นายกฯนั่งเซ็นเอกสาร ชง ‘ครม.สัญจรสงขลา’พรุ่งนี้ เห็นชอบหลักการประกันภัยพิบัติปชช.ทั่วปท.ครอบคลุมเหตุ ‘ดินโคลนถล่ม-น้ำท่วม-แผ่นดินไหว’

31 สิงหาคม 2569 เวลา 21:56 น.

นายกฯนั่งเซ็นเอกสาร ชง ‘ครม.สัญจรสงขลา’พรุ่งนี้ เห็นชอบหลักการประกันภัยพิบัติปชช.ทั่วปท.ครอบคลุมเหตุ ‘ดินโคลนถล่ม-น้ำท่วม-แผ่นดินไหว’

เมื่อเวลา 21.10 น.วันที่ 31 สิงหาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างรับประทานอาหารเย็นร่วมกับคณะรัฐมนตรี(ครม.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ได้นั่งเซ็นเอกสารที่จะใช้ในการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่(ครม.สัญจร) ครั้งที่ 1/2569 ในวันที่ 1 ก.ย.นี้ โดยเป็นเอกสารวาระเรื่องประกันภัยพิบัติ ให้กับประชาชนทั่วประเทศ อาทิ กรณีดินโคลนถล่ม น้ำท่วมและแผ่นดินไหว เป็นต้น

ทั้งนี้ในที่ประชุมครม. สัญจรจะเห็นชอบในหลักการ อย่างไรก็ตาม ทุนประกันต้องน้อยกว่าที่รัฐบาลจ่ายเงินเยียวยา​น้ำท่วมในแต่ละปี และพี่น้องประชาชนจะต้องได้เงินช่วยเหลือเร็วขึ้น แต่รายละเอียดจะเป็นรูปแบบไหน จ่ายทุนประกันเท่าไหร่ ต้องนำไปพิจารณาอีกครั้ง หลังจาก ครม.เห็นชอบในหลักการแล้ว แต่เบื้องต้นคาดว่าจะต้องมีการแก้ไขกฎกระทรวง

ครม.สัญจรสงขลาอนุทิน ชาญวีรกูล

‘ไอซ์ รักชนก’ โชว์หมายศาล ถูก บ. Plan B Media ฟ้อง เผย เตรียมยื่น ป.ป.ช. สอบโครงการ TH-Ai passport

31 สิงหาคม 2569 เวลา 21:03 น.

ไอซ์ รักชนก

วันนี้ 31 สิงหาคม 2569 รักชนก ศรีนอก หรือที่ทุกคนรู้จักกันในชื่อของ ไอซ์ รักชนก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน โพสต์เฟซบุ๊กว่าตนเองได้รับหมายศาลจากบริษัท Plan B Media แล้ว หลังจากที่บุคคลอื่น ๆ ทยอยโดนคดีไปก่อนหน้านี้ พร้อมกันนี้ยังประกาศเตรียมเดินหน้ายื่นเรื่องต่อ ป.ป.ช. เพื่อตรวจสอบโครงการรัฐในวันพรุ่งนี้ทันที โดยมีข้อความทั้งหมดว่า “รอตั้งนานนนน นึกว่ารอบนี้จะตกขบวน พี่แม๊ก พี่ป้อม คุณการดี โดนกันไปคนละคดีแล้ว วันนี้ตาไอซ์บ้างสักที แต่อาจจะพิเศษกว่าคนอื่นๆหน่อย เพราะเป็นหมายศาลจาก Plan B Media
ไม่ต้องเก็บทรงกันแล้วนะคะ บริษัท สี นํ้ า เ งิ น

ปล. พรุ่งนี้ 9 โมง ไอซ์จะไปยื่นร้อง ปปช ในโครงการ TH-Ai passport AiPassth ส่อทุจริต ส่อล็อคสเปค ส่อฮั้วประมูล แม้รู้ว่าปลายทางจะเป็นยังไง แต่ก็จะสู้ไม่ถอยค่ะ”

ไอซ์ รักชนก

หลังจากที่โพสต์ของ ไอซ์ รักชนก เผยแพร่ลงมาบนโลกออนไลน์ได้ไม่นาน ทำเอาชาวเน็ตต่างก็เข้าไปคอมเมนต์แสดงความคิดเห็นกันเป็นจำนวนมาก เช่น

“สู้ๆนะคะ”

“ชัดขนาดนี้”

“โจทก์อุทธรณ์อะนะครับ”

“สู้ๆครับเพื่อประชาชนตาสีตาสา”

“สู้ๆๆๆๆ ประชาชน”

“แม้ บ. นี้จะมีโฆษณามาก แต่ผมจะลดการใช้สินค้าที่ บ.นี้รับงานไว้ให้มากที่สุดละกัน”

“เป็นกำใจให้ค่ะ สสไอร์”

“สู้ๆนะเจ๋ เป็นกำลังใจให้เสมอ ยังไงผมก้อเลือกพรรคส้มยุดี”

ไอซ์ รักชนก
ไอซ์ รักชนก
ไอซ์ รักชนก

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก เฟซบุ๊ก รักชนก ศรีนอก – Rukchanok Srinork

Plan B Mediaรักชนก ศรีนอกหมายศาลไอซ์ รักชนก

‘กรณ์’ ชี้ช่องโหว่ พ.ร.ก. เงินกู้ เสี่ยงโอนงบเปลี่ยนผ่านพลังงานมาแจกประชาชน

31 สิงหาคม 2569 เวลา 20:41 น.

กรณ์

วันนี้ 31 สิงหาคม 2569 นายกรณ์ จาติกวณิช สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ เกี่ยวกับ พรก. เงินกู้ ที่ถูกแบ่งออกเป็นสองส่วนหลักคือการเยียวยาประชาชนและการเปลี่ยนผ่านพลังงาน พร้อมออกโรงเตือนรัฐบาลให้ระมัดระวังการใช้งบประมาณท่ามกลางวิกฤติหนี้สาธารณะที่จ่อชนเพดาน โดยมีข้อความทั้งหมดว่า “พรก. เงินกู้ถูกแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ 200,000 ล้านแรก เพื่อ ‘เยียวยาประชาชน‘ ส่วน 200,000 บ้านหลังเพื่อ ’เปลี่ยนผ่านพลังงาน’ ไปสู่การพึ่งพาการใช้นํ้ามันและแก๊สน้อยลง

แต่น้อยคนรู้ว่ามีหนึ่งมาตราในกฎหมายที่เขียนเปิดช่องให้รัฐบาลสามารถโยกการใช้เงินกู้ระหว่างสองภารกิจนี้ได้โดยไม่ต้องขอสภาฯ! (มาตรา 6) และเนื่องจากการออก พรก. ทำได้ก็เพราะรัฐบาลอ้างว่ามีเหตุต้องรีบใช้เงิน จึงมีเงื่อนไขในกฎหมายว่าต้องกู้ก่อนสิ้นเดือนกันยายนปีหน้า คราวนี้ตามจริงหากรัฐบาลต้องการ ’เปลี่ยนผ่านพลังงาน‘ จริงสิ่งที่รัฐบาลควรทำคือปรับกติกาให้เอกชนลงทุนในพลังงานหมุนเวียนได้โดยสะดวก และลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน (เช่น smart grid) ที่จะรองรับการซื้อขายไฟฟ้าที่เอกชนผลิตได้ แต่สิ่งที่รัฐบาลไม่ควรเน้น คือการ ‘ซื้อของ‘ เพราะหากเงื่อนไขการลงทุนดีพอ เอกชน (และประชาชน) ก็จะสามารถเข้าถึงแหล่งเงินเองได้ แต่ผมเชื่อว่าเราจะเห็นแผนการใช้เงินเป็นเรื่อง ’ซื้อของ‘ เป็นส่วนใหญ่ เพราะง่าย และเพราะเหตุผลอื่นที่ทุกคนคงคิดเองได้
แต่แม้แต่การซื้อของก็ต้องใช้เวลา อย่างที่รัฐบาลบอกว่าจะอุดหนุนประชาชน 500,000 ถึง 1 ล้านครัวเรือนให้ติดตั้ง solar rooftop นั้น เกือบจะเป็นไปไม่ได้ที่จะดำเนินการได้ใน 1 ปีตามอายุของพรก.

กรณ์

ปีที่แล้วทั้งปีมีการติดตั้ง Solar rooftop เพียง 100,000 ครัวเรือน ปีนี้มากสุด อาจจะถึง 140,000 ครัวเรือน ดังนั้นหากปีหน้าทำได้ 200,000 ครัวเรือน (ยากมาก) ก็ยังจะพลาดเป้าไปอีกไกล ตามจริงคือ inverter ไม่มีพอ และแรงงานติดตั้งก็มีจำกัด

วันนี้เห็นข่าวรัฐบาลปลาบปลื้มกับผลสำรวจว่าประชาชนชอบโครงการ ’ไทยช่วยไทย’ (ไม่แปลก เพราะ ‘ประชา‘ มักจะนิยม ’ประชานิยม‘ อยู่แล้ว) และรัฐบาลมีการพูดถึง ’รอบสาม’ โครงการนี้แล้ว
ผมจึงขอทำนายว่ามีโอกาสสูงมากที่เราจะได้เห็นรัฐบาลโอนเงินกู้ส่วนที่อ้างไว้ว่าจะใช้ในการเปลี่ยนผ่านพลังงาน มาแจกประชาชนแทน โดยเฉพาะในช่วงนี้ที่รัฐบาลเจอวิกฤติศรัทธา จากประเด็นต่างๆเช่นของแพง ราคาพืชผลตกตํ่า ฮั้ว สว. โกงข้อสอบ และอื่นๆ

ผมเคยพูดว่ายุคนี้คือยุค ’การเมืองชนะการคลัง‘ ซึ่งเป็นเรื่องอันตรายในยุคที่เราขาดดุลงบประมาณ ขาดดุลการค้า และขาดดุลบัญชีเดินสะพัดพร้อมกันเป็นครั้งแรกในรอบหลายปี
ขอให้รัฐบาลคิดให้ดี หนี้ของประเทศจะชนเพดานอยู่แล้ว ควรใช้เงินด้วยความระมัดระวัง”

กรณ์

หลังจากที่โพสต์ของ กรณ์ จาติกวณิช เผยแพร่ลงมาบนโลกออนไลน์ ทำเอาชาวเน็ตต่างก็เข้าไปคอมเมนต์แสดงความคิดเห็นกันเป็นจำนวนมาก เช่น

“ฝ่ายค้านที่เข้มแข็ง น่าจะเป็นความหวังเดียวของประชาชน ณ ตอนนี้ครับ”

“รอดูว่ารัฐบาลจะมีโครงการเปลี่ยนผ่านพลังงานว่ามีข้อกำหนดอะไรก่อนมาวิจารณ์ไม่ดีกว่าหรือครับ ทุกคนรู้รัฐบาลไม่มีเงินพอจากงบประมาณปี70 งบลงทุนก้อนนี้จะมาช่วยโครงการเร่งด่วนอะไรได้บ้าง เช่น โรงงานผลิตแผงโซลาร์เซลล์ในเมืองไทยมีอยู่แล้ว รถ EV ที่ใช้สำหรับบริการสาธารณะที่ผลิตในประเทศมีหลายโรงงานเร่งเปลี่ยนผ่านให้เร็วขึ้นโดยกำหนดวัสดุในประเทศเป็นสัดส่วนเพิ่มขึ้นก็ทำได้ รออีกไม่เกินสามเดือนน่าจะเห็นความคืบหน้าแล้วค่อยวิจารณ์ก็ยังไม่สายนะครับ”

“รัฐบาลไม่สนใจคำทักท้วงใด ๆ หรอก ต้องการเอาคะแนนจากประชาชน ระดับล่าง ซึ่งบางกลุ่มไม่ได้เสียภาษีด้วยซ้ำรอการ ลดแลก แจก แถม จากรัฐบาล แถมอาจมีเบื้องหน้าเบื้องหลังในนโยบายหรือโครงการสำคัญๆ”

“ประชานิยม=สังเภท ก็เหมาะกับ เพื่อไทย เลือกที่รักมักที่ชัง ประชาธิปัตย์=แตกแยก+แตกต่าง คนก็ไม่ใช่ผีก็ไม่เชิง fa’mous รทสช เน้นแตกหัก ถ้าเกลียดมันมาก ก็เลือกเรา”

“ใครจะติดตั้ง solar roof เป็นล้านหรือแสนๆหลังในหนึ่งปีได้ .. การติด solar roof คือติดตั้งเพื่อความคุ้มทุนระยะยาว .. โครงการแบบนี้มันใช้เวลาหลายปีกว่าจะถึงเป้าหมาย มันเลยไม่ควรเป็น พรก เพราะเหตุผลนี้ตั้งแต่แรก! .. เงินคงไปลงในโครงการของหน่วยราชการ เช่นเครื่องสูบน้ำพลังงานสะอาด .. สีเขียว ลดโลกร้อน อัจฉริยะ .. มันก็จะห้อยท้ายประมาณนี้ .. สุดท้ายมันก็เอางบไปใช้อย่างไม่คุ้มค่า .. ยังไม่นับรวมถึงว่าปีต่อๆไปจะขายไฟคืนได้ราคาเท่าไหร่ .. ตัว transformer สามารถรองรับการซื้อไฟคืนได้แค่ไหน .. เดี๋ยวก็จะมีโครงการเพิ่มประสิทธิ์ภาพ เพิ่มขนาดของ transformer อีกแน่ซึ่งการไฟฟ้าเค้าน่าจะวางแผนไว้ประมาณการณ์ไว้แล้ว แต่มันใช้เวลาหลายปี!”

กรณ์
กรณ์

ขอขอบคุณข้อมูลแลพภาพจาก เฟซบุ๊ก กรณ์ จาติกวณิช – Korn Chatikavanij

กรณ์ จาติกวณิชการเมืองพ.ร.ก.กู้เงินพ.ร.ก.เงินกู้เงิน

อนุทิน แจมวงดนตรี โชว์เป่าแซกโซโฟนเพลง Fly Me to the Moon ก่อนเดินเมืองเก่าสงขลา

31 สิงหาคม 2569 เวลา 20:34 น.

‘อนุทิน’แจมวงดนตรี โชว์เป่าแซกโซโฟนเพลง ‘Fly Me to the Moon’ ก่อนเดินเมืองเก่าสงขลา เล็งนำสายไฟลงดิน ก่อนตีกลอง ลั่นฆ้องขอพรเจ้าพ่อกวนอู เล่นมุข‘ไม่อยากตีเลยเดี๋ยวเข้าหน้าอีก’

วันที่ 31 สิงหาคม 2569 เวลา 18.37 น.ที่ชุมชนย่านเมืองเก่าสงขลา อำเภอเมืองสงขลา จังหวัดสงขลา นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย พร้อมด้วยคณะรัฐมนตรี(ครม.)เดินเยี่ยมชมและติดตามการขับเคลื่อนการเสนอเมืองเก่าสงขลาขึ้นทะเบียนมรดกโลก

โดยนายกฯเดินทางมายังสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ภาคใต้ (CEA ภาคใต้) และ TCDC สงขลา ซึ่งเป็นห้องสมุดชุมชน และงานศิลปะหมุนเวียน หรือ Creative Wellness&Tourism Hub เพื่อเยี่ยมชมสถานที่ ก่อนจะเจอกับกลุ่มนักดนตรีที่มาแสดงดนตรีต้อนรับ โดยนายกฯได้แวะร่วมเป่าแซกโซโฟน เพลง “Fly Me to the Moon” เป็นเพลงแจ๊สป๊อปอมตะที่แต่งโดยบาร์ท ฮาวเวิร์ด ในปี ค.ศ. 1954 ซึ่งฉบับที่โด่งดังและเป็นที่รู้จักมากที่สุดคืองานร้องโดย แฟรงก์ ซินาตร้า ซึ่งเมื่อนายกฯเป่าแซกโซโฟนจบเพลง บอกกับกลุ่มนักดนตรีว่า ”ผมอ่อนซ้อมไปหน่อย“ จากนั้นสักการะพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 6 ตรงบริเวณด้านข้างธนาคารออมสินสาขาเมืองสงขลา

โดยระหว่างเดินพบปะประชาชนชาวสงขลา และอปพร.สงขลาได้มารอต้อนรับและทักทายพร้อมผูกผ้าขาวม้าให้ ก่อนที่นายกฯจะเดินต่อมาเจอกับ นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม พร้อมกล่าวว่า “ผมมาล่วงหน้ามาสำรวจให้นายกฯ” ซึ่งนายกฯได้นำผ้าขาวม้าที่ประชาชนปลูกให้ที่เอว ไปผูกเอวให้กับนายยศชนัน พร้อมกับยืนกินชาไทย และขนมเจาะหู ซึ่งเป็นขนมพื้นบ้านของจังหวัดสงขลา

ก่อนที่จะเดินมายังโรงสี “หับ โห้ หิ้น” โดยนายกฯได้พูดคุยทักทายกับเจ้าของโรงสี ก่อนชมการแสดงหุ่นกระบอก พร้อมถ่ายรูปเป็นที่ระลึก ทั้งนี้ระหว่างเดินเยี่ยมชมย่านเมืองเก่า นายกฯยังกล่าวด้วยว่าเดี๋ยวถ้ามีการนำสายไฟฟ้าลงดินจะดียิ่งกว่าเดิม

ต่อมานายกฯ เดินมายังศาลเจ้าพ่อกวนอู และเทน้ำชาร้อนถวาย พร้อมสักการะขอพร โดยเจ้าหน้าที่นำไม้ตีกลองมาให้นายกฯ ซึ่งนายกฯได้รับไม้กลองพร้อมกล่าวว่า “ ไม่อยากตีเลยเดี๋ยวเข้าหน้าอีก” ซึ่งนายกฯตีกลองและตีฆ้อง เพื่อความเป็นสิริมงคล

จากนั้นนายกฯ เยี่ยมชมกิจกรรมเมืองสร้างสรรค์ด้านอาหาร Gastronomy ที่โรงแรมลา กูน่า แกรนด์ แอนด์ สปา สงขลา ตำบลพะวง อำเภอเมืองสงขลา จังหวัดสงขลา พร้อมรับประทานอาหารเย็นร่วมกับคณะรัฐมนตรี (ครม.)ก่อนพักค้างคืนที่จังหวัดสงขลา และในวันที่ 1 ก.ย.นายกฯ เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ (ครม.สัญจร)ครั้งที่ 1/2569

ภาคใต้อนุทิน ชาญวีรกูล

วันนอร์ ชี้ความสงบเป็นหัวใจ หากไม่มีความปลอดภัย ก็แก้ไฟใต้ลำบาก

31 สิงหาคม 2569 เวลา 20:24 น.

“วันนอร์” ชี้ความสงบเป็นหัวใจ – หากไม่มีความปลอดภัยก็แก้ไฟใต้ลำบาก เผยตั้ง คกก.บูรณาการทุกภาคส่วน รวมพลัง มท. ทหาร ตำรวจ แก้ปัญหาแล้ว

วันที่ 31 สิงหาคม 2569 เวลา 18.30 น. นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ในฐานะที่ปรึกษาคณะกรรมการผู้แทนพิเศษของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้กล่าวภายหลังร่วมประชุมรับฟังความคิดเห็นต่อการแก้ไขปัญหาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ (ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส) ณ ศาลากลางจังหวัดสงขลา ตำบลบ่อยาง อำเภอเมืองสงขลา จังหวัดสงขลา ว่า หลังตนได้รับฟังความคิดเห็น ก็จะไปรวบรวมข้อเสนอ ที่จังหวัดต่างๆเสนอเข้ามา

ผู้สื่อข่าวถามว่าจะมีมาตรการอะไรที่ชัดเจนหรือไม่ นายวันมูหะมัดนอร์ กล่าวว่า นายกฯ ต้องการให้เกิดความสงบ เพราะถ้าไม่มีความสงบและความปลอดภัยสิ่งต่างๆก็ทำลำบาก ความสงบเป็นหัวใจในสิ่งที่เราต้องการ ส่วนข้อเสนอในเรื่องการพัฒนาต่างๆ นายกฯ ก็คงมีการตั้งงบประมาณ ต่างๆขึ้นมา

ผู้สื่อข่าวถามถึงข้อเสนอที่เคยบอกว่า อยากให้มีคณะกรรมการที่บูรณาการทุกภาคส่วนเข้าด้วยกัน ตอนนี้มีการตั้งแล้วหรือยัง นายวันมูหะมัดนอร์ กล่าวว่า มีแล้ว เรียกว่าคณะกรรมการรวมพลังกัน ทั้งฝ่ายปกครองกระทรวงมหาดไทย ทหาร ตำรวจ

เมื่อถามว่า ในการประชุมวันนี้มีการหารือเรื่องกรอบการพูดคุยสันติสุขหรือไม่ นายวันมูหะมัดนอร์ กล่าวว่า นาย
ฐนัตถ์ สุวรรณานนท์ หัวหน้าคณะพูดคุยเพื่อสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ ระบุว่าจะมีการพูดคุยเจรจา ภายในต้นเดือนกันยายนนี้

3จังหวัดชายแดนใต้ชายแดนใต้วันมูหะมัดนอร์ มะทา

สถ.ปิดจบ ปมโกงสอบท้องถิ่น เชือดจบ 3,868 ราย ไร้ผู้ฟ้องร้องดำเนินคดีนายก อปท.

31 สิงหาคม 2569 เวลา 20:15 น.

“สถ.” ปิดจบ ปมโกงสอบท้องถิ่น เชือดจบ 3,868 ราย ไร้ผู้ฟ้องร้องดำเนินคดีนายก อปท.

วันที่ 31 สิงหาคม 2569 นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร รองปลัดกระทรวงมหาดไทย รักษาราชการแทน อธิบดี สถ. เปิดเผยว่า กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น หรือ สถ. ปิดจบ กรณีแก้ไขคะแนนสอบท้องถิ่น สรุปตัวเลขผู้มีการแก้ไขคะแนนสอบ 5,925 ราย ในจำนวนนี้ บรรจุแล้ว จึงต้องเพิกถอนการบรรจุ 3,868 ราย และยังไม่ได้รับการบรรจุ 2,057 ราย ซึ่งไม่ต้องเพิกถอน และจะไม่เรียกบรรจุเพิ่ม

นายนิรัตน์ ระบุอีกว่า มีผู้ลาออกเองแล้ว 146 ราย ลาออกเองแล้ว (นับรวมใน 3,868 ราย) และมีจำนวน 1,489 ราย ขอเข้าดูคะแนนสอบ ซึ่งไม่มีผู้ใดทักท้วงหรืออุทธรณ์ ขณะที่ ก.จังหวัดประชุมครบ 76 จังหวัดแล้ว ยังไม่มีผู้ถูกเพิกถอนรายใดฟ้องคดีนายก อปท.

นิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวรสถ.สอบท้องถิ่นโกงสอบท้องถิ่น

ไชยชนก ลั่น TH-AI Passport ดีกว่าของฟรี ยันจัดงบแบบตามใช้จ่ายจริง คุ้มค่าภาษี

31 สิงหาคม 2569 เวลา 20:01 น.

“ไชยชนก” โต้ดราม่า AI ยันจัดงบแบบตามใช้จ่ายจริง คุ้มค่าภาษี ขอประชาชนทดลองใช้กันเยอะๆ เร่งดันแอปฯใน 1 สัปดาห์ พร้อมผลักดันเวอร์ชันภาษาไทยให้ดีขึ้น

เมื่อเวลา 18.25 น. วันที่ 31 สิงหาคม 2569 ที่ศาลากลางจังหวัดสงขลา นายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสตอบรับการใช้งาน TH-AI Passport ที่เปิดใช้วันแรก ว่า จากการลงพื้นที่พบว่าประชาชนให้การตอบรับอย่างดี ดาวน์โหลดแล้ว และเริ่มมีการทดลองใช้งาน อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันระบบยังเป็นรูปแบบเว็บเบส (Web-based) ส่วนแอปพลิเคชันอยู่ระหว่างรอการอนุมัติจาก Google Play และ App Store ซึ่งคาดว่าไม่เกิน 1 สัปดาห์ จะสามารถใช้งานผ่านแอปพลิเคชันได้

เมื่อถามว่า กระแสวิพากษ์วิจารณ์ที่ระบุว่า AI ของโครงการใช้งานได้ไม่ดีเท่ากับเวอร์ชันเสียค่าใช้จ่าย นายไชยชนก ได้ถามกลับว่า ยังไม่ได้ลองใช้ใช่หรือไม่ พร้อมกล่าวเชิญชวนให้ประชาชนดาวน์โหลด สแกนลงทะเบียน และทดลองใช้งานด้วยตนเองก่อนตัดสินใจ อย่าพูดถึงเสียงวิจารณ์ ที่บอกว่ามันไม่ดีเท่าของฟรี ไม่จริงแน่นอน อยากให้ทุกคนมาลองใช้ ซึ่งวันนี้เหลือ 3 ล้านกว่าสิทธิ และนายกฯก็ช่วยโปรโมตหลายรอบ พร้อมย้ำว่า โครงการนี้จัดทำขึ้นเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ

นายไชยชนก กล่าวถึงยอดการลงทะเบียนที่ปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 1.3 ล้านสิทธิ จากเป้าหมาย 5 ล้านสิทธิ ว่า กระทรวง ดีอี กำลังเร่งประชาสัมพันธ์อย่างเต็มที่ ทั้งนี้การปรับรูปแบบงบประมาณเป็นแบบจ่ายตามการใช้งานจริง (Pay-per-use) รัฐบาลไม่เสียประโยชน์ พี่น้องประชาชนไม่ได้เสียประโยชน์ และเป็นการใช้เงินภาษีอย่างคุ้มค่า ไม่ว่าจะมีผู้ใช้งานมากหรือน้อยก็ตาม ย้ำว่า ไม่มีแรงกดดันตรงนี้แต่อยากให้ประชาชนใช้เยอะๆ เพราะมีประโยชน์จริงๆ สําหรับคนที่ใช้ฟรี

นายไชยชนก ยังกล่าวถึงคนที่ใช้โปรแกรมฟรีมาโดยตลอด ขอให้ประชาชนได้มาลองใช้ AI หลากหลายโมเดลชั้นนำ รวมถึงเข้าถึงคอร์สเรียนกว่า 56 คอร์สที่ร่วมมือกับพันธมิตรระดับโลกอย่าง OpenAI, Google และ Microsoft ก่อนตัดสิน

เมื่อถามว่า มีแนวโน้มการสานต่อโครงการในเฟส 2 หลังครบสัญญา 1 ปี หากได้รับเสียงตอบรับที่ดีหรือไม่ นายไชยชนก กล่าวว่า เรื่องเสียงตอบรับไม่เท่าตัวผลลัพธ์ ต้องพิจารณาจากกรณีที่ประสบความสำเร็จที่สามารถเปลี่ยนคุณภาพชีวิตของผู้ใช้งานได้จริง ซึ่งหากเป็นไปตามแนวนี้เมื่อครบ 1 ปีจะมีการพิจารณาแน่ๆ แต่ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าจะใช้รูปแบบเดิมหรือไม่ เนื่องจากเทคโนโลยี AI มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว 1 ปี ของ AI มีอะไรเปลี่ยนเยอะแน่นอน ซึ่งจะเป็นส่งเสริม แต่ต้องประเมินรูปแบบที่คุ้มค่าภาษีประชาชนที่สุด

เมื่อถามย้ำว่า กรณีปัญหาความไม่เสถียรของการประมวลผลภาษาไทยจะมีการปรับหรือไม่ นายไชยชนก กล่าวว่า ต้องมีการพัฒนาไปเรื่อยๆ และเป้าหมายหลักของโครงการนี่คือการนำข้อมูลที่ไม่ใช่ข้อมูลส่วนบุคคลมาใช้ในการเรียนรู้ เพื่อเร่งพัฒนาโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (LLM) สำหรับภาษาไทยให้มีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง พร้อมย้ำว่า จะต้องเร่งทํา และทําให้ดีขึ้นเรื่อยๆ ขอให้ทุกคนไปทดลองใช้กันเยอะๆ

TH-AI Passportไชยชนก ชิดชอบ

เสธ.ปูด้วง รับระมัดระวัง ประเมินการก่อเหตุ ช่วงวันชาติมาเลเซีย หวั่นก่อเหตุเชิงสัญลักษณ์

31 สิงหาคม 2569 เวลา 19:46 น.

เสธ.ทบ. เผย วงแก้ไขปัญหาพื้นที่ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ราบรื่น หน่วยงานรัฐเตรียมสานต่อ ขณะฝ่ายมั่นคงดูความปลอดภัย รับ ระมัดระวัง – ประเมินการก่อเหตุ ช่วงวันชาติมาเลเซีย หวั่นก่อเหตุเชิงสัญลักษณ์

วันที่ 31 สิงหาคม 2569 เวลา 18.30 น. ที่ศาลากลางจังหวัดสงขลา พล.อ.ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เสนาธิการทหารบก ในฐานะเลขาธิการกองอำนวยการรักษาความมั่นคง ภายในราชอาณาจักร หรือ กอ.รมน​. กล่าวถึงการประชุมรับฟังความคิดเห็นต่อการแก้ไขปัญหาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ (ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส) ที่มีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธาน ว่า ถือเป็นโอกาสที่ดีในการรับฟังเสียงจากผู้นำชุมชน และประชาชนในพื้น ว่า ต้องการอะไร โดยนายกรัฐมนตรีก็พูดคุย และรับฟังเรื่องดังกล่าว ซึ่งหลังจากนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็จะไปดำเนินการต่อ

ผู้สื่อข่าวถามว่า ส่วนแนวโน้มการหารือเป็นอย่างไร พล.อ.ชัยพฤกษ์ กล่าวว่า ส่วนใหญ่เป็นเรื่องเกี่ยวกับภาคเศรษฐกิจ ที่คนในพื้นที่ต้องการสิ่งที่ขาดหายไปในบางเรื่อง หรือ บางจุดที่มีความต้องการรับการสนับสนุนจากส่วนกลาง ซึ่งนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี และส่วนที่เกี่ยวข้อง ก็รับเรื่องที่เกี่ยวข้องไปดำเนินการ ในส่วนของกองทัพก็จะดูแลเรื่องความปลอดภัย พร้อมย้ำว่า ไม่ได้หารือถึงการพูดคุยสันติสุข ส่วนการกำหนดการเป็นไปตามเดิมหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับหัวหน้าการพูดคุย ซึ่งต้องว่าไปตามกำหนดการ

เมื่อถามว่ามีการพูดถึงกรอบของฝ่ายความมั่นคง สามารถขีดเส้นไว้ที่จุดใดได้บ้าง พล.อ.ชัยพฤกษ์ กล่าวว่า ยัง ขอหารือกันก่อน แต่เบื้องต้นการประชุมวันนี้ถือว่าราบรื่นดี สามารถทราบข้อคิดเห็น และข้อเสนอแนะ เมื่อถามว่ามีการการันตีหรือไม่ว่าจะไม่เกิดเหตุขึ้นอีก พล.อ.ชัยพฤกษ์ กล่าวว่า ไม่มี เป็นการพูดคุยถึงภาคเศรษฐกิจ และสังคม

ผู้สื่อข่าวถามว่าวันนี้ตรงกับวันชาติมาเลเซีย ฝ่ายความมั่นคง ประเมินสถานการณ์หรือไม่ ว่าอาจจะมีการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ พล.อ.ชัยพฤกษ์ กล่าวว่า เราระมัดระวังอย่างเต็มที่ และจากการที่พล.ท. อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหม ลงพื้นที่ ก็ได้กำชับให้เปลี่ยนแปลงแนวทาง เปลี่ยนยุทธวิธี พร้อมยอมรับว่า ยังมีบางพื้นที่ที่มีความกังวล แต่ไม่สามารถเปิดเผยได้ เนื่องจากเป็นเรื่องของความมั่นคง ซึ่งต้องจับตาแต่ละพื้นที่

เมื่อถามว่าก่อนหน้านี้คณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ ออกมาให้สัมภาษณ์ในเชิงตำหนิถึงความบกพร่องในเรื่องการข่าว พล.อ.ชัยพฤกษ์ กล่าวว่า ฝ่ายการข่าวก็มีการแจ้งเตือนมา แต่อาจจะเหมือนที่นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรี และรมว.ต่างประเทศ เคยระบุว่า อาจจะไม่ได้ระบุเฉพาะเจาะจง จึงทำให้การนำข้อมูลการข่าวไปใช้ของหน่วยอาจจะลำบาก ซึ่งหลังจากนี้การวิเคราะห์ของหน่วยจะต้องมีมากขึ้น และต้องร่วมมือกันกับทุกภาคส่วนให้มากขึ้น

3จังหวัดชายแดนใต้เสธ.ทบ.

นายกฯ เดินหน้าสร้างสันติสุขชายแดนใต้ เปิดเวทีรับฟังชายแดนใต้ ชูพลังคนพื้นที่แก้ปัญหายั่งยืน

31 สิงหาคม 2569 เวลา 19:40 น.

นายกฯ ประกาศเดินหน้าสร้างสันติสุขชายแดนใต้ เปิดเวทีรับฟังชายแดนใต้ ชูพลังคนพื้นที่แก้ปัญหายั่งยืน

วันที่ 31 สิงหาคม 2569 เวลา 17.00 น.ที่ศาลากลางจังหวัดสงขลา อำเภอเมืองสงขลา จังหวัดสงขลา นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมรับฟังความคิดเห็นเพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหาและพัฒนาพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้แก่ จังหวัดปัตตานี จังหวัดยะลา และจังหวัดนราธิวาส โดยมีนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี หัวหน้าส่วนราชการ ผู้นำท้องถิ่น ผู้นำทางการศึกษา ผู้นำศาสนา ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม และผู้แทนจากภาคส่วนต่าง ๆ เข้าร่วม

นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการลงพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อรับฟังความคิดเห็นและความต้องการของประชาชนโดยตรง โดยในวันนี้ได้เดินทางมายังจังหวัดสงขลา และหากสถานการณ์เอื้ออำนวย มีความตั้งใจที่จะเดินทางไปจังหวัดยะลา พร้อมยืนยันว่าแม่ทัพภาคที่ 4 และผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 ให้ความสำคัญกับการดูแลความปลอดภัยในพื้นที่อย่างเต็มที่

นายกรัฐมนตรีระบุว่า ข้อเสนอจากประชาชนในพื้นที่มีความสอดคล้องกับแนวทางการทำงานของรัฐบาล โดยจังหวัดชายแดนภาคใต้ทั้ง 3 จังหวัดมีศักยภาพในการพัฒนาอีกมาก หากสามารถแก้ไขปัญหาความไม่สงบและสร้างสันติสุขในพื้นที่ได้ จะเปิดโอกาสให้เกิดการพัฒนาในหลายมิติ ทั้งเศรษฐกิจ อุตสาหกรรม การท่องเที่ยว การเกษตร และการประมง ตลอดจนยกระดับคุณภาพชีวิตและสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้แก่ประชาชนในพื้นที่

นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า มีความผูกพันกับพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้จากการลงพื้นที่อย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลากว่า 20 ปีที่ผ่านมา และได้เห็นศักยภาพที่แตกต่างกันของแต่ละจังหวัด โดยจังหวัดยะลามีโอกาสพัฒนาเป็นศูนย์กลางด้านวัฒนธรรมและองค์ความรู้ จังหวัดปัตตานีมีศักยภาพด้านการค้าและการประมง ขณะที่จังหวัดนราธิวาสมีศักยภาพจากพื้นที่ชายแดนและสามารถเชื่อมโยงโอกาสทางเศรษฐกิจกับประเทศมาเลเซีย

นายกรัฐมนตรีกล่าวด้วยว่า การลงพื้นที่ทำให้ได้สัมผัสวิถีชีวิตของประชาชนอย่างใกล้ชิด และเห็นถึงการอยู่ร่วมกันของผู้คนที่มีความแตกต่างทั้งด้านศาสนาและวัฒนธรรม ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าความแตกต่างไม่จำเป็นต้องเป็นอุปสรรค แต่สามารถนำมาใช้เป็นพลังในการสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนและสังคมได้

นายกรัฐมนตรีย้ำว่า รัฐบาลต้องการเห็นประชาชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้มีความสุข มีความปลอดภัย และอยู่ร่วมกันอย่างสันติ โดยวันนี้ทุกฝ่ายมีความพร้อมที่จะร่วมกันแก้ไขปัญหา รัฐบาลพร้อมสนับสนุนข้อเสนอและแนวทางที่สามารถดำเนินการได้อย่างเต็มที่ ขณะเดียวกัน การสร้างความเข้มแข็งอย่างยั่งยืนจำเป็นต้องอาศัยคนในพื้นที่เป็นกำลังสำคัญ เพราะประชาชนและเครือข่ายในชุมชนเปรียบเสมือน “ภูมิคุ้มกัน” ที่จะช่วยป้องกัน แก้ไข และคลี่คลายปัญหาได้อย่างยั่งยืน

นายกรัฐมนตรีกล่าวถึงแนวทางการทำงานร่วมกันว่า ความสำเร็จในการแก้ไขปัญหาจำเป็นต้องนำความพร้อมและศักยภาพของทุกฝ่ายมาบูรณาการร่วมกัน โดยรัฐบาลมีผู้ประสานงานที่เข้าใจบริบทของพื้นที่เป็นอย่างดี โดยเฉพาะประธานที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ซึ่งให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการทำงานในจังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างต่อเนื่อง ทำให้รัฐบาลมีความเข้าใจวิถีชีวิต ตลอดจนความต้องการของประชาชนมากยิ่งขึ้น

นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า รัฐบาลต้องการเห็นประชาชนทุกคนอยู่ร่วมกันอย่างสันติ เพราะทุกคนคือคนไทยและเป็นพี่น้องกัน รัฐบาลมีหน้าที่ดูแลประชาชนทุกคนอย่างเท่าเทียม ไม่ว่าจะนับถือศาสนาใด พร้อมสนับสนุนทุกการทำงานที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน และถือเป็นโอกาสสำคัญที่ทุกภาคส่วนจะร่วมมือกันผลักดันการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ให้เกิดผลเป็นรูปธรรม โดยมุ่งสร้างความสามัคคี สันติสุข และโอกาสใหม่ให้แก่ประชาชนในพื้นที่

นายกรัฐมนตรีขอให้การรับฟังความคิดเห็นในวันนี้เป็นการรับฟังอย่างจริงจัง และนำข้อเสนอไปสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม โดยทุกปัญหาต้องมีเจ้าภาพ ทุกข้อเสนอต้องมีคำตอบ เพื่อให้ทุกภาคส่วนสามารถเดินหน้าร่วมกันด้วยความเข้าใจ ความร่วมมือ และความไว้วางใจ อันจะนำไปสู่การสร้างสันติสุขและการพัฒนาที่ยั่งยืนของพี่น้องประชาชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ต่อไป

3จังหวัดชายแดนใต้ชายแดนใต้

นายกฯ ปิดห้องคุย ปัญหาชายแดนใต้ จ่อจัดเวทีย่อย 5 จังหวัด 1-10 ก.ย. นี้

31 สิงหาคม 2569 เวลา 19:16 น.

”นายกฯ “ ปิดห้องคุย ปัญหาชายแดนใต้ ด้าน รองเลขา ศอ.บต.จ่อจัดเวทีย่อย 5 จังหวัด 1-10 ก.ย. นี้ รวมข้อเสนอก่อนส่งรัฐบาลแก้ปัญหา ขณะ นายก อบต.กระโด จ.ปัตตานี ของบฯ สร้างศูนย์บำบัดยาเสพติด /ส่วนแม่ทัพภาคที่ 4 ไม่ตอบปรับยุทธวิถี รับพูดคุยสันติสุขชายแดนใต้

วันที่ 31 สิงหาคม 2569 เวลา 16.50 น. ที่ศาลากลางจังหวัดสงขลา นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมรับฟังความเห็นต่อการแก้ไขปัญหาในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ ผู้แทนศูนย์อํานวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือ ศอ.บต. ผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่น ผู้นำการศึกษา ผู้นำศาสนาพุทธ-อิสลาม คณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัด ภาคเอกชน กลุ่มสตรีเยาวชน และภาคประชาสังคม ในพื้นที่ จ.ยะลา ปัตตานี และนราธิวาส

โดยนายชนธัญ แสงพุ่ม รองเลขาธิการ ศอ.บต. ขอบคุณรัฐบาลที่ให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาภาคใต้ โดยการประชุมครั้งนี้มุ่งเปิดเวทีรับฟังปัญหาและแก้ไขปัญหาในพื้นที่ จากผู้แทนภาคประชาชน 7 กลุ่มเป้าหมาย รวมกว่า 150 คน ใน 3 ประเด็นหลัก ได้แก่ การรักษาความปลอดภัย การฟื้นฟูเศรษฐกิจและแก้ไขปัญหาปากท้อง และการพัฒนาเฉพาะพื้นที่และสังคมพหุวัฒนธรรม เพื่อรวบรวมข้อเสนอส่งตรงถึงผู้บริหารระดับนโยบายในการเร่งรัดคลี่คลายปัญหา นอกจากนี้จะจัดเวทีไปอีก 5 จังหวัด ระหว่างวันที่ 1-10 กันยายน 2569

การรับฟังความเห็น เริ่มต้นที่ นายก อบต.กระโด จังหวัดปัตตานี ได้นำเสนอความคิดเห็นถึงประเด็นการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในพื้นที่ โดยการแก้ปัญหายาเสพติดในตำบลกระโด เกิดจากความต้องการของตนเองที่ต้องการตัดวงจรยาเสพติดตั้งแต่ต้น โดยการแจ้งเบาะแสให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งการปราบปรามยาเสพติดอย่างเดียวไม่พอ เพราะยังมีผู้ติดยาเสพติดที่จำเป็นจะต้องได้รับการบำบัดและฟื้นฟู เพื่อกลับมาใช้ชีวิตในสังคมได้ จึงได้รวมภาคีในพื้นที่ทั้งฝ่ายบริหารฝ่ายปกครอง กำนัน ผู้ใหญ่ ผู้นำศาสนา และผู้นำชุมชน ปฏิญาณตนและให้คำมั่นสัญญาว่าจะร่วมกันแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างจริงจัง โดยสร้างข้อตกลง หรือธรรมนูญชุมชนในการเฝ้าระวังยาเสพติด พร้อมรับใบประกาศหมู่บ้านสีขาว เป็นขวัญกำลังใจให้ในพื้นที่ปลอดภัยยาเสพติด หลังจากนั้นได้ลงพื้นที่พูดคุยกับประชาชน เมื่อพบผู้มีปัญหาเราจะพยายามเข้าถึงช่วยเหลือและส่งต่อเข้าสู่กระบวนการบำบัด

นายก อบต.กระโด จังหวัดปัตตานี กล่าวอีกว่า ตำบลกระโด จึงต้องการขอให้รัฐสนับสนุนงบประมาณเพื่อจัดตั้งอาคารศูนย์บำบัดยาเสพติดของตำบลกระโด ให้ชุมชนมีส่วนร่วมและร่วมบริหารจัดการ โดยทำงานร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และให้ผู้นำศาสนาเข้ามามีส่วนร่วมในการอบรมจริยธรรม สร้างกำลังใจ ปรับทัศนคติ รวมถึงการสร้างอาชีพ

ขณะที่กลุ่มสตรีผู้ได้รับผลกระทบจังหวัดชายแดนภาคใต้ ขอจัดตั้งระบบ ‘หนึ่งครอบครัว หนึ่งแผนการช่วยเหลือ’ เพื่อดูแลกลุ่มหญิงม่ายและครอบครัวที่สูญเสียเสาหลัก

ส่วนจังหวัดยะลา นายกสมาคมการศึกษาจังหวัดยะลา ได้เสนอแก้ไขการพัฒนาครูให้ต่อเนื่องและสอดคล้องกับบริบทจังหวัดชายแดนภาคใต้ เนื่องจากครูตาดีกาและครูอิสลามศึกษา ยังไม่สามารถเข้าถึงการพัฒนาวิชาชีพ และขาดการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ต้องการให้เพิ่มบุคลากรที่เชี่ยวชาญ เพื่อสนับสนุน และกํากับด้านการอิสลามศึกษา เนื่องจากมีจํานวนไม่เพียงพอต่อสถานศึกษาและภารกิจ รวมถึงเรียกร้องให้จัดนโยบายและงบประมาณพัฒนาศักยภาพด้านกีฬาของเด็กและเยาวชน ตั้งแต่โรงเรียนถึงนานาชาติ

อย่างไรก็ตาม บรรยากาศที่ศาลากลางจังหวัดสงขลา นายกรัฐมนตรี เดินทางมาเพื่อเป็นประธานการประชุมรับฟังความเห็นต่อการแก้ไขปัญหาในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ โดยมีกลุ่มผู้นำทางศาสนาในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ เข้าร่วมด้วย

ทั้งนี้ เป็นที่น่าสังเกตว่ามีเจ้าหน้าที่ตำรวจ และอาสาสมัครรักษาดินแดน หรือ อส. วางกำลังเพื่อรักษาความปลอดภัยบริเวณโดยรอบพื้นที่ พร้อมมีรถตัดสัญญาณโทรศัพท์เข้ามาจอดในพื้นที่ด้วย จึงคาดว่าเป็นการเข้มงวดด้านมาตรการรักษาความปลอดภัย ท่ามกลางกระแสข่าวว่าวันนี้ (31ส.ค.69) เป็นวันชาติของประเทศมาเลเซีย และที่จังหวัดสงขลาอยู่ระหว่างการจัดประชุม ครม.สัญจร

ด้าน พล.ท. นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 ปฏิเสธการให้สัมภาษณ์ถึงการเตรียมปรับยุทธวิถี เพื่อให้สอดรับกับการพูดคุยสันติสุขชายแดนใต้ที่จะเกิดขึ้นในช่วงต้นเดือนกันยายน

3จังหวัดชายแดนใต้ชายแดนใต้ปัญหาชายแดนใต้