‘เต้ย-เซ้นต์’ ตะลุยวิถีเกษตรแปรรูปสุดพรีเมียม สัมผัสนวัตกรรมจากผืนดินสู่สากล

‘เต้ย-เซ้นต์’  ตะลุยวิถีเกษตรแปรรูปสุดพรีเมียม สัมผัสนวัตกรรมจากผืนดินสู่สากล

‘เต้ย-เซ้นต์’ ตะลุยวิถีเกษตรแปรรูปสุดพรีเมียม สัมผัสนวัตกรรมจากผืนดินสู่สากล

วันศุกร์ ที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 19.40 น.

ร่วมเดินทางไปกับพิธีกรหนุ่ม เต้ย พงศกร และแขกรับเชิญ เซ้นต์ ศุภพงษ์ ใน One Day Trip  ณ จังหวัดนครราชสีมา เริ่มต้นความสดชื่นด้วยการพายเรือคายัค ชมความงามของนํ้าผุดธรรมชาติสีฟ้าคราม ณ วิสาหกิจชุมชนท่าช้าง ก่อนจะแวะเช็กอินแหล่งของฝากระดับตํานานที่ “ไร่สุวรรณ” ลิ้มรสชาติความหอมหวานของนํ้าข้าวโพดและข้าวโพดฝักนึ่ง ที่ส่งตรงจากงานวิจัยสู่มือผู้บริโภค และไฮไลท์ที่พลาดไม่ได้คือการสวมบทบาทเกษตรกรลงมือเก็บองุ่นสด และมัลเบอร์รี่ลูกดกสีดําสนิทเต็มต้นท่ามกลางบรรยากาศที่โอบล้อมด้วยธรรมชาติ เพื่อเรียนรู้ภูมิปัญญาที่รักษาคุณค่าจากผืนดินไว้อย่างดีเยี่ยม

ความตื่นตาตื่นใจยังอยู่ที่การยกระดับผลผลิตทางการเกษตรจากไร่มัลเบอรี่เขาใหญ่ ที่แปรรูปมัลเบอรี่ให้กลายเป็น “ผลิตภัณฑ์แปรรูปโฮมเมดระดับพรีเมียม” แยมมัลเบอร์รี่สูตรลับที่เน้นเนื้อผลไม้แบบเต็มคํา ไม่ใส่สารกันเสีย ตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าที่รักสุขภาพ เป็นที่ชื่นชอบถึงต่างแดน

นอกจากนี้ผู้ที่สนใจเรื่ององุ่นห้ามพลาดกับ ไร่องุ่นเจริญทรัพย์ ที่จะพาผู้ชมไปเก็บผลองุ่นสดๆ กันถึงต้น บอกเลยว่าแต่ละที่ ธ.ก.ส. ยังคงเป็นกองหนุนที่สําคัญในฐานะเกษตรกรหัวขบวน ที่เข้ามาสนับสนุนการสร้างโรงแปรรูปที่ได้มาตรฐาน พร้อมทั้งนําเทคโนโลยีมาใช้ยืดอายุสินค้าและขยายตลาดผ่าน Branch Outlet ของธนาคารทั่วประเทศ เพื่อสร้างรายได้หมุนเวียนให้คนในชุมชนอย่างยั่งยืน

มาร่วมสัมผัสความสุข ความสนุก พร้อมแรงบันดาลใจในการยกระดับเกษตรไทย ที่จะเปลี่ยนผลผลิตท้องถิ่นให้กลายเป็นสินค้าระดับพรีเมียม ในรายการ “หอมแผ่นดิน กลิ่นไอเกษตร” วันเสาร์ที่ 6 มิถุนายนนี้ เวลา 20.20 น. ทางช่อง 9 MCOT HD

ล้วงลึกทุกเรื่องลับ เชียร์ ฑิฆัมพร เปิดหัวใจเคลียร์วันก้าวข้ามดราม่า พร้อมเล่าถึงความรักครั้งใหม่

ล้วงลึกทุกเรื่องลับ เชียร์ ฑิฆัมพร เปิดหัวใจเคลียร์วันก้าวข้ามดราม่า พร้อมเล่าถึงความรักครั้งใหม่

ล้วงลึกทุกเรื่องลับ เชียร์ ฑิฆัมพร เปิดหัวใจเคลียร์วันก้าวข้ามดราม่า พร้อมเล่าถึงความรักครั้งใหม่

วันศุกร์ ที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 17.15 น.

“เชียร์ ฑิฆัมพร” เปิดหมดทุกคำตอบ ใน “ดวงใจ STORY” เจาะลึกชีวิตในวงการบันเทิง ทำไมถึงไม่กล้าลืมตัว หลังอยู่ท่ามกลางสปอตไลต์มาอย่างยาวนาน รวมถึงเหตุผลด้วยรอยยิ้มถึงสถานะหัวใจในวันนี้ที่ไม่โสดแล้วไปกันต่อกับ  ดวงใจ STORY รายการพอดแคสต์ ของ ช่อง 7HD ที่จะมานั่งพูดคุยกับบุคคลทั้งเบื้องหน้า เบื้องหลัง ที่มี STORY อยู่ในดวงใจ EP นี้ พบกับนางเอกสาวสุดฮอตมากฝีมือ เชียร์-ฑิฆัมพร ฤทธิ์ธาอภินันท์ ที่จะมาบอกเล่าทุกเรื่องราวในชีวิตแบบหมดเปลือก แบบที่ไม่เคยเล่าที่ไหนมาก่อน 

ทันทีที่ถึงเวลานัดหมาย เชียร์มาพร้อมรอยยิ้มสดใสและพลังบวกเต็มเปี่ยม อารมณ์ดีเป็นกันเองเหมือนเช่นเคย เปิดใจเล่าตั้งแต่ชีวิตในวัยเด็ก ในฐานะลูกสาวคนกลางของครอบครัว จุดเริ่มต้นของการเข้าสู่วงการบันเทิงจากการประกวด จนมาถึงเวทีใหญ่ “มิสทีนไทยแลนด์” แบบไม่คาดฝัน และความรู้สึกในวินาทีที่ได้รับตำแหน่งซึ่งเปลี่ยนเส้นทางชีวิตไปตลอดกาลนอกจากนี้ เชียร์ยังพาย้อนเส้นทางความสำเร็จในฐานะนางเอกช่อง 7HD ที่สร้างผลงานโดดเด่นมากมาย ไม่ว่าจะเป็น “เบญจา คีตา ความรัก”, “อุ่นไอรัก”, “คมแฝก” และ “รุกฆาต” พร้อมเปิดมุมมองการวางตัวในวงการบันเทิงตลอดหลายปีที่ผ่านมา รวมถึงเหตุผลสำคัญที่ทำให้เธอไม่เคยกล้าลืมตัว แม้จะอยู่ท่ามกลางแสงสปอตไลต์และความสำเร็จมาอย่างยาวนาน

