Pop Mart จับมือ Sony ดึงผู้กำกับ Paddington ช่วยคุมโปรเจกต์ภาพยนตร์ “ลาบูบู้”

Pop Mart จับมือ Sony ดึงผู้กำกับ Paddington ช่วยคุมโปรเจกต์ภาพยนตร์ "ลาบูบู้"

19 มี.ค. 2569 12:00 น.

Pop Mart จับมือ Sony ดึงผู้กำกับ Paddington ช่วยคุมโปรเจกต์ภาพยนตร์ “ลาบูบู้”

กระแสอาร์ตทอย “ลาบูบู้” ยังแรงต่อเนื่อง ล่าสุด Pop Mart ผนึกกำลัง Sony Pictures ประกาศสร้างภาพยนตร์พร้อมคว้าตัวผู้กำกับ Paddington มาร่วมโปรเจกต์

ป๊อปมาร์ท (Pop Mart) ค่ายของเล่นยักษ์ใหญ่จากจีน และ Sony Pictures ประกาศยืนยันการสร้างภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ของ “ลาบูบู้” (Labubu) ตุ๊กตาอาร์ตทอยที่ครองใจผู้คนทั่วโลกอย่างเป็นทางการ พร้อมเผยว่าขณะนี้กำลังอยู่ในช่วงเริ่มต้นพัฒนาโปรเจกต์ โดยการสร้างจะใช้วิธีการถ่ายทำแบบคนแสดงจริง (Live-action) ผสมผสานกับการใช้คอมพิวเตอร์กราฟิกแอนิเมชัน (CGI)

สิ่งที่น่าจับตามองของโปรเจกต์นี้คือการดึงตัว พอล คิง ผู้กำกับมือทองที่เคยฝากผลงานอย่าง Wonka และ Paddington รวมถึงซีรีส์ตลกชื่อดัง The Mighty Boosh มาร่วมผลิตและนั่งแท่นผู้กำกับ โดยในขณะนี้ยังไม่มีการกำหนดวันเข้าฉายที่แน่นอน

ความสำเร็จของลาบูบู้ไม่ได้เป็นเพียงแค่กระแสชั่วคราว แต่ยังเป็นตัวแปรสำคัญที่ผลักดันให้มูลค่าของบริษัท ป๊อปมาร์ท พุ่งขึ้นไปถึงราว 40,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 1.3 ล้านล้านบาท กลายเป็นยักษ์ใหญ่ในวงการของเล่น แซงหน้าคู่แข่งระดับตำนานอย่าง Mattel ผู้ผลิตตุ๊กตาบาร์บี้ไปเป็นที่เรียบร้อย และยังช่วยให้ป๊อปมาร์ทขยายตลาดจากธุรกิจตุ๊กตาของเล่น ไปสู่การเปิดธุรกิจสวนสนุกแห่งแรกในกรุงปักกิ่ง ต่อด้วยการจ่อประเดิมตลาดภาพยนตร์ด้วยโปรเจกต์ที่ร่วมมือกับ Sony Pictures ในครั้งนี้

โดยเสน่ห์สำคัญของลาบูบู้คือรูปแบบการจำหน่ายที่ทำเป็นแบบ “กล่องสุ่ม” (Blind Box) ที่สามารถสร้างความตื่นเต้นให้กับผู้ซื้อ อีกทั้งยังมีคนดังระดับโลกอย่าง ริฮานน่า และ ลิซ่า แบล็กพิงก์ ที่เคยห้อยพวงกุญแจลาบูบู้คู่กับกระเป๋าแบรนด์เนมจนเป็นไวรัล ทำให้ความต้องการตุีกตาลาบูบู้พุ่งสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์

โดย “ลาบูบู้” ถูกสร้างสรรค์ขึ้นเมื่อกว่า 10 ปีที่แล้ว โดยมีแรงบันดาลใจมาจากเทพปกรณัมนอร์ด (Nordic Mythology) เป็นส่วนหนึ่งของซีรีส์หนังสือ “The Monsters” ของศิลปินชาวฮ่องกง Kasing Lung ที่รวบรวมตัวละครในจินตนาการไว้มากมาย

การประกาศสร้างภาพยนตร์ลาบูบู้ในครั้งนี้เกิดขึ้นที่กรุงปารีส ระหว่างการงานนิทรรศการฉลองครบรอบ 10 ปีของลาบูบู้ เมื่อวานนี้ (18 มี.ค.) โดย Kasing Lung ผู้สร้างสรรค์ตัวละครลาบูบู้จะร่วมเป็นผู้อำนวยการสร้างฝ่ายบริหาร โดยมี สตีเวน เลเวนสัน มือเขียนบทผลงานชื่อดัง Dear Evan Hansen และ Tick, Tick… Boom! มาร่วมผลิตและพัฒนาบทภาพยนตร์ร่วมกับ พอล คิง

