มือสังหาร “ชินโซ อาเบะ” กล่าวขอโทษครอบครัวอดีตนายกฯ ครั้งแรก

มือสังหาร "ชินโซ อาเบะ" กล่าวขอโทษครอบครัวอดีตนายกฯ ครั้งแรก

5 ธ.ค. 2568 11:52 น.

มือสังหาร “ชินโซ อาเบะ” กล่าวขอโทษครอบครัวอดีตนายกฯ ครั้งแรก

นายเท็ตสึยะ ยามากามิ ผู้ต้องหาในคดีลอบสังหารอดีตนายกรัฐมนตรีชินโซ อาเบะ ของญี่ปุ่น ได้แสดงความรู้สึก “เสียใจอย่างสุดซึ้ง” ต่อครอบครัวอาเบะเป็นครั้งแรกในศาลเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา โดยยอมรับว่าตนเองได้ก่อความทุกข์ทรมานให้แก่ครอบครัวอดีตผู้นำมานานกว่าสามปีครึ่ง

รายงานจากสื่อท้องถิ่นระบุว่า นายเท็ตสึยะ ยามากามิ ซึ่งก่อนหน้านี้ยอมรับสารภาพผิดในข้อหาฆาตกรรม ได้แถลงต่อศาลเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา (4 ธ.ค.) ว่า เขารู้สึก “เสียใจอย่างสุดซึ้ง” ต่อ นางอากิเอะ อาเบะ ภริยาของอดีตนายกรัฐมนตรี ชินโซ อาเบะ

ยามากามิถูกกล่าวหาว่าใช้ปืนที่ผลิตเองลอบยิงอดีตนายกรัฐมนตรีอาเบะ ระหว่างการหาเสียงเลือกตั้งที่เมืองนารา เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2022 จนเป็นเหตุให้นายอาเบะเสียชีวิตที่โรงพยาบาลในวันเดียวกัน การเสียชีวิตของเขาได้สร้างความตกตะลึงไปทั่วโลก

นายยามากามิกล่าวต่อศาล ตามการรายงานของสื่อท้องถิ่นว่า “ผมได้ก่อความทุกข์ทรมาน (ให้แก่ครอบครัว) มาเป็นเวลาสามปีครึ่ง ผมไม่มีข้อแก้ตัวใด ๆ” 

ก่อนหน้านี้ นายยามากามิได้แจ้งกับพนักงานสอบสวนว่า เขาลงมือก่อเหตุเพราะเชื่อว่าอาเบะมีส่วนในการส่งเสริมโบสถ์แห่งความสามัคคี ซึ่งยามากามิอ้างว่าเป็นสาเหตุที่ทำให้มารดาของเขาและครอบครัวต้องประสบภาวะล้มละลาย

ข้อกล่าวหาของยามากามิได้นำไปสู่การสืบสวนลัทธิโบสถ์แห่งความสามัคคี ซึ่งมีต้นกำเนิดในเกาหลีใต้และเป็นที่รู้จักจากการจัดพิธีสมรสหมู่ โดยในเดือนมีนาคมปีนี้ ศาลโตเกียวได้มีคำสั่งยุบลัทธิดังกล่าว ซึ่งประกาศว่าจะ “ต่อสู้คดีจนถึงที่สุด”

โบสถ์แห่งความสามัคคีเคยเป็นที่ถกเถียงในประเด็นทางศาสนาและสังคมมาแล้วก่อนการลอบสังหารอาเบะ โดยมีรายงานว่านายโนบุสึเกะ คิชิ ปู่ของชินโซ อาเบะ ซึ่งเป็นอดีตนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นเช่นกัน เคยมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับโบสถ์นี้ เนื่องจากมีแนวคิดต่อต้านคอมมิวนิสต์ และตัวอาเบะเองก็เคยกล่าวปราศรัยในงานที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มนี้ด้วย

ในการพิจารณาคดีเมื่อเดือนที่แล้ว อัยการได้อ่านแถลงการณ์ของนางอากิเอะ อาเบะ ซึ่งระบุว่า “ความเศร้าโศกจากการสูญเสียสามีจะไม่ได้รับการบรรเทาลงเลย”

ที่มา BBC

ปูตินขู่กองทัพยูเครนต้องถอนกำลังจากดอนบาส หรือรัสเซียอาจต้องใช้กำลัง

ปูตินขู่กองทัพยูเครนต้องถอนกำลังจากดอนบาส หรือรัสเซียอาจต้องใช้กำลัง

5 ธ.ค. 2568 11:25 น.

ปูตินขู่กองทัพยูเครนต้องถอนกำลังจากดอนบาส หรือรัสเซียอาจต้องใช้กำลัง

ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน แห่งรัสเซีย ย้ำจุดยืนที่แข็งกร้าวอย่างชัดเจนว่า กองทัพยูเครนจะต้องถอนกำลังออกจากภูมิภาคดอนบาสทางตะวันออกของประเทศ มิฉะนั้น รัสเซียจะใช้กำลังเข้ายึดครองและปฏิเสธข้อเสนอการประนีประนอมใด ๆ ในการยุติสงคราม แม้จะมีตัวแทนจากสหรัฐฯ เดินทางไปหารือแผนสันติภาพที่มอสโกเมื่อเร็ว ๆ นี้ก็ตาม

นายวลาดิเมียร์ ปูติน ให้สัมภาษณ์กับเว็บไซต์ India Today ก่อนเดินทางเยือนกรุงนิวเดลี โดยกล่าวว่า “เราจะปลดปล่อยดินแดนเหล่านี้ด้วยกำลัง หรือไม่เช่นนั้น กองทัพยูเครนก็จะต้องออกจากดินแดนเหล่านี้” ปัจจุบัน รัสเซียควบคุมพื้นที่ประมาณ 85% ของภูมิภาคดอนบาส

คำกล่าวของปูตินเกิดขึ้นหลังจากที่คณะผู้เจรจาของอดีตประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งนำโดยนาย สตีฟ วิตคอฟฟ์  ผู้แทนพิเศษของสหรัฐฯ ได้เดินทางไปเจรจาที่กรุงมอสโกวเมื่อวันอังคาร (2 ธ.ค.) โดยทรัมป์ระบุว่าผลการหารือนั้น “ค่อนข้างดี” แต่ยังเร็วเกินไปที่จะบอกว่าจะเกิดอะไรขึ้น เนื่องจาก “ต้องอาศัยความร่วมมือของทั้งสองฝ่าย”

อย่างไรก็ตาม นายยูริ อูชาคอฟ ที่ปรึกษานโยบายต่างประเทศอาวุโสและผู้เจรจาคนสำคัญของปูติน กล่าวทันทีหลังการเจรจาว่า “ไม่มีการประนีประนอม” ใด ๆ ในการยุติสงคราม และยังบอกเป็นนัยว่า จุดยืนการเจรจาของรัสเซียแข็งแกร่งขึ้นจากความสำเร็จในสนามรบเมื่อไม่นานมานี้

แผนสันติภาพฉบับเดิมของสหรัฐฯ เสนอให้มีการส่งมอบพื้นที่ดอนบาสที่ยังอยู่ภายใต้การควบคุมของยูเครน ให้ไปอยู่ภายใต้การควบคุมโดยพฤตินัยของปูติน แต่ทีมงานของนายวิตคอฟฟ์ได้นำเสนอแผนที่ที่ถูกปรับแก้ในการเจรจาที่มอสโก ซึ่งปูตินระบุว่า เขาไม่ได้เห็นแผนฉบับใหม่นี้ก่อนการเจรจากับนายวิตคอฟฟ์และนาย จาเรด คุชเนอร์ บุตรเขยของทรัมป์

ปูตินกล่าวว่า พวกเขาต้องทบทวนทุกประเด็น ทำให้การเจรจาใช้เวลานาน และยอมรับว่ารัสเซียไม่เห็นด้วยกับบางส่วนของแผนสหรัฐฯ โดยไม่ได้ระบุว่าข้อขัดแย้งหลักคืออะไร แต่ประเด็นสำคัญที่ยังคงเป็นข้อพิพาทคือชะตากรรมของดินแดนยูเครนที่ถูกรัสเซียยึดไป และหลักประกันความมั่นคงสำหรับยูเครน

ด้านประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกี แห่งยูเครน ได้ปฏิเสธที่จะยกดินแดนให้รัสเซีย และกล่าวหาว่ารัสเซียกำลังถ่วงเวลาข้อตกลงหยุดยิงเพื่อพยายามยึดครองดินแดนยูเครนเพิ่มเติม

นายอันดรีย์ ซิบเฮีย รัฐมนตรีต่างประเทศยูเครน แสดงความเห็นเกี่ยวกับการเจรจาที่รัสเซียว่า ปูตินกำลัง “ทำให้โลกเสียเวลา” โดยยูเครนยืนยันมาตลอดว่า ข้อตกลงใด ๆ จะต้องมี หลักประกันความมั่นคงที่ชัดเจน

ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน คณะผู้เจรจาของยูเครนสามารถทำการเปลี่ยนแปลงสำคัญบางประการในแผนสันติภาพดั้งเดิมของสหรัฐฯ ซึ่งถูกมองว่าเอื้อประโยชน์ต่อรัสเซียอย่างมาก โดยมีการร่าง “กรอบสันติภาพที่ปรับปรุงและกลั่นกรองใหม่” ในการหารือกับคณะผู้แทนสหรัฐฯ ที่นครเจนีวา

ทำเนียบขาวได้ออกแถลงการณ์ว่า ทีมความมั่นคงแห่งชาติของประธานาธิบดีกำลังทำงานอย่างไม่เหน็ดเหนื่อยเพื่อหยุดยั้งความขัดแย้ง และได้จัดการประชุมที่มีประสิทธิผลเพื่อรวบรวมข้อเสนอแนะจากทั้งสองฝ่าย เพื่อส่งเสริมสันติภาพที่ยั่งยืนและบังคับใช้ได้.

ที่มา BBC

กู้คืนได้แล้ว “ไข่ฟาแบร์เช” ล็อกเก็ตรูปไข่ประดับเพชรมูลค่าสูง หลังผู้ต้องสงสัยกลืนลงท้องหนีคดี

กู้คืนได้แล้ว “ไข่ฟาแบร์เช” ล็อกเก็ตรูปไข่ประดับเพชรมูลค่าสูง หลังผู้ต้องสงสัยกลืนลงท้องหนีคดี

5 ธ.ค. 2568 11:06 น.

กู้คืนได้แล้ว “ไข่ฟาแบร์เช” ล็อกเก็ตรูปไข่ประดับเพชรมูลค่าสูง หลังผู้ต้องสงสัยกลืนลงท้องหนีคดี

ตำรวจนิวซีแลนด์ยืนยันว่าสามารถกู้คืนไข่ฟาแบร์เช ล็อกเก็ตรูปไข่ประดับเพชรและไพลินมูลค่าสูง ออกมาจากท้องของผู้ต้องหาวัย 32 ปี ที่พยายามกลืนมันลงไปเพื่ออำพรางหลักฐานได้แล้ว

เจ้าหน้าที่ระบุว่าไข่ล็อกเก็ตมูลค่า NZ$33,585 หรือ ประมาณ 617,000 บาท ถูกนำออกมาจากร่างกายของผู้ก่อเหตุด้วยวิธีตามธรรมชาติ โดยไม่ต้องใช้การรักษาทางการแพทย์ใดๆ

เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อสัปดาห์ก่อน ขณะที่ตำรวจบุกจับผู้ต้องสงสัยภายใน ร้าน Partridge Jewellers ในย่านใจกลางเมืองโอ๊คแลนด์ เพียงไม่กี่นาทีหลังเขาถูกกล่าวหาว่ากลืนเครื่องประดับราคาแพงชิ้นนี้ลงไป

ตามข้อมูลจากเว็บไซต์ของร้าน ผู้ต้องสงสัยได้กลืนล็อกเก็ตรูปไข่ที่ประดับด้วยเพชรสีขาว 60 เม็ด และไพลินสีน้ำเงิน 15 เม็ด ซึ่งด้านในเปิดออกเป็น ปลาหมึกทองคำ 18 กะรัต

เครื่องประดับรุ่นนี้ได้รับแรงบันดาลใจจากภาพยนตร์เจมส์ บอนด์ ปี 1983 เรื่อง Octopussy ซึ่งมีเนื้อเรื่องเกี่ยวกับการโจรกรรมไข่ฟาแบร์เชสุดหรู โดยฟาแบร์เช (Fabergé) เป็นแบรนด์เครื่องประดับระดับโลกที่ก่อตั้งในรัสเซียเมื่อกว่าสองศตวรรษก่อน และมีชื่อเสียงจากไข่ประดับอัญมณีและโลหะมีค่าที่หายากและมีมูลค่าสูง

ตำรวจเผยก่อนหน้านี้ว่าชายผู้ต้องสงสัยได้ผ่านการประเมินด้านการแพทย์แล้ว และเจ้าหน้าที่จำเป็นต้องติดตามอาการของเขาอย่างใกล้ชิดตลอดเวลา จนกว่าเขาจะถ่ายท้องล็อกเก็ตนี้ออกมา

โดยรายงานจาก Radio NZ ระบุว่า เมื่อของกลางออกมาแล้ว ล็อกเก็ตจะถูกส่งกลับไปยังบริษัท Fabergé ตามขั้นตอน ซึ่งนอกจากข้อหาขโมยล็อกเก็ตนี้แล้ว ผู้ต้องสงสัยยังถูกตั้งข้อหาอื่นเพิ่ม รวมถึงขโมย iPad และของใช้สัตว์เลี้ยง โดยผู้ต้องสงสัยรายนี้มีกำหนดขึ้นศาลอีกครั้งในวันที่ 8 ธันวาคม.

ที่มา : BBC

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ นิวซีแลนด์

ไอร์แลนด์-สเปน นำทัพบอยคอตต์ประกวดร้องเพลง “ยูโรวิชัน 2026 หลังอิสราเอลได้สิทธิ์เข้าร่วม

ไอร์แลนด์-สเปน นำทัพบอยคอตต์ประกวดร้องเพลง "ยูโรวิชัน 2026 หลังอิสราเอลได้สิทธิ์เข้าร่วม

5 ธ.ค. 2568 10:39 น.

ไอร์แลนด์-สเปน นำทัพบอยคอตต์ประกวดร้องเพลง “ยูโรวิชัน 2026 หลังอิสราเอลได้สิทธิ์เข้าร่วม

ไอร์แลนด์, สเปน, เนเธอร์แลนด์ และสโลวีเนีย ประกาศถอนตัวจากการประกวดเพลงยูโรวิชันประจำปี 2026 อย่างเป็นทางการ เพื่อประท้วงการตัดสินใจของสหภาพการแพร่ภาพกระจายเสียงแห่งยุโรป (EBU) ที่ยังคงอนุญาตให้อิสราเอลเข้าร่วมแข่งขัน ท่ามกลางวิกฤตสงครามในฉนวนกาซา และข้อกล่าวหาเรื่องการลงคะแนนที่ไม่เป็นธรรม

ความขัดแย้งเกี่ยวกับสถานะของอิสราเอลในเวทียูโรวิชัน 2026  ได้ทวีความรุนแรงขึ้นจนนำไปสู่การบอยคอตต์ครั้งสำคัญ หลังจากการประชุมของสมาชิกสหภาพการแพร่ภาพกระจายเสียงแห่งยุโรป (EBU) ซึ่งเป็นผู้จัดงาน เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา โดยไอร์แลนด์ แถลงว่า “การเข้าร่วมของเรายังคงเป็นสิ่งที่ไม่อาจยอมรับได้ เมื่อพิจารณาถึงความสูญเสียชีวิตอันน่าเศร้าในกาซา และวิกฤตด้านมนุษยธรรมที่ยังคงเป็นภัยคุกคามต่อชีวิตพลเรือนจำนวนมาก”

ส่วนสเปนเรียกร้องให้มีการลงคะแนนลับเกี่ยวกับการแบนอิสราเอล แต่ถูกปฏิเสธ ทำให้สเปนแถลงว่า การตัดสินใจนี้ “เพิ่มความไม่ไว้วางใจต่อการจัดการเทศกาล” และสเปนซึ่งเป็นหนึ่งในกลุ่ม “บิ๊กไฟว์” ที่สนับสนุนทางการเงินรายใหญ่ ได้ยืนยันการถอนตัวจากการแข่งขันและการไม่ถ่ายทอดสดรอบชิงชนะเลิศและรอบรองชนะเลิศ

ด้านเนเธอร์แลนด์ ระบุว่า “การเข้าร่วมภายใต้สถานการณ์ปัจจุบันนั้นเข้ากันไม่ได้กับคุณค่าสาธารณะซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับเรา” ขณะที่สโลวีเนีย ยืนยันว่าจุดยืนของพวกเขายังไม่เปลี่ยนแปลง โดยกล่าวว่าการเปลี่ยนแปลงกฎใหม่ ๆ ไม่ได้เปลี่ยนมุมมองต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น

การประชุมของ EBU ซึ่งมีผู้เข้าร่วมประมาณ 50 องค์กร รวมถึง BBC ได้มีการหารือถึงอนาคตของการแข่งขันที่มีผู้ชมกว่า 150 ล้านคนต่อปี โดยมุ่งเน้นไปที่การรับรองกฎใหม่เพื่อป้องปรามการรณรงค์ลงคะแนนเสียงที่ไม่เป็นธรรม ซึ่งมีข้อกล่าวหาว่าอิสราเอลได้ส่งเสริมผู้เข้าแข่งขันของตนอย่างไม่ยุติธรรมในปีนี้

รายงานข่าวระบุว่า การลงมติยอมรับมาตรการใหม่นี้ผูกมัดกับข้อตกลงที่สมาชิกจะไม่ดำเนินการลงคะแนนเสียงเพื่อพิจารณาสถานะการเข้าร่วมของอิสราเอล ทำให้ EBU ยืนยันว่าสมาชิกที่ต้องการเข้าร่วมและปฏิบัติตามกฎใหม่มีสิทธิ์เข้าร่วมการแข่งขันปี 2026

นายมาร์ติน กรีน ผู้อำนวยการยูโรวิชัน กล่าวแสดงความยินดีที่สมาชิกได้มี “โอกาสถกเถียง” เกี่ยวกับสถานะของอิสราเอล โดยระบุว่า การลงมติแสดงให้เห็นว่าสมาชิกเห็นพ้องต้องกันว่า “ยูโรวิชันไม่ควรถูกใช้เป็นเวทีทางการเมือง แต่ต้องรักษาความเป็นกลางไว้”

ขณะที่ นายไอแซก เฮอร์ซ็อก ประธานาธิบดีอิสราเอล ยกย่องการตัดสินใจของ EBU ว่าเป็น “สัญลักษณ์แห่งชัยชนะเหนือผู้ที่พยายามปิดปากอิสราเอลและเผยแพร่ความเกลียดชัง” โดยหวังว่าการแข่งขันจะยังคงเป็นเวทีที่ยกย่องมิตรภาพระหว่างผู้คนและวัฒนธรรม

ด้าน นายโกลัน ยอชปาซ ซีอีโอของ KAN (สถานีโทรทัศน์ของอิสราเอล) ชี้ว่า ความพยายามตัดสิทธิ์อิสราเอล “สามารถเข้าใจได้ว่าเป็นการบอยคอตทางวัฒนธรรม” และเตือนว่า “การบอยคอตอาจเริ่มต้นที่อิสราเอล แต่มันอาจจบลงที่ใด หรือทำร้ายใครอื่นอีกบ้าง ก็ไม่มีใครรู้”

ทั้งนี้ เยอรมนี  ซึ่งเคยขู่ว่าจะถอนตัวหากอิสราเอลถูกแบน ยินดีกับการตัดสินใจนี้ และตั้งตารอที่จะเข้าร่วมการแข่งขันต่อไป ส่วนกลุ่มประเทศนอร์ดิก ได้แก่ นอร์เวย์ สวีเดน ฟินแลนด์ เดนมาร์ก และไอซ์แลนด์ ออกแถลงการณ์ร่วมว่า “สนับสนุน” การตัดสินใจของ EBU ในการ “จัดการกับจุดอ่อนที่สำคัญ” ของระบบลงคะแนน อย่างไรก็ตามไอซ์แลนด์ จะยังไม่ตัดสินใจขั้นสุดท้ายจนกว่าจะถึงสัปดาห์หน้า ส่วนเบลเยียม ระบุว่าจะ “แจ้งจุดยืนในอีกไม่กี่วันข้างหน้า”

การตัดสินใจของ EBU ครั้งนี้ได้เผยให้เห็นความแตกแยกครั้งใหญ่ในยูโรวิชัน ระหว่างประเทศที่ยืนยันการเข้าร่วมเพื่อสนับสนุนความเป็นกลางทางวัฒนธรรม กับประเทศที่ตัดสินใจบอยคอตด้วยเหตุผลด้านมนุษยธรรมและหลักจริยธรรม.

ที่มา BBC

เกาหลีใต้เตือนภัย “หิมะตกหนักระลอกแรกของฤดูกาล” กรุงโซล แนะประชาชนรับมือสภาพจราจรเป็นอัมพาต

เกาหลีใต้เตือนภัย "หิมะตกหนักระลอกแรกของฤดูกาล" กรุงโซล แนะประชาชนรับมือสภาพจราจรเป็นอัมพาต

5 ธ.ค. 2568 10:32 น.

เกาหลีใต้เตือนภัย “หิมะตกหนักระลอกแรกของฤดูกาล” กรุงโซล แนะประชาชนรับมือสภาพจราจรเป็นอัมพาต

กรุงโซลและพื้นที่โดยรอบเผชิญหิมะตกหนักระลอกแรกของฤดูกาล ทางการต้องออก “ประกาศเตือนภัยพิบัติ” และเตรียมรับมือปัญหาจราจรติดขัด 

วันที่ 4 ธันวาคม 2568 กรมอุตุนิยมวิทยาเกาหลีใต้แถลงว่า ตั้งแต่ช่วงบ่ายแก่ๆ หิมะได้เริ่มตกหนักทั่วกรุงโซลและจังหวัดคยองกี ด้วยอัตราสะสมมากกว่า 5 เซนติเมตรต่อชั่วโมง ทำให้ต้องยกระดับคำเตือนหิมะตกหนักจากระดับ “เฝ้าระวัง” เป็น “ระมัดระวัง”

ทางด้านกระทรวงมหาดไทยสั่งให้ศูนย์บัญชาการรับมือภัยพิบัติและความปลอดภัยแห่งชาติ ตอบสนองฉุกเฉินขั้นที่ 1 ซึ่งเป็นระดับต่ำสุด เพื่อประเมินสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง ขณะที่หิมะเริ่มตกสะสมสูงสุดราว 5 เซนติเมตรในเขตมหานครโซล จังหวัดคังวอนฝั่งตะวันออก และจังหวัดชุงชองใต้ ทางตะวันตกตอนกลาง

ทั้งนี้ หิมะตกหนักทำให้รถยนต์บนทางด่วนสายหลักหลายเส้นเคลื่อนตัวได้ช้า ส่วนบางช่วงต้องปิดการจราจรด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัย ทางการคาดว่า หิมะหรือฝนจะยังตกต่อในพื้นที่ภาคกลางตลอดคืน และอากาศหนาวเย็นจะยังคงต่อเนื่องไปจนถึงวันศุกร์.

ที่มา Yonhap

ทรัมป์จัดพิธีลงนามข้อตกลงสันติภาพ “คองโก–รวันดา” หวังยุติสงครามยืดเยื้อในแอฟริกากลาง

ทรัมป์จัดพิธีลงนามข้อตกลงสันติภาพ "คองโก–รวันดา" หวังยุติสงครามยืดเยื้อในแอฟริกากลาง

5 ธ.ค. 2568 09:50 น.

ทรัมป์จัดพิธีลงนามข้อตกลงสันติภาพ “คองโก–รวันดา” หวังยุติสงครามยืดเยื้อในแอฟริกากลาง

โดนัลด์ ทรัมป์ จัดพิธีลงนามสันติภาพ “คองโก–รวันดา” ผู้นำสองประเทศจับมือกันแน่นแฟ้นลงนาม หวังยุติสงครามยืดเยื้อในแอฟริกากลาง ขณะพื้นที่ภาคตอ.ยังเดือดจากการสู้รบระหว่างทหารกับกองกำลังติดอาวุธ 

วันที่ 5 ธันวาคม 2568 นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เป็นเจ้าภาพจัดพิธีลงนามข้อตกลงสันติภาพระหว่างผู้นำคองโก และรวันดา เพื่อยุติความขัดแย้งที่ยืดเยื้อยาวนานในภูมิภาคแอฟริกากลาง แม้ก่อนหน้าการประชุมจะยังมีการสู้รบปะทุขึ้นในพื้นที่ภาคตะวันออกที่อุดมด้วยทรัพยากรธรรมชาติ

พิธีลงนามจัดขึ้นที่สถาบันสันติภาพ ซึ่งเพิ่งได้รับการเปลี่ยนชื่อเป็น “สถาบันสันติภาพ โดนัลด์ เจ. ทรัมป์”ซึ่งผู้นำสหรัฐฯกล่าวว่า นับเป็นวันแห่งประวัติศาสตร์ของแอฟริกาและของโลก  และแสดงความเชื่อมั่นว่าผู้นำทั้งสองประเทศจะรักษาคำมั่นตามข้อตกลง

กองทัพคองโกกล่าวหา รวันดา ว่าหนุนกองกำลัง M23 และพยายามล้มข้อตกลงสันติภาพ ขณะกลุ่ม M23 โต้กลับว่าเป็นฝ่ายทหารรัฐบาลที่เปิดฉากโจมตีละเมิดการหยุดยิง ความรุนแรงดังกล่าวเกิดขึ้นต่อเนื่องตั้งแต่ต้นปีเมื่อ กองกำลัง M23 เข้ายึดพื้นที่หลายส่วนของภาคตะวันออก ทำให้มีผู้เสียชีวิตนับพันและประชาชนต้องอพยพจำนวนมาก

ทั้งนี้ ประธานาธิบดีเฟลิกซ์ ชิเซเคดี แห่งคองโก และประธานาธิบดีปอล คากาเม แห่งรวันดา ซึ่งเคยปะทะคารมกันมาหลายปี ต่างประกาศสนับสนุนข้อตกลงฉบับนี้ เช่นเดียวกับผู้นำหลายชาติในภูมิภาคที่เข้าร่วมงาน ได้แก่ เคนยา แองโกลา บุรุนดี โตโก และรองประธานาธิบดีอูกันดา.

ที่มา BBC

นักเดินทางโกลาหล สายการบินใหญ่ที่สุดของอินเดียยกเลิกเที่ยวบิน 1,200 เที่ยว

นักเดินทางโกลาหล สายการบินใหญ่ที่สุดของอินเดียยกเลิกเที่ยวบิน 1,200 เที่ยว

5 ธ.ค. 2568 08:46 น.

นักเดินทางโกลาหล สายการบินใหญ่ที่สุดของอินเดียยกเลิกเที่ยวบิน 1,200 เที่ยว

ผู้โดยสารระส่ำ! สายการบิน Indigo สายการบินโลว์คอสต์รายใหญ่ที่สุดของอินเดีย ยกเลิกเที่ยวบินกว่า 1,200 เที่ยวทั่วอินเดีย ผู้โดยสารนับพันติดค้างสนามบิน 

สนามบินทั่วอินเดียปั่นป่วนหนักในวันพฤหัสบดี (4 ธ.ค.) หลังสายการบินโลว์คอสต์รายใหญ่ที่สุดของประเทศอย่าง IndiGo ประกาศยกเลิกเที่ยวบินมากกว่า 1,200 เที่ยว ส่งผลให้ผู้โดยสารหลายพันคนติดค้างเป็นวงกว้าง ขณะที่หน่วยงานกำกับดูแลการบินของอินเดียเร่งสอบสวนเหตุโกลาหลครั้งนี้ทันที

ความวุ่นวายเริ่มตั้งแต่วันจันทร์และลุกลามต่อเนื่อง ผู้โดยสารจำนวนมากโพสต์ข้อความบน X  บรรยายบรรยากาศว่าเป็นความโกลาหลเต็มรูปแบบ บางรายต้องรอเครื่องนานถึง 8 ชั่วโมง โดยอ้างว่าไม่พบเจ้าหน้าที่คอยช่วยเหลือหรือให้ข้อมูลใด ๆ

ข้อมูลจาก IndiGo ระบุว่า 1,232 เที่ยวบินถูกยกเลิกจนถึงวันพุธ ส่วนจำนวนเที่ยวบินล่าช้ายังไม่ชัดเจน โดย IndiGo ชี้แจงว่าการหยุดชะงักของเที่ยวบินเกิดจากปัญหาเทคนิคเฉียบพลัน, สภาพอากาศไม่เอื้ออำนวย, รวมถึงปัญหาเกี่ยวกับกฎในการจัดตารางเวลาพนักงานใหม่ ที่เพิ่งเริ่มใช้เมื่อเดือนก่อน ซึ่งกฎใหม่นี้บังคับให้สายการบินเพิ่มเวลาพักให้กับนักบินและลูกเรือ เพื่อยกระดับความปลอดภัยด้านการบิน แต่ส่งผลให้ IndiGo ยอมรับว่าเกิดผลกระทบเชิงซ้อนที่เลวร้ายลงเรื่อย ๆ จนระบบปฏิบัติการของสายการบินเสียหายอย่างมีนัยสำคัญ โดยทางสายการบินระบุว่ากำลังเร่งแก้ปัญหา ด้วยการจัดหาเที่ยวบินทดแทน, คืนเงินให้ลูกค้า และเร่งฟื้นฟูตารางบินปกติให้เร็วที่สุด

ด้านสำนักงานการบินพลเรือนอินเดีย (DGCA) ได้เปิดการสอบสวนทันที พร้อมสั่งให้ IndiGo ส่งแผนบริหารจัดการเพื่อคลี่คลายสถานการณ์ที่ยืดเยื้อมาตั้งแต่ต้นสัปดาห์

ความปั่นป่วนครั้งนี้ถือเป็น อีกหนึ่งแรงสั่นสะเทือนต่อภาพลักษณ์สายการบินตรงเวลา ของ IndiGo ซึ่งปกติได้รับความเชื่อมั่นสูงจากผู้โดยสาร

ก่อนหน้านี้เพียงสัปดาห์เดียว เครื่องบินของ IndiGo กว่า 200 ลำได้รับผลกระทบ หลัง Airbus ส่งคำเตือนให้สายการบินทั่วโลกกว่า 6,000 ลำอัปเดตระบบเป็นการด่วน

ทั้งนี้อินเดียถือเป็นหนึ่งในตลาดการบินที่ขยายตัวรวดเร็วที่สุด ปริมาณผู้โดยสารทำสถิติสูงสุด 500,000 คนต่อวันในเดือนที่แล้ว ทำให้ความล่าช้าหรือยกเลิกเที่ยวบินจำนวนมากส่งผลกระทบเป็นวงกว้างขึ้นกว่าที่เคย โดยเหตุโกลาหลของ IndiGo จึงถูกจับตามองอย่างมาก เพราะสายการบินนี้ครองส่วนแบ่งตลาดใหญ่ที่สุดในประเทศ.

ที่มา : channelnewsasia

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ สายการบินอินเดีย

รัสเซียสั่งจำกัดใช้ Roblox อ้างปกป้องเด็กจากการถูกหลอก และเนื้อหาผิดกฎหมาย

รัสเซียสั่งจำกัดใช้ Roblox อ้างปกป้องเด็กจากการถูกหลอก และเนื้อหาผิดกฎหมาย

5 ธ.ค. 2568 08:20 น.

รัสเซียสั่งจำกัดใช้ Roblox อ้างปกป้องเด็กจากการถูกหลอก และเนื้อหาผิดกฎหมาย

รัสเซียสั่งบล็อก Roblox แพลตฟอร์มเกมยอดนิยมที่มีผู้ใช้กว่า 8 ล้านคน อ้างเด็กเสี่ยงตกเป็นเหยื่อ แต่ผู้เชี่ยวชาญชี้ชัดไม่ใช่เรื่องความปลอดภัย แต่เป็นเพราะรัฐควบคุมข้อมูลไม่ได้

รัฐบาลรัสเซียเดินหน้าควบคุมอินเทอร์เน็ตเข้มข้นขึ้นอีกขั้น หลัง Roskomnadzor หน่วยงานกำกับสื่อของรัฐ ประกาศ จำกัดการเข้าถึงแพลตฟอร์มเกมออนไลน์ชื่อดัง Roblox โดยให้เหตุผลว่าต้องการปกป้องเด็กและเยาวชนจากเนื้อหาผิดกฎหมาย พร้อมกล่าวหาว่าในเกมมี กลุ่มล่อลวงเด็ก, เนื้อหา LGBT, การปลุกปั่นอาชญากรรมรุนแรง, ความเป็นสุดโต่ง และการก่อการร้าย

สถานีโทรทัศน์ของรัฐ RU-RTR เผยแพร่รายงานพิเศษเตือนภัยผู้ปกครอง โดยหนึ่งในผู้ให้สัมภาษณ์คือ เยคาเตรีนา ปาฟโลวา แม่เด็กหญิงที่ถูกหลอกซื้อสกุลเงินในเกม จนทำให้เธอ สูญเงินกว่า 240,000 รูเบิล หรือราว 3,000 ดอลลาร์ ภายในเวลาเพียง 10 นาที โดยเธอเล่าว่า เด็กเปิดโทรศัพท์พ่อแม่เองได้ เข้าบัญชีธนาคาร แล้วโอนเงินให้มิจฉาชีพได้ง่ายมาก

Roblox ถือเป็นหนึ่งในแพลตฟอร์มเกมยอดนิยมที่สุดของรัสเซีย โดยข้อมูลจาก Mediascope ระบุว่าในเดือนตุลาคมที่ผ่านมา Roblox เป็นเกมยอดนิยมอันดับ 2 ของประเทศ มีผู้เล่นเกือบ 8 ล้านคนต่อเดือน

ด้าน สตานิสลาฟ เซเลซเนฟ ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยไซเบอร์จากองค์กรสิทธิ Net Freedom ให้สัมภาษณ์กับ AP ว่า เหตุผลจริงอาจเป็นเรื่องการควบคุมข้อมูลมากกว่าเนื้อหา เนื่องจากหน่วยงานความมั่นคงอย่าง FSB ไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลในแพลตฟอร์มนี้ได้ ภายใต้กฎหมายรัสเซียปัจจุบัน Roskomnadzor จึงตัดสินใจบล็อกบริการ

รัฐบาลรัสเซียเร่งรัดมาตรการเข้มข้นต่อเนื่อง โดยในวันเดียวกันทางการยังประกาศ จำกัดบริการวิดีโอคอล FaceTime ของ Apple เป็นมาตรการล่าสุดที่สะท้อนถึงความพยายามปิดกั้นการสื่อสารที่รัฐควบคุมไม่ได้

ภายใต้รัฐบาลของประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน มีการวางนโยบายควบคุมอินเทอร์เน็ตดำเนินมาอย่างยาวนาน ผ่านการออกกฎหมายเข้มงวด และบล็อกเว็บไซต์หรือแพลตฟอร์มที่ไม่ให้ความร่วมมือกับรัฐ

โดยหลังรัสเซียเริ่มปฏิบัติการทางทหารในยูเครนเมื่อปี 2022 รัฐบาลได้บล็อกโซเชียลมีเดียหลักอย่าง Twitter, Facebook, Instagram แม้ผู้ใช้จะพยายามหลบด้วย VPN แต่มักถูกบล็อกตามไปด้วย ในปีที่ผ่านมาการเข้าถึง YouTube ก็ถูกทำให้ช้าลงโดยเจตนา ตามรายงานของผู้เชี่ยวชาญด้านอินเทอร์เน็ต

ขณะเดียวกันในปีนี้ รัฐบาลยังสั่งแบนการโทรผ่าน WhatsApp และ Telegram โดยอ้างว่าแอปดังกล่าวถูกใช้ก่ออาชญากรรม พร้อมกันนั้นยังโปรโมตแอปแชตแห่งชาติ ของรัฐชื่อ MAX ซึ่งนักวิจารณ์มองว่าเป็นเครื่องมือสอดส่องประชาชนมากกว่า

ที่มา : france24

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ Roblox

เกาหลีใต้พัฒนาแอปฯ แจ้งเตือนเหยื่อถูกสะกดรอยตาม รู้พิกัดคนร้ายแบบ “เรียลไทม์”

เกาหลีใต้พัฒนาแอปฯ แจ้งเตือนเหยื่อถูกสะกดรอยตาม รู้พิกัดคนร้ายแบบ "เรียลไทม์"

4 ธ.ค. 2568 15:45 น.

เกาหลีใต้พัฒนาแอปฯ แจ้งเตือนเหยื่อถูกสะกดรอยตาม รู้พิกัดคนร้ายแบบ “เรียลไทม์”

กระทรวงยุติธรรมเกาหลีใต้เตรียมเปิดตัวแอปพลิเคชันมือถือใหม่ ให้เหยื่อผู้ถูกสะกดรอย (Stalking) สามารถดูตำแหน่งของผู้กระทำผิดแบบเรียลไทม์บนแผนที่ได้ หากผู้ร้ายที่ถูกติดตามด้วยกำไลอิเล็กทรอนิกส์เข้าใกล้ หลังกฎหมายปัจจุบันให้เพียงแค่การแจ้งเตือนด้วยข้อความเท่านั้น หวังเพิ่มความปลอดภัยให้กับเหยื่อจากอาชญากรรมที่พุ่งสูงขึ้น

ทางการเกาหลีใต้กำลังพัฒนาระบบแอปพลิเคชันบนโทรศัพท์มือถือ เพื่อช่วยให้เหยื่อที่ถูกสะกดรอยตาม สามารถ ติดตามตำแหน่งแบบเรียลไทม์ ของผู้กระทำผิดได้ หากบุคคลดังกล่าวอยู่ใกล้เคียง โดยแอปพลิเคชันนี้เป็นส่วนหนึ่งของการแก้ไขกฎหมายการติดตามด้วยอิเล็กทรอนิกส์ของประเทศที่ได้รับการอนุมัติแล้ว ซึ่งประกาศโดยกระทรวงยุติธรรมเกาหลีใต้เมื่อวันพุธที่ผ่านมา

ปัญหาการสะกดรอยตามได้กลายเป็นประเด็นที่สร้างความกังวลอย่างยิ่งในเกาหลีใต้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังเกิดเหตุอาชญากรรมสะเทือนขวัญที่เกี่ยวข้องกับการสะกดรอยตามที่ถูกนำเสนอเป็นข่าวใหญ่ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา

ภายใต้กฎหมายปัจจุบัน เหยื่อผู้ถูกสะกดรอยตามสามารถรับการแจ้งเตือนผ่านข้อความเมื่อผู้กระทำผิดอยู่ใกล้เคียง แต่การแจ้งเตือนดังกล่าว ไม่สามารถเปิดเผยตำแหน่งที่แน่ชัด ของผู้กระทำผิดได้ ทำให้เหยื่อยากที่จะกำหนดทิศทางเพื่อหลบหนี ซึ่งกระทรวงยุติธรรมระบุว่าเป็นปัญหาสำคัญ

ภายใต้กฎหมายที่ได้รับการปรับปรุงใหม่ เหยื่อจะได้รับอนุญาตให้ดูตำแหน่งของผู้กระทำผิดได้บนแผนที่ผ่านสมาร์ทโฟนของตน ทำให้พวกเขาสามารถอพยพไปยังพื้นที่ปลอดภัยได้อย่างทันท่วงที ทั้งนี้ ทางการจะติดตามการเคลื่อนไหวของผู้กระทำผิดผ่านอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์แบบสวมใส่ หรือกำไล EM

นอกจากนี้ กระทรวงยุติธรรมกำลังดำเนินการรวมระบบติดตามนี้เข้ากับ สายด่วนฉุกเฉินแห่งชาติ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจัดกำลังคุ้มครองเหยื่อได้ตามความจำเป็น ซึ่งคาดว่าการบูรณาการระบบจะแล้วเสร็จในปีหน้า

นักวิจารณ์ได้แสดงความกังวลต่อการแพร่หลายของการสะกดรอยตามในเกาหลีใต้ โดยมองว่านี่เป็นส่วนหนึ่งของปัญหาความรุนแรงต่อผู้หญิงที่กว้างกว่า ทั้งปัญหาการถูกแอบถ่ายด้วยกล้องสอดแนม และการเผชิญกับการคุกคามที่เป็นปฏิปักษ์ต่อแนวคิดสตรีนิยม

ในปี 2022 ความไม่พอใจของสาธารณชนปะทุขึ้นจากเหตุการณ์ฆาตกรรมหญิงสาว โดยอดีตเพื่อนร่วมงานชาย ที่สะกดรอยตามเธอมานานหลายปี แม้เธอจะรายงานต่อตำรวจแล้ว แต่ผู้ก่อเหตุไม่ถูกควบคุมตัวหรือได้รับคำสั่งห้ามเข้าใกล้ เนื่องจากเจ้าหน้าที่ประเมินว่ามีความเสี่ยง “ต่ำ”

ทั้งนี้ เมื่อปี 2021 เกาหลีใต้ได้เริ่มใช้กฎหมายต่อต้านการสะกดรอยตาม ซึ่งมีโทษจำคุกสูงสุด 3 ปี และปรับสูงสุด 30 ล้านวอน (ประมาณ 653,000 บาท) ต่อมาในปี 2023 รัฐสภาเกาหลีใต้ได้แก้ไขกฎหมายเพื่อลดอุปสรรคในการดำเนินคดีกับผู้สะกดรอยตาม

นับตั้งแต่มีการแก้ไขกฎหมาย จำนวนรายงานการสะกดรอยตามก็เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว จาก 7,600 รายงานในปี 2022 เป็นมากกว่า 13,000 รายงาน ในปีที่แล้ว ตามข้อมูลจากกระทรวงยุติธรรม.

ที่มา BBC

สื่อนอกเผยไทยทุ่ม 3.44 พันล้าน เตรียมซื้อ “BARAK MX” ระบบป้องกันภัยทางอากาศจากอิสราเอล

สื่อนอกเผยไทยทุ่ม 3.44 พันล้าน เตรียมซื้อ "BARAK MX" ระบบป้องกันภัยทางอากาศจากอิสราเอล

4 ธ.ค. 2568 15:07 น.

สื่อนอกเผยไทยทุ่ม 3.44 พันล้าน เตรียมซื้อ “BARAK MX” ระบบป้องกันภัยทางอากาศจากอิสราเอล

เว็บไซต์ DEFENCE SECURITY ASIA รายงานว่ากองทัพอากาศไทยเดินหน้าครั้งใหญ่ในรอบ 2 ทศวรรษ ทุ่มงบ 3,440 ล้านบาท เตรียมจัดซื้อระบบป้องกันภัยทางอากาศและขีปนาวุธ “BARAK MX” จากอิสราเอล เพื่อรับมือภัยคุกคามทางอากาศยุคใหม่ ทั้งโดรน ขีปนาวุธร่อน และขีปนาวุธนำวิถี ชี้เป็นระบบ HIMAD ที่ทันสมัยและยืดหยุ่นที่สุดในภูมิภาค ท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียดของอาเซียน

การตัดสินใจของประเทศไทยในการจัดซื้อระบบป้องกันภัยทางอากาศและขีปนาวุธ “BARAK MX” ที่ผลิตโดยอิสราเอล ถือเป็นหนึ่งในความเคลื่อนไหวครั้งสำคัญที่สุดในการปรับปรุงความทันสมัยด้านการป้องกันประเทศของกองทัพอากาศไทยในรอบกว่าสองทศวรรษ ขณะที่ไทยเตรียมพร้อมรับมือกับสภาพแวดล้อมความมั่นคงในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ทวีความผันผวนมากขึ้น

สัญญาจัดซื้อระบบ BARAK MX มีมูลค่า 3.44 พันล้านบาท ซึ่งไม่ได้เป็นเพียงการซื้ออาวุธ แต่เป็นการปรับเทียบกลยุทธ์ระบบป้องกันภัยทางอากาศแบบบูรณาการ (IADS) ของไทยอย่างเด็ดขาด เพื่อปกป้องโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของชาติ ฐานทัพอากาศทางยุทธศาสตร์ และเขตอุตสาหกรรมสำคัญจากภัยคุกคามทางอากาศที่ขยายวงกว้างอย่างรวดเร็ว

ระบบ BARAK MX ได้รับการจัดอันดับให้เป็นหนึ่งในสถาปัตยกรรมด้านการป้องกันภัยทางอากาศพิสัยสูงถึงกลาง (HIMAD) ที่ซับซ้อนที่สุดในโลก มอบขีดความสามารถในการป้องกันหลายชั้น โดยออกแบบมาเพื่อตอบโต้ภัยคุกคามที่หลากหลาย เช่น โดรน ขีปนาวุธร่อน ขีปนาวุธนำวิถี อาวุธปล่อยนำวิถีความแม่นยำสูง อาวุธแบบดักรออยู่กับที่ (Loitering Munitions) และเครื่องบินรบที่เคลื่อนที่รวดเร็ว คุณสมบัตินี้ทำให้ BARAK MX เป็นหนึ่งในระบบที่มีความยืดหยุ่นและพร้อมรับมือกับภัยคุกคามในอนาคตได้ดีที่สุดในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก

การได้มาซึ่งระบบนี้เกิดขึ้นในช่วงที่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้กำลังเข้าสู่ช่วงตึงเครียด จากความขัดแย้งที่เพิ่มขึ้น ตั้งแต่ทะเลจีนใต้ไปจนถึงพื้นที่ชายแดนพม่า ซึ่งเน้นย้ำถึงความจำเป็นเร่งด่วนของไทยในการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานด้านการป้องกันภัยทางอากาศที่ล้าสมัย

การบูรณาการระบบ BARAK MX เข้ากับเครือข่ายป้องกันประเทศของไทย ถือเป็นจุดเปลี่ยนที่ช่วยยกระดับท่าทีด้านการป้องกันของไทยสู่ระดับที่เทียบเคียงได้กับกองทัพที่มีอำนาจขนาดกลาง โดยไทยเป็น สมาชิกอาเซียนรายแรก ที่นำระบบนี้มาใช้งาน ซึ่งอาจเป็นมาตรฐานทางเทคโนโลยีที่ส่งผลต่อการจัดซื้อของประเทศเพื่อนบ้าน

ระบบป้องกันภัยทางอากาศแบบบูรณาการ (IADS) ของกองทัพอากาศไทย ซึ่งริเริ่มในช่วงกลางปี 2020s มุ่งหวังที่จะรวมสินทรัพย์เรดาร์, เครือข่ายบัญชาการและควบคุม (C2), แท่นยิงสกัดกั้น, และระบบขีปนาวุธพื้นสู่อากาศเข้าด้วยกันอย่างราบรื่น เพื่อให้สามารถระบุภัยคุกคามแบบเรียลไทม์ และควบคุมการยิงจากส่วนกลางได้

ระบบ BARAK MX ถูกออกแบบมาเพื่อสภาพแวดล้อมเครือข่ายดังกล่าวโดยเฉพาะ โดยมอบความสามารถในการปรับขนาด การเชื่อมต่อแบบ Plug-and-Play และความสามารถในการขยายพื้นที่ครอบคลุมทั่วประเทศตามความคืบหน้าของโครงการจัดซื้อในระยะถัดไป

การจัดซื้อ BARAK MX ที่ลงนามในปลายปี 2025 นี้ ครอบคลุมชุดยิงที่สมบูรณ์ ประกอบด้วย เรดาร์หลายภารกิจ (Multi-Mission Radars), แท่นยิง, โมดูลบัญชาการและควบคุม (Command-and-Control Modules) และขีปนาวุธสกัดกั้นหลากหลายรูปแบบที่ออกแบบมาเพื่อทำลายภัยคุกคามในระยะใกล้ กลาง และไกล

การส่งมอบมีกำหนดเริ่มต้นในปี 2026 และกองทัพอากาศคาดว่าจะสามารถปฏิบัติการได้อย่างสมบูรณ์ภายในปี 2028 หลังจากผ่านขั้นตอนการฝึกอบรม การจำลองสถานการณ์ และการบูรณาการเข้ากับโครงสร้างเรดาร์และระบบ C2 ที่มีอยู่ของไทย.

ที่มา DEFENCE SECURITY ASIA