‘รัสปูติน’ นักบุญลึกลับผู้สาปแช่งให้เกิดจุดจบของราชวงศ์รัสเซีย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/678930

วันที่ 23 มี.ค. 2565 เวลา 20:00 น.'รัสปูติน' นักบุญลึกลับผู้สาปแช่งให้เกิดจุดจบของราชวงศ์รัสเซีย

กริกอรี รัสปูติน หมอเทวดาหยั่งรู้ฟ้าดิน ผู้มีอิทธิพลอย่างมากต่อราชวงศ์โรมานอฟ

กริกอรี รัสปูติน นักบุญพเนจรที่เข้าไปมีอิทธิพลอย่างมากต่อราชวงศ์รัสเซีย ถูกมองว่าเป็นผู้อยู่เบื้องหลังความวุ่นวายในราชวงศ์โรมานอฟอันเกรียงไกร แม้กระทั่งเหตุการณ์สังหารหมู่ในราชวงศ์โรมานอฟอันนำมาซึ่งการล่มสลายของสถาบันกษัตริย์รัสเซียยังถูกโยงไปถึงคำสาปแช่งของเขา

รัสปูตินกลายเป็นศัตรูตัวฉกาจของราชสำนัก ทำให้เขาต้องจบชีวิตลงด้วยน้ำมือของชนชั้นสูงในราชวงศ์ แต่สาเหตุการตายของเขาเป็นตำนานที่ถูกเล่าขานกันไปต่างๆ นานา

ไม่มีใครทราบที่มาแน่ชัดของบุรุษลึกลับคนนี้ รู้แต่เพียงว่ามาจากครอบครัวชาวนาในเมืองโตโบลสค์ ในไซบีเรีย ก่อนที่จะก้าวเข้าสู่เส้นทางศาสนา โดยเข้าร่วมนิกายคริสติ (Khlysty) ว่ากันว่าอิทธิฤทธิ์ของรัสปูตินนั้นไม่ธรรมดา จนถูกขนานนามไปต่างๆ นานา ไม่ว่าจะเป็นหมอเทวดา ผู้หยั่งรู้ฟ้าดิน หมอผีปีศาจ หรือพ่อมดซาตาน

ย้อนกลับไปในสมัยพระเจ้าซาร์นิโคลัสที่ 2 จักรพรรดิพระองค์สุดท้ายแห่งรัสเซีย สถานการณ์บ้านเมืองรัสเซียในขณะนั้นย่ำแย่หนัก พระองค์ต้องรับมือกับสงครามรัสเซีย-ญี่ปุ่น, เหตุการณ์วันอาทิตย์ทมิฬ, เหตุจลาจลมากมาย ตลอดจนการปฏิวัตอรัสเซียที่เกิดขึ้นในเวลาต่อมา อีกทั้งการประชวรของด้วยโรค “ฮีโมฟีเลีย” หรือโรคเลือดไหลไม่หยุดของพระราชโอรส “เจ้าชายอเล็กไซ นิโคลาวิช โรมานอฟ” รัชทายาทชายเพียงพระองค์เดียว ผู้เป็นความหวังของการสืบราชบัลลังก์

ภาพถ่ายของรัสปูตินและลูกๆ (Unknown author/Wikipedia)

รัสปูตินได้รับการแนะนำให้รู้จักกับราชวงศ์รัสเซียและเหล่าขุนนางซึ่งมีความนิยมชมชอบเรื่องไสยศาสตร์เป็นอย่างมาก ในปี 1908 ชื่อเสียงของรัสปูตินได้รับการยอมรับขึ้นไปอีก เมื่อถวายการรักษาเจ้าชายอเล็กไซจนทรงหายจากพระอาการประชวรอย่างน่าอัศจรรย์ พระจักรพรรดิยังทรงเชื่อว่าการเก็บรัสปูตินไว้ใกล้ตัวจะช่วยให้ราชวงศ์รุ่งเรืองและมีอำนาจมากขึ้น ทำให้รัสปูตินกลายเป็นคนสนิทขององค์จักรพรรดิและจักรพรรดินี

รัสปูตินเป็นที่ไว้วางพระทัยของทั้งสองพระองค์ คำพูดของเขามีน้ำหนักมาก ทำให้รัสปูตินมีอิทธิพลอย่างยิ่งต่อราชสำนักรัสเซีย

ถึงกระนั้น ดูเหมือนว่าบรรดาชนชั้นสูงในราชสำนักจะไม่ค่อยชอบขี้หน้ารัสปูตินสักเท่าไร รัสปูตินถูกร้องเรียนพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมอยู่บ่อยครั้งไม่ว่าจะเป็นสำมะเลเทเมา มักมากในกาม สมสู่กับผู้หญิงไม่เลือกหน้า อย่างไรก็ตามบางตำราก็ว่านิกายคริสติมีความเชื่อว่าการร่วมเพศ จะทำให้ก้าวข้ามกิเลสตัณหาซึ่งจะช่วยให้เขาได้เข้าใกล้พระเจ้า แม้จะถูกแฉหลายต่อหลายครั้งแต่พระจักรพรรดิทรงเลือกที่จะปล่อยผ่านไป

ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 พระเจ้าซาร์นิโคลัสที่ 2 ทรงเข้าร่วมเป็นแนวหน้าของกองทัพรัสเซีย จึงทรงแต่งตั้งให้จักรพรรดินีอเล็กซานดราเป็นผู้สำเร็จราชการแทน ด้วยความที่พระองค์ทรงไว้วางพระทัยรัสปูตินอย่างมาก ทำให้การกำหนดนโยบายของรัฐแทบจะขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของรัสปูติน นอกจากนี้ยังว่าในช่วงเวลานั้นมีเหล่าขุนนางถูกไล่ออกไม่น้อยเพราะคำสั่งของรัสปูติน

รัสปูตินเริ่มเหิมเกริมจนคนในราชสำนักทนไม่ไหว หนึ่งในนั้นรวมถึงเจ้าชายเฟลิกซ์ ยูซูปอฟ พระสวามีของพระราชนัดดาในพระเจ้าซาร์ ซึ่งไม่พอใจรัสปูตินจนเป็นผู้นำในการวางแผนลอบสังหาร ในปี 1916 โดยทรงหลอกให้รัสปูตินกินเค้กและไวน์ที่ผสมยาพิษ ถึงกระนั้นก็ไม่สามารถทำอะไรรัสปูตินได้

เจ้าชายเฟลิกซ์ ยูซูปอฟ (Unknown author/Wikipedia)

อย่างไรก็ตาม บางแหล่งบอกว่าจริงๆ แล้วไม่มีการใส่ยาพิษตั้งแต่แรก เนื่องจากแพทย์ที่ได้รับมอบหมายให้วางยาไม่กล้าทำเพราะกลัวผิดคำสาบานของแพทย์ ทำให้รัสปูตินไม่เป็นอะไรแม้จะกินเค้กและไวน์เข้าไปก็ตาม บ้างก็บอกอีกว่ารัสปูตินไม่ได้กินเค้กและไวน์เข้าไปเลย

เมื่อเห็นว่ารัสปูตินรอดพ้นจากยาพิษ เจ้าชายเฟลิกซ์จึงทรงคว้าปืนยิงรัสปูติน แต่ไม่ตาย รัสปูตินวิ่งหนีไปรอบตำหนักก่อนที่จะถูกขุนนางกระหน่ำยิ่งซ้ำ และมีนัดหนึ่งเข้าที่ศีรษะพอดี

สาเหตุการตายที่แท้จริงของรัสปูตินถูกเล่าขานกันไปต่างๆ นานา บ้างก็ว่ารัสปูตินถูกยิงจนเสียชีวิตจากการเสียเลือดมาก โดยมีกระสุนถูกเข้าที่ศีรษะและท้องก่อนที่ร่างของเขาจะถูกห่อและทิ้งลงน้ำเนวาที่เย็นยะเยือกจนเป็นน้ำแข็ง บ้างก็ว่ารัสปูตินยังมีชีวิตอยู่ขณะที่ถูกทิ้งลงแม่น้ำแต่เสียชีวิตจากการจมน้ำ อย่างไรก็ตามผลชันสูตรศพระบุว่าไม่พบหลักฐานของการจมน้ำตาย

รัสปูตินถูกมองว่าเป็นผู้มีวาจาศักดิ์สิทธิ์ สามารถทำนายอนาคตได้ โดยก่อนที่จะเสียชีวิตเขาเคยกล่าวว่ารู้ตัวว่าจะต้องตายในไม่ช้า และหากเป็นฝีมือของคนในราชวงศ์ ราชวงศ์รัสเซียต้องพบกับความพินาศ

2 ปีหลังการจากไปของรัสปูติน คำสาปแช่งของเขาก็สำแดงฤทธิ์เมื่อถึงวันสังหารราชวงศ์โรมานอฟ อันนำมาซึ่งจุดจบของราชวงศ์รัสเซีย

เปิดคลังอาวุธไฮเปอร์โซนิครัสเซียที่ยังไม่มีระบบต่อต้านขีปนาวุธใดสกัดได้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/678924

วันที่ 23 มี.ค. 2565 เวลา 17:25 น.เปิดคลังอาวุธไฮเปอร์โซนิครัสเซียที่ยังไม่มีระบบต่อต้านขีปนาวุธใดสกัดได้

ช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมารัสเซียคิดค้นและพัฒนาอาวุธความเร็วเหนือเสียง หรืออาวุธไฮเปอร์โซนิคออกมาหลายเวอร์ชั่น