ผู้เชี่ยวชาญจากมหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์มองว่า นี่คือย่างก้าวที่ชาญฉลาดของป๊อปมาร์ท ที่จะยกระดับบริษัทจากผู้จำหน่ายของเล่น สู่การเป็น “แบรนด์ความบันเทิงระดับโลก” เพราะกลุ่มผู้บริโภค Gen Z และมิลเลนเนียลไม่ได้ซื้อเพียงสินค้า แต่พวกเขายังซื้อ “เรื่องราว” ด้วย ดังนั้นการทำให้ตัวละครมีชีวิตขึ้นมาบนหน้าจอจึงเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างความผูกพันและต่อยอดมูลค่าทางธุรกิจ และขณะนี้ก็ถือเป็นจังหวะที่เหมาะสมในการที่ป๊อปมาร์ทจะเดินหน้าสู่ตลาดแอนิเมชันตามรอยความสำเร็จของภาพยนตร์จีนอย่าง นาจา 2  และเกมชื่อดัง แบล็ก มิธ: วูคอง ที่กำลังเป็นกระแสไปทั่วโลก.

ที่มา: BBC

“เพนตากอน” ของบกว่า 2 แสนล้านดอลลาร์ ทำสงครามอิหร่าน

"เพนตากอน" ของบกว่า 2 แสนล้านดอลลาร์ ทำสงครามอิหร่าน

19 มี.ค. 2569 11:39 น.

“เพนตากอน” ของบกว่า 2 แสนล้านดอลลาร์ ทำสงครามอิหร่าน

กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ เสนอของบมหาศาล 200,000 ล้านดอลลาร์ หรือราว 6.56 ล้านล้านบาท เพื่อสนับสนุนปฏิบัติการโจมตีอิหร่าน ขณะที่รัฐบาลทรัมป์เริ่มหารือแผนส่งทหารภาคพื้นดินบุกยึดเกาะคาร์ก ศูนย์กลางส่งออกน้ำมันหลัก และเข้าควบคุมคลังยูเรเนียมของเตหะราน

วอชิงตันโพสต์รายงานว่า กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ  ได้ยื่นคำขอไปยังทำเนียบขาวเพื่ออนุมัติงบประมาณจากสภาคองเกรสสูงถึง 200,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 6.56 ล้านล้านบาท) เพื่อสนับสนุนปฏิบัติการโจมตีอิหร่านที่ยังคงดำเนินอยู่ โดยงบจำนวนมหาศาลนี้มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อเร่งขยายสายการผลิตอาวุธสำคัญที่เริ่มขาดแคลน หลังจากการสู้รบเปิดฉากขึ้นตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์

ข้อมูลระบุว่า ค่าใช้จ่ายในสงครามครั้งนี้พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยในสัปดาห์แรกเพียงสัปดาห์เดียว สหรัฐฯ สูญเสียงบประมาณไปแล้วกว่า 11,000 ล้านดอลลาร์ ซึ่งก่อนหน้านี้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้เสนอปรับเพิ่มงบประมาณป้องกันประเทศในปี 2027 ขึ้นเป็น 1.5 ล้านล้านดอลลาร์ หรือเพิ่มขึ้นกว่า 50% จากปีก่อนหน้า

นอกเหนือจากงบประมาณ มีรายงานว่ารัฐบาลทรัมป์กำลังพิจารณาแผนส่งกองกำลังทหารราบหลายพันนายไปยังตะวันออกกลาง เพื่อเปิดทางเลือกในการปฏิบัติการที่เข้มข้นขึ้น เช่นการยึดเกาะคาร์ก แหล่งข่าวระบุว่ามีการหารือถึงการส่งทหารบกเข้าควบคุมเกาะที่เป็นศูนย์กลางการส่งออกน้ำมันถึง 90% ของอิหร่าน แทนที่จะทำลายทิ้ง เพื่อรักษาโครงสร้างพื้นฐานที่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจ

รวมถึงการคุ้มกันช่องแคบฮอร์มุซ โดยอาจมีการส่งทหารประจำการตามชายฝั่งอิหร่านเพื่อรับประกันความปลอดภัยของเรือบรรทุกน้ำมัน และยังมีการพูดถึงการใช้หน่วยรบพิเศษเข้าควบคุมคลังสะสมยูเรเนียมเสริมสมรรถนะสูงของอิหร่าน ซึ่งถือเป็นภารกิจที่มีความเสี่ยงและซับซ้อนอย่างยิ่ง

แม้ทรัมป์จะเคยหาเสียงว่าจะหลีกเลี่ยงสงครามใหม่ในตะวันออกกลาง แต่การส่งทหารภาคพื้นดินกำลังถูกยกมาเป็นทางเลือกสำคัญ แม้จะมีความเสี่ยงทางการเมืองสูงเนื่องจากคะแนนนิยมในสงครามอิหร่านของชาวอเมริกันยังอยู่ในระดับต่ำ

เจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวระบุว่า ขณะนี้ยังไม่มีการตัดสินใจส่งทหารราบอย่างเป็นทางการ แต่ประธานาธิบดีทรัมป์ยังคง “เก็บทุกทางเลือกไว้บนโต๊ะ” เพื่อบรรลุเป้าหมายใน ปฏิบัติการ Epic Fury ได้แก่การทำลายศักยภาพขีปนาวุธของอิหร่าน, การกวาดล้างกองทัพเรืออิหร่านให้สิ้นซาก, การกวาดล้างกลุ่มตัวแทนที่สร้างความไม่มั่นคงในภูมิภาค และการการันตีว่าอิหร่านจะไม่มีวันได้ครอบครองอาวุธนิวเคลียร์.

