ตลาดหุ้นพลิกกระดานเขียวทั่วโลก หลังจากมีข่าวลืออิหร่านขอเจรจา

ตลาดหุ้นพลิกกระดานเขียวทั่วโลก หลังจากมีข่าวลืออิหร่านขอเจรจา

5 มี.ค. 2569 11:30 น.

ตลาดหุ้นพลิกกระดานเขียวทั่วโลก หลังจากมีข่าวลืออิหร่านขอเจรจา

ตลาดหุ้นทั่วโลกทั้งสหรัฐ ยุโรป และเอเชีย พลิกกระดานกลับมาเขียวอีกครั้งท่ามกลางความขัดเเย้งในตะวันออกกลาง หลังจากมีข่าวลืออิหร่านติดต่อสหรัฐขอเจรจา

แม้เหตุการณ์ความขัดแย้งระหว่าง สหรัฐ-อิสราเอล และอิหร่านยังไม่สงบลง แต่หลังจากสำนักข่าว New York Times รายงานว่า อิหร่านได้ติดต่อสหรัฐอเมริกาหวังเจรจายุติข้อขัดแย้งที่เกิดขึ้น ส่งผลให้ราคาน้ำมันชะลอความร้อนเเรงลง ทำให้ตลาดหุ้นโลกกลับมาฟื้นตัวอีกครั้ง ด้านนักลงทุนยังคงมีความหวังว่าตลาดพลังงานโลกจะไม่ผันผวนมากนัก และสถานการณ์ที่เกิดขึ้นจะจบลงโดยเร็ว

ด้านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของสหรัฐ สกอตต์ เบสเซนต์ (Scott Bessent) แถลงว่า กองทัพเรือของสหรัฐได้เตรียมเส้นทางที่ปลอดภัย สำหรับการขนส่งน้ำมัน ผ่านช่องเเคบฮอร์มุซในยามจำเป็นไว้เเล้ว จึงทำให้ราคาน้ำมันปรับลดลงเเละตลาดหุ้นกลับมาเขียวอีกครั้ง

ในช่วง 2 วันที่ผ่านมา ตลาดหุ้นเอเชียสั่นสะเทือนเเละผันผวนอย่างมาก เพราะเกาหลีใต้เเละญี่ปุ่นพึ่งพาเเละนำเข้าพลังงานมาจากตะวันออกกลางเป็นหลัก ทำให้เมื่อเกิดความไม่มั่นคงของตลาดพลังงาน ตลาดเอเชียจึงดิ่งลงอย่างรวดเร็ว 

ความผันผวนของราคาน้ำมันโลกก็ส่งผลต่อตลาดหุ้นสหรัฐและยุโรปอย่างมากเช่นกัน เเต่กลับมาฟื้นตัวได้หลังราคาน้ำมันโลกปรับลดและคงที่อีกครั้ง 

ราคาน้ำมันดิบเบรนท์พุ่งสูงถึง 81.40 ดอลล่าร์ต่อบาเรล สูงที่สุดนับตั้งเเต่เดือนมกราคมปี 2025 ที่ผ่านมา และคาดว่าในอนาคตจะปรับลดลงอีก 4.3% เช่นเดียวกันกับตลาดพลังงานชนิดอื่นๆที่มีเเนวโน้มจะกลับลดลงในอนาคต 

ตลาดการลงทุนด้านอื่นๆก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน ราคาผลตอบเเทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ 10 ปี ปรับเพิ่มสูงสุดในรอบ 2 สัปดาห์ แสดงให้เห็นว่านักลงทุนมีความกังวลเกี่ยวกับอัตราเงินเฟ้อ 

ค่าเงินดอลล่าร์สหรัฐอ่อนตัวเมื่อเทียบกับสกุลเงินอื่น ทำให้ธนาคารกลางสหรัฐตัดสินใจตรึงอัตราดอกเบี้ยไว้ เพื่อดึงไม่ให้ค่าเงินดอลล่าร์อ่อนลงกว่าเดิม

นักลงทุนยังคงเฝ้ารอสัญญาณการสิ้นสุดลงของสงครามเเละหวังว่าความกังวลเกี่ยวกับปัญหาการขาดเเคลนพลังงานจะคลี่คลายโดยเร็ว.

อ่านเพิ่มเติม : ข่าวต่างประเทศ

ที่มา : CNN

จีนตั้งเป้าเศรษฐกิจโต 4.5–5% ต่ำสุดในรอบ 35 ปี

จีนตั้งเป้าเศรษฐกิจโต 4.5–5% ต่ำสุดในรอบ 35 ปี

5 มี.ค. 2569 10:51 น.

จีนตั้งเป้าเศรษฐกิจโต 4.5–5% ต่ำสุดในรอบ 35 ปี

รัฐบาลจีนประกาศเป้าหมายการเติบโตทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) ปีล่าสุดที่ 4.5 – 5% ซึ่งถือเป็นระดับที่ต่ำที่สุดนับตั้งแต่ปี 1991 ท่ามกลางมรสุมรุมเร้าทั้งวิกฤตอสังหาริมทรัพย์ ประชากรลดลง และแรงกดดันจากสงครามการค้ากับสหรัฐฯ ขณะที่นายกฯ หลี่ เฉียง กางแผนยุทธศาสตร์ 5 ปี ฉบับที่ 15 มุ่งเน้นนวัตกรรม พลังงานสะอาด และการกระตุ้นการบริโภคในครัวเรือน

ในการประชุมครั้งสำคัญทางเมืองของจีน หรือ “การประชุมสองสภา” ที่เริ่มต้นขึ้นเมื่อวันพุธที่ผ่านมา (4 มี.ค.) รัฐบาลจีนได้เปิดเผยรายงานการทำงานของรัฐบาลความยาว 46 หน้า โดยนายกรัฐมนตรี หลี่ เฉียง ระบุถึงเป้าหมายการเติบโตทางเศรษฐกิจในปีนี้ที่ระดับ 4.5% – 5% ซึ่งเป็นการปรับลดเพดานลงจากเป้าหมาย “ประมาณ 5%” ในปี 2023 และถือเป็นตัวเลขเป้าหมายที่ต่ำที่สุดนับตั้งแต่ปี 1991 ไม่นับปี 2020 ที่ไม่มีการตั้งเป้าเนื่องจากการแพร่ระบาดของโควิด-19

รัฐบาลจีนได้เผยรายละเอียดบางส่วนของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 15 โดยมุ่งเน้นไปที่การเร่งลงทุนในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูงและการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ การปรับปรุงอุตสาหกรรมการผลิตให้ทันสมัยเพื่อลดการพึ่งพาการส่งออกเพียงอย่างเดียว รวมถึงเตรียมดำเนินโครงการสำคัญกว่า 100 โครงการในด้านวิทยาศาสตร์ การขนส่ง และพลังงาน และมุ่งเน้นการลดการปล่อยคาร์บอนและก้าวขึ้นเป็นผู้นำด้านพลังงานหมุนเวียน

ขณะที่เป้าหมายเศรษฐกิจที่ลดลงสะท้อนถึงความเป็นจริงที่จีนกำลังเผชิญกับอุปสรรคสำคัญ ได้แก่วิกฤตอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งเป็นภาคส่วนที่เคยครองสัดส่วน 1 ใน 3 ของเศรษฐกิจจีนยังคงซบเซา ส่งผลกระทบต่อรายได้รัฐบาลท้องถิ่นและการจ้างงาน ปัญหาสังคมสูงวัย หลังอัตราการเกิดที่ลดลงและประชากรวัยทำงานที่หดตัวลงอย่างต่อเนื่อง

วิกฤตพลังงานและสงคราม โดยได้รับผลกระทบจากสงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอล กับอิหร่าน ทำให้จีนสูญเสียแหล่งน้ำมันราคาถูก รวมถึงการขาดแคลนน้ำมันจากเวเนซุเอลาหลังการเข้าแทรกแซงของสหรัฐฯ และสงครามการค้า เนื ่องจากมาตรการภาษีของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ สร้างแรงกดดันมหาศาลต่อภาคการส่งออก โดยทรัมป์มีกำหนดการเดินทางเยือนจีนเพื่อพบกับประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ในเดือนเมษายนนี้

โจว เจิ้ง นักวิเคราะห์นโยบายจาก China Macro Group มองว่าเป้าหมายนี้ “สะท้อนความจริง” เนื่องจากจีนต้องแก้ปัญหาซับซ้อนหลายด้านพร้อมกัน ขณะที่ หนิง เล้ง นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยจอร์จทาวน์ ให้ความเห็นว่าต้องจับตาดูตัวเลขจริงอย่างใกล้ชิด เพราะข้อมูลอื่นๆ บ่งชี้ว่าภาพรวมเศรษฐกิจอาจอ่อนแอกว่าที่รายงาน โดยเฉพาะการบริโภคในประเทศที่ยังไม่ฟื้นตัวเท่าที่ควร

อย่างไรก็ตาม รัฐบาลจีนยังคงเชื่อมั่นในการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด โดยย้ำว่าปัจจุบันจีนพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลน้อยลงมากจากการปรับตัวสู่พลังงานหมุนเวียนในช่วงหลายปีที่ผ่านมา.

ที่มา BBC

อินโดนีเซียทลายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ญี่ปุ่น! ปลอมเป็น “ตำรวจ” หลอกเหยื่อผู้สูงอายุข้ามชาติ

อินโดนีเซียทลายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ญี่ปุ่น! ปลอมเป็น “ตำรวจ” หลอกเหยื่อผู้สูงอายุข้ามชาติ

5 มี.ค. 2569 09:02 น.

อินโดนีเซียทลายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ญี่ปุ่น! ปลอมเป็น “ตำรวจ” หลอกเหยื่อผู้สูงอายุข้ามชาติ

ตำรวจอินโดนีเซียเปิดปฏิบัติการทลายเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ข้ามชาติ จับชายชาวญี่ปุ่น 13 คน หลังปลอมตัวเป็นตำรวจ หลอกลวงเหยื่อในญี่ปุ่นผ่านวิดีโอคอลและระบบออนไลน์ สร้างความเสียหายเป็นวงกว้าง

นายยูลดี ยูสมาน  รักษาการอธิบดีกรมตรวจคนเข้าเมืองอินโดนีเซีย เปิดเผยว่า ผู้ต้องหาทั้งหมดมีอายุระหว่าง 40–45 ปี ถูกจับกุมเมื่อวันที่ 2 มีนาคมที่ผ่านมา ในพื้นที่เซนตุล ซึ่งเป็นย่านที่อยู่อาศัยและธุรกิจบนเนินเขาในเขตโบกอร์ จังหวัดชวาตะวันตก ใกล้กับกรุง จาการ์ตา

คดีนี้เริ่มต้นจากการร้องเรียนของประชาชนในพื้นที่ ซึ่งสังเกตเห็นพฤติกรรมต้องสงสัยตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ เจ้าหน้าที่จึงขยายผลด้วยการสืบสวน ลงพื้นที่สำรวจ และเฝ้าติดตามแบบอำพราง จนยืนยันได้ว่ามีกิจกรรมผิดกฎหมายเกิดขึ้นภายในบ้านพักดังกล่าว โดยเป็นกลุ่มชาวญี่ปุ่น 

ผลการสอบสวนเบื้องต้นชี้ว่า กลุ่มผู้ต้องหาเป็นสมาชิกเครือข่ายหลอกลวงทางโทรศัพท์และออนไลน์ มุ่งเป้าไปที่ผู้สูงอายุชาวญี่ปุ่น โดยใช้วิธีโทรผ่านอินเทอร์เน็ตและวิดีโอคอล พร้อมสวมเครื่องแบบตำรวจและติดตราตำรวจปลอม เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือและกดดันให้เหยื่อโอนเงิน ซึ่งของกลางที่ตรวจยึดได้ ได้แก่ เครื่องแบบตำรวจญี่ปุ่น, ตราตำรวจปลอม, โทรศัพท์มือถือและแท็บเล็ตจำนวนมาก, เราเตอร์อินเทอร์เน็ต, หนังสือเดินทางของผู้ต้องหา

แม้จะพบว่ามีเหยื่อหลายร้อยราย ในญี่ปุ่น แต่ขณะนี้ยังไม่สามารถประเมินมูลค่าความเสียหายได้ เนื่องจากผู้ต้องหาปฏิเสธให้การ หากไม่มีนักการทูตหรือทนายความจากญี่ปุ่นเข้าร่วม

นายยูสมานระบุว่า นี่เป็นครั้งแรกที่เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองอินโดนีเซียจับกุมชาวญี่ปุ่นในคดีฉ้อโกงลักษณะนี้ และเป็นคดีแรกที่ผู้กระทำผิดและเหยื่อเป็นชาวญี่ปุ่นด้วยกันเอง โดยพบว่าผู้ต้องหาส่วนใหญ่เดินทางเข้าอินโดนีเซียด้วยวีซ่าท่องเที่ยว ส่วนที่เหลือใช้วีซ่าธุรกิจ

ขณะนี้สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองอินโดนีเซียกำลังประสานงานกับสถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำกรุงจาการ์ตา เพื่อตรวจสอบเอกสารต้นฉบับ และหารือกับรัฐบาลญี่ปุ่นเกี่ยวกับกระบวนการส่งตัวผู้ต้องหา

กลุ่มผู้ต้องหาอาจเข้าข่ายละเมิดกฎหมายหลายฉบับของอินโดนีเซีย ทั้งประมวลกฎหมายอาญา กฎหมายข้อมูลและธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ และกฎหมายตรวจคนเข้าเมือง.

ที่มา : NHK

คลิกอ่าน ข่าวต่างประเทศ

จมเรือรบอิหร่าน ใกล้เกาะศรีลังกา โดรนถล่มดูไบ กงสุลมะกันยับ ยิวกาหัวสังหาร ล่าผู้นําคนใหม่

จมเรือรบอิหร่าน ใกล้เกาะศรีลังกา โดรนถล่มดูไบ กงสุลมะกันยับ ยิวกาหัวสังหาร ล่าผู้นําคนใหม่

จมเรือรบอิหร่าน ใกล้เกาะศรีลังกา โดรนถล่มดูไบ กงสุลมะกันยับ ยิวกาหัวสังหาร ล่าผู้นําคนใหม่

5 มี.ค. 2569 09:02 น.

สหรัฐฯ-อิสราเอลปฏิบัติการเดือดโจมตีอิหร่านอย่างหนัก จมเรือฟริเกตของอิหร่านที่ศรีลังกาลูกเรือสูญหายนับร้อย และถล่มเรือรบจม 17 ลำ “ทรัมป์” โวตุนอาวุธไว้เหลือเฟือกดดันบริษัทผลิตอาวุธเสริมทัพ ผู้นำอิหร่านคนใหม่อาจเลวร้าย ส่วนกองทัพอิหร่านสวนกลับถล่มกงสุลสหรัฐฯ ในดูไบซัดเรดาร์เตือนภัย

สว.สหรัฐฯ ปัดตกมติจำกัดอำนาจทรัมป์ทำสงครามในอิหร่าน

สว.สหรัฐฯ ปัดตกมติจำกัดอำนาจทรัมป์ทำสงครามในอิหร่าน

5 มี.ค. 2569 06:09 น.

สว.สหรัฐฯ ปัดตกมติจำกัดอำนาจทรัมป์ทำสงครามในอิหร่าน

สมาชิกวุฒิสภาฝ่ายรีพับลิกันแสดงการสนับสนุนการทำสงครามในอิหร่าน โดยลงมติปัดตกความพยายามในการจำกัดอำนาจการทำสงครามของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ แล้ว

เมื่อ 4 มี.ค. 2569 สมาชิกวุฒิสภาสังกัดพรรครีพับลิกันแสดงการสนับสนุนปฏิบัติการทางทหารของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ในการต่อต้านอิหร่าน โดยลงมติขัดขวางข้อมติที่เสนอร่วมกันโดยพรรครีพับลิกันกับเดโมแครต เพื่อหวังจะยุติสงคราม และกำหนดให้การโจมตีอิหร่านต้องได้รับอนุมัติจากสภาคองเกรสก่อน

2 พรรคการเมืองใหญ่ของสหรัฐฯ เสนอร่างมติอาศัยอำนาจตาม “กฎหมายมติอำนาจสงคราม” (War Powers Resolution) เพื่อจำกัดและควบคุมการปฏิบัติการทางทหารของประธานาธิบดีทรัมป์ในอิหร่าน ท่ามกลางข้อครหาว่า ทรัมป์เริ่มปฏิบัติการดังกล่าวโดยไม่ผ่านการอนุมัติจากสภาก่อน

อย่างไรก็ตาม วุฒิสมาชิกลงมติคัดค้าน 52 เสียงต่อเห็นชอบ 47 เสียง ปัดตกข้อมติดังกล่าว ซึ่งเป็นการลงคะแนนตามแนวทางของพรรคเป็นหลัก โดยสมาชิกพรรครีพับลิกันเกือบทุกคนลงมติคัดค้าน และสมาชิกพรรคเดโมแครตเกือบทุกคนลงมติสนับสนุน

การยื่นข้อมติดังกล่าวต่อสภาคองเกรส ถือเป็นความพยายามล่าสุดของพรรคเดโมแครตและสมาชิกพรรครีพับลิกันบางส่วน เพื่อควบคุมการส่งกำลังทหารไปต่างแดนซ้ำแล้วซ้ำเล่าของทรัมป์ โดยผู้สนับสนุนระบุว่านี่คือความพยายามที่จะดึงอำนาจหน้าที่ของสภาคองเกรสในการประกาศสงครามกลับคืนมา

ส่วนฝ่ายที่คัดค้านมองว่า การกระทำของทรัมป์นั้นชอบด้วยกฎหมายและอยู่ในขอบเขตอำนาจของเขาในฐานะผู้บัญชาการทหารสูงสุด เพื่อปกป้องสหรัฐฯ ด้วยการสั่งการให้โจมตีในขอบเขตที่จำกัด

อย่างไรก็ตาม เป็นที่คาดการณ์กันอย่างกว้างขวางว่า การยื่นข้อมติครั้งนี้จะประสบความล้มเหลว เนื่องจากพรรครีพับลิกันของทรัมป์ครองเสียงข้างมากในทั้งวุฒิสภาและสภาผู้แทนราษฎร และพวกเขาเคยขัดขวางข้อมติที่พยายามจำกัดอำนาจในการทำสงครามของเขามาแล้วหลายครั้งก่อนหน้านี้

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna

ทำเนียบขาว ย้ำ 4 เป้าหมายถล่มอิหร่าน สหรัฐฯ อาจโจมตีโดนโรงเรียน

ทำเนียบขาว ย้ำ 4 เป้าหมายถล่มอิหร่าน สหรัฐฯ อาจโจมตีโดนโรงเรียน

5 มี.ค. 2569 05:25 น.

ทำเนียบขาว ย้ำ 4 เป้าหมายถล่มอิหร่าน สหรัฐฯ อาจโจมตีโดนโรงเรียน

โฆษกทำเนียบขาวยืนยัน 4 เป้าหมายหลักในการโจมตีอิหร่าน ซึ่งไม่รวมการเปลี่ยนแปลงรัฐบาล ในขณะที่ไม่ปฏิเสธว่า สหรัฐฯ อาจเป็นผู้โจมตีโรงเรียนประถมหญิงล้วนจนทำให้มีเด็กเสียชีวิตจำนวนมาก

เมื่อ 4 มี.ค. 2569 น.ส.แคโรไลน์ ลีวิตต์ โฆษกทำเนียบขาวสหรัฐฯ จัดงานแถลงข่าวเปิดเผยข้อมูลหลายอย่างเกี่ยวกับปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐฯ ต่อประเทศอิหร่าน โดยเธอย้ำเป้าหมาย 4 ข้อ และยืนยันว่าการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลไม่ใช่เป้าหมายหลัก ขณะที่ไม่ตัดความเป็นไปได้ว่าสหรัฐฯ คือผู้โจมตีโรงเรียนประถมในอิหร่าน

น.ส.ลีวิตต์กล่าวว่า เป้าหมายของสหรัฐฯ คือการทำลายโครงการขีปนาวุธวิถีโค้งของรัฐบาลอิหร่าน, “กวาดล้าง” กองกำลังทางทะเลของอิหร่านในภูมิภาค, ทลายเครือข่ายตัวแทนก่อการร้ายของอิหร่าน และขัดขวางไม่ให้มีการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ ส่วนเรื่องการเปลี่ยนระบอบการปกครองไม่ใช่เป้าหมายหลักในขณะนี้

เธอบอกด้วยว่า การตัดสินใจของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ในการโจมตีอิหร่านนั้น มีแรงผลักดันมาจาก “ลางสังหรณ์ที่ดี” (Good feeling) บนพื้นฐานของข้อมูลข่าวกรอง ว่า รัฐบาลอิหร่านกำลังวางแผนที่จะโจมตีสหรัฐฯ

โฆษกทำเนียบขาวยังไม่ตัดความเป็นไปได้ที่สหรัฐฯ อาจจะเป็นผู้ลงมือโจมตีโรงเรียนประถมหญิงล้วนทางตอนใต้ของอิหร่าน ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตกว่า 170 ศพแล้ว แต่เธอยืนยันว่า กองทัพสหรัฐฯ ไม่ได้ตั้งเป้าหมายการโจมตีไปที่พลเรือน

ลีวิตต์กล่าวด้วยว่า สหรัฐฯ มีอาวุธ “มากเกินพอ” ที่จะทำสงครามยืดเยื้อกับอิหร่าน แม้ว่าก่อนหน้านี้ทรัมป์จะเคยส่งสัญญาณว่าคลังแสงอาจไม่ได้มีมากเท่าที่เขาต้องการก็ตาม และสหรัฐฯ จะสามารถครองน่านฟ้าของอิหร่านได้อย่าง “เบ็ดเสร็จและสมบูรณ์” ในไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้านี้

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

อิหร่านเลื่อนจัดพิธีไว้อาลัยอดีตผู้นำสูงสุด อิสราเอลเริ่มโจมตีระลอก 11

อิหร่านเลื่อนจัดพิธีไว้อาลัยอดีตผู้นำสูงสุด อิสราเอลเริ่มโจมตีระลอก 11

5 มี.ค. 2569 04:53 น.

อิหร่านเลื่อนจัดพิธีไว้อาลัยอดีตผู้นำสูงสุด อิสราเอลเริ่มโจมตีระลอก 11

อิสราเอลเปิดฉากโจมตีเมืองหลวงอิหร่านเป็นระลอกที่ 11 นับตั้งแต่สงครามเริ่มขึ้นเมื่อสุดสัปดาห์ ในขณะที่อิหร่านประกาศเลื่อนการจัดพิธีไว้อาลัยให้แก่ผู้นำสูงสุดผู้ล่วงลับออกไปอย่างไม่มีกำหนด

เมื่อคืนวันที่ 4 มี.ค. 2569 กองกำลังป้องกันอิสราเอล (IDF) ออกแถลงการณ์ระบุว่า พวกเขาเริ่มการโจมตีทางอากาศระลอกใหม่ทั่วกรุงเตหะราน เมืองหลวงของประเทศอิหร่านแล้ว โดยมุ่งเป้าไปที่โครงสร้างพื้นฐานทางทหาร

อย่างไรก็ตาม ทางกองทัพยังไม่ได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับพิกัดที่แน่ชัด แต่ระบุว่าจะมีการแจ้งรายละเอียดเพิ่มเติมในภายหลัง ท่ามกลางรายงานของผู้สื่อข่าวในพื้นที่ว่า ได้ยินเสียงระเบิดรุนแรงหลายครั้งในเมืองหลวง

การโจมตีครั้งล่าสุดของอิสราเอลนี้ นับเป็นการโจมตีระลอกที่ 11 แล้ว นับตั้งแต่สหรัฐฯ กับอิสราเอลเปิดฉากโจมตีกรุงเตหะราน 28 ก.พ.ที่ผ่านมา

การโจมตีนี้ยังเกิดขึ้นตามหลังการโจมตีอีกระลอกในช่วงเช้าวันพุธ ซึ่ง IDF ระบุว่าสามารถทำลาย “ทรัพย์สินของกองทัพหลายสิบรายการที่เกี่ยวข้องกับระบบขีปนาวุธวิถีโค้งของรัฐบาลอิหร่าน” ในพื้นที่ทางตะวันตกและตอนกลางของอิหร่าน

นอกจากนั้นยังระบุด้วยว่า ฐานยิงขีปนาวุธบางแห่ง “ถูกโจมตีในขณะที่เจ้าหน้าที่อิหร่านกำลังเตรียมการใช้งาน” เพื่อโจมตีอิสราเอล

“เราโจมตีรัฐบาลนี้ด้วยแสนยานุภาพมหาศาล และเราไม่คิดที่จะหยุดพักเลยแม้แต่นาทีเดียว เรากำลังโจมตีเป้าหมายที่สำคัญและเปราะบางที่สุด และเราได้ทำลายเสถียรภาพของพวกเขาอย่างต่อเนื่อง” เอฟฟี เดฟริน (Effie Defrin) โฆษกของ IDF กล่าวในงานแถลงข่าวเมื่อเย็นวันพุธ

อีกด้านหนึ่ง รัฐบาลอิหร่านประกาศเลื่อนกำหนดการจัดพิธีไว้อาลัยให้แก่ อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดผู้ล่วงลับ ซึ่งเดิมจะมีขึ้นในวันพุธแต่ต่อเนื่อง 3 วัน เป็นเลื่อนออกไปจนกว่าจะมีการแจ้งกำหนดการใหม่ให้ทราบในภายหลัง โดยระบุด้วยว่า ขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างขั้นตอนการเตรียมงาน

ทำเนียบขาวอ้าง สเปนยอมร่วมมือกับสหรัฐฯ แล้ว แต่โดนปฏิเสธทันควัน

ทำเนียบขาวอ้าง สเปนยอมร่วมมือกับสหรัฐฯ แล้ว แต่โดนปฏิเสธทันควัน

5 มี.ค. 2569 02:40 น.

ทำเนียบขาวอ้าง สเปนยอมร่วมมือกับสหรัฐฯ แล้ว แต่โดนปฏิเสธทันควัน

โฆษกทำเนียบขาวอ้างว่า สเปนยอมร่วมมือทางทหารกับสหรัฐฯ ในการโจมตีอิหร่านแล้ว อย่างไรก็ตาม รัฐมนตรีแดนกระทิงดุออกมาปฏิเสธทันควัน โดยย้ำว่าจุดยืนของสเปนยังไม่เปลี่ยนแปลง

เมื่อวันพุธที่ 4 มี.ค. 2569 น.ส.แคโรไลน์ ลีวิตต์ โฆษกทำเนียบขาวกล่าวว่า สเปนตกลงที่จะให้ความร่วมมือกับภารกิจทางทหารของสหรัฐฯ ในการต่อต้านอิหร่านแล้ว หลังจากประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ออกมาโจมตีสเปนอย่างรุนแรง และขู่จะใช้มาตรการคว่ำบาตรทางการค้าเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา

โฆษกทำเนียบขาวกล่าวว่า “ในส่วนของสเปน ฉันคิดว่าพวกเขาได้รับสารจากท่านประธานาธิบดีเมื่อวานนี้อย่างชัดเจนแล้ว และตามที่ฉันเข้าใจ ในช่วงไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมา พวกเขาได้ตกลงที่จะให้ความร่วมมือกับกองทัพสหรัฐฯ แล้ว”

ทว่าหลังจากนั้นไม่นาน นายโฆเซ มานูเอล อัลบาเรส รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของสเปน ก็ให้สัมภาษณ์กับสถานีวิทยุท้องถิ่นโดยปฏิเสธคำพูดของลีวิตต์ว่า “จุดยืนของเรายังคงไม่เปลี่ยนแปลง”

ทั้งนี้ นาย เปโดร ซานเชซ นายกรัฐมนตรีสเปน กลายเป็นผู้นำยุโรปที่วิพากษ์วิจารณ์นายทรัมป์อย่างเปิดเผยที่สุด และปฏิเสธที่จะนำสเปนเข้าสู่สงครามในอิหร่าน แม้จะถูกขู่ด้วยมาตรการคว่ำบาตรก็ตาม

นายซานเชซแถลงยืนยันในวันพุธว่า “เราจะไม่เข้าไปมีส่วนร่วมในสิ่งที่ส่งผลเสียต่อโลก หรือขัดต่อค่านิยมและผลประโยชน์ของเรา เพียงเพื่อหลีกเลี่ยงการตอบโต้จากใครบางคน”

อย่างไรก็ตาม ลีวิตต์ยังคงยืนยันในวันพุธว่า กองทัพสหรัฐฯ “กำลังประสานงานกับกองทัพในสเปน” และทรัมป์ “คาดหวังให้ยุโรปทั้งหมด รวมถึงพันธมิตรยุโรปของเราทุกคนให้ความร่วมมือ” พร้อมระบุว่าระบอบการปกครองของอิหร่านนั้นเป็นภัยคุกคามต่อประเทศในยุโรปเช่นกัน

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

เพนตากอนเผย สหรัฐฯ เด็ดหัวผู้อยู่เบื้องหลัง แผนลอบสังหารทรัมป์แล้ว

เพนตากอนเผย สหรัฐฯ เด็ดหัวผู้อยู่เบื้องหลัง แผนลอบสังหารทรัมป์แล้ว

5 มี.ค. 2569 01:51 น.

เพนตากอนเผย สหรัฐฯ เด็ดหัวผู้อยู่เบื้องหลัง แผนลอบสังหารทรัมป์แล้ว

รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ เผยว่า กองทัพได้สังหารเจ้าหน้าที่อิหร่านผู้อยู่เบื้องหลังแผนการลอบสังหารประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ เมื่อ 2 ปีก่อนแล้ว

เมื่อ 4 มี.ค. 2569 นายพีท เฮกเซธ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ กล่าวระหว่างการแถลงข่าวความคืบหน้าปฏิบัติการ “อิปิก ฟิวรี” (Epic Fury) ในอิหร่าน ที่ตึกเพนตากอน ว่า กองทัพสหรัฐฯ สังหารเจ้าหน้าที่ระดับสูงของอิหร่านซึ่งเป็นหัวหน้าหน่วยที่อยู่เบื้องหลังแผนการลอบสังหารประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้แล้ว

นายเฮกเซธกล่าวว่า เจ้าหน้าที่อิหร่านรายดังกล่าว ซึ่งเขาไม่ได้เปิดเผยชื่อ ถูกสังหารเมื่อวันอังคาร (3 มี.ค.) และย้ำว่าเจ้าหน้าที่รายนี้ไม่ใช่เป้าหมายหลักของสงครามครั้งนี้

“ผู้นำของหน่วยที่พยายามจะลอบสังหารประธานาธิบดีทรัมป์ ถูกตามล่าและสังหารแล้ว อิหร่านพยายามจะสังหารประธานาธิบดีทรัมป์ แต่ประธานาธิบดีทรัมป์คือผู้ที่ได้หัวเราะเป็นคนสุดท้าย”

ทั้งนี้ เมื่อปี 2567 กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ตั้งข้อหาชายชาวอิหร่านคนหนึ่งที่มีความเชื่อมโยงกับแผนการลอบสังหารนายทรัมป์ ซึ่งตอนนั้นเป็นผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดี ตามคำสั่งของกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามอิหร่าน (IRGC) แต่ฝ่ายรัฐบาลอิหร่านปฏิเสธข้อกล่าวหา

ทางด้านประธานาธิบดีทรัมป์ก็พูดถึงแผนการลอบสังหารดังกล่าว ในตอนที่เขาพูดถึงปฏิบัติการร่วมระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอลที่สังหาร อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา โดยระบุว่า “ผมจัดการเขาก่อนที่เขาจะจัดการผม”

อย่างไรก็ตาม เฮกเซธระบุว่า ทรัมป์ไม่บอกว่าการตามล่าตัวผู้นำหน่วยอิหร่านที่อยู่เบื้องหลังแผนลอบสังหารนี้ เป็นภารกิจลำดับต้นๆ ของเพนตากอนแต่อย่างใด

“แม้ว่าเรื่องนั้นจะไม่ใช่เป้าหมายหลักของปฏิบัติการนี้เลยแม้แต่น้อย และอันที่จริง ท่านประธานาธิบดีหรือใครก็ตามไม่เคยยกเรื่องนี้ขึ้นมาพูดเลย แต่ผมและคนอื่นๆ ได้ทำให้แน่ใจว่า บรรดาผู้ที่มีส่วนรับผิดชอบต่อเหตุการณ์นั้น (แผนลอบสังหาร) จะต้องถูกรวมอยู่ในรายชื่อเป้าหมายในที่สุด” เฮกเซธกล่าวกับผู้สื่อข่าว

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna

อิหร่านบอกไม่มีทางเลือก ต้องโจมตีเพื่อนบ้าน เพื่อตอบโต้สหรัฐฯ-อิสราเอล

อิหร่านบอกไม่มีทางเลือก ต้องโจมตีเพื่อนบ้าน เพื่อตอบโต้สหรัฐฯ-อิสราเอล

5 มี.ค. 2569 00:14 น.

อิหร่านบอกไม่มีทางเลือก ต้องโจมตีเพื่อนบ้าน เพื่อตอบโต้สหรัฐฯ-อิสราเอล

ประธานาธิบดีอิหร่านบอกประเทศเพื่อนบ้านว่า อิหร่านไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากโจมตี เพื่อตอบโต้การโจมตีของสหรัฐฯ กับอิสราเอล ท่ามกลางสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลางที่ยังคงร้อนระอุ

เมื่อ 4 มี.ค. 2569 ประธานาธิบดี มาซูด เปเซชเคียน แห่งอิหร่าน โพสต์ข้อความผ่าน X เพื่อบอกกับประเทศเพื่อนบ้านในภูมิภาคอ่าวเปอร์เซียว่า พวกเขา “ไม่มีทางเลือกอื่น” นอกจากการตอบโต้การโจมตีจากสหรัฐอเมริกาและอิสราเอล

นายเปเซชเคียนบอกอีกว่า อิหร่านได้พยายามอย่างเต็มที่ “ด้วยความช่วยเหลือจากพวกท่าน” เพื่อหลีกเลี่ยงสงคราม แต่การโจมตีจากสหรัฐฯ และอิสราเอลทำให้อิหร่าน “ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องป้องกันตนเอง”

ผู้นำอิหร่านย้ำด้วยว่า เขายอมรับในอธิปไตยของประเทศเพื่อนบ้าน และเชื่อว่าสันติภาพในภูมิภาค “จะต้องได้รับการรับรองโดยประเทศต่างๆ ภายในภูมิภาคเอง”

ทั้งนี้ หลังจากที่สหรัฐฯ และอิสราเอลเปิดฉากปฏิบัติการโจมตีอิหร่านเมื่อวันที่ 28 ก.พ. อิหร่านก็ได้ตอบโต้ด้วยการยิงขีปนาวุธและโดรนหลายร้อยลำไปยังประเทศเพื่อนบ้านอาหรับ โดยมีเป้าหมายทั้ง ฐานทัพสหรัฐฯ ตลอดจนโครงสร้างพื้นฐานของพลเรือนและด้านพลังงานในกลุ่มรัฐอ่าวเปอร์เซีย เช่น สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์, กาตาร์ และโอมาน

กาตาร์ระบุในวันพุธว่า อิหร่านยิงขีปนาวุธร่อน 2 ลูก และส่งโดรนอีก 10 ลำมาโจมตีเมื่อช่วงรุ่งสาง แต่กองทัพอากาศและกองทัพเรือของกาตาร์ สามารถสกัดกั้นการโจมตีทั้งหมดเอาไว้ได้

ส่วนสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ระบุผ่าน X ว่าวันนี้ (4 มี.ค.) สามารถสกัดกั้นขีปนาวุธได้ 3 ลูก และโดรน 121 ลำ ขณะที่มีโดรนอีก 8 ลำตกในดินแดนของพวกเขา อย่างไรก็ตาม กระทรวงต่างประเทศของ UAE แถลงว่า ประเทศของพวกเขาถูกอิหร่านโจมตีมากกว่าพันครั้ง นับตั้งแต่สงครามปะทุขึ้นเมื่อวันเสาร์ (28 ก.พ.)

ด้านกระทรวงกลาโหมของซาอุดีอาระเบียระบุว่า มีความพยายามโจมตีโรงกลั่นน้ำมัน “ราส ทานูรา” (Ras Tanura) โดยการประเมินเบื้องต้นชี้ว่าเป็นโดรนหนึ่งลำและไม่ก่อให้เกิดความเสียหายใด ๆ

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc