รองปลัด วธ. เปิดนิทรรศการงานมหกรรมผ้าไหม ไหมไทยสู่เส้นทางโลก ครั้งที่ 15 กว่า 250 ชุด ณ สยามพารากอน

รองปลัด วธ. เปิดนิทรรศการงานมหกรรมผ้าไหม ไหมไทยสู่เส้นทางโลก ครั้งที่ 15 กว่า 250 ชุด ณ สยามพารากอน

รองปลัด วธ. เปิดนิทรรศการงานมหกรรมผ้าไหม ไหมไทยสู่เส้นทางโลก ครั้งที่ 15 กว่า 250 ชุด ณ สยามพารากอน

วันพุธ ที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 12.17 น.

นางโชติกา อัครกิจโสภากุล รองปลัดกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานพิธีเปิดนิทรรศการงานมหกรรมผ้าไหม ไหมไทยสู่เส้นทางโลก ครั้งที่ 15 และพิธีมอบประกาศเกียรติคุณการประกวด The 7th Next Big Silk Designer Contest 2026 โดยมี นางสาวรานี อิฐรัตน์ รองปลัดกระทรวงวัฒนธรรม ผู้บริหารกระทรวงวัฒนธรรม นายกสมาคมส่งเสริมผ้าไหมและวัฒนธรรมไทย ผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ  ภาคเอกชน สถาบันการศึกษา นิสิต นักศึกษา และสื่อมวลชน เข้าร่วม ณ NEX Hall 5 ศูนย์การค้าสยามพารากอน

ในโอกาสนี้ รองปลัดกระทรวงวัฒนธรรม ได้มอบประกาศเกียรติคุณรางวัล The 7th Next Silk Designer Contest 2026 โดยภายในงานมีการแสดงทางวัฒนธรรม แฟชั่นโชว์ชุดผ้าไหมที่เข้ารอบจากการประกวด จำนวน 30 ชุด นิทรรศการชุดผ้าไหม โดยนักศึกษาจากสถาบันการศึกษาทั่วประเทศ ที่ออกแบบให้แก่คณะทูตานุทูต กงสุลใหญ่ และกงสุลกิตติมศักดิ์จากประเทศต่าง ๆ จำนวน 90 ประเทศ ตลอด 5 วัน ตั้งแต่วันที่ 9 – 14 มิถุนายน 2569 ณ Nex Hall ชั้น 5 ศูนย์การค้าสยามพารากอน กรุงเทพมหานคร

นางโชติกา กล่าวว่า งานมหกรรมผ้าไหม ไหมไทยสู่เส้นทางโลก ครั้งที่ 15 และการจัดการประกวด “The 7th Next Big Silk Designer Contest 2026” ครั้งนี้ จัดขึ้นด้วยความร่วมมือของกระทรวงวัฒนธรรม สมาคมส่งเสริมผ้าไหมและวัฒนธรรมไทย การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กระทรวงศึกษาธิการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กรมประชาสัมพันธ์ หน่วยงานภาครัฐและเอกชน ถือเป็นอีกหนึ่งเวทีสำคัญในการเผยแพร่คุณค่าและความงดงามของ “ผ้าไหมไทย” อันเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่ทรงคุณค่าของชาติ ซึ่งสะท้อนถึงอัตลักษณ์ วิถีชีวิต ความประณีตงดงาม และภูมิปัญญาที่ได้รับการสืบทอดจากรุ่นสู่รุ่นมาอย่างยาวนาน อีกทั้งยังเป็นทุนทางวัฒนธรรมสำคัญที่สามารถต่อยอดสู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์ สร้างรายได้ให้แก่ชุมชน ผู้ประกอบการ และเสริมสร้างภาพลักษณ์ของประเทศไทยในเวทีนานาชาติ สอดคล้องกับนโยบายของ วธ. มุ่งให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์ สืบสาน และต่อยอดทุนทางวัฒนธรรมของไทย เพื่อสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ เสริมสร้างภาพลักษณ์ของประเทศ และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน อีกทั้ง ในปี 2569 นี้ เป็นปีแห่งการขับเคลื่อนผลักดัน “ชุดไทย : ความรู้ งานช่างฝีมือ และแนวปฏิบัติการแต่งกายชุดไทยประจำชาติ” เพื่อเสนอขึ้นทะเบียนเป็นรายการตัวแทนมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติต่อองค์การยูเนสโก ซึ่งสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของประเทศไทย ในการอนุรักษ์ รักษา และเผยแพร่มรดกทางวัฒนธรรมไทยให้เป็นที่ประจักษ์ในระดับนานาชาติ

นางโชติกา กล่าวอีกว่า การจัดงาน มหกรรมผ้าไหม “ไหมไทยสู่เส้นทางโลก” ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ และเป็นกลไกสำคัญในการสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศ ผ่านพลังของวัฒนธรรม ศิลปะ และการทูตเชิงวัฒนธรรม โดยในปีนี้ได้มีการนำผ้าไหมไทยมาผสมผสานกับอัตลักษณ์การแต่งกายของนานาประเทศ สะท้อนศักยภาพของผ้าไหมไทยในฐานะวัสดุอันทรงคุณค่าแห่งอุตสาหกรรมแฟชั่นโลก ที่ยังคงรักษารากเหง้าและภูมิปัญญาของความเป็นไทยไว้อย่างสง่างาม นอกจากนี้ การประกวด “The 7th Next Big Silk Designer Contest 2026”  เป็นการเปิดพื้นที่แห่งโอกาสให้แก่นักออกแบบรุ่นใหม่ที่เป็นเยาวชนด้านแฟชั่นของไทยได้แสดงศักยภาพ ความคิดสร้างสรรค์ และต่อยอดผ้าไหมไทยสู่การออกแบบร่วมสมัย อันจะเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาทุนวัฒนธรรมไทยให้ตอบโจทย์เศรษฐกิจสร้างสรรค์และตลาดโลกในอนาคต

“ขอขอบคุณหน่วยงานทุกภาคส่วน สถาบันการศึกษา ภาคเอกชน ผู้สนับสนุน ตลอดจนผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย ที่ร่วมแรงร่วมใจกันสนับสนุนการจัดงานในครั้งนี้ และหวังเป็นอย่างยิ่งว่า “มหกรรมผ้าไหม ไหมไทยสู่เส้นทางโลก ครั้งที่ 15” จะเป็นอีกก้าวสำคัญในการสร้างการรับรู้ ยกระดับคุณค่า และเพิ่มโอกาสของผ้าไหมไทยสู่เวทีโลกอย่างภาคภูมิ และขอเชิญชวนทุกท่านเข้าชมผลงานของนักศึกษาจากสถาบันการศึกษาทั่วประเทศ ได้ตลอดทั้ง 5 วัน ตั้งแต่วันที่ 9 – 14 มิถุนายน 2569 ณ Nex Hall ชั้น 5 ศูนย์การค้าสยามพารากอน กรุงเทพมหานคร เพื่อส่งเสริมและเป็นแรงผลักดันให้แก่เยาวชนของไทย ร่วมสนับสนุนพลังสร้างสรรค์ของคนรุ่นใหม่ ขับเคลื่อนภูมิปัญญาผ้าไหมไทย สู่อนาคตแฟชั่นโลก” รองปลัดกระทรวงวัฒนธรรม กล่าว

เตือนผู้สูงอายุ !! ควรตรวจประเมินการทรงตัว ป้องกันการหกล้มและบาดเจ็บรุนแรง

เตือนผู้สูงอายุ !! ควรตรวจประเมินการทรงตัว ป้องกันการหกล้มและบาดเจ็บรุนแรง

เตือนผู้สูงอายุ !! ควรตรวจประเมินการทรงตัว ป้องกันการหกล้มและบาดเจ็บรุนแรง

วันพุธ ที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 09.00 น.

ประเทศไทย กำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มรูปแบบ หนึ่งในปัญหาสุขภาพที่พบบ่อยและไม่ควรมองข้าม คือ ภาวะการทรงตัวไม่ดีในผู้สูงอายุ ซึ่งอาจนำไปสู่การหกล้ม การบาดเจ็บรุนแรง และส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตในระยะยาว

แพทย์หญิงบุศรา เหล่าพัทรเกษม

แพทย์หญิงบุศรา เหล่าพัทรเกษม แพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู โรงพยาบาลเวชธานี อินเตอร์เนชันแนล อธิบายว่า สาเหตุของการทรงตัวไม่ดีในผู้สูงอายุ ไม่ได้เกิดจากสาเหตุใดสาเหตุหนึ่ง แต่เป็นผลจากหลายปัจจัยร่วมกัน ได้แก่

ความเสื่อมตามวัย เช่น กล้ามเนื้ออ่อนแรง ข้อเสื่อม ระบบประสาทเสื่อม ผลข้างเคียงจากการใช้ยาหลายชนิดพร้อมกัน

โรคประจำตัว เช่น เบาหวาน โรคหลอดเลือดสมอง โรคเกี่ยวกับสมองและระบบประสาท การมองเห็นบกพร่อง รวมถึงสภาพแวดล้อมที่ไม่ปลอดภัย เช่น พื้นลื่น แสงสว่างไม่เพียงพอ

อาการที่ควรเฝ้าระวัง ผู้สูงอายุที่มีปัญหาการทรงตัว มักมีอาการเหล่านี้ร่วมด้วย คือ เวียนศีรษะ รู้สึกโคลงเคลงเดินเซ หรือเดินไม่มั่นคง ทรงตัวลำบาก มีอาการหน้ามืดฉับพลัน มีอาการขาอ่อนแรง หรือรู้สึกชาปลายมือปลายเท้า อาการเหล่านี้อาจเกิดขึ้นเป็นครั้งคราว แต่หากเกิดซ้ำหรือรุนแรงขึ้น ควรได้รับการประเมินอย่างเหมาะสม

ความเสี่ยงหากการทรงตัวไม่ดีและเกิดการหกล้ม

การหกล้มในผู้สูงอายุไม่ได้เป็นเพียงอุบัติเหตุเล็กน้อย แต่สามารถนำไปสู่ผลกระทบรุนแรง เช่น การหกล้มและการบาดเจ็บ โดยเฉพาะกระดูกหัก เช่น กระดูกสะโพก ซึ่งอาจต้องผ่าตัดและพักฟื้นเป็นเวลานาน การบาดเจ็บทางสมอง จากการกระแทกศีรษะ ส่งผลต่อระบบประสาทส่วนกลาง ภาวะโรคเฉพาะกลุ่มที่สัมพันธ์กับการทรงตัว โรคระบบประสาท เช่น โรคพาร์กินสัน โรคกระดูกและข้อ เช่น ข้อเข่าเสื่อม ข้อสะโพกเสื่อม โรคหลอดเลือดสมอง ที่กระทบต่อการเคลื่อนไหวและการทรงตัว

ปัจจุบันสามารถตรวจประเมินภาวะการทรงตัวในผู้สูงอายุได้ล่วงหน้า ด้วยโปรแกรมประเมินการทรงตัวเฉพาะทาง เช่น โปรแกรม equio ซึ่งช่วยวิเคราะห์ความเสี่ยงในการหกล้มได้อย่างเป็นระบบ ทำให้แพทย์สามารถวางแผนการดูแลและฟื้นฟูได้ตรงจุดมากขึ้น

หากผลการประเมินพบว่าผู้สูงอายุมีความเสี่ยงหกล้มง่าย หรือมีการทรงตัวที่ไม่ดี แพทย์อาจพิจารณาใช้ เทคโนโลยีฟื้นฟูสมรรถภาพขั้นสูง เช่น หุ่นยนต์กายภาพบำบัด C-Mill หุ่นยนต์ช่วยฟื้นฟูการเดินในสภาพจำลองเสมือนจริงบนพื้นฐานการเล่นเกมส์ เช่น การเดินในสถานที่ต่าง ๆ การหลบเลี่ยงสิ่งกีดขวาง ฟื้นฟูการทรงตัวและการก้าวเดิน ปรับจังหวะการก้าวเดิน เพื่อให้ผู้ป่วยเตรียมพร้อมสำหรับสถานการณ์จริง

เทคโนโลยีเหล่านี้ช่วยฝึกการทรงตัว การก้าวเดิน และการตอบสนองของร่างกายอย่างปลอดภัย ช่วยเพิ่มความมั่นคงในการเคลื่อนไหว และลดความเสี่ยงการหกล้มในชีวิตประจำวัน

LIFE & HEALTH : ทางรอด SMEs ไทย AI ช่วยต้นทุนต่ำและกลุ่มเป้าหมายแม่นยำ

LIFE & HEALTH : ทางรอด SMEs ไทย AI ช่วยต้นทุนต่ำและกลุ่มเป้าหมายแม่นยำ

LIFE & HEALTH : ทางรอด SMEs ไทย AI ช่วยต้นทุนต่ำและกลุ่มเป้าหมายแม่นยำ

วันพุธ ที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

การเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างทั้งโครงสร้างทางเศรษฐกิจ โครงสร้างทางเทคโนโลยี และ โครงสร้างของกฏกติกาโลกเข้าสู่ “การแบ่งโครงสร้างอำนาจหลายขั้ว” ทำให้ภาคธุรกิจต้องปรับตัวให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะธุรกิจขนาดกลางและเล็ก (Small and Medium Enterprises : SMEs) ที่ต้องบริหารจัดการองค์กรให้สามารถฝ่าคลื่นของการเปลี่ยนแปลงให้ได้

ข้อมูลจาก ภูกิจ ดิศธรานนท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เรียล สมาร์ท จำกัด (มหาชน) บริษัทด้าน AI-Data Driven Technology และ AI Transformation and Solution  ระบุว่า ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น SMEs ต้องปรับโครงสร้างธุรกิจโดยเฉพาะอย่างยิ่ง การบริหารต้นทุนให้ต่ำ ท่ามกลางกำลังซื้อที่ลดลง และ การแข่งขันที่สูงขึ้น โดยนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้ในการบริหารจัดการองค์กร ทั้งเพื่อลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพ และ ศักยภาพในการทำงาน ไปพร้อมๆ กับ การกำหนดกลุ่มลูกค้าเป้าหมายที่ชัดเจน ว่าใครเป็นกลุ่มลูกค้าและพัฒนาสินค้าและบริการที่ตอบโจทย์กับความต้องการของลูกค้าให้ตรงกลุ่มเป้าหมาย

SMEs มีทรัพยากรที่จำกัด เราต้องแม่นว่าใครเป็นลูกค้าของเรา และ เราต้องพัฒนาสินค้าและบริการอะไรที่ตอบโจทย์ลูกค้าที่เป็นกลุ่มเป้าหมาย “ต้นทุนต่ำ และ กลุ่มเป้าหมายที่แม่นยำ” เป็นทางรอดของ SMEs ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น

AI เครื่องมือบริหารจัดการต้นทุนให้ SMEs ไทย

จากข้อมูลของธนาคารแห่งประเทศไทย ระบุว่า ณ ปี 2568 ประเทศไทยมีผู้ประกอบการ SMEs จำนวน 3.31 ล้านราย เพิ่มขึ้น 54,457 ราย เมื่อเทียบกับปี 2567 มีการจ้างงาน จำนวน 13.65 ล้านคน คิดเป็นสัดส่วน 69.12% ของการจ้างงานทั้งหมด เพิ่มขึ้นจำนวน 228,421 คน เทียบกับปี 2567 โดยธุรกิจกระจายตัวอยู่ในภาคธุรกิจการค้า บริการ และ การผลิต ถือว่า เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย โดยในปี 2568 SMEs มีมูลค่ารวม 4.8 ล้านล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 35% ของ ผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศไทย (GDP) และ มีอัตราการขยายตัวที่ 2.4% เมื่อเทียบกับปี 2567

