อาชญากรทางเพศออนไลน์ที่ฉาวโฉ่ที่สุดของเกาหลีใต้ ถูกตัดสินจำคุกตลอดชีวิต

อาชญากรทางเพศออนไลน์ที่ฉาวโฉ่ที่สุดของเกาหลีใต้ ถูกตัดสินจำคุกตลอดชีวิต

24 พ.ย. 2568 16:38 น.

อาชญากรทางเพศออนไลน์ที่ฉาวโฉ่ที่สุดของเกาหลีใต้ ถูกตัดสินจำคุกตลอดชีวิต

ผู้นำแก๊งอาชญากรรมทางเพศออนไลน์ “Vigilantes” ที่ใช้เทเลแกรมในการผลิตและเผยแพร่วัสดุล่วงละเมิดทางเพศนับพันรายการ ถูกศาลตัดสินจำคุกตลอดชีวิต หลังก่ออาชญากรรมอย่างเป็นระบบและล่อลวงเหยื่อมากกว่า 261 ราย ซึ่งเป็นจำนวนเหยื่อจากการแสวงหาประโยชน์ทางเพศทางไซเบอร์ที่มากที่สุดในประวัติศาสตร์ของเกาหลีใต้

นายคิม นก-วาน วัย 33 ปี ผู้นำแก๊งอาชญากรรมทางเพศบนแอปพลิเคชันเทเลแกรม ถูกศาลเกาหลีใต้ตัดสินลงโทษจำคุกตลอดชีวิตในวันนี้ (24 พ.ย.) หลังจากพบว่าเขาก่ออาชญากรรมที่เกี่ยวข้องกับการผลิตและแลกเปลี่ยนสื่อล่วงละเมิดทางเพศนับพันชิ้น นายคิม นก-วาน เป็นหัวหน้าของกลุ่มที่เรียกตัวเองว่า “Vigilantes” (ศาลเตี้ย) ซึ่งเป็นองค์กรขนาดใหญ่ที่มีรูปแบบคล้ายพีระมิด ทำหน้าที่แบล็กเมล์เหยื่อให้ผลิตเนื้อหาทางเพศที่โจ่งแจ้ง และนำไปเผยแพร่ในห้องสนทนาออนไลน์

ระหว่างเดือนพฤษภาคม 2020 ถึงเดือนมกราคม 2025 กลุ่ม Vigilantes ได้แสวงหาประโยชน์จากเหยื่ออย่างน้อย 261 คน นับเป็นจำนวนเหยื่อจากการแสวงหาประโยชน์ทางเพศทางไซเบอร์ที่สูงที่สุดในประวัติศาสตร์เกาหลีใต้

นายคิม ซึ่งเรียกตัวเองว่า “บาทหลวง” ในกลุ่ม ถูกตัดสินว่ามีความผิดในการก่ออาชญากรรมที่เป็นระบบ รวมถึงการล่วงละเมิดทางเพศต่อผู้เยาว์ และการเผยแพร่ภาพที่แสดงถึงการล่วงละเมิดทางเพศเด็ก

ศาลได้ตัดสินลงโทษเขาในข้อหาจัดตั้งและดำเนินการองค์กรอาชญากรรม, การผลิตและเผยแพร่สื่อแสวงหาประโยชน์ทางเพศและสื่อที่ถ่ายทำอย่างผิดกฎหมาย, การบังคับให้ใช้สื่อที่ถ่ายทำอย่างผิดกฎหมาย และความผิดฐาน “กึ่งข่มขืน” หรือการล่วงละเมิดทางเพศในขณะที่เหยื่อไม่สามารถขัดขืนได้

ศาลระบุว่า “นายคิม กล่าวในศาลว่าเขารู้สึกสำนึกผิด แต่เขาได้ก่ออาชญากรรมนับไม่ถ้วนตลอดสี่ถึงห้าปีที่ผ่านมา” ศาลกล่าวเพิ่มเติมว่า “เมื่อพิจารณาถึงความโหดร้ายของอาชญากรรม และการที่เขาไม่ได้ชดใช้ค่าเสียหายใดๆ ให้แก่เหยื่อ จึงจำเป็นต้องแยกเขาออกจากสังคมอย่างถาวร” 

