ราชกิจจาฯ ประกาศ ‘พรรคพลังท้องถิ่นไท’ สิ้นสภาพความเป็นพรรคการเมือง

ราชกิจจาฯ ประกาศ 'พรรคพลังท้องถิ่นไท' สิ้นสภาพความเป็นพรรคการเมือง

ราชกิจจาฯ ประกาศ ‘พรรคพลังท้องถิ่นไท’ สิ้นสภาพความเป็นพรรคการเมือง

วันพฤหัสบดี ที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 20.48 น.

วันที่ 14 พฤษภาคม 2569 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้ง เรื่อง พรรคพลังท้องถิ่นไทสิ้นสภาพความเป็นพรรคการเมือง

ตามที่นายทะเบียนพรรคการเมืองโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการการเลือกตั้งได้มีประกาศนายทะเบียนพรรคการเมือง เรื่อง รับจดแจ้งการจัดตั้งพรรคท้องถิ่นไทย ลงวันที่ 30 มีนาคม 2555 ต่อมานายทะเบียนได้มีประกาศนายทะเบียนพรรคการเมือง เรื่อง ตอบรับการเปลี่ยนแปลงนโยบายพรรดและข้อบังคับพรรคพลังท้องถิ่นไท ลงวันที่ 14 สิงหาคม 2556 ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 นั้น

นางสาวประเสริฐศรี ศรีอักขรกุล หัวหน้าพรรคพลังท้องถิ่นไท ได้มีหนังสือแจ้งต่อนายทะเบียนพรรคการเมืองว่า ในการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคพลังท้องถิ่นไท ครั้งที่ 4/2568 เมื่อวันที่ 29 ธันวาคม 2568 คณะกรรมการบริหารพรรคพลังท้องถิ่นไทได้มีมติให้เลิกพรรคพลังท้องถิ่นไท ตามข้อ 100 ของข้อบังคับพรรคพลังท้องถิ่นไท พ.ศ. 2568 กรณีดังกล่าวจึงเป็นเหตุให้พรรคพลังท้องถิ่นไทสิ้นสภาพความเป็นพรรคการเมือง ตามมาตรา 91 วรรคหนึ่ง (3) แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560

คณะกรรมการการเลือกตั้งจึงประกาศให้พรรคพลังท้องถิ่นไทสิ้นสภาพความเป็นพรรคการเมือง ตามมาตรา 91 วรรคหนึ่ง (7) และวรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

ประกาศ ณ วันที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

ณรงค์ กลั่นวารินทร์

ประธานกรรมการเลือกตั้ง

ผบ.ทร. ยันไม่กังวลรัฐบาลยกเลิก MOU 44 มองเป็นเรื่องดี เพราะไทย ยึดมั่นกติกาสากลมาตั้งแต่ต้น

ผบ.ทร. ยันไม่กังวลรัฐบาลยกเลิก MOU 44 มองเป็นเรื่องดี เพราะไทย ยึดมั่นกติกาสากลมาตั้งแต่ต้น

ผบ.ทร. ยันไม่กังวลรัฐบาลยกเลิก MOU 44 มองเป็นเรื่องดี เพราะไทย ยึดมั่นกติกาสากลมาตั้งแต่ต้น

วันพฤหัสบดี ที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 20.36 น.

ผบ.ทร. ยันไม่กังวลรัฐบาลยกเลิก MOU2544 มองเป็นเรื่องดี เพราะไทย ยึดมั่นกติกาสากลมาตั้งแต่ต้น ลั่นเส้นเขตแดนที่ไทยยึด ไม่ได้ใช้จินตนาการ 

วันที่ 14 พฤษภาคม 2569 ที่สนามฝึกกองทัพเรือหมายเลข 15 หาดยาว อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี พลเรือเอก ไพโรจน์ เฟื่องจันทร์ ผู้บัญชาการทหารเรือ ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน ถึงมุมมองที่รัฐบาล “ยกเลิก MOU 2544” หรือ บันทึกความเข้าใจระหว่างรัฐบาลไทยกับกัมพูชาว่าในมุมมองของทหารเรือ เรายังคงรักษาเส้นแนวที่เราประกาศไว้ตั้งแต่ปี พ.ศ.2516  ซึ่งการประกาศเส้นแนวดังกล่าว เราใช้หลักการของกฎหมายทางทะเล เราจึงไม่กังวล เนื่องจากเราใช้หลักการตรงนั้นอยู่แล้ว ทั้งนี้ เมื่อกัมพูชาจะมาใช้กฎหมายทะเล ก็คงเป็นไปตามหลักการที่เราประกาศไว้อยู่แล้ว และยืนยันว่า เราจะรักษาเส้นที่เราประกาศไว้ตั้งแต่ปี พ.ศ.2516 

เมื่อถามว่า กำลังมองว่าการเจรจาในส่วนของ อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล ค.ศ. 1982 (UNCLOS) ถือเป็นเรื่องดีใช่หรือไม่ พลเรือเอก ไพโรจน์ กล่าวว่า กฎหมายที่เป็นหลักสากล ถ้าทุกประเทศยึดมั่นในหลักสากล ส่วนตัวคิดว่าประโยชน์จะเกิดขึ้นกับทุกฝ่าย ซึ่งเรายึดหลักนี้มาตั้งแต่แรก และเราไม่ได้ประกาศโดยใช้จินตนาการ แต่เราประกาศโดยใช้หลักการอยู่แล้ว ดังนั้นยืนยันว่า เราจึงไม่กังวลเกี่ยวกับเรื่องพวกนี้

เปิดภาพล่าสุด! ‘บิ๊กจิ๋ว’ ในวัย 94 ปี กองทัพบกตบเท้าเข้าอวยพรวันเกิดถึงบ้านพัก

เปิดภาพล่าสุด! ‘บิ๊กจิ๋ว’ ในวัย 94 ปี กองทัพบกตบเท้าเข้าอวยพรวันเกิดถึงบ้านพัก

เปิดภาพล่าสุด! ‘บิ๊กจิ๋ว’ ในวัย 94 ปี กองทัพบกตบเท้าเข้าอวยพรวันเกิดถึงบ้านพัก

วันพฤหัสบดี ที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 20.30 น.

วันที่ 14 พฤษภาคม 2569 พลเอก ศานติ ศกุนตนาค  ประธานคณะที่ปรึกษากองทัพบก ผู้แทนพลเอก พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก นำคณะนายทหารระดับสูงกองทัพบก พร้อมกระเช้าดอกไม้เข้าอวยพรพลเอก ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกรัฐมนตรี เนื่องวันคล้ายวันเกิดครบรอบ 94 ปีที่หมู่บ้านวอเตอร์เฮ้าส์ ย่านรามอินทรา โดยมีคุณอรทัย สรการ ยงใจยุทธ ให้การต้อนรับ

สราวุฒิรับฟังเครือข่ายกยท.พัฒนายางพารายั่งยืน

สราวุฒิรับฟังเครือข่ายกยท.พัฒนายางพารายั่งยืน

สราวุฒิรับฟังเครือข่ายกยท.พัฒนายางพารายั่งยืน

วันพฤหัสบดี ที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 17.07 น.

เลขาฯ รมว.เกษตร“สราวุฒิ” เปิดห้องรับฟัง 5 ข้อเสนอพัฒนายางพาราไทยยั่งยืน จากเครือข่าย กยท. 

วันนี้ (14 พ.ค.) นายสราวุฒิ เนื่องจำนง เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และนายธีระชัย แสนแก้ว ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (นายวัชระพล ขาวขำ) ได้ร่วมกันให้การต้อนรับตัวแทนเครือข่ายเกษตรกรการยางแห่งประเทศไทย ที่เดินทางมาเพื่อแสดงความยินดี พร้อมทั้งขอนำเสนอความพร้อมและข้อเสนอแนะต่อยุทธศาสตร์การพัฒนายางพาราทั้ง 5 ข้อ

นายธีระชัย แสนแก้ว ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (นายวัชระพล ขาวขำ) กล่าวว่า ต้องขอขอบคุณตัวแทนเครือข่ายเกษตรกรการยางแห่งประเทศไทย ที่ได้ช่วยสะท้อนถึงปัญหา และให้ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับแผนยุทธศาสตร์การพัฒนายางพารา 5 ข้อ ซี่งขอรับเป็นการบ้านในการนำข้อเสนอไปเร่งผลักดันและอุดช่องโหว่ เพื่อดูแลพี่น้องชาวสวนยางให้มีรายได้ที่มั่นคงและยั่งยืน

“การพบกันในครั้งนี้ พี่น้องเครือข่ายเกษตรกรการยางแห่งประเทศไทย ไม่ได้มามือเปล่านะครับ แต่ทำการบ้านมาดีมากๆ โดยเอาแผน  ยุทธศาสตร์การพัฒนายางพารา 5 ข้อ มานั่งพูดคุยและสะท้อนมุมมองจากคนที่ทำงานหน้างานจริงๆ ให้พวกเราฝ่ายบริหารรับฟังแบบเจาะลึก ฟังแล้วได้ประโยชน์และเห็นภาพชัดเจนขึ้นเยอะเลย”นายธีระชัย กล่าว

ทั้งนี้ สำหรับยุทธศาสตร์การพัฒนายางพาราทั้ง 5 ข้อ ที่ทางเครือข่ายเกษตรกรการยางแห่งประเทศไทย ประกอบด้วย 1. การปราบปรามยางเถื่อน เครือข่ายเกษตรกรฯ ได้สะท้อนปัญหาความเดือดร้อนจากการลักลอบนำเข้า และ เรียกร้อง ให้ฝ่ายบริหารเอาจริงเอาจังกับการจัดเก็บค่าธรรมเนียมผ่านแดน พร้อมเสนอให้มีตัวแทนเครือข่ายฯ ร่วมเป็นหูเป็นตาในพื้นที่ชายแดน 2. โครงการชะลอการขาย ตัวแทนสถาบันเกษตรกรฯ ยืนยันความพร้อมในการเป็นกลไกดูดซับอุปทาน แต่ เสนอแนะ ให้รัฐบาลเร่งอนุมัติและกระจายงบประมาณ ให้ถึงมือสถาบันเกษตรกรอย่างรวดเร็วและโปร่งใส ลดขั้นตอนความล่าช้า

3. การแปรรูปเป็นยางแท่ง STR เครือข่ายฯ นำเสนอศักยภาพในการยกระดับคุณภาพยาง แต่ได้ ร้องขอ รับการสนับสนุนด้านเทคโนโลยี เครื่องจักร และเงินทุนหมุนเวียนจาก กยท. เพิ่มเติม เพื่อให้สถาบันเกษตรกรสามารถผลิตยาง STR ที่ได้มาตรฐานสากลจริงๆ 4. การเจาะตลาดต่างประเทศ ตัวแทนเกษตรกรภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ยืนยันปริมาณผลผลิตที่พร้อมส่งมอบ และ ขอให้ ท่านเลขาฯ รมว.กษ. และที่ปรึกษา รมช. ช่วยเจรจาขจัดอุปสรรคด้านโลจิสติกส์และศุลกากร เพื่อให้การส่งออกของสถาบันเกษตรกรราบรื่นที่สุด และ 5. การขยายพื้นที่ปลูกใหม่ 1 ล้านไร่ ขอสนับสนุนต้นกล้าพันธุ์ จะช่วยลดต้นทุน ให้เกษตรกร

015

‘PULZAR’ รีแบรนด์ ชูนวัตกรรมปกป้องความร้อน ล็อกเครื่องยนต์ให้หนุ่มตลอดการใช้งาน

‘PULZAR’ รีแบรนด์ ชูนวัตกรรมปกป้องความร้อน ล็อกเครื่องยนต์ให้หนุ่มตลอดการใช้งาน

‘PULZAR’ รีแบรนด์ ชูนวัตกรรมปกป้องความร้อน ล็อกเครื่องยนต์ให้หนุ่มตลอดการใช้งาน

วันศุกร์ ที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 14.30 น.

เมื่อน้ำมันเครื่องไม่ได้เป็นแค่เรื่องของ “ช่าง” แต่คือไอเทมสำคัญของ “คนรักรถ”  PULZAR (เพาวซ่าร์ ) แบรนด์น้ำมันเครื่องที่มีเทคโนโลยีและมาตรฐานการผลิตระดับโลก เป็นผู้นำตลาดที่อยู่คู่คนไทยมานานกว่า 15 ปี   ภายใต้ชายคา บริษัทน้ำมันปิโตรเลียมไทย จำกัด ประกาศก้าวสำคัญในปี 2569 ด้วยการทุ่มงบกว่า 150 ล้านบาท Re-branding ครั้งใหญ่ เปลี่ยนภาพจำสินค้าให้กลายเป็นพรีเมียมแบรนด์ที่เข้าถึงง่าย   พร้อมเปิดตัวพรีเซนเตอร์ระดับท็อปของประเทศ  หนุ่ม  กรรชัย  กำเนิดพลอย และ ลำไย ไหทองคำ โดยได้จัดงานแถลงข่าว “ การรีแบรนด์ปรับภาพลักษณ์ครั้งยิ่งใหญ่  และเปิดตัวผลิตภัณฑ์น้ำมันเครื่อง PULZAR ” ภายใต้แนวคิด  “ LONG LIFE TECH, LONG LIFE ENGINE ”  สะท้อนถึงนวัตกรรมที่ยกระดับมาตรฐานการปกป้องเครื่องยนต์ครบทุกมิติ  โดยงานจัดขึ้นในวันพุธที่ 13 พฤษภาคม 2569  ณ ห้อง Ballroom ชั้น B1 โรงแรม พาร์ค ไฮแอท กรุงเทพฯ

ภายในงาน  แบม – ปีติภัทร คูตระกูล  รับหน้าที่พิธีกร นำทุกคนเข้าสู่ห้วงเวลาสำคัญ และกล่าวต้อนรับ คุณสัมพันธ์ ติงธนาธิกุล กรรมการผู้จัดการ  บริษัท น้ำมันปิโตรเลียมไทย จำกัด   ผู้บริหารรุ่นใหม่ พร้อมด้วย คุณสมเชษฐ์ บุญสนอง ผู้อํานวยการส่วนการตลาด    นำเสนอวิสัยทัศน์และทิศทางของแบรนด์   เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมในการเปลี่ยนผ่านไปสู่แบรนด์น้ำมันเครื่องที่มีเทคโนโลยี และมาตรฐานการผลิตระดับโลก พร้อมจัดเซอร์ไพรส์หนัก! สร้างปรากฎการณ์แรงสั่นสะเทือนให้กับวงการครั้งใหญ่!  ด้วยการเปิดตัวภาพยนตร์โฆษณา กับ 2 พรีเซนเตอร์ชั้นนำของเมืองไทย  หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย : ตัวแทนของนวัตกรรม LONG LIFE TECH และความชัดเจน ตรงไปตรงมา น่าเชื่อถือระดับผู้นำ และ ลำไย ไหทองคำ  :  ตัวแทนของผู้ใช้รถบรรทุกรถกระบะ และเป็นสาวแกร่งยุคใหม่ ที่มีความสดใส เข้าถึงง่าย สู้งานหนัก มาเป็นตัวแทนส่งต่อแนวคิดซึ่งเปรียบเปรยการดูแลรถเหมือนการดูแลร่างกาย หากเราเลือกสิ่งที่ดีที่สุดไปหล่อเลี้ยงเครื่องยนต์ก็จะยังฟิตและอ่อนเยาว์ (Young at Heart) อยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นรถบรรทุกใช้งานหนัก หรือ รถบ้านในชีวิตประจำวัน

โดยการจับคู่ของ 2 พรีเซนเตอร์ครั้งนี้ เปรียบเสมือนสะพานเชื่อมแบรนด์เข้ากับไลฟ์สไตล์ของผู้ใช้รถทุกกลุ่ม ผ่านการสื่อสารแบบ 360 องศา รวมถึงสื่อภาพยนตร์โฆษณา ทั้งบนโลกออนไลน์และออฟไลน์และกิจกรรมอีเว้นท์ทั่วไทย   ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของกลยุทธ์การตลาดในปี 2569   ต่อการรุกเข้าสู่สนามการแข่งขันในธุรกิจน้ำมันเครื่อง ที่ PULZAR มีจุดแข็งในเรื่องของสุดยอดเทคโนโลยี และมาตรฐานการผลิตระดับโลก    

นอกจากนี้ PULZAR ยังเป็นผลิตภัณฑ์ที่กล้าฉีกกฎการตลาด โดยนำ Insight จากผลวิจัยผู้บริโภคทั่วประเทศกว่า 500 ราย มาเปลี่ยนเป็นนวัตกรรมที่จับต้องได้ ตั้งแต่การทำ

•             Modern Design: ปรับบรรจุภัณฑ์ใหม่ให้เหมือนกันทุกกลุ่ม และปรับโลโก้ให้เรียบง่ายในโทน เหลือง-ดำ ดูโฉบเฉี่ยว ทันสมัย  และทรงพลัง มากขึ้นกว่าเดิม

•             New Label: ฉลากใหม่ดีไซน์สวยอ่านง่าย ระบุประเภทการใช้งานที่ชัดเจน และวิธีการเลือกน้ำมันเครื่องให้เหมาะกับการใช้งานรถแต่ละประเภท เพื่อให้จบปัญหาเดินเข้าร้านแล้วเลือกซื้อไม่ถูก

•             Captain PULZAR: เป็นฮีโร่ สัญลักษณ์ผู้นำนวัตกรรมของแบรนด์ Pulzar ให้ผู้บริโภครับรู้ได้ถึงประสิทธิภาพภายใต้สินค้าแบรนด์ Pulzar ได้อย่างมั่นใจ

การรีแบรนด์ครั้งนี้ คือ การยืนยันว่า PULZAR  พร้อมจะเป็นพลังนวัตกรรมใหม่ที่ช่วย “ล็อคความฟิต” ให้กับทุกเครื่องยนต์ เพื่อขับเคลื่อนทุกความเชื่อมั่น ของการขับขี่ที่สามารถพุ่งทยานไปได้ไกลกว่าเดิม

กทม. – เดอะมอลล์ กรุ๊ป ขยายพื้นที่แอโรบิกคนเมือง เปิด อุทยานเบญจสิริ จุดเช็คอินใหม่เต้นเพื่อสุขภาพ ‘EMROBIC DANCE @ BENCHASIRI PARK’

กทม. - เดอะมอลล์ กรุ๊ป ขยายพื้นที่แอโรบิกคนเมือง  เปิด อุทยานเบญจสิริ จุดเช็คอินใหม่เต้นเพื่อสุขภาพ 'EMROBIC DANCE @ BENCHASIRI PARK'

กทม. – เดอะมอลล์ กรุ๊ป ขยายพื้นที่แอโรบิกคนเมือง เปิด อุทยานเบญจสิริ จุดเช็คอินใหม่เต้นเพื่อสุขภาพ ‘EMROBIC DANCE @ BENCHASIRI PARK’

วันศุกร์ ที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 14.26 น.

กทม. เปิด ‘อุทยานเบญจสิริ’ ขยายพื้นที่แอโรบิกคนเมืองใจกลางสุขุมวิท โดยมีกลุ่มเดอะมอลล์ ผู้พัฒนาศูนย์การค้าย่านเอ็มดิสทริค (เอ็มโพเรียม, เอ็มควอเทียร์,เอ็มสเฟียร์) และธุรกิจในเครือได้แก่ สปอร์ตมอลล์ (SportsMall) ร่วมสร้างสรรค์ความสนุก  เพื่อร่วมขับเคลื่อนกรุงเทพมหานครสู่การเป็นเมืองน่าอยู่เมืองสุขภาพดี และเมืองแห่งคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน

ชัชชาติ  สิทธิพันธุ์  ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า “จากแนวคิดที่ต้องการพัฒนาพื้นที่สาธารณะเพื่อสุขภาพ โดยมีความสำเร็จของกิจกรรมการเต้นแอโรบิกที่สวนลุมพินีเป็นโมเดล จึงได้มีแนวคิดที่จะขยายกิจกรรมในพื้นที่สาธารณะในชุมชนอื่นๆ โดยเฉพาะย่านสุขุมวิท ซึ่งมี ‘อุทยานเบญจสิริ’ เป็นพื้นที่ที่ในแต่วันมีชาวต่างชาติ และผู้อาศัยในย่านฯ มาออกกำลังกายเป็นจำนวนมาก จึงได้รับการต่อยอดแนวคิด เมืองสุขภาพดี (Wellness City) จากกลุ่มเดอะมอลล์ ในการสนับสนุนให้ประชาชนในพื้นที่ได้รับประสบการณ์ที่ดีและเข้าถึงกิจกรรมแอโรบิกได้มากยิ่งขึ้น”

สำหรับกิจกรรมแอโรบิกที่ อุทยานเบญจสิริ ใช้ชื่อว่า  EMROBIC  DANCE @ BENCHASIRI PARK จะเป็นคอมมูนิตี้เพื่อสุขภาพแห่งใหม่ให้ประชาชนทุกเพศทุกวัยได้ร่วมออกกำลังกายผ่านการ เต้นแอโรบิก เสริมสร้างสุขภาพ ทุกวันพุธ วันพฤหัสบดี และวันศุกร์ ตลอดเดือน  พฤษภาคม – มิถุนายน 2569  จำนวน 2 รอบ ได้แก่ เวลา 18.00 – 19.00 น.และ เวลา 19.00 – 20.00 น. ไม่มีค่าใช้จ่าย โดยมีพันธมิตรร่วมนำเต้นมากมาย อาทิ เบล-หวาหว่า China Dolls , charACTer Academy , Virgin Active (เวอร์จิ้น แอ็คทีฟ ประเทศไทย), Peaches Active และ Wellness ที่ดี ต้องมาพร้อมความอุ่นใจ EMROBIC DANCE @ BENCHASIRI PARK ได้รับการดูแลโดยทีมปฐมพยาบาลจากโรงพยาบาลพระราม 9, นอกจากนี้ยังได้รับเกียรติจากเซเลบริตี้หลากหลายวงการมาร่วมเต้นแอโรบิก อาทิ ฟอส-จิรัชพงศ์ ศรีแสง, Top 5 Miss World Thailand 2026 นำโดย น้ำผึ้ง กานต์ธีรา เตชะภัทรธนากุล  พร้อมด้วยสาวงามผู้รักสุขภาพ อาทิ พรฟ้า ปุณิกา กุลสุนทรรัตน์, ฉัตร์ณลิณ โชติจิรวราฉัตร และณิชา พูลโภคะ มาร่วมสร้างสีสันภายในงาน

เซ็นทารา แกรนด์ ลาดพร้าว กรุงเทพฯ ต้อนรับงานประชุมไทย–ฝรั่งเศสระดับนานาชาติ ตอกย้ำศักยภาพสถานที่จัดงานคุณภาพใจกลางกรุง

เซ็นทารา แกรนด์ ลาดพร้าว กรุงเทพฯ ต้อนรับงานประชุมไทย–ฝรั่งเศสระดับนานาชาติ ตอกย้ำศักยภาพสถานที่จัดงานคุณภาพใจกลางกรุง

เซ็นทารา แกรนด์ ลาดพร้าว กรุงเทพฯ ต้อนรับงานประชุมไทย–ฝรั่งเศสระดับนานาชาติ ตอกย้ำศักยภาพสถานที่จัดงานคุณภาพใจกลางกรุง

วันศุกร์ ที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 14.19 น.

โรงแรม เซ็นทารา แกรนด์ เซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว กรุงเทพฯ โดย วุฒิศักดิ์ พิชญกานต์ ผู้จัดการทั่วไป ให้การต้อนรับ ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) พร้อมด้วย นายฌ็อง-โกลด ปวงเบิฟ เอกอัครราชทูตฝรั่งเศสประจำประเทศไทย ในโอกาสร่วมเปิดงาน “Franco-Thai Symposium on Higher Education, Research and Innovation” ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 14 – 15 พฤษภาคม 2569 ณ ห้องบอลลูม โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ เซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว กรุงเทพฯ

การจัดงานครั้งนี้สะท้อนถึงความพร้อมและศักยภาพของโรงแรม ในการรองรับงานประชุมระดับนานาชาติและอีเวนต์สำคัญ ด้วยห้องจัดเลี้ยงขนาดใหญ่ สิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน และการบริการมาตรฐานระดับมืออาชีพใจกลางกรุงเทพมหานคร พร้อมมอบประสบการณ์ความสะดวกสบายทั้งด้านการจัดงานและการเข้าพักแก่ผู้เข้าร่วมงานจากทั้งในและต่างประเทศ

กสก.จัดงานเชื่อมโยงเครือข่ายการผลิตการตลาดแมลงเศรษฐกิจ ‘World Bee day 2026’

กสก.จัดงานเชื่อมโยงเครือข่ายการผลิตการตลาดแมลงเศรษฐกิจ ‘World Bee day 2026’

กสก.จัดงานเชื่อมโยงเครือข่ายการผลิตการตลาดแมลงเศรษฐกิจ ‘World Bee day 2026’

วันศุกร์ ที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 14.17 น.

​นางอัญชลี สุวจิตตานนท์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า จากรายงานองค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) ปี 2567 ประเทศไทยเป็นผู้ผลิตน้ำผึ้งเป็นอันดับ 2 ของอาเซียน รองจากประเทศเวียดนาม และอยู่ในอันดับที่ 29 ของโลก โดยมีปริมาณการผลิตน้ำผึ้ง 11,680 ตัน กรมส่งเสริมการเกษตร ในฐานะเป็นหน่วยงานหลัก ด้านการส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการเลี้ยงแมลงเศรษฐกิจของไทย ได้ดำเนินการส่งเสริมการเลี้ยงแมลงเศรษฐกิจที่สำคัญ ได้แก่ ผึ้งพันธุ์ ผึ้งโพรง ผึ้งชันโรง จิ้งหรีด และครั่ง ซึ่งล้วนมีบทบาทสำคัญในการรักษาความสมดุลของระบบนิเวศสร้างความหลากหลายทางชีวภาพและช่วยเพิ่มผลผลิตทางการเกษตร โดยเฉพาะแมลงเศรษฐกิจกลุ่มผึ้งที่มีบทบาทสำคัญในการผสมเกสรพืชเศรษฐกิจของประเทศไทยหลายชนิด ส่งผลให้ไม้ผล พืชไร่ และพืชผักต่างๆ มีคุณภาพและปริมาณผลผลิตเพิ่มขึ้น ทั้งนี้ กรมส่งเสริมการเกษตรได้ให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์แมลงเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหาร ควบคู่กับการสร้างรายได้และความยั่งยืนให้แก่เกษตรกรไทย

​กรมส่งเสริมการเกษตร เตรียมจัดงานเชื่อมโยงเครือข่ายการผลิตการตลาดแมลงเศรษฐกิจและประชาสัมพันธ์สินค้าแมลงเศรษฐกิจ เนื่องในวันผึ้งโลก (World Bee day 2026) ระหว่างวันที่ 18 – 24 พฤษภาคม 2569 ณ บริเวณ NEXTOPIA ชั้น 5 ศูนย์การค้าสยามพารากอน กรุงเทพมหานคร ภายใต้แนวคิด “Bee together for people and the planet A partnership that sustains us all ผึ้ง.. เคียงคู่ผู้คนและโลก เพื่อความยั่งยืนร่วมกัน” วัตถุประสงค์ของการจัดงานครั้งนี้ เพื่อเชื่อมโยงเครือข่ายการผลิตและการตลาดระหว่างเกษตรกร ผู้ประกอบการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สร้างการรับรู้และความเชื่อมั่นในสินค้าเกษตรคุณภาพ ปลอดภัย ได้มาตรฐาน ตลอดจนส่งเสริมให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงแหล่งผลิตและบริโภคสินค้าเกษตรปลอดภัยเพิ่มมากขึ้น ภายในงานพบกับกิจกรรมหลากหลาย อาทิ นิทรรศการสินค้าแมลงเศรษฐกิจที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การอภิปรายคณะหัวข้อ “แมลงเศรษฐกิจไทย โอกาสใหม่ของตลาดส่งออก” กิจกรรมส่งเสริมการแปรรูปและพัฒนาผลิตภัณฑ์แมลงเศรษฐกิจจากผึ้งและแมลงเศรษฐกิจเพิ่มเพิ่มมูลค่า การจัดแสดงสินค้าและผลิตภัณฑ์จากผึ้งพันธุ์ ผึ้งโพรง ผึ้งชันโรง จิ้งหรีด และครั่ง รวมถึงกิจกรรม “ชิม เปรียบเทียบ เรียนรู้” เปิดประสบการณ์ความแตกต่างของน้ำผึ้งแต่ละชนิด         และผลิตภัณฑ์แมลงเศรษฐกิจจากทั่วประเทศ โดยงานดังกล่าวถือเป็นเวทีสำคัญในการเชื่อมโยงเครือข่ายเกษตรกร ผู้ประกอบการ นักวิชาการ และผู้บริโภค เพื่อผลักดันสินค้าแมลงเศรษฐกิจไทยให้ก้าวสู่ตลาดที่มีมูลค่าสูง และสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจแก่เกษตรกรไทย

​ทั้งนี้ จึงขอเชิญชวนประชาชนที่สนใจสินค้าแมลงเศรษฐกิจที่ปลอดภัย ผู้ประกอบการ และผู้บริโภค     ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนแมลงเศรษฐกิจและระบบเกษตรที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ในงาน “World Bee day 2026” ได้ตั้งแต่วันที่ 18 – 24 พฤษภาคม 2569 เวลา 10.00 น – 20.00 น. ณ บริเวณ NEXTOPIA ชั้น 5 ศูนย์การค้าสยามพารากอน กรุงเทพมหานคร เพื่อร่วมเรียนรู้ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และตระหนักถึงบทบาทสำคัญของผึ้งและแมลงผสมเกสร ที่ช่วยสร้างความมั่นคงทางอาหารและความยั่งยืนให้กับโลก พร้อมร่วมขับเคลื่อนแนวทางการเกษตรสมัยใหม่ที่กรมส่งแสริมการเกษตรมุ่งเน้น ทั้งการผลิตสินค้าเกษตรคุณภาพ การเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตร การสร้างเครือข่ายเกษตรกรและผู้ประกอบการ รวมถึงการส่งเสริมการเกษตรที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตเกษตรกรไทยและสร้างความมั่นคงทางอาหารอย่างยั่งยืนต่อไป

MIXUE จัดกิจกรรม ‘One-Day Store Manager’ ดัน ‘กลยุทธ์ท้องถิ่น’ เชื่อมวัฒนธรรม – ผู้บริโภค

MIXUE จัดกิจกรรม 'One-Day Store Manager' ดัน 'กลยุทธ์ท้องถิ่น' เชื่อมวัฒนธรรม - ผู้บริโภค

MIXUE จัดกิจกรรม ‘One-Day Store Manager’ ดัน ‘กลยุทธ์ท้องถิ่น’ เชื่อมวัฒนธรรม – ผู้บริโภค

วันศุกร์ ที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 14.11 น.

ท่ามกลางการฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องของตลาดผู้บริโภคในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ประเทศไทยได้กลับมาเป็นหนึ่งในตลาดสำคัญที่แบรนด์ผู้บริโภคนานาชาติให้ความสนใจในการขยายธุรกิจอีกครั้ง โดยเฉพาะในกลุ่มธุรกิจอาหาร เครื่องดื่มชาและตลาดผู้บริโภครุ่นใหม่ ที่กำลังมีแบรนด์ต่างชาติจำนวนมากเร่งเข้าสู่ตลาดไทย และมองประเทศไทยในฐานะจุดยุทธศาสตร์สำคัญสำหรับการเติบโตระยะยาวในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ภายใต้บริบทดังกล่าว MIXUE แบรนด์ชานมและไอศกรีมจากจีน ได้กลายเป็นหนึ่งในแบรนด์ที่ได้รับความสนใจจากวงการอย่างต่อเนื่อง จากการขยายตัวในตลาดประเทศไทยตลอดช่วงหลายปีที่ผ่านมา

เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม 2026 MIXUE ได้จัดกิจกรรม “One-Day Store Manager” ณ Siam Square พร้อมเชิญ Win Metawinดาราชื่อดังของไทยเข้าร่วมกิจกรรม แม้ภายนอกกิจกรรมจะดูเหมือนเป็นเพียงอีเวนต์โต้ตอบกับศิลปิน แต่ผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมมองว่า เบื้องหลังของกิจกรรมนี้สะท้อนให้เห็นว่าแบรนด์กำลังเดินหน้าผลักดัน “กลยุทธ์ท้องถิ่น” อย่างต่อเนื่อง และพยายามสร้างความเชื่อมโยงกับวัฒนธรรมและผู้บริโภคชาวไทยในระดับที่ลึกซึ้งมากขึ้น

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ตลาดชานมและเครื่องดื่มในประเทศไทยมีการแข่งขันมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน ความคาดหวังของผู้บริโภคต่อแบรนด์ก็เปลี่ยนแปลงไปเช่นกัน โดยไม่ได้พิจารณาเพียงเรื่องราคาและตัวผลิตภัณฑ์เท่านั้น แต่ยังให้ความสำคัญกับว่าแบรนด์นั้นสามารถเข้าใจและผสานเข้ากับวัฒนธรรมผู้บริโภคท้องถิ่นได้อย่างแท้จริงหรือไม่

ดังนั้น สำหรับแบรนด์นานาชาติ การเพียงแค่ “เข้ามาในไทย” ไม่เพียงพอ การสร้างความรับรู้และความผูกพันกับท้องถิ่นอย่างแท้จริงจึงเป็นกุญแจสำคัญต่อการเติบโตในระยะยาว

ตั้งแต่เข้าสู่ตลาดไทยในปี 2022 MIXUE ได้ขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันแบรนด์มีสาขาในกรุงเทพฯ เชียงใหม่ ภูเก็ต และเมืองสำคัญอื่น ๆ พร้อมทั้งพัฒนาระบบซัพพลายเชน ระบบแฟรนไชส์ และทีมงานปฏิบัติการในท้องถิ่นอย่างต่อเนื่อง

เมื่อเปรียบเทียบกับบางแบรนด์ที่มุ่งเน้นการตลาดระยะสั้น MIXUE ให้ความสำคัญกับการดำเนินงานแบบมาตรฐานและการลงทุนในตลาดระยะยาวมากกว่า ผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมชี้ว่า ปัจจัยสำคัญที่ทำให้แบรนด์สามารถขยายตัวได้อย่างรวดเร็วในตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ส่วนหนึ่งมาจากความแข็งแกร่งด้านซัพพลายเชน ระบบการดำเนินงานขนาดใหญ่ และความสามารถในการบริหารจัดการร้านค้าอย่างมีประสิทธิภาพ

อย่างไรก็ตาม แบรนด์เริ่มตระหนักว่า การเน้นเพียง “ความคุ้มค่า” ไม่เพียงพอที่จะตอบสนองความคาดหวังของผู้บริโภครุ่นใหม่ชาวไทยในปัจจุบัน

ดังนั้น ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ทิศทางการสื่อสารของ MIXUE ในตลาดไทยจึงเริ่มเปลี่ยนจาก “การสื่อสารสินค้า” ไปสู่ “การเชื่อมโยงทางวัฒนธรรม” การร่วมมือกับ Win Metawin ครั้งนี้ถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการเสริมสร้างการสื่อสารกับผู้บริโภครุ่นใหม่

ในวันจัดกิจกรรม มีผู้บริโภครุ่นใหม่จำนวนมากมารวมตัวกันที่สาขา Siam Square โดย Win Metawin ได้เข้าร่วมกิจกรรมในบทบาท “ผู้จัดการร้านหนึ่งวัน” ทั้งในส่วนของการทำเครื่องดื่ม การพูดคุยโต้ตอบกับผู้บริโภค รวมถึงการร่วมสัมผัสประสบการณ์ภายในร้านจริง บรรยากาศโดยรวมของกิจกรรมเน้นความเป็นธรรมชาติ ความผ่อนคลาย และการมีส่วนร่วมของผู้เข้าร่วม มากกว่าการขายหรือการโปรโมทกิจกรรม ทำให้ผู้บริโภครู้สึกใกล้ชิดกับแบรนด์มากยิ่งขึ้น

ผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมมองว่ากิจกรรมประเภทนี้กำลังกลายเป็นแนวโน้มใหม่ของแบรนด์นานาชาติในการเข้าสู่ตลาดไทย เมื่อเทียบกับอดีตที่เน้นเพียงการโฆษณา แบรนด์ในปัจจุบันมักเลือกสร้างการเชื่อมโยงกับผู้บริโภคผ่านประสบการณ์ออฟไลน์ การมีส่วนร่วมกับดารา และเนื้อหาวิถีชีวิต

น่าสังเกตว่า Siam Square เองก็ถือเป็นหนึ่งในแลนด์มาร์กสำคัญของผู้บริโภครุ่นใหม่ในกรุงเทพฯ การที่ MIXUE เลือกจัดกิจกรรมในสถานที่แห่งนี้ จึงสะท้อนให้เห็นว่าแบรนด์ต้องการเข้าถึงวัฒนธรรมและไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่อย่างลึกซึ้ง มากกว่าการมุ่งเน้นเพียงการขยายธุรกิจในรูปแบบดั้งเดิมเท่านั้น

ทาง MIXUE ระบุว่า ในอนาคตประเทศไทยจะยังคงเป็นหนึ่งในตลาดสำคัญของแบรนด์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยนอกจากการขยายสาขาอย่างต่อเนื่องแล้ว แบรนด์ยังมีแผนเสริมสร้างทีมงานท้องถิ่น พัฒนาศักยภาพด้านซัพพลายเชน และเพิ่มการมีส่วนร่วมกับผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างรากฐานทางธุรกิจที่มั่นคงและยั่งยืนในระยะยาว。

เมื่อแบรนด์นานาชาติจำนวนมากเข้ามาในไทย การแข่งขันในตลาดก็เปลี่ยนจาก “ใครเข้ามาได้เร็วกว่า” เป็น “ใครเข้าใจผู้บริโภคไทยได้ดีกว่า”

สำหรับ MIXUE ความท้าทายที่แท้จริงในอนาคตอาจไม่ได้อยู่เพียงแค่การขยายจำนวนสาขาเท่านั้น แต่คือการทำให้แบรนด์สามารถกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันของผู้บริโภครุ่นใหม่ชาวไทยได้อย่างแท้จริง

“ททท.แจกสุข คีบสนุกสุขทั่วไทย” ชวนคนไทยค้นพบความสุขจากการเดินทาง

“ททท.แจกสุข คีบสนุกสุขทั่วไทย” ชวนคนไทยค้นพบความสุขจากการเดินทาง

“ททท.แจกสุข คีบสนุกสุขทั่วไทย” ชวนคนไทยค้นพบความสุขจากการเดินทาง

วันศุกร์ ที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 11.29 น.

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จัดอีเวนต์ “ททท.แจกสุข คีบสนุกสุขทั่วไทย” ภายใต้บรรยากาศแห่งความสนุกและรอยยิ้มจากนักท่องเที่ยวที่เข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง โดยกิจกรรมไฮไลต์ภายในงานคือ “ตู้คีบความสุข” ที่ภายในอัดแน่นไปด้วยของรางวัลกว่า 800 รางวัล มูลค่ารวมกว่า 500,000 บาท ซึ่งพันธมิตรหลากหลายแบรนด์ร่วมสนับสนุนเพื่อส่งต่อความสุขให้กับนักท่องเที่ยวโดยเฉพาะ ทั้งบัตรโดยสารเครื่องบิน ที่พัก กระเป๋าเดินทาง เวาเชอร์ความงาม ร้านอาหาร กิจกรรมท่องเที่ยว และรางวัลใหญ่ iPad ที่สร้างความตื่นเต้นและรอยยิ้มให้กับผู้ร่วมกิจกรรมตลอดทั้งงาน

กิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นภายใต้แคมเปญ “สุขทันทีที่เที่ยวไทย ยิ่งเดินทางด้วยใจ ยิ่งได้ความสุขที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิม” เพื่อสร้างแรงบันดาลใจและกระตุ้นให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศอย่างต่อเนื่อง ผ่านรูปแบบกิจกรรมที่เข้าถึงง่าย สนุก และสร้างการมีส่วนร่วมกับนักท่องเที่ยวรุ่นใหม่ พร้อมสะท้อนแนวคิดว่า “ความสุขจากการท่องเที่ยวสามารถเกิดขึ้นได้ทันที เพียงแค่ออกเดินทาง”

อภิชัย ฉัตรเฉลิมกิจ รองผู้ว่าการด้านตลาดในประเทศ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยมุมมองว่า “ในช่วงเวลาที่โลกกำลังเผชิญกับความเปลี่ยนแปลงในหลายมิติ ทั้งด้านเศรษฐกิจและสถานการณ์พลังงานที่ส่งผลให้ต้นทุนการเดินทางปรับตัวสูงขึ้น ผู้คนจึงเริ่มมองหาทางเลือกในการพักผ่อนที่เรียบง่าย ใกล้ตัว และใช้พลังงานอย่างพอดีมากขึ้น การท่องเที่ยวในประเทศจึงไม่ใช่แค่ทางเลือก แต่เป็นคำตอบที่ตอบโจทย์ทั้งด้านเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิต

การจัดกิจกรรมครั้งนี้ ททท. ต้องการสร้างบรรยากาศการท่องเที่ยวภายในประเทศให้กลับมาคึกคัก และกระตุ้นให้เกิดการเดินทางอย่างต่อเนื่อง ผ่านกิจกรรมที่เข้าถึงคนรุ่นใหม่และสร้างการมีส่วนร่วมได้จริง เราเชื่อว่าการท่องเที่ยวไม่ได้เป็นเพียงการเดินทาง แต่เป็นประสบการณ์ที่ช่วยเติมพลัง เติมความสุข และสร้างความหมายให้กับชีวิต กิจกรรม ‘ททท. แจกสุข คีบสนุกสุขทั่วไทย’ จึงเป็นอีกหนึ่งแรงขับเคลื่อนภายใต้แคมเปญ ‘สุขทันทีที่เที่ยวไทย’ ที่ต้องการส่งต่อแรงบันดาลใจให้คนไทยออกเดินทาง ไปสัมผัสประสบการณ์ใหม่ ๆ และร่วมกันสร้างการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศให้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องมากยิ่งขึ้น”

รองผู้ว่าการด้านตลาดในประเทศ ททท. กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันนักท่องเที่ยวให้ความสำคัญกับ “คุณค่าของประสบการณ์” มากกว่าปริมาณการเดินทาง ททท. จึงมุ่งผลักดันกิจกรรมและแคมเปญที่สามารถสร้างความรู้สึกเชื่อมโยงกับผู้คน และทำให้ทุกการเดินทางมีความหมายมากยิ่งขึ้น

“ประเทศไทยมีเสน่ห์และความหลากหลายที่สามารถตอบโจทย์นักท่องเที่ยวได้ในทุกสไตล์ ไม่ว่าจะเป็นธรรมชาติ อาหาร วัฒนธรรม กิจกรรมสร้างสรรค์ หรือแหล่งท่องเที่ยวใกล้บ้านที่หลายคนอาจยังไม่เคยสัมผัส เราอยากเชิญชวนให้ทุกคนออกเดินทาง เพื่อค้นหาความสุข ประสบการณ์ และแรงบันดาลใจใหม่ ๆ ที่สามารถเกิดขึ้นได้ทันทีในทุกพื้นที่ของประเทศไทย”

พันธมิตรที่ร่วมสนับสนุนของรางวัลและส่งต่อความสุขภายในกิจกรรมครั้งนี้ ได้แก่ Dermatige Aesthetics, บัตรเครดิต“เคทีซี” หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) , แกร็บ ประเทศไทย, Santhiya Resorts & Spas, Cape&Kantary Hotels, Centara Life Cha-Am Beach Resort Hua Hin, The Heritage Chiang Rai Hotel and Convention, JP TRAVELSTORE, Cross Pattaya Pratamnak, บริษัท เอสเทค ฟาร์มา

ติดตามภาพบรรยากาศความสุข ความสนุก และกิจกรรม อื่นๆ ได้ที่ Facebook: The Story of Thailand สุขทันที ที่เที่ยวไทย