ตร.อินเดียยิงแก๊สน้ำตาสลายม็อบ เรียกร้องปฏิรูปการสอบราชการ

ตร.อินเดียยิงแก๊สน้ำตาสลายม็อบ เรียกร้องปฏิรูปการสอบราชการ

11 ส.ค. 2569 09:37 น.

ตร.อินเดียยิงแก๊สน้ำตาสลายม็อบ เรียกร้องปฏิรูปการสอบราชการ

ตร.อินเดียยิงแก๊สน้ำตา-ใช้รถฉีดน้ำสลายกลุ่มผู้ประท้วงนักเรียน นักศึกษา และผู้สมัครงานนับพันคนที่ออกมา่เรียกร้องรัฐบาลปฏิรูประบบสอบเข้ารับราชการ ท่ามกลางข้อกล่าวหาข้อสอบรั่วและผลสอบบิดเบือน

วันที่ 11 สิงหาคม 2569 สำนักข่าว BBC รายงานว่า ตำรวจในรัฐฌารขัณฑ์ ทางตะวันออกของอินเดีย ใช้แก๊สน้ำตา รถฉีดน้ำ และกระบองเข้าสลายกลุ่มผู้ประท้วงที่พยายามฝ่าแนวกั้นเพื่อเดินทางไปยังรัฐสภาของรัฐ หลังการประท้วงยืดเยื้อมานานกว่า 2 สัปดาห์ โดยมีนักเรียน นักศึกษา ผู้สมัครงาน และอาสาสมัครหลายพันคนเข้าร่วม เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลปฏิรูประบบการสอบคัดเลือกเข้ารับราชการ หลังเกิดข้อกล่าวหาว่าการสอบมีความผิดปกติและอาจมีการรั่วไหลของคำตอบ

รายงานข่าวระบุว่า ผู้ประท้วงบางส่วนได้รับบาดเจ็บ แต่ยังไม่มีการเปิดเผยตัวเลขผู้บาดเจ็บอย่างเป็นทางการ ขณะที่ผู้ประท้วงส่วนใหญ่ยังคงชุมนุมอย่างสงบ แต่มีบางกลุ่มพยายามฝ่าแนวกั้นและขว้างก้อนหินใส่ตำรวจ ส่งผลให้ตำรวจ 3 นายได้รับบาดเจ็บ  

ทั้งนี้ ผู้ประท้วงในเมืองรันจีเริ่มรวมตัวกันที่สนามกีฬาแห่งหนึ่งตั้งแต่วันที่ 25 กรกฎาคมที่ผ่านมา บางคนต้องนอนกลางแจ้ง ขณะที่บางส่วนอดอาหารประท้วงเพื่อกดดันรัฐบาล ซึ่งชนวนสำคัญของการประท้วงมาจากการสอบคัดเลือกข้าราชการเบื้องต้นของคณะกรรมการบริการสาธารณะรัฐฌารขัณฑ์  ซึ่งจัดขึ้นเมื่อเดือนเมษายน และประกาศผลในเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา โดยผู้สมัครสอบกล่าวหาว่า มีการเผยแพร่ภาพกระดาษคำตอบผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ซึ่งทำให้เกิดข้อสงสัยว่าผู้สมัครบางคนที่สอบผ่านอาจตอบคำถามได้น้อยผิดปกติ จนนำไปสู่ข้อกล่าวหาว่าผลสอบอาจถูกบิดเบือน.

ที่มา BBC 

ฝรั่งเศสแล้งหนัก จำกัดใช้น้ำเกือบ 70% หลังคลื่นความร้อนถล่ม แหล่งน้ำใต้ดินต่ำกว่าปกติ

ฝรั่งเศสแล้งหนัก จำกัดใช้น้ำเกือบ 70% หลังคลื่นความร้อนถล่ม แหล่งน้ำใต้ดินต่ำกว่าปกติ

11 ส.ค. 2569 08:52 น.

ฝรั่งเศสแล้งหนัก จำกัดใช้น้ำเกือบ 70% หลังคลื่นความร้อนถล่ม แหล่งน้ำใต้ดินต่ำกว่าปกติ

ฝรั่งเศสเผชิญวิกฤตภัยแล้งรุนแรง ต้องใช้มาตรการจำกัดการใช้น้ำครอบคลุมพื้นที่เกือบ 70% ของประเทศ ท่ามกลางคลื่นความร้อนต่อเนื่อง ขณะที่แหล่งน้ำใต้ดินซึ่งเป็นแหล่งน้ำดื่มสำคัญมีระดับต่ำกว่าปกติ

กระทรวงการเปลี่ยนผ่านด้านนิเวศวิทยาของฝรั่งเศสเปิดเผยว่า สถานการณ์ภัยแล้งกำลังทวีความรุนแรงขึ้น หลังฝรั่งเศสเผชิญคลื่นความร้อนหลายระลอกตลอดช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา ส่งผลให้อุณหภูมิทำลายสถิติ มีผู้เสียชีวิตเกินกว่าค่าปกติหลายพันราย และยังเป็นปัจจัยเร่งให้เกิดไฟป่าขนาดใหญ่ในหลายพื้นที่

ทางการระบุว่า ขณะนี้พื้นที่เกือบ 70% ของฝรั่งเศส อยู่ภายใต้มาตรการจำกัดการใช้น้ำ โดยข้อมูล ณ วันที่ 9 สิงหาคม พบว่า 67 จาก 101 เขตการปกครองทั่วประเทศอยู่ในระดับเตือนภัยสูงสุด หรือระดับวิกฤต

สำหรับพื้นที่ที่มีประกาศเตือนภัยระดับสูงสุด จะต้องสงวนน้ำไว้สำหรับการใช้งานที่จำเป็น เช่น การรักษาพยาบาล การป้องกันและรับมือภัยพิบัติ น้ำดื่ม และระบบสุขาภิบาล

ส่วนพื้นที่ที่อยู่ในระดับเตือนภัยต่ำกว่า จะมีข้อจำกัดเพิ่มเติมในการใช้น้ำสำหรับกิจกรรมต่าง ๆ เช่น การรดน้ำสวนและพื้นที่สีเขียว การเติมน้ำในสระว่ายน้ำ การล้างรถ รวมถึงการใช้น้ำเพื่อการเกษตร