อีกหนึ่งช่วงที่ไม่ควรพลาด คือการเปิดใจถึงประเด็นดราม่าต่าง ๆ ที่เคยเกิดขึ้นในชีวิต พร้อมวิธีรับมือและดูแลหัวใจของตัวเองให้ก้าวผ่านทุกเรื่องราวมาได้อย่างเข้มแข็งพิเศษสุดกับการเปิดโหมดคนมีรัก ที่เชียร์ยิ้มกว้างพร้อมเล่าถึงความสัมพันธ์กับนักธุรกิจสาวนอกวงการ ผู้เข้ามาเติมเต็มชีวิตและทำให้หัวใจกลับมาเป็นสีชมพูอีกครั้ง พร้อมเผยโมเมนต์ความคลั่งรักที่หลายคนอาจไม่เคยเห็นมาก่อนทั้งหมดนี้เป็นเพียงบางส่วนของเรื่องราวสุดประทับใจในรายการ “ดวงใจ STORY”  เพราะยังมีอีกหลายแง่มุมในชีวิตที่ เชียร์ พร้อมเปิดเผยเป็นครั้งแรกติดตามความสนุก ความสุข และแรงบันดาลใจจากผู้หญิงคนนี้ได้แบบเต็มอิ่มในรายการและสามารถติดตามอัปเดต EP ใหม่ กับแขกรับเชิญในดวงใจคนต่อไปได้ทุกวันพฤหัสบดีแรกของเดือน ทาง YouTube และ Facebook : Ch7HDติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวต่าง ๆ ได้ทาง Facebook, IG, X, TikTok, YouTube : Ch7HD

แลคตาซอย ร่วมยินดีความสำเร็จ ชิงช้าสวรรค์ 2026 เติมพลังเยาวชนทุ่มเทเดินตามฝันดนตรีลูกทุ่งไทย

แลคตาซอย ร่วมยินดีความสำเร็จ ชิงช้าสวรรค์ 2026 เติมพลังเยาวชนทุ่มเทเดินตามฝันดนตรีลูกทุ่งไทย

แลคตาซอย ร่วมยินดีความสำเร็จ ชิงช้าสวรรค์ 2026 เติมพลังเยาวชนทุ่มเทเดินตามฝันดนตรีลูกทุ่งไทย

วันศุกร์ ที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 16.46 น.

รายการ “ชิงช้าสวรรค์ 2026” การแข่งขันประกวดวงดนตรีลูกทุ่งระดับมัธยมศึกษาที่ยิ่งใหญ่ และได้รับความนิยมจากผู้ชมทั่วประเทศ ที่เปิดโอกาสให้เยาวชนได้นำเสนอโชว์ที่ผสมผสานดนตรีลูกทุ่งไทยแท้เข้ากับโปรดักชันสมัยใหม่ที่เต็มไปด้วยแสง สี เสียง บริษัท แลคตาซอย จำกัด ในฐานะผู้สนับสนุนหลักของรายการ ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนและเติมพลังความทุ่มเทให้กับเยาวชนไทยทั่วประเทศ ได้มีพื้นที่ในการแสดงศักยภาพอย่างไร้ขีดจำกัด เป็นการตอกย้ำภาพลักษณ์ของแบรนด์ที่มุ่งเข้าถึงผู้บริโภคทุกช่วงวัย ทั้งในมิติของสุขภาพและความบันเทิงในชีวิตประจำวันได้อย่างลงตัว

สำหรับผลการแข่งขันในรอบชิงชนะเลิศ โรงเรียนหล่มเก่าพิทยาคม จังหวัดเพชรบูรณ์ โชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมและสร้างสรรค์ จนสามารถคว้าแชมป์ถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พร้อมด้วยทุนการศึกษา 1,000,000 บาท จากแลคตาซอยไปครองได้อย่างสมศักดิ์ศรี และยังควบตำแหน่งขวัญใจมหาชนอีกด้วย ขณะที่รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 เป็นของโรงเรียนเทศบาล 5 (วัดหัวป้อมนอก) จังหวัดสงขลา และรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 คือโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการ นนทบุรี จังหวัดนนทบุรี

นางสาวพรรวนา มหาทรัพย์ ผู้จัดการฝ่ายโฆษณาและการตลาดสัมพันธ์ บริษัท แลคตาซอย จำกัด กล่าวว่า “แลคตาซอยมีความภาคภูมิใจและยินดียิ่งที่ได้เห็นพลังความตั้งใจของเยาวชนไทย ทุก ๆ สัปดาห์เราได้เห็นพัฒนาการที่ก้าวกระโดดและความทุ่มเทของน้อง ๆ ทุกทีม ที่มุ่งมั่นในการฝึกฝนเพื่อพัฒนาความสามารถของตัวเองอย่างไม่หยุดยั้ง แลคตาซอยขอส่งกำลังใจให้และชื่นชมในความมุ่งมั่นของทุก ๆ ทีม สิ่งสำคัญที่สุดคือ เยาวชนได้มีประสบการณ์และการเติบโตบนเวทีแห่งนี้ แลคตาซอยพร้อมที่จะเดินหน้าสนับสนุนทุกกิจกรรมสร้างสรรค์ เพื่อเปิดโอกาสให้เยาวชนไทยได้แสดงศักยภาพเชิงบวกต่อไปในอนาคต”

ตัวแทนจากทีมชนะเลิศ โรงเรียนหล่มเก่าพิทยาคม กล่าวด้วยความตื้นตันใจว่า “รู้สึกดีใจมากที่ได้พัฒนาศักยภาพตัวเอง แล้วก็ทำให้มีเวทีไว้แสดงสามารถ ได้มาร่วมเรียนรู้นอกห้องเรียนกับเพื่อน ๆ และได้ทำตามความฝัน เป็นเวลาสี่ปีแล้วที่พวกเราอยู่บนเส้นทางการแข่งขันมาจนถึงวันนี้ ผลงานที่ได้รับคือเครื่องตอบแทนความพยายามของพวกเราทุกคน รวมถึงเบื้องหลังที่ช่วยผลักดันพวกเรามาโดยตลอด”

ด้านตัวแทนจากโรงเรียนเทศบาล 5 (วัดหัวป้อมนอก) ซึ่งคว้ารางวัลรองชนะเลิศ กล่าวว่า “รู้สึกว่าตั้งแต่ที่มารายการนี้ เราได้พัฒนาอะไรหลาย ๆ อย่างมาก จากคำติชมของทางคณะกรรมการ และรู้สึกดีใจที่วันนี้ได้พัฒนามาถึงขั้นนี้ ซึ่งวันนี้ก็ได้ทำเต็มที่ที่สุดแล้ว และจะนำคำติชมของคณะกรรมการไปปรับใช้และทำให้ดีขึ้นอีก”

ในขณะที่โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการนนทบุรี เจ้าของรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 กล่าวว่า “ดีใจที่ได้มิตรภาพ ได้เพื่อนเพิ่มขึ้น แล้วก็ได้เห็นความสามัคคีของวง ดีใจมาก ๆ ที่เพื่อน ๆ มีความฝันเดียวกัน”

ความสำเร็จในรายการชิงช้าสวรรค์ 2026 เป็นสิ่งที่พิสูจน์ได้อย่างชัดเจนว่า เวทีประกวดที่ดีคือพื้นที่ที่เยาวชนจะได้เติบโตอย่างมีคุณภาพ เพราะเป็นพื้นที่แห่งโอกาส ความฝัน และแรงบันดาลใจของเยาวชนไทย ซึ่งแลคตาซอยพร้อมที่จะเป็นอีกหนึ่งแรงใจคอยเติมทุกพลังความทุ่มเทให้กับคนรุ่นใหม่ในทุก ๆ ก้าวเดิน

ผลิตภัณฑ์แลคตาซอย มีวางจำหน่ายในร้านค้าชั้นนำทั่วประเทศ หรือช้อปออนไลน์ได้ที่ LactasoyShop.com

สามารถติดตามกิจกรรมดี ๆ พร้อมเติมทุกพลังความทุ่มเท ได้ที่ Facebook/ IG/ TikTok : @lactasoyclub

#แลคตาซอย #Lactasoy

ไอคอนสยามแตก! เอ ศุภชัย-อั้ม พัชราภา ลุคสุดจึ้ง นำทีมขบวนPride Parade อลังการ สวยมาก

ไอคอนสยามแตก! เอ ศุภชัย-อั้ม พัชราภา ลุคสุดจึ้ง นำทีมขบวนPride Parade อลังการ สวยมาก

ไอคอนสยามแตก! เอ ศุภชัย-อั้ม พัชราภา ลุคสุดจึ้ง นำทีมขบวนPride Parade อลังการ สวยมาก

วันศุกร์ ที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 16.30 น.

ต้องบอกเลยว่าเป็นงานร่วมฉลอง Pride Month 2026 และงานเปิดตลาดที่ยิ่งใหญ่สวยงาม อลังการงานสร้างมากๆ ของผู้จัดคนเก่ง พี่เอ ศุภชัย ศรีวิจิตร กับงาน A fair อร่อยเกรดเอ ครั้งที่ 12 เมื่อวันที่ 3 มิถุนายนที่ผ่านมา ที่ริเวอร์ พาร์ค ชั้น G ไอคอนสยาม ในคอนเส็บต์ A Fair x Unity of Pride at ICONSIAM เพราะเปิดงานด้วยการที่พี่เอ ศุภชัย ควงกระบองเป็นดรัมเมเยอร์ เดินนำขบวนโยธวาทิต จากโรงเรียนโยธินบูรณะ แล้วมีซุปตาร์คนสวยของเรา อั้ม พัชราภา ไชยเชื้อ นั่งรถคันงามเปิดประทุน ในลุคสวยงามสุดจึ้ง แปลกตามาก ไม่เคยแต่งแบบนี้มาก่อน ผู้คนแห่แหนมาดูกันเต็มห้าง ตามด้วยขบวนพาเหรด Pride Month สุดยิ่งใหญ่ ของเหล่าอินฟลู LGBTQ แก๊งค์หิ้วหวี ได้แก่ นัท นิสามณี, มิกซ์ เฉลิมศรี, เอแคลร์ จือปาก, ตูน Alie Blackcobra และ เอิ๊ก ชาลิสา แต่งตัวกันเต็มสตรีม สวยงามสุดสุด เป็นงานเปิดตลาดที่ยิ่งใหญ่จริงๆ

โดย พี่เอ ศุภชัย เปิดใจถึงงานเอแฟร์ในครั้งนี้ว่า

ถือเป็นการร่วมเฉลิมฉลอง Pride Month 2026 ก็เลยชวนพี่อั้ม พัชราภา มาแต่งตัวสวยงามอีกลุคหนึ่ง ใครเห็นก็ชม คุณน้องสวยมากๆ ยิ่งมานำทีมขบวนพาเหรด งามตระการตาจริงๆแล้วก็ชวนน้องๆแก๊งค์หิ้วหวีมาร่วมด้วย แต่งตัวกันสวยงามเข้ากับงานมากๆ พี่เอแฮปปี้มีความสุขมาก นานๆได้จัดงานแบบนี้ในการเปิดตลาดของเราเอง และเป็นครั้งแรกที่มาจัดงานที่ไอคอนสยามด้วย ดีใจมากเลยค่ะ แล้วงานนี้นอกจากขายอาหารแล้ว ก็มีบุฟเฟ่ต์ทุเรียนและผลไม้หลากหลายชนิดจาก “ไอยราผลไม้” แล้วก็มีดารานักแสดงมาสร้างความสุขให้ทุกวัน อย่างวันที่ 4 มิถุนายน พี่ตั๊กแตน ชลดา ก็จะมาจัดมินิคอนเสิร์ตโชว์เพลงเพราะๆให้ฟัง วันที่ 7 มิถุนายน ก็มีน้องต้นข้าว สุปรียา นักร้องคนเก่งของเรา แล้ววันที่ 9 มิถุนายน พี่ฮาย อาภาพร นครสวรรค์ มาโชว์มินิคอนเสิร์ตอีก คึกคักสนุกสนานแน่นอน ส่วนวันที่ 10 มิถุนายน น้องจินนี่ ณัฐณิชา และ เจน่า แองเจลิน่า นักแสดงยูริชื่อดังจากเรื่อง”พิษรัก” ก็มาจัดกิจกรรมพิเศษให้อีก แล้วยังมีอีกหลายคน มาได้ทุกวันเลยค่ะ สนุกแน่นอน”ย้ำกันอีกครั้งกับงานเอแฟร์ ครั้งที่ 12  A Fair x Unity of Pride at ICONSIAM จัดตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 14 มิถุนายนนี้ ที่ ริเวอร์พาร์ค ชั้น G ไอคอนสยาม อย่าพลาดเชียว…

ประเสริฐ ปักธงโคราช Sandbox ปฏิรูปการศึกษา ชู All For Education ขับเคลื่อน 5 นโยบายหลัก

ประเสริฐ ปักธงโคราช Sandbox ปฏิรูปการศึกษา ชู All For Education ขับเคลื่อน 5 นโยบายหลัก

ประเสริฐ ปักธงโคราช Sandbox ปฏิรูปการศึกษา ชู All For Education ขับเคลื่อน 5 นโยบายหลัก

วันศุกร์ ที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 15.45 น.

‘ประเสริฐ’ ปักธงโคราช Sandbox ปฏิรูปการศึกษา ชู All For Education ขับเคลื่อน 5 นโยบายหลัก เร่งดัน พ.ร.บ.สภาครูฯ โละคำสั่ง คสช. มั่นใจ พ.ร.บ.การศึกษาฯ ใช้ทันปี 70 ปรับโฉมการศึกษาไทย

วันที่ 5 มิถุนายน 2569 ที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี (มทส.) นายประเสริฐ  จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมโรงเรียนตามนโยบายกระทรวงศึกษาธิการ ที่จังหวัดนครราชสีมา และเป็นประธานเปิดการประชุมการขับเคลื่อนนโยบายในระดับพื้นที่ Korat Next-Gen All For Education ยกระดับคุณภาพการศึกษาจังหวัดนครราชสีมา สู่อนาคตแห่งโอกาส และฟังเสียงสะท้อนจากพื้นที่ โดยมี นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการศธ. ผู้บริหารระดับสูงองค์กรหลักของศธ. ผู้บริหารการศึกษา ผู้บริหารสถานศึกษา ข้าราชการครู และบุคลากรทางการศึกษา เข้าร่วม กว่า 1,500 คน 

โดยนายประเสริฐ กล่าวว่า จังหวัดนครราชสีมาเป็นจังหวัดที่ตนมาตรวจราชการแล้วมีความคุ้นเคยมากที่สุด เนื่องจาก เป็น ส.ส.จังหวัดนครราชสีมา ถึง 7 สมัย จังหวัดนครราชสีมาถือเป็นจังหวัดใหญ่อันดับ 2 ของประเทศ แต่มีผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศหรือจีดีพีเป็นอันดับ 10 ความท้าทายในการพัฒนา ต่อจากนี้มีหลายเรื่องที่ต้องดำเนินการ อย่างแรกคือจำนวนประชากรที่เปลี่ยนไปเปลี่ยนแปลงไป จำนวนนักเรียนลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ลงการลงทุนด้านการศึกษาก็จะต้องมีความเปลี่ยนแปลงตามไปด้วย จากเดิมเรามีการลงทุนด้านโครงสร้าง เช่น การก่อสร้างอาคารเรียน มาเป็นการตั้งงบประมาณสนับสนุน เรื่องโครงสร้างพื้นฐานด้านการศึกษา โดยเฉพาะเรื่อง เทคโนโลยี ที่มีความสำคัญ กับการพัฒนาการศึกษาทั้งระบบ อีกส่วนคือเรื่องภูมิรัฐศาสตร์ของโลกที่เปลี่ยนแปลงไปมีสงครามความขัดแย้งเกิดขึ้นทั่วโลก ส่งผลกระทบต่อการศึกษา โดยเฉพาะเด็กที่อยู่ในพื้นที่ของความขัดแย้ง ที่จะขาดโอกาส เพราะงบประมาณของประเทศจะถูกนำไปใช้ในเรื่องของความมั่นคงมากขึ้น เกิดปัญหาเด็กหลุดจากระบบการศึกษา ดังนั้น จึงต้องเร่งดำเนินการพัฒนาการศึกษา โดยบูรณาการการจัดการศึกษาร่วมกันทุกภาคส่วน ซึ่งตนใช้คำว่า  All For Education การศึกษาต้องไม่ใช่เรื่องของการเมืองแต่เป็นการทำงานร่วมกัน  

นายประเสริฐ กล่าวต่อว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้ เพราะมาเน้นย้ำนโยบายและติดตามการทำงาน ความพร้อมของแต่ละพื้นที่ ซึ่งก็เป็นไปด้วยดี และจากการ ลงรายละเอียดนโยบายเพิ่มเติมและการ ทำเวิร์กช็อปเพื่อให้ได้คำตอบจากพื้นที่สู่ระดับกระทรวงฯ และสัมมนาวันนี้จึงมีความสำคัญที่สามารถนำข้อได้ไปประกอบการพิจารณาเรื่อง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ ในอนาคต ทั้งนี้ ตั้งใจจะทำให้โคราชเป็น Sandbox ของการปฏิรูปการศึกษาของประเทศต่อไป โดยจะร่วมกับทุกหน่วยงาน ต้องบูรณาการทำงานร่วมกันไม่ใช่ต่างคนต่างทำ เพื่อให้เห็นภาพเดียวกันอย่างเป็นระบบ และส่งต่อคุณภาพการศึกษาให้กับเด็กทุกคน ตนอยากเห็นการประชุมครั้งนี้เป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญของระบบนิเวศที่จะเกิดขึ้นในจังหวัดนครราชสีมา โดยขอย้ำ นโยบายสำคัญในการขับเคลื่อนการศึกษา 5 ด้าน  1. คืนเวลาให้ครู เพื่อคืนอนาคตให้เด็ก 2. รื้อสูตรความเหลื่อมล้ำ ด้านงบประมาณและโอกาส 3. ยกระดับการเรียนรู้ สู่โลกความจริง 4. โรงเรียนต้องเป็นพื้นที่ปลอดภัยอย่างแท้จริง 5. สร้างสถาปัตยกรรมใหม่ด้วย พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ…  อีกเรื่องที่มีความสำคัญไม่แพ้กัน คือ ร่าง พ.ร.บ. ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ…. ซึ่งอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาของวุฒิสภา หากกฎหมายฉบับนี้มีผลบังคับใช้ จะเป็นการยกเลิกคำสั่ง คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มีการปรับโครงสร้างองค์ประกอบของ คณะอนุกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (อ.ก.ค.ศ.) 

ถือเป็นภารกิจที่สำคัญ ที่ต้องดำเนินการให้ประสบความสำเร็จ อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 6 มิถุนายน นี้ จะมีความร่วมมือ ระหว่าง ศธ. กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) และกระทรวงมหาดไทย(มท.) เป็นการมอบนโยบายในทุกมิติ โดยมิติที่เกี่ยวข้องกับศธ. คือการเดินหน้านโยบาย Thailand Zero Dropout ดึงเด็กหลุดจากระบบการศึกษา กลับเข้าเรียน  และประเด็นสุดท้าย คือ โคราช  Sandbox ก้าวสู่ Learning and Innovation City ซึ่ง คำว่า Sandbox คือพื้นที่นำร่องในเรื่องต่าง ๆ ระบบครัวกลาง “Cloud Kitchen” ในพื้นที่ ซึ่งตนให้ความสำคัญ ทั้งในโรงเรียนนวัตกรรมทางการศึกษา และโรงเรียนทั่วไป อื่นๆ โคราชจะเป็นต้นแบบ ที่ส่งผลกระทบกับโรงเรียนทั่วประเทศและถ้าเราสามารถบูรณาการข้อมูล ทั้งท้องถิ่นและโรงเรียนในสังกัดทุกกระทรวงที่เกี่ยวข้องกับการดูแลคน จะทำให้โครงการนี้ ประสบผลสำเร็จมากขึ้น

“สิ่งที่ผมพูดหลายๆเรื่องไม่ใช่ความฝัน วันนี้ผมมาจุดประกายมาสร้างความเชื่อมั่นและสร้างความไว้ใจ และมาสร้างโอกาสให้กับทุกคนในพื้นที่โคราช  มาศึกษาจุดอ่อนจุดแข็ง และศธ.จะพัฒนาไปทุกพื้นที่ทั่วประเทศ โดยยึดประโยชน์ของเด็กเป็นศูนย์กลางและไม่ให้ใครหลุดจากระบบการศึกษาจะร่วมสร้างประวัติศาสตร์ใหม่ให้กับระบบการศึกษาไทย เพื่อให้เด็กไทยเป็นเด็กที่มีความรู้ความสามารถเป็นพลเมืองของชาติและเป็นพลเมืองของโลกในอนาคต ครูและผู้บริหาร คือหัวใจของความเปลี่ยนแปลง และถ้าสามารถประกาศใช้ พ.ร.บ.การศึกษาฯ ได้ภายในปี 2570 จะเห็นความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่” นายประเสริฐ  กล่าว 

ด้านนายอัครนันท์ กล่าวว่า ตลอด 2 เดือนที่มาดูการศึกษาถือว่าได้ทำงานที่มีความท้าทายต่อเนื่อง เพื่อสร้าง ศธ.ยุคใหม่ที่สามารถทะลวงปัญหาต่าง ๆและหนึ่งเรื่องที่ยากทำมากที่สุด คือ การลดภาระครู โดยในวันนี้ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้ประกาศยกเลิกการประเมินและกิจกรรมที่เป็นภาระครูไปได้หลายโครงการ และเร็ว ๆนี้ นายสุเทพ แก่งสันเทียะ ปลัดศธ. จะออกปนะกาศ ยกเลิกโครงการโรงเรียนสีขาวในปี 2570 อย่างเป็นทางการ 

“การลดระครู ถือเป็นเรื่องสำคัญที่ศธ. ภายใต้การนำของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการที่ตั้งใจจะดำเนินการให้ประสบความสำเร็จ และเชื่อว่าผู้บริหารองค์กรหลักของศธ. ทุกคน จะช่วยกันดำเนินการให้เห็นผลอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อให้เป็นยุคทองของศธ. และเกิดการปฏิรูปการศึกษาอย่างแท้จริง” นายอัครนันท์ กล่าว 
 

ไล่บี้ภาษีทักษิณ สรรพากรเล็งฟ้องล้มละลายหากชำระไม่ครบ

ไล่บี้ภาษีทักษิณ สรรพากรเล็งฟ้องล้มละลายหากชำระไม่ครบ

ไล่บี้ภาษีทักษิณ สรรพากรเล็งฟ้องล้มละลายหากชำระไม่ครบ

วันศุกร์ ที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 19.34 น.

5 มิถุนายน 2569 ตามที่กรมสรรพากรได้ดำเนินการเร่งรัดจัดเก็บภาษีอากรจาก นายทักษิณ ชินวัตร ตามคำพิพากษาของศาลฎีกาที่ 6890/2568 ซึ่งได้อ่านคำพิพากษาเมื่อวันที่ 17 พ.ย.68 วินิจฉัยว่าการประเมินของเจ้าพนักงานชอบด้วยกฎหมาย คดีจึงเป็นที่ยุติ และมีผลทำให้หนี้ภาษีอากรตามการประเมินเป็นที่สุด

ล่าสุด นายสมศักดิ์ อนันทวัฒน์ ที่ปรึกษาด้านยุทธศาสตร์การจัดเก็บภาษี (กลุ่มธุรกิจพลังงาน) รักษาราชการแทน อธิบดีกรมสรรพากร เปิดเผยว่า นับแต่ประเมินภาษีนายทักษิณ ถึงแม้จะอยู่ระหว่างการใช้สิทธิอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์และการพิจารณาคดีในชั้นศาล กรมสรรพากรได้ติดตามเร่งรัดภาษีอากรค้างจากนายทักษิณ มาโดยตลอดอย่างต่อเนื่อง ภายใต้กรอบของกฎหมาย โดยดำเนินการแจ้งเตือนให้ไปชำระภาษี สอบสวนทรัพย์สินทุกประเภทเพื่อยึด อายัด นำเงินมาชำระหนี้ภาษีอากร

ทั้งนี้ ปัจจุบันกรมสรรพากรได้ติดตามทรัพย์สินของนายทักษิณ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยได้ประสานความร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ เพื่อหาแนวทางดำเนินการบังคับชำระหนี้ภาษีอากร อย่างไรก็ตาม เมื่อดำเนินการเร่งรัดภาษีอากรจนถึงที่สุดแล้ว หากกรมสรรพากรได้รับชำระภาษีไม่ครบถ้วนตามการประเมิน ก็จะพิจารณาดำเนินการฟ้องนายทักษิณ เป็นคดีล้มละลายต่อไป โดยได้ดำเนินการภายใต้กรอบระยะเวลาและอายุความตามกฎหมายมิให้เกิดความเสียหายแก่ทางราชการ

เยาวราชคึกคึก! อนุชา-อภิสิทธิ์ ลุยหาเสียง แฟนคลับขอถ่ายรูปเพียบ

เยาวราชคึกคึก! อนุชา-อภิสิทธิ์ ลุยหาเสียง แฟนคลับขอถ่ายรูปเพียบ

เยาวราชคึกคึก! อนุชา-อภิสิทธิ์ ลุยหาเสียง แฟนคลับขอถ่ายรูปเพียบ

วันศุกร์ ที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 19.16 น.

เยาวราชคึกคึก! “อนุชา-อภิสิทธิ์”ลุยหาเสียง ชูนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยวผ่าน BKK App เป็นแอปเพื่อแนะนำนักท่องเที่ยวและบอกค่าฝุ่น ขณะที่แฟนคลับวัยรุ่นขอถ่ายรูปเพียบ

5 มิถุนายน 2569 เมื่อเวลา 17.00 น.ที่ถนนเยาวราช เขตสัมพันธวงศ์ นายอนุชา บูรพชัยศรี ผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ หมายเลข 5 พร้อมด้วย นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ คณะผู้บริหารพรรค อาทิ ดร.การดี เลียวไพโรจน์ รองหัวหน้าพรรค นายสกลธี ภัททิยกุล รองหัวหน้าพรรค นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรค และ นายพินิจ กาญจนชูศักดิ์ ผู้สมัคร ส.ก.เบอร์ 2 เขตสัมพันธวงศ์ ลงพื้นที่หาเสียง บนถนนเยาวราช

โดยบรรยากาศหาเสียงนายอนุชา และผู้บริหารพรรค ได้พบปะพูดคุยกับประชาชน พ่อค้า แม่ค้า และนักท่องเที่ยว พร้อมเยี่ยมเยือน ร้านค้า ร้านอาหาร ร้านทอง ที่อยู่บนถนนเยาวราช ซึ่งประชาชนพ่อค้า แม่ค้า ให้การต้อนรับ คึกคัก อีกทั้งยังนำสินค้า และผลิตภัณฑ์มาให้ชิม อีกทั้งยังมีกลุ่มแฟนคลับที่เป็นวัยรุ่นมาขอถ่ายรูป พร้อมบอกเลือกเบอร์ 5

นายอนุชา กล่าวว่า เยาวราชถือเป็นแหล่งท่องเทึ่ยวสำคัญ ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์เองก็มีนโยบายที่ช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวคือ BKK App เป็นแอปเพื่อการแนะนำนักท่องเที่ยวว่า มีแหล่งท่องเที่ยวที่ไหน โซนไหน มีกฎอย่างไรบ้าง และยังจัดทำ App BKK Connect เพื่อรวบรวมทุกบริการของกทม. เช่น ดูค่าฝุ่น PM 2.5 เช็คเวลา ขนส่งสาธารณะ (ล้อ ราง เรือ) เช็คเวลาเดินรถขนส่งสาธารณะ จองการบริการจากสำนักงานเขตขอดูกล้อง CCTV อีกด้วย

– 006

นายกฯ ประกาศเดินหน้ากวาดล้าง สแกมเมอร์-นอมินีต่างชาติ ตั้ง 5 คณะอนุ ลุยปราบอาชญากรรมข้ามชาติ

นายกฯ ประกาศเดินหน้ากวาดล้าง สแกมเมอร์-นอมินีต่างชาติ ตั้ง 5 คณะอนุ ลุยปราบอาชญากรรมข้ามชาติ

นายกฯ ประกาศเดินหน้ากวาดล้าง สแกมเมอร์-นอมินีต่างชาติ ตั้ง 5 คณะอนุ ลุยปราบอาชญากรรมข้ามชาติ

วันศุกร์ ที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 18.41 น.

นายกฯ ประกาศเดินหน้ากวาดล้าง สแกมเมอร์-นอมินีต่างชาติ ตั้ง 5 คณะอนุ ลุยปราบอาชญากรรมข้ามชาติ หลังคดีไซเบอร์ลดกว่า 50.9% มั่นใจทุกหน่วยงานบูรณาการทำงานเข้มข้นต่อเนื่อง

เมื่อวันที่ 5 มิ.ย.2569 เวลา 13.30 น. ณ ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการอำนวยการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีและอาชญากรรมข้ามชาติ ครั้งที่ 1/2569

นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมได้ร่วมกันหารือสถานการณ์อาชญากรรมทางเทคโนโลยีและอาชญากรรมข้ามชาติในมิติต่าง ๆ อย่างรอบด้าน ทั้งด้านความมั่นคง การบังคับใช้กฎหมาย การเงิน การฟอกเงิน และภัยคุกคามทางไซเบอร์ โดยการประชุมใช้เวลากว่า 2 ชั่วโมง เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลและกำหนดแนวทางการดำเนินงานร่วมกันของทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ที่ผ่านมา รัฐบาลได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการปราบปรามอาชญากรรมดังกล่าวอย่างจริงจังและต่อเนื่อง โดยเฉพาะการปราบปรามขบวนการสแกมเมอร์ เครือข่ายยาเสพติด และอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ซึ่งสามารถสร้างผลสัมฤทธิ์เป็นรูปธรรมและช่วยลดความเสียหายที่เกิดขึ้นกับประชาชนได้ในหลายด้าน ผลงานสำคัญคือ ลดจำนวนคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยี จาก 34,478 คดี เหลือเพียง 16,920 คดี ลดลงกว่า 50.9 % และมูลค่าความเสียหายที่เกิดขึ้นกับประชาชน จาก 2,224 ล้านบาท เหลือ 513 ล้านบาท ลดลงกว่า 63.2 % (ข้อมูล ณ เดือน ก.ค. 68 – พ.ค. 69) รวมทั้งมีการจับกุมผู้ต้องหาขบวนการสแกมเมอร์ 1,494 คดี ยึดเงินสดได้กว่า 57 ล้านบาท และสามารถช่วยเหลือเหยื่อได้ 808 ราย (ข้อมูล ณ วันที่ 1 ต.ค. 68 – 26 พ.ค. 69) 

นายกรัฐมนตรีกล่าวชื่นชมและขอบคุณทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่ได้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความทุ่มเท เสียสละ และบูรณาการการทำงานร่วมกันอย่างเต็มกำลัง เพื่อปกป้องดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน รวมถึงรักษาความมั่นคงของประเทศในทุกมิติ อีกทั้ง ยังเชื่อมั่นว่าทุกหน่วยงานตระหนักและเข้าใจถึงสภาพปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นอย่างดี แม้ว่าประเทศไทยจะมีศักยภาพและความพร้อมในหลายด้าน แต่ยังมีปัจจัยและปัญหาบางประการที่เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาประเทศและการก้าวไปข้างหน้า ซึ่งจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการเร่งแก้ไขอย่างจริงจังและต่อเนื่อง

“รัฐบาลพร้อมให้การสนับสนุนการดำเนินงานของทุกหน่วยงานอย่างเต็มที่ โดยคณะกรรมการอำนวยการชุดนี้ประกอบด้วยผู้แทนจากหน่วยงานสำคัญที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน และมีนายกรัฐมนตรีทำหน้าที่ประธานคณะกรรมการ เพื่อกำกับ ติดตาม และขับเคลื่อนการดำเนินงานให้เป็นไปอย่างมีเอกภาพและเกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม” นายกรัฐมนตรี ย้ำ

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีแสดงความเชื่อมั่นว่า ด้วยความรู้ ความสามารถ ประสบการณ์ และความมุ่งมั่นของคณะกรรมการและทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะสามารถร่วมกันขับเคลื่อนภารกิจสำคัญต่าง ๆ ให้บรรลุผลสำเร็จตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ อันจะนำไปสู่การเสริมสร้างความมั่นคง ความสงบเรียบร้อย และการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน เพื่อประโยชน์สูงสุดของประชาชนและประเทศชาติต่อไป

ทั้งนี้ คณะกรรมการอำนวยการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีและอาชญากรรมข้ามชาติ มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน รองนายกรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง รัฐมนตรีและปลัดกระทรวงจากหน่วยงานด้านเศรษฐกิจ ความมั่นคง ยุติธรรม การต่างประเทศ และดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ตลอดจนผู้บริหารระดับสูงจากหน่วยงานด้านความมั่นคง หน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย หน่วยงานกำกับดูแลภาคการเงิน หน่วยงานด้านไซเบอร์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมเป็นกรรมการ เพื่อบูรณาการการทำงานในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีและอาชญากรรมข้ามชาติอย่างเป็นเอกภาพและมีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้พิจารณาร่างคำสั่งแต่งตั้งคณะอนุกรรมการ จำนวน 5 คณะ เพื่อนำกราบเรียนนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการฯ พิจารณาลงนามในคำสั่งต่อไป

1.) คณะอนุกรรมการตรวจสอบและปราบปรามการกระทำความผิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยีและอาชญากรรมข้ามชาติ โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เป็นประธานอนุกรรมการ

2.) คณะอนุกรรมการป้องกันการกระทำความผิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยีและอาชญากรรมข้ามชาติ โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นประธานอนุกรรมการ

3.) คณะอนุกรรมการประชาสัมพันธ์เชิงรุกเพื่อป้องกันการกระทำความผิดอาชญากรรม ทางเทคโนโลยีและอาชญากรรมข้ามชาติ โดยมีพลตำรวจโท ไตรรงค์ ผิวพรรณ เป็นประธานอนุกรรมการ

4.) คณะอนุกรรมการเชื่อมโยงข้อมูลทางการเงินเพื่อยกระดับการติดตามตรวจสอบธุรกรรมทางการเงินต้องสงสัย โดยมีรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธานอนุกรรมการ

5.) คณะอนุกรรมการทบทวนกฎหมายเกี่ยวกับการป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยีและอาชญากรรมข้ามชาติ โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เป็นประธานอนุกรรมการ

กัมพูชาพล่านประท้วงไทย เปิดท่องเที่ยว ‘ปราสาทตาควาย’ อ้าง สนธิสัญญา ฝรั่งเศส สยาม

กัมพูชาพล่านประท้วงไทย เปิดท่องเที่ยว 'ปราสาทตาควาย' อ้าง สนธิสัญญา ฝรั่งเศส สยาม

กัมพูชาพล่านประท้วงไทย เปิดท่องเที่ยว ‘ปราสาทตาควาย’ อ้าง สนธิสัญญา ฝรั่งเศส สยาม

วันศุกร์ ที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 18.21 น.

กระทรวงวัฒนธรรมกัมพูชาได้ออกแถลงการณ์แสดงจุดยืนคัดค้านการดำเนินการของทางการไทย บริเวณปราสาทตาควายและปราสาทคนา โดยระบุว่าเป็นการละเมิดอธิปไตยและทำลายมรดกทางวัฒนธรรม พร้อมเรียกร้องให้ทางการไทยระงับแผนการเปิดพื้นที่เพื่อการท่องเที่ยว และยุติทุกกิจกรรมในบริเวณดังกล่าวทันที

รายละเอียดประเด็นข้อเรียกร้อง

การรื้อถอนบันไดและผลกระทบ ทางกัมพูชาชี้แจงว่า บันไดทางขึ้นปราสาทความยาว 325 เมตร จำนวน 1,181 ขั้น ซึ่งกัมพูชาสร้างขึ้นเมื่อปี 2560 นั้น มีวัตถุประสงค์เพื่อการอนุรักษ์และอำนวยความสะดวกแก่ผู้มาเยือนและคนในพื้นที่ การที่ไทยรื้อถอนบันไดดังกล่าว กัมพูชามองว่าเป็นการทำลายมรดกทางวัฒนธรรม และเจตนาลบล้างหลักฐานการดูแลพื้นที่ของกัมพูชาที่มีมาอย่างยาวนาน

คัดค้านการจัดกิจกรรมท่องเที่ยว กัมพูชาแสดงความไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งต่อแผนการของไทย ที่เตรียมเปิดปราสาทตาควายให้นักท่องเที่ยวเข้าชมในช่วงวันที่ 6-7 มิถุนายน รวมถึงการจำหน่ายตั๋วและจัดพิธีกรรมต่างๆ โดยระบุว่ากิจกรรมเหล่านี้ผิดกฎหมาย และเป็นการสร้างความเข้าใจผิดเกี่ยวกับสิทธิ์ในการครอบครองพื้นที่เพื่อนำไปสู่การสร้างความชอบธรรมในการครอบครองดินแดน

การอ้างสิทธิ์ทางกฎหมายและข้อเรียกร้อง กัมพูชายืนยันว่าปราสาทตาควายและปราสาทคนาตั้งอยู่บนผืนแผ่นดินของกัมพูชา โดยอ้างอิงหลักฐานจากสนธิสัญญาฝรั่งเศส-สยาม ปี ค.ศ. 1904 และ 1907 รวมถึงกฎหมายระหว่างประเทศ พร้อมเรียกร้องให้ไทยยุติการทำลายมรดกทางวัฒนธรรมและเคารพข้อผูกพันระหว่างประเทศ ทั้งนี้ กัมพูชาย้ำจุดยืนว่าจะปกป้องอธิปไตยของตนเองผ่านแนวทางสันติวิธีทางการทูตและกระบวนการทางกฎหมายต่อไป

ชัชชาติ หาเสียงสวนหลวง-ประเวศ เจอผู้สมัครฯ ส.ก.ปชป.-ทีมคนทำงาน ยันทำงานได้กับทุกคน

ชัชชาติ หาเสียงสวนหลวง-ประเวศ เจอผู้สมัครฯ ส.ก.ปชป.-ทีมคนทำงาน ยันทำงานได้กับทุกคน

ชัชชาติ หาเสียงสวนหลวง-ประเวศ เจอผู้สมัครฯ ส.ก.ปชป.-ทีมคนทำงาน ยันทำงานได้กับทุกคน

วันศุกร์ ที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 17.30 น.

ชัชชาติ หาเสียงสวนหลวง-ประเวศ เจอผู้สมัครฯส.ก.ปชป.-ทีมคนทำงาน ยันทำงานได้กับทุกคน ลุยเต็มที่คว้าคะแนนคนยังไม่ตัดสินใจ

5 มิถุนายน 2569 นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เบอร์ 9 ลงพื้นที่หาเสียงในพื้นที่เขตสวนหลวงและเขตประเวศ เดินพบปะชาวชุมชนมัสยิดนาฟีอุ้ลอิสลาม และประชาชนในตลาดเสรีมาร์เก็ต พาราไดซ์พาร์ค ระหว่างลงพื้นที่ได้พบกับผู้สมัคร ส.ก. ทีมคนทำงาน และนายธนวัฒน์ เชิดชูกิจกุล ผู้สมัคร ส.ก.เขตประเวศ พรรคประชาธิปัตย์ 

โดยนายชัชชาติกล่าวว่า วันนี้เจอผู้สมัคร ส.ก. พรรคประชาธิปัตย์ ก็สนิทกัน ทำงานได้ดี อยู่ในพื้นที่ เรื่องน้ำท่วมดึกดื่นแค่ไหนก็มาเจอกันหน้างานตลอด วันนี้เจอกันก็ได้ถามไถ่ปัญหา อนาคตอาจจะมีการทำงานร่วมกัน แต่ตนไม่ได้เชียร์อะไรเป็นพิเศษ ทุกคนถ้าทำงานดี เราก็พร้อมที่จะทำงานด้วย

“การที่เราไม่มี ส.ก. ในมือไม่ใช่ปัญหา เพราะเป็นรูปแบบการเลือกตั้งแบบนี้ ท้องถิ่นเลือก ส.ก. กับเลือกผู้ว่าฯ ซึ่งอิสระจากกัน เป็นระบอบที่ให้มีการบาลานซ์เช็คกัน คือให้ ส.ก. มาเช็กผู้ว่าฯ ก็ไม่ได้จำเป็นที่จะต้องมี ส.ก. ในมือ เราทำงานกับทุกคน และเป็นเหตุผลที่เราต้องทำงานหนัก ต้องเจอ ส.ก. ต้องทำงานด้วยกัน ให้รู้ว่าแต่ละเขตมีปัญหาอย่างไร”

เมื่อถามถึงผลสำรวจของสถาบันพระปกเกล้า ที่อันดับ 2 เป็นคนที่ยังไม่ตัดสินใจ นายชัชชาติ กล่าวว่า “ไม่เป็นไร เราก็ทำเต็มที่ของเรา ก็หวังว่านโยบายต่าง ๆ ถ้าเห็นแล้วก็อาจจะมาตัดสินใจเลือกเรา หรือเลือกคนอื่นก็ได้ ผมว่าก็เลือกคนที่เราคิดว่าดีที่สุด ก็เป็นความสวยงามของระบอบประชาธิปไตย ก็จะเร่งแสดงนโยบายต่าง ๆ คนรอฟังอยู่ว่านโยบายอะไรเป็นอย่างไร เราก็มีนโยบายให้ศึกษาหลายข้อเลย ก็พยายามจะเอาให้คนเปลี่ยนใจเลือกเราให้ได้”

ในส่วนของการหาเสียงวันนี้ นายชัชชาติ กล่าวว่า วันนี้เป็นวันสิ่งแวดล้อมโลก แคมเปญหาเสียงของเราจึงพยายามรณรงค์เรื่องสิ่งแวดล้อมเพื่อลดก๊าซเรือนกระจก ทั้งการใช้รถอีวี และการใช้ป้ายหาเสียงให้น้อยที่สุด เพื่อสะท้อนถึงแนวคิดให้เป็นเมืองที่ยั่งยืน โดยเขตสวนหลวงและเขตประเวศหัวใจสำคัญคือ การเดินทางเนื่องจากมีประชาชนอาศัยอยู่เยอะ ปัญหาหลักคือ เรื่องคูคลองและน้ำท่วม เชื่อว่าหากโครงการอุโมงค์ระบายน้ำบึงหนองบอนเสร็จ การระบายน้ำก็จะดีขึ้น เพียงแต่อาจจะมีปัญหาน้ำท่วมขังบริเวณอ่อนนุชตัดกับถนนศรีนครินทร์ เนื่องจากเอกชนไม่ได้อนุญาตให้ใช้แก้มลิงแล้วของเขาแล้ว จากการลงพื้นที่ประชาชนยังได้สะท้อนปัญหาเส้นเลือดฝอย โดยเฉพาะเรื่องน้ำเน่าเสีย ซึ่งเป็นสิ่งที่ต้องแก้ไขเพื่อให้ประชาชนมีชีวิตที่ดีขึ้น.