นาโตชี้สงครามผิดแผนรัสเซีย เชื่อยูเครนต้องชนะ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/683183

วันที่ 16 พ.ค. 2565 เวลา 11:00 น.นาโตชี้สงครามผิดแผนรัสเซีย เชื่อยูเครนต้องชนะ

เลขาธิการนาโตเชื่อปฏิบัติการในยูเครนจะไม่เป็นไปตามแผนที่รัสเซียวางไว้

สำนักข่าว RT ของรัสเซียรายงานว่าเย็นส์ สต็อลเตินบาร์ก เลขาธิการองค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ (นาโต) กล่าวว่ายูเครนจะสามารถคว้าชัยชนะในการต่อสู้กับกองกำลังรัสเซีย เนื่องจากสถานการณ์ในสมรภูมิรบไม่เป็นไปตามแผนของรัสเซีย

“สงครามของรัสเซียในยูเครนไม่เป็นไปตามที่รัฐบาลรัสเซียวางแผนไว้ พวกเขาล้มเหลวในการยึดกรุงเคียฟ พวกเขาถอยกลับจากรอบๆ เมืองคาร์คิฟ การรุกครั้งใหญ่ของพวกเขาในดอนบัสหยุดชะงัก รัสเซียไม่บรรลุวัตถุประสงค์เชิงกลยุทธ์” สต็อลเตินบาร์กกล่าว “ยูเครนสามารถชนะสงครามได้ ชาวยูเครนกำลังปกป้องบ้านเกิดอย่างกล้าหาญ”

พร้อมเสริมว่า “ยูเครนยังคงสู้ต่อไป นาโตแข็งแกร่งกว่าที่เคย ขณะที่สหรัฐและยุโรปรวมเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันอย่างแข็งแกร่ง”

สต็อลเตินบาร์กยังคงเน้นย้ำถึงการสนับสนุนต่อยูเครน และการความแข็งแกร่งในการป้องกันของนาโต ตลอดจนมีการอภิปรายถึงผลกระทบระยะยาวของสงครม รวมถึงจุดยืนของพันธมิตรที่มีต่อรัสเซียในอนาคตด้วย

ขณะเดียวกัน รัสเซียยืนยันว่ากำลังบรรลุวัตถุประสงค์ทั้งหมดในยูเครน และจะไม่ปิดเส้นทางที่ตั้งใจไว้ ในระหว่างการปราศัยทางโทรทัศน์เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา เอกอัครราชทูตรัสเซียในสหรัฐยืนยันว่าจะไม่มีการ “ยอมจำนน”

“เราจะไม่ยอมแพ้ เราจะไม่ถอย” เขากล่าว

เช่นเดียวกับดมิทรี เปสคอฟ โฆษกรัฐบาลรัสเซียซึ่งกล่าวเมื่อต้นเดือนว่า “ปฏิบัติการทางทหารของรัสเซียในยูเครนกำลังดำเนินไปตามแผน”

Photo by REUTERS/Gonzalo Fuentes

เกิดอะไรขึ้นกับเกาหลีเหนือ จากไร้โควิดจู่ๆ พบคน’มีไข้’1.2ล้านคน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/683175

วันที่ 16 พ.ค. 2565 เวลา 09:50 น.เกิดอะไรขึ้นกับเกาหลีเหนือ จากไร้โควิดจู่ๆ พบคน'มีไข้'1.2ล้านคน

เกาหลีเหนือที่เคยประกาศว่าไม่พบการระบาดของโควิด-19 จู่ๆ ก็พบผู้เสียชีวิตจากโรคนี้มากขึ้นเรื่อยๆ และมีผู้ติดเชื้อเกือบครึ่งล้านในวันเดียว

1. ก่อนเดือนพฤษภาคม 2022 รัฐบาลเกาหลีเหนือไม่ได้รายงานผู้ป่วยที่ได้รับการยืนยันของโควิด-19 แม้ว่านักวิเคราะห์ต่างประเทศบางคนเชื่อว่าไวรัสได้แพร่กระจายที่นั่นตั้งแต่ เดือนมีนาคม 2020

2. Daily NK ซึ่งเป็นเว็บไซต์ข่าวของเกาหลีใต้ที่เจาะลุึกข่าวในเกาหลีเหนือ กล่าวว่า ทหารประมาณ 180 นายอาจเสียชีวิตจากอาการโควิด-19 ในเดือนมกราคมและกุมภาพันธ์ 2020 และแพทย์ได้รับคำสั่งว่าอย่าพูดถึงโควิด-19 เพื่อที่จะไม่สร้างความเสียหายต่ออชื่ออเสียงและภาพลักษณ์ของผู้นำสูงสุด คิม จอง-อึน

3. แต่พอถึงปี 2021 ก็มีรายงานเพิ่มขึ้นว่าการกักตัวเพื่อหลีกเลี่ยงการแพร่ระบาดที่กำลังส่งผลกระทบอย่างใหญ่หลวงต่อเศรษฐกิจ จนกระทั่ง เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2022 สำนักข่าวกลางของเกาหลี (KCNA) รายงานว่ามีประชาชนจำนวนหนึ่งในกรุงเปียงยางซึ่งเป็นเมืองหลวงมีผลตรวจไวรัสเป็นบวก แต่ไม่ได้ระบุจำนวนแน่ชัด

4. ในวันที่ 12 พฤษภาคมนั่นเอง รัฐบาลเกาหลีเหนือได้ประกาศ “ภาวะฉุกเฉินระดับชาติขั้นรุนแรง” หลังจากกลุ่มตัวอย่างจากจำนวนที่ไม่ระบุชื่อมีผลตรวจโควิด-19 เป็นบวก นับเป็นครั้งแรกที่เกาหลีเหนือได้เปิดเผยต่อสาธารณะว่ามีผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในประเทศ

5. สำนักข่าวกลางของเกาหลีระบุว่าผู้นำสูงสุด คิม จอง-อึน ได้เรียกประชุมฉุกเฉินกรมการเมืองของพรรคแรงงานของเกาหลี ซึ่งเป็นหน่วยงานบริหารสูงสุดของประเทศ หลังจากทราบตัวอย่างซึ่งได้มาจากผู้อยู่อาศัยในเปียงยางและมีอาการ “สอดคล้องกับ” เชื้อโอมิครอน ระหว่างการประชุมกรมการเมืองมีการวิจารณ์การจัดการต่อต้านการแพร่ระบาดครั้งก่อน คราวนี้กรมการเมืองจึงแนะนำให้ดำเนินการกักกันฉุกเฉิน “สูงสุด” ซึ่งจะรวมถึงการล็อกดาวน์ทั่วประเทศ ข้อจำกัดด้านพรมแดน และข้อจำกัดเกี่ยวกับขนาดกลุ่มในที่ทำงาน

6. เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม คิม จอง-อึน ได้จัดประชุมที่สำนักงานป้องกันโรคระบาดฉุกเฉินแห่งรัฐ ซึ่งเขาเรียกร้องให้มีการดำเนินการต่อต้านการแพร่ระบาดเพิ่มเติม การล็อกดาวน์ และการแยกตัวผู้ต้องสงสัยว่าติดเชื้อและความพยายามที่จะหยุดการแพร่กระจายได้รับการประกาศให้เป็นขั้นสูงสุด และ KCNA รายงานว่า ‘ไข้’ เริ่มแพร่กระจายตั้งแต่ปลายเดือนเมษายน โดยเปียงยางเป็นศูนย์กลางของการแพร่กระจาย

7. วันที่ 13 พฤษภาคมเช่นกัน สื่อทางการของเกาหลีเหนือรายงานผู้เสียชีวิต 6 รายและมีไข้ 350,000 ราย วันที่ 14 พฤษภาคม มีรายงานผู้ป่วยเพิ่มอีก 174,440 ราย รักษาหาย 81,430 ราย เสียชีวิต 21 ราย 

8. ในระหว่างการประชุมกรมการเมือง คิม จอง-อึน กล่าวว่าสถานการณ์ปัจจุบันเทียบเท่ากับความวุ่นวายในช่วงการก่อตั้งประเทศ แต่สถานการณ์นี้สามารถเอาชนะได้ด้วยธรรมาภิบาลที่เข้มแข็งเหนือสถานการณ์ 

9. ตามรายงานของ KCNA วันที่ 14 พบเคสที่แพร่กระจายในภูมิภาคต่างๆ ลดลง พร้อมทั้งสั่งจ่ายยาฉุกเฉินให้ประชาชนตามแผนป้องกันโรคระบาด อย่งรก็ตาม พอถึงวันที่ 16 รายงานผู้ป่วย 392,920 คนที่มี ‘อาการไข้’ พร้อมด้วยผู้เสียชีวิตอีก 8 ราย แต่รายงานช่วงเช้าระบุว่าเสียชีวิต 15 รายในวันที่ 16 (ซึ่งหมายความว่าตัวเลขเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว) รวมแล้วมีประชาชนที่มีอาการเป็นไข้ 1.2 ล้านคนแล้ส และ 564,860 รายอยู่ระหว่างการกักตัว ผู้เสียชีวิตรวม 50 ราสย จากรายงานวันที่ 15 และ 16 

10. KCNA รายงานวันที่ 16 ว่า ผู้นำ คิม จอง-อึน แเป็นผู้นำการประชุมกรมการเมืองฉุกเฉิน และสั่งให้กองทัพใช้เพื่อรักษาเสถียรภาพในการจัดหายาในเปียงยาง 

Photo by KCNA VIA KNS / AFP

“สมเด็จพระสังฆราช” ประทานพระคติธรรมวันวิสาขบูชา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/dhamma/683083

วันที่ 15 พ.ค. 2565 เวลา 07:53 น."สมเด็จพระสังฆราช" ประทานพระคติธรรมวันวิสาขบูชา

“สมเด็จพระสังฆราช” ประทานพระคติธรรมเนื่องในวันวิสาขบูชา ทรงแนะชาวพุทธหมั่นอบรมเจริญสติให้รู้เท่าทันกาย วาจา ใจของตนเอง และถึงพร้อมด้วยความไม่ประมาท

สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ประทานพระคติธรรมเนื่องในวันวิสาขบูชา 15 พฤษภาคม 2565  ความว่า

ดิถีวิสาขบูชา คล้ายดีถีประสูติ ตรัสรู้ และปรินิพพานของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ได้เวียนมาบรรจบอีกคำรบหนึ่ง จึงควรที่พุทธบริษัททั้งหลาย จักได้พร้อมเพรียงกันประกอบกุศลกิจ กระทำสักการบูชาพระรัตนตรัย ทั้งด้วยอามิสบูชา ทั้งด้วยปฏิบัติบูชา เป็นกรณีพิเศษ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ด้วยการอบรมศึกษาพระธรรม ให้สมกับที่ได้ชื่อว่าเป็นสาวก ซึ่งแปลว่าผู้สดับตรับฟังคำสั่งสอนของศาสดา

วันวิสาขบูชา เป็นเครื่องเตือนใจให้ระลึกถึงพระปัจฉิมวาจา ซึ่งพระพุทธองค์ทรงพระปรารภสรุปธรรมทั้งปวง ตักเตือนให้ตระหนักอยู่ทุกขณะจิตว่า สังขารทั้งหลายมีความเสื่อมสลายไปเป็นธรรมดา บุคคลจึงพึงยัง “ความไม่ประมาท” ให้ถึงพร้อม ทั้งนี้ ธรรมะที่ช่วยกำกับใจให้รู้จักปล่อยวางและกำกับปัญญา กล่าวคือ ไม่ปล่อยปละให้ปัญญานำกายถลำลงสู่ความประมาท ย่อมได้แก่ “สติ” อันอุปมาดั่งนายประตู คอยป้องกันไม่ให้ความชั่วหรือความผิดพลาดอาจจู่โจมเข้าสู่ภายใน

เพราะฉะนั้น ผู้ปรารถนาความพ้นทุกข์ จึงพึงเพิ่มพูนความไม่ประมาททั้งทางโลกและทางธรรม หมั่นเจริญพุทธานุสติและมรณัสสติเป็นอาจิณ โดยสำนึกเสมอว่า แม้สมเด็จพระบรมศาสดาผู้ทรงพระคุณเป็นเลิศในโลก ยังเสด็จล่วงลับดับขันธ์ไปตามธรรมดาของสังขาร ฉะนั้น เราทั้งหลายผู้มีธุลีในดวงตา ไม่อาจหยั่งรู้ได้ว่าความตายจะมาถึงเมื่อไร จึงควรขวนขวายบำเพ็ญบุญกิริยา ด้วยการบริจาคทาน รักษาศีล และอบรมเจริญภาวนา เพื่อประโยชน์สุขในปัจจุบันและในเบื้องหน้า สมดังพระพุทธานุศาสนีที่ว่า “อปฺปมตฺโต หิ ฌายนฺโต ปปฺโปติ วิปุลํ สุขํ” แปลความว่า “ผู้ไม่ประมาทพินิจอยู่ ย่อมถึงสุขอันไพบูลย์” ในทุกสถาน

ขอสาธุชนจงมุ่งมั่นหมั่นศึกษาอบรมเจริญสติ ให้รู้เท่าทันกาย วาจา และใจของตนเอง ให้ถึงพร้อมด้วยความไม่ประมาท อันนับเป็น “ปฏิบัติบูชา” ที่พึงกระทำต่อพระรัตนตรัย เพื่อความดำรงมั่นแห่งพระสัทธรรมของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าสืบไป ตลอดกาลนาน เทอญ

ค้นสาเหตุผิวแห้งขาดน้ำตัวการเกิดริ้วรอย และเทคนิคดูแลผิวให้กลับมาชุ่มชื้นสุขภาพดี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/683085

วันที่ 15 พ.ค. 2565 เวลา 10:48 น.ค้นสาเหตุผิวแห้งขาดน้ำตัวการเกิดริ้วรอย และเทคนิคดูแลผิวให้กลับมาชุ่มชื้นสุขภาพดี

‘ธัญ’ (THANN) ร่วมกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังและความงาม แนะนำวิธีสังเกตุอาการผิวแห้งขาดน้ำ ที่ส่งผลให้เกิดริ้วรอย พร้อมเทคนิคดูแลผิวให้กลับมาชุ่มชื้นสุขภาพดี

การมีผิวสวยสุขภาพดีช่วยเสริมความมั่นใจได้เป็นอย่างดี แต่บ่อยครั้งที่เราต้องเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ มลภาวะ การพักผ่อนที่ไม่เพียงพอ รวมถึงการปรนนิบัติดูแลผิวแบบไม่ถูกวิธี ทำให้ประสบกับปัญหาผิวแห้งขาดน้ำ ผิวขาดความเรียบเนียน ลอกเป็นขุย รวมถึงปัญหาการเกิดริ้วรอย แบรนด์ผลิตภัณฑ์เพื่อการดูแลสุขภาพผิวและความงาม ‘ธัญ’ (THANN) เชิญแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังและความงาม แพทย์หญิงอวิกา รงค์ทอง มาแนะวิธีสังเกตอาการผิวแห้งขาดน้ำที่ส่งผลให้เกิดปัญหาริ้วรอย พร้อมเทคนิคดูแลผิวให้กลับมาชุ่มชื้นมีสุขภาพดี กับผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพผิวในกลุ่ม Shiso Collection โดยมีเซเลบริตี้สาวสวยร่วมเผยวิธีการดูแลสุขภาพผิวหน้าให้ชุ่มชื้นไร้ริ้วรอยตามแบบฉบับตนเอง

แพทย์หญิงอวิกา รงค์ทอง แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังและความงาม

สังเกตุอาการผิวแห้งขาดน้ำตัวการเกิดริ้วรอย พร้อมเทคนิคดูแลผิวให้กลับมาชุ่มชื้นสุขภาพดี

แพทย์หญิงอวิกา รงค์ทอง แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังและความงาม ได้แนะนำวิธีสังเกตุอาการผิวแห้งขาดน้ำที่ส่งผลให้เกิดริ้วรอยพร้อมเทคนิคดูแลผิวให้กลับมาชุ่มชื้นสุขภาพดีว่า “ผิวแห้ง (Dry skin) และผิวแห้งขาดน้ำ (Dehydrated skin) อาจทำให้หลายคนเกิดความสับสนว่าทั้งสองอย่างคือสิ่งเดียวกัน เพราะมีลักษณะอาการที่เหมือนกัน แต่หากหมั่นสังเกตอาการจะทราบถึงความต่างกัน ผิวแห้งขาดน้ำจะเป็นแค่อาการที่เกิดขึ้นเพียงชั่วคราวเท่านั้น ไม่ได้เป็นลักษณะผิวที่เป็นมาแต่กำเนิด

ผิวแห้งขาดน้ำ (Dehydrated skin)

เป็นภาวะปัญหาที่ผิวขาดความชุ่มชื้น หรือขาดน้ำไปหล่อเลี้ยงเซลล์ผิวใต้ชั้นผิวหนังทำให้ผิวเกิดการแห้งกร้าน สามารถเกิดได้กับทุกสภาพผิว โดยผิวแห้งขาดน้ำมักจะมีผิวที่ทั้งแห้งและมันในเวลาเดียวกัน สามารถสังเกตลักษณะอาการได้ เช่น หลังล้างหน้าจะรู้สึกว่าผิวหน้าแห้งตึง หยาบกร้าน และแตกลอก แต่ในขณะเดียวกันระหว่างวันผิวจะมัน เป็นสิวง่าย แต่งหน้าไม่ติด ซึ่งเกิดจากการผลิตน้ำมันบนผิวมากเกินไปเพื่อชดเชยความชุ่มชื้นที่เสียไป ทำให้ดูผิวมัน รูขุมขนกว้าง หากปล่อยไว้นานอาจทำให้ผิวสูญเสียการทำงาน เกิดการแพ้ระคายเคือง ส่งผลให้เกิดริ้วรอยบนใบหน้า

สาเหตุของการเกิดผิวแห้งขาดน้ำ

เกิดได้ทั้งจากปัจจัยภายในและปัจจัยภายนอก โดยปัจจัยภายใน ได้แก่ โรคทางพันธุกรรม เช่น โรคผิวหนังอักเสบภูมิแพ้ ที่ทำให้รักษาน้ำไว้ที่ผิวหนังไม่ได้ และอายุของเรา โดยอายุที่มากขึ้นนั้นจะส่งผลให้ต่อมไขมันผลิตน้ำมันน้อยลง ไขมันระหว่างเซลล์ก็ลดลง ทำให้ผิวหนังสูญเสียน้ำได้ง่าย

ปัจจัยภายนอก ได้แก่ สารเคมีหรือสารทำความสะอาดชนิดรุนแรงที่ไปชะล้างน้ำมันเคลือบผิวมากเกินไป ทำให้ผิวหนังสูญเสียน้ำง่ายขึ้น การลอกผิวหรือผลัดเปลี่ยนผิวชั้นหนังกำพร้าเร็วกว่าปกติ จนไม่สามารถสร้างชั้นไขมันได้ทัน ส่วนใหญ่จะพบในผู้ที่มีประวัติการใช้ผลิตภัณฑ์ผลัดผิวที่มีความเข้มข้นสูง และใช้ติดต่อกันเป็นเวลานาน การเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศร้อนและเย็น ทำให้ผิวสูญเสียน้ำง่ายและมากขึ้น ผิวก็จะแห้งและเกิดการอักเสบ นอกจากนี้ยังมีพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวันที่เคยชินแบบผิดๆ เช่น การดื่มน้ำสะอาดน้อย การตากแดดโดยไม่ทาครีมกันแดด รวมถึงการนอนหลับพักผ่อนที่ไม่เพียงพอ

วิธีการดูแลผิวแห้งขาดน้ำให้กลับมาชุ่มชื้นอย่างสุขภาพดี

จำเป็นต้องเร่งฟื้นฟูบำรุงและเติมน้ำให้แก่ผิวอยู่เสมอด้วยการเลือกผลิตภัณฑ์ที่มอบความชุ่มชื้นกับผิวได้อย่างยาวนาน โดยไม่ก่อให้เกิดการระคายเคือง หรือรบกวนชั้นผิวที่บอบบาง อย่างผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของสารสกัดจากใบชิโซะ (Shiso) ที่มีความโดดเด่นในด้านการให้ความชุ่มชื้น ช่วยฟื้นฟูเซลล์ผิวจากความแห้งกร้านและการเสื่อมสภาพของผิว อีกทั้งยังช่วยยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ไทโรซิเนส (Tyrosinase Inhibitor) ในกระบวนการสร้างเม็ดสีเมลานิน (Melanin) หรือผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมน้ำมันธรรมชาติ เช่น น้ำมันรำข้าว น้ำมันโจโจ้บา น้ำมันอิฟนิ่งพริมโรส และงดกิจกรรมที่ส่งผลรบกวนผิวอย่างเช่น การสครับหน้า การลอกหน้า การใช้แปรงนวดหน้าที่มีขนหยาบเกินไป ไม่ใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีความเป็นกรดสูง หลีกเลี่ยงการใช้น้ำอุ่นล้างหน้า ดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอ เพื่อทดแทนน้ำที่ร่างกายสูญเสียไป สามารถคำนวณได้จากน้ำหนักตัว (ก.ก.) x 33 =… ซีซี (1,000 ซีซี = 1 ลิตร, 1 ลิตร = 4 แก้ว) รับประทานอาหารที่มีโอเมก้า 3, วิตามิน เอ ซี อี เพื่อลดการอักเสบของผิวหนัง และอีกสิ่งที่สำคัญ คือ ควรนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ”

ด้านเซเลบริตี้สาวสวยต่างร่วมทดลองใช้ผลิตภัณฑ์ พร้อมเผยวิธีการดูแลสุขภาพผิวหน้าให้ชุ่มชื้นไร้ริ้วรอยตามแบบฉบับตนเอง เริ่มที่สาวสังคม ธัญวรรณ เทพหัสดิน ณ อยุธยา เผยว่า “โดยส่วนตัวแล้วเอยจะเป็นคนที่มีสภาพผิวแห้งอยู่แล้ว เมื่ออายุมากขึ้นก็จะเกิดริ้วรอยได้ง่าย ยิ่งเวลายิ้มก็จะเกิดร่องแก้ม และเห็นริ้วรอยรอบดวงตาได้อย่างชัดเจน ดังนั้นผิวแห้งแบบเราจึงไม่สามารถละเลยการดูแลผิวได้เลย ไม่ว่าจะเป็นการดูแลใส่ใจเรื่องอาหารการกิน การนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ รวมถึงการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่มีส่วนผสมจากธรรมชาติที่มีคุณสมบัติในการเติมเต็มความชุ่มชื้น และลดเลือนริ้วรอยอย่าง เอจ อินเวอร์ชั่น เฟซ ครีม และ ไรซ์ เอ็กซ์แทร็ก มอยซ์เจอร์ไรซิ่ง ครีม เนื้อครีมไม่เหนียวเหนอะหนะ ซึบซาบได้อย่างรวดเร็ว โดยไม่อุดตันรูขุมขน เพียงเท่านี้ผิวก็จะชุ่มชื้น ไม่แห้งกร้าน ปราศจากริ้วรอยและมีสุขภาพดีในทุกๆ วัน”

ถัดมาที่สาวหวาน รินทร์รตา อินทามระ เล่าว่า “เบลเป็นคนที่ผิวค่อนข้างบอบบางและแพ้ง่าย ถึงกับเคยไปพบแพทย์ทำการทดสอบภูมิแพ้ทางผิวหนังเพื่อให้ทราบว่าผิวของเราแพ้อะไรบ้าง เพื่อจะได้เลือกผลิตภัณฑ์ดูแลผิวได้อย่างถูกวิธีและเกิดประสิทธิภาพมากที่สุด ผิวที่บอบบ้างแพ้ง่ายก็ย่อมเจอกับปัญหาระคายเคือง ลอก เป็นขุย ยิ่งเวลาที่ต้องเจอแสงแดดแรงๆ ผิวก็จะแห้งกร้านเกิดริ้วรอยได้ง่าย เวลาเลือกใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวก็จะพิจารณาจากส่วนผสมที่เป็นสารสกัดธรรมชาติที่มีคุณสมบัติในการมอบความชุ่มชื้นสู่ผิวโดยไม่ก่อให้เกิดอาการแพ้หรือระคายเคือง อย่าง เอจ อินเวอร์ชั่น เฟซ ครีม นอกจากจะช่วยเติมเต็มความชุ่มชื้นให้กับผิวแล้ว ยังสามารถช่วยเรื่องลดเลือนริ้วรอยได้อีกด้วย นอกจากการใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวแล้ว เบลก็ยังต้องดูแลตัวเองด้วยการดื่มน้ำสะอาดวันละ 2 – 3 ลิตร เพื่อชดเชยเหงื่อที่เสียไป และไม่ทำให้ร่างกายขาดน้ำ รวมถึงนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ ทำจิตใจให้ผ่อนคลาย หากเราเครียดผิวก็จะเครียดตามและทำให้เกิดอาการผิวแห้งขาดน้ำด้วย”

ปิดท้ายที่เวิร์กกิ้งวูแมน โศภิดา จิระไตรธาร กล่าวว่า “นิ้งเป็นคนผิวแห้งขาดน้ำเป็นประจำ สังเกตุได้เลยว่าถ้าวันไหนดื่มน้ำน้อย ผิวหน้าก็จะแห้งอย่างเห็นได้ชัดและเกิดริ้วรอยได้ง่าย ยิ่งตอนนี้มีลูกแล้วยิ่งรู้สึกว่าคอลลาเจนในผิวลดลง หากวันไหนพักผ่อนน้อย ผิวก็จะขาดความเปล่งปลั่งดูไม่สดใส วิธีการแก้ปัญหาของเรา คือ การดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอในแต่ละวัน เพื่อป้องกันปัญหาผิวขาดน้ำ รวมถึงการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่คุณสมบัติในการมอบความชุ่มชื้นได้อย่างยาวนานอย่าง ไฮเดรติ้ง อิมัลชั่น ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่ช่วยแก้ปัญหาผิวขาดน้ำโดยเฉพาะ เนื้อครีมบางเบา ดูดซึมง่าย ช่วยฟื้นฟู และปกป้องผิวจากความแห้งกร้าน พยายามแบ่งเวลาพักผ่อนให้เพียงพอ รับประทานอาหารที่มีประโยชน์กับผิว อย่าง ปลาแซลมอน อะโวคาโด มะเขือเทศ รวมถึงธัญพืชต่างๆ งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และคาเฟอีน เพื่อชะลอการสูญเสียน้ำของร่างกาย”

LANDMEE 20 years of love คอลเลกชั่นฉลองครบรอบ 20 ปีของแบรนด์ไทยดีไซเนอร์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/683084

วันที่ 15 พ.ค. 2565 เวลา 08:30 น.LANDMEE 20 years of love คอลเลกชั่นฉลองครบรอบ 20 ปีของแบรนด์ไทยดีไซเนอร์

ครบรอบ 20 ปี LANDMEE เผยคอลเลกชั่นพิเศษ LANDMEE 20 years of love ใส่ซิกเนเจอร์และจุดกำเนิดของแบรนด์ตั้งแต่ยุคเริ่มแรกที่ก่อตั้ง

เส้นทางการเดินทางตลอดระยะเวลา 20 ปีที่ผ่านมาของ LANDMEÉ ตั้งแต่วันแรกจวบจนวันนี้ คุณมี่-เนตรดาว วัฒนะสิมากร ดีไซเนอร์และครีเอทีฟไดเรกเตอร์ประจำแบรนด์ มีความปรารถนาให้ทุกคนได้รับรู้ถึงความตั้งใจและความมุ่งมั่นในการสร้างแบรนด์ตลอดระยะเวลา 20 ปี รวมไปถึงการก้าวเข้าสู่ปีที่ 21 ด้วยการถ่ายทอดแคมเปญพิเศษ เชิญเหล่าบรรดามิวส์มาร่วมถ่ายภาพกับช่างภาพและสไตลิสต์ที่เคยได้ร่วมงานกับแบรนด์ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาเพื่อให้โซเชียลมีเดียอย่าง Instagram คือหนังสือรุ่นที่เป็นเสมือนอัลบั้มรูปแห่งความทรงจำของ LANDMEÉ แสดงถึงการปรับตัวและไม่หยุดนิ่งในการพัฒนา

เนตรดาว วัฒนะสิมากร กล่าวว่า “ทุกคนสามารถประสบความสำเร็จได้ในสิ่งที่เรารัก ในสิ่งที่เราทำ ในสิ่งที่เราเป็น ถ้าเราตั้งใจและมุ่งมั่นกับมันจริงแรงบันดาลใจของเสื้อผ้าในคอลเลกชั่นพิเศษนี้จึงเป็นการนำเอาซิกเนเจอร์และจุดกำเนิดของ LANDMEÉ ตั้งแต่ยุคเริ่มแรกที่ก่อตั้งแบรนด์มาใช้ เช่น ผ้าลูกไม้ กางเกงยีนส์เอวต่ำ จั๊มสูทผ้าขนหนู รวมไปถึงงานฝีมือที่แบรนด์นำมาใช้อยู่ตลอด เช่น เทคนิคการรีดเพชร งานปักมือ อีกทั้งรูปทรงหัวใจกับโบว์ยังคงเป็นรายละเอียดและดีเทลหลักของเสื้อผ้าที่นำมาใช้อยู่ในทุกคอลเลกชั่น”

ไม่เพียงคงไว้ซึ่งรายละเอียดดั้งเดิมของแบรนด์ แต่ในคอลเลกชั่นพิเศษนี้ยังมีการนำเอาเทรนด์และกลิ่นอาย Y2K มาประยุกต์ใช้ เช่นเทคนิค Airbrush, งานกราฟฟิกตี้ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากวัฒนธรรมดนตรีและเสื้อวินเทจยุคมิลเลนเนียลส์ ซึ่งตรงกับช่วงก่อตั้งของ LANDMEÉ อีกทั้งทางแบรนด์ได้ทำงานร่วมกันกับศิลปินสตรีทอาร์ต “ยอร์ช- มงคล รัตนภักดี” หรือ “NEV3R” และมีการหยิบเอาเทรนด์ eyelets งานเจาะร้อยเชือกมาใช้นอกจากนี้ยังนำซิลูเอทแมกซี่เดรสมาขยายวอลลุ่มให้ใหญ่ยาวเด่นชัด จัดเต็มไปด้วยเทคนิคแฮนด์เมด ไม่ว่าจะเป็น งานปักเพชร เทคนิคการรูดระบายทั้งตัวส่วนกางเกงยีนส์คอลเลคชั่นนี้ได้มีการใช้เทคนิคเลเซอร์ wording “LANDMEÉ 20” เพื่อเพิ่มความพิเศษและย้ำเตือนความทรงจำของแลนด์มี่ใน 20 ปีที่ผ่านมา

ไฮไลต์ชิ้นแรกที่ต้องพูดถึงคืองานปักตัวอักษรบทกวีบนผ้าลูกไม้อันเป็นปรัชญาของแบรนด์ จนกลายเป็นลายลูกไม้ชิ้นงานใหม่ในแบบฉบับของ LANDMEÉและอีกไฮไลต์อคือการนำงานดีไซน์จากโลโก้เก่ามาประยุกต์ใช้ ไม่ว่าจะเป็น การสกรีนอยู่บนเสื้อยืดนำมาพิมพ์เป็นลายผ้า รวมไปถึงอะไหล่ที่เราทำขึ้นมาพิเศษโดยเฉพาะสำหรับคอลเลกชั่นครบรอบ 20 ปี อาทิ กระดุม หัวเข็มขัด จี้สร้อยคอ ต่างหู เพื่อรังสรรค์ให้เป็นชิ้นลิมิเต็ดเอดิชั่นสำหรับสาว LANDMEÉ

