ข้าราชการ-คนมีสีมีเอี่ยว สหรัฐชี้ค้ามนุษย์ไทยแก้ไปก็ไม่ดีขึ้น

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/676224

วันที่ 21 ก.พ. 2565 เวลา 15:57 น.ข้าราชการ-คนมีสีมีเอี่ยว สหรัฐชี้ค้ามนุษย์ไทยแก้ไปก็ไม่ดีขึ้น

ทวนสาเหตุที่สถานการณ์การค้ามนุษย์ไทยถูกลดระดับเป็น Tier 2 Watch List ประเทศที่ต้องจับตา

• สืบเนื่องจากที่นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล กล่าวอภิปรายทั่วไปแบบไม่ลงมติ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 152 ว่า ปัญหาคอร์รัปชันจากเจ้าหน้าที่รัฐซึ่งเชื่อมโยงกับขบวนการค้ามนุษย์ โดยเฉพาะชาวโรฮีนจา ที่ถูกทรมานและโดนกระทำ ทำให้ระดับสถานการณ์การค้ามนุษย์อยู่ในระดับ Tier 2 Watch List 

• เมื่อเดือนก.ค. ปีที่แล้วกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐเผยแพร่รายงานสถานการณ์การค้ามนุษย์ประจำปี 2021 โดยไทยถูกลดอันดับให้อยู่ใน Tier 2 Watch List (ประเทศที่ต้องจับตาสถานการณ์การค้ามนุษย์) โดยมีประเทศเพื่อนบ้านที่อยู่ในระดับเดียวกันอย่างเช่น กัมพูชา และเวียดนาม

• ก่อนหน้านี้ไทยอยู่จัดอันดับให้อยู่ใน Tier 2 ติดต่อกัน 3 ปี แต่เมื่อปีที่แล้วถูกลดอันดับให้อยู่ใน Tier 2 Watch List โดยรายงานจากกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐระบุว่า “รัฐบาลไทยไม่ได้ปฏิบัติตามมาตรฐานขั้นต่ำในการกำจัดการค้ามนุษย์อย่างเต็มที่ แต่กำลังพยายามอย่างมากที่จะทำเช่นนั้น” ไม่ว่าจะเป็นการประสานงานกับภาคประชาสังคมในการสืบสวนการค้ามนุษย์และคุ้มครองผู้เสียหาย การจัดฝึกอบรมและการประชุมเชิงปฏิบัติการสำหรับอัยการและผู้พิพากษา และเริ่มต้นการสอบสวนเจ้าหน้าที่ 9 คนที่ถูกกล่าวหาว่าสมรู้ร่วมคิดในอาชญากรรมการค้ามนุษย์

• รายงานจากสหรัฐระบุว่ารัฐบาลไทยยังคงพยายามป้องกันการค้ามนุษย์ โดยนายกรัฐมนตรีกำกับดูแลความพยายามต่อต้านการค้ามนุษย์ของรัฐบาลผ่านคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ รัฐบาลยังคงติดตามความคืบหน้าในการต่อต้านการค้ามนุษย์ผ่านการรวบรวมข้อมูลและรายงานประจำปีต่อนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี

• ในปี 2020 รัฐบาลได้จัดสรรงบประมาณ 4.02 พันล้านบาท เพื่อการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ เพิ่มขึ้นจากประมาณ 3.8 พันล้านบาทในปี 2019 โดยมีการดำเนินการรณรงค์ผ่านหนังสือพิมพ์ โทรทัศน์ วิทยุ โซเชียลมีเดีย ป้ายโฆษณา และเอกสารแจกเพื่อสร้างความตระหนักรู้ของสาธารณชนทั่วประเทศ

• ทว่า รายงานจากสหรัฐระบุว่า “รัฐบาลไทยไม่ได้แสดงให้เห็นถึงความพยายามที่มากขึ้นเมื่อเทียบกับรายงานครั้งก่อนหน้า” โดยรัฐบาลเปิดการสอบสวนการค้ามนุษย์น้อยลงอย่างมีนัยสำคัญ ดำเนินคดีกับผู้ต้องสงสัยน้อยลง และตัดสินลงโทษผู้ค้ามนุษย์น้อยกว่าในปี 2019 แม้จะมีรายงานอย่างกว้างขวางว่าการบังคับใช้แรงงานเป็นที่แพร่หลายในหมู่แรงงานข้ามชาติในหลายอุตสาหกรรมในประเทศไทย แต่รัฐบาลกลับระบุเหยื่อการค้ามนุษย์จำนวนน้อยเมื่อเทียบกับขอบเขตของปัญหา

• นอกจากนี้ ทางการไทยไม่เคยรายงานการระบุตัวเหยื่อการค้าแรงงานอันเป็นผลจากการตรวจสอบเรือประมงที่ท่าเรือ การให้บริการของรัฐบาลไทยแก่เหยื่อยังไม่เพียงพอ และเหยื่อบางคนที่อาศัยอยู่ในที่พักพิงของรัฐบาลขาดเสรีภาพในการเคลื่อนไหว การทุจริตและการสมรู้ร่วมคิดของทางการยังคงเป็นอุปสรรคต่อความพยายามต่อต้านการค้ามนุษย์

การทุจริตบ่อนทำลายความพยายามในการขจัดปัญหาการค้ามนุษย์ของไทย

• รายงานจากสหรัฐยังระบุว่า เจ้าหน้าที่ของรัฐบางคนมีส่วนได้ส่วนเสียโดยตรงในอาชญากรรมค้ามนุษย์ รวมถึงการรับสินบน หรือเงินกู้ยืมจากเจ้าของธุรกิจและซ่องโสเภณีที่หาประโยชน์จากเหยื่อ

• เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองที่ทุจริตอำนวยความสะดวกในการค้ามนุษย์โดยรับสินบนจากนายหน้าและผู้ลักลอบขนแรงงานตามแนวชายแดนไทย โดยสหรัฐอ้างรายงานที่น่าเชื่อถือระบุว่ามีเจ้าหน้าที่ทุจริตปกป้องซ่องโสเภณี สถานที่ขายบริการทางเพศ เจ้าของโรงงาน และเจ้าของเรือประมงจากการบุกตรวจค้น ดำเนินคดี และสมรู้ร่วมคิดกับผู้ค้ามนุษย์

• ขณะที่นายรังสิมันต์ โรม อ้างว่าคนทำคดีที่ออกมาเปิดโปงอย่าง พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 อดีตหัวหน้าชุดทำคดีโรฮีนจากลับต้องขอลี้ภัย เนื่องจากถูกกดดันทั้งตำรวจและทหาร เพราะออกหมายจับ พล.ท.มนัส คงแป้น อดีตผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพบก

• นายรังสิมันต์ โรม จึงขอตั้งคำถามไปที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี รวมถึง พล.อ.ประวิตร และพล.ต.อ.จักรทิพย์ ว่าเคยคิดจะคุ้มครอง พล.ต.ต.ปวีณ หรือไม่ แทนที่จะส่งเสริมให้ตำรวจน้ำดีเกษียณอายุราชการอย่างสงบสุข กลับต้องขอลี้ภัย ไปใช้ชีวิตแรงงานอย่างยากลำบากในต่างแดน ที่ถือเป็นความอยุติธรรม ที่คนชั่วได้ดี คนดีต้องลี้ภัยหรือไม่ รวมถึงรัฐบาลทำลายล้างคนทำดี ปลูกฝังระบบปรสิตหรือไม่

• อย่างไรก็ตาม รัฐบาลยืนยันว่าในปีที่ผ่านมาการดำเนินงานเพื่อต่อต้านการค้ามนุษย์ของไทยมีพัฒนาการเชิงคุณภาพอย่างมีนัยสำคัญ แม้จะอยู่ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19

 นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ภายใต้การนำของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้ความสำคัญกับปัญหาการค้ามนุษย์ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญของประเทศไทยที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของชาติและเศรษฐกิจปากท้องของประชาชน ตลอดจนภาพลักษณ์และความเชื่อมั่นระหว่างประเทศโดยเฉพาะอย่างยิ่งมีผลกระทบต่อศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์และสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐาน ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา รัฐบาลพร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีความุ่งมั่นแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์อย่างจริงจังมาโดยตลอด

• พร้อมยกผลสำรวจของซูเปอร์โพล (SUPER POLL) ซึ่งชี้ว่าประชาชนส่วนใหญ่เชื่อมั่นรัฐบาลว่ามึความตั้งใจแก้ไขปัญหามากกว่ารัฐบาลที่ผ่านมา โดยร้อยละ 76.0 ระบุ รัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ ให้ความสำคัญต่อด้านมนุษยธรรมและการคุ้มครองมากกว่าอดีตที่ผ่านมา โดยเฉพาะการต่อต้านการค้ามนุษย์

“ในส่วนของเจ้าหน้าที่ภาครัฐหากเข้าไปมีส่วนร่วมกับการค้ามนุษย์จะต้องดำเนินคดีอย่างเด็ดขาด ให้ถึงที่สุด ไม่ว่าจะมีตำแหน่งสูงแค่ไหนก็ตาม ห้ามละเว้นทุกกรณี”

Tier 2 Watch List คืออะไร?

