อิหร่านประกาศชัยชนะ อ้างบีบให้สหรัฐฯ ยอมรับแผน 10 ข้อได้สำเร็จ

อิหร่านประกาศชัยชนะ อ้างบีบให้สหรัฐฯ ยอมรับแผน 10 ข้อได้สำเร็จ

8 เม.ย. 2569 06:30 น.

อิหร่านประกาศชัยชนะ อ้างบีบให้สหรัฐฯ ยอมรับแผน 10 ข้อได้สำเร็จ

ทางการอิหร่านประกาศชัยชนะ อ้างบีบสหรัฐฯ ยอมรับแผนการ 10 ข้อที่พวกเขาเสนอได้สำเร็จ ขณะที่สื่ออิหร่านรายงานข่าวการประกาศเลื่อนโจมตี 2 สัปดาห์ของนายทรัมป์ ชี้เป็นการล่าถอยอย่างน่าอับอาย

เมื่อ 8 เม.ย. 2569 สภาความมั่นคงแห่งชาติสูงสุดของอิหร่านออกแถลงการณ์ระบุว่า อิหร่านได้รับชัยชนะครั้งยิ่งใหญ่และสามารถบีบบังคับให้สหรัฐอเมริกายอมรับแผนการ 10 ประการของพวกเขาได้สำเร็จแล้ว หลังโดนัลด์ ทรัมป์ โพสต์ประกาศเลื่อนกำหนดการโจมตีอิหร่าน 2 สัปดาห์

โพสต์ของนายทรัมป์ระบุว่า “จากการหารือกับนายกรัฐมนตรี เชห์บาซ ชารีฟ และจอมพล อาซิม มุนีร์ แห่งปากีสถาน ซึ่งพวกเขาได้ร้องขอให้ผมระงับการใช้กองกำลังทำลายล้างที่จะส่งไปยังอิหร่านในคืนนี้ และภายใต้เงื่อนไขว่าสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านจะต้องตกลงยอม เปิดช่องแคบฮอร์มุซอย่างสมบูรณ์ ทันที และปลอดภัย ผมจึงตกลงที่จะระงับการทิ้งระเบิดและการโจมตีอิหร่านเป็นเวลา 2 สัปดาห์ นี่จะเป็นการ ‘หยุดยิง’ ทั้งสองฝ่าย!”

“เหตุผลที่ดำเนินการเช่นนี้เป็นเพราะเราได้บรรลุและทำได้เกินกว่าวัตถุประสงค์ทางทหารทั้งหมดแล้ว และเรามาไกลมากในการบรรลุข้อตกลงที่เด็ดขาดเกี่ยวกับสันติภาพระยะยาวกับอิหร่าน และสันติภาพในตะวันออกกลาง เราได้รับข้อเสนอ 10 ประการจากอิหร่าน และเชื่อว่ามันเป็นพื้นฐานที่สามารถนำมาเจรจาต่อยอดได้ ข้อขัดแย้งต่างๆ ในอดีตเกือบทั้งหมดได้รับการตกลงเห็นพ้องระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่านแล้ว แต่ระยะเวลา 2 สัปดาห์จะช่วยให้ข้อตกลงนี้เสร็จสิ้นและสมบูรณ์”

ด้านสื่อของรัฐบาลอิหร่านรายงานข่าวเกี่ยวกับโพสต์ของนายทรัมป์ โดยพาดหัวข่าวว่า “ทรัมป์ประกาศหยุดยิง 2 สัปดาห์ พร้อมยอมรับเงื่อนไขของอิหร่านเพื่อยุติสงคราม” นอกจากนั้น สื่อดังกล่าวยังระบุถึงเหตุการณ์นี้ว่าเป็น “การล่าถอยอย่างน่าอับอายของทรัมป์จากวาทกรรมต่อต้านอิหร่าน”

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn , bbc

ทำเนียบขาวเผย อิสราเอลก็ตกลง หยุดยิงอิหร่าน 2 สัปดาห์

ทำเนียบขาวเผย อิสราเอลก็ตกลง หยุดยิงอิหร่าน 2 สัปดาห์

8 เม.ย. 2569 06:08 น.

ทำเนียบขาวเผย อิสราเอลก็ตกลง หยุดยิงอิหร่าน 2 สัปดาห์

เจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวเผย อิสราเอลจะเข้าร่วมกับสหรัฐฯ ในการหยุดยิงอิหร่านเป็นเวลา 2 สัปดาห์ด้วย หลังจากปากีสถานเรียกร้องให้สหรัฐฯ เลื่อนเส้นตายโจมตีอิหร่าน

เมื่อ 7 เม.ย. 2569 เจ้าหน้าที่ระดับสูงของทำเนียบขาวเปิดเผยกับ CNN ว่า อิสราเอลได้เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการหยุดยิงเป็นเวลา 2 สัปดาห์ตามที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศผ่าน Truth Social ก่อนหน้านี้ ตามการเรียกร้องของนายกรัฐมนตรีปากีสถาน

ข้อความของนายทรัมป์ ระบุว่า “จากการหารือกับนายกรัฐมนตรี เชห์บาซ ชารีฟ และจอมพล อาซิม มุนีร์ แห่งปากีสถาน ซึ่งพวกเขาได้ร้องขอให้ผมระงับการใช้กองกำลังทำลายล้างที่จะส่งไปยังอิหร่านในคืนนี้ และภายใต้เงื่อนไขว่าสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านจะต้องตกลงยอม เปิดช่องแคบฮอร์มุซอย่างสมบูรณ์ ทันที และปลอดภัย ผมจึงตกลงที่จะระงับการทิ้งระเบิดและการโจมตีอิหร่านเป็นเวลา 2 สัปดาห์ นี่จะเป็นการ ‘หยุดยิง’ ทั้งสองฝ่าย!”