พบกับคอลเลกชั่นพิเศษฉลองครบรอบ 20 ปี ได้ที่ แลนด์มี่ แฟล็กชิป สโตร์ ชั้น 2 ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซี สามารถคลิกดูรายละเอียดเพิ่มเติมทาง Line Official @landmeeและ Instagram : @landmee_official

เซ็นทารา กะรน รีสอร์ท ภูเก็ต ทำเลพักผ่อนเงียบสงบบนไข่มุกแห่งอันดามัน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/682979

วันที่ 15 พ.ค. 2565 เวลา 12:15 น.เซ็นทารา กะรน รีสอร์ท ภูเก็ต ทำเลพักผ่อนเงียบสงบบนไข่มุกแห่งอันดามัน

หลีกหนีความวุ่นวายในเมืองแล้วไปพักผ่อนกับทริปในฝันของคุณ ที่ “เซ็นทารา กะรน รีสอร์ท ภูเก็ต” เสพสุขแนบชิดธรรมชาติ เพลินตาความเขียวชอุ่มในมุมพักผ่อนใกล้หาดกะรน จังหวัดภูเก็ต

เรื่องและภาพ : วารุณี มณีคำ

ชวนลงใต้เที่ยวภูเก็ต “ไข่มุกอันดามัน สวรรค์เมืองใต้ หาดทรายสีทอง สองวีรสตรี บารมีหลวงพ่อแช่ม” ทั้งทะเล แสงสี และบรรยากาศเมืองเก่าทำให้ จังหวัดภูเก็ต เป็นตัวเลือกต้นๆ ที่คนชอบเที่ยวรวมถึงนักเดินทางจากทั่วโลกอยากไปเยือนเกาะขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทยในทะเลฝั่งอันดามัน แต่สวรรค์บนดินไม่ได้มีเพียงแค่สิ่งที่กล่าวไว้ข้างต้น เพราะตัวเลือกสำหรับคนที่รักในการพักผ่อน ชื่นชอบในสีเขียวของธรรมชาติ และยังคงซ่อนตัวอยู่มีให้คุณออกตามหาอีกหลายแห่ง

ซึ่งหนึ่งในที่พักที่โพสต์ทูเดย์อยากแนะนำคือ เซ็นทารา กะรน รีสอร์ท ภูเก็ต (Centara Karon Resort Phuket) รีสอร์ทที่ตั้งอยู่ใกล้กับหาดกะรนแบบเดินเท้าแปบเดียวถึง อยู่ห่างจากจากแหลมพรหมเทพ แลนด์มาร์กของจังหวัดภูเก็ต จุดชมพระอาทิตย์ตกที่ว่ากันว่าสวยที่สุดในประเทศไทยไปเพียง 17 กม. และอยู่ห่างจากสนามบินเพียง 40 กว่ากิโลเมตร ซึ่งใช้เวลาเดินทางราวหนึ่งชั่วโมงก็ถึงที่หมาย และที่สำคัญคือยังอยู่ใกล้ใจกลางย่านร้านอาหารและแหล่งบันเทิงที่มีชีวิตชีวายามค่ำคืนของหาดกะรน

นายเฉลิมรัฐ ขำสวัสดิ์ ผู้จัดการทั่วไป เซ็นทารา กะรน รีสอร์ท ภูเก็ต 

สำหรับ เซ็นทารา กะรน รีสอร์ท ภูเก็ต เป็นรีสอร์ทครบวงจรที่เป็นจุดหมายปลายทางของคนที่ต้องการพักผ่อนแบบเป็นส่วนตัว เหมือนได้มาชาร์จพลัง นั่งดื่มด่ำกับความมหัศจรรย์ของธรรมชาติ ทอดสายตามองทิวเขาและป่าไม้เขียวขจีที่โอบล้อมรีสอร์ท พร้อมซูดโอโซนให้เต็มปอด ตอบโจทย์ทั้งคู่รัก และครอบครัว มีห้องอาหารซึ่งรังสรรค์สุดยอดเมนูโดยเชฟมากประสบการณ์ ที่พักมาตรฐาน กว้างขวาง ปลอดภัย ภายใต้การบริการที่เป็นมิตร ทั้งยังมีสระว่ายน้ำและมุมพักผ่อนหลากโซน รวมถึงมีกิจกรรมสันทนาการมากมายไว้คอยให้บริการ

ห้องพักและห้องสวีท

ไม่ว่าจะเป็นวันหยุดพักผ่อนกับคนสำคัญ เพื่อน หรือครอบครัว รีสอร์ทแห่งนี้ก็มีโซนที่แตกต่างกัน 4 โซนเพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์ของคุณ โดยทั้งหมดนี้จัดวางอย่างสวยงามภายในสวนสไตล์เขตร้อน

ห้องอาหาร Azure 

ห้องอาหารยอดนิยมสำหรับครอบครัว มีบริการอาหารอิตาลีสำหรับทุกครัวเรือน เช่น พิซซ่าและพาสต้า มีบริการอาหารเย็น พร้อมการแสดงสด และที่นั่งข้างในหรือบนระเบียงริมสระน้ำให้คุณเลือกได้ตามใจ

สิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ

สระว่ายน้ะและสไลเดอร์
คิดส์คลับ
ฟิตเนส
สนามเทนนิส

โปรโมชั่นพิเศษ!!

พักผ่อนได้เต็มที่ในราคาสุดคุ้ม กับ เซ็นทารา กะรน รีสอร์ท ภูเก็ต ห้องพักรวมอาหารเช้า เริ่มต้นเพียง 1,942 บาท/ห้อง/คืน (หลังหักส่วนลด 40%) สำหรับลูกค้า Centara The 1 รับส่วนลดเพิ่มทันที 15%

  • จองได้แล้วตั้งแต่วันนี้ ถึงวันที่ 31 พฤษภาคม 2565 
  • ระยะเวลาการเข้าพักตั้งแต่วันนี้ ถึงวันที่ 31 มิถุนายน 2565

เงื่อนไขเป็นไปตามที่โรงแรมกำหนด 

สอบถามโทร. 076 396 200-5

อีเมล  : ckr@chr.co.th

เว็บไซต์? https://www.centarahotelsresorts.com/centara/ckr

FB : https://www.facebook.com/centara.ckr/

IG : Centara Karon Beach Resort

บทวิเคราะห์ ทำไมตุรกีถึงขวางฟินแลนด์-สวีเดนเข้าร่วมนาโต?

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/683105

วันที่ 15 พ.ค. 2565 เวลา 16:27 น.บทวิเคราะห์ ทำไมตุรกีถึงขวางฟินแลนด์-สวีเดนเข้าร่วมนาโต?

เปิดสาเหตุที่ตุรกี ซึ่งเป็นหนึ่งในสมาชิกนาโตที่สำคัญที่สุดแล้วในเวลานี้ กำลังทำตัวเป็น “ก้างขวางคอ” เมื่อสองประเทศนี้ต้องการเป็นสมาชิกใหม่ของนาโต

1. สวีเดนกับฟินแลนด์ที่เคยวางตัวเป็นกลางมาตลอดความขัดแย้งในยุโรปยุคใหม่ ตัดสินใจเปลี่ยนท่าทีเพื่อเข้าร่วมกับกลุ่มนาโต สาเหตุสำคัญคือการรุกรานยูเครนของรัสเซีย แต่การเปลี่ยนจุดยืนครั้งนี้ไม่เพียงแต่ทำให้รัสเซียไม่พอใจ แต่ยังอาจสร้างความขัดแย้งภายในกลุ่มด้วย

2. ความขัดแย้งเกิดขึ้นตั้งแต่ทั้งสองประเทศยังไม่ได้เข้าร่วมนาโต เมื่อตุรกี ซึ่งเป็นหนึ่งในสมาชิกของนาโต และมีบทบาทมากขึ้นในฐานะสื่อกลางระหว่างรัสเซีย กับยูเครนและรัสเซียกับนาโต แสดงท่าทีไม่ยอมรับทั้งสวีเดนและฟินแลนด์เข้ามาเป็นสมาชิกของนาต

3. สาเหตุคืออะไร? หนึ่งวันหลังจากรัฐบาลฟนิแลนด์ประกาศแผนการที่จะเข้าร่วมนาโต ประธานาธิบดีเรเจป ไตยิป แอร์โดอันของตุรกีกล่าวว่าว่า “เราไม่มีความคิดเห็นในเชิงบวก” เกี่ยวกับการเสนอเป็นสมาชิกของฟินแลนด์และสวีเดน เขายังกล่าวอีกว่าทั้งสองประเทศนอร์ดิกเป็น “เกสต์เฮาส์สำหรับองค์กรก่อการร้าย” และลั่นว่า “เป็นไปไม่ได้ที่เราจะเห็นชอบด้วย”

4. ต่อมารัฐมนตรีต่างประเทศของตุรกีเผยว่าเพราะทั้งสวีเดนและฟินแลนด์ให้การสนับสนุน “อย่างยอมรับไม่ได้และอุกอาจ” ให้แก่กลุ่มติดอาวุธพรรคแรงงานเคอร์ดิสถาน (PKK) ซึ่งเป็นกลุ่มแบ่งแยกดินแดนชาวเคิร์ดในตุรกี รวมถึงหน่วยป้องกันประชาชน (YPG) ในซีเรีย  “ปัญหาคือทั้งสองประเทศสนับสนุนและมีส่วนร่วมกับ PKK และ YPG อย่างเปิดเผย องค์กรเหล่านี้เป็นองค์กรก่อการร้ายที่โจมตีกองทหารของเราทุกวัน” เมฟลุต คาวูโซกลู รัฐมนตรีต่างประเทศของตุรกี กล่าวขณะเดินทางถึงกรุงเบอร์ลินเพื่อพบปะกับผู้แทนจากกลุ่มนาโต

5.  รัฐมนตรีต่างประเทศของตุรกียังกล่าวว่า “ดังนั้นจึงเป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้และน่ารังเกียจที่เพื่อนและพันธมิตรของเราสนับสนุนองค์กรก่อการร้ายนี้” และบอกว่า  “นี่คือประเด็นที่เราจำเป็นต้องพูดคุยกับพันธมิตรนาโต้ของเรา เช่นเดียวกับประเทศเหล่านี้” คือสวีเดนและฟินแลนด์ 

6. แม้ว่านาโตจะพยายามเคลียร์ประเด็นนี้ แต่นอร์เวย์กลับแสดงท่าทีทัดทานตุรกี โดยนอร์เวย์สนับสนุนแผนการของฟินแลนด์และสวีเดนที่จะเข้าร่วมนาโต และสวนกลับคำวิจารณ์จากตุรกี โดยแอนนิเคน ฮุตเฟลด์ รัฐมนตรีต่างประเทศนอร์เวย์กล่าวขณะเดินทางถึงการประชุมกับนาโตว่า  “เราไม่รู้จริงๆ ว่าตุรกีหมายถึงอะไร แต่จากมุมมองของนอร์เวย์ เราหนุนหลังหลังฟินแลนด์และสวีเดน 100% หากพวกเขาตัดสินใจสมัครเป็นสมาชิกในนาโต” 

7. หากวิเคราะห์ดูแล้ว ไม่มีทางที่นอร์เวย์จะไม่เข้าใจในสิ่งที่รัฐมนตรีต่างประเทศของตุรกีหมายถึง เพราะมันชัดเจนในตัวมันเองแล้วว่าฟินแลนด์และสวีเดนสนับสนุนกลุ่มที่ก่อความไม่สงบในตุรกีหรือใกล้กับตุรกี ยังไม่นับการที่ตุรกีไม่พอใจนาโตและชาตจิตะวันตกที่ปลบ่อยให้ตุรกีต้องแบกรับปัญหานานาประหารจากสงครามในซีเรียและความวุ่นวายในอิรักที่ทำให้ชาวเคิร์ดพลังมากขึ้นในการแยกตัวเองมาตั้งรัฐอิสระ

8. ก่อนอื่นมาทำความเข้าใจกันก่อนว่าตัวการความขัดแย้งนี้คืออะไร พรรคแรงงานเคอร์ดิสถานหรือ (PKK) เป็นองค์กรทางการเมืองของกลุ่มติดอาวุธชาวเคิร์ดและขบวนการกองโจรติดอาวุธ ซึ่งในอดีตเคยดำเนินการทั่วทั้งเคอร์ดิสถาน แต่ปัจจุบันส่วนใหญ่ตั้งอยู่ในพื้นที่ภูเขาทางตะวันออกเฉียงใต้ของตุรกี และทางเหนือของอิรัก

9. ตั้งแต่ปี 1984 PKK ได้ใช้การทำสงครามแบบอสมมาตรในความขัดแย้งระหว่างเคิร์ด–ตุรกี (ด้วยการหยุดยิงหลายครั้งระหว่างปี 1993 ถึง 2013–2015) แม้ว่า PKK จะเคยตั้งใจที่จะสถาปนารัฐเคิร์ดที่เป็นอิสระ แต่ในช่วงทศวรรษ 1990 เป้าหมายได้เปลี่ยนไปเน้นที่การเพิ่มความเป็นอิสระและเพิ่มสิทธิสำหรับชาวเคิร์ดในตุรกี

10. แม้จะลดดีกรีการเรียกร้องลง แต่ PKK ถูกกำหนดให้เป็นองค์กรก่อการร้ายโดยตุรกี สหรัฐอเมริกา สหภาพยุโรป และบางประเทศอื่นๆ เพราะ PKK ก่อเหตุเข้าข่ายการก่อการร้ายโดยการวางระเบิดกลางเมืองและเกณฑ์ทหารเด็ก

11. ข้อกล่าวหาของรัฐมนตรีต่างประเทศตุรกีที่ว่าฟินแลนด์และสวีเดนสนับสนุน PKK เพราะทั้งสองประเทศให้พื้นที่ในการดำเนินการกับกลุ่มแบ่งแยกดินแดนชาวเคิร์ดหลายกลุ่มรวมถึง PKK จากข่าวกรองของตุรกีระบุว่ากลุ่มเคิร์ดเหล่านี้รีดเงินจากชา่วเคิร์ดและชาวตุรกีในฟินแลนด์และสวีเดนเพื่อนำไปใช้ในดำเนินการสำหรับกลุ่ม PKK

12. นอกจากสวีเดนและฟินแลนด์แล้ว สมาชิกนาโตด้วยกันเองยัง “หักหน้า” ตุรกีด้วยการให้พื้นที่กับกลุ่มเหล่านี้ในการเคลื่อนไหว เช่น เดนมาร์ก เยอรมนี หรือแม้แต่ที่กรุงบรัสเซลส์ศูนย์กลางของสหภาพยุโรป ประเด็นนี้จึงเป็นประเด็นที่ตุรกีไม่พอใจอย่างมากอยู่แล้ว และสบโอกาสที่จะ “หักหน้า” นาโตด้วยกันเองด้วยประเด็นนี้ ดังนั้น การที่นอร์เวย์ทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นจึงเป็นเรื่องที่เชื่อได้ยาก

13. ขณะที่หน่วยป้องกันประชาชน หรือ YPG เป็นกองกำลังติดอาวุธชาวเคิร์ดในซีเรียและเป็นองค์ประกอบหลักของกองกำลังประชาธิปไตยซีเรีย (SDF) YPG ส่วนใหญ่ประกอบด้วยกลุ่มชาติพันธุ์เคิร์ด แต่ยังรวมถึงชาวอาหรับและอาสาสมัครต่างชาติด้วย และตุรกีกำหนดให้เป็นกลุ่มก่อการร้าย

14. กรณีของ YPG นั้นนอกจากตุรกีจะกล่าวหาว่าฟินแลนด์และสวีเดนให้การสนับสนุนแล้ว ยังมีสหรัฐที่เป็นสมาชิกของนาโตสนับสนุนด้วย และทำให้ตุรกีไม่พอใจอย่างมาก โดยสหรัฐนั้นให้การสนับสนุนด้านอาวุธอย่างโจ่งแจ้งกับกลุ่มนี้ ทำให้ตุรกีต้องเตือนสหรัฐ นี่เป็นระเบิดเวลาอีกลูกหนึ่งที่ฝังไว้ในนาโต และรอให้ตุรกีจุดชนวนมัน

ทีมข่าวต่างประเทศโพสต์ทูเดย์ 

Photo Lehtikuva/Heikki Saukkomaa via REUTERS

คริปโตคือ’โคตรแชร์ลูกโซ่’เสียงวิจารณ์อีกมุมต่อ’สกุลเงินแห่งอนาคต’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/683130

วันที่ 15 พ.ค. 2565 เวลา 18:19 น.คริปโตคือ'โคตรแชร์ลูกโซ่'เสียงวิจารณ์อีกมุมต่อ'สกุลเงินแห่งอนาคต'

ที่ผ่านมานักคิดนักวิจารณ์ฝ่ายซ้ายที่โจมตีทุนนิยมมาโดยตลอด ก็ไม่เป็นมิตรกับเงินคริปโตอยู่แล้ว แต่พวกเขาคิดแบบไหน และนักลงทุนควรฟังพวกเขาหรือไม่?

1. นักสืบ (และแฉ) ขบวนการลงทุนคริปโตที่มีชื่อเสียงในโลกแห่ง Youtube ที่สุดคนหนึ่งคือ Coffeezilla เขามีผู้ติดตามมากถึง 1.07 ล้านคนและหลังการล่มสลายของ Terra/LUNA สเตเบิลคอยน์ที่ไม่ “สเตเบิล” เอาเลย เขาทำคลิปอธิบายการล่มสลายของพวกมันถึง 2 คลิป ซึ่งแน่นอนว่ามีผู้ชมล้นหลามตามเคย

2. ในคลิปเรื่อง LUNA Is Crashing… Here’s Why เขาบอกว่า “เหตุผลหนึ่งที่ผู้คนลงทุนมากมายใน UST และ LUNA ก็เพราะโปรโตคอลการออมที่เรียกว่า Anchor ซึ่งให้คำมั่นว่าผู้คนจะได้รับผลตอบแทนที่มั่นคงประมาณ 20% ซึ่งมันบ้าเอามากๆ อย่างเห็นได้ชัดโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพิจารณาว่าสเตเบิลคอยน์นั้นควรเป็นเครื่องเตือนใจสิ่งที่เบอร์นี่ แมดอฟฟ์ (Bernie Madoff) เคยให้สัญญาไว้ว่าจะผลตอบแทนที่มั่นคง 10% ต่อปีและโปรโตคอล Anchor เพิ่มขึ้นเกือบสองเท่าที่ทำให้หลายคนกล่าวหาว่าเป็นแชร์ลูกโซ่”

3. แมดอฟฟ์ที่ถูกเอ่ยถึงคือนักต้มตุ๋นและนักการเงินชาวอเมริกันที่ดำเนินโครงการต้มตุ๋นพอนซี (Ponzi scheme) หรือแชร์ลูกโซ่ที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ มูลค่าประมาณ 64,800 ล้านดอลลาร์ ครั้งหนึ่งเขาเคยเป็นประธานตลาดหลักทรัพย์แนสแด็ก เขาได้พัฒนาแพลตฟอร์มการซื้อขายทางอิเล็กทรอนิกส์และแนวคิดของการชำระเงินสำหรับขั้นตอนการสั่งซื้อ ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นการจ่าย “เงินใต้โต๊ะที่ถูกกฎหมาย”

4. Terra และ LUNA ก็ถูกมองว่าเป็นแชร์ลูกโซ่เหมือนกัน Coffeezilla วิจารณ์ว่า “นักลงทุน LUNA ที่มักเรียกตัวเองว่า LUNATICs (ซึ่งสามารถแปลว่าคนบ้าได้ด้วย) บอกว่าทุกคนรู้ดีว่าอัตราเหล่านี้ไม่ยั่งยืน และอ้างว่ามันถูกใช้เป็นกลวิธีในการสร้างเติบโต (growth tactic) เพื่อชักนำผู้คนเข้าสู่ระบบนิเวศ (ของการลงทุน) และในที่สุดพวกมัน (อัตราตอบแทน) ก็จะลดลงเมื่อเวลาผ่านไป ณ วันที่ผ่านมามี 14,000 ล้าน ดอลลาร์ล็อคเอาไว้ในแผนการผลตอบแทนฟรี 20% ต่อปี และนี่เป็นหนึ่งในตัวขับเคลื่อนหลักของที่ทำให้คนมาลงทุน และผลตอบแทน 20% นี้ถูกมองว่าเป็นการลงทุนที่ยอดเยี่ยมสำหรับหลายๆ คนจนกระทั่งตลาดคริปดิ่งเหวในช่วงสุดสัปดาห์และ LUNA และ UST ถูกถล่ม”

5. Coffeezilla เป็นนักแฉโครงการลงทุนคริปโตที่ไม่ชอบมาพากล แต่เขาคิดเหมือนกับนักคิดฝ่ายซ้ายที่นิยมลัทธิมาร์กซ์ ซึ่งไม่ได้วิพากษ์คริปโตมากเท่านักลงทุนในระบอบทุนนิยม แต่เพราะฝ่ายซ้ายวิพากษ์ทุนนิยมเป็นปกติอยู่แล้ว และคริปโตถูกมองว่าเป็นการแสดงออกถึงความเป็นทุนนิยม “โคตรๆ” จึงมีการเตือนถึงภาวะที่อันตรายของมันมาโดยตลอด

6. ตัวอย่างเช่น Sohale Mortazavi เขียนบทความใน Jacobin ซึ่งเป็นนิตยสารฝ่ายซ้ายอเมริกันเขียนบทความเรื่อง “คริปโตเคอร์เรนซีคือแชร์ลูกโซขนาดมหึมา” แค่เริ่มต้นเขาก็บอกตรงๆ เลยว่า “คริปโตคือกลเม็ดหลอกลวง” และยกประเด็นที่นักเศรษฐศาสตร์หลายคนดีเบตมาโดยตลอดเรื่องที่คริปโตไม่มีคุณค่าในตัวมันเองเหมือนทองคำหรือแม้แต่ธนบัตร (ในที่นี้ต้องเข้าใจก่อนว่า ฝ่ายซ้ายให้น้ำหนักกับสิ่งที่จับต้องได้มากกว่าการเก็งกำไร)

7. Mortazavi เขียนว่า “เนื่องจากคริปโตเคอร์เรนซีไม่ได้สร้างมูลค่าทางวัตถุใดๆ การสิ้นเปลืองทรัพยากรมหาศาลนี้ทำให้ทั้งขบวนการกลายเป็นเกมผลรวมเชิงลบ (Negative-sum game)” นั่นหมายความว่าไม่ว่าผู้เล่นคนไหนก็อาจกลายเป็นคนแพ้ได้ เพราะไม่มีใครได้อะไรเป็นชิ้นเป็นอันในท้ายที่สุด

8. เขาบอกว่า “เราอาจสรุปแบบไม่ให้ราคากับสิ่งเหล่านี้ได้เลยว่าเป็นการทดลองที่หายนะในทางทฤษฎีการลงทุน “กับคนโง่ยิ่งกว่า” (Greater fool theory) ซึ่งนักลงทุนพยายามทำกำไรจากสินทรัพย์ที่มีมูลค่าสูงเกินไปหรือไร้ค่าโดยการขายให้กับ “คนที่โง่ยิ่งกว่า” คนต่อไป” และย้ำหลักการเศรษฐศาสตร์ทั่วไปว่า “การบงการราคามีบทบาทมากกว่าอุปสงค์ในการผลักดันราคาให้สูงขึ้น”

9. Greater fool theory ในด้านการเงิน หมายถึงการที่บางครั้งเราสามารถสร้างรายได้จากการซื้อสินทรัพย์ที่มีมูลค่าสูงเกินไป คือสินค้าที่มีราคาซื้อสูงกว่ามูลค่าที่แท้จริงอย่างมาก หากสินทรัพย์เหล่านั้นสามารถขายต่อในราคาที่สูงกว่าได้ในภายหลัง ในบริบทนี้ “คนโง่” คนหนึ่งอาจจ่ายสำหรับสินทรัพย์ที่เกินราคา โดยหวังว่าเขาจะขายให้กับ “คนที่โง่ยิ่งกว่า” และทำกำไรได้ ซึ่งวิธีนี้ใช้ได้ตราบใดที่มี “คนที่โง่ยิ่งกว่า” รายใหม่ๆ เพียงพอที่ยินดีจ่ายราคาที่สูงขึ้นและสูงขึ้นสำหรับสินทรัพย์นั้นๆ

10. แต่ในที่สุด นักลงทุนไม่สามารถปฏิเสธได้อีกต่อไปว่าราคาไม่ได้สอดคล้องกับความเป็นจริง ทำไปสู่การขายออก จนอาจทำให้ราคาลดลงอย่างมากจนใกล้มูลค่าที่ตรงกับความเป็นจริงมากขึ้น แต่ในบางกรณีอาจเป็นศูนย์ แน่นอนว่า กรณีหลังคล้ายกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับ LUNA ซึ่งมันไม่ใช่สเตเบิลคอยน์รายแรกที่ “Run” (ล้ม) แบบนี้ แต่มีคอยน์ตระกูลเดียวกันล้มมาแล้วหลายตัว แต่พอล้มแล้วก็เกิดใหม่ พร้อมด้วยเงื่อนไขที่น่ายั่วยวนใจ “นักลงทุน” (หรืออาจเป็น Greater fool) มากขึ้นเรื่อยๆ  

ทีมข่าวต่างประเทศโพสต์ทูเดย์

Photo REUTERS/Dado Ruvic/Illustration/File Photo

เงินหยวนทรงพลังมากขึ้น IMF เพิ่มสัดส่วนถือครองครั้งแรก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/683096

วันที่ 15 พ.ค. 2565 เวลา 10:15 น.เงินหยวนทรงพลังมากขึ้น IMF เพิ่มสัดส่วนถือครองครั้งแรก

กองทนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) เพิ่มน้ำหนักเงินดอลลาร์และหยวนของจีนในตะกร้า SDR ส่วนสกุลเงินสากลอื่นๆ มีอัตราส่วนลดลง

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงาน กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF ) เปิดเผยเมื่อวันเสาร์ว่าได้เพิ่มอัตราส่วนของดอลลาร์และหยวนของจีนในการทบทวนสกุลเงินที่ประกอบขึ้นเป็นสิทธิพิเศษถอนเงิน (SDR) ซึ่งเป็นสินทรัพย์สำรองระหว่างประเทศของทางกองทุน 

การทบทวนครั้งนี้เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เงินหยวนหรือเงินเหรินหมินปี้ (renminbi) เข้าร่วมตะกร้าสกุลเงินในปี 2559 ซึ่งเป็นก้าวสำคัญในความพยายามของปักกิ่งในการทำให้สกุลเงินเป็นสากลมากขึ้น

IMF ได้เพิ่มน้ำหนักของสกุลเงินสหรัฐเป็น 43.38% จาก 41.73% และเงินหยวนเป็น 12.28% จาก 10.92% การถ่วงน้ำหนักของเงินยูโรลดลงเหลือ 29.31% จาก 30.93% เงินเยนลดลงเหลือ 7.59% จาก 8.33% และเงินปอนด์อังกฤษลดลงเหลือ 7.44% จาก 8.09%

กองทุนการเงินระหว่างประเทศกล่าวในแถลงการณ์ว่าคณะกรรมการบริหารได้กำหนดอัตราส่วนสกุลเงินโดยพิจารณาจากการพัฒนาการค้าและตลาดการเงินตั้งแต่ปี 2560 ถึง 2564

“กรรมการเห็นพ้องกันว่าการระบาดของโควิด-19 หรือความก้าวหน้าใน Fintech ไม่ได้ส่งผลกระทบสำคัญใดๆ ต่อบทบาทที่เกี่ยวข้องของสกุลเงินในตะกร้า SDR จนถึงตอนนี้” IMF กล่าว

แม้ว่ามูลค่าของหยวนจะลดลงเมื่อเร็ว ๆ นี้ แต่ก็เพิ่มขึ้นประมาณ 2% เมื่อเทียบกับดอลลาร์ตั้งแต่ปี 2559 และแข็งค่าประมาณ 6% เมื่อเทียบกับคู่ค้ารายใหญ่

ในแถลงการณ์เมื่อวันอาทิตย์ ธนาคารประชาชนแห่งประเทศจีนกล่าวว่าจีนจะเดินหน้าส่งเสริมการปฏิรูปและเปิดตลาดการเงินต่อไป

ส่วนการเพิ่มอัตราส่วนที่เพิ่งอัปเดตของ IMF จะมีผลในวันที่ 1 สิงหาคม

ทั้งนี้ สิทธิพิเศษถอนเงิน (Special drawing rights หรือ SDR และ XDR) เป็นสินทรัพย์ทุนสำรองเงินตราระหว่างประเทศเพิ่มที่กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) นิยามและรักษาไว้ มูลค่าของสิทธิฯ ขึ้นอยู่กับตะกร้าเงินตราระหว่างประเทศสำคัญที่ IMF ทบทวนทุกห้าปี โดย XDR สร้างขึ้นในปี 2512 เพื่อเสริมการขาดแคลนสินทรัพย์ทุนสำรองเงินตราระหว่างประเทศที่ต้องการ กล่าวคือ ทองคำและดอลลาร์สหรัฐ

Photo – REUTERS/Florence Lo/Illustration

ปูตินเตือนฟินแลนด์ เลิกวางตัวเป็นกลางคือความผิดพลาด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/683092

วันที่ 15 พ.ค. 2565 เวลา 09:25 น.ปูตินเตือนฟินแลนด์ เลิกวางตัวเป็นกลางคือความผิดพลาด

ประธานาธิบดีฟินแลนด์ชี้แจงกับปูตินถึงความตั้งใจของฟินแลนด์ที่จะเข้าเป็นสมาชิกของนาโต

ประธานาธิบดีรัสเซีย วลาดิมีร์ ปูติน กล่าวกับซาอูลี นีนินิสโต ประธานาธิบดีฟินแลนด์เมื่อวันเสาร์ว่า ถือเป็นความผิดพลาดที่ฟินแลนด์ที่จะละทิ้งสถานะเป็นกลางและเข้าร่วมนาโต 

จากการแถลงของทำเนียบเครมลิน ปูตินกล่าวว่าฟินแลนด์ไม่มีภัยคุกคามด้านความมั่นคง และการเปลี่ยนแปลงจุดยืนของนโยบายต่างประเทศอาจส่งผลลบต่อความสัมพันธ์ทวิภาคี

ทั้งนี้ สำนักข่าว Interfax อ้าง Bloomberg ว่ากล่าวเมื่อวันเสาร์ ประธานาธิบดีซาอูลี นีนินิสโต แห่งฟินแลนด์บอกกับประธานาธิบดีรัสเซีย ทางโทรศัพท์เกี่ยวกับแผนการของรัฐบาลเฮลซิงกิที่จะเข้าร่วมนาโต

ก่อนหน้านี้ รัสเซียได้กล่าวว่าการเข้าเป็นสมาชิกของฟินแลนด์ถือเป็นภัยคุกคามที่รัสเซียจะตอบโต้ แต่ไม่ได้ระบุว่าจะตอบโต้อย่างไร

ด้าน ทุตตี ทุปปูไรเนน รัฐมนตรีกระทรวงกิจการยุโรปและการกำกับดูแลการเป็นเจ้าของของฟินแลนด์กล่าวในการให้สัมภาษณ์กับ Sky News เมื่อวันเสาร์ว่า ฟินปลนด์จะเสริมความแข็งแกร่งของนาโตและจพสร้าง “มูลค่าเพิ่ม”อย่างมากให้กับทางกลุ่ม

ทุปปูไรเนนอ้างว่าการเคลื่อนไหวฟินแลนด์ไม่ได้มีจุดมุ่งหมายเพื่อกระตุ้นให้เกิดการเผชิญหน้ากับรัฐบาลมอสโก แต่กล่าวว่า “เราเตรียมพร้อมสำหรับความประสงค์ร้ายและมาตรการที่น่ารังเกียจทุกประเภทต่อเรา แต่ไม่มีการตื่นตระหนกอย่างแน่นอน เราไม่กลัว”

Photo by Alexander NEMENOV / AFP