หนุ่มเท็กซัสถูกจับ หลังขับ Cybertruck ลุยทะเลสาบทดลองโหมดลุยน้ำ แต่สุดท้ายรถจมน้ำ

 หนุ่มเท็กซัสถูกจับ หลังขับ Cybertruck ลุยทะเลสาบทดลองโหมดลุยน้ำ แต่สุดท้ายรถจมน้ำ

21 พ.ค. 2569 08:59 น.

หนุ่มเท็กซัสถูกจับ หลังขับ Cybertruck ลุยทะเลสาบทดลองโหมดลุยน้ำ แต่สุดท้ายรถจมน้ำ

หนุ่มชาวอเมริกันจากรัฐเท็กซัส ถูกตำรวจจับกุม หลังตั้งใจขับรถTesla Cybertruck ลงไปในทะเลสาบ เพื่อทดลองใช้งานฟังก์ชัน ลุยน้ำของรถ สุดท้ายรถเสียหายและจมน้ำบางส่วน จนต้องระดมเจ้าหน้าที่เข้าช่วย

ตำรวจเมืองเกรปไวน์ ทางตอนเหนือของรัฐเท็กซัส เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งเหตุเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ให้เข้ากู้รถ Tesla Cybertruck คันหนึ่งที่ติดอยู่ภายในทะเลสาบเกรปไวน์ โดยคนขับและผู้โดยสารต้องพากันทิ้งรถและหนีออกมา เมื่อรถเริ่มมีน้ำไหลเข้าและไม่สามารถขับต่อได้

จากแถลงการณ์ของตำรวจระบุว่า คนขับยอมรับว่าตั้งใจขับรถลงน้ำเพื่อทดลองใช้โหมด Wade Mode ของ Cybertruck หรือโหมดที่ช่วยให้รถสามารถลุยน้ำได้ดีขึ้นชั่วคราว แต่ผลปรากฏว่ารถหยุดทำงานและเริ่มจมน้ำ

เจ้าหน้าที่จึงเข้าจับกุมชายคนดังกล่าว ในข้อหาขับรถเข้าไปในพื้นที่ปิดของทะเลสาบ รวมถึงกระทำผิดเกี่ยวกับอุปกรณ์ความปลอดภัยทางน้ำ

ภายหลัง ทีมกู้ภัยทางน้ำของหน่วยดับเพลิงเมืองเกรปไวน์ ต้องเข้าร่วมปฏิบัติการนำรถ Cybertruck ที่จมอยู่บางส่วนบริเวณชายฝั่งด้านใต้ของทะเลสาบขึ้นจากน้ำ

ตามคู่มือออนไลน์ของ Tesla ระบุว่า “Wade Mode” เป็นฟังก์ชันที่ช่วยให้รถ Cybertruck สามารถขับผ่านแหล่งน้ำตื้น เช่น ลำธารหรือแม่น้ำ ได้ที่ระดับความลึกสูงสุดประมาณ 81.5 เซนติเมตร หรือ 32 นิ้ว โดยจะปรับยกความสูงตัวรถ หรือปรับระบบต่าง ๆ เพื่อขับผ่านน้ำลึกได้ 

อย่างไรก็ตาม Tesla ย้ำชัดว่า ผู้ขับขี่ต้องประเมินระดับความลึกของน้ำด้วยตัวเองก่อนขับลงไป และความเสียหายจากน้ำหรือการขับลุยน้ำ จะไม่อยู่ในการรับประกันของรถ

บริษัทระบุเพิ่มเติมว่า หากน้ำลึกเกินไป ผู้ขับควรรีบกลับเข้าสู่พื้นที่น้ำตื้นหรือพื้นดินทันที และไม่ควรขับรถในกระแสน้ำเชี่ยวหรือพื้นที่น้ำไหลแรง

ด้านตำรวจเมืองเกรปไวน์เตือนว่า แม้ตัวรถอาจสามารถ ขับลงน้ำตื้นได้ทางเทคนิค แต่ก็อาจสร้างปัญหาทั้งด้านกฎหมายและความปลอดภัย

คาทารีนา แกมโบอา เจ้าหน้าที่ตำรวจเมืองเกรปไวน์ ให้สัมภาษณ์กับสื่อท้องถิ่นว่า “เจ้าหน้าที่ไม่แนะนำให้ใครตั้งใจขับรถลงน้ำ เพราะไม่ใช่แค่เสี่ยงอันตราย แต่ยังอาจผิดกฎหมายด้วย”

สำหรับ Tesla Cybertruck เป็นรถกระบะไฟฟ้าดีไซน์ล้ำยุคของ Tesla ผลิตจากวัสดุเหล็กพิเศษคล้ายที่ใช้ในอุตสาหกรรมจรวด เปิดตัวครั้งแรกในปี 2019 และเริ่มส่งมอบให้ลูกค้าในปี 2023 โดยมีราคาจำหน่ายเริ่มต้นมากกว่า 70,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 2.5 ล้านบาท.

ที่มา : BBC

“สเปซเอ็กซ์” ยื่นขายหุ้น IPO ครั้งประวัติศาสตร์ เปิดทาง “อีลอน มัสก์” ขึ้นแท่นมหาเศรษฐีล้านล้าน

“สเปซเอ็กซ์” ยื่นขายหุ้น IPO ครั้งประวัติศาสตร์ เปิดทาง “อีลอน มัสก์” ขึ้นแท่นมหาเศรษฐีล้านล้าน

21 พ.ค. 2569 08:45 น.