ตำรวจเปิดเผยว่า นายคิมได้ค้นหาเหยื่อทั้งชายและหญิงผ่านแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย ล่อลวงพวกเขาให้มายังแอปพลิเคชันเทเลแกรม ก่อนจะทำการแบล็กเมล์ โดยเขาเข้าหาผู้ชายที่แสดงความสนใจในการสร้างหรือเผยแพร่ภาพ “Deepfake” และเข้าหาผู้หญิงที่แสดงความสงสัยใคร่รู้เรื่องเพศ จากนั้นเขาจะขู่ว่าจะเปิดเผยข้อมูลส่วนตัวของเหยื่อ หรือรายงานต่อเจ้าหน้าที่ทางการ

เหยื่อบางรายจะถูกเกณฑ์เข้าสู่รูปแบบพีระมิดของ Vigilantes และได้รับตำแหน่งต่างๆ เช่น “ผู้เผยแพร่ศาสนา” และ “มัคนายก” เพื่อให้พวกเขาไปล่อลวงเหยื่อรายอื่นๆ เข้ามาอีก

นายคิมสั่งให้เหยื่อทั้งที่เป็นผู้ใหญ่และเด็กส่ง “รายงานประจำวันรายชั่วโมง” และเขียนจดหมายแสดงความสำนึกผิด หากใครไม่ทำตามจะถูกลงโทษด้วยการบังคับให้ถ่ายภาพเปลือย หรือ ทำร้ายตัวเอง

สื่อแสวงหาประโยชน์ทางเพศที่ผลิตโดยกลุ่ม Vigilantes มีจำนวนมากกว่า 2,000 ชิ้น นอกจากนี้ ในฐานะหัวหน้าแก๊ง นายคิมยังได้ข่มขืนผู้เยาว์หญิงถึง 10 ราย, บังคับให้ผู้หญิงมีเพศสัมพันธ์กับผู้ชายคนอื่น และถ่ายทำตัวเองขณะก่อเหตุรุนแรงจนทำให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บ

จากการสืบสวนพบว่า นายคิมมีส่วนร่วมในช่องและห้องแชทของเทเลแกรมอย่างน้อย 453 ช่อง เพื่อก่ออาชญากรรม โดย 60 ช่องเป็นช่องที่เขาดำเนินการด้วยตนเอง

คดีนี้ถือเป็นครั้งแรกที่เทเลแกรมให้ความร่วมมือกับตำรวจเกาหลีใต้ โดยการให้ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรม ซึ่งช่วยอำนวยความสะดวกในการสืบสวนและนำไปสู่การจับกุมนายคิม

สำนักงานตำรวจแห่งชาติเกาหลี ได้จัดตั้งระบบความร่วมมือในการสอบสวนอย่างเป็นทางการกับเทเลแกรม ในเดือนตุลาคม 2024 ซึ่งทำให้แพลตฟอร์มดังกล่าวสามารถให้ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับทางการได้อย่างเป็นทางการ.

ที่มา BBC

“หาดใหญ่” อพยพทั้งเมือง เตือนพรุ่งนี้ ฝนตกหนัก-น้ำสูงเพิ่ม 1.5 เมตร คาดลดระดับอีก 2 สัปดาห์

"หาดใหญ่" อพยพทั้งเมือง เตือนพรุ่งนี้ ฝนตกหนัก-น้ำสูงเพิ่ม 1.5 เมตร คาดลดระดับอีก 2 สัปดาห์

24 พ.ย. 2568 14:55 น.

“หาดใหญ่” อพยพทั้งเมือง เตือนพรุ่งนี้ ฝนตกหนัก-น้ำสูงเพิ่ม 1.5 เมตร คาดลดระดับอีก 2 สัปดาห์

“หาดใหญ่” อพยพทั้งเมือง เตือนพรุ่งนี้ น้ำสูงเพิ่ม 1.5 เมตร คาดลดระดับอีก 2 สัปดาห์ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ชี้ คลอง ร.1 เส้นหลักระบายน้ำสูงล้นตลิ่ง ต้องปล่อยไหลผ่านไปตามสภาพ พรุ่งนี้ (25 พ.ย. 68) เตรียมรับมือฝนตกหนักสุด

ฝนที่ตกอย่างต่อเนื่องในพื้นที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ตั้งแต่ช่วงเย็นวันที่ 21 พ.ย. 68 ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน บ้านเรือนได้รับความเสียหายเป็นจำนวนมาก ล่าสุดผู้ว่าราชการฯ ประกาศอพยพประชาชนทั้งเมือง โดยคาดว่าปริมาณน้ำจะเพิ่มสูงขึ้น แต่หลายศูนย์อพยพก็ยังมีปัญหาในเรื่องการจัดการ

ทีมข่าวเฉพาะกิจ ไทยรัฐออนไลน์ สอบถามสถานการณ์น้ำท่วมหาดใหญ่ไปยัง นายฐนโรจน์ วรรัฐประเสริฐ ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการน้ำแห่งชาติ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ฝนเมื่อวานนี้ (23 พ.ย. 68) ที่ตกลงมาต่อเนื่อง ทำให้มีมวลน้ำก้อนใหม่ไหลลงมาเพิ่ม คาดว่าจะมีปริมาณมากกว่าระลอกก่อน ส่งผลให้วันนี้ (24 พ.ย. 68) ระดับน้ำในพื้นที่ตอนบนของอำเภอสะเดา จะเพิ่มขึ้นอีกประมาณ 50 เซนติเมตร

โดยมวลน้ำที่หลากลงจากอำเภอสะเดา จะไหลผ่านเข้าสู่อำเภอคลองหอยโข่ง คาดว่าในช่วง 10 ชั่วโมงต่อจากนี้ ระดับน้ำในอำเภอคลองหอยโข่งจะสูงขึ้นอีกประมาณ 30–50 เซนติเมตรจากระดับเดิม

สำหรับสถานการณ์ในตัวเมืองหาดใหญ่ นายฐนโรจน์ระบุว่า ระดับน้ำที่คาดการณ์ในวันพรุ่งนี้ (25 พ.ย. 68) จะเพิ่มสูงขึ้นจากเดิมอีก 1–1.5 เมตร เนื่องจากมีมวลน้ำจากรอบนอก ทั้งจากคลองหวะ คลองต่ำ และคลองวาด ไหลสมทบเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบอยู่แล้วจะมีระดับน้ำสูงขึ้น โดยเฉพาะพื้นที่ริมแม่น้ำ และอาจขยายวงไปยังพื้นที่รอบอำเภอหาดใหญ่เพิ่มเติมเล็กน้อย

ขณะนี้ มวลน้ำกำลังไหลเข้าสู่ตัวเมืองอย่างต่อเนื่อง โดยคลองภูมินาถดำริ (คลอง ร.1) ซึ่งเป็นคลองหลักสำหรับระบายน้ำ ปัจจุบันมีระดับน้ำสูงล้นประตูระบายน้ำทั้งฝั่งตัวเมืองหาดใหญ่และฝั่งคลองอู่ตะเภา ทำให้ไม่สามารถควบคุมการระบายได้ เมื่อมวลน้ำทะลักเข้าคลอง ประตูระบายน้ำจึงต้องปล่อยให้ไหลผ่านไปตามสภาพ

นอกจากนี้ นายฐนโรจน์ยังเผยว่า อ่างเก็บน้ำขนาดกลางหลายแห่งมีระดับน้ำแตะระดับปริ่มทั้งหมด ขณะที่ประตูระบายน้ำคลอง ร.1 ไม่สามารถควบคุมได้แล้ว เนื่องจากมีน้ำไหลล้นข้ามประตู อีกทั้งระบบไฟฟ้าถูกตัดขาด ทำให้ไม่สามารถสั่งการได้ในขณะนี้

ส่วนปริมาณฝน คาดว่าพรุ่งนี้ (25 พ.ย. 68) จะเป็นวันที่มีฝนตกหนักที่สุด ก่อนที่จะเริ่มลดลงในวันถัดไป แม้น้ำจะมาเร็วและระบายออกได้เร็ว แต่ปริมาณน้ำที่ท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำและเขตชุมชนเมือง อาจต้องใช้เวลาระบายอย่างน้อย 2 สัปดาห์ จึงจะเห็นระดับน้ำลดลง ซึ่งหลังจากนั้นจะเข้าสู่ขั้นตอนการฟื้นฟูพื้นที่ต่าง ๆ ที่ได้รับผลกระทบ

“ขณะนี้ฤดูฝนลงมาที่ภาคใต้แล้ว ขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยง ระวังเฝ้าติดตามสถานการณ์น้ำ และรับฟังข่าวสาร เนื่องจากสภาพอากาศแปรปรวน มีฝนตกกระจายทั่วพื้นที่” นายฐนโรจน์กล่าว

ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา สั่งอพยพประชาชนทั้งเมือง

ขณะที่นายรัฐศาสตร์ ชิดชู ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ได้มีคำสั่งด่วนให้ประชาชนในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ อพยพออกจากพื้นที่ทันที โดยให้เข้าสู่จุดอพยพที่ทางราชการจัดเตรียมไว้ ได้แก่ ศูนย์ประชุมนานาชาติ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์, หอประชุมมหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา และทัพเรือภาคที่ 2 จังหวัดสงขลา พร้อมกำชับให้เร่งเคลื่อนย้ายออกจากพื้นที่เสี่ยงโดยเร็วที่สุด เนื่องจากสถานการณ์น้ำท่วมมีความรุนแรงและมีแนวโน้มจะทวีความหนักมากขึ้นทุกชั่วโมง

จังหวัดสงขลาได้ระดมกำลังจากทุกภาคส่วนลงพื้นที่สนับสนุนการอพยพอย่างเต็มที่ เป้าหมายเพื่อเร่งเคลื่อนย้ายประชาชนทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นเด็ก ผู้สูงอายุ ผู้ป่วย และผู้พิการ ให้ถึงพื้นที่ปลอดภัยโดยเร็วที่สุดภายใต้สถานการณ์ที่ยังคงน่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง

ทั้งนี้ จังหวัดสงขลาได้เร่งนำกำลังทุกภาคส่วนลงช่วยเหลือประชาชนแบบเต็มกำลัง มีการตั้ง โรงครัวพระราชทาน 2 แห่ง ในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ สนับสนุนเครื่องสูบน้ำรวม 86 เครื่อง เรือท้องแบน 44 ลำ เรือยาง 21 ลำ และรถยกสูง 83 คัน เพื่อใช้ในการอพยพและขนย้ายประชาชนจากพื้นที่น้ำท่วมหนัก โดยเฉพาะในเขตเทศบาลนครหาดใหญ่

นอกจากนี้ หน่วยงานภาครัฐ ทหาร ปภ. อปท. มูลนิธิฯ และเครือข่ายจิตอาสา ได้ร่วมกันแจกจ่ายข้าวกล่อง น้ำดื่ม และถุงยังชีพอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการอำนวยความสะดวกด้านจราจร การขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูง และสนับสนุนกระสอบทรายให้แก่ประชาชนในพื้นที่เสี่ยง

จีนจัดแข่งขันสุดแหวก หาแชมป์นอนขี้เกียจยาวนานที่สุด ผู้ชนะทำได้นานกว่า 33 ชั่วโมง

จีนจัดแข่งขันสุดแหวก หาแชมป์นอนขี้เกียจยาวนานที่สุด ผู้ชนะทำได้นานกว่า 33 ชั่วโมง

24 พ.ย. 2568 14:29 น.

จีนจัดแข่งขันสุดแหวก หาแชมป์นอนขี้เกียจยาวนานที่สุด ผู้ชนะทำได้นานกว่า 33 ชั่วโมง

จีนจัดแข่งขันสุดพิสดาร ประกวดนอนขี้เกียจ ที่เขตมองโกเลียใน โดยผู้ร่วมแข่งขันต้องนอนนิ่งติดฟูกต่อเนื่องเป็นเวลาหลายชั่วโมง ห้ามลุก ห้ามนั่ง ห้ามออกจากที่นอน และห้ามเข้าห้องน้ำ

โลกโซเชียลต่างแชร์คลิป การจัดการแข่งขันสุดแปลกประหลาดในห้างสรรพสินค้า ในเขตมองโกเลียในของจีน โดยพื้นห้างเต็มไปด้วยฟูกที่นอน และผู้เข้าแข่งขันที่นอนเรียงราย เพื่อร่วมแข่งขันการนอนขี้เกียจ โดยมีผู้เข้าร่วมแข่งขันกว่า 240 คน 

สำหรับกติกาการแข่งขันคือผู้เข้าร่วมจะทำได้เพียงพลิกตัว เล่นมือถือ อ่านหนังสือ หรือสั่งอาหารก็ได้ แต่ไม่สามารถจะลุกขึ้นนั่ง หรือออกจากที่นอนได้ โดยจะไอนุญาตให้ลุกไปเข้าห้องน้ำ ทำให้ผุ้เข้าแข่งขันหลายคนต้องใส่ผ้าอ้อม เพื่อต้องการอยู่ในเกมให้ได้นานที่สุด

การแข่งขันนี้จัดขึ้นเมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายนที่ผ่านมา โดยไม่ได้กำหนดเวลาสิ้นสุด การแข่งขันจะจบลงก็ต่อเมื่อเหลือ 3 คนสุดท้าย โดยผู้จัดงานระบุว่าผู้มีปัญหาสุขภาพ จะไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าร่วมเพื่อความปลอดภัย

อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่า หลังผ่านไป 24 ชั่วโมง มีผู้สละสิทธิ์จำนวนมาก โดยเหลือผู้แข่งขัน 54 คนจากทั้งหมด 240 คน และหลังจากที่ผ่านไปนาน 33 ชั่วโมง 35 นาที ก็ได้ผู้ชนะคือเด็กหนุ่มชาวจีน คว้าเงินรางวัล 3,000 หยวน หรือประมาณ 14,000 บาทไปครอง

การแข่งขันนี้จัดโดยบริษัทเฟอร์นิเจอร์เจ้าหนึ่ง โดยครั้งนี้จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 3 แล้ว นับเป็นกิจกรรมที่สร้างทั้งเสียงหัวเราะ ความแปลกใจ และสีสันในโลกโซเชียลได้ไม่น้อย.

ที่มา Viralpress

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ จีน

สหรัฐฯ–ยูเครน ส่งสัญญาณคืบหน้ากรอบแผนสันติภาพ หลังการเจรจาที่เจนีวา

สหรัฐฯ–ยูเครน ส่งสัญญาณคืบหน้ากรอบแผนสันติภาพ หลังการเจรจาที่เจนีวา

24 พ.ย. 2568 13:29 น.

สหรัฐฯ–ยูเครน ส่งสัญญาณคืบหน้ากรอบแผนสันติภาพ หลังการเจรจาที่เจนีวา

คณะผู้เจรจาจากสหรัฐอเมริกาและยูเครนได้ประกาศร่วมกันว่า การหารือแผนสันติภาพที่ได้รับการสนับสนุนจากสหรัฐฯ ในนครเจนีวา เป็นไปอย่าง “มีประสิทธิผลอย่างมาก” และได้บรรลุข้อตกลงใน “กรอบสันติภาพฉบับปรับปรุง” หลังถูกวิจารณ์ว่าแผนดังกล่าวเอื้อประโยชน์ต่อรัสเซียมากเกินไป โดยมีแผนที่จะทำงานอย่างเข้มข้นต่อไปในอีกไม่กี่วันข้างหน้า

นายมาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ กล่าวว่า มี “ความก้าวหน้าอย่างมหาศาล” ในการปรับปรุงแผนดังกล่าว ซึ่งได้รับการตอบรับอย่างระมัดระวังจากรัสเซีย แต่ถูกวิจารณ์อย่างหนักจากผู้นำในยูเครนและยุโรป ที่มองว่าแผนดังกล่าวมีเนื้อหาที่เอื้อประโยชน์ต่อรัสเซียมากเกินไป

ด้านประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ของยูเครน กล่าวว่า มี “สัญญาณว่าทีมของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ได้ยินสิ่งที่พวกเราต้องการ” ขณะที่นายรูบิโอกล่าวว่า การบรรลุข้อตกลงขั้นสุดท้ายยังคงต้องได้รับการเห็นชอบจากประธานาธิบดีของยูเครนและสหรัฐฯ ก่อนที่จะเสนอต่อรัสเซีย

แม้ว่าฉบับร่างของแผนสันติภาพที่สหรัฐฯ สนับสนุนจะยังไม่ได้ถูกเผยแพร่ทั้งหมด แต่รายละเอียดสำคัญที่รั่วไหลออกมาในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมามีประเด็นที่สร้างความขัดแย้งหลายอย่าง เช่น ยูเครนจะต้องตกลงที่จะถอนทหารออกจากบางส่วนของภูมิภาคโดเนตสก์ตะวันออกที่ยูเครนยังคงควบคุมอยู่ รวมถึงการยอมรับการควบคุมโดยพฤตินัยของรัสเซียเหนือภูมิภาคโดเนตสก์, ลูฮันสก์ และคาบสมุทรไครเมีย ซึ่งรัสเซียผนวกในปี 2014 การตรึงชายแดนของภูมิภาคเคอร์ซอนและซาโปริซเซียทางตอนใต้ของยูเครนตามแนวรบปัจจุบัน

นอกจากนั้น ยูเครนจะต้องตกลงที่จะจำกัดขนาดกองทัพไว้ที่ 600,000 นาย ลดลงจากปัจจุบันที่ประมาณ 880,000 นาย แผนดังกล่าวรวมถึงคำมั่นสัญญาว่ายูเครนจะไม่เข้าร่วมเป็นสมาชิกขององค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (นาโต) แต่จะได้รับ “การรับประกันความมั่นคงที่เชื่อถือได้” แทน

นอกจากนี้ ในเอกสารร่างระบุว่า “เป็นที่คาดหวัง” ว่ารัสเซียจะไม่รุกรานประเทศเพื่อนบ้าน และนาโตจะไม่ขยายตัวเพิ่มเติม และยังเสนอให้รัสเซีย “กลับเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจโลก” ผ่านการยกเลิกมาตรการคว่ำบาตร และเชิญให้รัสเซียกลับเข้าร่วมกลุ่ม G7 และกลายเป็น G8 อีกครั้ง

ความคืบหน้าของการประชุมครั้งนี้เกิดขึ้นเพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังประธานาธิบดีทรัมป์ได้กล่าวหายูเครนว่า “ไม่แสดงความขอบคุณเลยแม้แต่น้อย” ต่อความพยายามของสหรัฐฯ ในการยุติสงคราม พร้อมชี้ว่าประเทศในยุโรป ซึ่งเป็นพันธมิตรที่ภักดีของยูเครนยังคงซื้อน้ำมันจากรัสเซีย

ก่อนหน้านี้ นายรูบิโอและกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ยืนยันว่าแผนสันติภาพนี้เป็นของสหรัฐฯ เอง หลังมีรายงานข่าวว่ากลุ่มวุฒิสมาชิกสหรัฐฯ สองพรรคได้กล่าวอ้างว่า นายรูบิโอเคยบอกพวกเขาว่าฉบับร่างดังกล่าวเป็นข้อเสนอของรัสเซีย ซึ่งทางนายรูบิโอได้ปฏิเสธข้อกล่าวอ้างนั้น โดยระบุว่าแผนนี้ถูกร่างโดยสหรัฐฯ ด้วย “ข้อมูลนำเข้า” จากทั้งรัสเซียและยูเครน.

ที่มา BBC

นักซูโม่ยูเครนคว้าแชมป์สูงสุดของญี่ปุ่น หลังอพยพหนีสงคราม 3 ปี

นักซูโม่ยูเครนคว้าแชมป์สูงสุดของญี่ปุ่น หลังอพยพหนีสงคราม 3 ปี

24 พ.ย. 2568 12:02 น.

นักซูโม่ยูเครนคว้าแชมป์สูงสุดของญี่ปุ่น หลังอพยพหนีสงคราม 3 ปี

วงการซูโม่ญี่ปุ่นสั่นสะเทือน หลังดานีโล ยาฟฮูซิชิน หรือที่รู้จักในชื่อ “อาโอนิชิกิ” (Aonishiki) นักซูโม่ชาวยูเครนวัย 21 ปี กลายเป็นชาวยูเครนคนแรกที่คว้าถ้วยรางวัลจักรพรรดิ (Emperor’s Cup) ในการแข่งขันแกรนด์ซูโม่ทัวร์นาเมนต์ได้สำเร็จ หลังหนีภัยสงครามมาถึงญี่ปุ่นเมื่อปี 2022 และเตรียมสร้างสถิติเลื่อนชั้นสู่ตำแหน่งโอเซกิเร็วที่สุดในประวัติศาสตร์

ดานีโล ยาฟฮูซิชิน นักซูโม่ชาวยูเครนที่ใช้ชื่อในสังเวียนว่า อาโอนิชิกิ (Aonishiki) สร้างปรากฏการณ์อันน่าประทับใจในวงการซูโม่ โดยเขาเป็นชาวยูเครนคนแรกในประวัติศาสตร์ที่สามารถคว้าแชมป์การแข่งขันซูโม่ระดับอีลิต หรือ ถ้วยรางวัลจักรพรรดิ (Emperor’s Cup) มาครองได้สำเร็จ และเป็นนักซูโม่ชาวยุโรปคนแรกในรอบเกือบ 8 ปีที่ทำได้

อาโอนิชิกิ วัย 21 ปี เดินทางมาถึงประเทศญี่ปุ่นในปี 2022 ขณะอายุ 18 ปี ในฐานะผู้ลี้ภัยหลังจากการรุกรานยูเครนโดยรัสเซีย ก่อนจะก้าวเข้าสู่วงการซูโม่มืออาชีพในเวลาอันสั้น

ในการแข่งขันแกรนด์ซูโม่ทัวร์นาเมนต์ 15 วัน ที่เมืองฟุกุโอกะ ประเทศญี่ปุ่น อาโอนิชิกิทำสถิติชนะ 12 แพ้ 3 และสามารถเอาชนะ โยโกซูนะ (Yokozuna) หรือแกรนด์แชมเปี้ยนอย่าง โฮโชริว (Hoshoryu) นักซูโม่ชาวมองโกเลียวัย 26 ปี ซึ่งเป็นแชมป์จากการแข่งขันที่กรุงลอนดอนเมื่อเดือนที่แล้ว ได้ในรอบเพลย์ออฟตัดสินแชมป์

ด้วยผลงานอันยอดเยี่ยมนี้ ทำให้เขาเข้าใกล้การได้รับการเลื่อนขั้นสู่ตำแหน่ง โอเซกิ (Ozeki) ซึ่งเป็นตำแหน่งรองสูงสุดของซูโม่ โดยคาดว่าจะเป็นการเลื่อนขั้นที่รวดเร็วที่สุดในประวัติศาสตร์

เมื่อถูกถามในการสัมภาษณ์หลังพิธีมอบรางวัลว่าเขารู้สึกพอใจกับผลงานตลอดสามปีในวงการซูโม่หรือไม่ อาโอนิชิกิได้ตอบอย่างมุ่งมั่นว่า “ไม่ครับ ผมคิดว่านี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น”

ชื่อ อาโอนิชิกิ ประกอบด้วยตัวอักษรที่มีความหมาย “สีน้ำเงิน” ในภาษาญี่ปุ่น ซึ่งสื่อถึงสีของธงชาติยูเครน เขาเป็นชาวยูเครนคนที่สองเท่านั้นที่ได้เข้าสู่ระดับสูงสุด (Top Division) ของซูโม่ โดยเขามีพื้นฐานจากการฝึกยูโดและมวยปล้ำฟรีสไตล์มาตั้งแต่เจ็ดขวบ

