พิพัฒน์ เผย นายกฯ ไฟเขียว ครม.พรุ่งนี้พิจารณาวาระแต่งตั้งได้ แต่ยังไม่เห็นมีกระทรวงไหนบ้าง

17 สิงหาคม 2569 เวลา 14:22 น.

พิพัฒน์ เผย นายกฯ ไฟเขียว ครม.พรุ่งนี้พิจารณาวาระแต่งตั้งได้ บอก ยังไม่เห็นมีกระทรวงไหนบ้าง รอเซ็นอยู่

เมื่อวันที่ 17 ส.ค.2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ให้สัมภาษณ์ถึงการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันที่ 18 ส.ค. จะมีการพิจารณาวาระแต่งตั้งโยกย้ายระดับอธิบดีในส่วนของกระทรวงคมนาคมหรือไม่ว่า ในส่วนของกระทรวงคมนาคมไม่มี ส่วนการแต่งตั้งระดับปลัดกระทรวงของกระทรวงอื่นนั้น ยังไม่เห็น ตอนนี้จะรอเซ็น เพราะนายกฯ อนุมัติว่า ถ้ามีการเสนอการแต่งตั้งในการประชุม ครม.วันที่ 18 ส.ค. นายกฯ อนุญาตให้นำเข้าที่ประชุม ครม.ได้ ซึ่งตนรออยู่ แต่ตอนนี้ยังไม่เห็น

ผู้สื่อข่าวถามว่า เรื่องการแต่งตั้งปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม และปลัดกระทรวงพลังงาน มีการพูดคุยกันหรือยัง นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ตนไม่ทราบ เพราะประชุม ครม.สัปดาห์ที่แล้วตนไม่อยู่ ตนอยู่รัสเซีย

ครม, พิพัฒน์, แต่งตั้ง, แนวหน้าออนไลน์

ไชยชนก ลั่น!ไทยไม่เลือกข้าง หลังสหรัฐฯ จ้องกดดันชาติพันธมิตร แสดงจุดยืน AI ยันเป็นกลางทั้งภูมิศาสตร์-เทคโนโลยี

17 สิงหาคม 2569 เวลา 14:19 น.

17 สิงหาคม 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กล่าวถึงกรณีรัฐบาลสหรัฐอเมริกาเตรียมแจ้งประเทศพันธมิตรต้องเลือกข้างในการแข่งขันด้านเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) กับประเทศจีน ว่า เราไม่เลือกแน่ๆ เพราะจุดยืนตั้งแต่ต้นคือ เป็นกลางด้านภูมิรัฐศาสตร์และเทคโนโลยี เพราะอยากให้ประชาชนได้ศึกษาเรียนรู้และเข้าถึงเทคโนโลยีทุกรูปแบบ ไม่ใช่เอไอของสหรัฐฯ หรือจีน แต่ที่อื่นๆ ก็เช่นกัน และเวลาเราไปในเวทีโลกก็ชัดเจนเรื่องนี้ ฉะนั้น เราไม่เลือก ถ้าจะบังคับให้เลือกก็ไม่เลือกอยู่ดี

เมื่อถามถึงจะบาลานซ์ระหว่าง 2 ชาติอย่างไร นายไชยชนก กล่าวว่า ถ้าเขาตัดสินใจจะไม่สนับสนุนหรือไม่ให้เทคโนโลยีเข้ามาในประเทศเรา อันนั้นถือว่าเขาเป็นคนเลือก ไม่ใช่เรา เมื่อถามอีกว่า หากไม่เลือกแล้วจะทำความเข้าใจอย่างไร นายไชยชนก กล่าวว่า ในมุมของเราจะรับทุกเทคโนโลยีถ้าสามารถทำได้ แต่ถ้าเราจะรับเอาเทคโนโลยีของจีนแล้วสหรัฐฯจะเลือกสนับสนุน นั่นก็เป็นการตัดสินใจของสหรัฐฯ ที่จะไม่ให้เราใช้เทคโนโลยีของเขา ไม่ใช่ว่าเราเลือกที่จะไม่ใช้ อย่างไรก็ตาม มีทั้งข้อดีและข้อเสีย ในทุกเทคโนโลยีอยู่แล้ว ตนอยากให้ประชาชนคนไทยเลือกได้และตัดสินใจเอง ไม่ใช่มาบังคับให้มีข้อจำกัดทางการค้า ดังนั้น ถ้าต้องเลือกทางใดทางหนึ่งก็จะไม่เป็นสิ่งที่ดีที่สุดต่อประเทศ

ผู้สื่อข่าวถามว่า จะต้องมีการพูดคุยกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ในการกำหนดท่าทีของไทยหรือไม่ นายไชยชนก กล่าวว่า เป็นเรื่องของนายกรัฐมนตรี และ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ที่มีการสื่อสารบนเวทีโลก ตลอดในช่วงเวลา 1-2 เดือนที่ผ่านมา ซึ่งเมื่อมีประเด็นดังกล่าวก็มีการหารือกับทั้งนายกรัฐมนตรี และนายสีหศักดิ์ เสมอ ในเมื่อครั้งที่นายกฯ ลงนามความร่วมมือกับจีน ซึ่งยังไม่มีการร่วมลงนาม เพราะต้องคำนึงถึงหลักการบาลานซ์ระหว่างสหรัฐฯ ฉะนั้น มุมมองตรงนี้เราชัดเจนตั้งแต่ต้น

ไชยชนกชิดชอบ,ดีอี,สหรัฐ,เอไอ,AI,

พิพัฒน์ ลั่น พร้อมแจงซักฟอก รีบออกตัวไม่ได้ดูพลังงาน-ยกเลิกแลนด์บริดจ์แล้ว ยันไม่เกี่ยวฮั้ว สว.

17 สิงหาคม 2569 เวลา 14:11 น.

พิพัฒน์ พร้อมแจงหากถูกฝ่ายค้านซักฟอก บอก คมนาคมโดนทุกรัฐบาล แต่ออกตัว ไม่ได้กำกับ ก.พลังงาน-ยกเลิกแลนด์บริดจ์แล้ว ยันไม่เกี่ยวข้องคดีฮั้ว สว.

เมื่อวันที่ 17 ส.ค.2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีฝ่ายค้านจะยื่นอภิปรายไม่ไว้วางรัฐบาล ว่า พร้อม ถ้าฝ่ายค้านจะอภิปรายในเรื่องของกระทรวงคมนาคม ตนก็ต้องพร้อมชี้แจงไม่ว่าฝ่ายค้านจะอภิปรายหรือถามเรื่องอะไร เราจะพยายามชี้แจงให้ครบทุกประเด็น ส่วนตัวไม่ได้กังวลอะไร

ผู้สื่อข่าวถามว่า คาดการณ์หรือไม่ ว่าตัวเองจะเป็น 1 ในผู้ที่ถูกอภิปราย หากดูจากการวิพากษ์วิจารณ์ของฝ่ายค้านที่ผ่านมา นายพิพัฒน์ กล่าวว่า เท่าที่ดูกระทรวงคมนาคมจะถูกอภิปรายทุกรอบไม่ว่ารัฐบาลไหน ดังนั้น ในฐานะที่นายกฯ ได้มอบให้ตนกำกับดูแลกระทรวงคมนาคมตนก็ต้องพร้อมที่จะชี้แจง ไม่ได้กังวล อะไรที่เป็นประเด็น อะไรที่เป็นคำถาม อะไรที่ฝ่ายค้านสงสัยก็จะตอบในทุกประเด็น

เมื่อถามว่า มีการเตรียมตัวอย่างไรบ้าง เพราะเป็นรัฐมนตรีที่ฝ่ายค้านพุ่งเป้าไว้แล้ว นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ถ้าจะบอกว่า พุ่งเป้ามาที่ตน กระทรวงคมนาคม ตนคิดว่า ไม่น่าจะมี เพราะส่วนใหญ่ที่พุ่งเป้ามา อย่างในรัฐบาลที่แล้วก็เป็นเรื่องของพลังงาน ซึ่งขณะนี้ตนไม่ได้กำกับดูแลกระทรวงพลังงานแล้ว หลังจากนั้นก็เป็นเรื่องของแลนด์บริดจ์ ซึ่งปัจจุบันมีการยกเลิกไปแล้ว โดยการศึกษาของนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้ยกเลิกคำว่า แลนด์บริดจ์ไป เพราะฉะนั้น ตนเลยไม่แน่ใจว่า จะมีการอภิปรายเรื่องอะไร แต่ถ้าฝ่ายค้านอภิปรายเรื่องของกระทรวงเราก็ต้องพร้อมชี้แจง

เมื่อถามว่า เรื่องการทุจริตในกระทรวงคมนาคม มั่นใจใช่หรือไม่ว่า ไม่มีแน่นอน นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ความจริงเราเพิ่งเข้ามาทำงานในกระทรวง ถ้ารอบที่แล้วประมาณไม่ถึง 2 เดือน รอบนี้ก็ 3 เดือนกว่า เกือบ 4 เดือน ก็ไม่น่าจะมีอะไรที่จะกังวล อันนี้ขอเรียนอย่างตรงไปตรงมา

ผู้สื่อข่าวถามว่า เห็นว่า ฝ่ายค้านจะนำเรื่องฮั้ว สว. มาอภิปรายด้วย ส่วนตัวคิดว่า เหมาะหรือไม่ นายพิพัฒน์ กล่าวว่า เรื่องฮั้ว สว. ตนคิดว่า อยู่ในกระบวนการที่ทางคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) สอบอยู่ แม้ว่า จะมี 2 คณะ ซึ่งจะมีความเห็นเป็นอย่างไร ตนไม่ทราบ เพราะทางคณะที่ทำการหาข้อเท็จจริงยังไม่มีการสรุปออกมาที่ชัดเจน และยังไม่มีการเปิดเผยต่อสาธารณะ ต้องรอดูว่า เรื่อง สว.จะเป็นอย่างไร แต่สำหรับตน ในเรื่องของการฮั้ว สว. ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้อง เพราะใน 229 คนที่ว่านั้น ชื่อตนก็ไม่มี

ซักฟอก, ฝ่ายค้าน, พิพัฒน์, ฮั้วสว., แนวหน้าออนไลน์, แลนด์บริดจ์

คอนเฟิร์ม! ทำเนียบฯ เหตุการณ์ปกติ สยบเฟกนิวส์ ยัน ไม่มีม็อบใหญ่-ไม่ปิดถนน

17 สิงหาคม 2569 เวลา 13:39 น.

คอนเฟิร์ม! ทำเนียบฯ เหตุการณ์ปกติ สยบเฟกนิวส์ ยัน ไม่มีม็อบใหญ่-ไม่ปิดถนน

เมื่อวันที่ 17 ส.ค.2569 ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาล กรณีมีการเผยแพร่ในสื่อโซเชียลมีเดีย ปรากฎภาพผู้ชุมนุมจำนวนมาก ชุมนุมหน้าทำเนียบรัฐบาล และมีการอ้างว่าสื่อมวลชนถูกปิดกั้นไม่ให้นำเสนอข่าว

ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ตรวจสอบโดยรอบทำเนียบรัฐบาล พบว่าไม่มีการชุมนุมของมวลชนตามภาพที่เผยแพร่ มีเพียงกลุ่มสภาเครือข่ายประชาชนอีสาน (สอส.) สภาประชาชน 4 ภาค ประมาณ 200 คน ที่ใช้พื้นที่ถนนพระราม 5 ข้างศาลกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ กางเต้นท์ปักหลักติดตามความคืบหน้าการแก้ปัญหาเรื่องที่ดิน และหนี้สิน ตามคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งไม่ได้เป็นการกีดขวางการจราจรแต่อย่างใด

ขณะที่การจราจรในพื้นที่รอบทำเนียบรัฐบาล ตั้งแต่แยกพาณิชการ เชิงสะพานชมัยมรุเชษฐ ถนนพิษณุโลก จนถึงแยกมิสกวัน เข้าถนนราชดำเนินนอก และวนเข้าแยกเทวกรรม สะพานอรทัย ไม่มีการปิดการจราจร หรือปิดกั้นทางเข้าออกด้วยเช่นกัน

ทั้งนี้ภาพม็อบดังกล่าวที่ถูกแชร์กันในโลกโซเชียล ถูกตรวจสอบแล้วพบว่าเป็นภาพจาก AI

ทำเนียบฯ, ม็อบ, อนุทิน, แนวหน้าออนไลน์

กองทัพบกแถลง ปม EOD เหยียบกับระเบิดช่องอานม้า ชี้เป็นจุดเคยถูกรุกล้ำ-อยู่ระหว่างเร่งเก็บกู้

17 สิงหาคม 2569 เวลา 13:39 น.

ทบ.แจงปม ทหารเหยียบทุ่นระเบิดช่องอานม้า ขาขาด เหตุพื้นที่กัมพูชารุกล้ำ ก่อนผลักดันออก เผยพื้นที่อันตราย อยู่ระหว่างเก็บกู้

ที่กองบัญชาการกองทัพบก พล.ต.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก เปิดเผยว่า จากกรณีมีกำลังพล ได้รับบาดเจ็บจากการร่วมปฎิบัติภารกิจเก็บกู้ทุ่นระเบิดกับ ศูนย์ปฏิบัติการทุ่นระเบิดแห่งชาติ( TMAC ) บริเวณพื้นที่ ช่องอานม้า

เหตุการณ์เกิดขึ้นขณะทีมเจ้าหน้าที่ศูนย์ปฏิบัติการทุ่นระเบิดแห่งชาติ (TMAC) กำลังปฏิบัติภารกิจเก็บกู้ทุ่นระเบิด บริเวณใกล้ช่องอานม้า อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี

เนื่องจากพื้นที่บริเวณนี้ ในอดีตฝ่ายกัมพูชาเคยรุกล้ำเข้ามาตั้งฐาน ในช่วงที่มีสถานการณ์ฝ่ายไทยได้มีการผลักดันทหารกัมพูชาออกไป หลังจากนั้นได้มีการควบคุมและปิดกั้นพื้นที่ระบุเป็นพื้นที่อันตราย เพื่อให้ทางเจ้าหน้าที่ทีมเก็บกู้จากศูนย์ปฏิบัติการทุ่นระเบิดแห่งชาติ (TMAC) ได้เข้ามาดำเนินการตรวจสอบและเก็บกู้ทุ่นระเบิด เพื่อทำให้พื้นที่มีความปลอดภัยต่อไป

จากเหตุการณ์ดังกล่าว มีกำลังพลได้รับบาดเจ็บบริเวณข้อเท้าขวา มือขวา และมีบาดแผลตามร่างกาย ขณะนี้กำลังพลรู้สึกตัวและอาการปลอดภัย อยู่ระหว่างนำส่งเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลค่ายสรรพสิทธิประสงค์

กองทัพบกขอแสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ในเบื้องต้นทางผู้บังคับบัญาได้กำชับทางต้นสังกัด ดูแลกำลังพลที่

EOD, กองทัพบก, ช่องอานม้า, อุบลราชธานี

จับตาสภากลาโหม 20 ส.ค.นี้ ถกเคาะโผทหารโค้งสุดท้าย รอ ผบ.ทบ.วางไลน์ 5 เสือใหม่

17 สิงหาคม 2569 เวลา 13:13 น.

จับตาสภากลาโหม 20 ส.ค.นี้ ถกเคาะโผทหารโค้งสุดท้าย ก่อนส่งนายกฯ 28 ส.ค.เพื่อนำทูลเกล้าฯ ต่อไป คาด“ศรัณย์”นั่งปลัด กห. ดัน“รบพิเศษ”นั่ง มทภ.4 ดับไฟใต้ รอ ผบ.ทบ.วางไลน์ 5 เสือใหม่ “ระวิน”นักบิน F-16 บินอารักขานายกฯ ขึ้นผู้ช่วย ผบ.ทอ. ส่วน“บิ๊กโก๋”สานต่อ ผอ.JIC

17 สิงหาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันที่ 20 สิงหาคมนี้ จะมีการประชุมสภากลาโหม โดยมี พลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธาน และมีผู้บัญชาการเหล่าทัพเข้าร่วมประชุม คาดว่าก่อนการประชุมจะมีการหารือคณะกรรมการปราบย้ายนายทหารชั้นนายพล (บอร์ดกลาโหม) เพื่อพิจารณาการแต่งตั้งโยกย้ายนายทหารชั้นนายพล เพื่อสรุปการจัดทำโผทหารรอบสุดท้าย ก่อนส่งรายชื่อให้ เจ้ากรมเสมียนตราไปตรวจสอบความถูกต้อง แล้วค่อยส่งต่อนายกรัฐมนตรี วันที่ 28 สิงหาคม เพื่อนำขึ้นทูลเกล้าฯ ต่อไป

สำหรับตำแหน่งสำคัญที่น่าสนใจ คือปลัดกระทรวงกลาโหม คาดว่าจะเป็น พลเอก ศรัณย์ เพชรานนท์ รองปลัดกระทรวงกลาโหม (ตท.26)

ส่วนตำแหน่ง ผู้บัญชาการทหารเรือ มี 3 แคนดิเดตคือ พลเรือเอก นเรศ วงศ์ตระกูล ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารเรือ (ตท.26) , พลเรือเอก ธาดาวุธ ทัตพิทักษ์กุล เสนาธิการทหารเรือ (ตท.27) และ พลเรือเอก กรวิทย์ ฉายะรถี ผู้บัญชาการกองเรือยุทธการ (ตท.26)

ขณะที่กองทัพไทย คาดว่าขยับ พลเอก ณัฐพงษ์ เพราแก้ว รองเสนาธิการทหาร (ตท.26) ในฐานะเลขานุการคณะผู้แทนพิเศษรัฐบาล ขึ้นเป็น เสนาธิการทหาร ส่วน พลเอก ชิดชนก นุชฉายา เสนาธิการทหารคนปัจจุบัน (ตท.26) ขยับขึ้นเป็นรองผู้บัญชาการฐานสูงสุด

สำหรับกองทัพบกในระดับ 5 เสือ มีการปรับเปลี่ยนในบางตำแหน่ง อาทิ พลเอก ณรงค์ฤทธิ์ คัมภีระ ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก (ตท.26) จะขยับขึ้นเป็นรองผู้บัญชาการทหารบก จ่อชิงตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบกในปี 2570 ซึ่ง พลเอก พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบกปัจจุบัน อยู่ระหว่างการพิจารณารายชื่อ เพื่อนำไปหารือในบอร์ดกลาโหม

นอกจากนี้ ยังมีรายชื่อ พลเอก อมฤต บุญสุยา (ตท.27) ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก , พลเอก ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เสนาธิการทหารบก (ตท.26) รวมถึง พลโท วรยส เหลืองสุวรรณ แม่ทัพภาคที่ 1 (ตท.28) , พลโท สราวุธ ไชยสิทธิ์ รองเสนาธิการทหารบก (ตท.28) รวมถึง พลโท ธีรนันท์ นันทขว้าง เจ้ากรมข่าวทหารบก (ตท.26) อยู่ระหว่างการพิจารณา เพราะต้องมีการขยับ

ในขณะที่ตำแหน่งแม่ทัพภาคที่ 4 คาดว่าจะมีการปรับ พลโท นรธิป โพยนอก (ตท.26) ขึ้นอัตราพลเอก แล้วให้ พลตรี ชาคริต อุจะรัตน (อุ-จะ-รัต) รองแม่ทัพภาคที่ 4 (รบพิเศษ) (ตท.28) ขึ้นมาแทน

ส่วนกองทัพอากาศ พลอากาศเอก ประภาส สอนใจดี ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารอากาศ จะเกษียณอายุราชการ คาดว่า จะมารับตำแหน่งสำคัญในกระทรวงกลาโหม เพื่อทำหน้าที่ ผอ. ศูนย์ข่าวสารสถานการณ์ไทย-กัมพูชา (JIC) ต่อ ทั้งนี้ คาดว่า พลอากาศเอก ระวิน ถนอมสิงห์ ผู้บัญชาการกองบัญชาการควบคุมปฏิบัติการทางอากาศ (ผบ.คปอ. (ตท.26) ขึ้นมาแทน โดยล่าสุดได้ขับเครื่องบิน F-16 บินอารักขาเครื่องบินของนายกรัฐมนตรี ในการตรวจเยี่ยมกองบิน 1 จังหวัดนครราชสีมา

กระทรวงกลาโหม,สภากลาโหม,แต่งตั้ง,โผทหาร,

มท.4 ปัดโยนเผือกร้อน 5,925 ราย ให้ท้องถิ่น ฟันถอดถอนเอี่ยวโกงสอบ ยันส่วนกลางต้องรับผิดชอบ

17 สิงหาคม 2569 เวลา 12:44 น.

17 สิงหาคม 2569 นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย กล่าวชี้แจงกรณีมีการตั้งข้อสังเกต การส่งรายชื่อผู้ที่พบความผิดปกติจากการสอบแข่งขันข้าราชการและพนักงานส่วนท้องถิ่น จำนวน 5,925 ราย ไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อดำเนินการตามขั้นตอน จะเป็นการโยนเผือกร้อนให้ท้องถิ่นหรือไม่ว่า เรื่องนี้ไม่ใช่การโยนภาระให้ท้องถิ่น แต่เป็นการดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ของแต่ละหน่วยงาน และส่วนกลางต้องรับผิดชอบในการกำหนดข้อมูล หลักเกณฑ์ และแนวทางปฏิบัติให้มีความชัดเจน ดังนั้น กรณีดังกล่าวต้องแยกให้ออกระหว่างการตรวจพบความผิดปกติ กับการดำเนินการด้านสถานะบุคคล เพราะแต่ละขั้นตอนอยู่ภายใต้อำนาจหน้าที่ของหน่วยงานที่แตกต่างกัน ไม่ใช่การนำรายชื่อ 5,925 รายไปให้ท้องถิ่นตัดสินเองว่าใครผิดหรือใครต้องออกจากราชการ

“ผมขอพูดให้ชัดว่า นี่ไม่ใช่การโยนเผือกร้อนให้ท้องถิ่น ส่วนกลางเป็นคนตรวจสอบข้อมูล เป็นคนกำหนดแนวทาง และเป็นคนส่งข้อมูลที่ผ่านกระบวนการมาแล้ว ส่วนท้องถิ่นมีหน้าที่ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ของตัวเองเมื่อได้รับข้อมูลและแนวทางที่ชัดเจน เรื่องนี้ต้องแยกบทบาทกันให้ถูก ไม่อย่างนั้นจะกลายเป็นว่าทุกอย่างโยนให้ท้องถิ่น ทั้งที่ระบบราชการแต่ละระดับมีอำนาจหน้าที่แตกต่างกัน” นายวรศิษฎ์ กล่าว

รมช.มหาดไทย กล่าวต่อว่า สำหรับกลุ่ม 5,925 รายที่พบว่ามีความผิดปกติเกี่ยวกับคะแนนสอบนั้น กระบวนการไม่ได้เริ่มต้นจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แต่เริ่มจากการตรวจสอบข้อมูลในกระบวนการสอบแข่งขัน เมื่อพบความผิดปกติจึงเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของคณะกรรมการที่เกี่ยวข้อง ก่อนจะมีการกำหนดแนวทางดำเนินการและส่งข้อมูลไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

“ถ้าส่วนกลางตรวจพบว่าคะแนนมีปัญหาแล้วไม่ดำเนินการ คนก็จะถามว่าทำไมมหาดไทยปล่อยให้คนที่ได้คะแนนมาโดยไม่ถูกต้องอยู่ในระบบต่อไป เพราะฉะนั้นเมื่อเราตรวจพบความผิดปกติ เราต้องแก้ไข แต่การแก้ไขต้องทำตามขั้นตอน ไม่ใช่ใช้อารมณ์ และไม่ใช่ให้ใครคนใดคนหนึ่งรับผิดชอบแทนทั้งระบบ” นายวรศิษฎ์ กล่าว

นายวรศิษฎ์ กล่าวอีกว่า การดำเนินการกับผู้ที่เกี่ยวข้องต้องเดินไปพร้อมกันหลายด้าน ทั้งการแก้ไขบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ การดำเนินการเกี่ยวกับผู้ที่ได้รับการบรรจุไปแล้ว และการส่งข้อมูลให้หน่วยงานที่มีอำนาจตรวจสอบในส่วนของความรับผิดทางอาญา ซึ่งเป็นคนละกระบวนการกัน

“ต้องเข้าใจว่าการที่มีรายชื่ออยู่ใน 5,925 ราย ไม่ได้หมายความว่าทุกคนจะถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้ทุจริตหรือเป็นผู้กระทำความผิดอาญาโดยอัตโนมัติ รายชื่อดังกล่าวเป็นกลุ่มที่พบความผิดปกติเกี่ยวกับคะแนนสอบ ซึ่งต้องเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบตามอำนาจหน้าที่ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ส่วนใครจะมีความผิดทางอาญาหรือมีส่วนร่วมกับการทุจริตหรือไม่ เป็นเรื่องของหน่วยงานสอบสวนและกระบวนการยุติธรรมที่จะต้องพิสูจน์ต่อไป” นายวรศิษฎ์ กล่าว

รมช.มหาดไทย กล่าวว่า ในส่วนของผู้ที่ได้รับการบรรจุเข้ารับราชการจากผลคะแนนที่มีปัญหา หากตรวจสอบแล้วพบว่าไม่มีสิทธิได้รับการบรรจุตั้งแต่ต้น ก็ต้องดำเนินการแก้ไขสถานะให้ถูกต้องตามกฎหมาย เพราะไม่สามารถปล่อยให้ความผิดพลาดหรือการทุจริตในกระบวนการสอบกลายเป็นสิทธิถาวรในระบบราชการได้

“หลักของผมง่ายมาก ใครได้สิทธิมาโดยไม่ถูกต้อง ก็ต้องแก้ไขให้ถูกต้อง ใครสอบด้วยความสามารถของตัวเองและไม่ได้เกี่ยวข้องกับการทุจริต ก็ต้องได้รับความเป็นธรรม และเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานตามคำสั่งก็ต้องมีหลักเกณฑ์ที่ชัดเจน เราจะไม่เอาคนสุจริตมาเป็นผู้รับผลกระทบจากการทุจริตของคนอื่น” นายวรศิษฎ์ กล่าว

นายวรศิษฎ์ กล่าวอีกว่า สิ่งที่ต้องทำให้ชัดเจนคือ อปท.ไม่ได้เป็นผู้ตรวจสอบหรือผู้ชี้ว่าคะแนนสอบของบุคคลใดผิดปกติ แต่เมื่อมีข้อมูลและแนวทางจากส่วนกลางแล้ว หน่วยงานต้นสังกัดมีหน้าที่ดำเนินการด้านบุคคลตามกรอบอำนาจของกฎหมาย ดังนั้นจึงไม่ควรนำคำว่า “โยนเผือกร้อน” มาอธิบายกระบวนการทั้งหมด เพราะจะทำให้สังคมเข้าใจผิดว่า มหาดไทยผลักภาระให้ท้องถิ่นโดยไม่มีแนวทางรองรับ

“ถ้าจะถามว่าใครต้องรับผิดชอบ ผมตอบว่า ทุกระดับต้องรับผิดชอบในส่วนของตัวเอง ส่วนกลางต้องรับผิดชอบเรื่องข้อมูลและแนวทาง กรรมการที่เกี่ยวข้องต้องรับผิดชอบเรื่องมติและกระบวนการ และหน่วยงานต้นสังกัดต้องดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ของตัวเอง นี่คือระบบ ไม่ใช่การโยนงานให้ใครคนใดคนหนึ่ง” รมช.มหาดไทย กล่าว

รมช.มหาดไทย กล่าวว่า ขณะเดียวกัน มหาดไทยไม่ได้มองเฉพาะกลุ่ม 5,925 ราย แต่ต้องดูแลผู้สอบที่สุจริตซึ่งได้รับผลกระทบจากการจัดทำบัญชีใหม่ด้วย โดยได้เปิดช่องทางให้ผู้สอบที่ไม่ปรากฏรายชื่อในบัญชีผู้สอบแข่งขันได้สามารถยื่นคำร้องขอตรวจสอบคะแนนของตัวเองได้ ระหว่างวันที่ 13-31 สิงหาคม 2569 เพื่อให้ผู้ได้รับผลกระทบสามารถตรวจสอบข้อมูลผ่านช่องทางราชการได้

“เราไม่ได้มองแค่คนที่มีปัญหา แต่ต้องมองคนที่เสียโอกาสจากปัญหานี้ด้วย คนที่อ่านหนังสือมาสอบอย่างสุจริตต้องไม่กลายเป็นผู้รับกรรมจากการทุจริต เพราะฉะนั้นการเปิดให้ตรวจสอบคะแนนก็เป็นอีกส่วนหนึ่งของการคืนความเป็นธรรมให้กับคนที่สอบโดยสุจริต” นายวรศิษฎ์ กล่าว

นายวรศิษฎ์ กล่าวด้วยว่า เป้าหมายของการดำเนินการครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการนำรายชื่อ 5,925 รายออกจากระบบ แต่ต้องทำให้กระบวนการสอบแข่งขันท้องถิ่นกลับมาอยู่บนหลักความถูกต้อง โปร่งใส และตรวจสอบได้ พร้อมทั้งดำเนินการกับผู้ที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด

“เรื่องนี้ผมไม่ได้มองว่าเป็นการจัดการตัวเลข 5,925 คนแล้วจบ แต่ต้องจัดการต้นเหตุของปัญหา และต้องทำให้คนที่สอบในอนาคตเชื่อได้ว่า คะแนนของเขาจะไม่ถูกแก้ ไม่ถูกซื้อขาย และไม่มีใครใช้เส้นสายหรือเงินมาทำให้คนที่ไม่ควรได้สิทธิกลายเป็นคนที่ได้สิทธิ กระทรวงมหาดไทยไม่ปกป้องคนผิด แต่ก็จะไม่ทำร้ายคนสุจริต เราจะไม่ปล่อยให้คนที่ได้สิทธิมาโดยไม่ถูกต้องอยู่ในระบบ และในขณะเดียวกันก็จะไม่ปล่อยให้เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นต้องรับภาระโดยไม่มีหลักเกณฑ์ที่ชัดเจน เรื่องนี้ต้องเดินให้ครบทั้งกระบวนการ และต้องจบด้วยความถูกต้องและความเป็นธรรม” นายวรศิษฎ์ กล่าว

โกงสอบท้องถิ่น,ท้องถิ่น,วรศิษฎ์เลียงประสิทธิ์,รมชมหาดไทย,

โฆษก กห.ยันสหรัฐฯ คอนเฟิร์มไม่ยื่นเงื่อนไขความมั่นคงไทย แลกลดภาษีทรัมป์

17 สิงหาคม 2569 เวลา 11:59 น.

“โฆษก กห.”ยัน”สหรัฐฯ” คอนเฟิร์มไม่ยื่นเงื่อนไขความมั่นคงไทย แลกลดภาษีทรัมป์ แจง Pete Hegseth เยือนไทย ลงนามข้อตกลงวิสัยทัศน์ร่วม รับมีหารือเรื่องโดรน แต่ยังไม่ถึงขั้นตั้งโรงงาน

17 สิงหาคม 2569 ที่โรงแรม ดิ แอทธินี ถ.วิทยุ พลเรือตรีสุรสันต์ คงสิริ โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงกำหนดการเดินทางเยือนไทยของ นาย Pete Hegseth รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสงครามของสหรัฐอเมริกา เพื่อมาลงนามกับ พลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวง กลาโหมไทย ในข้อตกลงวิสัยทัศน์ร่วม หรือ Joint Vision Statement 2026 (JVS 2026) ซึ่งเป็นกรอบความร่วมมือระยะต่อไปแทนฉบับเดิม ว่า ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา นาย Elbridge A. Colby รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสงครามสหรัฐอเมริกา เดินทางมาเยือนไทย โดยได้พูดคุยเรื่องกระชับความสัมพันธ์ระหว่างไทย-สหรัฐฯ ซึ่งเป็นการยืนยันว่าไทย-สหรัฐฯ ยังมีการดำเนินกิจกรรมร่วมกันอยู่ เช่นการฝึกคอบร้าโกลด์ รวมถึงการขยายความร่วมมือในอนาคต โดยเฉพาะอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ พร้อมยอมรับว่าเรื่องโดรน เป็นอุตสาหกรรมป้องกันประเทศที่ไทย-สหรัฐฯ มีการพูดคุยกัน แต่ยังไม่ถึงระดับที่จะมาตั้งโรงงานในไทย เป็นเพียงการพูดคุยเชิงหลักการ ว่าโดรนคือแนวคิดหนึ่งที่เราจะทำงานร่วมกันได้ รวมถึงปัจจัยอื่น ด้วยตลอดจนถึงการปฏิบัติการร่วมกันต่างๆ
นอกจากนี้ ประเทศไทยยังประสบปัญหาภัยคุกคามจาก AI ไซเบอร์ อวกาศ ก็ถือเป็นมิติใหม่ที่ไทยกับสหรัฐฯ จะร่วมมือกัน ถือเป็นประเด็นหลักที่นาย Elbridge A. Colby พูดคุยกับ พลโท อดุลย์

โฆษกกระทรวงกลาโหม ยืนยันว่า การเดินทางมาของนาย Elbridge A. Colby ในช่วงที่ผ่านมาเป็นการเตรียมความพร้อมการมาเยือนประเทศไทยในอนาคตอันใกล้ของนาย Pete Hegseth แต่ยังไม่สามารถระบุวันเวลาได้ โดยอาจมีการลงนามข้อตกลงวิสัยทัศน์ร่วม JVS 2026 ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการร่างวิสัยทัศน์ร่วมกัน ซึ่งทั้ง 4 ประเด็นถือเป็นความร่วมมือความมั่นคงระหว่างไทย-สหรัฐฯ ที่แน่นแฟ้นมากแล้ว เนื่องจาก 2 ประเทศมีความสัมพันธ์ที่ยาวนาน เรื่องกิจกรรมความร่วมมือทางทหารถือเป็นสิ่งสำคัญ

เมื่อถามว่า การมีผู้แทนรัฐมนตรีความมั่นคงของสหรัฐฯ มาเยือนประเทศไทยในห้วงที่ไทยกำลังจะเจรจาภาษีสหรัฐฯ อาจถูกเชื่อมโยง ว่ามีการใช้เป็นเงื่อนไขแลกเปลี่ยน โฆษกกระทรวงกลาโหม ยืนยันร้อย100% ว่าไม่มีการผูกทั้งสองเรื่องเข้าด้วยกัน เพราะความมั่นคงไม่สามารถนำไปผูกโยงกับเรื่องอะไรได้ รวมถึงการลดทอนความมั่นคงลง และเรื่องที่เกี่ยวข้องกับอธิปไตยประเทศชาติ ความปลอดภัยประชาชน หรือแม้แต่ประเด็นต่อรองต่างๆ ซึ่งรัฐบาลก็ออกมายืนยันแล้วว่าไม่มีการนำเรื่องความมั่นคงไปต่อรองภาษี

เมื่อถามว่า ทางรัฐบาลได้ขอรายละเอียดจากกระทรวงกลาโหมเรื่องความร่วมมือทางความมั่นคงกับสหรัฐฯ หรือไม่ เพื่อนำไปตอบคำถามในการเจรจาภาษี หากทางสหรัฐฯ สอบถาม โฆษกกระทรวงกลาโหม ยืนยันว่า ไม่มี ไม่มีการนำประเด็นความมั่นคงไปเจรจาภาษี

เมื่อถามย้ำว่า เผื่อทางสหรัฐฯ สอบถามกับทีมเจรจาภาษีของไทย โฆษกกระทรวงกลาโหม ยืนยันว่า ไม่มี และตนเคยสอบถามกับเจ้าหน้าที่ที่ร่วมคณะไป ก็ยังงงว่าข่าวนี้ออกมาได้อย่างไร อีกทั้งทางสหรัฐฯ ก็ยืนยันว่าจะไม่มีการนำประเด็นความมั่นคงมาผูกกับเรื่องใดทั้งสิ้น

กระทรวงกลาโหม,สหรัฐฯ,ภาษีทรัมป์,ความมั่นคง,

โฆษก กห.โนคอมเมนต์ กัมพูชายาหอมขนคนกลับบ้านหนองจาน ชี้เป็นการเมืองภายใน ย้ำใช้กลไกทวิภาคีเจรจา

17 สิงหาคม 2569 เวลา 11:51 น.

“โฆษก กห.”ไม่ออกความเห็น “กัมพูชา”ยาหอมขนคนกลับบ้านหนองจาน ชี้เป็นการเมืองภายใน ย้ำใช้กลไกทวิภาคีเจรจา แม้บรรยากาศไม่เอื้อ รับมีการประท้วงโดรนบินก่อกวนในพื้นที่ชายแดน ชี้เป็นสิทธิ”สหรัฐฯ-กัมพูชา”ฝึกซ้อมรบ”อังกอร์ เซนตินอล”

17 สิงหาคม 2569 ที่โรงแรม ดิ แอทธินี ถ.วิทยุ พล.ร.ต.สุรสันต์ คงสิริ โฆษกกระทรวงกลาโหม เปิดเผยถึงกรณีชาวกัมพูชาเตรียมอพยพกลับบ้านหนองจาน จังหวัดสระแก้ว ได้รับรายงานแล้วหรือไม่ ว่า ประเด็นนี้ต้องตรวจสอบก่อน เพราะยังไม่มีการยืนยัน ย้ำว่าต้องตรวจสอบรายละเอียดก่อน แต่ก็เป็นการยืนยันหลังมีการพบปะพูดคุยของรัฐบาลและผู้แทนรัฐบาลกับหลายประเทศ และยืนยันเช่นเดียวกันว่า ปัญหาระหว่างไทยกับกัมพูชา เป็นปัญหาระหว่างสองประเทศ ดังนั้น ต้องแก้ไขด้วยเวทีทวีวิภาคี ทั้งสองประเทศพูดคุยเจรจากัน ซึ่งทุกประเทศยืนยันเป็นเสียงเดียวกันว่าอยากจะให้ไทยและกัมพูชาพูดคุยกันในลักษณะทวีวิภาคี จะไม่มีการเข้ามายุ่งในเรื่องนี้ ดังนั้น เรามีกระบวนการและกลไกพร้อมอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็น JBC/GBC ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในเรื่องของการกำหนดเส้นเขตแดน โดยจะต้องรอฟังการเจรจาพูดคุย ผ่านทวิภาคีก่อน

ส่วนกรณีที่กัมพูชาบินโดรนตามแนวชายแดน จะมีวิธีการพูดคุยระหว่างประเทศหรือไม่นั้น พล.ร.ต.สุรสันต์ กล่าวว่า เรื่องการบินโดรน หรือแอนตี้โดรน ที่มีข่าวว่ากัมพูชาใช้อยู่นั้น ไทยก็ใช้แนวทางการประท้วง โดยกองกำลังไทยที่อยู่ตามแนวชายแดนส่งหนังสือประท้วง ซึ่งมาตรการในการป้องกัน ไทยก็มีระบบในการต่อต้านแอนตี้โดรน เป็นลักษณะแอนตี้ แอนตี้โดรน ที่เรามีระบบพร้อมอยู่แล้ว และบริษัทเอกชนก็มีความพร้อมในการสนับสนุนในการปฏิบัติดังกล่าวด้วย แต่ไม่ขอลงรายละเอียดในการใช้เทคนิค พร้อมขอสร้างความเชื่อมั่นกับประชาชน ว่าเรามีระบบในเรื่องของการต่อต้านแอนตี้โดรนของกัมพูชา และมีการข่าวเฝ้าระวังตลอดเวลาว่ากัมพูชามีการใช้ระบบต่างๆ อย่างไร ซึ่งจะนำไปสู่ปฏิบัติการของไทยในการต่อต้านด้วย

ขณะที่กระบวนการเจรจาทวิภาคีและการประชุม JBC ที่ยังชะงักอยู่ มีความเป็นไปได้หรือไม่ที่กัมพูชาจะมองข้ามช็อต จะเกิดสถานการณ์ที่ไม่คาดคิดขึ้น พล.ร.ต.สุรสันต์ กล่าวว่า ในกระบวนการ JBC จะมีการพูดคุยกันอยู่ อย่างน้อยฝ่ายเลขาฯ ก็มีการประสานงานกันอย่างต่อเนื่อง แต่ต้องดูความพร้อมของทั้งสองฝ่าย ว่าปฏิบัติตามเงื่อนไขข้อตกลง ของ Joint Statement ที่ลงนามเมื่อ 27 ธันวาคม 2568 มากน้อยเพียงใด แต่เท่าที่ดูเสียงสะท้อนจาก นายสีหศักดิ์พงศ์เกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ พูดไปว่ากัมพูชายังไม่แสดงความพร้อม ยังมีการยั่วยุ และพยายามพูดคุยในเวทีต่างประเทศในเรื่องของการประท้วงและตำหนิไทย ทั้งทั้งที่สิ่งที่ไทยทำมาปฏิบัติตามมาตรฐานสากลกฎหมายระหว่างประเทศ และ Joint Statement เราทำตามอย่างต่อเนื่อง แต่ก็ยังมีการใช้โดรนและแอนตี้โดนมาก่อกวน ซึ่งถือเป็นตัวอย่างของการละเมิด Joint Statement ที่กัมพูชาทำกับไทย ตราบใดที่ยังมีกระบวนการหรือขั้นตอนตรงนี้อยู่ การพูดคุยก็จะเลื่อนออกไปเรื่อย ๆ เพราะกัมพูชาแสดงความไม่จริงใจในเรื่องการดำเนินการตรงนี้ เหตุใดเราต้องมาคุย หากคุย ความไม่จริงใจก็ยังคงอยู่ มันก็จะไม่เกิดประโยชน์ ในเรื่องของการเจรจา เพราะมีการละเมิดในสิ่งที่ตกลงไว้

สำหรับการเจรจาไม่เอื้อจะกระทบต่อบรรยากาศตามแนวชายแดน หรือไม่ พล.ร.ต. สุรสันต์ ระบุว่า ก็จะมีกองกำลังหน่วยตามแนวชายแดน พูดคุยระดับพื้นที่กับฝ่ายตรงข้ามอยู่เสมอ ซึ่งตนดูแล้วในเรื่องความสัมพันธ์ ระดับหน่วยท้องถิ่นตามแนวชายแดน ถือว่ายังสามารถพูดคุยกันได้ และบางหน่วยก็ฟื้นฟูความสัมพันธ์มาได้ในระดับหนึ่ง เช่นกองกำลังบูรพา กองกำลังสุรนารี มีการพูดคุยระดับ RBC ถือเป็นนิมิตหมายที่ดีที่ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องต้องกัน ทุกอย่างต้องจบลงด้วยการเจรจาพูดคุย

ส่วนอาจจะเป็นการพูดเพื่อหวังผลประโยชน์ทางการเมืองในประเทศ หรือไม่ ที่สัญญาว่าชาวกัมพูชาจะกลับไปอยู่บ้านหนองจาน พล.ร.ต.สุรสันต์ ว่า ส่วนตัวคงไม่สามารถไปแสดงความคิดเห็นไปในเรื่องการเมือง หรือมุมมองของฝ่ายกัมพูชาได้ ว่าวัตถุประสงค์คืออะไร แต่ท้ายที่สุดแล้ว ทุกอย่างอยู่ที่ความจริงใจการพูดคุย หากมีความจริงใจพูดคุยกันและปฏิบัติตาม ตามที่ตกลงไว้ก็จะกลับไปสู่สันติภาพได้

สำหรับกรณีกัมพูชาเตรียมรื้อฟื้นความสัมพันธ์ในการฝึกซ้อมรบร่วมทางทหารภายใต้รหัส อังกอร์ เซนตินอล จะกระทบกับไทย หรือไม่นั้น พล.ร.ต.สุรสันต์ กล่าวว่า การฝึกซ้อมระหว่างกัมพูชากับสหรัฐฯ จะเน้นเพื่อการบรรเทาสาธารณะภัยเป็นหลัก มิติของเรื่องการใช้อาวุธ จะไม่มีในการฝึกครั้งนี้ ส่วนตัวมองว่าไม่น่าเป็นห่วง แม้ว่าจะมีการฝึกใช้อาวุธก็ตาม แต่มุมมองของตนเองนั้น มองว่าเป็นสิทธิของประเทศนั้น เพราะเป็นอธิปไตยของเขาในการดำเนินงาน แต่สิ่งสำคัญที่อยากจะให้ความเชื่อมั่นกับประชาชนว่าไทยมีความพร้อม ทั้งกองกำลังตามแนวชายแดน ก็มีการเฝ้าระวังตรวจสอบตามแนวชายแดนตลอด และมีมาตรการรับมือกับภัยคุกคามต่างๆ ข้ามชายแดน เชื่อว่าจากที่ผู้ใหญ่ไปพูดคุยกับสหรัฐอเมริกา หรือจีน ทุกคนก็ยืนยันว่าจะไม่เข้ามายุ่งเกี่ยว ปัญหาไทยกัมพูชา ขอให้ทั้งสองประเทศพูดคุยกันเอง เจรจาผ่านกลไกทวิภาคี ในการพูดคุย

กระทรวงกลาโหม,บ้านหนองจาน,ชายแดนไทยกัมพูชา,

ยศชนัน บอกไม่จำเป็นต้องเตรียมตัว หากถูกฝ่ายค้านซักฟอกเรื่อง อว. ย้ำพร้อมตอบตั้งแต่วันนี้

17 สิงหาคม 2569 เวลา 10:40 น.

17 สิงหาคม 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีฝ่ายค้านจะยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ หากมีเรื่องที่เกี่ยวข้องกับกระทรวง อว. มีการเตรียมความพร้อมในการชี้แจงแล้วหรือไม่ ว่า เรื่องนี้เอาให้ชัดเจน เรามีการตั้งคณะกรรมการดูแลเรื่องนี้อยู่แล้ว ซึ่งมีการทำตามคำแนะนำทุกขั้นตอน เป็นไปตามกระบวนการ มันไม่ใช่ว่า มั่นใจหรือไม่มั่นใจ เพราะเราทำตามกระบวนการมาตลอดอยู่แล้ว ไม่ได้มีอะไรต้องกังวลในเรื่องนี้

เมื่อถามย้ำว่า การอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้ ถือเป็นครั้งแรกของนายยศชนัน นายศชนัน ถามกลับว่า ตนถูกอภิปรายหรือ เมื่อถามอีกว่า จะต้องมีการเตรียมตัว หรือให้พรรคเพื่อไทยติวอะไรหรือไม่ นายยศชนัน กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ตนในฐานะที่เป็นรองนายกฯ มีความรับผิดชอบในเรื่องนี้เต็มที่ มาเรื่องนี้ได้ด้วยสิ่งที่ประเทศมอบหมายมาให้ทำ ไม่มีการนำเรื่องนี้มาเป็นเรื่องส่วนตัว ฉะนั้น ทำเต็มที่ เตรียมข้อมูลและสามารถตอบตั้งแต่วันนี้ได้ด้วยซ้ำ ไม่ได้จำเป็นต้องเตรียม และไม่จำเป็นต้องดูแลเรื่องการแยกส่วนของการเมืองกับของกระทรวง

ยศชนันวงศ์สวัสดิ์,ฝ่ายค้าน,อภิปรายไม่ไว้วางใจ,พรรคเพื่อไทย,