“สเปซเอ็กซ์” ยื่นขายหุ้น IPO ครั้งประวัติศาสตร์ เปิดทาง “อีลอน มัสก์” ขึ้นแท่นมหาเศรษฐีล้านล้าน

“สเปซเอ็กซ์” ของนายอีลอน มัสก์ ยื่นเอกสารเสนอขายหุ้น IPO ต่อสาธารณะครั้งแรก และเปิดข้อมูลการเงินครั้งใหญ่ คาดอาจเป็น IPO ใหญ่สุดในประวัติศาสตร์ ดันมูลค่าบริษัททะลุ 1.25 ล้านล้านดอลลาร์

วันที่ 21 พฤษภาคม 2569 บริษัทสเปซเอ็กซ์ (SpaceX) ของนายอีลอน มัสก์ มหาเศรษฐีเจ้าของเทสลาและเอ็กซ์ ยื่นเอกสารเตรียมเสนอขายหุ้นต่อประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) อย่างเป็นทางการ ถือเป็นก้าวสำคัญของหนึ่งในบริษัทเอกชนด้านอวกาศที่ทรงอิทธิพลและถูกจับตามองมากที่สุดในโลก 

โดยเอกสารชี้ชวนความยาว 277 หน้า เปิดเผยข้อมูลภายในของบริษัทจำนวนมาก ทั้งรายชื่อคณะกรรมการ รายได้ ค่าใช้จ่าย กำไร-ขาดทุน และแผนธุรกิจ โดยสเปซเอ็กซ์จะใช้ตัวย่อหุ้นว่า SPCX อย่างไรก็ตาม บริษัทยังไม่ได้เปิดเผยว่าจะระดมทุนเท่าใด หรือประเมินมูลค่าบริษัทไว้ที่ระดับใด ซึ่งคาดว่าจะประกาศเพิ่มเติมก่อนเข้าตลาดหุ้น

นักวิเคราะห์จำนวนมากมองว่า การเข้าตลาดครั้งนี้อาจกลายเป็น IPO ที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์โลก และอาจมีมูลค่าสูงกว่าการเข้าตลาดของบริษัทใหญ่ในอดีตหลายเท่า ขณะที่ความเคลื่อนไหวดังกล่าวยังอาจผลักดันให้อีลอน มัสก์ กลายเป็นมหาเศรษฐีระดับ “ล้านล้านดอลลาร์” คนแรกของโลก ขณะที่ความเคลบื่อไหยเกาหลีมีความสนใจ

ในเอกสาร สเปซเอ็กซ์ระบุภารกิจระยะยาวของบริษัทว่า ต้องการสร้างเทคโนโลยีที่ทำให้มนุษย์สามารถใช้ชีวิตบนหลายดาวเคราะห์ เข้าใจธรรมชาติของจักรวาล และขยายอารยธรรมมนุษย์ไปสู่ดวงดาว บริษัทระบุว่าจะเดินหน้าขยายเครือข่ายดาวเทียมสตาร์ลิงก์ต่อไป รวมถึงพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ขนาดใหญ่ เพื่อรองรับการค้นคว้าวิจัยทางวิทยาศาสตร์ ตลอดจนเป้าหมายสร้างฐานบนดวงจันทร์และเมืองบนดาวเคราะห์ดวงอื่นในอนาคต

อย่างไรก็ตาม แผนการอันทะเยอทะยานนี้ต้องใช้เงินลงทุนมหาศาล แม้สเปซเอ็กซ์มีรายได้เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยปี 2568 บริษัทมีรายได้ 18,700 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 6.8 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 33% จากปีก่อนหน้า แต่บริษัทกลับขาดทุนสุทธิ 4,900 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 1.79 แสนล้านบาท หลังจากเคยมีกำไร 791 ล้านดอลลาร์ในปี 2567

โดนเฉพาะช่วง 3 เดือนแรกของปี 2569 สเปซเอ็กซ์ขาดทุนแล้ว 4,300 ล้านดอลลาร์ หรือกว่า 1.57 แสนล้านบาท จากรายได้ 4,700 ล้านดอลลาร์ โดยค่าใช้จ่ายส่วนใหญ่เกิดจากการลงทุนด้าน AI ซึ่งปีที่แล้วใช้เงินสูงถึง 12,700 ล้านดอลลาร์ หรือราว 4.63 แสนล้านบาท

สเปซเอ็กซ์ประเมินว่า ตลาดรวมที่บริษัทต้องการเข้าไปแข่งขันมีมูลค่าสูงถึง 28.5 ล้านล้านดอลลาร์ หรือราว 1,040 ล้านล้านบาท โดยเฉพาะธุรกิจ AI โครงสร้างพื้นฐานอวกาศ อินเทอร์เน็ตผ่านดาวเทียม และดาต้าเซ็นเตอร์ในอวกาศ.

อัยการเกาหลีใต้ขอศาลออกหมายจับเจ้าของช่องยูทูบ เผยแพร่ข้อมูลเท็จเกี่ยวกับ “คิม ซูฮยอน”

อัยการเกาหลีใต้ขอศาลออกหมายจับเจ้าของช่องยูทูบ เผยแพร่ข้อมูลเท็จเกี่ยวกับ “คิม ซูฮยอน”

21 พ.ค. 2569 08:30 น.

