‘สภาฯ‘รูดม่านปิดสมัยประชุมครั้งที่1/69 ’โสภณ‘ขอบคุณ สส.ช่วยกันทำงานมี ประสิทธิภาพ-คุ้มค่า

‘สภาฯ‘รูดม่านปิดสมัยประชุมครั้งที่1/69 ’โสภณ‘ขอบคุณ สส.ช่วยกันทำงานมี ประสิทธิภาพ-คุ้มค่า

‘สภาฯ‘รูดม่านปิดสมัยประชุมครั้งที่1/69 ’โสภณ‘ขอบคุณ สส.ช่วยกันทำงานมี ประสิทธิภาพ-คุ้มค่า

วันพฤหัสบดี ที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 19.41 น.

สภาฯรูดม่านปิดสมัยประชุมครั้งที่1/69 ’โสภณ‘ ขอบคุณสมาชิกช่วยกันทำงานมีประสิทธิภาพ-คุ้มค่า-รักษาองค์ประชุมตลอดสมัยฯ

วันที่ 9 กรกฎาคม 2569 ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่ประธานการประชุม ภายหลังการพิจารณารับทราบรายงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ประจำปีงบประมาณ 2568 นายโสภณ กล่าวขอบคุณสมาชิกทั้งฝ่ายรัฐบาล และฝ่ายค้าน ที่ได้ช่วยกันทำงานในสภาฯนี้ อย่างมีประสิทธิภาพ คุ้มค่า คือการรักษาองค์ประชุม มาตลอดสมัยประชุม

จากนั้นเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ได้อ่านพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ พระราชกฤษฎีกาปิดสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่27 ปีที่1 ครั้งที่28 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง) พ.ศ.2569 โดยให้สมาชิกทุกคนยืนรับฟังพระบรมราชโองการ ก่อนที่นายโสภณ จะสั่งปิดประชุมในเวลา 19.06 น.

ฐิติภัสร์ เผย DSI ออกหมายเรียกผู้บริหารบริษัทน้ำมันคดีพิเศษสุราษฎร์ฯ ชี้เป็นคดีที่ 3 เดินหน้าปราบกักตุน เก็งกำไรน้ำมัน

ฐิติภัสร์ เผย DSI ออกหมายเรียกผู้บริหารบริษัทน้ำมันคดีพิเศษสุราษฎร์ฯ ชี้เป็นคดีที่ 3 เดินหน้าปราบกักตุน เก็งกำไรน้ำมัน

ฐิติภัสร์ เผย DSI ออกหมายเรียกผู้บริหารบริษัทน้ำมันคดีพิเศษสุราษฎร์ฯ ชี้เป็นคดีที่ 3 เดินหน้าปราบกักตุน เก็งกำไรน้ำมัน

วันพฤหัสบดี ที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 19.38 น.

“ฐิติภัสร์” เผย DSI ออกหมายเรียกผู้บริหารบริษัทน้ำมันคดีพิเศษสุราษฎร์ฯ ชี้เป็นคดีที่ 3 เดินหน้าปราบกักตุน-เก็งกำไรน้ำมัน

น.ส.ฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยผ่านเฟซบุ๊กว่า กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ได้เดินหน้าขยายผลการตรวจสอบการกระทำผิดเกี่ยวกับน้ำมันเชื้อเพลิงอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดในคดีพิเศษที่ 59/2569 ซึ่งเกี่ยวข้องกับบริษัท พี.ซี.สยามปิโตรเลียม จำกัด จังหวัดสุราษฎร์ธานี จากการตรวจสอบความผิดเกี่ยวกับใบกำกับการขนส่งน้ำมัน ได้ขยายผลไปสู่การดำเนินคดีกรณีกักตุนและเก็งกำไรน้ำมันในช่วงเดือนมีนาคมที่ผ่านมา

ฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์

น.ส.ฐิติภัสร์ ระบุด้วยว่า DSI ได้ออกหมายเรียกกรรมการผู้จัดการของบริษัทดังกล่าวเข้ารับทราบข้อกล่าวหาในวันจันทร์ที่ 13 กรกฎาคมนี้ ถือเป็นคดีที่ 3 ที่ผู้ต้องหาเข้าสู่กระบวนการดำเนินคดีตามกฎหมาย ภายหลังการดำเนินมาตรการเข้มของกระทรวงพลังงานในการปราบปรามการกระทำผิดด้านน้ำมันเชื้อเพลิง

ทั้งนี้ หากย้อนกลับตั้งแต่นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ เข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ได้มีการดำเนินคดีสำคัญแล้วหลายคดี โดยคดีแรก คือ คดีพิเศษที่ 66/2569 กรณีบริษัท ทริลเลี่ยนปิโตรเทรดดิ้ง จำกัด ซึ่ง DSI แจ้งข้อกล่าวหานายสุรัตน์และพวกรวมหลายข้อหา ทั้งการปลอมปนน้ำมัน การกระทำผิดเกี่ยวกับใบกำกับการขนส่งน้ำมัน การกักตุนและเก็งกำไร รวมถึงการจำหน่ายน้ำมันเกินราคาที่กฎหมายกำหนด ตลอดจนข้อหาฝ่าฝืนคำสั่งนายกรัฐมนตรีตามพระราชกำหนดแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ.2516 และความผิดตามพระราชบัญญัติการค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ.2543 โดยผู้ต้องหาได้เข้ารับทราบข้อกล่าวหาแล้ว และอยู่ระหว่างการดำเนินคดีตามกฎหมาย

ฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์

ส่วนคดีที่ 2 เป็นคดีพิเศษที่ 80-85/2569 เกี่ยวข้องกับโรงกลั่นน้ำมัน 6 แห่ง ซึ่งผู้ต้องหาได้เข้ารับทราบข้อกล่าวหาเกี่ยวกับใบกำกับการขนส่งน้ำมันครบถ้วนแล้ว หลัง DSI ขยายผลจากการตรวจสอบคลังน้ำมันในจังหวัดสุราษฎร์ธานี สงขลา และชุมพร และขณะนี้อยู่ระหว่างการสอบสวนขยายผลเพิ่มเติม

“ปัจจุบันทีมเฉพาะกิจของกระทรวงพลังงานและ DSI ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบคลังน้ำมันในจังหวัดกาญจนบุรี รวมถึงคลังน้ำมันอีก 13 แห่งทั่วประเทศ ซึ่งเจ้าหน้าที่ตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับการนำน้ำมันออกนอกระบบและการกักตุนน้ำมันในช่วงเดือนมีนาคมที่ผ่านมา เพื่อรวบรวมพยานหลักฐานและดำเนินการตามกฎหมายกับผู้ที่กระทำผิดอย่างเด็ดขาด”

ฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์

โปรดพระราชทานสัญญาบัตรตั้งสมณศักดิ์ พระราชาคณะ-พระครูสัญญาบัตร 5 รูป

โปรดพระราชทานสัญญาบัตรตั้งสมณศักดิ์ พระราชาคณะ-พระครูสัญญาบัตร 5 รูป

โปรดพระราชทานสัญญาบัตรตั้งสมณศักดิ์ พระราชาคณะ-พระครูสัญญาบัตร 5 รูป

วันพฤหัสบดี ที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 18.43 น.

วันที่ 9 กันยายน 2569 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศ พระราชทานสัญญาบัตรตั้งสมณศักดิ์

พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ มหิศรภูมิพลราชวรางกูรกิติสิริสมบูรณอดุลยเดช สยามินทราธิเบศรราชวโรดม บรมนาถบพิตร พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวมีพระบรมราชโองการโปรดพระราชทานสัญญาบัตรตั้งสมณศักดิ์พระราชาคณะ และพระครูสัญญาบัตร รวม 5 รูป ดังนี้

1.พระปริยัติวรานุกูล เป็น พระราชปริยัติวัชรานุกูล วิบูลศาสนกิจจาทร มหาคณิสสร บวรสังฆาราม คามวาสี พระราชาคณะชั้นราช สถิต ณ วัดนิมมานรดี พระอารามหลวง กรุงเทพมหานคร มีฐานานุศักดิ์ตั้งฐานานุกรมได้ 4 รูป คือ พระครูปลัด 1 พระครูสังฆรักษ์ 1 พระครูสมุห์ 1 พระครูใบฎีกา 1

2.พระศรีสิทธิวิเทศ เป็น พระราชวัชรชัยเมธี ตรีปิฎกบัณฑิต มหาคณิสสร บวรสังฆารามคามวาสี พระราชาคณะชั้นราช สถิต ณ วัดมหาพฤฒาราม วรวิหาร พระอารามหลวง กรุงเทพมหานคร มีฐานานุศักดิ์ตั้งฐานานุกรมได้ 4 รูป คือ พระครูปลัด 1 พระครูสังฆรักษ์ 1 พระครูสมุห์ 1 พระครูใบฎีกา 1

3. พระสุธีรัตนบัณฑิต เป็น พระราชสุทธิวัชรสุธี ตรีปิฎกวราลงกรณ์ มหาคณิสสร บวรสังฆาราม คามวาสี พระราชาคณะชั้นราช สถิต ณ วัดสุทธิวราราม กรุงเทพมหานคร มีฐานานุศักดิ์ตั้งฐานานุกรมได้ 4 รูป คือ พระครูปลัด 1 พระครูสังฆรักษ์ 1 พระครูสมุห์ 1 พระครูใบฎีกา 1

4.พระอุดมบัณฑิต เป็น พระราชอุดมวัชรเมธี ตรีปิฎกบัณฑิต มหาคณิสสร บวรสังฆารามคามวาสี พระราชาคณะชั้นราช สถิต ณ วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม ราชวรวิหาร พระอารามหลวง กรุงเทพมหานคร มีฐานานุศักดิ์ตั้งฐานานุกรมได้ 4 รูป คือ พระครูปลัด 1 พระครูสังฆรักษ์ 1 พระครูสมุห์ 1 พระครูใบฎีกา 1

5.พระมหาวชิระ 9 ประโยค วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ราชวรมหาวิหาร พระอารามหลวง กรุงเทพมหานคร เป็น พระครูศรีวชิรสุธี

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 8 ก.ค. 2569 ประกาศ ณ วันที่ 9 ก.ค. 2569 เป็นปีที่ 11 ในรัชกาลปัจจุบัน

ชัชชาติ เตรียมต้อนรับนายกฯ เปิดประชุมสภา กทม.นัดแรก 13 ก.ค.นี้

ชัชชาติ เตรียมต้อนรับนายกฯ  เปิดประชุมสภา กทม.นัดแรก 13 ก.ค.นี้

ชัชชาติ เตรียมต้อนรับนายกฯ เปิดประชุมสภา กทม.นัดแรก 13 ก.ค.นี้

วันพฤหัสบดี ที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 18.13 น.

“นายกฯ“ เตรียมเปิดประชุมสภากทม. นัดแรก 13 ก.ค.นี้ เลือก ‘เนอส’ นั่งประธาน ‘เนติภูมิ-นริสสร’ รองปธ.

เมื่อวันที่ 9 ก.ค. ที่อาคารไอราวัตพัฒนา ศาลาว่าการกทม.2 ดินแดง นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า ในวันที่ 13 ก.ค.นี้ เวลา 09.00 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย จะเดินทางมาเป็นประธานพิธีเปิดประชุมสภากรุงเทพมหานคร นัดแรก

โดยมีสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) ชุดใหม่ เข้าร่วมประชุมสภากรุงเทพมหานคร ที่ห้องประชุมสภากรุงเทพมหานคร อาคารไอราวัตพัฒนา ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร 2 ดินแดง ซึ่งตนและปลัดกรุงเทพมหานคร จะรอให้การต้อนรับ

นายชัชชาติ กล่าวว่า นอกเหนือจากการประชุมสภากทม. จะหารือกับนายกฯ กรณีนโยบายค่าโดยสารรถไฟฟ้า BTS  รวมทั้งเรื่องโอนโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวให้รัฐบาล เพราะถ้ารัฐบาลช่วยสนับสนุนตรงนี้ได้จะทำให้พี่น้องประชาชนมีค่าใช้จ่ายที่ลดลง นอกจากนี้อาจจะขอใช้ที่ว่างของกระทรวงคมนาคม ปลูกต้นไม้ และที่ทำมาหากินหาบเร่แผงลอย ซึ่งคิดว่าตอบโจทย์ รัฐบาลอยู่แล้ว 

รายงานข่าวแจ้งว่า วาระการประชุมสภากรุงเทพมหานคร จะมีการเลือกประธานสภา กรุงเทพมหานคร และรองประธานสภากรุงเทพมหานคร คนที่ 1 และ คนที่ 2 คน ตามที่พรรคประชาชน(ปชน.) กลุ่มคนทำงาน กลุ่ม Better Bangkok ประกาศจับมือกันได้ 37 เสียง คือ น.ส.ภัทราภรณ์ เก่งรุ่งเรืองชัย ส.ก. เขตบางซื่อ พรรคปชน. นั่งเป็นประธานสภา กทม. นายเนติภูมิ มุ่งรุจิราลัย ส.ก.เขตบึงกุ่ม นั่งประธานสภา กทม.คนที่ 1 และนายนริสสร แสงแก้ว ส.ก.เขตบางเขน นั่งประธานสภา กทม.คนที่ 2

กรมฝนหลวงฯ เตรียมลุย โปรยเมล็ดพันธุ์พืชทางอากาศ เฉลิมพระเกียรติฯ 28 ก.ค. นี้

กรมฝนหลวงฯ เตรียมลุย โปรยเมล็ดพันธุ์พืชทางอากาศ เฉลิมพระเกียรติฯ 28 ก.ค. นี้

กรมฝนหลวงฯ เตรียมลุย โปรยเมล็ดพันธุ์พืชทางอากาศ เฉลิมพระเกียรติฯ 28 ก.ค. นี้

วันศุกร์ ที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 15.51 น.

กรมฝนหลวงและการบินเกษตร เตรียมจัดโครงการโปรยเมล็ดพันธุ์พืชทางอากาศเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2569

นายวิทยา แก้วมี อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร เปิดเผยว่าในเดือนกรกฎาคมนี้ ถือเป็นเดือนมหามงคลของปวงชนชาวไทย เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 28 กรกฎาคม 2569 กรมฝนหลวงและการบินเกษตรได้เตรียมจัดโครงการโปรยเมล็ดพันธุ์พืชทางอากาศเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อสดุดีพระเกียรติคุณและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช 
บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ทรงมีพระราชกรณียกิจที่สำคัญมากมายและมีคุณค่าคุณูปการต่อการพัฒนาประเทศชาติ และเพื่อรักษาระบบนิเวศ ป่าไม้ และสิ่งแวดล้อม 

กรมฝนหลวงและการบินเกษตร

ทำให้พื้นที่ป่าไม้ต้นน้ำสามารถทำหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพและเอื้อประโยชน์ต่อพื้นที่ชุมชนได้อย่างยั่งยืน รวมถึงเป็นการเร่งขยายพันธุ์กล้าไม้ กลายเป็นสภาพป่าธรรมชาติ การเพิ่มพื้นที่ป่าไม้และการเพิ่มพื้นที่สีเขียว และยังเป็นการเพิ่มต้นทุนความชื้นสัมพัทธ์ให้กับระบบนิเวศทางธรรมชาติ และเป็นต้นทุนความชื้นที่สำคัญ ในการปฏิบัติการฝนหลวงเพื่อช่วยเหลือประชาชนต่อไป โดยจะมีพิธีเปิดโครงการฯ ในวันที่ 17 กรกฎาคม นี้ ณ ศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคใต้ตอนบน อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี โดยมี พลอากาศเอก ชลิต พุกผาสุข องคมนตรี ประธานกรรมการที่ปรึกษาผู้ทรงคุณวุฒิฝนหลวง เป็นประธานในพิธี 

อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร กล่าวต่อด้วยว่า สำหรับการดำเนินโครงการเฉลิมพระเกียรติฯ จะเป็นการดำเนินการหลังเสร็จสิ้นการปฏิบัติการฝนหลวงในแต่ละวัน โดยจะนำเมล็ดพันธุ์พืชที่มีการปั้นหุ้มด้วยดินเหนียว ไปโปรยบริเวณอุทยานแห่งชาติต่างๆ ได้แก่ อุทยานแห่งชาติออบขาน จังหวัดเชียงใหม่ อุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง จ.พิษณุโลก และ จ.เพชรบูรณ์ อุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์ จ.กาญจนบุรี อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จ.เพชรบุรี อุทยานแห่งชาติภูเก้า-ภูพานคำ จ.หนองบัวลำภู อุทยานแห่งชาติภูสระดอกบัว จ.มุกดาหาร และอุทยานแห่งชาติตาพระยา จ.สระแก้ว  และจะใช้เมล็ดพันธุ์ให้เหมาะสมกับพื้นที่ป่านั้น จำนวน 15 ชนิด ได้แก่ มะค่าแต้ มะค่าโมง สัก พะยูง แดง เพกา กัลปพฤกษ์ ขี้เหล็ก ชิงชัน ราชพฤกษ์ อะราง สมอพิเภก มะขามป้อม ตะแบก และพฤกษ์ ทั้งนี้ประชาชนสามารถเข้าร่วมกิจกรรมการปั้นเมล็ดพันธุ์ที่ได้ ณ ศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวง 8 แห่งทั่วประเทศ

กรมฝนหลวงและการบินเกษตร
กรมฝนหลวงและการบินเกษตร
กรมฝนหลวงและการบินเกษตร
กรมฝนหลวงและการบินเกษตร

กรมทรัพยากรน้ำบาดาลยกระดับแผนที่ดิจิทัล ช่วยค้นหาแหล่งน้ำอย่างแม่นยำ รับมือภัยแล้งในอนาคต

กรมทรัพยากรน้ำบาดาลยกระดับแผนที่ดิจิทัล ช่วยค้นหาแหล่งน้ำอย่างแม่นยำ รับมือภัยแล้งในอนาคต

กรมทรัพยากรน้ำบาดาลยกระดับแผนที่ดิจิทัล ช่วยค้นหาแหล่งน้ำอย่างแม่นยำ รับมือภัยแล้งในอนาคต

วันศุกร์ ที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 14.57 น.

หากวันนี้คุณสามารถเปิดแผนที่บนโทรศัพท์เพื่อค้นหาเส้นทางได้ แล้วจะเป็นอย่างไรหากประเทศไทยมี “แผนที่ใต้ดิน” ที่ช่วยบอกว่าพื้นที่ใดมีศักยภาพน้ำบาดาล อยู่ลึกเท่าใด คุณภาพเป็นอย่างไร และเหมาะสมต่อการพัฒนาแหล่งน้ำหรือไม่

แม้จะไม่ใช่ Google Maps ในความหมายของระบบนำทาง แต่กรมทรัพยากรน้ำบาดาล กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กำลังพัฒนาระบบฐานข้อมูลและแผนที่น้ำบาดาลดิจิทัล ซึ่งเปรียบเสมือน “Google Maps ใต้ดิน” ที่รวบรวมข้อมูลทางธรณีวิทยา ศักยภาพชั้นหินอุ้มน้ำ คุณภาพน้ำบาดาล ความลึกของแหล่งน้ำ และข้อมูลบ่อน้ำบาดาลจากทั่วประเทศ เพื่อใช้ประกอบการวางแผนพัฒนาและบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ

เบื้องหลังของแผนที่ดังกล่าว คือ การบูรณาการข้อมูลจากการสำรวจภาคสนาม แผนที่ธรณีวิทยา ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ (GIS) และการสำรวจทางธรณีฟิสิกส์ เช่น การวัดค่าความต้านทานไฟฟ้าใต้ดิน เพื่อสร้างภาพโครงสร้างใต้ผิวดินและประเมินตำแหน่งของชั้นหินอุ้มน้ำ ก่อนการพัฒนาแหล่งน้ำบาดาลจริง ช่วยลดความเสี่ยง ลดต้นทุน และเพิ่มความแม่นยำในการเลือกพื้นที่สำรวจ

ปัจจุบันกรมทรัพยากรน้ำบาดาลได้พัฒนาบริการข้อมูลสาธารณะ ทั้งระบบบริการข้อมูลบ่อน้ำบาดาล ระบบ Smart GIS ฐานข้อมูลอุทกธรณีวิทยาแบบ 2 มิติ และ 3 มิติ รวมถึงแผนที่ศักยภาพน้ำบาดาลรายจังหวัด ซึ่งใช้เป็นข้อมูลพื้นฐานสำหรับการวางแผนพัฒนาแหล่งน้ำ วิเคราะห์สถานการณ์น้ำบาดาล และสนับสนุนการตัดสินใจเชิงนโยบาย

ข้อมูลระดับโลกจากองค์การยูเนสโก (UNESCO) ยิ่งตอกย้ำความสำคัญของการบริหารจัดการน้ำใต้ดิน โดยระบุว่า ประชากรโลกประมาณ 50% หรือมากกว่า 4,000 ล้านคน พึ่งพาน้ำบาดาลเป็นแหล่งน้ำดื่ม ดังนั้น น้ำบาดาล นับเป็นทรัพยากรที่มีบทบาทสำคัญต่อความมั่นคงด้านน้ำและความมั่นคงทางอาหารของโลก ในยุคที่สภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และประเทศไทยต้องเผชิญทั้งภัยแล้งและฝนที่มีความผันผวน การมีฐานข้อมูลน้ำบาดาลที่ถูกต้องและทันสมัยจะช่วยให้การพัฒนาแหล่งน้ำมีประสิทธิภาพมากขึ้น ลดการสูญเสียงบประมาณจากการสำรวจที่ไม่ตรงจุด และทำให้การบริหารจัดการน้ำของประเทศก้าวสู่การตัดสินใจบนพื้นฐานของข้อมูล

อนาคตของการค้นหาแหล่งน้ำ ไม่ได้เริ่มจากรถเจาะ แต่เริ่มจากข้อมูลใต้ผืนดิน เพราะยิ่งเราเข้าใจโลกใต้ดินมากเท่าไร ประเทศไทยก็ยิ่งมีความมั่นคงด้านน้ำมากขึ้นเท่านั้น

ทรู เปิดเวที “Human Insights in the AI Era” เมื่อการเข้าใจ ‘คน’ สำคัญกว่าการมีข้อมูลมหาศาล

ทรู เปิดเวที “Human Insights in the AI Era”  เมื่อการเข้าใจ ‘คน’ สำคัญกว่าการมีข้อมูลมหาศาล

ทรู เปิดเวที “Human Insights in the AI Era” เมื่อการเข้าใจ ‘คน’ สำคัญกว่าการมีข้อมูลมหาศาล

วันศุกร์ ที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 15.33 น.

โจทย์ใหญ่ขององค์กรในยุค AI วันนี้ ไม่ใช่แค่มีเทคโนโลยีหรือมีข้อมูลมากแค่ไหน แต่คือจะเปลี่ยน Data มหาศาลให้กลายเป็นคุณค่าที่จับต้องได้อย่างไร…ทรู คอร์ปอเรชั่น จึงเปิดเวที “Human Insights in the AI Era” ชวนภาคธุรกิจใช้พลัง AI และ Data เพื่อเข้าใจผู้บริโภคยุคใหม่อย่างลึกซึ้ง ผ่านมุมมองจากนักการตลาด นักวิจัย ผู้เชี่ยวชาญด้านข้อมูล และผู้บริหารองค์กรชั้นนำ ที่ร่วมแลกเปลี่ยนและถ่ายทอดองค์ความรู้ต่อบทบาทของ AI, Data และ Human Insights ที่เชื่อมโยงมนุษย์ ข้อมูล และเทคโนโลยีเข้าด้วยกัน ภายใต้แนวคิด “จาก Big Data สู่อินไซต์ ที่เข้าถึงหัวใจคนยุค AI” เพื่อยกระดับการเข้าใจผู้บริโภคดิจิทัลให้แม่นยำ และมีความหมายยิ่งขึ้น

โอลิเวอร์ กิตติพงษ์ วีระเตชะ หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านแบรนด์และการสื่อสาร บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น

โอลิเวอร์ กิตติพงษ์ วีระเตชะ หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านแบรนด์และการสื่อสาร บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น ซึ่งได้แชร์มุมมอง ในหัวข้อ “Deciphering the New Digital Consumer หรือ “ถอดรหัสผู้บริโภคดิจิทัลยุคใหม่” กล่าวว่า “งาน Human Insights in the AI Era ในครั้งนี้ จัดขึ้นเพื่อเป็นเวทีแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และมุมมองเชิงลึกสำหรับลูกค้ากลุ่มธุรกิจ นักการตลาด และผู้ที่มีบทบาทในการขับเคลื่อนธุรกิจยุคใหม่ โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่ AI กำลังเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของเศรษฐกิจดิจิทัล การแข่งขันทางธุรกิจ และพฤติกรรมผู้บริโภคทั้งในระดับประเทศและระดับโลก ท่ามกลางบริบทของสื่อ ช่องทางการสื่อสาร และความคาดหวังของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การทำการตลาดในยุคปัจจุบันจึงไม่สามารถอาศัยเพียงการมีข้อมูลจำนวนมาก หรือการใช้ AI เป็นเครื่องมือเพียงอย่างเดียว หากแต่ต้องสามารถนำข้อมูลมาวิเคราะห์ร่วมกับความเข้าใจในมิติมนุษย์ ทั้งด้านสังคม พฤติกรรมศาสตร์ และบริบททางวัฒนธรรม เพื่อยกระดับจากข้อมูลไปสู่อินไซต์ที่ใช้ได้จริงในการตัดสินใจ การวางกลยุทธ์ และการสร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจอย่างมีประสิทธิภาพ

ในยุค AI การมี Data ไม่ได้หมายความว่าองค์กรจะมีอินไซต์โดยอัตโนมัติ เพราะข้อมูลเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของความเข้าใจ สิ่งที่สำคัญกว่าคือความสามารถในการตีความ กลั่นกรอง เพื่อมองเห็นแรงจูงใจ ความต้องการ และบริบทของผู้บริโภคอย่างรอบด้าน โดยเฉพาะในปัจจุบันที่ผู้บริโภคมีความหลากหลาย ซับซ้อน และไม่สามารถอธิบายได้ด้วยปัจจัยด้านประชากรศาสตร์เพียงมิติเดียว คนรุ่นใหม่เข้าถึงข้อมูลเร็วขึ้นและเติบโตทางความคิดมากขึ้น ขณะที่ผู้บริโภคกลุ่มผู้ใหญ่ก็มีไลฟ์สไตล์ ความคาดหวัง และพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปเช่นกัน ดังนั้น องค์กรและแบรนด์จึงจำเป็นต้องรับฟังอย่างลึกซึ้ง วิเคราะห์อย่างรอบด้าน และเชื่อมโยง Data เข้ากับความเข้าใจผู้คน เพื่อก้าวข้ามการมีข้อมูลจำนวนมากแต่ยังไม่สามารถนำไปสู่คำตอบที่ชัดเจน ไปสู่การสร้างแบรนด์ ประสบการณ์ และความสัมพันธ์กับลูกค้าที่มีคุณค่า แข็งแรง และยั่งยืนในระยะยาว”

นอกจากนี้ ทรู คอร์ปอเรชั่น ได้เชิญนักการตลาด นักวิจัย ผู้เชี่ยวชาญด้านข้อมูล และผู้บริหารองค์กร มาร่วมแบ่งปันองค์ความรู้จากหลากหลายสถาบันชั้นนำ อาทิ มณีณัฐฐา จิระเสวีจินดา ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์และข้อมูลเชิงลึก, วสุพจน์ กิตติทรัพย์กุล ผู้อำนวยการ ฝ่ายวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์และข้อมูลเชิงลึก, ชนิยา นาคะลักษณ์ ประธานที่ปรึกษา บริษัท โฮมรัน คอนซัลติ้ง, ผศ.ดร.เอกก์ ภทรธนกุล นายกสมาคมการตลาดแห่งประเทศไทย  และ ดร.ธีรเดช ดำรงค์พลาสิทธิ์ หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านกลุ่มธุรกิจองค์กร บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น

ทั้งนี้ งานสัมมนา “Human Insights in the AI Era” ได้จัดขึ้นเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 2 กรกฎาคม 2569 ณ ห้องออดิทอเรียม ชั้น 6 ทรู ดิจิทัล พาร์ค (อีสต์) ที่ไม่ใช่เป็นเพียงเวทีแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้าน AI, Data และการตลาด แต่ยังชวนองค์กรกลับมาตั้งคำถามสำคัญว่า จะใช้เทคโนโลยีเพื่อเข้าใจผู้บริโภคให้ลึกขึ้น ตัดสินใจได้แม่นยำขึ้น และสร้างคุณค่าที่มีความหมายต่อการเติบโตของธุรกิจไทยในเศรษฐกิจดิจิทัลได้อย่างไร

สสธวท จัดประชุมใหญ่วิสามัญ และปฐมนิเทศ ประจำปี 2569

สสธวท จัดประชุมใหญ่วิสามัญ    และปฐมนิเทศ ประจำปี 2569

สสธวท จัดประชุมใหญ่วิสามัญ และปฐมนิเทศ ประจำปี 2569

วันศุกร์ ที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 15.57 น.

สหพันธ์สมาคมสตรีนักธุรกิจและวิชาชีพแห่งประเทศไทยในพระบรมราชินูปถัมภ์ โดย คุณหญิงณัฐิกา วัธนเวคิน อังอุบลกุล เป็นประธานจัดการประชุมใหญ่วิสามัญและปฐมนิเทศ คณะกรรมการสหพันธ์สมาคมสตรีนักธุรกิจและวิชาชีพแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถัมภ์ (สสธวท)  เมื่อวันเสาร์ที่  4  กรกฎาคม ที่ผ่านมา ที่ โรงแรมโวโค่ สุรวงศ์

โดยช่วงเช้าเป็นการประชุมใหญ่วิสามัญประจำวาระโดยมีคุณหญิง ณัฐิกา วัธนเวคินอังอุบลกุล เป็นประธานที่ประชุมร่วมกับ ดร.สร้อยเพชร เรศานนท์เลขาธิการ และ วรรณวิภา เหราบัต และที่ปรึกษาสมาคม รายงานผลการดำเนินงานของสหพันธ์ในรอบสามปีที่ผ่านมาซึ่งครอบคลุมทุกด้านทั้งในและต่างประเทศและร่วมกับองค์กรสมาชิกทั่วประเทศส่วนภาคบ่ายเป็นการปฐมนิเทศสมาชิกจากองค์กรสมาชิกทั่วประเทศ เพื่อชี้แจ้งบทบาท วัตถุประสงค์ และเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับระเบียบการบริหารงานสหพันธ์ฯ และสมาคม เพื่อเตรียมความพร้อมในการเลือกตั้งคณะกรรมการชุดใหม่

คุณหญิงณัฐิกา วัธนเวคิน อังอุบลกุล  ประธานสหพันธ์สมาคมสตรีนักธุรกิจและวิชาชีพแห่งประเทศไทยฯ  ได้กล่าวถึงประวัติ ความเป็นมาของสหพันธ์ฯ ผังโครงสร้างการบริหารงานของสหพันธ์ฯ และรายชื่อคณะกรรมการอำนวยการ บริหาร และที่ปรึกษา หน้าที่ของฝ่ายต่างๆ โครงสร้างรวมและหน้าที่รับผิดชอบของคณะกรรมการทุกท่านเพื่อให้บริหารงานเป็นแนว ทางเดียวกันรวมถึงสมาคมสมาชิกทั่วประเทศด้วย

ช่วงบ่ายของการปฐมนิเทศ ในหัวข้อ “ก้าวสู่เส้นทางแห่งผู้นำ สร้างพลังเครือข่าย เชื่อมโยงคุณค่า ร่วมขับเคลื่อนอนาคต  สตรีนักธุรกิจและวิชาชีพไทยอย่างยั่งยืน” โดย ดร.สร้อยเพชร  เรศานนท์  รองประธาน และเลขาธิการสหพันธ์ฯ กล่าวถึงข้อบังคับของสหพันธ์ฯ ที่มีการปรับปรุง แก้ไขใหม่ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ในปัจจุบัน โดยที่ประชุมมีมติเห็นชอบ ข้อบังคับใหม่ที่ปรับปรุงขึ้น ซึ่งจะจัดให้มีการเลือกตั้งคณะกรรมการสหพันธ์ฯ ชุดใหม่ (วาระปี 2569-2572) ในวันพฤหัสบดีที่ 20 สิงหาคม 2569 ณ โรงแรมแกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ กรุงเทพ   และรายงานผลการทำงานของคณะกรรมการสหพันธ์ฯ ให้แก่คณะกรรมการและสมาชิก สธวท ได้รับทราบ และเรียนเชิญประธานโครงการต่างๆ ของสหัพนธ์ฯ  กล่าวแนะนำโครงการ และกิจกรรมที่ได้รับมอบหมายที่จะจัดให้มีขึ้นต่อไป

มล.ปรียพรรณ  ศรีธวัช  รองประธานสหพันธ์ฯ และประธาน AWEN Thailand กล่าวถึงบทบาทหน้าที่การทำงานของเครือข่ายผู้ประกอบการสตรีอาเซียน ประเทศไทย (AWEN Thailand) ซึ่งจะจัดให้มีการประชุม AWEN Conference และมอบรางวัล AWEN 2026 ในวันที่ 1-2 ตุลาคม 2569 ที่ ประเทศลาว

มาลีรัตน์  ปลื้มจิตรชม  ที่ปรึกษาสหพันธ์ฯ และประธานโครงการประกาศเกียรติคุณสหพันธ์ฯ ได้กล่าวถึงการดำเนินโครงการประกาศเกียรติคุณว่าในปีนี้ จะจัดขึ้นในวันที่ 9 พฤศจิกายน 2569 ที่ โรงแรมแกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ กรุงเทพ                    

พนิดา ชอบวณิชชา ที่ปรึกษาสหพันธ์ฯ และประธานโครงการจุดเทียนประเพณี กล่าวถึงโครงการจุดเทียนประเพณีที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี ซึ่งในครั้งต่อไป ได้มอบให้ สธวท กรุงเทพ และสธวท ภาคกลาง เป็นเจ้าภาพในการจัดงานในปี 2570

ฐิตินันท์  วัธนเวคิน  รองประธานสหพันธ์ฯ และประธานโครงการรณรงค์สร้างวินัยทางการเงิน ได้กล่าวถึงความคืบหน้าในการดำเนินโครงการ โดยในปีนี้ ยังคงมีการจัดอบรมวิทยากรพี่เลี้ยงในโครงการฯ  ในวันที่ 15-16 สิงหาคม 2569 ที่ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เช่นเคย

มาลีรัตน์  ปลื้มจิตรชม  ที่ปรึกษาสหพันธ์ฯ และประธานโครงการสมาชิกเกียรติคุณ ได้กล่าวถึงกิจกรรมของฝ่ายสมาชิกเกียรติคุณที่จะจัดให้แก่สมาชิก ในครั้งต่อไป คือ ทัศนศึกษาที่ อำเภอบางคล้า  จังหวัดฉะเชิงเทรา ในเดือนพฤศจิกายน

จตุพร  ลิ้มปิยะศรีสกุล รองประธานสหพันธ์ฯ และประธานโครงการสตรีวัยก้าวหน้า แจ้งแก่คณะกรรมการและสมาชิกว่า ฝ่ายสมาชิกสตรีวัยก้าวหน้า มีกำหนดที่จัดงาน The 5th Young BPW Asia Pacific Symposium 2026 ในวันที่ 27-30 สิงหาคม 2569  ที่ ประมุกโก้รีสอร์ท จ.ภูเก็ต

ในโอกาสเดียวกันนี้ คุณหญิงณัฐิกา ได้นำเสนอแผนงานของโครงการเฉลิมพระเกียรติฯ ที่สหพันธ์ฯ จะได้ดำเนินการจัดต่อเนื่องไปในปี 2570 ร่วมกับองค์กรภาครัฐ เอกชน และภาคีเครือข่ายต่างๆ

ปิดท้ายการประชุม จรรย์สมร วัธนเวคิน กล่าวให้โอวาท ฝากแง่คิดและให้กำลังใจ ประกอบด้วย “สามกล้า สามคว้า ห้าต้องมี” กล่าวคือ สามกล้า คือ กล้าคิด : ริเริ่ม สร้างสรรค์ ปรับเปลี่ยน พัฒนา กล้าทำ : นำสิ่งที่คิดมาสู่การปฏิบัติที่เป็นระบบ เป็นทีม กล้าสู้ : กล้าเผชิญปัญหา-อุปสรรค ยืนหยัด ล้มได้ก็ลุกขึ้นได้ กระทั่งบรรลุผลสำเร็จ และ สามคว้า คือ คว้าจังหวะและโอกาสที่ดี (เริ่มต้นดีมีชัยไปกว่าครึ่ง)  คว้าบรรยากาศและสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสม (อยู่ที่ไหนต้องทำที่นั่นให้เจริญ เติบโตไปด้วยกันอย่างมีความสุข)คว้าหลักการที่ถูกต้องและมีวิวัฒนาการ (ฐานมั่นคง กลางเข้มแข็ง ยอดรุ่งโรจน์) และ ห้าต้องมี คือ 1.วิสัยทัศน์ (มองไกล มองกว้าง มองลึก) 2.ความเป็นผู้นำ (เป็นผู้นำต้องนำตนก่อนนำคนอื่น) 3.เป้าหมายกว้างไกล (ฝันให้ไกล ไปให้ถึง) 4.ความมุ่งมั่น (เอาใจใส่จดจ่อ รู้รุก รู้รอ รู้ถอย) 5.คุณธรรม (เคารพตนเองได้)

บรรยากาศในการประชุมเป็นไปอย่างน่าประทับใจ มีที่ปรึกษา นายกสมาคม คณะกรรมการและสมาชิก สธวท จาก 24 จังหวัดทั่วประเทศ เข้าร่วมประชุมอย่างคับคั่ง 150 คน  หลังเสร็จสิ้นจากการประชุมในช่วงค่ำ  คณะกรรมการและสมาชิก สธวท มาร่วมพบปะสังสรรค์และรับประทานค่ำร่วมกัน พร้อมทั้งร่วมอวยพรวันคล้ายวันเกิดย้อนหลัง ให้แก่ คุณหญิงณัฐิกา วัธนเวคิน อังอุบลกุล ประธานสหพันธ์ฯ

สภาสังคมสงเคราะห์ เตรียมจัดงาน ‘วันแม่แห่งชาติ 2569’ เทิดพระเกียรติ ‘แม่แห่งแผ่นดิน’ พร้อมเชิดชูแม่ดีเด่น-ลูกกตัญญู

สภาสังคมสงเคราะห์ เตรียมจัดงาน ‘วันแม่แห่งชาติ 2569’ เทิดพระเกียรติ ‘แม่แห่งแผ่นดิน’ พร้อมเชิดชูแม่ดีเด่น-ลูกกตัญญู

สภาสังคมสงเคราะห์ เตรียมจัดงาน ‘วันแม่แห่งชาติ 2569’ เทิดพระเกียรติ ‘แม่แห่งแผ่นดิน’ พร้อมเชิดชูแม่ดีเด่น-ลูกกตัญญู

วันศุกร์ ที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 15.07 น.

สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ จัดแถลงข่าวการจัดงาน “วันแม่แห่งชาติ ประจำปี 2569” 12 สิงหาคม 2569 โดยมี ร.ต.ท.มนัส โนนุช ประธานสภาสังคมสงเคราะห์ฯ ดร.ธิดารักษ์ สัจจพงษ์ เลขาธิการสภาสังคมสงเคราะห์ฯ และ ดร.จารุนันท์ อึ้งภากรณ์ รองประธานสภาสังคมสงเคราะห์ฯ ร่วมให้รายละเอียดการจัดงาน เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2569 ณ ห้องประชุมชั้น 3 ตึกนวมหาราช สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยฯ

ร.ต.ท.มนัส โนนุช ประธานสภาสังคมสงเคราะห์ฯ กล่าวว่า สภาสังคมสงเคราะห์ฯ ได้จัดงานวันแม่แห่งชาติต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 51 เพื่อเทิดพระเกียรติสเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ผู้ทรงเป็น “แม่แห่งชาติ” เพื่อสืบสานคุณค่าของความเป็นแม่และส่งเสริมบทบาทสถาบันครอบครัว เป็นประจำทุกปีที่สภาสังคมสงเคราะห์ฯ จะได้ประกาศยกย่องเชิดชูเกียรติ “แม่ดีเด่นแห่งชาติ” ได้คัดเลือกแม่ผู้ประกอบคุณงามความดี มีความอุตสาหะในการเลี้ยงดูลูกให้เป็นคนดี ทำคุณประโยชน์แก่ประเทศชาติในประเภทต่างๆ ทั่วประเทศ  และ “ลูกที่มีความกตัญญูกตเวทีต่อแม่อย่างสูง” ซึ่งทั้งสองรางวัลนี้คณะกรรมการคัดเลือกได้เฟ้นหาอย่างเข้มข้นเพื่อหาแม่และลูกที่มีคุณสมบัติเหมาะสมที่จะยกย่องให้เป็นแม่ดีเด่นฯ และลูกที่มีความกตัญญูฯ เพื่อเป็นแบบอย่างให้กับสังคมต่อไป

ร.ต.ท.มนัส โนนุช ประธานสภาสังคมสงเคราะห์ฯ (กลาง), ดร.ธิดารักษ์  สัจจพงษ์ เลขาธิการสภาสังคมสงเคราะห์ฯ (ซ้าย) และ ดร.จารุนันท์ อึ้งภากรณ์ รองประธานสภาสังคมสงเคราะห์ฯ (ขวา)

ดร.ธิดารักษ์  สัจจพงษ์ เลขาธิการสภาสังคมสงเคราะห์ฯ กล่าวว่า ภายในงานและกิจกรรมสัปดาห์วันแม่แห่งชาติปีนี้ ยังมีกิจกรรมสำคัญอื่นๆ ได้แก่ การจัดทำหนังสือวันแม่แห่งชาติ การจำหน่ายผลิตภัณฑ์ดอกมะลิ ซึ่งเป็นฝีมือของผู้ด้อยโอกาส พิธีถวายพานพุ่มราชสักการะ การจัดเลี้ยงอาหารพระราชทานแก่เด็ก เยาวชน ผู้พิการ ผู้ยากไร้ และผู้โดยโอกาส การจัดคอนเสิร์ต “คิดถึงแม่” ครั้งที่ 26 โครงการน้ำพระทัยพระราชทานใน 76 จังหวัด และในวันที่ 12 สิงหาคม ภายหลังเสด็จพระราชดำเนินกลับ ช่วงเย็นจะเป็นพิธีเลี้ยงแสดงความยินดีแก่ผู้ได้รับพระราชทานรางวัล “แม่ดีเด่นแห่งชาติ ประจำปี 2569” “ลูกที่มีความกตัญญูกตเวทีอย่างสูงต่อแม่ ประจำปี 2569” อีกด้วย

บมจ.เมืองไทยประกันชีวิต นำโดย รัชดา พุ่มสุวรรณ รอง.กก.ผจก. ร่วมมอบกรมธรรม์ประกันชีวิตแก่แม่ดีเด่นแห่งชาติ 2569

ด้าน ดร.จารุนันท์ อึ้งภากรณ์ รองประธานสภาสังคมสงเคราะห์ฯ กล่าวว่า ตลอดเวลากว่า 50 ปี ที่สภาสังคมสงเคราะห์ฯ ได้คัดเลือกและมอบรางวัล “แม่ดีเด่นแห่งชาติ” จนถึงปัจจุบัน มีแม่ดีเด่นฯ ประมาณ 15,000 คน ทั่วประเทศ เพื่อสานเจตนารมณ์ของ พล.ต.หญิง คุณหญิงอัศนีย์ เสาวภาพ อดีตประธานสภาสังคมสงเคราะห์ ที่ต้องการให้แม่ดีเด่นทั่วประเทศได้ดำเนินรอยตามเบื้องพระยุคลบาทในการใช้พลังความสามารถของแม่ในการสร้างประโยชน์แก่ประเทศชาติบ้านเมือง จึงได้จัดตั้ง “มูลนิธิแม่ดีเด่นแห่งชาติ เพื่อแม่ทั้งแผ่นดิน” หรือ มพม. ในการเป็นศูนย์กลางและเครือข่ายแม่ดีเด่นทั่วประเทศในการทำกิจกรรมสาธารณประโยชน์เพื่อสังคมส่วนรวมอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน

แม่ดีเด่นแห่งชาติ 2569 ร่วมงานแถลงข่าว สมจิตร วงศ์สวัสดิ์ แม่ผู้มีความมานะอดทนขยันหมั่นเพียร, พนิตตานันท์ พวงจันทร์แดง แม่ผู้เป็นอาสาสมัครและแม่ของลูกที่เป็นอาสาสมัคร, พรรณี วิเชียรพันธุ์ แม่ของลูกผู้ทำประโยชน์ต่อสังคมและประเทศไทยชาติ และ ศิริจันทร์ ศรุติอังกูร แม่ผู้บำเพ็ญประโยชน์ต่อสังคม

ทั้งนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินทรงเป็นประธานเปิดงาน “วันแม่แห่งชาติ ประจำปี 2569” พร้อมพระราชทานพระบรมฉายาลักษณ์ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ให้แก่ผู้ได้รับการคัดเลือกให้เป็น “แม่ดีเด่นแห่งชาติ ประจำปี 2569” “ลูกที่มีความกตัญญูกตเวทีอย่างสูงต่อแม่ ประจำปี 2569” พระราชทานรางวัลแก่ผู้ชนะการประกวดงานเขียนเทิดพระคุณของแม่ ในวันที่ 12 สิงหาคม 2569 ณ อิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น ฮอลล์ 6 เมืองทองธานี

ลูกที่มีความกตัญญูฯ 2569 ปัทมา จิตรสวัสดิ์ มิสแกรนด์ไทยแลนด์ 2026 และ ปวีนา ซิงห์ มิสยูนิเวิร์ส ไทยแลนด์ 2568 และรองชนะเลิศอันดับ 1 มิสยูนิเวิร์ส 2025

สภาสังคมสงเคราะห์ฯ ขอเชิญชวนประชาชนร่วมแสดงออกถึงความรักความกตัญญูต่อ “แม่” ด้วยการสนับสนุนผลิตภัณฑ์ “ดอกมะลิวันแม่แห่งชาติ” ซึ่งเป็นฝีมือของกลุ่มผู้ด้อยโอกาส ผู้พิการ แม่บ้านนักเรียน  โดยจัดทำหลายรูปแบบ ดอกมะลิติดเสื้อทั้งแบบดอกเดี่ยว แบบช่อ พานพุ่ม พวงมาลัย ผ้าพันคอลายดอกมะลิ และพานพระพุทธรูป และองค์เทพ ที่ได้ผ่านพิธีพุทธาภิเษกจากวัดสระเกศราชวรมหาวิหารเรียบร้อยแล้ว โดยรายได้จากการจำหน่ายจะนำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายโดยเสด็จพระราชกุศลตามพระราชอัธยาศัย และสมทบกองทุนร่วมใจสงเคราะห์ชุมชน เพื่อนำไปช่วยเหลือผู้ประสบความทุกข์ยากเดือดร้อน มอบเป็นทุนการศึกษาแก่เด็กและเยาวชนที่ด้อยโอกาส

ผู้สนใจสามารถซื้อได้ที่จุดจำหน่ายตามสถานที่ต่างๆ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและสั่งซื้อได้ที่ สำนักหารายได้ สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยฯ เลขที่ 257 ตึกนวมหาราช ถนนราชวิถี เขตราชเทวี กรุงเทพฯ 10400 โทร.095-958-2849 http://www.ncswt.or.th หรือ Line ID : community.fund (ตจว.) และ  rak_mom (กทม.)

มูลนิธิสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราชฯ จัดกิจกรรมวิ่งการกุศลช่วยเหลือผู้ป่วยที่ขาดแคลน

มูลนิธิสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราชฯ จัดกิจกรรมวิ่งการกุศลช่วยเหลือผู้ป่วยที่ขาดแคลน

มูลนิธิสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราชฯ จัดกิจกรรมวิ่งการกุศลช่วยเหลือผู้ป่วยที่ขาดแคลน

วันศุกร์ ที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 14.55 น.

มูลนิธิสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช วัดบวรนิเวศวิหาร ในพระบรมราชูปถัมภ์ได้สืบสานพระปณิธานด้วยการด้วยการสร้างสรรค์ กิจกรรมเดิน – วิ่งการกุศล “ก้าวด้วยธรรม” เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนผู้มีจิตอาสาได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการร่วมบริจาคสมทบทุน   ปีนี้ “ก้าวด้วยธรรม” จัดขึ้นเป็นครั้งที่  10 เพื่อจัดหาเครื่องมือแพทย์และมอบเงินบริจาคให้กับโรงพยาบาล 19แห่ง นำไปใช้เพื่อประโยชน์ทางการแพทย์การรักษากรณีเร่งด่วน อันเป็นการเอื้อประโยชน์โดยตรงต่อประชาชนในพื้นที่ห่างไกลและคนไข้ที่ขาดแคลน  รอคอยการเยียวยารักษา โดยงานจัดขึ้นในวันพฤหัสบดีที่ 9กรกฎาคม  2569   ณ  อาคาร 100 ปี  วัดบวรนิเวศวิหาร     

ภายในงานได้รับเกียรติจาก ศาสตราจารย์พิเศษ จรัญ ภักดีธนากุล ประธานกรรมการกองทุนเพื่อผู้ป่วยและโรงพยาบาล    มูลนิธิสมเด็จพระญาณสังวร   สมเด็จพระสังฆราช วัดบวรนิเวศวิหาร    ในพระบรมราชูปถัมภ์, ดร.สุนันทา ลีเลิศพันธ์ ประธานกรรมการจัดกิจกรรม  บริษัท ดอกบัวคู่ จำกัด ร่วมด้วยคณะกรรมการผู้จัดงาน ผู้สนับสนุน ตัวแทนโรงพยาบาล  พร้อมทัพพลังบุญคนบันเทิง  เชอรี่ เข็มอัปสร, อแมนด้า ออบดัม, แพนเค้ก เขมนิจ, ทอย ปฐมพงศ์, บิว จักรพันธ์, แม้ก กรธัสส์, เอส กันตพงศ์,  หมอก้อง สรวิชญ์, อัพ ภูมิพัฒน์, แชป วรากร, บิว ณัฐพล, ก้อง ปิยะ, บูม สุภาพร, ป้าแจ๋ว ยุทธนา, จีน่า อภัสสรา, ฮัท เดอะสตาร์, ปู ปริศนา, ท็อป ดารณีนุชฯ จิตอาสาร่วมเปิดตัวเสื้อวิ่ง  “ก้าวด้วยธรรม”  ชมการขับร้องเพลงจาก ปาน ธนพร  โดยมี ได๋ ไดอาน่า รับหน้าที่พิธีกร     

กิจกรรม “ก้าวด้วยธรรม” ครั้งที่ 10 เปิดรับสมัครเดิน – วิ่ง ในระยะ 5 กิโลเมตร และ 10.5กิโลเมตร นักวิ่งจะได้วิ่งผ่านสถานที่สำคัญในเกาะรัตนโกสินทร์ที่มีความงดงามและมีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ นอกจากวิ่งเพื่อสุขภาพแล้ว   ขอเชิญชวนนักวิ่งมาถ่ายภาพกับมุมพระปรางค์ 8 องค์  ของวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ที่เป็นภาพชนะรางวัลอันดับ 1 จากเวทีประกวดภาพถ่ายระดับโลกที่ผ่านมา กิจกรรมครั้งนี้ มีการปล่อยตัวและเข้าเส้นชัย ณ ลานคนเมือง กรุงเทพมหานคร  และที่พิเศษสุดๆ เสื้อวิ่ง “ก้าวด้วยธรรม” ครั้งที่ 10 มาพร้อมลวดลายสวยงาม ทันสมัย น้ำหนักเบา ยืดหยุ่น รองรับกับสรีระนักวิ่งเป็นอย่างดี  โดยกำหนดการวิ่งจัดขึ้นในวันที่ 17 มกราคม 2570ตั้งแต่เวลา 05.00 น. ณ  ลานคนเมือง กรุงเทพมหานคร  

ขอเชิญผู้มีจิตศรัทธา ร่วมสร้างพลังกุศลอันยิ่งใหญ่ เพราะยังมีผู้ป่วยอีกมากมาย การให้จึงไม่สิ้นสุด ผู้ที่สนใจสามารถสมัครได้ตามลิ้งที่แนบนี้  https://liff.line.me/1656404333-XmDp4d6p/register/KDT10Online หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่  Line ID @Kaoduaydham , inbox เพจก้าวด้วยธรรม โทร. O98-932-0545 ,098-278 -0545