อิรักระงับผลิตน้ำมัน ที่แหล่งขุดเจาะน้ำมันดิบ “รูไมลา” หลังช่องแคบฮอร์มุซถูกปิด

อิรักระงับผลิตน้ำมัน ที่แหล่งขุดเจาะน้ำมันดิบ “รูไมลา” หลังช่องแคบฮอร์มุซถูกปิด

4 มี.ค. 2569 03:35 น.

อิรักระงับผลิตน้ำมัน ที่แหล่งขุดเจาะน้ำมันดิบ “รูไมลา” หลังช่องแคบฮอร์มุซถูกปิด

อิรักสั่งระงับการผลิตน้ำมันดิบที่แหล่งขุดเจาะ “รูไมลา” หลังจากอิหร่านปิดช่องแคบฮอร์มุซ จนทำให้เรือสินค้าผ่านไม่ได้ ส่งผลให้น้ำมันดิบสะสมจนใกล้เต็มคลังเก็บแล้ว

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อ 3 มี.ค. 2569 อ้างข้อมูลจากเอกสารทางการและแหล่งข่าวในกระทรวงน้ำมันของประเทศอิรัก ระบุว่า รัฐบาลอิหร่านสั่งปิดแท่นและหลุมขุดเจาะน้ำมันดิบ “รูไมลา” (Rumaila) แล้ว เนื่องจากการที่อิหร่านปิดช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลให้อิรักไม่สามารถส่งออกน้ำมันได้ จนปริมาณน้ำมันสำรองสะสมจนแตะระดับวิกฤต

ผู้จัดการฝ่ายปฏิบัติการของแหล่งน้ำมันรูไมลา สั่งการในวันอังคาร ให้ลดการผลิตและการสูบน้ำมันจากพื้นที่ตอนใต้ของแหล่งขุดเจาะลง 100% โดยเริ่มมีผลบังคับใช้ในช่วงบ่ายวันเดียวกันเป็นต้นไป

ทั้งนี้ แหล่งน้ำมันรูไมลา บริหารงานโดยความร่วมมือระหว่างบริษัท BP และบริษัท Basra Oil Company ของรัฐบาลอิรัก โดยมีกำลังผลิตน้ำมันคิดเป็นเกือบ 1 ใน 3 ของผลผลิตทั้งหมดในอิรัก

เมื่อวันจันทร์ กองทัพของอิหร่านประกาศปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นทางผ่านเรือขนส่งน้ำมันจำนวนกว่า 1 ใน 5 ของโลก และขู่จะเผาเรือทุกลำที่แล่นผ่าน เพื่อตอบโต้ที่สหรัฐฯ กับอิสราเอลเปิดฉากโจมตีพวกเขาตั้งแต่เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา จนทำให้ผู้นำสูงสุดที่ปกครองประเทศมาอย่างยาวนาน กับผู้นำระดับสูงอีกหลายคนเสียชีวิต

การผลิตน้ำมันในภูมิภาคเคอร์ดิสถานทางตอนเหนือของอิรักก็ได้รับผลกระทบจากสงครามในตะวันออกกลางเช่นกัน โดยแหล่งข่าวจากบริษัทน้ำมันท้องถิ่นระบุว่า บริษัทต่างชาติส่วนใหญ่ได้ “ระงับการผลิตชั่วคราว” เพื่อเป็นมาตรการป้องกันไว้ก่อน

อนึ่ง ภูมิภาคเคอร์ดิสถานเป็นที่ตั้งของกองกำลังผสมภายใต้การนำของสหรัฐฯ และเมืองเอกอย่าง “เออร์บิล” (Erbil) ยังเป็นที่ตั้งของอาคารสถานกงสุลใหญ่ขนาดใหญ่ของสหรัฐฯ อีกด้วย

นับตั้งแต่สหรัฐฯ กับอิสราเอลเปิดฉากโจมตีอิหร่าน เคอร์ดิสถานก็ตกเป็นเป้าหมายการโจมตีของอิหร่านหลายครั้ง โดยการโจมตีส่วนใหญ่ถูกสกัดเอาไว้ได้ด้วยระบบป้องกันภัยทางอากาศ

นอกจากนี้ แหล่งน้ำมันในเคอร์ดิสถานยังถูกโจมตีมาแล้วหลายครั้งในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โดยเชื่อว่าเป็นฝีมือของกลุ่มติดอาวุธที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : ndtv

สหรัฐฯ โจมตีเป้าหมายแล้ว 1,700 จุดใน 3 วัน อิหร่านดับพุ่ง 787 ศพ

สหรัฐฯ โจมตีเป้าหมายแล้ว 1,700 จุดใน 3 วัน อิหร่านดับพุ่ง 787 ศพ

4 มี.ค. 2569 02:05 น.

สหรัฐฯ โจมตีเป้าหมายแล้ว 1,700 จุดใน 3 วัน อิหร่านดับพุ่ง 787 ศพ

กองทัพสหรัฐฯ เผยว่า พวกเขาโจมตีเป้าหมายในอิหร่านไปแล้วกว่า 1,700 จุด ในขณะที่จำนวนผู้เสียชีวิตในอิหร่านเพิ่มขึ้นเป็น 787 ศพแล้ว โดยรวมถึงนักเรียนหญิง 176 คนด้วย

เมื่อ 3 มี.ค. 2569 กองบัญชาการกลางของกองทัพสหรัฐฯ (เซนต์คอม – CENTCOM) เผยแพร่เอกสารสรุปข้อมูลสำคัญเพื่อให้รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับปฏิบัติการ “Epic Fury” เพื่อต่อต้านอิหร่าน ซึ่งเริ่มขึ้นในวันเสาร์ที่ผ่านมา

รายงานระบุว่า กองทัพสหรัฐฯ ได้โจมตีเป้าหมายในอิหร่านเพิ่มเติมอีกประมาณ 700 แห่งนับตั้งแต่วันอาทิตย์ที่ผ่านมา ทำให้เป้าหมายที่ถูกโจมตีเพิ่มขึ้นเป็นอย่างน้อย 1,700 แห่งแล้ว พร้อมทั้งมีการนำเครื่องบินทิ้งระเบิดและเครื่องบินขับไล่รุ่นใหม่ๆ เข้ามาเสริมในปฏิบัติการครั้งนี้ด้วย

เป้าหมายที่ถูกโจมตีประกอบด้วย ฐานยิงขีปนาวุธ, เรือรบ, เรือดำน้ำ และศูนย์บัญชาการต่างๆ ซึ่งเซนต์คอม ระบุว่า พวกเขาให้ความสำคัญกับ “เป้าหมายที่เป็นภัยคุกคามอย่างปัจจุบันทันด่วนที่สุด” เป็นอันดับแรก

ก่อนหน้านี้ สมาคมสภาเสี้ยววงเดือนแดงของอิหร่าน ระบุว่า การโจมตีของสหรัฐฯ กับอิสราเอลในช่วงหลายวันที่ผ่านมา ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 787 ศพ ในจำนวนนี้รวมถึงนักเรียนหญิง 176 ราย ที่เสียชีวิตหลังจากโรงเรียนของพวกเธอในเมืองมินาบ ถูกโจมตีเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา

นายฟาเตเมห์ โมฮัมหมัดเบกี สมาชิกคณะกรรมาธิการสาธารณสุขของรัฐสภาอิหร่าน กล่าวเมื่อวันจันทร์ว่า มีโรงพยาบาล 9 แห่งในอิหร่านตกเป็นเป้าหมายการโจมตี พร้อมกล่าวหาว่าอิสราเอลและสหรัฐฯ จงใจมุ่งเป้าไปที่สถานพยาบาลเหล่านั้น

ด้านกองกำลังป้องกันอิสราเอล (IDF) ออกมาตอบโต้ข้อกล่าวหาเรื่องการโจมตีโรงพยาบาลคานธี (Gandhi Hospital) ในกรุงเตหะราน โดยระบุว่าการโจมตีดังกล่าว “ไม่ได้มีเป้าหมายที่โรงพยาบาล” ขณะที่เซนต์คอมยังไม่ได้ออกมาชี้แจงในเรื่องนี้

อย่างไรก็ตาม กระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน ออกมากล่าวหาทั้งอิสราเอลและสหรัฐฯ ว่า ร่วมกันพุ่งเป้าโจมตีไปที่โรงพยาบาลแห่งนี้

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

ทรัมป์ประหลาดใจ อิหร่านโจมตีประเทศเพื่อนบ้าน ชี้แสดงให้เห็นความชั่วร้าย

ทรัมป์ประหลาดใจ อิหร่านโจมตีประเทศเพื่อนบ้าน ชี้แสดงให้เห็นความชั่วร้าย

4 มี.ค. 2569 01:18 น.

ทรัมป์ประหลาดใจ อิหร่านโจมตีประเทศเพื่อนบ้าน ชี้แสดงให้เห็นความชั่วร้าย

ทรัมป์บอกประหลาดใจ ที่อิหร่านโจมตีตอบโต้ไปยังประเทศเพื่อนบ้านหลังถูกสหรัฐฯ กับอิสราเอลโจมตี ชี้แสดงให้เห็นถึงระดับความชั่วร้ายที่เรากำลังเผชิญอยู่

เมื่อ 3 มี.ค. 2569 โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ กล่าวระหว่างพบปะกับนาย ฟรีดริช แมร์ซ นายกรัฐมนตรีเยอรมนีที่ทำเนียบขาวว่า เขาคิดว่าประเทศต่าง ๆ ที่ตกเป็นเป้าหมายของอิหร่านต่างพากันประหลาดใจกับการตอบโต้ครั้งนี้ และตัวเขาเองก็ประหลาดใจเช่นกันที่ได้เห็นรัฐบาลเตหะรานหันไปเปิดฉากโจมตีประเทศเพื่อนบ้าน

“เป็นเรื่องที่น่าทึ่งมากที่พวกเขาโจมตีประเทศที่… คุณก็รู้ เราเรียกพวกเขาว่าเป็นกลางก็ได้ใช่ไหม? พวกเขาอยู่ร่วมกันมานานมาก… ผมคิดว่าพวกเขาประหลาดใจ ผมเองก็ประหลาดใจ และตอนนี้ประเทศเหล่านั้นทั้งหมดต่างพากันหันมาต่อสู้กับอิหร่าน และเป็นการต่อสู้ที่รุนแรงมากด้วย”

ประธานาธิบดีสหรัฐฯ กล่าวอีกว่า การโจมตีตอบโต้ของอิหร่านแสดงให้เห็นถึง “ระดับความชั่วร้ายที่เรากำลังเผชิญอยู่ พวกเขาโจมตีแม้กระทั่งคนที่อย่างน้อยก็เคยเป็นมิตรต่อกันในระดับหนึ่งและไม่มีปัญหาอะไรกันมาก่อน อีกทั้งยังโจมตีเฉพาะพื้นที่พลเรือน โรงแรม และอาคารที่พักอาศัย ในขณะที่ฝั่งเราเลือกโจมตีในจุดที่เหมาะสมกว่ามาก และเรากำลังเล่นงานพวกเขาอย่างหนักหน่วง”

คำกล่าวของทรัมป์สอดคล้องกับที่เขาเคยให้สัมภาษณ์กับ เจค แทปเปอร์ ของ CNN เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ซึ่งเขาระบุว่า “ความประหลาดใจครั้งใหญ่ที่สุด” คือการที่อิหร่านเปิดฉากโจมตีประเทศอาหรับในภูมิภาคตะวันออกกลาง

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

ทรัมป์ยืนยัน ไม่ได้ถูกอิสราเอลกดดันให้โจมตีอิหร่าน

ทรัมป์ยืนยัน ไม่ได้ถูกอิสราเอลกดดันให้โจมตีอิหร่าน

4 มี.ค. 2569 00:36 น.

ทรัมป์ยืนยัน ไม่ได้ถูกอิสราเอลกดดันให้โจมตีอิหร่าน

โดนัลด์ ทรัมป์ ชื่นชมกองทัพ ทำลายอิหร่านราบคาบ พร้อมยืนยันด้วยว่า สหรัฐฯ ไม่ได้ถูกอิสราเอลกดดันให้โจมตีอิหร่าน และว่าอาจเป็นตัวเขาต่างหากที่เป็นฝ่ายบีบอิสราเอลให้โจมตี

เมื่อวันอังคารที่ 3 มี.ค. 2569 โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ พบปะหารือกับนาย ฟรีดริช แมร์ซ นายกรัฐมนตรีเยอรมนี ที่ทำเนียบขาว โดยนายทรัมป์พูดถึงประเด็นอิหร่าน และเปิดโอกาสให้สื่อถามคำถาม

นายทรัมป์เริ่มจากกล่าวชื่นชมปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐฯ ในอิหร่าน โดยระบุว่า “แทบทุกอย่างถูกทำลายลงแล้ว” รวมถึงฐานทัพและสิ่งติดตั้งทางทหารของรัฐบาลเตหะราน

“ตอนนี้พวกเขาไม่มีกองทัพเรือ เพราะมันถูกทำลายไปหมดแล้ว พวกเขาไม่มีกองทัพอากาศ เพราะมันถูกทำลายไปแล้ว พวกเขาไม่มีระบบตรวจจับทางอากาศ เพราะนั่นก็ถูกทำลายไปแล้วเช่นกัน เรดาร์ของพวกเขาถูกกำจัด และแทบจะทุกสิ่งทุกอย่างได้พังพินาศลงแล้ว” ผู้นำสหรัฐฯ กล่าว

ทรัมป์กล่าวเสริมว่า “เรากำลังทำได้ดีมาก เรามีกองทัพที่ยอดเยี่ยม และพวกเขากำลังปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างน่าอัศจรรย์” และเสริมด้วยว่า สหรัฐฯ มีการโจมตีระลอกใหม่ที่มุ่งเป้าไปยังกลุ่มผู้นำชุดใหม่ของอิหร่าน โดยยืนยันว่าผลกระทบที่เกิดขึ้นนั้น “รุนแรงมาก”

อย่างไรก็ตาม ทรัมป์ไม่ได้ระบุเจาะจงว่าใครในคณะผู้นำของอิหร่านที่ตกเป็นเป้าหมาย หรือมีผู้เสียชีวิตจากการโจมตีครั้งนี้จำนวนเท่าใด

เมื่อถูกนักข่าวถามว่า สหรัฐฯ ถูกอิสราเอลดึงเข้าร่วมสงครามในตะวันออกกลางหรือไม่ นายทรัมป์โต้แย้งว่า ไม่ได้ถูกอิสราเอลกดดันให้โจมตีอิหร่าน แต่ตัวเขาต่างหากที่อาจเป็นฝ่ายบีบอิสราเอลให้โจมตี

“พวกเขากำลังจะโจมตีถ้าเราไม่ทำก่อน พวกเขาตั้งใจจะโจมตีเป็นฝ่ายแรก” ทรัมป์กล่าวถึงอิหร่าน “ผมรู้สึกเชื่อมั่นอย่างรุนแรงในเรื่องนั้น”

“ถ้าจะพูดให้ถูก ผมอาจจะเป็นคนบีบให้อิสราเอลต้องลงมือด้วยซ้ำ แต่อิสราเอลน่ะพร้อมอยู่แล้ว และเราเองก็พร้อม และเราก็ได้สร้างผลกระทบที่รุนแรงมาก เพราะแทบทุกอย่างที่พวกเขามีถูกทำลายพินาศไปหมดแล้ว ตอนนี้จำนวนขีปนาวุธของพวกเขากำลังลดฮวบลงอย่างมาก” นายทรัมป์กล่าวที่ห้องทำงานรูปไข่

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

อิสราเอลโจมตี ตึกสภาผู้เชี่ยวชาญอิหร่าน คาดว่ากำลังเลือกผู้นำคนใหม่

อิสราเอลโจมตี ตึกสภาผู้เชี่ยวชาญอิหร่าน คาดว่ากำลังเลือกผู้นำคนใหม่

3 มี.ค. 2569 22:54 น.

อิสราเอลโจมตี ตึกสภาผู้เชี่ยวชาญอิหร่าน คาดว่ากำลังเลือกผู้นำคนใหม่

อิสราเอลโจมตีทางอากาศใส่อาคารที่พำนักของ “สภาผู้เชี่ยวชาญ” ของอิหร่าน โดยอ้างว่าการโจมตีเกิดขึ้นในขณะที่สภากำลังจะโหวตเลือกผู้นำสูงสุดคนใหม่

สำนักข่าว CNN รายงานโดยอ้างการเปิดเผยของแหล่งข่าวในอิสราเอลเมื่อวันอังคารที่ 3 มี.ค. 2569 ว่า อิสราเอลได้เปิดฉากโจมตีอาคารที่พำนักของ “สภาผู้เชี่ยวชาญ” ซึ่งเป็นคณะผู้รับผิดชอบในการคัดเลือกผู้นำสูงสุดคนถัดไปของอิหร่าน ท่ามกลางสถานการณ์สู้รบอย่างรุนแรงระหว่างแนวร่วมสหรัฐฯ-อิสราเอล กับอิหร่าน

แหล่งข่าวระบุว่า อิสราเอลโจมตีอาคารดังกล่าวซึ่งตั้งอยู่ในเมืองกอม (Qom) เมืองศักดิ์สิทธิ์ของอิหร่าน ในขณะที่สมาชิกสภากำลังลงคะแนนเสียงเพื่อเลือกผู้นำคนใหม่ของประเทศ อย่างไรก็ตาม สื่อรัฐบาลอิหร่านรายงานว่าได้มีการอพยพผู้คนออกจากอาคารดังกล่าวก่อนที่จะเกิดการโจมตีแล้ว

ทั้งนี้ สภาผู้เชี่ยวชาญของอิหร่าน ประกอบด้วยนักบวชชั้นผู้ใหญ่จำนวน 88 คน มีหน้าที่ในการแต่งตั้งผู้สืบทอดตำแหน่งต่อจาก อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่านผู้เสียชีวิตในการโจมตีของสหรัฐฯ กับอิสราเอลเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา โดยก่อนหน้านี้คาดกันว่า สภาจะเรียกประชุมในเร็วๆ นี้ เพื่อเลือกผู้นำคนใหม่

นอกจากนี้ สื่อของรัฐยังระบุว่า เมื่อค่ำวันจันทร์ที่ผ่านมา อาคารพำนักของสภาผู้เชี่ยวชาญในกรุงเตหะราน ก็ตกเป็นเป้าหมายของการโจมตีโดยสหรัฐฯ และอิสราเอลเช่นกัน

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

สื่ออิหร่านอ้าง มุจตาบา คาเมเนอี ตัวเก็งผู้นำคนใหม่ ยังมีชีวิตอยู่

สื่ออิหร่านอ้าง มุจตาบา คาเมเนอี ตัวเก็งผู้นำคนใหม่ ยังมีชีวิตอยู่

3 มี.ค. 2569 22:16 น.

สื่ออิหร่านอ้าง มุจตาบา คาเมเนอี ตัวเก็งผู้นำคนใหม่ ยังมีชีวิตอยู่

สื่ออิหร่านเผย ลูกชายอยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี หนึ่งในตัวเก็งผู้นำสูงสุดของอิหร่านคนต่อไป ยังมีชีวิตอยู่ หลังก่อนหน้านี้มีรายงานว่า เขาเสียชีวิตในการโจมตีของสหรัฐฯ กับอิหร่านไปแล้ว

สำนักข่าว Mehr ของอิหร่านรายงานเมื่อ 3 มี.ค. 2569 ว่า มุจตาบา คาเมเนอี บุตรชายของ อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดผู้ล่วงลับของอิหร่าน และเป็นบุคคลที่เหล่านักวิเคราะห์คาดการณ์มาตลอดว่า เป็นตัวเก็งผู้สืบทอดตำแหน่งผู้นำสูงสุด “ยังคงมีชีวิตอยู่”

“มุจตาบา คาเมเนอี บุตรชายของผู้นำสูงสุด มีสุขภาพแข็งแรงดีทุกประการ” สำนักข่าว Mehr ระบุ นอกจากนี้พวกเขาระบุเสริมด้วยว่า มุจตาบากำลังทบทวน “ประเด็นสำคัญ” ต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับประเทศ โดยไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติมแต่อย่างใด

ทั้งนี้ เชื่อกันว่า มุจตาบา ซึ่งเป็นบุตรชายคนที่สองของ อาลี คาเมเนอี เป็นผู้ที่มีอิทธิพลอย่างมากอยู่เบื้องหลังรัฐบาลอิหร่าน โดยเขามีความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นกับกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ซึ่งเป็นกองกำลังทหารที่ทรงอำนาจที่สุดในอิหร่าน กับกลุ่ม “บาสิจ” (Basij) ซึ่งเป็นเครือข่ายกองกำลังกึ่งทหารอาสาสมัคร

อย่างไรก็ตาม ความเคลื่อนไหวใดๆ ที่จะนำไปสู่การสืบทอดอำนาจจากพ่อสู่ลูกนั้น ย่อมต้องเผชิญกับความละเอียดอ่อนทางด้านการเมืองและศาสนาภายในอิหร่าน เนื่องจากการส่งต่ออำนาจแบบวงศาคณาญาติ ไม่ได้รับการยอมรับในประเพณีทางศาสนาของนิกายชีอะห์

นอกจากนี้ยังมีอุปสรรคในทางปฏิบัติด้วยเช่นกัน เนื่องจากมุจตาบาไม่ได้เป็นที่รู้จักในฐานะนักบวชระดับสูง และไม่ได้ดำรงตำแหน่งอย่างเป็นทางการใดๆ ในรัฐบาล อีกทั้งเขายังถูกสหรัฐอเมริกาประกาศคว่ำบาตรในปี 2562 อีกด้วย

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

สถานทูตสหรัฐฯ เตือน จ่อเกิดการโจมตีด้วยโดรน-มิสไซล์ที่เมืองในซาอุฯ

สถานทูตสหรัฐฯ เตือน จ่อเกิดการโจมตีด้วยโดรน-มิสไซล์ที่เมืองในซาอุฯ

3 มี.ค. 2569 21:54 น.

สถานทูตสหรัฐฯ เตือน จ่อเกิดการโจมตีด้วยโดรน-มิสไซล์ที่เมืองในซาอุฯ

สถานทูตสหรัฐฯ ประกาศเตือนว่า อาจเกิดการโจมตีด้วยโดรนและมิสไซล์ที่เมืองทางตะวันออกของซาอุดีอาระเบียได้ทุกเมื่อ และขอให้พลเมืองหลบภัยในอาคารและอย่าเดินทางมาสถานทูต

เมื่อ 3 มี.ค. 2569 สถานทูตสหรัฐฯ ออกประกาศเตือนภัยผ่านแพลตฟอร์ม X ว่า มีความเสี่ยงที่จะเกิดการโจมตีด้วยมิสไซล์และอากาศยานไร้คนขับ (โดรน) ได้ทุกเมื่อที่เมืองดาห์ราน ทางตะวันออกของซาอุดีอาระเบีย พร้อมเตือนพลเมืองสหรัฐฯ ในซาอุฯ ว่าห้ามเดินทางมายังสถานทูตและให้หาที่หลบภัยโดยทันที

นอกจากนั้น สถานทูตยังเรียกร้องประชาชนว่า “ห้ามออกนอกเคหสถาน สถานกงสุลสหรัฐฯ ในเมืองดาห์ราน ขอให้พลเมืองอเมริกันในพื้นที่หลบภัยในที่ที่ตัวเองอยู่ ทบทวนแผนความปลอดภัยในกรณีที่เกิดการโจมตี และเฝ้าระวังอย่างสูงสุดเผื่อกรณีที่มีการโจมตีเพิ่มเติมในอนาคต ขณะนี้เจ้าหน้าที่สถานกงสุลสหรัฐฯ ก็กำลังหลบภัยในที่ตั้งเช่นกัน”

คำเตือนดังกล่าวมีขึ้นหลังจากที่สถานทูตสหรัฐฯ ในซาอุดีอาระเบีย (ณ กรุงริยาด) ถูกโจมตีโดยโดรนที่คาดว่าเป็นของอิหร่านจำนวน 2 ลำ และยังมีโดรนอีก 2 ลำที่ตกใส่หรือตกใกล้กับบริเวณสถานทูตด้วย จนทำให้สหรัฐฯ ต้องสั่งปิดสถานทูต

นอกจากนั้น สถานทูตสหรัฐฯ ในคูเวตก็ประกาศปิดทำการจนกว่าจะมีประกาศเปลี่ยนแปลง หลังคูเวตถูกอิหร่านโจมตีอย่างหนัก โดยกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่รัฐบาลที่ไม่เกี่ยวข้องกับภารกิจฉุกเฉินเดินทางออกจากคูเวตทันที

ขณะเดียวกัน สถานทูตสหรัฐฯ ที่โอมาน ออกประกาศเตือนภัยด้านความมั่นคง สั่งการให้เจ้าหน้าที่สถานทูตหลบภัยในสถานที่ที่ตนเองอยู่ พร้อมทั้งแนะนำให้ชาวอเมริกันในโอมาน หลบอยู่ในสถานที่ที่ปลอดภัย จัดเตรียมสิ่งของจำเป็นพื้นฐาน ได้แก่ อาหาร น้ำ และยารักษาโรค รวมถึงติดตามข่าวสารจากสื่อท้องถิ่นอย่างใกล้ชิด และติดต่อสื่อสารกับครอบครัวและมิตรสหายอยู่เสมอ

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

ทรัมป์โพสต์เย้ย อิหร่านบอกอยากเจรจา แต่มันสายเกินไปแล้ว

ทรัมป์โพสต์เย้ย อิหร่านบอกอยากเจรจา แต่มันสายเกินไปแล้ว

3 มี.ค. 2569 21:27 น.

ทรัมป์โพสต์เย้ย อิหร่านบอกอยากเจรจา แต่มันสายเกินไปแล้ว

โดนัลด์ ทรัมป์ โพสต์ข้อความระบุว่า กองทัพกับคณะผู้นำของอิหร่านพินาศแล้ว และเตหะรานอยากจะเจรจา แต่เขายืนยันว่า มันสายเกินไปแล้ว

เมื่อ 3 มี.ค. 2569 โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โพสต์ข้อความผ่าน Truth Social ว่า รัฐบาลอิหร่านกำลังพยายามขอเจรจากับสหรัฐฯ ในขณะที่กองทัพอเมริกันยังคงโจมตีอิหร่านอย่างต่อเนื่อง แต่นายทรัมป์ส่งสัญญาณว่าโอกาสในการเจรจานั้นได้หลุดลอยไปแล้ว

“ระบบป้องกันภัยทางอากาศ กองทัพอากาศ กองทัพเรือ และคณะผู้นำของพวกเขาพินาศสิ้นแล้ว พวกเขาอยากจะเจรจา ผมเลยตอบไปว่า ‘สายไปแล้ว!’” ทรัมป์ระบุในโพสต์บน Truth Social

ข้อความล่าสุดของนายทรัมป์ถือเป็นการพลิกท่าทีจากเมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ที่ผู้นำสหรัฐฯ บอกกับสื่อว่าผู้นำชุดใหม่ของอิหร่านต้องการพูดคุยกับรัฐบาลของเขา และเขาวางแผนที่จะทำเช่นนั้น

“พวกเขาอยากเจรจา และผมก็ตกลงที่จะคุยด้วย ดังนั้นผมจะคุยกับพวกเขา” ทรัมป์กล่าวเมื่อวันอาทิตย์ (1 มี.ค.) “แต่พวกเขาควรจะทำแบบนี้ให้เร็วกว่านี้”

ทั้งนี้ ก่อนที่สหรัฐฯ กับอิสราเอลจะเปิดฉากโจมตีเข้าใส่อิหร่านเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา (28 ก.พ.) ทั้งสหรัฐฯ และอิหร่านได้มีการเจรจากันมาแล้ว 3 รอบ โดยรอบล่าสุดเพิ่งสิ้นสุดลงเมื่อวันศุกร์ที่ 27 ก.พ. แต่ไม่มีความคืบหน้าอย่างมีนัยสำคัญ

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

โจมตีอิหร่าน ภูมิรัฐศาสตร์ปี 69 “พลังงาน-ความมั่นคง” วัดใจใครคุมเกมได้มากสุด

 โจมตีอิหร่าน ภูมิรัฐศาสตร์ปี 69 “พลังงาน-ความมั่นคง” วัดใจใครคุมเกมได้มากสุด

3 มี.ค. 2569 20:12 น.

โจมตีอิหร่าน ภูมิรัฐศาสตร์ปี 69 “พลังงาน-ความมั่นคง” วัดใจใครคุมเกมได้มากสุด

โจมตีอิหร่าน ภูมิรัฐศาสตร์ “พลังงาน-ความมั่นคง” วัดใจใครคุมเกมได้มากสุด สะท้อนภาพขัดแย้งไทย-กัมพูชา ลามปัญหาชายแดน

แหล่งข่าวจากกองทัพภาคที่ 2 ระบุว่า ปี 2569 โลกไม่ได้วัดความมั่นคงจากใครมีกำลังมากกว่า แต่ วัดจากใครคุมเกมได้มากที่สุด ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐอเมริกา และอิหร่าน กำลังทดสอบเสถียรภาพพลังงานโลกอย่างเป็นรูปธรรม สัญญาณว่าปฏิบัติการอาจยืดเยื้อออกไปหลายสัปดาห์ ทำให้ตลาดไม่รอผลลัพธ์สุดท้าย ราคาน้ำมันดิบปรับขึ้นจากความกังวลด้านอุปทานทันที

ช่องแคบฮอร์มุซคือ คอขวดพลังงานสำคัญของโลก เมื่อความเสี่ยงพาดผ่านเส้นทางนี้ ราคาน้ำมัน ค่าระวางเรือ และความผันผวนตลาดทุนขยับตามเป็นลูกโซ่ นี่คือภูมิรัฐศาสตร์ยุคใหม่ ยังไม่ต้องปิดเส้นทางจริง ระบบก็เริ่มสั่นแล้ว เพราะตลาดตีราคา “ความไม่แน่นอน” ล่วงหน้าเสมอ

แรงสั่นสะเทือนครั้งนี้ไม่ได้จำกัดอยู่ในตะวันออกกลาง แต่ไหลผ่านโครงข่ายเศรษฐกิจโลกอย่างรวดเร็ว และประเทศที่พึ่งพาพลังงานนำเข้าจะรับแรงกระแทกก่อนใคร

🔴 สะเทือนไทย: พลังงานนำเข้า เจอแรงขับจากโลกภายนอก

ประเทศไทยพึ่งพาการนำเข้าพลังงานในสัดส่วนสูง เมื่อราคาน้ำมันดิบโลกขยับ ต้นทุนโลจิสติกส์ภายในประเทศขยับทันที ดีเซลคือเส้นเลือดของระบบขนส่ง เมื่อดีเซลขึ้น ต้นทุนสินค้าเกษตร อุตสาหกรรม และบริการเคลื่อนตาม

แรงสั่นสะเทือนจากอ่าวเปอร์เซียจึงไหลเข้าสู่ค่าครองชีพ เงินเฟ้อ และภาระนโยบายพลังงานโดยตรง หากราคาพลังงานเตะเพดานสูงต่อเนื่อง การบริหารเสถียรภาพเศรษฐกิจมหาภาคจะยิ่งท้าทาย

ฮอร์มุซกระทบ ต้นทุนไทยสะเทือน นี่ไม่ใช่ถ้อยคำเชิงอารมณ์ แต่คือโครงสร้างเศรษฐกิจที่เชื่อมถึงกันทั้งโลก

🔴 ชายแดนไทย–กัมพูชา: พื้นที่เล็ก แต่เดิมพันไม่เล็ก เส้นบาง ๆ ที่ต้องคุมเกมให้แม่น

แนวชายแดนระหว่างประเทศไทยและกัมพูชา อาจดูเป็นเพียงเส้นบาง ๆ บนแผนที่ แต่ในปี 2569 เส้นนี้เชื่อมกับการค้า การลงทุน การเคลื่อนย้ายแรงงาน และความเชื่อมั่นภูมิภาคโดยตรง

เมื่อโลกกำลังเผชิญพลังงานผันผวนอยู่แล้ว การยกระดับความตึงเครียดชายแดนแม้เพียงเล็กน้อยอาจเพิ่มแรงสั่นสะเทือนซ้อนทับทันที ทั้งด้านต้นทุนขนส่ง การค้าชายแดน และภาพลักษณ์ประเทศ

ชายแดนไม่ใช่เพียงพื้นที่ยุทธวิธี แต่เป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจ ในโลกปี 2569 ความมั่นคงไม่ได้วัดจากความเร็วในการตอบโต้ แต่ วัดจากใครคุมเกมได้มากที่สุด การพร้อมปกป้องอธิปไตยต่างจากการเร่งจังหวะเกินจำเป็น การสื่อสารที่รอบคอบและการรักษาช่องทางเจรจาคือกลไกลดแรงเสียดทานโดยตรงที่อ่าวเปอร์เซีย หากคอขวดพลังงานสะดุด ราคาน้ำมันพุ่ง ที่ชายแดนอีสาน หากจังหวะพลาด ความเชื่อมั่นสะดุด ต่างเวที

แต่หลักเดียวกัน ภูมิรัฐศาสตร์ปี 2569 จึงไม่ใช่การแข่งขันว่าใครแข็งกว่า แต่คือการแข่งขันว่าใครบริหารแรงสั่นสะเทือนเหล่านี้ได้แม่นกว่า เพราะในระบบที่เชื่อมถึงกันทั้งโลกแรงกระเพื่อมหนึ่งจุดสามารถสะเทือนไทยได้ในเวลาอันสั้น

บทเรียนจากเวทีโลกชัดเจน ความขัดแย้งระหว่าง สหรัฐอเมริกา และ อิหร่าน แสดงให้เห็นว่า เมื่อคอขวดพลังงานถูกตั้งคำถาม ต้นทุนเศรษฐกิจจะขยายตัวเร็วกว่าการเมืองเสมอ ตลาดตอบสนองก่อนการทูต ราคาพลังงานขยับก่อนข้อตกลง และแรงสั่นสะเทือนลามก่อนคำแถลง นี่คือธรรมชาติของภูมิรัฐศาสตร์ปี 2569 

ดังนั้นสำหรับ ประเทศไทย การประเมินสถานการณ์ต้องไม่แยก “พลังงาน” ออกจาก “ความมั่นคง” และไม่แยก “ชายแดน” ออกจาก “เศรษฐกิจมหาภาค” รัฐบาลและกองทัพจำเป็นต้องร่วมประเมินความเสี่ยงแบบบูรณาการ ทั้งสำรองพลังงาน ความต่อเนื่อง ห่วงโซ่อุปทาน การสื่อสารชายแดนกับ กัมพูชา และบทบาทในกรอบ อาเซียน เพราะในโลกที่เชื่อมถึงกันแน่นหนา ความได้เปรียบไม่ได้อยู่ที่ใครตอบโต้เร็วที่สุด แต่อยู่ที่ใครมองเกมยาวที่สุด และคุมแรงสั่นสะเทือนได้แม่นยำที่สุด

“โรนัลโด้” อยู่ไม่ได้แล้ว! ขนครอบครัวหนีตาย หลังอิหร่านถล่มขีปนาวุธโจมตี ซาอุฯ

ไทยรัฐออนไลน์3 มี.ค. 2569 16:55 น.

English version

LightDark-กกก+ฟังข่าว

แชร์ข่าวนี้

“โรนัลโด้” อยู่ไม่ได้แล้ว! ขนครอบครัวหนีตาย หลังอิหร่านถล่มขีปนาวุธโจมตี ซาอุฯ

“โรนัลโด้” อยู่ไม่ได้แล้ว! ขนครอบครัวหนีตาย หลังอิหร่านถล่มขีปนาวุธโจมตี ซาอุดีอาระเบีย 

วันที่ 3 มี.ค. 69 คริสเตียโน โรนัลโด้ กัปตันทีมชาติโปรตุเกสผู้ค้าแข้งอยู่กับ อัล-นาสเซอร์ ในซาอุดีอาระเบีย ตัดสินใจเดินทางออกจากกรุงริยาด เมืองหลวงของซาอุดีอาระเบีย พร้อมด้วย จอร์จินา โรดริเกซ ภรรยา และลูกๆ รวมทั้ง 5 คน 

เซ่นพิษการสู้รบดำเนินเข้าสู่วันที่ 4 ติดต่อกัน หลังอิหร่านเปิดฉากโจมตีกลับด้วยการถล่มขีปนาวุธ และโดรนเข้าใส่เป้าหมายทั่วอ่าวเปอร์เซีย เพื่อตอบโต้สหรัฐฯ และอิสราเอล

ข้อมูลจากเรดาร์การบินเผยให้เห็นว่า เครื่องบินรุ่น Bombardier Global Express ของ โรนัลโด้ ใช้เวลาเดินทางเกือบ 7 ชั่วโมงจากกรุงริยาด เพื่อไปถึงกรุงมาดริด โดยใช้เส้นทางผ่านน่านฟ้าอียิปต์และข้ามทะเลเมดิเตอร์เรเนียน

ขณะที่สถานการณ์ใน ซาอุฯ ยังคงตึงเครียด สถานทูตสหรัฐฯ ในกรุงริยาดถูกโดรนโจมตีถูกโจมตีจนเกิดเสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหว และเกิดเพลิงไหม้พื้นที่บางส่วน 

บริษัทซาอุดี อารัมโก (Saudi Aramco) ได้สั่งปิดโรงกลั่นน้ำมันยักษ์ ในเมืองราสทานูราชั่วคราว หลังถูกโจมตีโดยอาวุธโดรนของอิหร่าน ซึ่งถือเป็น 1 ในศูนย์กลางกลั่นน้ำมันสำคัญของซาอุดีอาระเบีย และเบอร์ต้นของโลก

หลังเกิดเหตุการณ์ สถานทูตสหรัฐฯ ย้ำให้พลเมืองสหรัฐในกรุงริยาด เมืองเจดดาห์ และเมืองดาห์ราน งดออกนอกเคหสถานหากไม่มีความจำเป็นสูงสุด

สำหรับโรนัลโด้ ปัจจุบันค้าแข้งอยู่กับสโมสรอัล-นาสเซอร์ และยิงไปแล้ว 121 ประตูจาก 137 นัด นับตั้งแต่ย้ายมาร่วมทีมในฤดูกาล 2022/23 โดยเครื่องบินเจ็ตลำดังกล่าวเพิ่งถูกซื้อในปี 2024 หลังขายเครื่อง Gulfstream G200 ลำเดิมที่ซื้อไว้ตั้งแต่ปี 2015 ในราคา 16 ล้านปอนด์