ในขณะที่ SMEs เป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยทั้งเรื่องของการจ้างงาน และ การสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ แต่ธุรกิจ SMEs ก็กำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น ทั้งการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทางเศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของเศรษฐกิจโลกและการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี ที่นำมาสู่การเปลี่ยนแปลงบริบทของการทำงาน ทำให้ผู้ประกอบการ SMEs หลายแห่งต้องเผชิญกับปัญหาในการบริหารจัดการองค์กรให้ก้าวข้ามกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น

จากรายงานของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ระบุว่า อัตราการเลิกกิจการของ SMEs คิดเป็นสัดส่วน 27% ของการจัดตั้งธุรกิจใหม่  อาทิ ในเดือนมีนาคม 2569 มีการตั้งธุรกิจใหม่ 7,588 ราย แต่จะมีการเลิกกิจการ 2,000 กว่าราย ในขณะที่มีกิจการ SMEs เลิกกิจการเฉลี่ย 20,000-23,000 รายต่อปี โดยมีอัตราการเลิกกิจการของ SMEs เพิ่มขึ้น 7% ต่อ ปี สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาเชิงโครงสร้างในการดำเนินธุรกิจของ SMEs ทั้งปัญหาด้านสภาพคล่องทางการเงิน ปัญหาด้านการดำเนินธุรกิจ และ ปัญหาด้านการขายและการตลาด

ในปี 2569 ธุรกิจเผชิญกับวิกฤตที่ซ้ำซ้อนกันหลายวิกฤต ทั้งวิกฤตที่เกิดจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ทำให้ต้นทุนภาคการผลิตเพิ่มขึ้นจากราคาพลังงานที่สูงขึ้น ซึ่งส่งผลกระทบให้เกิดวิกฤตเศรษฐกิจ และ วิกฤตที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี ที่ส่งผลกระทบให้ภาคธุรกิจต้องปรับตัว โดยเฉพาะในเรื่องของการบริหารจัดการต้นทุนให้มีประสิทธิภาพ ท่ามกลางกำลังซื้อที่ถดถอยลง

เมื่อกำลังซื้อถดถอย สิ่งที่ธุรกิจ SMEs ต้องเร่งจัดการคือ “การบริหารต้นทุนให้ต่ำที่สุด” เพื่อเพิ่มสภาพคล่องทางการเงินให้กับธุรกิจ เพราะการทำธุรกิจท่ามกลางวิกฤต “กระแสเงินสดสำคัญที่สุด” (Cash is King) ปัจจุบันเทคโนโลยีเอไอ ได้เข้ามามีบทบาทช่วยให้ภาคธุรกิจสามารถปรับลดต้นทุนในการดำเนินงานได้ ในฐานะที่ เรียล สมาร์ท ทำธุรกิจ ด้าน AI Transformation และ AI Solution พบว่า ปัจจุบัน AI มีการพัฒนาให้สามารถทำงานเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและศักยภาพของภาคธุรกิจได้ โดยเฉพาะการทำงานซ้ำๆ หรือ การทำงานประจำที่มีขั้นตอนและกระบวนการทำงานที่ชัดเจน (Routine Work)  เช่น งานด้านการบันทึกรายงานลูกค้า งานบัญชีพื้นฐาน งานเช็คคลังสินค้า รวมไปถึงการจัดการเอกสารต่างๆ ภายใต้การออกแบบที่เหมาะกับการทำงานของแต่ละธุรกิจ เป็นการนำเอไอ มาใช้ในการปรับเปลี่ยน (Transform) ธุรกิจ ด้วยค่าใช้จ่ายที่ถูกลง จึงเป็นโอกาสสำหรับธุรกิจ SMEs ที่จะนำเอไอ มาใช้ในการปรับโครงสร้างองค์กร ลดต้นทุนในการทำงาน โดยใช้ทีมงานเท่าเดิม แต่เพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานให้เพิ่มขึ้น ด้วยต้นทุนที่ลดลง

ปัจจุบันมีนวัตกรรมเอไอ ที่ถูกพัฒนาใหม่ๆ เกิดขึ้นทุกสัปดาห์ ต้นทุนในการเข้าถึงนวัตกรรมเอไอ ก็ถูกลง จึงเป็นโอกาสสำหรับธุรกิจ SMEs ที่จะนำเอไอ มาใช้ ในการปรับโครงสร้างธุรกิจ ลดต้นทุนในการดำเนินงาน ท่ามกลางวิกฤต และ การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น

“ข้อมูล” สร้างโอกาสที่ “แม่นยำ” ในการจับกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย

นอกจากการบริหารต้นทุนให้ต่ำที่สุดแล้ว “ความแม่นยำ” ในการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายด้วยสินค้าและบริการที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า การหว่านหาลูกค้าทั่วไปไม่ใช่การทำการตลาดที่เหมาะสมในสถานการณ์ปัจจุบัน และ การเข้าไปแข่งขันในตลาดที่มีการแข่งขันสูง (Red Ocean) ก็ไม่ใช้ทางเลือกที่ดีสำหรับผู้ประกอบการ SMEs ที่มีทรัพยากรที่จำกัด การเลือกลูกค้าที่ใช่ และ ผลิตสินค้าและบริการที่ตอบโจทย์ ด้วยข้อมูล(Big Data) จึงเป็นหัวใจสำคัญ

SMEs ต้องรู้ว่าใครเป็นลูกค้า และ สร้างสินค้าและบริการที่ตอบโจทย์ลูกค้าอย่างแม่นยำ จะทำให้ผู้ประกอบการ SMEs สามารถที่จะก้าวข้ามคลื่นของการเปลี่ยนแปลงที่ถาโถมเข้ามาได้ ทั้งนี้ SMEs ต้องรู้ว่าจุดแข็งของตัวเองคืออะไร และ ใครเป็นลูกค้า แล้วพัฒนาสินค้าและบริการแบบพุ่งเป้าไปที่กลุ่มลูกค้าเป้าหมายอย่างแม่นยำ เป็นการสร้างน่านน้ำใหม่ให้กับตัวเอง (Blue Ocean) โดยใช้ฐานข้อมูลขนาดใหญ่มาใช้ในการวิเคราะห์หากลุ่มลูกค้าเป้าหมายและพัฒนาสินค้าและบริการ ซึ่งเทคโนโลยีเอไอ ในปัจจุบันเป็นเครื่องมือที่สามารถเข้ามาช่วยผู้ประกอบการ SMEs ในการสร้างน่านน้ำใหม่ของตัวเองได้

จากสภาพแวดล้อมในปัจจุบันที่มีเทคโนโลยีเอไอ เข้ามาเป็นผู้ช่วยในการทำงาน ทำให้ SMEs ไทย สามารถที่จะปรับโครงสร้างการบริหารจัดการให้มี ต้นทุนที่ถูกลง และ นำข้อมูลมาใช้ในการหากลุ่มลูกค้าเป้าหมายที่แม่นยำ เหมือน SMEs ที่ประสบความสำเร็จในหลายประเทศที่นำเทคโนโลยีมาใช้ในการปรับโครงสร้างธุรกิจ อย่าง ประเทศเอสโตเนีย เกาหลีใต้ จีน ที่มี SMEs จำนวนมาก และ ประสบความสำเร็จ จากการนำเทคโนโลยี และ ข้อมูลมาใช้ในการขับเคลื่อนองค์กรให้สามารถก้าวข้ามคลื่นของการเปลี่ยนแปลง

