คอนเสิร์ตใหญ่ในรอบ 8 ปี! จัดเต็มยิ่งใหญ่สมการรอคอยวงป็อปคุณภาพระดับตำนานอย่าง P.O.P

คอนเสิร์ตใหญ่ในรอบ 8 ปี! จัดเต็มยิ่งใหญ่สมการรอคอยวงป็อปคุณภาพระดับตำนานอย่าง P.O.P

คอนเสิร์ตใหญ่ในรอบ 8 ปี! จัดเต็มยิ่งใหญ่สมการรอคอยวงป็อปคุณภาพระดับตำนานอย่าง P.O.P

วันอังคาร ที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 16.04 น.

กลับมาอย่างยิ่งใหญ่สมการรอคอย! กับคอนเสิร์ตใหญ่ในรอบ 8 ปีของวงป็อปคุณภาพระดับตำนานอย่าง P.O.P (Period of Party) โดย 4 สมาชิกอย่าง นภ พรชำนิ, ก้อ-ณฐพล ศรีจอมขวัญ, MR.Z-สมเกียรติ อริยะชัยพาณิชย์ และ เจอรี่-ศศิศ มิลินทวนิช ที่พร้อมใจพาแฟนเพลงทุกคนก้าวเข้าสู่ภาคใหม่ของวงในคอนเสิร์ตครั้งประวัติศาสตร์ “Chang Music Connection Presents P.O.P GO Concert: A New Era Has Begun”

งานนี้สร้างสรรค์โดย Suud Entertainment และ AME IMAGINATIVE ในเครืออมรินทร์กรุ๊ป ซึ่งจัดขึ้น ณ One Bangkok Forum เมื่อวันเสาร์ที่ 4 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา โดยเนรมิตโปรดักชันสุดยิ่งใหญ่อลังการ จัดเต็มแสง สี เสียง แบบครบทุกมิติ เข้าถึงทุกโสตประสาทสัมผัส เพื่อให้แฟนเพลงทุกคนได้เต็มอิ่มความสุขกับเสียงเพลงในค่ำคืนสุดพิเศษนี้

บรรยากาศในงานคึกคักไปด้วยเหล่าแฟนเพลงตัวจริงจากทั่วทุกมุมโลกที่พร้อมใจเดินทางมาคอนเสิร์ตครั้งนี้ เปิดเวทีด้วยเสียงกรี๊ดกระหึ่มฮอลล์ ต้อนรับสมาชิกวง P.O.P ทั้ง 4 คนอย่างอบอุ่น ก่อนจะพาแฟน ๆ ออกเดินทางไปกับเสียงเพลงในพาร์ทแรกด้วยเพลงดังจากหลากหลายอัลบั้มของ P.O.P อาทิ คนที่เดินผ่าน, ตรงนี้, และ คนดี

ต่อด้วยช่วงเวลาพิเศษในเพลง อยากหลับตา, ฝน, ดาว และ หยุด ที่สมาชิกทั้ง 4 ของ P.O.P. เป็นผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของเพลงฮิตเหล่านี้ จากนั้นก็ถึงเวลาดำดิ่งสู่ตัวตนและความเป็น P.O.P ที่อยากถ่ายทอดให้แฟนๆ เป็นพิเศษผ่านบทเพลงลึกซึ้งอย่าง เชื่อในตัวฉัน, ถึงเวลา, ทำไม่ไหว, ได้ยินความรักบ้างไหม, มีความรักอยู่ที่นี่, ที่แห่งนี้ และเพลง สิ่งสุดท้าย ที่แฟนเพลงต่างร่วมกันร้องเพื่อรำลึกถึง โต้ง-มณเฑียร แก้วกำเนิด สมาชิกผู้ล่วงลับ กลายเป็นห้วงเวลาแห่งความทรงจำที่งดงามและตราตรึงใจของทุกคน

เข้าสู่ช่วงโซโล่เมดเลย์ของแต่ละสมาชิก เริ่มกันที่ นภ-พรชำนิ จัดเต็มเสียงหวาน ๆ ในเพลง รู้สึกแปลก, ในคืนที่เราเจอะเจอกันครั้งแรก, ขอโทษ, ผมแอบชอบคุณอยู่, ความสุข, หมุนตามเธอไป ไปกันต่อกับ เจอรี่-ศศิศ ในเพลง เพราะฉันพบเธอ, ฝันซ้ำๆ, พอได้แล้ว ที่ได้ โป้-โยคีเพลย์บอย แขกรับเชิญคนพิเศษที่เป็นทั้งเพื่อนสนิทมาร่วมแจมเวทีนี้ให้สนุกสนานยิ่งขึ้น ปลุกความสดใสด้วยเสียงละมุนจาก ก้อ-ณฐพล ในเพลง กรุณา ที่ได้ มาเรียม เกรย์ มาร่วมฟีเจอริง และเพลง เธอจะเชื่อไหม ที่เจ้าตัวลงจากเวทีมาเดินเสิร์ฟความใกล้ชิดกับแฟนๆ ทั่วฮอลล์

ความสนุกอัปเลเวลขึ้นเรื่อย ๆ กับดนตรีจังหวะสนุกสนานในเพลง จนกว่า, เวลา, วงกลม และ เสียงข้างในจิตใจ ได้แขกรับเชิญคนสำคัญอย่าง บอย-โกสิยพงษ์ และ บอย-ตรัย ภูมิรัตน สองผู้อยู่เบื้องหลังทุกอัลบั้มของ P.O.P มาร่วมสร้างสีสันและรอยยิ้มบนเวที

เท่านี้ยังไม่พอเติมเต็มความอิ่มอกอิ่มใจมากยิ่งขึ้นกับ คิว-สุวีระ และ มาเรียม เกรย์ ที่นอกจากจะเป็นคอรัสกิตติมศักดิ์แล้วยังเป็นแขกรับเชิญคนพิเศษมาร่วมปาร์ตี้อย่างสนุกครึกครื้นบนเวทีนี้ไปกับ P.O.P ในเพลง ชอบอ่ะ, ครั้งนี้, ดอกไม้ ความมันยังไม่จบไปกันต่อกับ MR.Z-สมเกียรติ ชวนสองสาว โบ สุรัตนาวี และ จอยซ์ กรภัสสรณ์ ดูโอในตำนานอย่าง Triumphs Kingdom มาชวนแฟนเพลงลุกขึ้นเต้นกันยับในเพลง อย่าเข้าใจฉันผิด, รัก รัก รัก และ ผ้าเช็ดหน้า โยกสะบัดกรี๊ดสนั่นกันทั้งฮอลล์

หลังจากพักเหนื่อย แฟนๆ ได้ร่วมดื่มด่ำกันต่อในเพลง แค่ได้พบเธอ, เผลอ, ลมหายใจ ที่แฟนๆ ช่วยกันร้องตามกันกระหึ่มฮอลล์ ก่อนจะส่งท้ายความสุขในคอนเสิร์ตใหญ่ครั้งนี้ด้วยเพลง เคียงข้าง, รักของเธอมีจริงหรือเปล่า, ยอม, ไม่มี ซึ่งแฟน ๆ ร้องตามกันลั่นฮอลล์สมกับเป็นแฟนเพลงตัวจริงของ P.O.P

นอกจากนี้ P.O.P ยังมอบเซอร์ไพรส์สุดพิเศษให้กับแฟนๆ ที่มาชมคอนเสิร์ตครั้งนี้ ด้วยการเปิดซิงเกิลใหม่ล่าสุดอย่างเพลง “ยั้ง” ให้ได้ฟังและชมมิวสิกวิดีโอ (MV) ก่อนใครเป็นที่แรกในโลก! พร้อมเผยข่าวดีอย่างเป็นทางการว่า เตรียมตัวพบกับอัลบั้มใหม่ของ P.O.P เร็วๆ นี้แน่นอน