เมื่อวันที่ 19 มี.ค. กระทรวงกลาโหมรัสเซียยืนยันว่ายิงระบบขีปนาวุธ Kinzhal ความเร็วเหนือเสียงทำลายโกดังใต้ดินขนาดใหญ่ที่เก็บขีปนาวุธและอาวุธยุทธภัณฑ์การบินทางตะวันตกของยูเครน นับเป็นครั้งแรกที่มีการใช้อาวุธไฮเปอร์โซนิก ในสมรภูมิสู้รบ

ช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมารัสเซียคิดค้นและพัฒนาอาวุธความเร็วเหนือเสียง หรืออาวุธไฮเปอร์โซนิกออกมาอย่างน้อย 3 ตัวคือ ขีปนาวุธ Kinzhal ขีปนาวุธ Zircon และขีปนาวุธ Avangard

ขีปนาวุธ Zircon

Zircon เป็นขีปนาวุธไฮเปอร์โซนิกร่อนที่ใช้ความเร็วในการอัดอากาศและขับเคลื่อนเครื่องยนต์แบบ Scramjet เพื่อไต่ความเร็วให้ถึงระดับที่ต้องการและเคลื่อนที่ไปยังเป้าหมาย มีพิสัยอยู่ที่ราว 250-500 กิโลเมตรเมื่อเคลื่อนอยู่ในระดับต่ำ และเมื่ออยู่ในวิถีกึ่งขีปนาวุธพิสัยจะอยู่ที่ 460-740 กิโลเมตร ข้อมูลบางแหล่งอ้างว่าพิสัย ไกลถึง 1,000-2,000 กิโลเมตร ขึ้นอยู่กับชนิดของเป้าหมาย

ขีปนาวุธ Zircon มีความเร็วระดับมัค 8-9 (9,800–11,000 กิโลเมตรต่อชั่วโมง) สามารถเล็ดลอดระบบป้องกันขีปนาวุธที่มีอยู่ในขณะนี้ และด้วยความที่เคลื่อนที่ด้วยความเร็วเหนือเสียงในชั้นบรรยากาศ ความกดอากาศด้านหน้าขีปนาวุธจะก่อตัวเป็นกลุ่มเมฆพลาสมาในขณะที่ขีปนาวุธเคลื่อนตัว แล้วดูดซับคลื่นวิทยุไว้ ทำให้ระบบเรดาร์ไม่สามารถตรวจจับได้

อีกทั้งการสกัดกั้นก็ทำได้ยากมาก เนื่องจากขีปนาวุธจะเข้าสู่ช่วงสุดท้ายของเส้นทางโคจรภายในเวลาไม่ถึง 10 วินาที ศัตรูจึงไม่มีเวลาดำเนินการตามขั้นตอนที่จำเป็น ขีปนาวุธ Zircon จึงเป็นอันตรายสำหรับเป้าหมายใหญ่ๆ อย่างเรือบรรทุกเครื่องบิน

ขีปนาวุธ Kinzhal

คำว่า Kinzhal แปลว่า กริช ขีปนาวุธนี้เป็นขีปนาวุธที่ยิงจากอากาศสู่พื้นดิน มีพิสัยกว่า 2,000 กิโลเมตร ระดับความเร็วอยู่ที่มัค 10 สามารถบินหลบหลีกได้ในทุกช่วงของการเคลื่อนที่ และยังบรรจุได้ทั้งหัวรบนิวเคลียร์และหัวรบแบบปกติ โดยยิงได้จากทั้งเครื่องบินทิ้งระเบิด Tu-22M3 และเครื่องบินขับไล่ MiG-31K

ขีปนาวุธ Kinzhal ถูกออกแบบให้โจมตีเรือรบของนาโตที่เป็นภัยคุกคามต่อระบบขีปนาวุธของรัสเซียในฝั่งตะวันตก และทำลายระบบต่อต้านขีปนาวุธ เรือต่อต้านขีปนาวุธข้ามทวีปของนาโต ฐานยิงต่อต้านขีปนาวุธและวัตถุบนบกที่ประจำการบริเวณพรมแดนรัสเซีย

นอกจากนี้ยังถูกออกแบบให้เอาชนะระบบต่อต้านขีปนาวุธและระบบป้องกันภัยทางอากาศของสหรัฐ อาทิ MIM-104 Patriot ระบบป้องกันขีปนาวุธ THAAD และระบบอำนวยการรบ Aegis

พลังงานจลน์ของขีปนาวุธ Kinzhal ทรงพลังมากขนาดที่แม้จะไม่ได้บรรจุหัวรบก็เพียงพอที่จะทำลายเรือรบลำใหญ่ได้ทั้งลำ และด้วยความสามารถในการเคลื่อนที่ที่ล้ำสมัย ความแม่นยำสูง และความเร็วเหนือเสียงจึงถูกขนานนามว่าเป็น “ผู้พิฆาตเรือรบ” เนื่องจากสามารถจมเรือรบขนาด 100,000 ตันได้ในการโจมตีเพียงครั้งเดียว

ขีปนาวุธ Kinzhal ถูกนำประจำการเมื่อเดือน ธ.ค. 2017 ที่มณฑลทหารภาคใต้และตะวันตกของกองทัพอากาศรัสเซีย และเป็น 1 ใน 6 อาวุธทางยุทธศาสตร์ใหม่ของรัสเซียที่ถูกนำมาอวดโฉมในวันแห่งชัยชนะปี 2018 โดยปูตินถึงกับเรียกว่าเป็นอาวุธในอุดมคติ

การปล่อยขีปนาวุธ Avangardจากฐานทัพอากาศดอมบารอฟสกี ภาพ: Wikipedia/ Mil.ru

ขีปนาวุธ Avangard

ขีปนาวุธ Avangard ติดตั้งอยู่บนภูเขาอูราล มีความเร็วเหนือเสียงถึง 27 เท่า (9.261 กิโลเมตรต่อวินาที) มีน้ำหนักราว 2,000 กิโลกรัม มีพลังงานจลน์เทียบเท่ากับระเบิด TNT 17.5 ตัน และเป็น 1 ใน 6 อาวุธทางยุทธศาสตร์ใหม่ของรัสเซียที่ถูกนำมาอวดโฉมในวันแห่งชัยชนะปี 2018

รัสเซียทดสอบขีปนาวุธ Avangard ครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 26 ธ.ค. 2018 โดยขีปนาวุธข้ามทวีป UR-100UTTKh ที่ปล่อยจากฐานทัพอากาศดอมบารอฟสกี และประสบความสำเร็จในการโจมตีเป้าหมายในพื้นที่ทดสอบขีปนาวุธคูระซึ่งตั้งอยู่บนคาบสมุทรคัมชัตคา ทางตะวันออกของรัสเซีย

ขีปนาวุธ Avangard เข้าสู่การรบอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 27 ธ.ค. 2019

ภาพ: Wikipedia/ kremlin.ru รัสเซียอวดโฉมขีปนาวุธ Kh-47M2 Kinzhal ในวันแห่งชัยชนะปี 2018

CMG และ ATOME ชวนช้อปแบรนด์ดัง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/678807

วันที่ 22 มี.ค. 2565 เวลา 16:01 น.CMG และ ATOME ชวนช้อปแบรนด์ดัง

BUY NOW PAY LATER! ช้อปก่อนจ่ายทีหลัง CMG และ ATOME ชวนช้อปแบรนด์ดัง “แบ่งจ่าย 3 ครั้ง ดอกเบี้ย 0%” สมัครง่าย ๆ ไม่ต้องใช้บัตรเครดิต เพียงบัตรเดบิตก็ตอบโจทย์สายแฟ

เพราะความแฟรอกันไม่ได้ Central Marketing Group [CMG] ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายสินค้าแบรนด์แฟชั่น และเครื่องสำอางชั่นนำระดับโลกกว่า 40 แบรนด์ ภายใต้ Central Retail Corporation เอาใจนักช้อป เปิดตัวช่องทางการชำระ เงินรูปแบบใหม่ ร่วมกับ ATOME (อาโตมี่) แบรนด์ผู้นำด้านบริการซื้อก่อนจ่ายทีหลัง ให้คุณช้อปแบรนด์สุดคูล อย่าง Calvin Klein Jeans, GUESS, MLB และ The Body Shop ได้ง่ายยิ่งขึ้น ด้วยการชำระเงินที่ยืดหยุ่น แบ่งยอดชำระออกเป็น 3 ครั้ง ครั้งละเท่าๆกันได้ โดยไม่มีดอกเบี้ยหรือค่าธรรมเนียมรายเดือนเพิ่มเติม สมัครได้ง่าย ๆ แม้ไม่มีบัตรเครดิต* (*เลือกสมัครโดยใช้บัตรเครดิต หรือบัตรเดบิต ก็ได้)

ปังไม่หยุด! รับสิทธิ์พิเศษถึง 3 ต่อ**

ต่อที่ 1)  สิทธิพิเศษต้อนรับผู้ใช้บริการ ATOME ครั้งแรก ด้วยเวาเชอร์ส่วนลด 250 บาท เมื่อมียอดซื้อสินค้า ขั้นต่ำ 600 บาท ตั้งแต่วันที่ 15 มีนาคม – 30 เมษายน 2565

ต่อที่ 2) ส่วนลดพิเศษจากทางแบรนด์ให้คุณช้อปได้คุ้มยิ่งขึ้น สำหรับผู้ใช้บริการ ATOME ครั้งแรก

?      MLB: รับคูปองส่วนลดเพิ่ม 10%* เมื่อซื้อสินค้าที่มีส่วนลดต่ำกว่า 30%

?      Calvin Klein Jeans: รับคูปองส่วนลดเพิ่ม 100 บาท เมื่อซื้อสินค้าที่มีส่วนลดไม่เกิน 20% ครบ 2,000 บาทขึ้นไป (สุทธิ) สำหรับลูกค้าใหม่และปัจจุบัน

?      GUESS: รับคูปองส่วนลดเพิ่ม 100 บาท (ไม่มีขั้นต่ำ)

?      The Body Shop: รับคูปองส่วนลด 100 บาท เมื่อซื้อสินค้าครบ 1,000 บาทขึ้นไป

ต่อที่ 3)  ลูกค้าปัจจุบันของ ATOME รับคูปองส่วนลด 100 บาท

**เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด / ระยะเวลา ตั้งแต่วันที่ 15 มีนาคม – 30 เมษายน 2565

มาสัมผัสประสบการณ์การช้อปรูปแบบใหม่ ที่สะดวก รวดเร็ว ปลอดภัย ได้ที่หน้าร้าน Calvin Klein Jeans, GUESS, MLB และ The Body Shop ทุกสาขา และช้อปออนไลน์ได้ที่ guess.co.th, thebodyshop.co.th  พร้อมรับสิทธิพิเศษได้ง่ายๆ เพียงดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน ATOME และลงทะเบียนสมัครสมาชิก จากนั้นสามารถเลือกชำระกับ ATOME ที่หน้าตัวเลือกการชำระเงิน บนแอปพลิเคชันมือถือได้เลย

#CMGxATOME #ช้อปก่อนจ่ายทีหลัง #ดอกเบี้ย0 

ส่องจีพีเอสสมาร์ทวอทช์สายเอาท์ดอร์ใหม่ค่าย “การ์มิน”

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/678737

วันที่ 22 มี.ค. 2565 เวลา 08:30 น.ส่องจีพีเอสสมาร์ทวอทช์สายเอาท์ดอร์ใหม่ค่าย "การ์มิน"

“การ์มิน” เปิดตัว INSTINCT 2 ซีรีย์ จีพีเอสสมาร์ทวอทช์สายเอาท์ดอร์ พร้อมโชว์นวัตกรรมโซลาร์เทคฯ เพิ่มอายุการใช้งานไม่จำกัด มาพร้อมดีไซน์ที่โดดเด่นใน 2 ขนาด มีให้เลือกกว่า 18 สไตล์

หนึ่งในไอเท็มคู่กายทั้งชายและหญิงยุคนี้ ต้องมีสมาร์ทวอทช์คู่ใจไปไหนไปกัน ล่าสุด การ์มิน ผู้ส่งมอบที่สุดของความหลากหลายทางเทคโนโลยี GPS ตั้งแต่อุตสาหกรรมการบิน ยานยนต์ การเดินทะเล ฟิตเนส และกิจกรรมกลางแจ้ง ลุยต่อด้วยการเปิดตัว INSTINCT 2 ซีรีย์ จีพีเอสสมาร์ทวอทช์สายเอาท์ดอร์ดีไซน์เด่นใน 2 ขนาด มีให้เลือกกว่า 18 สไตล์ มาพร้อมกับนวัตกรรมโซลาร์เทคฯ ที่เพิ่มให้อายุแบตเตอรี่ใช้งานได้ไม่จำกัด (Unlimited) พร้อมลุยในทุกสถานการณ์ กับตัวเรือนที่แข็งแกร่งถูกสร้างขึ้นตามมาตรฐานทางทหารของสหรัฐอเมริกา MIL-STD-810 จัดเต็มกับฟีเจอร์อัพเกรดด้านสุขภาพ พร้อมเพิ่มฟีเจอร์ Sleep Score เพื่อให้การมอนิเตอร์ด้านสุขภาพครบถ้วนทุกมิติ รวมถึงฟีเจอร์ด้านไลฟ์สไตล์อย่าง Garmin Pay ที่มาพร้อมกับ Rabbit Card ราคาเริ่มต้นเพียง 11,990 บาท

สมาร์ทวอทช์การ์มิน รุ่น INSTINCT 2 ซีรีย์ ถูกดีไซน์ให้มีความโดดเด่นตามแบบฉบับ BOLD & RUGGED แข็งแกร่ง จัดจ้าน สะท้อนตัวตนที่ชัดเจนและแตกต่างเป็นหนึ่งเดียว ส่งเสริมให้ผู้สวมใส่ได้ใช้ชีวิตอย่างเต็มที่ในทุกๆ วัน และภายใต้สีสันอันโฉบเฉี่ยว ยังมีเทคโนโลยีระดับแถวหน้าของวงการสมาร์ทวอทช์ที่การ์มินพัฒนาขึ้น

DESIGNED FOR LIFE – ดีไซน์เพื่อสนับสนุนการใช้ชีวิตทุกรูปแบบ

INSTINCT 2 ซีรีย์ มีขนาดบางกว่ารุ่นก่อนและมีให้เลือกถึง 2 ขนาด คือ INSTINCT 2 ขนาด 45 มม. และ INSTINCT 2S ที่มาในขนาด 40 มม. ซึ่งจะเจาะลูกค้ากลุ่มผู้หญิงหรือผู้ที่มีขนาดข้อมือค่อนข้างเล็กจะสวมใส่รุ่นนี้ได้สบายกว่า โดยหน้าจอแสดงผลของ INSTINCT 2 ซีรีย์ ถูกอัปเกรดใหม่ให้มีความละเอียดสูง ผู้สวมใส่สามารถแคปเจอร์ข้อมูลสำคัญได้เพียงพริบตาระหว่างทำกิจกรรม จอกระจกกันรอยขีดข่วนและแข็งแกร่ง ใช้งานได้อย่างมั่นใจ ถูกสร้างขึ้นตามมาตรฐานทางทหารของสหรัฐอเมริกา MIL-STD-810 ทนทานต่อทั้งความร้อน แรงกระแทก และน้ำลึกถึง 100 เมตร นอกจากนี้ยังสามารถใช้งานร่วมกับ Garmin Connect IQ™ (CIQ) แพลตฟอร์มสำหรับการปรับแต่งผลิตภัณฑ์เพื่อการใช้งานส่วนบุคคล ผู้ใช้งานสามารถดาวน์โหลดแอปฯ วิดเจ็ต หน้าจอนาฬิกา ช่องข้อมูล และอื่น ๆ อีกมากมายได้ฟรี และที่สำคัญผลิตภัณฑ์ซีรีย์นี้ยังมีฟีเจอร์เพื่อสุขภาพ อาทิ Hydration Tracking (ติดตามการดื่มน้ำ) Connect Leaderboard (ข้อมูลจำนวนก้าว ระยะทาง) Menstrual Cycle (ข้อมูลรอบเดือน) และ Pregnancy Tracking (ติดตามการตั้งครรภ์) ที่สามารถเรียกใช้งานได้ผ่าน CIQ

SOLAR TECH FOR ENDURING BATTERY LIFE – นวัตกรรมโซลาร์เทคฯ ที่เพิ่มให้อายุแบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวนาน

เติมเต็มอายุใช้งานแบตเตอรี่แบบเต็มพิกัด ใช้งานได้ต่อเนื่องสูงสุดถึง 28 วัน เมื่ออยู่ในโหมดสมาร์ทวอทช์ และนวัตกรรมโซลาร์เทคฯ ที่ถูกพัฒนาไปอีกขั้น จึงช่วยให้แบตเตอรี่ใช้งานได้ไม่จำกัด¹ INSTINCT 2 ซีรีย์ ยังมีโหมดกิจกรรมแบบบิ้วท์อินที่หลากหลาย อาทิ Multisport ที่อัปเกรดใหม่มาพร้อมโหมดกีฬากว่า 30 โหมด พร้อมอำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้สามารถใช้งานระหว่างกิจกรรมหรือดูข้อมูล เวลา และระยะทางของกิจกรรมที่กำลังทำได้แบบไม่จำกัดประเภท และหากเกิดเหตุฉุกเฉิน INSTINCT 2 ซีรีย์ ยังมีฟีเจอร์ Incident Detection ที่จะช่วยแจ้งเหตุผิดปกติให้คนใกล้ชิดของผู้ใช้งานทราบทันที โดยต้องมีการตั้งค่าเชื่อม INSTINCT 2 ซีรีย์ กับระบบ Garmin Connect™ Mobile ล่วงหน้าเพื่อระบุว่าเจ้าของอุปกรณ์ต้องการแจ้งให้ใครและสถานที่ไหน (ถ้ามี) ทราบหากเกิดเหตุฉุกเฉินขึ้น

STAY HEALTHY WHILE STAYING CONNECTED – มอนิเตอร์ข้อมูลสุขภาพ พร้อมอัพเดททุกการเคลื่อนไหว

INSTINCT 2 SOLAR พร้อมเพิ่มความสะดวกในชีวิตประจำวันให้แก่ผู้ใช้งานเพิ่มเติมผ่าน Garmin Pay² ที่ช่วยให้คุณใช้บัตรเครดิต หรือ Rabbit Card ชำระเงินต่าง ๆ ได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว เปิดทางให้ไปสนุกกับการผจญภัยครั้งต่อไปได้อย่างฉับไว INSTINCT 2 ซีรีย์ ครบเครื่องเรื่องฟีเจอร์สุขภาพ อาทิ ฟีเจอร์ติดตามการนอนหลับขั้นสูง การให้คะแนนประสิทธิภาพของการนอน และข้อมูลการนอนเชิงลึก (Advanced Sleep with Sleep Score and Insights) รวมถึงฟีเจอร์เก็บข้อมูลทางสุขภาพอย่าง Health Snapshot ที่จะช่วยเก็บข้อมูลสุขภาพที่สำคัญให้ผู้สวมใส่ไว้ทั้งหมด พร้อมแสดงข้อมูลการเต้นของหัวใจ (Heart Rate) ระดับความเครียด (Stress Level) ระดับพลังงานของร่างกาย (Body BatteryTM) ฟีเจอร์วัดอายุของสุขภาพ (Fitness Age) รวมถึงฟีเจอร์สำหรับการเทรนด์แบบมืออาชีพ ตั้งแต่ฟีเจอร์ประเมินความหนักของ การฝึกซ้อม (Training Status/Load/Effect) ระยะเวลาในการฟื้นตัว (Recovery Time) การออกกำลังที่มีความเข้มข้นสูง (HIIT Workouts) ไปจนถึงการแนะนำการออกกำลังกายประจำวัน ใน INSTINCT 2 ซีรีย์ ยังได้เพิ่มการติดตามระดับ VO2 Max เพื่อความแม่นยำที่มากขึ้นเมื่อนำข้อมูลสุขภาพมาวิเคราะห์ ฟีเจอร์มากมายเหล่านี้จะช่วยกระตุ้นผู้ใช้สายสุขภาพได้ดูแลตัวเองอย่างสม่ำเสมอ

PURPOSE-BUILT EDITIONS – รุ่นเฉพาะตอบโจทย์ทุกกิจกรรม

INSTINCT 2 ซีรีย์ มีรุ่นพิเศษเพื่อวัตถุประสงค์ในการใช้งานเฉพาะดังนี้:

· รุ่น Surf Edition: เหมาะกับกิจกรรมทางน้ำ อาทิ เซิร์ฟ วินด์เซิร์ฟ ไคท์บอร์ด รวมถึงยังมีวิดเจ็ทกระแสน้ำเพื่อให้ผู้ใช้งานได้รับข้อมูลสภาพทะเล รวมถึงยังช่วยบันทึกข้อมูลกิจกรรมไว้ด้วยร่วมกับ Surfline Sessions™

· รุ่น Tactical Edition: ได้รับความนิยมในหมู่ทหาร เพราะมีฟีเจอร์เชิงกลยุทธ์หลากหลาย อาทิ Kill Switch, Stealth Mode, Night Vision Goggle Compatibility, Dual Format Position และ Jumpmaster Activity มีให้เลือกทั้งแบบสีแทน (Coyote Tan) และสีดำ (Black)

· รุ่น Camo Edition: ลวดลาย Graphite และ Mist Camo ทั้งให้ผู้ใช้งานกลมกลืนไปกับบรรยากาศรอบตัวเมื่อออกทำกิจกกรมและโดดเด่นเมื่อใช้ในชีวิตประจำวัน เข้าได้กับทั้งป่าคอนกรีตและป่าธรรมชาติ

INSTINCT 2 และ INSTINCT 2S ถือเป็นนวัตกรรมด้านสมาร์ทวอทช์รุ่นใหม่ที่ช่วยยืนยันว่าการ์มินยังคงพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อนำอุตสาหกรรมจีพีเอสสมาร์ทวอทช์อย่างไม่หยุดยั้ง ราคาขายเริ่มต้นที่ 11,990 บาท สามารถพบกับ INSTINCT 2 ซีรีย์ได้ที่ตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการของการ์มินทุกสาขา ติดตามข้อมูลสินค้าเพิ่มเติมได้ที่ https://bit.ly/3J7rnTk หรือที่ เฟซบุ๊กแฟนเพจ Garmin Thailand และอินสตาแกรม Garmin Thailand

รวม 5 ร้านอาหารชั้นนำ ต้อนรับมอเตอร์โชว์ 2022

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/678856

วันที่ 23 มี.ค. 2565 เวลา 09:30 น.รวม 5 ร้านอาหารชั้นนำ ต้อนรับมอเตอร์โชว์ 2022

เปิดลายแทงความอร่อย อิมแพ็ค ต้อนรับมอเตอร์โชว์ 2022 ด้วยเมนูอร่อยหลากสไตล์จาก 5 ร้านชั้นนำ

อิมแพ็ค เมืองทองธานี ต้อนรับมหกรรมยานยนตร์ยิ่งใหญ่ประจำปี “บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 43” สัมผัสนวัตกรรมรถยนต์สุดทันสมัย พร้อมชวนคุณมาอร่อยกับหลากหลายเมนูไม่ซ้ำใครจาก 5 ร้านอาหารชั้นนำในเครืออิมแพ็ค

ร้านอาหารและผับสไตล์ไอริช “ฟลาน โอเบรียนส์ ไอริชผับ” ร้านอาหารจีนสไตล์ฮ่องกง “ฮ่องกง คาเฟ่” ร้านอาหารนานาชาติสไตล์ย้อนยุค “เรโทร บาร์ แอนด์ คาเฟ่” ร้านอาหารไทย “มโนราห์” และ “อีส คาเฟ่” ร้านกาแฟและเครื่องดื่ม ที่พร้อมมอบความอร่อยด้วยเมนูพิเศษให้กับทุกท่านที่มาชมงาน “บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 43” ซึ่งกำหนดจัดงานระหว่างวันที่ 23 มีนาคม – 3 เมษายน 2565 ณ ชาเลนเจอร์ฮอลล์ 1-3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี

“ฟลาน โอเบรียนส์ ไอริชผับ”

เริ่มด้วย 5 เมนูพิเศษที่ร้าน “ฟลาน โอเบรียนส์ ไอริชผับ” ได้แก่ “บาร์บีคิวรวม” เมนูที่รวมความอร่อยครบครันจากซี่โครงหมูคุโรบูตะนุ่มๆ พร้อมความเข้มข้นจากซอสบาร์บีคิวสูตรเฉพาะ ไส้กรอกหมูชั้นดีย่างจนหอมกรุ่น ปีกไก่บาร์บีคิว หัวหอมทอด และเฟรนช์ฟรายส์ ราคา 699 บาท “อกไก่ไส้ผักโขมอบชีส” เอาใจคนรักชีสกับอกไก่ซูวีเนื้อนุ่มที่ยัดไส้ด้วยผักโขมอบชีส เสิร์ฟพร้อมมันบด อร่อยลงตัว ราคา 350 บาท “อกเป็ดรมควันจิ้มแจ่ว” เมนูฟิวชั่นที่ผสมผสานความอร่อยของเนื้อเป็ดชั้นดีและน้ำจิ้มแจ่วรสจัดจ้าน ราคา 220 บาท “พาสต้าอบ” เชฟใช้เส้นเพนเน่อบกับเบคอน แฮม เห็ดแชมปิญอง และชีส กรอบนอกนุ่มใน ราคา 269 บาท และ “เกี๊ยวซ่าหมู” เกี๊ยวแป้งบาง ไส้หมูเต็มคำ ราคา 150 บาท โดย 5 เมนูพิเศษนี้พร้อมเสิร์ฟตั้งแต่วันนี้ – 1 พฤษภาคม ศกนี้

ร้าน “ฟลาน โอเบรียนส์ ไอริชผับ” ตั้งอยู่บริเวณฟู้ดเอเทรียม อาคารชาเลนเจอร์ 3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี

เปิดให้บริการทุกวัน เวลา 11.00 – 24.00 น.

โทร. 02-833-4288

เฟซบุ๊ก: Flann O’Brien’s Irish Pub และเว็บไซต์ www.flann-obriens.com

“ฮ่องกง คาเฟ่”

อร่อยกันต่อที่ร้านอาหารจีนสไตล์ฮ่องกง “ฮ่องกง คาเฟ่” เสิร์ฟความอร่อยแบบทันใจกับบะหมี่น้ำซุปหม่าล่า รสเด็ดเผ็ดร้อนและดีต่อสุขภาพ ด้วยส่วนผสมสมุนไพรจีนและลูกชิ้นโฮมเมดสไตล์ฮ่องกง ซึ่งมีให้เลือก 4 รสชาติ ได้แก่ “บะหมี่น้ำเนื้อซุปหม่าล่า” ใช้เนื้อวัวคุณภาพดี และน้ำซุปที่เคี่ยวนานหลายชั่วโมง ราคา 179 บาท “บะหมี่น้ำลูกชิ้นกุ้งซุปหม่าล่า” เมนูขายดี ใช้ลูกชิ้นกุ้งอร่อยเด้งเต็มคำ ไม่ผสมแป้ง ราคา 229 บาท “บะหมี่น้ำทะลซุปหม่าล่า” ที่มีทั้งปลาหมึก กุ้งขาว และฟองเต้าหู้ ราคา 199 บาท ปิดท้ายด้วยบะหมี่ลูกชิ้นหมูสไตล์ฮ่องกง “บะหมี่น้ำลูกชิ้นหมูซุปหม่าล่า” ราคา 199 บาท และพิเศษ! รับสิทธิ์สั่งชาจีนหรือน้ำเก๊กฮวยในราคาสุดคุ้มเพียง 15 บาท เมื่อสั่งพร้อมอาหาร พร้อมให้บริการแล้วตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

ร้าน “ฮ่องกง คาเฟ่” บริเวณฟู้ดเอเทรี่ยม อาคารชาเลนเจอร์ 3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี

เปิดให้บริการทุกวัน เวลา 11.00 – 21.00 น.

โทร. 02-833-4044

เฟซบุ๊ก: Hong Kong Fisherman

“เรโทร บาร์ แอนด์ คาเฟ่”

เพลิดเพลินไปกับบรรยากาศสไตล์เรโทรที่ร้าน “เรโทร บาร์ แอนด์ คาเฟ่” พร้อมอิ่มอร่อยกับเมนูพิเศษทั้งแบบฟิวชั่นและนานาชาติ ได้แก่ “บาร์บีคิวรวมมิตร” ราคา 699 บาท ซึ่งประกอบด้วยซี่โครงหมูอบบาร์บีคิวสูตรพิเศษ ไส้กรอกหมูชั้นดี ปีกไก่ และมันฝรั่งทอด 2 แบบ “ยำขาหมูทอด” ราคา 369 บาท ขาหมูขนาดพอดีที่ทอดจนกรอบได้ที่ นำไปยำพร้อมผักและดอกไม้รับประทานได้ “กุ้งนึ่งมะนาว” รสแซ่บ ราคา 289 บาท เมนูหมูกรอบสูตรเด็ด “หมูกรอบคั่วพริกเกลือ” ราคา 189 บาท “ยำหมูยอทอด” ที่ใช้หมูยอคุณภาพดีทอดจนสีเหลืองสวย คลุกเคล้ากับน้ำยำรสจัดจ้าน ราคา 169 บาท ปิดท้ายด้วย “ทรีโอ ชิปส์แอนด์ฟรายส์” มันทอด 3 แบบ 3 สไตล์ ราคา 199 บาท เมนูพิเศษนี้พร้อมให้บริการแล้ววันนี้ – 3 เมษายน ศกนี้

ร้าน “เรโทร บาร์ แอนด์ คาเฟ่” ตั้งอยู่บริเวณชั้น 1 อาคาร เดอะ พอร์ทอล ไลฟ์สไตล์ คอมเพล็กซ์ (ติดกับ อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี)

เปิดให้บริการเฉพาะวันที่มีการจัดงาน

เวลา 11.00 น. – 24.00 น.

โทร. 02-006-2054

เฟซบุ๊ก: Retro Bar and Cafe

“มโนราห์”

ด้าน “มโนราห์” ร้านอาหารไทยคุณภาพที่อยู่คู่อิมแพ็คมาอย่างยาวนาน กับหลากหลายอาหารไทย 4 ภาคจากฝีมือเชฟคุณภาพ ขอแนะนำเชตอาหารสุดคุ้มในราคาเพียงชุดละ 289 บาท พร้อมให้บริการตั้งแต่วันนี้ – 3 เมษายน ศกนี้ เริ่มที่ “ชุดส้มตำ” ประกอบด้วยส้มตำไทย น้ำตกหมู ไก่ทอด และข้าวเหนียว ต่อด้วย “ชุดอันดามัน” ประกอบด้วยโป๊ะแตก ไก่ผัดเม็ดมะม่วงหิมพานต์ ทอดมันปลา และข้าวสวย “ชุดคั่วกลิ้ง” ประกอบด้วยคั่วกลิ้งไก่ ต้มจืดลูกรอก ไข่ต้ม และข้าวสวย และเมนูขายดี “ชุดแกงส้ม” ประกอบด้วยแกงส้มกุ้ง ไก่ทอด ไข่เจียว และข้าวสวย ทุกเซตเสิรฟ์พร้อมเครื่องดื่มสมุนไพร (เลือกได้ 1 เมนู) ได้แก่ น้ำกระเจี๊ยบ น้ำกระเจี๊ยบโซดา น้ำมะขามแช่บ๊วย น้ำบ๊วย และน้ำบ๊วยโซดา

ร้านอาหารไทย “มโนราห์” ตั้งอยู่ที่ชั้น 2 บริเวณล็อบบี้ อาคารชาเลนเจอร์ 3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี

เปิดให้บริการเฉพาะวันที่มีการจัดงาน

เวลา 11.00 – 21.00 น.

โทร. 02-833-4038

“อีส คาเฟ่”

และสายคาเฟ่ห้ามพลาด “อีส คาเฟ่” ร้านกาแฟและเครื่องดื่มคุณภาพที่มีให้บริการ 2 จุด คือบริเวณอาคารชาเลนเจอร์ และอาคาร 4 อิมแพ็ค ฟอรั่ม เพลิดเพลินกับบรรยากาศสบายๆ และเครื่องดื่มสุดพิเศษ กับเมนูชาและน้ำผลไม้สีสันสดใสรับซัมเมอร์ 3 เมนู ได้แก่ “ไอซ์ออเรนจ์พีชที” ที่ผสมผสานความอร่อยสดชื่นจากน้ำส้มและชาพีช ราคา 105 บาท “ไอซ์กีวี่สตรอว์เบอร์รี่แมงโก้ที” ส่วนผสมที่ลงตัวระหว่างกีวี่ สตรอว์เบอร์รี่ และชามะม่วง ราคา 95 บาท และเมนู “ไอซ์ยูสุเอิร์ลเกรย์ที” ที่ให้ความหอมและสดชื่นจากชาเอิร์ลเกรย์ ส้มยูสุ และเลมอน ราคา 105 บาท และพิเศษ! รับส่วนลดทันที 5 บาท เมื่อสั่งเครื่องดื่มคู่เบเกอรี่ (1 สิทธิ์/1 บิล) พร้อมให้บริการแล้วตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

ร้าน “อีส คาเฟ่” เปิดให้บริการเฉพาะวันที่มีการจัดงาน

เวลา 10.00 – 22.00 น.

โทร. 02-833-5203-4, 02-833-5825

Playroom Chapter 2 ฉีกกฎทุกภาพจำของสายดริ้งค์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/678812

วันที่ 22 มี.ค. 2565 เวลา 16:35 น.Playroom Chapter 2 ฉีกกฎทุกภาพจำของสายดริ้งค์

“Playroom” เปิดตัว “Playroom Chapter 2” ฉีกกฎทุกภาพจำของสายดริ้งค์ กับไลน์อัพค็อกเทลใหม่ที่เซ็กซี่ทุกรายละเอียด

หลังจากแกรนด์โอเพนนิ่งเปิดตัวไปอย่างร้อนแรงในปี 2020 ก็ได้เวลาที่ “Playroom” (เพลย์รูม) สปีคอีซี่บาร์หรูย่านเอกมัยของ เจย์ – สายนิสา แสงสิงแก้ว จะก้าวไปอีกสเต็ปสู่บทใหม่ที่เข้มข้นและเจนจัดกว่าเดิม ซึ่งได้ถ่ายทอดเรื่องราวและความหลงใหลทั้งหมดผ่านการรังสรรค์ 9 เมนูค็อกเทลใหม่ ที่รอให้เหล่าสายดริ้งค์มาดื่มด่ำใน “Playroom Chapter 2”

“Playroom” ในคำจำกัดความของสปีคอีซี่บาร์แห่งนี้นั้น ดูจะเป็นให้คุณได้มากกว่าห้องนั่งเล่นธรรมดาทั่วไป เพราะที่แห่งนี้ได้รับการออกแบบและครีเอทมาเพื่อเป็นห้องนั่งเล่นสุดแสนเพลย์ฟูล โดยได้แรงบันดาลใจมาจากมิสเตอร์ เกรย์ (Mr.Grey) ในภาพยนตร์เรื่อง Fifty Shades of Grey สำหรับทุกคนที่ต้องการมาเติมเต็มประสบการณ์สุดพิเศษ ปลดปล่อยความสนุก หรือใช้เวลาดื่มด่ำกับเครื่องดื่มและเสียงเพลงท่ามกลางความเป็นส่วนตัว อัดแน่นด้วยคาแรคเตอร์เซ็กซี่แสนซุกซน ที่ทั้งดูรุ่มรวยและหรูหรา แต่กลับมีความลึกลับ น่าค้นหาอยู่ในที ให้บรรยากาศเสมือนกำลังชมฉากโปรดในภาพยนตร์เรื่องนี้ก็ว่าได้ โดดเด่นด้วยสไตล์การตกแต่งที่เลือกใช้มู้ดแอนด์โทนของสีแดง ทอง และดำ แถมมาพร้อมกิมมิคให้เล่นสนุกมากมาย ด้วยไอเทมสุดจี๊ดเพื่อให้สอดคล้องกับคอนเซ็ปต์ อาทิ โซ่ แส้ กุญแจมือ อีกทั้งตัวเคาน์เตอร์บาร์ก็ยังชวนให้นึกถึงชุดคอร์เซ็ทตั้งแต่แรกเห็น ภายใต้แสงสลัวชวนเคลิบเคลิ้ม เหมาะแก่การนั่งละเลียดค็อกเทล แชมเปญ หรือวิสกี้นุ่มๆ พลาดไม่ได้กับมุมไฮไลท์บนผนังอย่าง “You Are My Favourite Dirty Thought” สโลแกนประจำร้านที่เผยให้เห็นถึงความนอทตี้ขี้เล่นผ่านการตีความตัวอักษร บ่งบอก ดีเอ็นเอคาแรคเตอร์ของร้านได้แบบชัดเป๊ะ

การเดินทางมาสู่ “Playroom Chapter 2” จึงเสมือนเป็นการต่อยอดคอนเซ็ปต์ให้ดูสนุกจัดจ้านขึ้น ไปพร้อมๆ กับบอกเล่าเรื่องราวที่เติบโตขึ้นของ Mr.Grey ภายหลังจากที่ตัดความสัมพันธ์กับ Mrs.Robinson และเดินหน้าสานต่อเส้นทางรักกับ Miss Steele หรือหญิงสาวที่ชื่อ Anastasia อย่างจริงจัง ซึ่งเกรย์ได้เผยให้เห็นตัวตนในอีกมุมมอง ที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ดึงดูดแบบมีความเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น มีความรับผิดชอบ จริงจัง และ sophisticated ขึ้นอีกระดับ แต่ยังคงเปี่ยมไปด้วยความเซ็กซี่ร้อนแรงที่ต่างเชื้อเชิญให้ใครต่อใครอยากเข้าใกล้และครอบครองความสมบูรณ์แบบนี้ เช่นเดียวกับการได้สัมผัสสุนทรียรสของ 9 เมนูค็อกเทลใหม่ใน “Playroom Chapter 2” ที่รับรองว่าน่าค้นหาและน่าหลงใหลไม่แพ้ตัวตนของ Mr.Grey

ตามมาฉีกกฎทุกภาพจำของสายดริ้งค์ ได้ที่  Playroom ชั้น 2 ด้านบนของร้าน Stage (สตาช) เอกมัยคอมเพล็กซ์ (ระหว่างซอยเอกมัย 19 และ 21) สุขุมวิท 63 คลองตันเหนือ วัฒนา กรุงเทพฯ เปิดให้บริการทุกวัน เวลา 17.00 – 24.00 น. Tel: 080-278-7808 Instagram: @playroom.bkk Facebook: https://www.facebook.com/Playroom.Bkk/

ชิมสเต๊กเนื้อนุ่มสูตรเชฟโจ้ แห่งรสดีเด็ด The Steak House

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/678742

วันที่ 22 มี.ค. 2565 เวลา 09:05 น.ชิมสเต๊กเนื้อนุ่มสูตรเชฟโจ้ แห่งรสดีเด็ด The Steak House

เปิดสูตรลับความอร่อย สเต๊กเนื้อนุ่ม สูตรเชฟโจ้-ธีรนาถ พิศลบุตร แห่ง รสดีเด็ด The Steak House

“สามย่าน” เพียงได้ยินชื่อก็ชวนให้น้ำลายสอ เพราะเป็นย่านชุมชนเก่าแก่แหล่งรวมของกินมากมายตั้งแต่เช้าจรดค่ำ “รสดีเด็ด The Steak House” เป็นอีกร้านดังตั้งอยู่ไม่ไกลจากสามย่านที่ครองใจเหล่าสายเนื้อเลิฟเวอร์ ซึ่งเป็นร้านของเฮียนพ – สิทธิฉันท์ วุฒิพรกุล เจ้าของร้านเดียวกับก๋วยเตี๋ยวเนื้อรสดีเด็ด เลื่องชื่อเรื่องคุณภาพการคัดสรรวัตถุดิบเกรดพรีเมียม ผสานกับฝีมือการปรุงของเชฟระดับโรงแรม 5 ดาว อย่าง   เชฟโจ้-ธีรนาถ พิศลบุตร จึงทำให้ รสดีเด็ด The Steak House มีลูกค้าแวะเวียนมาลิ้มลองความอร่อยของเนื้อสเต๊กพรีเมียม เรียกว่า ฟินทุกคำ อร่อยโดนใจ แม้จะเป็นโควิด-19 ความฮอตก็ไม่มีตกเพราะมีบริการเดลิเวอรี พร้อมเมนูเซตกว่า 20 เมนูเลยทีเดียว และยังแว่วว่า เฮียนพ – สิทธิฉันท์ วุฒิพรกุล มีโปรเจกต์พิเศษเปิดคอร์สสอนทำสเต๊กพรีเมียม โดยให้ เชฟโจ้-ธีรนาถ พิศลบุตร เป็นผู้ถ่ายทอดประสบการณ์และสูตรเด็ดเคล็ดลับสเต๊กพรีเมียมสไตล์เชฟโรงแรม 5 ดาว

เฮียนพ – สิทธิฉันท์ วุฒิพรกุล เผยว่า เราคัดสรรแหล่งวัตถุดิบชั้นดีส่งตรงจากเกษตรกรไทย เพราะเชื่อในศักยภาพของเกษตรกรไทยว่าสามารถพัฒนาไปถึงจุดที่เป็นครัวโลกได้ และเป็นโอกาสที่จะผลักดันวัตถุดิบไทยให้เป็นที่ยอมรับของต่างชาติ เราจึงทำงานร่วมกันเป็นสามเหลี่ยมเกิดเป็นระบบทางการค้าที่เป็นธรรมตลอดห่วงโซ่การผลิตโคเนื้อ ทำงานร่วมกับ Farm Contact อย่าง Smile Beef ที่ทำงานกับเกษตรกรผู้เลี้ยงโคโดยตรง และมีนักวิชาการที่เชี่ยวชาญด้านการเลี้ยงเนื้อวัวให้คำแนะนำเรื่องสายพันธุ์ ร่วมกันพัฒนาคุณภาพเนื้อโคขุนของไทย ทำงานจาก Table To Farm คือ นำเสียงตอบรับจากลูกค้าไปสู่นักวิจัย และ Smile Beef เพื่อพัฒนาสายพันธุ์ การเลี้ยง จนนำไปสู่เนื้อโคขุนที่ตลาดต้องการ เน้นเนื้อนุ่ม มันน้อย เรียกว่า ร้านได้ เนื้อคุณภาพดี ลูกค้าก็พึงพอใจ เกษตรกรมีรายได้ที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน

“รสดีเด็ด The Steak House” ตั้งอยู่ริมถนนพระราม 4 ใครขับรถมาสามารถจอดได้ที่ด้านหลังร้าน เข้าทางซอยจุฬา 36 หรือ MRT สถานีสามย่าน เดินประมาณ 5 นาที บรรยากาศภายในร้านตกแต่งสไตล์วินเทจกึ่งลอฟท์ เมื่อเดินเข้าไปสะดุดตากับเนื้อเรียงรายหลากหลายชนิดอยู่ในตู้บ่มเนื้อทั้งแบบปกติและแบบ Dry-Aged มองลึกเข้าไปในร้านจะเห็นห้องครัว ซึ่งทางร้านเลือกทำครัวเปิดทำให้มองเห็นมูฟเม้นต์และเทคนิคการทำอาหารต่างๆ ของเชฟโจ้-ธีรนาถ พิศลบุตร หัวหน้าเชฟประจำร้าน ที่มีรางวัล แชมป์โรงแรม 5 ดาว 3 เวที การันตีรสมือ

สำหรับเมนูแนะนำที่ต้องลองสักครั้ง “Ribeye Steak 30 Days Dry Aged” สเต๊กเนื้อริบอายดรายเอจ หรือ “Strip Loin Steak” เนื้อสตริปลอยน์ เนื้อนุ่ม ฉ่ำ มีมันแทรกเล็กน้อย ทานคู่กับผักย่างอร่อยเหาะอย่าบอกใคร ส่วนซอสราดสเต๊กของร้านรสเด็ดสมชื่อ มีให้เลือกถึง 4 ซอส 4 สไตล์ ได้แก่ ซอสไวน์แดงรสเข้มข้น ซอสพริกไทยรสจัดจ้าน ซอสเห็ดหอมรสกลมกล่อม และ ซอสแจ่วรสจัดจ้านเผ็ดสไตล์ไทยๆ ส่วนใครไม่ทานเนื้อที่นี่ก็มีเมนู สเต็กหมูคุโรบูตะสเต็ก สเต็กปลาแซลมอน และ สเต๊กปลากระพง ชิ้นโต ย่างพอดี หนังกรอบ เนื้อชุ่มฉ่ำไม่กระด้าง

นอกจากเมนูสเต๊กแล้วยังขึ้นชื่อเรื่องพาสต้า เพราะที่ร้านทำพาสต้าเส้นสดเองจึงทำให้เส้นพาสต้ามีความหนึบ นำมารังสรรค์เป็นเมนู พาสต้าพริกแห้งผัดเบคอน พาสต้าคาโบนาร่า หรือ พาสต้าโบโลเนส ก็โดนใจจนต้องขอเพิ่มอีกจาน

ปิดท้ายความอร่อยกับ เชฟโจ้-ธีรนาถ พิศลบุตร เชฟประจำร้าน รสดีเด็ด The Steak House การันตีรสมือด้วยดีกรีแชมป์โรงแรม 5 ดาว 3 เวที เล่าถึงโปรเจกต์พิเศษเปิดหลักสูตรสอนทำสเต๊กว่า รู้สึกเป็นโอกาสที่ดีที่จะได้แชร์ประสบการณ์การทำงานเป็นเชฟกว่า 10 ปี โดยจะสอนตั้งแต่ การทำน้ำสต๊อก ซอสต่างๆ ที่สามารถนำไปต่อยอดทำสเต๊กในระดับพรีเมียม พร้อมสอนเทคนิคในการย่างให้ได้ความสุกของเนื้อสเต๊กในระดับต่างๆ ได้แก่ Rare, Medium rare, Medium, Medium well และ Well นอกจากนี้มีสอนทำพาสต้าเส้นสด ซอสพาสต้าอย่างละเอียดครบทุกขั้นตอน ตั้งแต่การนวดแป้ง ยืดเส้น วิธีการเก็บ และการจัดจาน รวมๆ แล้วกว่า 15 เมนู เพื่อให้ผู้เรียนสามารถนำไปต่อยอด ประกอบอาชีพได้จริง

ไปลองลิ้มรสความนุ่มฉ่ำของสเต๊กเนื้อโคขุนของไทยกันได้ที่ รสดีเด็ด The Steak House  ถนนพระราม 4 และสมัครเรียนหลักสูตร สเต็กพรีเมียม ได้ที่ โทร 08-2993-9097 ,  08-2993-9105

พายซับ เล่นเซิร์ฟ เที่ยวพังงาตามวิถี New Normal ในงาน Bangsak Beach Festival 2022

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/678733

วันที่ 22 มี.ค. 2565 เวลา 08:05 น.พายซับ เล่นเซิร์ฟ เที่ยวพังงาตามวิถี New Normal ในงาน Bangsak Beach Festival 2022

โพสต์ทูเดย์กินเที่ยวชวนร่วมกิจกรรมดีๆ ฟรีตลอดงาน!! ณ ชายหาดบางสัก จ.พังงา ในงาน “Bangsak Beach Festival 2022” กระตุ้นการท่องเที่ยวคึกคักไปกับกิจกรรมพายซับ เล่นเซิร์ฟ จัดเต็มกับความบันเทิงแนวสร้างสรรค์ พร้อมชมคอนเสิร์ตศิลปินดัง ภายใต้มาตรการคุมเข้มตามวิถี New Normal ตั้งแต่ 25-27 มี.ค.นี้

ชวนลงใต้สัมผัสกลิ่นอายทะเลและแสงสีริมชายหาด พร้อมสนุกสนานกับหลากหลายกิจกรรมในงาน Bangsak Beach Festival 2022 โดยจังหวัดพังงา ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนและพันธมิตร จัดงานขึ้นในวันที่ 25-27 มีนาคม 2565 เวลา 16.00 – 22.00 น. ณ ริมหาดบางสัก ตำบลบางม่วง อำเภอตะกั่วป่า จังหวัดพังงา ดึงคนไทยและชาวต่างชาติเที่ยวจังหวัดพังงาและพื้นที่ใกล้เคียง ร่วมฟื้นฟูอุตสาหกรรมท่องเที่ยวให้กลับมาคึกคัก สร้างเศรษฐกิจไทยให้ยั่งยืน กระจายรายได้สู่ชุมชน ด้วยการจัดกิจกรรมตามมาตรการความปลอดภัย คุมเข้ม ป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19

นายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา กล่าวว่า ด้วยพื้นที่ชายหาดบางสัก มีวิวที่สวยของทิวสนทะเล ให้ความร่มรื่นตลอดหาด ทรายละเอียด น้ำทะเลใสสีคราม มีความสวยงามทางธรรมชาติ เต็มไปด้วยความอุดมสมบูรณ์ มีความหลากหลายทางวัฒนธรรม นักท่องเที่ยวสามารถเรียนรู้และได้ประสบการณ์ผ่านทางสถาปัตยกรรม อาคารบ้านเรือน อาหาร และวิถีชีวิตของคนในท้องถิ่น จนเป็นที่ขนานนามว่า “Angel of the Andaman Sea” ตลอดทั้งริมหาด อำเภอตะกั่วป่า จังหวัดพังงา ยังถูกเรียกว่าเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ เกษตรกรรมยั่งยืน สังคมแห่งการเรียนรู้ สู่ความเป็นเมืองน่าอยู่ เมืองแห่งความสุขอีกด้วย ด้วยเหตุนี้จึงจำเป็นต้องมีการประชาสัมพันธ์และส่งเสริมการท่องเที่ยว เพื่อตอกย้ำความมั่นใจในการท่องเที่ยว จึงกำหนดจัดงาน “Bangsak Beach Festival 2022 Seafood and Chill on the Beach”

ภายในงานมีกิจกรรมให้นักท่องเที่ยวได้ฟินและฟันส์กันมากมาย อาทิ กิจกรรมไฟประดับและจุดถ่ายรูป (Fantastic Sea Photo Spot), กิจกรรม D.I.Y ประดิษฐ์ของที่ระลึกจากวัสดุเหลือใช้ (Zero Waste Gift), กิจกรรมเรียนรู้ พายซับบอร์ด และเสิร์ฟสเกต (Sea Sup & Surf Skate Training), กิจกรรมจำหน่ายอาหารทะเลสด ๆ จากกลุ่มประมงพื้นบ้าน (The Beach Seafood & Grill), กิจกรรมการแสดงวัฒนธรรมและดนตรีร่วมสมัย (Music & Show), กิจกรรมท่องเที่ยวกินชิล สินค้าชุมชน จากผู้ประกอบการ จำหน่ายสินค้า อาหาร เครื่องดื่ม (Chic & Chill Market on the Beach), กิจกรรมขบวนรถ รถฟู้ดทรัค (Food Truck Caravan), การแสดงดนตรีจากศิลปินดัง (Free Concert) ได้แก่ “อะตอม ชนกันต์”, และจากศิลปิน “Yes’sir Days” นอกจากนั้น ภายในงานยังมีกิจกรรมการแจกของรางวัลต่าง ๆ อีกมากมายที่น่าสนใจ

ในการจัดงานครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนจาก การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย มีส่วนสำคัญในการประชาสัมพันธ์การจัดงาน สร้างการรับรู้และสร้างความมั่นใจให้แก่นักท่องเที่ยวตามวิถี New Normal และส่งเสริมการท่องเที่ยวภายใต้การบริหารการจัดการงานให้เป็นไปตามมาตรการสาธารณสุขและมาตรฐาน SHA (Amazing Thailand Safety & Health Administration) โดยมีการจัดมาตรการการป้องกันโควิด-19 อย่างเคร่งครัด และมีเจ้าหน้าที่ประจำจุดคัดกรอง ตรวจหลักฐานก่อนเข้าร่วมงาน ตรวจหาเชื้อด้วยวิธี Antigen Test Kit (ATK ) หรือ วิธี RT-PCR ซึ่งต้องมีผลไม่พบเชื้อในระยะเวลาไม่เกิน 72 ชั่วโมง

ก่อนเข้าร่วมภายในงาน หรือผู้เข้าร่วมงาน จะต้องได้รับวัคซีนครบตามเกณฑ์ รายการผู้ผลิตและรายนามวัคซีนโควิด-19 ที่องค์การอนามัยโลก หรือกระทรวงสาธารณสุขกำหนดยี่ห้อใดยี่ห้อหนึ่ง ดังนี้ Sinovac ครบ 2 โดส, AstraZeneca/Oxford ครบ 2 โดส, SK BIOSCIENCE AstraZeneca/Oxford ครบ 2 โดส, Pfizer/BioNTech ครบ 2 โดส, Serum Institute of India ครบ 2 โดส, Janssen Pharmaceutical Companies of Johnson&Johnson ครบ 1 โดส, หรือ Moderna ครบ 2 โดส ซึ่งจะต้องสามารถตรวจสอบได้ ผ่านแอพพลิเคชั่นหมอพร้อม หรือมีเอกสารรับรองติดตัวก่อนเข้าร่วมงาน ออกให้โดย หน่วยงานของรัฐของประเทศ/พื้นที่ต้นทางที่ราชการกำหนด

อย่าลืมมาเที่ยว! ร่วมกิจกรรมดีๆ แบบนี้ ฟรีตลอดทั้งงาน ดูข้อมูลข่าวสารจังหวัดพังงา ได้ที่ http://www.phangnga.go.th/index.php/th/ สอบถามข้อมูลกิจกรรมเพิ่มเติมได้ที่ เพจ Facebook : Bangsak Beach Festival 2022

นวัตกรรมเอไอ ช่วยตรวจมะเร็งปากมดลูกรู้ผลไวใน 1 วินาที

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/healthy/678740

วันที่ 22 มี.ค. 2565 เวลา 08:52 น.นวัตกรรมเอไอ ช่วยตรวจมะเร็งปากมดลูกรู้ผลไวใน 1 วินาที

แพทย์ สจล.แนะหญิงไทยหมั่นคัดกรองมะเร็งปากมดลูก พบผู้ป่วยสูง 6,000 รายต่อปี ชูนวัตกรรมเอไอ ตรวจมะเร็งปากมดลูกรู้ผลไวใน 1 วินาที โดยวิศวกรชีวการแพทย์

ผู้อำนวยการโรงพยาบาลพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหาร (KMC Hospital) และผู้เชี่ยวชาญด้านสูตินรีแพทย์ แนะนำหญิงไทยเข้าตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง แม้เคยได้รับวัคซีน HPV เนื่องจากวัคซีนดังกล่าวสามารถป้องกันเชื้อไวรัสได้เพียงบางสายพันธุ์เท่านั้น ผู้หญิงในวัยเจริญพันธุ์จึงมีโอกาสป่วยเป็นมะเร็งปากมดลูกจากไวรัส HPV สายพันธุ์อื่นได้เช่นกัน โดยที่ผ่านมาพบผู้หญิงไทยป่วยเป็นมะเร็งปากมดลูกกว่า 6,000 คนต่อปี เพื่อให้การตรวจมะเร็งปากมดลูกได้ผลรวดเร็วขึ้นและมีเครื่องมือโดยคนไทย นักวิจัย สจล.จึงได้คิดค้นต้นแบบนวัตกรรม “AI ตรวจมะเร็งปากมดลูก” เพื่อใช้วินิจฉัยโรคมะเร็งปากมดลูกได้รวดเร็วและแม่นยำใน 1 วินาที โดยในอนาคตเตรียมนำไปศึกษาวิจัยกับผู้ป่วยจริง เพื่อวินิจฉัยรอยโรคก่อนเป็นมะเร็งปากมดลูกเป็นลำดับต่อไป

รศ. นพ.ประเสริฐ ตรีวิจิตรศิลป์ รองอธิการบดีฝ่ายการแพทย์และเทคโนโลยีสุขภาพ สจล. ผู้อำนวยการโรงพยาบาลพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหาร (KMC Hospital) และผู้เชี่ยวชาญด้านสูตินรีแพทย์ เผยว่า โรคมะเร็งปากมดลูก เป็นภัยมะเร็งที่คุกคามหญิงไทยสูงมากเป็นอันดับที่ 2 โดยพบผู้ป่วยรายใหม่สูงกว่า 6,000 คนต่อปี โดยมีอัตราการเสียชีวิตเฉลี่ยถึง 14 รายต่อวัน ซึ่งสาเหตุกว่าร้อยละ 99 เกิดจากการติดเชื้อไวรัส HPV ที่สัมผัสทางเพศสัมพันธ์ โดยเชื้อไวรัสจะเข้าไปทำให้เนื้อเยื่อปากมดลูกมีการเปลี่ยนแปลง กลายเป็นรอยโรคเนื้อเยื่อปากมดลูกผิดปกติที่เรียกว่ารอยโรคก่อนเป็นมะเร็ง และกลายเป็นมะเร็งปากมดลูกในที่สุด ซึ่งการเปลี่ยนแปลงตั้งแต่รับเชื้อจนเป็นมะเร็งใช้เวลาอย่างน้อย 5 ปี ดังนั้นผู้หญิงทุกคนจึงควรใส่ใจป้องกันตนเองจากการติดเชื้อไวรัส HPV และเข้ารับการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกอย่างน้อยปีละครั้งติดต่อกันสามปี หากไม่พบเชื้อไวรัส HPV สามารถเว้นระยะได้อีก 2 ปี เนื่องจากเชื้อ HPV จะใช้เวลา 5 ปี ก่อนเกิดโรคมะเร็งปากมดลูก

“อย่างไรก็ตาม แม้ปัจจุบันจะมีวัคซีนป้องกันเชื้อไวรัส HPV แต่วัคซีนดังกล่าวสามารถป้องกันเชื้อไวรัสสายพันธุ์ 16 และ 18 เท่านั้น ยังมีโอกาสที่ผู้หญิงในวัยเจริญพันธุ์สามารถป่วยเป็นโรคมะเร็งปากมดลูกจากเชื้อไวรัส HPV สายพันธุ์อื่น ๆ ได้อีกเช่นกัน ดังนั้นถึงแม้จะฉีดวัคซีนแล้วแต่การตรวจคัดกรองโรคมะเร็งปากมดลูกก็ยังมีความจำเป็น เพราะการพบความผิดปกติตั้งแต่ระยะก่อนเป็นมะเร็งได้จะช่วยลดโอกาสของการเกิดโรคและจำนวนผู้ป่วยลงตามลำดับ”

การตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกมีด้วยกัน 3 วิธี ได้แก่

1.วิธีการเปปสเมียร์หรือการป้ายเซลล์จากมดลูกส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการ

2.การตรวจหาเชื้อ HPV

3. การใช้น้ำส้มสายชูเจือจาง 3-5% ป้ายบนปากมดลูกนาน 1 นาที แล้วสังเกตดูการเปลี่ยนแปลงของสีเยื่อบุปากมดลูกด้วยตาเปล่า

หากพบความผิดปกติก็จะเข้าสู่กระบวนการวินิจฉัยโดยใช้กล้องคอลโปสโคปส่องหาความพบความผิดปกติบริเวณปากมดลูก  โดยแพทย์จะทำการตัดชิ้นเนื้อเพื่อนำไปตรวจเพิ่มเติม หากในอนาคตนักวิจัยไทยสามารถพัฒนากล้องตรวจหามะเร็งปากมดลูกร่วมกับการใช้นวัตกรรมเทคโนโลยีเอไอที่ใช้ได้ผลจริงและมีความแม่นยำสูงก็จะช่วยให้แพทย์ทำการวินิจฉัยได้อย่างรวดเร็วแม่นยำยิ่งขึ้นช่วยทดแทนการนำเข้าอุปกรณ์ทางการแพทย์ราคาสูงจากต่างประเทศได้ สจล. จึงได้สนับสนุนการวิจัยนวัตกรรม AI ตรวจมะเร็งปากมดลูกอัตโนมัติ เพื่อวินิจฉัยโรคมะเร็งปากมดลูก ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการใช้วินิจฉัยจากภาพ เพื่อศึกษาความเป็นไปได้และนำมาศึกษาวิจัยในผู้ป่วยต่อไป รวมทั้งเตรียมขยายการศึกษาวิจัยเพื่อวินิจฉัยรอยโรคก่อนเป็นมะเร็งปากมดลูกอนาคต ซึ่งนวัตกรรมดังกล่าวเป็นหนึ่งในการบูรณาการองค์ความรู้ด้านการแพทย์และวิศวกรรมเข้าด้วยกันเพื่อเอื้อประโยชน์ต่อสังคม ตลอดจนยกระดับคุณภาพชีวิตคนไทย ซึ่ง สจล. ได้ส่งเสริมมาโดยตลอด จนได้รับการจัดอันดับ 1 ของมหาวิทยาลัยไทยที่มีความโดดเด่นด้านงานวิจัย (Research) โดย Times Higher Education World University Rankings 2021 (Asia- Pacific) จากมหาวิทยาลัยชั้นนำทั่วเอเชีย รศ. นพ.ประเสริฐ กล่าว

ดร.วิบูลย์ ปิยวัฒนเมธา อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมชีวการแพทย์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ สจล. นักวิจัยเจ้าของผลงาน กล่าวเสริมว่างานวิจัยดังกล่าวได้รับทุนสนับสนุนจากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย ในวงเงินกว่าหนึ่งล้านบาท โดยทางทีมวิจัยได้พัฒนาทั้งฮาร์ดแวร์และซอฟท์แวร์ทั้งหมดให้มีประสิทธิภาพทัดเทียมหรือดีกว่าการนำเข้าอุปกรณ์ต่างประเทศ โดยฝีมือของนักวิจัยไทยเพื่อช่วยผู้หญิงไทยทราบผลการตรวจมะเร็งและเข้าสู่กระบวนการรักษาได้รวดเร็วขึ้นเพิ่มโอกาสในการรอดชีวิตได้

นวัตกรรม AI ตรวจมะเร็งปากมดลูก ที่ทางทีมวิจัยได้สร้างขึ้นมีจุดเด่น 2 ประการ ได้แก่ 1. มีกล้องคุณภาพสูงจำนวน 2 ตัวทำหน้าที่เก็บภาพปากมดลูกโดยละเอียดและแสดงผลออกมาเป็นภาพสามมิติซึ่งแตกต่างจากกล้องคอลโปสโคปโดยทั่วไปที่ให้ภาพแบบสองมิติ 2.มีเทคโนโลยีเอไอติดตั้งภายในตัวกล้องทำให้สามารถจำแนกภาพเพื่อตรวจหาความผิดปกติที่เกี่ยวข้องกับมะเร็งปากมดลูกได้อย่างรวดเร็ว 3. สามารถส่งผลการตรวจภาพบริเวณที่มีความผิดปกติของปากมดลูกพร้อมกับร้อยละของโอกาสที่จะเป็นมะเร็งปากมดลูกได้พร้อมกันอย่างรวดเร็วใน 1 ในหนึ่งวินาที

ผลการทดลองโดยใช้ภาพถ่ายจากภาพฐานข้อมูลมะเร็งปากมดลูกขององค์การอนามัยโลก (WHO) ได้ผลลัพธ์ออกมาเป็นที่น่าพึงพอใจ โดยค่าความถูกต้อง (Accuracy) อยู่ที่ร้อยละ 85 และค่าความไว (Sensitivity) อยู่ที่ร้อยละ 80  ในอนาคตอันใกล้จะเตรียมนำ AI ตรวจมะเร็งปากมดลูกอัตโนมัติ มาศึกษาความเป็นไปได้ และนำมาศึกษาวิจัยในผู้ป่วยต่อไปในโรงพยาบาลพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหาร และโรงพยาบาลอื่นๆ ที่เป็นพันธมิตรในด้านการวิจัย เช่น โรงพยาบาลรามาธิบดี ศูนย์การแพทย์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี โรงพยาบาลในสังกัดคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ และโรงพยาบาลสิรินธร

จีนพบแล้ว ‘กล่องดำ’ เครื่องบินโดยสารตกปริศนาในกว่างซี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/678922

วันที่ 23 มี.ค. 2565 เวลา 16:55 น.จีนพบแล้ว ‘กล่องดำ’ เครื่องบินโดยสารตกปริศนาในกว่างซี

โศกนาฏกรรมที่ทำให้โลกตะลึง กล่องดำอาจจะช่วยไขปริศนาลึกลับเกี่ยวกับอุบัติเหตุครั้งนี้

หนานหนิง, 23 มี.ค. (ซินหัว) — วันพุธ (23 มี.ค.) ทีมเจ้าหน้าที่กู้ภัย ณ จุดเกิดเหตุเครื่องบินโดยสารตกในเขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วงทางตอนใต้ของจีน เปิดเผยว่าค้นพบกล่องดำของเครื่องบินลำดังกล่าวแล้ว

อนึ่ง เครื่องบินโดยสารของสายการบินไชน่า อีสเทิร์น แอร์ไลน์ส พร้อมผู้โดยสารและลูกเรือรวม 132 คน พุ่งตกในอำเภอเถิงเซี่ยนของกว่างซี เมื่อช่วงบ่ายวันจันทร์ (21 มี.ค.) ที่ผ่านมา

ก่อนหน้านี้ซินหัวรายงานด้วยว่า  จูเทา เจ้าหน้าที่สำนักบริหารการบินพลเรือนแห่งประเทศจีน (CAAC) เปิดเผยว่าเจ้าหน้าที่กู้ภัยพยายามอย่างสุดกำลังเพื่อค้นหากล่องดำของเครื่องบินโดยสารที่บรรทุกผู้โดยสารและลูกเรือรวม 132 คน และพุ่งตกในเขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วงทางตอนใต้ของจีน เมื่อวันจันทร์ (21 มี.ค.)

จู ซึ่งเป็นผู้อำนวยการสำนักงานความปลอดภัยทางการบินของสำนักฯ แถลงข่าวว่าเครื่องบินลำดังกล่าวพังเสียหายอย่างรุนแรง ทำให้การสืบสวนสอบสวนดำเนินไปอย่างยากลำบาก โดยขณะนี้ทีมสืบสวนดำเนินการสอบสวนเต็มรูปแบบตามขั้นตอน ส่วนทีมกู้ภัยสำรวจจุดเกิดเหตุและออกค้นหากล่องดำ

นอกจากนั้นทีมสืบสวนยังได้สำรวจตรวจสอบแง่มุมอื่นๆ อย่างละเอียดอีกด้วย เช่น เที่ยวบิน การบำรุงรักษา การควบคุมการจราจรทางอากาศ อุตุนิยมวิทยา การออกแบบและการผลิตเครื่องบิน โดยทางการจีนยังไม่ทราบเบาะแสของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างชัดเจน เมื่อพิจารณาจากข้อมูลที่มีอยู่ในปัจจุบัน