• รัฐบาลสหรัฐจัดอันดับโดยอิงจากกฎหมายคุ้มครองเหยื่อการค้ามนุษย์ (TVPA) โดยแบ่งเป็น 4 อันดับ ได้แก่

  • Tier 1 ประเทศที่ดำเนินการสอดคล้องกับมาตรฐานขั้นต่ำของกฎหมายในการป้องกันและต่อต้านการค้ามนุษย์
  • Tier 2 ประเทศที่ดำเนินการไม่สอดคล้องกับมาตรฐานขั้นต่ำของกฎหมาย แต่มีความพยายามแก้ปัญหาการค้ามนุษย์
  • Tier 2 Watch List ประเทศที่ดำเนินการไม่สอดคล้องกับมาตรฐานขั้นต่ำของกฎหมาย มีความพยายามแก้ปัญหา แต่มีรายงานการค้ามนุษย์เพิ่มขึ้น หรือไม่มีหลักฐานชัดเจนว่ารัฐบาลได้พยายามต่อต้านการค้ามนุษย์
  • Tier 3 ประเทศที่ดำเนินการไม่สอดคล้องกับมาตรฐานขั้นต่ำของกฎหมาย และไม่มีความพยายามแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์

• อย่างไรก็ดี ในปี 2014 ไทยเคยตกอยู่ในสถานะ Tier 3 เป็นเวลา 2 ปี โดยอยู่ในอันดับเดียวกับเกาหลีเหนือ รัสเซีย อิหร่าน มาเลเซีย และซิมบับเว อันเนื่องมาจากปัญหาการค้ามนุษย์ ค้าประเวณี และบังคับใช้แรงงานผิดกฎหมายในอุตสาหกรรมประมง

ภาพประกอบ – ผู้ลี้ภัยชาวโรฮีนจานั่งบนเรือไม้ที่ท่าเรือ จังหวัดอาเจะห์ เมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2021 หลังจากที่กองทัพเรืออินโดนีเซียให้การช่วยเหลือในน่านน้ำนอกเมืองบิเรอูเอ็น (ภาพโดย AMANDA JUFRIAN / AFP) 

BOY LONDON แฟล็กชิพสโตร์ใหม่ที่เข้าใจสาย Street Fashion

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/676219

วันที่ 21 ก.พ. 2565 เวลา 14:55 น.BOY LONDON แฟล็กชิพสโตร์ใหม่ที่เข้าใจสาย Street Fashion

อัพเดทเทรนด์แนวสตรีทแฟชั่นกับแบรนด์ “BOY LONDON” แฟล็กชิพสโตร์ที่พร้อมมอบความสนุกในการแต่งตัวให้คนรุ่นใหม่ได้สัมผัสถึง Street Fashion เปิดอย่างเป็นทางการแล้ว

เมืองแห่งไอเดียที่ล้ำเทรนด์ สยามเซ็นเตอร์ The Ideaopolis ศูนย์กลางแห่งจินตนาการไร้ขีดจำกัดในทุกศาสตร์แห่งสุนทรี พร้อมสร้างแรงบันดาลใจใหม่ๆ ให้กับทุกคนได้ทุกวัน ตอกย้ำพื้นที่แห่งเทรนด์เซตเตอร์สุดล้ำ อัพเดทเทรนด์แนวสตรีทแฟชั่นกับแบรนด์ “BOY LONDON” เปิดอย่างเป็นทางการแล้วที่ ชั้น M สยามเซ็นเตอร์

“BOY LONDON” แฟล็กชิพสโตร์คอนเซ็ปต์ใหม่ล่าสุดแห่งแรกในประเทศไทย ตกแต่งร้านทันสมัยดีไซน์เท่พร้อมให้ทุกคนมาเปิดประสบการณ์ใหม่ มอบความสนุกในการแต่งตัวที่จะทําให้คนรุ่นใหม่ได้สัมผัสถึง Street Fashion ที่ผสมผสานกับ Street Art อย่างลงตัว กับดีไซน์ที่มีความทันสมัย ที่ดึงดูดทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติให้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของแบรนด์ ภายใต้คอนเซ็ปต์ TWISTER

พิเศษ!!เพื่อให้สมกับที่ สยามเซ็นเตอร์ เมืองแห่งไอเดียที่ล้ำเทรนด์ เป็นเดสติเนชั่นที่ไม่มีขีดจำกัดในการใช้อิสระทางด้านความคิด แบรนด์ BOY LONDON จัดคอลเลคชั่นพิเศษสำหรับทีนเอจในสยามเซ็นเตอร์โดยเฉพาะกับ “BEAR COLLECTION” เสื้อสีชมพูสกรีนลายหมี ลิมิเต็ดเอดิชั่นเฉพาะที่นี่ที่เดียว ในแบบ Absolute Siam เท่านั้น

นอกจากนี้ ยังพบกับคอลเลคชั่นอื่นๆ อีกมากมาย ทั้งเสื้อยืดสุดเท่แบบสีดำทั้งตัวสำหรับคนชอบแบบ All black, กางเกงขายาวสุดชิคที่ใส่กับลุคไหนก็เข้ากัน, คนรักฮู้ดดี้ เสื้อแขนยาวห้ามพลาด หรือแม้แต่กระเป๋าสะพายสุดฮอต กระเป๋าเป้ที่เสริมลุคเท่ได้อย่างลงตัว และอื่นๆอีกมากมาย ที่จะทำให้ปรากฎการณ์การสร้างแรงบันดาลใจในการแต่งตัวสนุกได้ทุกวัน

มาสนุกกับการช้อปได้แล้วที่แบรนด์ “BOY LONDON” ชั้น M สยามเซ็นเตอร์ เมืองแห่งไอเดียที่ล้ำเทรนด์ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook : Siam Center

Disaya Vacationist ชวนสาวๆ อวดลุคที่ใช่ท้าลมร้อน กับคอลเลกชั่นใหม่ Sailing to Positano

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/676214

วันที่ 21 ก.พ. 2565 เวลา 13:35 น.Disaya Vacationist ชวนสาวๆ อวดลุคที่ใช่ท้าลมร้อน กับคอลเลกชั่นใหม่ Sailing to Positano

เซเลบริตี้สาวสวยยกก๊วนลั้นลาทะเลอันดามัน พร้อมอวดลุคที่ใช่ภายใต้แบรนด์แฟชั่น Disaya Vacationist เสื้อผ้าสไตล์รีสอร์ทแวร์ที่บอกเล่าการใช้ชีวิตของผู้หญิงที่รักการท่องเที่ยว สะท้อนไลฟ์สไตล์ความเป็นตัวของตัวเอง กับคอลเลกชั่นใหม่ “Sailing to Positano”

ช่วงนี้บ้านเราอุณหภูมิไต่ระดับสูงขึ้นเรื่อยๆ เป็นสัญญาณบ่งบอกถึงฤดูกาลเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ซัมเมอร์ ช่วงเวลาแห่งสีสันและความมีชีวิตชีวา ชวนให้หลายคนอยากออกไปสัมผัสรสชาติของการท่องเที่ยวพักผ่อน เช่นเดียวกับบรรดา ซุป’ตาร์สาวและเหล่าเซเลบริตี้ที่ตบเท้าพากันไปลั้นลาท้าลมร้อน พร้อมอวดลุคที่ใช่ภายใต้แบรนด์แฟชั่น Disaya Vacationist (ดิษยา วาเคชันนิสต์) เสื้อผ้าสไตล์รีสอร์ทแวร์ที่บอกเล่าการใช้ชีวิตของผู้หญิงที่รักการท่องเที่ยวและแต่งตัวเพื่อสะท้อนไลฟ์สไตล์ความเป็นตัวของตัวเอง กับคอลเลกชั่นใหม่ “Sailing to Positano” ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากเสน่ห์ของสถานที่และไลฟ์สไตล์ของผู้คนในเมือง Positano ประเทศอิตาลี ผ่านลายผ้าน่ารักๆ ทั้งลายนางเงือกแหวกว่ายโต้ฟองคลื่น ลายกระเบื้องเคลือบโทนสีฟ้า-ขาว และลายชุดยูนิฟอร์มนักเดินเรือ ส่งให้สาวๆ สดใสมีชีวิตชีวาบนเรือหรู “Andaman Passion” (อันดามันแพชชั่น) ที่พาล่องโต้คลื่นทะเลอันดามัน ภูเก็ต รับวันสบายๆ

สำหรับคอลเลกชั่นใหม่ Sailing to Positano ได้แรงบันดาลใจมาจากเสน่ห์ของสถานที่และไลฟ์สไตล์ของผู้คนในเมือง Positano ประเทศอิตาลี ผ่านลายผ้าน่ารักๆ ทั้งลายนางเงือกแหวกว่ายโต้ฟองคลื่น ลายกระเบื้องเคลือบโทนสีฟ้า-ขาว และลายชุดยูนิฟอร์มนักเดินเรือ ส่งให้สาวๆ สดใสมีชีวิตชีวาบนเรือหรู “Andaman Passion” (อันดามันแพชชั่น) ที่พาล่องโต้คลื่นทะเลอันดามัน ภูเก็ต รับวันสบายๆ

เริ่มกันที่นางเอกสาวลุคสดใส มิ้นต์-ชาลิดา วิจิตรวงศ์ทอง ชื่นชอบเสื้อผ้าไปทะเลสไตล์เรียบๆ สีสันไม่ฉูดฉาดมาก แต่ขอแอบมีดีไซน์เซ็กซี่เล็กๆ เพื่อความสดใสมีชีวิตชีวา อย่างชุดลายลูกไม้สีชมพูของ Disaya Vacationist ลุคนี้ทำให้สาวมิ้นต์ดูสวยหวานน่ารัก ด้วยเนื้อผ้าบางเบาลาย Stripe สีขาวสลับแดงที่ถ่ายทอดออกมาผ่านการตัดต่อผ้าลูกไม้สลับสี และการวางแถบลูกไม้ลงไปบนผ้าสีพื้นเพื่อให้เกิดเป็นลายทาง แม้จะดูเรียบๆ แต่มีเสน่ห์ชวนมองไม่น้อย

เช่นเดียวกับสาวหน้าหวาน บัว-นลินทิพย์ สกุลอ่องอำไพ ยอมรับว่าก่อนหน้านี้เน้นแฟชั่นเรียบๆ สีเอิร์ทโทน หรืออยู่ในเซฟโซน แต่พักหลังเวลาไปลั้นลาชายทะเล การเลือกไอเทมที่มีสีสันแมทช์กับท้องฟ้า หาดทราย หรือน้ำทะเลก็ทำให้ดูสนุกขึ้น จึงชอบเสื้อผ้าที่มีสีสันพร้อมแว่นกันแดดที่เข้ากับรูปหน้า และชุดลายกระเบื้องเคลือบสีฟ้าลุคนี้ ก็ทำให้ดูเป็นสาวหวานปนเซ็กซี่เบาๆ เพราะเนื้อผ้าสวมใส่สบายแต่งเติมด้วยแอคเซสเซอรี่โซ่สีทองพร้อมจิลเวลรี่ทั้งไข่มุก ปลาดาว เปลือกหอย ห้อยระย้า เพิ่มความเฟมินีน เป็นไอเทมรับซัมเมอร์ที่หนุ่มๆ ต้องเหลียวมอง

มาที่นางเอกสาวมีตำแหน่งการันตีความงาม ปุ๊กลุก-ฝนทิพย์ วัชรตระกูล เวลาไปลั้นลาชายทะเลไอเท็มที่ต้องมีคือกล้องถ่ายรูปกับเสื้อผ้าสวยๆ ที่มีความพลิ้วไหวสะบัดไปตามแรงลมโทนสีขาว ชมพู หรือฟ้าอ่อนๆ สำหรับลุคนี้ เป็นเสื้อเปิดไหล่พอดีตัวเข้าคู่กับกระโปรงยาวลายลูกไม้สีน้ำเงินเข้มสลับขาว กับดีไซน์โชว์แผ่นหลังแอบเซ็กซี่เล็กๆ เป็นไอเท็มเรียบหรูและเต็มไปด้วยรายละเอียดน่ารักๆ ที่ส่งให้สาวปุ๊กลุ๊กโดดเด่นน่าค้นหา

อีกหนึ่งสาวสวยระดับนางงาม น้ำตาล-ชลิตา ส่วนเสน่ห์ สาวหน้าคมคนนี้มีใบหน้าและรูปร่างที่สะกดทุกสายตา เพราะฉะนั้นแว่นตากันแดดและบิกินีจึงเป็นไอเทมที่ต้องพกติดตัวไว้เสมอเวลาไปเที่ยวทะเล และ Disaya Vacationist ก็เป็นอะไรที่ตอบโจทย์ เพราะมีความกรุยกรายเล่นกับสายลมเวลาโพสท์ท่าถ่ายรูป อย่างชุดนี้เป็นกางเกงขาสั้นเข้าคู่กับเสื้อทรงยูนิฟอร์มของนักเดินเรือ โดดเด่นด้วยลวดลายนางเงือกแหวกว่ายใต้ท้องทะเล อีกทั้งโทนสีน้ำเงินเข้มก็เข้ากับบรรยากาศการเที่ยวทะเล ทำให้ดูมีเสน่ห์ชวนมอง

สำหรับดาราสาวลุคเปรี้ยวจี๊ด โม-มนชนก แสงฉายเพียงเพ็ญ เวลาไปเที่ยวทะเลมักไม่ลืมไอเทมเสริมความมั่นใจอย่างแว่นตากันแดด ต่างหู และชุดที่มีดีไซน์เรียบเก๋ สีสันเข้ากับบรรยากาศของการพักผ่อน แต่จะมีลิมิตของความเซ็กซี่ อาจจะเปิดไหล่หรือโชว์แผ่นหลังหรือหน้าท้องเล็กๆ เพื่อความมีชีวิตชีวา ลุคนี้เป็นเสื้อสายเดี่ยวแบบทูพีช เข้าคู่กับกางเกงทรงหลวมเนื้อผ้าพลิ้วไหวพร้อมลวดลายนางเงือกเล่นน้ำท่ามกลางปะการังและเปลือกหอย ใส่แล้วรู้สึกว่าเป็นตัวเองมาก มั่นใจ มีความทะมัดทะแมง และสีสันที่สดใสก็เข้ากับซัมเมอร์เมืองไทยมากๆ

ปิดท้ายที่สาวไซส์เล็กลุคน่ารักสดใส แจม–ชรัฐฐา อิมราพร ชอบชุดไปทะเลที่มีเนื้อผ้าพลิ้วไหลบางเบา และมีความกรุยกราย และต้องมีบิกินี่ที่เข้ากับรูปร่างไว้เล่นน้ำด้วย แต่ไม่ลืมเซฟตัวเองด้วยผ้าคลุมพลิ้วๆ สีสันสดใส สำหรับ Disaya Vacationist ลุคนี้ชื่นชอบลายผ้าเป็นพิเศษ เพราะมีความสนุกสนานเต็มไปด้วยปลาน้อยใหญ่แหวกว่าย พร้อมแอ็คเซสเซอรี่เป็นโซ่สีทองคล้องไหล่ เกาะเกี่ยวด้วยปลาดาว เปลือกหอย ไข่มุก มีความเก๋และเป็นเครื่องประดับไปในตัว ช่วยเสริมความเป็นผู้หญิงสไตล์ดิษยาที่รักธรรมชาติ สายลม และแสงแดด สาวคนไหนที่ชื่นชอบไอเทมสบายๆ มีความเก๋ไก๋ชวนมองซัมเมอร์นี้ต้องไม่พลาด!

พบกับ Disaya Vacationist “Sailing to Positano” ได้ที่ DISAYA Boutiques ทุกสาขา หรือทางช่องทางออนไลน์ www.disaya.com, Line Official Account / Instagram @disaya.vacationist

#DisayaVacationist

#SailingtoPositano

#Amazingthailand

#การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

#BanyanTreeVeyaPhuket

#SolisterPR

ครบรอบ 16 ปี WALTZ ชวนอายแวร์เลิฟเวอร์ช็อปแว่นตาพรีเมียมในแหล่งรวมสุดยอดแว่นหรูระดับโลก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/676188

วันที่ 21 ก.พ. 2565 เวลา 09:25 น.ครบรอบ 16 ปี WALTZ ชวนอายแวร์เลิฟเวอร์ช็อปแว่นตาพรีเมียมในแหล่งรวมสุดยอดแว่นหรูระดับโลก

ช็อปแว่นตาระดับพรีเมียม WALTZ สาขา Siam Paragon ฉลองครบรอบ 16 ปี สร้างตำนานบทใหม่ภายใต้คอนเซ็ปต์ “The Thriving Heritage” รวมสุดยอดแว่นหรูระดับโลกให้สัมผัสแบบเอ็กซ์คลูซีฟครั้งแรกในไทย วันนี้ – 28 ก.พ. 2565

อีกหนึ่งตำนานแห่งลักซ์ชัวรีไลฟ์สไตล์ WALTZ ช็อปแว่นตาระดับพรีเมียมแถวหน้าของประเทศไทย ที่รวบรวมแบรนด์แว่นตาหรูระดับลักซ์ชัวรีชั้นนำของโลก จัดงานแถลงข่าวฉลองครบรอบ 16 ปี พร้อมเผยเรื่องราวที่ไม่เคยบอกเล่าที่ไหนมาก่อน ภายใต้คอนเซปต์ กับ “WALTZ The Thriving Heritage” ภายในงานพบสุดยอดแบรนด์แว่นตาหรูชั้นนำของโลกที่ได้รับการกล่าวขานว่าเป็น The Best of ในแต่ละสาขา พร้อมเผยโฉมแบบเอ็กซ์คลูซีฟให้เป็นเจ้าของที่แรกก่อนใคร!! ตั้งแต่วันนี้ – 28 กุมภาพันธ์ 2565 ที่ร้าน WALTZ สาขา Siam Paragon ชั้น 2

นายแพทย์สุวิช รัตนศิรินทรวุธ ผู้ก่อตั้งบริษัท วอชิงตัน พารากอน จำกัด และเจ้าของร้านแว่นตาสุดหรู WALTZ เผยว่า “WALTZ เริ่มต้นธุรกิจจากประสบการณ์ในวงการแว่นตาที่ถ่ายทอดกันมากว่า 70 ปี จากรุ่นสู่รุ่น จากจุดกำเนิดการขายแว่นแบบหาบเร่แผงลอย ก่อนกลายมาเป็นธุรกิจขายส่ง ธุรกิจนำเข้าเกี่ยวกับแว่นตาใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่ง ทั้งยังมีส่วนร่วมในการสร้างมาตรฐานวิชาช่างแว่นตาเพื่อผลิตช่างแว่นตาให้กับประเทศไทยอย่างแพร่หลายจวบจนถึงปัจจุบัน ถ่ายทอดสู่แรงบันดาลใจในการสร้างร้านแว่นตาที่รวมแบรนด์ luxury ชั้นนำจากทั่วทุกมุมโลก พร้อมการยกระดับคุณภาพร้านแว่นกับการบริการวัดสายตาโดยนักทัศนมาตรผู้เชี่ยวชาญเรื่องสายตาโดยเฉพาะ ควบคุมมาตรฐานทั้งหมดโดยจักษุแพทย์ผู้มากประสบการณ์

ด้วยประสบการณ์ในการทำงานกว่า 30 ปี ในสายงานของจักษุแพทย์ ทำให้เราได้ค้นพบมาตรฐานที่ลงตัวในการสร้าง WALTZ ให้เป็นร้านแว่นที่ตอบโจทย์ผู้มีปัญหาสายตาและต้องการแว่นคุณภาพอย่างแท้จริง โดยเริ่มตั้งแต่กระบวนการวัดสายตาที่ถูกต้อง การเลือกแว่นที่เหมาะสมกับสรีระและค่าสายตา การคำนวณค่าองค์ประกอบต่างๆของแว่นเมื่ออยู่บนใบหน้า การประกอบเลนส์ที่ต้องอาศัยความแม่นยำ และการดัดแว่นให้อยู่ในตำแหน่งที่ดีและใส่สบาย สิ่งเหล่านี้ทำให้ลูกค้าได้ประสบการณ์การทำแว่นที่ดีที่สุดที่ WALTZ” 

ด้าน นายณภัทร์ รัตนศิรินทรวุธ กรรมการผู้จัดการ บริษัท วอชิงตัน พารากอน จำกัด กล่าวว่า “ตลอดระยะเวลา 16 ปีที่ผ่านมา WALTZ มุ่งมั่นที่จะพัฒนาอย่างไม่หยุดนิ่ง ในการเป็นผู้นำในการนำเสนอแว่นแบรนด์เนม เทคโนโลยีเลนส์ระดับเวิลด์คลาส ตลอดจนมาตรฐานการวัดสายตาที่ทันสมัยดูแลโดยที่จักษุแพทย์อย่างใกล้ชิด นอกจากแว่นแบรนด์เนมชื่อดังที่เป็นที่รู้จักโดยทั่วไปแล้ว WALTZ ยังเป็นผู้บุกเบิกในการนำเสนอแบรนด์แว่นตาคุณภาพจากทั่วทุกมุมโลกที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว และเรื่องราวของแบรนด์ที่ถ่ายทอดผ่านการออกแบบแว่นได้อย่างน่าสนใจให้คนไทยได้สัมผัสประสบการณ์ใหม่ๆ กว่า 50 แบรนด์ชั้นนำ นอกจากแบรนด์แว่นตาชั้นนำแล้ว WALTZ ให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีเลนส์มาโดยตลอด โดยร่วมมือกับบริษัทเลนส์แว่นตาระดับโลกอย่าง Rodenstock และ Essilor ในการนำเทคโนโลยีที่ดีที่สุดมานำเสนอและปรับใช้ให้เข้ากับกระบวนการวัดตาตามมาตรฐานของ WALTZ ยกตัวอย่างเช่น การปฏิวัติเทคนิคการวัดสายตา ที่ไม่ได้วัดเพียงค่าสายตาเหมือนร้านทั่วไป แต่วัดไปถึงสรีระของดวงตาอย่างความโค้งกระจกตาและความลึกของลูกนัยน์ตาที่แต่ละคนจะมีค่าเหล่านี้ที่ไม่เท่ากัน WALTZ นับเป็นที่แรกๆในเมืองไทยที่นำเสนอนวัตกรรมใหม่ล่าสุดนี้ให้ลูกค้าของเราได้สัมผัสก่อนใคร เพื่อให้บริการกลุ่มลูกค้าที่มีปัญหาด้านสายตา และต้องการแว่นสายตาที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการใช้งานของลูกค้าได้ในทุกโอกาส ทำให้เราได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าทุกระดับเป็นอย่างดี ตลอดระยะเวลากว่า 16 ปี

ในอนาคต เราต้องการทำให้ WALTZ กลายเป็นร้านแว่น Luxury ชั้นนำที่คนทั่วโลกรู้จัก โดยในอนาคตอันใกล้เรามีแผนที่จะขยายสาขาในต่างประเทศ อาทิเช่น สิงคโปร์ และฮ่องกง รวมถึงการเพิ่มความหลากหลายของสินค้า เช่น แว่นทองคำฝังเพชรที่มีมูลค่าตั้งแต่ 1 ล้านบาทขึ้นไป หรือ แว่น Haute couture ที่ใช้เวลาการผลิตตั้งแต่ 6 เดือนขึ้นไปตามความต้องการของลูกค้า และการพัฒนาบุคลากรอย่างไม่หยุดหย่อน เพื่อให้แบรนด์ WALTZ เป็นแบรนด์ร้านแว่นที่มีชื่อเสียงทัดเทียมระดับโลก”

สำหรับไอเทมสุดพรีเมียมแบรนด์แว่นหรูระดับเวิลด์คลาสที่นำมาจัดแสดงเป็นไฮไลต์พิเศษในงานกว่า 7 แบรนด์ดังที่ถูกคัดสรรมาโดยเฉพาะ สำหรับแบรนด์ที่เรียกได้ว่ายอดเยี่ยมที่สุดในแต่ละสาขา อาทิ LOTOS, Götti, LINDBERG, TVR (True Vintage Revival), MASUNAGA, JMM และ KUBORAUM เพื่อเติมเต็มความหลากหลายตอบโจทย์เหล่าแฟชั่นนิสต้าผู้ชื่นชอบและหลงใหลในโลกแฟชั่นและความเป็นเอกลักษณ์ของแว่นตาคุณภาพจากทั่วทุกมุมโลก ให้การเลือกช้อปปิ้งแว่นตาสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น ซึ่งกลุ่มลูกค้าสามารถเลือกซื้อแว่นตา เลนส์ ตลอดจนมาตรฐานการวัดสายตาจากผู้เชี่ยวชาญและแบรนด์ชั้นนำที่ถูกคัดสรรมาโดยเฉพาะที่ WALTZ เท่านั้น

·      The Best of Precious – LOTOS แบรนด์ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 140 ปี จากประเทศเยอรมนี ทรงคุณค่าด้วยเพชรและทองคำ18K ที่ประดับบนตัวแว่น ประกอบกับงานฝีมือที่ใครเห็นแล้วล้วนต่างหลงใหล LOTOS คือแบรนด์ที่ได้รับการยอมรับจากทั่วโลกและกวาดรางวัลมากมายในเวทีระดับนานาชาติ

·   The Best of Elegance  – Götti แบรนด์แว่นจากสวิตเซอร์แลนด์พร้อมนวัตกรรมล้ำสมัยที่โดดเด่นด้วยดีไซน์มินิมอล และเอกลักษณ์ของกรอบเจาะที่ไม่มีการยึดหน้าเลนส์กับขาด้วยสกรู และไม่มีการใช้กาวในการยึดติด (NO SCREW, NO GLUE)  Götti คือแว่นที่ทั่วโลกต่างให้การยอมรับในด้านการออกแบบ คว้ารางวัลมาแล้วกว่า 6 รางวัล หลักการออกแบบของแว่นตา Gotti คือการสร้างแว่นตาที่ใช้สวมใส่ได้ในชีวิตประจำวัน ด้วยสัดส่วนของกรอบที่มีความกลมกลืนและความซับซ้อนของเทคโนโลยีของการผลิตที่ทันสมัย ทำให้ได้รับกรอบแว่นที่มีคุณภาพรวมถึงการออกแบบที่เหนือกาลเวลา

·      The Best of Minimal Design – LINDBERG แบรนด์เพชรน้ำงามที่เต็มไปด้วยแรงบันดาลใจและสุนทรียะ กับสุดยอดแบรนด์จากประเทศเดนมาร์ก แบรนด์ที่เป็นที่ชื่นชอบของผู้คนทั่วโลกจากหลากหลายสาขาอาชีพที่ได้รับกว่า 100 รางวัลงานดีไซน์ระดับโลก อาทิเช่น Red Dot Awards, IFF Design Awards และอื่นๆอีกมากมาย

·      The Best of Vintage – TVR (True Vintage Revival) สุดแบรนด์แว่นตาสไตล์วินเทจ จากแรงบันดาลใจในความคลาสสิคของแว่นวินเทจในยุคก่อน TVR เป็นงานฝีมือที่ใช้แม่แบบวินเทจจริงโดยช่างฝีมือตัวจริง ปลุกความคลาสสิคดั้งเดิมในคุณภาพที่ให้เกียรติงานดั้งเดิมมากที่สุด

·      The Best of Heritage – MASUNAGA แบรนด์ที่ถือกำเนิดขึ้นมาพร้อมกับประวัติศาสตร์วงการแว่นตาญี่ปุ่นในปี 1905 แว่นของ MASUNAGA เกิดจากเป้าหมายในการทำแว่นที่ดีที่สุด โดยยังคงศิลปะการผลิตแบบดั้งเดิม อาศัยงานฝีมือจากช่างผู้เชี่ยวชาญ แว่นของ MASUNAGA มีขั้นตอนการผลิตกว่า 200 ขั้นตอน และทุกชิ้นส่วนในแว่นของ MASUNAGA ผลิตในโรงงานของตัวเอง และใช้การประกอบจากโรงงานของตัวเองเท่านั้น เพื่อให้ได้คุณภาพของแว่นตาที่ดีที่สุด

·      The Best of Craftsmanship – JMM แรงบันดาลใจจากวัฒนธรรมสู่งานศิลปะบนตัวแว่น JACQUES MARIE MAGE แบรนด์สัญชาติอเมริกาที่ได้นำแรงบันดาลใจจากวัฒนธรรม ภาพวาดโบราณ รวมถึงการเก็บสะสมแม่พิมพ์ต่างๆจากอดีต มาสู่การออกแบบแว่นตาที่มีความเป็นเอกลักษณ์ มีความโดดเด่น ไร้ขอบเขต เปรียบเสมือนงานศิลปะ โดยทุกชิ้นได้รับความใส่ใจในทุกรายละเอียด ไม่ว่าจะเป็นกล่อง การ์ด ผ้าเช็ดแว่นตา รวมถึงทุกชิ้นส่วนที่อยู่ภายในกล่องที่มีรายละเอียดที่บ่งบอกถึงเอกลักษณ์ของแบรนด์ได้เป็นอย่างดี

·      The Best of Italian artisan – KUBORAUM แนวคิดจากเบอร์ลินสู่ผลงานการผลิตของช่างฝีมือในอิตาลี่ แบรนด์ที่ผสานแนวคิดน่าตื่นเต้น และ แปลกใหม่ โดยกลุ่มผู้ก่อตั้งมีเป้าหมายจะเปลี่ยนแปลงรูปแบบแว่นตาแบบเดิมๆจากกฏเกณฑ์โดยสิ้นเชิง โดยทางแบรนด์มักจะตั้งชื่อสินค้าว่า MASKS (หน้ากาก) แทนการใช้คำว่า Sunglasses (แว่นกันแดด) เพื่อปรับเปลี่ยนบุคลิกและเสริมสร้างความมั่นใจให้กับผู้สวมใส่ได้มั่นใจกับสไตล์ของตัวเองได้อย่างโดดเด่น

อายแวร์เลิฟเวอร์ร่วมสัมผัสประสบการณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟและจับจองเป็นเจ้าของแว่นแบรนด์หรูระดับตำนาน สินค้าลิมิเต็ด อิดิชั่น และสเปเชียล คอลเล็คชั่นจากแบรนด์ชั้นนำระดับโลกกว่า 50 แบรนด์ พร้อมมาตรฐานการวัดสายตาด้วยเทคโนโลยีล่าสุดโดยนักทัศนมาตรผู้เชี่ยวชาญเรื่องสายตาโดยเฉพาะ สำหรับผู้ที่สนใจสามารถมาเยี่ยมชมและลองสินค้าได้ภายในงาน WALTZ 16th Year Anniversary – The Thriving Heritage พร้อมรับข้อเสนอสุดพิเศษภายในงานนี้เท่านั้น ตั้งแต่วันนี้ – 28 กุมภาพันธ์นี้ ณ ร้าน WALTZ สาขา Siam Paragon ชั้น 2

ดินเนอร์สุดหรูที่ Uno Mas ดื่มด่ำวัฒนธรรมอาหารสเปน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/676152

วันที่ 20 ก.พ. 2565 เวลา 14:44 น.ดินเนอร์สุดหรูที่ Uno Mas ดื่มด่ำวัฒนธรรมอาหารสเปน

โพสต์ทูเดย์กินเที่ยว ชวนเช็กอินฟินกับรสชาติอาหารสเปน พร้อมชมวิวกรุงเทพแบบพาโนรามา ณ ห้องอาหารสุดหรู Uno Mas บนชั้น 54 โรงแรม Centara Grand at Central World

เรื่องและภาพ วารุณี มณีคำ

รีวิวครั้งนี้พาไปดินเนอร์หรูหราบนตึกระฟ้าใจกลางกรุงเทพมหานคร ที่ห้องอาหาร Uno Mas อิ่มเอมกับอรรถรสครบรูปแบบที่พร้อมให้ทุกคนมาสัมผัสอย่างเพลิดเพลิน รื่นรมย์กับบรรยากาศเคล้ากลิ่นอายวัฒนธรรมแดนกระทิงดุ จุใจไปกับความอร่อยของรสชาติอาหารสเปน ก่อนเอนกายพักผ่อนให้ผ่อนคลายพร้อมทอดสายตามองวิวกรุงเทพฯ จากมุมสูงที่งดงามยามพลบค่ำ เหมาะเป็นมื้ออาหารในวาระพิเศษของคู่รัก นัดพบปะ ครอบครัว หรือจะมาแฮงค์เอาท์กับเพื่อนฝูงก็น่าสน

สำหรับห้องอาหาร Uno Mas มีการตกแต่งที่เป็นเอกลักษณ์ ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากศิลปะสไตล์มัวร์ คาบสมุทรไอบีเรีย ผสมผสานกับบรรยากาศที่ชวนให้คิดถึงร้านอาหารแถบทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ตกแต่งด้วยโทนสีฟ้าน้ำทะเลให้ความรู้สึกผ่อนคลายสไตล์ Casual Dining

ทางด้านเมนูอาหารและเครื่องดื่ม แนะนำ UNO MAS PAELLA ข้าวผัดสไตล์สเปน เมนูข้าวผัดสเปนที่โดดเด่นด้วยรสชาติเข้มข้นหอมมันที่เป็นที่ชื่นชอบของหลายคน และเพิ่มความพิเศษที่ Uno Mas คือสามารถสั่ง Paella ได้ถึงสองรสชาติในถาดเดียว

Paellas Lobster 1950.- Wild Canadian Lobster 

Uno Mas Bravas Potatoes 190.- Soft & crisp, spicy tomato sauce, aioli 

Foie Gras 590.- Pan seared, Pedro Ximenez sherry wine sauce, figs, kiko corn nut cookie

Wagyu Rib-Eye Darling Downs 500g. 2950.- Served grilled with Piquillo peppers, selection of sauces (Ideal for 2 persons)

Mussel and Chorizo Stew 490.-

Uno Mas Sunset 190.- Apple juice, pomegranate and raspberry syrup, lime juicec และ Virgin Sangria 190.- Red grape juice, fresh diced fruits

ตามมาดื่มด่ำบรรยากาศพร้อมลิ้มรสชาติอาหารสเปนเท้ๆ ได้ที่ห้องอาหาร UNO MAS บนชั้น 54 เปิดบริการทุกวัน ตั้งแต่ 16:00 – 23.00 น. (ออเดอร์สุดท้าย 22.00 น.) สำรองที่นั่งโทร 02-100-6255

ติดตามข่าวสารของห้องอาหารอูโนมาสได้ที่

เว็บไซต์: www.unomasbangkok.com

เฟซบุ๊ก: UNO MAS

อินสตาแกรม: Unomas_Bangkok

วิธีการเลือกรักษาโรคไตวายเรื้อรังระยะสุดท้ายที่เหมาะสม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/healthy/676222

วันที่ 21 ก.พ. 2565 เวลา 15:05 น.วิธีการเลือกรักษาโรคไตวายเรื้อรังระยะสุดท้ายที่เหมาะสม

สมาคมโรคไตแห่งประเทศไทย จัดเสวนา“เลือกวิธีล้างไต ได้ข้อมูลครบ พบผู้เชี่ยวชาญ” พร้อมแนะวิธีการรักษาโรคไตวายเรื้อรังระยะสุดท้ายที่เหมาะสม

สมาคมโรคไตแห่งประเทศไทย ร่วมกับกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งประเทศไทย สมาคมพยาบาลโรคไตแห่งประเทศไทยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดกิจกรรมเสวนา“เลือกวิธีล้างไต ได้ข้อมูลครบ พบผู้เชี่ยวชาญ” เผยนโยบาย “สิทธิบัตรทอง นโยบายล้างไตฟรี” จำเป็นอย่างยิ่งต้องมีความพร้อมเชิงระบบเพื่อรองรับผู้ป่วยฟอกเลือดที่อาจมีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยยังคงมาตรฐานและคุณภาพ ถูกต้องตามหลักวิชาการ เพื่อให้เกิดความปลอดภัยสูงสุดระหว่างการฟอกเลือด พร้อมแนะวิธีเลือกวิธีการรักษาโรคไตวายเรื้อรังระยะสุดท้ายที่เหมาะสม

รศ.นพ.สุรศักดิ์ กันตชูเวสศิริ นายกสมาคมโรคไตแห่งประเทศไทยเปิดเผยว่า จากนโยบายผู้ป่วยไตสิทธิบัตรทองตัดสินใจร่วมกับแพทย์เพื่อเลือกวิธีการฟอกไตที่เหมาะสมได้ ตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565 องค์กรวิชาชีพที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับการรักษาพยาบาลดังกล่าว มีความเห็นว่าเป็นนโยบายที่ช่วยให้ประชาชนได้เข้าถึงและมีสิทธิ์เลือกการฟอกไตที่เหมาะสมกับตน สอดคล้องกับวิถีชีวิตภายใต้บริบทข้อบ่งชี้ทางการแพทย์โดยการเลือกวิธีฟอกไตที่เหมาะสม โดยจำเป็นต้องพิจารณาให้รอบด้าน ทั้งนี้จากนโยบายฯ ดังกล่าวจำเป็นอย่างยิ่ง ต้องมีความพร้อมเชิงระบบเพื่อรองรับผู้ป่วยฟอกเลือดที่อาจมีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยยังคงมาตรฐานและคุณภาพถูกต้องตามหลักวิชาการ เพื่อให้เกิดความปลอดภัยสูงสุดระหว่างการฟอกเลือดทุกฝ่าย จึงมีความเห็นร่วมกันเพื่อให้การดำเนินการตามนโยบายดังกล่าวอย่างมีประสิทธิผล จึงจัดกิจกรรมเสวนาให้ความรู้แก่ประชาชนและผู้ป่วยโรคไต ในหัวข้อ “เลือกวิธีล้างไต ได้ข้อมูลครบ พบผู้เชี่ยวชาญ” ขึ้น และเพื่อให้การดำเนินการตามนโยบายดังกล่าวอย่างมีประสิทธิผล ควรดำเนินการ ดังนี้

1.ให้ความสำคัญกับมาตรฐานและคุณภาพของการฟอกไตไม่น้อยไปกว่าปริมาณ โดยคงมาตรฐานการรักษาโดยการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียมที่ได้ถือปฏิบัติมานาน และสมาคมโรคไตแห่งประเทศไทยจะได้เร่งการตรวจรับรองคุณภาพของศูนย์ฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม พร้อมดำเนินการปรับเกณฑ์การรับรองมาตรฐาน ภายใต้คณะอนุกรรมการตรวจรับรองมาตรฐานการรักษาโดยการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม (ตรต.) ของแพทยสภา

2.ขยายการฝึกอบรมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและพยาบาลวิชาชีพ เพื่อเพิ่มบุคลากรในระบบที่ยังขาดแคลน รวมทั้งประสานกับราชวิทยาลัยศัลยแพทย์ฯ เร่งการผลิตศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในการทำเส้นเลือดฟอกไต

3.สร้างแนวปฏิบัติในการเริ่มการบำบัดทดแทนไตทั้ง 2 วิธี คือการฟอกเลือดและการล้างไตทางช่องท้อง และมีการนำไปใช้เพื่อให้มั่นใจว่าผู้ป่วยได้รับข้อมูลการฟอกไตทั้ง 2 วิธีอย่างครอบคลุม

รศ.นพ.สุรศักดิ์ กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตามเป็นที่ยอมรับกันโดยทั่วไปว่าการบำบัดทดแทนไต ที่เป็นประโยชน์สูงสุดกับทุกฝ่าย ประหยัดงบประมาณของรัฐ คือการให้ผู้ป่วยที่ได้รับการฟอก ไม่ว่าฟอกเลือดหรือล้างไตทางช่องท้อง ได้รับการปลูกถ่ายไตให้ไวที่สุด เพื่อให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีและไม่ต้องพึ่งพิงการฟอกไปตลอดชีวิต แต่ในสถานการณ์ปัจจุบันมีจำนวนอวัยวะไตบริจาคจากผู้เสียชีวิตเฉลี่ยปีละ 500 ไต ซึ่งไม่สอดคล้องกับจำนวนผู้ป่วยฟอกไตที่มีจำนวนหลักแสน ดังนั้นควรรณรงค์การบริจาคไต และให้ความสำคัญกับการปลูกถ่ายไตควบคู่กันไป และในขณะเดียวกันควรป้องกันไม่ให้ประชาชนชาวไทยต้องมาป่วยเป็นโรคไตและต้องฟอกไต ด้วยการปรับพฤติกรรมการบริโภคอาหาร ดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอ ลดการบริโภคเค็ม หลีกเลี่ยงการรับประทานยาแก้อักเสบปวดข้อ (NSAIDs) และยาสมุนไพร โดยไม่จำเป็น และท้ายที่สุดภาคีองค์กรฯ จะเร่งดำเนินการสำรวจความพร้อม ศักยภาพ และหนทางการปฏิบัติเพื่อสนองนโยบายรัฐต่อไป

ด้าน พญ.ศศิธร คุณูปการ อายุรแพทย์โรคไต สมาคมโรคไตแห่งประเทศไทย กล่าวถึงวิธีการเลือกรักษาโรคไตวายเรื้อรังระยะสุดท้ายที่เหมาะสมว่า เมื่อก้าวเข้าสู่ไตวายเรื้อรังระยะสุดท้าย การทำงานของไตจะลดลงอย่างมาก จนทำให้คนไข้มีอาการต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น ตัวบวม ปัสสาวะออกน้อย หายใจเหนื่อยหอบ เป็นต้น การรักษาหลักในระยะนี้คือ “การรักษาบำบัดทดแทนไต” เพื่อให้คนไข้สามารถมีคุณภาพชีวิตที่ดีและอายุที่ยืนยาว การบำบัดทดแทนไตแบ่งได้เป็น 3 วิธี ได้แก่ 1.การฟอกไตทางหน้าท้อง (Peritoneal Dialysis :PD) คือ การบำบัดทดแทนไตโดยอาศัยผนังในช่องท้องเป็นตัวกรองในการแลกเปลี่ยนเอาของเสียของจากร่างกาย โดยคนไข้จะต้องได้รับการผ่าตัดวางสายทางหน้าท้องเพื่อเป็นทางนำน้ำยาล้างไตเข้า-ออกจากร่างกาย วิธีนี้สามารถทำเองได้ที่บ้าน แบ่งได้เป็น 2 แบบย่อย คือ ทำด้วยตัวเองหรือใช้เครื่องอัตโนมัติ

  • ข้อดี คือ คนไข้สามารถทำเองได้ที่บ้านวันละ 4 รอบ หรือทำวันละครั้งตอนนอนหากใช้เครื่อง ไม่ต้องเดินทางมารพ. บ่อยๆ ความเสี่ยงของการเกิดความดันตกระหว่างฟอกมีน้อย และมีโอกาสติดเชื้อน้อยมากหากทำตามขั้นตอนที่ถูกต้อง
  • ข้อเสีย คือ การเดินทางไปพักที่อื่นๆ เช่นนอนรพ. ต้องพกเอาน้ำยาล้างไตไปด้วย และหากทำผิดขั้นตอนหรือมีการปนเปื้อนก็มีโอกาสติดเชื้อได้

2.การฟอกไตทางเส้นเลือด (Hemodialysis :HD) คือ การนำเลือดออกจากเส้นเลือดที่ผ่าตัดไว้หรือผ่านทางเส้นฟอกไตแบบชั่วคราวและแบบกึ่งถาวร ผ่านตัวกรองและเครื่องไตเทียม โดยคนไข้มีความจำเป็นต้องมารพ.2-3 ครั้ง/สัปดาห์ หรือมากกว่าหากมีปัญหาเพิ่มเติม

  • ข้อดี คือ ไม่ต้องทำเอง อาศัยพยาบาลไตเทียมที่ได้รับการอบรมอย่างเชี่ยวชาญในการให้การรักษาพยาบาล สามารถกำหนดปริมาณน้ำออกจากร่างกายได้ ใช้เวลาน้อยกว่า/วัน (เฉลี่ย 4ชม./ครั้ง/วัน)
  • ข้อเสีย คือ ต้องเดินทางไปรพ. /คลินิกไตเทียมบ่อย เพิ่มภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทาง มีปัญหาความดันตกได้ง่าย หรือหากมีโรคประจำตัวรุนแรง เช่น โรคหัวใจ ก็อาจมีความเสี่ยงความดันตก หรือหัวใจเต้นผิดจังหวะเพิ่ม อีกทั้งยังเพิ่มความเสี่ยงของการการติดเชื้อผ่านทางสายฟอกเลือดทั้งแบบชั่วคราวและแบบกึ่งถาวร หากดูแลรักษาสายฟอกไตผิดวิธีหรือใช้นานเกินกำหนด

3.การปลูกถ่ายไต (Kidney transplantation :KT) เป็นวิธีที่ดีที่สุดในการเพิ่มคุณภาพชีวิตและยืดอายุขัยของคนไข้ไตเรื้อรังระยะสุดท้ายได้ยืนยาว โดยสามารถแบ่งเป็นการปลูกถ่ายไตจากผู้บริจาคมีชีวิต (เครือญาติ สามี ภรรยา) หรือผู้บริจาคสมองตาย

  • ข้อดี คือ การรักษาวิธีนี้ทำให้ผู้ป่วยสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ใกล้เคียงปกติที่สุด ไม่จำเป็นต้องอาศัยเครื่องมือฟอกไตในการดำเนินชีวิต
  • ข้อเสีย คือ ต้องได้รับยากดภูมิคุ้มกันตลอดระยะเวลาที่ไตบริจาคยังทำงานอยู่ ทำให้เสี่ยงต่อการติดเชื้อเพิ่มขึ้น อาจมีข้อแทรกซ้อนระหว่างผ่าตัด เช่นการเสียเลือด การปฏิเสธอวัยวะ เป็นต้น และการรอคอยอวัยวะเป็นระยะเวลานานเนื่องจากผู้บริจาคมีจำนวนน้อยกว่าผู้รอรับซึ่งยังคงเป็นปัญหาที่สำคัญในประเทศไทย

การเลือกวิธีบำบัดทดแทนไตทั้งสามวิธีนั้น ต้องคำนึงถึงปัจจัยรอบด้าน ได้แก่ โรคประจำตัวของคนไข้ ภาระในการเดินทางไป-กลับสถานพยาบาล ความเชี่ยวชาญของบุคลากรของสถานพยาบาลใกล้บ้าน และความเห็นจากทีมแพทย์ผู้ดูแล โดยทั้งสามวิธีที่กล่าวข้างต้นคนไข้สามารถใช้สิทธิ์ สปสช.ในการรักษาได้ การที่มี “นโยบายล้างไตฟรี” นอกเหนือจากการเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงการรักษาแล้ว ยังต้องคำนึงถึงคุณภาพและมาตรฐานในการรักษาที่ถูกต้องตามหลักวิชาการด้วย ปัจจุบันเจ้าหน้าที่ที่มีความเชี่ยวชาญในการฟอกเลือดยังมีจำนวนน้อยมากเมื่อเทียบกับปริมาณผู้ป่วยที่เพิ่มขึ้นในแต่ละปี ซึ่งทางสมาคมโรคไตฯ ก็ได้ตระหนักในจุดนี้ จึงมีแนวทางในการขยายการฝึกอบรมแพทย์และพยาบาลวิชาชีพเพื่อรองรับผู้ป่วยในอนาคต ในส่วนของทางภาครัฐควรมีนโยบายสนับสนุนการบริจาคอวัยวะและการเข้าถึงการปลูกถ่ายไตให้มากขึ้น โดยมีการให้ความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องและเชิญชวนให้ประชาชนบริจาคอวัยวะ ผ่านทั้งช่องทางสื่อต่างๆ หรือการประชาสัมพันธ์ผ่านหน่วยราชการ และที่สำคัญที่สุดคือการป้องกันการเกิดโรคไตวายเรื้อรังในประชาชน เพื่อเป็นการลดภาระค่าใช้จ่ายในระยะยาวและยั่งยืนที่สุด

วิจัยฮ่องกงพบ โควิด-19 ทำลายอัณฑะ-ลดแรงขับทางเพศ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/676209

วันที่ 21 ก.พ. 2565 เวลา 12:00 น.วิจัยฮ่องกงพบ โควิด-19 ทำลายอัณฑะ-ลดแรงขับทางเพศ

ทีมวิจัยฮ่องกงพบการโควิด-19 อาจส่งผลต่อภาวะเจริญพันธุ์ในผู้ชาย

ทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัยฮ่องกง (HKU) ตั้งข้อสังเกตว่าก่อนหน้านี้มีรายงานอาการปวดอัณฑะในผู้ป่วยโควิด-19 เพศชายบางราย ขณะที่ผลการชันสูตรพลิกศพของผู้ที่เสียชีวิตจากโควิด-19 เพศชายบางรายพบว่ามีการอักเสบของลูกอัณฑะซึ่งมีความเสียหายของเซลล์จำนวนมาก

South China Morning Post รายงานว่าทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัยฮ่องกงซึ่งนำโดยศาสตราจารย์ หยวน กว็อก-หยุ่ง (Yuen Kwok-yung) นักจุลชีววิทยาและที่ปรึกษาด้านโรคระบาดของรัฐบาล จึงได้ทำการศึกษาในแฮมสเตอร์กลุ่มหนึ่งที่ติดเชื้อโควิด-19 และอีกกลุ่มที่เป็นไข้หวัดใหญ่ เพื่อเปรียบเทียบการเปลี่ยนแปลงของอัณฑะและฮอร์โมนหลังการติดเชื้อ

งานวิจัยดังกล่าวได้รับการตีพิมพ์ในวารสารทางการแพทย์ Clinical Infectious Diseases ซึ่งพบว่าการติดเชื้อโควิด-19 อาจส่งผลต่อภาวะเจริญพันธุ์ในผู้ชาย

โดยการวิจัยพบว่าแฮมสเตอร์ที่ติดเชื้อโควิด-19 มีอาการลูกอัณฑะอักเสบเฉียบพลัน อัณฑะฝ่อ จำนวนอสุจิลดลง ลดแรงขับทางเพศ เนื่องจากฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนลดลงอย่างมาก ซึ่งอาการดังกล่าวพบในช่วง 7 ถึง 120 วันหลังการติดเชื้อ

ทีมวิจัยเสริมว่า “ผู้ป่วยโควิด-19 เพศชายที่อยู่ในระยะพักฟื้น สิ่งที่ต้องตระหนักคือภาวะฮอร์โมนเพศชายต่ำ หรือ hypogonadism และภาวะมีบุตรยาก ซึ่งการฉีดวัคซีนโควิด-19 สามารถช่วยป้องกันภาวะแทรกซ้อนนี้ได้”

เมื่อเดือนม.ค. ที่ผ่านมายังมีรายงานว่าหนุ่มอเมริกันวัย 30 ปีรายหนึ่งเปิดเผยว่าเขาได้รับผลกระทบหลังจากติดโควิด-19 โดยองคชาตหดสั้นลง 1.5 นิ้ว หรือ 3.81 เซนติเมตร ทำเอาเจ้าตัวเสียความมั่นใจเรื่องบนเตียงไปเลย

Photo by Louise Delmotte / AFP

การเงินโลกเตรียมรวน ถ้าไบเดนคว่ำบาตรแบงก์รัสเซีย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/676208

วันที่ 21 ก.พ. 2565 เวลา 11:20 น.การเงินโลกเตรียมรวน ถ้าไบเดนคว่ำบาตรแบงก์รัสเซีย

มาตรการคว่ำบาตรถูกเผยออกมาแล้ว ตามที่สหรัฐเคยแย้มออกมาว่าจะคว่ำบาตรรัสเซีย และนี่ข้อมูลที่จะทำให้ทุกคนต้องเตรียมตัวเตรียมใจไว้

รายงานข่าวเอ็กซ์คลูซีฟจากสำนักข่วรอยเตอร์ระบุโดยอ้างแหล่งข่าวว่า รัฐบาลของประธานาธิบดีโจ ไบเดนแห่งสหรัฐได้เตรียม “แพคเกจ” ระยะเริ่มต้นของการคว่ำบาตรกับรัสเซีย โดยจะห้ามธนาคารสหรัฐรทำธุรกรรมกับธนาคารรัสเซียรายใหญ่ 

แหล่งข่าวต่างๆ ยังระบุว่า ไบเดนจะตัดความสัมพันธ์ทางการธนาคาร “ที่สอดคล้องกัน” ระหว่างธนาคารรัสเซียที่กำหนดเป้าหมายที่จะต้องถูกคว่ำบาตรและธนาคารในสหรัฐอเมริกา ซึ่งยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่าความสัมพันธ์ระหว่างธนาคาร “ที่สอดคล้องกัน” นี้หมายถึงแง่มุมใดบ้าง 

เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว รอยเตอร์รายงานตามข้อมูลของเจ้าหน้าที่สหรัฐและยุโรปว่ารัฐบาลสหรัฐและพันธมิตรในยุโรปกำลังสรุปมาตรการคว่ำบาตรในวงกว้าง หากรัสเซียเตรียมเปิดฉากการรุกราน

แพ็คเกจของสหรัฐจะขยายการห้ามส่งออกเทคโนโลยีเพื่อรวมสินค้าใดๆ ที่ทำด้วยส่วนประกอบหรือซอฟต์แวร์ของสหรัฐตลอดจนการคว่ำบาตรต่อมหาเศรษฐีชาวรัสเซีย

แต่ผู้เชี่ยวชาญด้านการคว่ำบาตรกล่าวว่ามากกว่ามาตรการอื่นใด การดำเนินการเชิงรุกต่อธนาคารของรัฐรัสเซียจะกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศมากที่สุด

ไบรอัน โอทูล (Brian O’Toole) อดีตที่ปรึกษาอาวุโสผู้อำนวยการสำนักงานควบคุมทรัพย์สินต่างประเทศหรือ OFAC ในกระทรวงการคลังสหรัฐ ซึ่งออกแบบและ จัดการการดำเนินการตามมาตรการคว่ำบาตร กล่าวว่า “การคว่ำบาตรทางธนาคารเป็นมาตรการที่ส่งผลกระทบมากที่สุดเท่าที่สหรัฐสามารถดำเนินการได้ในระยะสั้น” 

แต่การคว่ำบาตรทางการเงินต่กรัสเซียจะส่งผลกระทบต่อโลกด้วยแม้แต่กับมหาอำนาจเศรษบกิจที่ร่วมวงกดดันรัสเซีย The New York Times รายงานว่า “แต่กลยุทธ์ดังกล่าวมาพร้อมกับความเสี่ยงทางการเมืองและเศรษฐกิจ ไม่มีประเทศใดที่พยายามใช้มาตรการคว่ำบาตรในวงกว้างกับสถาบันการเงินขนาดใหญ่เช่นนี้และต่อขนาดเศรษฐกิจของรัสเซีย และการตอบสนองที่ “รวดเร็วและรุนแรง” ที่เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ให้คำมั่นสัญญาไว้อาจกระทบต่อเศรษฐกิจหลักๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุโรป และแม้กระทั่งคุกคามเสถียรภาพของระบบการเงินโลก นักวิเคราะห์กล่าว”

FT เคยรายงานว่า ECB ได้เตือนผู้ให้กู้ในยุโรปถึงความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น หากมีการกำหนดมาตรการคว่ำบาตรเพิ่มเติมต่อรัสเซียในกรณีที่มีการรุกรานยูเครน

ผลกระทบของการคว่ำบาตรใด ๆ จะไม่ จำกัดเฉพาะสถาบันทางการเงิน / ธุรกิจของรัสเซีย แต่มีแนวโน้มที่จะกระทบไปทั่วโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากสถาบันการเงินที่มีความเสี่ยงสูงในรัสเซีย

FT รายงานว่าตามที่ผู้บริหารระดับสูงของธนาคารแห่งหนึ่งในยุโรประบุว่า ความเสี่ยงหลักจากการคว่ำบาตรคือการดำเนินงานวาณิชธนกิจของธนาคารยุโรป ความเสี่ยงที่คล้ายคลึงกันนี้มีแนวโน้มที่จะแพร่หลายในสถาบันการเงินหลายแห่งที่ทำการแลกเปลี่ยน สัญญาซื้อขายล่วงหน้า สัญญาซื้อขายล่วงหน้า และสัญญาซื้อขายล่วงหน้าอื่นๆ กับคู่สัญญาในรัสเซียที่อยู่ภายใต้การคว่ำบาตร

แม้แต่สำนักข่วในญี่ปุ่นก็รายงานว่าสถาบันการเงินและธนาคารในญี่ปุ่นจับตาการเล้งใช้มาตรการคว่ำบาตรกับรัสเซีย เพราะจะส่งผลกระทบต่อพวกตนไปด้วย เนื่องจากกการโยงใยของระบบการเงินโลก

จับตาไบเดน-ปูติน เตรียมจัดประชุมหารือวิกฤตยูเครน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/676205

วันที่ 21 ก.พ. 2565 เวลา 10:38 น.จับตาไบเดน-ปูติน เตรียมจัดประชุมหารือวิกฤตยูเครน

ไบเดน-ปูตินพร้อมหารือร่วมกัน ภายใต้เงื่อนไขรัสเซียต้องไม่บุกยูเครน

สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานเมื่อวันที่ 21 ก.พ. ประธานาธิบดี โจ ไบเดน ของสหรัฐ และวลาดิมีร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย เห็นพ้องที่จะจัดประชุมสุดยอดร่วมกัน เพื่อหาทางออกให้กับวิกฤตยูเครนที่ยังคงตึงเครียด แต่การประชุมจะเกิดขึ้นได้ต่อเมื่อรัสเซียไม่บุกโจมตียูเครน

ทำเนียบประธานาธิบดีฝรั่งเศสเผยว่า เอ็มมานูเอล มาครง ผู้นำฝรั่งเศสเป็นผู้เสนอให้มีการเจรจาระหว่างไบเดนและปูติน นอกจากนี้จะขยายไปยังผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่เกี่ยวข้องเพื่อหารือเกี่ยวกับความมั่นคงและเสถียรภาพเชิงกลยุทธ์ในยุโรป

โดยแอนโทนี บลิงเคน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ และเซอร์เก ลาฟรอฟ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศรัสเซีย จะมีการหารือกันในวันที่ 24 ก.พ.

ด้านเจน ซากี โฆษกทำเนียบขาวเผยว่าสหรัฐพร้อมที่จะใช้วิธีทางการทูตในการแก้ปัญหา แต่ในขณะเดียวกันก็พร้อมที่จะตอบโต้อย่างรุนแรงและรวดเร็วหากรัสเซียเลือกที่จะทำสงคราม

Photo by DENIS BALIBOUSE / POOL / AFP

สื่ออเมริกันอ้างข่าวกรอง รัสเซียออกคำสั่งให้ ‘โจมตี’ ยูเครน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/676203

วันที่ 21 ก.พ. 2565 เวลา 10:28 น.สื่ออเมริกันอ้างข่าวกรอง รัสเซียออกคำสั่งให้ 'โจมตี' ยูเครน

สื่อของสหรัฐฯ รายงานเมื่อวันอาทิตย์ว่าสหรัฐฯ ได้รับข่าวกรองเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว โดยระบุว่ากองทัพรัสเซียได้รับคำสั่งให้เดินหน้าโจมตียูเครน โดยอ้างแหล่งข่าวที่ไม่เปิดเผยตัว

ข่าวกรองดังกล่าวทำให้ประธานาธิบดี โจ ไบเดน แห่งสหรัฐฯ มั่นใจจนกล่าวไว้เมื่อวันศุกร์ว่า เขา “เชื่อมั่น” ว่า วลาดิมีร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซียได้ตัดสินใจที่จะบุกโจมตี 

ทำเนียบขาว เพนตากอน และกระทรวงการต่างประเทศไม่ยืนยันรายงานดังกล่าวเมื่อถูกถามโดยสำนักข่าวเอเอฟพี

รายงานจาก Washington Post ตรงกับสื่ออื่นๆ ของสหรัฐฯ อีกหลายสื่อ รวมทั้ง CBS, New York Times, CNN และอื่นๆ

“หน่วยข่าวกรองของสหรัฐฯ ที่รายงานข่าาวกรองแก่ไบเดนในการให้คำยืนยันนั้นมาจากคำสั่งที่สั่งการให้ผู้ใต้บังคับบัญชาของรัสเซียดำเนินการโจมตีเต็มรูปแบบ ตามรายงานของหลายๆ คนที่คุ้นเคยกับเรื่องนี้ ซึ่งกล่าวโดยใช้เงื่อนไขของการไม่เปิดเผยชื่อเพราะว่าเรื่องดังกล่าวมีความอ่อนไหว”  Washington Post รายงาน

ขณะที่ Bloomberg รายงานอ้างผู้ที่ทราบข้อมูลเกี่ยวกับกรณียูเครนว่า สหรัฐฯ บอกกับพันธมิตรว่าการรุกรานของรัสเซียใดๆ อาจกำหนดเป้าหมายหลายเมืองนอกเหนือจากกรุงเคียฟ รัสเซียปฏิเสธซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่ามีแผนบุกยูเครน โดยเรียกการกล่าวอ้างดังกล่าวว่าเป็นการโฆษณาชวนเชื่อและเป็น “การทำให้ตื่นกลัว”

อย่งไรก็ตาม สัญญาณอื่นๆ ที่อาจบ่งบอกถึงการรุกรานยูเครนของรัสเซียที่กำลังใกล้เข้ามานั้น “ยังมีการปรับใช้จริง” CNN กล่าว โดยอ้างแหล่งข่าวนิรนามซึ่งเตือนว่าคำสั่งโจมตียังสามารถเพิกถอนได้ หรืออาจมีการกระจายข่าวกรองลวงเพื่อหลอกลวงชาติตะวันตก 

รัสเซียได้วางกองกำลังมากกว่า 150,000 นายไว้ใกล้พรมแดนของยูเครนในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา สหรัฐฯ และพันธมิตรตะวันตกคาดการณ์ไว้

“สี่สิบถึงห้าสิบเปอร์เซ็นต์ (ของกองกำลังเหล่านั้น) อยู่ในตำแหน่งโจมตี พวกเขาปลดประจำการในการชุมนุมทางยุทธวิธีในช่วง 48 ชั่วโมงที่ผ่านมา” เจ้าหน้าที่สหรัฐกล่าวกับผู้สื่อข่าวเมื่อวันศุกร์ โดยยืนกรานจะไม่เปิดเผยชื่อ

มอสโกปฏิเสธว่ามีแผนที่จะโจมตีเพื่อนบ้านทางตะวันตกของตน แต่ก็กำลังแสวงหาการรับประกันว่ายูเครนจะไม่เข้าร่วมกับ NATO และพันธมิตรตะวันตกจะถอนกองกำลังออกจากยุโรปตะวันออก ซึ่งเป็นข้อเรียกร้องที่ตะวันตกปฏิเสธ