ที่มา Washington Post / Reuters

ผู้นำสูงสุดอิหร่าน ชี้อิสราเอลต้องชดใช้ ก่อเหตุลอบสังหารผู้นำความมั่นคง-รมว.ข่าวกรองใน 2 วัน

ผู้นำสูงสุดอิหร่าน ชี้อิสราเอลต้องชดใช้ ก่อเหตุลอบสังหารผู้นำความมั่นคง-รมว.ข่าวกรองใน 2 วัน

19 มี.ค. 2569 11:14 น.

ผู้นำสูงสุดอิหร่าน ชี้อิสราเอลต้องชดใช้ ก่อเหตุลอบสังหารผู้นำความมั่นคง-รมว.ข่าวกรองใน 2 วัน

ผู้นำสูงสุดอิหร่านชี้ “อิสราเอลต้องชดใช้” หลังลอบสังหารผู้นำความมั่นคง-รมว.ข่าวกรองใน 2 วัน ด้าน รมว.ต่างประเทศอิหร่านยันโครงสร้างรัฐยังแข็งแกร่ง

วันที่ 18 มีนาคม 2569 โมจตาบา คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดคนใหม่ของอิหร่าน ออกแถลงการณ์กร้าว ระบุว่า อิสราเอลจะต้องชดใช้ ต่อการลอบสังหารเจ้าหน้าที่ความมั่นคงระดับสูงของอิหร่านถึง 3 ราย ภายในระยะเวลาเพียง 2 วัน หลังจากอิหร่านยืนยันการเสียชีวิตของนายเอสมาอิล คาติบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงข่าวกรองของอิหร่าน จากการโจมตีในช่วงกลางคืน ซึ่งนับเป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูงรายที่ 3 ที่ถูกลอบสังหารในช่วงเวลาอันสั้น

ก่อนหน้านี้อาลี ลาริจานี เลขาธิการของสภาความมั่นคงแห่งชาติสูงสุด ก็ถูกสังหารเช่นกัน โดยคาเมเนอีระบุผ่านข้อความบนช่องทางเทเลแกรมว่าฆาตกรอาชญากรจะต้องชดใช้ ทุกหยดเลือดมีราคาที่ต้องจ่าย 

ขณะเดียวกัน นายอับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน ให้สัมภาษณ์กับสื่อ โดยยืนยันว่าการลอบสังหารของสหรัฐฯ และอิสราเอล จะไม่สามารถทำลายเสถียรภาพของระบบการเมืองอิหร่านได้ โดยระบุว่า โครงสร้างของสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านมีความแข็งแกร่ง และไม่ได้พึ่งพาบุคคลใดบุคคลหนึ่ง ซึ่งไม่เข้าใจว่าทำไมสหรัฐฯ และอิสราเอลยังไม่เข้าใจว่า อิหร่านมีระบบการเมือง เศรษฐกิจ และสังคมที่มั่นคง พร้อม้ำยว่า แม้บุคคลแต่ละคนจะมีบทบาทสำคัญ แต่การสูญเสียบุคคลหนึ่งจะไม่กระทบต่อโครงสร้างโดยรวมของรัฐ.

ที่มา Aljazeera

Gawdland แดร็กควีนไทยคนแรกคว้าแชมป์รายการดังระดับโลก Rupaul’s Drag Race UK vs the World

 Gawdland แดร็กควีนไทยคนแรกคว้าแชมป์รายการดังระดับโลก Rupaul's Drag Race UK vs the World

19 มี.ค. 2569 11:02 น.

Gawdland แดร็กควีนไทยคนแรกคว้าแชมป์รายการดังระดับโลก Rupaul’s Drag Race UK vs the World

Gawdland แดร็กควีนไทย คว้าแชมป์ RuPaul’s Drag Race UK vs The World 2026 สร้างประวัติศาสตร์เป็นชาวเอเชียคนแรกที่ชนะเวทีระดับโลก

วันที่ 18 มีนาคม 2569 Gawdland (ก็อดแลนด์) แดร็กควีนชื่อดังจากประเทศไทย สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ หลังคว้าตำแหน่งผู้ชนะรายการ RuPaul’s Drag Race UK vs The World ประจำปี 2569  กลายเป็นชาวเอเชียคนแรกที่คว้าแชมป์รายการระดับนานาชาติรายการนี้

Gawdland หรือชื่อจริง ธราเทพ ทวีผล วัย 24 ปี เป็นที่รู้จักจากการเข้าร่วมแข่งขันในรายการ Drag Race Thailand Season 3 เมื่อปี 2567 และสามารถผ่านเข้ารอบลึกจนกลายเป็นหนึ่งในผู้เข้าแข่งขันที่โดดเด่น ก่อนจะได้รับโอกาสเข้าร่วมแข่งขันในเวทีระดับโลก