“เหตุผลที่ดำเนินการเช่นนี้เป็นเพราะเราได้บรรลุและทำได้เกินกว่าวัตถุประสงค์ทางทหารทั้งหมดแล้ว และเรามาไกลมากในการบรรลุข้อตกลงที่เด็ดขาดเกี่ยวกับ สันติภาพระยะยาวกับอิหร่าน และสันติภาพในตะวันออกกลาง เราได้รับข้อเสนอ 10 ประการจากอิหร่าน และเชื่อว่ามันเป็นพื้นฐานที่สามารถนำมาเจรจาต่อยอดได้ ข้อขัดแย้งต่างๆ ในอดีตเกือบทั้งหมดได้รับการตกลงเห็นพ้องระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่านแล้ว แต่ระยะเวลา 2 สัปดาห์จะช่วยให้ข้อตกลงนี้เสร็จสิ้นและสมบูรณ์”

ประกาศดังกล่าวมีขึ้นเพียง 1 ชั่วโมงครึ่งก่อนจะถึงเส้นตายที่เขากำหนดให้อิหร่านเปิดช่องแคบฮอร์มุซ ในเวลา 20.00 น.วันอังคารที่ 7 เม.ย. 2569 ตามเวลาท้องถิ่น หรือประมาณ 7.00 น.วันพุธตามเวลาไทย โดยขู่ว่า หากพ้นเส้นตายแล้ว สหรัฐฯ จะเปิดฉากโจมตีทำลายล้าง “อารยธรรม” ของอิหร่าน

เจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวระบุว่า อิสราเอลตกลงที่จะระงับแคมเปญการทิ้งระเบิดในระหว่างที่การเจรจายังคงดำเนินต่อไปด้วยเช่นกัน

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

ทรัมป์ตกลง เลื่อนถล่มอิหร่าน 2 สัปดาห์ แต่ต้องเปิดช่องแคบฮอร์มุซ

ทรัมป์ตกลง เลื่อนถล่มอิหร่าน 2 สัปดาห์ แต่ต้องเปิดช่องแคบฮอร์มุซ

8 เม.ย. 2569 05:52 น.

ทรัมป์ตกลง เลื่อนถล่มอิหร่าน 2 สัปดาห์ แต่ต้องเปิดช่องแคบฮอร์มุซ

โดนัลด์ ทรัมป์ ระบุว่าเขาตกลงเลื่อนเส้นตายการถล่มอิหร่านออกไป 2 สัปดาห์ตามคำขอของปากีสถาน ภายใต้เงื่อนไขว่าอิหร่านจะต้องเปิดช่องแคบฮอร์มุซตามที่ปากีสถานเรียกร้องด้วยเช่นกัน

เมื่อ 7 เม.ย. 2569 โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โพสต์ข้อความผ่าน Truth Social ว่า เขาตกลงเลื่อนเส้นตายการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของอิหร่านออกไปอีก 2 สัปดาห์ หลังจากนายกรัฐมนตรีปากีสถานขอร้อง เพื่อเปิดทางให้กระบวนการทางการทูตสามารถเดินไปได้จนสุดทาง

ข้อความของนายทรัมป์ ระบุว่า “จากการหารือกับนายกรัฐมนตรี เชห์บาซ ชารีฟ และจอมพล อาซิม มุนีร์ แห่งปากีสถาน ซึ่งพวกเขาได้ร้องขอให้ผมระงับการใช้กองกำลังทำลายล้างที่จะส่งไปยังอิหร่านในคืนนี้ และภายใต้เงื่อนไขว่าสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านจะต้องตกลงยอม เปิดช่องแคบฮอร์มุซอย่างสมบูรณ์ ทันที และปลอดภัย ผมจึงตกลงที่จะระงับการทิ้งระเบิดและการโจมตีอิหร่านเป็นเวลา 2 สัปดาห์ นี่จะเป็นการ ‘หยุดยิง’ ทั้งสองฝ่าย!”