เรียกได้ว่า “Chang Music Connection Presents P.O.P GO Concert: A New Era Has Begun” เป็นคอนเสิร์ตที่เติมเต็มทุกอารมณ์ ความสุข และความประทับใจตลอดการโชว์เต็มอิ่มกว่า 4 ชั่วโมงเต็ม เพื่อให้แฟนเพลงได้เก็บบันทึกเป็นความทรงจำอันล้ำค่าที่ยากจะลืมเลือน ซึ่งอบอวลไปด้วยมวลความคิดถึงที่แฟนๆ มีต่อ P.O.P กับภาพความทรงจำที่ทุกคนได้กลับมาร่วมร้องเพลง และส่งพลังใจให้กันอีกครั้งบนเวทีแห่งนี้ และในโอกาสพิเศษกับการครบรอบ 28 ปีของวง นับเป็นคอนเสิร์ตครั้งสำคัญที่พร้อมจะโอบกอดแฟนเพลงทุกคน แล้วก้าวต่อไปสู่อนาคตภาคใหม่ของ P.O.P อย่างสมบูรณ์แบบที่สุด

ไม่อยากพลาดประสบการณ์ดี ๆ แบบนี้ ติดตามความเคลื่อนไหวได้ทาง  Facebook / Instagram: Sudsapda และ Suud Entertainment

#POPGOconcert
#Sudsapda
#SuudEntertainment
#AMEimaginative
 

ต้น สุชาติ นำศิลปินนักแสดงร่วมเป็นเจ้าภาพบำเพ็ญพระราชกุศล สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ ฯ

ต้น สุชาติ นำศิลปินนักแสดงร่วมเป็นเจ้าภาพบำเพ็ญพระราชกุศล สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ ฯ

ต้น สุชาติ นำศิลปินนักแสดงร่วมเป็นเจ้าภาพบำเพ็ญพระราชกุศล สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ ฯ

วันอังคาร ที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 15.53 น.

ต้น-สุชาติ ชวางกูร ผู้นำ “กลุ่มสร้างพลเมืองคุณภาพ” ซึ่งเป็นกลุ่มที่ก่อตั้งขึ้นเพื่อทำกิจกรรมที่ช่วยเหลือสังคม และให้กำลังใจทหารหาญ ด้วยการจัดกิจกรรมเพื่อสร้างขวัญกำลังใจให้กับทหารผู้เสียสละ เช่น การเลี้ยงอาหาร เข้าเยี่ยมและจัดกิจกรรมสันทนาการส่งมอบความสุข

ได้นำ ศิลปินนักแสดง อาทิ สุรชาติ สมบัติเจริญ(อุ้ม), หทัยทิพย์ สีสังข์(จอย บียอนด์),  วสันต์ ไชยวรศิลป์(โจโจ้ โดมิแนนท์) และสมาชิก “กลุ่มสร้างพลเมืองคุณภาพ” ร่วมเป็นเจ้าภาพบำเพ็ญพระราชกุศล และกราบถวายบังคมพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง  ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท 

ซึ่ง ต้น-สุชาติ ชวางกูร ได้กล่าวด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณว่า “สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงเป็นอวตาลของพระโพธิสัตว์ ด้วยทรงมีพระเมตตากรุณาต่อทุกชีวิตที่ตกทุกข์ได้ยาก  ทรงบำบัดทุกข์บำรุงสุขให้กับผู้คนทุกหมู่เหล่าไม่เลือก ชั้นวรรณะและชาติพันธุ์ คนไทยเราส่วนใหญ่คงลืมไปแล้ว และคนรุ่นใหม่ก็คงเกิดไม่ทัน แต่เรากลับไปดูหลักฐานต่างๆได้ ว่าเมื่อช่วงปี พ.ศ 2522 ประเทศข้างๆบ้านเรา เขาเกิดสงครามผู้คนหนีตายมาหลายแสนคน สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง มีรับสั่งให้เปิดพรมแดนให้พวกเขาหนีตายเข้ามาบนแผ่นดินไทย…หนีร้อนมาพึ่งเย็น ทรงเสด็จไปชายแดนด้วยพระองค์เอง ทรงห่วงใยในชีวิตและความเป็นอยู่ของผู้คนเหล่านั้น พระองค์ต้องประทับแรมอยู่ที่นั่นเพื่อบัญชาการทุกอย่างให้เรียบร้อยอยู่หลายวัน สำหรับพสกนิกรชาวไทย สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จเคียงข้างในหลวงรัชกาลที่ 9 ไปพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนคนไทยทุกพื้นที่เหนือจรดใต้ สุดเขตแดนสยามทั้งตะวันออกและตะวันตก ด้วยพระวิริยะอุตสาหะตลอดพระชนม์ชีพ  ทรงสร้างอาชีพให้คนไทยด้วยการรักษามรดกทางภูมิปัญญาทั้ง อาหาร เครื่องนุ่งห่ม ยารักษาโรค ศิลปะ วัฒนะธรรม ทรงชุบเลี้ยงผู้คนให้ได้รับการศึกษาไว้มากมาย ทรงรับผู้ป่วยไว้ในพระบรมราชินูปถัมภ์ ไว้มากมายทั้งพลเรือนและทหารตำรวจทุกหมู่เหล่า แม้กระทั่งสรรพสัตว์ทั้งหลาย สัตว์ป่าทั้งหลายพระองค์ก็ทรงอนุรักษ์ฟื้นฟูรวมทั้งป่าไม้ และผืนป่าต่างๆให้อุดมสมบูรณ์ พระมหากรุณาธิคุณนั้นมากมายล้นพ้นสุดจะพรรณนา ถึงแม้ผมจะไม่เคยได้รับพระมหากรุณาธิคุณโดยตรง แต่สิ่งที่พระองค์ทรงทำไว้นั้น ทำให้ประเทศของเรานี้อยู่อย่างสงบสุขและมีความสุขมากๆ  และจากนี้ไปเหลือเวลาอีกไม่มากที่เราจะได้มีโอกาสมากราบถวายบังคมพระบรมศพ  เราใช้เวลาไม่กี่ชั่วโมงมากราบพระองค์ท่าน แต่พระองค์ท่านใช้เวลาตลอดพระชนม์ชีพทำนุบำรุงดูแลพสกนิกรของพระองค์เหมือนแม่ดูแลลูก… ทรงเป็นสมเด็จแม่แห่งชาติไทย อย่างแท้จริง”

ความรัก ฮิตอีกครั้ง bodyslam ขึ้นอันดับ 1 YouTube Thailand 3 สัปดาห์ซ้อน

ความรัก ฮิตอีกครั้ง bodyslam ขึ้นอันดับ 1 YouTube Thailand 3 สัปดาห์ซ้อน

ความรัก ฮิตอีกครั้ง bodyslam ขึ้นอันดับ 1 YouTube Thailand 3 สัปดาห์ซ้อน

วันอังคาร ที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 15.42 น.

แม้จะเป็นเพลงที่ปล่อยออกมาตั้งแต่ปี 2553 แต่วันนี้ “ความรัก” ของ bodyslam กลับมาสร้างปรากฏการณ์อีกครั้ง หลังถูกนำไปใช้ประกอบคอนเทนต์บนโลกออนไลน์อย่างหลากหลาย จนเกิดกระแสไวรัล พาวง bodyslam ขึ้นอันดับ 1 ศิลปินที่มีผู้ฟังสูงสุดบน YouTube Thailand ต่อเนื่องถึง 3 สัปดาห์ (5-25 มิถุนายน 2569) จากข้อมูล ณ วันที่ 5 กรกฎาคม 2569 พร้อมพาเพลง “ความรัก” กลับมาอยู่ในใจผู้ฟังอีกครั้ง ทั้งแฟนเพลงรุ่นแรกและคนรุ่นใหม่ที่เพิ่งได้ค้นพบเพลงนี้

“ความรัก” คือหนึ่งในเพลงจากอัลบั้ม “คราม” ที่ถูกปล่อยเมื่อปี 2553 จุดเริ่มต้นจาก “กบ BIG ASS” ไปเจอประโยคสะดุดใจในบทสัมภาษณ์ของนักธุรกิจที่ดินท่านหนึ่ง จึงนำมาเปรียบเทียบว่า ‘ความรัก ไม่ว่าจะจบลงแบบไหน เมื่อเกิดขึ้นแล้ว มันสวยงามเสมอ’ ซึ่ง ตูน ก็เห็นชอบด้วย กบ จึงเริ่มลงมือเขียนเนื้อเพลงและโทรคุยกับรุ่นน้องที่เพิ่งผ่านประสบการณ์อกหักและนำความรู้สึกนั้นมาแต่งเป็นเนื้อเพลง

ด้าน ตูน bodyslam เผยถึงความรู้สึกที่เพลง ‘ความรัก’ กลับมาฮิตอีกครั้งหลังผ่านไปกว่า 16 ปี ว่า “พอทุกคนกลับมาฟังเพลงนี้ก็ดีใจครับ และก็มีหลายคนที่เพิ่งเคยได้ฟัง จริงๆเพลงนี้ถูกปล่อยมาสิบกว่าปีแล้ว มันเลยทำให้เราคิดว่า เพลงที่เราทำบางทีอาจจะมีคนฟังในตอนแรกไม่ได้เยอะ แต่ถ้าเป็นเพลงที่ดีหรือเพลงที่มีความหมาย มันก็ยังจะอยู่ได้ด้วยตัวของมันเอง เลยเป็นเหมือนข้อเตือนใจให้เราอย่างนึง ไม่ว่ายังไงก็ตามในงานใหม่ ๆ ของเรา เราก็ยังจะต้องทำเพลงที่เราชอบและทำเพลงดี ๆ ที่เราทำได้อย่างดีที่สุด เพราะเพลงมันอยู่ยาวนานกว่าที่เราคิด”

เมื่อถามถึงความรู้สึกที่อยากจะบอกกับแฟนเพลงที่กลับมาฟังเพลงความรักอีกครั้ง ตูน จึงกล่าวว่า “สิ่งที่ผมได้ยินบ่อยจากการกลับมาของเพลง ‘ความรัก’ ในครั้งนี้คือ หลายคนที่ฟังตอนเด็ก ๆ ฟังแล้วไม่เข้าใจว่าเนื้อเพลงหมายถึงอะไร แต่พอมาฟังในวันที่ผ่านวัย ผ่านความรัก ผ่านชีวิตอะไรมาสักพักนึงแล้ว เขาเข้าใจเพลงนี้มากขึ้นเยอะ คือเราไม่ได้คิดหรอกครับ ว่าตอนที่เราปล่อยออกไปใครจะเข้าใจมันหรือเปล่า แค่เรารู้สึกกับมัน แค่เราเข้าใจมัน เราก็รู้สึกดีแล้ว แต่พอหลายคนบอกว่า พอมาฟังตอนนี้ตอนที่ชีวิตผ่านอะไรมา ฟังและร้องเพลงด้วยความเข้าใจมัน ผมก็รู้สึกดีใจที่เพลง bodyslam ได้เข้าไปแชร์ประสบการณ์ร่วมกับชีวิตของใครหลาย ๆ คนครับ”

การที่เพลง “ความรัก” กลับมาฮิตติดเทรนด์ในครั้งนี้ อาจเกิดได้จากหลากหลายเหตุผล ทั้งอัลกอริทึมของโซเชียลมีเดีย หรือเนื้อเพลงที่ยังคงเข้าถึงคนฟังอยู่เสมอ แต่ไม่ว่าจะเหตุผลใดก็ตาม เพลงนี้ก็ได้ทำให้หลายคนกลับมาพบความหมายของเพลงอีกครั้งในช่วงเวลาที่แตกต่างกันของชีวิต

ติดตามข่าวสารได้ที่ Facebook , Instagram , Tiktok , X : bodyslamband และ Facebook : genie records

#bodyslamband #genierecords

สง่างามบนเวทีโลก ศธ.เยือนนิทรรศการผ้าไทยที่ปารีส ถอดบทเรียนประวัติศาสตร์-มรดกไทย

สง่างามบนเวทีโลก ศธ.เยือนนิทรรศการผ้าไทยที่ปารีส ถอดบทเรียนประวัติศาสตร์-มรดกไทย

สง่างามบนเวทีโลก ศธ.เยือนนิทรรศการผ้าไทยที่ปารีส ถอดบทเรียนประวัติศาสตร์-มรดกไทย

วันพุธ ที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 10.35 น.

สง่างามบนเวทีโลก! ศธ.เยือนนิทรรศการผ้าไทย “La Mode en Majesté” ที่ปารีส ถอดบทเรียนประวัติศาสตร์-มรดกไทย ผ่านเครื่องแต่งกาย ผสานแฟชั่นสู่แหล่งเรียนรู้ยุคใหม่ของไทย 

8 กรกฎาคม 2569 นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมคณะผู้แทนไทย กระทรวงศึกษาธิการ เดินทางเยือนสาธารณรัฐฝรั่งเศส ระหว่างวันที่ 7-11 กรกฎาคม 2569 เพื่อปฏิบัติภารกิจด้านการศึกษาในหลายมิติ ทั้งการสร้างความร่วมมือกับองค์กรการศึกษาระดับโลก การศึกษานวัตกรรมการเรียนรู้ เทคโนโลยี AI และการพัฒนาอาชีวศึกษา ตลอดจนพบปะนักเรียนไทยที่กำลังศึกษาอยู่ในประเทศฝรั่งเศส

โดยในวันแรก วันที่ 7 กรกฎาคม 2569 เวลาประมาณ 14.00 น. (ตามเวลา ณ กรุงปารีส สาธารณรัฐฝรั่งเศส) รมว.ศธ. และคณะ ได้เยี่ยมชมนิทรรศการ “La Mode en Majesté : Royal Thai Dress from Tradition to Modernity” ณ พิพิธภัณฑ์ Musée des Arts Décoratifs (MAD) ซึ่งจัดขึ้นภายใต้พระอุปถัมภ์ของ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เพื่อเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 170 ปีแห่งการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างประเทศไทยและสาธารณรัฐฝรั่งเศส

นิทรรศการดังกล่าวเกิดจากความร่วมมือระหว่างสถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย (SACIT) พิพิธภัณฑ์ผ้าในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงปารีส และพิพิธภัณฑ์ Musée des Arts Décoratifs นำเสนอคุณค่าแห่งมรดกภูมิปัญญาไทยผ่านเครื่องแต่งกาย ผ้ายกโบราณ งานหัตถศิลป์ และผลงานแฟชั่นร่วมสมัยกว่า 200 รายการ โดยแบ่งการจัดแสดงออกเป็น 7 ห้อง ครอบคลุมเรื่องราวความสัมพันธ์ไทย–ฝรั่งเศส พัฒนาการของชุดไทยพระราชนิยม งานหัตถศิลป์ไทย ภูมิปัญญาผ้าไทย และการต่อยอดสู่แฟชั่นร่วมสมัยระดับนานาชาติ สะท้อนพลังของทุนทางวัฒนธรรมไทยในการสร้างการเรียนรู้และความเข้าใจร่วมกันในระดับสากล 

