พลิกโฉมการบริหารท้องถิ่นไทย ‘โสภณ’ เปิดเกมรุก! ต้อนรับ 3 สมาคมท้องถิ่น เดินหน้าผลักดัน 5 กฎหมาย ค้างสภา ให้กลับมาอีกครั้งตามรัฐธรรมนูญ

พลิกโฉมการบริหารท้องถิ่นไทย 'โสภณ' เปิดเกมรุก! ต้อนรับ 3 สมาคมท้องถิ่น เดินหน้าผลักดัน 5 กฎหมาย ค้างสภา ให้กลับมาอีกครั้งตามรัฐธรรมนูญ

พลิกโฉมการบริหารท้องถิ่นไทย ‘โสภณ’ เปิดเกมรุก! ต้อนรับ 3 สมาคมท้องถิ่น เดินหน้าผลักดัน 5 กฎหมาย ค้างสภา ให้กลับมาอีกครั้งตามรัฐธรรมนูญ

วันพุธ ที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2569, 17.53 น.

พลิกโฉมการบริหารท้องถิ่นไทย “ประธานโสภณ” เปิดเกมรุก! ต้อนรับ 3 สมาคมท้องถิ่น เดินหน้าผลักดัน 5 กฎหมาย “ค้างสภา” ให้กลับมาอีกครั้งตามรัฐธรรมนูญ สู่ความต่อเนื่อง โปร่งใส และยั่งยืนอย่างแท้จริง

วันที่ 29 เมษายน 2569 นายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภาและประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้การต้อนรับนายวิสูตร จงชูวณิชย์ นายกเทศมนตรีตำบลบรบือ จังหวัดมหาสารคาม ในฐานะนายกสมาคมสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทย พร้อมด้วยสมาคมองค์การบริหารส่วนจังหวัดแห่งประเทศไทย และสมาคมองค์การบริหารส่วนตำบลแห่งประเทศไทย  เข้าพบเพื่อหารือให้นำร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) จำนวน 5 ฉบับกลับมาพิจารณาใหม่ ตามมาตรา 147 ของรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 หลังจากร่างกฎหมายดังกล่าวตกไปในชั้นการพิจารณาของวุฒิสภา

สำหรับร่าง พ.ร.บ. ทั้ง 5 ฉบับ ครอบคลุมกฎหมายสำคัญด้านการบริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อาทิ การเลือกตั้งท้องถิ่น องค์การบริหารส่วนจังหวัด เทศบาล สภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล รวมถึงระเบียบบริหารงานบุคคลท้องถิ่น โดยมีสาระสำคัญ เช่น การปรับคุณสมบัติผู้สมัครรับเลือกตั้ง ลดอายุขั้นต่ำของผู้มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง ยกเลิกการจำกัดวาระผู้บริหารท้องถิ่น ปรับปรุงคุณสมบัติและลักษณะต้องห้าม และยกเลิกคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 8/2560  ทั้งนี้ หากร่างกฎหมายดังกล่าวได้รับความเห็นชอบ จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารงานท้องถิ่น ส่งเสริมการจัดบริการสาธารณะ และขับเคลื่อนนโยบายของรัฐได้อย่างต่อเนื่องและยั่งยืน

นายโสภณกล่าวว่า การยื่นเสนอกฎหมายถือเป็นแนวทางที่ดีที่สุดของผู้นำท้องถิ่นในการสร้างประโยชน์ให้ประชาชนในวงกว้าง พร้อมยืนยันในฐานะประธานรัฐสภา ยินดีสนับสนุนการดำเนินการดังกล่าวอย่างเต็มที่
 

ย้อนเส้นทาง ราเชน ศิลปะรายะ ก่อนลมการเมืองเปลี่ยนทิศ โดนเด้งพ้นอธิบดีกรมฝนหลวง

ย้อนเส้นทาง ราเชน ศิลปะรายะ ก่อนลมการเมืองเปลี่ยนทิศ โดนเด้งพ้นอธิบดีกรมฝนหลวง

ย้อนเส้นทาง ราเชน ศิลปะรายะ ก่อนลมการเมืองเปลี่ยนทิศ โดนเด้งพ้นอธิบดีกรมฝนหลวง

วันพุธ ที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2569, 17.37 น.

เรียกว่าเป็นเรื่องฟ้าผ่ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์เลยก็ไม่ผิด เมื่อการประชุมครม.วันอังคารที่ 28 เมษายน 2569 มีมติเห็นชอบแต่งตั้ง นายวิทยา แก้วมี ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ไปดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร และให้ นายราเชน ศิลปะรายะ อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ไปดำรงตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ตามที่ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.เกษตรและสหกรณ์ เป็นผู้เสนอให้พิจารณา

จากนั้นในวันที่ 29 เมษายน นายราเชน ได้ยื่นหนังสือลาออกจากราชการ พร้อมทิ้งบอมพ์ลูกใหญ่ โดยระบุว่า ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาก่อนโดนโยกย้าย มีบุคคลโทรศัพท์มา 5-6 ครั้ง เพื่อนัดหมายให้ไปพูดคุยกันที่ชั้น4 อาคารแห่งหนึ่งย่านถนนวิภาวดี-รังสิต แต่เมื่อถึงเวลานัดบุคคลดังกล่าวไม่มา แต่มีบุคคลอื่นมาแทน อ้างว่าจะคุยเรื่องการซ่อมอากาศยานของหน่วยงาน

ทั้งนี้ นายราเชน ถือเป็นลูกหม้อของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จบการศึกษา วิทยาศาสตรบัณฑิต (เทคโนโลยีอุตสาหกรรม ก่อสร้าง) สถาบันราชภัฏอุบลราชธานี และวิศวกรรมศาสตรบัณฑิต (วิศวกรรมโยธา) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน

เข้ารับราชการในสังกัดกรมชลประทาน เคยเป็นผู้อำนวยการโครงการก่อสร้าง สำนักงานชลประทานที่ 5 กรมชลประทาน ต่อมาในช่วงที่นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน เป็นรมว.เกษตรและสหกรณ์ และ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เป็นรมช.เกษตรและสหกรณ์ นายราเชน ก็ได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้อำนวยการสำนักงานรัฐมนตรี และรองอธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร

ต่อมาเมื่อนายสุพิศ พิทักษ์ธรรม ลาออกจากอธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ไปสมัครเป็นนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา นายราเชน ก็ได้เลื่อนขั้นขึ้นเป็นอธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร เมื่อเดือนมีนาคม 2568 โดยมีงานสำคัญที่สานต่อจากนายสุพิศ คือการจัดซื้อเครื่องบินของกรมฝนหลวงและการบินเกษตร

นายราเชน มีอายุราชการถึงเดือนตุลาคม 2569 การตัดสินใจลาออกอย่างกระทันหัน หลังถูกโยกย้ายไปเป็นผู้ตรวจราชการ จึงเกิดข้อกังขาจากสังคมว่า มีสาเหตุจากเรื่องการเมืองหรือไม่

สภายุคดิจิทัล! โสภณ เปิดระบบหารือ ลายลักษณ์อักษร ส่งเรื่องถึงรัฐแบบเรียลไทม์ เห็นผลทันทีในห้องประชุม

สภายุคดิจิทัล! โสภณ เปิดระบบหารือ ลายลักษณ์อักษร ส่งเรื่องถึงรัฐแบบเรียลไทม์ เห็นผลทันทีในห้องประชุม

สภายุคดิจิทัล! โสภณ เปิดระบบหารือ ลายลักษณ์อักษร ส่งเรื่องถึงรัฐแบบเรียลไทม์ เห็นผลทันทีในห้องประชุม

วันพุธ ที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2569, 17.14 น.

สภายุคดิจิทัล! “ประธานโสภณ” เปิดระบบหารือ “ลายลักษณ์อักษร” ส่งเรื่องถึงรัฐแบบเรียลไทม์ เห็นผลทันทีในห้องประชุม

วันที่ 29 เมษายน 2569  ที่รัฐสภา นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ตรวจเยี่ยมบูธรับเรื่องหารือของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ที่ตั้งอยู่บริเวณหน้าห้องประชุมชั้น2 ที่มีการเปิดใช้ระบบ “การปรึกษาหารือปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในรูปแบบลายลักษณ์อักษร” เป็นวันแรก เพื่อส่งต่อไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้โดยตรง โดยมีกระบวนการใกล้เคียงกับการหารือด้วยวาจา และจะมีการแสดงผลบนจอภายในห้องประชุม เพื่อให้เห็นจำนวนผู้ยื่นหารืออย่างชัดเจน สร้างความโปร่งใสและตรวจสอบได้   

นายโสภณกล่าวว่า ปกติ สส.จะหารือปัญหาของประชาชนต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรได้เพียงวันละ 40 คน  แต่ปัญหาความเดือดร้อนปัญหาของประชาชนมีมาก และสส.มี 500 คน จึงได้แก้ไขระเบียบให้ สส.สามารถหารือแบบลายลักษณ์อักษร 

“ระบบดังกล่าวจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการประชุม ประหยัดเวลา และทำให้ประชาชนติดตามบทบาทของผู้แทนได้ชัดเจนยิ่งขึ้น ทั้งยังเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาระบบรัฐสภาให้ทันสมัย สอดรับสถานการณ์ปัจจุบัน พร้อมเดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายสำคัญ ทั้งการทำให้สภาเข้าถึงประชาชนมากขึ้น ถือเป็นมิติใหม่ ของการทำงานฝ่ายนิติบัญญัติ ที่มุ่งยกระดับสภาผู้แทนฯ ให้เป็นพื้นที่หลักในการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนอย่างแท้จริง” นายโสภณกล่าว

กล้าธรรมผิดหวัง รัฐบาลคว่ำตั้ง กมธ.วิสามัญแก้ราคาพืชผล ชี้ เป็นการปิดประตูใส่ความทุกข์เกษตรกร

กล้าธรรมผิดหวัง รัฐบาลคว่ำตั้ง กมธ.วิสามัญแก้ราคาพืชผล ชี้ เป็นการปิดประตูใส่ความทุกข์เกษตรกร

กล้าธรรมผิดหวัง รัฐบาลคว่ำตั้ง กมธ.วิสามัญแก้ราคาพืชผล ชี้ เป็นการปิดประตูใส่ความทุกข์เกษตรกร

วันพุธ ที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2569, 17.11 น.

“ปิยวัฒน์” ผิดหวัง รบ.คว่ำตั้ง กมธ.วิสามัญแก้ราคาพืชผล ชี้ เป็นการปิดประตูใส่ความทุกข์เกษตรกร

วันที่ 29 เมษายน 2569 นายปิยวัฒน์ กิตติธเนศวร สส.นครนายก พรรคกล้าธรรม กล่าวถึงกรณีพรรคฝ่ายรัฐบาลลงมติคว่ำ ไม่ให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาปัญหาและแนวทางแก้ไขราคาพืชผลทางการเกษตรว่า เป็นเรื่องที่น่าผิดหวังอย่างยิ่ง เพราะขณะนี้พี่น้องเกษตรกรกำลังเผชิญทั้งปัญหาราคาผลผลิตตกต่ำ ต้นทุนการผลิตสูง และมาตรการแก้ปัญหาที่ยังไม่ตรงจุด

นายปิยวัฒน์ กล่าวว่า สภาผู้แทนราษฎรควรเป็นพื้นที่สะท้อนความทุกข์ของประชาชน ไม่ใช่ปิดกั้นกลไกที่จะนำไปสู่การแก้ปัญหา โดยเฉพาะ “กรรมาธิการวิสามัญ” ซึ่งเป็นเครื่องมือสำคัญในการศึกษา ตรวจสอบ และหาทางออกจากต้นเหตุอย่างรอบด้าน

“พรรคกล้าธรรมเป็นพรรคที่สร้างมาเพื่อพี่น้องเกษตรกร เราจึงเห็นด้วยกับมติฝ่ายค้านในการตั้งกรรมาธิการวิสามัญ เพราะวันนี้เกษตรกรกำลังเดือดร้อนจริง และปัญหานี้ต้องได้รับการแก้ไขอย่างจริงจัง ไม่ใช่เพียงการแก้ปลายเหตุ” นายปิยวัฒน์ กล่าว

นายปิยวัฒน์ ตั้งข้อสังเกตว่า หากฝ่ายรัฐบาลไม่มีอะไรต้องปิดบัง ก็ไม่ควรกังวลต่อการตั้งกรรมาธิการ เพราะกรรมาธิการไม่ใช่เวทีทำลายใคร แต่เป็นเวทีหาความจริงและหาทางออกให้ประชาชน การคว่ำญัตติครั้งนี้จึงอาจทำให้สังคมตั้งคำถามว่า รัฐบาลไม่ต้องการให้เรื่องใดถูกตรวจสอบหรือไม่

“แม้เสียงข้างมากจะปิดประตูในวันนี้ แต่พรรคกล้าธรรมจะไม่หยุดทำหน้าที่ เราจะยืนอยู่ข้างพี่น้องเกษตรกร และเดินหน้าสะท้อนปัญหาปากท้องของประชาชนในสภาต่อไป”

ปลัดพาณิชย์ ดึง ศุภจี ออกจากวงสัมภาษณ์ หลังถูกจี้ถาม ดรามาไลฟ์ขายทุเรียน เจ้าตัวชี้ยังไม่ทราบรายละเอียด

ปลัดพาณิชย์ ดึง ศุภจี ออกจากวงสัมภาษณ์ หลังถูกจี้ถาม ดรามาไลฟ์ขายทุเรียน เจ้าตัวชี้ยังไม่ทราบรายละเอียด

ปลัดพาณิชย์ ดึง ศุภจี ออกจากวงสัมภาษณ์ หลังถูกจี้ถาม ดรามาไลฟ์ขายทุเรียน เจ้าตัวชี้ยังไม่ทราบรายละเอียด

วันพุธ ที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2569, 16.31 น.

“ศุภจี” บอกยังไม่ทราบรายละเอียด หลังสื่อจี้ถามปมดรามาไลฟ์สดขายทุเรียน – ฝ่ายค้านตั้งกระทู้ถาม ขณะ “ปลัดพาณิชย์” พยายามดึงออกจากวงสัมภาษณ์ 

วันที่ 29 เมษายน 2569 เวลา 15.10 น. วันที่ 29 เม.ย. 69 ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ ตอบคำถามสื่อมวลชนกรณีสภาผู้แทนราษฎรเตรียมตั้งกระทู้ถามกรณีการไลฟ์สดขายทุเรียน และเตรียมตั้งคณะกรรมาธิการขึ้นมาแก้ไขปัญหาราคาพืชผล โดยให้เหตุว่าแก้ปัญหาไม่ถูกจุดเกาไม่ถูกที่คัน โดยสื่อมวลชนพยายามขอให้นางศุภจีเข้าไปให้สัมภาษณ์ที่ไมโครโฟน แต่นายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ พยายามดึงนางศุภจีออกจากวงสัมภาษณ์ โดยอ้างว่ามีภารกิจต่อ 

ก่อนที่นางศุภจี  กล่าวว่า ตนยังไม่ทราบ และยังไม่เห็นว่าคณะกรรมาธิการตั้งโดยใคร และมีรายละเอียดอย่างไร จึงขออนุญาตไปดูในรายละเอียดก่อน

เมื่อถามถึงกรณีเรื่องไลฟ์สดทุเรียนกับอินฟลูฯ ชื่อดังในราคา 100 บาทไม่ตรงปก รวมถึงฝ่ายค้านโจมตีว่าเป็นไปไม่ได้ และเป็นการทำลายกลไกตลาด นางศุภจี กล่าวว่า ตนยังไม่ได้ดูและกดสั่งซื้อไม่ทันด้วย ส่วนเรื่องที่วิจารณ์ว่าไม่ตรงปกนั้น ต้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปตรวจสอบดูแล

มงคล-เกรียงไกร เข้ารับพระราชทานเครื่องราชฯ ในฐานะผู้ทำคุณงามความดีให้แก่ประเทศชาติ

มงคล-เกรียงไกร เข้ารับพระราชทานเครื่องราชฯ ในฐานะผู้ทำคุณงามความดีให้แก่ประเทศชาติ

มงคล-เกรียงไกร เข้ารับพระราชทานเครื่องราชฯ ในฐานะผู้ทำคุณงามความดีให้แก่ประเทศชาติ

วันพุธ ที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2569, 16.05 น.

มงคล-เกรียงไกร เข้ารับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือก ชั้นสูงสุด มหาปรมาภรณ์ช้างเผือก ในฐานะผู้ทำคุณงามความดีให้แก่ประเทศชาติ มุ่งมั่นทำเพื่อประชาชน

เมื่อวันที่ 29 เม.ย.2569 เมื่อเวลา12.40น. ที่บริเวณห้องโถง ชั้น 1 อาคารรัฐสภา (ฝั่งวุฒิสภา) สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาจัดพิธีรับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์เบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ประจำปี 2568 (ชั้นสายสะพาย) โดยมีนายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา และพล.อ.เกรียงไกร ศรีรักษ์ รองประธานวุฒิสภา คนที่หนึ่ง เข้ารับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือก ชั้นสูงสุด มหาปรมาภรณ์ช้างเผือก (ม.ป.ช.)

อนึ่ง การได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ นับเป็นเครื่องหมายแห่งเกียรติยศที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานแก่ผู้ทำคุณงามความดีให้แก่ประเทศชาติ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการปฏิบัติหน้าที่เพื่อประชาชนและเป็นการเชิดชูเกียรติและตอบแทนคุณงามความดีในการรับใช้แผ่นดิน

อยู่ไม่ได้ก็ลาออก! อธิบดีฝนหลวงฯ ชิงลาออกก่อนเกษียณ เผยปมพิรุธคนอ้างคุยงบซ่อมอากาศยาน

อยู่ไม่ได้ก็ลาออก! อธิบดีฝนหลวงฯ ชิงลาออกก่อนเกษียณ เผยปมพิรุธคนอ้างคุยงบซ่อมอากาศยาน

อยู่ไม่ได้ก็ลาออก! อธิบดีฝนหลวงฯ ชิงลาออกก่อนเกษียณ เผยปมพิรุธคนอ้างคุยงบซ่อมอากาศยาน

วันพุธ ที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2569, 15.56 น.

อธิบดีกรมฝนหลวง ชิงลาออกก่อนเกษียณ หลังมีคำสั่งย้ายฟ้าผ่า ยืนยันตั้งใจอยู่ถึงวันครบอายุ แต่ถูกติดต่อขอเข้าพบผิดปกติ-พัวพันประเด็นงบซ่อมอากาศยาน ยอมไม่ได้ ยืนยันทำงานโปร่งใส พร้อมเปิดหลักฐาน ยันตัดสินใจลาออกเพื่อศักดิ์ศรีราชการและครอบครัว

วันที่ 29 เมษายน 2569 ที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายราเชน​ ศิลปะรายะ​ อธิบดี​กรม​ฝนหลวง​และ​การบิน​เกษตร​ เดินทางเข้ายื่นหนังสือลาออกจากราชการ พร้อมเปิดเผยถึงการตัดสินใจ ลาออกก่อนเกษียณ ทั้งที่เดิมวางแผนจะยุติบทบาทในวันที่ 7 สิงหาคม 2569 ซึ่งเป็นวันครบอายุราชการ 60 ปี

โดยนายราเชน​ กล่าวว่า เดิมตั้งใจจะลาออกในช่วงเวลาดังกล่าว เพื่อให้มีคุณสมบัติครบในการรับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ถือเป็นความภาคภูมิใจของข้าราชการ แต่สุดท้ายได้หารือกับครอบครัว และตัดสินใจลาออกทันที โดยให้มีผลในวันที่ 23 มิถุนายน 2569 ซึ่งการย้ายครั้งนี้ยอมรับว่า เป็นเรื่องการคัดสินใจของผู้ใหญ่ และไม่ขอขยายความเพิ่มเติม เพราะเกรงจะกลายเป็นประเด็นบานปลาย

อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่ถูกจับตา คือการเปิดเผยว่ามีบุคคลพยายามติดต่อเข้าพบอย่างผิดปกติ โดยเฉพาะในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา มีการโทรศัพท์เข้ามาหลายครั้งถึง 5–6 ครั้ง แต่เมื่อมีการนัดหมายกลับไม่มาตามนัด และมีบุคคลอื่นอ้างตัวเข้ามาแทน  มีการอ้างว่าจะเข้ามาคุยเรื่องซ่อมอากาศยานของหน่วยงาน แต่ตัวจริงที่นัดกลับไม่มา เป็นคนอื่นมาแทน ซึ่งไม่ได้เป็นคนนัด มีบันทึกการติดต่อและหลักฐานครบถ้วนและยืนยันว่ามีบุคคลเรียกไปคุยที่อาคารแห่งแถวย่านวิภาวดี ชั้น4  ไม่ใช่รัชดา 

ส่วนของประเด็นงบประมาณซ่อมอากาศยานปี 2570 นายราเชน ยืนยันว่า เป็นกระบวนการปกติของราชการ ทุกหน่วยต้องเสนอคำของบประมาณ โดยหน่วยงานมีอากาศยานกว่า 30 ลำ และมีงบซ่อมบำรุงปีละประมาณ 300 ล้านบาท บางรายการอาจสูงถึง 30–40 ล้านบาท ซึ่งจำเป็นต้องดำเนินการตามมาตรฐานความปลอดภัย ซ่อมต้องซ่อมจริง ไม่ซ่อมไม่ได้ เพราะเกี่ยวข้องกับความปลอดภัยของชีวิตและย้ำอีกว่า กระบวนการจัดซื้อจัดจ้างเป็นไปตามระเบียบ โปร่งใส และเปิดเผย

ส่วนที่มีการตั้งข้อสังเกตถึงการโยกย้ายตำแหน่งก่อนเกษียณ นายราเชนกล่าวว่าเป็นนโยบายของผู้บริหาร โดยให้เหตุผลว่าใกล้เกษียณแล้วต้องการปรับตำแหน่งให้เหมาะสม แต่ยืนยันว่าไม่ติดใจ และพร้อมปฏิบัติตามในฐานะข้าราชการมืออาชีพ ถ้าให้ไปอยู่ตรงไหน ไปได้หมด ถ้าเป็นประโยชน์ต่อประเทศ

อย่างไรก็ตาม การตัดสินใจลาออกครั้งนี้ ยืนยันไม่ใช่เรื่องความผิดหรือความด่างพร้อยในชีวิตราชการ แต่เป็นการตัดสินใจด้วยตัวเอง เพื่อเปิดทางให้คนรุ่นใหม่เข้ามาทำงาน และเพื่อกลับไปดูแลครอบครัว ทำงานมาทั้งชีวิต วันนี้ขอทำเพื่อตัวเองบ้าง ไม่อยากมีปัญหากับใคร อยู่ไม่ได้ก็ลาออกแค่นั้น ยืนยันว่าไม่ยึดติดตำแหน่ง และยังคงมีศักดิ์ศรีในฐานะข้าราชการ

นายราเชน บอกอีกว่า ตอนนี้มีความห่วงใยสถานการณ์ประเทศ โดยเฉพาะราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น จากเดิมลิตรละ 39 บาท เพิ่มเป็นกว่า 52–53 บาท ซึ่งได้รายงานไปแล้ว แต่ยังไม่มีการตอบสนองที่ชัดเจน

ส่วนประเด็นที่สังคมตั้งข้อสงสัยว่าที่ไม่ได้ไปต่อเพราะไม่ใช่เด็กของนายใหม่ นายราเชน ยอมรับว่าเติบโตมาจากสายงานที่เกี่ยวข้องกับฝ่ายการเมือง เริ่มต้นจากการเป็นหัวหน้าสำนักงานรัฐมนตรี ก่อนขยับขึ้นเป็นรองอธิบดี และทำงานใกล้ชิดผู้บริหารหลายยุค ตลอดเส้นทางที่ผ่านมา เคยถูกมองว่าเป็นคนของนักการเมือง แต่ยืนยันว่าในฐานะข้าราชการมืออาชีพ หน้าที่คือการสนองนโยบายของผู้บริหาร ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตามใครมาเป็นผู้บริหาร เราก็ต้องทำงานสนองนโยบาย แต่ต้องอยู่ในกรอบของความถูกต้อง

นายราเชน ย้ำชัดว่า แม้จะทำงานกับฝ่ายการเมือง แต่มีเส้นแดงที่ไม่ก้าวข้าม คือการไม่ทำในสิ่งที่ผิดกฎหมายหรือไม่ถูกต้อง อย่ามาให้ทำในสิ่งที่ผิด มีจุดยืนของตัวเอง หากมีข้อสงสัยหรือข้อกล่าวหาใด ๆ ก็พร้อมเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบทันที เพราะมั่นใจในความบริสุทธิ์ถ้าผิด ให้ตรวจสอบได้เลย รับได้เสมอแต่ในทางกลับกัน หากต้องอยู่ในสถานการณ์ที่กดดันหรือไม่สามารถยืนอยู่บนหลักการได้ ก็ยืนยันว่าการลาออกคือทางเลือกที่ชัดเจนที่สุดไม่ผิดแล้วอยู่ไม่ได้ ก็ลาออก

ใครไม่ได้ต้องทำใจ! ไชยชนก จ่อคุย ณัฏฐ์ชนน หลังดีดตัวออกจากกลุ่มไลน์ สส.

ใครไม่ได้ต้องทำใจ! ไชยชนก จ่อคุย ณัฏฐ์ชนน หลังดีดตัวออกจากกลุ่มไลน์ สส.

ใครไม่ได้ต้องทำใจ! ไชยชนก จ่อคุย ณัฏฐ์ชนน หลังดีดตัวออกจากกลุ่มไลน์ สส.

วันพุธ ที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2569, 15.43 น.

“ไชยชนก”แจงตำแหน่งน้อยกว่าคน ใครไม่ได้ต้องทำใจ แจงพรรคต้องบริหารจัดการ จ่อคุย”ณัฏฐ์ชนน”หลังดีดตัวเองออกจากกลุ่มไลน์ รับโผ ปธ.กมธ.ตรงเกือบหมด เตรียมเคาะสรุปรายชื่อพรุ่งนี้

29 เมษายน 2569 ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล นายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมของ ในฐานะเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย (ภท.) กล่าวถึงกรณี นายณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ สส.สงขลา พรรค ภท.ออกจากไลน์กลุ่มพรรค เนื่องจากไม่พอใจหลังไม่ได้รับการจัดสรรให้ดำรงตำแหน่งประธานกรรมาธิการ (กมธ.) ในสภาผู้แทนราษฎร ว่า คิดว่าในสภาวะที่เรามีปริมาณ สส.มากถึงขนาดนี้ ก็ต้องมีคนที่ผิดหวังเป็นธรรมดาในทุกรอบอยู่แล้ว แต่ตนคิดว่ายังมีอีกหลายตำแหน่งและหลายโอกาสที่เป็นเรื่องสำคัญ ภายในพรรคเราก็ต้องบริหารจัดการ อันนี้เราก็ต้องทำใจ ไปต่อ

ผู้สื่อข่าวถามว่า จะไม่เกิดรอยร้าวไม่พรรคใช่หรือไม่ นายไชยชนก กล่าวว่า อันนี้มันแล้วแต่บุคลิกส่วนตัวของ สส.แต่ละคน แต่จริงๆ โดยรวมส่วนใหญ่ สส.ทุกคนเข้าใจดีการเปลี่ยนแปลงการเติบโตของพรรค และตนคิดว่าเราเองก็เป็นธรรมกับสมาชิกพรรคทุกคนเป็นอย่างมาก ทางผู้สมัคร สส.ที่สอบตกและสอบได้ รวมไปถึงอื่นๆ ตนคิดว่าเราบริหารจัดการได้ดี ที่สุดเท่าที่จะทำได้ ตนเชื่อว่า ส่วนใหญ่เข้าใจ ใครที่รู้สึกว่าจะไม่เข้าใจเราจะพยายามไปพูดคุย ถ้าเขารู้สึกว่าไม่เป็นธรรมสำหรับเขาอยู่ดี อันนี้เป็นสิทธิ์ของเขา แต่อย่างไรในฐานะเลขาธิการพรรค ภท. ตนสามารถพูดแทนฝ่ายบริหารพรรคทุกคนได้ว่า เราจะพยายามอย่างเต็มที่

เมื่อถามว่า จะมีการส่งคนไปเคลียร์หรือไปปรับความเข้าใจหรือไม่ นายไชยชนก กล่าวว่า ไม่ต้องส่งใครไปเคลียร์ ก็คุยกันเป็นปกตินี่แหละ มันไม่ได้เป็นในลักษณะที่คุยกันไม่ได้ พรรค ภท.ไม่ใช่แบบนั้น เมื่อถามอีกว่า เบื้องต้นได้สอบถามเจ้าตัวเองแล้วหรือไม่ นายไชยชนก กล่าวว่า ตนเพิ่งทราบเรื่อง ยังไม่ได้เจอกัน แต่เดี๋ยวคงจะมีคุยกัน

เมื่อถามว่า หลักจริงๆ คุณสมบัติของนายณัฏฐ์ชนน ไม่ได้ เป็นเพราะเหตุผลใด นายไชยชนก กล่าวว่า มันไม่ใช่คุณสมบัติไม่ได้ มันมีผู้ที่มีคุณสมบัติหลายคน มันไม่ใช่ว่าคุณสมบัติไม่ได้ ตำแหน่งมันมีจำกัด แค่นั้นเอง เมื่อถามว่า ตอนนี้พรรคยิ่งใหญ่แต่ตำแหน่งมีจำกัด จะทำอย่างไรให้ทุกคนเข้าใจ นายไชยชนก กล่าวว่า อย่างที่บอก จะทำให้ทุกคนเข้าใจ พอใจทุกอย่างไม่ได้ แต่เราจะบริหารจัดการ แต่มันมีโอกาส มีตำแหน่งอื่นๆ เยอะมากในด้านการเมือง ที่สำคัญ

เมื่อถามถึงรายชื่อประธาน กมธ.ของพรรค ภท.ที่ออกมาจำนวน 14 คณะ ตรงกับที่พรรคพิจารณาหรือไม่ นายไชยชนก กล่าวว่า มีความใกล้เคียง ซึ่งเราจะเคาะในวันพฤหัสบดีนี้ (30 เม.ย.) ซึ่งยังงงอยู่ว่ารายชื่อหลุดมาได้อย่างไร เพราะยังไม่ได้ข้อสรุปร้อยเปอร์เซ็นต์ เมื่อถามย้ำว่า มีโอกาสเปลี่ยนแปลงได้ใช่หรือไม่ นายไชยชนก กล่าวว่า มีโอกาส แต่ชื่อที่ออกมาไม่ได้ถูกร้อยเปอร์เซ็นต์กับที่เราพิจารณา (ข่าวที่เกี่ยวข้อง : เดอะหนุ่ย สส.สงขลา 3 สมัย ดีดตัวออกจากกลุ่มไลน์ สส. หลังไม่มีชื่อประธาน กมธ.ภูมิใจไทย )

‘อธิบดีกรมการข้าว’ แลกเปลี่ยนแนวคิดสมาคมโรงสีข้าว ยกระดับมาตรฐานข้าวพรีเมี่ยม

‘อธิบดีกรมการข้าว’ แลกเปลี่ยนแนวคิดสมาคมโรงสีข้าว ยกระดับมาตรฐานข้าวพรีเมี่ยม

‘อธิบดีกรมการข้าว’ แลกเปลี่ยนแนวคิดสมาคมโรงสีข้าว ยกระดับมาตรฐานข้าวพรีเมี่ยม

วันพฤหัสบดี ที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2569, 15.13 น.

“กรมการข้าว” ต้อนรับสมาคมโรงสีข้าวภาคอีสาน แลกเปลี่ยนแนวคิดยกระดับมาตรฐานข้าวพรีเมี่ยม รับไอเดีย “ยุ้งฉางอัจฉริยะ” สู่ระบบผลิตข้าวครบวงจร”

นายอานนท์ นนทรีย์ อธิบดีกรมการข้าว ให้การต้อนรับ นายวิชัย ศรีนวกุล นายกสมาคมโรงสีข้าวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พร้อมคณะ โดยได้หารือร่วมกันถึงการพัฒนาและยกระดับมาตรฐานข้าวหอมมะลิและข้าวพรีเมี่ยมของไทยด้วยการนำเทคโนโลยีมาใช้ โดยสมาคมฯได้นำเสนอโปรแกรม Software ด้านการจัดการแยกข้าวเปลือกทางกายภาพและเคมีให้มีคุณภาพมากขึ้น สามารถคัดแยกข้าวสีที่ปนมาได้ ซึ่งโปรแกรม Software นี้เป็นผลงานการพัฒนาของสมาคมฯโดยทำงานร่วมกับ Hardware จากสาธารณรัฐประชาชนจีน โดยสมาคมฯประสงค์สนับสนุนให้ศูนย์วิจัยข้าวอุบลราชธานี กองวิจัยและพัฒนาข้าว กรมการข้าว ใช้ประโยชน์ต่อไป ทั้งนี้สมาคมฯ เชื่อว่า Software นี้มีความแม่นยำในการทำงานและสมควรที่จะได้มีการขยายผลต่อไป

นอกจากนี้ ที่ประชุมได้หารือร่วมกันถึงแนวคิดการพัฒนา “ยุ้งฉางอัจฉริยะ” ซึ่งนำเทคโนโลยีระบบที่อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เซนเซอร์ (IoT) ระบบพัดลมควบคุมอุณหภูมิ และพลังงานแสงอาทิตย์มาใช้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเก็บรักษาผลผลิต พร้อมเสนอการบูรณาการความร่วมมือระหว่างศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าว ศูนย์ข้าวชุมชน และโรงสี ในรูปแบบการผลิตและรับซื้อที่เชื่อมโยงกันอย่างมีประสิทธิภาพ

“ กรมการข้าวให้ความสำคัญกับการยกระดับข้าวหอมมะลิ พันธุ์ขาวดอกมะลิ 105 และ กข15 ให้ได้มาตรฐานสูงสุด พร้อมผลักดันระบบการผลิตที่ตรวจสอบย้อนกลับได้ตั้งแต่กระบวนการผลิตไปจนถึงการแปรรูปเป็นสินค้าต่างๆอย่างครบวงจร รวมถึงส่งเสริมรูปแบบการทำสัญญาซื้อขายล่วงหน้า เพื่อสร้างแรงจูงใจด้านราคาให้เกษตรกร อันจะนำไปสู่การพัฒนาคุณภาพข้าวไทยอย่างยั่งยืนในระยะยาว” อธิบดีกรมการข้าวกล่าว

ปลัดเก่ง เยี่ยมชมโรงเรียนเศรษฐกิจพอเพียง แบบอย่างชุมชนพึ่งตนเองอย่างยั่งยืน

ปลัดเก่ง เยี่ยมชมโรงเรียนเศรษฐกิจพอเพียง แบบอย่างชุมชนพึ่งตนเองอย่างยั่งยืน

ปลัดเก่ง เยี่ยมชมโรงเรียนเศรษฐกิจพอเพียง แบบอย่างชุมชนพึ่งตนเองอย่างยั่งยืน

วันพฤหัสบดี ที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2569, 13.51 น.

วันที่ 30 เมษายน 2569 วานนี้เวลา 08.30 – 16.30 น. ณ ศูนย์เรียนรู้การพัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลักทฤษฎีใหม่ ประยุกต์สู่ “โคก หนอง นา” บ้านเจริญศิลป์ อำเภอเจริญศิลป์ จังหวัดสกลนคร นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อดีตปลัดกระทรวงมหาดไทย นายพิสดาร ประดา ผู้ตรวจราชการกรม ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาและพัฒนาชุมชนอุดรธานี พร้อมด้วยผู้อำนวยการกลุ่มงานฯ และเจ้าหน้าที่ศูนย์ฯ ลงพื้นที่จังหวัดสกลนคร ร่วมสนับสนุนในโอกาสที่หน่วยงานส่วนกลาง สำนักเสริมสร้างความเข้มแข็งชุมชน (สสช.) กรมการพัฒนาชุมชน ลงพื้นที่เพื่อติดตามการขับเคลื่อนงานโรงเรียนเศรษฐกิจพอเพียง ศูนย์เรียนรู้การพัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลักทฤษฎีใหม่ ประยุกต์สู่ “โคก หนอง นา” บ้านเจริญศิลป์ อำเภอเจริญศิลป์ จังหวัดสกลนคร โดยมี น.ส.กาญจนี ละศรีจันทร์ นายบัญชา ราศีมิน ตลอดจนเครือข่ายโคก หนอง นา พัฒนาชุมชน จังหวัดสกลนคร เข้าร่วม

นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ได้กล่าวตอนหนึ่งว่า ก่อนอื่นของแสดงความยินดีกับคุณกาญจนี ละศรีจันทร์ และคุณบัญชา ราศีมิน เจ้าของแปลง โคก หนอง นา หินแห่ ที่ร่วมกันจัดตั้งโรงเรียนเศรษฐกิจพอเพียง ภายใต้การสนับสนุนของกรมการพัฒนาชุมชนสำเร็จ ซึ่งทั้ง 2 ท่านนี้ร่วมกันทำพื้นที่ตรงนี้จากแห้งแล้ง มีแต่หินกรวด จนเป็นพื้นที่ป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง มีฐานเรียนรู้ได้ตามมาตรฐานที่ควรเอาแบบอย่าง ซึ่งถือว่าเป็นอย่างที่ดีให้กับสังคมประเทศชาติ ในการพพึ่งพาตนเอง ตามพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ในเรื่องเศรษฐกิจพอเพียง และทั่งมุ่งมั่นในการสืบทอดแนวทาง “สืบสาน รักษา ต่อยอด” ตามพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที 10 โดยให้ความสําคัญกับการวางแผนต่อยอดด้านการตลาด ควบคู่กับการพัฒนา

“พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้ทรงมีพระราชดำรัสถึง โคก หนองนา ว่า โคก หนอง นา นอกจากเป็นสัญลักษณ์ของความอุดมสมบูรณ์ทางด้านเกษตรกรรม แล้วยังเป็นศิลปะ เป็นแบบฝึกหัดที่ดี ในการที่จะรวมเกษตรที่หลากหลายให้มาอยู่ในพื้นที่เดียวกัน ในเวลาเดียวกัน รักษาความหลากหลาย แต่ความหลากหลายนั้นก็เกื้อกูลซึ่งกันและกัน โคกหนองนา ก็คือเกษตรเพื่อความอุดมสมบูรณ์ เพื่อความอยู่ดีกินดีของประชาชน และชีวิตของพวกเรา เพราะว่าประเทศของเรานี้ไม่หนีเรื่องการเกษตรคือปากท้อง และเป็นชีวิตของเราตามพระบรมราโชบายของรัชกาลที่ 9 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่ พระราชทานมา ได้รับพระมหากรุณาธิคุณมามากมายในเรื่องของเกษตร ในเรื่องของการพัฒนา อันนี้ก็เป็นการรวม หรือแสดงตัวอย่าง และเป็นตัวอย่างที่ใช้งานได้จริงๆ นำไปใช้ได้ ไม่ใช่เป็นโมเดลที่แสดงไว้ในตู้ อยู่คงที่ แต่เป็นโมเดลที่ใช้งานได้จริงๆ นำไปใช้ได้อย่างอ่อนตัว ใช้งานได้จริงๆ แล้วก็หลากหลายได้ โคกหนองนา นำความหลากหลาย และความอ่อนตัวมารวม เพื่อใช้งานในเรื่องปากท้องและการเกษตรซึ่งเป็นเศรษฐกิจของเรา..”

นอกจากนี้ นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ยังได้กล่าวให้กําลังใจเจ้าของแปลง “โคก หนอง นา” ที่ลุกขึ้นมาลงมือทําด้วยตนเอง พร้อมชื่นชมความมุ่งมั่นในการสร้างชีวิตใหม่บนพืนฐานของความพอเพียง และย้ำว่า การพัฒนาจะเกิดผลอย่างยั่งยืนได้ เมือประชาชนเป็นศูนย์กลางของการเปลียนแปลง ขณะที่ภาครัฐต้องลงพื้นที่จริง รับฟังปัญหาจริง และร่วมแก้ไขอย่างใกล้ชิด

กรมการพัฒนาชุมชน มอบหมายให้ศูนย์ศึกษาและพัฒนาชุมชนอุดรธานี ดำเนินโครงการพัฒนาศักยภาพศูนย์เรียนรู้การพัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลักทฤษฎีใหม่ ประยุกต์สู่ “โคก หนอง นา” กิจกรรมพัฒนาศูนย์เรียนรู้การพัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลักทฤษฎีใหม่ ประยุกต์สู่ “โคก หนอง นา” กิจกรรมย่อยจัดตั้งโรงเรียนเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งศูนย์ศึกษาและพัฒนาชุมชนอุดรธานี ได้ดำเนินการคัดเลือก ศูนย์เรียนรู้ฯ บ้านเจริญศิลป์ อำเภอเจริญศิลป์ จังหวัดสกลนคร แปลงของ นางสาวกาญจนี ละศรีจันทร์ ให้เป็นโรงเรียนเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อพัฒนาต่อยอดศูนย์เรียนรู้ฯ ให้เป็นสถานที่สำหรับเรียนรู้ ฝึกอบรม ฝึกทักษะอาชีพ ถ่ายทอดองค์ความรู้ และสร้างผู้นำ ตลอดจนสร้างเครือข่ายการเรียนรู้ ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง

ทั้งนี้ การลงพื้นที่ในวันนี้ เป็นการสนับสนุนการติดตามงานของสำนักเสริมสร้างความเข้มแข็งชุมชน (สสช.) ในการจัดตั้งโรงเรียนเศรษฐกิจพอเพียง ให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ และสนับสนุนการดำเนินงานของสถาบันแห่งความเป็นเลิศกรมการพัฒนาชุมชน (CD Academy) ให้เป็นแหล่งเรียนรู้และฝึกอบรมด้านเศรษฐกิจพอเพียงได้อย่างมีประสิทธิภาพต่อไป และได้ทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) การบูรณาการความมือในการยกระดับคุณภาพงานวิชาการ งานวิจัย ในงานพัฒนาชุมชน ระหว่างศูนย์ศึกษาและพัฒนาชุมชนอุดรธานี กับ โรงเรียนเศรษฐกิจพอเพียง ศูนย์เรียนรู้การพัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลักทฤษฎีใหม่ ประยุกต์สู่ “โคก หนอง นา” บ้านเจริญศิลป์ อำเภอเจริญศิลป์ จังหวัดสกลนคร

โรงเรียนเศรษฐกิจพอเพียง กรมการพัฒนาชุมชน เป็นโครงการยกระดับศูนย์เรียนรู้ที่มีศักยภาพ (เช่น โคก หนอง นา) สู่ศูนย์กลางการเรียนรู้ สร้างอาชีพ และพัฒนาคุณภาพชีวิตชุมชนอย่างยั่งยืน มุ่งเน้นการถ่ายทอดปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและทักษะการปฏิบัติจริงให้กับประชาชน ดำเนินการโดยศูนย์ศึกษาและพัฒนาชุมชน (ศพช.) ทั่วประเทศ เพื่อสร้างชุมชนเข้มแข็งให้กับชุมชนให้พึ่งตนเองได้บนฐานเศรษฐกิจพอเพียง

สาระสำคัญของโครงการโรงเรียนเศรษฐกิจพอเพียง

เป้าหมาย: พัฒนาศูนย์เรียนรู้ฯ เดิมให้มีความสมบูรณ์แบบ เป็นแหล่งศึกษาดูงานและลงมือทำจริง

แนวทางการเรียนรู้: เน้นทักษะโคก หนอง นา โมเดล, เกษตรผสมผสาน, การแปรรูปผลผลิต, การทำปุ๋ย, และการสร้างความมั่นคงทางอาหาร

การดำเนินการ: ขับเคลื่อนผ่านศูนย์ศึกษาและพัฒนาชุมชน (ศพช.) และสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัด โดยมีการคัดเลือกหมู่บ้าน/ศูนย์เรียนรู้ที่มีความพร้อม

ตัวอย่างพื้นที่: มีการดำเนินการตั้งโรงเรียนเศรษฐกิจพอเพียงในหลายพื้นที่ เช่น บ้านโพนฮาด (ร้อยเอ็ด), บ้านหนองทราย (กาญจนบุรี) และสนับสนุนโดยศพช.นครนายก, เพชรบุรี เป็นต้น

โครงการโรงเรียนเศรษฐกิจพอเพียงนี้มุ่งหวังให้เกิดการเปลี่ยนผ่านจากการพึ่งพาภายนอก มาเป็นการพึ่งตนเอง สร้างรายได้ และพัฒนาคนในชุมชนให้มีความรู้คู่คุณธรรมตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง

สำหรับโรงเรียนเศรษฐกิจพอเพียงบ้านเจริญศิลป์เป็น 1 ใน 11 ของโรงเรียนเศรษฐกิจพอเพียง ตั้งอยู่ ณ บ้านเจริญศิลป์ หมู่ที่ 1 ต.เจริญศิลป์ อ.เจริญศิลป์ จ.สกลนคร ภายใต้การกำกับดูแลของศูนย์ศึกษาและพัฒนาชุมชนอุดรธานี โดยมี น.ส.กาญจนี ละศรีจันทร์ ดำรงตำแหน่งเป็นครูใหญ่โรงเรียนเศรษฐกิจพอเพียง