“เหตุผลที่ดำเนินการเช่นนี้เป็นเพราะเราได้บรรลุและทำได้เกินกว่าวัตถุประสงค์ทางทหารทั้งหมดแล้ว และเรามาไกลมากในการบรรลุข้อตกลงที่เด็ดขาดเกี่ยวกับ สันติภาพระยะยาวกับอิหร่าน และสันติภาพในตะวันออกกลาง เราได้รับข้อเสนอ 10 ประการจากอิหร่าน และเชื่อว่ามันเป็นพื้นฐานที่สามารถนำมาเจรจาต่อยอดได้ ข้อขัดแย้งต่างๆ ในอดีตเกือบทั้งหมดได้รับการตกลงเห็นพ้องระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่านแล้ว แต่ระยะเวลา 2 สัปดาห์จะช่วยให้ข้อตกลงนี้เสร็จสิ้นและสมบูรณ์”

“ในนามของสหรัฐอเมริกา ในฐานะประธานาธิบดี และในฐานะตัวแทนของประเทศต่างๆ ในตะวันออกกลาง ถือเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ปัญหาเรื้อรังยาวนานนี้ใกล้จะได้รับการแก้ไข ขอบคุณสำหรับความสนใจในเรื่องนี้! ประธานาธิบดี โดนัลด์ เจ. ทรัมป์”

ก่อนหน้านี้ นายทรัมป์ขีดเส้นตายสำหรับการเจรจากับอิหร่านไว้จนถึงเวลา 20.00 น.วันอังคารที่ 7 เม.ย. 2569 ตามเวลาท้องถิ่น หรือประมาณ 7.00 น.วันพุธตามเวลาไทย โดยขู่ว่า หากพ้นเส้นตายแล้ว สหรัฐฯ จะเปิดฉากโจมตีทำลายล้าง “อารยธรรม” ของอิหร่าน

อย่างไรก็ตาม ไม่กี่ชั่วโมงก่อนถึงเส้นตาย นายเชห์บาซ ชารีฟ นายกรัฐมนตรีปากีสถานโพสต์ข้อความผ่าน X เรียกร้องให้นายทรัมป์เลื่อนเส้นตายออกไปเป็นเวลา 2 สัปดาห์ และเรียกร้องให้อิหร่านเปิดช่องแคบฮอร์มุซเป็นเวลา 2 สัปดาห์เช่นกัน

“ความพยายามทางการทูตเพื่อหาทางออกอย่างสันติในสงครามตะวันออกกลางที่กำลังดำเนินอยู่นี้ มีความคืบหน้าอย่างมั่นคง แข็งแกร่ง และทรงพลัง ซึ่งมีศักยภาพที่จะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมในอนาคตอันใกล้” ข้อความของนายชารีฟระบุ

“เพื่อให้กระบวนการทางการทูตดำเนินไปได้จนสุดทาง ผมขอเรียกร้องต่อประธานาธิบดีทรัมป์ด้วยความจริงใจให้ขยายเวลาเส้นตายออกไปอีก 2 สัปดาห์” นายชารีฟระบุ และเสริมว่า “ในนามของปากีสถาน ด้วยความจริงใจอย่างยิ่ง เราขอเรียกร้องให้พี่น้องชาวอิหร่านเปิดช่องแคบฮอร์มุซเป็นเวลา 2 สัปดาห์เช่นเดียวกัน เพื่อเป็นการแสดงไมตรีจิต”

“เรายังขอเรียกร้องให้คู่ขัดแย้งทุกฝ่ายปฏิบัติตามการหยุดยิงในทุกพื้นที่เป็นเวลา 2 สัปดาห์ เพื่อให้การทูตสามารถบรรลุเป้าหมายในการยุติสงครามอย่างถาวร เพื่อประโยชน์ต่อสันติภาพและเสถียรภาพในระยะยาวของภูมิภาคนี้”

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : truthsocial

เชลลี คิตเทิลสัน นักข่าวสหรัฐฯ ถูกจับในอิรัก ได้รับการปล่อยตัวแล้ว

เชลลี คิตเทิลสัน นักข่าวสหรัฐฯ ถูกจับในอิรัก ได้รับการปล่อยตัวแล้ว

8 เม.ย. 2569 05:05 น.

เชลลี คิตเทิลสัน นักข่าวสหรัฐฯ ถูกจับในอิรัก ได้รับการปล่อยตัวแล้ว

กลุ่มติดอาวุธฝักใฝ่อิหร่านในอิรัก ปล่อยตัวนักข่าวหญิงชาวอเมริกัน ที่พวกเขาลักพาตัวไปเมื่อปลายเดือนก่อนแล้ว โดยตั้งเงื่อนไขว่า เธอจะต้องเดินทางออกจากอิรักทันที

เมื่อ 7 เม.ย. 2569 เจ้าหน้าที่ระดับสูงของอิรักเปิดเผยกับ CNN ว่า รัฐบาลอิรักได้รับตัว เชลลี คิตเทิลสัน (Shelly Kittleson) นักข่าวหญิงชาวอเมริกันเอาไว้แล้ว หลังจากที่เธอได้รับการปล่อยตัวจากการถูกคุมขังโดยกลุ่มติดอาวุธฝักใฝ่อิหร่านในวันเดียวกันนี้

เจ้าหน้าที่ระบุเพิ่มเติมว่า ขณะนี้รัฐบาลกำลังดำเนินการจัดเตรียมเรื่องการเดินทางกลับประเทศให้กับเธอ

ก่อนหน้านี้ในวันอังคาร าบู มูจาฮิด อัล-อัสซาฟ หัวหน้าฝ่ายความมั่นคงของกลุ่มคาตาอิบ ฮิซบอลเลาะห์ (Kataib Hezbollah) ซึ่งเป็นกลุ่มติดอาวุธฝักใฝ่อิหร่านในอิรัก โพสต์แถลงการณ์ผ่าน Telegram ว่าได้ตัดสินใจปล่อยตัวคิตเทิลสัน ซึ่งถูกลักพาตัวในกรุงแบกแดดเมื่อเดือนมีนาคม “โดยมีเงื่อนไขว่าเธอจะต้องออกจากประเทศทันที”

“การดำเนินการในลักษณะนี้จะไม่เกิดขึ้นซ้ำอีกในอนาคต” ข้อความดังกล่าวระบุทิ้งท้าย “เราอยู่ในสภาวะสงครามที่ไซออนิสต์-อเมริกันผู้เป็นศัตรูกระทำต่อศาสนาอิสลาม และในสถานการณ์เช่นนี้ ข้อพิจารณาหลายอย่างย่อมถูกตัดทิ้งไป”

ทั้งนี้ ตัวคิตเทิลสันเป็นผู้สื่อข่าวที่มีความเชี่ยวชาญด้านตะวันออกกลาง เธอถูกลักพาตัวในกรุงแบกแดดเมื่อ 31 มี.ค. โดย แหล่งข่าวที่ใกล้ชิดกับเรื่องนี้ระบุว่า รัฐบาลสหรัฐฯ ได้แจ้งเตือนเธอเพียงไม่นานก่อนที่เธอจะหายตัวไปเกี่ยวกับแผนการของกลุ่มคาตาอิบ ฮิซบอลเลาะห์ ที่จะลักพาตัวหรือสังหารเธอ

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

โป๊ปเลโอชี้ การข่มขู่อิหร่านเป็นเรื่องที่ ไม่อาจยอมรับได้อย่างแท้จริง

โป๊ปเลโอชี้ การข่มขู่อิหร่านเป็นเรื่องที่ ไม่อาจยอมรับได้อย่างแท้จริง

8 เม.ย. 2569 04:31 น.

โป๊ปเลโอชี้ การข่มขู่อิหร่านเป็นเรื่องที่ ไม่อาจยอมรับได้อย่างแท้จริง

โป๊ปเลโอที่ 14 ทรงวิพากษ์วิจารณ์สงครามในตะวันออกอีกครั้ง โดยตรัสว่า คำข่มขู่ต่อประชาชนชาวอิหร่านเป็นเรื่องที่ “ไม่อาจยอมรับได้อย่างแท้จริง” พร้อมเรียกร้องให้ผู้คนแสวงหาสันติภาพ

เมื่อ 7 เม.ย. 2569 สมเด็จพระสันตะปาปาเลโอที่ 14 ตรัสว่าคำข่มขู่ต่อประชาชนชาวอิหร่านเป็นเรื่องที่ “ไม่อาจยอมรับได้อย่างแท้จริง” เพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังจากที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ โพสต์ข้อความบนโซเชียลมีเดียว่า “อารยธรรมทั้งอารยธรรมจะดับสูญในคืนนี้” ในขณะที่เส้นตายที่เขากำหนดไว้ใกล้เข้ามาทุกขณะ

“แน่นอนว่าที่นี่มีประเด็นเรื่องกฎหมายระหว่างประเทศ แต่มีสิ่งที่มากกว่านั้น มันเป็นเรื่องของศีลธรรม เพื่อสวัสดิภาพของประชาชนโดยรวม” โป๊ปเลโอตรัส ณ พื้นที่ภายนอกกัสเตล กันดอลโฟ (Castel Gandolfo) ซึ่งเป็นสถานที่ประทับพักผ่อนของพระสันตะปาปา

โป๊ปเลโอทรงย้ำถึงข้อความในวันอีสเตอร์เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา โดยทรงเรียกร้องให้ผู้คน “แสวงหาสันติภาพเสมอและปฏิเสธความรุนแรง ปฏิเสธสงคราม โดยเฉพาะสงครามที่หลายคนกล่าวว่าเป็นสงครามที่ไม่ยุติธรรม ซึ่งกำลังทวีความรุนแรงขึ้นและไม่สามารถแก้ไขสิ่งใดได้เลย”

พระองค์ทรงขอให้ประชาชนระลึกถึง “เหยื่อของสงครามที่ยืดเยื้อนี้” ซึ่งรวมถึงเด็ก ผู้สูงอายุ และผู้ป่วย

ทั้งนี้ พระสันตะปาปาเลโอที่ 14 ทรงกลายเป็นผู้วิพากษ์วิจารณ์สงครามอิหร่านอย่างตรงไปตรงมานับตั้งแต่สงครามเริ่มขึ้นเมื่อ 28 ก.พ. โดยพระองค์ตรัสด้วยว่าการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานภาคพลเรือนนั้นเป็นการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ

“มันยังเป็นสัญญาณของความเกลียดชัง การแบ่งแยก และการทำลายล้างที่มนุษย์สามารถกระทำได้ และเราทุกคนล้วนต้องการทำงานเพื่อสันติภาพ” พระองค์ตรัส ก่อนจะทรงกระตุ้นให้พลเมืองในทุกประเทศติดต่อผู้นำทางการเมืองและตัวแทนของตน เพื่อร้องขอให้ยุติความขัดแย้งที่กำลังถลำลึกนี้

ก่อนหน้านี้ องค์พระสันตะปาปาเคยให้สัมภาษณ์กับ CNN ว่า พระองค์หวังว่าทรัมป์กำลังพยายามหาทางลง เพื่อยุติสงครามกับอิหร่าน และทรงเรียกร้องให้เหล่าผู้นำโลกกลับมาสู่โต๊ะเจรจาอีกครั้ง

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

ปากีสถาน วอน ทรัมป์ เลื่อนเส้นตายถล่มอิหร่าน ออกไปอีก 2 สัปดาห์

ปากีสถาน วอน ทรัมป์ เลื่อนเส้นตายถล่มอิหร่าน ออกไปอีก 2 สัปดาห์

8 เม.ย. 2569 03:14 น.

ปากีสถาน วอน ทรัมป์ เลื่อนเส้นตายถล่มอิหร่าน ออกไปอีก 2 สัปดาห์

นายกรัฐมนตรีปากีสถานออกมาเรียกร้องให้ โดนัลด์ ทรัมป์ ขยายเส้นตายการเจรจากับอิหร่านออกไปอีก 2 สัปดาห์ เพื่อให้กระบวนการทางการทูตสามารถเดินต่อไปได้จนสุดทาง

เมื่อ 7 เม.ย. 2569 นายกรัฐมนตรี เชห์บาซ ชารีฟ แห่งปากีสถานเรียกร้องให้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ขยายเวลาเส้นตายที่ตั้งไว้กับอิหร่าน ซึ่งกำลังจะหมดในไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า ออกไปอีก 2 สัปดาห์ “เพื่อให้กระบวนการทางการทูตได้ดำเนินไปอย่างเต็มที่” และเรียกร้องให้อิหร่านยอมเปิดช่องแคบฮอร์มุซด้วยเช่นกัน

ในโพสต์บนแพลตฟอร์ม X นายชารีฟระบุว่า “ความพยายามทางการทูตเพื่อหาทางออกอย่างสันติในสงครามตะวันออกกลางที่กำลังดำเนินอยู่นี้ มีความคืบหน้าอย่างมั่นคง แข็งแกร่ง และทรงพลัง ซึ่งมีศักยภาพที่จะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมในอนาคตอันใกล้”

“เพื่อให้กระบวนการทางการทูตดำเนินไปได้จนสุดทาง ผมขอเรียกร้องต่อประธานาธิบดีทรัมป์ด้วยความจริงใจให้ขยายเวลาเส้นตายออกไปอีก 2 สัปดาห์” นายชารีฟระบุ และเสริมว่า “ในนามของปากีสถาน ด้วยความจริงใจอย่างยิ่ง เราขอเรียกร้องให้พี่น้องชาวอิหร่านเปิดช่องแคบฮอร์มุซเป็นเวลา 2 สัปดาห์เช่นเดียวกัน เพื่อเป็นการแสดงไมตรีจิต”

“เรายังขอเรียกร้องให้คู่ขัดแย้งทุกฝ่ายปฏิบัติตามการหยุดยิงในทุกพื้นที่เป็นเวลา 2 สัปดาห์ เพื่อให้การทูตสามารถบรรลุเป้าหมายในการยุติสงครามอย่างถาวร เพื่อประโยชน์ต่อสันติภาพและเสถียรภาพในระยะยาวของภูมิภาคนี้”

ด้าน แคโรไลน์ ลีวิตต์ โฆษกทำเนียบขาวสหรัฐฯ ระบุว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้รับทราบข้อเสนอของนายกรัฐมนตรี เชห์บาซ ชารีฟ แห่งปากีสถานแล้ว พร้อมระบุเสริมว่า “จะมีคำตอบกลับไป” โดยไม่ระบุว่านายทรัมป์ตัดสินแล้วหรือไม่ และตัดสินใจอย่างไร

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

ซีอีโอแอร์อินเดีย ลาออกก่อนครบวาระ ท่ามกลางภาวะขาดทุนสะสม

ซีอีโอแอร์อินเดีย ลาออกก่อนครบวาระ ท่ามกลางภาวะขาดทุนสะสม

8 เม.ย. 2569 02:24 น.

ซีอีโอแอร์อินเดีย ลาออกก่อนครบวาระ ท่ามกลางภาวะขาดทุนสะสม

ซีอีโอของสายการบินแอร์อินเดีย ตัดสินใจประกาศลาออกจากตำแหน่งก่อนจะครบวาระ หลังจากพยายามกอบกู้สายการบินแห่งนี้จากภาวะขาดทุน และผลกระทบจากเหตุเครื่องบินตก

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อ 7 เม.ย. 2569 ว่า นายแคมป์เบลล์ วิลสัน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร หรือ ซีอีโอ (CEO) ของสายการบินแอร์อินเดีย (Air India) ประกาศลาออกจากตำแหน่งแล้ว ในขณะที่สายการบินกำลังเผชิญกับภาวะขาดทุน และผลกระทบจากเหตุเครื่องบินตกครั้งร้ายแรงเมื่อปีที่แล้วซึ่งคร่าชีวิตผู้คนไปถึง 260 ศพ