ในการแข่งขันซีซันที่ 3 ของเวอร์ชันสหราชอาณาจักร ซึ่งเป็นรายการสปินออฟจาก RuPaul’s Drag Race ทา ง Gawdland ต้องเอาขนะผู้เข้าแข่งขันจากหลายประเทศ ทั้งสหราชอาณาจักร สวีเดน สหรัฐอเมริกา ฟิลิปปินส์ เยอรมนี เม็กซิโก และฝรั่งเศส โดยโชว์ศักยภาพอย่างต่อเนื่อง ทั้งเสน่ห์ ความเป็นเอกลักษณ์ ความกล้า และความสามารถด้านการแสดง จนสามารถคว้าชัยชนะในรอบสุดท้าย และได้รับการยอมรับจากกรรมการและผู้ชมทั่วโลก

ความสำเร็จครั้งนี้ไม่เพียงเป็นก้าวสำคัญของ Gawdland แต่ยังถือเป็นหมุดหมายใหม่ของวงการแดร็กเอเชีย ที่สามารถก้าวขึ้นสู่เวทีระดับโลกได้.

ที่มา BBC

ภาพ Ig/Gawdland

ทรัมป์ลั่นสหรัฐฯ-กาตาร์ไม่เกี่ยว หลังอิสราเอลโจมตีแหล่งก๊าซอิหร่าน เตือนห้ามโจมตีโดฮา

ทรัมป์ลั่นสหรัฐฯ-กาตาร์ไม่เกี่ยว หลังอิสราเอลโจมตีแหล่งก๊าซอิหร่าน เตือนห้ามโจมตีโดฮา

19 มี.ค. 2569 11:01 น.

ทรัมป์ลั่นสหรัฐฯ-กาตาร์ไม่เกี่ยว หลังอิสราเอลโจมตีแหล่งก๊าซอิหร่าน เตือนห้ามโจมตีโดฮา

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ออกโรงชี้แจงกรณีอิสราเอลบุกถล่มแหล่งก๊าซธรรมชาติ “เซาท์ พาร์ส” ของอิหร่าน ยืนยันสหรัฐฯ และกาตาร์ “ไม่รู้เรื่องเกี่ยวกับการโจมตีครั้งนี้” พร้อมขีดเส้นตายสั่งอิหร่านหยุดโจมตีกาตาร์ มิฉะนั้นกองทัพสหรัฐฯ จะเปิดฉากทำลายล้างแหล่งพลังงานทั้งหมดของอิหร่านด้วยตัวเอง

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้โพสต์ข้อความผ่านทรูธโซเชียล ระบุว่า การโจมตีแหล่งก๊าซธรรมชาติ เซาท์ พาร์ส (South Pars) ของอิหร่านเมื่อวันพุธที่ผ่านมา (18 มี.ค.) เป็นปฏิบัติการของอิสราเอลเพียงฝ่ายเดียว โดยที่สหรัฐอเมริกาและกาตาร์ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง หรือรับรู้ถึงแผนการดังกล่าวล่วงหน้าแต่อย่างใด

“สหรัฐฯ ไม่รู้เรื่องเกี่ยวกับการโจมตีครั้งนี้เลย และประเทศกาตาร์ก็ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น และไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเหตุการณ์นี้จะเกิดขึ้น”

อย่างไรก็ตาม รายงานจากสื่อใหญ่อย่าง Wall Street Journal และ Axios กลับระบุข้อมูลที่ขัดแย้งกันว่า ทรัมป์รับทราบแผนการโจมตีของอิสราเอลล่วงหน้าและให้การสนับสนุนปฏิบัติการครั้งนี้ ซึ่งเป้าหมายคือส่วนหนึ่งของแหล่งก๊าซธรรมชาติที่ใหญ่ที่สุดในโลกที่อิหร่านแชร์พื้นที่ร่วมกับกาตาร์ พันธมิตรใกล้ชิดของสหรัฐฯ

ทรัมป์ระบุชัดเจนว่า อิสราเอลจะไม่มีการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานในเซาท์ พาร์ส เพิ่มเติมอีก “เว้นแต่” อิหร่านจะตัดสินใจอย่างโง่เขลาด้วยการโจมตีกาตาร์ซึ่งเป็นผู้บริสุทธิ์ โดยทรัมป์ประกาศกร้าวว่า:

“หากอิหร่านโจมตีกาตาร์ สหรัฐฯ จะทำการระเบิดทำลายล้างพื้นที่ทั้งหมดของแหล่งก๊าซเซาท์ พาร์ส ให้สิ้นซาก ไม่ว่าอิสราเอลจะช่วยเหลือหรือยินยอมหรือไม่ก็ตาม”

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นหลังจากอิหร่านกล่าวหาว่าอิสราเอลทำลายสถานีพลังงานในเซาท์ พาร์ส ซึ่งถือเป็นการยกระดับสงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอล และอิหร่าน จนส่งผลให้ราคาน้ำมันโลกพุ่งสูงขึ้นทันที

เพื่อเป็นการล้างแค้น อิหร่านได้ยิงขีปนาวุธถล่มเป้าหมายน้ำมันและก๊าซทั่วอ่าวเปอร์เซีย รวมถึงการโจมตีข้ามพรมแดนไปยังซาอุดีอาระเบีย และนิคมอุตสาหกรรม Ras Laffan ในกาตาร์ ซึ่งทรัมป์ประณามว่าเป็นการโจมตีที่ไม่สมควรและไม่ยุติธรรมต่อกาตาร์อย่างยิ่ง

สงครามที่เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ได้คร่าชีวิตผู้คนในอิหร่านไปแล้วหลายพันราย รวมถึงผู้นำสูงสุดและหัวหน้าฝ่ายความมั่นคงของอิหร่าน ขณะที่อิหร่านได้ตอบโต้ด้วยขีปนาวุธต่ออิสราเอลและประเทศในอ่าวเปอร์เซียที่ให้ที่ตั้งฐานทัพสหรัฐฯ ส่งผลให้ตลาดทุนทั่วโลกสั่นคลอนและเกิดภาวะชะงักงันของการส่งออกพลังงานครั้งประวัติศาสตร์.

ที่มา Reuters

ซาอุฯ เคลื่อนไหวแล้ว ขู่ใช้กำลังทหารตอบโต้ “อิหร่าน” หลังโจมตีกรุงริยาด

ซาอุฯ เคลื่อนไหวแล้ว ขู่ใช้กำลังทหารตอบโต้ “อิหร่าน” หลังโจมตีกรุงริยาด

19 มี.ค. 2569 08:53 น.

ซาอุฯ เคลื่อนไหวแล้ว ขู่ใช้กำลังทหารตอบโต้ “อิหร่าน” หลังโจมตีกรุงริยาด

รัฐมนตรีต่างประเทศของ ซาอุดีอาระเบีย ออกแถลงเตือนอย่างแข็งกร้าวว่า ซาอุฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการใช้ปฏิบัติการทางทหาร เพื่อตอบโต้อิหร่าน หากเห็นว่าจำเป็น หลังอิหร่านโจมตีกรุงริยาด

เจ้าชายไฟซาล บิน ฟาร์ฮาน รัฐมนตรีต่างประเทศซาอุฯ กล่าวภายหลังการประชุมร่วมกับรัฐมนตรีต่างประเทศจากชาติอาหรับและอิสลาม เมื่อวันพฤหัสบดีว่า การโจมตีของอิหร่านในภูมิภาค โดยเฉพาะการเล็งเป้าไปยังกรุงริยาด เป็นสัญญาณที่ชัดเจน

โดยเขาระบุว่า “การที่กรุงริยาดถูกโจมตี ในช่วงที่มีนักการทูตกำลังประชุมกันอยู่ ผมไม่คิดว่าเป็นเรื่องบังเอิญ” หลังระบบป้องกันภัยทางอากาศของซาอุฯ สามารถสกัดขีปนาวุธพิสัยไกลที่มุ่งหน้าสู่เมืองหลวงได้

รัฐมนตรีต่างประเทศซาอุฯ ระบุว่า อิหร่านไม่เชื่อในการเจรจากับประเทศเพื่อนบ้าน แต่ใช้วิธีสร้างแรงกดดันแทน พร้อมย้ำว่าแนวทางดังกล่าวจะไม่ประสบผลสำเร็จ เพราะซาอุดีอาระเบียจะไม่ยอมจำนนต่อแรงกดดัน และแรงกดดันนั้นจะย้อนกลับไปทำร้ายฝ่ายที่สร้างมันขึ้นมาเอง

เขายังยืนยันว่า ซาอุฯ พร้อมใช้กำลังทหารหากถึงเวลา โดยผู้นำประเทศจะเป็นผู้ตัดสินใจขั้นสุดท้าย โดยซาอุฯ จะไม่ลังเลในการปกป้องประเทศและทรัพยากรทางเศรษฐกิจ

ทั้งนี้ สถานการณ์ตึงเครียดเพิ่มขึ้น หลังอิหร่าน หันมาโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานในภูมิภาค เมื่อวันพุธที่ผ่านมา โดยกล่าวหาว่า สหรัฐอเมริกา และ อิสราเอล เป็นฝ่ายโจมตีแหล่งน้ำมันและก๊าซของตนก่อน

เป้าหมายสำคัญที่ถูกกล่าวถึง ได้แก่แหล่งก๊าซธรรมชาติ เซาท์ พาร์ ซึ่งถือเป็นแหล่งก๊าซขนาดใหญ่ที่สุดในโลก

ด้านซาอุฯ ระบุว่า โรงกลั่นน้ำมัน 2 แห่งในกรุง ริยาด ถูกโจมตี ขณะที่การโจมตีของอิหร่านยังสร้างความเสียหายอย่างหนัก ให้กับเมืองอุตสาหกรรม Ras Laffan Industrial City ในกาตาร์ ซึ่งเป็นศูนย์กลางแปรรูปก๊าซธรรมชาติสำคัญของโลก

ผลกระทบจากการโจมตีโครงสร้างพลังงานทั่วตะวันออกกลาง ส่งผลให้ราคาน้ำมันโลกพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว แตะระดับ 110 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล สะท้อนความกังวลของตลาดต่อความไม่แน่นอนด้านพลังงาน ซึ่งนักวิเคราะห์มองว่า หากสถานการณ์ยังยืดเยื้อหรือขยายวงกว้าง อาจกระทบต่อเสถียรภาพพลังงานโลก และดันราคาน้ำมันให้ผันผวนต่อเนื่อง.

ที่มา : CNN

ด่วน! เรือถูกโจมตีจนไฟไหม้ในช่องแคบฮอร์มุซอีกลำ เตือนเรือทั่วโลกเพิ่มความระวัง

ด่วน! เรือถูกโจมตีจนไฟไหม้ในช่องแคบฮอร์มุซอีกลำ เตือนเรือทั่วโลกเพิ่มความระวัง

19 มี.ค. 2569 08:22 น.

ด่วน! เรือถูกโจมตีจนไฟไหม้ในช่องแคบฮอร์มุซอีกลำ เตือนเรือทั่วโลกเพิ่มความระวัง

เกิดเหตุเรือถูกโจมตีด้วย “วัตถุไม่ทราบชนิด” บริเวณนอกชายฝั่งตะวันออกของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ใกล้กับช่องแคบฮอร์มุซยุทธศาสตร์สำคัญของโลกอีกแล้ว โดยยังไม่มีรายละเอียดความเสียหายเพิ่มเติม

ศูนย์ปฏิบัติการการค้าทางทะเลของสหราชอาณาจักร UK Maritime Trade Operations หรือ UKMTO รายงานว่า เกิดเหตุเรือลำหนึ่งถูกโจมตีด้วย “วัตถุไม่ทราบชนิด” จนเกิดเพลิงไหม้ บริเวณ ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลก

เหตุการณ์เกิดขึ้นทางตะวันออกของเมือง คอร์ฟัคคาน ใน สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ โดย UKMTO ระบุว่า การโจมตีส่งผลให้เกิดไฟลุกไหม้บนเรือทันที แต่ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดของเรือว่าเป็นเรือประเภทใด หรือสัญชาติใด รวมทั้งยังไม่มีรายงานความเสียหายเพิ่มเติม

เหตุการณ์ดังกล่าว ทำให้ UKMTO ซึ่งทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางรับแจ้งเหตุฉุกเฉินจากเรือทั่วโลก ออกประกาศเตือนให้เรือทุกลำที่ผ่านพื้นที่ดังกล่าวเพิ่มความระมัดระวังสูงสุด เนื่องจากสถานการณ์ยังมีความเสี่ยง

ก่อนหน้านี้ มีรายงานว่าเรือบรรทุกน้ำมันและเรือสินค้า รวมถึงเรือประเภทอื่น ๆ มากกว่า 20 ลำ เผชิญเหตุการณ์ผิดปกติในบริเวณอ่าวอาหรับ ช่องแคบฮอร์มุซ และ อ่าวโอมาน นับตั้งแต่ความขัดแย้งในภูมิภาคทวีความรุนแรง

โดยสถานการณ์ยิ่งตึงเครียดขึ้น หลัง อิหร่าน ดำเนินมาตรการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งถือเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันที่พลุกพล่านที่สุดของโลก ส่งผลให้เรือจำนวนมากไม่สามารถผ่านได้ และลูกเรือตกอยู่ในสถานการณ์เสี่ยง

การปิดเส้นทางดังกล่าวอาจส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อการขนส่งพลังงานโลก และอาจดันราคาน้ำมันในตลาดโลกให้ผันผวนในระยะต่อไป

เหตุการณ์โจมตีเรือล่าสุดสะท้อนให้เห็นถึงความเปราะบางของเส้นทางเดินเรือในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะในจุดยุทธศาสตร์อย่างช่องแคบฮอร์มุซ ที่มีบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจโลก

ขณะนี้หน่วยงานด้านความมั่นคงทางทะเลกำลังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ท่ามกลางความกังวลว่าอาจเกิดเหตุซ้ำ และส่งผลกระทบเป็นวงกว้างต่อระบบขนส่งทางทะเลและพลังงานโลก.

ที่มา :CNN

สลด! กระเช้าสกีร่วงภูเขาในสวิตเซอร์แลนด์ เสียชีวิต 1 ราย ลมแรงอาจเป็นสาเหตุ

สลด! กระเช้าสกีร่วงภูเขาในสวิตเซอร์แลนด์ เสียชีวิต 1 ราย ลมแรงอาจเป็นสาเหตุ

19 มี.ค. 2569 07:35 น.

สลด! กระเช้าสกีร่วงภูเขาในสวิตเซอร์แลนด์ เสียชีวิต 1 ราย ลมแรงอาจเป็นสาเหตุ

เกิดเหตุสลดในแหล่งท่องเที่ยวชื่อดังของ สวิตเซอร์แลนด์ หลังกระเช้าสกีตกจากสายเคเบิลร่วงลงจากภูเขา ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย เจ้าหน้าที่กำลังเร่งสอบสวนหาสาเหตุของอุบัติเหตุครั้งนี้

เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นเปิดเผยว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นที่รีสอร์ตสกี Engelberg Ski Resort บริเวณเทือกเขาแอลป์ โดยกระเช้าสกีได้หลุดออกจากสายเคเบิลด้วยสาเหตุที่ยังไม่ทราบแน่ชัด เมื่อเวลาประมาณ 11.00 น. ของวันพุธที่ผ่านมา

กระเช้าดังกล่าวตกลงมาจากภูเขา ทิลท์ลิส  ท่ามกลางหิมะหนา ก่อนจะพลิกคว่ำหลายตลบตามภาพวิดีโอที่ถูกเผยแพร่ในสื่อสังคมออนไลน์

เจ้าหน้าที่ตำรวจระบุว่า ผู้เสียชีวิตเป็นหญิงวัย 61 ปี ซึ่งอยู่ภายในกระเช้าเพียงลำพังในขณะเกิดเหตุ

กระเช้าลำดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของระบบ ทิลท์ลิส เอ็กซเพรส โดยเพิ่งออกจากสถานี และกำลังไต่ระดับขึ้นสู่ช่วงกลางของภูเขา ก่อนจะเกิดอุบัติเหตุขึ้นอย่างกะทันหัน

พยานในพื้นที่หลายรายให้ข้อมูลกับสื่อสวิสว่า ในช่วงเกิดเหตุมีลมกระโชกแรงอย่างหนัก โดยมีความเร็วลมมากกว่า 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งสูงกว่าระดับปกติที่ระบบกระเช้าจะถูกระงับ (ประมาณ 60 กิโลเมตรต่อชั่วโมง)

นักสกีรายหนึ่งเล่าว่า “แม่ของฉันบอกให้ดู แล้วก็เห็นกระเช้ากำลังตกลงมา เราได้ยินเสียงกระแทกอย่างชัดเจน”

ขณะที่เด็กนักเรียนวัย 14 ปี ซึ่งอยู่ในค่ายสกีใกล้เคียง ระบุว่า รู้สึกตกใจอย่างมาก และไม่กล้าขึ้นกระเช้าอีกหลังจากเห็นเหตุการณ์

หลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่กู้ภัยทางอากาศ หน่วยพยาบาล และตำรวจ ได้เข้าพื้นที่เพื่อช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน โดยมีภาพเจ้าหน้าที่เดินฝ่าหิมะลึกเข้าไปยังจุดเกิดเหตุ

ด้านสื่อท้องถิ่นรายงานว่า มีผู้โดยสารประมาณ 100–200 คน จากกระเช้าราว 40 ลำ ถูกอพยพออกมาอย่างปลอดภัย

ทั้งนี้ ทางผู้ให้บริการได้สั่งระงับการให้บริการกระเช้าทั้งหมดทันที พร้อมแสดงความเสียใจต่อครอบครัวผู้เสียชีวิตขณะที่เจ้าหน้าที่กำลังอยู่ระหว่างการสอบสวนสาเหตุที่แท้จริงของอุบัติเหตุ โดยปัจจัยเรื่องสภาพอากาศ โดยเฉพาะลมแรง ถูกตั้งข้อสังเกตว่าอาจมีส่วนเกี่ยวข้อง

เหตุการณ์ครั้งนี้นับเป็นอุบัติเหตุร้ายแรงที่เกิดขึ้นไม่บ่อยในระบบกระเช้าสกีของยุโรป และสร้างความกังวลด้านความปลอดภัยในแหล่งท่องเที่ยวฤดูหนาวทั่วภูมิภาค.

ที่มา : BBC

กาตาร์ตะเพิดทูตทหาร-ทูตความมั่นคงอิหร่าน หลังโจมตีนิคมฯ “ราส ลัฟฟาน”

กาตาร์ตะเพิดทูตทหาร-ทูตความมั่นคงอิหร่าน หลังโจมตีนิคมฯ “ราส ลัฟฟาน”

19 มี.ค. 2569 05:19 น.

กาตาร์ตะเพิดทูตทหาร-ทูตความมั่นคงอิหร่าน หลังโจมตีนิคมฯ “ราส ลัฟฟาน”

รัฐบาลกาตาร์สั่งขับทูตทหารและทูตฝ่ายความมั่นคงของอิหร่านออกจากประเทศ หลังอิหร่านยิงมิสไซล์โจมตีกาตาร์อย่างต่อเนื่อง และลูกหนึ่งไปตกที่นิคมอุตสาหกรรม ราส ลัฟฟาน แหล่งผลิตเชื้อเพลิงสำคัญ

เมื่อ 18 มี.ค. 2569 กาตาร์ประกาศให้ทูตทหารและทูตฝ่ายความมั่นคงของอิหร่านเป็น “บุคคลไม่พึงปรารถนา” (Persona non grata) พร้อมสั่งให้เดินทางออกนอกประเทศภายใน 24 ชั่วโมง โดยระบุว่าคำสั่งนี้เป็นผลจากการที่อิหร่านโจมตีเข้าใส่และละเมิดอธิปไตยของพวกเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่า

ข่าวนี้เกิดขึ้นเพียงไม่นานหลังจากที่กาตาร์ระบุว่า นิคมอุตสาหกรรมก๊าซธรรมชาติ “ราส ลัฟฟาน” (Ras Laffan) ซึ่งเป็นเสาหลักทางเศรษฐกิจของรัฐอ่าวแห่งนี้ ตกเป็นเป้าหมายการโจมตีด้วยขีปนาวุธจากอิหร่าน จนเกิดไฟลุกไหม้รุนแรง ซึ่งล่าสุดเจ้าหน้าที่สามารถควบคุมเพลิงได้แล้ว และไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ

ในแถลงการณ์ที่ประกาศเมื่อวันพุธ (18 มี.ค.) กระทรวงการต่างประเทศของกาตาร์ระบุว่า ได้ส่งหนังสือแจ้งอย่างเป็นทางการไปยังสถานเอกอัครราชทูตอิหร่านในกรุงโดฮา เพื่อแจ้งให้ทราบว่าทูตทหารและทูตฝ่ายความมั่นคง รวมถึงเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานในสำนักงานของบุคคลดังกล่าว จะต้องเดินทางออกจากประเทศ

กระทรวงฯ ระบุว่ามาตรการนี้เป็น “การตอบโต้ต่อการที่อิหร่านตั้งเป้าโจมตีรัฐกาตาร์ซ้ำ ๆ และการรุกรานอย่างโจ่งแจ้ง” พร้อมเตือนอิหร่านให้ยุติ “แนวทางที่ไม่เป็นมิตร” มิเช่นนั้นกาตาร์จะตอบโต้ “ในลักษณะที่มั่นใจได้ว่าจะสามารถปกป้องอธิปไตย ความมั่นคง และผลประโยชน์ของชาติได้”

ทั้งนี้ การโจมตีนิคมฯ ราส ลัฟฟาน ในกาตาร์ มีขึ้นหลังจากที่รัฐบาลเตหะรานกล่าวหาสหรัฐฯ และอิสราเอลว่า โจมตีแหล่งน้ำมันและก๊าซของอิหร่าน ซึ่งรัฐบาลเตหะรานขู่ว่า จะแก้แค้นด้วยการโจมตีแหล่งพลังงานในภูมิภาค

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

ราคาน้ำมันโลกพุ่ง 110 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังโครงสร้างพลังงานโดนโจมตี

ราคาน้ำมันโลกพุ่ง 110 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังโครงสร้างพลังงานโดนโจมตี

19 มี.ค. 2569 05:02 น.

ราคาน้ำมันโลกพุ่ง 110 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังโครงสร้างพลังงานโดนโจมตี

ราคาน้ำมันดิบโลกพุ่งสูงขึ้นจนแตะ 110 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลแล้ว หลังมีรายงานการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานทั้งในอิหร่าน และหลายประเทศในอ่าวเปอร์เซีย

เมื่อวันพุธที่ 18 มี.ค. 2569 ราคาน้ำมันในตลาดโลกพุ่งสูงขึ้นแตะระดับ 110 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลแล้ว หลังจากการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานทั่วตะวันออกกลางได้สร้างความตื่นตระหนกให้กับนักลงทุน ในขณะที่ความพยายามของรัฐบาลสหรัฐฯ ในการบรรเทาความกังวลเรื่องราคาพลังงานไม่เป็นผล

ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent) ซึ่งเป็นเกณฑ์มาตรฐานราคาน้ำมันโลก พุ่งสูงถึง 110.90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนน้ำมันดิบของสหรัฐฯ (WTI) แตะระดับ 99.78 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังจากมีรายงานว่า อิหร่านโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานหลายแห่งในอ่าวเปอร์เซีย รวมถึงที่นิคมอุตสาหกรรม “ราส ลัฟฟาน” ในกาตาร์

การพุ่งขึ้นของราคาน้ำมันครั้งนี้เป็นการขยายตัวต่อเนื่องจากช่วงก่อนหน้า หลังจากสื่อกึ่งทางการของอิหร่านรายงานว่า โรงงานน้ำมันในเมืองอัสซาลูเยห์ กับแหล่ง “เซาท์ พาร์ส” ซึ่งเป็นแหล่งก๊าซธรรมชาติขนาดใหญ่ที่สุดในโลกในอิหร่าน ถูกโจมตี ซึ่งส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็วทันที

ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ยังคงทะยานสูงขึ้น แม้ว่าทำเนียบขาวจะประกาศยกเว้นกฎหมายโจนส์ (Jones Act) ชั่วคราว เพื่ออนุญาตให้เรือที่ติดธงต่างชาติสามารถขนส่งสินค้าโภคภัณฑ์ระหว่างท่าเรือของสหรัฐฯ ได้ในช่วง 60 วันข้างหน้า

นายร็อบ ธัมเมล ผู้จัดการพอร์ตอาวุโสจากบริษัท Tortoise Capital กล่าวว่า “หากคุณทำลายหรือสร้างความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน นั่นจะทำให้กรอบระยะเวลาในการฟื้นตัวยืดออกไปโดยทันที”

“คุณต้องสร้างโครงสร้างพื้นฐานเหล่านั้นขึ้นมาใหม่ทั้งหมด และกระบวนการสร้างใหม่นั้นอาจต้องใช้เวลาหลายเดือน หรืออาจจะหลายปีเลยก็ได้ ดังนั้น ผมคิดว่านี่น่าจะเป็นสิ่งที่ตลาดน้ำมันกำลังตอบโต้กลับมา”

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn