่ต้องเริ่มอะไรเลย ผมใช้ชีวิตมา 15 ปี โดยไม่ได้อยู่กินกันก็เหมือนหย่าร้าง…

คุณเจี๊ยบพูดเหมือนตัวเองเป็นผู้หญิงที่น่ากราบมาก เขาทิ้งผมไป 15 ปี วันดีคืนดีช่วงปีที่ 8-9 เขากลับมาบ้าน ผมถามว่าจะนอนห้องเดียวกันไหมหรือคนละห้อง เขาก็บอกต้องการความเป็นส่วนตัว เขากลับมากับน้องดิ๊งค์ซึ่งมีอีกห้องหนึ่ง

ช่วงปี 2554 หรือปี 2550 กว่าๆ มีการบอกว่าผมชวนเขาไปแต่งงาน โกหกหน้าด้านๆ คุณบังคับให้ผมขับรถไปเซ็นเอกสาร ผมถามว่าจะไปไหน เขาบอกไปเซ็นรับรองลูก ซึ่งสมัยก่อนลูกเกิดมาก็ต้องรับรองเป็นธรรมดา คุณรู้ไหมการจดทะเบียนของผมคือจดข้างถนน เขาบังคับให้ผมจดหน้าร้านก๋วยเตี๋ยวตรงพุทธมณฑล ผมไม่อยากมีเรื่องและคิดว่าทำแบบนี้ผมคงไม่มีทางหลุดไปได้ ก็เลยเซ็นไป ลูกก็โตกันหมดแล้ว อยากทำอะไรก็ทำ คุณเจี๊ยบโปรไฟล์จบนอก เป็นดีไซน์เนอร์ จะจบบ้าอะไรอายุ 16 พูดได้นิ่งมากนะ และยังบังคับให้ผมไปทำหมันอีก

ส่วนสถานที่ที่นายบดินทร์เกิด เขาบอกเป็นสถานผดุงครรภ์แต่ไปด้อยค่าเขา ตรงสี่แยกบางแขก คุณยังไม่เกิดเลย เอาสมองส่วนไหนคิด ให้นักข่าวไปดูได้ว่าสถานผดุงครรภ์ตรงนั้นเลิศเลอขนาดไหน ผมไม่ได้เป็นคนเลือก พูดออกมาได้ว่าแม่พาหลบเพราะกลัวแฟนเพลงเห็น คุณคิดว่าแฟนเพลงจะไม่รู้เหรอ? ไม่ว่ากันมันคือพฤติกรรมของคุณ

ตอนผมคบกับเจี๊ยบผมสร้างบ้าน เขาบอกอยากเปิดโรงเรียนผมก็เห็นด้วยเพื่อให้เขามีอะไรทำ ผมไปสร้างอาคารเพิ่มเติมในที่ดิน 4 ไร่ที่สามพราน บังเอิญน้องสาวผมอยู่ที่นั่นด้วย ทุกคนก็ช่วยกันสร้างบ้านใหม่ขึ้นมา แต่เกิดอะไรขึ้นรู้ไหม อารมณ์เสียขึ้นมาก็เอาปืนยิงในบ้านเลย น้องสาวผมตกใจมาก เขาขู่ว่าที่นี่เขาเป็นเจ้าของ ผมฟังแล้วก็ลำบากใจเพราะนั่นก็ครอบครัว นั่นก็น้อง จนตอนนี้น้องสาวยังไม่คุยกับผมเลยเพราะเขารังเกียจที่พี่สะใภ้ทำขนาดนี้ ผมกลืนไม่เข้าคายไม่ออก

เรื่องนี้มีพยานมาก ทั้งสุรเดชที่ตายไปแล้ว สมพงษ์ สุรชาติ และสรินทิพย์น้องสาวผมที่พร้อมให้ปากคำ แฟนเพลงก็รู้ แต่คุณต้องเอาหลักฐานมาว่าผมมีชู้ คุณไดอาน่าเขาสวยใครๆ ก็อยากได้ แต่เขาไม่เอาผมหรอก เพราะเขารู้ว่าผมมีภาระหน้าที่ต้องดูแลตรงนั้น กับการที่ 15 ปีเขาทำร้ายผมทุกอย่าง ในโซเชียลที่เห็นผมมีกิจกรรมต่างๆ ก็เพราะน้องดิ๊งค์ ลูกสาวผม

แม้แต่รายการคุยแซ่บโชว์เมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา ลูกสาวมาบอกว่า “พ่อ หนูเป็นดี้ ให้พ่อไปออกรายการหน่อยได้ไหม” เพื่อความสุขของลูก ผมก็ไปยืนยันให้เลย ส่วนที่เขากล่าวหาว่าผมผลักเขาล้มหน้าศาล หรือที่นายบดินทร์บอกว่าผมเอาหัวไปโขกศาล ไม่เป็นความจริงอย่างยิ่ง ผมไม่อยากสร้างมหากาพย์อะไร แต่ที่ต้องพูดเพราะผมถูกทำร้าย