การเยี่ยมชมนิทรรศการครั้งนี้ นอกจากเป็นส่วนหนึ่งของการปฏิบัติภารกิจด้านการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการแล้ว ยังเป็นโอกาสในการศึกษาแนวทางการใช้พิพิธภัณฑ์และนิทรรศการเป็นแหล่งเรียนรู้ที่เชื่อมโยงประวัติศาสตร์ ศิลปะ วัฒนธรรม และความคิดสร้างสรรค์เพื่อนำองค์ความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการจัดการเรียนการสอน ส่งเสริมการเรียนรู้ผ่านมรดกทางวัฒนธรรม และปลูกฝังให้ผู้เรียนเกิดความภาคภูมิใจในอัตลักษณ์ความเป็นไทย ซึ่งจะนำไปสู่การอนุรักษ์ ต่อยอดศิลปหัตถกรรมไทย และเสริมสร้างศักยภาพทุนทางวัฒนธรรมของประเทศไทยในเวทีนานาชาติ

พลิกโฉมเกษตรไทย! พัฒนา ‘เครื่องผสมปุ๋ยฯ’ หนุนเกษตรกรลดต้นทุน เพิ่มผลผลิตอย่างยั่งยืน

พลิกโฉมเกษตรไทย! พัฒนา ‘เครื่องผสมปุ๋ยฯ’ หนุนเกษตรกรลดต้นทุน เพิ่มผลผลิตอย่างยั่งยืน

พลิกโฉมเกษตรไทย! พัฒนา ‘เครื่องผสมปุ๋ยฯ’ หนุนเกษตรกรลดต้นทุน เพิ่มผลผลิตอย่างยั่งยืน

วันพุธ ที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เดินหน้ายกระดับภาคเกษตรกรรมไทยสู่ยุค Smart Farming แถลงข่าวความสำเร็จการดำเนินโครงการ “การพัฒนาเครื่องผสมปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดินอัตโนมัติร่วมกับปุ๋ยอินทรีย์” นวัตกรรมฝีมือคนไทยที่พร้อมตอบโจทย์การทำเกษตรแม่นยำสูง ณ สหกรณ์การเกษตรเพื่อการตลาดลูกค้า ธ.ก.ส. อุดรธานี จำกัด (สกต.)

โครงการดังกล่าวได้รับทุนสนับสนุนการวิจัยและนวัตกรรม ภายใต้โครงการสร้างเครื่องจักรต้นแบบด้วยกระบวนการวิศวกรรมเพื่อการสร้างสรรค์คุณค่า นำโดย กองส่งเสริมและประสานเพื่อประโยชน์ทางวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (กปว.) สป.อว. ร่วมกับ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (MTEC) สวทช. และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี (มทส.) โดยมี ผศ.ดร.คธา วาทกิจ หัวหน้าโครงการวิจัย เป็นผู้เผยแพร่ข้อมูลทางวิศวกรรมและความสำเร็จของนวัตกรรม พร้อมทั้งมีการสาธิตการทำงานของเครื่องจักรจริง เพื่อโชว์ศักยภาพการขับเคลื่อนนวัตกรรมสู่การใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์และการกระจายปุ๋ยสูตรแม่นยำสู่มือเกษตรกรในพื้นที่อย่างมีประสิทธิภาพ

โดยเครื่องผสมปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดินอัตโนมัติร่วมกับปุ๋ยอินทรีย์ มีจุดเด่น ดังนี้ 1.แม่นยำสูง (Tailor-made Fertilizer) คำนวณและผสมปุ๋ยได้ตรงตามสภาพดินจริงของแต่ละพื้นที่โดยอัตโนมัติ ช่วยให้พืชได้รับสารอาหารที่จำเป็นอย่างเหมาะสม , 2.ผสานพลังอินทรีย์ รองรับการผสมร่วมกับปุ๋ยอินทรีย์ ช่วยฟื้นฟูสภาพดินและส่งเสริมความยั่งยืนทางสิ่งแวดล้อม , 3.ลดต้นทุน – เพิ่มกำไร ป้องกันการใช้ปุ๋ยเกินความจำเป็น (Over-fertilization) ช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านต้นทุนปุ๋ยให้แก่เกษตรกรได้อย่างเป็นรูปธรรม

นวัตกรรมเครื่องผสมปุ๋ยอัตโนมัติฯ ถือเป็นก้าวสำคัญในการเปลี่ยนผ่านวิถีเกษตรกรรมแบบดั้งเดิม สู่การเป็น “เกษตรกรแม่นยำสูง” ที่ขับเคลื่อนด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม ซึ่งจะช่วยยกระดับรายได้และคุณภาพชีวิตของเกษตรกรไทยให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน

เปิดประชุม ‘สภาลูกเสือไทย’69 ชู 3 หลักคิดปั้นเยาวชนจิตอาสาสู่พลเมืองดีของชาติ

เปิดประชุม ‘สภาลูกเสือไทย’69 ชู 3 หลักคิดปั้นเยาวชนจิตอาสาสู่พลเมืองดีของชาติ

เปิดประชุม ‘สภาลูกเสือไทย’69 ชู 3 หลักคิดปั้นเยาวชนจิตอาสาสู่พลเมืองดีของชาติ

วันพุธ ที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่สภานายกสภาลูกเสือไทย ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิดการประชุมสภาลูกเสือไทย ประจำปี 2569 โดยมี นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ปฏิบัติหน้าที่แทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ น.ส.พลอย ธนิกุล ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และนายวรัท พฤกษาทวีกุล เลขาธิการสำนักงานลูกเสือแห่งชาติ ร่วมให้การต้อนรับและเข้าร่วมการประชุม เพื่อร่วมกันวางแนวทางการพัฒกากิจการลูกเสือไทยให้มีความเจริญก้าวหน้าอย่างมั่นคง ณ ห้องประชุมอารียา ชั้น 5 โรงแรมเอเชีย แอร์พอร์ต จ.ปทุมธานี

โดยก่อนเริ่มการประชุม ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี ได้นำคณะผู้บริหารและบุคลากรทางการลูกเสือทุกท่าน ร่วมยืนสงบนิ่งเป็นเวลา 1 นาที เพื่อแสดงความอาลัยและน้อมรำลึกในพระกรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ แด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ผู้ทรงมีพระเมตตาและทรงให้ความสำคัญต่อกิจการลูกเสือแห่งชาติมาโดยตลอด ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ทรงปฏิบัติพระกรณียกิจด้วยพระวิริยะอุตสาหะ ทรงมีพระราชดำริและพระปณิธานในการส่งเสริมกิจการลูกเสือไทยให้เจริญก้าวหน้าอย่างมั่นคง อันเป็นแบบอย่างแห่งความเสียสละและการอุทิศตนเพื่อประโยชน์ส่วนรวมอย่างหาที่สุดมิได้

นายอัครนันท์ กล่าวว่า ตามพระราชบัญญัติลูกเสือ พ.ศ.2551 สภาลูกเสือไทยมีอำนาจหน้าที่วางนโยบายเพื่อความมั่นคงและความเจริญก้าวหน้าของคณะลูกเสือแห่งชาติ ให้คำแนะนำในการปฏิบัติงานของคณะกรรมการบริหารลูกเสือแห่งชาติ และพิจารณารายงานประจำปี ซึ่งในปีที่ผ่านมา สำนักงานลูกเสือแห่งชาติได้ดำเนินกิจการเป็นไปตามกฎหมายและนโยบายที่เกี่ยวข้องทุกระดับ มุ่งปลูกฝัง ฝึกฝน และพัฒนาเยาวชนให้ยึดมั่นในอุดมการณ์ลูกเสือ มีความจงรักภักดีต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ พร้อมน้อมนำโครงการจิตอาสาพระราชทานมาเสริมสร้างจิตสำนึกพลเมือง บำเพ็ญประโยชน์ต่อชุมชนอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน อันเป็นรากฐานสำคัญในการสร้างเยาวชนไทยให้เป็นพลเมืองที่ดีของชาติ

ทั้งนี้ ยังได้ดำเนินการสร้างความสัมพันธ์กับคณะลูกเสือนานาชาติอย่างต่อเนื่อง ซึ่งการดำเนินงานที่ผ่านมาประสบความสำเร็จตามเป้าหมายทุกประการ ด้วยความร่วมมือจากลูกเสือ บุคลากรทางการลูกเสือ หน่วยงานการศึกษา สถานศึกษาทุกสังกัด ตลอดจนองค์กรภาครัฐและภาคเอกชน

คณะลูกเสือแห่งชาติมีภารกิจสำคัญในการพัฒนาเยาวชนทั้งทางกาย สติปัญญา จิตใจ และศีลธรรม ให้เป็นผู้มีระเบียบวินัย มีความรับผิดชอบ มีจิตสาธารณะ และเป็นพลเมืองดีของสังคม จึงขอเน้นย้ำใน 3 ประเด็นสำคัญ คือ 1.เรื่องระเบียบวินัย (Discipline) ที่ต้องปลูกฝังตั้งแต่ยังเป็นเยาวชนเพื่อให้เกิดขึ้นตามธรรมชาติของหน้าที่พลเมือง 2.ศีลธรรม (Governance) เพื่อสร้างประเทศชาติให้น่าอยู่ และ 3.การเป็นผู้ให้ ด้วยการแสวงหาความรู้และพัฒนาทักษะแห่งอนาคต เช่น การรู้เท่าทันภัยคุกคามทางไซเบอร์ (Cyber Security) การกลั่นแกล้งออนไลน์ ข่าวปลอม และการเข้ามาของเทคโนโลยี AI เพื่อให้ลูกเสือไทยรู้เท่าทันโลก ควบคู่กับการยึดมั่นในสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ เคารพสิทธิและหน้าที่ของตนเอง นำความรู้ในโลกยุคใหม่มาบูรณาการร่วมกับคุณธรรมเพื่อเป็นพลังสำคัญในการพัฒนาประเทศ

“ขอให้ผู้บังคับบัญชาลูกเสือทุกระดับปฏิบัติหน้าที่ด้วยความภาคภูมิใจ ในฐานะผู้นำทางความคิดและแบบอย่างที่ดีแก่เยาวชน พร้อมขอให้ทุกฝ่ายร่วมสืบสานพระราชปณิธานด้านการลูกเสือ ยกระดับการบริหารจัดการ และขยายเครือข่ายความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อให้กิจการลูกเสือเป็นกลไกสำคัญในการสร้างพลเมืองคุณภาพที่พร้อมอุทิศตนเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติต่อไป” รองนายกรัฐมนตรี กล่าว

มน.ร่วมพัฒนาศิลปะการสร้างเสน่ห์หน้าไมค์ จัดอบรมพัฒนาคุณภาพมาตรฐานการผลิตรายการวิทยุ

มน.ร่วมพัฒนาศิลปะการสร้างเสน่ห์หน้าไมค์ จัดอบรมพัฒนาคุณภาพมาตรฐานการผลิตรายการวิทยุ

มน.ร่วมพัฒนาศิลปะการสร้างเสน่ห์หน้าไมค์ จัดอบรมพัฒนาคุณภาพมาตรฐานการผลิตรายการวิทยุ

วันพุธ ที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

มหาวิทยาลัยนเรศวร โดย สถานีวิทยุกระจายเสียงมหาวิทยาลัยนเรศวร FM 107.25 MHz งานประชาสัมพันธ์ กองกลาง สำนักงานอธิการบดี มหาวิทยาลัยนเรศวร จัดโครงการอบรมเพื่อพัฒนาคุณภาพมาตรฐานการผลิตรายการวิทยุ ซึ่งได้รับเกียรติจาก ผศ.ดร.ภคพร วัฒนดำรงค์ ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายกิจการนิสิต มหาวิทยาลัยนเรศวร กล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วมโครงการฯ ทั้งที่มาจากหน่วยงานภายในมหา’ลัยและจากนอกหน่วยงาน ได้แก่  สำนักงานศาลปกครองพิษณุโลก องค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก เทศบาลนครพิษณุโลก มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา สำนักงานประกันสังคมจังหวัดพิษณุโลก สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 2 จังหวัดพิษณุโลก ชมรม 10 สถานีวิทยุกระจายเสียงจังหวัดพิษณุโลก และผู้จัดรายการวิทยุอิสระ จำนวน 70 คน โดยในโครงการฯ มีการบรรยายเรื่องศิลปะการสร้างเสน่ห์หน้าไมค์ และเทคนิคการเล่าเรื่องผ่าน Podcast ซึ่งมี น.ส.โสภิต หวังวิวัฒนา ผู้จัดการฝ่ายสื่อเสียง องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ไทยพีบีเอสพอดแคสต์) มาร่วมเป็นวิทยากร ณ ห้อง Main Conference กองบริการเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ชั้น 1 มหาวิทยาลัยนเรศวร

สำหรับโครงการฯนี้ จัดขึ้นเพื่อให้เครือข่ายผู้จัดรายการวิทยุ ซึ่งถือเป็นเครือข่ายที่สำคัญในการผลิต รายการของสถานีวิทยุฯ มีเทคนิคการนำเสนอข้อมูลข่าวสารทางวิชาการที่น่าสนใจ พัฒนาคุณภาพรายการให้มีคุณภาพ รวมถึงเป็นสื่อกลางในการนำองค์ความรู้ของมหาวิทยาลัยเผยแพร่ออกสู่สาธารณชนและประชาชนได้รับทราบอย่างมีประสิทธิภาพต่อไป

โดยเครือข่ายผู้จัดรายการวิทยุ ได้สร้างการมีส่วนร่วมผ่านการให้ข้อเสนอแนะในโครงการอบรมเพื่อพัฒนาคุณภาพมาตรฐานการผลิตรายการวิทยุ เช่น มีความคาดหวังต่อสถานีวิทยุกระจายเสียงมหาวิทยาลัยนเรศวร FM 107.25 MHz ในการพัฒนาการผลิตรายการวิทยุคู่ขนานในรูปแบบ Podcast ระยะเวลาการนำเสนอเนื้อหาในโครงการมีน้อยไป ควรจัดโครงการแบบเต็มวัน รวมถึงเสนอให้มีการจัดทำเวิร์กช็อป สำหรับนักจัดรายการ เป็นต้น โดยสถานีวิทยุกระจายเสียงมหาวิทยาลัยนเรศวร FM 107.25 MHz งานประชาสัมพันธ์ กองกลาง สำนักงานอธิการบดี มหาวิทยาลัยนเรศวร ผู้รับผิดชอบโครงการ จะได้นำการมีส่วนร่วมผ่านข้อเสนอแนะของเครือข่ายผู้จัดรายการวิทยุ ได้แก่ การพัฒนาการผลิตรายการวิทยุคู่ขนานในรูปแบบ Podcast การเพิ่มระยะเวลาในการนำเสนอเนื้อหาในโครงการแบบเต็มวัน รวมถึงการจัดให้มีการทำเวิร์กช็อปสำหรับนักจัดรายการ ไปเป็นแนวทางการพัฒนาโครงการต่อไป

เปิดเวทีโชว์นวัตกรรมไทย คัด 10 ธุรกิจนวัตกรรมไทยสุดเจ๋ง เสริมศักยภาพการเติบโต – ขยายตลาด ผ่าน Global Investment Link

เปิดเวทีโชว์นวัตกรรมไทย คัด 10 ธุรกิจนวัตกรรมไทยสุดเจ๋ง เสริมศักยภาพการเติบโต – ขยายตลาด ผ่าน Global Investment Link

เปิดเวทีโชว์นวัตกรรมไทย คัด 10 ธุรกิจนวัตกรรมไทยสุดเจ๋ง เสริมศักยภาพการเติบโต – ขยายตลาด ผ่าน Global Investment Link

วันพุธ ที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) จัดกิจกรรม “Demo Day – From Here to Beyond” ภายใต้โครงการ Global Investment Link เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาศักยภาพธุรกิจนวัตกรรมไทย ทั้งด้านการเสริมสร้างองค์ความรู้ การพัฒนากลยุทธ์ธุรกิจ การสร้างเครือข่ายในระบบนิเวศนวัตกรรม และการเข้าถึงแหล่งเงินทุนจากทั้งภาครัฐและเอกชน โดยเฉพาะโอกาสในการเชื่อมต่อธุรกิจกับนักลงทุน พันธมิตรทางธุรกิจ และเครือข่ายนวัตกรรมในต่างประเทศ เพื่อผลักดันให้ธุรกิจนวัตกรรมไทยสามารถแข่งขันได้ในตลาดโลก และเติบโตได้อย่างยั่งยืน โดยธุรกิจนวัตกรรมที่ได้รับการคัดเลือกจำนวน 10 ทีม จะได้รับโอกาสในการเดินทางไปเข้าร่วมกิจกรรม “NextRise 2026” ณ สาธารณรัฐเกาหลี ซึ่งเป็นหนึ่งในเวทีสำคัญด้านธุรกิจนวัตกรรม เทคโนโลยี และการลงทุนของภูมิภาคเอเชีย เพื่อพบปะและเชื่อมโยงกับนักลงทุน บริษัทขนาดใหญ่ และพันธมิตรทางธุรกิจภายในงาน

ดร.กริชผกา บุญเฟื่อง ผู้อำนวยการ NIA กล่าวว่า NIA พร้อมเชื่อมโยงการทำงานร่วมกับทุกภาคส่วนทั้งในและต่างประเทศ ภายใต้แนวคิด 4G ได้แก่ Groom การบ่มเพาะและเสริมสร้างศักยภาพผู้ประกอบการนวัตกรรมไทย Grant กลไกสนับสนุนเงินทุนเพื่อพัฒนาและขยายผลธุรกิจนวัตกรรมสู่ตลาด Growth การเร่งสร้างการเติบโตให้ธุรกิจนวัตกรรมทั้งธุรกิจนวัตกรรมและเอสเอ็มอีไทย และ Global การส่งเสริมผู้ประกอบการนวัตกรรมไทยสู่ตลาดสากล เพื่อขับเคลื่อนระบบนวัตกรรมของไทยให้มีความเข้มแข็ง เปิดกว้าง และสามารถเชื่อมโยงกับโอกาสทางธุรกิจในระดับนานาชาติได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะการสร้างเครือข่ายและการขยายตลาดสู่สากล ซึ่งเป็นหนึ่งในภารกิจสำคัญของ NIA ในการยกระดับธุรกิจนวัตกรรมไทยผ่านกลไกสนับสนุนที่ครอบคลุมทั้งการพัฒนาศักยภาพ การเตรียมความพร้อมด้านการลงทุน การเชื่อมโยงกับนักลงทุน และการสร้างโอกาสทางธุรกิจในตลาดต่างประเทศ

กิจกรรม Demo Day – From Here to Beyond เป็นเวทีแสดงศักยภาพของธุรกิจนวัตกรรมไทยทั้ง 24 ทีมที่เข้าร่วมโครงการฯ ผ่านการนำเสนอแผนธุรกิจ ผลิตภัณฑ์ บริการ และแนวทางการเติบโตต่อคณะผู้ทรงคุณวุฒิ นักลงทุน และพันธมิตรทางธุรกิจ เพื่อคัดเลือกเป็น 10 ทีมที่จะได้เดินทางเข้าร่วมกิจกรรม NextRise 2026 ณ สาธารณรัฐเกาหลี ซึ่งเป็นประเทศที่มีความโดดเด่นด้านเทคโนโลยี การลงทุน และการพัฒนาธุรกิจนวัตกรรม โดยเฉพาะในกลุ่มอุตสาหกรรมดิจิทัล เทคโนโลยีขั้นสูง สุขภาพ ความยั่งยืน พลังงานสะอาด และธุรกิจที่สามารถขยายตลาดสู่ภูมิภาคเอเชียได้ นอกจากนี้ ผู้ประกอบการที่ได้รับคัดเลือกยังจะมีโอกาสพบปะนักลงทุน บริษัทขนาดใหญ่ หน่วยงานสนับสนุนธุรกิจนวัตกรรม และพันธมิตรทางธุรกิจผ่านกิจกรรม Business Meetup ที่จะช่วยต่อยอดโอกาสในการสร้างความร่วมมือทางธุรกิจ การขยายตลาด และการระดมทุนในอนาคต

“สำหรับเกณฑ์การคัดเลือกจะมุ่งเน้นความพร้อมของผู้ประกอบการในการเข้าสู่ตลาดสาธารณรัฐเกาหลี ได้แก่ 1.ความสอดคล้องของผลิตภัณฑ์หรือบริการกับตลาดและแนวโน้มอุตสาหกรรมในเกาหลีใต้ 2.ความพร้อมด้านกฎระเบียบและมาตรฐานที่เกี่ยวข้องกับการเข้าสู่ตลาดเกาหลีใต้ 3.แผนการเข้าสู่ตลาดและกลยุทธ์การสร้างพันธมิตรในเกาหลีใต้ 4.ความพร้อมของธุรกิจและหลักฐานเชิงพาณิชย์ และ 5.ความพร้อมด้านการลงทุนและการนำเสนอธุรกิจ ทั้งนี้ NIA หวังเป็นอย่างยิ่งว่ากิจกรรม Demo Day และโอกาสในการเข้าร่วม NextRise 2026 จะเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในการผลักดันวิสาหกิจเริ่มต้นไทยให้สามารถเชื่อมโยงกับตลาดต่างประเทศ เข้าถึงเครือข่ายนักลงทุนและพันธมิตรระดับนานาชาติ และต่อยอดสู่การเติบโตอย่างยั่งยืนในเวทีโลกต่อไป” ดร.กริชผกา กล่าวเพิ่มเติม

วุฒิสภา โชว์ผลงาน 2 ปี มงคล-บิ๊กเกรียง ปัดข้อครหา สว.สีน้ำเงิน ไม่เสียกำลังใจคดีฮั้ว ชี้ เป็นเรื่องนานาจิตตัง

วุฒิสภา โชว์ผลงาน 2 ปี มงคล-บิ๊กเกรียง ปัดข้อครหา สว.สีน้ำเงิน ไม่เสียกำลังใจคดีฮั้ว ชี้ เป็นเรื่องนานาจิตตัง

วุฒิสภา โชว์ผลงาน 2 ปี มงคล-บิ๊กเกรียง ปัดข้อครหา สว.สีน้ำเงิน ไม่เสียกำลังใจคดีฮั้ว ชี้ เป็นเรื่องนานาจิตตัง

วันอังคาร ที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 16.27 น.

“วุฒิสภา” เปิดผลงาน 2 ปี โว ถกกฎหมายแล้วกว่า 57 ฉบับ 443 กระทู้ ด้าน “มงคล” ยันทำตัวเป็นกลาง ควบคุมการประชุมให้เรียบร้อย-ไม่โกรธ ปัดข้อครหาสว. สีน้ำเงิน ยัน ทำกม. ปฏิเสธไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อนเลือกกกต. ไม่เคยรู้จักเป็นการส่วนตัว  ขณะที่ “บิ๊กเกรียง” ชี้ วุฒิสภาพบ-รับฟังปัญหาปชช. ต่อเนื่อง เผย ไม่เสียกำลังใจ คนมองคดีฮั้วสว. เป็นเรื่องนานาจิตตัง 

เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 7 กรกฎาคม 2569 ที่รัฐสภา นายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา และ พล.อ.เกรียงไกร ศรีรักษ์ รองประธานวุฒิสภาคนที่ 1 ร่วมแถลงผลงาน 2 ปี วุฒิสภาภารกิจเพื่อประชาชน รวมถึงผลการดำเนินงานภายใต้ความรับผิดชอบ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ประชาชนได้รับรู้ รับทราบผลการดำเนินงานของวุฒิสภาในด้านต่างๆ  

โดยนายมงคล กล่าวว่า วุฒิสภามีหน้าที่กลั่นกรองกฎหมาย ควบคุมบริหารราชการแผ่นดิน ให้ความเห็นชอบองค์กรอิสระ ฝั่งวุฒิสภาจะไม่หนักเหมือนสภาผู้แทนราษฎร แต่เมื่อได้มาทำหน้าที่เป็นสว.จริงๆ และทำหน้าที่ประธานวุฒิสภาด้วย กิจการส่วนตัวก็ต้องตัดออกไปไม่สามารถทำได้ โดยหน้าที่หลักของประธานวุฒิสภาคือการสนับสนุนสว. ให้สามารถทำหน้าที่ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ นอกจากนี้ ยังต้องทำหน้าที่เป็นประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการวุฒิสภา (วิปวุฒิสภา) เมื่อมีกฎหมายอะไรก็จะนำเข้ามาสู่การพิจารณาของวิปวุฒิสภาเพื่อกำหนดเป็นวาระการประชุมวุฒิสภาต่อไป อย่างไรก็ตาม การทำหน้าที่เป็นประธานในที่ประชุมต้องมีสติ ไม่หลุด ไม่โกรธ และต้องควบคุมการประชุมให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย วางตัวเป็นกลางอย่างเคร่งครัด เปิดโอกาสให้สว.ทุกคนสามารถแสดงความคิดเห็นได้ แต่ต้องอยู่ในขอบเขตระเบียบการประชุม

นายมงคล กล่าวว่า ยังมีการผลักดันรัฐสภาให้เป็นสภาสีเขียว การเปิดพื้นที่ให้กับประชาชนในการเข้าถึงรัฐสภา และการส่งเสริมความรู้ความเข้าใจด้านการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตยแก่เยาวชนและประชาชน โดยในการประชุมในแต่ละครั้งตนต้องวางตัวเป็นกลาง สำหรับภาพรวมของการดำเนินงานด้านนิติบัญญัติที่วุฒิสภาได้ดำเนินการตลอดระยะเวลา 2 ปี ที่ผ่านมา เช่น การพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ที่ผ่านสภาผู้แทนราษฎรจำนวน 47 ฉบับ ประกาศใช้เป็นกฎหมายแล้ว 32 ฉบับ การอนุมัติพระราชกำหนด (พรก.) จำนวน 3 ฉบับ การพิจารณาญัตติ จำนวน 54 ญัตติ โดยเฉพาะประเด็นที่อยู่ในความสนใจของสังคมและเกี่ยวข้องกับอนาคตของประเทศโดยตรง ที่เป็นการตั้งกระทู้ 443 กะทู้ ขณะที่การให้ความเห็นชอบบุคคลดำรงตำแหน่งองค์กรต่างๆ ตามรัฐธรรมนูญ ยืนยันได้พิจารณาอย่างรอบคอบ โปร่งใส และยึดหลักคุณธรรมจริยธรรมเป็นสำคัญ

“วุฒิสภาอยู่มาครบ2 ปี ด้วยความสามัคคี แม้จะมีความคิดเห็นที่แตกต่าง ซึ่งสามารถเห็นต่างและถกเถียงกันได้ ซึ่งความเห็นที่แตกต่างเปรียบเป็นดอกไม้หลากสี แต่เมื่อหลอมรวมก็จะเป็นประโยชน์กับประชาชน เชื่อว่าทุกคนจะอยู่ร่วมกันได้ด้วยความรักสามัคคี” นายมงคล กล่าว

ด้านพล.อ.เกรียงไกร กล่าว ถึงโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชนว่า วุฒิสภาได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องในการลงพื้นที่เพื่อรับฟังเสียงสะท้อนปัญหาความเดือดร้อนและความต้องการที่แท้จริงของประชาชนจากทั่วทุกภาคของประเทศ เพื่อนำข้อมูลที่ได้ไปประกอบการพิจารณากลั่นกรองกฎหมายและการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมาย ให้สอดคล้องกับบริบทสังคม รวมทั้งนำไปสู่การผลักดันเพื่อให้เกิดการแก้ไขให้อย่างเกิดผลเป็นรูปธรรม โดยตลอดระยะ 2 ปีที่ผ่านมา จากเรื่องร้องเรียนกว่า 1,370 เรื่อง พบปัญหาส่วนใหญ่เป็นปัญหาด้านแหล่งน้ำ รองลงมาได้แก่ปัญหาด้านที่ดิน และด้านเกษตร ซึ่งได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ทั้งสว. หน่วยงานภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคประชาชน ภาคเอกชนและสื่อมวลชน ในการช่วยกันแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้กับประชาชนอย่างดีมา เพื่อให้ประเทศชาติก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน ตนขอยืนยันว่าวุฒิสภาไม่ได้เป็นเพียงผู้รับฟัง แต่ยังเป็นผู้ที่เดินหน้าเพื่อประสาน ผลักดัน และติดตาม เพื่อให้ทุกความเดือดร้อนและข้อเสนอแนะของประชาชนได้ส่งต่อไปสู่การแก้ไขอย่างเป็นระบบ 

เมื่อถามว่า มีการมองว่าเป็นสว.สีน้ำเงินในการทำงาน 2 ปีที่ผ่านมา นายมงคล กล่าวว่า สว. ยึดผลประโยชน์ของประเทศและประชาชน และทำตามรัฐธรรมนูญรวมถึงข้อกฎหมาย คนเราเห็นต่างกันได้ ไม่จำเป็นต้องเห็นตรงกันเสมอไป ต่างคนต่างเห็นคนละมุม ทั้งดีและไม่ดี เป็นธรรมดาของมนุษย์ ที่ไม่มีความสมบูรณ์ จะเห็นปัญหาต่างกัน และมีความเห็นไม่ตรงกัน แต่ขอให้ยึดประโยชน์ของประเทศและประชาชน ถ้าทำผิดก็ถือว่าไม่ชอบ 