ผ.ศ. (พิเศษ) ดร. อภิสิทธิ์  ฉัตรทนานนท์

ประธานกรรมการ มูลนิธิคุณแม่คุณภาพ

‘Toxic Relationship’ ภัยเงียบทำลายใจ เสี่ยงซึมเศร้า–ปัญหาสุขภาพจิต

‘Toxic Relationship’ ภัยเงียบทำลายใจ เสี่ยงซึมเศร้า–ปัญหาสุขภาพจิต

‘Toxic Relationship’ ภัยเงียบทำลายใจ เสี่ยงซึมเศร้า–ปัญหาสุขภาพจิต

วันพุธ ที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

ความสัมพันธ์ที่ดี คือแรงผลักดันที่ทำให้คนเรามีความสุขและความมั่นคงทางอารมณ์ แต่ในทางตรงกันข้าม หากความสัมพันธ์เต็มไปด้วยความไม่เข้าใจ การสื่อสารผิดพลาด หรือพฤติกรรมที่บั่นทอนกันอย่างต่อเนื่อง ก็อาจกลายเป็น Toxic Relationship หรือ “ความสัมพันธ์เป็นพิษ” ที่ค่อยๆ กัดกร่อนหัวใจและสุขภาพจิตโดยไม่รู้ตัว

นพ. ธนานันต์ นุ่มแสง จิตแพทย์ โรงพยาบาลพระรามเก้า เปิดเผยว่า ความล้มเหลวในการสื่อสารคือรากเหตุสำคัญของปัญหาความสัมพันธ์ โดยเฉพาะคำพูด สีหน้า ท่าทาง หรือเจตนาแฝงที่ทำให้ผู้รับสารรู้สึกถูกกดทับหรือด้อยคุณค่า ปัจจุบันผู้คนมัก “พูดมากกว่าฟัง” ส่งผลให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนสะสมจนกลายเป็นความขัดแย้งเรื้อรัง คำพูดเชิงลบที่ได้รับซ้ำๆ อาจทำให้ผู้ฟังตั้งคำถามกับคุณค่าของตนเอง และเสี่ยงต่อภาวะ Gaslighting เมื่อการบั่นทอนเกิดขึ้นต่อเนื่อง โครงสร้างความคิดเชิงลบจะฝังลึก มองโลกในแง่ดีได้ยาก และอาจลุกลามไปสู่ความเครียด วิตกกังวล หรือภาวะซึมเศร้าในที่สุด

ความสัมพันธ์ที่เป็นพิษมักเริ่มจากสัญญาณเล็กๆ ที่หลายคนมองข้าม เช่น ความรู้สึกอึดอัด เหนื่อยใจ อารมณ์แปรปรวนผิดปกติ หรือมีอาการทางกายทันทีเมื่อพบเจออีกฝ่าย หากปล่อยให้เหตุการณ์ลบเกิดขึ้นซ้ำๆ จนมีอิทธิพลเหนือกว่าด้านดี ย่อมส่งผลกระทบโดยตรงต่อสุขภาพจิตในระยะยาว แม้เราไม่สามารถเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้อื่นได้เสมอไป แต่สามารถปรับวิธีมองและปกป้องใจตัวเองได้

 เมื่อเปรียบเทียบการรับมือความสัมพันธ์พิษร้ายกับการใช้ “กล้องถ่ายรูป”  จะมีลักษณะดังนี้ 1. เลนส์ที่ใช้มอง เปลี่ยนมุมมองต่อคนที่ทำร้ายใจ มองเขาเป็น “ครูสอนอารมณ์” ช่วยให้ตั้งสติและจัดการอารมณ์ได้ดีขึ้นเมื่อเผชิญหน้า 2. ฟิลเตอร์ที่ใช้กรอง เลือกรับเฉพาะสาระสำคัญของคำพูด ไม่แบกรับอารมณ์ด้านลบที่อีกฝ่ายโยนมา เพื่อลดผลกระทบต่อจิตใจ 3. เกราะป้องกันภายใน สร้างคุณค่าในตัวเอง (Self-worth) ให้มั่นคง เมื่อแกนกลางแข็งแรง ปัจจัยภายนอกก็ยากจะทำให้ใจสั่นคลอน

อย่างไรก็ตาม การสื่อสารอย่างมีคุณภาพคือกุญแจสำคัญในการลดความขัดแย้ง ซึ่งทำได้ด้วย 3 หลักง่ายๆ ได้แก่ 1.ฟังอย่างตั้งใจ คิดก่อนพูด และมีเจตนาเชิงบวก การสื่อสารเชิงบวกช่วยให้ผู้ฟังรู้สึกได้รับการเข้าใจ ลดการปะทะทางอารมณ์ และป้องกันไม่ให้ความสัมพันธ์พัฒนาไปสู่ความเป็นพิษ 2..การตั้งขอบเขตที่เหมาะสม 3.การยอมรับความจริงของความสัมพันธ์ และการรู้ว่าเมื่อใดควรถอยออกมา เป็นทักษะสำคัญในการดูแลใจตนเอง

เพราะสุขภาพจิตที่ดีคือรากฐานของคุณภาพชีวิต การหมั่นฟังเสียงหัวใจและใส่ใจตัวเอง คือวิธีที่ช่วยให้เราห่างไกลความสัมพันธ์พิษร้ายและก้าวเดินต่อไปได้อย่างมั่นคง

คุณแหน: 10 มิถุนายน 2569

คุณแหน: 10 มิถุนายน 2569

คุณแหน: 10 มิถุนายน 2569

วันพุธ ที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 02.00 น.

  • พงษ์ศักดิ์ ยิ่งชนม์เจริญ นายกเทศมนตรีนครยะลา ให้การต้อนรับคณะผู้เข้ารับการอบรมหลักสูตรผู้นำการส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล รุ่นที่ 9 ดีป้า ซึ่งมาศึกษาดูงานในพื้นที่ จ.ยะลา เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้แนวทางการพัฒนาเมืองและการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลในระดับท้องถิ่น..
  • สภาเภสัชกรรม ร่วมกับ แพทยสมาคมแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ และ แผนงานพลังวิชาชีพสุขภาพเพื่อสังคมไทยไร้ยาสูบ ลงนาม MOU เพื่อเชื่อมต่อระบบฐานข้อมูลแพลตฟอร์มบริการเลิกบุหรี่และแพลตฟอร์มบูรณาการบริการเลิกนิโคติน มุ่งพัฒนาศูนย์กลางฐานข้อมูลบริการเลิกนิโคตินระดับประเทศในระบบเดียวกัน โดยมี ภก.ปรีชา พันธุ์ติเวช, ศ.นพ.กีรติ เจริญชลวานิช และ ศ.เกียรติคุณ พญ.สมศรี เผ่าสวัสดิ์ ร่วมลงนาม..
  • นราพัฒน์ แก้วทอง ขอเรียนเชิญผู้มีเกียรติและเคารพนับถือร่วมเป็นเกียรติในพิธีพระราชทานเพลิงศพ คุณแม่อัจฉราภรณ์ แก้วทอง 14 มิ.ย. เวลา 16.00 น. ณ เมรุ วัดพระศรีมหาธาตุวรมหาวิหาร เขตบางเขน..
  • ศ.ดร.สัญญา มิตรเอม คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ ลงนาม MOU ร่วมมือทางวิชาการกับ บมจ.เรียล สมาร์ท โดย ภูกิจ ดิศธรานนท์ เพื่อต่อยอดในการพัฒนาศักยภาพนักศึกษาและบุคลากรด้านเทคโนโลยี เพื่อเตรียมความพร้อมในการก้าวสู่เศรษฐกิจดิจิทัล..
  • พันธ์ภิรมย์-พันธ์พิไล ใบหยก พร้อมคณะผู้เคยถวายงานวังเลอดิส อาทิ พิริยาภรณ์ ธรรมมารักษ์, รศ.พญ.เยาวลักษณ์ ชาญศิลป, ปิ่นทิพย์ บูรณสถิตย์พร และภัทธิรา หาญสกุล พร้อมใจกันไปอวยพรวันเกิด คุณหญิงจงรักษ์ สังข์ประสิทธิ์ คุณข้าหลวงในสมเด็จฯ กรมพระนราธิวาสราชนครินทร์ ในวาระวันคล้ายวันเกิดครบ 88 ปี..
  • ผศ.นพ.พันธ์ศักดิ์ ศุกระฤกษ์ สุดปลื้มที่ได้รับเชิญไปบรรยายในการประชุมนานาชาติ Bhutan-Thai International Congress on Lifestyle Medicine and Wellness ที่ภูฎาน ซึ่งงานนี้สมเด็จพระพันปีหลวงของราชวงศ์ภูฎานได้ทรงเสด็จมาเปิดงานและบรรยายเกี่ยวกับการสร้างสุขภาวะของประเทศภูฏานที่เน้น Gross National Happiness นอกจากนี้ยังได้ทรงพระกรุณาประทานเลี้ยงน้ำชาและประทับให้คณะวิทยากรได้เข้าเฝ้าอย่างใกล้ชิด..
  • สุภาพ กตัญญู วันเกิดปีนี้หวานใจพร้อมลูกชาย ประเสริฐ-สุทธิพัณ กตัญญู จัดทำบุญเลี้ยงพระที่บ้าน พร้อมฉลองกับครอบครัวและพี่น้องอย่างอบอุ่น..
  • แม้งานยุ่งแต่ สันทวัฒน์ สินาเจริญ ยังจัดสรรเวลาไปงานแสดงสินค้าเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมสุขภาพ International Health Industry Expo China 2026 ณ นครกวางโจว..
  • ช่วงหยุดยาว สุขสันต์ อัครวงศธร นำทีมสมาชิกแก๊งไปไหนไปด้วย มี พัทณี พิทักษ์อรรณพ, วรวิทย์ เอื้ออนุกูลพงษ์, มนัสชนก ลิ้มจำรูญ และ นิตย์ พัฒนพงษ์ ไปใกล้ชิดธรรมชาติ สูดอาการบริสุทธิ์ที่ญี่ปุ่นทั้งเส้นทาง ทาเตยามะ คุโรเบะ อัลไพน์รูทและ กำแพงหิมะ, คามิโคจิ, โทยามะ, ทาคายามะ และนาโกยา..
  • มิตรสหายเสียใจกับครอบครัว ฉัตรสุริยะอาภา ที่สูญเสีย ประชิต ฉัตรสุริยะอาภา..
  • ใครชอบ บ๊ะจ่างรสเลิศ ตำรับกวางตุ้งของภัตตาคารอาหารจีนชื่อดัง “เซียงปิงเหลา” รร.แกรนด์ ไชน่า กรุงเทพ ซึ่งคงความอร่อยด้วยสูตรลับที่สืบทอดมายาวนานมากว่า 34 ปี ที่บรรจงปรุงอย่างพิถีพิถันด้วยวัตถุดิบที่คัดสรรมาอย่างดี เครื่องแน่นเต็มลูกทั้งไส้รสหวานและรสคาว จึงให้รสชาติที่กลมกล่อมเข้าเนื้อ หอมกรุ่น สั่งได้ที่ 02-224-9977 ต่อ 338 หรือ Line: @grandchinahotel..

น้องใหม่

ฟอร์ด ปกรณ์ ลูกชายคู่กรณีคดี 70 ล้าน ยันบริสุทธิ์ใจ ไม่รู้เรื่องพ่อแอบใช้บัญชี

ฟอร์ด ปกรณ์ ลูกชายคู่กรณีคดี 70 ล้าน ยันบริสุทธิ์ใจ ไม่รู้เรื่องพ่อแอบใช้บัญชี

ฟอร์ด ปกรณ์ ลูกชายคู่กรณีคดี 70 ล้าน ยันบริสุทธิ์ใจ ไม่รู้เรื่องพ่อแอบใช้บัญชี

วันพุธ ที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 15.19 น.

กลายเป็นประเด็นร้อนแรงในโลกโซเชียล! หลัง “ฟอร์ด ปกรณ์” ลูกชายคู่กรณีประเด็นเงิน 70 ล้านบาท ได้ออกมาเปิดใจในรายการ “โหนกระแส” โดย “หนุ่ม กรรชัย” ถึงกระแสสังคมที่ถาโถมเข้ามาอย่างหนัก พร้อมเคลียร์ชัดทุกข้อสงสัย ยืนยันความบริสุทธิ์ใจและไม่เคยรับรู้เรื่องเส้นทางการเงินของพ่อ

ฟอร์ด ปกรณ์ เปิดเผยในรายการโหนกระแสว่า ตอนนี้ตนเองตกใจและเครียดมากกับกระแสสังคมที่เข้ามา เนื่องจากจำนวนเงินสูงถึง 70 ล้านบาท สิ่งที่อยากชี้แจงให้ทุกคนรับรู้คือ ตนไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเงินก้อนนี้ และไม่เคยรับรู้กระบวนการใดๆ ทั้งสิ้น

นอกจากนี้ ฟอร์ด ยังได้เล่าถึงสถานะครอบครัวที่หลายคนอาจยังไม่เคยรู้ว่า ตนเองอยู่กับย่าและป้ามาตั้งแต่เด็ก (อายุได้เพียง 3 เดือน) เนื่องจากพ่อแม่ต้องไปทำงาน เพิ่งจะได้มาใช้ชีวิตอยู่กับแม่จริงๆ ในช่วงเรียนมัธยมปลาย เมื่อเข้าเรียนมหาวิทยาลัยปี 1 ก็แยกตัวไปอยู่หอใน และทำงานส่งตัวเองเรียนมาตลอด ยอมรับว่าเคยกลับไปช่วยงานพ่อบ้างในวันเสาร์-อาทิตย์ และพอรู้ว่าพ่อมีหนี้สิน ซึ่งตนก็ช่วยใช้หนี้ให้พ่อแม่ตามกำลัง แต่ไม่เคยเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับระบบธุรกิจของพ่อ

เมื่อ หนุ่ม กรรชัย ยิงคำถามสำคัญว่า “ฟอร์ดรู้ไหมว่าพ่อเอาบัญชีชื่อฟอร์ดไปใช้ ตั้งแต่ปี 2564?”

ฟอร์ด ปกรณ์ ตอบชัด “ไม่รู้เลยครับ ถ้ามีการทำธุรกรรมหรือเงินเข้าธนาคารแบบนั้นผมต้องรู้ แต่นี่ไม่รู้เลย ผมไม่เคยเปิดบัญชีให้พ่อใช้ และหากตรวจสอบแล้วผมมีส่วนผิดใดๆ ก็ยินดีให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเต็มที่ เพราะผมบริสุทธิ์ใจ และพร้อมชี้แจงเส้นทางการเงินทั้งหมด”

ฟอร์ดยังระบุอีกว่า หลังจากเกิดเรื่องได้ติดต่อไปสอบถามพ่อแล้ว ซึ่งพ่อตอบกลับมาว่า “ไม่ต้องมายุ่ง ฟอร์ดไม่เกี่ยว เดี๋ยวให้ผู้ใหญ่เคลียร์กันเอง” นอกจากนี้ยังได้ปกป้อง “แพรรี่” โดยยืนยันว่าพี่แพรรี่ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ กับเรื่องนี้เลย แต่ถูกนำชื่อไปโยงเอี่ยวด้วย พร้อมทิ้งท้ายว่าหากตรวจสอบแล้วพ่อผิดจริง ก็ให้ดำเนินคดีไปตามกระบวนการกฎหมาย