เรื่องของคุณบดินทร์ ผมจะเล่าเป็นฉากๆ ว่าพฤติกรรมและความรู้สึกของเขาเป็นอย่างไร โรงเรียนดำเนินการมา 10 ปีไม่เคยมีกำไร ผมเข้าใจดีเพราะเป็นโรงเรียนราษฎร์ จึงไม่ได้สนใจตรงนั้น แต่คุณลองคิดดูว่าภาระที่ผมต้องดูแลในบ้าน นอกจากตัวผมแล้ว ผมยังย้ายสำมะโนครัวของตระกูลคุณมาทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นแม่ พี่สาว คุณดวงชีวัน ตัวคุณ น้องสาว น้องชาย และพี่เขย รวม 8 ชีวิตอยู่ในบ้านผม ผมพูดไม่ได้เพราะรายได้มันยังมีอยู่ เมื่อโรงเรียนเดือดร้อนผมก็ซัพพอร์ตมาตลอด

จนกระทั่งมันสุดจะทน เมื่อวันที่ 28 ธันวาคม ก่อนขึ้นปีใหม่ช่วงน้ำท่วมแรง เธอขนของออกไปอยู่คอนโดของผู้ชาย ผมก็ไม่ว่าอะไร สมัยก่อนลูกทุกคนคือหน้าที่และภาระที่ผมต้องดูแล คำว่า “หน้าที่และภาระ” นี้มันอยู่ในหัวใจผมมาตลอด 40 กว่าปี ล่าสุดพอกลับมาอยู่บ้านไม่กี่วันก็อยากซื้อบ้านใหม่ ทั้งที่ผมมีเงินแค่นี้ ผมมีหลักฐานการรับเงินและสิ่งที่พูดทั้งหมด ไม่ได้พูดลอยๆ การใส่ร้ายคนอื่นมันบัดซบและเป็นการโกหกให้โลกดูสวย แต่ผมมีหลักฐานยืนยัน

ส่วนเรื่องเงิน ผมไม่รู้เขาเอามาจากไหน วันดีคืนดีเขาก็ไปยืมเงินทอมที่เป็นแฟนน้องดิ๊งค์ มา 1 แสนบาท ปัจจุบันก็ยังไม่คืนจนเขาเลิกกันไป นอกจากนี้คุณเจี๊ยบยังไปขอยืมเงินจากเด็กคนนี้อีก 1 แสนบาท โดยบอกให้มาเก็บกับพ่อ ผมมีหลักฐานการคุยกัน เด็กเขาก็ไม่ยอมเพราะเสียเงินไปฟรีๆ พอไม่คืนเงินเขายังไปขู่ฆ่าเขาอีก ผมมีคลิปทุกอย่างและจะเอาออกมาให้ชาวโลกดู ผมไม่อยากทำร้ายใคร แต่วันนี้เขาทำร้ายผมก่อน ผมจะทำให้ลูกรู้ว่าผู้หญิงที่หน้าใสตาซื่อแท้จริงเป็นอย่างไร

กรณีที่คุณเจี๊ยบบอกว่าผมฟ้องไม่สำเร็จ ที่ผมฟ้องเพราะอยากให้ขาดจากกัน ส่วนเรื่องคุณบดินทร์และน้องดิ๊งค์ บนศาล ผมขอเก็บไว้เล่าในภาค 3 คุณเจี๊ยบข่มขู่เด็กและโยนภาระมาให้ผม ทั้งที่ผมไปบ้านนั้นไม่เกิน 10 ครั้ง ผมจำคำพูดที่เขาทำกับผมได้ดีว่า “กูชนะแล้ว จะเอาให้มึงหมดตัว” นี่คือคำพูดที่หลุดมาจากปากเขา ซึ่งลูกเขยทอมของผมมาเล่าให้ฟังหมด ผมมีความจริงและพยานหลักฐานใกล้ชิดที่ไปศาลด้วยกัน ไม่ได้มีสคริปต์ ผมรังเกียจชื่อบดินทร์มาก ไม่ว่ามันจะแปลว่าอะไรก็ตาม

คุณเจี๊ยบเคยขอให้ผมถอนฟ้องและขอให้เขาเป็นฝ่ายชนะแทน ดูวิธีคิดเขาสิครับ ผมบอกว่าตกลงเพราะอยากให้หมดภาระต่อกัน จะได้ต่างคนต่างอยู่ ลูกก็โตหมดแล้ว ยิ่งไปกว่านั้นลูกไม่เคยไปเยี่ยมแม่ผมเลย ผมมีพยานทั้งพี่สาวและเพื่อนแม่ ผมสร้างบ้านให้แม่แต่แม่ต้องอพยพหนีเสียงปืนขู่หนีไปอยู่เมืองกาญจน์ ผมเจ็บใจจนน้ำตามันตกใน ไม่จำเป็นต้องมาร้องไห้ออกรายการเพื่อสร้างภาพ จนวันหนึ่งหลังจากเขาทิ้งผมไป ผมไปเจอของใช้ผู้ชายในเก๊ะเก่าๆ ทำให้รู้ว่าถูกสวมเขามาตั้งนาน แต่ผมก็คิดว่าช่างมัน เริ่มต้นชีวิตใหม่ดีกว่า แต่ที่ต้องออกมาพูดวันนี้เพราะสิ่งที่เขาทำมันยังเป็นปัญหาลามมาถึงปัจจุบัน ถ้าคุณไม่ออกมาขอโทษ ผมจะทำให้ทั้งโลกรู้ว่าเรื่องจริงมันเป็นยังไง