เมื่อถามว่าถูกมองเรื่องคดีฮั้วสว. เสียกำลังใจหรือไม่ นายมงคล กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นเอกสิทธิ์ของแต่ละคน ซึ่งแต่ละคนไม่ก้าวก่ายหน้าที่กันและกัน หน้าที่ใครก็ทำไปเป็นอิสระต่อกัน ผลจะออกมาเป็นอย่างไรก็แล้วแต่ 

เมื่อถามว่าสว. ชุดปัจจุบันเลือกคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ไปแล้ว 4 คนใน 7 คน จะอธิบายให้ประชาชนเข้าใจอย่างไรว่าไม่มีเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน นายมงคล กล่าวว่า เป็นการทำตามหน้าที่ตามกฎหมาย ไม่ได้รู้จักกันกับกกต.  ส่วนตัวประธานและรองประธานอีก 2 คน ไม่เคยเข้าไปก้าวก่ายแทรกแซง ทำไม่ได้และจะไม่ทำ

เมื่อถามว่า กระแสวิจารณ์เรื่องคดีฮั้วสว. กวนใจแค่ไหน เพราะภาพของสว. ถูกมองว่าไม่เป็นตัวของตัวเองคอยรับฟังคำสั่ง นายมงคล กล่าวว่า ไม่ได้รับฟังคำสั่งใคร สว. ทุกคนมีเอกสิทธิ์ ไม่เคยไปสั่งใคร และไม่เคยรับคำสั่งใคร ทำหน้าที่ของตัวเอง การถูกวิจารณ์เรื่องคดีฮั้วสว. เป็นเรื่องปกติ ไม่มีใครรู้ตัวดีกับตัวของตัวเอง เราต้องเคารพตัวเอง คนจะมองอย่างไรก็มองได้ ซึ่งเสียงสะท้อนที่ออกมาก็พร้อมรับฟังเอามาแก้ไขปรับปรุง แต่จะไม่เอามาบั่นทอนกำลังใจ เราต้องปรับปรุงตัวเองและมีสติตลอดเวลา 

พล.อ.เกรียงไกร กล่าวว่า สว. ยังมีกำลังใจดี เรื่องคดีฮั้วสว. เป็นเรื่องนานาจิตตัง โลกใบนี้เรื่องติฉินนินทาห้ามไม่ได้ ส่วนที่ถามว่ากวนใจหรือไม่นั้น เราก็ต้องทำตามหน้าที่รัฐธรรมนูญ หากคำตัดสินออกมาอย่างไรก็พร้อมน้อมรับไม่ตะแบง เอฟซีใครเอฟซีมัน ตนก็ได้รับกำลังใจมากมายเช่นกัน อย่างไรก็ตาม พร้อมรับฟังความคิดเห็นเสียงสะท้อนทั้งด้านบวกและลบ ในระบอบประชาธิปไตย เมื่อเราเคารพมติเสียงส่วนใหญ่ก็ต้องไม่เพิกเฉยเสียงข้างน้อย ที่ให้ข้อติติงหรือข้อสังเกต 

เมื่อถามถึง ในวันเลือก สว. ระดับประเทศ ที่พบว่านายมงคล ส่งโพยให้กับเจ้าหน้าที่ กกต. จะให้คำตอบได้หรือไม่ว่าโพยนั้นคืออะไร นายมงคล กล่าวว่า เรื่องนี้ไม่ควรเอามาพูด ใครจะถาม ก็ไปถามเขาเอง ตนพูดไม่ได้ และกราบขอโทษอย่างยิ่งที่ผ่านมาไม่ค่อยให้สัมภาษณ์ เพราะต้องรักษาความเป็นกลางอย่างเคร่งครัด ดังนั้น เรื่องที่เป็นประเด็น ตนจะงดเว้นแสดงความคิดเห็นทั้งหมด

พล.อ.เกรียงไกร ยังกล่าวทิ้งท้ายด้วยว่า ตนกราบขอโทษที่เลื่อนการจัดงานพบปะสื่อมวลชน จากเดิมที่จะจัดช่วงต้นปี2569 แต่เลื่อนมาเป็นวันนี้ (7 ก.ค.) 

“ผมกราบขอโทษสื่อได้ ยกมือไหว้นักข่าวทุกห้อง ไหว้ได้ทุกคน ไม่ใช่กราบแต่ลูกเทพ” พล.อ.เกรียงไกร กล่าว

กกต. ประกาศรับรอง ชัชชาติ เป็นผู้ว่าฯกทม. สมัย 2 – ปรเมศวร์ นั่งนายกเมืองพัทยา

กกต. ประกาศรับรอง ชัชชาติ เป็นผู้ว่าฯกทม. สมัย 2 - ปรเมศวร์ นั่งนายกเมืองพัทยา

กกต. ประกาศรับรอง ชัชชาติ เป็นผู้ว่าฯกทม. สมัย 2 – ปรเมศวร์ นั่งนายกเมืองพัทยา

วันอังคาร ที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 16.08 น.

ด่วน!!กกต.มีมติรับรอง”ชัชชาติ สิทธิพันธ์” เป็นผู้ว่าฯกทม.และ “ปรเมศวร์” เป็นนายกเมืองพัทยาแล้ว พ่วงส.ก.และสมาชิกสภาเมืองพัทยา

วันที่ 7 กรกฎาคม 2569 มีรายงานว่าที่ประชุม กกต.มีมติเห็นชอบให้ประกาศรับรองผลการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครที่นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ได้รับเลือกตั้งมาด้วยคะแนนน 1,537,784 คะแนน รวมถึงสมาชิกสภากรุงเทพมหานครทั้ง 50 คน รวมทั้งประกาศรับรองผลการเลือกตั้งนายกเมืองพัทยา ที่นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ รับเลือกตั้งมาด้วยคะแนน 20,184 คะแนน รวมถึงสมาชิกสภาเมืองพัทยาทั้ง 6 คนตามที่สำนักงานกกต.เสนอ เนื่องจากไม่มีเรื่องร้องเรียนว่าในการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 28 มิ.ย.ที่ผ่านมามีเหตุที่จะทำให้การเลือกตั้งไม่เป็นไปโดยสุจริตและโปร่งใส แต่ทั้งนี้ไม่ตัดอำนาจ กกต.ในการที่จะสืบสวนสอบสวนหลังการประกาศรับรองผลแล้วกรณีหากมีเรื่องร้องเรียนหรือร้องคัดค้านการประกาศผลการเลือกตั้ง

ทั้งนี้ คาดว่าสำนักงานกกต.จะให้ผู้ที่ได้รับการประกาศรับรองผลเข้ารับหนังสือรับรองได้ตั้งแต่ในวันพรุ่งนี้(8ก.ค.)เป็นต้นไป

ขณะที่ ว่าที่ ร.ต. สัมพันธ์ แสงคำเลิศ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำกรุงเทพมหานคร (กกต. กทม.) เปิดเผยเพิ่มเติมว่า ขณะนี้ กกต. ได้ให้การรับรองผู้ว่าฯ กทม. และสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) ครบทั้ง 50 เขตเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

พร้อมกันนี้ ได้ออกหนังสือเชิญผู้ว่าฯ กทม. และ ส.ก. ทั้งหมด ให้มารับใบรับรองผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการในวันที่ 9 กรกฎาคม 2569 เวลา 09.00 น. ณ ห้องโถง ชั้น 2 สำนักงาน กกต. เพื่อนำไปใช้เป็นหลักฐานในการเข้าปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายต่อไป