แม้แต่กรุงปารีสก็อยู่ภายใต้มาตรการเตือนภัยด้านน้ำ ท่ามกลางความกังวลว่าวิกฤตภัยแล้งอาจรุนแรงขึ้นหากฝนยังคงตกน้อยกว่าปกติ

สัญญาณที่น่ากังวลอีกประการคือ แหล่งน้ำใต้ดิน หรือชั้นน้ำใต้ดิน ซึ่งเป็นแหล่งน้ำดื่มหลักของฝรั่งเศสถึง 2 ใน 3 แห่ง มีระดับต่ำกว่าค่าปกติ

สำนักงานวิจัยด้านธรณีวิทยาและเหมืองแร่ของฝรั่งเศส หรือ BRGM ระบุว่า แม้ระดับน้ำใต้ดินมักลดลงในช่วงฤดูร้อนอยู่แล้ว แต่ปีนี้สถานการณ์รุนแรงเป็นพิเศษ เนื่องจากเดือนกรกฎาคมมีฝนตกน้อยกว่าปกติ ขณะที่ความต้องการใช้น้ำเพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะจากภาคเกษตรกรรมและการท่องเที่ยว

ข้อมูลจากสำนักงานอุตุนิยมวิทยาฝรั่งเศส หรือ Météo-France ระบุว่า เดือนกรกฎาคม 2026 เป็นเดือนกรกฎาคมที่ร้อนที่สุดเท่าที่เคยบันทึกในฝรั่งเศส และยังเป็นเดือนกรกฎาคมที่มีฝนน้อยที่สุดเป็นอันดับ 3 โดยปริมาณฝนทั่วประเทศต่ำกว่าค่าปกติถึงเกือบ 70%

ล่าสุดวิกฤตน้ำ เริ่มส่งผลกระทบโดยตรงต่อประชาชน โดยเมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม โมนิก บาร์บูต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงนิเวศวิทยาฝรั่งเศสเปิดเผยว่า ปริมาณน้ำดื่มในหลายพื้นที่กำลังเข้าสู่ภาวะตึงตัว และมีประชาชน มากกว่า 30,000 คน ที่ได้รับผลกระทบจากการขาดแคลนน้ำประปา

ประชาชนในพื้นที่บางแห่งต้องพึ่งพา รถบรรทุกขนน้ำและน้ำดื่มบรรจุขวด เพื่อให้มีน้ำเพียงพอต่อการอุปโภคบริโภค

รัฐบาลฝรั่งเศสเตรียมจัดประชุมวิกฤตด้านภัยแล้งในวันพุธนี้ ขณะที่ประเทศกำลังเผชิญคลื่นความร้อนระลอกใหม่ พร้อมกับหลายพื้นที่ในยุโรปที่ยังคงได้รับผลกระทบจากอากาศร้อนจัด

Météo-France เตือนว่า พื้นที่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของฝรั่งเศสจะเผชิญอุณหภูมิสูงถึง 35 องศาเซลเซียส ในช่วงต้นสัปดาห์ และความร้อนจะขยายวงกว้างไปยังพื้นที่อื่น ๆ ของประเทศตลอดทั้งสัปดาห์

สถานการณ์ดังกล่าวทำให้ฝรั่งเศสต้องเผชิญกับความท้าทายครั้งใหญ่ในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ท่ามกลางสภาพอากาศร้อนจัดและภัยแล้งที่มีแนวโน้มรุนแรงขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ.

ที่มา : channelnewsasia

สุดช็อก พยาบาลเยอรมนีถูกสอบเพิ่ม 139 คดี จากคดีฆ่าคนไข้ 10 ศพ พบพิรุธอาจมีเหยื่ออีกเพียบ

สุดช็อก พยาบาลเยอรมนีถูกสอบเพิ่ม 139 คดี จากคดีฆ่าคนไข้ 10 ศพ พบพิรุธอาจมีเหยื่ออีกเพียบ

11 ส.ค. 2569 08:25 น.

สุดช็อก พยาบาลเยอรมนีถูกสอบเพิ่ม 139 คดี จากคดีฆ่าคนไข้ 10 ศพ พบพิรุธอาจมีเหยื่ออีกเพียบ

จนท.เดินหน้าสอบสวนพยาบาลชายที่ถูกศาลสั่งจำคุกตลอดชีวิต หลังพบความเชื่อมโยงกับคดีต้องสงสัยอีก 139 ราย จากเดิมที่ถูกตัดสินว่าฆ่าคนไข้ 10 ราย โดยได้ขุดศพเกือบ 40 ศพขึ้นมาตรวจสอบ หาหลักฐานเพิ่ม

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานคดีสะเทือนขวัญ พยาบาลฆาตกรต่อเนื่องในเยอรมนี หลังอัยการเยอรมนีเปิดเผยเมื่อวันที่ 10 สิงหาคมว่า กำลังสอบสวนคดีต้องสงสัยอีกจำนวนมาก ที่อาจจะเกี่ยวข้องกับพยาบาลดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้าย หรือผู้ป่วยระยะประคับประคองรายหนึ่ง ซึ่งเขาถูกจำคุกตลอดชีวิตจากคดีฆาตกรรมคนไข้ถึง 10 รายในโรงพยาบาลแห่งหนึ่งก่อนหน้านี้

โดยสื่อเยอรมนีระบุชื่อพยาบาลชายรายนี้ว่านาย อุลริช เอส. เขาเคยทำงานอยู่ที่โรงพยาบาลในเมืองเวอร์เซเลน ใกล้เมืองอาเคิน ทางตะวันตกของประเทศ ก่อนถูกศาลพิพากษาจำคุกตลอดชีวิตเมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ในความผิดฐานฆาตกรรมคนไข้ 10 ราย และพยายามฆ่าอีก 27 ราย

การสอบสวนในคดีเดิมพบว่า พยาบาลรายนี้ใช้วิธีฉีดยากล่อมประสาทหรือยาแก้ปวดในปริมาณสูงให้กับคนไข้ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุ โดยอัยการระบุว่าแรงจูงใจที่น่าตกใจคือ ต้องการลดภาระงานของตัวเองในช่วงเข้าเวรกลางคืน

หลังถูกตัดสินจำคุกตลอดชีวิต เจ้าหน้าที่ยังคงขยายผลการสอบสวนต่อเนื่อง และพบคดีต้องสงสัยที่อาจเชื่อมโยงกับเขาอีกจำนวนมาก

อัยการเมืองอาเคินระบุว่า ขณะนี้กำลังตรวจสอบ 121 คดี ที่อาจเกี่ยวข้องกับพยาบาลรายนี้ และมีความเป็นไปได้ที่จะมีการแจ้งข้อหาเพิ่มเติมในปีหน้า

หนึ่งในขั้นตอนสำคัญของการสอบสวนคือการนำศพผู้เสียชีวิตขึ้นมาตรวจสอบ โดยจนถึงขณะนี้มีการขุดศพขึ้นมาแล้วเกือบ 40 ศพ เพื่อค้นหาหลักฐานว่าการเสียชีวิตอาจเกี่ยวข้องกับการได้รับยาในปริมาณที่เป็นอันตรายหรือไม่

นอกจากคดีที่อยู่ในการสอบสวนของอัยการเมืองอาเคินแล้ว อัยการในเมืองโคโลญจน์ยังเดินหน้าตรวจสอบ อีก 18 คดี โดยคดีที่เก่าแก่ที่สุดย้อนกลับไปถึงปี 2010

รายงานจากสื่อท้องถิ่นระบุว่า ก่อนที่พยาบาลรายนี้จะเข้าทำงานที่โรงพยาบาลในเมืองเวอร์เซเลน เขาเคยทำงานอยู่ที่สถานพยาบาลแห่งหนึ่งในเมืองโคโลญจน์ด้วย ทำให้เจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบประวัติการทำงานและการเสียชีวิตของผู้ป่วยในช่วงเวลาดังกล่าวเพิ่มเติม

หากรวมคดีที่อัยการเมืองอาเคินและโคโลญจน์กำลังตรวจสอบ ขณะนี้มีคดีต้องสงสัยที่อาจเกี่ยวข้องกับพยาบาลรายนี้ รวม 139 คดี

ในคดีที่ศาลตัดสินไปแล้ว นอกจากโทษจำคุกตลอดชีวิต ศาลยังระบุว่าความผิดของเขามีความร้ายแรงของความผิดเป็นพิเศษ ซึ่งหมายความว่า โดยปกติผู้ต้องขังที่ได้รับโทษจำคุกตลอดชีวิตในเยอรมนีอาจมีโอกาสได้รับการพิจารณาปล่อยตัวหลังรับโทษ 15 ปี แต่กรณีนี้จะไม่สามารถใช้ช่องทางดังกล่าวได้ง่าย

ระหว่างการพิจารณาคดี อัยการบรรยายพฤติกรรมของพยาบาลรายนี้ว่า เขาปฏิบัติงานโดย ขาดแรงจูงใจและไร้ความเห็นอกเห็นใจต่อผู้ป่วย

คดีดังกล่าวทำให้เกิดการเปรียบเทียบกับ นีลส์ เฮอเกิล อดีตพยาบาลชาวเยอรมันที่ถูกจำคุกตลอดชีวิตในปี 2019 หลังถูกตัดสินว่าฆ่าคนไข้ 85 ราย และเชื่อกันว่าเป็นหนึ่งในฆาตกรต่อเนื่องที่ก่อเหตุร้ายแรงที่สุดในเยอรมนียุคใหม่

เฮอเกิลก่อเหตุด้วยการฉีดยาที่เป็นอันตรายถึงชีวิตให้คนไข้ระหว่างปี 2000-2005 ก่อนถูกจับกุมในเวลาต่อมา

ขณะเดียวกัน เมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา แพทย์ผู้ดูแลผู้ป่วยระยะประคับประคองในกรุงเบอร์ลินก็เพิ่งถูกศาลพิพากษาจำคุกตลอดชีวิต หลังถูกตัดสินว่าฆ่าคนไข้ 15 ราย ด้วยยากล่อมประสาทในปริมาณถึงแก่ชีวิต โดยในหลายกรณี เขาถูกกล่าวหาว่าจุดไฟเผาอพาร์ตเมนต์ของเหยื่อเพื่อพยายามปกปิดร่องรอย โดยแพทย์รายดังกล่าวยังอยู่ระหว่างการถูกสอบสวนว่าอาจเกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตของผู้ป่วยรายอื่นเพิ่มเติมหรือไม่.

ที่มา : channelnewsasia

สหรัฐฯ ประกาศ มอบเงินช่วยเหลือ 15.5 ล้านดอลลาร์ หลังแผ่นดินไหวโคลอมเบีย

สหรัฐฯ ประกาศ มอบเงินช่วยเหลือ 15.5 ล้านดอลลาร์ หลังแผ่นดินไหวโคลอมเบีย

11 ส.ค. 2569 06:28 น.

สหรัฐฯ ประกาศ มอบเงินช่วยเหลือ 15.5 ล้านดอลลาร์ หลังแผ่นดินไหวโคลอมเบีย

สหรัฐฯ ประกาศจะมอบเงินช่วยเหลือจำนวน 15.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐให้โคลอมเบีย เพื่อสมทบทุนในด้านต่างๆ ขณะที่จำนวนผู้เสียชีวิตเพิ่มเป็น 111 ศพแล้ว และยังมีผู้ติดใต้ซากปรักหักพังอีกหลายราย

เมื่อวันจันทร์ที่ 10 ส.ค. 2569 กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ประกาศผ่าน X ว่า สหรัฐฯ จัดสรรเงินทุนช่วยเหลือจำนวน 15.5 ล้านดอลลาร์แก่โคลอมเบีย สำหรับจัดหาที่พักพิง อาหาร การคุ้มครองช่วยเหลือ และการประเมินความเสียหาย หลังจากเกิดเหตุแผ่นดินไหวขนาด 7.4 จนสร้างความเสียหายอย่างหนักในโคลอมเบีย

“เราขอส่งกำลังใจและร่วมอธิษฐานไปกับชาวโคลอมเบียทุกคน และพร้อมที่จะสนับสนุนประธานาธิบดี (อาเบลาร์โด เด ลา เอสปริเอยา) รวมถึงรัฐบาลของเขา ในขณะที่พวกเขากำลังประเมินความต้องการช่วยเหลือในพื้นที่” กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ระบุในแถลงการณ์

เหตุแผ่นดินไหวขนาด 7.4 ครั้งนี้ มีจุดกำเนิดลึกลงไปใต้ดินมากกว่า 100 กิโลเมตร บริเวณเมืองซานโฮเซเดลปัลมาร์ ในจังหวัดโชโก ของโคลอมเบีย โดยประธานาธิบดี เด ลา เอสปรีเยยา ยืนยันว่า มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 111 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 87 ราย

ภารกิจค้นหาและกู้ภัยกำลังดำเนินไปอย่างต่อเนื่องทั่วภูมิภาคที่ได้รับผลกระทบ ซึ่งพบอาคารพังถล่ม 61 แห่ง และบ้านเรือนได้รับความเสียหาย 1,575 หลัง ส่งผลให้รัฐบาลโคลอมเบียประกาศให้เหตุการณ์นี้เป็นสถานการณ์ฉุกเฉินระดับชาติ

เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นของโคลอมเบียเปิดเผยว่า มีผู้ป่วยหลายรายติดอยู่ใต้ซากปรักหักพังของโรงพยาบาลแห่งหนึ่งในเมืองกาลิ ทางตะวันตกของโคลอมเบีย ที่พังทลายลงมาบางส่วน

นาง ดิเลียน ฟรานซิสกา โตโร ผู้ว่าราชการจังหวัดบาเยเดลเกากา (Valle del Cauca) ให้สัมภาษณ์กับสื่อท้องถิ่นว่า พื้นที่บางส่วนของโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยกาลิ รวมถึงแผนกกุมารเวชกรรม “พังทลายลงมา ส่งผลให้มีผู้ติดอยู่ข้างใน” ซึ่งเจ้าหน้าที่กำลังเร่งทำงานเพื่อนำตัวพวกเขาออกมา

ด้าน อิร์เน ตอร์เรส คาสโตร ผู้จัดการโรงพยาบาล บอกกับผู้สื่อข่าวว่า โครงสร้างพื้นฐานของโรงพยาบาลประมาณ 30% ได้พังถล่มลงมา ซึ่งรวมถึงชั้นอาคาร 3 ชั้นที่ใช้สำหรับแผนกกุมารเวชกรรม อายุรเวชกรรม และส่วนหนึ่งของแผนกทารกแรกเกิดด้วย

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

ทรัมป์จี้อิหร่าน จ่ายค่าชดเชยแก่ผู้เสียชีวิต ความหวังข้อตกลงริบหรี่

ทรัมป์จี้อิหร่าน จ่ายค่าชดเชยแก่ผู้เสียชีวิต ความหวังข้อตกลงริบหรี่

11 ส.ค. 2569 06:02 น.

ทรัมป์จี้อิหร่าน จ่ายค่าชดเชยแก่ผู้เสียชีวิต ความหวังข้อตกลงริบหรี่

โดนัลด์ ทรัมป์ เรียกร้องให้อิหร่านจ่ายค่าชดเชยให้แก่ผู้ที่เสียชีวิตจากการโจมตีของอิหร่าน ตอบโต้ที่ก่อนหน้านี้รัฐบาลเตหะราน บอกให้สหรัฐฯ จ่ายค่าชดเชยสงคราม เพื่อแลกกับการเปิดช่องแคบฮอร์มุซ

เมื่อวันจันทร์ที่ 10 ส.ค. 2569 โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เรียกร้องให้อิหร่านจ่ายค่าชดเชยแก่ผู้คนที่เขาอ้างว่าถูกสังหารในสงคราม การโจมตี และการประท้วง นับเป็นการยกระดับวาทกรรมโต้ตอบกับเตหะรานอย่างรุนแรงยิ่งขึ้น ในขณะที่ความหวังในการบรรลุข้อตกลงฉุกเฉินเพื่อเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้งเริ่มเลือนราง

นายทรัมป์ระบุว่า นี่เป็นการตอบโต้การที่อิหร่านตั้งเงื่อนไขให้สหรัฐฯ ทำตามเพื่อแลกกับการเปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งรวมถึง การชดใช้ค่าเสียหายจากการโจมตีของสหรัฐฯ กับอิสราเอลตลอด 5 เดือนที่ผ่านมา

“ผมเรียกร้องค่าชดเชยจากอิหร่านเช่นกัน สำหรับทุกคนที่พวกเขาได้สังหารและทำร้ายจนบาดเจ็บสาหัสด้วยระเบิดแสวงเครื่องริมถนน และความขัดแย้งมากมาย ซึ่งเป็นสิ่งที่พวกเขามีชื่อเสียงมาก” ทรัมป์โพสต์ข้อความบนแพลตฟอร์ม Truth Social ของเขา

ราคาน้ำมัน ซึ่งปรับตัวสูงขึ้นก่อนหน้านี้จากถ้อยแถลงของอิหร่าน ได้ขยับขึ้นอย่างต่อเนื่องหลังจากโพสต์ของทรัมป์ โดยราคาน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent crude) ปรับตัวสูงขึ้น 4.25% เมื่อเวลา 17:20 น วันจันทร์ตามเวลามาตรฐานกรีนิช (GMT)

ทั้งนี้ การเรียกค่าชดเชยดังกล่าวเป็นประเด็นที่ทรัมป์ไม่เคยหยิบยกขึ้นมาพูดถึงเลย โดยประธานาธิบดีสหรัฐฯ ยืนยันว่า ประเด็นนี้จะกลายเป็นส่วนหนึ่งของการเจรจาในอนาคตทั้งหมดกับผู้นำอิหร่าน และจะรวมถึงการเรียกร้องให้มีการจ่ายเงินเยียวยาแก่ครอบครัวของผู้ประท้วงหลายแสนคนที่เขาอ้างว่าถูกอิหร่านสังหาร

ทรัมป์ยังกล่าวอีกว่า อิหร่านควรชดเชยให้แก่ “ครอบครัวของผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์เรือ ยูเอสเอส โคล (USS Cole)” ซึ่งอ้างอิงถึงเหตุการณ์โจมตีเรือรบดังกล่าวในเยเมนเมื่อวันที่ 12 ต.ค. 2543 ทำให้ทหารเรือสหรัฐ เสียชีวิต 17 นาย อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์นี้ได้รับการยืนยันแล้วว่าเป็นฝีมือของกลุ่ม อัลเคดา ไม่ใช่อิหร่าน

“นอกจากนี้ ในส่วนของการเจรจากับอิหร่าน อิหร่านจะต้องรับผิดชอบต่อความเสียหายและความสูญเสียที่เกิดขึ้นกับประชาชนในเลบานอน ซีเรีย เยเมน และกาซาด้วย!” ทรัมป์เขียนในโพสต์ที่สอง

ก่อนหน้านี้ อิหร่านระบุว่าใกล้จะบรรลุข้อตกลงขั้นสุดท้ายกับโอมานในการกำหนดเส้นทางเดินเรือใหม่ในช่องแคบฮอร์มุซ แต่ยังคงย้ำว่าสหรัฐฯ ต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขต่าง ๆ ซึ่งรวมถึงการจ่ายค่าชดเชย การยกเลิกมาตรการคว่ำบาตร และการยุติมาตรการทางทหาร ก่อนที่ช่องแคบแห่งนี้จะเปิดใช้งานอีกครั้ง

อนึ่ง ทรัมป์ ซึ่งเคยกล่าวว่าการโจมตีอิหร่านมีวัตถุประสงค์เพื่อยับยั้งสาธารณรัฐอิสลามแห่งนี้ จากการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์และลดขีดความสามารถในการคุกคามภูมิภาค กำลังเผชิญแรงกดดันอย่างหนักให้ยุติสงครามซึ่งไม่เป็นที่นิยมอย่างยิ่งในประเทศ ก่อนที่จะถึงการเลือกตั้งกลางเทอมในเดือนพฤศจิกายน

ปัจจุบัน นอกจากสหรัฐฯ จะไม่สามารถทำให้อิหร่านถอนตัวจากโครงการนิวเคลียร์ได้แล้ว อิหร่านยังกลายเป็นผู้ควบคุมช่องแคบฮอร์มุซโดยพฤตินัย ขณะที่ความพยายามทางทหารของสหรัฐฯ นานหลายเดือน รวมถึงปฏิบัติการโจมตีทางอากาศนานสองสัปดาห์ในเดือนกรกฎาคม กลับยังไม่สามารถทำลายการยึดครองช่องแคบของอิหร่านลงได้

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna

ฟิลิปปินส์อ่วม ฝนตก 9 วันติด ทำน้ำท่วม-ดินถล่ม คร่าแล้ว 16 ศพ

ฟิลิปปินส์อ่วม ฝนตก 9 วันติด ทำน้ำท่วม-ดินถล่ม คร่าแล้ว 16 ศพ

11 ส.ค. 2569 04:52 น.

ฟิลิปปินส์อ่วม ฝนตก 9 วันติด ทำน้ำท่วม-ดินถล่ม คร่าแล้ว 16 ศพ

ฟิลิปปินส์เผชิญฝนตกหนักติดต่อกันถึง 9 วัน ทำให้เกิดน้ำท่วมและดินถล่มหลายจุด เบื้องต้นพบผู้เสียชีวิตแล้ว 16 ศพ ขณะที่ทีมกู้ภัยกำลังเร่งให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยบนเกาะลูซอน

เมื่อวันจันทร์ที่ 10 ส.ค. 2569 ทีมกู้ภัยของประเทศฟิลิปปินส์ออกมาเปิดเผยว่า เหตุน้ำท่วม ดินถล่ม และอุบัติเหตุอันเกิดจากฝนที่ตกหนักติดต่อกันนาน 9 วันส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 16 ศพ ในพื้นที่ทางเหนือของประเทศ หลังได้รับอิทธิพลเสริมจากมรสุมตะวันตกเฉียงใต้และพายุหมุนเขตร้อน

ในหลายพื้นที่ เช่น เมืองตากอากาศ บากิโอ มีปริมาณฝนสะสมทะลุ 1,413 มิลลิเมตร ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยตลอดทั้งเดือนสิงหาคมถึง 47% ส่วนพื้นที่ปริมณฑลกรุงมะนิลา (Metro Manila) มีปริมาณฝนแตะระดับเกือบ 90% ของค่าเฉลี่ยทั้งเดือน

เจ้าหน้าที่ฟิลิปปินส์พบผู้เสียชีวิตที่เกี่ยวข้องกับภัยพิบัติครั้งนี้แล้ว 16 ศพ โดยมาจากสาเหตุต่างๆ กัน เช่น ดินถล่มทับบ้านเรือน, จมน้ำ, ต้นไม้ล้มทับ และถูกไฟฟ้าดูด ขณะที่ยังมีผู้สูญหายอีกหลายรายด้วย

นอกจากนั้น รัฐบาลฟิลิปปินส์ต้องสั่งปิดโรงเรียนและหน่วยงานราชการทั่วเกาะลูซอน ซึ่งเป็นเกาะหลักของประเทศ เป็นการชั่วคราว หลังจากอิทธิพลของพายุทำให้ห้องเรียนได้รับความเสียหายกว่า 2,400 ห้อง และถนนหลายสายในกรุงมะนิลามีน้ำท่วมขัง เป็นอุปสรรคต่อการเดินทาง

ด้านเจ้าหน้าที่กู้ภัยยังคงเร่งค้นหาผู้สูญหายอย่างระมัดระวังเนื่องจากฝนที่ยังตกและเสี่ยงดินถล่มซ้ำ ขณะที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการโยธาระบุว่าระดับน้ำเริ่มทยอยลดลงแล้ว พร้อมเน้นย้ำถึงความจำเป็นที่จะต้องแก้ไขระบบระบายน้ำของประเทศอย่างจริงจังในระยะยาว

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna

ทรัมป์ลงนามคำสั่ง ลดจำนวนวัคซีนแนะนำที่เด็กควรได้รับ

ทรัมป์ลงนามคำสั่ง ลดจำนวนวัคซีนแนะนำที่เด็กควรได้รับ

11 ส.ค. 2569 03:53 น.

ทรัมป์ลงนามคำสั่ง ลดจำนวนวัคซีนแนะนำที่เด็กควรได้รับ

โดนัลด์ ทรัมป์ ลงนามคำสั่งฝ่ายบริหาร เพื่อลดจำนวนวัคซีนแนะนำที่เด็กควรได้รับตอนเป็นเด็กเล็ก แม้ว่านโยบายนี้จะเผชิญเสียงคัดค้านจากหลายฝ่ายก็ตาม

สำนักข่าว ซีเอ็นเอ็น (CNN) รายงานเมื่อวันจันทร์ที่ 10 ส.ค. 2569 ว่า โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ลงนามคำสั่งฝ่ายบริหาร เพื่อปรับเปลี่ยนแนวทางของรัฐบาลกลางเกี่ยวกับวัคซีนสำหรับเด็ก ทั้งเสนอให้ลดจำนวนการฉีดวัคซีนทั้งหมดที่แนะนำสำหรับเด็กเล็กลง และแบ่งตารางการฉีดวัคซีนสำหรับเด็กออกเป็น 3 หมวดหมู่

นอกจากนี้ ยังแนะนำให้แยกวัคซีนรวมโรคหัด, คางทูม และหัดเยอรมัน หรือวัคซีน MMR ออกเป็นวัคซีนเดี่ยว 3 เข็ม ซึ่งขัดแย้งกับฉันทามติทางวิทยาศาสตร์ที่ยึดถือกันเป็นวงกว้าง แต่เป็นไปตามคำยืนกรานของทรัมป์ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมาที่ว่า ควรมีการปรับเปลี่ยนวัคซีนที่ฉีดกันอย่างแพร่หลายนี้

“เรากำลังลดจำนวนลง” ทรัมป์กล่าวจากห้องทำงานรูปไข่ในทำเนียบขาว “ไม่ใช่แค่ลดจำนวนวัคซีน หรือจำนวนการฉีด อย่างที่พวกคุณว่า แต่คุณจะได้ฉีดผ่านการไปพบแพทย์หลายฯ ครั้ง”

ภายใต้ร่างคำสั่งดังกล่าว นโยบายใหม่ของรัฐบาลแนะนำให้เด็กทุกคนรับวัคซีนป้องกันโรคหัด, คางทูม, หัดเยอรมัน, คอตีบ, บาดทะยัก, ไอกรน, โปลิโอ, ฮิบ (Hib), โรคติดเชื้อปอดบวม , เอชพีวี (HPV) และอีสุกอีใส

ขณะเดียวกัน มีการแนะนำให้เฉพาะกลุ่มประชากรที่มีความเสี่ยงสูงเท่านั้นที่จะได้รับ โมโนโคลนอลแอนติบอดี (mAbs) สำหรับไวรัส RSV และวัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบ เอ, ไวรัสตับอักเสบ บี, ไข้กาฬหลังแอ่นชนิด บี, ไข้กาฬหลังแอ่นชนิด ACWY และไข้เลือดออก จากเดิมที่แนะนำให้เด็กทุกกลุ่มรับวัคซีนเกือบทั้งหมดในนี้

ส่วนวัคซีนอื่น ๆ อีกหลายชนิด เช่น วัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบ จะต้องขึ้นอยู่กับการตัดสินใจร่วมกัน หรือผ่านการหารือกับแพทย์ของเด็ก วัคซีนในกลุ่มนี้รวมถึงวัคซีนป้องกัน โรตาไวรัส, ไข้กาฬหลังแอ่น, ไข้หวัดใหญ่ และโควิด-19

การประกาศของทรัมป์ใกล้เคียงอย่างมากกับความพยายามของกระทรวงสาธารณสุขและบริการมนุษย์ของสหรัฐฯ (HHS) ในเดือนมกราคม ที่จะลดจำนวนวัคซีนแนะนำสำหรับเด็ก แต่ถูกกลุ่มการแพทย์ต่างๆ ฟ้องร้องขัดขวางเอาไว้ และผู้พิพากษาตัดสินให้กลุ่มการแพทย์เป็นฝ่ายชนะ

ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ทรัมป์ได้กดดัน โรเบิร์ต เอฟ. เคนเนดี จูเนียร์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขฯ ให้ดำเนินการเพิ่มเติมเกี่ยวกับตารางการฉีดวัคซีนสำหรับเด็ก รวมถึงเร่งรัดความพยายามในการค้นหาความเชื่อมโยงระหว่างวัคซีนกับภาวะออทิสติก

ทั้งนี้ ตลอดระยะเวลาหลายสิบปีที่ผ่านมา มีการศึกษาวิจัยทางวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับวัคซีนอย่างกว้างขวาง แต่ไม่พบหลักฐานใด ๆ ที่เชื่อมโยงวัคซีนกับการทำให้เกิดภาวะออทิสติก

การลงนามในคำสั่งฝ่ายบริหารครั้งนี้เกิดขึ้นแม้ว่าที่ปรึกษาทางการเมืองของทรัมป์จะมีความกังวลมาโดยตลอดว่า การผลักดันนโยบายวัคซีนที่เป็นข้อถกเถียงและไม่เป็นที่นิยมอย่างแพร่หลาย อาจสร้างความไม่พอใจแก่ผู้ลงคะแนนเสียงก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมในเดือนพฤศจิกายนนี้

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

โคลอมเบียประกาศภาวะฉุกเฉินหลังแผ่นดินไหวใหญ่ ดับพุ่ง 111 ศพ

โคลอมเบียประกาศภาวะฉุกเฉินหลังแผ่นดินไหวใหญ่ ดับพุ่ง 111 ศพ

11 ส.ค. 2569 02:52 น.

โคลอมเบียประกาศภาวะฉุกเฉินหลังแผ่นดินไหวใหญ่ ดับพุ่ง 111 ศพ

จำนวนผู้เสียชีวิตจากเหตุแผ่นดินไหวรุนแรงในโคลอมเบีย เพิ่มขึ้นเป็นอย่างน้อย 111 ศพแล้ว ในขณะที่รัฐบาลประกาศภาวะฉุกเฉินแห่งชาติ เพื่อเร่งช่วยเหลือเหยื่อแผ่นดินไหว

เมื่อวันจันทร์ที่ 10 ส.ค. 2569 รัฐบาลโคลอมเบียได้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินแห่งชาติ หลังเกิดแผ่นดินไหวรุนแรงขนาด 7.4 ในจังหวัดโชโกทางตะวันตกของประเทศ สร้างความเสียหายอย่างหนักเป็นวงกว้าง และส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตเป็นจำนวนมาก

ประธานาธิบดี อาเบลาร์โด เด ลา เอสปริเอยา แห่งโคลอมเบียยืนยันว่า จำนวนผู้เสียชีวิตจากแผ่นดินไหวครั้งนี้เพิ่มขึ้นเป็นอย่างน้อย 111 ศพแล้ว ขณะที่มีผู้ได้รับบาดเจ็บอย่างน้อย 87 ราย อาคารพังถล่ม 61 แห่ง และบ้านเรือนได้รับความเสียหาย 1,575 หลัง

นอกจากนี้ แผ่นดินไหวยังสร้างความเสียหายแก่ศูนย์บริการทางสาธารณสุข 18 แห่ง สถานศึกษา 52 แห่ง ศูนย์ชุมชน 17 แห่ง และถนนหนทางอีก 18 สาย

ทีมฉุกเฉินจากทั่วประเทศกำลังเร่งทำงานแข่งกับเวลาเพื่อช่วยเหลือผู้คนที่ติดอยู่ใต้ซากพังทลายของอาคารบ้านเรือน ซึ่งประธานาธิบดีย้ำว่า “ภารกิจเร่งด่วนอันดับแรกคือการพยายามช่วยเหลือผู้คนที่ยังคงติดอยู่ใต้ซากปรักหักพัง”

นาย เด ลา เอสปริเอยา ประกาศด้วยว่า เขาจะเดินทางไปยังเมืองคิบโด เมืองเอกของจังหวัดโชโก ซึ่งเป็นหนึ่งในภูมิภาคที่ได้รับผลกระทบรุนแรงที่สุดของประเทศ

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn , bbc

ดับแล้ว 26 ศพ แผ่นดินไหวโคลอมเบีย ตึกถล่ม 20 หลัง

ดับแล้ว 26 ศพ แผ่นดินไหวโคลอมเบีย ตึกถล่ม 20 หลัง

10 ส.ค. 2569 23:20 น.

ดับแล้ว 26 ศพ แผ่นดินไหวโคลอมเบีย ตึกถล่ม 20 หลัง

เหตุแผ่นดินไหวรุนแรงขนาด 7.4 ที่โคลอมเบีย ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 26 ศพ รวมถึงเด็ก 3 ราย ในขณะที่เกิดความเสียหายเป็นวงกว้าง มีตึกถล่มอย่างน้อย 20 หลัง

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เหตุแผ่นดินไหวรุนแรงขนาด 7.4 ซึ่งเกิดขึ้นในภาคตะวันตกของประเทศโคลอมเบียเมื่อวันจันทร์ที่ 10 ส.ค. 2569 สร้างความเสียหายเป็นวงกว้าง ล่าสุดพบผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 3 ศพ รวมถึงเด็ก 3 รายที่ถูกกำแพงถล่มทับ

นาง ดิเลียน ฟรานซิสกา โตโร ผู้ว่าราชการจังหวัดบาเยเดลเกากา (Valle del Cauca) รายงานว่า มีเด็กเสียชีวิต 3 รายในเทศบาล กาลิมา เอล ดาเรียน (Calima El Darién) หลังจากกำแพงพังถล่มลงมา นอกจากนี้ นายโตโรยังระบุว่ามีผู้เสียชีวิตอีก 1 รายในเมืองซาร์ซาล (Zarzal) ด้วย

ด้านนายกเทศมนตรีเมืองบูเอนาเบนตูรา (Buenaventura) ซึ่งตั้งอยู่ในจังหวัดเดียวกัน รายงานว่าพบผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 1 รายในเมืองของเขา และมีสะพานพังถล่มหลายแห่ง

ก่อนหน้านี้ เจ้าหน้าที่ของโคลอมเบียรายงานการพบผู้เสียชีวิต 3 ราย ที่เมืองมานิซาเลส (Manizales) ในจังหวัดคัลดาส (Caldas) และอีก 18 รายที่เมืองเปเรรา (Pereira) ในจังหวัดริซารัลดา (Risaralda) และเมื่อรวมกับผู้เคราะห์ร้าย 5 รายล่าสุด ทำให้จำนวนผู้เสียชีวิตตอนนี้อยู่ที่ 26 ศพ

ขณะเดียวกัน อเลฮานโดร เอเดอร์ นายกเทศมนตรีเมืองกาลิ (Cali) เปิดเผยว่า มีอาคารอย่างน้อย 20 แห่งในเมืองของเขา พังถล่มลงมา และยังมีผู้ติดอยู่ภายในอาคารเหล่านั้น โดยนายเอเดอร์ขอให้ประชาชนอยู่ในความสงบ และร้องขอความช่วยเหลือด้านทีมกู้ภัยไปยังนายกเทศมนตรีกรุงโบโกตาและนายกเทศมนตรีเมืองเมเดยินแล้ว

“หากคุณรู้สึกไม่ปลอดภัย หรือเห็นรอยแตกร้าวขนาดใหญ่มาก โปรดอพยพออกจากอาคาร” เขากล่าวเสริม

อนึ่ง สำนักงานธรณีวิทยาโคลอมเบียยืนยันว่า แผ่นดินไหวครั้งนี้เป็นครั้งที่รุนแรงที่สุดที่โคลอมเบียเคยเผชิญในรอบทศวรรษที่ผ่านมา และจนถึงขณะนี้ มีอาฟเตอร์ช็อกเกิดขึ้นแล้ว 2 ครั้ง ขนาด 2.8 และ 4.8 โดยครั้งหลังรับรู้แรงสั่นสะเทือนได้เป็นวงกว้าง

ด้านหน่วยงานการบินพลเรือนของโคลอมเบียระบุว่า ท่าอากาศยานอย่างน้อย 7 แห่งในเมืองเปเรรา, มานิซาเลส, คิบโด, อาร์เมเนีย, การ์ตาโก และบูเอนาเบนตูรา ต้องหยุดให้บริการ เนื่องจากความเสียหายจากแผ่นดินไหว

นอกจากนี้ การให้บริการที่สนามบินเมืองโปปายัน (Popayán) ยังถูกระงับเนื่องจากมีเถ้าถ่านจากภูเขาไฟปูราเซ (Puracé) ตกลงมาในพื้นที่ด้วย

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

ทรัมป์เผย สหรัฐฯ “รักษาท่าที” กับอิหร่าน และอยู่ในช่วง “กึ่งเจรจา”

ทรัมป์เผย สหรัฐฯ “รักษาท่าที” กับอิหร่าน และอยู่ในช่วง “กึ่งเจรจา”

10 ส.ค. 2569 22:47 น.

ทรัมป์เผย สหรัฐฯ “รักษาท่าที” กับอิหร่าน และอยู่ในช่วง “กึ่งเจรจา”

โดนัลด์ ทรัมป์ บอกกับสื่อในประเทศว่า ตอนนี้สหรัฐฯ กำลังรักษาท่าทีกับอิหร่าน โดยพร้อมชะลอการใช้มาตรการทางทหารต่ออิหร่าน และยอมรับว่า การเจรจาเพื่อยุติสงครามก็ชะลอตัวลงเช่นกัน

โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ กล่าวในการให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์กับสำนักข่าว Axios เมื่อวันอาทิตย์ที่ 9 ส.ค. 2569 ว่า สหรัฐฯ พร้อมที่จะชะลอการใช้มาตรการทางทหารครั้งใหม่ต่ออิหร่าน เพื่อเฝ้าดูผลกระทบจากแรงกดดันทางเศรษฐกิจที่มีต่อเตหะราน ซึ่งนับเป็นการเปลี่ยนท่าทีอย่างฉับพลันจากคำขู่เมื่อเร็ว ๆ นี้

“เรากำลังรักษาท่าที” ทรัมป์บอกกับ Axios และเสริมว่าการพูดคุยเกี่ยวกับข้อตกลงเพื่อยุติสงครามอิหร่านก็ชะลอตัวลงเช่นกัน “เรากำลังอยู่ในช่วงกึ่งเจรจากับพวกเขาเท่านั้น เรากำลังเฝ้ามองอิหร่านที่กำลังเผชิญกับอัตราเงินเฟ้ออย่างมหาศาล และความจริงที่ว่าพวกเขากำลังไม่มีเงิน”

นี่ถือเป็นการเปลี่ยนจุดยืนครั้งใหญ่ของนายทรัมป์ จากเมื่อวันที่ 3 ส.ค.ที่เขาออกโรงเตือนว่า เขากำลังให้โอกาสครั้งสุดท้ายแก่อิหร่านในการยอมรับข้อตกลงสันติภาพ มิฉะนั้นจะต้องเสี่ยงต่อการถูก “เด็ดหัว” โดยในขณะนั้น ทรัมป์ระบุว่าเขาตัดสินใจชะลอ “การโจมตีครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่สอง” ตามคำขอของชาติพันธมิตร

ถ้อยแถลงล่าสุดของประธานาธิบดีสหรัฐฯ ยังมีขึ้นในขณะที่อิหร่านกำลังเจรจากับโอมาน และเรียกร้องให้สหรัฐฯ ปฏิบัติตามเงื่อนไขบางประการเพื่อเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง ซึ่งรวมถึงการจ่ายค่าชดเชยและการยุติการคว่ำบาตร อย่างไรก็ตาม สหรัฐฯ ไม่ได้มีส่วนร่วมในการเจรจาระหว่างอิหร่านและโอมานดังกล่าว

ที่ผ่านมา นายทรัมป์มักอวดอ้างว่า มาตรการปิดล้อมทางทะเลของสหรัฐฯ ที่กำลังปิดกั้นท่าเรือของอิหร่าน ได้ทำลายเศรษฐกิจของเตหะรานอย่างหนัก และบอกกับ Axios ด้วยว่า อิหร่าน “อยู่ในสภาพที่ย่ำแย่มาก” ซึ่งเป็นผลมาจากการปิดล้อม

อย่างไรก็ตาม ราคาน้ำมันโลกยังคงพุ่งสูงขึ้นอันเป็นผลจากการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลให้ราคาน้ำมันเบนซินในสหรัฐฯ ต่อแกลลอนอยู่ที่มากกว่า 4 ดอลลาร์เล็กน้อย ณ วันที่ 10 ส.ค. เมื่อเทียบกับ 2.98 ดอลลาร์ในช่วงที่ทรัมป์เริ่มเปิดฉากสงครามเมื่อ 28 ก.พ.

ทั้งนี้ ตลอดระยะเวลา 5 เดือนของการทำสงคราม ทรัมป์ออกมาพูดหลายครั้งเรื่องความพยายามในการบรรลุข้อตกลงสันติภาพ ที่จะกำจัดศักยภาพทางนิวเคลียร์ของอิหร่าน ทว่าบันทึกความเข้าใจ (MOU) ที่ทั้งสองประเทศบรรลุร่วมกันในเดือนมิถุนายนกลับพังทลายลงอย่างรวดเร็ว และนับตั้งแต่นั้นมาก็แทบไม่มีความคืบหน้าไปสู่ข้อตกลงเลย

แต่นายทรัมป์ยังย้ำกับ Axios ว่า “ทุกอย่างจะเรียบร้อยดี มันเรียบร้อยดีเสมอ มันก็เหมือนกับเกมหมากรุกนั่นแหละ”

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : usatoday