กองทัพเมียนมาปะทะกองกำลังต่อต้านเผด็จการในมัณฑะเลย์ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/656141

วันที่ 22 มิ.ย. 2564 เวลา 13:08 น.

กองทัพเมียนมาปะทะกองกำลังต่อต้านเผด็จการในมัณฑะเลย์การเผชิญหน้ากันครั้งนี้ถือเป็นเหตุการณ์สำคัญ เพราะกลุ่มต่อต้านมีปฏิบัติการในเมืองใหญ่อันดับต้นๆ ของประเทศ

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่ากองกำลังความมั่นคงของเมียนมาซึ่งได้รับการสนับสนุนจากรถหุ้มเกราะ ปะทะกับกลุ่มติดอาวุธที่จัดตั้งขึ้นใหม่ในเมืองมัณฑะเลย์เมืองใหญ่เป็นอันดับสองของเมียนมา เมื่อวันอังคาร (22) ตามรายงานของโพสต์โซเชียลมีเดียของกลุ่มต่อต้านเผด็จการและรายงานของสื่อในท้องถิ่น

นับตั้งแต่กองทัพเข้ายึดอำนาจเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ และถอดถอนรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งของอองซานซูจี กองกำลังความมั่นคงได้ระงับการประท้วงต่อต้านการปกครองของทหาร แต่ประชาชนทำการตอบโต้โดยตั้งกลุ่มผู้ต่อต้านรัฐประหารที่รู้จักกันในชื่อกองกำลังป้องกันประชาชนได้ผุดขึ้นมาทั่วประเทศเมียนมา

จนถึงตอนนี้ การต่อสู้ของสองฝ่ายยังใช้กองกำลังติดอาวุธเบาและส่วนใหญ่ถูกจำกัดอยู่ในเมืองเล็กๆ และพื้นที่ชนบท แต่กลุ่มที่อ้างว่าเป็นกองกำลังป้องกันประชาชนแห่งใหม่ของมัณฑะเลย์ กล่าวว่า สมาชิกของกองกำลังตอบโต้ฝ่ายเผด้จการในเมืองใหญ่อันดับสองของประเทศ หลังจากกองทัพบุกโจมตีฐานทัพแห่งหนึ่งของฝ่ายต่อต้าน

“เราทำการตอบโต้หลังจากหนึ่งในค่ายฐานกองโจรของเราถูกบุกรุก” โพสต์บนหน้า Facebook ของกลุ่มโดยผู้นำกองกำลังคนหนึ่งของฝ่ายต่อต้าน

ด้านสำนักข่าว Khit Thit รายงานว่ากองทัพเผด็จการได้รับการสนับสนุนจากรถหุ้มเกราะ 3 คัน ได้ล้อมโรงเรียนประจำแห่งหนึ่งในเมืองมัณฑะเลย์ซึ่งกองกำลังติดอาวุธของฝ่ายต่อต้านใช้เป็นฐานที่มั่น

กองทัพตอบโต้ด้วยปืนใหญ่และการโจมตีทางอากาศในสถานที่อื่นๆ หลังจากกลุ่มติดอาวุธโจมตีทหาร โดยมีผู้บาดเจ็บล้มตายทั้งสองฝ่าย และประชาชนหลายหมื่นคนต้องพลัดถิ่น

เมื่อวันศุกร์สมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ เรียกร้องให้ยุติการส่งอาวุธไปยังเมียนมา และเรียกร้องให้กองทัพเผด็จการเคารพผลการเลือกตั้งในเดือนพฤศจิกายน และปล่อยตัวผู้ต้องขังทางการเมือง รวมทั้งซูจี

เมื่อวันเสาร์ กระทรวงการต่างประเทศของเมียนมาได้ออกแถลงการณ์ปฏิเสธมติของสหประชาชาติ ซึ่งระบุว่า “อยู่บนพื้นฐานของข้อกล่าวหาอย่างตีขลุมแต่ฝ่ายเดียวและการตั้งสมมติฐานที่ผิดพลาด”

กองกำลังความมั่นคงของฝ่ายเผด็จการได้สังหารผู้ประท้วงอย่างน้อย 873 คนนับตั้งแต่การทำรัฐประหาร ตามรายงานของกลุ่มนักเคลื่อนไหวของสมาคมช่วยเหลือนักโทษการเมือง แต่รัฐบาลทหารโต้แย้งตัวเลขนั้น

Photo – ภาพแฟ้มข่าว ภาพนี้ถ่ายและได้รับความเอื้อเฟื้อจากแหล่งข่าวที่ไม่เปิดเผยตัวเมื่อวันที่ 3 เมษายน 2021 แสดงให้เห็นผู้ประท้วงระหว่างการปราบปรามโดยกองกำลังความมั่นคงในการประท้วงต่อต้านการรัฐประหารในเมืองอมรปุระ ใกล้เมืองมัณฑะเลย์ (ภาพโดย เอกสารแจก / แหล่งต่างๆ / AFP) /

จับตา Bitcoin คำเตือนจากผู้พยากรณ์วิกฤตการเงิน “ระวังตลาดพังครั้งใหญ่” #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/656130

วันที่ 22 มิ.ย. 2564 เวลา 11:28 น.

จับตา Bitcoin คำเตือนจากผู้พยากรณ์วิกฤตการเงิน "ระวังตลาดพังครั้งใหญ่"นอกจากนี้เขายังแสดงความเห็นเกี่ยวกับคริปโตเคอร์เรนซี่ ในขณะที่ตลาดสะเทือนครั้งใหญ่เพราะจีนกวาดล้าง

ไมเคิล เบอร์รี (Michael Burry) นักลงทุนชื่อดังผู้ก่อตั้งบริษัทการลงทุนเอกชน Scion Asset Management และมีชื่อเสียงจากการพยากรณ์วิกฤตการณ์ทางการเงินในปี 2008 ทวีตเตือนถึงอันตรายที่กำลังจะเกิดขึ้นในตลาดการเงินโดยชี้ว่ามันจะเกิด “the mother of all crashes” หรือตลาดพังครั้งใหญ่ที่สุด

“การปั่น/การเก็งกำไรทั้งหมดกำลังเกิดขึ้น ดึงรายย่อยเข้ามาก่อนที่จะเกิดตลาดพังครั้งใหญ่สุด เมื่อคริปโตราคาตกลงมาจากระดับล้านล้านหรือหุ้นมีมตกลงมาจากระดับหลายหมื่นล้าน ความสูญเสียในตลาดหลักจะเทียบเท่าขนาด (จีดีพี) ของประเทศต่างๆ ประวัติศาสตร์ไม่เคยเปลี่ยนแปลงเลย” เบอร์รีเขียนในทวิตเตอร์ซึ่งต่อมาถูกลบไป

เขายังทวีตว่า เขายังให้ความเห็นเกี่ยวกับคริปโตเคอเรนซี โดยยืนยันว่า “ปัญหาของคริปโตก็เหมือนกับ (การลงทุน) อื่นๆ คือคือเลเวอเรจ ถ้าคุณไม่รู้ว่าเงินดิจิทัลมีเลเวอเรจมากแค่ไหน คุณไม่รู้อะไรเกี่ยวกับคริปโตเลย ไม่ว่าคุณจะคิดว่าคุณรู้มากแค่ไหนก็ตาม”

เบอร์รีกล่าวเสริมว่าเขาไม่ได้เป็นนักวิจารณ์ Bitcoin “ผมไม่ได้เกลียด BTC อนาคตระยะยาวของคริปโตแบบกระจายอำนาจนั้นเปราะบางในโลกที่มีความรุนแรงทางกฎหมาย รัฐบาลรวมศูนย์ที่ไร้หัวใจซึ่งมีท่อน้ำเลี้ยงที่ต่อชีวิตมากจากการผูกขาดสกุลเงิน”

ข้อความข้างต้นเบอร์รีต้องการชี้ให้เห็นวาการเงินแบบระจายอำนาจของเงินดิจิทัลนั้นมีความเสี่ยงคือการออกกฎหมายควบคุมคริปโตโดยรัฐบาลที่ใช้แนวทางการเงินแบบรวมศูนย์และถทอำนาจในการควบคุมสกุลเงินต่างๆ จากตลาดคริปโตที่ทุกคนมีอำนาจเท่ากันด้านการเงินจึงเป้นที่มาของการเงินกระจายอำนาจหหรือ DeFi

ทั้งนี้ไมเคิล เบอร์รีเป็นที่รู้จักกันเป็นอย่างดีว่าเป็นหนึ่งในนักลงทุนกลุ่มแรกที่คาดการณ์และทำกำไรจากวิกฤตซับไพรม์ที่เกิดขึ้นระหว่างปี 2007 ถึง 2010 โดยในปี 2005 เบอร์รีเริ่มให้ความสำคัญกับตลาดซับไพรม์ จากการวิเคราะห์แนวทางปฏิบัติในการให้สินเชื่อจำนองในปี 2003 และ 2004 เขาทำนายได้อย่างถูกต้องว่าฟองสบู่อสังหาริมทรัพย์จะล่มสลายในปี 2007

Photo by MARCO BELLO / AFP

สหรัฐเผยแผนแจกวัคซีนล็อตสอง ไทยยังติดโผ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/656127

วันที่ 22 มิ.ย. 2564 เวลา 10:30 น.

สหรัฐเผยแผนแจกวัคซีนล็อตสอง ไทยยังติดโผทำเนียบขาวเผยแผนแจกวัคซีนล็อตสองอีก 55 ล้านโดส ยังมีชื่อไทยติดโผในโซนเอเชีย

ทำเนียบขาวออกแถลงการณ์แผนการแจกจ่ายวัคซีนป้องกัน Covid-19 ล็อตสองจำนวน 55 ล้านโดส หลังจากประกาศแผนการแจกจ่ายล็อตแรก 25 ล้านโดสไปเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา ครบเป้าหมาย 80 ล้านโดสที่สหรัฐเคยประกาศไว้ก่อนหน้านี้

วัคซีนล็อตสองนี้จะแจกจ่ายให้แล้วเสร็จภายในสิ้นเดือนนี้

ในจำนวน 55 ล้านโดสนี้ ราว 75% หรือ 41 ล้านโดสจะแจกจ่ายผ่านโครงการแจกจ่ายวัคซีน COVAX ขององค์การอนามัยโลก โดยแบ่งเป็น 14 ล้านโดสไปยังประเทศแถบละตินอเมริกาและแคริบเบียน, 16 ล้านโดสไปยังแถบเอเชีย อาทิ อินเดีย อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ เวียดนาม ไต้หวัน รวมทั้งไทย และอีกราว 10 ล้านโดสไปยังทวีปแอฟริกา

ส่วนที่เหลืออีก 25% หรือราว 14 ล้านโดสจะแจกจ่ายโดยตรงตามลำดับความสำคัญในแถบแคริบเบียนและละตินอเมริกา เช่น โคลิมเบีย อาร์เจนตินา อิรัก ยูเครน เวสต์แบงก์และฉนวนกาซา รวมทั้งฟิลิปปินส์ เวียดนาม อินโดนีเซีย

Photo by Jim WATSON / AFP

เจาะวัคซีนคิวบา Soberana 2 กับการทดลองขั้นสุดท้าย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/656102

วันที่ 22 มิ.ย. 2564 เวลา 09:43 น.

เจาะวัคซีนคิวบา Soberana 2 กับการทดลองขั้นสุดท้ายเจาะข้อมูลวัคซีนคิวบาหลังผลการทดลองเผยประสิทธิภาพอยู่ที่ 62%

เมื่อวันที่ 20 มิ.ย. BioCubaFarma บริษัทชีวเภสัชภัณฑ์ของรัฐบาลคิวบาประกาศผลการทดลองประสิทธิภาพของวัคซีนต้านโควิด-19 “Soberana 2” ที่ผลิตในประเทศมีประสิทธิภาพอยู่ที่ 62% หลังผู้เข้าร่วมทดลองได้รับวัคซีนไปแล้ว 2 เข็ม ซึ่งคาดว่าเมื่อได้รับวัคซีนเข็มที่ 3 จะมีประสิทธิภาพในการป้องกันโรคมากขึ้นอีก

ข้อมูลเบื้องต้นของวัคซีน

Soberana 2 หรือชื่อทางเทคนิคคือ FINLAY-FR-2 เป็นวัคซีนต้านโควิด-19 ที่ผลิตโดย Finlay Institute สถาบันวิจัยระบาดวิทยาของคิวบา เป็นวัคซีนชนิดคอนจูเกต ซึ่งผลิตโดยเชื่อมแอนติเจนที่ภูมิคุ้มกันของร่างกายตอบสนองได้ไม่ดี กับแอนติเจนที่ร่างกายตอบสนองอย่างมีกำลัง เพื่อให้ร่างกายสามารถตอบสนองต่อแอนติเจนอย่างแรกได้ดียิ่งขึ้น โดยขณะนี้กำลังอยู่ในการทดลองระยะที่ 3

การทดลองวัคซีน

• Soberana 2 ได้รับการทดลองระยะที่ 1 ในเดือนตุลาคม 2020 โดยมีอาสาสมัครเข้าร่วมทดลอง 40 คนเพื่อประเมินความปลอดภัย การเกิดปฏิกิริยา และการสร้างภูมิคุ้มกันของวัคซีน

• การทดลองระยะที่ 2a มีอาสาสมัครเข้าร่วม 100 คน และ 2b มีอาสาสมัคร 900 คน โดยกลุ่มอาสาสมัครมีอายุระหว่าง 19 ถึง 80 ปี

• Vicente Vérez ผู้อำนวยการสถาบัน Finlay Vaccine Institute กล่าวว่าวัคซีนได้แสดงการตอบสนองทางภูมิคุ้มกันหลังจากฉีดวัคซีนไปแล้ว 14 วัน

• การทดลองระยะที่ 3 เริ่มต้นตั้งแต่เดือนมีนาคม 2021 โดยแบ่งอาสาสมัครออกเป็น 3 กลุ่ม กลุ่มแรกจะได้รับวัคซีน 2 เข็มห่างกัน 28 วัน กลุ่มที่ 2 จะได้รับวัคซีน 3 เข็ม และกลุ่มสุดท้ายได้รับยาหลอก

• โดยเจ้าหน้าที่กระทรวงสาธารณสุขคิวบาระบุว่าต้องดำเนินการทดลองระยะที่ 3 ในต่างประเทศด้วย ซึ่งประเทศที่ร่วมทดลอง เช่น อิหร่าน และเม็กซิโก

ประสิทธิภาพและผลข้างเคียง

• จากการทดลองในระยะที่ 3 หลังฉีดวัคซีนให้อาสาสมัครไปแล้ว 2 เข็มพบว่ามีประสิทธิภาาพ 62%

• โดยเมื่อวันที่ 6 พฤภาคม Finlay Institute of Vaccines ได้ประกาศถึงผลข้างเคียงของวัคซีนระบุว่าพบอาการปวดบริเวณที่ฉีด 20% การอักเสบที่บริเวณฉีดยา 5% และความรู้สึกไม่สบายทั่วไป 5%

ไม่ต้องแช่เย็น

ศาสตราจารย์ Ihosvany Castellanos Santos กล่าวว่าแอนติเจนที่ใช้ในการผลิตวัคซีนนั้นปลอดภัยเพราะมันมีส่วนประกอบอื่นๆ แทนที่จะเป็นไวรัสที่มีชีวิตทั้งหมด ดังนั้นจึงไม่ต้องการการแช่เย็นเหมือนวัคซีนยี่ห้ออื่น

ประเทศไหนใช้บ้าง

นอกจากคิวบาที่เริ่มฉีดวัคซีนที่กำลังอยู่ในขั้นทดลองให้แก่ประชาชนในประเทศแล้ว ยังมีอีกหลายประเทศที่สั่งซื้อวัคซีนจากคิวบา เช่น เม็กซิโก อาร์เจนตินา จาไมกา และเวนาซุเอลา รวมถึงอิหร่านซึ่งกำลังผลิตวัคซีนดังกล่าวประกอบการทดลองด้วย

วัคซีนชาตินิยม?

รัฐบาลคิวบาไม่ต้องการนำเข้าวัคซีนจากต่างประเทศ และตั้งใจที่จะใช้วัคซีนที่ผลิตขึ้นเอง แม้ว่าจะเสี่ยงแต่หากประสบความสำเร็จจะเป็นการเสริมภาพลักษณ์ด้านวิทยาศาสตร์ของประเทศ และยังสร้างรายได้จากการส่งออกวัคซีนไปยังต่างประเทศด้วย

ทั้งนี้ Soberana เป็นคำภาษาสเปนที่แปลว่า “อธิปไตย”

วัคซีนตัวอื่นจากคิวบา

ขณะนี้คิวบามีวัคซีนที่กำลังอยู่ในขั้นทดลอง 5 ชนิด โดยนอกจาก Soberana 2 แล้วยังมี Abdala ที่อยู่ในการทดลองระยะสุดท้ายเช่นกัน นอกจากนี้ยังมี Soberana 1, Soberana plus และ Mambisa

Photo by Jorge Luis Baños / AFP

คาถาพิชิตแขกของหลวงปู่เอ็นจอย (enjoy) “พระพรหมวชิรโมลี” #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/dhamma/655378

วันที่ 13 มิ.ย. 2564 เวลา 10:47 น.

คาถาพิชิตแขกของหลวงปู่เอ็นจอย(enjoy)"พระพรหมวชิรโมลี"โดย…สมาน สุดโต

********************

เมื่อพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม สถาปนา พระธรรมโมลี (ทองอยู่ ญาณวิสุทโธ ปธ.9 ดร.) เจ้าอาวาสวัดศาลาลอย จังหวัดสุรินทร์ เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2564 นั้น บรรดาลูกศิษย์ ทั้งในประเทศ และต่างประเทศปลื้มปีติกันทั่วไป เพราะหลวงปู่ทองอยู่ อยู่ที่ไหน ไปที่ไหน ที่นั่นมีแต่รอยยิ้ม เต็มไปด้วยความสข จนท่านได้รับการขนานนามว่า หลวงปู่เอนจอย (enjoy) พระครูวินัยธร ดร.สมุทร ถาวโร วัดมหาธาตุ ผู้อำนวยการวิทยาลัยพระธรรมทูต มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณ์ เขียนในบอร์ด ถวายสักการะ และน้อมถวายมุทิตาสักการะ ในนามคณะผู้บริหาร คณาจารย์ และเจ้าหน้าที่วิทยาลัยพระธรรมทูต กองวิเทศสัมพันธ์ และโครงการอบรมพระธรรมทูตสายต่างประเทศรุ่นที่ 27/2564 มจร.

ส่วนพระมหานริทร์ นรินโท ป.ธ.9 เจ้าอาวาสวัดไทยลาสเวกัส สหรัฐอเมริกา ผู้ดำเนินการ เว็บไซต์ alttlebuddha.com. อันลือลั่นสั่นสะเทือนสงการสงฆ์ไทย ได้เขียนชื่นชมในโอกาสอันเป็นมงคลว่า พระธรรมทูตทั่วโลกปลื้มใจ ที่หลวงปู่ทองอยู่ ได้ขึ้นเป็นรองสมเด็จ พร้อมกับเล่าว่า หลวงปู่ทองอยู่เป็นใคร เป็นคนเกิดและบวชที่จังหวัดสุรินทร์ เรียน นักธรรมบาลี ที่สุรินทร์ แต่ครั้งหนึ่งไปเป็นครูสอนและเรียนที่วัดบุญวาทย์วิหาร จังหวัดลำปางทำให้หลวงปู่รู้จักกับเกจิดังระดับประเทศ คือ หลวงพ่อเกษม เขมโก ยิ่งตอนที่หลวงปู่ ตอนนั้น(พ.ศ. 2513) ยังหนุ่ม สอบ ป.ธ. 9 ได้ในนามสำนักเรียนจังหวัดลำปางด้วยแล้ว ทำให้หลวงพ่อเกษมปีติมาก เพราะท่านชอบพระที่เรียนนักธรรม บาลี จึงถวายรางวัลให้อย่างงามเมื่อหลวงปู่ลาไปเรียนต่อปริญญาโทที่ประเทศอินเดีย

หลวงพ่อเกษมมอบปัจจัยก้อนโตให้เรียนจนจบ เมื่อพระนักศึกษาหรือใครก็ตามถามหลวงปู่ว่าได้ทุนจากไหนไปเรียนที่มหาวิทยาลัยมัทราส อินเดีย ท่านตอบด้วยความภูมิใจว่า ได้ทุนหลวง เมื่อเพื่อนตื่นเต้นระคนแปลกใจ ท่านจึงเฉลยเรียกเสียงฮา ว่า ทุนหลวงพ่อเกษม

หลวงปู่เกิดที่จังหวัดสุรินทร์ เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ.2476 อายุ 88 ปีพรรษา 67 วิทยฐานะ ป.ธ9 พม. พธบ. M.A. พธด.เมื่อจบปริญญาเอก เป็นข่าวหน้าหนึ่ง นสพ.ยักษ์ใหญ่ ว่าไม่มีใครแก่เกินเรียน เมื่อหลวงปู่ทองอยู่ ญาณวิสุทโธ อายุ 76 ปีเรียนจบปริญญาเอก จากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณ์ (พ.ศ.2552)

ส่วนผมเองได้พบและคุ้นเคยเมื่อได้พบหลวงปู่ในการประชุมสมัชชาสงฆ์ไทยในสหนรัฐอเมริกา 2 ครั้ง ครั้งแรกที่วัดวชิรธรรมปทีป นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา และครั้งที่ 2 ที่วัดไทยกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. รัฐแมรี่แลนด์แต่ละครั้งท่านเล่าประสบการณ์ในการเดินทาง และวิธีการพิชิตแขก ให้ฟังเรียกเสียงเฮฮา สาธุ กันทั่วหน้า

เดินทางไปนอกไม่เคยหลง

ท่านเล่าว่า ท่านเดินทางไปประชุมกับสมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา และชอบเดินทางคนเดียวไม่อยากเป็นภาระใคร และไม่ให้ใครมาคอยเป็นภาระ ทุกครั้งถึงที่หมายโดยสวัสดิภาพ และปลอดภัยไม่เคยหลงทาง ท่านบอกว่า มีคาถาดีก่อนขึ้นเครื่องบิน ท่านจะแจ้งเจ้าหน้าที่สายการบินว่า I am the old man  I am alone so I need a wheelchair (ฉันชรา มาคนเดียว ขอบริการวีลแชร์) แค่นี้ก่อนขึ้นเครื่อง หรือลงเครื่องทุกแห่ง จะมีคนมาพาไปทำเอกสารเข้าเมือง เคลมกระเป๋าเดินทาง จนกระทั่งพบคนที่มาคอยรับที่ท่าอากาศยาน วิธีนี้ใช้ทั้งขาไปและขากลับ ท่านว่าไม่หวงวิชา ใครจะเอาไปใช้ก็ได้ แต่ต้องดูว่าชราหรือไม่

คาถาพิชิตแขกอินเดีย

หลังจากสอบได้ ป.ธ. 9 และ จบ พธบ.ได้เดินทางไปศึกษาต่อ ภาษบาลีและสันสกฤต ระดับปริญญาโทที่มหาวิทยาลัยมัทราส (ประมาณ พ.ศ. 2517)โดยทุนหลวง (หลวงพ่อเกษม เขมโก)

การไปมัทราส เมืองเชนไน(ชื่อปัจจุบัน) ทางใต้ของอินเดีย จะนั่งเครื่องบินไปลงศรีลีงกา แล้วข้ามมามัทราส ก็ได้ เช่นเจ้าคุณพระศรีธวัชเมธี (ชนะ ภมรพล ป.ธ.9 M.A.) ผจล. วัดป่าเลไลยกฺ์์)

อีกเส้นทางหนึ่งนั่งเครื่องบินจากไทย ลงสนามบินดัม ดัม เมืองกัลกัตตา(ปัจจุบันคือโกลกัตตา) จากนั้นนั่งรถไฟจากสถานีกลางฮาวร่าห์ กัลกัตตา ไปลงสถานีกลางเมืองมัทราส ระยะทาง 1, 663 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทาง 2 คืน หรือเกิน 24 ชั่วโมงก็แล้วกันหลวงปู่ทองอยู่ เลือกเดินทางทางรถไฟ ท่านบอกว่าเมื่อถึงสถานีมัทราสได้ใช้ภาษาพระพุทธเจ้า พิชิตแขกกุลีและแท็กซี่ ที่มารุมล้อมได้สำเร็จ

คนฟังมีทั้งพระและฆราวาสคอยฟังด้วยใจจดจ่ออยากรู้ ภาษาพระพุทธเจ้า

ท่านเล่าว่า ท่านมีของที่ขนไปทั้งของตนและของฝากพระนักศึกษา ทำให้กลัวว่า ของจะหายและไม่ปลอดภัย เพราะไม่ไว้ใจแขก เป็นที่น่าสังเกตว่า แขกที่มารุมล้อม เสนอตัวขนของ และบริการแท็กซี่ ค่อยๆ ถอยห่างออกไปทีละคนสองคน จนกระทั่งไม่เหลือ แต่ละคนได้แต่ส่ายหัว เดินออกไป เพราะฟังท่านพูดแล้วไม่รู้เรื่องท่านว่า เมื่อแขกคนใดคนหนึ่งพูดมา ท่านก็ตอบโดยใช้ภาษาพระพุทธเจ้าตอบแขกจะพูดว่าอะไรท่านไม่สน แต่จะตอบด้วยภาษาพระพุทธเจ้าว่า “สัพพีติโย วิวัชชันตุสัพพะโรโค วินัสสันตุ” แขกฟัง งงแปลไม่ได่ไม่เข้าใจ จึงทะยอยเดินออกไปจนหมด

เมื่อพิชิตแขกเสร็จสรรพ ท่านก็ไปหาตำรวจ คลี่กระดาษบันทึกให้ดู ว่าต้องการแท็กซี่ ไปมหาวิทยาลัยเท่านี้ ทุกอย่างราบรื่นท่านเล่าจบ ผู้ฟังยิ้ม หัวเราะชอบใจ ด้วยเหตุนี้จึงได้รับ ขนานนามว่า หลวงปู่เอนจอย เรื่องที่เล่านี้อาจคลาดเคลื่อนไปบ้าง เพราะฟังมา 10? กว่าปี แต่ยังอยู่ในใจเสมอ

สุดท้ายขอเชิญทุกท่านมุทิตากับหลวงปู่อารมณ์ดี คงแก่เรียน เป็นสังฆโสภณ พระพรหมวชิรโมลี ดังที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ตอนหนึ่งว่า พระสงฆ์ทรงสมณคุณยังมีอยู่

ในหลวงโปรดเกล้าฯพระราชทานสัญญาบัตร-พัดยศ-ผ้าไตรถวายพระวชิรญาณโสภณ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/dhamma/655318

วันที่ 11 มิ.ย. 2564 เวลา 20:20 น.

ในหลวงโปรดเกล้าฯพระราชทานสัญญาบัตร-พัดยศ-ผ้าไตรถวายพระวชิรญาณโสภณในหลวงโปรดเกล้าฯองคมนตรีเชิญสัญญาบัตร พัดยศและผ้าไตรถวายแด่พระวชิรญาณโสภณ หลังได้รับการโปรดเกล้าแต่งตั้งเป็นพระราชาคณะชั้นเทพ ฝ่ายวิปัสสนาธุระ

เมื่อวันที่ 11มิ.ย.64 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้พลอากาศเอก จอม รุ่งสว่าง องคมนตรี เชิญสัญญาบัตรพัดยศ และผ้าไตรไปถวายแด่พระเทพวชิรญาณโสภน ซึ่งมีพระบรมราชโองการโปรดพระราชทานสัญญาบัตรตั้งสมณศักดิ์ พระราชวิสุทธิมุนี เป็น พระเทพวชิรญาณโสภณ โกศลศาสนกิจบริหาร ภาวนาวิธานธุราทรยติคณิสสร บวรสังฆาราม คามวาสีพระราชาคณะชั้นเทพ ฝ่ายวิปัสสนาธุระ สถิต ณ วัดเขาศาลาอตุลฐานะจาโร ต.จรัส อ.บัวเชด จ.สุรินทร์ มีฐานานุศักดิ์ตั้งฐานานุกรมได้ 5 รูป ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 6 พ.ค.2564 ประกาศ ณ วันที่ 7 พ.ค.2564 เป็นปีที่ 6 ในรัชกาลปัจจุบัน

พระเทพวชิรญาณโสภณ (เยื้อน ขันติพโล) สิริอายุ 69 ปี พรรษา 49 ดำรงตำแหน่งเจ้าคณะจังหวัดสุรินทร์ (ธรรมยุต) และเจ้าอาวาสวัดเขาศาลาอตุลฐานะ จาโร บ้านจรัส ต.จรัส อ.บัวเชด จ.สุรินทร์ มีนามเดิมว่า เยื้อน หฤทัยถาวร เกิดเมื่อวันที่ 12 เม.ย.2495 ที่บ้านระไซร์ ต.นาดี อ.เมือง จ.สุรินทร์ บิดา-มารดา ชื่อ นายมอญและนางฮิต หฤทัยถาวร มีพี่น้อง 9 คนเป็นบุตรคนแรก จบการศึกษาชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 จากโรงเรียนบ้านระไซร์ ต.นาดี อ.เมือง จ.สุรินทร์มีพระราชวุฒาจารย์ (หลวงปู่ดูลย์ อตุโล) เมื่อครั้งดำรงสมณศักดิ์ที่ พระรัตนากรวิสุทธิ์ เจ้าคณะจังหวัดสุรินทร์ (ฝ่ายธรรมยุต) และเจ้าอาวาสวัดบูรพาราม เป็นพระอุปัชฌาย์, พระครูสถิตยสารคุณ เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และพระครูวิมลสีลคุณ เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ได้รับนามฉายาว่า “ขันติพโล” อันมีความหมายเป็นมงคลว่า “ผู้มีความอดทน”เริ่มศึกษาพระปริยัติธรรมและปฏิบัติภาวนากับหลวงปู่ดูลย์ ทดสอบจิตทำความสงบ สามารถปฏิบัติภาวนาได้รวดเร็วมีจิตสงบนิ่ง หลวงปู่ดูลย์จึงได้สนับสนุนให้ปฏิบัติธรรม โดยกล่าวว่า “จิตเข้าสู่โลกุตรธรรมแล้ว ไม่ต้องเรียนหนังสือ ให้ปฏิบัติธรรมต่อไป”

ต่อมา ฝากให้เข้ารับการศึกษาอบรมข้อวัตรปฏิบัติกับหลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน วัดป่าบ้านตาด จ.อุดรธานี ตั้งแต่เมื่อวันที่ 11 พ.ย.2516 อยู่ฝึกปฏิบัติกัมมัฏฐานอย่างมุ่งมั่นมุมานะ กาลเวลาล่วงเลยมาจนถึงปี พ.ศ.2536 ร่วมกับ พล.อ.เชษฐา ฐานะจาโร เมื่อครั้งดำรงตำแหน่ง ผบ.กกล.สุรนารี (ในขณะนั้น) เป็นผู้ริเริ่ม ผลักดัน และส่งเสริมให้อนุรักษ์และปกป้องผืนป่าผืนใหญ่เป็นเหตุให้คณะรัฐมนตรีในขณะนั้น มีมติให้กรมป่าไม้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ขณะนั้นประกาศให้บริเวณพื้นที่ป่า เป็นเขตพุทธอุทยาน

สำหรับวัดเขาศาลาอตุลฐานะจาโร มีเนื้อที่ครอบคลุมประมาณ 10,865 ไร่ เป็นเขตพุทธอุทยาน ดำเนินโครงการส่งเสริมพระพุทธศาสนา เพื่ออนุรักษ์ป่าไม้และพัฒนาสิ่งแวดล้อม โดยมีสมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณสังวร (เจริญ สุวัฑฒโน) สมเด็จพระสังฆราช ขณะนั้นทรงรับเป็นองค์อุปถัมภ์ ผืนป่าดังกล่าวสืบมา.

ในหลวงโปรดเกล้าฯเชิญสัญญาบัตรพัดยศและผ้าไตรถวายแด่พระเทพมงคลวชิรมุนี #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/dhamma/655102

วันที่ 09 มิ.ย. 2564 เวลา 16:36 น.

ในหลวงโปรดเกล้าฯเชิญสัญญาบัตรพัดยศและผ้าไตรถวายแด่พระเทพมงคลวชิรมุนีในหลวงโปรดเกล้าฯ องคมนตรี เชิญสัญญาบัตรพัดยศและผ้าไตรถวายพระเทพมงคลวชิรมุนีในโอกาสตั้งพระราชาคณะชั้นเทพ ฝ่ายวิปัสสนาธุระ

เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2564 เวลา 13.20 น. ที่ วัดสักกะวัน (ภูกุ้มข้าว) อำเภอสหัสขันธ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ นายอำพน กิตติอำพน องคมนตรี เชิญสัญญาบัตร พัดยศและผ้าไตร ถวายแด่พระเทพมงคลวชิรมุนี (หลวงปู่หา สุภโร) ตามที่ได้มีพระบรมราชโองการ โปรดพระราชทานสัญญาบัตรตั้งสมณศักดิ์พระราชาคณะ พระณาณวิสาลเถร เป็นพระเทพมงคลวชิรมุนี ภาวนาวิธีวราจารย์ ไพศาลศาสนกิจจาทร ยติคณิสสร บวรสังฆาราม คามวาสี พระราชาคณะชั้นเทพ ฝ่ายวิปัสสนาธุระ สถิต ณ วัดสักกะวัน จังหวัดกาฬสินธุ์

พระเทพมงคลวชิรมุนี หรือหลวงปู่หา สุภโร เจ้าอาวาสวัดสักกะวัน (ภูกุ้มข้าว) ที่ปรึกษาเจ้าคณะจังหวัดกาฬสินธุ์ และอดีตรองเจ้าคณะจังหวัดกาฬสินธุ์ มีนามเดิมว่า หา ภูบุตตะ เกิดเมื่อวันศุกร์ที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2468 ตรงกับวันขึ้น 10 ค่ำ เดือน 8 ปีฉลู ที่บ้านนาเชือก ตำบลเว่อ ปัจจุบันเป็นตำบลนาเชือก อำเภอยางตลาด จังหวัดกาฬสินธุ์ บิดาชื่อ นายสอ ภูบุตตะ มารดาชื่อ นางบัวลา ภูบุตตะ มีพี่น้องรวมกัน 7 คน

พระเทพมงคลวชิรมุนี หรือหลวงปู่หา สุภโร เป็นพระเถราจารย์ผู้ปฏิบัติตามพระธรรมวินัยอย่างเคร่งครัด เป็นที่น่าเคารพสักการบูชาของบรรดาศิษยานุศิษย์ เป็นที่ประจักษ์แก่พุทธศาสนิกชนทุกหมู่เหล่า และยังได้ค้นพบกระดูกไดโนเสาร์ ทำให้มีการขุดค้น โดยเป็นแหล่งไดโนเสาร์กินพืชที่สมบูรณ์ที่สุดของประเทศไทย และยังมีการสร้างพิพิธภัณฑ์สิรินธร บริเวณที่ขุดค้นพบอีกด้วย

“วัดพระพิเรนทร์ วรจักร” เผาศพคนตายจากโควิด-19 ฟรี #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/dhamma/654690

วันที่ 04 มิ.ย. 2564 เวลา 14:23 น.

"วัดพระพิเรนทร์ วรจักร"เผาศพคนตายจากโควิด-19 ฟรี โดย สมาน สุดโต

*************************

พระครูภัทรกิตติสุนทร (พระมหาแถม) เจ้าอาวาสวัดพระพิเรนทร์ วรจักร กรุงเทพมหานคร เปิดเผยสว่า ทางวัดพระพิเรนทร์รับฌาปนกิจศพที่ตายเพราะติดเชื้อโควิด-19 ฟรีเพื่อสงเคราะห์ประชาชน และสนองพระดำริ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช และสนองนโยบายของมหาเถรสมาคมด้วยความเต็มใจไม่เลือกปฏิบัติมาเป็นเวลาประมาณ 1 เดือนแล้ว โดยช่วยฌาปนกิจศพที่เสียชีวิตเพราะติดเชื้อโควิด-19 ไปแล้วไม่น้อยกว่า 20 ศพ การเผาศพทางวัดได้ปฏิบัติตามคำแนะนำของกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด และจัดพิธีฌาปนกิจให้อย่างสมเกียรติ เป็นที่พอใจของญาติมาก

พระครูภัทรกิตติสุนทร กล่าวว่า ผู้ที่เสียชีวิตจากเชื้อโควิด-19 ส่วนมากเป็นผู้มีรายได้น้อย และน่าสงสารทั้งญาติและผู้เสียชีวิตเพราะไม่มีโอกาสดูใจ หรือสั่งเสียใดๆ ทั้งสิ้น เมื่อเสียชีวิตทางโรงพยาบาลจัดการห่อศพด้วยถุงพลาาติก 3 ชั้น ฉีดน้ำยาฆ่าเชื้ออย่างเต็มที่ แล้วติดต่อมายังวัดที่จะฌาปนกิจกิจศพโดยเร็ว ถ้าเสียชีวิตที่โรงพยาบาลกลาง หรือพระภิกษุมรณภาพจากโรงพยาบาลสงฆ์ จะติดต่อมาขอฌาปนกิจที่ฌาปนสถานวัดพระพิเรนทร์ ทางวัดก็จัดให้ แรกทีเดียวก็เผาได้ 2 ศพต่อวัน แต่เมรุสภาพเก่ารับไม่ไหว จึงรับเผาวันละ 1 ศพ เช่น เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2564 ติดต่อส่งศพมาเผาถึง 5 ศพ แต่ทางวัดรับได้เพียง 1 ศพเท่านั้น

ทั้งนี้ มีชาวบ้านรอบวัดไม่ค่อยพอใจ เพราะควันจากเตาเผาศพมีมากเนื่องจากห่อด้วยพลาสติกหลายชั้น ประกอบกับแอลกอฮอที่ฉีดฆ่าเชื้อมีมากชาวบ้านบางรายเห็นควันเยอะ ไม่พอใจ ถึงกับแจ้งดับเพลิงให้มาดูแล พอเขารู้ว่าเผาศพที่เสียชีวิตเพราะโควิด 19 ก็ไม่ว่าอะไร ส่วนผู้ที่อยู่ในวัดหรือเกี่ยวข้องกับวัดบางรายก็คัดค้านไม่ให้รับเผา เพราะวัดมีค่าใช้จ่าย เช่น ค่าน้ำมันศพละ 4,000 บาท ซึ่งวัดจัดให้ฟรี โดยขาดการสนับสนุนจากภาครัฐ หรือคณะสงฆ์

“อาตมาอยากให้คนที่ค้านการเผาศพที่เสียชีวิตจากการติดเชื้อโควิดเปลี่ยนความคิดใหม่ ให้คิดว่าผู้ที่เสียชีวิตเป็นญาติคนหนึ่งของเรา หากคิดได้แบบนี้จะสบายใจ ลองคิดดูญาติที่อยู่ข้างหลังจะทุกข์ใจขนาดไหน เมื่อญาติเขาตายไปโดยไม่เห็นหน้า ไม่ได้สั่งเสียกันเลยซ้ำร้ายกลับหาวัดเผาศพไม่ได้อีก”พระครูภัทรกิตติสุนทร

สำหรับ วัดพระพิเรนทร์ วรจักร ปัจจุบันก็รับเผาศพพระที่มรณภาพจากโรงพยาบาลสงฆ์แบบไม่มีญาติฟรี พร้อมกันนั้นก็รับสงเคราะห์เผาศพให้แก่คนไม่มีญาติ หรือยากไร้ มาตั้งสมัยหลวงพ่อพระเทพคุณาธาร (ผล ชินปุตโต) ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาส เริ่มตั้งแต่ พ.ศ.2492 หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ยุติใหม่ ๆ และเจ้าอาวาสรูปต่อๆ มา จนถึงพระครูภัทรกิตติสุนทร (พระมหาแถม) เจ้าอาวาสรูปปัจจุบันได้สานต่อเจตนารมณ์นั้นมาตลอด จนเป็นที่รับรู้ทั่วไปว่า วัดพระพิเรนทร์ สงเคราะห์ประชาชนทุกคน

อย่างไรก็ตาม เมื่อรัฐบาล และมหาเถรสมาคม มีนโยบายให้วัดรับฌาปนกิจศพที่เสียชีวิตจากโควิด-19 จึงทำได้สะดวกรวดเร็ว สมเกียรติผู้เสียชวิตและญาติ เพียบพร้อมด้วยศาสนพิธีไม่ขาดตกบกพร่อง ได้รับความพอใจและสะดวกทุกฝ่าย สำหรัยผู้ที่จะร่วมบริจาคทำบุญฌาปนกิจศพที่เผาฟรี ติดต่อสำนักงานวัดพระพิเรนทร์ วรจักรได้ทุกวัน

พระครูภัทรกิตติสุนทร

Self-resilience การปรับฟื้นคืนสภาพตนเองเชิงรุกทำอย่างไร #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/656022

วันที่ 21 มิ.ย. 2564 เวลา 08:01 น.

Self-resilience การปรับฟื้นคืนสภาพตนเองเชิงรุกทำอย่างไรโดย ภก.ดร.จันทรชัย ถวิลพิพัฒน์กุล สถาบันอินทรานส์ Hipot – การปฏิรูปศักยภาพมนุษย์อย่างบูรณาการศาสตร์ชีวิตองค์รวมเพื่อความมั่นคงยั่งยืน

เพราะโลกไม่แน่นอน อ่อนไหว ซับซ้อน คลุมเครือ ผลกระทบจากโควิดไม่มีจบ เพราะการกลายพันธุ์ของมันเป็นเรื่องปกติ และมันจะอยู่กับเราตลอดไปเหมือนไข้หวัดทั่วไป วัคซีนจะได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อช่วยชะลอความรุนแรงได้ รวมทั้งลดอาการข้างเคียง

ผลจากวิกฤตโควิด ธุรกิจได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง อย่างไรก็ตามธุรกิจต้องเดินหน้าต่อ อีก 4 เดือนจะเปิดประเทศ การปรับฟื้นคืนสภาพเพื่อกลับมาเล่นเชิงรุกได้ด้วยตนเอง (Self-resilience) จึงเป็นกุญแจสำคัญ โดยมีประเด็นที่อยากเสนอให้พิจารณาดังนี้

1. การพัฒนาความสามารถในการเลือกตอบสนอง

ประเด็นนี้ต้องการทำความเข้าใจว่า เหตุการณ์ต่างๆ ที่ผ่านเข้ามาในชีวิต ล้วนเป็นเรื่องภายนอกที่เราไม่อาจควบคุมได้ แต่ตนมีอิสรภาพในการตอบสนองต่อสิ่งที่เข้ามากระทบ เพราะเราเลือกได้ ความสามารถของการเลือกตอบสนองได้นี้เองเป็นหลักการสำคัญของการสร้างการนำตนเอง เพื่อพลิกฟื้นตนเองให้กลับมาเล่นเชิงรุกได้

2. มองทางเลือกในขอบเขตศักยภาพที่ตนสามารถทำได้

การจะพลิกฟื้นตนเองได้ต้องปรับมุมมองใหม่ว่า ทุกปัญหาเป็นความท้าทาย ทุกปัญหามีทางออก มองปัญหาเป็นโอกาส มันอยู่ที่เราเอง ดังนั้น ลองถามตนเองว่า เราควรเอาเวลาไปโฟกัสต่อสิ่งที่ตนสามารถทำได้ หรือจมอยู่กับตัวปัญหา หลายคนมักคิดวนอยู่กับตัวปัญหาและบ่นโทษโน่นนี่นั่นว่าเป็นสาเหตุของปัญหา ไม่สามารถก้าวข้ามพ้นกรอบติดลบที่ตนเองนั่นแหละสร้างขึ้นมาเองได้ และเอาเวลาไปคิดหาทางออกในขอบเขตศักยภาพของตนเองที่ตนพอจะทำได้ ไม่ดีกว่าหรือ 

3. หาเป้าหมายชีวิตตนเอง

เป็นการถามตนเองว่า ตนมีภาพเป้าหมายชีวิตอะไร อยู่ไปเพื่ออะไร ทำไม อะไรสำคัญในชีวิต ตนอยากมีอะไร อยากเป็นอย่างไร อยากทิ้งอะไรไว้เบื้องหลัง ภาพเป้าหมายชีวิตที่ชัดเจนนี้เองที่จะสามารถพลิกฟื้นคืนสภาพตนเองให้กลับมานำตนเอง เล่นเชิงรุกได้

4. วาดภาพก่อนลงมือทำทุกครั้ง

เพราะภาพเป้าหมายความสำเร็จจะสร้างแรงบันดาลใจ แต่ที่หลายคนลังเล ไม่กล้าตัดสินใจ ไม่สามารถนำตนเองได้ เพราะภาพของผลลัพธ์ที่ต้องการมันไม่ชัด ดังนั้น ก่อนลงมือทำอะไรต้องวาดภาพเป้าหมายให้ชัด เพราะภาพยิ่งชัด ฝันยิ่งเป็นจริง โอกาสพลิกฟื้นจึงเป็นไปได้

5. พัฒนาแนวคิดเชิงระบบ การมองภาพเชิงองค์รวม

หลายคนเวลาเจอปัญหาแล้วคิดไม่ออก ไม่สามารถคิดอะไรที่แตกต่าง จึงขาดทางเลือก ขาดทางออกที่สร้างสรรค์ จึงแก้ปัญหาไม่ได้ ไม่สามารถพลิกสถานการณ์ได้ นั่นเป็นเพราะขาดปัญญา ความรู้ และกระบวนการเรียนรู้ และที่ขาดองค์ความรู้ก็เพราะขาดแนวคิดเชิงระบบ องค์กรที่สามารถพลิกฟื้นตนเองได้จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ทีมงานต้องพัฒนาแนวคิดเชิงระบบ โดยมองว่าอะไรคือองค์ประกอบหลักที่เกี่ยวข้องกับปัญหา และองค์ประกอบเหล่านั้นมันเชื่อมโยงกันอย่างไร เพื่อให้ได้ทางออกใช้แก้ปัญหา อีกทั้งต้องสร้างการเชื่อมโยงที่หลากหลายขององค์ประกอบที่แตกต่าง เพื่อสร้างสรรค์นวัตกรรมด้านสินค้าและบริการเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มในเชิงเศรษฐกิจ

6. มองความพลาดพลั้งคือการเรียนรู้

ไม่ว่าเราจะทำอะไร มันย่อมมีความคลาดเคลื่อน เพราะนี่คือธรรมชาติ แต่หลายคนเข้าใจผิด มองว่ามันคือความผิด ที่สำคัญคือมองว่าตนผิด แล้วเอาความรู้สึกผิดมาทำทำลายศักยภาพตนเองอย่างเข้าใจผิด เราจึงต้องปรับมมุมมองที่มีต่อความพลาดพลังนั้นเสียใหม่ว่า มันคือกระบวนการเรียนรู้ที่สำคัญยิ่งต่อการเติบโตอย่างมั่นคงในอนาคต เพื่อพลิกฟื้นตนเองให้กลับมาเข้มแข็ง

7. พัฒนามุมมองที่เห็นคุณค่าตนเอง

นอกจากจะมองว่าความพลาดพลั้งคือกระบวนการเรียนรู้แล้ว เรายังต้องทำความเข้าใจเพิ่มเติมอีกว่า ความพลาดพลั้งเป็นประสบการณ์ที่ฝังลงในกรอบความคิด กรอบความคิดคือตัวตน ตัวตนคือชีวิต ชีวิตต้องการคุณค่าและความหมาย ชีวิตที่เห็นตนเองมีค่าเท่านั้นจึงจะสามารถสร้างความมั่นคงภายใน มีความเข้มแข็ง สามารถก้าวข้ามพ้นข้อจำกัดตนเอง เพื่อสร้างความเชื่อมั่น มีภูมิต้านทาน เพื่อพลิกฟื้นตนเองให้สามารถกลับมานำตนเองเชิงรุกได้อีกครั้ง

ปัญหาใดๆ มันไม่เคยมาเดี่ยว มันรุมเข้ามารอบด้านอย่างสลับซับซ้อน ส่งผลให้หลายคน หลายองค์กรหมดสภาพ ถอดใจ ท้อถอย แต่บางคนยังยืนหยัดสู้ต่อ สามารถพลิกฟื้นตนเอง สามารถสร้างการนำตนเอง ให้ลุกขึ้นมารับมือกับปัญหาได้อย่างท้าทาย ท่านในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งขององค์กร ท่านคิดว่าแล้วอะไรทำให้คนเราแตกต่างกัน อะไรทำให้องค์กรของท่านสามารถยืนหยัดอยู่ได้อย่างยั่งยืน และที่สำคัญเรื่องนี้เป็นจริงทั้งที่บ้านและที่ทำงาน

New Collection : แฟชั่นชุดไทยสุดหรูจาก วนัช กูตูร์ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/655957

วันที่ 20 มิ.ย. 2564 เวลา 10:10 น.

 New Collection : แฟชั่นชุดไทยสุดหรูจาก วนัช กูตูร์วนัช กูตูร์ อวดโฉมลุคใหม่ เพลง-ชนม์ทิดา อัศวเหม กับแฟชั่นชุดไทยพระราชนิยมสุดหรูครั้งแรก

แห่ขับสดับเสียงเจรียงเจิด เลอวิเลิศเพริศพิลาสภาสไสว

ชนม์ทิดาพะงาพรั่งสุรังค์พิไล อันอรทัยประไพพริ้งศฤงคาร

งามสมวงศ์สวัสดิ์อัศวเหม อะเคื้อเอมอร ภฤศสมร ขจรสถาน

งามถ้วนทั้งอินทรีย์ศรีอังคาร อันตระการปรานต์นิรันดร์

…ปานวาด ณ วนัช ผู้ประพันธ์

ใครที่ชื่นชอบและติดตามผลงานชุดไทยของห้องเสื้อ วนัช กูตูร์ จะเห็นได้ว่าแต่ละชุดนั้นสวยงดงามยืนหนึ่งมาโดยตลอด และครั้งนี้ก็อีกเช่นกันกับแฟชั่นชุดไทยแต่งงานคอลเลกชันใหม่ล่าสุด ที่ออกแบบดีไซน์ให้ดูสวย หรูหราตามแบบฉบับเจ้าสาวชุดไทยที่มีให้เลือกชมทั้งชุดไทยโบราณ และ ชุดไทยประยุกต์ มากกว่า 9 แบบ โดยได้ เพลง-ชนม์ทิดา อัศวเหม มาร่วมถ่ายทอดผลงานแฟชั่นชุดไทยในครั้งนี้

ด้วยลุคที่ดูสวยเก๋พราวเสน่ห์แบบสาวไทยแท้ ทำให้ชุดไทยทั้ง 9 ลุคดูงดงามจับตาเป็นพิเศษ นอกจากงานดีไซน์และงานตัดเย็บที่ประณีตขั้นสุดแล้ว ยังยกระดับความเลิศหรูดูแพงให้กับชุดไทยด้วยการเลือกใช้ผ้าไหมระดับพรีเมียมอย่าง ผ้าไหมยกลำพูน ผ้าไหมปักธงชัย และผ้าไหมพาราณสี อีกด้วย

รวมถึงทุกรายละเอียดของชิ้นงานล้วนมีความวิจิตรบรรจง เผยให้เห็นถึงความใส่ใจในทุกรายละเอียดและมีเอกลักษณ์ที่สวยงดงามไม่ซ้ำใคร อีกทั้งสีผ้าไหมที่เลือกใช้ยังเน้นโทนสีที่ละมุนตามากขึ้น อาทิ สีทอง สีกลีบบัว สีงาช้าง สีโรสโกลด์ และ สีเขียวอมเทา นอกจากนี้ ยังมีการปรับลุคชุดไทยให้ผู้สวมใส่ดูเรียบโก้แต่ยังคงความหรูหราตามแบบฉบับของสาวชาววัง เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของสาวยุคใหม่ให้ได้มากยิ่งขึ้นอีกด้วย โดยการันตีผลงานด้วยการเป็นแบรนด์เดียวในเมืองไทยที่ได้รับรางวัล The Best of Thai Wedding Dress ถึง 5 ปีซ้อน ถือเป็นห้องเสื้อตัวจริงที่มีผลงานคุณคับแก้วที่ไม่เคยแผ่วลงไปแม้แต่นิดเดียวเลยแม้จะอยู่ในสถาณการณ์ไหนก็ตาม สมศักดิ์ศรีเจ้าของรางวัล

สำหรับใครที่ชื่นชอบชุดไทยที่ดูเรียบหรูและมีสไตล์แบบนี้ สามารถเข้ามาขอรับคำปรึกษาได้ที่ ห้องเสื้อ วนัช กูตูร์ พิกัดร้านอยู่ที่ ปากซอยลาดพร้าว 50 สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ได้ที่ www.facebook.com/vanuscouture หรือโทร 02-002-4895 , 086-491-5445 Line: @ vanuscouture