บทความพิเศษ : ‘นิทานแห่งความดี’ น้ำใจหญิงลาว

บทความพิเศษ : ‘นิทานแห่งความดี’ น้ำใจหญิงลาว

บทความพิเศษ : ‘นิทานแห่งความดี’ น้ำใจหญิงลาว

วันอังคาร ที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

               กาลครั้งหนึ่งไม่นานมานี้ ที่หมู่บ้านเล็ก ๆ ใกล้เมืองเวียงจันทน์ ประเทศลาว บริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขงอันกว้างใหญ่ มีเด็กสาวชาวลาวคนหนึ่งอายุ 14 ปี ชื่อว่า “คำแพง” เธอเป็นเด็กหญิงที่มีรอยยิ้มสดใส แข็งแรง ว่ายน้ำเก่ง และมีน้ำใจชอบช่วยเหลือผู้อื่นอยู่เสมอ

               อยู่มาวันหนึ่ง ท้องฟ้าที่เคยแจ่มใส กลับมืดครึ้ม ฝนตกลงมาอย่างหนักติดต่อกันหลายวัน จนระดับน้ำในแม่น้ำโขง เริ่มสูงขึ้นและไหลเชี่ยวเสียงดัง ซ่า… ซ่า… ดูน่ากลัวมาก

               ที่เกาะเล็กกลางน้ำโขงแห่งหนึ่ง มีชาวบ้านซึ่งส่วนใหญ่เป็นเด็ก ยืนติดฝนติดเกาะอยู่ “.. น้ำไหลเชี่ยวรุนแรงขนาดนี้ เราจะกลับบ้านได้อย่างไรกัน” คุณยายคนหนึ่งพูดด้วยเสียงเศร้า ๆ ทุกคนต่างส่ายหน้า เพราะกลัวว่ากระแสน้ำที่เชี่ยวกรากจะพัดพาพวกเขาจมน้ำหายไป

               เมื่อคำแพงเดินมาเห็นเข้า เธอไม่ได้เดินหนีไป แต่กลับคิดในใจว่า “เราต้องช่วยพวกเขาให้ได้!”

               คำแพงรีบวิ่งไปหาเชือกเส้นหนาที่ยาวมาก ๆจากที่บ้าน เธอผูกปลายข้างหนึ่งไว้กับต้นไม้ใหญ่ที่แข็งแรงริมฝั่ง จากนั้นเธอก็รวบรวมความกล้า ว่ายน้ำที่เย็นเฉียบและไหลแรง โดยใช้มือจับเชือกไว้แน่น นำไปผูกกับต้นไม้บนเกาะ แล้วร้องเรียกชาวบ้าน

              “ไม่ต้องกลัวนะทุกคน! จับเชือกตามมาทีละคนนะ” เสียงของคำแพงดังกังวานสู้เสียงน้ำ 

              คำแพงช่วยพยุงคุณยาย ช่วยอุ้มเด็กตัวเล็ก ๆ และคอยประคองชาวบ้านให้เดินเกาะเชือกข้ามน้ำไปทีละกลุ่ม แม้ว่าขาของเธอจะเริ่มล้า และตัวจะเปียกปอนจนหนาวสั่น แต่เมื่อเห็นรอยยิ้มของคนที่ข้ามไปถึงฝั่งได้อย่างปลอดภัย คำแพงก็มีกำลังใจฮึดสู้ต่อไปอย่างเข้มแข็ง

              ในที่สุด ชาวบ้านทุกคนก็ข้ามแม่น้ำขึ้นตลิ่งแม่น้ำโขงฝั่งประเทศลาวไปได้สำเร็จ! เมื่อถึงฝั่ง ทุกคนต่างเข้ามาสวมกอดและขอบคุณคำแพง “ขอบใจมากนะคำแพง ถ้าไม่มีเจ้า พวกเราคงแย่แน่ ๆ” วันรุ่งขึ้น ชาวบ้านจัดงานบายศรีผูกข้อมือให้คำแพงเพื่อชื่นชมความดี

              ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา เรื่องราวความกล้าหาญและน้ำใจของเด็กหญิงคำแพงก็ถูกเล่าขานไปทั่วทั้งตำบล เด็ก ๆ ต่างยึดถือคำแพงเป็นต้นแบบ และเรียนรู้ว่า “ความดีที่ยิ่งใหญ่ คือการกล้าที่จะยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือผู้อื่นในยามลำบากนั่นเอง”

              การที่ชาวบ้านจัดงานบายศรีผูกข้อมือ และเล่าขานถึงวีรกรรมของเด็กหญิงคำแพง ในการช่วยคนติดเกาะกลางน้ำเชี่ยวครั้งนั้น เป็นการกระทำความดีตามบุญกิริยา 10 ประการ ในหัวข้อการยินดีเมื่อเห็นคนอื่นทำดี  (ปัตตานุโมทนามัย)

              นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า “การเป็นคนเก่งอาจจะเป็นเรื่องดี แต่การเป็นคนที่มี “น้ำใจ” และ “ความเสียสละ” จะทำให้เราเป็นที่รักของทุกคนเหมือนคำแพง”

              เรียบเรียงจากนิทานลาว นางสาวกับแม่น้ำ  ນາງສາວກັບແມ່ນ້ຳ (Nang Sao Kab Mè Nam) The Girl and the River.

เอกสารนี้ จัดทำโดย“ชมรมเสมาพัฒนาชีวิต” “มูลนิธิส่งเสริมการลูกเสือแห่งประเทศไทย”

This document was created   by “Sema Life Development Club, Thai Scouts Promotion Foundation

เดอะ เรนโบว์ รูม เปิดตัวหนังสือ ‘วิถีใหม่ สไตล์เด็กโต’ คู่มือผู้มีความหลากหลายทางการเรียนรู้

เดอะ เรนโบว์ รูม เปิดตัวหนังสือ ‘วิถีใหม่ สไตล์เด็กโต’ คู่มือผู้มีความหลากหลายทางการเรียนรู้

เดอะ เรนโบว์ รูม เปิดตัวหนังสือ ‘วิถีใหม่ สไตล์เด็กโต’ คู่มือผู้มีความหลากหลายทางการเรียนรู้

วันอังคาร ที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

มูลนิธิเดอะ เรนโบว์ รูม ศูนย์ความเข้าใจความหลากหลายทางการเรียนรู้แห่งแรกในประเทศไทย ด้วยความร่วมมือจากประภาคาร เอ็ดดูเคชั่น ในเครือบริษัท สำนักพิมพ์วัฒนาพานิช จำกัด เปิดตัวหนังสือ “วิถีใหม่ สไตล์เด็กโต” (My Growing Journey) คู่มือพหุสัมผัสเล่มแรกที่ออกแบบมาเพื่อผู้มีความหลากหลายทางการเรียนรู้ (เช่น ออทิสซึม ดาวน์ซินโดรม และ ADHD) โดยเฉพาะ เพื่อช่วยให้เด็กๆ ก้าวข้ามผ่านความเปลี่ยนแปลงของร่างกายและอารมณ์ในช่วงก้าวสู่วัยรุ่นได้อย่างมั่นใจ โดยมี อาจารย์สุมิตรา พงศธร ประธานฝ่ายอัตลักษณ์การศึกษาคาทอลิกฯ สภาพการศึกษาคาทอลิกแห่งประเทศไทยเป็นประธาน

โรสซาลีน่า อเล็กซานเดอร์ แม็คเคย์ ประธานมูลนิธิเดอะ เรนโบว์ รูม เล่าว่า “หนังสือเล่มนี้ใช้เวลาพัฒนาเกือบ 1 ปี โดยมีวัตถุประสงค์ให้ครอบครัวมีเครื่องมือในการพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องที่มีความอ่อนไหวในช่วงวัยก้าวสู่วัยรุ่น อายุ 9-13 ปี เช่น การเปลี่ยนแปลงของร่างกาย อารมณ์ความรู้สึก ความสัมพันธ์กับผู้ปกครองและเพื่อน ความปลอดภัยทางกายภาพและทางอินเทอร์เน็ต ​ฯลฯ โดยเคารพจังหวะและวุฒิภาวะของลูกด้วย  และพิเศษที่สุดคือ ทุกเล่มจะมีคิวอาร์โค้ดที่ให้เข้าถึงหนังสือฉบับ       ดิจิตัล และกฎหมายที่เด็กและผู้ปกครองพึงทราบจากศาลยุติธรรมเป็นอภินันทนาการด้วย”

หนังสือเล่มนี้ได้รับเกียรติจาก  แอนเดรีย โรเธนเบอร์ก ผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุขจากนิวยอร์ก  ดร. ขวัญ หารทรงกิจพงษ์ และ ดร.เพลิน ประทุมมาศ  ผู้เชี่ยวชาญแนวหน้าในวงการความหลากหลายทางการเรียนรู้ร่วมเป็นที่ปรึกษา โดยมี  กิ่งไผ่ เอกคณาปราชญ์  อนุวัตร นามเชื้อ เป็นบรรณาธิการ นิคม ชัยวรรณ ผู้วาดภาพประกอบ โดยเน้นการสื่อสารด้วยภาษาที่ง่าย มีภาพประกอบ (Visual Supports) และตารางภาพที่ชัดเจน เพื่อให้ผู้ที่มีความหลากหลายในการเรียนรู้วัยก้าวสู่วัยรุ่นเข้าถึงข้อมูลได้ตามลักษณะการเรียนรู้ที่เหมาะกับแต่ละคน

“เมื่อผู้อ่านวัย 13 ปีบอกกับเราว่าหนังสือเล่มนี้เปลี่ยน ‘ความอาย’ เป็น ‘ความมั่นใจ’ นั่นคือบทพิสูจน์ว่าเราบรรลุวัตถุประสงค์แล้ว”  โรสซาลีน่า กล่าว “เป้าหมายของเราคือการทำให้เด็กทุกคนรู้สึกปลอดภัย มีสุขภาพดี และมีความสุขที่เป็นตัวเอง”

ด้วยความสนับสนุนจากผู้สนับสนุนที่ไม่ประสงค์ออกนาม มูลนิธิฯ ได้จัดพิมพ์หนังสือจำนวน 5,000 เล่ม เพื่อส่งต่อให้ถึงมือครอบครัว นักการศึกษา และบุคลากรทางสาธารณสุขที่ต้องการ  โดยสามารถติดต่อขอรับหนังสือได้ที่ LINE ID @TheRainbowRoom

มูลนิธิเดอะ เรนโบว์ รูม เป็นศูนย์ความเข้าใจเรื่องความหลากหลายทางการเรียนรู้แห่งแรกของประเทศไทย มีวัตถุประสงค์เพื่อแบ่งปันความรู้ ประสบการณ์ กำลังใจ และพลังเสริม แบบ “พ่อแม่สู่พ่อแม่” โดยมีผู้เชี่ยวชาญให้คำปรึกษา, ส่งเสริมความเข้าใจให้กับสังคม และเฉลิมฉลองศักยภาพของบุคคลที่มีความหลากหลายทางการเรียนรู้ เพื่อให้สังคมไทยเป็นสังคมของทุกคนอย่างแท้จริง

จุดเด่นของหนังสือ คือ การออกแบบที่เป็นมิตร: ลดความแออัดของเนื้อหาเพื่อให้อ่านได้ง่าย, การเรียนรู้หลากหลายรูปแบบ: มีทั้งแผนภาพ เช็คลิสต์ และกิจกรรมส่งเสริมการคิด, สร้างความสัมพันธ์: เป็นเครื่องมือให้ “ผู้ใหญ่ที่เด็กไว้วางใจ” ใช้พูดคุยเรื่องยากๆ อย่างเข้าใจ และข้อกฎหมายที่ควรทราบ : มีคิวอาร์โค้ดเพื่อเข้าถึงกฏหมายที่เยาวชนและพ่อแม่ควรทราบจากศาลยุติธรรม

แพทย์เตือน เล่นมือถือ ดูซีรีส์ทั้งวัน เสี่ยงกระดูกคอเสื่อมก่อนวัย

แพทย์เตือน เล่นมือถือ ดูซีรีส์ทั้งวัน เสี่ยงกระดูกคอเสื่อมก่อนวัย

แพทย์เตือน เล่นมือถือ ดูซีรีส์ทั้งวัน เสี่ยงกระดูกคอเสื่อมก่อนวัย

วันอังคาร ที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

การใช้สมาร์ตโฟน คอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์ดิจิทัลเป็นเวลานานได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันในปัจจุบัน อย่างไรก็ตาม พฤติกรรมการก้มศีรษะเพื่อมองหน้าจอหรือการนั่งดูจอเป็นเวลานานอาจเพิ่มภาระต่อกระดูกสันหลังส่วนคอ และอาจสัมพันธ์กับการเกิดภาวะ กระดูกคอเสื่อมก่อนวัย ในบางกรณี

นพ. เอกพล ลาภอำนวยผล

นพ. เอกพล ลาภอำนวยผล ศัลยแพทย์กระดูกและข้อชำนาญการด้านโรคกระดูกสันหลัง โรงพยาบาลเวชธานี อินเตอร์เนชันแนล พบว่าผู้ป่วยจำนวนหนึ่งที่เข้ารับการประเมินอาการปวดคอเรื้อรังมีประวัติการใช้สมาร์ตโฟนหรือทำงานหน้าจอเป็นเวลานานในแต่ละวัน โดยเฉพาะในกลุ่มวัยทำงาน

ภาวะกระดูกคอเสื่อม คืออะไร

Cervical Spondylosis คือภาวะความเสื่อมของกระดูกสันหลังส่วนคอ ซึ่งเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างต่างๆ ได้แก่ หมอนรองกระดูกสันหลัง ข้อต่อกระดูกสันหลังส่วนคอ เอ็นและเนื้อเยื่อรอบกระดูกสันหลัง โดยทั่วไปภาวะนี้มักพบในผู้สูงอายุ เนื่องจากโครงสร้างของกระดูกสันหลังเกิดการเสื่อมตามธรรมชาติของร่างกายเมื่ออายุมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา แพทย์พบว่าภาวะดังกล่าวสามารถเกิดขึ้นได้ในคนอายุน้อยมากขึ้น ซึ่งเรียกว่า กระดูกคอเสื่อมก่อนวัย (Early-onset Cervical Spondylosis) โดยมักสัมพันธ์กับพฤติกรรมการใช้ชีวิต เช่น การก้มคอเป็นเวลานาน การใช้สมาร์ตโฟนหรือคอมพิวเตอร์ต่อเนื่องหลายชั่วโมง ท่าทางการนั่งทำงานที่ไม่เหมาะสม การใช้กล้ามเนื้อคอและบ่าซ้ ๆ โดยไม่ได้พัก

เมื่อหมอนรองกระดูกหรือข้อต่อกระดูกสันหลังเริ่มเสื่อม อาจทำให้เกิดอาการปวดคอ การเคลื่อนไหวลดลง และในบางกรณีอาจมีการกดทับเส้นประสาทบริเวณกระดูกสันหลังส่วนคอ

ทำไม “ก้มเล่นมือถือ” ถึงทำร้ายกระดูกคอ?

ขณะก้มศีรษะลงเพื่อมองมือถือ น้ำหนักศีรษะที่ปกติประมาณ 4–5 กิโลกรัม จะเพิ่มแรงกดบนกระดูกคอเป็น 20–27 กิโลกรัม เมื่อก้มคอลงมากยิ่งก้มค้างไว้นานเท่าไร หมอนรองกระดูกถูกกดทับมากขึ้น กล้ามเนื้อคอและบ่าทำงานหนักผิดปกติ แนวกระดูกคอเสียสมดุล พฤติกรรมนี้ถูกเรียกว่า Text Neck Syndrome เป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญของ กระดูกคอเสื่อมก่อนวัย ในคนอายุน้อย

พฤติกรรมการใช้หน้าจอที่อาจเพิ่มความเสี่ยง

นอกจากการใช้มือถือแล้ว การดูซีรีส์หรือทำงานหน้าจอเป็นเวลานานในท่าทางที่ไม่เหมาะสมอาจเพิ่มภาระต่อกระดูกสันหลังส่วนคอได้เช่นกัน ตัวอย่างพฤติกรรมที่พบได้บ่อย ได้แก่ นั่งเอนหลังโดยคอพับ นั่งก้มคอบนโซฟาเป็นเวลานาน ดูจอที่อยู่ต่ำกว่าระดับสายตา นั่งทำงานหน้าจอหลายชั่วโมงโดยไม่เปลี่ยนอิริยาบถ

เมื่อกล้ามเนื้อคอทำงานต่อเนื่องโดยไม่ได้พัก อาจทำให้เกิดอาการปวดกล้ามเนื้อ ความตึงของข้อต่อ และเพิ่มภาระต่อโครงสร้างกระดูกสันหลัง

อาการกระดูกคอเสื่อม

อาการของภาวะกระดูกคอเสื่อมอาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล โดยขึ้นอยู่กับระดับของการเสื่อมและโครงสร้างที่ได้รับผลกระทบ อาการที่พบได้ เช่น ปวดคอ บ่า หรือไหล่ คอแข็งหรือเคลื่อนไหวได้จำกัด ปวดร้าวจากคอลงไปที่สะบักหรือแขน ชาหรืออ่อนแรงที่แขน มือ หรือปลายนิ้ว ปวดศีรษะร่วมกับอาการปวดคอ

ในบางกรณีที่มีการกดทับเส้นประสาทหรือไขสันหลัง อาจทำให้เกิดอาการทางระบบประสาท เช่น อ่อนแรง ชา หรือการทรงตัวผิดปกติ ซึ่งควรได้รับการประเมินโดยแพทย์

แนวทางการประเมิน

การประเมินผู้ป่วยที่มีอาการปวดคอมักเริ่มจาก การซักประวัติและประเมินพฤติกรรมการใช้งานในชีวิตประจำวัน

การตรวจร่างกายระบบกระดูกและระบบประสาท การตรวจภาพทางการแพทย์ เช่น X-ray หรือ MRI ในกรณีที่จำเป็น

กระดูกคอเสื่อมก่อนวัย รักษาได้หรือไม่?

 หากตรวจพบตั้งแต่ระยะเริ่มต้น กระดูกคอเสื่อมก่อนวัย สามารถดูแลรักษาได้โดยไม่ต้องผ่าตัด ในหลายกรณี เช่น กายภาพบำบัดเฉพาะทาง ปรับท่าทางการใช้งานในชีวิตประจำวัน บริหารกล้ามเนื้อคอและหลัง ใช้ยาเพื่อลดอาการปวดและอักเสบ (ตามดุลยพินิจแพทย์)

แต่หากปล่อยไว้นานจนเกิดการกดทับเส้นประสาทรุนแรง อาจจำเป็นต้องรักษาด้วยการผ่าตัดซึ่งปัจจุบันแพทย์จะใช้เทคนิคผ่าตัดแบบแผลเล็ก(Minimally Invasive Spine Surgery)  ขนาดประมาณ 3 เซ็นติเมตร ทำให้ผู้ป่วยบาดเจ็บน้อย ฟื้นตัวเร็ว นอนพักฟื้นที่โรงพยาบาลเพียง 1 คืน และกลับไปใช้ชีวิตตามปกติเร็วขึ้น

วิธีป้องกันกระดูกคอเสื่อม

การปรับพฤติกรรมสามารถช่วยลดความเสี่ยงของ กระดูกคอเสื่อมก่อนวัย ได้ เช่น ยกมือถือให้อยู่ระดับสายตา ไม่ก้มคอ พักสายตาและเปลี่ยนท่าทุก 20–30 นาที จัดจอให้อยู่ในระดับพอดีขณะดูซีรีส์หรือทำงาน บริหารกล้ามเนื้อคอ บ่า ไหล่ เป็นประจำ หลีกเลี่ยงการนั่งหรือก้มคอนานต่อเนื่องหลายชั่วโมง

เมื่อใดควรพบแพทย์

ควรพิจารณาเข้ารับการตรวจจากแพทย์หากมีอาการต่อไปนี้ ปวดคอเรื้อรังต่อเนื่อง ปวดร้าวลงแขนหรือสะบัก

ชาหรืออ่อนแรงที่แขนหรือมือ อาการปวดคอร่วมกับการเคลื่อนไหวลำบาก ทั้งนี้ การประเมินโดยแพทย์ชำนาญการด้านกระดูกสันหลังสามารถช่วยระบุสาเหตุของอาการและวางแผนรักษาที่เหมาะสมได้

เวิลด์เมดิคอล เดินหน้านำเทคโนโลยีหุ่นยนต์ ช่วยก้าวเดินยุคใหม่ ‘Angel Robot’ ยกระดับการฟื้นฟูผู้ป่วยสโตรกและผู้มีปัญหาการเดิน

เวิลด์เมดิคอล เดินหน้านำเทคโนโลยีหุ่นยนต์ ช่วยก้าวเดินยุคใหม่  ‘Angel Robot’ ยกระดับการฟื้นฟูผู้ป่วยสโตรกและผู้มีปัญหาการเดิน

เวิลด์เมดิคอล เดินหน้านำเทคโนโลยีหุ่นยนต์ ช่วยก้าวเดินยุคใหม่ ‘Angel Robot’ ยกระดับการฟื้นฟูผู้ป่วยสโตรกและผู้มีปัญหาการเดิน

วันอังคาร ที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

โรงพยาบาลเวิลด์เมดิคอล เดินหน้ายกระดับมาตรฐานการรักษาด้านเวชศาสตร์ฟื้นฟู เปิดตัว “NextStep Robotics Rehab Center” ศูนย์ฟื้นฟูด้วยหุ่นยนต์อย่างเป็นทางการ พร้อมผนึกกำลังทีมแพทย์เฉพาะทางด้านอายุรกรรมระบบประสาทและสมอง แพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู และทีมนักกายภาพบำบัดผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้การดูแลรักษาแบบบูรณาการ  ทั้งด้านร่างกายและจิตใจของผู้ป่วย

ศ.นพ. อดิศร ภัทราดูลย์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเวิลด์เมดิคอล กล่าวว่า โรงพยาบาลให้ความสำคัญสูงสุดกับการดูแลผู้ป่วยเป็นศูนย์กลาง โดยเชื่อมั่นว่า ผู้ป่วยแต่ละรายมีความต้องการและแนวทางการรักษาที่แตกต่างกัน จึงมุ่งมั่นพัฒนาคุณภาพการรักษาอย่างต่อเนื่อง พร้อมนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ทันสมัยมาประยุกต์ใช้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในด้านการตรวจ การรักษา ตลอดจนถึงการฟื้นฟูผู้ป่วยของโรงพยาบาล

หนึ่งในนวัตกรรมสำคัญของการฟื้นฟูสมรรถภาพในปัจจุบัน คือ การนำเทคโนโลยีหุ่นยนต์ฝึกก้าวเดิน มาใช้ในการช่วยฟื้นฟูผู้ป่วยที่มีปัญหาด้านการเดิน เทคโนโลยีนี้ช่วยเสริมสร้างความมั่นใจให้กับผู้ป่วย ในการกลับมาเคลื่อนไหวในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะในสถานการณ์จริง ที่ต้องเผชิญกับสภาพแวดล้อมที่ท้าทาย เช่น พื้นต่างระดับ การก้าวขึ้น–ลงบันได หรือการเดินในพื้นที่ที่มีความซับซ้อน ซึ่งมักเป็นอุปสรรคสำคัญสำหรับผู้ที่กำลังอยู่ในช่วงฟื้นฟูร่างกาย

นวัตกรรมดังกล่าวครอบคลุมการดูแลผู้ป่วยหลากหลายกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) ผู้ที่มีภาวะอัมพฤกษ์–อัมพาต ผู้สูงอายุที่มีปัญหาด้านการทรงตัว ผู้ป่วยที่มีภาวะกล้ามเนื้ออ่อนแรง ผู้ที่อยู่ในช่วงฟื้นตัวหลังการผ่าตัดข้อเข่าหรือข้อสะโพก ตลอดจนผู้ป่วยกระดูกหักที่ต้องการฟื้นฟูสมรรถภาพการเคลื่อนไหว

การฝึกก้าวเดินด้วยหุ่นยนต์ Angel Robot มีจุดเด่น คือ สามารถปรับระดับแรงช่วยเหลือให้เหมาะสมกับศักยภาพของผู้ป่วยแต่ละรายแบบก้าวต่อก้าว แม้ผู้ป่วยจะยังมีแรงไม่สม่ำเสมอ ระบบก็สามารถปรับการทำงานได้อย่างแม่นยำด้วยเซนเซอร์ 11 จุดที่ติดตั้งบริเวณฝ่าเท้าและข้อต่อต่าง ๆ ของหุ่นยนต์ ซึ่งทำหน้าที่เก็บข้อมูลและประมวลผลแบบเรียลไทม์ (Real-time) เพื่อคำนวณจังหวะ และรูปแบบการเดินอย่างเหมาะสมสำหรับผู้ป่วยแต่ละราย

ข้อมูลที่ได้จะถูกนำมาวิเคราะห์และประเมินความพร้อมของผู้ป่วยก่อนเริ่มฝึก พร้อมให้การช่วยเหลือเท่าที่จำเป็น เพื่อกระตุ้นการทำงานของกล้ามเนื้อในแต่ละจุด ส่งผลให้ “Angel Robot” สามารถจำลองรูปแบบการเดินที่ใกล้เคียงธรรมชาติของมนุษย์ ช่วยให้ผู้ป่วยเรียนรู้ท่าทางการเดินที่ถูกต้องตั้งแต่ระยะแรก ลดโอกาสการเกิดรูปแบบการเดินที่ผิดปกติในระยะยาว

 ทั้งนี้ทุกกระบวนการฝึก อยู่ภายใต้การดูแลอย่างใกล้ชิดของทีมแพทย์และนักกายภาพบำบัด เพื่อให้เกิดความปลอดภัยสูงสุด และสร้างความมั่นใจแก่ผู้ป่วยและครอบครัวในทุกก้าวของการฟื้นฟู

กันตพร หาญพาณิชย์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลฝ่ายการตลาดภายในประเทศ กล่าวเสริมว่า “Angel Robot” เป็นหุ่นยนต์ฟื้นฟูการเดิน ที่ออกแบบให้ช่วยผู้ป่วยกลับมาเดินได้ใกล้เคียงธรรมชาติ เหมาะสำหรับผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) ผู้ที่มีความผิดปกติของระบบสมองและประสาท ผู้ประสบอุบัติเหตุ รวมถึงผู้ที่มีกล้ามเนื้อขาอ่อนแรง โดยโรงพยาบาลมุ่งมั่นต่อยอดเทคโนโลยี เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและอัตราความสำเร็จในการฟื้นฟูผู้ป่วยของโรงพยาบาล เพื่อคืนคุณภาพชีวิตที่ดีในระยะยาว

โรงพยาบาลวางตำแหน่งศูนย์ฯแห่งนี้ ภายใต้แนวคิด “Smart Step Rehab Center” มุ่งสู่การเป็น “Center of Excellence” ด้านการฟื้นฟูด้วยหุ่นยนต์และระบบ AI พร้อมพัฒนาเป็นศูนย์กลางรับส่งต่อผู้ป่วยในเครือเกษมราษฎร์ รวมถึงโรงพยาบาลในจังหวัดนนทบุรีและพื้นที่ใกล้เคียง

ในปี 2569 ซึ่งการแพทย์ไทยและทั่วโลกก้าวเข้าสู่ยุค Smart Healthcare 5.0 อย่างเต็มรูปแบบ โดยเปลี่ยนบทบาทเทคโนโลยีจาก ‘เครื่องมือช่วยเหลือ’ สู่ ‘คู่คิดอัจฉริยะ’ (Agentic AI) นั้น ‘Angel Robot’ ถือเป็นหนึ่งในเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์แนวคิดดังกล่าว ด้วยระบบ Robot-Assisted Gait Training (RAGT) ที่ทำงานประสานกับบุคลากรทางการแพทย์ได้อย่างไร้รอยต่อ สามารถเก็บข้อมูล วิเคราะห์ และรายงานผลการฝึกเดินเป็นตัวเลขและกราฟอย่างชัดเจน ทำให้ผู้ป่วยและครอบครัวเห็นพัฒนาการได้อย่างเป็นรูปธรรม

ท้ายสุด ศ.นพ.อดิศร ย้ำถึงความพร้อมของทีมแพทย์และบุคลากรที่ได้รับการพัฒนาองค์ความรู้และทักษะตลอดที่ผ่านมาว่า เพื่อทำงานร่วมกับเทคโนโลยี AI อย่างเต็มประสิทธิภาพ ตั้งแต่การประเมินและออกแบบโปรแกรมฟื้นฟูเฉพาะบุคคล ไปจนถึงการติดตามผลอย่างต่อเนื่อง ช่วยให้ผู้ป่วยค่อยๆ ฟื้นฟูการเดิน การทรงตัว และความมั่นคงได้อย่างปลอดภัย สร้างความหวังและความมั่นใจให้ทั้งผู้ป่วยและครอบครัว สามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ใกล้เคียงปกติ เปลี่ยนความกังวลให้เป็นความสบายใจในทุกก้าวเดิน

สำหรับผู้ที่สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม/นัดหมายเพื่อปรึกษาแพทย์ผู้ชำนาญการได้ที่ ศูนย์ฟื้นฟูด้วยหุ่นยนต์อัจฉริยะ ชั้น 3 : NextStep Robotics Rehab Center โรงพยาบาลเวิลด์เมดิคอล (WMC)

คุณแหน : 7เมษายน 2569

คุณแหน:7เมษายน 2569

คุณแหน : 7เมษายน 2569

วันอังคาร ที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2569, 02.00 น.

llสัปดาห์ที่แล้ว ประธานาธิบดีทรัมป์ จัดรายการ FUND-RAISING DINNERครั้งใหญ่ที่กรุงวอชิงตัน เพื่อหาเงินบริจาคผู้สนับสนุนพรรคริพับลิกันรายใหญ่เข้ากองทุนเพื่อเตรียมรับมือเลือกตั้ง MID-TERMบรรยากาศก็คล้ายๆ กับในเมืองไทยพรรคไหนได้เป็นรัฐบาลก็จะมีบารมีกระตุ้นไปที่ไหนเงินบริจาคก็หลั่งไหลเข้ามาดุจน้ำมันหล่อลื่น KEYNOTE SPEAKER แน่นอนต้องเป็น ทรัมป์สาระสำคัญของสุนทรพจน์ก็เน้นที่สงคราม สหรัฐ/อิสราเอล กับอิหร่าน เขาประกาศกร้าวกลางงานว่า สหรัฐฯชนะสงครามแล้วอย่างงดงาม สามารถทำลายศักยภาพขุมกำลังอิหร่านลงแล้วอย่างสิ้นเชิงทั้งกองทัพเรือ, กองทัพอากาศ นอกจากนั้นฝ่ายพันธมิตรยังได้สังหารกลุ่มผู้นำประเทศลงไม่เหลือหลอ ถึงจุดนี้วงการรู้ดีว่า ทรัมป์ เป็นนักพูดตัวยงฉวยโอกาสซ้ำเติมเล่นมุข, “ปัจจุบันนี้ตำแหน่งผู้นำสูงสุดของอิหร่านไม่มีใครกล้ารับ! ผมเองก็ไม่กล้ารับเหมือนกัน” ก็ได้การตอบรับจากผู้ร่วมงานด้วยเสียงฮาทั่วห้อง…

llสอดคล้องกับวิกฤตโลกและบรรยากาศในเมืองไทยอย่างลงตัว แถมท่านนายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล ยังมาช่วยโปรโมทให้อุตสาหกรรมรถ EV เพิ่มไปอีก โดยสั่งหนึ่งคันไม่พอต้องสองคันจึงจะเป็นเลขมงคลในงาน BANGKOK INTERNATIONALMOTOR SHOW ครั้งที่ 47 (วันที่ 23 มี.ค. ถึง 5 เม.ย. 2569) ในขณะที่เราปิดต้นฉบับนี้มียอดจองบูมถึง 42,000 คันไปแล้ว โดยมียอดรถยนต์ EV มีสัดส่วนแบบที่ฝรั่งเรียกว่า“LION’S SHARE” ทีเดียว ส่วนประธานกรรมการและผู้ก่อตั้งมหกรรมนี้ เจ้าสัวดร.ปราจิน เอี่ยมลำเนา ก็ไม่ได้อยู่เฉยเดินหน้ารับแขกวีไอพีด้วยใบหน้ายิ้มกริ่มในวันเปิดเป็นทางการ เจ้าสัวเตรียมการต้อนรับนายทหารชั้นผู้ใหญ่ของกองทัพให้เกียรติมาชมนวัตกรรมใหญ่ด้วยความสนใจ อาทิพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, พล.อ.วิโรจน์
แสงสนิท, พล.อ.สุรพันธ์ พุ่มแก้ว และพล.อ.วิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา ตลอดการเยี่ยมชม…

llวันที่ 25 เม.ย.นี้ “กลุ่มเครือญาติราชสกุล อิศรางกูร และราชินีกุล บุนนาค ร่วมกับกลุ่มรำไทยเพื่อสุขภาพวัยเกษียณ” แสดง “ลาวคำหอม” ที่งาน “ใต้ร่มพระบารมี 244 ปี กรุงรัตนโกสินทร์” จัดโดย “กระทรวงวัฒนธรรม” แสดง 2 เวที 2 เวลา (19.00 น.และ 19.30 น.)…ที่ “วัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร”…รายชื่อผู้แสดง 8 คน ได้แก่เภสัชกรหญิงตวงพร เลาหบุตร, งามขำนิพิฐนรเศรษฐ, พล.อ.ต.หญิง ศ.ยลสลวยวาริทสวัสดิ์, พล.ร.ต.หญิง พรทิพย์ อิศรางกูร ณ อยุธยา, คุณอารยาหาอุปละ, ดาวศิริ ผลอนันต์, ขวัญฤทัยทองสตา และ ธุวดารา อิศรางกูร ณอยุธยา…โดยมี คุณครูผู้ฝึกซ้อม ได้แก่คุณครูสุภาพร เศรษฐสุวรรณ จากรร.นาฏศิลป์สัมพันธ์ และ คุณครูตวงฤดีถาพรพาสี ข้าราชการบำนาญ สำนักการสังคีต กรมศิลปากร…ขอเชิญชมกันได้ตามวันและเวลาดังกล่าว…

llขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวในการจากไปของ คุณแม่สุดใจศรีสะอาด อดีตผอ.กองการเจ้าหน้าที่ กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม (ปัจจุบันคือกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม)งานฌาปนกิจจัดเสร็จสิ้น ที่ จ.อำนาจเจริญ เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา…

llจากอุบัติเหตุหกล้ม เมื่อหลายวันก่อน อนิตา วงศ์ทองศรี วัย 93 ปีถูก ลูกชายสุดโปรด “จูเนียร์” ควบคุมการแสดงอย่างใกล้ชิด ห้ามแอบออกไปซนข้างนอกบ้าน และที่สำคัญไม่ให้ขับรถเองแล้วจะไปไหนมาไหน ให้ลูกพาไปทุกครั้ง…ลูกกตัญญูมีอยู่จริง…

llหลังผ่าตัดจากอาการหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท พรพรรณรอดวรรณะ ตอนนี้เริ่มไปเดินออกกำลังแขนขาที่สวนสาธารณะบึงหนองบอน ใกล้บ้านค่อยๆ ออกกำลังกันไปทีละเล็ก ทีละน้อย…กำลังวังชาจะคืนกลับมาด้วยการเอ็กเซอร์ไซส์ !!…

บารอนเนส

DBD ขนทัพ 40 แบรนด์ดัง บุกหาดใหญ่ สร้างเจ้าของกิจการ ฟื้นเศรษฐกิจภาคใต้หลังอุทกภัย

DBD ขนทัพ 40 แบรนด์ดัง บุกหาดใหญ่ สร้างเจ้าของกิจการ ฟื้นเศรษฐกิจภาคใต้หลังอุทกภัย

DBD ขนทัพ 40 แบรนด์ดัง บุกหาดใหญ่ สร้างเจ้าของกิจการ ฟื้นเศรษฐกิจภาคใต้หลังอุทกภัย

วันจันทร์ ที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2569, 17.36 น.

6 เมษายน 2569 กรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) กระทรวงพาณิชย์ จัดงาน แฟรนไชส์สร้างอาชีพ Roadshow ครั้งที่ 4 อย่างยิ่งใหญ่ ณ ลานโปรโมชั่น ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ระหว่างวันที่ 3-6 เมษายน 2569 เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก ปั้นผู้ประกอบการรุ่นใหม่ และกระตุ้นการลงทุนในภาคใต้ที่เพิ่งเผชิญวิกฤตอุทกภัย

งานนี้ยกขบวนแฟรนไชส์คุณภาพกว่า 40 แบรนด์ชั้นนำ ครอบคลุมธุรกิจทุกหมวดฮิตคนนิยมลงทุน เช่น อาหาร-เครื่องดื่ม, บริการ, ความงาม-สปา, การศึกษา และธุรกิจอื่นๆ ที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ ทั้งนี้ แฟรนไชส์ส่วนใหญ่ผ่านการพัฒนาและส่งเสริมจากกรมฯ จึงมั่นใจได้ในมาตรฐานและศักยภาพการเติบโตจุด เด่นที่ทำให้งานนี้“ปัง”และน่าลงทุนสุด ๆ Business Matching เจรจาซื้อขายตรงกับเจ้าของแบรนด์ทันที จัดโปรโมชั่นพิเศษลดราคาแพ็กเกจแฟรนไชส์ เฉพาะภายในงานเท่านั้น มีบูธให้คำปรึกษาจากสถาบันการเงินชั้นนำ เรื่องแหล่งเงินทุน การบริหารจัดการ และการวางแผนธุรกิจ เปิดโอกาสให้คนว่างงาน ผู้ประกอบการรายย่อย นักลงทุน และประชาชนทั่วไป “เปลี่ยนจากลูกจ้างเป็นเจ้าของกิจการ” ด้วยความเสี่ยงต่ำ เพราะแฟรนไชส์มีระบบพร้อมใช้

นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ระบุว่างาน Roadshow 3 ครั้งก่อนหน้านี้ ที่จ.ศรีราชา, เชียงใหม่, อุดรธานี ล้วนประสบความสำเร็จอย่างสูง สร้างมูลค่าการลงทุนกว่า 600 ล้านบาท และล่าสุดครั้งนี้ เป็นครั้งที่ 4 ที่หาดใหญ่ เพื่อมุ่งฟื้นฟูเศรษฐกิจท้องถิ่น โดยเฉพาะหลังน้ำท่วมใหญ่ที่กระทบ SME และประชาชนจำนวนมากทุกคนในหาดใหญ่ สงขลา และพื้นที่ใกล้เคียง (พัทลุง, นราธิวาส, ยะลา, สตูล) ได้มาสัมผัสโอกาสทองเมื่อช่วงวันที่ 3–6 เมษายน 2569 ที่ผ่านมา ลานโปรโมชั่น ชั้น 1 เซ็นทรัลหาดใหญ่ ซั่งเข้าฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายใด ๆ

อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ระบุว่าปัจจุบันประเทศไทยมีแฟรนไชส์ทั้งหมด 4,149 แบรนด์ โดยเป็นแฟรนไชส์ไทย 686 แบรนด์ และผ่านการพัฒนาจากกรมฯ 571 แบรนด์ แสดงให้เห็นถึงศักยภาพ ปที่แข็งแกร่งของธุรกิจรูปแบบนี้ เพื่อให้บริหารกำลังมองหาธุรกิจเป็นของตัวเอง อยากมีรายได้เสริม หรือต้องการลงทุนที่มั่นคงและขยายตัวเร็ว งานนี้คือคำตอบของการเปลี่ยนชีวิตด้วยแฟรนไชส์คุณภาพจากส่วนกลางสู่ภาคใต้ มาเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างเศรษฐกิจฐานรากที่เข้มแข็ง สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ส่วนส่งเสริมธุรกิจแฟรนไชส์ กองส่งเสริมและพัฒนาธุรกิจ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า สายด่วน 1570, โทรศัพท์หมายเลข 0 2547 5953, e-Mail : franchisedbd@gmail.com

เคลียร์ใจจบผู้บริหารช่อง 3 สายตรงส่วนตัวขอโทษ‘เบลล่า’ปมผิดคิวกลางเวที

เคลียร์ใจจบผู้บริหารช่อง 3 สายตรงส่วนตัวขอโทษ‘เบลล่า'ปมผิดคิวกลางเวที

เคลียร์ใจจบผู้บริหารช่อง 3 สายตรงส่วนตัวขอโทษ‘เบลล่า’ปมผิดคิวกลางเวที

วันอังคาร ที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2569, 12.36 น.

เป็นประเด็นร้อนที่ทำเอาชาวเน็ตและเหล่าแฟนคลับ”ลูกโป่งสีพาสเทล” นั่งไม่ติดเก้าอี้! หลังจากนางเอกซุปตาร์เบอร์หนึ่ง เบลล่า ราณี แคมเปน เกิดอุบัติเหตุผิดคิวระหว่างโชว์ในงานอีเวนต์ใหญ่ของต้นสังกัดจนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักถึงมาตรฐานการจัดการความปลอดภัย

ล่าสุด “พี่พลอย” ผู้จัดการส่วนตัวของเบลล่า ได้ออกมาอัปเดตสถานการณ์ผ่านโซเชียลเพื่อสยบความว้าวุ่นใจ โดยระบุว่าได้รับสายตรงจาก ผู้บริหารระดับสูงของช่อง 3 ที่โทรเข้ามาแสดงความเสียใจและขอโทษต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นการส่วนตัวทางช่องยอมรับข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้นในขั้นตอนการประสานงานและคิวการแสดงและผู้บริหารรับปากจะนำเหตุการณ์นี้ไปเป็นบทเรียน และจะ “ยกระดับมาตรการความปลอดภัย” ให้นักแสดงในความดูแลอย่างเข้มงวดขึ้นกว่าเดิมพี่พลอยเผยว่าเบลล่ารับทราบความห่วงใยจากทุกฝ่าย และขอบคุณแฟนคลับที่คอยเป็นกำลังใจให้เสมอ

วงการตลกสุดซึ้ง!‘หม่ำ จ๊กมก’ นำทีมพี่น้องตลกรุดเยี่ยม‘เด๋อ ดอกสะเดา’ส่งกำลังใจ

วงการตลกสุดซึ้ง!‘หม่ำ จ๊กมก’ นำทีมพี่น้องตลกรุดเยี่ยม‘เด๋อ ดอกสะเดา’ส่งกำลังใจ

วงการตลกสุดซึ้ง!‘หม่ำ จ๊กมก’ นำทีมพี่น้องตลกรุดเยี่ยม‘เด๋อ ดอกสะเดา’ส่งกำลังใจ

วันอังคาร ที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2569, 12.09 น.

กลายเป็นภาพความประทับใจที่ทำเอาแฟนคลับยิ้มตาม เมื่อเจ้าพ่อตลกแถวหน้าของเมืองไทยอย่าง หม่ำ จ๊กมก ไม่ทิ้งทวนความเป็นพี่น้องในวงการ นำทีมเหล่าตลกชั้นครูและพี่น้องร่วมวงการ เดินทางเข้าเยี่ยมเยียนตลกอาวุโสระดับตำนาน เด๋อ ดอกสะเดา ถึงบ้านพัก

การเดินทางมาครั้งนี้ไม่ใช่แค่การเยี่ยมไข้ตามปกติ แต่เป็นการรวมตัวกันของคนในวงการที่ผูกพันกันมาอย่างยาวนาน โดยบรรยากาศเต็มไปด้วยรอยยิ้มและการรำลึกความหลัง ซึ่งทาง หม่ำ จ๊กมก และคณะได้มีการพูดคุยให้กำลังใจ รวมถึงสอบถามสารทุกข์สุกดิบของอาเด๋อด้วยความเคารพรัก

หลังจากภาพและคลิปวิดีโอการเยี่ยมเยียนถูกเผยแพร่ออกไป ชาวเน็ตต่างพากันเข้ามากดไลก์และแสดงความคิดเห็นชื่นชมในความกตัญญูและความผูกพันของตลกไทยที่ไม่เคยทิ้งกัน  เรียกได้ว่าแม้เวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน แต่ความเคารพรักระหว่างศิษย์-อาจารย์ และพี่-น้อง ในวงการตลกไทยยังคงเหนียวแน่น เป็นตัวอย่างที่งดงามให้กับคนรุ่นหลัง”เสียงหัวเราะ” อาจจะมีวันพัก แต่”มิตรภาพ” ของเหล่านักแสดงตลกนั้นไม่มีวันจางหายไปตามกาลเวลา

‘ช่อง 7HD’สร้างรอยยิ้มให้ประชาชนขนทัพพิธีกรลงพื้นที่รณรงค์’สงกรานต์ปลอดภัย ส่งใจกลับบ้าน’

'ช่อง 7HD'สร้างรอยยิ้มให้ประชาชนขนทัพพิธีกรลงพื้นที่รณรงค์'สงกรานต์ปลอดภัย ส่งใจกลับบ้าน'

‘ช่อง 7HD’สร้างรอยยิ้มให้ประชาชนขนทัพพิธีกรลงพื้นที่รณรงค์’สงกรานต์ปลอดภัย ส่งใจกลับบ้าน’

วันอังคาร ที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2569, 11.39 น.

ช่อง 7HD ส่งต่อความสุขและรอยยิ้มให้พี่น้องชาวไทย ผ่านกิจกรรม “สงกรานต์ปลอดภัย ส่งใจกลับบ้าน” ขนทัพพิธีกรลงพื้นที่ พร้อมมอบของขวัญ และร่วมรณรงค์ความปลอดภัย วันที่ 8 เมษายนนี้  

เรื่องราวดี ๆ มีอย่างต่อเนื่อง ช่อง 7HD เตรียมส่งความปรารถนาดีผ่านกิจกรรม “สงกรานต์ปลอดภัย ส่งใจกลับบ้าน” ในวันที่ 8 เมษายนนี้  โดยรวมพลังพิธีกรจาก 3 รายการดังลงพื้นที่มอบความสุข ส่งกำลังใจให้ประชาชนที่เดินทางกลับภูมิลำเนา พร้อมมอบผลิตภัณฑ์จากวิสาหกิจชุมชน แม่บ้านตะปอนน้อย อ.ขลุง จ.จันทบุรี เป็นของขวัญกลับบ้าน และร่วมรณรงค์ความปลอดภัยในการเดินทาง ลดอุบัติเหตุบนท้องถนนในช่วงเทศกาลสำคัญนี้ เริ่มจาก เวลา 14.30 น. ณ เกาะพญาไท  อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ  พบ เอ-ชยา มิตรชัย และแป้ง ศรันฉัตร์ รายการ มิตรรักทั่วไทย และ เวลา 16.30 น. ณ รถไฟฟ้าสายสีแดง สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ (ประตู 13) พบกับ โต๋นแตร ทินกร-จุกบี้ พรเทพ รายการ เกษตรสุข และสายสืบจีจี้ ศจี-สายสืบนิวหนวด รายการ สายสืบชาวบ้านและติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวต่าง ๆ ได้ทุกช่องทางออนไลน์ Facebook, IG, X, TikTok และ YouTube: Ch7HD

เรื่องเศร้าคนบันเทิงสูญเสีย ‘คุณยายเฉลา’ศิลปินอาวุโสสิริอายุ 98 ปี

เรื่องเศร้าคนบันเทิงสูญเสีย 'คุณยายเฉลา'ศิลปินอาวุโสสิริอายุ 98 ปี

เรื่องเศร้าคนบันเทิงสูญเสีย ‘คุณยายเฉลา’ศิลปินอาวุโสสิริอายุ 98 ปี

วันอังคาร ที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2569, 11.30 น.

วงการบันเทิงไทยสูญเสียหนึ่งในบุคคลสำคัญที่เป็นที่รักของคนบันเทิง  คุณยายเฉลา ประสพศาสตร์ จากไปอย่างสงบด้วยโรคชรา (6 เมษายน 2569) สิริอายุ98ปีโดยเฟสบุคของ toomtammeeprecha หรือ ตูมตาม อดีตดาราเด็กคนดัง โพสต์ข่าวเศร้าว่าRip คุณยาย เฉลา ประสพศาตร์  ขอให้คุณยายนอนหลับสบายนะครับ ขอบคุณที่สอนสิ่งต่างๆมานะครับ

คุณยายเฉลา ประสพศาสตร์ เกิดเมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2471 ท่านได้รับการศึกษาที่ โรงเรียนสงวนศรี และ โรงเรียนพุทธาราม ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญที่หล่อหลอมความรู้และทัศนคติในการดำเนินชีวิตคุณยายเฉลาเป็นศิลปินตัวจริงท่านเป็นนักร้องเสียงดีที่มีแฟนคลับในยุคนั้นมากมาย เป็นศิลปินต้นฉบับที่ขับร้องเพลง #จันทร์กระจ่างฟ้า  (บันทึกเสียงครั้งแรกเมื่อ พ.ศ. 2494 ขับร้องโดย เฉลา ประสพศาสตร์)รวมถึงเป็นนักแสดงเจ้าบทบาท ที่ฝากผลงานในวงการไว้มากมายด้วยพรสวรรค์และความทุ่มเท คุณยายเฉลาเข้าสู่วงการบันเทิงในยุคทองของละครโทรทัศน์ไทย และได้ฝากผลงานอันทรงคุณค่าไว้มากมาย อาทิ ผู้กองยอดรัก,ดาวพระศุกร์,กิ่งมลิกา,น้ำผึ้งขม,หลงเงาจันทร์ ฯลฯ

นอกจากผลงานส่วนตัวแล้ว คุณยายเฉลา ยังเป็นศูนย์กลางของครอบครัวคนบันเทิงที่โดดเด่น บุตรสาว พิราวรรณ ประสพศาสตร์ก้าวเข้าสู่วงการในฐานะนางเอกผู้มีชื่อเสียง หลานชาย ตูมตาม วศิน มีปรีชา นักแสดงเด็กที่โด่งดังที่สุด ก็สืบทอดสร้างชื่อเสียงและผลงานฝากไว้ในวงการบันเทิงมากมาย