ใครทำผิดต้องรับโทษ! อนุทิน บุกหาดบางเทา ล้างบางมาเฟียรังแก ปชช.

ใครทำผิดต้องรับโทษ! อนุทิน บุกหาดบางเทา ล้างบางมาเฟียรังแก ปชช.

ใครทำผิดต้องรับโทษ! อนุทิน บุกหาดบางเทา ล้างบางมาเฟียรังแก ปชช.

วันอาทิตย์ ที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 14.18 น.

10 พฤษภาคม 2569 เมื่อเวลา 12.00 น.ที่หาดบางเทา ต.เชิงทะเล อ.ถลาง จ.ภูเก็ต นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ว่า วันนี้มารับฟังเรื่องที่ได้รับร้องเรียนว่าประชาชนที่ทำมาหากินในหาดบางเทา ถูกอันธพาลรังแก และการให้เช่าพื้นที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย คนให้เช่าพื้นที่เอาพื้นที่สาธารณะมาให้ประชาชนเช่าทำเป็นสถานประกอบการต่างๆ และทราบว่าสิ่งปลูกสร้างเหล่านี้ก็ไม่ได้รับอนุญาติ ทุกขั้นตอนผิดกฎหมายหมด ดังนั้น รัฐบาลต้องดำเนินการให้ถูกต้องตามกฎหมาย คนที่ไม่มีสิทธิในพื้นที่แล้วไปหลอกมาให้คนทั่วไปทำสัญญาเช่า ก็ต้องถูกดำเนินคดีทั้งอาญาและแพ่ง และการรังแกประชาชนที่อ่อนแอกว่าก็ต้องถูกดำเนินคดีเช่นเดียวกัน หากพิสูจน์ได้ว่าประชาชนรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ถูกหลอกลวงเช่าด้วยเจตนาสุจริต รัฐบาลก็ต้องหาหนทางให้เขาทำมาหากินต่อไป เพราะมีการจ้างงานมาก มีการลงทุนไปแล้วมาก แต่ต้องอยู่ภายใต้ความถูกต้อง จะเร่งหาหนทางแล้วนำโมเดลที่หาดบางเทา ดูว่าเจ้าของสถานที่คือกรมป่าไม้ จะสามารถยกพื้นที่ให้ท้องถิ่น แล้วให้ประชาชนเข้ามาทำมาหากินได้หรือไม่ หากทำได้ก็จะทำ แต่ต้องไม่ทำลายธรรมชาติ ต้องไม่ครอบครองพื้นที่ คนทั่วไปเข้าถึงได้

นายอนุทิน กล่าวว่า ตนมอบหมายให้ นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย ที่เป็นคนในพื้นที่ดูแลงานในภาคใต้ ก็จะให้ดำเนินการอย่างเต็มที่ และผู้ว่าฯ ภูเก็ต ก็มีประสบการณ์ในการแก้ปัญหา

เมื่อถามว่า วันที่ 11 พ.ค.ร้านค้าในพื้นที่จะเปิดทำการได้หรือไม่ นายอนุทิน ตอบว่า ยัง เพราะมันมาจากสิ่งที่ผิดกฎหมาย เราต้องทำให้ถูกต้องเร็วที่สุด เราจะใช้เวลาให้เร็วที่สุด ตรงไหนสามารถผ่อนผันได้ก็จะเร่งผ่อนผัน หากมีผู้ฝ่าฝืนก็จะถูกจับ แล้วเสียโอกาสไปเปล่าๆ ถ้าบอกว่าไม่รู้เรื่องถูกหลอกมา ถ้ายังฝ่าฝืนจะแสดงว่าไม่ถูกหลอกแล้ว จะโดนเป็นผู้ร่วมกระทำผิดไปด้วยจ ะปิดโอกาสที่รัฐบาลหาทางช่วยเหลืออยู่ พวกตนทำงานเร็วอยู่แล้วอย่ากังวล ทำวันนี้เสร็จเมื่อวาน เมื่อถามว่า การให้กรมป่าไม้ไปหาทางออกจะกลายเป็นดาบสองคมหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ต้องดูว่าที่ตรงนั้นสามารถให้ประชาชนเข้ามาทำมาหากินได้หรือไม่แล้วต้องไม่ผิดกฎหมาย ไม่ใช่ดาบสองคม หากเป็นที่ที่ไม่มีแผนพัฒนามากมายแล้วไม่เป็นสิ่งกีดขวางทำลายธรรมชาติ เราต้องหาหนทาง ถ้าเราไม่นึกถึงประชาชนบอกว่าผิดกฎหมาย จบแยกย้ายไปหางานอื่นทำ แบบนี้ไม่ใช่รัฐบาลที่มีประสิทธิภาพ

เมื่อถามถึงกรณีกระแสข่าวชาวต่างชาติครอบครองสิทธิ นายอนุทิน กล่าวว่า ทุกอย่างต้องอยู่ใต้กฎหมาย ชาวต่างชาติครอบครองสิทธิ ครอบครองอย่างไร ครอบครองสิทธิในฐานะผู้เช่าหรือเจ้าของที่ หากเป็นเจ้าของที่กฎหมายให้หรือไม่ ถ้าเขาทำถูกต้องตามกฎหมายเราไปทำอะไรเขาไม่ได้ อย่าเพิ่งไปมองว่าเป็นคนไทยหรือต่างชาติ แต่ถ้าเป็นเจ้าของที่แล้วมีพฤติกรรมแสดงท่าทีวางมาด ปิดกั้นการทำมาหากินของคนไทย รังแกคนไทย พยายามตั้งตัวเป็นผู้มีอิทธิพล นักเลง มาเฟีย ต่างๆ โดนแน่นอน ของโปรดตนอยู่แล้ว และไม่ต้องกำชับอะไร ผู้ว่าฯ รู้ดีว่าหากนิ่งนอนใจเรื่องพวกนี้จะได้ไปอยู่ใกล้ๆ ตน และคนที่รังแกคนอ่อนแอกว่าหากมีอิทธิพลจริงต้องมาตีหัวตน วันนี้ตนมากับผู้ว่าฯ ปืนไม่มีสักกระบอก หายไปไหนหมด

– 006

เสื้อแดงพรึบคลองเปรม! ปักหลักรอต้อนรับ ทักษิณ พักโทษพรุ่งนี้

เสื้อแดงพรึบคลองเปรม! ปักหลักรอต้อนรับ ทักษิณ พักโทษพรุ่งนี้

เสื้อแดงพรึบคลองเปรม! ปักหลักรอต้อนรับ ทักษิณ พักโทษพรุ่งนี้

วันอาทิตย์ ที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 13.12 น.

10 พฤษภาคม 2569 ที่เรือนจำกลางคลองเปรม ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศบริเวณหน้าเรือนจำกลางคลองเปรม ในช่วงเช้าวันนี้ เริ่มมีความคึกคักเป็นพิเศษ หลังมีข่าวการเตรียมปล่อยตัว นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โดยมีมวลชนคนเสื้อแดงจากหลายพื้นที่ทั่วประเทศ เริ่มทยอยเดินทางมาจับจองพื้นที่ เพื่อรอให้กำลังใจและต้อนรับการกลับบ้านของอดีตนายกฯ

ทั้งนี้ ตั้งแต่ช่วงเวลา 11.00 น.ที่ผ่านมา มวลชนเริ่มนำเสื่อมาปูริมทางฟุตปาธบริเวณหน้าประตูทางเข้าเรือนจำ พร้อมด้วยอุปกรณ์อำนวยความสะดวกพื้นฐาน อาทิ พัดลมมือถือ ร่ม และเสบียงอาหาร โดยส่วนใหญ่สวมเสื้อสีแดงที่เป็นสัญลักษณ์แสดงจุดยืนทางการเมือง พร้อมถือป้ายข้อความต้อนรับ อาทิ “ยินดีต้อนรับท่านนายกฯ กลับบ้าน” โดยกิจกรรมในพื้นที่ มีการเปิดเพลงสร้างความครึกครื้น พร้อมการจับกลุ่มวิพากษ์วิจารณ์ถึงทิศทางการเมืองหลังจากนี้ รวมถึงการแลกเปลี่ยนความรู้สึกตื้นตันใจที่จะได้เห็นอดีตนายกฯ กลับมาใช้ชีวิตกับครอบครัว

ด้านการรักษาความปลอดภัย มีเจ้าหน้าที่ตำรวจจาก สน.ประชาชื่น , สน.ทุ่งสองห้อง , เจ้าหน้าที่จากเรือนจำกลางคลองเปรม และเจ้าหน้าที่ตำรวจนอกเครื่องแบบ รวมกว่า 500 นาย ได้วางกำลังดูแลความสงบเรียบร้อยอย่างใกล้ชิด

ทั้งนี้ ในวันพรุ่งนี้ (11 พ.ค.) นายทักษิณ จะได้รับการปล่อยตัวพักโทษเพื่อคุมประพฤติ เนื่องด้วยครบกำหนดการรับโทษมาแล้ว 2 ใน 3 (หรือ 8 เดือน) จากอัตราโทษ 1 ปี เข้าเกณฑ์พักโทษกรณีทั่วไป

ปชป.จี้รัฐตอบ 8 ข้อ เปิดข้อมูลแลนด์บริดจ์ ก่อนใช้งบ 1 ล้านล้าน

ปชป.จี้รัฐตอบ 8 ข้อ เปิดข้อมูลแลนด์บริดจ์ ก่อนใช้งบ 1 ล้านล้าน

ปชป.จี้รัฐตอบ 8 ข้อ เปิดข้อมูลแลนด์บริดจ์ ก่อนใช้งบ 1 ล้านล้าน

วันอาทิตย์ ที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 12.21 น.

“รองโฆษก ปชป.”จี้”รัฐบาล”ตอบ 8 ข้อ เปิดข้อมูล”แลนด์บริดจ์”ก่อนเดินหน้าหว่าน 1 ล้านล้าน ข้องใจเอกชนลงทุนจริง หรือรัฐต้องแบกความเสี่ยงเอง

10 พฤษภาคม 2569 นายจิรวัฒน์ จังหวัด รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวถึงกรณีรัฐบาลเตรียมเดินหน้าโครงการแลนด์บริดจ์ ชุมพร-ระนอง มูลค่าประมาณ 1 ล้านล้านบาท ว่า โครงการนี้เป็นเมกะโปรเจกต์ขนาดใหญ่ที่อาจผูกพันงบประมาณและอนาคตภาคใต้ไปอีกหลายสิบปี รัฐบาลจึงจำเป็นต้องเปิดข้อมูลให้ประชาชนตรวจสอบก่อนเดินหน้า โดยเฉพาะประเด็นที่ยังไม่ชัดเจนเรื่องเอกชนร่วมลงทุน รูปแบบ PPP และสมมติฐานด้านปริมาณสินค้า ขณะนี้ยังไม่มีความชัดเจนว่า มีเอกชนรายใดที่ยืนยันจะเข้ามาลงทุนอย่างเป็นทางการ ไม่ใช่เพียงการแสดงความสนใจหรือเข้าร่วมโรดโชว์ ขณะเดียวกัน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังไม่ได้สรุปรูปแบบการลงทุนเพื่อเปิดประมูลอย่างชัดเจน จึงไม่ควรสื่อสารกับประชาชนเหมือนว่าโครงการนี้มีเอกชนพร้อมรับภาระแล้วทั้งหมด

“รัฐบาลต้องตอบให้ชัดว่า วันนี้มีเอกชนรายใดยืนยันลงทุนจริงหรือไม่ รูปแบบ PPP เป็นอย่างไร เอกชนรับความเสี่ยงด้านปริมาณสินค้าเองหรือไม่ หรือสุดท้ายรัฐต้องรับภาระเวนคืน ลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน และอาจต้องรับช่วงต่อหากเอกชนถอนตัวกลางทาง” นายจิรวัฒน์ กล่าว

นายจิรวัฒน์ กล่าวต่อว่า หากรัฐบาลจะให้เอกชนร่วมลงทุนจริง ควรกำหนดหลักประกันสัญญาอย่างเข้มข้น โดยเฉพาะการวางเงินค้ำประกันในสัดส่วนที่สูงเพียงพอ เช่น อย่างน้อย 50% ของมูลค่าส่วนที่เอกชนรับผิดชอบ เพื่อป้องกันปัญหาโครงการล่าช้า ล้มเหลว หรือทิ้งงานกลางทาง เพราะโครงการระดับ 1 ล้านล้านบาท หากเริ่มแล้วล้ม รัฐจะถอยก็ยาก เดินต่อก็แพง และสุดท้ายประชาชนอาจต้องเป็นคนจ่าย

รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวอีกว่า อีกประเด็นสำคัญคือ สมมติฐานด้านปริมาณตู้สินค้าและความต้องการของสายเรือ รัฐบาลต้องเปิดเผยว่า ตัวเลขที่ใช้คำนวณความคุ้มค่าเกิดจากข้อมูลจริงหรือการคาดการณ์ในแง่ดีเกินไป เพราะหัวใจของ Land Bridge คือการดึงเรือและตู้สินค้าระหว่างประเทศให้เปลี่ยนจากเส้นทางเดิมมาใช้ระบบขนถ่ายผ่านไทย ซึ่งมีต้นทุนยกตู้ขึ้น-ลง ต้นทุนเวลา และความเสี่ยงด้านโลจิสติกส์เพิ่มขึ้น

“รัฐบาลต้องบอกประชาชนว่า สายเรือรายใดต้องการใช้เส้นทางนี้จริง มีหนังสือแสดงความต้องการใช้บริการหรือไม่ และตัวเลขปริมาณตู้สินค้าที่นำมาใช้คำนวณความคุ้มค่านั้นตั้งอยู่บนสมมติฐานใด ถ้า demand ถูกประเมินสูงเกินจริง โครงการก็จะดูคุ้มเฉพาะบนกระดาษ” นายจิรวัฒน์ กล่าว

นายจิรวัฒน์ กล่าวด้วยว่า ตนขอเรียกร้องให้รัฐบาลเปิดเผยข้อมูลสำคัญอย่างน้อย 8 เรื่อง ได้แก่ 1.รายชื่อหรือสถานะของเอกชนที่แสดงความสนใจลงทุนอย่างเป็นทางการ 2.ระดับความผูกพันของเอกชนดังกล่าว เป็นเพียงความสนใจหรือมีข้อผูกพันจริง 3.รูปแบบ PPP ที่จะใช้ และการแบ่งความเสี่ยงระหว่างรัฐกับเอกชน 4.เงื่อนไขหลักประกันสัญญา รวมถึงการวางเงินค้ำประกันของเอกชน 5.สมมติฐานปริมาณตู้สินค้าและสัดส่วนเรือที่จะเปลี่ยนมาใช้ Land Bridge 6.การเปรียบเทียบต้นทุนจริงกับการเดินเรือผ่านช่องแคบมะละกา 7.ภาระเวนคืน ที่ดิน โครงสร้างพื้นฐาน และงบประมาณที่รัฐต้องลงทุน และ 8.แผนรองรับกรณีเอกชนไม่ลงทุน ล่าช้า หรือถอนตัวกลางทาง

“พรรคประชาธิปัตย์ไม่ได้คัดค้านการพัฒนาภาคใต้ แต่โครงการระดับ 1 ล้านล้านบาท ต้องตอบคำถามให้ครบก่อนเดินหน้า โดยเฉพาะคำถามพื้นฐานว่า ใครลงทุน ใครใช้ ใครได้ประโยชน์ และหากโครงการไม่เป็นไปตามคาด ใครเป็นคนจ่าย เงิน 1 ล้านล้านบาท ไม่ควรถูกใช้บนสมมติฐานที่ยังตอบไม่ครบ รัฐบาลต้องเปิดข้อมูลก่อนว่าใครลงทุน ใครใช้ ใครได้ประโยชน์ และถ้าโครงการไม่เป็นไปตามคาด ใครเป็นคนจ่าย หากผลการศึกษาผิดตั้งแต่ต้น และประเมินแล้วไม่มีคนมาใช้จริง ประเทศไทยก็ไม่ควรเริ่มโครงการตั้งแต่แรก” นายจิรวัฒน์ กล่าว

สมชัย บุก กกต. 12 พ.ค. ขอเอกสาร 20 รายการ พิสูจน์บัตรเลือกตั้งรักษาความลับได้จริงหรือ?

สมชัย บุก กกต. 12 พ.ค. ขอเอกสาร 20 รายการ พิสูจน์บัตรเลือกตั้งรักษาความลับได้จริงหรือ?

สมชัย บุก กกต. 12 พ.ค. ขอเอกสาร 20 รายการ พิสูจน์บัตรเลือกตั้งรักษาความลับได้จริงหรือ?

วันอาทิตย์ ที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 12.04 น.

10 พฤษภาคม 2569 นายสมชัย ศรีสุทธยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า วันอังคารที่ 12 พฤษภาคม 2569 เวลา 10.00 น. ผมและคณะ จะไปยื่นหนังสือถึง กกต. เพื่อขอเอกสาร จำนวน 20 รายการ ที่เป็นหลักฐานว่า กกต. ได้ ออกแบบบัตรเลือกตั้งโดยรอบคอบ สามารถรักษาความลับของผู้เลือกตั้งได้จริง เอกสารทั้ง 20 ชิ้นที่ขอจะเป็นข้อมูลสำคัญในการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ

ตัวอย่าง เช่น รายการที่ 12

: เหตุผลและเอกสารประกอบการตัดสินใจในการเลือกออกแบบตัวระบุของบัตรเลือกตั้งแต่ละชนิด (บัตรประชามติ บัตรเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้งและบัตรเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ) ที่ใช้กลไกแตกต่างกัน ๓ ระดับ คือ(ก) ไม่มีตัวระบุ (ข) คิวอาร์โค้ดแบบรหัสเล่ม ๑ต่อ ๒๐ ใบ และ (ค) บาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดแบบไม่ซ้ำกันทุกใบ พร้อมการประเมินผลกระทบด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Privacy Impact Assessment — PIA) ของแต่ละกลไก รวมถึงระเบียบ คำสั่ง หรือมติ ที่อนุญาตให้บัตรเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อใช้ตัวระบุแบบไม่ซ้ำกันทุกใบ ซึ่งเกินกว่าที่ระเบียบพ.ศ. ๒๕๖๖ ข้อ ๑๓๐-๑๓๒ ที่กำหนดไว้รองรับ

ส่วนอีก 19 รายการล้วนเข้มข้นไม่แพ้กัน พร้อมจะเปิดชื่อรายการเอกสารที่ขอทั้ง 20 ชิ้นในวันดังกล่าว

ไม่สงวนสิทธิในการให้ศาลรัฐธรรมนูญ หรือ หน่วยงานใด ๆ ตลอดจนประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง เรียกดู / ขอดู เอกสารดังกล่าวเพื่อประโยชน์ในการพิจารณาว่า กกต. มีความรอบคอบในการออกแบบบัตรเลือกตั้งที่รักษาความลับของผู้เลือกหรือไม่

นายกฯอนุทิน ถึงภูเก็ตแล้ว ลุยล้างบางบุกรุกที่ดินรัฐ หาดบางเทา-หาดฟรีด้อม

นายกฯอนุทิน ถึงภูเก็ตแล้ว ลุยล้างบางบุกรุกที่ดินรัฐ หาดบางเทา-หาดฟรีด้อม

นายกฯอนุทิน ถึงภูเก็ตแล้ว ลุยล้างบางบุกรุกที่ดินรัฐ หาดบางเทา-หาดฟรีด้อม

วันอาทิตย์ ที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 11.08 น.

นายกฯอนุทิน เดินทางถึงท่าอากาศยานนานาชาติภูเก็ต เพื่อปฏิบัติราชการในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต

10 พฤษภาคม 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เดินทางถึงท่าอากาศยานนานาชาติภูเก็ต เพื่อปฏิบัติราชการกำชับและติดตามการแก้ไขปัญหาบุกรุกชายหาดสาธารณะ และบุกรุกที่ดินของรัฐ หาดบางเทา อำเภอถลาง และหาดฟรีด้อม ตำบลกะรน อำเภอเมืองภูเก็ต โดยมี นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล เลขาธิการนายกรัฐมนตรี นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ว่าที่ ร.ต.ตระกูล โทธรรม ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย น.ส.พลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ร่วมลงพื้นที่ โดยมี นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต และหัวหน้าส่วนราชการในพื้นที่ ร่วมรายงานข้อมูล

โดยจุดแรก นายกฯจะเดินทางไปยัง หาดบางเทา ตำบบเชิงทะเล อำเภอถลาง เพื่อรับฟังรายงานสรุปกรณีการบุกรุกพื้นที่ชายหาดที่ยืดเยื้อมานาน ซึ่งเดิมพื้นที่แห่งนี้ มีการลักลอบสร้างอาคารไม้เป็นบาร์เบียร์และร้านอาหาร ซึ่ง อบต.เชิงทะเล เคยเข้ารื้อถอนไปแล้ว ซึ่งสถานการณ์ปัจจุบัน ตั้งแต่ปลายปี 2564 พบว่ามีการกลับมาก่อสร้างใหม่ด้วยโครงสร้างที่มั่นคงแข็งแรงกว่าเดิมจนเต็มพื้นที่ โดยมีการอ้างสิทธิ์ในโฉนดที่ดินบางส่วนและการยินยอมจากเจ้าของที่ดิน ในส่วนการดำเนินการ อบต.เชิงทะเล ได้ใช้อำนาจตาม พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 ติดคำสั่งทางกฎหมายเพื่อดำเนินการขั้นเด็ดขาด

จากนั้นช่วงบ่ายนายกฯ จะเดินทางต่อไปยัง หาดฟรีดอม พื้นที่คาบเกี่ยว ตำบบป่าตอง อำเภอกะทู้ และ ตำบลกะรน อำเภอเมืองภูเก็ต เพื่อติดตามผลปฏิบัติการตรวจยึดพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าเทือกเขานาคเกิด ซึ่งผลการปฏิบัติงานภายใต้การอำนวยการของ นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร  ผวจ.ภูเก็ต และหน่วยงานด้านความมั่นคงและป่าไม้ ได้ร่วมกันเข้าตรวจสอบพื้นที่ป่าสงวนฯ พบการบุกรุกอย่างชัดเจน โดยเจ้าหน้าที่สามารถดำเนินการตรวจยึดและร้องทุกข์กล่าวโทษรวมทั้งสิ้น 23 คดี ตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ และ พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ และพบว่ามีการบุกรุกเนื้อที่รวมกว่า 57 ไร่ จากพื้นที่ทั้งหมด 24,750 ไร่ ซึ่งถือเป็นจุดยุทธศาสตร์ทางทรัพยากรธรรมชาติที่สำคัญของจังหวัดภูเก็ต.

ทร.ยันไม่ป้องคนผิด ส่งตัวกำลังพลเอี่ยวค้าอาวุธให้ตำรวจ พร้อมขยายผลเครือข่ายจีนเทา

ทร.ยันไม่ป้องคนผิด ส่งตัวกำลังพลเอี่ยวค้าอาวุธให้ตำรวจ พร้อมขยายผลเครือข่ายจีนเทา

ทร.ยันไม่ป้องคนผิด ส่งตัวกำลังพลเอี่ยวค้าอาวุธให้ตำรวจ พร้อมขยายผลเครือข่ายจีนเทา

วันอาทิตย์ ที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 09.16 น.

ทร. ยันไม่ปกป้องกำลังพลที่ทำผิด พร้อมให้ความร่วมมือเต็มที่กับกระบวนการสอบสวนทขยายผลเครือข่ายค้าอาวุธผิดกฎหมาย 

เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2569 พล.ร.ต.ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ เปิดเผยว่า ตามที่ปรากฏข่าวกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการสืบสวนขยายผลคดีชาวจีนครอบครองอาวุธสงครามและมีการซัดทอดถึงบุคคลที่อาจเกี่ยวข้องกับการจำหน่ายอาวุธปืน โดยพบว่ามีข้าราชการสังกัดกองทัพเรือมากกว่า 1 นาย ที่อาจเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องนั้น กองทัพเรือได้รับทราบข้อมูลดังกล่าวแล้ว และได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

ในเบื้องต้น ผู้บังคับบัญชาได้ดำเนินการนำกำลังพลที่ถูกพาดพิงเข้าพบพนักงานสอบสวน เพื่อให้ข้อมูลและเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมตามขั้นตอน ทั้งนี้ กองทัพเรือขอยืนยันอย่างชัดเจนว่า จะไม่ปกป้องผู้กระทำผิด ไม่ว่าบุคคลนั้นจะเป็นกำลังพลในสังกัดหรือไม่ หากผลการสอบสวนพบว่ามีการกระทำความผิดจริง จะดำเนินการทั้งทางวินัยและทางกฎหมายอย่างเด็ดขาด และพร้อมให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่กับเจ้าหน้าที่ตำรวจในการสอบสวน เพื่อให้เป็นไปอย่างโปร่งใส ตรงไปตรงมา และเป็นธรรมกับทุกฝ่าย พร้อมยืนยันว่า การกระทำใดที่เกี่ยวข้องกับอาวุธสงคราม การกระทำผิดกฎหมาย หรืออาจส่งผลกระทบต่อความมั่นคงและความปลอดภัยของประชาชน ถือเป็นเรื่องที่กองทัพเรือให้ความสำคัญสูงสุด และจะไม่มีการละเว้นต่อผู้กระทำผิดโดยเด็ดขาด

กองทัพเรือขอให้สังคมเชื่อมั่นว่า จะติดตามผลการดำเนินคดีอย่างใกล้ชิด และพร้อมดำเนินมาตรการที่เหมาะสมตามอำนาจหน้าที่ เพื่อรักษามาตรฐาน วินัย และความเชื่อมั่นต่อองค์กร.

ไทยเตรียมความพร้อม! เจ้าภาพประชุม IMF-ธนาคารโลกปี 69 เล็งยกระดับเศรษฐกิจ-ท่องเที่ยว

ไทยเตรียมความพร้อม! เจ้าภาพประชุม IMF-ธนาคารโลกปี 69 เล็งยกระดับเศรษฐกิจ-ท่องเที่ยว

ไทยเตรียมความพร้อม! เจ้าภาพประชุม IMF-ธนาคารโลกปี 69 เล็งยกระดับเศรษฐกิจ-ท่องเที่ยว

วันอาทิตย์ ที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 09.11 น.

นายกฯ นั่งหัวโต๊ะ ถกไทยเป็นเจ้าภาพประชุมใหญ่ IMF World Bank ปี 69 ต้อนรับผู้ร่วมประชุมกว่า 15,000 คน จาก 191 ประเทศ เล็งเป็นโอกาสดันการเงิน เศรษฐกิจ ท่องเที่ยวไทยในเวทีโลก

10 พฤษภาคม 2569 น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ในวันจันทร์ที่ 11 พ.ค.69 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย จะเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการระดับชาติ เพื่อเตรียมการจัดการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และกลุ่มธนาคารโลก ปี 2569 ครั้งที่ 1/2569 เพื่อเร่งเตรียมความพร้อมของไทยในการเป็นเจ้าภาพการประชุมเศรษฐกิจการเงินที่สำคัญที่สุดของโลก

โดยนายกฯ ให้ความสำคัญกับการเป็นเจ้าภาพครั้งนี้อย่างมาก เพราะเป็นโอกาสสำคัญในการยกระดับบทบาทของประเทศไทยบนเวทีเศรษฐกิจและการเงินระหว่างประเทศ ท่ามกลางสถานการณ์โลกที่มีความผันผวนสูง ทั้งความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ วิกฤตพลังงาน และการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีทางการเงิน

น.ส.รัชดา กล่าวว่า ประเทศไทยถือเป็นเพียง 1 ใน 3 ประเทศของโลก ที่เคยได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพการประชุมดังกล่าวถึง 2 ครั้ง โดยอีก 2 ประเทศ คือ ญี่ปุ่น และตุรกี สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของประชาคมโลกต่อศักยภาพและเสถียรภาพของไทย

สำหรับการประชุมประจำปีฯ จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 12 – 18 ตุลาคม 2569 ที่กรุงเทพฯ โดยรัฐบาลไทยคาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมจากทั่วโลกกว่า 15,000 คน ทั้งรัฐมนตรีคลัง ผู้ว่าการธนาคารกลาง ผู้บริหารสถาบันการเงิน นักลงทุน นักเศรษฐศาสตร์ ภาคธุรกิจ และสื่อมวลชนจากประเทศสมาชิกกว่า 191 ประเทศ

“ท่านนายกฯ ได้ให้แนวทางกับทีมเศรษฐกิจของรัฐบาลว่า ต้องทำให้การเป็นเจ้าภาพครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงการส้างภาพลักษณ์ประเทศ แต่คือโอกาสสร้างประโยชน์โดยตรงต่อประชาชน ทั้งการเปิดพื้นที่ให้ไทยนำเสนอนโยบายเศรษฐกิจ การเรียนรู้เทคโนโลยีการเงินใหม่ การสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างประเทศ ตลอดจนการส่งเสริมการลงทุน การท่องเที่ยว และ Soft Power ของไทยสู่สายตามผู้เข้าร่วมประชุมครั้งนี้ที่เดินทางมาจากทั่วโลก” น.ส.รัชดา กล่าว

ทั้งนี้ รัฐบาลไทยได้กำหนดแนวคิดหลักของการประชุมว่า “Thailand’s New Horizon: Empowering People, Building Resilience” เพื่อสะท้อนบทบาทประเทศไทยในการสร้างเศรษฐกิจที่เข้มแข็ง ยืดหยุ่น และพร้อมรับความเปลี่ยนแปลงของโลกยุคใหม่

สนธิรัตน์ แนะ 5 หลักคิดใช้งบรัฐ ต้องสร้างศักยภาพใหม่ ไม่ใช่แค่กระตุ้นเศรษฐกิจชั่วคราว

สนธิรัตน์ แนะ 5 หลักคิดใช้งบรัฐ ต้องสร้างศักยภาพใหม่ ไม่ใช่แค่กระตุ้นเศรษฐกิจชั่วคราว

สนธิรัตน์ แนะ 5 หลักคิดใช้งบรัฐ ต้องสร้างศักยภาพใหม่ ไม่ใช่แค่กระตุ้นเศรษฐกิจชั่วคราว

วันอาทิตย์ ที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 08.44 น.

10 พฤษภาคม 2569 นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ อดีต รมว.พลังงาน และอดีต รมว.พาณิชย์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า อีกเรื่องหนึ่งที่ผมคิดว่าสังคมไทยควรช่วยกันตั้งคำถามอย่างสร้างสรรค์ คือ “คุณภาพของการใช้เงิน” สำคัญไม่แพ้ “ปริมาณของเงิน”

ที่ผ่านมา เวลาประเทศเผชิญวิกฤต เรามักคุ้นเคยกับแนวคิดการอัดฉีดเม็ดเงินขนาดใหญ่เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งในหลายสถานการณ์ก็เป็นสิ่งจำเป็น

แต่โลกยุคใหม่ การใช้งบประมาณของรัฐไม่ได้วัดกันเพียงว่า “ใช้เงินได้เร็วแค่ไหน”

แต่ต้องวัดว่า “สร้างศักยภาพใหม่ให้ประเทศได้หรือไม่”

เงินกู้จำนวนมหาศาล จึงไม่ควรจบลงเพียงโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ หรือการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้นเท่านั้น แต่ควรเป็นโอกาสในการวางรากฐานระยะยาวให้ประเทศด้วย

ผมคิดว่า มีหลักคิดสำคัญที่ควรนำมาใช้กำกับการใช้งบประมาณครั้งนี้เพิ่มเติม

– ทุกโครงการควรตอบคำถามให้ได้ว่า “ประเทศไทยจะแข็งแรงขึ้นอย่างไรหลังใช้งบนี้” ไม่ใช่เพียงทำให้ตัวเลขเศรษฐกิจดีขึ้นชั่วคราว

– ต้องสร้างเศรษฐกิจที่กระจายโอกาส ไม่ใช่กระจุกตัว เม็ดเงินภาครัฐไม่ควรหมุนอยู่เฉพาะบริษัทขนาดใหญ่หรือเมืองหลัก แต่ต้องเปิดโอกาสให้ SME วิสาหกิจชุมชน และคนตัวเล็กเข้าถึงได้จริง

– งบประมาณควรถูกใช้เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ทั้งเรื่องเทคโนโลยี การศึกษา ทักษะแรงงาน พลังงาน และโครงสร้างพื้นฐานใหม่ที่ตอบโจทย์อนาคต

– ต้องกล้ายกเลิกโครงการที่ไม่คุ้มค่า การรักษาวินัยทางการคลัง ไม่ได้หมายถึงการไม่ใช้เงิน แต่หมายถึงการกล้าหยุดสิ่งที่ไม่เกิดประโยชน์ แม้จะผ่านการอนุมัติไปแล้วก็ตาม

– ประเทศไทยต้องสร้าง “วัฒนธรรมความรับผิดชอบต่อเงินสาธารณะ” ทุกฝ่ายไม่ว่าจะเป็นรัฐบาล ข้าราชการ เอกชน หรือประชาชน ต้องร่วมกันมองว่าเงินงบประมาณคือเงินของประเทศ ไม่ใช่ของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง

ผมเชื่อว่า คนไทยไม่ได้ปฏิเสธการพัฒนาประเทศ และไม่ได้ปฏิเสธการลงทุนของรัฐ

แต่สิ่งที่ประชาชนต้องการ คือความมั่นใจว่า ทุกบาททุกสตางค์จะถูกใช้ด้วยความรอบคอบ โปร่งใส และคำนึงถึงอนาคตของประเทศอย่างแท้จริง

เพราะสุดท้ายแล้ว ความเข้มแข็งของประเทศ ไม่ได้เกิดจากการใช้เงินมากที่สุด แต่เกิดจากการใช้เงินอย่างมีวิสัยทัศน์และมีความรับผิดชอบมากที่สุด

#สนธิรัตน์ #ความเข้มแข็งของประเทศ

สวนดุสิตโพลเผย คนกรุงฯยังเทใจ หนุน ชัชชาติ นั่งผู้ว่าฯต่อ ชูแก้จราจร-ทางเท้า ภารกิจเร่งด่วน

สวนดุสิตโพลเผย คนกรุงฯยังเทใจ หนุน ชัชชาติ นั่งผู้ว่าฯต่อ ชูแก้จราจร-ทางเท้า ภารกิจเร่งด่วน

สวนดุสิตโพลเผย คนกรุงฯยังเทใจ หนุน ชัชชาติ นั่งผู้ว่าฯต่อ ชูแก้จราจร-ทางเท้า ภารกิจเร่งด่วน

วันอาทิตย์ ที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 07.25 น.

10 พฤษภาคม 2569 “สวนดุสิตโพล” มหาวิทยาลัยสวนดุสิต สำรวจความคิดเห็นของคนกรุงเทพฯ เฉพาะผู้มีสิทธิเลือกตั้ง เรื่อง “การเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.คนที่ 18 (ครั้งที่ 1)” กลุ่มตัวอย่างจำนวน 1,074 คน (สำรวจทางออนไลน์และภาคสนาม) ระหว่างวันที่ 6 – 8 พฤษภาคม 2569 ผลการสำรวจ พบว่า สิ่งที่คนกรุงเทพฯ อยากเห็น “กรุงเทพมหานคร” มากที่สุดคือ เมืองที่รถไม่ติด ขนส่งมวลชนดี ค่าโดยสารไม่แพง ร้อยละ 28.82 รองลงมาคือเมืองสะอาด ทางเท้าเป็นระเบียบ เดินง่าย ร้อยละ 23.86

สำหรับผู้ว่าฯ กทม.คนต่อไปที่อยากให้เป็น คือ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ร้อยละ 56.70 เมื่อถามเกี่ยวกับการเลือกตั้ง สก. กลุ่มตัวอย่างตอบว่าจะเลือกพรรคประชาชน ร้อยละ 40.13 รองลงมาคือผู้สมัครอิสระ ร้อยละ 21.23

ดร.พรพรรณ บัวทอง ประธานสวนดุสิตโพล ระบุว่า ผลโพลสะท้อนว่าคะแนนนิยมของคุณชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ยังนำค่อนข้างชัด จากภาพจำด้านการบริหารเมืองที่ยังครองใจคนกรุง ขณะที่โจทย์สำคัญของผู้สมัครคือ การตอบความคาดหวังและเปลี่ยนเสียงสะท้อนของประชาชนให้เป็นการแก้ปัญหาในพื้นที่ได้จริง เพื่อทำให้กรุงเทพฯ เป็นเมืองหลวงที่ “อยู่ได้จริง” และมีคุณภาพชีวิตดีขึ้น

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เอกอนงค์ ศรีสำอางค์ ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายวิจัยและประกันคุณภาพการศึกษา โรงเรียนกฎหมายและการเมือง มหาวิทยาลัยสวนดุสิต กล่าวว่า คนกรุงเทพฯ วันนี้ไม่ได้ต้องการเมืองที่แค่ “ดูดี” แต่ต้องการเมืองที่ “อยู่แล้วสบาย ใช้ชีวิตได้จริง” สิ่งที่คนอยากเห็นมากที่สุดคือเมืองที่รถไม่ติด เดินทางสะดวก มีขนส่งมวลชนที่ดี และค่าโดยสารไม่แพง ตามมาด้วยเมืองที่สะอาด ทางเท้าเป็นระเบียบ เดินง่าย ไม่ต้องลุ้นทุกวันว่าจะสะดุด หลบหลุม หรือเบียดกับรถ ชื่อของ “ชัชชาติ สิทธิพันธุ์” ที่คะแนนนำโดด แสดงว่าคนกรุงเทพฯ ยังมองว่าเป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์ปัญหาเมืองได้ต่อเนื่อง คนกรุงเทพฯ ให้ความสำคัญกับผลงานที่เห็นได้จริงมากกว่าคำพูดหรือกระแสการเมืองระยะสั้น ส่วนการเลือก สก. ที่ไปทาง “พรรคประชาชน” และ “ผู้สมัครอิสระ” จำนวนไม่น้อย สะท้อนว่าคนกรุงเทพฯ อยากได้ตัวแทนที่ทำงานให้พื้นที่ของตัวเองจริง ๆ ไม่ได้อยากผูกติดกับพรรคการเมืองเดิมๆ มากนัก โดยรวมโพลนี้จึงสะท้อนเสียงของคนกรุงเทพฯ ว่าต่อจากนี้ ผู้ว่าฯ และ สก. คนไหนก็ตาม หากไม่ลงมือแก้ปัญหาพื้นฐานอย่างเรื่องการเดินทาง ทางเท้า ความสะอาด และความเป็นระเบียบของเมืองอย่างจริงจัง ก็อาจต้องเผชิญกับความไม่พอใจจากประชาชนได้ในอนาคตอันใกล้

– 006

ศึกชิงเสาชิงช้าไม่คึกคัก? โพลชี้ คนกรุงส่วนใหญ่มอง ไม่น่าตื่นเต้น คาดเดาผลได้

ศึกชิงเสาชิงช้าไม่คึกคัก? โพลชี้ คนกรุงส่วนใหญ่มอง ไม่น่าตื่นเต้น คาดเดาผลได้

ศึกชิงเสาชิงช้าไม่คึกคัก? โพลชี้ คนกรุงส่วนใหญ่มอง ไม่น่าตื่นเต้น คาดเดาผลได้

วันอาทิตย์ ที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 07.12 น.

10 พฤษภาคม 2569 ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลการสำรวจ เรื่อง “เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. 2569 น่าตื่นเต้นไหม” ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 5-6 พฤษภาคม 2569 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป และมีสิทธิเลือกตั้งในกรุงเทพมหานคร ครอบคลุมพื้นที่ทั้ง 50 เขต กระจายทุกระดับการศึกษา อาชีพ และรายได้ รวมจำนวนทั้งสิ้น 1,310 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับการตัดสินใจของคนกรุงเทพมหานคร ในการลงคะแนนเสียงเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ในวันที่ 28 มิถุนายน 2569 การสำรวจอาศัยการสุ่มตัวอย่างโดยใช้ความน่าจะเป็นจากบัญชีรายชื่อฐานข้อมูลตัวอย่างหลัก (Master Sample) ของ “นิด้าโพล” สุ่มตัวอย่างแบบหลายขั้นตอน (Multi-stage Sampling) เก็บข้อมูลด้วยวิธีการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ โดยกำหนดค่าความคลาดเคลื่อนไม่เกิน 0.05 ที่ระดับความเชื่อมั่น ร้อยละ 97.0

จากการสำรวจเมื่อถามถึงการเมืองระดับประเทศส่งผลต่อการตัดสินใจของคนกรุงเทพมหานคร ในการลงคะแนนเสียงเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ในวันที่ 28 มิถุนายน 2569 พบว่า ตัวอย่าง ร้อยละ 33.97 ระบุว่า ไม่ส่งผลเลย รองลงมา ร้อยละ 22.98 ระบุว่า ค่อนข้างส่งผล ร้อยละ 21.91 ระบุว่า ส่งผลมาก ร้อยละ 20.99 ระบุว่า ไม่ค่อยส่งผล และร้อยละ 0.15 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่สนใจ

ด้านรายชื่อและประวัติของผู้ที่จะเป็นรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครส่งผลต่อการตัดสินใจของคนกรุงเทพมหานคร ในการลงคะแนนเสียงเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ในวันที่ 28 มิถุนายน 2569 พบว่า ตัวอย่าง ร้อยละ 30.61 ระบุว่า ไม่ส่งผลเลย รองลงมา ร้อยละ 24.20 ระบุว่า ค่อนข้างส่งผล ร้อยละ 23.59 ระบุว่า ส่งผลมาก และร้อยละ 21.60 ระบุว่า ไม่ค่อยส่งผล

ท้ายที่สุดเมื่อถามถึงความน่าตื่นเต้นในการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ในวันที่ 28 มิถุนายน 2569 พบว่า ตัวอย่าง ร้อยละ 32.59 ระบุว่า ไม่น่าตื่นเต้น เพราะพอจะคาดเดาได้ว่าผู้สมัครรายใดจะได้รับการเลือกตั้งรองลงมา ร้อยละ 29.24 ระบุว่า ไม่น่าตื่นเต้น เพราะใครได้รับการเลือกตั้งก็เหมือนกัน ร้อยละ 22.06 ระบุว่า น่าตื่นเต้น เฉพาะผู้สมัครประมาณ 2-4 คนเท่านั้น ที่มีสิทธิได้รับการเลือกตั้ง และร้อยละ 16.11 ระบุว่า น่าตื่นเต้น เพราะผู้สมัครทุกคนมีสิทธิได้รับการเลือกตั้ง

– 006