อัยการเกาหลีใต้ขอศาลออกหมายจับเจ้าของช่องยูทูบ เผยแพร่ข้อมูลเท็จเกี่ยวกับ “คิม ซูฮยอน”

อัยการเกาหลีใต้ยื่นขอหมายจับนายคิม เซอี เจ้าของช่องยูทูบ “การอเซโร รีเสิร์ช อินสติติวต์” จากข้อกล่าวหาเผยแพร่ข้อมูลเท็จพาดพิง “คิม ซูฮยอน” รวมถึงข้อกล่าวหาใช้ AI ปลอมเสียง “คิม แซรน”

วันที่ 20 พฤษภาคม 2569 เว็บไซต์ข่าว The Korea Times รายงานอ้างแหล่งข่าวด้านกฎหมายของเกาหลีใต้ที่เปิดเผยว่า สำนักงานอัยการกลางกรุงโซล ได้ยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อขอออกหมายจับนายคิม เซอี หัวหน้าช่องยูทูบ “การอเซโร รีเสิร์ช อินสติติวต์” (Garosero Research Institute) ในข้อหาหมิ่นประมาท และความผิดตามกฎหมายคดีพิเศษเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเพศ รวมถึงการเผยแพร่ข้อมูลผ่านสื่อดิจิทัล และก่อนหน้านี้ สถานีตำรวจคังนัม ในกรุงโซล ได้ยื่นขอหมายจับในข้อหาเดียวกันเมื่อวันที่ 14 พฤษภาคมที่ผ่านมา

โดยนายคิม เซอี ถูกกล่าวหาว่า เผยแพร่ข้อมูลเท็จผ่านรายการทางช่องยูทูบและช่องทางอื่น โดยอ้างว่า นายคิม ซูฮยอน นักแสดงชื่อดัง เคยคบหากับนักแสดงสาวผู้ล่วงลับ คิม แซรน ตั้งแต่ยังเป็นผู้เยาว์ รวมถึงกล่าวอ้างว่าปัจจัยสำคัญที่นำไปสู่การเสียชีวิตของคิม แซรน มาจากแรงกดดันเรื่องการชำระหนี้จากฝั่งคิม ซูฮยอน 

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังอยู่ระหว่างตรวจสอบข้อกล่าวหาว่านายคิม เซอี ใช้เทคโนโลยี AI ดัดแปลงเสียงของคิม แซรน ก่อนเผยแพร่เนื้อหา ซึ่งอาจเข้าข่ายทำให้คิม ซูฮยอน เสียชื่อเสียง โดยรายงานข่าวระบุว่า การไต่สวนก่อนพิจารณาออกหมายจับของคิม เซอี มีกำหนดจัดขึ้นที่ศาลกลางกรุงโซล ในวันที่ 26 พฤษภาคมนี้ เวลา 10.30 น.

ทั้งนี้ ย้อนกลับไปเมื่อเดือนพฤษภาคมปีที่แล้ว คิม เซอี เคยจัดแถลงข่าวร่วมกับครอบครัวของคิม แซรน พร้อมเผยแพร่คลิปเสียงที่อ้างว่าเป็นหลักฐานยืนยันว่า คิม ซูฮยอนคบหากับคิม แซรนตั้งแต่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ อย่างไรก็ตาม ฝั่งพระเอกชื่อดังออกมาปฏิเสธ ยืนยันว่าไฟล์เสียงถูกสร้างขึ้นด้วย AI และได้ยื่นฟ้องคิม เซอี ในข้อหาหมิ่นประมาท.

ที่มา The Korea Times

รถระเบิดไฟลุกกลางแมนฮัตตัน สหรัฐฯ ผู้คนแตกตื่นหนีตาย

รถระเบิดไฟลุกกลางแมนฮัตตัน สหรัฐฯ ผู้คนแตกตื่นหนีตาย

21 พ.ค. 2569 08:25 น.

รถระเบิดไฟลุกกลางแมนฮัตตัน สหรัฐฯ ผู้คนแตกตื่นหนีตาย

ระทึกกลางย่านการเงินของนครนิวยอร์ก สหรัฐฯ เมื่อรถคันหนึ่งเกิดไฟลุกไหม้อย่างรุนแรงบริเวณหน้าสถานีรถไฟใต้ดิน ส่งควันดำพวยพุ่งปกคลุมถนน ก่อนมีเสียงคล้ายระเบิดดังขึ้นหลายครั้ง ผู้คนแตกตื่นหนีตาย

คลิปวิดีโอที่บันทึกโดยผู้เห็นเหตุการณ์ เผยให้เห็นรถคันหนึ่งถูกไฟลุกท่วมทั้งคัน บริเวณด้านหน้าสถานีรถไฟใต้ดินโบว์ลิง กรีน ในย่านการเงินและแหล่งท่องเที่ยว ในย่านแมนฮัตตันล่าง ของนครนิวยอร์ก เมื่อช่วงเย็นวันอังคารที่ผ่านมา ตามเวลาท้องถิ่น

จากภาพจะเห็นเปลวไฟโหมลุกไหม้อย่างหนัก พร้อมกลุ่มควันดำขนาดใหญ่พวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าและลอยปกคลุมไปตามถนนบรอดเวย์ ขณะที่ระหว่างเกิดเหตุยังมีเสียงระเบิดขนาดเล็กดังขึ้นเป็นระยะ สร้างความแตกตื่นให้กับผู้คนในบริเวณดังกล่าว

สื่อท้องถิ่นรายงานว่า รถคันดังกล่าวคาดว่าเป็นรถที่เกี่ยวข้องกับหน่วยงานขนส่งมวลชนมหานครนิวยอร์ก หรือเอ็มทีเอ (MTA) แต่ยังไม่มีให้รายละเอียดเพิ่มเติม

ด้านเจ้าหน้าที่ดับเพลิงนครนิวยอร์ก หรือเอฟดีเอ็นวาย (FDNY) สามารถควบคุมเพลิงไว้ได้เมื่อเวลาประมาณ 19 นาฬิกา ตามเวลาท้องถิ่น เบื้องต้นไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บ ส่วนสาเหตุของเพลิงไหม้ยังอยู่ระหว่างการสอบสวน.

ที่มา :ABC7.com

ทรัมป์ลั่น พร้อมเปิดฉากโจมตีอิหร่าน หากไม่ได้รับคำตอบที่ใช่

ทรัมป์ลั่น พร้อมเปิดฉากโจมตีอิหร่าน หากไม่ได้รับคำตอบที่ใช่

21 พ.ค. 2569 06:25 น.

ทรัมป์ลั่น พร้อมเปิดฉากโจมตีอิหร่าน หากไม่ได้รับคำตอบที่ใช่

โดนัลด์ ทรัมป์ บอกกับผู้สื่อข่าวว่า พร้อมเดินหน้าโจมตีอิหร่าน หากรัฐบาลเตหะรานไม่ให้คำตอบที่ถูกต้องเกี่ยวกับข้อตกลงยุติสงคราม และย้ำว่า เขาหวังว่าจะไม่ต้องทำเช่นนั้น

เมื่อ 20 พ.ค. 2569 โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ บอกกับผู้สื่อข่าวว่า สหรัฐอเมริกาพร้อมที่จะเดินหน้าโจมตีกรุงเตหะรานเพิ่มเติม หากอิหร่านไม่ยอมตกลงในข้อตกลงสันติภาพ ทว่าได้ส่งสัญญาณว่ารัฐบาลวอชิงตันอาจยอมรออีก 2-3 วันเพื่อให้ได้ “คำตอบที่ถูกต้อง”

ทรัมป์กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า สถานการณ์ในเวลานี้ “อยู่บนเส้นคาบเกี่ยวพอดี” และอาจยกระดับความรุนแรงขึ้นได้อย่างรวดเร็ว

ทั้งนี้ ผ่านมา 6 สัปดาห์แล้ว หลังจากที่ข้อตกลงหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน เริ่มมีผลบังคับใช้ แต่การเจรจาเพื่อยุติสงครามกลับมีความคืบหน้าเพียงเล็กน้อย ในขณะที่ราคาน้ำมันเบนซินที่พุ่งสูงขึ้นเริ่มส่งผลกระทบต่อคะแนนนิยมของตัวประธานาธิบดีทรัมป์

“เชื่อผมเถอะ ถ้าเราไม่ได้คำตอบที่ถูกต้อง ทุกอย่างจะเกิดขึ้นเร็วมาก พวกเราทุกคนพร้อมที่จะลุยแล้ว” ทรัมป์กล่าวที่ฐานทัพร่วมแอนดรูวส์ เมื่อถูกถามว่าจะยอมรอนานแค่ไหน ทรัมป์ตอบว่า “อาจจะเป็นเวลา 2-3 วัน แต่หลังจากนั้นมันอาจจะเกิดขึ้นเร็วมาก”

ทางด้านกองทัพอิหร่านออกมาเตือนเกี่ยวกับการโจมตีระลอกใหม่ โดยระบุว่า หากสหรัฐฯ หวนกลับมาโจมตีอีกครั้ง สงครามระดับภูมิภาคที่จะเกิดขึ้นหลังจากนั้น จะขยายวงออกไปไกลกว่าภูมิภาคตะวันออกกลาง นอกจากนี้ อิหร่านยังประกาศจัดตั้งองค์กรใหม่ชื่อ “องค์การบริหารช่องแคบอ่าวเปอร์เซีย” (PGSA) เพื่อควบคุมช่องแคบฮอร์มุซด้วย

ทรัมป์ยังคงย้ำถึงความตั้งใจแน่วแน่ที่จะไม่ยอมให้อิหร่านครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ “เรากำลังอยู่ในขั้นตอนสุดท้ายกับอิหร่านแล้ว มารอดูกันว่าจะเกิดอะไรขึ้น เราอาจจะมีข้อตกลงร่วมกัน หรือไม่เราก็คงต้องทำบางสิ่งที่ค่อนข้างจะรุนแรง แต่หวังเป็นอย่างยิ่งว่าสิ่งนั้นจะไม่เกิดขึ้น”

“ตามหลักการแล้ว ผมอยากเห็นคนเสียชีวิตให้น้อยที่สุด แทนที่จะเป็นจำนวนมาก แต่เราสามารถทำได้ทั้งสองทาง” ทรัมป์กล่าวกับผู้สื่อข่าวก่อนหน้านี้ในวันเดียวกัน

ขณะที่ทำเนียบประธานาธิบดีตุรกีเปิดเผยว่า ทรัมป์ได้ต่อสายตรงพูดคุยกับประธานาธิบดี เรเจป ไตยิป เอร์โดอัน แห่งตุรกี ซึ่งเอร์โดอันแสดงความยินดีต่อการขยายเวลาหยุดยิง และบอกกับทรัมป์ว่า เขาเชื่อว่า “แนวทางแก้ไขปัญหาที่สมเหตุสมผล” นั้นเป็นไปได้

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna

คิวบาประณามสหรัฐฯ หลังฟ้อง “ราอูล คาสโตร” ชี้มีเจตนาทางการเมือง

คิวบาประณามสหรัฐฯ หลังฟ้อง “ราอูล คาสโตร” ชี้มีเจตนาทางการเมือง

21 พ.ค. 2569 05:53 น.

คิวบาประณามสหรัฐฯ หลังฟ้อง “ราอูล คาสโตร” ชี้มีเจตนาทางการเมือง

รัฐบาลคิวบาออกแถลงการณ์ประณามสหรัฐฯ ที่ฟ้องร้องอดีตประธานาธิบดี ราอูล คาสโตร จากกรณีการยิงเครื่องบินของกลุ่มผู้ลี้ภัยตกเมื่อ 30 ปีก่อน โดยชี้ว่าพยายามหาข้ออ้างเพื่อเล่นงานคิวบา

เมื่อวันที่ 20 พ.ค. 2569 รัฐบาลของประเทศคิวบาออกแถลงการณ์ระบุว่า รัฐบาลขอประณามอย่างรุนแรงที่สุดต่อ “ข้อกล่าวหาอันน่ารังเกียจ” ที่สหรัฐอเมริกากล่าวหาอดีตประธานาธิบดี ราอูล คาสโตร ภายหลังจากกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ เปิดเผยเอกสารคำฟ้องชายวัย 94 ปีรายนี้

“มันเป็นการกระทำที่น่ารังเกียจและเสียชื่อเสียง ซึ่งมีเจตนายั่วยุทางการเมือง” รัฐบาลคิวบาระบุในแถลงการณ์ที่เผยแพร่ทางออนไลน์และมีการอ่านฉบับเต็มผ่านทางสถานีโทรทัศน์ของรัฐ

ในแถลงการณ์ระบุว่า รัฐบาลสหรัฐฯ ได้บิดเบือนข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่คิวบายิงเครื่องบิน 2 ลำตกเมื่อปี 2539 ซึ่งเป็นเหตุให้ชาวอเมริกันเสียชีวิต และเป็นเหตุการณ์ที่สหรัฐฯ นำมาใช้เป็นข้ออ้างในการสั่งฟ้องดำเนินคดีต่อคาสโตรเมื่อวันพุธที่ผ่านมา

คิวบาอ้างว่า พวกเขาจำเป็นต้องลงมือยิงเครื่องบินดังกล่าว หลังจากสหรัฐฯ เพิกเฉยต่อคำร้องเรียนหลายต่อหลายครั้งของคิวบา เกี่ยวกับการรุกล้ำน่านฟ้า

“มันเป็นเรื่องที่ย้อนแย้งและไร้ยางอายอย่างยิ่งที่ข้อกล่าวหานี้ถูกหยิบยกขึ้นมาโดยรัฐบาลเดียวกันกับที่เคยสังหารผู้คนไปเกือบ 200 ราย และทำลายเรือไปถึง 57 ลำในน่านน้ำสากลของทะเลแคริบเบียนและมหาสมุทรแปซิฟิก ซึ่งเป็นพื้นที่ที่อยู่ห่างไกลจากอาณาเขตของสหรัฐอเมริกา ด้วยการใช้กำลังทหารอย่างเกินกว่าเหตุ” แถลงการณ์ระบุ

นอกจากนี้ แถลงการณ์ยังระบุทิ้งท้ายว่า การสั่งฟ้องดำเนินคดีต่อคาสโตรในครั้งนี้ เป็นเพียงความพยายามของสหรัฐฯ ในการสร้างความชอบธรรมเพื่อลงทัณฑ์ผู้คนแบบเหมารวมต่อชาวคิวบาทั้งประเทศเท่านั้น

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

ทรัมป์เผย เตรียมประกาศเรื่องการคว่ำบาตรคิวบาในเร็วๆ นี้

ทรัมป์เผย เตรียมประกาศเรื่องการคว่ำบาตรคิวบาในเร็วๆ นี้

21 พ.ค. 2569 03:36 น.

ทรัมป์เผย เตรียมประกาศเรื่องการคว่ำบาตรคิวบาในเร็วๆ นี้

โดนัลด์ ทรัมป์ เปิดเผยว่า รัฐบาลของเขาเตรียมประกาศเรื่องมาตรการคว่ำบาตรประเทศคิวบาในเร็วๆ นี้ โดยยังไม่แน่ชัดว่าจะมีการบังคับใช้มาตรการเพิ่มเติม หรือมีความเปลี่ยนแปลงในมาตรการที่ใช้อยู่แล้วหรือไม่

เมื่อวันที่ 20 พ.ค. 2569 โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ บอกกับผู้สื่อข่าวว่า รัฐบาลสหรัฐฯ จะมีการแถลงประกาศเกี่ยวกับมาตรการคว่ำบาตรต่อคิวบา “ในไม่ช้านี้” หลังจากก่อนหน้านี้กระทรวงยุติธรรมเพิ่งประกาศเรื่องการฟ้องร้องนาย ราอูล คาสโตร อดีตประธานาธิบดีคิวบา เพื่อเอาผิดกรณีเครื่องบินอพยพถูกยิงตกเมื่อปี 2539

“ก็ต้องรอดูกันไป เราจะประกาศเรื่องนี้ในไม่ช้า” ทรัมป์กล่าวเมื่อถูกถามว่าเขาคาดการณ์ว่ามาตรการคว่ำบาตรดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้ไปอีกนานแค่ไหน

ทั้งนี้ คิวบาเผชิญมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ตั้งแต่ปี 2503 แล้ว และล่าสุดสหรัฐฯ ก็เพิ่งเริ่มการสกัดการขนส่งน้ำมันเข้าสู่คิวบา ส่งผลให้วิกฤตการณ์ด้านพลังงานของประเทศเกาะแห่งนี้เข้าสู่วิกฤตขั้นสุด

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าประชาชนชาวคิวบาควรเตรียมใจรับมือกับ “การยกระดับ” ใด ๆ หรือไม่ ทรัมป์ตอบว่า “ไม่ จะไม่มีการยกระดับเกิดขึ้น ผมไม่คิดว่ามันจำเป็นต้องมี ดูสิ ประเทศนั้นกำลังล่มสลาย มันพังพินาศไปหมด และพวกเขาก็คล้ายกับสูญเสียการควบคุมไปแล้ว พวกเขาสูญเสียการควบคุมในคิวบาไปแล้วจริง ๆ”

ทรัมป์ยังกล่าวชื่นชม ท็อดด์ แบลนช์ รักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เรื่องการสั่งฟ้องดำเนินคดีอาญาต่ออดีตประธานาธิบดี ราอูล คาสโตร แห่งคิวบา พร้อมระบุว่าสหรัฐฯ “กำลังใส่ใจเรื่องคิวบาอยู่ตลอดเวลา”

“นี่คือเรื่องใหญ่ — ผมคิดว่ามันเป็นช่วงเวลาที่สำคัญมากสำหรับผู้คน ไม่ใช่แค่ชาวอเมริกันเชื้อสายคิวบาเท่านั้น แต่รวมถึงคนที่มาจากคิวบาที่อยากจะกลับไปคิวบา และคนที่อยากไปพบเจอครอบครัวของพวกเขาในคิวบาด้วย”

เมื่อถูกตั้งคำถามเกี่ยวกับการเดินทางเยือนคิวบาของ จอห์น แรตคลิฟฟ์ ผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองกลาง (CIA) เมื่อสัปดาห์ก่อน ทรัมป์กล่าวว่า “เรามีคนของเราอยู่ที่นั่นจำนวนมาก” ซึ่งรวมถึงเจ้าหน้าที่ CIA และมาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ที่มีสายสัมพันธ์ทางครอบครัวเชื่อมโยงกับคิวบาด้วยเช่นกัน

“เรามีความเชี่ยวชาญเกี่ยวกับเรื่องคิวบาอย่างมาก” ทรัมป์กล่าว “พวกเขาเฝ้ารอช่วงเวลานี้มานานถึง 65 ปีแล้ว ดังนั้นเรามาดูกันว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป” ทรัมป์กล่าว

“ในระหว่างนี้ เราจำเป็นต้องหยิบยื่นความช่วยเหลือให้พวกเขา พวกเขาไม่มีหนทางในการใช้ชีวิตเลย ไม่มีอาหาร ไม่มีไฟฟ้า ไม่มีพลังงานใด ๆ หลงเหลืออยู่เลย แต่สิ่งที่พวกเขามีอย่างแน่นอนคือประชาชนที่ยอดเยี่ยม”

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

คิวบาตึงเครียด เรือบรรทุกเครื่องบินสหรัฐฯ เดินทางถึงแคริบเบียน

คิวบาตึงเครียด เรือบรรทุกเครื่องบินสหรัฐฯ เดินทางถึงแคริบเบียน

21 พ.ค. 2569 02:17 น.

คิวบาตึงเครียด เรือบรรทุกเครื่องบินสหรัฐฯ เดินทางถึงแคริบเบียน

กองเรือบรรทุกเครื่องบินของสหรัฐฯ เดินทางถึงทะเลแคริบเบียนแล้ว ท่ามกลางความตึงเครียดกับคิวบา หลังสหรัฐฯ ประกาศฟ้องร้อง ราอูล คาสโตร

กองทัพสหรัฐฯ ออกแถลงการณ์เมื่อ 20 พ.ค. 2569 ว่า กองเรือบรรทุกเครื่องบินโจมตีที่ 11 ของสหรัฐฯ ซึ่งนำโดยเรือบรรทุกเครื่องบิน “ยูเอสเอส นิมิตซ์” เดินทางถึงทะเลแคริบเบียนแล้ว ท่ามกลางสถานการณ์ความตึงเครียดกับประเทศคิวบา ที่ทวีความตึงเครียดยิ่งขึ้น หลังสหรัฐฯ ประกาศเรื่องการฟ้องร้องอดีตประธานาธิบดี ราอูล คาสโตร

กองบัญชาการภาคใต้ของสหรัฐฯ ระบุบน X ว่า “เรือบรรทุกเครื่องบิน ยูเอสเอส นิมิตซ์, กองบินประจำเรือบรรทุกเครื่องบินที่ 17 ที่ปฏิบัติการอยู่บนเรือ, เรือยูเอสเอส กริดลีย์ และเรือยูเอสเอ็นเอส พาตูเซนต์ คือสัญลักษณ์แห่งความพร้อมและการคงอยู่ ซึ่งมีพิสัยทำการและอานุภาพทำลายล้างที่ไม่มีใครเทียบได้ รวมถึงความได้เปรียบทางยุทธศาสตร์”

“เรือยูเอสเอส นิมิตซ์ ได้พิสูจน์ให้เห็นถึงความสามารถในการรบมาแล้วทั่วโลก โดยทำหน้าที่สร้างหลักประกันด้านความมั่นคงและปกป้องระบอบประชาธิปไตย ตั้งแต่ช่องแคบไต้หวันไปจนถึงอ่าวอาหรับ”

โพสต์ดังกล่าวมีขึ้นในวันเดียวกันกับที่รัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศตั้งข้อหาดำเนินคดีอาญาต่ออดีตประธานาธิบดี ราอูล คาสโตร แห่งคิวบา

ก่อนหน้านี้ สำนักข่าว ซีเอ็นเอ็น รายงานว่า บรรดาเจ้าหน้าที่ของคิวบามองว่าการตั้งข้อหาดังกล่าวเป็นเหมือนการปูทางไปสู่การแทรกแซงทางทหาร โดยอดีตประธานาธิบดี นิโคลัส มาดูโร แห่งเวเนซุเอลา ก็เคยถูกตั้งข้อหาในลักษณะเดียวกันนี้ ก่อนที่กองทัพสหรัฐฯ จะมีปฏิบัติการบุกจับกุมตัวเมื่อเดือนมกราคม ส่งผลให้นายมาดูโรถูกคุมตัวไปขึ้นศาลที่สหรัฐฯ

ด้านประธานาธิบดี มิเกล ดิอัซ-กาเนล แห่งคิวบา กล่าวเมื่อวันจันทร์ว่า คิวบา “มีสิทธิ์อันชอบธรรมและเด็ดขาดในการปกป้องตนเองจากการโจมตีทางทหาร” และการโจมตีในลักษณะดังกล่าวจะ “นำไปสู่การนองเลือดที่สร้างผลกระทบจนมิอาจประเมินค่าได้”

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

สหรัฐฯ ยื่นฟ้อง “ราอูล คาสโตร” อดีตประธานาธิบดีคิวบา

สหรัฐฯ ยื่นฟ้อง “ราอูล คาสโตร” อดีตประธานาธิบดีคิวบา

21 พ.ค. 2569 01:06 น.

สหรัฐฯ ยื่นฟ้อง “ราอูล คาสโตร” อดีตประธานาธิบดีคิวบา

กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ยื่นฟ้องร้องดำเนินคดีนายราอูล คาสโตร อดีตประธานาธิบดีคิวบาแล้ว ในข้อหาที่เกี่ยวข้องกับเหตุยิงเครื่องบินองค์กรผู้ลี้ภัย 2 ลำตกจนมีชาวอเมริกันเสียชีวิตเมื่อปี 2539

กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ได้ยื่นฟ้องดำเนินคดีอาญาต่ออดีตประธานาธิบดีราอูล คาสโตร แห่งคิวบา ในวันพุธที่ 20 พ.ค. 2569 ในข้อหาที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ยิงเครื่องบินพลเรือนขององค์กรผู้ลี้ภัยชาวคิวบา-อเมริกัน 2 ลำตกเมื่อปี 2539 ซึ่งทำให้ชาวคิวบากับชาวอเมริกันเสียชีวิต 4 ศพ

ท็อดด์ แบลนช์ รักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ระบุว่า นายคาสโตร วัย 94 ปี ซึ่งเป็นน้องชายของ ฟิเดล คาสโตร อดีตผู้นำการปฏิวัติผู้ล่วงลับ ถูกตั้งข้อหาฐานสมรู้ร่วมคิดในการฆาตกรรมพลเมืองสหรัฐฯ, การฆาตกรรม และการทำลายเครื่องบิน

นอกจากนี้ยังมีจำเลยรายอื่น ๆ ที่ถูกตั้งข้อหาในคำฟ้องฉบับนี้ด้วย ซึ่งได้รับการอนุมัติฟ้องจากคณะลูกขุนใหญ่เมื่อวันที่ 23 เมษายน

การประกาศตั้งข้อหาดังกล่าวมีขึ้นในระหว่างการแถลงข่าว ณ บริเวณหน้าอาคาร ฟรีดอม ทาวเวอร์ (Freedom Tower) ในเมืองไมอามี ซึ่งเป็นสถานที่เชิงสัญลักษณ์สำหรับชาวคิวบา-อเมริกันที่อพยพออกจากประเทศคอมมิวนิสต์แห่งนี้

ในระหว่างการแถลงข่าว เจ้าหน้าที่รัฐยังได้ร่วมไว้อาลัยให้แก่ชาวคิวบา-อเมริกันทั้ง 4 ราย โดยเป็นพลเมืองสหรัฐฯ 3 ราย และผู้พำนักถาวรตามกฎหมายของสหรัฐฯ อีก 1 ราย ที่เสียชีวิตอยู่บนเครื่องบินพลเรือนที่ถูกกองทัพอากาศคิวบายิงตกเมื่อวันที่ 24 ก.พ. 2539 โดยในขณะนั้น นายคาสโตรดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของคิวบา

เครื่องบินพลเรือนดังกล่าวเป็นของกลุ่ม “Brothers to the Rescue” ซึ่งก่อตั้งขึ้นในปี 2534 โดย โฮเซ บาซุลโต นักบินชาวคิวบา-อเมริกัน ร่วมกับผู้ลี้ภัยชาวคิวบาคนอื่น ๆ โดยองค์กรนี้จะออกปฏิบัติการทำภารกิจช่วยเหลือชาวคิวบาในน่านน้ำระหว่างคิวบากับรัฐฟลอริดา หลังจากที่คนเหล่านั้นพากันหลบหนีออกจากประเทศคอมมิวนิสต์ด้วยแพที่ต่อขึ้นเองตามมีตามเกิด

ทว่าในระหว่างการทำภารกิจครั้งหนึ่ง เครื่องบิน 2 ลำของกลุ่มถูกเครื่องบินขับไล่ มิก-29 (MiG-29) ของคิวบายิงตกในน่านฟ้าสากล ขณะที่ทางฝั่งคิวบาได้ออกมาอ้างซ้ำหลายครั้งว่าเครื่องบินเหล่านั้นรุกล้ำน่านฟ้าของคิวบา

รายงานจากองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO) ขององค์การสหประชาชาติ และคณะกรรมาธิการสิทธิมนุษยชนระหว่างอเมริกา สรุปตรงกันว่า ผู้เคราะห์ร้ายทั้ง 4 คน เสียชีวิตอันเป็นผลมาจากการกระทำโดยตรงของตัวแทนจากรัฐคิวบาในน่านฟ้าสากล และคิวบาลงมือโดยไม่ได้ปฏิบัติตามขั้นตอนมาตรฐานในการสกัดกั้น

ในเวลานั้น รัฐบาลสหรัฐฯ ของประธานาธิบดีบิล คลินตัน และสภาคองเกรสออกมาประณามการกระทำของคิวบาอย่างรุนแรงในทันที ซึ่งนำไปสู่การบังคับใช้มาตรการคว่ำบาตรและมาตรการอื่น ๆ รวมถึงการตัดสินลงโทษชายคนหนึ่งที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้ส่งข้อมูลเกี่ยวกับภารกิจของกลุ่ม Brothers to the Rescue ให้แก่ทางคิวบา

อย่างไรก็ดี แม้เวลาจะล่วงเลยมานานถึง 30 ปี เหตุการณ์นี้ยังคงเป็นหนึ่งในประเด็นที่มีความขัดแย้งทางการเมืองรุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ความสัมพันธ์สมัยใหม่ระหว่างสหรัฐฯ และคิวบา บรรดาสมาชิกสภาชาวอเมริกันเชื้อสายคิวบา นักเคลื่อนไหวเพื่อผู้ลี้ภัย และครอบครัวของผู้เสียชีวิตต่างเรียกร้องมาอย่างยาวนานให้มีการดำเนินคดีนายคาสโตรในสหรัฐฯ

ทั้งนี้ ในประเทศคิวบา ราอูล คาสโตร ยังคงเป็นผู้มีอิทธิพลอย่างสูง แม้ว่าจะก้าวลงจากตำแหน่งประธานาธิบดีในปี 2561 และลงจากตำแหน่งเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์ในปี 2564 ก็ตาม

โดยก่อนหน้าที่จะมีประกาศสั่งฟ้องในวันพุธนี้ ทางการคิวบาเพิ่งจะมีการประกาศจัดงานเฉลิมฉลองทั่วประเทศเนื่องในโอกาสวันคล้ายวันเกิดครบรอบ 95 ปีของคาสโตร ซึ่งจะมาถึงในวันที่ 3 มิถุนายนนี้

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : nbcnews

WHO เตือน วัคซีนอีโบลาอาจใช้เวลา 9 เดือน ดับพุ่ง 139 ศพแล้ว

WHO เตือน วัคซีนอีโบลาอาจใช้เวลา 9 เดือน ดับพุ่ง 139 ศพแล้ว

21 พ.ค. 2569 00:32 น.

WHO เตือน วัคซีนอีโบลาอาจใช้เวลา 9 เดือน ดับพุ่ง 139 ศพแล้ว

องค์การอนามัยโลกเตือนว่า อาจต้องใช้เวลาถึง 9 เดือนกว่าที่วัคซีนต้านเชื้อไวรัสอีโบลาจะใช้งานได้จริง ขณะที่จำนวนผู้เสียชีวิตและติดเชื้อในดีอาร์คองโกยังคงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

เมื่อ 20 พ.ค. 2569 ดร. วาซี มูรธี ที่ปรึกษาองค์การอนามัยโลก (WHO) กล่าวเมื่อวันพุธว่า ปัจจุบันกำลังมีการพัฒนา “วัคซีนต้นแบบ” ที่มีความเป็นไปได้ในการต่อต้านไวรัสอีโบลาสายพันธุ์ บุนดิบูเกียว (Bundibugyo) จำนวน 2 ชนิด แต่อาจต้องใช้เวลานานถึง 9 เดือนกว่าจะสามารถนำมาใช้ได้จริง เนื่องจากยังไม่ผ่านการทดสอบทางคลินิก

คำพูดของ ดร.มูรธี เกิดขึ้นในขณะที่กำลังเกิดการระบาดของไวรัสอีโบลาในสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก หรือ ดีอาร์คองโก และในยูกันดา โดย ดร.เทดรอส อัดฮานอม เกเบรเยซุส ผู้อำนวยการใหญ่องค์การอนามัยโลก เปิดเผยว่า มีผู้ป่วยที่ต้องสงสัยว่าติดเชื้ออีโบลาแล้ว 600 ราย และมีผู้เสียชีวิตที่เข้าข่ายต้องสงสัย 139 ราย

ดร.เกเบรเยซุสแถลงต่อผู้สื่อข่าว ณ กรุงเจนีวา ว่า มีผู้ป่วยที่ได้รับการยืนยันแล้วว่าติดเชื้ออีโบลาจำนวน 51 รายในดีอาร์คองโก และ 2 รายในยูกันดา เขาคาดด้วยว่า จำนวนผู้ป่วยและเสียชีวิตจะเพิ่มสูงขึ้นอีก เมื่อพิจารณาจากระยะเวลาที่ใช้ในการตรวจหาเชื้อไวรัส

เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา WHO ได้ประกาศให้การแพร่ระบาดครั้งนี้เป็นภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขระหว่างประเทศ (PHEIC) แต่ระบุว่ายังไม่ถึงระดับของการแพร่ระบาดใหญ่ทั่วโลก (Pandemic)

ดร.เกเบรเยซุสกล่าวว่า หลังจากการประชุมเมื่อวันอังคาร คณะกรรมการฉุกเฉินขององค์กรด้านสาธารณสุขมีความเห็นพ้องต้องกันว่า สถานการณ์นี้ยังไม่ใช่ภาวะฉุกเฉินของการแพร่ระบาดใหญ่ทั่วโลก โดยความเสี่ยงของการระบาดในระดับโลกยังอยู่ใน “ระดับต่ำ” แต่ความเสี่ยงระบาดระดับภูมิภาคและประเทศ อยู่ใน “ระดับสูง”

สำหรับผู้ติดเชื้อที่ได้รับการยืนยันแล้ว 51 รายในดีอาร์คองโกนั้น อยู่ในจังหวัด อิตูรี (Ituri) ทางตะวันออกของประเทศ ซึ่งเป็นศูนย์กลางของการแพร่ระบาด และที่จังหวัดคิวูเหนือ ส่วนผู้ติดเชื้อ 2 รายในยูกันดาอยู่ที่กรุงกัมปาลา โดยทั้งคู่มีประวัติเดินทางมาจากดีอาร์คองโก และหนึ่งในนั้นเสียชีวิตแล้ว

“เราทราบดีว่าขนาดของการแพร่ระบาดในสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโกนั้นใหญ่กว่านี้มาก” ผู้อำนวยการใหญ่ WHO กล่าว พร้อมระบุเสริมว่า มีบุคลากรทางการแพทย์รวมอยู่ในกลุ่มผู้เสียชีวิตด้วย ซึ่งถือเป็นเรื่องที่น่ากังวลเป็นพิเศษ

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc