เรือในช่องแคบฮอร์มุซยังแทบไม่ขยับ แม้สหรัฐฯ-อิหร่านประกาศหยุดยิง

 เรือในช่องแคบฮอร์มุซยังแทบไม่ขยับ แม้สหรัฐฯ-อิหร่านประกาศหยุดยิง

8 เม.ย. 2569 13:19 น.

เรือในช่องแคบฮอร์มุซยังแทบไม่ขยับ แม้สหรัฐฯ-อิหร่านประกาศหยุดยิง

ผ่านไปกว่า 6 ชั่วโมงหลังสหรัฐอเมริกาและอิหร่านประกาศข้อตกลงหยุดยิง แต่ข้อมูลการเดินเรือล่าสุดชี้ การสัญจรในช่องแคบฮอร์มุซแทบไม่มีความเคลื่อนไหว สะท้อนความกังวลด้านความปลอดภัยยังไม่คลี่คลาย

ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงทางทะเลระบุว่า แม้การหยุดยิงจะเป็นก้าวแรกที่สำคัญ แต่ยังไม่เพียงพอที่จะทำให้การขนส่งเชิงพาณิชย์กลับสู่ภาวะปกติในทันที

ชาร์ลี บราวน์ ที่ปรึกษาอาวุโสด้านการติดตามกองเรือล่องหนของ United Against Nuclear Iran และอดีตนายทหารเรือสหรัฐฯ ระบุว่าผู้ประกอบการเรือยังคงรอดูท่าที จากหลายฝ่ายสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานความมั่นคงทางทะเล รัฐเจ้าของธงเรือ รวมถึงบริษัทประกันภัยความเสี่ยงสงคราม

เขาย้ำว่าสัญญาณสำคัญ ที่ตลาดกำลังจับตาคือ เรือกลุ่มแรกที่จะกล้าแล่นผ่านเส้นทางนี้ หากสามารถเดินทางได้อย่างปลอดภัย ความเชื่อมั่นจะกลับมาอย่างรวดเร็ว และผู้ประกอบการรายอื่นจะทยอยตามมา

ตั้งแต่สงครามเริ่มต้น อิหร่านได้โจมตีเรืออย่างน้อย 19 ลำ บริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเชื่อมระหว่างอ่าวเปอร์เซียและอ่าวโอมาน โดยการปิดกั้นเส้นทางนานเกือบ 6 สัปดาห์ ส่งผลให้การส่งออกน้ำมันดิบทั่วโลกสะดุด และกดดันตลาดการเงินอย่างหนัก

ด้าน อับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน ระบุว่าการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซจะสามารถทำได้อย่างปลอดภัย แต่ต้องอยู่ภายใต้การประสานงานกับกองทัพอิหร่านเท่านั้น

ขณะเดียวกัน สื่อทางการของอิหร่านรายงานว่า อิหร่านและโอมาน เตรียมเรียกเก็บค่าธรรมเนียมจากเรือที่ผ่านช่องแคบในช่วงหยุดยิง ทำให้สถานการณ์ยังคงไม่แน่นอน.

ที่มา : channelnewsasia

“บิล เกตส์” เตรียมเข้าให้การสภาคองเกรส ปมความสัมพันธ์ “เจฟฟรีย์ เอปสตีน”

"บิล เกตส์" เตรียมเข้าให้การสภาคองเกรส ปมความสัมพันธ์ "เจฟฟรีย์ เอปสตีน"

8 เม.ย. 2569 12:55 น.

“บิล เกตส์” เตรียมเข้าให้การสภาคองเกรส ปมความสัมพันธ์ “เจฟฟรีย์ เอปสตีน”

“บิล เกตส์” มหาเศรษฐีผู้ก่อตั้งไมโครซอฟท์ตอบรับการเข้าชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการตรวจสอบของสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ กรณีการติดต่อกับอาชญากรทางเพศ “เจฟฟรีย์ เอปสตีน” เดือนมิถุนายนนี้  เจ้าตัวย้ำเสียใจที่เคยรู้จัก แต่ยืนยันไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดกฎหมายใดๆ

นายบิล เกตส์ มหาเศรษฐีผู้ร่วมก่อตั้งบริษัทไมโครซอฟท์ เตรียมเดินทางเข้าให้การต่อสภาคองเกรสสหรัฐฯ ในวันที่ 10 มิถุนายนนี้ เพื่อชี้แจงเกี่ยวกับความสัมพันธ์และการติดต่อสื่อสารระหว่างเขากับ นายเจฟฟรีย์ เอปสตีน อดีตมหาเศรษฐีผู้ถูกตัดสินความผิดในคดีล่วงละเมิดทางเพศเด็กหญิงและจัดหาค้าประเวณีที่เสียชีวิตในคุกไปก่อนหน้านี้

โฆษกส่วนตัวของเกตส์เปิดเผยกับสื่อว่า เขายินดีที่จะตอบคำถามของคณะกรรมาธิการตรวจสอบและกำกับดูแลของสภาผู้แทนราษฎร เพื่อสนับสนุนการทำงานที่สำคัญของหน่วยงาน โดยย้ำว่าเกตส์ไม่ได้ถูกตั้งข้อหาล่วงละเมิดใดๆ และการปรากฏชื่อในไฟล์สืบสวนไม่ได้หมายความว่าเขามีส่วนเกี่ยวข้องกับอาชญากรรม

ความเคลื่อนไหวครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ได้เปิดเผยเอกสารที่เกี่ยวข้องกับคดีเอปสตีนมากกว่า 3 ล้านฉบับ ตามกฎหมายที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ลงนามเมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ซึ่งกำหนดให้มีการเปิดเผยข้อมูลการสืบสวนทั้งหมดต่อสาธารณะ

ก่อนหน้านี้ หนังสือพิมพ์เดอะ วอลล์สตรีทเจอร์นัล รายงานว่า บิล เกตส์ ได้กล่าวขอโทษต่อพนักงานในมูลนิธิของเขา โดยยอมรับว่าเขาเคยมีความสัมพันธ์เชิงชู้สาวกับหญิงชาวรัสเซีย 2 ราย ซึ่งต่อมาเอปสตีนได้รับรู้เรื่องนี้ อย่างไรก็ตาม เกตส์ยืนยันอย่างหนักแน่นว่า “ผมไม่ได้ทำอะไรผิดกฎหมาย และไม่เห็นการกระทำผิดกฎหมายใดๆ ในช่วงที่รู้จักกับเขา”

ในการให้สัมภาษณ์ก่อนหน้านี้ เกตส์ระบุว่าการพบปะกับเอปสตีนจำกัดอยู่เพียงการรับประทานอาหารค่ำเพื่อพูดคุยเรื่องการกุศลเท่านั้น และเขาไม่เคยเดินทางไปยังเกาะส่วนตัวของเอปสตีนตามที่เป็นข่าว

เกตส์กล่าวในบทสัมภาษณ์หนึ่งว่า “ทุกนาทีที่ผมใช้ร่วมกับเขาเป็นสิ่งที่ผมเสียใจที่สุด และผมขออภัยที่ทำเช่นนั้นลงไป” 

ทั้งนี้ การเรียกตัวบิล เกตส์ เข้าให้การ เป็นส่วนหนึ่งของการขยายผลสืบสวนบุคคลระดับสูงที่มีความเชื่อมโยงกับเอปสตีน โดยเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา อดีตประธานาธิบดีบิล คลินตัน และนางฮิลลารี คลินตัน อดีตรัฐมนตรีต่างประเทศ ก็ได้เข้าให้การต่อคณะกรรมาธิการชุดนี้ไปแล้วเช่นกัน.

ที่มา BBC

แหล่งข่าวเผย “จีน” กดดันอิหร่านสงบศึกสหรัฐฯ ผ่านตัวกลางหลายประเทศ

แหล่งข่าวเผย "จีน" กดดันอิหร่านสงบศึกสหรัฐฯ ผ่านตัวกลางหลายประเทศ

8 เม.ย. 2569 12:30 น.

แหล่งข่าวเผย “จีน” กดดันอิหร่านสงบศึกสหรัฐฯ ผ่านตัวกลางหลายประเทศ

แหล่งข่าวเปิดเผยบทบาทสำคัญของ “จีน” ในฐานะตัวแปรหลักที่ผลักดันให้อิหร่านยอมตกลงหยุดยิงกับสหรัฐฯ นาน 2 สัปดาห์ โดยใช้ช่องทางผ่านประเทศคนกลางและพันธมิตรทางการค้า บีบให้คืนสู่โต๊ะเจรจาเพื่อรักษาเสถียรภาพเศรษฐกิจโลก

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า แหล่งข่าวจากเจ้าหน้าที่ระดับสูงเปิดเผยว่า รัฐบาลจีนในฐานะคู่ค้ารายใหญ่ที่สุดของอิหร่าน ได้แสดงบทบาทเป็น “ผู้ชี้นำ” อยู่เบื้องหลังความพยายามให้เกิดข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราวระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน โดยจีนได้ดำเนินการอย่างเงียบๆ ผ่านคนกลางอย่างปากีสถาน ตุรกี และอียิปต์ เพื่อกดดันให้อิหร่านเลือกเส้นทางแห่งสันติภาพ

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ได้ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว AFP ยืนยันถึงบทบาทของจีนในครั้งนี้ว่า จีนมีส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการจูงใจให้อิหร่านกลับเข้าสู่การเจรจา ซึ่งถือเป็นความเคลื่อนไหวที่สอดคล้องกับผลประโยชน์ของจีนเอง ที่ต้องการให้สถานการณ์ความขัดแย้งคลี่คลายลงก่อนที่ทรัมป์จะมีกำหนดการเดินทางเยือนจีนเพื่อพบกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ในช่วงกลางเดือนพฤษภาคมนี้ หลังจากที่แผนการเยือนเดิมในช่วงปลายเดือนมีนาคมถูกเลื่อนออกไปเนื่องจากภาวะสงคราม

นางเหมา หนิง โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน ระบุว่า “ทุกฝ่ายจำเป็นต้องแสดงความจริงใจและยุติสงครามที่ไม่มีควรจะเกิดขึ้นตั้งแต่แรกนี้โดยเร็ว” พร้อมย้ำว่าจีนมีความกังวลอย่างยิ่งต่อผลกระทบของความขัดแย้งที่มีต่อเศรษฐกิจโลกและความมั่นคงทางพลังงาน ขณะที่สถานเอกอัครราชทูตจีนประจำกรุงวอชิงตันแถลงว่า ปักกิ่งได้ทำงาน “อย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยเพื่อสันติภาพ” นับตั้งแต่สงครามปะทุขึ้น

แม้จีนจะพยายามผลักดันการหยุดยิง แต่ในเวทีสหประชาชาติเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา (7 เม.ย.) จีนได้ร่วมกับรัสเซียใช้สิทธิ “วีโต้” คัดค้านร่างมติที่เรียกร้องให้รัฐต่างๆ ประสานงานเพื่อคุ้มครองการเดินเรือพาณิชย์ในช่องแคบฮอร์มุซ โดยนายฟู่ ชง ผู้แทนถาวรจีนประจำสหประชาชาติ ให้เหตุผลว่าการผ่านมติดังกล่าวในขณะที่สหรัฐฯ ยังคงใช้มาตรการคุกคาม อาจเป็นการส่งสัญญาณที่ผิดพลาดต่อสถานการณ์โลก

การเคลื่อนไหวครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามของจีนในการยกระดับบทบาทของตนเองในกิจการโลก โดยใช้ทั้งอำนาจทางเศรษฐกิจและการทูตในการกดดันพันธมิตรอย่างอิหร่าน ในขณะเดียวกันก็ยังคงรักษาจุดยืนทางการเมืองที่แข็งกร้าวต่อสหรัฐฯ ในเวทีสากลควบคู่กันไป.

ที่มา ASSOCIATED PRESS / NDTV

ทรัมป์เผย สหรัฐฯ เตรียมเข้าช่วยแก้ปัญหาการจราจรในช่องแคบฮอร์มุซ

ทรัมป์เผย สหรัฐฯ เตรียมเข้าช่วยแก้ปัญหาการจราจรในช่องแคบฮอร์มุซ

8 เม.ย. 2569 12:07 น.

ทรัมป์เผย สหรัฐฯ เตรียมเข้าช่วยแก้ปัญหาการจราจรในช่องแคบฮอร์มุซ

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ เปิดเผยว่า สหรัฐฯ เตรียมเข้าไปช่วยจัดการความแออัดของการเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซ เส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญของโลก หลังเพิ่งตกลงหยุดยิงกับอิหร่าน 2 สัปดาห์

ทรัมป์ระบุผ่านโซเชียลมีเดียว่า สหรัฐฯ จะเข้ามามีบทบาทช่วยแก้ปัญหาการจราจรทางทะเลในช่องแคบฮฮร์มุซ ซึ่งเป็นเงื่อนไขสำคัญของข้อตกลงหยุดยิงที่ต้องมีการเปิดใช้งานอย่างสมบูรณ์ ทันที และปลอดภัย

เขายังแสดงความเชื่อมั่นว่า สถานการณ์จะคลี่คลายไปในทางบวก พร้อมระบุว่าจะมีความเคลื่อนไหวเชิงบวกมากมาย และจะเกิดเม็ดเงินจำนวนมหาศาล

ผู้นำสหรัฐฯ ยังกล่าวว่า อิหร่านสามารถเริ่มกระบวนการฟื้นฟูประเทศได้ทันที โดยสหรัฐฯ จะเตรียมส่งเสบียงและทรัพยากรต่างๆ เข้าไปสนับสนุน พร้อมคอยดูแลสถานการณ์ เพื่อให้ทุกอย่างเป็นไปด้วยดี

ทรัมป์ยังระบุด้วยว่า นี่ถือเป็นวันสำคัญของสันติภาพโลกพร้อมชี้ว่าอิหร่านและทุกฝ่ายต่างต้องการให้ความขัดแย้งยุติลง

ก่อนหน้านี้นายอับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน เปิดเผยว่า การเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซในช่วงหยุดยิง 2 สัปดาห์ จะสามารถทำได้อย่างปลอดภัย แต่ต้องอยู่ภายใต้การประสานงานกับกองทัพอิหร่าน และคำนึงถึงข้อจำกัดทางเทคนิค แต่ยังไม่แน่ชัดว่าการเดินเรือผ่านช่องแคบดังกล่าวจะเริ่มดำเนินการได้เมื่อไหร่ และจะเป็นไปในแนวทางใด

ทั้งนี้ ช่องแคบฮอร์มุซเป็นเส้นทางที่มีการขนส่งน้ำมันราว 20% ของโลก แต่ตั้งแต่สงครามเริ่มต้น การเดินเรือในพื้นที่ดังกล่าวแทบหยุดชะงัก ส่งผลกระทบต่อตลาดพลังงานและเศรษฐกิจโลก ซึ่งก่อนหน้านี้ ทรัมป์เคยเสนอแนวคิดให้สหรัฐฯ และอิหร่านร่วมกันควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ แต่อิหร่านยังไม่ได้ตอบรับท่าทีดังกล่าว.

ที่มา : CNN

เผยภาพประวัติศาสตร์ ลูกเรือ “อาร์เทมิส 2” ส่งตรงภาพถ่าย “ด้านไกลของดวงจันทร์”

เผยภาพประวัติศาสตร์ ลูกเรือ "อาร์เทมิส 2" ส่งตรงภาพถ่าย "ด้านไกลของดวงจันทร์"

8 เม.ย. 2569 11:47 น.

เผยภาพประวัติศาสตร์ ลูกเรือ “อาร์เทมิส 2” ส่งตรงภาพถ่าย “ด้านไกลของดวงจันทร์”

นักบินอวกาศภารกิจ “อาร์เทมิส 2” สร้างประวัติศาสตร์ส่งภาพถ่ายดวงจันทร์ความละเอียดสูงชุดแรกกลับสู่โลก เผยให้เห็นภูมิประเทศที่มนุษย์ไม่เคยเห็นด้วยตาเปล่า พร้อมข้อมูลวิทยาศาสตร์ล้ำค่า ก่อนเตรียมเดินทางกลับสู่โลกและลงจอดนอกชายฝั่งรัฐแคลิฟอร์เนียในวันศุกร์นี้

องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติสหรัฐฯ หรือ นาซา ได้เปิดเผยภาพถ่ายชุดแรกจากภารกิจ อาร์เทมิส 2 ซึ่งบันทึกโดยเหล่านักบินอวกาศระหว่างการบินผ่านดวงจันทร์ครั้งประวัติศาสตร์ เมื่อวันที่ 6 เมษายนที่ผ่านมา โดยภาพดังกล่าวถูกส่งกลับมาถึงโลกเมื่อวันที่ 7 เม.ย. เผยให้เห็นรายละเอียดที่น่าทึ่งของพื้นผิวดวงจันทร์ในมุมที่ไม่เคยมีมนุษย์คนใดเห็นมาก่อน

ภาพถ่ายชุดนี้ถูกบันทึกโดยนักบินอวกาศทั้ง 4 นาย ได้แก่ รีด ไวส์แมน, วิคเตอร์ โกลเวอร์, คริสตินา โคช จากนาซา และ เจเรมี แฮนเซนจากสำนักงานอวกาศแคนาดา (CSA) โดยใช้กล้องคุณภาพสูงบันทึกภาพไว้หลายพันช็อตตลอดการบินผ่าน “ด้านไกลของดวงจันทร์”  เป็นเวลา 7 ชั่วโมง

สิ่งที่สร้างความตื่นเต้นให้แก่ทีมนักวิทยาศาสตร์คือ ภาพถ่ายปรากฏการณ์ “สุริยุปราคา” ที่บันทึกจากอวกาศ ซึ่งเผยให้เห็นชั้นบรรยากาศโคโรนาของดวงอาทิตย์อย่างชัดเจน นอกจากนี้ยังมีภาพบันทึกเหตุการณ์ “โลกตกและโลกขึ้น” (Earthset & Earthrise) รวมถึงภาพหลุมอุกกาบาต ธารลาวาโบราณ และรอยแยกบนพื้นผิวที่แสดงถึงวิวัฒนาการทางธรณีวิทยาของดวงจันทร์

ดร. นิคกี้ ฟ็อกซ์ ผู้ช่วยผู้บริหารกองอำนวยการภารกิจวิทยาศาสตร์ของนาซาระบุว่า “ภาพถ่ายเหล่านี้เปี่ยมไปด้วยคุณค่าทางวิทยาศาสตร์และจะสร้างแรงบันดาลใจให้คนรุ่นหลังต่อไป” ขณะที่ลูกเรือยังรายงานการพบเห็นแสงวาบจากการพุ่งชนของอุกกาบาตขนาดเล็กบนด้านมืดของดวงจันทร์ถึง 6 ครั้ง ซึ่งข้อมูลนี้จะถูกนำไปวิเคราะห์ร่วมกับเครือข่ายนักดาราศาสตร์สมัครเล่นบนโลกเพื่อยืนยันพิกัดที่แม่นยำ

ปัจจุบัน ยานโอไรออนเดินทางมาเกินครึ่งทางของระยะทางขากลับแล้ว โดยมีกำหนดการลงจอดในมหาสมุทรแปซิฟิก นอกชายฝั่งเมืองซานดิเอโก รัฐแคลิฟอร์เนีย ในวันศุกร์ที่ 10 เมษายนนี้ เวลาประมาณ 20:07 น. ตามเวลาฝั่งตะวันออกของสหรัฐฯ (หรือตรงกับเช้าวันเสาร์ที่ 11 เมษายน เวลา 07:07 น. ตามเวลาประเทศไทย) นาซาจะเริ่มถ่ายทอดสดภารกิจการเดินทางกลับและการกู้คืนยานผ่านช่องทาง NASA+ และยูทูบ ตั้งแต่เวลา 05:30 น. ของวันเสาร์ (ตามเวลาไทย) โดยเจ้าหน้าที่จากนาซา และกระทรวงกลาโหมจะรอรับตัวนักบินอวกาศขึ้นสู่เรือรบยูเอสเอส จอห์น พี. เมอร์ธา

ภารกิจอาร์เทมิส 2 ถือเป็นก้าวสำคัญในยุคทองของการสำรวจอวกาศ เพื่อวางรากฐานการตั้งถิ่นฐานอย่างยั่งยืนบนดวงจันทร์ ก่อนจะต่อยอดไปสู่การส่งมนุษย์ไปยังดาวอังคารในอนาคต.

ที่มา NASA

อิหร่านยืนยันเริ่มเจรจากับสหรัฐฯ ที่อิสลามาบัด ปากีฯ 10 เม.ย. ยึดกรอบ 10 ข้อ

อิหร่านยืนยันเริ่มเจรจากับสหรัฐฯ ที่อิสลามาบัด ปากีฯ 10 เม.ย. ยึดกรอบ 10 ข้อ

8 เม.ย. 2569 10:43 น.

อิหร่านยืนยันเริ่มเจรจากับสหรัฐฯ ที่อิสลามาบัด ปากีฯ 10 เม.ย. ยึดกรอบ 10 ข้อ

ทางการอิหร่านยืนยัน เริ่มเจรจากับสหรัฐฯ ที่กรุงอิสลามาบัดของปากีสถาน ในวันที่ 10 เม.ย. ยึดกรอบข้อเสนอ 10 ข้อ ขณะสหรัฐฯ ชะลอโจมตี เปิดทางหาข้อยุติสงคราม

วันที่ 8 เมษยายน 2569 สภาความมั่นคงแห่งชาติอิหร่านออกแถลงการณ์ระบุว่า การเจรจากับสหรัฐฯ ครั้งนี้เกิดขึ้นหลังทั้งสองฝ่ายตกลงหยุดยิงเป็นเวลา 2 สัปดาห์ โดยใช้ช่วงเวลานี้ในการหารือรายละเอียดเพื่อบรรลุข้อตกลงระยะยาว

ด้านประธานาธิบดีโดนัลเ์ ทรัมป์ ระบุว่า สหรัฐฯ จะระงับการโจมตีอิหร่านชั่วคราว และมองว่าข้อเสนอ 10 ข้อเป็น “พื้นฐานที่สามารถใช้เจรจาได้” พร้อมย้ำว่าเงื่อนไขสำคัญคือการเปิดช่องแคบฮอร์มุซอย่างปลอดภัยและทันที

ทั้งนี้ ช่องแคบฮอร์มุซเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญของโลก โดยมีปริมาณน้ำมันราว 20% ของโลกผ่านเส้นทางนี้ การปิดกั้นบางส่วนของอิหร่านหลังการโจมตีเมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์ ส่งผลให้ราคาพลังงานพุ่งสูงและเกิดภาวะขาดแคลนในหลายประเทศ

ทางด้านอับบาส อรักชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน ระบุว่า หากการโจมตีต่ออิหร่านหยุดลง กองกำลังอิหร่านก็จะยุติปฏิบัติการตอบโต้ และพร้อมประสานงานเพื่อให้การเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซดำเนินต่อได้

ขณะเดียวกัน นายเชห์บาซ ชารีฟ นายกรัฐมนตรีของปากีสถาน  เปิดเผยว่า ทั้งสองฝ่ายตกลงหยุดยิงทันทีในทุกแนวรบ พร้อมเชิญคณะผู้แทนเข้าร่วมการเจรจาในปากีสถาน โดยข้อเสนอ 10 ข้อของอิหร่านครอบคลุมประเด็นสำคัญ อาทิ การยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรทั้งหมด การถอนทหารสหรัฐฯ ออกจากภูมิภาค การชดเชยความเสียหายจากสงคราม และการให้อิหร่านควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ

อย่างไรก็ตาม อิหร่านย้ำว่า แม้จะเข้าร่วมการเจรจา แต่ยังคงไม่ไว้วางใจสหรัฐฯ อย่างเต็มที่ และพร้อมตอบโต้ทันทีหากเกิดความผิดพลาดจากฝ่ายตรงข้าม โดยรเจรจาครั้งนี้จะใช้เวลาเบื้องต้น 2 สัปดาห์ และอาจขยายเวลาได้ หากทั้งสองฝ่ายเห็นชอบร่วมกัน.

ที่มา Aljazeera

“เนทันยาฮู” หนุนดีลหยุดยิงสหรัฐ-อิหร่าน แต่ไม่รวมถึง “เลบานอน”

"เนทันยาฮู"  หนุนดีลหยุดยิงสหรัฐ-อิหร่าน แต่ไม่รวมถึง "เลบานอน"

8 เม.ย. 2569 10:41 น.

“เนทันยาฮู” หนุนดีลหยุดยิงสหรัฐ-อิหร่าน แต่ไม่รวมถึง “เลบานอน”

เบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอลขานรับการตัดสินใจของ “โดนัลด์ ทรัมป์” ในการระงับโจมตีอิหร่านชั่วคราวเพื่อเปิดทางเจรจาที่ปากีสถาน แต่ยืนกรานปฏิบัติการทางทหารในเลบานอนจะดำเนินต่อไป สวนทางคำประกาศของปากีสถานที่ระบุว่าการหยุดยิงครอบคลุมทุกพื้นที่

สำนักงานนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู แห่งอิสราเอล ออกแถลงการณ์ผ่านแพลตฟอร์ม X ระบุว่าอิสราเอลให้การสนับสนุนการตัดสินใจของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ในการระงับการโจมตีอิหร่านเป็นเวลา 2 สัปดาห์ ภายใต้เงื่อนไขว่าอิหร่านต้องเปิดช่องแคบทันที และยุติการโจมตีต่อสหรัฐฯ อิสราเอล รวมถึงประเทศพันธมิตรในภูมิภาค

เนทันยาฮูย้ำว่า อิสราเอลเห็นพ้องกับความพยายามของสหรัฐฯ ที่ต้องการให้มั่นใจว่า “อิหร่านจะไม่เป็นภัยคุกคามด้านนิวเคลียร์ ขีปนาวุธ และการก่อการร้ายต่ออเมริกา อิสราเอล ประเทศเพื่อนบ้านอาหรับ และโลกอีกต่อไป” โดยระบุว่ารัฐบาลสหรัฐฯ ได้ยืนยันกับอิสราเอลว่าจะบรรลุเป้าหมายเหล่านี้ในการเจรจาที่จะเกิดขึ้น ณ กรุงอิสลามาบัด ประเทศปากีสถาน ในวันศุกร์นี้

อย่างไรก็ตาม ประเด็นสำคัญที่สร้างความสับสนคือขอบเขตของการพักรบในครั้งนี้ โดยแถลงการณ์ของผู้นำอิสราเอลระบุอย่างชัดเจนว่า “การหยุดยิงเป็นเวลา 2 สัปดาห์นี้ ไม่รวมถึงเลบานอน”

ท่าทีดังกล่าวขัดแย้งโดยสิ้นเชิงกับคำแถลงของ นายกรัฐมนตรีเชห์บาซ ชารีฟ แห่งปากีสถาน ในฐานะตัวกลางการเจรจา ที่ประกาศก่อนหน้านี้ว่า สหรัฐฯ อิหร่าน และพันธมิตร “ได้ตกลงที่จะหยุดยิงทันทีในทุกแห่ง รวมถึงเลบานอนและที่อื่น ๆ” โดยให้มีผลบังคับใช้ในทันที

สถานการณ์ในเลบานอนยังคงวิกฤต หลังจากอิสราเอลเปิดฉากโจมตีอย่างหนักเพื่อตอบโต้กลุ่มฮิซบอลเลาะห์ที่ระดมยิงจรวดเข้าสู่อิสราเอลตอนเหนือ หลังเหตุการณ์ลอบสังหารอดีตผู้นำสูงสุดของอิหร่าน อาลี คาเมเนอี โดยปฏิบัติการร่วมระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอล ข้อมูลจากทางการเลบานอนระบุว่า สงครามครั้งนี้ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตแล้วกว่า 1,400 ราย ในจำนวนนี้เป็นเด็กถึง 126 ราย และมีประชาชนต้องกลายเป็นผู้พลัดถิ่นมากกว่า 1 ล้านคน

การที่อิสราเอลยกเว้นเลบานอนจากการหยุดยิงในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นว่าความตึงเครียดในภูมิภาคอาจยังไม่ยุติลงโดยง่าย แม้จะมีการเปิดโต๊ะเจรจาระหว่างมหาอำนาจกับอิหร่านก็ตาม ซึ่งทุกสายตากำลังจับจ้องไปที่การเจรจา ณ กรุงอิสลามาบัดในวันศุกร์นี้ ว่าจะมีข้อสรุปที่ชัดเจนเพียงใดเกี่ยวกับการยุติความขัดแย้งในแนวรบด้านเลบานอน.

ที่มา The Times of Israel

เปิดรายละเอียด 10 ข้อเสนอของอิหร่าน เงื่อนไขข้อตกลงหยุดยิงกับสหรัฐฯ-อิสราเอล 2 สัปดาห์

เปิดรายละเอียด 10 ข้อเสนอของอิหร่าน เงื่อนไขข้อตกลงหยุดยิงกับสหรัฐฯ-อิสราเอล 2 สัปดาห์

8 เม.ย. 2569 08:55 น.

เปิดรายละเอียด 10 ข้อเสนอของอิหร่าน เงื่อนไขข้อตกลงหยุดยิงกับสหรัฐฯ-อิสราเอล 2 สัปดาห์

อิหร่านเผย 10 ข้อเสนอเงื่อนไขข้อตกลงหยุดยิงกับสหรัฐฯ และอิราเอล ตั้งแต่ยกเลิกคว่ำบาตรอิหร่าน และต้องจ่ายเงินชดเชยความเสียหายให้กับอิหร่าน รวมคุมช่องแคบฮอร์มุซ และเปิดทางเจรจาที่ปากีสถาน

วันที่ 8 เมษายน 2569 สำนักข่าว Mehr รายงานอ้างแถลงการณ์ของสภาความมั่นคงแห่งชาติสูงสุดอิหร่านที่เปิดเผยข้อเสนอ 10 ประการของอิหร่าน ที่นำไปสู่ข้อตกลงหยุดยิงระยะเวลา 2 สัปดาห์กับสหรัฐฯ และอิสราเอล โดยระบุว่าสหรัฐฯ ได้ “ยอมรับในหลักการ” เพื่อใช้เป็นพื้นฐานในการเจรจา

ทางการอิหร่านระบุว่า ข้อเสนอทั้ง 10 ประการจะเป็นกรอบสำหรับการเจรจาในระยะถัดไป แม้ยังไม่ถือเป็นการยุติสงคราม และยังต้องหารือรายละเอียดเพิ่มเติม

1.สหรัฐฯ ต้องรับประกันว่าจะไม่กระทำการรุกรานอิหร่านอีก 

2.อิหร่านยังคงควบคุมช่องแคบฮอร์มุซตามเดิม 

3.ยอมรับสิทธิของอิหร่านในการพัฒนานิวเคลียร์ และเสริมสมรรถนะยูเรเนียม 

4.ยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรหลักทั้งหมดของสหรัฐฯ 

5.ยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรรองทั้งหมด 

6.ยุติมติของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติที่มีต่ออิหร่าน 

7.ยุติมติของคณะผู้ว่าการทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA) ต่ออิหร่าน 

8.ชดเชยความเสียหายจากสงครามให้แก่อิหร่าน 

9.ถอนกำลังทหารสหรัฐฯ ออกจากภูมิภาค 

10.ยุติการสู้รบในทุกแนวรบ รวมถึงเลบานอน 

โดยทางการอิหร่านเปิดเผยว่า การเจรจามีกำหนดเริ่มในวันที่ 11 เมษายน ที่กรุงอิสลามาบัด ของปากีสถาน โดยใช้เวลาเบื้องต้น 2 สัปดาห์ และอาจขยายเวลาได้ตามความเห็นร่วมกัน

ก่อนหน้านี้ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ระบุว่า สหรัฐฯ จะชะลอการโจมตีอิหร่านเป็นเวลา 2 สัปดาห์ เพื่อเปิดทางให้การเจรจา พร้อมมองว่าข้อเสนอ 10 ข้อเป็น “พื้นฐานที่สามารถใช้เจรจาได้” อย่างไรก็ตามทรัมป์เคยให้ความเห็นว่า ข้อเสนอนี้แม้มีความสำคัญ แต่ยังไม่เพียงพอ และยังมีหลายประเด็นที่อาจเป็นอุปสรรคต่อการบรรลุข้อตกลง

ที่มา Xinhua / CNN

ปากีสถานเผย ข้อตกลงหยุดยิงสหรัฐฯ-อิหร่าน รวมทุกพื้นที่ ครอบคลุมเลบานอนด้วย

ปากีสถานเผย ข้อตกลงหยุดยิงสหรัฐฯ-อิหร่าน รวมทุกพื้นที่ ครอบคลุมเลบานอนด้วย

8 เม.ย. 2569 08:43 น.

ปากีสถานเผย ข้อตกลงหยุดยิงสหรัฐฯ-อิหร่าน รวมทุกพื้นที่ ครอบคลุมเลบานอนด้วย

นายกรัฐมนตรีปากีสถานเผยสหรัฐอเมริกาและอิหร่าน รวมถึงพันธมิตรของทั้งสองฝ่าย บรรลุข้อตกลงหยุดยิงในทุกพื้นที่ รวมถึงประเทศเลบานอน เตรียมการเจรจาสันติภาพที่อิสลามาบัดต่อ

นายกรัฐมนตรีปากีสถาน เชห์บาซ ชารีฟโพสต์ผ่านโซเชียลมีเดีย ระบุว่า “ผมมีความยินดีที่จะประกาศว่า สาธารณรัฐอิสลามอิหร่านและสหรัฐอเมริกา พร้อมด้วยพันธมิตร ได้ตกลงหยุดยิงในทุกพื้นที่ รวมถึงเลบานอน โดยมีผลทันที”

โดยการหยุดยิงครั้งนี้ถือเป็นความเคลื่อนไหวสำคัญที่อาจช่วยลดระดับความรุนแรงของความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ซึ่งลุกลามไปหลายประเทศ

นายกรัฐมนตรีปากีสถานระบุเพิ่มเติมว่า กรุงอิสลามาบัด จะเป็นเจ้าภาพต้อนรับคณะผู้แทนจากทั้งสองฝ่ายในวันศุกร์นี้ เพื่อเปิดการเจรจาที่มุ่งสู่ข้อตกลงสันติภาพอย่างเป็นรูปธรรม

เขายังแสดงความหวังว่า การเจรจาที่เรียกว่า “Islamabad Talks” จะนำไปสู่สันติภาพที่ยั่งยืน และอาจมีข่าวดีเพิ่มเติมในอีกไม่กี่วันข้างหน้า

ก่อนหน้านี้ ทั้งอิหร่านและสหรัฐอเมริกาต่างประกาศยอมรับข้อตกลงหยุดยิง 2 สัปดาห์ เพียงไม่ถึง 1 ชั่วโมงก่อนเส้นตายที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ขีดเส้นว่าจะโจมตีโครงสร้างพื้นฐานและอารยธรรมของอิหร่านให้พังพินาศหากอิหร่านยังไม่ตกลงหยุดยิง.

ที่มา : channelnewsasia

ราคาทองคำพุ่งต่อ หลัง “ทรัมป์” ชะลอโจมตีอิหร่าน 2 สัปดาห์ คลายกังวลเงินเฟ้อพลังงาน

ราคาทองคำพุ่งต่อ หลัง "ทรัมป์" ชะลอโจมตีอิหร่าน 2 สัปดาห์ คลายกังวลเงินเฟ้อพลังงาน

8 เม.ย. 2569 08:12 น.

ราคาทองคำพุ่งต่อ หลัง “ทรัมป์” ชะลอโจมตีอิหร่าน 2 สัปดาห์ คลายกังวลเงินเฟ้อพลังงาน

ราคาทองคำโลกปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องในวันพุธ หลังทรัมป์ประกาศชะลอโจมตีอิหร่านเป็นเวลา 2 สัปดาห์ ส่งผลให้นักลงทุนประเมินความเสี่ยงระยะสั้นใหม่ และคลายความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อจากราคาพลังงาน

ราคาทองคำสปอตพุ่งขึ้น 2.3% อยู่ที่ 4,811.66 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ หลังจากเพิ่มขึ้นแล้ว 1.2% ในวันก่อนหน้า ขณะที่สัญญาทองคำล่วงหน้าสหรัฐฯ ส่งมอบเดือนมิถุนายน ปรับขึ้น 3.3% แตะระดับ 4,840.20 ดอลลาร์

การปรับขึ้นดังกล่าวเกิดขึ้นหลังทรัมป์ประกาศระงับการโจมตีอิหร่านชั่วคราว พร้อมเปิดเผยว่าได้รับข้อเสนอแผนสันติภาพ 10 ข้อจากอิหร่าน ซึ่งมองว่าเป็นพื้นฐานที่ใช้เจรจาได้

ก่อนหน้านี้ สหรัฐฯ ได้กดดันให้อิหร่านเปิดช่องแคบฮอร์มุซ มิเช่นนั้นอาจเผชิญการตอบโต้ทางทหาร

อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์ระบุว่า การปรับขึ้นของทองคำครั้งนี้อาจเป็นเพียงแรงซื้อระยะสั้น จากข่าวเชิงบวก โดยยังต้องติดตามว่าอิหร่านและสหรัฐฯ รวมทั้งอิสราเอลจะปฏิบัติตามเงื่อนไขหรือไม่

ทั้งนี้ แนวต้านสำคัญของราคาทองคำอยู่ที่ระดับเฉลี่ย 200 วัน ที่ 4,930 ดอลลาร์ และจุดจิตวิทยาที่ 5,000 ดอลลาร์ ขณะที่ราคาโลหะเงินมีแนวต้านสำคัญที่ 80-81 ดอลลาร์

ทั้งนี้ นักวิเคราะห์เตือนว่า หากความขัดแย้งกระทบการขนส่งน้ำมันโลก อาจดันเงินเฟ้อพุ่งสูงขึ้น โดยข้อมูลจาก Federal Reserve Bank of Dallas ระบุว่าหากการค้าพลังงานโลกถูกรบกวนต่อเนื่อง อัตราเงินเฟ้อสหรัฐฯ อาจทะลุ 4% ภายในสิ้นปี และอาจเพิ่มขึ้นแรงในระยะสั้น

แม้ทองคำจะเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยและเครื่องมือป้องกันเงินเฟ้อ แต่ในภาวะดอกเบี้ยสูง ความน่าสนใจอาจลดลง เนื่องจากไม่ให้ผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ย และแม้ราคาทองจะดีดตัว แต่ตั้งแต่สงครามอิหร่านเริ่มต้นเมื่อ 28 ก.พ. ราคาทองคำยังคงปรับตัวลดลงรวมกว่า 8%

สำหรับภาพรวมตลาดโลหะ นอกจากทองคำแล้ว โลหะมีค่าอื่นก็ปรับตัวขึ้นเช่นกัน โดยเงิน (Silver) +4.3% อยู่ที่ 76.08 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ,แพลทินัม (Platinum) +2.4% อยู่ที่ 2,004.95 ดอลลาร์ และพัลลาเดียม (Palladium) +2.1% อยู่ที่ 1,500 ดอลลาร์.

ที่มา : channelnewsasia