ไอซ์ รักชนก นั่ง ปธ.กมธ.ติดตามงบฯ ขอแสดงวิสัยทัศน์-แผนงานในโอกาสหน้า

ไอซ์ รักชนก นั่ง ปธ.กมธ.ติดตามงบฯ ขอแสดงวิสัยทัศน์-แผนงานในโอกาสหน้า

ไอซ์ รักชนก นั่ง ปธ.กมธ.ติดตามงบฯ ขอแสดงวิสัยทัศน์-แผนงานในโอกาสหน้า

วันศุกร์ ที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 11.44 น.

“ไอซ์ รักชนก”นั่งประธาน กมธ.ติดตามงบฯ บอกขอแสดงวิสัยทัศน์-แผนงานในโอกาสหน้า ขณะที่”ชาดา”เป็นประธานที่ปรึกษา ติดภารกิจ แจ้งลาประชุม

15 พฤษภาคม 2569 ที่รัฐสภา ในการคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ สภาผู้แทนราษฎร ครั้งแรก วาระเลือกประธานกรรมาธิการ และตำแหน่งต่างๆ ในกรรมาธิการ โดยมี นายประวัติ ทองสมบูรณ์ สส.มหาสารคาม พรรคภูมิใจไทย ในฐานะผู้อาวุโสสูงสุดในกรรมาธิการ ทำหน้าที่ประธานชั่วคราวในที่ประชุม และดำเนินการเลือกตั้งประธาน กมธ.

จากนั้น นายณัฐพงศ์ เปรมพูลสวัสดิ์ สส.กทม.พรรคประชาชน ได้เสนอชื่อตำแหน่งต่างๆ ใน กมธ.ซึ่งที่ประชุมมีมติเห็นชอบดังนี้

1. น.ส.รักชนก ศรีนอก ตำแหน่งประธานกรรมาธิการ

2. นายณัฐพล โตวิจักษณ์ชัยกุล ตำแหน่งรองประธานกรรมาธิการคนที่หนึ่ง

3. นายสมบัติ ยะสินธุ์ ตำแหน่งรองประธานกรรมาธิการคนที่สอง

4. นายพชร จันทรรวงทอง ตำแหน่งรองประธานกรรมาธิการคนที่สาม

5. นายริสุทธิ์ ตันตินันท์ ตำแหน่งรองประธานกรรมาธิการคนที่สี่

6. นายทรงศักดิ์ มุสิกอง ตำแหน่งรองประธานกรรมาธิการคนที่ห้า

7. นายปราชญา หงอกชัย ตำแหน่งรองประธานกรรมาธิการคนที่หก

8. นายสุรทิน พิจารณ์ ตำแหน่งรองประธานกรรมาธิการคนที่เจ็ด

9. นายชาดา ไทยเศรษฐ์ ตำแหน่งกรรมาธิการและประธานที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการ

10. นายเซวงศักดิ์ เร่งไพบูลย์วงษ์ กรรมาธิการและที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการ

11. นายประวัติ ทองสมบูรณ์ ตำแหน่งกรรมาธิการและที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการ

12. นายณัฏฐพล จรัสรพีพงษ์ ตำแหน่งกรรมาธิการและที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการ

13. นายพัฒนา สัพโส ตำแหน่งกรรมาธิการและที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการ

14. นายวิทวัส ไตรสรณกุล ตำแหน่งโฆษกคณะกรรมาธิการ

15. นายณัฐพงศ์ เปรมพูลสวัสดี์ ตำแหน่งเลขานุการคณะกรรมาธิการ

จากนั้น น.ส.รักชนก ได้เข้ามาปฏิบัติหน้าที่ประธาน กมธ.และกล่าวในช่วงต้นว่า “ตนจะแสดงวิสัยทัศน์และแผนงานในฐานะประธาน กมธ.ในรอบหน้า ก่อนเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุม”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายชาดา ได้แจ้งติดภารกิจ จึงไม่ได้เข้าร่วมในการประชุมครั้งนี้ด้วย

– 006

ผู้นำฝ่ายค้าน เซ็ง รบ. เมิน แก้รธน.-ปฏิรูปกองทัพ-แรงงาน ด้าน พันธุ์ใหม่ ซัด สักแต่พูดพลัส

ผู้นำฝ่ายค้าน เซ็ง รบ. เมิน แก้รธน.-ปฏิรูปกองทัพ-แรงงาน ด้าน พันธุ์ใหม่ ซัด สักแต่พูดพลัส

ผู้นำฝ่ายค้าน เซ็ง รบ. เมิน แก้รธน.-ปฏิรูปกองทัพ-แรงงาน ด้าน พันธุ์ใหม่ ซัด สักแต่พูดพลัส

วันศุกร์ ที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 11.26 น.

ถกร่วมรัฐสภาเคลียร์ค้างท่อ34ฉบับ! ผู้นำฝ่ายค้าน เซ็ง รัฐบาล เมิน แก้รธน.-ปฏิรูปกองทัพ-แรงงาน ข้องใจ จ้องรวบอำนาจ-เอื้อกลุ่มทุน หรือไม่ ด้าน พันธุ์ใหม่ ผสมโรงซัดแสบ สักแต่พูดพลัส เบี้ยวแก้กติกาประเทศ

เมื่อวันที่ 15 พ.ค.2569 ที่รัฐสภา มีการประชุมร่วมกันของรัฐสภา ที่มีนายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภา ทำหน้าที่ประธานการประชุม พิจารณาเรื่องด่วน การให้ความเห็นชอบให้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ที่รัฐสภามิได้ให้ความเห็นชอบ และยังดำเนินการไม่แล้วเสร็จ ตามมาตรา 147 วรรคสองของรัฐธรรมนูญ โดยนายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ชี้แจงว่า มีร่างกฎหมายที่ค้างการพิจารณาของสภาฯ และ วุฒิสภา ซึ่งครม.ร้องขอต่อสภาฯ  จำนวน 34 ฉบับ

โดยนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร อภิปรายตั้งคำถามถึงเหตุผลที่รัฐบาลเลือกพิจารณายืนยันหรือไม่ยืนยันต่อร่างกฎหมายว่า โดยเฉพาะร่างกฎหมายคุ้มครองสิ่งแวดล้อม ร่างกฎหมายนิรโทษกรรมที่ดินที่คืนความเป็นธรรมให้กับประชาชนที่ถูกรัฐประกาศนโยบายทวงคืนผืนป่า ร่างกฎหมายคุ้มครองแรงงาน ร่างกฎหมายธรรมนูญศาลทหาร และ ร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ทั้งนี้ตนขอตั้งคำถามว่า อำนาจพิจารณากฎหมายอยู่ที่กฎหมายหรืออยู่ที่รัฐสภา โดยรัฐบาลสามารถคิดแทนได้เองหรือว่าร่างกฎหมายที่เสนอมาอาจไม่ผ่าน จึงปัดตกดีกว่า หรือควรให้รัฐสภาได้ถกเถียงและตกลงว่าฉบับใดควรได้ไปต่อหรือไม่

“รัฐบาลใช้วิธีการปัดตกร่างกฎหมาย ด้วยเหตุผลเดียวกับการปัดตกร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญว่าส่งกลับมาแล้วอาจไม่ผ่าน ผมขอตั้งคำถามว่า 34 ฉบับที่ ครม.ส่งกลับมานั้นจะได้รับมติเห็นชอบจากรัฐสภา หรือ ฉบับต่างๆ พูดคุยหลังบ้านว่าผ่านแน่นอน ทั้งนี้ผมอยากฟังคำตอบจากรัฐบาลให้ความเห็นทางการเมืองและฐานะผู้กำหนดนโยบายมีหลักเกณฑ์ยืนยันหรือไม่ยืนยัน หรือกฎหมายที่เกี่ยวกับโครงสร้างอำนาจของรัฐบาล ทั้งการปฏิรูปกองทัพ เรื่องแรงงานที่เกี่ยวกับกลุ่มทุนที่มีผลประโยชน์ทับซ้อนกับรัฐบาลหรือไม่ หรือกฎหมายสิ่งแวดล้อมที่ถูกตั้งคำถามว่าเพิ่มภาระให้ผู้ประกอบการ รวมถึงร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญที่กติกาสูงสุดเป็นฐานอำนาจให้กับรัฐบาลระบอบสีน้ำเงิน” นายณัฐพงษ์ กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะที่ สส.พรรคประชาชน ได้ลุกตั้งคำถามเช่นกันถึงเหตุผลที่รัฐบาลปัดตกกฎหมายของพรรคฝ่ายค้านหลายฉบับ ส่วนสมาชิกวุฒิสภา (สว.) เช่น น.ส.นันทนา นันทวโรภาส สว. กลุ่มพันธุ์ใหม่ ตั้งคำถามต่อการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญที่รัฐบาลไม่ทำตามสัญญา พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า ที่ไม่ยอมแก้ไข เพราะมีการออกแบบให้กินรวบประเทศ ทั้งฝ่ายบริหาร นิติบัญญัติ องค์กรอิสระ เป็นสีเดียวกัน 

“หากจะเบี้ยวแก้รัฐธรรมนูญเหมือนเบี้ยวประชาชน ควรเปลี่ยนคำขวัญของพรรคให้เป็นพรรคสักแต่พูดพลัส” น.ส.นันทนา กล่าว

ปชป.เคาะแล้ว! ส่ง อนุชา บูรพชัยศรี ลงชิงผู้ว่าฯกทม.

ปชป.เคาะแล้ว! ส่ง อนุชา บูรพชัยศรี ลงชิงผู้ว่าฯกทม.

ปชป.เคาะแล้ว! ส่ง อนุชา บูรพชัยศรี ลงชิงผู้ว่าฯกทม.

วันศุกร์ ที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 11.26 น.

15 พฤษภาคม 2569 รายงานข่าวจากพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ผู้บริหารพรรคประชาธิปัตย์ ได้ตัดสินใจชัดเจนแล้วว่า ในการเลือกตั้งผู้ว่ากรุงเทพมหานคร แทน นายชัชชาติ สิทธิพันธ์ ที่จะหมดวาระ พรรคประชาธิปัตย์ จะส่ง นายอนุชา บูรพชัยศรี อดีต สส.กรุงเทพฯ พรรคประชาธิปัตย์ 2 สมัย ลงสมัคร โดยจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในเวลา 14.00 น.วันเสาร์ที่ 16 พฤษภาคมนี้

ทั้งนี้ นายอนุชา เป็น สส.กรุงเทพฯ พรรคประชาธิปัตย์ 2 สมัย คือปี 2550 และ 2554 ต่อมาในการเลือกตั้งปี 2562 ไม่ได้รับการเลือกตั้ง และในการเลือกตั้งปี 2566 ได้ขยับเป็น สส.บัญชีรายชื่อ พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) แทน นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ที่ลาออกไปทำหน้าที่รัฐมนตรี

ตำแหน่งการเมืองอื่นๆ นายอนุชา เคยเป็นเลขานุการ รมว.ศึกษาธิการ (นายณัฎฐพล ทีปสุวรรณ) รองเลขาธิการนายกฯ ฝ่ายการเมือง และโฆษกประจำสำนักนายกฯ

ทั้งนี้ ในด้านส่วนตัว นายอนุชา มีศักดิ์เป็นลูกเขยของ ร.อ.กฤษฎา อรุณวงษ์ ณ อยุธยา อดีตผู้ว่าฯ กทม.ด้วย

(ข่าวที่เกี่ยวข้อง : เปิดปูม อนุชา บูรพชัยศรี หลังสะพัด! ปชป.ตัดสินใจส่งชิงเก้าอี้ผู้ว่าฯ กทม.)

ลาฟรอฟพบสีหศักดิ์ รุกคืบสัมพันธ์ไทย-รัสเซีย บนเวที BRICS 2026

ลาฟรอฟพบสีหศักดิ์ รุกคืบสัมพันธ์ไทย-รัสเซีย บนเวที BRICS 2026

ลาฟรอฟพบสีหศักดิ์ รุกคืบสัมพันธ์ไทย-รัสเซีย บนเวที BRICS 2026

วันศุกร์ ที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 11.17 น.

ลาฟรอฟพบสีหศักดิ์ รุกคืบสัมพันธ์ไทย-รัสเซีย บนเวที BRICS 2026

วันที่ 15 พฤษภาคม 2569 สถานทูตรัสเซียประจำประเทศไทย ได้ เผยแพร่แถลงการณ์สรุปผลการหารือระดับทวิภาคีและแสดงความเชื่อมั่นต่อความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น ดังนี้

“เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2569 ณ กรุงนิวเดลี ได้จัดการประชุมระหว่างรัฐมนตรีต่างประเทศของกลุ่ม BRICS โดยนายเซอร์เกย์ ลาฟรอฟ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศแห่งสหพันธรัฐรัสเซีย ได้หารือกับนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของไทย

ทั้งสองฝ่ายได้พูดคุยในประเด็นความสัมพันธ์ระหว่างรัสเซียและไทย โดยให้ความสำคัญกับการขยายความร่วมมือด้านการค้าและการลงทุน ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รวมถึงด้านมนุษยธรรม กฎหมายและข้อตกลงต่าง ๆ ในความสัมพันธ์ด้านทวิภาคีของทั้งสองประเทศ

นอกจากนั้น ยังได้มีการแลกเปลี่ยนแนวคิดต่าง ๆ ในการประสานความร่วมมือภายในกลุ่ม BRICS และเวทีพหุภาคีอื่น ๆ รวมถึงประเด็นสำคัญ ๆ เกี่ยวกับสถานการณ์ระหว่างประเทศและในระดับภูมิภาค”

การประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศกลุ่ม BRICS 2569 ณ กรุงนิวเดลี ระหว่างตัวแทนจากไทยและรัสเซีย
นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว หารือเรื่องความร่วมมือไทย-รัสเซีย ในเวที BRICS
นายเซอร์เกย์ ลาฟรอฟ หารือเรื่องความร่วมมือไทย-รัสเซีย ในเวที BRICS

ด่วน! ลุงโยชน์ กลับไทยแล้ว เปิดกลไก RBC ทภ.2 ประสานใกล้ชิด

ด่วน! ลุงโยชน์ กลับไทยแล้ว เปิดกลไก RBC ทภ.2 ประสานใกล้ชิด

ด่วน! ลุงโยชน์ กลับไทยแล้ว เปิดกลไก RBC ทภ.2 ประสานใกล้ชิด

วันศุกร์ ที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 11.12 น.

ด่วน!”ลุงโยชน์”กลับไทยแล้ว เปิดกลไก RBC ทภ.2 ประสานใกล้ชิด ลดตึงเครียดชายแดน กัมพูชายอมส่งกลับ

15 พฤษภาคม 2569 มีรายงานว่า วานนี้ (14 พ.ค.) เวลา 11.00 น. พล.จ.นิด นารง รองเสนาธิการกองกำลังป้องกันชายแดนที่ 4 (ภท.4) ในฐานะประธานคณะกรรมการชายแดนส่วนภูมิภาค (RBC) ฝ่ายกัมพูชา ได้ประสานมายังกองทัพภาคที่ 2 กรณีการส่งตัว “นายโยชน์” กลับประเทศไทย

ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้ ผู้บัญชาการกองกำลังป้องกันชายแดนที่ 4 ได้ทำหนังสือถึงผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรมีชัย และมีการประสานผ่านกระทรวงมหาดไทยของกัมพูชา กระทั่งฝ่ายกัมพูชาอนุมัติให้ส่งตัวกลับประเทศไทยแล้ว

รายงานระบุว่า การส่งตัวครั้งนี้จะใช้กลไกความร่วมมือระดับกองทัพภาคที่ 2 และกองกำลังป้องกันชายแดนที่ 4 เพื่อสะท้อนถึงการประสานงานอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่องของคณะกรรมการ RBC ทั้งสองฝ่าย

เบื้องต้นกำหนดส่งตัวในวันนี้ (15 พ.ค.) ช่วงเวลา 10.00 น.บริเวณช่องสะงำ อำเภอภูสิงห์ จังหวัดศรีสะเกษ โดยฝ่ายไทย มี พล.ต.กัมปนาท วาพันสุ เสนาธิการกองทัพภาคที่ 2 ในฐานะประธานคณะกรรมการ RBC ฝ่ายไทย เป็นหัวหน้าคณะ ขณะที่ฝ่ายกัมพูชา มี พล.จ.นิด นารง ทำหน้าที่หัวหน้าคณะฝ่ายกัมพูชา

ต่อมาเวลา 11.00 น.ที่ด่านช่องสะงำ ฝ่ายกัมพูชาได้ส่งมอบตัว นายโยชน์ สายน้อย หรือ “ลุงโยชน์” ให้แก่ พล.ต.กัมปนาท เพื่อรับตัวกลับมาสู่ประเทศไทย โดยนายโยชน์ มีสุขภาพแข็งแรงดี ไม่พบบาดแผลหรือร่องรอยการบาดเจ็บตามร่างกายแต่อย่างใด

แหล่งข่าวกองทัพภาคที่ 2 ระบุว่า ความสำเร็จในการประสานส่งตัวครั้งนี้ เกิดจากการทำงานอย่างใกล้ชิดของกองทัพภาคที่ 2 ภายใต้การกำกับของแม่ทัพภาคที่ 2 รวมถึงกองกำลังสุรนารี ที่มีผู้บัญชาการกองกำลังสุรนารี เร่งขับเคลื่อนและติดตามการดำเนินงานอย่างเต็มกำลัง จนสามารถผลักดันการประสานงานผ่านกลไก RBC ให้บรรลุผลได้อย่างราบรื่น

ทั้งนี้ การส่งตัวนายโยชน์กลับประเทศไทย ถือเป็นสัญญาณบวกของความร่วมมือระดับ RBC ระหว่างไทย – กัมพูชา และมีส่วนช่วยลดความตึงเครียดตามแนวชายแดนของทั้งสองประเทศได้ในระดับหนึ่ง

นายกฯโชว์ลูกคอละมุน ร้องเพลง ‘ขอพบในฝัน’ หยอดหวานจะไปร้องให้คนที่บ้านฟัง

นายกฯโชว์ลูกคอละมุน ร้องเพลง ‘ขอพบในฝัน’ หยอดหวานจะไปร้องให้คนที่บ้านฟัง

นายกฯโชว์ลูกคอละมุน ร้องเพลง ‘ขอพบในฝัน’ หยอดหวานจะไปร้องให้คนที่บ้านฟัง

วันศุกร์ ที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 11.05 น.

‘อนุทิน’เปิดงานประกวดร้องเพลง โชว์ลูกคอเพลง ‘ขอพบในฝัน’ ยันใครทำงานพระคลังข้างที่ เจริญรุ่งเรืองทุกคน ดู‘ปลัดมท.’จะไปไม่ไปแหล่ แต่พออยู่โครงการนี้ยังแน่นอยู่ โชว์หวานจะกลับไปร้องเพลง‘ไม่เคยรักใครเท่าเธอ’ ให้คนที่บ้านฟัง

15 พฤษภาคม 2569 เมื่อเวลา 10.00 น. ที่ห้องเกียรติคุณพรรณนา 2 อาคารเกียรติคุณพรรณนา (อาคารอำนวยการ) สำนักงานพระคลังข้างที่ ถนนนครราชสีมา เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ร่วมงานแถลงข่าว โครงการ “เยาวชนสืบสานรักษ์เพลงไทย โดยสำนักงานพระคลังข้างที่” ประเภทเพลงลูกกรุง เพลงลูกทุ่ง และเพลงไทยร่วมสมัย ครั้งที่ 3 ปี 2569

โดยนายอนุทิน กล่าวว่า โครงการนี้เป็นโครงการที่มีคุณค่า ที่สะท้อนวิถีชีวิตและเอกลักษณ์ของชาติเยาวชนจะได้เรียนรู้ผ่านบทเพลงเหล่านี้ซึ่งผ่านความรักและความภาคภูมิใจในความเป็นไทย ตนยังจำบรรยากาศการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศในปีที่แล้วได้เป็นอย่างดี ประทับใจในความสามารถความตั้งใจและพลังของเยาวชนจากทั่วประเทศ ซึ่งตอกย้ำว่าเวทีแห่งนี้สามารถสร้างโอกาสแรงบันดาลใจและคุณค่าที่ดีให้กับสังคมไทยได้อย่างแท้จริง สิ่งที่น่าชื่นชมอีกประการหนึ่งคือความร่วมมือจากทุกภาคส่วนและภาครัฐภาคเอกชนวงการดนตรีและศิลปินและผู้ฝึกสอนสื่อมวลชนและหน่วยงานต่างๆที่วงการสนับสนุนโครงการนี้และมีเป้าหมายร่วมกัน และชื่นชมสำนักงานพระคลังข้างที่และทุกหน่วยงานที่ได้ร่วมกันจัดโครงการอันทรงคุณค่าถือว่าพวกเราทุกคนได้ทำงานนี้แล้วเจริญรุ่งเรืองทุกคน ถามปลัดกระทรวงมหาดไทยได้ไปไม่ไปแหล่ แต่พอมาอยู่โครงการนี้ยังแน่นอยู่

นายกฯ กล่าวต่อว่า ตนในฐานะที่เป็นหัวหน้ารัฐบาลยืนยันว่ารัฐบาลพร้อมสนับสนุนกิจกรรมที่ช่วยพัฒนาเยาวชนและส่งเสริมคุณค่าทางวัฒนธรรมของชาติและหวังเป็นอย่างยิ่งว่าโครงการนี้จะมีการดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ตนมีความสนใจมีความชื่นชอบชื่นชมในเรื่องของเพลงอยู่แล้ว ยิ่งได้มาพบกับผู้ที่ร่วมจัดงาน ซึ่งก็ล้วนแล้วแต่เป็นอาจารย์และครูเป็นผู้ที่สนับสนุนในเรื่องของการดนตรีและเพลงต่างๆ ยิ่งทำให้รู้สึกว่าเราไม่ได้มาทำเรื่องนี้ เพื่อให้มันเป็นนโยบายหรือเป็นภารกิจแต่เราทำเพื่อความรัก ซึ่งเพลงสมัยเก่าเยุคสมัยถือว่าเป็นการสอนให้เห็นว่าประเทศของเรามีความเจริญทางด้านวัฒนธรรมเป็นอย่างมาก และเราต้องสนับสนุนและสืบสานต่อไป เนื้อหาในเพลงต่างๆล้วนแล้วแต่สามารถนำไปใช้ดำรงชีวิตได้ ซึ่งการดำรงชีวิตของตน การทำงาน การใช้ชีวิตหลายๆอย่าง เมื่อสักครู่เพลงที่ร้องบนเวที ตนเพิ่งเคยได้ยินเพลงไม่เคยรักใครเท่าเธอ เดี๋ยวจะไปหัดร้องให้คนที่บ้านฟัง หวังว่าพวกเราทุกคนจะชื่นชอบและได้รับความรื่นรมย์ เมื่อเราเข้าถึงเสียงเพลงเข้าถึงดนตรี ความละเมียดละมุนละไมก็จะเกิดขึ้นสติปัญญา ก็จะเกิดความสำนึกผิดชอบชั่วดี และเป็นเรื่องที่ก่อให้เกิดประโยชน์กับตัวเราเอง คนใกล้ชิดเรายืนยันการสนับสนุนอย่างเต็มที่วันที่31 ต.ค. ถ้ายังเป็นนายกฯ ไปร่วมงานแน่นอน

จากนั้นนายอนุทิน ขึ้นเวทีร่วมร้องเพลง ขอพบในฝัน ของนายชรินทร์ นันทนาคร

ปธ.หอการค้าฯ-ปธ.สภาอุตฯ ชมรัฐ จัดเวทีรับฟังภาคเอกชนเย็นนี้ เป็นนิมิตหมายที่ดี

ปธ.หอการค้าฯ-ปธ.สภาอุตฯ ชมรัฐ จัดเวทีรับฟังภาคเอกชนเย็นนี้ เป็นนิมิตหมายที่ดี

ปธ.หอการค้าฯ-ปธ.สภาอุตฯ ชมรัฐ จัดเวทีรับฟังภาคเอกชนเย็นนี้ เป็นนิมิตหมายที่ดี

วันศุกร์ ที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 10.55 น.

“ปธ.หอการค้าฯ”ประสานเสียง”ปธ.สภาอุตฯ”ชมรัฐบาล จัดเวทีรับฟังภาคเอกชนเย็นนี้ ระบุเป็นนิมิตหมายที่ดี แนะช่วยกลุ่มเปราะบาง

15 พฤษภาคม 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ให้สัมภาษณ์ถึงการประชุมหารือร่วมระหว่างรัฐบาลกับภาคเอกชน เรื่องแนวทางการพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจของประเทศ ในเย็นวันนี้ (15 พ.ค.) จะมีอะไรเสนอต่อรัฐบาลบ้าง ว่า ยังไม่ได้คุย จะไปพูดก่อนได้อย่างไร แต่เรามีข้อเสนออยู่แล้ว

ด้าน นางพิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล เป็นประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า ในส่วนของ ส.อ.ท.มีคำตอบเดียวกับทางสภาหอการค้าฯ หากบอกตอนนี้คงไม่ตื่นเต้น คงจะเปิดเผยหลังจากได้พบกับรัฐบาลแล้ว ซึ่งก็มีหลายประเด็นที่เหมาะสมกับสภาวการณ์ตอนนี้ ซึ่งขณะนี้เราอยู่ในภาวะวิกฤตอยู่แล้ว ประเด็นนี้ตอนนี้คือ การเพิ่มศักยภาพแข่งขันในประเทศว่า ต้องตอบโจทย์ตรงนี้ให้ได้ ขณะเดียวกัน เราต้องการผลักดันเรื่องแอนตี้คอร์รัปชั่น สร้างความโปร่งใสในระบบ

ผู้สื่อข่าวถามว่า ด้วยสภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน ที่ได้รับผลกระทบ มองว่า รัฐบาลควรมุ่งเป้าไปที่จุดไหน นางพิมพ์ใจ กล่าวว่า ต้องดูกลุ่มเปราะบางก่อน ถือว่า สำคัญมาก ต้องควิกวิน ขณะที่นายพจน์ กล่าวเสริมว่า กลุ่มเปราะบางก็กลุ่มหนึ่ง สิ่งที่เราได้รับโจทย์มาคือ วันนี้นายกฯจะรับฟังจาก CEO ทั้งหลาย รวมทั้งภาคเอกชนทั้งหลายว่า ในภาวะเศรษฐกิจเช่นนี้เรามีข้อเสนอแนะอะไรที่จะสามารถผลักดันกันต่อไปได้

เมื่อถามว่า การพบปะกันระหว่างภาคเอกชนกับรัฐบาลถือเป็นนิมิตที่ดีสำหรับภาคเอกชนใช่หรือไม่ นางพิมพ์ใจ กล่าวว่า ดีมาก ขณะที่ นายพจน์ กล่าวเสริมว่า เยี่ยมเลย ซึ่งเราคิดอยู่ตลอดเวลาว่า ถึงอย่างไรรัฐกับเอกชนควรจะมาพบกัน โดยเฉพาะหารือเรื่องเกี่ยวกับเศรษฐกิจ ความจริงรัฐเป็นผู้อำนวยความสะดวกทางด้านนโยบายกับหน่วยงาน แต่คนขับเคลื่อนจริงๆ คือเอกชน เราทราบดีว่า ปัญหาอยู่ตรงไหน เมื่อถามว่า รัฐบาลได้ติดต่อเอกชนมานานหรือยัง นายพจน์ กล่าวว่า ประมาณ 1 สัปดาห์กว่าแล้ว

ปธ.หอการค้าฯรับ ถ้าเข้า OECD ไม่ได้ เหนื่อยแน่ ลั่นต้องเอาจริงเอาจังปราบคอร์รัปชัน

ปธ.หอการค้าฯรับ ถ้าเข้า OECD ไม่ได้ เหนื่อยแน่ ลั่นต้องเอาจริงเอาจังปราบคอร์รัปชัน

ปธ.หอการค้าฯรับ ถ้าเข้า OECD ไม่ได้ เหนื่อยแน่ ลั่นต้องเอาจริงเอาจังปราบคอร์รัปชัน

วันศุกร์ ที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 10.53 น.

ปธ.หอการค้าฯรับ ถ้าเข้า OECD ไม่ได้ เหนื่อยแน่ ลั่นต้องเอาจริงเอาจังปราบคอร์รัปชัน บอกไปไม่ไหวถ้าบ้านเมืองเป็นอย่างนี้ อันตรายมาก

15 พฤษภาคม 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ในฐานะคณะทำงาน Zero corruption : กกร.และเพื่อนไม่ทน ให้สัมภาษณ์ก่อนประชุมหารือกับ นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ว่า ทางคณะทำงาน Zero corruption : กกร.และเพื่อนไม่ทน ได้ทำหนังสือไปถึงนายกรัฐมนตรี ขอเข้าพบเพื่อที่จะปรึกษาหารือว่า จะทำอย่างไรต่อไป โดยนายกฯ ได้มอบให้นายปกรณ์เป็นตัวแทนในการร่วมประชุมกับคณะทำงานฯ ว่าจะมีข้อเสนออะไรที่จะให้รัฐบาลขับเคลื่อน และเราอยากจะทราบท่าทีของรัฐบาลว่า ต้องการจะขับเคลื่อนกันต่อไปอย่างไร โดยวันนี้ตนมาพร้อมกับสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ซึ่งคณะทำงานฯถือว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่มาก

ผู้สื่อข่าวถามว่า สิ่งที่ต้องการเห็นคือ การเอาจริงเอาจังเรื่องปราบคอร์รัปชันของรัฐบาลใช่หรือไม่ นายพจน์ กล่าวว่า มันต้องเอาจริงเอาจังและเป็นรูปธรรมชัดเจน เพราะวันนี้กระแสโลกถือเรื่องนี้มาก และกรอบการเจรจาทั้งหมดกับทวิภาคี หรือพหุภาคีทั่วโลก เนื่องจากเห็นว่า คอร์รัปชันเป็นเรื่องที่สำคัญมาก ซึ่งเราพยายามที่จะเข้าองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ให้ได้ ถ้าเอาเข้าไม่ได้เหนื่อย โดย 1 ในเงื่อนไขของ OECD คือ คอร์รัปชัน และเราเรตติ้งต่ำมาก ดังนั้น ต้องทำทุกทางเพื่อที่จะดึงเรตติ้งขึ้นมาให้ได้

เมื่อถามถึงข้อเสนอแนะถึงรัฐบาลที่จะทำให้การคอร์รัปชันหมดไป นายพจน์ กล่าวว่า มันไม่ใช่เรื่องช่วย แต่มันต้องขับเคลื่อน เราก็ขับเคลื่อนทางภาคเอกชน ส่วนรัฐบาลก็ขับเคลื่อนในส่วนรัฐบาล แต่ที่ทราบมารัฐบาลเอาแน่นอน ทาง ส.อ.ท.ก็มีความเห็นตรงกันกับเราว่า ตอนนี้มีปัญหามากเกี่ยวกับคอร์รัปชัน

จากนั้นเวลา 10.00 น.นายปกรณ์ กล่าวช่วงต้นการหารือว่า ยินดีที่ได้มาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน ขณะที่ นายพจน์ กล่าวว่า จากที่ได้มีการประชุมร่วมกันไปก่อนหน้านี้เมื่อเดือน พ.ค.68 เอกชนมองว่าคงไปไม่ไหวถ้าบ้านเมืองเป็นอย่างนี้ เพราะมีแต่คนบ่นกันเยอะเห็นได้จากตามข่าว จึงได้พูดคุยกันว่า จะต้องมาหารือกันเพราะการคอรัปชั่นเป็นเรื่องอันตรายมาก ซึ่งจากการพูดคุยหลายเครือข่ายร่วมกันและสมาคมต่างๆ ทุกคนพยายามช่วยกันรณรงค์ แต่มีการยุบสภาไปก่อนทำให้เมื่อเดือน ม.ค.69 เราจึงเร่งทำเรื่องเกี่ยวกับการเลือกตั้ง และทำแบบสำรวจการซื้อเสียง ซึ่งกลายเป็นประเด็นใหญ่ และมหาวิทยาลัยหอการค้าไทยก็ทำร่วมกับสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) และมีผลสำรวจออกมา

นายพจน์ กล่าวอีกว่า เรารายงานตามผลสำรวจ ไม่ได้คิดเอาเอง และพอมีการจัดสัมมนาพรรคการเมืองมาเยี่ยมเยียนขึ้นเวทีเราก็เอาประเด็นดังกล่าวขึ้นไปคุยจนกระทั่งเลือกตั้ง และไม่กล้าไปทำมากกว่านั้น แต่หลังเลือกตั้งเสร็จก็ดำเนินการต่อ และเมื่อวันนี้เลือกตั้งเสร็จ มีการตั้งคณะรัฐมนตรี (ครม.) เราจึงขับเคลื่อนต่อ ซึ่งในระหว่างนั้นมีการทำการบ้านอยู่พอควร โดยเฉพาะสอบเรื่องเกี่ยวกับการติดสินบน

เฝ้าจอวันนี้! ชัชชาติ เตรียมประกาศลาออกลงศึกเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.อีกสมัย

เฝ้าจอวันนี้! ชัชชาติ เตรียมประกาศลาออกลงศึกเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.อีกสมัย

เฝ้าจอวันนี้! ชัชชาติ เตรียมประกาศลาออกลงศึกเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.อีกสมัย

วันศุกร์ ที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 10.50 น.

เฝ้าจอวันนี้! ชัชชาติ เตรียมประกาศลาออกลงศึกเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.อีกสมัย เปิดทีมงานวันสมัคร 28 พ.ค.

เมื่อวันที่ 15 พ.ค.69 ที่ศาลาว่าการกทม.(เสาชิงช้า) มีการแถลงข่าวความคืบหน้าการวางและจัดทำผังเมืองรวมกรุงเทพมหานคร (ปรับปรุงครั้งที่ 4) ซึ่งตามกำหนดการแจ้งว่า นายชัชชาติ สิทธิพันธ์ุ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นผู้แถลง แต่ถึงเวลาเปบี่ยนเป็นนายวิศณุ ทรัพย์สมพล รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นผู้แถลงแทน 

ผู้สื่อข่าวถามว่า เหตุใดวันนี้ผู้ว่าฯชัชชาติ จึงไม่มาแถลงเองเกี่ยวข้องกับการเตรียมตัวเพื่อประกาศลาออกก่อนครบวาระหรือไม่ นายวิศณุ ตอบว่า ท่านผู้ว่าฯมีภารกิจหลายอย่าง

เมื่อถามอีกกรณีหาก นายชัชชาติ ได้กลับมาดำรงตำแหน่งอีกครั้ง จะยังคงมาเป็นทีมบริหารเหมือนเดิมหรือไม่ นายวิศณุตอบว่า ยังไม่รู้ รอดูทางผู้ว่าฯชัชชาติประกาศก่อนว่าจะลงสมัครอีกครั้งหรือไม่ ส่วนยังมีนโยบายอื่นที่จะต้องทำหรือไม่นั้น นายวิศณุ ตอบว่า ตอนนี้ก็ทำนโยบายที่มีอยู่ก่อน

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหวนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เตรียมลาออกเพื่อลงสมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม. อีกสมัย ว่า จากที่ผ่านมานายชัชชาติบอกมาตลอดให้รอประกาศอย่างเป็นทางการนั้น 

วันนี้ มีข้อมูลจากแหล่งข่าวใกล้ชิดนายชัชชาติ ว่า นายชัชชาติจะประกาศผ่านไลฟ์สดช่องทางออนไลน์ส่วนตัว โดยคาดว่าจะเป็นวันนี้! จากนั้นจะใช้เวลาพักผ่อนก่อนจะถึงวันสมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม. วันที่ 28 พ.ค.69 ซึ่งจะมีการเปิดตัวทีมรองผู้ว่าฯพร้อมทีมงานชัชชาติในวันนั้นเลยทีเดียว  

ทั้งนี้ แหล่งข่าวได้ยืนยันด้วยว่าในสัปดาห์หน้าไม่มีงานหรือแถลงข่าวเรื่องอะไรแล้ว โดยจะมีการส่งหนังสือลาออกไปยังกระทรวงมหาดไทย โดยข้อมูลก่อนหน้านี้นายชัชชาติได้กล่าวไว้ว่าหลังหมดวาระจะเดินทางไปหาบุตรชายที่อเมริกา 

ราชกิจจาฯเผยแพร่คำสั่ง ยกเลิกการห้ามขายเครื่องกรองน้ำ ยี่ห้อ LG

ราชกิจจาฯเผยแพร่คำสั่ง ยกเลิกการห้ามขายเครื่องกรองน้ำ ยี่ห้อ LG

ราชกิจจาฯเผยแพร่คำสั่ง ยกเลิกการห้ามขายเครื่องกรองน้ำ ยี่ห้อ LG

วันศุกร์ ที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 10.32 น.

15 พฤษภาคม 2569 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ คำสั่งคณะกรรมการว่าด้วยความปลอดภัยของสินค้าและบริการ ที่ 10/2569 เรื่อง ยกเลิกการห้ามขายสินค้าหรืออุปกรณ์ที่มีรังสี UVC ของบริษัท แอลจี อีเลคทรอนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด

ตามที่คณะกรรมการว่าด้วยความปลอดภัยของสินค้าและบริการได้ใช้อำนาจตามมาตรา 29/8 วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ.2522 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2562 ออกคำสั่งที่ 5/2563 ลงวันที่ 6 พฤศจิกายน 2563 เรื่อง ห้ามขายสินค้าหรืออุปกรณ์ที่มีรังสี UVC เป็นการชั่วคราว โดยให้ผู้ประกอบธุรกิจซึ่งประสงค์จะขายหรือผลิต สั่งหรือนำเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อขายสินค้า หรืออุปกรณ์ที่มีรังสี UVC ติดต่อสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคเพื่อจัดให้มีการทดสอบหรือพิสูจน์ว่าสินค้าหรืออุปกรณ์ที่มีรังสี UVC ดังกล่าวไม่เป็นอันตรายต่อผู้บริโภค นั้น

บัดนี้ บริษัท แอลจี อีเลคทรอนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด ได้ติดต่อสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค เพื่อจัดให้มีการทดสอบหรือพิสูจน์สินค้าหรืออุปกรณ์ที่มีรังสี UVC จำนวน 1 ประเภท คือ ประเภทเครื่องกรองน้ำ ยี่ห้อ LG รุ่น WD520M ซึ่งผลการทดสอบหรือพิสูจน์สินค้า ปรากฏว่า การทดสอบขีดจำกัดอันตรายอันเนื่องมาจากการแผ่รังสีอุลตราไวโอเลตจากการเปิดรับแสงที่เกิดจากตาและผิวหนัง ความยาวคลื่น การแผ่รังสี เป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้

อาศัยอำนาจตามมาตรา 29/9 วรรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ.2522 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2562 คณะกรรมการว่าด้วยความปลอดภัยของสินค้าและบริการ จึงมีคำสังให้แก้ไขคำสั่งคณะกรรมการว่าด้วยความปลอดภัยของสินค้าและบริการ ที่ 5/2563 ลงวันที่ 6 พฤศจิกายน 2563 เรื่อง ห้ามขายสินค้าหรืออุปกรณ์ที่มีรังสี UVC เป็นการชั่วคราว โดยให้ยกเลิกการห้ามขายสินค้าหรืออุปกรณ์ที่มีรังสี UVC ของบริษัท แอลจี อีเลคทรอนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด จำนวน 1 ประเภท คือ ประเภทเครื่องกรองน้ำ ยี่ห้อ LG รุ่น WD520M ที่ขาย ผลิต สั่ง หรือนำเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อขาย ตั้งแต่วันที่คำสั่งนี้มีผลบังคับใช้เป็นต้นไป

ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

สั่ง ณ วันที่ 27 เมษายน พ.ศ.2569

ทวี เกศิสำอาง

ประธานกรรมการว่าด้วยความปลอดภัยของสินค้าและบริการ