เอ้ก อี้ เอ้ก เอ้ก “อร่อยดี” มีเมนูไก่โห่จัดเสิร์ฟทั้งวัน อร่อยได้ทุกเวลา #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/653207

วันที่ 19 พ.ค. 2564 เวลา 09:40 น.

เอ้ก อี้ เอ้ก เอ้ก “อร่อยดี” มีเมนูไก่โห่จัดเสิร์ฟทั้งวัน อร่อยได้ทุกเวลาตื่นสายก็ได้ฟิน “อร่อยดี” ส่งเมนู เอ้ก อี้ เอ้ก เอ้ก… เริ่มต้นยามเช้ากับด้วย “เมนูไก่โห่” คัดสรรเมนูเด็ดจาก 3 ร้านดัง #อร่อยดี #เจ๊เกียงหมูทอดข้าวเหนียวนุ่ม #เจ๊เกียงโจ๊กกองปราบ

ใครๆ ก็รู้ว่ามื้อเช้าสำคัญมากๆ ร้าน “อร่อยดี” เตรียมความพร้อม เสิร์ฟความอร่อยให้ทุกท่าน ตั้งแต่ยามเช้าของวัน ด้วยสารพัดเมนูยอดนิยม ที่สร้างความอิ่มอร่อย อุ่นท้อง แถมราคาพิเศษเบาใจ ช่วงโควิดให้ผ่านไปด้วยกัน

เริ่มต้นยามเช้ากับร้านอร่อยดีด้วย “เมนูไก่โห่” เตรียมพร้อมเสิร์ฟให้ลูกค้าเลือก คัดสรรเมนูเด็ดจาก 3 ร้านดัง #อร่อยดี #เจ๊เกียงหมูทอดข้าวเหนียวนุ่ม #เจ๊เกียงโจ๊กกองปราบ ผนึกกำลัง ยกขบวนเมนูยอดนิยมควรค่าแก่การหม่ำในตอนเช้า อาทิ แกงจืดเต้าหู้หมูสับ + ข้าวสวย ราคา 79 บาท (ปกติ 109 บาท) โจ๊กไข่ข้นหมูสับ 65 บาท โจ๊กกะเพราหมูสับ 65 บาท โจ๊กไข่ข้นกุ้งสับ 85 บาท โจ๊กหมูกระเทียมพริกไทยเห็ดหอม+ ไข่ดาวน้ำ 85 บาท โจ๊กเครื่องใน 55 บาท โจ๊กหมู 45 บาท โจ๊กเด็ก 30 บาท โจ๊กเปล่า 20 บาท

นอกจากนี้ ยังมีเมนูพิเศษให้อิ่มจุใจ ไล่ตั้งแต่ ชุดพออิ่มหมูตุ้มจิ๋ว ราคา 50 บาท ชุดหมูพออิ่ม (หมูทอดน้ำปลา) ราคา 60 บาท ชุดหมูพออิ่ม (หมูสามชั้นทอดน้ำปลา) ราคา 60 บาท ชุดหมูพออิ่ม (หมูทอดสามเกลอ) ราคา 60 บาท

สามารถสั่งแบบกลับบ้าน (Take Away) และ Delivery ได้ทุกช่องทาง ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ที่ร้านอร่อยดีทุกสาขา

เมนูแนะนำประจำเดือน พ.ค. เพิ่มความกะทัดรัดแต่ความอร่อยยังเหมือนเดิม ให้กับ “ชุดพออิ่ม ราคา 49 บาท” นำทีมโดย หมูตุ้มจิ๋วที่มีทั้งแบบสูตรทอดน้ำปลาและแบบสูตรสามเกลอ ตามมาด้วยสูตรหมูป๊อบสามเกลอ เสิร์ฟพร้อมข้าวเหนียวร้อน ๆ และน้ำจิ้มแจ่วสูตรเด็ด แบ่งเป็น ชุดพออิ่มหมูตุ้มจิ๋ว-ทอดนํ้าปลา ราคา 49 บาท ชุดพออิ่มหมูตุ้มจิ๋ว-สนามเกลอ ราคา 49 บาท ชุดพออิ่มหมูป๊อบ-สามเกลอราคา 49 บาท บอกได้คำว่าเดียวว่า อร่อยเหาะ กล่องเดียวไม่เคยพอ!

ชวนลองความอร่อยแบบใหม่ได้แล้ววันนี้ที่ อิ่มอร่อย คีย์ออส 2 สาขาแรก ได้แก่ ปตท.วิภาวดี 11 และปตท.พหลโยธิน 25 หรือสั่งแบบกลับบ้าน (Take Away) ได้ตั้งแต่วันนี้ และ ผ่าน Delivery ได้ทุกช่องทาง ตั้งแต่วันที่ 24 พฤษภาคม 2564 เป็นต้นไป

สั่งอาหารร้าน “อร่อยดี” ผ่าน GrabFood : https://bit.ly/2uMaSu

Lineman : https://lineman.onelink.me/1N3T/f3c71a8

Foodpanda : http://foodpanda.co.th/chain/cy2jz

Gojek : https://bit.ly/2E4OcL2

FoodHunt : www.foodhunt.com

ดูข้อมูลเพิ่มเติมที่ Facebook : https://web.facebook.com/CRGAroiDeeRestaurant/

Line OA : @aroideerestaurant

Instagram : crgaroideee

Call Center : 1312

8 เมนูซุปบำรุงสุขภาพสไตล์ฮ่องกง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/653125

วันที่ 18 พ.ค. 2564 เวลา 12:45 น.

8 เมนูซุปบำรุงสุขภาพสไตล์ฮ่องกงฮ่องกง ฟิชเชอร์แมน แนะนำ 8 เมนูซุปบำรุงสุขภาพสไตล์ฮ่องกง พร้อมให้บริการเดลิเวอรี่

เพราะการเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ย่อมนำมาซึ่งสุขภาพที่ดี ร้านฮ่องกง ฟิชเชอร์แมน ขอแนะนำ 8 ซุปบำรุงสุขภาพสไตล์ฮ่องกง เพื่อเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับทุกท่านในการดูแลสุขภาพ ตลอดจนเสริมสร้างภูมิคุ้มกันที่แข็งแรง

ฮ่องกง ฟิชเชอร์แมน ร้านอาหารจีนสไตล์กวางตุ้ง ที่เปิดให้บริการมายาวนานกว่า 15 ปี ณ อิมแพ็ค เมืองทองธานี เพียบพร้อมด้วยความอร่อยชั้นเลิศจากฝีมือเชฟฮ่องกง เพียบพร้อมด้วยเมนูอาหารให้เลือกสรรกว่า 200 เมนู ทั้งติ่มซำและอะลาคาร์ต ขอแนะนำ 8 เมนูซุปที่ช่วยบำรุงร่างกายและมากล้นด้วยคุณประโยชน์มากมาย รวมทั้งเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันและป้องกันการเจ็บป่วย

เมนูแนะนำทั้ง 8 เมนู ได้แก่ “ซุปปลาช่อนกับเนื้อน่องหมูตุ๋นมะละกอ” ที่มีสรรพคุณช่วยบำรุงร่างกายหลังคลอดบุตร ทั้งยังช่วยเรื่องระบบการย่อยอาหารและปรับภาวะสมดุลในร่างกาย “ซุปซี่โครงหมูอ่อนตุ๋นกับสาลี่จีน ข้าวโพดเก๋ากี้ และหล่อฮังก๊วย” ที่ช่วยบำรุงหัวใจและลำไส้ พร้อมทั้งเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้ร่างกาย 

“ซุปเนื้อน่องหมูตุ๋นกับแอปเปิ้ล แครอท และสาหร่ายคอมบุ” ช่วยบำรุงกระดูก ลำไส้ และควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ตามด้วย “ซุปซี่โครงหมูอ่อนตุ๋นกับดอกถังเช่า ลำไยแห้งและพุทราจีน” ช่วยบำรุงปอด ตับ ไต

นอกจากนี้ยังมี เมนู “ซุปปลาช่อนกับไก่ตุ๋นพุทราจีนและตังกุย” ที่มีสรรพคุณช่วยสมานแผลในร่างกาย บรรเทาอาการปวดประจำเดือน และช่วยปรับภาวะความสมดุลทางโภชนาการ “ซุปไก่ตุ๋นกับโสมอเมริกาและพุทราจีน” ที่ช่วยป้องกันมะเร็งและยังช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดอีกด้วย

ตามด้วย “ซุปไก่ตุ๋นไข่มุกดอกท้อกับพุทราจีนและเก๋ากี้” ที่ช่วยเรื่องการนอนหลับและบำรุงสมอง ปิดท้ายด้วย “ซุปซี่โครงหมูอ่อนตุ๋นกับรากบัว ถั่วลิสง และพุทราจีน” ราคา 1,200 บาท ที่มีส่วนช่วยควบคุมความดันโลหิต บำรุงผิวพรรณ เส้นผม และสมอง

ห้ามพลาดความอร่อยที่ดีต่อใจและสุขภาพ รับประทานได้  4–5 ท่าน สั่งความอร่อยกับ 8 เมนูซุปเพื่อบำรุงสุขภาพกันได้ (เพียงสั่งล่วงหน้า 1 วัน) ตั้งแต่ วันนี้เป็นต้นไป  ณ  ร้าน “ฮ่องกง ฟิชเชอร์แมน” ตั้งอยู่ บริเวณล็อบบี้  อาคาร 12  อิมแพ็ค เมืองทองธานี สำรองความอร่อย โทร. 02-833-5434-5 พร้อมอำนวยความสะดวกด้วยบริการเดลิเวอรี่ผ่านระบบ ไลน์: @hongkongfisherman ทางร้านพร้อมให้บริการส่งฟรี ระยะทางจากร้านไม่เกิน 5 กิโลเมตร ติดตามอัปเดตข่าวสารและโปรโมชั่นใหม่ๆ ได้ที่เว็บไซต์ www.hkfisherman.com และเฟซบุ๊ก Hong Kong Fisherman

เซฟกระดูกและข้อ ให้อยู่ต่อตลอด Work from Home #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/healthy/653658

วันที่ 24 พ.ค. 2564 เวลา 08:10 น.

เซฟกระดูกและข้อ ให้อยู่ต่อตลอด Work from Homeแพทย์เฉพาะทางด้านกระดูกและข้อ กระดูกสันหลัง เผยความไม่สบายและความเจ็บป่วยที่กระดูกและข้อที่เกิดจากการ Work from Home มีอะไรได้บ้าง และเราจะป้องกันได้อย่างไร

ในห้วงเวลาที่ประเทศไทยกำลังเผชิญกับโรค Covid-19 ที่กำลังระบาดในขณะนี้ มีหลายคนต้องปรับตารางการทำงาน เพื่อรองรับกับสถานการณ์การระบาด และจำเป็นต้องทำงานจากที่บ้าน หรือที่เรียกกันว่า Work from Home ซึ่งการที่ต้องเปลี่ยนสถานที่จากที่ทำงานมาเป็นที่บ้านก็มีบางปัจจัยที่อาจทำให้เกิดความไม่สบาย หรือเกิดความเจ็บป่วยของโรคทางกระดูกและข้อได้

การแก้ปัญหาจากการ Work from Home

• ทำงานให้เป็นเวลา กำหนดเวลาการทำงาน และการพักผ่อนที่ชัดเจน พยายามจบงานให้ได้ตามกำหนด ไม่ทำงานล่วงเวลา เพื่อมีเวลาไปทำกิจกรรมอื่นๆที่ดีต่อสุขภาพมากขึ้น

• ปรับสภาพแวดล้อมให้เหมาะกับการทำงาน เช่น จัดที่นั่งบริเวณที่มีแสงสว่างเพียงพอ หาเก้าอี้นุ่ม ๆ มีพนักพิง ใครมีทุนหน่อยจะจัดหาเก้าอี้ทำงานดีๆก็ไม่ว่ากัน

• ปรับความสูงของจุดวางคอมพิวเตอร์ให้เหมาะสมกับร่างกายและท่านั่ง ความสูงของจอที่เหมาะสมนั้น ขอบบนของจออยู่ใกล้ระดับสายตา กลางจอควรอยู่ต่ำกว่าระดับสายตาประมาณ 10-20 องศา เพื่อลดการก้มหรือเงยคอที่มากเกินไป หากใครใช้โน๊ตบุ๊คอาจใช้แท่นวาง เพื่อปรับความเอียงของแป้นพิมพ์และความสูงของจอก็ได้

• กำหนดระยะเวลาการทำงานต่อเนื่อง จัดเวลาให้มีการพักปรับอิริยาบทและยืดกล้ามเนื้ออย่างถูกวิธี ทั้งกล้ามเนื้อบริเวณ ศีรษะ คอ บ่า ไหล่ และหลัง

• หาเวลาออกกำลังกาย เพื่อให้กระดูกและกล้ามเนื้อได้ขยับทำงาน ฝึกกล้ามเนื้อคอ หลัง และไหล่ ที่ต้องใช้งานขณะนั่งทำงานให้เกิดความแข็งแรง ยืดเส้นยืดสาย การออกกำลังเป็นประจำยังทำให้ความเครียดลดลงด้วย ถ้าจะให้ดี การออกกำลังกายกลางแจ้งทำให้ได้รับแสงแดด ก็จะได้รับวิตามินดีเพิ่มด้วยอีกด้วย

• ตั้งเกณฑ์ควบคุมการทาน ไม่ว่าจะเป็นขนม ของว่าง ชา กาแฟ ก็ไม่ให้เยอะจนเกินไป กาแฟร้อนไม่ควรเกิน 2 แก้ว กาแฟเย็น ไม่ควรเกิน 1 แก้ว

Covid-19 ยังไม่จบง่าย ๆ พวกเรายังจำเป็นต้องทำงานจากที่บ้านกันไปอีกสักพัก ดังนั้น เรามาทำให้การ Work from Home เป็นการทำงานที่ดีต่อสุขภาพกันดีกว่า เพียงปฏิบัติตัวให้ถูกต้อง ปรับสภาพแวดล้อมให้เหมาะสม ก็จะทำให้ลดความเครียดจากการทำงาน และมีความสุขมากขึ้น

อยู่ใกล้กันมากขึ้น อย่ารักกันน้อยลง ช่วง Covid-19 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/healthy/653628

วันที่ 23 พ.ค. 2564 เวลา 11:12 น.

อยู่ใกล้กันมากขึ้น อย่ารักกันน้อยลง ช่วง Covid-19เมื่อต้องอยู่ด้วยกันมากขึ้นช่วง Covid-19 ณ จุดนี้ … Quality Time หรือมะเร็งที่ลุกลามความสัมพันธ์

ในช่วงสถานการณ์โรคระบาด COVID-19 คู่รักและครอบครัวจำนวนมากมีโอกาสได้ใช้เวลาด้วยกันมากขึ้น บางคู่จำเป็นต้องลดเวลาการทำงานลงหรือทำงานจากที่บ้าน บางคู่จำเป็นต้องเดินทางกลับไปอยู่ด้วยกันที่ภูมิลำเนาเดิม หลายคนมองว่าเป็นช่วงเวลาที่ดี เป็น Quality Time แห่งความสุขที่หาได้ยากในสังคมปัจจุบัน แต่ก็มีคู่รักหลายคู่กลับประสบปัญหาขัดแย้งจนเครียดและเริ่มมีความคิดที่จะยุติความสัมพันธ์ ซึ่งไม่ได้เกิดขึ้นแค่ที่ใดที่หนึ่งแต่กำลังเกิดขึ้นทั่วโลก

ความขัดแย้งช่วง COVID-19

ร้อยละ 12 ของชาวอเมริกันยอมรับว่าพวกเขามีปากเสียงกับคู่รักมากขึ้นในช่วง COVID-19 จากการสำรวจของสมาคมจิตแพทย์อเมริกา (American Psychiatry Association) พบว่าคู่รักในสหรัฐอเมริกามีความสุขมากขึ้นในช่วงสัปดาห์แรกของการ Lockdown แต่เมื่อเวลาผ่านไปเกิน 1 เดือน พวกเขากลับรู้สึกเครียด กดดัน และเริ่มคิดว่าความสัมพันธ์ของพวกเขาจะไปไม่รอด 

ในสหราชอาณาจักรและประเทศตุรกีพบสถิติการใช้ความรุนแรงในครอบครัว (Domestic Violence) และการขอความช่วยเหลือจากความรุนแรงผ่านทางโทรศัพท์และอินเทอร์เน็ตเพิ่มสูงขึ้นในช่วง COVID-19 ระบาด สำหรับในประเทศจีนซึ่งเป็นประเทศแรกของการ Lockdown อย่างเข้มงวดพบสถิติการหย่าร้างเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยในเดือนมีนาคมพบจำนวนคู่สมรสที่ยื่นเรื่องขอหย่าร้างในเมืองซีอาน (Xi’an) และต้าโจว (Dazhou) เพิ่มสูงมากที่สุดเป็นประวัติการณ์ ในช่วงเวลาเดียวกันนั้นเมืองเซี่ยงไฮ้ก็มีจำนวนคดีที่เกี่ยวข้องกับการหย่าร้างเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 25 

ในขณะที่กฎและแนวทางการปฏิบัติตัวของประชาชนจากรัฐบาลเพื่อให้ทุกคนรอดชีวิตในช่วงสถานการณ์ COVID-19 ค่อนข้างชัดเจน แต่แนวทางการรักษาความสัมพันธ์ระหว่างคู่รักให้ผ่านพ้นวิกฤติครั้งนี้ไปโดยที่ไม่เลิกกันไปเสียก่อนนั้นกลับคลุมเครือ ดังนั้นการหาคำอธิบายว่า ทำไมคู่รักถึงทะเลาะกันมากขึ้นเมื่ออยู่ใกล้ชิดกันในช่วง COVID-19และเรียนรู้วิธีจัดการไม่ให้ชีวิตคู่พังทลายเป็นเรื่องสำคัญที่ไม่ควรละเลย

หมดอารมณ์ความรัก

ช่วง COVID-19 ไม่ใช่ช่วงฮันนีมูนของคู่รัก แต่เป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากของมนุษยชาติ ทุกคนบนโลกล้วนได้รับผลกระทบจาก COVID-19 ทุกคนกำลังเครียด กดดัน และไม่รู้ว่าทุกอย่างจะกลับมาเป็นปกติเมื่อไร การที่อยู่ในสภาวะเครียดและวิตกกังวลเรื้อรังส่งผลต่อร่างกายและอารมณ์ สุขภาพอาจจะแย่ลงเรื่อย ๆ การนอนเริ่มผิดปกติ อารมณ์หงุดหงิดง่าย โมโหง่าย ยิ่งไปกว่านั้นไม่สามารถใช้วิธีผ่อนคลายจิตใจอย่างที่เคยทำ ไม่ว่าจะเป็นการพบปะเพื่อนฝูงหรือออกกำลังกายกลางแจ้ง  ทั้งหมดนี้เป็นเหตุผลที่ทุกคนรู้สึกอึดอัดเวลาอยู่บ้านกับคู่รักในช่วงนี้ แม้แต่ความสุขทางเพศที่หลาย ๆ คนคิดจะใช้เวลาว่างช่วงนี้กับคู่รักอย่างเต็มที่ แต่ในความเป็นจริง COVID-19 กลับทำให้หมดอารมณ์ตั้งแต่ยังไม่ได้เริ่มด้วยซ้ำ

เทคนิคจัดการชีวิตคู่ให้มีความสุขช่วง COVID-19

การปฏิบัติตัวของคู่รักที่อยู่ด้วยกันในช่วง COVID-19 ให้มีความสุขสามารถจัดการได้ ดังนี้

1) Manage Anxiety เรียนรู้ที่จะอยู่กับความจริงในปัจจุบัน

ขั้นตอนแรกของการจัดการปัญหา คือการยอมรับว่าเรากำลังอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่ปกติ เป็นธรรมดาที่จะรู้สึกกังวลและประสบความยากลำบากในการจัดการปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น ความกังวลเป็นเพียงสัญชาตญาณการต่อสู้เพื่อที่จะเอาตัวรอดจากวิกฤติครั้งนี้ ควรหลีกเลี่ยงการกังวลกับเรื่องใดเรื่องหนึ่งเป็นเวลานาน ๆ โดยไม่จำเป็น การเสพข่าวเรื่องเดิม ๆ ซ้ำไปซ้ำมาตลอดทั้งวันย่อมไม่เกิดผลดี 

2) Communication is King การสื่อสารสำคัญที่สุด

เพราะตัวเรายังมีความเครียดและความกดดันอย่างมากในช่วง COVID-19 คู่รักของเราก็เป็นมนุษย์อีกคนที่มีความรู้สึกเช่นเดียวกัน เพียงแต่วิธีจัดการปัญหาของเขาหรือเธออาจจะแตกต่างกับคุณ คุณจำเป็นต้องคอยสังเกตว่าคู่รักของคุณต้องการพื้นที่ส่วนตัวหรือต้องการการดูแลเอาใจใส่มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นทางไหน การสื่อสารเพื่อบอกความต้องการ ความรู้สึกหรือความคิดของคุณให้คู่รักฟังเป็นสิ่งสำคัญมากขึ้นกว่าในช่วงเวลาปกติเสียอีก

หลักการสื่อสารที่ดีของคู่รัก ประกอบไปด้วย

i-Message ใช้ประโยคที่ผู้พูดสื่อสารความรู้สึกและความต้องการของตนเอง หลีกเลี่ยงการใช้ you-message ซึ่งเป็นการพูดถึงการกระทำของคู่รักโดยตรง การสื่อสารลักษณะนี้มีแนวโน้มที่จะแฝงน้ำเสียงตำหนิและอารมณ์ทางลบเข้าไปด้วย เช่น “เธอทำตัวติดกับฉันตลอดเวลาเลย ตั้งใจจะไม่ให้ฉันมีเวลาว่างเลยหรือไง” คำกล่าวนี้อาจทำให้ผู้ฟังรู้สึกถูกตำหนิและนำไปสู่ความบาดหมางได้ ในทางกลับกันการกล่าวว่า “ฉันรักเธอนะ แต่ช่วงนี้ฉันต้องการเวลาส่วนตัวเพื่อที่จะพักผ่อนทั้งร่างกายและเติมพลังจิตใจของฉันในแต่ละวัน” การใช้ i-Message เป็นการหลีกเลี่ยงการต่อว่าและปะทะอารมณ์กับคู่รัก รวมถึงส่งเสริมอารมณ์ทางบวก ความรัก และความห่วงใยระหว่างกัน

เลี่ยงการดูถูกซึ่งกันและกัน ฟังดูเหมือนไม่น่าจะเป็นปัญหา แต่แท้จริงแล้วรูปแบบการสื่อสารแบบดูถูกคู่รักเป็นตัวแปรที่มีผลต่อการหย่าร้างของคู่สามีภรรยาสูงที่สุด เราอาจจะแสดงความดูถูกคู่รักได้ผ่านคำพูดที่ไม่ให้เกียรติ พูดจาประชดประชัน เยาะเย้ย หรือแม้แต่การแสดงสีหน้าท่าทาง หลาย ๆ คนไม่รู้ตัวว่าการดูถูกรุนแรงกว่าการต่อว่าเสียอีก ผู้ที่โดนคู่รักดูถูกจะรู้สึกไร้ค่าและรู้สึกต่ำต้อย บางคนอาจจะพูดและแสดงท่าทีดูถูกโดยที่ไม่รู้ตัว เช่น การพูดทำนองว่า “อ้อ…อย่างนั้นเหรอ คุณคงเหนื่อยจากการทำงานมากสินะ แต่ชั้นเนี่ยต้องอยู่กับลูกทั้งวัน สอนการบ้านลูกช่วงที่โรงเรียนปิด ทำอาหารให้ทั้งลูกและสามีที่กลับบ้านมาก็นั่งเล่นแต่มือถือตลอด นี่เหมือนมีลูกสองคนเลยนะ” 

ชมให้มากกว่าต่อว่า เป็นไปไม่ได้เลยที่ชีวิตคู่จะมีแต่ความสุขตลอดเวลา แต่ผลวิจัยพบว่าคู่สมรสที่แต่งงานกันได้ยืนยาวมักจะมีช่วงเวลาแห่งความสุขเทียบกับช่วงเวลาที่ทะเลาะกันในอัตราส่วนอย่างน้อย 5 ต่อ 1 สำหรับในช่วง COVID-19 ระบาด ทั้งตัวคุณและคู่รักต่างต้องเผชิญการความกดดันเรื่องต่าง ๆ มากพอแล้ว การตัดสินเรื่องใหญ่ ๆ ที่อาจนำไปสู่ความขัดแย้งควรถูกเลื่อนไปก่อนหากเป็นไปได้ คุณควรหันมาให้ความสนใจกับช่วงเวลาดี ๆ ในแต่ละวัน หากมีเรื่องใดที่คู่รักของคุณทำให้คุณประทับใจก็อย่าลืมชมและให้กำลังใจกัน

3) Adjust to the ‘new’ normal จัดระเบียบชีวิตใหม่

ช่วงนี้ไม่ใช่สถานการณ์ปกติ หากยังใช้วิถีชีวิตอย่างไม่เตรียมพร้อมมีความเสี่ยงสูงมากที่จะเกิดปัญหาชีวิตคู่ คู่รักจำเป็นที่จะต้องรับบทบาทมากขึ้นกว่าเดิม ลองหาเวลาที่คุณทั้งคู่สบายใจ แล้วนั่งไล่เรียงภาระหน้าที่ที่จำเป็นต้องทำรวมถึงความคาดหวังจากทั้งสองฝ่าย หากมีลูกหรือผู้สูงอายุที่ต้องดูแลในบ้านก็จำเป็นจะต้องแบ่งเวลากันดูแลลูกและผู้สูงอายุด้วย อย่ากดดันตนเองมากเกินไป คุณไม่ใช่ครู Home School หรือผู้ดูแลผู้สูงอายุระดับโลก บางอย่างไม่จำเป็นต้องทำให้ดีเลิศก็ได้ อย่าลืมว่านี่ไม่ใช่ช่วงเวลาปกติ รายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่พอจะมองข้ามได้ก็ให้ปล่อยผ่านไปก่อนเพื่อให้คุณทั้งคู่สามารถใช้ชีวิตอยู่ในช่วง COVID-19 ได้อย่างยั่งยืน

หลังจากจัดการตารางเวลาเพื่อทำงานบ้านและแบ่งหน้าที่กันแล้ว อย่าลืมจัดสรรเวลาส่วนตัวด้วย เราทุกคนจำเป็นต้องมีเวลาส่วนตัวที่ไม่ใช่เวลาทำงาน อาจจะเป็นเพียงแค่ช่วงเวลาพักจากงานที่คุณทำอะไรคนเดียวอยู่มุมหนึ่งของห้อง การใช้เวลาส่วนตัวนอกจากจะเป็นการเติมพลังชีวิตแล้วยังทำให้แต่ละคนได้เสพข้อมูลตามที่แต่ละคนสนใจ ซึ่งสามารถนำมาพูดคุยกันภายหลังได้ แน่นอนว่าต้องจัดให้มีเวลาใกล้ชิดกันของคู่รักด้วย นอกจากเรื่องเซ็กส์แล้วยังมีอีกหลายกิจกรรมที่คุณสามารถทำร่วมกันได้ ควรมีช่วงเวลาตอนเช้าหรือตอนก่อนนอนที่คุณจะห้ามพูดถึงอะไรก็ตามที่เกี่ยวข้องกับ COVID-19 เพื่อจะได้มีเวลาใส่ใจเรื่องอื่น ๆ รอบตัวและใส่ใจคนสำคัญข้าง ๆ คุณให้มากขึ้น

แม้จะอยู่ในพื้นที่เล็ก ๆ การจัดแบ่งพื้นที่ในบ้านหรือคอนโดมิเนียมให้เป็นสัดเป็นส่วนย่อมส่งผลดีต่อจิตใจ หากเป็นไปได้ควรจัดสรรห้องหนึ่งให้เป็นห้องทำงาน หากไม่สามารถแบ่งห้องได้ การลากเส้นจำลองเพื่อแบ่งพื้นที่ทำงานและพื้นที่พักผ่อนในห้องเดียวกันก็ได้ผลเช่นเดียวกัน การใช้หูฟังอาจจะช่วยให้เขตแดนจำลองนั้นชัดเจนมากขึ้น การหลบไปอยู่ในห้องน้ำหรือไปนั่งในรถเพื่อที่จะคิดงานหรือคุยโทรศัพท์ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง หากคุณมีพื้นที่สวนนอกบ้าน การออกมานั่งทำงานนอกบ้านในวันที่อากาศไม่ร้อนเกินไปก็เป็นการเปลี่ยนบรรยากาศได้ดีทีเดียว

4) It’s okay to ask for help ตัวช่วยมีอยู่เสมอ        

ช่วงนี้เป็นช่วงเวลาที่ลำบากของคู่รักทุกคู่ แต่การจัดการกับความกังวลที่เกิดขึ้น เรียนรู้วิธีการสื่อสารที่เป็นประโยชน์ และการปรับวิถีชีวิตใหม่จะทำให้คู่รักก้าวผ่านช่วงเวลานี้ไปได้ง่ายขึ้น แต่หากคุณรู้สึกว่าปัญหาช่างหนักหนาและยังมองไม่เห็นทางแก้ไขปัญหา หรือรู้สึกว่าความทุกข์ทรมานมากเกินปกติ การปรึกษาผู้ชำนาญการ อาทิ จิตแพทย์หรือนักจิตวิทยาก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่สามารถช่วยบรรเทาและแก้ไขปัญหาสุขภาพจิตหรือปัญหาความสัมพันธ์ได้เช่นกัน

ขอบคุณข้อมูลสุขภาพจาก bangkok hospital

สัญญาณเตือนร่างกายติดสมาร์ทโฟน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

วันที่ 20 พ.ค. 2564 เวลา 10:11 น.

สัญญาณเตือนร่างกายติดสมาร์ทโฟนเปลี่ยนจากผู้เล่นมาเป็นผู้สังเกตการณ์ ฟังสัญญาณเตือนเมื่อร่างกายติดสมาร์ทโฟน เช็กลิสต์เบื้องต้นนั่งหลังค่อมไหล่ห่อ คอยื่น ปวดเมื่อยบ่า ก้านคอ สะบัก นิ้วล็อกมือชา มือไม่มีแรง แม้แต่อาการมึนๆ ตึงๆ ปวดศีรษะ ปวดกระบอกตา ตาพล่ามัว หาวนอนบ่อยๆ หายใจไม่อิ่ม ฯลฯ

ปวดมือ ปวดคอ ปวดแขน มือชา ถ้ามีอาการเหล่านี้แสดงว่าร่างกายกำลังส่งสัญญาณเตือนภัยจากการใช้ชีวิตประจำวันแล้ว โดยเฉพาะอาการที่เรียกว่า “ติดสมาร์ทโฟน” ในโลกยุคปัจจุบันที่มีความเจริญก้าวหน้ามากในด้านการสื่อสารแบบไร้สาย ผู้คนต่างมีโลกส่วนตัวอยู่กับเครื่องมือสื่อสารของตน มองไปทางไหนก็ต่างก้มหน้าก้มตามองมือถือ ผู้คนพูดคุยกันน้อยลง เป็นยุคที่ผู้คนกำลังถูกมอมเมาด้วยภาพและเสียงที่มาล่อตาล่อใจ จะมีสักกี่คนที่สนใจกับร่างกายว่า ตอนที่กำลังเพลิดเพลินอยู่นั้น เกิดอะไรขึ้นกับร่างกายบ้าง เกือบทั้งหมดจะรู้สึกตัวก็ต่อเมื่อเงยหน้าขึ้นจากจอเล็กๆ ในมือนั่นแหละ

แล้วเสียงเตือนแบบไหนที่บอกว่าคุณกำลังเป็นโรคติดสมาร์ทโฟน คุณเพ็ญพิชชากร แสนคำ นักกายภาพบำบัดจาก คลินิกกายภาพบำบัดอริยะ ชั้น 1 ไลฟ์เซ็นเตอร์ (คิวเฮ้าส์ ลุมพินี) ได้มาให้ข้อมูลว่า คนที่เป็นโรคติดสมาร์ทโฟนจะได้รับเสียงเตือนจากร่างกายบ่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นอาการปวดเมื่อยบ่า ก้านคอ สะบัก ปวดข้อศอก ปวดแขน นิ้วล็อค มือชา มือไม่มีแรง ปวดฝ่ามือ มือแข็ง เวลาใช้แรงกำหรือหยิบของ จะรู้สึกกำได้ไม่ถนัด และแม้แต่อาการมึนๆ ตึงๆ ปวดศีรษะ ปวดกระบอกตา ตาพล่ามัว หาวนอนบ่อยๆ หายใจไม่อิ่ม ฯลฯ ซึ่งอาการเหล่านี้ มีต้นตอมาจากการเล่นเกมส์ การเพลิดเพลินไปกับโรคออนไลน์ สื่อสารแบบต้องพิมพ์ถึงกัน ด้วยการใช้สมาร์ทโฟนนั่นเอง หากคุณลองเปลี่ยนจากเป็นผู้เล่นเป็นผู้สังเกตการณ์ คุณอาจเห็นภาพตัวเองนั่งหลังค่อมไหล่ห่อ คอยื่น ซึ่งเป็นลักษณะท่าทางที่กำลังทำร้ายร่างกายอยู่นั่นเอง

การจัดการกับร่างกายหรือกับอาการต่างๆ ดังที่ได้กล่าวมานั้นไม่ยากเลยค่ะ ถ้าดูจากต้นเหตุของอาการก็พูดให้เข้าใจได้ง่ายๆว่า เป็นการขาดความสมดุลของระบบโครงสร้างร่างกายนั่นเอง ซึ่งเราทราบกันดีอยู่แล้วว่า ทุกหน่วยเซลล์ของร่างกาย ได้รับอาหาร และขับของเสียต่างๆ ผ่านทางหลอดเลือดและน้ำเหลือง หลอดเลือดเหล่านี้ก็ทอดผ่านกล้ามเนื้อในทุกส่วนของร่างกายเราจึงสรุปได้ว่า เมื่อมีความบกพร่องของโครงสร้างร่างกาย ร่างกายก็จะส่งสัญญาณเตือนด้วยการแสดงอาการต่างๆ ดังที่ได้กล่าวนั่นเอง

1. เกิดการเกร็งตัวของกล้ามเนื้อ เส้นใยกล้ามเนื้อหดสั้นมากกว่าปกติ ทั้งบริเวณกล้ามเนื้อคอด้านหน้า กล้ามเนื้อใต้ฐานกะโหลกศีรษะ กล้ามเนื้อช่วงอก กล้ามเนื้อระหว่างกระดูกชายโครงด้านหน้า กล้ามเนื้อในการงอศอก กล้ามเนื้อในนิ้วมือและฝ่ามือ เกิดการยืดยาวมากกว่าปกติของกล้ามเนื้อด้านหลังช่วงก้านคอ กล้ามเนื้อบ่า กล้ามเนื้อรอบสะบักด้านใน และกล้ามเนื้อหลังช่วงบน

2. การที่เส้นใยกล้ามเนื้อมีการหดสั้นมากกว่าปกติ จะมีผลกับหลอดเลือดและเส้นประสาท ที่ทอดผ่านเส้นใยกล้ามเนื้อนั้นๆ ไม่ว่าจะเป็นบริเวณคอซึ่งเป็นส่วนที่ผ่านไปเลี้ยงสมอง บริเวณอกซึ่งเป็นส่วนที่ระบบเลือด-ระบบน้ำเหลือง-ระบบเส้นประสาท ผ่านไปที่แขน ที่ข้อมือและนิ้วมือทั้งสองข้าง ด้านหน้าอกก็เป็นส่วนที่ช่วยในการขยายตัวของปอด ช่วยในการหายใจ แต่เมื่อถูกกดรัดอยู่ ก็ทำให้การไหลเวียนของระบบเหล่านี้สูญเสียไปด้วย และนั่นก็ส่งผลให้มีอาการต่างๆ ดังที่กล่าวมา

3. จากข้อ 2 และ ข้อ 3 จะเกิดกลุ่มอาการที่เรียกว่า Muscle Imbalance คือในภาวะปกติ กล้ามเนื้อด้านหน้ากับด้านหลังจะทำงานร่วมกันและสมดุลกันเพื่อพยุงให้กระดูกสันหลังช่วงบน และช่วงคอของเราอยู่ในแนวความโค้งที่ปกติ แต่เมื่อเกิดความไม่สมดุลขึ้น จะมีผลทำให้หลังค่อม หลังโก่งมากกว่าปกติ จากการผิดรูปของกระดูกสันหลังช่วงบนกับช่วงคอนั้น มีผลทำให้การรับน้ำหนักของกระดูกคอมากกว่าปกติ เป็นที่มาของโรคหมอนรองกระดูกเสื่อมที่เสื่อมเร็วกว่าวัย และมีผลต่อเนื่องทำให้เส้นประสาทที่คอถูกกดทับ เกิดอาการปวดร้าวตามแนวของเส้นประสาท ซึ่งอาการปวดจากการกดทับนี้จะไม่เหมือนปวดกล้ามเนื้อธรรมดา จะเป็นอาการปวดล้า ๆ เมื่อย ๆ ลึกๆ ตลอดทั้งศีรษะ คอ บ่า สะบัก หรือแขน บางเคสร่วมกับอาการอ่อนแรง ซึ่งหากปล่อยไว้นาน รักษาไม่ตรงต้นตอของอาการที่เป็นก็อาจทำให้ไม่มีแรง หรือที่เราชอบเรียกว่าอัมพฤกษ์ อัมพาตก็เป็นได้

ฉะนั้น เราสามารถเลือกได้ว่าจะมีชีวิตอยู่อย่างไร การใช้เครื่องมือที่ทันสมัยตามเทคโนโลยีนั้น เป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดความสะดวก แต่หากใช้ผิดวัตถุประสงค์ ปล่อยให้ตัวเองอยู่กับหน้าจอนานๆ คงเป็นผลเสียมากกว่าผลดีเป็นแน่

6 เรื่องควรรู้ เตรียมตัวอย่างไรก่อนไปฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/healthy/653242

วันที่ 19 พ.ค. 2564 เวลา 11:05 น.

6 เรื่องควรรู้ เตรียมตัวอย่างไรก่อนไปฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19ไทยรู้สู้โควิด เผยข้อแนะนำการเตรียมตัวก่อนไปฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19

1. ตรวจสอบร่างกาย

• ไม่อดนอน หลับให้เพียงพอ

• เลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และชา-กาแฟ

• ต้องไม่มีอาการไข้หรืออาการเจ็บป่วย

• สองวันก่อนฉีด และหลังงดออกกำลังกายหนัก

2. แจ้งแพทย์ก่อนฉีด

• โรคประจำตัว

• ประวัติการแพ้ยาหรือวัคซีน

• การตั้งครรภ์

• ข้อมูลอื่น ๆ ที่แพทย์ควรทราบ

3. สิ่งสำคัญที่ต้องเตรียม

• ก่อนออกจากบ้านอย่าลืมบัตรประชาชน

• วันเวลานัดการฉีด

• รักษามาตรการป้องกันพื้นฐานอย่างเคร่งครัดคือ สวมหน้ากาก เว้นระยะห่าง พกเจลแอลกอฮอล์

4. ข้อแนะนำในการฉีดวัคซีน

• วันที่ฉีดควรกินน้ำอย่างน้อย 500 – 1,000 ซีซี

• ฉีดแขนข้างที่ไม่ค่อยถนัด และหลังฉีดสองวันอย่าใช้แขนนั้น อย่าเกร็งยกของหนัก

• หลังฉีดแล้วเจ้าหน้าที่จะให้รอดูอาการในบริเวณที่ฉีด 30 นาที

5. ข้อควรระวังหากมีไข้ต้องทำอย่างไร

• ถ้ามีไข้หรือปวดเมื่อยมาก ทนไม่ไหว สามารถกินยาพาราเซตามอลขนาด 500 มก. ครั้งละ 1 เม็ด ซ้ำได้ถ้าจำเป็น แต่ให้ห่าง 6 ชั่วโมง

6. ยาที่ห้ามรับประทานโดยเด็ดขาด

• ห้ามกินยาพวก Brufen, Arcoxia, Celebrex เด็ดขาด

กองทัพประชาชนโจมตีทหารเมียนมาดับอื้อ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/653743

วันที่ 24 พ.ค. 2564 เวลา 14:54 น.

กองทัพประชาชนโจมตีทหารเมียนมาดับอื้อกองทัพประชาชนในรัฐกะยาปะทะดุเดือดกับทหารเมียนมาพร้อมบุกโจมตีฐานทัพยึดอาวุธยุทโธปกรณ์

The Irrawaddy รายงานเมื่อวันที่ 24 พ.ค. กองทัพประชาชนคะเรนนี (KPDF) กล่าวว่าได้เคลื่อนเครื่องบินรบเผาสถานที่ราชการและสำนักงานที่ปฏิบัติงานภายใต้ระบอบรัฐบาลทหาร หลังจากที่มีการปะทะกันระหว่างกองทัพประชาชนและกองทัพของรัฐบาลในรัฐกะยาเมื่อวันที่ 23 พ.ค. โดยมีรายงานว่าทหารเมียนมาอย่างน้อย 40 นายถูกสังหารโดยกองทัพประชาชน

กองทัพประชาชนคะเรนนี (KPDF) ยังมีการสนธิกำลังกับกองกำลังติดอาวุธพิทักษ์ประชาชน (PDF) รวมกว่า 100 คนเพื่อเข้าโจมตีสถานีจ่ายไฟฟ้าส่งผลให้ไฟฟ้าในบางพื้นที่ในรัฐกะยาไม่สามารถใช้การได้ในช่วงเช้าวันนี้

สืบเนื่องจากวันที่ 20 พ.ค. ทหารเมียนมาเข้าบุกค้นบ้านเรือนและจับกุมประชาชนและข้าราชการ ส่งผลให้กองทัพประชาชนเข้าบุกยึดโจมตีและเผาทำลายฐานทัพทหารเมียนมาอย่างน้อย 3 แห่งในรัฐกะยาในวันต่อมา พร้อมยึดอาวุธยุทโธปกรณ์ของทหารและตำรวจไปได้จำนวนมาก

ด้านกองทัพกะเหรี่ยง KNU ยังคงซุ่มโจมตีฐานทัพทหารในรัฐกะเหรี่ยงอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ ความรุนแรงจากการปะทะระหว่างประชาชนที่ต่อต้านรัฐประหารกับกองทัพได้ผลักดันประชาชนบางส่วนมาร่วมกันให้จัดตั้ง “กองกำลังป้องกันประชาชน” (PDF) ขึ้นในเมืองของตนเองซึ่งประกอบด้วยพลเรือนที่ต่อสู้กับกองกำลังความมั่นคงด้วยอาวุธที่ทำขึ้นเอง

สมาชิก PDF ที่ชื่อ เทต ไว เผยกับสำนักข่าว AFP ว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างน้อย 20 คนเสียชีวิตเมื่อวันอาทิตย์และฝ่ายของเขาเข้ายึดสถานีตำรวจในเมืองปาย ในรัฐฉานทางตะวันออกของเมืองหลวงเนปยีดอ

สื่อท้องถิ่นรายงานว่าสถานีตำรวจถูกเพลิงไหม้และนักสู้ฝ่ายกบฏได้ควบคุมตัวสมาชิกกองกำลังความมั่นคง 4 นายไว้ด้วย

“ผมคิดว่าวันนี้เป็นวันแห่งการพิชิต” เทต ไว อายุ 29 ปีกล่าวกับ AFP “แต่ผมก็กังวลเช่นกันเพราะเราได้เห็นการโจมตีทางอากาศและรถถังในวันนี้ พวกเขามีอาวุธที่ดีกว่าเรามาก”

เขากล่าวว่ากองทัพเมียนมาได้ทำการโจมตีทางอากาศโดยเฮลิคอปเตอร์ในช่วงค่ำไปทางใต้ประมาณ 40 กิโลเมตรของเมืองเดโมโซ ในรัฐกะยา

นักสู้พลเรือนอีกคนที่เดโมโซกล่าวว่ามีทหารเมียนมาอย่างน้อย 13 นายเสียชีวิตเมื่อวันอาทิตย์ขณะที่ทหารของเขา 4 นายได้รับบาดเจ็บ 

“เราตั้งใจจะยึดสถานีตำรวจของพวกเขา แต่พวกเขาใช้การโจมตีทางอากาศและเราไม่สามารถหยุดรถบรรทุกเสริมกำลังเข้ามาในเมืองได้” เขากล่าว “เราต้องถอนทหารออกจากการสู้รบ”

การต่อสู้ยังคงดำเนินต่อไปจนถึงคืนวันอาทิตย์ตามการระบุของผู้นำระดับสูงของพรรคก้าวหน้าแห่งชาติคะเรนนี ซึ่งกลุ่มติดอาวุธชาติพันธุ์ที่มีฐานที่มั่นในรัฐกะยา

เขายืนยันว่าทหารใช้รถถัง, เฮลิคอปเตอร์และปืนครกโจมตีในเดโมโซและลอยกอซึ่งเป็นเมืองหลวงของรัฐกะยา

Photo by STR / AFP

ซูจีปรากฎตัวครั้งแรกลั่น “พรรคจะคงอยู่ตราบที่ประชาชนคงอยู่” #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/653739

วันที่ 24 พ.ค. 2564 เวลา 14:21 น.

ซูจีปรากฎตัวครั้งแรกลั่น "พรรคจะคงอยู่ตราบที่ประชาชนคงอยู่"อองซานซูจีลั่นวาจาต่อต้านความพยายามยุบพรรค NLD ระหว่างปรากฏตัวต่อศาลด้วยตนเองเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่รัฐประหาร

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า อองซานซูจีผู้นำของเมียนมาที่ถุกโค่นอำนาจจากการทำรัฐประหาร ปรากฏตัวต่อหน้าศาลเมื่อวันจันทร์เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่รัฐบาลของเธอถูกโค่นโดยกองทัพเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ โดยทนายความของอองซานซูจีเปิดเผยเรื่องนี้กับรอยเตอร์

แท หม่อง หม่อง ทนายความของอดีตผู้นำเมียนมากล่าวว่าซูจีมีสุขภาพที่แข็งแรงและได้ประชุมแบบตัวต่อตัวกับทีมกฎหมายเป็นเวลาประมาณ 30 นาทีก่อนการพิจารณาคดี

ซูจีวัย 75 ปีผู้ได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพในปี 1991 จากความพยายามในการสร้างประชาธิปไตยเป็นหนึ่งในผู้คนมากกว่า 4,000 คนที่ถูกควบคุมตัวตั้งแต่รัฐประหาร ซูจีต้องเผชิญกับข้อหาต่างๆ ตั้งแต่การครอบครองวิทยุเครื่องส่งรับวิทยุอย่างผิดกฎหมายไปจนถึงการละเมิดกฎหมายความลับของรัฐ

อองซานซูจี “ขอให้ประชาชนมีสุขภาพที่ดี” โดยกล่าวในการพบปะกับทนายความของเธอและยังกล่าวถึงพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (NLD) ที่อาจถูกยุบในไม่ช้า

“เธอบอกว่าพรรคนี้จัดตั้งขึ้นเพื่อประชาชนดังนั้นพรรคจะคงอยู่ต่อไปตราบเท่าที่ประชาชนยังอยู่” แท หม่อง หม่อง Tกล่าวกับรอยเตอร์

คณะกรรมการการเลือกตั้งที่ได้รับการแต่งตั้งโดยรัฐบาลทหารของเมียนมาจะยุบพรรคการเมืองของซูจีเนื่องจากการทุจริตคะแนนเสียงในการเลือกตั้งเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว โดยสื่อรายงานเรื่องนี้เมื่อวันศุกร์โดยอ้างถึงคณะกรรมาธิการที่ขู่ว่าจะดำเนินการกับ “ผู้ทรยศ” ที่เกี่ยวข้อง

กองทัพยึดอำนาจโดยอ้างว่ามีการฉ้อโกงในการเลือกตั้งที่พรรคของซูจีชนะในเดือนพฤศจิกายน แต่คณะกรรมการการเลือกตั้งชุดก่อนไม่ยอมรับข้อกล่าวหานี้

ในการให้สัมภาษณ์กับสื่อต่างประเทศครั้งแรกนับตั้งแต่การรัฐประหาร พลเอกอาวุโส มิน ออง หล่าย ผู้นำคณะรัฐประหารกล่าวว่าซูจีมีสุขภาพที่ดี แต่มิน ออง หล่ายยังโต้แย้งจำนวนผู้คนที่ถูกสังหารโดยกองกำลังความมั่นคงในการประท้วงของประชาชนที่เกิดขึ้นทุกหย่อมหญ้านับตั้งแต่รัฐประหาร

เมียนมาตกอยู่ในความสับสนวุ่นวายนับตั้งแต่กองทัพเข้ายึดอำนาจโดยมีการประท้วงการเดินขบวนและการนัดหยุดงานทั่วประเทศเพื่อต่อต้านรัฐบาลทหารซึ่งตอบโต้ด้วยกำลังที่รุนแรงคร่าชีวิตผู้คนไปมากกว่า 800 คนตามข้อมูลของกลุ่มเคลื่อนไหวของสมาคมช่วยเหลือนักโทษการเมือง

มิน ออง หล่ายให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคมกล่าวว่าตัวเลขผู้เสียชีวิตจริงประมาณ 300 คนและตำรวจ 47 คนก็ถูกสังหารเช่นกัน

Photo by STR / AFP

อดีตขุนคลังสหรัฐชี้ Crypto กำลังจะกลายเป็น “Digital Gold” #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/653731

วันที่ 24 พ.ค. 2564 เวลา 13:46 น.

อดีตขุนคลังสหรัฐชี้ Crypto กำลังจะกลายเป็น "Digital Gold"ขณะที่นักลงทุนทิ้ง Bitcoin หันไปซบทองคำทำทะยานขึ้น สะท้อนช่วงขาลงของคริปโตกำลังทำให้ราคาทองคำทะยานขึ้นมา

อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของสหรัฐลอเรนซ์ ซัมเมอร์ส (Lawrence Summers) กล่าวว่าคริปโตเคอร์เรนซี่อาจเป็นส่วนหนึ่งของตลาดโลกได้เหมือนกับ “ทองคำดิจิทัล” แม้ว่าความสำคัญในเศรษฐกิจจะยังคงมีอยู่อย่างจำกัดก็ตาม

ลอเรนซ์ ซัมเมอร์ส กล่าวในรายการ Wall Street Week ของ Bloomberg Television ว่าคริปโตเคอร์เรนซี่เสนอทางเลือกแทนที่ทองคำให้กับผู้ที่กำลังมองหาสินทรัพย์ที่ “แยกออกจากกันและอยู่นอกเหนือจากการทำงานแบบวันต่อวันของรัฐบาล .”

เขาบอกว่า “ทองคำเป็นสินทรัพย์หลักประเภทนั้นมานานแล้ว คริปโตมีโอกาสที่จะกลายเป็นรูปแบบ (การลงทุน) ที่เห็นพ้องต้องกันระหว่างผู้ที่แสวงหาความปลอดภัยในถือครองความมั่งคั่ง ผมเดาว่าคริปโตจะยังคงอยู่ต่อไปและอาจจะอยู่ที่นี่ในฐานะทองคำดิจิทัลชนิดหนึ่ง”

ซัมเมอร์สบอกว่าหากคริปโตเคอร์เรนซี่มีมูลค่าหนึ่งในสามของมูลค่าทั้งหมดของทองคำ ก็จะเป็นการแข็งค่าอย่างมากจากระดับปัจจุบัน และนั่นหมายความว่ามีโอกาสที่ดีที่คริปโตจะเป็นส่วนหนึ่งของระบบในอีกไม่นานนี้”

แต่ซัมเมอร์สกล่าวว่าสกุลเงินดิจิทัลไม่ได้มีความสำคัญต่อเศรษฐกิจโดยรวมและไม่น่าจะเป็นรูปแบบการชำระเงินหลัก

ความคิดเห็นของซัมเมอร์สคล้ายกับ พอล ครุกแมน (Paul Krugman) ผู้ได้รับรางวัลโนเบลซึ่งกังขาสถานะของคริปโตในฐานะสื่อกลางในการแลกเปลี่ยนหรือมีกำลังซื้อที่มั่นคง แต่ครุกแมนกล่าวว่ารูปแบบบางอย่างของคริปโตอาจยังคงมีอยู่เพื่อเป็นทางเลือกให้กับทองคำ

“คริปโตเคอร์เรนซี่กำลังจะดิ่งเหวในเร็ว ๆ นี้หรือไม่? ไม่จำเป็น” ครุกแมนเขียนใน New York Times “ ความจริงอย่างหนึ่งที่ทำให้แม้แต่คนขี้ระแวงคริปโตอย่างผมต้องหยุดคิดก็คือความทนทานของทองคำในฐานะทรัพย์สินที่มีมูลค่าสูง”

ทั้งนี้ สกุลเงินดิจิทัลทองคำ (หรือ DGC) เป็นรูปแบบของเงินอิเล็กทรอนิกส์ (หรือสกุลเงินดิจิทัล) โดยอิงตามหน่วยมวลของทองคำ เป็นเงินตัวแทนชนิดหนึ่งเช่นเดียวกับใบรับรองทองคำของสหรัฐ (ใช้ระหว่างปีพ. ศ. 2416 ถึงปีพ. ศ. 2476) ซึ่งสามารถแลกเปลี่ยนเป็นทองคำได้ตามความต้องการ หน่วยบัญชีทั่วไปสำหรับสกุลเงินดังกล่าวเชื่อมโยงกับทองคำกรัมหรือทรอยออนซ์แม้ว่าบางครั้งจะใช้หน่วยอื่นๆ เช่นดีนาร์ทองคำ

ในบันทึกรายงานที่มีไปถึงลูกค้าเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว นักวิเคราะห์ของบริษัท JP Morgan Chase กล่าวว่านักลงทุนสถาบันรายใหญ่ทิ้ง Bitcoin เพื่อหันไปลงทุนในทองคำ

ปรากฎว่าราคาทองคำเปิดตลาดสัปดาห์นี้ยังทรงตัวใกล้ระดับสูงสุดในรอบกว่า 4 เดือนท่ามกลางสัญญาณว่านักลงทุนหันมาสนใจทองคำกันมากขึ้น

ทองคำมีมูลค่าเพิ่มขึ้นติดต่อกันสามสัปดาห์เนื่องจากนักลงทุนให้ความสำคัญกับความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อและการเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาในบางประเทศ นักลงทุนยังให้ความสำคัญกับความผันผวนที่รุนแรงใน Bitcoin ซึ่งอาจเป็นสาเหตุให้นักลงทุนให้มาซื้อทองกันมากขึ้น

ที่ผ่านมาราคาทองคำจะผกผันตามความเคลื่อนไหวของคริปโต เมื่อคริปโตทะยานขึ้นราคาทองคำจะตกลลงและเมื่อราคาคริปโตตกลงราคาทองคำจะสูงขึ้น

อย่างไรก็ตาม นักลงทุนที่ซื้อขายเก็งกำไรไม่น่าจะเปลี่ยนไปลงทุนกับทองคำซึ่งให้ผลตอบแทนที่ค่อนข้างต่ำเมื่อเทียบกับคริปโต และนักลงทุนกลุ่มนีมองว่าการปรับฐานในสกุลเงินดิจิทัลเป็นโอกาสในการช้อนซื้อ

Photo by NICOLAS TUCAT / AFP

นักขุด Bitcoin ต้องหยุดธุรกิจในจีนหลังโดนปราบหนัก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/653715

วันที่ 24 พ.ค. 2564 เวลา 12:04 น.

นักขุด Bitcoin ต้องหยุดธุรกิจในจีนหลังโดนปราบหนักหลังจากที่รัฐบาลจีนสั่งห้ามการขุดและซื้อขายคริปโตส่งผลให้บรรดาผู้ประกอบการต้องระงับธุรกิจในประเทศจีน

ผู้ประกอบการขุดคริปโตรวมถึง Huobi Mall และ BTC.TOP กำลังระงับการดำเนินงานในประเทศจีนหลังจากที่รัฐบาลจีนไล่ปราบปรามการเทรดและขุด Bitcoin ส่งผลให้ราคาร่วง

โดยเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (21 พ.ค.) คณะกรรมการสภาแห่งรัฐซึ่งนำโดยรองนายกรัฐมนตรีหลิว เหอ ประกาศปราบปรามการขุดและกิจกรรมการซื้อขาย Bitcoin ซึ่งเป็นธุรกิจขนาดใหญ่ในประเทศจีนที่มีสัดส่วนมากถึง 70% ของอุปทานคริปโตทั่วโลก

ส่งผลให้ราคาของมันดิ่งลงเกือบ 50% จากระดับสูงสุดตลอดกาล จนร่วงลงมาแตะระดับ 31,000 เหรียญสหรัฐในวันที่ 23 พ.ค.

Huobi Mall ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการแลกเปลี่ยนสกุลเงินดิจิทัลในประเทศจีนกล่าวในแถลงการณ์ว่า “ในขณะที่ธุรกิจทั้งหมดถูกระงับ เรากำลังติดต่อกับผู้ให้บริการในต่างประเทศเพื่อปูทางสำหรับการส่งออกแท่นขุดคริปโตในอนาคต” พร้อมขอให้ลูกค้าใจเย็นและไม่ต้องกังวล

ด้าน BTC.TOP ผู้ให้บริการขุดคริปโตอีกรายได้ประกาศระงับการดำเนินธุรกิจในประเทศจีนเช่นกันโดยอ้างถึงความเสี่ยงด้านกฎระเบียบ โดยระบุว่าแท่นขุดเกือบทั้งหมดจะถูกส่งออกไปยังต่างประเทศเนื่องจากการปราบปรามของหน่วยงานในประเทศจีน ซึ่งในอนาคตบริษัทจะดำเนินธุรกิจขุดคริปโตในอเมริกาเหนือเป็นหลัก

ขณะที่ HashCow ผู้ให้บริการขุดคริปโตอีกรายซึ่งเป็นเจ้าของไซต์ขุด 10 แห่งในประเทศจีนกล่าวว่าจะปฏิบัติตามกฎระเบียบของรัฐบาลอย่างเต็มที่ โดยจะระงับการซื้อแท่นขุดคริปโตใหม่พร้อมให้คำมั่นว่าจะคืนเงินเต็มจำนวนให้แก่นักลงทุนที่สั่งซื้อพลังคอมพิวเตอร์ไปสำหรับขุดคริปโตแต่ยังไม่ได้เริ่มการขุด

AFP PHOTO / Karen BLEIER