ชัชชาติ ลุยลาดกระบัง ชูแผนแก้น้ำท่วม-จราจร เมิน IO ปั่นขัดแย้ง

ชัชชาติ ลุยลาดกระบัง ชูแผนแก้น้ำท่วม-จราจร เมิน IO ปั่นขัดแย้ง

ชัชชาติ ลุยลาดกระบัง ชูแผนแก้น้ำท่วม-จราจร เมิน IO ปั่นขัดแย้ง

วันจันทร์ ที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 18.18 น.

“ชัชชาติ”เบอร์ 9 ลงพื้นที่ลาดกระบัง ชูแผนแก้ปัญหาน้ำท่วม-จราจร เมินกระแส IO ปลุกปั่นความขัดแย้ง เจอ”ธีรรัตน์”พาผู้สมัคร ส.ก.เพื่อไทย Life หาเสียง แนะต้องทำงานหนัก ฟังเสียงจริงพื้นที่ “เผื่ออนาคตอาจได้ร่วมงานกัน”

1 มิถุนายน 2569 นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เบอร์ 9 พร้อมทีม “กรุงเทพฯ ทำงาน” ลงพื้นที่หาเสียงเขตลาดกระบัง พร้อมติดตามความคืบหน้าโครงการทางยกระดับลาดกระบัง โดยเดินพบปะประชาชนที่มาจับจ่ายซื้อของในช่วงวันหยุด บริเวณห้างสรรพสินค้าโรบินสัน ไลฟ์สไตล์ สุวรรณภูมิ บรรยากาศคึกคัก ประชาชนต้อนรับและขอถ่ายรูปเป็นกำลังใจ

นายชัชชาติ ให้สัมภาษณ์ว่า ลาดกระบังคือพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญของกรุงเทพฯ ที่มีขนาดใหญ่และมีประชากรหนาแน่น ตลอด 4 ปีที่ผ่านมา กทม.ได้เร่งแก้ไขปัญหาหลักของพื้นที่อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะโครงการทางยกระดับลาดกระบังฝั่งขาออกที่เปิดใช้งานแล้ว และฝั่งขาเข้าที่เตรียมเปิดเพิ่มเติมในวันที่ 3 มิ.ย.นี้ เพื่ออำนวยความสะดวกด้านการเดินทางของชาวลาดกระบัง นอกจากนี้ ในพื้นที่เคหะร่มเกล้ายังมีการก่อสร้างโรงพยาบาลและศูนย์กีฬาขนาดใหญ่ ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนโดยเฉพาะด้านสุขภาพและสังคม

สำหรับปัญหาหลักในพื้นที่ลาดกระบังยังคงเป็นเรื่องน้ำท่วม เนื่องจากการระบายน้ำต้องพึ่งพาคลองประเวศบุรีรมย์ที่มีสภาพคดเคี้ยว ดังนั้น จึงจำเป็นต้องเร่งผลักดันการก่อสร้างอุโมงค์ระบายน้ำเชื่อมคลองประเวศบุรีรมย์ไปยังบึงหนองบอน เพื่อเร่งระบายน้ำลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา ควบคู่กับการสร้างเขื่อนและขุดลอกคลองตลอดแนว และต้องพัฒนาโครงข่ายระบายน้ำในเส้นเลือดฝอยตามซอยและหมู่บ้านต่างๆ โดยอาศัยข้อบัญญัติใหม่ที่เปิดทางให้ กทม.สามารถเข้าไปดูแลระบบสาธารณูปโภคในพื้นที่ที่ถูกยกให้เป็นสาธารณะได้ครอบคลุมยิ่งขึ้น

ส่วนความกังวลต่อสถานการณ์ฝนตกหนักในช่วงนี้นั้น นายชัชชาติ ระบุว่า ตอนนี้ตนเองมีสถานะเป็นเพียงผู้สังเกตการณ์ แต่ไม่ได้รู้สึกกังวล เพราะได้วางระบบบริหารจัดการน้ำและติดตั้งเซ็นเซอร์ไว้ล่วงหน้าแล้ว ซึ่งระบบสามารถทำงานได้โดยอัตโนมัติ ไม่ขึ้นอยู่กับตัวบุคคล ดังนั้นต่อให้ตนเองไม่อยู่ ระบบก็ยังคงทำงานได้ และต้องชื่นชมทีมสำนักการระบายน้ำ กทม.ที่สามารถรับมือกับเหตุการณ์ฝนตกหนักกว่า 90 มิลลิเมตร เมื่อวานนี้ (31 พ.ค.) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นายชัชชาติ ยังได้กล่าวถึงกระแสโจมตีจาก IO บนโลกออนไลน์ ว่า ทุกฝ่ายควรเคารพความเห็นที่แตกต่าง เลิกตอบโต้กันด้วยความขัดแย้ง และหันมาแลกเปลี่ยนความเห็น เสนอนโยบายที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน ซึ่งสอดคล้องกับหลักประชาธิปไตยมากกว่า

ทั้งนี้ ในระหว่างการลงพื้นที่ นายชัชชาติ ได้พบกับ น.ส.ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่ากระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย น.ส.ชวัลพัชร สำเร็จวาณิชย์ ผู้สมัครฯ ส.ก.เขตลาดกระบัง กลุ่มเพื่อไทย Life ที่มาลงพื้นที่หาเสียงในช่วงเวลาเดียวกัน โดยนายชัชชาติได้พูดคุยกับ น.ส.ธีรรัตน์ ถึงการทำงานร่วมกันในอดีต พร้อมได้ให้คำแนะนำกับ น.ส.ชวัลพัชร ว่าต้องทำงานให้หนักและลงพื้นที่รับฟังเสียงประชาชนให้มาก เผื่อในอนาคตอาจจะได้ร่วมงานกัน ขณะเดียวกัน ยังได้แลกเปลี่ยนถึงประเด็นปัญหาในพื้นที่ร่วมกันด้วย ทั้งนี้ ในช่วงท้ายของการสนทนา น.ส.ธีรรัตน์ ได้กล่าวขอบคุณนายชัชชาติที่ได้แนะนำเรื่องการแก้ไขปัญหาในพื้นที่ พร้อมกล่าวว่า “ขอบคุณท่านผู้ว่าฯ มากค่ะ รักอิ่มก็ต้องรักน้องสาวอิ่มด้วยนะคะ” ขณะที่นายชัชชาติได้ให้กำลังใจกับทั้งคู่ เช่นเดียวกับที่ให้กำลังกับผู้สมัครหลายๆ คน ที่พบกันในระหว่างหาเสียง ทำให้บรรยากาศการหาเสียงในแต่ละพื้นที่เต็มไปด้วยมิตรภาพ

สรุปยอดผู้สมัคร กทม. 69 ชิงเก้าอี้ผู้ว่าฯ 18 คน – ส.ก. 258 คน

สรุปยอดผู้สมัคร กทม. 69 ชิงเก้าอี้ผู้ว่าฯ 18 คน - ส.ก. 258 คน

สรุปยอดผู้สมัคร กทม. 69 ชิงเก้าอี้ผู้ว่าฯ 18 คน – ส.ก. 258 คน

วันจันทร์ ที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 17.45 น.

กรุงเทพมหานคร (กทม.) สรุปผลการรับสมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) หลังจากเปิดให้ผู้ที่สนใจยื่นใบสมัครระหว่างวันที่ 28 พฤษภาคม ถึง 1 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา โดยข้อมูลล่าสุด ณ วันที่ 1 มิถุนายน 2569 เวลา 16.30 น. พบว่ามีผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร รวมทั้งสิ้น 18 คน และมีผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ก. ครบทั้ง 50 เขต รวมจำนวน 258 คน ซึ่งบรรยากาศการรับสมัครตลอดทั้ง 5 วันเต็มไปด้วยความคึกคัก ทั้งนี้ ทาง กทม. ได้เชิญชวนให้ประชาชนออกไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งภายใต้แคมเปญ “ทุกเสียงของคุณ กำหนดกรุงเทพฯ” โดยมีกำหนดการเข้าคูหากาบัตรลงคะแนนพร้อมกันในวันที่ 28 มิถุนายน 2569 นี้

เปิดโผ 18 รายชื่อ ผู้ท้าชิงเก้าอี้ “ผู้ว่าฯ กทม.”

สำหรับรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ทั้ง 18 หมายเลข ประกอบด้วย กลุ่มผู้สมัครอิสระเป็นส่วนใหญ่และผู้สมัครในนามพรรคการเมือง ได้แก่

หมายเลข 1 ม.ล.กรกสิวัฒน์ เกษมศรี (อิสระ)
หมายเลข 2 นายสมัย ละเลิศ (อิสระ)
หมายเลข 3 นายพงษ์ศักดิ์ พัวพรพงษ์ (อิสระ)
หมายเลข 4 นายประทีป วัชรโชคเกษม (อิสระ)
หมายเลข 5 นายอนุชา บูรพชัยศรี จากพรรคประชาธิปัตย์

หมายเลข 6 นายพิศาล กิตติเยาวมาลย์ (อิสระ)
หมายเลข 7 นายภาสพงศ์ ไชยวิริญญะวาณิชย์ (อิสระ)
หมายเลข 8 นายวีรพจน์ ลือประสิทธิ์สกุล (อิสระ)
หมายเลข 9 นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ (อิสระ)
หมายเลข 10 นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร จากพรรคประชาชน

หมายเลข 11 นายประยูร ครองยศ (อิสระ)
หมายเลข 12 พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช จากพรรคเศรษฐกิจ
หมายเลข 13 นายคมสัน พันธุ์ชาติกุล (อิสระ)
หมายเลข 14 นางมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข (อิสระ)
หมายเลข 15 นายโอฬาร ตั้งตราตระกูล (อิสระ)

หมายเลข 16 นางสาวศรีรัตน์ ช่างเพ็ชร์ (อิสระ)
หมายเลข 17 นางสาวลลนา มงคลหัสดินทร์ (อิสระ)
หมายเลข 18 นายสมชัย เจริญวรเกียรติ (อิสระ)

เจาะสนาม ส.ก. 50 เขต “คลองสามวา” แข่งเดือดสุด

ในส่วนผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร 50 เขต รวมทั่งสิ้น จำนวน 258 คน โดยมี 5 อันดับเขตที่ผู้สมัครมากที่สุด ดังนี้ คลองสามวา จำนวน 10 คน , คันนายาว จำนวน 9 คน , ภาษีเจริญ จำนวน 9 คน , ยานนาวา จำนวน 9 คน และ พญาไท จำนวน 7 คน

รัฐบาลการันตี! ร้านค้าร้านย่อยไทยช่วยไทยพลัส ไม่ต้องกังวลปมภาษีย้อนหลัง

รัฐบาลการันตี! ร้านค้าร้านย่อยไทยช่วยไทยพลัส ไม่ต้องกังวลปมภาษีย้อนหลัง

รัฐบาลการันตี! ร้านค้าร้านย่อยไทยช่วยไทยพลัส ไม่ต้องกังวลปมภาษีย้อนหลัง

วันจันทร์ ที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 17.09 น.

ร้านค้าร้านย่อย”ไทยช่วยไทยพลัส”อย่ากังวล รัฐบาลยืนยันไม่มีการส่งข้อมูลรายได้จากแอป”ถุงเงิน”ให้กรมสรรพกรคิดภาษีย้อนหลัง ย้ำดูรายได้ทั้งปี ไม่ใช่เฉพาะช่วงโครงการ

1 มิถุนายน 2569 นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า โครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส (60/40)” วันแรกกระแสตอบรับเป็นไปอย่างคึกคัก จากข้อมูล ณ เวลา 13.00 น. พบว่า มีประชาชนนำสิทธิไปใช้จ่ายจนเสร็จสมบูรณ์แล้วเป็นจำนวน 2,894,994 คน มียอดใช้จ่ายรวมสะสมอยู่ที่ 587.99 ล้านบาท ซึ่งเป็นการใช้จ่ายผ่านรูปแบบ “ร้านค้าปกติ”

นางสาวพลอยทะเล กล่าวต่อว่า สำหรับร้านค้าที่ลังเลใจและยังสับสนกังวลเรื่องการเข้าร่วมโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส (60/40)” จะถูกเรียกเก็บภาษีย้อนหลังนั้น รัฐบาลขอยืนยัน และให้ความมั่นใจกับร้านค้า “ไม่ต้องกังวลเรื่องการถูกเรียกเก็บภาษีย้อนหลัง เพราะร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการฯ ส่วนใหญ่เป็นร้านค้ารายเล็กถึงรายย่อย ซึ่งมักจะมีรายได้ตลอดทั้งปี ไม่ถึง 1.8 ล้านบาท จึงไม่เข้าเกณฑ์ที่น่าจะต้องกังวลเรื่องภาระภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) แต่อย่างใด”

ทั้งนี้ เกณฑ์การเสียภาษีจะดูรายได้เฉลี่ยทั้งปีเป็นหลัก ไม่ใช่แค่ช่วงที่เข้าร่วมโครงการฯ และมียอดขายพุ่งสูงขึ้นชั่วคราว ขอให้ร้านค้าอย่ากังวล อย่าหลงเชื่อข่าวเท็จที่มีการพูดกันปากต่อปาก รัฐบาลขอย้ำว่า ข้อมูลยอดขายในแอปถุงเงิน จะไม่ถูกส่งไปให้กรมสรรพากร เพื่อนำมาคิดภาษีย้อนหลังแบบเฉพาะเจาะจงอย่างแน่นอน ทั้งนี้ หากร้านค้ามีรายได้จากการขายสินค้าถึงเกณฑ์ขั้นต่ำที่สรรพากรกำหนด คือ ยอดขายรวมทุกช่องทาง ไม่ใช่แค่เฉพาะยอดจากโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส (60/40)” ก็มีหน้าที่ต้องยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาประจำปี

“ยอดรวมของร้านค้าที่ลงทะเบียนเสร็จสิ้นและกดสิทธิยอมรับเงื่อนไข (T&C) พร้อมให้บริการแล้ว มีจำนวนรวมทั้งสิ้น 853,004 ร้านค้า ซึ่งประกอบไปด้วยร้านค้าเดิมจำนวน 781,567 ร้านค้า และร้านค้าใหม่อีก 71,437 ร้านค้า นอกจากนี้ ยังมีร้านค้าอีกจำนวนหนึ่งที่อยู่ในกระบวนการเปลี่ยนผ่าน ได้แก่ กลุ่มที่อยู่ระหว่างรอการกดรับเงื่อนไข T&C 199 , 990 ร้านค้า และร้านค้าใหม่ที่อยู่ระหว่างการรอตรวจสอบ 3,620 ร้านค้า ทั้งนี้ มีร้านค้าที่สามารถสร้างยอดขายสำเร็จในระบบไปแล้ว 418,844 ร้านค้า” นางสาวพลอยทะเล ระบุ

สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ มัลลิกา ชูยึดหลักความมั่นคง นำทัพผู้ว่าฯ กทม.

สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ มัลลิกา ชูยึดหลักความมั่นคง นำทัพผู้ว่าฯ กทม.

สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ มัลลิกา ชูยึดหลักความมั่นคง นำทัพผู้ว่าฯ กทม.

วันจันทร์ ที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 15.54 น.

1 มิถุนายน 2569 นางมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ผู้สมัครผู้ว่ากรุงเทพมหานคร หมายเลข 14 ได้เข้าสักการะศาลหลักเมืองกรุงเทพฯ ก่อนที่จะเข้าถวายสักการะพระแก้วมรกต และพระสยามเทวาธิราช ที่พระบรมมหาราชวังวันนี้ พร้อมให้สัมภาษณ์ว่า ไม่ว่าจะทำกิจการงานใดก็จะเริ่มต้นในการสักการะศาลหลักเมือง และสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองคู่ประเทศชาติ เพราะอันหมายถึงหลักแห่งความมั่นคงทุกด้าน ทั้งทางชีวิต อาชีพการงาน และขวัญกำลังใจ

นางมัลลิกา กล่าวต่อว่า ความมั่นคงในทุกด้านนั้นเป็นสิ่งสำคัญ และเป็นหลักของตนมาโดยตลอด รวมทั้งความมั่นคงต่อจิตใจของพี่น้องประชาชน ที่จะทุ่มเทคะแนนให้เพื่อมีโอกาสได้ไปทำงานตอบแทนประเทศชาติบ้านเมือง โดยเริ่มต้นที่การบริหารการเมืองกรุงเทพมหานครอย่างมีคุณภาพ โดยหลักแล้วนอกจากระเบียบการบริหารราชการแผ่นดิน ซึ่งเป็นอำนาจของพระราชบัญญัติท้องถิ่นแล้ว ยังมีพระราชบัญญัติทางด้านความมั่นคง ที่ให้อำนาจผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ในฐานะผู้อำนวยการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในกรุงเทพฯ ได้ดูแลในเรื่องทั้งความมั่นคงในชีวิตทรัพย์สิน และอาชีพของพี่น้องประชาชนอีกด้วย

“จึงอยากแสดงสัญลักษณ์ให้เห็นด้วยว่า ความมั่นคงทางความเชื่อความศรัทธาและความมั่นคงทางด้านจิตใจเป็นสิ่งที่สำคัญแล้ว ยังดูแลความมั่นคงของชีวิตทรัพย์สินและอาชีพของประชาชน ซึ่งเป็นภารกิจของผู้นำเมืองที่เป็นมหานครอันใหญ่นี้ ดังนั้น หน้าที่ตามพระราชบัญญัติความมั่นคงนั้น ผู้ว่าฯ จึงมีทั้งอำนาจและหน้าที่ที่จะดูแลให้เกิดความสงบสุขด้วย” นางมัลลิกา กล่าว

ผู้กล่าวถามถึงเรื่องการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมหลังจากที่ฝนตกอย่างถล่มทลายเมื่อคืนนี้ และเกิดน้ำขังหลายจุด นางมัลลิกา กล่าวว่า มี 3 รายการ ซึ่งอยู่ในยุทธศาสตร์ที่ได้แจ้งเรื่องเกี่ยวกับการเตือนภัยการมอนิเตอร์ และการใช้ AI เรดาร์ X-Band ที่สามารถเชื่อมต่อกับทุกระบบ พร้อมคำสั่งการการเปิดปิดอัตโนมัติของประตูระบายน้ำต่างๆ ซึ่งแจ้งไปแล้ว นอกจากนั้น ก็จะเป็นการบูรณาการร่วมกันกับฝ่ายที่เกี่ยวข้องอย่างเป็นระบบ รองรับก่อนฤดูกาล และสำคัญอีกอย่างหนึ่งนั่นคือการจัดการที่พักน้ำ ซึ่งสามารถนำเอาเทคโนโลยีที่ผู้ว่าฯ อัศวิน เคยทำก่อนหน้านี้ คือการสร้างจุดพักน้ำใต้ดิน สามารถจัดการในพื้นที่กว้างของกรุงเทพฯ เอง และรณรงค์ให้พี่น้องประชาชนสามารถขุดเจาะลงไปประมาณ 2 เมตรกว่า ในบ้านเรือนของตนเอง เพื่อเป็นจุดพักน้ำใต้ดิน เก็บกักน้ำไว้ใต้ดินเหมือนแก้มลิงได้ เรื่องนี้ก็จะนำมาเสริมและเพิ่มเติมหลังจากที่มีปรากฏการณ์น้ำขังอย่างเห็นได้ชัด เนื่องจากไม่มีที่ระบายหรือระบายช้า

“ถ้าในส่วนที่ดีของผู้ว่าฯ คนใดที่ผ่านมา เราก็จะเก็บและต่อยอดและนำไปใช้ แต่ขณะเดียวกันในส่วนที่เราจะจะต้องปฏิรูปและปฏิบัติเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้น เพื่อไม่ต้องรอ เราก็จะทำได้ทันที ทั้งหมดนี้ก็เพื่อให้ตอบสนองต่อความเป็นอยู่ของประชาชน” นางมัลลิกา กล่าว

– 006

อนุชา ลุยต่อโรงกำจัดมูลฝอยอ่อนนุช ชี้จัดการขยะเมืองกรุงฯ ต้องทำเป็นระบบ

อนุชา ลุยต่อโรงกำจัดมูลฝอยอ่อนนุช ชี้จัดการขยะเมืองกรุงฯ ต้องทำเป็นระบบ

อนุชา ลุยต่อโรงกำจัดมูลฝอยอ่อนนุช ชี้จัดการขยะเมืองกรุงฯ ต้องทำเป็นระบบ

วันจันทร์ ที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 15.47 น.

อนุชา ลุยต่อโรงกำจัดมูลฝอยอ่อนนุช ชี้จัดการขยะเมืองกรุงฯ ต้องทำเป็นระบบ ลั่นไม่ได้มาแค่หาเสียง แต่แก้ไขปัญหาจริง-ทำระยะยาว

เมื่อวันที่ 1 มิ.ย.2569 ที่สำนักงานศูนย์กำจัดมูลฝอยอ่อนนุช เขตประเวศ กทม. นายอนุชา บูรพชัยศรี ผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ หมายเลข 5 พร้อมด้วย นายสกลธี ภัททิยกุล รองหัวหน้าพรรค ดูแลกรุงเทพมหานคร และสส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ และ นายธนวัฒน์ เชิดชูกิจสกุล ผู้สมัคร ส.ก. เขตสวนหลวง เบอร์ 5 เดินตรวจเยี่ยมโรงกำจัดขยะ พร้อมพูดคุยแลกเปลี่ยนเรื่องการบริหารจัดการขยะกทม. 

โดยนายอนุชา ให้สัมภาณ์ว่า วันนี้มาดูสภาพความเป็นจริงของการกำจัดขยะ ซึ่งเรามีอยู่ 2 จุด คือ หนองแขมและอ่อนนุช ปัญหาคือ เรื่องของกลิ่น และวันนี้ได้พูดคุยกับเอกชนและราชการ หารือเรื่องการทำระบบปิด ซึ่งเราต้องดูตั้งแต่ต้นทาง ส่วนเรื่องรถขยะเป็นอีกส่วนซึ่งเป็นของบริษัท เพราะไปรับตามหมู่บ้าน รถยังไม่ใช่ระบบปิดทั้งหมด พอมาถึงโรงงานก็ปิดยังไม่สมบูรณ์ สิ่งที่ต้องทำจากนี้คือ ต้องเอาระบบการตรวจที่ชัดเจน เช่น เรื่องของกลิ่น ต้องมีเครื่องตรวจวัดทางวิทยาศาสตร์ในอนาคต ส่วนเรื่องงบประมาณต้องมีการพูดคุยอีกครั้ง เราคงหาที่ถูกที่สุด แต่จะให้คนชอบที่สุดคงเป็นไปได้ยาก ทั้งนี้การวางแผนเรื่องอนาคตไม่ใช่เพียงคิดแค่ในวาระ 4 ปีของผู้ว่าฯกทม. จากนี้ไปการกำจัดขยะ ต้องทำให้เป็นระบบ ไม่ใช่เรื่องของวาระ แต่มองมากกว่านั้น คือ 5 ปี 10 ปี ซึ่งในความรู้สึกของตน เรื่องใหญ่เป็นเรื่องของโครงสร้าง ต้องมองภาพของสิ่งที่ควรจะเป็นมากกว่าที่จะเห็นผลหรือระยะสั้น อาจต้องตัดสินใจในเรื่องการก่อสร้าง ซึ่งต้องใช้มากกว่า 4 ปี ไม่ว่าจะเป็น 8 ปี 12 ปี ต้องตัดสินใจ

“แนวคิดของผม อะไรที่เป็นสิ่งที่ดีที่สุดเพื่อให้พี่น้องประชาชนอยู่ร่วมกับโรงงานกำจัดขยะในอนาคต ขยะมีหมื่นตันต่อวัน เราต้องมองว่าอะไรที่ดีที่สุดสำหรับกรุงเทพฯ อะไรที่ดีที่สุดสำหรับคนกรุงเทพฯ ผมในนามของพรรคประชาธิปัตย์และส.ก.อาสาเข้ามา เราไม่ได้มองแค่หาเสียง เรามาเพื่อแก้ไขปัญหาของจริง เรามองในระยะยาวเพื่อจะแก้ไขให้เกิดความยั่งยืนเรื่องของเมืองฟ้าอมร and more” นายอนุชา กล่าว 

นายอนุชา กล่าวด้วยว่า ระบบปิดอาจจะทำได้เลย ส่วนการเปลี่ยนเป็นพลังงานต้องใช้เวลา แต่ต้องเร่งดำเนินการ อีกเรื่องคือมวลชนสัมพันธ์ การทำความเข้าใจ จะได้ไม่ต้องชี้ว่าใครถูกใครผิด เอาเรื่องของค่าวัดเข้ามาดู หากใครค่าเกินเป็นมาตรฐานเท่าไหร่ จะต้องทำอย่างไรบ้าง ขยะไม่หายไปไหนต้องไปบริหารจัดการเพื่อเกิดความยั่งยืนและเบ็ดเสร็จ

ชัชชาติ พลิกโฉมสื่อหาเสียง กระจายรายได้สู่รถสองแถว-ตลาดชุมชนทั่วกรุง

ชัชชาติ พลิกโฉมสื่อหาเสียง กระจายรายได้สู่รถสองแถว-ตลาดชุมชนทั่วกรุง

ชัชชาติ พลิกโฉมสื่อหาเสียง กระจายรายได้สู่รถสองแถว-ตลาดชุมชนทั่วกรุง

วันจันทร์ ที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 15.02 น.

“ชัชชาติ”เปิดตัวสื่อหาเสียงกระจายรายได้ บนรถสองแถวและตลาดชุมชน พร้อมชวนศิลปินร่วมเปลี่ยน LED บิลบอร์ดเป็นงานศิลปะตลอดเดือน

1 มิถุนายน 2569 นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เบอร์ 9 โดยทีมชัชชาติ ได้เปิดตัวสื่อหาเสียงหลากหลายรูปแบบทั่วกรุงเทพฯ ทั้งป้ายติดรถสองแถว ป้ายไวนิลตามอาคาร ตลาด และย่านชุมชน เพื่อกระจายการสื่อสารไปให้ถึงผู้คนในชีวิตประจำวัน พร้อมกระจายรายได้ไปยังผู้ประกอบการและพื้นที่หลากหลายกลุ่มทั่วเมือง

สำหรับสื่อประเภท LED บิลบอร์ด ได้ชวนศิลปินเข้ามาร่วมออกแบบ เปลี่ยนพื้นที่โฆษณากลางเมืองให้กลายเป็นพื้นที่ศิลปะชั่วคราว สื่อสารทั้งแนวคิด “กรุงเทพฯ ทำงาน เมืองสร้างโอกาส ทีมชัชชาติสร้างความหวัง” และนโยบายด้านศิลปะสาธารณะ

แนวคิดนี้เชื่อมโยงกับนโยบาย City as Canvas ของทีมชัชชาติ ที่ต้องการเปิดพื้นที่เมืองให้ศิลปินรุ่นใหม่ได้สร้างสรรค์ผลงาน ไม่ว่าจะเป็นสถานี BRT ศาลารอรถเมล์ สะพานลอย ทางเดินยกระดับ ตู้บริการนักท่องเที่ยว หรือ Street Furniture ซึ่งในอนาคตยังสามารถเปิด Open Call ให้ศิลปิน นักออกแบบ นักศึกษา และชุมชน เข้ามาร่วมสร้างสรรค์งาน โดยมี กทม.ช่วยดูแลด้านการผลิต การติดตั้ง และความปลอดภัย เพื่อให้งานศิลปะใช้งานได้จริงและอยู่ร่วมกับเมืองได้อย่างสวยงาม

ป้ายหาเสียงประเภท LED บิลบอร์ดนี้จะหมุนเวียนจัดแสดงบนจอสัปดาห์ละ 2 – 3 จุด ตลอดทั้งเดือน โดยมีศิลปินหลากรุ่น หลายสไตล์ เข้าร่วมกว่า 20 คน

สัปดาห์แรกเริ่มด้วยผลงานของ Uninspired by Current Event ที่พัฒนาชิ้นงาน 3D Art จากแนวคิดและเนื้อหาของ 250+ นโยบายทีมชัชชาติ นำเสนอผ่านจอบริเวณจุดตัดถนนจตุรทิศ ทางพิเศษศรีรัช กับ ทางพิเศษเฉลิมมหานครและพื้นที่สยามสแควร์

ทีมชัชชาติ ระบุว่า การทำสื่อหาเสียงครั้งนี้เป็นเหมือนการทดลองนำ 1 ใน 250+ นโยบายมาปฏิบัติเห็นเป็นรูปธรรม และสอดคล้องไปกับวิสัยทัศน์การไม่ใช้ป้ายหาเสียงที่รบกวนพื้นที่ทางเท้า

– 006

‘อภิรักษ์’ การันตี ‘อนุชา’ เหมาะนั่งผู้ว่าฯ กทม.

'อภิรักษ์' การันตี 'อนุชา' เหมาะนั่งผู้ว่าฯ กทม.

‘อภิรักษ์’ การันตี ‘อนุชา’ เหมาะนั่งผู้ว่าฯ กทม.

วันจันทร์ ที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 14.57 น.

นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน อดีตผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้ส่งคลิปวิดีโอสื่อสารไปยังสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ เพื่อแสดงความยินดีและสนับสนุนมติพรรคที่ส่ง นายอนุชา บูรพชัยศรี ลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร โดยระบุว่า ตนเองมีความคุ้นเคยและรู้จักกับนายอนุชามานานกว่า 20 ปี

นายอนุชาเคยดำรงตำแหน่งเป็นทั้งที่ปรึกษาและคณะทำงานของตนในช่วงที่นายอภิรักษ์ทำหน้าที่ผู้ว่าฯ กทม. อีกทั้งยังเคยทำงานร่วมกันในฐานะ ส.ส. พื้นที่เขต 2 (คลองเตย, วัฒนา, บางคอแหลม, ยานนาวา, สาทร) จึงได้เห็นความสามารถในการทำงานร่วมกับทุกภาคส่วนมาโดยตลอด

ชู 3 คุณสมบัติเด่น เหมาะสมนั่งเก้าอี้ผู้นำเมืองหลวง

นายอภิรักษ์ ได้เน้นย้ำถึงคุณสมบัติเด่น 3 ประการของนายอนุชา ที่มีความเหมาะสมอย่างยิ่งกับการเป็นผู้นำบริหารเมืองหลวง ได้แก่

ประสบการณ์รอบด้าน ผ่านการทำงานทั้งจากภาคเอกชนในฐานะผู้บริหาร และภาคการเมืองในฐานะอดีต ส.ส. (ทั้งแบบแบ่งเขตและบัญชีรายชื่อ) รวมถึงเคยทำงานในฝ่ายบริหารระดับรัฐบาล ทำให้มีความเข้าใจในกลไกการประสานงานระหว่างกระทรวงต่าง ๆ กับ กทม. เป็นอย่างดี

มุ่งมั่นและทุ่มเท เป็นผู้ที่ทำงานหนัก เข้าถึงง่าย และลงพื้นที่ทำงานร่วมกับประชาชนอย่างต่อเนื่องตลอดหลายปีที่ผ่านมา

วิสัยทัศน์ร่วมสมัย เปิดรับและพร้อมนำเทคโนโลยีใหม่ ๆ มาประยุกต์ใช้ในการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน เพื่อนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงและพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืน

เป้าหมาย “กทม. เมืองน่าอยู่” และส่งกำลังใจสู้ศึกเลือกตั้ง

นอกจากนี้ นายอภิรักษ์ยังได้แสดงความเชื่อมั่นว่า นายอนุชาจะสามารถพัฒนากรุงเทพฯ ให้เป็นเมืองที่น่าอยู่สำหรับทุกคน ไม่ว่าจะเป็นชาวกรุงเทพฯ ดั้งเดิม ผู้ที่เข้ามาศึกษาเล่าเรียน ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ตลอดจนนักท่องเที่ยวและนักลงทุนต่างชาติ

ท้ายคลิป นายอภิรักษ์ ได้ส่งกำลังใจให้แก่นายอนุชา, นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ, นายสกลธี ภัททิยกุล, คณะทำงานรณรงค์หาเสียง รวมถึงผู้สมัครสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) ทั้ง 50 เขต ให้ประสบความสำเร็จในการเลือกตั้งครั้งนี้ เพื่อกลับมารับใช้พี่น้องชาวกรุงเทพมหานครต่อไป

รร.เตรียมทหาร แจงชัด! ผู้ปกครองแชร์ภาพบุตรหลานได้ปกติ ไม่มีการลงโทษ

รร.เตรียมทหาร แจงชัด! ผู้ปกครองแชร์ภาพบุตรหลานได้ปกติ ไม่มีการลงโทษ

รร.เตรียมทหาร แจงชัด! ผู้ปกครองแชร์ภาพบุตรหลานได้ปกติ ไม่มีการลงโทษ

วันจันทร์ ที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 14.28 น.

รร.เตรียมทหาร ยืนยัน ข่าวห้ามแคปภาพไม่จริง ผู้ปกครองรับชมได้ตามปกติ ย้ำไม่มีการลงโทษนักเรียนแต่อย่างใด

1 มิถุนายน 2569 โรงเรียนเตรียมทหาร ได้เผยแพร่คำชี้แจงถึงผู้ปกครองนักเรียนเตรียมทหารชั้นปีที่ 1 และชั้นปีที่ 2 กรณีมีกระแสข้อมูลเผยแพร่ว่า หากมีการแคปเชอร์ (Capture) หรือดึงภาพจากเฟซบุ๊กของโรงเรียนไปส่งต่อ หรือใช้ประกอบกิจกรรมใดๆ เพิ่มเติม อาจมีการสั่งลงโทษนักเรียน โดยทางโรงเรียนยืนยันว่า ข้อมูลดังกล่าวไม่เป็นความจริง

โรงเรียนเตรียมทหาร ได้แจ้งถึงผู้ปกครองว่า ในนามของผู้ดูแลเพจ ขอเรียนชี้แจงและประชาสัมพันธ์ให้ทราบว่า กรณีมีผู้พยายามให้ข้อมูลว่าการแคปเชอร์ (Capture) หรือดึงภาพจากที่เผยแพร่ในเฟซบุ๊กไปส่งต่อ หรือดำเนินกิจกรรมใดๆ เพิ่มเติม จะส่งผลให้มีการลงโทษนักเรียนนั้น เป็นข้อมูลที่คลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริง

ทั้งนี้ โรงเรียนเตรียมทหาร ระบุว่า ช่องทาง Facebook ของโรงเรียนจัดทำขึ้นเพื่อเป็นสื่อประชาสัมพันธ์กิจกรรมต่างๆ ของนักเรียนเตรียมทหารทั้ง 2 ชั้นปี และเพื่อให้การสื่อสารมีความเป็นสากลมากยิ่งขึ้น ผู้ปกครองทุกท่านสามารถรับชมข้อมูล ข่าวสาร และภาพกิจกรรมต่างๆ ได้อย่างเปิดเผย เพื่อร่วมชื่นชมและภาคภูมิใจในกิจกรรมของบุตรหลาน

โรงเรียนยังยืนยันเพิ่มเติมว่า กรณีที่มีผู้เผยแพร่ข้อมูลว่าโรงเรียนมีข้อห้ามเกี่ยวกับการแคปเชอร์ (Capture) รูปภาพที่เผยแพร่ผ่านช่องทาง Facebook ของโรงเรียนนั้น ไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด เนื่องจากโรงเรียนไม่ได้กำหนดข้อห้ามดังกล่าว และไม่มีนโยบายหรือคำสั่งลงโทษนักเรียนในกรณีดังกล่าว จึงขอความกรุณาผู้ปกครองและผู้ที่เกี่ยวข้องอย่าหลงเชื่อข้อมูลที่ไม่ตรงกับข้อเท็จจริง และขอให้รับฟังข้อมูลจากช่องทางประชาสัมพันธ์อย่างเป็นทางการของโรงเรียนเป็นหลัก เพื่อป้องกันความสับสนและความเข้าใจคลาดเคลื่อนที่อาจเกิดขึ้น

กระตุ้นซื้อขายคึกคัก! เอกนิติ ลงพื้นที่ติดตามไทยช่วยไทยพลัส

กระตุ้นซื้อขายคึกคัก! เอกนิติ ลงพื้นที่ติดตามไทยช่วยไทยพลัส

กระตุ้นซื้อขายคึกคัก! เอกนิติ ลงพื้นที่ติดตามไทยช่วยไทยพลัส

วันจันทร์ ที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 14.16 น.

1 มิถุนายน 2569 นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง พร้อมด้วย นายอาร์ชวัส เจริญศิลป์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการคลัง และ นายผยง ศรีวณิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย ลงพื้นที่ตรวจติดตามความพร้อมของการดำเนินโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส 60/40” ณ ตลาดสดธนบุรี ถนนบรมราชชนนี ในวันแรกของการเปิดให้ประชาชนใช้สิทธิ เพื่อประเมินความพร้อมของร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ ระบบการชำระเงิน และการให้บริการในพื้นที่จริง

ในการนี้ คณะผู้บริหารได้พบปะประชาชนและผู้ประกอบการร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ พร้อมรับฟังข้อคิดเห็น ปัญหา และข้อเสนอแนะจากผู้ใช้บริการและผู้ประกอบการ รวมทั้งติดตามการทำงานของระบบและกระบวนการให้บริการ เพื่อให้การดำเนินโครงการเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ สะดวก รวดเร็ว และตอบสนองความต้องการของประชาชนได้อย่างทั่วถึง ซึ่วพบว่าในวันแรกนี้มีการซื้อขายใช้สิทธิ์ผ่านโครงการกันอย่างคึกคัก

นายเอกนิติ ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนเกี่ยวกับภาพรวมการดำเนินโครงการในวันแรก โดยได้เน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการกระตุ้นเศรษฐกิจ เพิ่มกำลังซื้อให้แก่ประชาชน และสนับสนุนผู้ประกอบการรายย่อยทั่วประเทศ ผ่านมาตรการที่ช่วยส่งเสริมการใช้จ่ายและสร้างการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจในระดับชุมชน

ทั้งนี้ การลงพื้นที่ดังกล่าวสะท้อนถึงการติดตามและกำกับการดำเนินงานอย่างใกล้ชิดของกระทรวงการคลังและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ประชาชนสามารถใช้สิทธิภายใต้โครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” ได้อย่างราบรื่น และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อเศรษฐกิจของประเทศ

– 006

นายกฯ โพสต์กระตุ้น ปชช.ใช้ไทยช่วยไทยพลัส

นายกฯ โพสต์กระตุ้น ปชช.ใช้ไทยช่วยไทยพลัส

นายกฯ โพสต์กระตุ้น ปชช.ใช้ไทยช่วยไทยพลัส

วันจันทร์ ที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 14.11 น.

นายกฯ โพสต์กระตุ้น ปชช.ใช้ไทยช่วยไทยพลัส 

เมื่อวันที่ 1 มิ.ย.2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย โพสต์เฟซบุ๊กกระตุ้นให้ประชาชนจับจ่ายใช้สอยในโครงการไทยช่วยไทยพลัสที่เริ่มวันนี้ (1 มิ.ย.) วันแรกว่า “ไทยช่วยไทยพลัสเริ่มแล้ว อย่าลืมออกไปจับจ่ายใช้สอยกันตามส่วน 60/40 นะครับ”