แอร์อินเดียระบุว่า วิลสัน ซึ่งเดิมมีกำหนดครบวาระการดำรงตำแหน่งในปี 2570 จะยังคงปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งเดิมต่อไปก่อน จนกว่าจะมีการแต่งตั้งผู้สืบทอด โดยคณะกรรมการบริหารของแอร์อินเดียได้จัดตั้งคณะกรรมการชุดหนึ่งเพื่อสรรหาผู้สืบทอดตำแหน่งต่อจากวิลสันให้ได้ภายในไม่กี่เดือนข้างหน้า

นายวิลสัน อดีตผู้บริหารของสิงคโปร์แอร์ไลน์ถูกดึงตัวมาเพื่อนำทัพฟื้นฟูกิจการ หลังจากที่กลุ่มบริษัท “ทาทา กรุ๊ป” (Tata Group) ได้ซื้อกิจการแอร์อินเดียคืนจากรัฐบาลอินเดียเมื่อปี 2565 ภายหลังประสบภาวะขาดทุนมาอย่างยาวนานหลายปี

ในช่วงเวลาที่เขาดำรงตำแหน่ง แอร์อินเดียได้เริ่มดำเนินการปรับปรุงฝูงบินและโครงสร้างการดำเนินงานใหม่ แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องต่อสู้กับปัญหาด้านความปลอดภัยและความท้าทายในการปฏิบัติงาน

ทางสายการบินเปิดเผยว่า วิลสันได้แจ้งต่อ นายนันตรชาน จันทรเสการัน (Natarajan Chandrasekaran) ประธานบริหารแอร์อินเดีย มาตั้งแต่ปี 2567 แล้วเขามีความประสงค์จะก้าวลงจากตำแหน่งในปี 2569 และเขาได้พยายามทำงานเพื่อให้แน่ใจว่าองค์กรมีความ “มั่นคงเพียงพอสำหรับการเปลี่ยนผ่าน”

“ถึงเวลาที่เหมาะสมแล้วที่ผมจะส่งต่อบังเหียนสำหรับการเข้าสู่ก้าวย่างต่อไปของแอร์อินเดีย” นายวิลสันระบุในข้อความภายในที่ส่งถึงพนักงานแอร์อินเดีย “บริษัทได้ผ่านการปรับโฉมอย่างครอบคลุม ทั้งการพัฒนาระบบให้ทันสมัย การเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ และการยกระดับมาตรฐานการบริการและการปฏิบัติงานทั้งภาคพื้นดินและบนอากาศ”

“เราได้เพิ่มเครื่องบินใหม่กว่า 100 ลำ เกือบจะเสร็จสิ้นการปรับปรุงเครื่องบินลำตัวแคบรุ่นเก่า และเริ่มนำเครื่องบินลำตัวกว้างที่มีการตกแต่งภายในแบบใหม่มาให้บริการ ในขณะเดียวกัน เราได้วางรากฐานโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญ… เพื่อสนับสนุนเป้าหมายระยะยาวของเรา” วิลสันระบุ

ทั้งนี้ แอร์อินเดียเผชิญกับการถูกละเลยมานานหลายปีในช่วงที่รัฐบาลเป็นเจ้าของ และสายการบินยังคงมีผลประกอบการขาดทุนนับตั้งแต่กลับคืนสู่ภาคเอกชนเมื่อ 4 ปีก่อน โดยในปี 2567-2568 แอร์อินเดียและสายการบินราคาประหยัดในเครือ รายงานผลขาดทุนรวมกันประมาณ 9.8 หมื่นล้านรูปี (ราว 3.4 หมื่นล้านบาท)

เหตุการณ์เครื่องบินตกในเส้นทางอาห์เมดาบัด-ลอนดอน เมื่อเดือนมิถุนายนปีก่อน ถือเป็นอุปสรรคครั้งใหญ่ต่อการพัฒนาของแอร์อินเดีย

หน่วยงานกำกับดูแลของอินเดียกำลังอยู่ในช่วงสรุปผลการสอบสวนเหตุเครื่องบินตกดังกล่าว และคาดว่าจะเผยแพร่รายงานฉบับสมบูรณ์ภายในวันที่ 12 มิถุนายน ซึ่งเป็นวันครบรอบหนึ่งปีของเหตุการณ์ดังกล่าว

อนึ่ง ภาคการบินของอินเดียกำลังเผชิญกับความกดดันจากต้นทุนที่สูงขึ้น, เส้นทางการบินระหว่างประเทศที่หยุดชะงักเนื่องจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง, ความล่าช้าในการส่งมอบเครื่องบิน และการตรวจสอบที่เข้มงวดขึ้นจากหน่วยงานกำกับดูแล

เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา อินดิโก (IndiGo) ซึ่งเป็นคู่แข่งและเป็นสายการบินที่ใหญ่ที่สุดของอินเดีย ได้แต่งตั้ง วิลลี วอลช์ ผู้คร่ำหวอดในอุตสาหกรรมการบิน ให้ดำรงตำแหน่งซีอีโอคนใหม่ เพื่อช่วยให้บริษัทเติบโตท่ามกลางแรงกดดันดังกล่าว

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

เนทันยาฮูโว ทำลายทางรถไฟ-สะพานอิหร่าน อ้างใช้ขนส่งอาวุธ

เนทันยาฮูโว ทำลายทางรถไฟ-สะพานอิหร่าน อ้างใช้ขนส่งอาวุธ

8 เม.ย. 2569 00:47 น.

เนทันยาฮูโว ทำลายทางรถไฟ-สะพานอิหร่าน อ้างใช้ขนส่งอาวุธ

นายกรัฐมนตรีอิสราเอลระบุว่า กองทัพโจมตีสะพานและทางรถไฟของอิหร่านหลายแห่ง อ้างว่าเส้นทางเหล่านี้ถูกใช้เพื่อขนส่งวัตถุดิบและอาวุธสำหรับโจมตีอิสราเอลกับสหรัฐฯ และประเทศในตะวันออกกลาง

เมื่อ 7 เม.ย. 2569 เบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอลแถลงว่า กองทัพอิสราเอลได้ดำเนินการโจมตีทางรถไฟและสะพานหลายแห่งในอิหร่านเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา โดยอ้างว่าโครงสร้างพื้นฐานเหล่านี้ถูกใช้เพื่อขนส่งอาวุธและเจ้าหน้าที่ที่โจมตีอิสราเอล, สหรัฐฯ และประเทศอื่นๆ ในภูมิภาค

“เมื่อวานนี้ นักบินของเราได้ทำลายเครื่องบินขนส่งและเฮลิคอปเตอร์หลายสิบลำที่ฐานทัพอากาศของอิหร่าน และในวันนี้ พวกเขาได้โจมตีเส้นทางรถไฟและสะพานที่กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติใช้” เนทันยาฮูระบุในข้อความวิดีโอที่เผยแพร่โดยสำนักนายกรัฐมนตรี

“พวกเขาใช้เส้นทางเหล่านี้ในการขนส่งวัตถุดิบสำหรับผลิตอาวุธ ตัวอาวุธเอง รวมถึงส่งเจ้าหน้าที่ที่โจมตีเรา โจมตีสหรัฐฯ และประเทศในภูมิภาค โดยเจ้าหน้าที่เหล่านั้นเป็นกลุ่มคนกลุ่มเดียวกับที่กดขี่ประชาชนชาวอิหร่านด้วย” เนทันยาฮูกล่าว และยืนยันว่า การโจมตีดังกล่าว “ไม่ได้มีจุดประสงค์เพื่อมุ่งเป้าไปที่ประชาชนชาวอิหร่าน”

ทั้งนี้ กองกำลังป้องกันอิสราเอล (IDF) แถลงในวันอังคารว่า พวกเขาโจมตีสะพาน 8 แห่งในอิหร่านที่ใช้สำหรับขนส่งอาวุธและยุทโธปกรณ์ทางทหาร สะพานเหล่านั้นอยู่ในหลายพื้นที่ รวมถึงเตหะราน, คาราจ, ตาบริซ, คาชาน และกอม ซึ่ง IDF อ้างว่า ได้ใช้มาตรการเพื่อลดผลกระทบต่อพลเรือนให้เหลือน้อยที่สุดแล้ว

นอกจากนี้ ยังมีรายงานการโจมตีเส้นทางรถไฟหลายสายทั่วอิหร่านในวันอังคาร สำนักข่าว Mehr ซึ่งเป็นสื่อกึ่งทางการ รายงานว่ามีผู้เสียชีวิต 2 ราย หลังเหตุโจมตีสะพานรถไฟในเมืองคาชาน โดยการโจมตีเกิดขึ้นหลังจากที่ IDF ได้ออกคำเตือนให้ชาวอิหร่านงดใช้รถไฟ และอยู่ห่างจากทางรถไฟทั่วประเทศเป็นเวลา 12 ชั่วโมง

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

สื่ออิหร่านอ้าง เกาะคาร์กเสียหายเพียงเล็กน้อย หลังสหรัฐฯ โจมตีรอบ 2

สื่ออิหร่านอ้าง เกาะคาร์กเสียหายเพียงเล็กน้อย หลังสหรัฐฯ โจมตีรอบ 2

7 เม.ย. 2569 23:37 น.

สื่ออิหร่านอ้าง เกาะคาร์กเสียหายเพียงเล็กน้อย หลังสหรัฐฯ โจมตีรอบ 2

สื่ออิหร่านยืนยันว่า การโจมตีของสหรัฐฯ ที่เกาะคาร์ก ซึ่งเป็นศูนย์กลางการขนส่งน้ำมันที่สำคัญของอิหร่าน สร้างความเสียหายเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

เมื่อ 7 เม.ย. 2569 สื่อหลายสำนักของอิหร่านรายงานอ้างอิงแหล่งข่าวในพื้นที่ว่า จากการประเมินความเสียหายบนเกาะคาร์ก (Kharg Island) หลังการทิ้งระเบิดโดยสหรัฐฯ เมื่อคืนวันจันทร์ที่ผ่านมา (6 เม.ย.) พบว่าโครงสร้างพื้นฐานส่วนใหญ่ของศูนย์กลางการขนส่งน้ำมันแห่งนี้ยังคงอยู่ในสภาพสมบูรณ์

สำนักข่าว Mehr ซึ่งเป็นสื่อกึ่งทางการของอิหร่าน รายงานว่าโครงสร้างพื้นฐานทางทะเลบนเกาะ ซึ่งเป็นจุดจัดการการส่งออกน้ำมันของอิหร่านราว 90% ได้รับความเสียหายเพียงเล็กน้อยจากการทิ้งระเบิดของสหรัฐฯ และยังคงดำเนินการได้ตามปกติ

อย่างไรก็ตาม ในวันอังคารที่ผ่านมา ระบบข้อมูลอัคคีภัยเพื่อการจัดการทรัพยากร (FIRMS) ของ NASA ได้ตรวจพบเหตุเพลิงไหม้จำนวนมากบริเวณปลายทิศใต้และชายฝั่งตะวันตกของเกาะคาร์ก แต่ยังไม่มีการยืนยันความเสียหายอย่างเป็นทางการ

ก่อนหน้านี้ เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ เปิดเผยกับ CNN ว่า การโจมตีเมื่อคืนที่ผ่านมามุ่งเป้าไปที่เป้าหมายทางทหาร ไม่ได้โจมตีสิ่งอำนวยความสะดวกด้านน้ำมันบนเกาะคาร์ก

อนึ่ง นี่นับเป็นครั้งที่ 2 ที่สหรัฐฯ โจมตีเกาะคาร์กของอิหร่าน นับตั้งแต่สงครามปะทุขึ้นเมื่อ 28 ก.พ. โดยการโจมตีครั้งแรกเกิดขึ้นเมื่อเดือนมีนาคม โดยกองบัญชาการกลางสหรัฐฯ แถลงว่าการโจมตีในครั้งนั้นพุ่งเป้าไปที่คลังเก็บทุ่นระเบิดและขีปนาวุธ รวมถึงสถานที่ทางทหารอื่นๆ รวมกว่า 90 จุด

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

อิหร่านอ้าง โจมตีโรงงานปิโตรเคมีในซาอุดีอาระเบียไฟลุกท่วม

อิหร่านอ้าง โจมตีโรงงานปิโตรเคมีในซาอุดีอาระเบียไฟลุกท่วม

7 เม.ย. 2569 22:07 น.

อิหร่านอ้าง โจมตีโรงงานปิโตรเคมีในซาอุดีอาระเบียไฟลุกท่วม

อิหร่านอ้างว่า ยิงมิสไซล์และส่งโดรนโจมตีนิคมอุตสาหกรรมปิโตรเคมีของซาอุดีอาระเบีย จนเกิดไฟลุกไหม้อย่างรุนแรง อ้างทำเพื่อตอบโต้ที่โรงงานของอิหร่านถูกโจมตี

เมื่อ 7 เม.ย. 2569 กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามอิหร่าน (IRGC) ออกแถลงการณ์ว่า กองกำลังของพวกเขายิงขีปนาวุธและส่งโดรนโจมตีนิคมอุตสาหกรรมปิโตรเคมีในเมืองจูบาอิล (Jubail) ของซาอุดีอาระเบีย เพื่อตอบโต้การโจมตีโรงงานปิโตรเคมีของอิหร่านเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา

แถลงการณ์ของ IRGC สอดคล้องกับรายงานก่อนหน้านี้ของสำนักข่าว AFP ที่ระบุว่า เกิดเพลิงไหม้ในนิคมอุตสาหกรรมเมืองจูบาอิล และมีเสียงระเบิดดังขึ้นหลายครั้ง

ในช่วงเช้าของวันเดียวกัน สื่ออิหร่านหลายแห่ง รวมถึง Fars, Nour และ Tasnim ได้รายงานข่าวการเกิดเพลิงไหม้เช่นกัน พร้อมทั้งแชร์วิดีโอที่ระบุว่าเป็นภาพของศูนย์อุตสาหกรรมที่กำลังถูกไฟไหม้

ด้านกระทรวงการต่างประเทศของปากีสถานได้ออกแถลงการณ์ประณามการโจมตีด้วยขีปนาวุธและโดรนของอิหร่านเมื่อคืนที่ผ่านมา “ต่อสิ่งอำนวยความสะดวกด้านพลังงานในภูมิภาคตะวันออกของราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย”

“ปากีสถานขอแสดงความเสียใจต่อการสูญเสียชีวิตที่เกิดจากการโจมตีเหล่านี้ และขอตำหนิอย่างรุนแรงต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นกับโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญ”

ส่วนทางการซาอุดีอาระเบียยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดมากนักเกี่ยวกับสถานที่ที่ถูกโจมตีหรือจำนวนผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต โดยเมื่อช่วงเช้าวันอังคาร กระทรวงกลาโหมซาอุดีอาระเบียระบุเพียงว่าสามารถสกัดโดรนได้ 18 ลำ โดยไม่มีการให้รายละเอียดเพิ่มเติม

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn