กรณ์ หนุน เอกนิติ ลุยปฏิรูปราคาน้ำมัน พร้อมเสนอ 2 ทางออก 7 ประเด็นพิสูจน์

กรณ์ หนุน เอกนิติ ลุยปฏิรูปราคาน้ำมัน พร้อมเสนอ 2 ทางออก 7 ประเด็นพิสูจน์

กรณ์ หนุน เอกนิติ ลุยปฏิรูปราคาน้ำมัน พร้อมเสนอ 2 ทางออก 7 ประเด็นพิสูจน์

วันศุกร์ ที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2569, 19.28 น.

นายกรณ์ จาติกวณิช  ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ค ระบุว่า  ขอเป็นกำลังใจให้ท่านรัฐมนตรีคลังเอกนิติ  พร้อม 2 ข้อเสนอหลัก และ 7 ข้อต้องพิสูจน์ 

ผมดีใจที่ท่านเอกนิติได้รับแต่งตั้งเป็นประธาน ‘คณะกรรมการศึกษาความเหมาะสมในการกำหนดต้นทุนราคาน้ำมันเชื้อเพลิง‘ (คตร.) และหวังว่าจะได้เห็นข้อสรุปของคณะกรรมการชุดนี้ที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน

ผมและพรรคประชาธิปัตย์ได้แสดงความเห็นว่า หนึ่งเดือนที่ผ่านมาประชาชนได้แบกภาระราคานํ้ามันที่สูงเกินควร เพียงฝ่ายเดียว

ราคานํ้ามันที่สูงมากมาจาก 3 สาเหตุหลักคือ

1. ราคานํ้ามันในตลาดโลกที่สูงขึ้น
2. ค่าการกลั่นที่สูงมากกว่าปกติ
3. อัตราภาษีที่สูงต่อเนื่อง

คตร. ต้องพิสูจน์ข้อเท็จจริงว่า

1. ต้นทุนนํ้ามันดิบของโรงกลั่นที่แท้จริงคือเท่าไร?
2. ราคาที่โรงกลั่นได้ซื้อจริงหลังจากที่ราคาตลาดโลกได้เริ่มปรับสูงขึ้น เป็นราคาที่ต่างกับราคาอ้างอิงในการคำนวณค่าการกลั่นอย่างไร
3. ราคาที่ trader ในเครือของโรงกลั่นได้ซื้อจริงและขายต่อให้โรงกลั่น ว่ามีการ transfer ถึงโรงกลั่นในราคาที่มีส่วนกำไรหรือไม่?
4. ค่าขนส่ง ‘ทิพย์‘ ที่สมมุติว่ามีการส่งจากสิงคโปร์นั้นคิดเป็นเท่าไร?
5. ต้นทุนการกลั่นที่แท้จริงของโรงกลั่นนั้นเท่าไร?
6. ส่วนกำไรของโรงกลั่นที่เกิดจากค่าการกลั่นที่ผิดปกติในช่วงเดือนที่ผ่านมา เทียบกับช่วงปกติต่างกันอย่างไร
7.  ข้อมูลปริมาณสต็อกน้ำมัน ที่เข้าออกคลังน้ำมันของผู้ค้าในแต่ละวัน

โดยต้องเปิดเผยทั้งหมดต่อสาธารณะเพื่อให้โปร่งใส ตรวจสอบได้ในภาวะวิกฤตนี้

หากพบว่ามีส่วนกำไรเกินปกติ ผมคิดว่าทางรัฐบาลมีทางเลือกหลัก สองทาง คือ

1. ปรับสูตรคำนวณค่าการกลั่นตามที่เหมาะสม

2. และ/หรือเก็บ ’ภาษีลาภลอย’ เพื่อเรียกคืนส่วนต่างตามที่เหมาะสม และใช้รายได้ภาษีในการลดภาระหนี้กองทุนนํ้ามันโดยตรง
และที่รัฐบาลควรทำเพิ่มเติมคือปรับลดภาษีสรรพสามิตและภาษีมูลค่าเพิ่มอย่างมีนัย โดยที่ประชาธิปัตย์เสนอว่าในส่วนของภาษีสรรพสามิตควรปรับลด 6 บาท ย้อนหลังเป็นระยะเวลาเบื้องต้นรวม 3 เดือน
เพื่อเป็นการเปรียบเทียบ วันนี้มีอย่างน้อยสองประเทศได้ปรับลดภาษีสรรพสามิตนํ้ามันแล้ว เช่นอินโดนีเซียและออสเตรเลีย

ในขณะที่อินเดียและอังกฤษได้ประกาศใช้ภาษีลาภลอยแล้ว โดยที่ ฟิลิปปินส์ เกาหลีใต้ และกลุ่มประเทศ EU กำลังพิจารณาข้อเสนอภาษีลาภลอยอยู่

กรณ์ หนุน เอกนิติ ลุยปฏิรูปราคาน้ำมัน พร้อมเสนอ 2 ทางออก 7 ประเด็นพิสูจน์

กรณ์ หนุน เอกนิติ ลุยปฏิรูปราคาน้ำมัน พร้อมเสนอ 2 ทางออก 7 ประเด็นพิสูจน์

วันศุกร์ ที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2569, 19.28 น.

นายกรณ์ จาติกวณิช  ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ค ระบุว่า  ขอเป็นกำลังใจให้ท่านรัฐมนตรีคลังเอกนิติ  พร้อม 2 ข้อเสนอหลัก และ 7 ข้อต้องพิสูจน์ 

ผมดีใจที่ท่านเอกนิติได้รับแต่งตั้งเป็นประธาน ‘คณะกรรมการศึกษาความเหมาะสมในการกำหนดต้นทุนราคาน้ำมันเชื้อเพลิง‘ (คตร.) และหวังว่าจะได้เห็นข้อสรุปของคณะกรรมการชุดนี้ที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน

ผมและพรรคประชาธิปัตย์ได้แสดงความเห็นว่า หนึ่งเดือนที่ผ่านมาประชาชนได้แบกภาระราคานํ้ามันที่สูงเกินควร เพียงฝ่ายเดียว

ราคานํ้ามันที่สูงมากมาจาก 3 สาเหตุหลักคือ

1. ราคานํ้ามันในตลาดโลกที่สูงขึ้น
2. ค่าการกลั่นที่สูงมากกว่าปกติ
3. อัตราภาษีที่สูงต่อเนื่อง

คตร. ต้องพิสูจน์ข้อเท็จจริงว่า

1. ต้นทุนนํ้ามันดิบของโรงกลั่นที่แท้จริงคือเท่าไร?
2. ราคาที่โรงกลั่นได้ซื้อจริงหลังจากที่ราคาตลาดโลกได้เริ่มปรับสูงขึ้น เป็นราคาที่ต่างกับราคาอ้างอิงในการคำนวณค่าการกลั่นอย่างไร
3. ราคาที่ trader ในเครือของโรงกลั่นได้ซื้อจริงและขายต่อให้โรงกลั่น ว่ามีการ transfer ถึงโรงกลั่นในราคาที่มีส่วนกำไรหรือไม่?
4. ค่าขนส่ง ‘ทิพย์‘ ที่สมมุติว่ามีการส่งจากสิงคโปร์นั้นคิดเป็นเท่าไร?
5. ต้นทุนการกลั่นที่แท้จริงของโรงกลั่นนั้นเท่าไร?
6. ส่วนกำไรของโรงกลั่นที่เกิดจากค่าการกลั่นที่ผิดปกติในช่วงเดือนที่ผ่านมา เทียบกับช่วงปกติต่างกันอย่างไร
7.  ข้อมูลปริมาณสต็อกน้ำมัน ที่เข้าออกคลังน้ำมันของผู้ค้าในแต่ละวัน

โดยต้องเปิดเผยทั้งหมดต่อสาธารณะเพื่อให้โปร่งใส ตรวจสอบได้ในภาวะวิกฤตนี้

หากพบว่ามีส่วนกำไรเกินปกติ ผมคิดว่าทางรัฐบาลมีทางเลือกหลัก สองทาง คือ

1. ปรับสูตรคำนวณค่าการกลั่นตามที่เหมาะสม

2. และ/หรือเก็บ ’ภาษีลาภลอย’ เพื่อเรียกคืนส่วนต่างตามที่เหมาะสม และใช้รายได้ภาษีในการลดภาระหนี้กองทุนนํ้ามันโดยตรง
และที่รัฐบาลควรทำเพิ่มเติมคือปรับลดภาษีสรรพสามิตและภาษีมูลค่าเพิ่มอย่างมีนัย โดยที่ประชาธิปัตย์เสนอว่าในส่วนของภาษีสรรพสามิตควรปรับลด 6 บาท ย้อนหลังเป็นระยะเวลาเบื้องต้นรวม 3 เดือน
เพื่อเป็นการเปรียบเทียบ วันนี้มีอย่างน้อยสองประเทศได้ปรับลดภาษีสรรพสามิตนํ้ามันแล้ว เช่นอินโดนีเซียและออสเตรเลีย

ในขณะที่อินเดียและอังกฤษได้ประกาศใช้ภาษีลาภลอยแล้ว โดยที่ ฟิลิปปินส์ เกาหลีใต้ และกลุ่มประเทศ EU กำลังพิจารณาข้อเสนอภาษีลาภลอยอยู่

ส่องประวัติ คริส โปตระนันทน์ จากเด็กบ้านโป่งสู่สภาหอคอยงาช้าง

ส่องประวัติ คริส โปตระนันทน์ จากเด็กบ้านโป่งสู่สภาหอคอยงาช้าง

ส่องประวัติ คริส โปตระนันทน์ จากเด็กบ้านโป่งสู่สภาหอคอยงาช้าง

วันศุกร์ ที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2569, 17.41 น.

หลังจากที่ คริส โปตระนันทน์ สส. บัญชีรายชื่อ พรรคเศรษฐกิจ หวิดวางมวย ปกรณ์วุฒิ สส. จากพรรคประชาชน กลางสภาเมื่อวาน ปมอ่านรายงานการเงินอุดหนุนผู้เคยเป็นสมาชิกสภาโดยใช้ AI ร่าง อย่าง ChatGPT จนกลายเป็นข่าวสนั่นลั่นทุ่งไปทั่วทั้งบ้านเมือง โดยเฉพาะบนโลกออนไลน์ที่ชาวเน็ตจำนวนมากต่างก็ถกเถียงวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างหนัก

ซึ่งในวันนี้ ทืมข่าวแนวหน้าออนไลน์ ขออาสาพาทุกท่านไปรู้จักกับ คริส โปตระนันทน์ สส. บัญชีรายชื่อ จาก พรรคเศรษฐกิจ โดยเขาคนนี้เป็นนักกฎหมายที่มีความเชี่ยวชาญในเรื่องกฎหมายทั่วไป กฎหมายธุรกิจ กฎหมายป้องกัน ที่กลายเป็นประเด็นทอล์กออฟเดอะทาว์นกันอยู่ ณ เวลานี้

คริส โปตระนันทน์

คริส โปตระนันทน์ เกิดเมื่อวันที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2531 ที่โรงพยาบาลกรุงเทพฯ และไปเติบใหญ่ที่ อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี และเมื่อ คริส มีอายุ 12 ปี เจ้าตัวได้เข้ามาร่ำเรียนที่กรุงเทพฯในระดับชั้นมัธยมศึกษา ที่มหาวิทยาลัยรามคำแหง หลังจากนั้นไม่นานนัก คริสก็สอบเข้าได้ที่คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยจุฬาลงกรณ์ ได้เกียรตินิยม สาขากฎหมายมหาชน

โดยหลังจากนั้นไม่นานนัก คริส โปตระนันทน์ ก็สอบเนติบัณฑิตได้ภายในเวลา 1 ปี แล้วไปเรียนต่อที่มหาวิทยาลัยนอตติงแฮม ที่ประเทศอังกฤษ ทางด้านเศรษศาสตร์ เขาได้ทุนฟุลไบรท์ไปเรียนต่อมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เบกลีย์ ที่สหรัฐอเมริกา ทางด้านกฎหมายในระดับปริญญาโท

คริส โปตระนันทน์

เส้นทางสู่เวทีการเมืองของ คริส โปตระนันทน์ เริ่มต้นเมื่อ ปี พ.ศ. 2561 เมื่อ นาย ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่แนะนำเขา ต่อผู้เข้าร่วมประชุมว่าจะเป็นคนทำนโยบายด้านเศรษฐกิจในการประชุมใหญ่จัดตั้งพรรค

และเมื่อ พ.ศ. 2562 คริส ได้ลงสมัครเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของกรุงเทพมหานคร ได้เบอร์ 8 ใน เขต 6 โดยได้คะแนนไปถึง 23,980 คะแนน ซึ่งการลงเลือกตั้งครั้งนี้ของคริสได้รับการพูดถึงเป็นอย่างมากในโลกโซเชียล เพราะเจ้าตัวเน้นเข้าถึงประชาชนในพื้นที่และออนไลน์ โดยเขามีเอกลักษณ์ในการทำไลฟ์หาเสียงตามแคมเปญของเขาบนโลกโซเชียลมีเดีย

คริส โปตระนันทน์

ต่อมาในปี พ.ศ. 2563  พรรคอนาคตใหม่ได้ประกาศผลักดันร่างกฎหมายสุราก้าวหน้า เพื่อปลดล็อกอุตสาหกรรมสุราพื้นบ้าน โดย คริส รับหน้าที่ร่างกฎหมายนี้ร่วมกับ นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร และทีมงานคนอื่น ๆ ของพรรคอนาคตใหม่

จนมาถึง ปีพ.ศ. 2563 พรรคอนาคตใหม่ถูกยุบ คริส โปตระนันทน์ ได้ปรากฎตัวขึ้นมาอีกครั้งหนึ่งในวันที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566 กับการประชุมใหญ่ปรพจำปีของพรรคพลเมืองไทย และได้รับเลือกเป็นหัวหน้าพรรคคนใหม่ในเวลานั้น พร้อมทั้งเปลี่ยนชื่อพรรคเป็น พรรคเส้นด้าย ก่อนที่จะลงสมัครรับเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งที่ 6 อีกครั้งหนึ่ง แต่ไม่ได้รับการเลือกตั้ง

คริส โปตระนันทน์

กระทั่งกาลเวลาหมุนแปรเปลี่ยนมาถึงปัจจุบันปี พ.ศ. 2569 คริส โปตระนันทน์ ชนะการเลือกตั้ง เป็น สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเศรษฐกิจ เข้าสู่รัฐสภาตามที่ปรากฎชื่อและภาพอยู่บนหน้าสื่อและโลกโซเชียลในเวลานี้

คริส โปตระนันทน์

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก เฟซบุ๊ก คริส โปตระนันทน์ – Chris Potranandana

เลขา ศอ.บต. ยอมรับ นายกฯเรียกถกปัญหาไฟใต้ ยันเกิดเหตุถี่ ไม่เกี่ยวเปลี่ยนผ่านรัฐบาล

เลขา ศอ.บต. ยอมรับ นายกฯเรียกถกปัญหาไฟใต้ ยันเกิดเหตุถี่ ไม่เกี่ยวเปลี่ยนผ่านรัฐบาล

เลขา ศอ.บต. ยอมรับ นายกฯเรียกถกปัญหาไฟใต้ ยันเกิดเหตุถี่ ไม่เกี่ยวเปลี่ยนผ่านรัฐบาล

วันศุกร์ ที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2569, 17.22 น.

“เลขา ศอ.บต.”  ยอมรับ นายกฯ เรียกถกปัญหาชายแดนใต้พร้อมมอบนโยบายสำคัญ ยันเกิดเหตุถี่ไม่เกี่ยวเปลี่ยนผ่านรัฐบาล ชี้หน้าที่คณะพูดคุย เจรจาหาพื้นที่ปลอดภัยประชาชนแล้วจะทำอะไรก็ทำ

เมื่อเวลา 15.15 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและรมว.มหาดไทย ได้เรียก นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) และ นายปิยะศิริ วัฒนวรางกูร เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ที่ตึกไทยคู่ฟ่า ทำเนียบรัฐบาล

นายปิยะศิริ วัฒนวรางกูร เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) เปิดเผยว่านายกรัฐมนตรีได้เรียกมาหารือ เกี่ยวกับสถานการณ์ในพื้นที่ภาคใต้ ส่วนเรื่องของการรักษาความปลอดภัยกอ.รมน.ภาค4 ส่วนหน้า ดูแลอยู่แล้ว แต่เรื่องการเยียวยาเป็นสิ่งที่ศอ.บต. รับผิดชอบ เราปฏิเสธไม่ได้ว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นถี่ในช่วงนี้ 

“วันนี้จะมีการพูดคุยถึงการพัฒนาหรือการแก้ไขยุทธศาสตร์ภาคใต้กับเหตุที่เกิดขึ้นเป็นหลัก ส่วนศอ.บต.จะดูเรื่องแผนการพัฒนาทางเศรษฐกิจสังคมและการศึกษา รวมไปถึงการเยียวยา ทั้งนี้ศอ.บต. มีโมเดลที่จะเสนอต่อนายกรัฐมนตรี ซึ่งต้องรอให้นายกรัฐมนตรีมอบนโยบายสำคัญบางเรื่องด้วย”

เมื่อถามว่าสิ่งที่นำมาเสนอจะมีส่วนกำหนดในนโยบายรัฐบาลหรือไม่ เลขาฯ ศอ.บต. ปฏิเสธพร้อมระบุว่านโยบายรัฐบาลมีอยู่แล้ว เรามีหน้าที่ปฏิบัติตามนโยบายรัฐบาล ซึ่งโดยหลักแล้วทำอย่างไรก็ได้ ให้ประชาชนยิ้มได้และลดความทุกข์ นั่นคือโจทก์ จากนี้ศอ.บต. จะต้องไปดูเรื่องเศรษฐกิจและสังคมเพื่อให้สอดรับกับการแก้ไขปัญหา 

เมื่อถามว่ามีอะไรจะเสริมนายกรัฐมนตรีเรื่องการแถลงนโยบายด้านความมั่นคงหรือไม่ เนื่องจากนายกรัฐมนตรีแสดงความกังวลเรื่องปัญหาชายแดนใต้ นายปิยะศิริ กล่าวว่าเรื่องเศรษฐกิจ สังคม การศึกษา และยาเสพติดเป็นเรื่องที่สำคัญ ซึ่งอาจจะมีการเสนอทั้งการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ซึ่งวันนี้เลขาธิการป.ป.ส. จะร่วมด้วย 

เมื่อถามว่าเห็นด้วยหรือไม่ที่รัฐบาลจะเอาการเมืองนำการทหารในการดูแลพื้นที่ภาคใต้ เลขา ศอ.บต. กล่าวว่า ตนเห็นด้วยกับนโยบายของรัฐบาลอยู่แล้ว เนื่องจากเป็นผู้รับ แต่เข้าใจว่าการพัฒนาต้องควบคู่กับการทหารและเรื่องทางกฎหมาย เพราะเชื่อว่าการพัฒนาสุดท้ายแล้วจะนำพาความเจริญและความสุขนี่คือหน้าที่ของศอ.บต. 

เลขาฯศอ.บต.กล่าวด้วยว่า อย่างไรก็ตาม ในพื้นที่มีการยกระดับการรักษาความปลอดภัยที่เข้มข้นขึ้นไม่ได้ประมาท เพียงแต่ในพื้นที่ภาคใต้ไม่ใช่เพียงพื้นที่เมืองอย่างเดียว แต่เป็นพื้นที่ป่าเขาซึ่งทุกคนต้องช่วยกัน 

เมื่อถามว่าที่เกิดเหตุถี่ในช่วงนี้เป็นเพราะช่วงเปลี่ยนผ่านรัฐบาลหรือไม่ เลขาฯศอ.บต. กล่าวว่าไม่ใช่เพราะปัจจัยในการเกิดเหตุมีหลายสาเหตุ พร้อมยืนยันว่าในพื้นที่ทำงานกันอย่างต่อเนื่องไม่น่าเกี่ยวข้องกับประเด็นดังกล่าวอย่างแน่นอน 

ส่วนเรื่องการลักลอบส่งน้ำมันออกนอกประเทศนั้น เลขาฯศอ.บต.กล่าวว่า
เป็นเรื่องของศุลกากรและตำรวจ ศอ.บต.ดูเรื่องพัฒนา ซึ่งยอมรับว่าในภาคใต้มีปัญหาเรื่องน้ำมันอยู่บ้าง โดยทางดีเอสไอได้ลงพื้นที่ไปแล้วและทางจังหวัดก็ลงพื้นที่สุ่มตรวจ ดังนั้นเรื่องภาวะการกักตุนไม่น่าจะมีปัญหา

ผู้สื่อข่าวถามถึงคณะพูดคุยสันติสุขชายแดนใต้ ยังคงเดินหน้าพูดคุยอยู่หรือไม่ เพราะหลายคนวิจารณ์ว่าไม่มีความต่อเนื่อง นายปิยะศิริ กล่าวว่า ทุกอย่างต้องจบที่การเจรจา และก็มีการพูดคุยกันมาโดยตลอด ซึ่งตนก็เป็นหนึ่งในคณะพูดคุยฯ แต่ในมุมของตนดูเรื่องการผลักดันการลดอุปสรรคของการพัฒนา ไม่ได้มีส่วนในมิติการก่อเหตุ เพื่อขอความร่วมมือฝ่ายตรงข้ามว่าต้องมีพื้นที่ปลอดภัยเพราะเงื่อนไขคือประชาชนต้องปลอดภัย คุณจะทำอะไรก็ทำ

ผู้สื่อข่าวถามถึงมาตรการรับมือช่วงเทศกาลงสงกรานต์ เลขาฯศอ.บต. กล่าวว่า กอ.รมน.และทางจังหวัดมีการซ้อมแผนรองรับเผชิญเหตุอยู่แล้ว มีการดำเนินการเป็นพิกัด เพราะเราไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์ใดๆ  นอกจากนี้ยังดูเรื่องของอุบัติเหตุ โดยเฉพาะในช่วงกลางคืนกองกำลังทหารและตำรวจที่อยู่ในพื้นที่ก็มีการเพิ่มความเข้มงวดไม่อนุญาตให้ลาพัก และรวมไปถึงข้าราชการที่เป็นตำแหน่งหลักทั้งหมดด้วย 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าด้วยว่าช่วงเย็นวันนี้ ( 3 ม.ย.) นายอนุทิน พร้อมด้วย นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกฯ จะเดินทางไปร่วมฟังสวดพระอภิธรรมศพ นางลำเนา อยู่บำรุง ภรรยา ร.ต.อ.เฉลิม อยูบำรุง อดีตรองนายกฯ ที่วัดบางบอน กรุงเทพฯ 

กัณวีร์ ไขก๊อกยื่นลาออกพรรคพลวัต ร่ายยาวเหตุผลที่ต้องไป ย้ำไม่เกี่ยวข้องกันอีก

กัณวีร์ ไขก๊อกยื่นลาออกพรรคพลวัต ร่ายยาวเหตุผลที่ต้องไป ย้ำไม่เกี่ยวข้องกันอีก

กัณวีร์ ไขก๊อกยื่นลาออกพรรคพลวัต ร่ายยาวเหตุผลที่ต้องไป ย้ำไม่เกี่ยวข้องกันอีก

วันศุกร์ ที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2569, 17.09 น.

วันที่ 3 เมษายน 2569 นายกัณวีร์ สืบแสง หัวหน้าพรรคพลวัต ได้โพสต์ภาพใบลาออกจากสมาชิกพรรคการเมือง โดยระบุว่า “เป็นการตัดสินใจทางการเมืองที่สำคัญอีกครั้งหนึ่ง วันนี้ที่ 3 เมษายน 2569 ผมตัดสินใจลาออกจากสมาชิกพรรคพลวัต อย่างเป็นทางการ และขอประกาศว่า ตั้งแต่บัดนี้ผมไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับพรรคพลวัตอีกต่อไป

พรรคที่ผมคาดหวังและสร้างจากอุดมการณ์ร่วมกับอดีต ส.ส. 2 ท่าน คือพี่กอฟ และอาจารย์อภิสิทธิ์ กับการสร้างสถาบันการเมืองที่วางฐานการเมืองระบอบประชาธิปไตยโดยเอาหลักสิทธิมนุษยชนมาเป็นไขสันหลังหลัก เหมือนประเทศต้นแบบที่ไทยนำระบอบการเมืองประชาธิปไตยที่มีกฎหมายพื้นฐาน (Basic Law) ที่มีหลักการสิทธิมนุษยชนวางไว้ที่แก่นในของกฎหมายรัฐธรรมนูญ

นี่คือความหวังที่เรา 3 คน ได้คุยกันเป็นเวลาเกือบปีก่อนในสภาผู้แทนราษฎร ก่อนตั้งพรรคการเมืองขึ้นมา แต่เนื่องด้วยเวลาอันสั้นในการจัดตั้งพรรคเพื่อเตรียมสู้ศึกเลือกตั้งที่ผ่านมา เรามีเวลาไม่ถึง 1 เดือนในการรวมคนเพื่อลงเลือกตั้ง จึงทำให้อุดมการณ์การจัดตั้งพรรคที่เราคาดหวังไว้ไม่สามารถทำได้อย่างที่ต้องการ !!

ทุกคนต้องการทำการเมือง แต่วิธีปฏิบัติในพรรคพลวัตไม่ใช่สิ่งที่ผมต้องการ เพราะการเมืองที่ผมตั้งใจแตกต่างจากหลายคนที่กระโดดเข้ามาร่วม จึงเป็นเวลาที่เหมาะสมที่ผมต้องออกไปเดินหน้าทำงานตามที่ผมถนัดและมุ่งหวัง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องมนุษยธรรม สิทธิมนุษยชน การสร้างสันติภาพ และงานด้านการต่างประเทศที่ผมชื่นชอบ

ขอบคุณทุกคนที่เข้าร่วมอุดมการณ์การทำงาน ที่มีอุดมการณ์ทางการเมืองที่เหมือนกัน และต้องขอบคุณพี่น้องประชาชนที่สนับสนุนการทำงานการเมือง และกำลังใจต่างๆ ที่ให้มา รวมทั้งคะแนนเสียงทั้งหมดจากการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 ก.พ.69 ที่ผ่านมา ผมต้องขอขอบคุณจากใจจริงครับ

ผมยังทำงานอยู่ครับ และจนกว่าจะพบกันใหม่กับคนที่มีอุดมการณ์ร่วมกันจริงๆ แล้วพบกันเร็วๆ นี้ครับ”

เลขาฯ สภาฯ รัฐบาลยังไม่ประสานจัดแถลงนโยบายฯ

เลขาฯ สภาฯ รัฐบาลยังไม่ประสานจัดแถลงนโยบายฯ

เลขาฯ สภาฯ รัฐบาลยังไม่ประสานจัดแถลงนโยบายฯ

วันศุกร์ ที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2569, 16.56 น.

วันนี้ 3 เมษายน 2569 ที่รัฐสภา นายศิโรจน์ แพทย์พันธุ์ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยว่า ยังไม่ได้รับการประสานจากสำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรี เรื่องการประชุมร่วมรัฐสภา เพื่อแถลงนโยบายของรัฐบาล ต้องรอให้ คณะรัฐมนตรี(ครม.) ชุดใหม่เข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทถวายสัตย์ปฏิญาณก่อน จากนั้นนายกรัฐมนตรี จะทำหนังสือถึงประธานรัฐสภาเพื่อแจ้งให้ทราบว่าจะขอแถลงนโยบายต่อรัฐสภา และจะมีการปรึกษาหารือถึงการกำหนดวันที่เหมาะสม ยืนยันว่าไม่ว่าจะเป็นวันไหน สำนักงานเลขาฯสภาฯก็พร้อมดำเนินการจัดการประชุม และการแถลงนโยบายถือเป็นเรื่องเร่งด่วน สามารถนัดวันประชุมได้ทันทีภายในหนึ่งวัน โดยไม่นับรวมวันที่รับและส่งเอกสาร 

เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร กล่าวด้วยว่า ขณะนี้ยังไม่ได้รับร่างคำแถลงนโยบายฯ คงต้องรอให้มีการประชุมคณะรัฐมนตรีนัดแรกเพื่อให้การรับรองคำแถลงนโยบายก่อน เมื่อได้รับร่างคำแถลงนโยบายแล้ว ก็จะส่งให้สมาชิกผ่านทางอิเล็กทรอนิกส์ส่วนรูปเล่มก็จะแจกให้ในวันประชุมเลย ทั้งนี้ หากรัฐบาลขอแถลงนโยบาย วันที่ 10 และ 11 เม.ย.นี้ ก็พร้อม ดำเนินการจัดการประชุมร่วมรัฐสภาทันที 

ศิโรจน์ แพทย์พันธุ์

บิ๊กดุลย์ เข้าไหว้อำลา บิ๊กเล็ก พร้อมสานต่อภารกิจ-รากฐานความมั่นคง

บิ๊กดุลย์ เข้าไหว้อำลา บิ๊กเล็ก พร้อมสานต่อภารกิจ-รากฐานความมั่นคง

บิ๊กดุลย์ เข้าไหว้อำลา บิ๊กเล็ก พร้อมสานต่อภารกิจ-รากฐานความมั่นคง

วันศุกร์ ที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2569, 15.57 น.

วันที่ 3 เมษายน 2569 พล.ท.อดุลย์​ บุญธรรมเจริญ​  รมว.กลาโหม ได้โพสต์ข้อความระบุว่า  สิ่งที่พี่เล็กได้วางรากฐานไว้ ไม่ใช่แค่ภารกิจหน้าที่ แต่คือความห่วงใยที่ส่งต่อถึงกำลังพลทุกคน โดยเฉพาะน้องๆ นายทหารชั้นประทวน ที่เป็นกำลังสำคัญของกองทัพ และเป็นหัวใจของความมั่นคงของประเทศ

ผมขอกราบมุทิตาจิต ในสิ่งที่พี่ได้ทุ่มเททำเพื่อกองทัพและประเทศชาติมาโดยตลอด และขอให้คำมั่นว่า…สิ่งที่พี่เริ่มไว้ ผมจะสานต่อให้สำเร็จ

ด้วยความเคารพรักอย่างยิ่ง

— พลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ —

ทั้งนี้ ที่ศาลาว่าการกระทรวงกลาโหม พล.อ. ธราพงษ์ มะละคำ ปลัดกระทรวงกลาโหม นำข้าราชการสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม อำลา และแสดงมุทิตาจิตให้กับ พล.อ. ณัฐพล นาคพาณิชย์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ซึ่งพ้นจากตำแหน่ง

ปชป.ลงดาบขั้นสูงสุด! ผู้สมัคร สส. คุกคามทางเพศ ก่อนเจ้าตัวชิ่งลาออก

ปชป.ลงดาบขั้นสูงสุด! ผู้สมัคร สส. คุกคามทางเพศ ก่อนเจ้าตัวชิ่งลาออก

ปชป.ลงดาบขั้นสูงสุด! ผู้สมัคร สส. คุกคามทางเพศ ก่อนเจ้าตัวชิ่งลาออก

วันศุกร์ ที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2569, 15.40 น.

“ปชป.”แจงปมผู้สมัคร สส.เอี่ยวคดี”คุกคามทางเพศ” ยันยึดหลักสากลป้องสิทธิผู้เสียหาย ลงดาบพักงานขั้นสูงสุด ก่อนเจ้าตัวชิ่งลาออก

3 เมษายน 2569 ที่พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) นางการดี เลียวไพโรจน์ สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แถลงกรณีอดีตผู้สมัคร สส.พรรคประชาธิปัตย์ ชื่อย่อ “พ.” ถูกกล่าวหาในคดีคุกคามทางเพศ ว่า สำหรับกระบวนการที่เกิดขึ้นภายในพรรค และความรับผิดชอบของผู้บริหารพรรคในเรื่องนี้ คือ กระบวนการทั้งหมดที่เริ่มขึ้นจนถึงวินาทีนี้ เราทำเพื่อปกป้องชื่อเสียง ศักดิ์ศรี ของผู้เสียหาย ตามหลักการ Survivor Friendly Justice ซึ่งเป็นที่ทำอยู่ในปัจจุบันหลักสากล โดยทางผู้บริหารรับรู้เรื่องนี้หลังจากเกิดเหตุ และทางผู้บริหาร คือตน , นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และนายสกลธี ภัททิยกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งวันนั้นเราได้รับข้อมูลและเห็นเรื่องนี้ว่าเป็นเรื่องละเอียดอ่อน และเรื่องคุกคามทางเพศไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนเป็นเรื่องที่พวกเรารับไม่ได้ และเราก็ทำการจัดการโดยทันที โดยกรอบระเบียบของพรรคซึ่งเริ่มจากการตั้งคณะกรรมการในการสอบข้อเท็จจริง

นางการดี กล่าวต่อว่า เราได้คุยกับทั้งสองฝ่าย ทั้งผู้ที่ถูกกล่าวหาและผู้ที่ได้รับความเสียหาย จากนั้นด้วยมาตรฐานที่เราไม่ยอมรับในเรื่องนี้ ทำให้เราเชื่อได้ว่ามีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมจริง และเมื่อมีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมจริงแล้ว ในฐานะของผู้บริหารพรรคมีทางเลือกที่จะเป็นไปตามกฎระเบียบพรรค คือเลือกที่จะมีการสอบสวนและปกปิดข้อมูลตรงนี้เป็นความลับที่ให้รู้ในวงน้อยที่สุดเท่าที่จำเป็น เพื่อปกป้องศักดิ์ศรีของผู้ที่เสียหาย และเป็นไปตามหลักการของพรรคไปสู่การตัดสินเพื่อให้มีการ พักหน้าที่ของผู้ที่ถูกกล่าวหาเป็นระยะเวลา 6 เดือน ซึ่งถือว่าเป็นการลงโทษอย่างขั้นที่สุดตามกฎระเบียบพรรคที่มีในตอนนี้

“เรามีทางเลือกที่จะขับออกจากพรรคทันที แต่กระบวนการนั้นจะทำให้ข้อมูลที่ละเอียดอ่อนและชื่อเสียงของผู้เสียหายถูกรับรู้ในวงกว้าง คณะกรรมการจึงตัดสินใจเลือกทางที่ปกป้องผู้เสียหายเป็นหลักภายใต้ความยินยอมของเจ้าตัว จึงเป็นที่มาว่าเราได้มีการลงโทษของผู้ที่ได้รับข้อกล่าวหานั้นไปเรียบร้อยแล้ว ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญ และในการเมืองเป็นสิ่งที่เรายอมรับไม่ได้ ในฐานะลูกผู้หญิงด้วยกันเราก็ต้องทำระเบียบแบบนี้ ความชัดเจนและสร้างบรรทัดฐานที่ดีต่อการทำงานการเมืองต่อไป รวมถึงไม่ว่าจะเป็นองค์กรไหนเราก็ไม่ควรที่จะทำให้เหตุการณ์เหล่านี้เกิดขึ้น” นางการดี กล่าว

ด้าน นางรัดเกล้า อินทวงศ์ สุวรรณคีรี สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวเสริมว่า ในเรื่องของกระบวนการยุติธรรมทางกฎหมายที่มีการดำเนินอยู่ ทางพรรคจะเกาะติดและติดตามอย่างต่อเนื่อง เพื่อดูว่าความผิดยุติธรรมเกิดขึ้นจริง นอกจากนั้นการดูแลผู้ที่ได้รับผลกระทบ คือดูแลในการสร้างพื้นที่ปลอดภัยให้เขาสามารถดำรงชีวิตและทำงานที่เขารักต่อไปได้อย่างมีความเท่าเทียมกับผู้อื่น และรู้สึกว่าเขาปลอดภัย ในการเยียวยาเรื่องหัวใจ ทางพรรคให้ความสำคัญในเรื่องนี้ และประสานผู้เชี่ยวชาญเพื่อที่จะดูแลผู้ที่ได้รับผลกระทบอย่างต่อเนื่องต่อไป

นางการดี กล่าวทิ้งท้ายว่า ส่วนผู้ที่ได้รับข้อกล่าวหามีพฤติกรรมไม่เหมาะสม ได้ลาออกจากสมาชิกพรรคไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และขั้นตอนของพรรคยืนยันว่าไม่นิ่งนอนใจ และจัดการดำเนินการทันทีและรัดกุม เพื่อไม่ให้มีการรั่วไหลของข้อมูลที่ทำให้เสียชื่อเสียงไปถึงผู้ที่ได้รับความเสียหาย

‘พี่คนดี’ ร่ายกลอนแซะแรง! จิกกัดความย้อนแย้ง ค้านไป-แอบใช้ไป

'พี่คนดี' ร่ายกลอนแซะแรง! จิกกัดความย้อนแย้ง ค้านไป-แอบใช้ไป

‘พี่คนดี’ ร่ายกลอนแซะแรง! จิกกัดความย้อนแย้ง ค้านไป-แอบใช้ไป

วันศุกร์ ที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2569, 15.36 น.

วันที่ 19 มีนาคม 2569 เฟซบุ๊กเพจ ‘P.khondee(พี่คนดี กวีสมัครเล่น)’ ที่มีผู้ติดตามบนมากกว่า 1.4 แสนราย ได้ออกมาโพสต์บทกลอนว่า 49/2026  ชวนเก่ง

     วัคซีนจีน พ่อส้ม          ชวนแบน
แต่แอบฉีดเข้าแขน            ไม่ช้า
    ใครนำช่วยเติมแคลน     ส้มเฉ่ง
แต่กับพรรคพวกข้า          กล้าร้อง เรี่ยไร
     ส้มป่วนชวนด่าแป้ง      แช่งหนู
แต่กลับยกมือชู                 ยกให้
    ด้อมชวนเพื่อน เชื่อกู     บอยขอต พีที
แถวต่อลดแล้วมั้ย              กูได้ ไปเติม
พี่คนดี
3/4/2569

ระวัง คลื่นพายุ เศรษฐกิจลูกใหญ่ที่สุด กิ๊ก อนิศ แนะ รัฐบาลควรตั้งวอร์รูมรับมือ

ระวัง คลื่นพายุ เศรษฐกิจลูกใหญ่ที่สุด กิ๊ก อนิศ แนะ รัฐบาลควรตั้งวอร์รูมรับมือ

ระวัง คลื่นพายุ เศรษฐกิจลูกใหญ่ที่สุด กิ๊ก อนิศ แนะ รัฐบาลควรตั้งวอร์รูมรับมือ

วันศุกร์ ที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2569, 15.11 น.

วันนี้ 3 เมษายน 2569 นายอนิศ โอสถานุเคราะห์ อดีตผู้สมัคร สส.กาฬสินธ์ เขต 2  พรรคภูมิใจไทย (ภท.) สั่นกระดิ่งเตือนคนไทยให้เตรียมรับมือกับวิกฤตเศรษฐกิจระดับ Worst Case ที่กำลังถาโถงเข้ามาอย่างหนักหน่วง โดยมีข้อความทั้งหมดระบุว่า “ระวัง คลื่นพายุ เศรษฐกิจลูกใหญ่ที่สุดกำลังมาแล้ว อ่านข่าวในฟีด ทุกวันนี้ยังเจอสื่อ สารพัด มัวหาเสียง ด่ากันในเรื่อง รมต เมื่อสามสิบปีที่แล้ว เรียนจบอะไรมา มหาวิทยาลัย ใหญ่ไหม ให้ สส ต่อแถวซื้อข้าว ดีใจกันว่านี่คือชัยชนะ ของจริง มาแล้วเต็มๆ นายกสิงคโปร์ ออกแถลงการณ์ถึง ปชช สรุปสั้นๆว่า วิกฤติ มาแล้ว ทั้งสงคราม สินค้่าขึ้นราคา น้ำมัน ห่วงโซ่ supply ทุกเรื่อง ว่าง่ายๆ คำเดียว สั้นๆ เตรียมเละเทะ และนี่คือเวลาที่ทุกคน ต้องพร้อมใจกัน ไม่ใช่ทะเลาะกัน

หลายคนยังไม่รู้สึกอะไร แม้กระทั่งตัวผมเอง น้ำมันแพง ก็ขึ้นรถไฟฟ้าเอา รถจอดอยู่ 7 วันแล้ว ว่าจะไปขยับ ให้ยางไม่เสื่อมสักหน่อย จนเมื่อวาน ได้อ่านเจอ เฟสบุค ของ นายก Liza นายกสมาคม ก่อสร้างรับเหมา คนแชร์ไม่เยอะ เพราะคนติดตามเธอ แค่พันกว่าๆ อ่านจบ จึงได้รำพึงขึ้นมาว่า ชิบหายแล้ว และช่วยแชร์ในโพสต์ก่อนหน้านี้ การก่อสร้าง ยางมะตอย เหล็ก ทุกอย่าง ราคาขึ้นแบบ จรวด แถมหาของไม่ได้ การถมดิน cost หลักคือน้ำมัน ขึ้นราคาแบบ ถมต่อก็เจ๊ง ไม่ทำก็เจ๊ง ถูกปรับ ไม่ไหวรถก็ถูกยึดลามไปถึงแบงค์ รับกรรมต่อ supplier ไม่ปล่อยของ สักพัก ก็เจ๊งตาม คราวนี้ โครงการ ก่อสร้าง จะค้าง ทั้ง ecosystem

อนิศ โอสถานุเคราะห์

กรรมกร หาเช้ากินค่ำ ไม่มีงานทำ พลาสติค แพคเกจจิ้ง ทุกสินค้า รวมถึงต้นทุนของ จะขึ้นพรวดๆ กำไร ที่เราขายใน แอพจีน ที่ไม่เหลืออยู่แล้ว จะแตะระดับขาดทุน ให้เห็นแน่ ถ้าขายราคาเดิม ขึ้นราคาคนก็ไม่มีเงินซื้ออีก ค่าขนส่ง แน่นอน จะขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะต้นทุนคือน้ำมัน ใครส่งฟรี คำนวนดีๆ ไม่งั้นกลับบ้านก่อนเพื่อน เงินเราทุกคน ต่อให้ได้เท่าเดิม ก็เหมือนถูดลดเงินเดือนแบบน่าใจหาย เพราะเงินเฟ้อทุกประเทศ เป็นหมด มล ปลื้ม ออกมาด่า ใส่ใครไม่รู้ ว่าหยุดหาเสียง บ้าๆบอๆ ได้แล้ว สร้างความเกลียดชัง มันไม่ใช่เวลา ตอนนี้ต้องร่วมมือกัน

รัฐบาล ควรตั้ง war room ให้ทุกภาคส่วน ส่งผลกระทบเข้ามา วิเคราะห์ สถานการณ์รายวัน และระดมภาคเอกชน ฝีมือดีเข้าช่วยคิด ตอนนี้ เราอยู่ใน worst case scenario คือสงคราม ขาดอย่างเดียวคือ ระเบิดยังไม่ลง พื้นที่เราเท่านั้น แต่ผลกระทบคืิอเต็มๆ ผมไม่ใช่กูรูทางเศรษฐกิจ ไม่กล้าแนะนำ อะไรในช่วงนี้ รู้แต่ภาพกว้างๆ คืิอ

อนิศ โอสถานุเคราะห์

1 รัฐบาลอย่างแรก ต้องไม่ให้ระบบล้ม อย่าเติมเงินสู้ ชดเชยอย่างเดียว แบบ สู้สงครามเงินกับ จอร์จ โซรอส ไม่กี่วัน IMF มาแน่ เยียวยาเฉพาะจุดสำคัญ อย่าแจกหว่านทุกระบบ เงินเราไม่พอ รักษา ระบบหลักไว้ให้ได้ อันนี้เชื้อว่า พี่เอก เอกนิติ เอาอยู่ เช่นมีคน บอก ลดราคาน้ำมัน ตัดภาษี สรรพสามิตทิ้งเลย พี่เอก บอกต้องดูดีๆ น้ำมันลดราคาวันนี้ แต่ไม่สะท้อนความจริง ในสงคราม อีกไม่กี่วัน เงินหมด ราคาขึ้นปรี้ดอยู่ดี แต่เงินคลังหมด ไปช่วยด้านอืืนๆไม่ได้ นี่คือการรักษาระบบ มองแนวคิดแล้ว ผมเชื่อว่า นี่คือขุนพลคลังแนวหน้า ที่ดีที่สุด ที่เรามีในระบบขณะนี้ ไม่มี รมช การเมืองอะไรมาแทรกแซง เชื่อว่าเอาอยู่

2 สื่อสารความจริง แบบรายวัน คล้ายลอร์เรนซ์ หว่อง นายกสิงคโปร์ และใช้ info graphic มาคุยให้เห็นภาพ วันละสองครั้งยังได้ ให้ประชาชนเข้าใจเป็นเสตปว่าเกิดอะไรขึ้น worse case คืออะไร most likely happen คืออะไร ควรตั้งรับอย่างไร ค่อยๆอธิบาย ผมเชื่อว่าคนไทยเข้าใจ โควิดยังผ่านกันมาได้ อีกครั้งจะเป็นไร มันคือสงคราม ที่เราไม่ได้ก่อ

อนิศ โอสถานุเคราะห์

ภาคเอกชน รักษาเงินสด อย่าหยุด ใช้จ่าย แต่ให้หันมาใช้ของไทย บริการไทยเป็นหลัก ใครจะซื้อกระเป๋า ใบละแสนละล้าน หยุดก่อน รู้ว่าเงินคุณ แต่นาทีนี้มันคือเงินประเทศไทย อย่าให้ไหลออก ถ้ารวยนัก เอาเงินแสน เงินล้านที่จะซื้อประเป๋า ฉีดลงรากหญ้า จะไปนวดไทย ซื้ออาหารสตรีทฟูด บริการอะไร แพงๆ ของคนไทยก็ได้ ฉีดปุ๋ย ลงรากหญ้าไปช่วยๆกัน มันจะฟื้นระบบ ขึ้นมาได้ เที่ยว ตปท งดแป๊บนึง หัวหิน ระยอง ชายทะเล เมืองรอง ก่อน อย่าเอาเงินออกนอก ปท แต่ไปฉีดใส่ระบบเมืองรองแทน คอนเทนด์ประเภทวันนี้ ช้อบยุโรปไปสิบล้าน อย่าเพิ่ง เอาสิบล้านไปโปรยใส่เมืองรอง ซะ จะจ้างคนมาพันคน เต้นให้คุณดู ก็ได้แทน เศรษฐกิจเมืองนั้นจะหมุนขึ้นมาทั้งระบบ ได้คอนเทนท์เหมือนกัน ใส่แฮชแทค คนจะรวยช่วยชาติ มาทำเคมเปญนี้ซะ

กินข้าวถ้าไหว เดินไปร้านซะ อย่าให้เงินไหลผ่านแอพ ตปท ให้คนไทยได้รับเต็มๆ พยายามหาทาง ส่งออก ให้ได้เยอะที่สุด ล่าสุดผมไปงานของ กระทรวง พานิชย์ เขามีอบรม จัด แมทชิ่ง คู่ค้าฟรี แถมออกค่าบูท ที่ตปท ให้ฟรี ลงแพลตฟอม ออนไลน์ ตปท ฟรี ไปหาความรู้ตรงนั้น ทุก SME คือขุนพลประเทศไทย

อนิศ โอสถานุเคราะห์

พี่แต๋ม รอขายของให้อยู่แล้ว ชั่วโมงนี้ ต้องหาเงินเข้าประเทศทุกช่องทาง ส่วนพี่แก จะใส่วิกอะไร ก็ช่างแกเถอะ เอาเป็นว่าสวยดี แล้วทำงานได้ ก็พอแล้ว อย่าดราม่าอะไร ไม่เข้าเรื่องขนาดนั้น อย่า panic มาร่วมใจกัน เข้าใจว่า เงินหมด มันต้องหาแพะสักตัว ก็คงไม่พ้นรัฐบาล ขอแค่ปากด่าไป แต่มือช่วยหยิบช่วยผลัก เดี๋ยวมันจะไปได้ เราอยู่ต้น พายุ กลางพายุ หรือปลายพายุ อันนี้ไม่ได้อยู่ที่เรา คงเป็น ตาทรัมป์ ว่าเมื่อไหร่จะจบสักที ขอแค่คนไทย ร่วมมือกัน มันจะไปได้ เราเก่งอยู่แล้ว เรื่องยามศึกร่วมกันสู้ พอสงบเดี๋ยวมาด่ากันต่อ

ตอนนี้ ถึงเวลาแล้วครับใครมีคอมเมนท์ ว่าชั่วโมงนี้ ควรทำอย่างไร ภาคส่วนไหน ผลกระทบ อะไร แชร์กันมาได้ จะช่วยเป็นกระบอกเสียงให้อีกทางหนึ่ง ส่วนพวก คอมเมนท์ แนวควายสีอะไร อย่าเพิ่ง เดี๋ยว จบพายุเศรษฐกิจ เดี๋ยวไปเล่นด้วย แต่ตอนนี้มาระดมสมองกันก่อน ตามนี้นะทุกคนคร้าบ อนิศ โอสถานุเคราะห์”

โพสต์ฺของนาย อนิศ โอสถานุเคราะห์ เผยแพร่ลงมาบนโลกโซเชียลไม่นานนัก ทำให้ชาวเน็ตจำนวนมากเข้าไปคอมเมนต์แสดงความคิดเห็นกันเป็นจำนวนมาก เช่น

“นายน้อยขอคารวะครับผมครับ ท่านอาจารย์ครับ”

“ชอบแคมเปญ”คนรวยช่วยชาติ”

“สุดยอดๆ ขอบคุณๆ ช่วยๆ กันกระตุ้น ต่อมความคิด..ขออนุญาต แชร์นะ.”

“1.เอาภาษีต่างๆในน้ำมันออกก่อนเลย 2.ความแพนิคทั้งหมดเกิดจากความไม่น่าไว้ใจของรัฐบาลเอง ทีมบริหารควรเคลียร์ตัวเองเพื่อไม่ให้เกิดคำครหาประชาชนจะได้รับรู้ถึงความจริงใจในการแก้ปัญหา”

“ในเรื่องของท่องเที่ยวเห็นด้วยเลยครับสำหรับการเที่ยวในประเทศ…แต่ ราคาที่พักสูงมาก ถึงขนาดว่าไปเที่ยวต่างประเทศคุ้มกว่า แต่สถานการณ์ราคาน้ำมันตอนนี้ก็ทำให้หลายๆคนลังเลกับการเดินทางส่วนตัวเชื่อว่าหลังสงกรานต์น่าจะหนักขึ้นแน่นอน แล้วเดี๋ยวก็จะเปิดเทอมกันอีกครับ”

“โทษ รบ.รอบนี้เรื่องการสื่อสารและการรับมือ แต่อยากพ้นวิกฤติต้องร่วมมือกัน”

“ภาครัฐ ควรทำให้ดูเป็นตัวอย่างในการประหยัด ทั้งตัวนายก สส. สว. ปรัยแอร์27องศา งดใส่สูท ตัดงบสวัสดิการสส. ถ้าจะให้ดูสง่างามนายกกล้าไหม ไม่รับเงินเดือน ตังบหรือชลองบบางอย่างที่ไม่เร่งด่วน นำงบเข้าส่วนกลาง”

อนิศ โอสถานุเคราะห์
อนิศ โอสถานุเคราะห์
อนิศ โอสถานุเคราะห์
อนิศ โอสถานุเคราะห์
อนิศ โอสถานุเคราะห์

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก เฟซบุ๊ก Anit Osathanugrah 

พรรคเศรษฐกิจ จุดพลุจี้ยกเลิก บำนาญ สส. ทำชาวเน็ตคอมเมนต์สนั่น

พรรคเศรษฐกิจ จุดพลุจี้ยกเลิก บำนาญ สส. ทำชาวเน็ตคอมเมนต์สนั่น

พรรคเศรษฐกิจ จุดพลุจี้ยกเลิก บำนาญ สส. ทำชาวเน็ตคอมเมนต์สนั่น

วันศุกร์ ที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2569, 14.56 น.

วันนี้ 3 เมษายน 2569 พรรคเศรษฐกิจ ได้ออกมาโพสต์ข้อความตั้งคำถามถึงสวัสดิการของเหล่านักการเมืองที่ทำเอาชาวเน็ตตาสว่างกันทั้งประเทศ โดยมีข้อความทั้งหมดระบุว่า “สส. #พรรคเศรษฐกิจ ประกาศ ยกเลิกบำนาญ สส. เมื่อวานนี้ในสภา ใครเห็นว่า สส.สามล้อถูกหวย ไม่ควรได้บำนาญสส. เดือนละ 20,000-40,000 บ้าง? ขอเสียงหน่อย”

พรรคเศรษฐกิจ

หลังจากที่โพสต์ของ พรรคเศรษฐกิจ เผยแพร่ลงมาบนโลกโซเชียล ทำเอาชาวเน็ตแห่เข้าไปคอมเมนต์แสดงความคิดเห็นกันอย่างถล่มทลาย เช่น

“หมอวรงค์เสนอ3ข้อทำตามนั้นเลยครับ สุดยอด”

“เพิ่งรู้ ว่าเป็น สส มีบำนาญ”

“ให้ได้ครับ แต่ขอ 5 สมัย ครบ 5 สมัย เอาไปเลย บำนาญรัฐ”

“พูดถึงเพื่อเตี๊ยม ภูมิใจเตี๊ยม ก็บอกมาเถอะ อุ่นใจ เย่ ๆๆๆ”

“อย่างนี้นี่เอง ถึงอยากจะเป็นกันทั้งครอบครัว”

“เพิ่งรู้ สส. มีบำนาญ”

“อยากรู้ ใคร/พรรคไหน ในอดีต ที่เสนอเรื่องเพิ่มสวัสดิการ สส. มากมายขนาดนี้ ประชาชน จะได้รู้จัก หน้าตา จะได้ชื่นชม ได้ถูกคน”

“#พรรคเศรษฐกิจ รอบหน้าไม่ได้มาแค่3ท่านแน่นอน “

“หาแสงไปเรื่อยๆ 555”

“เห็นด้วยยกเลิกไปเลยประชาชนทำงานกว่าจะได้บำนาญจากประกันสังคมต้องอายุ55ปี สส.ทำงานเข้ามาปีเดียวก็ได้บำนาญจากภาษีประชาชนเอาเปรียบมาก”

“พนักงานข้าราชการ ทำงานอย่างน้อย25ปี กว่าจะได้บำนาญ อายุ55 – 60ปีกว่าจะได้ แถมได้น้อยกว่าอีก”

พรรคเศรษฐกิจ
พรรคเศรษฐกิจ

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก เฟซบุ๊ก พรรคเศรษฐกิจ – Economic Party