ทรัมป์เตือนอิหร่าน ใกล้หมดเวลาเปิดช่องแคบฮอร์มุซ ขู่หายนะกำลังจะมาเยือน

ทรัมป์เตือนอิหร่าน ใกล้หมดเวลาเปิดช่องแคบฮอร์มุซ ขู่หายนะกำลังจะมาเยือน

4 เม.ย. 2569 23:04 น.

ทรัมป์เตือนอิหร่าน ใกล้หมดเวลาเปิดช่องแคบฮอร์มุซ ขู่หายนะกำลังจะมาเยือน

ทรัมป์โพสต์ข้อความเตือนอิหร่านว่า เหลือเวลาอีกเพียง 48 ชั่วโมงในการเปิดช่องแคบฮอร์มุซ มิเช่นนั้น “หายนะ” จะมาเยือน ท่ามกลางสถานการณ์สงครามที่ยังไม่มีทีท่าจะสิ้นสุดลง

เมื่อ 4 เม.ย. 2569 โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โพสต์ข้อความผ่าน Truth Social เตือนผู้นำอิหร่านว่า เวลาที่จะเปิดช่องแคบฮอร์มุซใกล้จะหมดลงแล้ว พร้อมขู่ว่า หากอิหร่านไม่ยอมเปิดช่องแคบ หายนะจะมาเยือนพวกเขา

“จำได้ไหมตอนที่ผมให้เวลาอิหร่านสิบวันในการ ทำข้อตกลง หรือ เปิดช่องแคบฮอร์มุซ เวลาเหลือน้อยลงทุกที—เหลืออีกแค่ 48 ชั่วโมงก่อนที่หายนะจะมาเยือนพวกเขา” ข้อความของทรัมป์ระบุ โดยทิ้งท้ายว่า “พระเจ้าจงเจริญ!”

ก่อนหน้านี้นายทรัมป์เคยขู่ว่า จะโจมตีโรงไฟฟ้าต่างๆ ของอิหร่าน หากเตหะรานไม่ยอมเปิดเส้นทางเดินเรือที่สำคัญสายนี้ โดยเริ่มขู่ครั้งแรกในช่วงปลายเดือนมีนาคม โดยให้เวลา 48 ชั่วโมง จากนั้นเขาก็เลื่อนเส้นตายออกไปหลายวัน ก่อนจะเลื่อนอีกครั้งเป็นวันที่ 6 เมษายน โดยให้เหตุผลว่าการเจรจา “กำลังดำเนินไปได้ด้วยดี”

ในระหว่างการแถลงที่ทำเนียบขาวเมื่อวันพุธ ทรัมป์กล่าวว่าช่องแคบฮอร์มุซจะเปิดเองโดยปริยายหลังจากความขัดแย้งสิ้นสุดลง “พวกเขาคงอยากจะขายน้ำมัน เพราะนั่นคือสิ่งเดียวที่พวกเขามีไว้ใช้เพื่อฟื้นฟูประเทศ … การขนส่งจะกลับมาดำเนินต่อ และราคาน้ำมันจะลดลงอย่างรวดเร็ว”

ด้านสำนักข่าว ทัสนิม ของอิหร่านรายงานว่า อิหร่านจะอนุญาตให้เรือที่บรรทุก “สินค้าจำเป็น” สามารถแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้ แต่ยังไม่แน่ชัดว่าสินค้าประเภทใดที่อิหร่านนิยามว่าเป็น “สินค้าจำเป็น” หรืออิหร่านจะยังคงเดินหน้าปิดกั้นเรือจากประเทศที่พวกเขาถือว่าเป็นศัตรูต่อไปหรือไม่

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

วิกฤต “ดีเซล” ทะลุ 50 บาท! กบน. ปรับขึ้นอีก 2.80 บาท เซ่นพิษกองทุนน้ำมันติดลบหนัก

วิกฤต "ดีเซล" ทะลุ 50 บาท! กบน. ปรับขึ้นอีก 2.80 บาท เซ่นพิษกองทุนน้ำมันติดลบหนัก

4 เม.ย. 2569 22:56 น.

วิกฤต “ดีเซล” ทะลุ 50 บาท! กบน. ปรับขึ้นอีก 2.80 บาท เซ่นพิษกองทุนน้ำมันติดลบหนัก

สถานการณ์ราคาน้ำมันในประเทศไทยยังคงร้อนแรงอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดเมื่อวันที่ 4 เมษายน 2569 คณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) ได้มีมติครั้งสำคัญในการปรับเพิ่มราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลขึ้นอีก 2.80 บาทต่อลิตร ส่งผลให้ราคาดีเซลทะลุแนวต้านสำคัญที่ 50.54 บาทต่อลิตร โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 5 เมษายน 2569 เป็นต้นไป

สาเหตุหลัก: ทำไมดีเซลถึงต้องขึ้นราคา?

ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ กบน. ตัดสินใจปรับลดการชดเชยและปล่อยให้ราคาขายปลีกสะท้อนต้นทุนที่แท้จริงดังนี้ 

ความผันผวนของตลาดโลก: ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกยังคงอยู่ในระดับวิกฤต

หนี้กองทุนน้ำมันฯ พุ่ง: ปัจจุบันกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงต้องแบกรับหนี้สะสมกว่า 50,000 ล้านบาท

รักษาสภาพคล่อง: การปรับขึ้นครั้งนี้จะช่วยลดรายจ่ายของกองทุนฯ ลงได้ประมาณ 212.03 ล้านบาทต่อวัน

สรุปราคาขายปลีกใหม่ (มีผล 5 เม.ย. 2569)

ประเภทน้ำมันราคาเดิม (บาท/ลิตร)ราคาใหม่ (บาท/ลิตร)ส่วนต่างที่เพิ่มขึ้น
ดีเซล B747.7450.54+ 2.80
ดีเซล B2042.7545.54+ 2.80

เปิดสถิติ: ดีเซลขึ้นมาแล้วกี่รอบ? มีนาคม – เมษายน 2569

หากย้อนดูข้อมูลตั้งแต่เดือนมีนาคม 2569 ซึ่งเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญหลังจากภาครัฐเริ่มลดการตรึงราคา จะพบว่าราคาน้ำมันดีเซลมีการปรับตัวขึ้นอย่างก้าวกระโดด ดังนี้

สรุปยอดการปรับขึ้นน้ำมันดีเซล

เดือนมีนาคม 2569: ปรับขึ้นรวม 5 ครั้ง รวมระยะทางราคาเพิ่มขึ้นประมาณ 9.00 บาท

ต้นเดือนเมษายน 2569: ปรับขึ้นครั้งใหญ่ 2 ครั้ง (3.50 บาท และ 2.80 บาท)

Timeline การปรับราคาสู่จุดวิกฤต

ช่วงต้นเดือนมีนาคม: ราคาถูกตรึงไว้ที่ 29.94 บาท

ตลอดเดือนมีนาคม: มีการขยับขึ้นต่อเนื่อง 5 รอบ จนไปแตะที่ประมาณ 38.94 – 40.74 บาท ในช่วงสิ้นเดือน

3 เมษายน 2569: ปรับขึ้นแรง 3.50 บาท ดันราคาไปที่ 47.74 บาท

5 เมษายน 2569 (ล่าสุดตามภาพ): ปรับขึ้นอีก 2.80 บาท ทะลุสู่ 50.54 บาท

ดีเซล ตั้งแต่ต้นเดือนมีนาคมถึงต้นเมษายน 2569 ราคาน้ำมันดีเซลปรับตัวสูงขึ้นมาแล้วกว่า 20.60 บาทต่อลิตร ถือเป็นสถิติการปรับขึ้นที่รุนแรงที่สุดรอบหนึ่งในประวัติศาสตร์เศรษฐกิจไทย เพื่อกอบกู้สถานะกองทุนน้ำมันที่กำลังเผชิญกับภาวะติดลบมหาศาล

บังกลาเทศ วิกฤตพลังงาน กระทบต้นทุนผลิตเสื้อผ้ารองเท้าแบรนด์ดังระดับโลก

บังกลาเทศ วิกฤตพลังงาน กระทบต้นทุนผลิตเสื้อผ้ารองเท้าแบรนด์ดังระดับโลก

4 เม.ย. 2569 22:49 น.

บังกลาเทศ วิกฤตพลังงาน กระทบต้นทุนผลิตเสื้อผ้ารองเท้าแบรนด์ดังระดับโลก

บังกลาเทศ วิกฤตพลังงานในบังกลาเทศเป็นปัญหาที่สะสมมานานและทวีความรุนแรงขึ้นอย่างมากในช่วงปี 2024-2026 โดยมีสาเหตุหลักมาจากโครงสร้างการพึ่งพาเชื้อเพลิงนำเข้าและสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์โลก ดังนี้ครับ


บังกลาเทศ สาเหตุหลักของวิกฤตพลังงาน

  • การพึ่งพาการนำเข้าสูง (Import Dependency): บังกลาเทศพึ่งพาพลังงานจากการนำเข้ากว่า 40-65% โดยเฉพาะก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) และน้ำมัน เมื่อราคาพลังงานในตลาดโลกผันผวน ประเทศจึงได้รับผลกระทบโดยตรง
  • การขาดแคลนเงินตราต่างประเทศ: วิกฤตทุนสำรองเงินตราต่างประเทศ (Dollar Crisis) ทำให้รัฐบาลขาดสภาพคล่องในการจ่ายค่านำเข้าเชื้อเพลิงและจ่ายเงินอุดหนุนให้โรงไฟฟ้าเอกชน ส่งผลให้โรงไฟฟ้าหลายแห่งต้องหยุดเดินเครื่อง
  • ก๊าซธรรมชาติในประเทศลดลง: แหล่งก๊าซธรรมชาติในบังกลาเทศเองมีปริมาณลดน้อยลงเรื่อยๆ ทำให้ต้องหันไปนำเข้า LNG จากต่างประเทศมากขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการใช้ไฟฟ้า

ผลกระทบจาก “สงครามอิหร่าน” ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง

ความตึงเครียดหรือสงครามที่เกี่ยวข้องกับอิหร่านส่งผลกระทบต่อบังกลาเทศในเชิงยุทธศาสตร์อย่างรุนแรง:

  • เส้นทางการค้าช่องแคบฮอร์มุซ: ประมาณ 2 ใน 3 ของ LNG ที่บังกลาเทศนำเข้า (หลักๆ จากกาตาร์และโอมาน) ต้องส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซ หากเส้นทางนี้ถูกปิดหรือหยุดชะงักจากสงคราม จะทำให้บังกลาเทศขาดแคลนก๊าซทันที
  • ราคาพลังงานพุ่งสูง: สงครามในตะวันออกกลางทำให้ราคาน้ำมันและก๊าซในตลาดโลกพุ่งสูงขึ้น (Energy Shock) บังกลาเทศที่งบประมาณจำกัดอยู่แล้วจึงไม่สามารถสู้ราคาเพื่อซื้อก๊าซในตลาดจร (Spot Market) ได้
  • ความมั่นคงด้านพลังงาน: เมื่อซัพพลายลดลง รัฐบาลต้องประกาศตัดไฟเป็นระยะ (Load-shedding) และควบคุมการใช้พลังงานอย่างเข้มงวด

ผลกระทบต่ออุตสาหกรรมเสื้อผ้าและรองเท้าแบรนด์ดัง

อุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่ม (Ready-Made Garments – RMG) ซึ่งเป็นรายได้หลักกว่า 80% ของการส่งออกของประเทศ ได้รับผลกระทบหนักที่สุด:

  • การผลิตหยุดชะงัก: โรงงานหลายแห่งเผชิญกับการตัดไฟบ่อยครั้งและแรงดันก๊าซที่ต่ำเกินไป ทำให้เครื่องจักรทำงานไม่ได้เต็มประสิทธิภาพ มีข้อมูลระบุว่ากำลังการผลิตอาจลดลงถึง 30-50% ในบางช่วง
  • ต้นทุนที่สูงขึ้น: เพื่อให้ผลิตทันกำหนดส่ง โรงงานต้องใช้เครื่องปั่นไฟ (Generators) ที่ใช้น้ำมันดีเซลซึ่งมีต้นทุนสูงกว่าก๊าซมาก ประกอบกับค่าไฟฟ้าที่รัฐบาลปรับขึ้นต่อเนื่องเพื่อลดภาระการอุดหนุน
  • ความเชื่อมั่นของแบรนด์ระดับโลก: แบรนด์ดังระดับโลก (เช่น H&M, Zara, Adidas) ที่สั่งผลิตจากบังกลาเทศเริ่มกังวลเรื่องความล่าช้าในการส่งมอบ (Lead time) หากวิกฤตยืดเยื้อ แบรนด์เหล่านี้อาจตัดสินใจย้ายฐานการผลิตหรือโยกย้ายออเดอร์ไปยังประเทศอื่นที่มีพลังงานเสถียรกว่า เช่น เวียดนาม หรืออินเดีย

รัฐบาลบังกลาเทศกำลังพยายามแก้ไขโดย

  1. ปรับโครงสร้างราคา: ขึ้นค่าไฟและก๊าซเพื่อลดภาระหนี้ภาครัฐ
  2. แสวงหาแหล่งนำเข้าใหม่: พยายามทำสัญญาระยะยาวกับประเทศอื่นนอกเหนือจากโซนความขัดแย้ง และขอความช่วยเหลือด้านพลังงานจากเพื่อนบ้านอย่างอินเดีย
  3. ผลักดันพลังงานหมุนเวียน: แม้จะยังทำได้ช้า (ปัจจุบันมีสัดส่วนเพียง 2-4%) แต่เริ่มมีการรณรงค์ให้ติดตั้งโซลาร์เซลล์บนหลังคาโรงงานอุตสาหกรรมเพื่อช่วยประหยัดไฟในช่วงกลางวัน

อิหร่านระทึก ขีปนาวุธตกใกล้ รง.นิวเคลียร์ ดับ 1 ศพ อพยพกว่า 200

อิหร่านระทึก ขีปนาวุธตกใกล้ รง.นิวเคลียร์ ดับ 1 ศพ อพยพกว่า 200

4 เม.ย. 2569 22:01 น.

อิหร่านระทึก ขีปนาวุธตกใกล้ รง.นิวเคลียร์ ดับ 1 ศพ อพยพกว่า 200

ขีปนาวุธตกใส่อาคารใกล้โรงงานไฟฟ้านิวเคลียร์ของอิหร่าน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 1 ศพ ขณะที่บริษัทพลังงานของรัสเซียระบุว่า อพยพพนักงานกว่า 200 คนออกจากโรงงานแห่งนี้แล้ว

สำนักข่าว ทัสนิม (Tasnim) สื่อของรัฐบาลอิหร่านรายงานว่า เมื่อช่วงเช้าวันเสาร์ที่ 4 เม.ย. 2569 มีขีปนาวุธตกใส่บริเวณรอบนอกของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์บูเชห์ร (Bushehr) ในอิหร่าน สร้างความเสียหายแก่อาคารหลังหนึ่ง เป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเสียชีวิต 1 ศพ

ขณะที่หน่วยงานเฝ้าระวังด้านนิวเคลียร์ของสหประชาชาติ (IAEA) เปิดเผยว่า ยังไม่มีรายงานระดับรังสีที่เพิ่มสูงขึ้น แต่ก็ได้ออกมาเตือนถึงการโจมตีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ พร้อมเรียกร้องให้มี “การใช้กำลังทหารอย่างอดกลั้นถึงที่สุด เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงที่จะเกิดอุบัติเหตุทางนิวเคลียร์”

ด้าน โรซาตอม (Rosatom) บริษัทพลังงานนิวเคลียร์ของรัฐบาลรัสเซีย เปิดเผยในวันนี้ว่ากำลังดำเนินการอพยพพนักงาน 198 คน ออกจากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์บูเชห์ร แต่ไม่ได้ระบุว่ามีรังสีรั่วไหลแต่อย่างใด

เหตุการณ์นี้ถือเป็นครั้งที่ 4 แล้วที่พื้นที่ดังกล่าวตกเป็นเป้าหมายนับตั้งแต่สงครามเริ่มต้นขึ้นเมื่อ 28 ก.พ. โดยโรงไฟฟ้านิวเคลียร์บูเชห์ร ถือเป็นโรงไฟฟ้านิวเคลียร์เพียงแห่งเดียวของอิหร่านที่ยังเปิดใช้งานอยู่

ทางด้านนายอับบาส อารักชี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของอิหร่าน ได้ออกแถลงการณ์ตอบโต้อย่างดุเดือดต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยเตือนว่าหากมีสารกัมมันตรังสีรั่วไหลออกมา มันอาจจะ “ทำลายชีวิตผู้คนในเมืองหลวงแถบอ่าวเปอร์เซีย ไม่ใช่แค่ในเตหะราน”

นายอารักชียังย้ำเตือนให้ชาติตะวันตกนึกถึง “ความโกรธแค้น” ที่พวกเขาเคยมีต่อกรณีที่รัสเซียโจมตีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ซาปอริซเซียในยูเครนในลักษณะเดียวกันนี้ด้วย

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

แผ่นดินไหว 5.9 เขย่าอัฟกานิสถาน บ้านถล่มดับ 12 ศพ

แผ่นดินไหว 5.9 เขย่าอัฟกานิสถาน บ้านถล่มดับ 12 ศพ

4 เม.ย. 2569 18:50 น.

แผ่นดินไหว 5.9 เขย่าอัฟกานิสถาน บ้านถล่มดับ 12 ศพ

เกิดแผ่นดินไหวขนาด 5.9 ในเทือกเขาฮินดูกูช ทางตะวันออกของอัฟกานิสถาน สะเทือนหลายประเทศ บ้านพังในกรุงคาบูล คร่าชีวิต ประชาชน 12 ศพ

วันที่ 4 เมษายน 2569 เกิดแผ่นดินไหวขนาด 5.9 ในภูมิภาคเทือกเขาฮินดูกูช ทางตะวันออกของประเทศอัฟกานิสถาน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 12 ศพ และมีผู้บาดเจ็บหลายราย หลังจากที่บ้านหลังหนึ่งพังถล่มในกรุงคาบูล

หน่วยงานจัดการภัยพิบัติแห่งชาติของอัฟกานิสถานระบุว่า เหตุการณ์บ้านพังถล่มเกิดขึ้นจากแรงสั่นสะเทือนของแผ่นดินไหวที่มีความลึกประมาณ 177 กิโลเมตร โดยข้อมูลจากศูนย์วิจัยธรณีวิทยาเยอรมนี ระบุว่าแรงสั่นสะเทือนรับรู้ได้ในหลายประเทศในภูมิภาค รวมถึงกรุงอิสลามาบัดของปากีสถาน กรุงคาบูล และกรุงนิวเดลี ของอินเดีย.

ที่มา Reuters

นายกฯ สิงคโปร์แถลงมาตรการเชิงรุก เสริมความมั่นคงพลังงาน หวั่นวิกฤตตะวันออกกลางยืดเยื้อ

นายกฯ สิงคโปร์แถลงมาตรการเชิงรุก เสริมความมั่นคงพลังงาน หวั่นวิกฤตตะวันออกกลางยืดเยื้อ

4 เม.ย. 2569 11:46 น.

นายกฯ สิงคโปร์แถลงมาตรการเชิงรุก เสริมความมั่นคงพลังงาน หวั่นวิกฤตตะวันออกกลางยืดเยื้อ

นายกฯ สิงคโปร์แถลง  รัฐบาลกำลังดำเนินมาตรการเชิงรุกเพื่อเสริมความมั่นคงด้านพลังงานและห่วงโซ่อุปทาน ท่ามกลางผลกระทบจากสงครามในตะวันออกกลาง เตือนผลกระทบรุนแรง เร่งหาซัพพลายใหม่-ลดผลกระทบประชาชน

วันที่ 4 เมษายน 2569 นายลอว์เรนส์ หว่อง นายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ แถลงว่า หากแหล่งพลังงานและเส้นทางขนส่งสำคัญในตะวันออกกลางยังคงถูกจำกัดเป็นเวลานาน อาจส่งผลกระทบรุนแรงต่อเศรษฐกิจ โดยรัฐบาลกำลังดำเนินมาตรการเชิงรุกเพื่อเสริมความมั่นคงด้านพลังงานและห่วงโซ่อุปทาน ท่ามกลางผลกระทบจากสงครามในตะวันออกกลาง

ผู้นำสิงคโปร์ยังกล่าวว่า ภาคอุตสาหกรรมในประเทศได้เริ่มปรับตัว โดยโรงกลั่นน้ำมันและบริษัทปิโตรเคมีลดกำลังการผลิตและหันไปจัดหาน้ำมันดิบจากแหล่งนอกตะวันออกกลาง ขณะที่ผู้นำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลวก็กำลังหาซัพพลายจากผู้ผลิตรายอื่นทั่วโลก นอกจากนี้ระบุว่า รัฐบาลยังมีมาตรการบรรเทาผลกระทบในระยะสั้น เพื่อช่วยลดภาระของประชาชนและภาคธุรกิจ

ความเคลื่อนไหวนี้มีขึ้นในช่วงที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ ระบุว่าสหรัฐฯ จะยังคงดำเนินปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่าน โดยยังไม่มีกรอบเวลาที่ชัดเจนในการยุติความขัดแย้ง ซึ่งนักวิเคราะห์มองว่า หากสถานการณ์ยืดเยื้อ อาจกระทบต่อราคาพลังงาน การค้า และห่วงโซ่อุปทานในภูมิภาคเอเชียอย่างต่อเนื่อง.

ที่มา AFP

นาซาเผยภาพถ่ายโลกความละเอียดสูงครั้งแรก จากลูกเรือ Artemis II ระหว่างมุ่งหน้าสู่ดวงจันทร์

นาซาเผยภาพถ่ายโลกความละเอียดสูงครั้งแรก จากลูกเรือ Artemis II ระหว่างมุ่งหน้าสู่ดวงจันทร์

4 เม.ย. 2569 05:15 น.

นาซาเผยภาพถ่ายโลกความละเอียดสูงครั้งแรก จากลูกเรือ Artemis II ระหว่างมุ่งหน้าสู่ดวงจันทร์

นาซาเผยภาพถ่ายโลกความละเอียดสูงครั้งแรก จากยาน Orion ระหว่างลูกเรือ Artemis II เดินทาง 320,000 กิโลเมตรไปยังดวงจันทร์ โดยวางแผนโคจรอ้อมด้านไกลของดวงจันทร์ก่อนเดินทางกลับโลก

วันที่ 3 เมษายน 2569 องค์การนาซา สหรัฐฯ เผยภาพถ่ายโลกความละเอียดสูง บันทึกโดยลูกเรือภารกิจ Artemis II ระหว่างเดินทางมุ่งหน้าสู่ดวงจันทร์ นับเป็นภาพชุดแรกจากภารกิจนี้ โดยภาพถ่ายถูกบันทึกโดยรี้ด ไวส์แมน นักบินอวกาศผู้บัญชาการภารกิจ Artemis II หลังจากยาน Orion ทำการจุดเครื่องยนต์ครั้งสุดท้ายเพื่อเข้าสู่วงโคจรไปยังดวงจันทร์สำเร็จ

หนึ่งในภาพสำคัญที่ถูกตั้งชื่อว่า “Hello, World” แสดงให้เห็นมหาสมุทรแอตแลนติกเป็นพื้นหลัง พร้อมชั้นบรรยากาศบาง ๆ ของโลก และแสงออโรราบริเวณขั้วโลก ขณะโลกบดบังแสงอาทิตย์ โดยในภาพนี้ โลกปรากฏในลักษณะกลับด้าน โดยมองเห็นทะเลทรายซาฮาราตะวันตกและคาบสมุทรไอบีเรียทางด้านซ้าย ส่วนทวีปอเมริกาใต้ฝั่งตะวันออกอยู่ทางขวา ขณะที่ด้านล่างของภาพยังปรากฏดาวศุกร์ส่องสว่าง

ทั้งนี้ ภารกิจ Artemis II ถือเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2515  ที่มนุษย์เดินทางออกนอกวงโคจรของโลกอีกครั้ง หลังยุคโครงการ Apollo โดยยานได้ออกจากวงโคจรโลกหลังการจุดเครื่องยนต์และกำลังเดินทางระยะทางกว่า 320,000 กิโลเมตรไปยังดวงจันทร์ โดยวางแผนโคจรอ้อมด้านไกลของดวงจันทร์ก่อนเดินทางกลับโลก ซึ่งลูกเรือมีกำหนดโคจรผ่านด้านไกลของดวงจันทร์ในวันที่ 6 เมษายน และกลับถึงโลกในวันที่ 10 เมษายน.

ที่มา BBC

รัฐสภากัมพูชา ไฟเขียวกฎหมายยฉบับแรกที่มุ่งปราบศูนย์สแกมเมอร์ เพิ่มโทษจำคุกหนักสุด 20 ปี

รัฐสภากัมพูชา ไฟเขียวกฎหมายยฉบับแรกที่มุ่งปราบศูนย์สแกมเมอร์ เพิ่มโทษจำคุกหนักสุด 20 ปี

4 เม.ย. 2569 03:24 น.

รัฐสภากัมพูชา ไฟเขียวกฎหมายยฉบับแรกที่มุ่งปราบศูนย์สแกมเมอร์ เพิ่มโทษจำคุกหนักสุด 20 ปี

รัฐสภากัมพูชาลงมติผ่านกฎหมายปราบปรามศูนย์หลอกลวงออนไลน์ เพิ่มโทษจำคุก-ปรับสูงสุดหลายแสนดอลลาร์ มุ่งสกัดเครือข่ายฉ้อโกงข้ามชาติ

วันที่ 3 เมษายน 2569 นายเกิต ริธ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมกัมพูชา ระบุว่า รัฐสภามีมติลงมติผ่านกฎหมายปราบปรามศูนย์หลอกลวงออนไลน์ โดยกฎหมายฉบับนี้มีเป้าหมายเพื่อเสริมความเข้มข้นของการกวาดล้างเครือข่ายสแกมเมอร์ทั่วประเทศ และป้องกันไม่ให้กลับมาดำเนินการอีก

นายริธเปรียบกฎหมายฉบับนี้ว่า เข้มงวดเหมือนตาข่ายเพื่อให้มั่นใจว่าจะไม่มีการหลอกลวงออนไลน์ในกัมพูชาอีก พร้อมชี้ว่าปัญหาที่เกิดขึ้นส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และการลงทุน

ทั้งนี้ กฎหมายกำหนดโทษจำคุก 2-5 ปี และปรับสูงสุด 125,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 4.5 ล้านบาท) สำหรับผู้กระทำผิดทั่วไป หากเป็นการกระทำเป็นขบวนการหรือมีเหยื่อจำนวนมาก โทษอาจเพิ่มเป็นจำคุกสูงสุด 10 ปี และปรับถึง 250,000 ดอลลาร์ หรือประมาณ 9 ล้านบาท ขณะที่หัวหน้าขบวนการที่เกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์ กักขัง หรือทรมานเหยื่อ อาจถูกลงโทษจำคุกสูงสุด 20 ปี และปรับสูงสุด 500,000 ดอลลาร์ (ประมาณ 18 ล้านบาท)

นอกจากนี้ กฎหมายยังครอบคลุมความผิดเกี่ยวกับการฟอกเงิน การรวบรวมข้อมูลเหยื่อ และการชักชวนบุคคลเข้าสู่เครือข่ายสแกมเมอร์ โดยหลังผ่านความเห็นชอบจากรัฐสภา กฎหมายจะถูกส่งต่อให้กษัตริย์กัมพูชาลงพระปรมาภิไธยก่อนมีผลบังคับใช้

ทั้งนี้ กัมพูชายังไม่มีกฎหมายเฉพาะสำหรับจัดการสแกมออนไลน์ โดยใช้กฎหมายอื่นดำเนินคดีแทน เช่น การฉ้อโกงและการฟอกเงิน. 

ที่มา Freshnews

อิหร่านอ้าง สอย F-15 สหรัฐฯ ร่วง สั่งค้นหา-จับเป็นนักบิน

อิหร่านอ้าง สอย F-15 สหรัฐฯ ร่วง สั่งค้นหา-จับเป็นนักบิน

3 เม.ย. 2569 22:52 น.

อิหร่านอ้าง สอย F-15 สหรัฐฯ ร่วง สั่งค้นหา-จับเป็นนักบิน

สื่อหลายสำนักของทั้งอิหร่านและสหรัฐฯ รายงานว่า เครื่องบินรบ F-15 ของสหรัฐฯ ถูกยิงตกในภาคใต้ของอิหร่าน ซึ่งทางการท้องถิ่นสั่งให้ค้นหาตัวและจับเป็นนักบินของเครื่องบินลำนี้แล้ว

สำนักข่าวฟาร์ส (Fars) ของอิหร่านรายงานเมื่อวันศุกร์ที่ 3 เม.ย. 2569 ว่า เครื่องบินขับไล่ของสหรัฐฯ ถูกระบบป้องกันภัยทางอากาศยิงตกในภาคใต้ของอิหร่านเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา และตอนนี้กองทัพเริ่มปฏิบัติการค้นหานักบินของเครื่องบินลำดังกล่าวแล้ว

สื่อหลักของสหรัฐฯ หลายแห่งได้รายงานถึงเหตุการณ์นี้เช่นกัน โดย New York Times ได้อ้างอิงคำกล่าวของเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ และอิสราเอลที่ยืนยันว่า อิหร่านได้ยิงเครื่องบินขับไล่ตกจริง

ขณะที่สำนักข่าว ซีบีเอส นิวส์ ของสหรัฐฯ รายงานอ้างการเปิดเผยของแหล่งข่าว 2 คน ว่า ขณะนี้กำลังมีปฏิบัติการค้นหาและกู้ภัยเครื่องบินขับไล่ F-15 ของสหรัฐฯ ที่ถูกยิงตกทางตอนใต้ของอิหร่าน โดยที่ยังไม่ทราบแน่ชัดว่ามีนักบินกี่นาย และชะตากรรมของพวกเขาเป็นอย่างไร

ซีบีเอส นิวส์ อ้างด้วยว่า มีภาพเผยแพร่บนโลกออนไลน์เผยให้เห็นเครื่องบินเติมน้ำมันหนึ่งลำและเฮลิคอปเตอร์สองลำบินในระดับต่ำเหนือจังหวัดคูเซสถาน (Khuzestan) ซึ่งสอดคล้องกับลักษณะของภารกิจค้นหาและกู้ภัย

ด้านผู้ว่าราชการจังหวัดโคกีลูเยห์และโบเยอร์-อาห์มัด ทางตอนใต้ของอิหร่าน กล่าวว่า ตอนนี้การ “จับกุม” นักบินชาวอเมริกาให้ได้โดยที่ยังมีชีวิตอยู่ คือสิ่งที่พวกเขาให้ความสำคัญมากที่สุด

“ผู้ที่ประสบความสำเร็จในการจับกุมหรือสังหารกองกำลังศัตรูที่เป็นปฏิปักษ์ จะได้รับการยกย่องเป็นพิเศษจากสำนักงานผู้ว่าราชการจังหวัด” เขากล่าวเสริม ตามรายงานของสำนักข่าว ISNA ซึ่งเป็นสื่อกึ่งทางการของอิหร่าน

ในขณะเดียวกัน สื่อต่าง ๆ ของอิหร่านรายงานว่า กลุ่มพ่อค้าในจังหวัดได้ตั้งรางวัลนำจับจำนวน 1 หมื่นล้านโตมาน (ราว 2.1 ล้านบาท) ให้กับใครก็ตามที่พบตัว “ผู้บุกรุก” ชาวอเมริกันรายนี้

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn , bbc

ทำเนียบขาวเสนอเพิ่มงบกลาโหมปี 70 ราว 40% พร้อมลดงบในประเทศ หลังค่าใช้จ่ายเพิ่มจากสงครามอิหร่าน

ทำเนียบขาวเสนอเพิ่มงบกลาโหมปี 70 ราว 40% พร้อมลดงบในประเทศ หลังค่าใช้จ่ายเพิ่มจากสงครามอิหร่าน

3 เม.ย. 2569 22:12 น.

ทำเนียบขาวเสนอเพิ่มงบกลาโหมปี 70 ราว 40% พร้อมลดงบในประเทศ หลังค่าใช้จ่ายเพิ่มจากสงครามอิหร่าน

ทำเนียบขาวสหรัฐฯ เสนอเพิ่มงบกลาโหมปี 2570 ราว 40% พร้อมลดงบภายในประเทศบางส่วน เหตุค่าใช้จ่ายด้านความมั่นคงเพิ่มจากสงครามอิหร่าน

วันที่ 3 เมษายน 2569 ทำเนียบขาวภายใต้การนำของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เสนอแผนงบประมาณปีงบประมาณ 2570 โดยขอเพิ่มงบกลาโหมเป็น 1.5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 54 ล้านล้านบาท โดยตัวเลขนี้เพิ่มขึ้นราว 40% จากงบกลาโหมในปีปัจจุบัน โดยรัฐบาลให้เหตุผลว่าจำเป็นต้องรองรับค่าใช้จ่ายด้านการทหารที่เพิ่มขึ้นจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะสงครามกับอิหร่าน

ในแผนงบประมาณเดียวกัน รัฐบาลเสนอให้ลดงบประมาณภายในประเทศประมาณ 73,000 ล้านดอลลาร์ หรือราว 2.6 ล้านล้านบาท ครอบคลุมบางโครงการด้านสภาพภูมิอากาศ การศึกษา และที่อยู่อาศัย รวมถึงงบสนับสนุนพลังงานสะอาดบางส่วน นอกจากนี้ รัฐบาลยังเสนอเพิ่มงบในด้านความมั่นคงชายแดน และการบังคับใช้กฎหมาย โดยเฉพาะงบของกระทรวงยุติธรรมที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น

อย่างไรก็ตาม ข้อเสนองบประมาณนี้ยังต้องผ่านการพิจารณาของสภาคองเกรสก่อนจึงจะมีผลบังคับใช้ โดยสมาชิกสภาทั้งจากพรรคเดโมแครตและรีพับลิกันบางส่วนแสดงความกังวลต่อการเพิ่มงบกลาโหมในระดับสูง รวมถึงผลกระทบจากการลดงบในโครงการที่เกี่ยวข้องกับประชาชน

ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญมองว่า หากแผนนี้ได้รับการอนุมัติ อาจส่งผลให้ภาระหนี้ของรัฐบาลสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นในระยะยาว และกลายเป็นประเด็นสำคัญทางการเมืองในช่วงต่อไป

ที่มา AFP