ด้านพิธีกรชื่อดัง หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย ได้ให้คำแนะนำและเตือนสติฟอร์ดกลางรายการอย่างตรงไปตรงมา ว่าสิ่งที่ฟอร์ดต้องรีบจัดการในตอนนี้มี 2 เรื่องสำคัญ คือ ต้องรีบไปตรวจสอบกับทุกธนาคารว่ามีบัญชีชื่อ “ปกรณ์” เปิดไว้ที่ไหนบ้าง เพราะหากพ่อเอาบัญชีไปรับเงินที่ไม่ถูกต้อง ฟอร์ดจะกลายเป็น “บัญชีม้า” และต้องรับโทษทางกฎหมายไปด้วย และต้องเร่งติดต่อพ่อให้ออกมาชี้แจงข้อเท็จจริงกับสังคม และเคลียร์แนวทางการเยียวยาให้กับผู้เสียหายโดยเร็วที่สุด

ทัวร์ลงยับ! ฟอร์ด ปกรณ์ หลังพ่อเอี่ยวคดีโกง 70 ล้าน ด้าน สิตางศุ์ ตอกกลับเจ็บ

ทัวร์ลงยับ! ฟอร์ด ปกรณ์ หลังพ่อเอี่ยวคดีโกง 70 ล้าน ด้าน สิตางศุ์ ตอกกลับเจ็บ

ทัวร์ลงยับ! ฟอร์ด ปกรณ์ หลังพ่อเอี่ยวคดีโกง 70 ล้าน ด้าน สิตางศุ์ ตอกกลับเจ็บ

วันพุธ ที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 14.23 น.

เป็นประเด็นร้อนฉ่าบนโลกออนไลน์ที่ผู้คนกำลังให้ความสนใจอย่างมาก สำหรับกรณีของ “ฟอร์ด-ปกรณ์” คนสนิทของอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง “แพรี่ ไพรวัลย์” ที่ล่าสุดได้ออกมาเคลื่อนไหวผ่านทางเฟซบุ๊กส่วนตัว หลังจากเกิดกระแสดราม่าระเบิดลง ปมคุณพ่อของฟอร์ดถูกกล่าวหาว่าพัวพันกับคดีโกงเงินมูลค่ากว่า 70 ล้านบาท ซึ่งมีผู้เสียหายเป็นจำนวนมากเดินทางไปร้องเรียนในรายการดังอย่าง โหนกระแสหลังจากกระแสข่าวดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป ฟอร์ด ปกรณ์ ได้ออกมาโพสต์ข้อความสั้น ๆ ในลักษณะตัดพ้อระบุว่า ‘บางคนก็ด่าแรงโพด ไปทำอะไรให้เนี่ย’

แต่ดูเหมือนกระแสดราม่าจะไม่แผ่วลง ทำให้เจ้าตัวต้องออกมาโพสต์ข้อความร่ายยาวอีกครั้ง เพื่อเตือนสติเหล่านักเลงคีย์บอร์ดที่เข้ามาคอมเมนต์โจมตี โดยระบุว่าตนเองพร้อมรับฟัง แต่ขอให้อยู่บนพื้นฐานของความจริง และทิ้งท้ายด้วยประโยคเด็ดชวนสะดุ้งว่า

“ยินดีรับฟังทุกความคิดเห็นนะครับ แต่ต้องอยู่บนพื้นฐานของความจริง ไม่ใช่การคิดไปเองแล้วทำให้คนอื่นเสียหายพื้นที่สาธารณะแต่ความรับผิดชอบเป็นเรื่องส่วนบุคคลนะครับ ก่อนจะคอมเมนต์อะไร รบกวนเกรงใจเงินในกระเป๋าตัวเองด้วยนิดนึงครับ”

นอกจากนี้ของฟอร์ดที่ระบุถึงกรณีดังกล่าวด้วยความอัดอั้นว่า “ก็คนมันไม่รู้ พี่จะให้รู้ได้ยังไงล่ะ ครับ ” เพื่อเป็นการยืนยันว่าตนเองไม่มีส่วนรู้เห็นกับพฤติกรรมของผู้เป็นพ่อ

แต่เรื่องราวดูเหมือนจะไม่จบลงง่าย ๆ เมื่อเน็ตไอดอลชื่อดังเจ้าของตำนานส้มหยุดอย่าง “สิตางศุ์ บัวทอง” ได้ออกมาโพสต์ข้อความสีแดงเดือดผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ซึ่งหลายคนคาดว่าเป็นการฟาดกลับโพสต์ของฟอร์ดโดยตรง โดยระบุข้อความว่า ผู้เสียหาย บอก เงินเข้า บช.ลูกชาย ปี66 โอ้ยยยย.มันเกี่ยวค่ะลูกกกก…”

งานนี้คงต้องจับตาดูกันต่อไปว่า ทางฝั่งของ “ฟอร์ด ปกรณ์” และ “แพรี่ ไพรวัลย์” จะมีการออกมาตั้งโต๊ะแถลงข่าวหรือชี้แจงเอกสารเส้นทางการเงินเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจเพิ่มเติมอย่างไร หากมีความคืบหน้าจะรายงานให้ทราบอีกครั้ง

สุดกตัญญู แพรรี่ ไพรวัลย์ มอบเงินก้อนแรก 1 ล้านบาทให้แม่ เผยหลักธรรม ใช้หนี้เก่า เลี้ยงดูผู้มีพระคุณ

สุดกตัญญู แพรรี่ ไพรวัลย์ มอบเงินก้อนแรก 1 ล้านบาทให้แม่ เผยหลักธรรม ใช้หนี้เก่า เลี้ยงดูผู้มีพระคุณ

สุดกตัญญู แพรรี่ ไพรวัลย์ มอบเงินก้อนแรก 1 ล้านบาทให้แม่ เผยหลักธรรม ใช้หนี้เก่า เลี้ยงดูผู้มีพระคุณ

วันพุธ ที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 13.26 น.

เป็นเรื่องราวประทับใจที่ชาวเน็ตแห่กดไลก์และชื่นชมกันอย่างล้นหลาม เมื่อ “แพรรี่ – ไพรวัลย์ วรรณบุตร” อินฟลูเอนเซอร์และอดีตพระนักเทศน์ชื่อดัง ได้โพสต์ภาพสุดอบอุ่นคู่กับคุณแม่ พร้อมถือปึกเงินสดก้อนโตจากการค้าขายผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวโดย ‘แพรรี่’ระบุว่า ตนเองยึดถือปฏิบัติมาโดยตลอดในการทำมาค้าขายในทุก ๆ ปี ว่าเมื่อได้กำไรก้อนแรกมา จะต้องนำมามอบให้คุณแม่ก่อนเสมอ ซึ่งในปีนี้เป็นจำนวนเงินถึง 1,000,000 บาท นอกจากนี้ แพรรี่ยังได้สอดแทรกข้อคิดทางพระพุทธศาสนาเกี่ยวกับความกตัญญูไว้อย่างลึกซึ้ง โดยระบุว่า “พระพุทธศาสนาสอนว่า ให้รู้จักใช้หนี้เก่า คือ เลี้ยงดูมารดาบิดา แม่เป็นคนดูแลทุกอย่างในบ้าน ขอแค่ให้แม่มีชีวิตที่สุขสบาย มีเงินรักษาโรค ดิฉันก็พอใจแล้วค่ะ”

หลังจากโพสต์ดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป มีแฟนคลับและชาวเน็ตเข้ามาแสดงความคิดเห็นชื่นชมในความกตัญญูกตเวทิตาเป็นจำนวนมาก โดยยอดกดไลก์พุ่งสูงกว่า 2 แสนครั้ง และมีการแชร์ต่อเพื่อส่งต่อเรื่องราวดี ๆ นี้เกือบ 2,000 ครั้งเลยทีเดียว นับเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของการเป็นลูกกตัญญูที่น่ายกย่องในสังคมสล็อต

ชุมทางดาวทอง บุกเมืองสิงห์บุรี แจกทอง1ล้าน บอสนก ชวนลุ้น ก่อนชมประกวดเพลงลูกทุ่งชิงแต้มระอุ

ชุมทางดาวทอง บุกเมืองสิงห์บุรี แจกทอง1ล้าน บอสนก ชวนลุ้น ก่อนชมประกวดเพลงลูกทุ่งชิงแต้มระอุ

ชุมทางดาวทอง บุกเมืองสิงห์บุรี แจกทอง1ล้าน บอสนก ชวนลุ้น ก่อนชมประกวดเพลงลูกทุ่งชิงแต้มระอุ

วันพุธ ที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 11.52 น.

รายการ “ชุมทางดาวทอง” ทางช่อง 7HD ขนทั้งความประทับใจ ความตื่นเต้น และความสนุกมาเสิร์ฟแบบเต็มอิ่ม โดยเฉพาะไฮไลท์ใหญ่ที่หลายคนรอคอย กับภารกิจส่งมอบทองคำมูลค่า 1 ล้านบาทให้ถึงมือผู้โชคดีตัวจริงเสียงจริงถึงหน้าบ้าน!เปิดรายการด้วยโมเมนต์สุดอบอุ่นชวนยิ้ม เมื่อพิธีกรขวัญใจมหาชน “นก-บริพันธ์ ชัยภูมิ” จับมือ “เอก-ชัชวาล ธิติโรจนวัฒน์” เดินทางตรงสู่จังหวัดสิงห์บุรี นำทองคำมูลค่า 1 ล้านบาท จากกิจกรรม “อร่อยด้วย รวยง่าย ลุ้นทองคำ” ของผลิตภัณฑ์ตราแม่ครัว ตราฉลากทอง และตราแม่ครัวฉลากทอง ซึ่งได้รับเกียรติจาก “คุณสมศักดิ์ รักษ์อารีกุล” ผู้จัดการฝ่ายขายฯ เป็นผู้จับรางวัลสดในรายการเมื่อสัปดาห์ก่อน ไปมอบให้กับผู้โชคดีประจำปี ได้แก่ “คุณทัศนีย์ รุจิโมระ” ถึงหน้าบ้าน

ทันทีที่รางวัลทองคำมูลค่า 1 ล้าบาท ถูกส่งถึงมือผู้โชคดี บรรยากาศเต็มไปด้วยเสียงเฮ ความตื่นเต้น และรอยยิ้มจากครอบครัวรวมถึงเพื่อนบ้านที่มาร่วมแสดงความยินดี ชนิดที่เรียกว่าอิ่มเอมใจทั้งคนให้และคนรับ เพราะนี่คือรางวัลใหญ่ที่สามารถเปลี่ยนชีวิตได้จริง

ด้าน “บอสนก-บริพันธ์” เผยด้วยรอยยิ้มว่า ผู้โชคดีที่ส่งชิ้นส่วนผลิตภัณฑ์ตราแม่ครัว ตราฉลากทอง และตราแม่ครัวฉลากทอง มาร่วมสนุกกับรายการชุมทางดาวทอง จนได้รับรางวัลทองคำมูลค่า 1 ล้านบาทในปีนี้ ถือเป็นเศรษฐีทองคำล้านคนที่ 8 ของรายการแล้ว โดยกิจกรรมนี้จัดต่อเนื่องทุกปี และยังคงแจกจริงตลอดทั้งปี

“ทุกวันพฤหัสบดีและวันศุกร์ เวลา 13.10 น. เราจับแจกเงินสดวันละ 10,000 บาท แบบเต็มจำนวน ไม่ต้องหารสองกับใคร อยากชวนแฟนรายการส่งชิ้นส่วนผลิตภัณฑ์มาร่วมสนุกกันเยอะ ๆ เพราะผู้โชคดีคนต่อไปอาจเป็นคุณ” 

ส่วนความเข้มข้นบนเวทีประกวดร้องเพลงลูกทุ่งมาตรฐานระดับประเทศ “GLO Miracle Music ซีซั่น 3” ก็ยังเดินหน้าสร้างความสนุกแบบไม่มีแผ่ว โดยวันพฤหัสบดีที่ 11 มิถุนายนนี้ พบกับการแข่งขันรอบแรก กลุ่มที่ 10 เปิดเวทีด้วย “กุ๊บกิ๊บ-บุญญฉัตร บุญรัตน์” แชมป์ชุมทางดาวทอง GLO Miracle Music ซีซั่น 2 ที่ควงซิงเกิลแรก “ลูกทุ่งไทยใจกตัญญู” มาโชว์พลังเสียงหวานซึ้ง ก่อนส่งต่อความเดือดให้กับ 4 เยาวชนตัวแทนจากจังหวัดระยอง นครราชสีมา ลพบุรี และอุดรธานี ที่ต่างงัดเทคนิคการร้อง ลูกคอ และอินเนอร์ทางอารมณ์เพลงออกมาฟาดฟันกันแบบไม่มีใครยอมใคร

ขณะที่วันศุกร์ที่ 12 มิถุนายน หลังจากชมภารกิจมอบทองล้านสุดประทับใจแล้ว ความสนุกยังต่อเนื่องกับการแข่งขันรอบแรก กลุ่มที่ 11 พร้อมแขกรับเชิญสายโจ๊ะ “อรุณ ชูเมือง” จากค่ายบิ๊กเลิฟมิวสิค ที่ขนเพลงสนุก ๆ มาเรียกเสียงปรบมือและรอยยิ้มจากแฟนรายการแบบจัดเต็ม

ก่อนเข้าสู่โหมดศึกประชันเสียงของ 4 เยาวชนตัวแทนจากจังหวัด นครสวรรค์ ขอนแก่น ชัยนาท และเชียงใหม่ ที่ต่างปล่อยของกันสุดพลัง ทั้งน้ำเสียง อารมณ์เพลง และลีลาบนเวที จนเหล่าคอมเมนเตเตอร์ถึงกับหนักใจ เพราะคะแนนสูสีกันแทบทุกตัวโน้ต เรียกว่าเป็นอีกหนึ่งกลุ่มที่เดาผลการแข่งขันกันแทบไม่ถูกเลยทีเดียว

แฟนเพลงลูกทุ่งตัวจริงห้ามพลาด! เพราะสัปดาห์นี้รายการ “ชุมทางดาวทอง” ครบรสทั้งความสุข ความประทับใจ ความตื่นเต้น และการแข่งขันสุดเข้มข้น ติดตามได้วันพฤหัสบดีที่ 11 และวันศุกร์ที่ 12 มิถุนายน 2569 เวลาดี 13.10 น. ทางช่อง 7HD กด 35 หรือรับชมย้อนหลังได้ทาง ที่ http://www.bugaboo.tv, Youtube Channel 7 Star Studio และเฟซบุ๊กแฟนเพจ https://www.facebook.com/chumtangdaotong/

รับรองว่าสนุกครบรส ดูเพลินจนวางรีโมตไม่ลงแน่นอน! 

สมาคมส่งเสริมคอนเทนต์ วาย ไทย (TBLC) จับมือ กรมส่งเสริมวัฒนธรรม แถลงจัดงาน Thailand Y Content Awards 2025

สมาคมส่งเสริมคอนเทนต์ วาย ไทย (TBLC) จับมือ กรมส่งเสริมวัฒนธรรม แถลงจัดงาน Thailand Y Content Awards 2025

สมาคมส่งเสริมคอนเทนต์ วาย ไทย (TBLC) จับมือ กรมส่งเสริมวัฒนธรรม แถลงจัดงาน Thailand Y Content Awards 2025

วันพุธ ที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 11.30 น.

ยิ่งใหญ่และสมเกียรติ สำหรับงานแถลงข่าวเปิดตัว “Thailand Y Content Awards 2025” งานประกาศรางวัลแห่งความสำเร็จเพื่อเชิดชูเกียรติและผลักดันบุคลากรในอุตสาหกรรมคอนเทนต์วาย ทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลัง จัดโดย สมาคมส่งเสริมคอนเทนต์ วาย ไทย (TBLC) ภายใต้การสนับสนุนจาก กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม ณ SCBX NEXT TECH HALL ชั้น 4 ศูนย์การค้าสยามพารากอน โดยบรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วย เหล่าผู้จัดซีรีส์วาย และทัพสื่อมวลชนมาร่วมเก็บภาพบรรยากาศคึกคัก

งาน “Thailand Y Content Awards 2025” ในครั้งนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “DIAMOND” ที่เปรียบความงดงามของคอนเทนต์ซีรีส์วายเหมือนกับเพชร ยิ่งผ่านการเจียระไนก็ยิ่งทรงคุณค่าและมีประกายที่ชัดเจน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรมซีรีส์ของไทยให้ก้าวไกลสู่ระดับสากล ในงานได้รับเกียรติจาก คุณณพสิทธิ์ เที่ยงธรรม นายกสมาคมส่งเสริมคอนเทนต์ วาย ไทย ขึ้นกล่าวถึงวัตถุประสงค์การจัดงาน พร้อมด้วย นางปรารถนา สินธุนาวา รองอธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม ในฐานะตัวแทนจากภาครัฐ ขึ้นกล่าวถึงการสนับสนุนโครงการ เพื่อร่วมผลักดันคอนเทนต์ไทยให้เป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ที่เติบโตอย่างยั่งยืน

ภายในงานมีทัพผู้จัดระดับแนวหน้าของเมืองไทย ดารา นักแสดง และศิลปินซีรีส์วาย ร่วมงานแถลงข่าวในครั้งนี้ อย่างคับคั่ง นำโดย ลาเต้ – ธนรรถชล, คิม – พงศธร, แฟรงค์ – ธนัตศรันย์, มิมี่ – ฤทัยภัทร, ยูโด – ธรรม์ธัช, ปีเตอร์ – ปรัตถกร, บี – อภิสิทธิ์, ซอส – กมลเทพ, ปุญ – นายปุญญาวีร์, มู่หลาน – เสกพร, ไข่มุก – นิลาวัลย์, แม็ก – จิรายุทธ, ไข่มุก – วรัทยา, เบส – ณัฐชนน, ท้องฟ้า – อลิชา, เมย์ – ณัฐพัชร พร้อมด้วยนักแสดงซีรีส์วายอีกมากมายจากหลากหลายค่าย ปิดท้ายด้วยโชว์สุดพิเศษ “Fashion Show ผ้าไทยร่วมสมัย” เครื่องแต่งกายจากผ้าไทย โดยมีตัวแทนนักแสดง BL & GL มาร่วมถ่ายทอดความงดงามของวัฒนธรรมไทยผ่านแฟชั่นดีไซน์ทันสมัย ผสานความเลอค่าด้วยชุดเครื่องเพชรจากแบรนด์ระดับตำนานของเมืองไทยอย่าง Beauty Gems (บิวตี้ เจมส์) รวมมูลค่ากว่า 33 ล้านบาท ที่มาร่วมเจียระไนให้แฟชั่นโชว์ผ้าไทยส่องประกายระยิบระยับสมเกียรติ

ซึ่งในการประกาศรางวัลครั้งนี้ มีการมอบรางวัลเพื่อเชิดชูเกียรติแก่คนเบื้องหน้าและเบื้องหลังรวมทั้งสิ้น 18 สาขารางวัล ซึ่งแบ่งเกณฑ์การตัดสินออกเป็น 2 ประเภทหลัก ดังนี้

1. รางวัลประเภทพิจารณาตัดสินโดยคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ (จำนวน 15 รางวัล) มุ่งเน้นความเป็นเลิศด้านการถ่ายทอดบทบาทการแสดงและคุณภาพการผลิตในแต่ละสาขา ได้แก่

  • รางวัลซีรีส์ยอดเยี่ยม
  • รางวัลการส่งเสริมวัฒนธรรมไทยยอดเยี่ยม
  • รางวัลส่งเสริมการท่องเที่ยวไทยยอดเยี่ยม
  • รางวัลนักแสดงนำชายยอดเยี่ยม
  • รางวัลนักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม
  • รางวัลนักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยม
  • รางวัลนักแสดงสมทบหญิงยอดเยี่ยม
  • รางวัลผู้กำกับซีรีส์ยอดเยี่ยม
  • รางวัลเพลงประกอบซีรีส์ยอดเยี่ยม
  • รางวัลลำดับภาพยอดเยี่ยม
  • รางวัลกำกับภาพยอดเยี่ยม
  • รางวัลองค์ประกอบศิลป์ยอดเยี่ยม
  • รางวัลเครื่องแต่งกายยอดเยี่ยม
  • รางวัลเทคนิคพิเศษยอดเยี่ยม
  • รางวัลบทซีรีส์ยอดเยี่ยม

2. รางวัลประเภท Popular Vote (จำนวน 3 รางวัล) เปิดโอกาสให้พลังแฟนคลับและประชาชนทั่วไป มีส่วนร่วมส่งคะแนนโหวตให้กับศิลปินและผลงานที่ชื่นชอบ ผ่านช่องทางแอปพลิเคชัน EMOS โดยไม่มีค่าใช้จ่ายในการโหวต ได้แก่

  • รางวัลขวัญใจมหาชน
  • รางวัลนักแสดงดาวรุ่งแห่งปี
  • รางวัลคู่จิ้นแห่งปี

โดยหลักเกณฑ์และคุณสมบัติของซีรีส์ที่จะถูกเสนอชื่อเข้าชิง ซีรีส์ BL / GL ที่มีสิทธิ์ได้รับการพิจารณาจะต้องออกอากาศในช่วงระยะเวลาตั้งแต่ เดือนเมษายน พ.ศ. 2568 ถึง เดือนมีนาคม พ.ศ. 2569 เท่านั้น โดยผลงานที่ถูกเสนอชื่อจะต้องมีจำนวนตอนไม่น้อยกว่า 6 ตอน และมีความยาวในแต่ละตอนไม่น้อยกว่า 40 นาที

สำหรับงานประกาศรางวัล Thailand Y Content Awards 2025 ที่ทุกคนรอคอย มีกำหนดการจะจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่  ในวันพฤหัสบดีที่ 23 กรกฎาคม 2569  ณ MCC HALL ชั้น 3 เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางกะปิ (The Mall Lifestore Bangkapi) โดยจะมีเหล่าศิลปินและคนเบื้องหลังมาร่วมรับรางวัลอย่างสมเกียรติ ผู้ที่สนใจสามารถติดตามรายละเอียด รายชื่อผู้เข้าชิง และความเคลื่อนไหวเพิ่มเติมได้ทางช่องทางประชาสัมพันธ์ของสมาคมส่งเสริมคอนเทนต์ วาย ไทย

ติดตามได้ทาง Social Media “สมาคมส่งเสริมคอนเทนต์ วาย ไทย”

Facebook : https://www.facebook.com/share/1Bak9CU4HF/?mibextid=wwXIfr

Instagram : https://www.instagram.com/tblc_thailand?igsh=MXduanBmbWFoMzcwcg==

TikTok : https://www.tiktok.com/@tblc_thailand

X : https://x.com/TBLC_Thailand

YouTube : www.youtube.com/@TBLC_Thailand

Thailand Y Content Awards 2025 #Yawards2025 #TBLC