ยาฟฮูซิชินเกิดในภาคกลางของยูเครน และเริ่มเล่นซูโม่ตั้งแต่อายุ 7 ขวบ และคว้าแชมป์ระดับประเทศเมื่ออายุ 17 ปี ด้วยอายุดังกล่าวเขาจึงเกือบถูกเกณฑ์ทหารในยูเครนสำหรับชายหนุ่มอายุ 18 ปีขึ้นไป หลังจากที่รัสเซียบุกยูเครน และเขาต้องลี้ภัยในเยอรมนี ก่อนที่จะย้ายมายังญี่ปุ่น

อาโอนิชิกิเดินทางมาญี่ปุ่นเพียงลำพังในเดือนเมษายน ปี 2022 โดยไม่รู้ภาษาญี่ปุ่น แต่ได้รับความช่วยเหลือจากกัปตันชมรมซูโม่ของมหาวิทยาลัยที่เขาเคยพบในการแข่งขันระดับเยาวชนมาก่อน

ด้วยทักษะอันน่าประทับใจ การพัฒนาอย่างต่อเนื่อง และเทคนิคการเอาชนะคู่ต่อสู้ที่เขาไม่ค่อยนำมาใช้ ทำให้เขาได้รับความชื่นชมจากทั้งนักซูโม่มืออาชีพและแฟน ๆ ทั่วโลก นักวิเคราะห์หลายคนมองว่า อาโอนิชิกิ คือตัวเต็งที่จะเป็นชาวยุโรปคนแรกในประวัติศาสตร์ที่สามารถขึ้นสู่ตำแหน่งโยโกสุนะ (Yokozuna) หรือแกรนด์แชมป์ซูโม่ได้ในอนาคต.

ที่มา BBC AFP

อพยพกว่า 11,000 ราย มาเลเซียวิกฤต น้ำท่วมฉับพลัน 7 รัฐ “กลันตัน” หนักสุด

อพยพกว่า 11,000 ราย มาเลเซียวิกฤต น้ำท่วมฉับพลัน 7 รัฐ "กลันตัน" หนักสุด

24 พ.ย. 2568 11:05 น.

อพยพกว่า 11,000 ราย มาเลเซียวิกฤต น้ำท่วมฉับพลัน 7 รัฐ “กลันตัน” หนักสุด

สถานการณ์น้ำท่วมในมาเลเซียทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง มีผู้ประสบภัยต้องอพยพหนีน้ำแล้วกว่า 11,000 คน ใน 7 รัฐ โดยเฉพาะรัฐกลันตันที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุด ขณะที่ระดับน้ำในแม่น้ำหลายแห่งเพิ่มสูงขึ้น และกรมอุตุนิยมวิทยาออกคำเตือนฝนตกหนักต่อเนื่องถึงวันที่ 25 พ.ย. นี้

ณ เวลา 06.00 น. ของวันนี้ (ตามเวลาท้องถิ่น) มีผู้ประสบภัยน้ำท่วมที่ถูกอพยพทั่วประเทศรวมทั้งสิ้น 11,009 คน จาก 3,839 ครอบครัว ใน 7 รัฐ โดยพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบมี 14 เขต และมีการเปิดศูนย์บรรเทาทุกข์แล้ว 60 แห่ง อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีรายงานผู้เสียชีวิต

รัฐกลันตันได้รับผลกระทบหนักที่สุด มีผู้ประสบภัย 8,228 คน จาก 3,013 ครอบครัว ใน 4 เขต เปิดศูนย์ช่วยเหลือ 33 แห่ง รองลงมาคือเปรัก 907 คน (291 ครอบครัว) ใน 4 เขต เปิด 12 ศูนย์ ส่วนปะลิสมีผู้ประสบภัย 694 คน (201 ครอบครัว) ใน 1 เขต เปิด 5 ศูนย์

รัฐเคดาห์มีผู้ประสบภัย 404 คน (122 ครอบครัว) ใน 1 เขต เปิด 3 ศูนย์ ขณะที่ปีนังมี 381 คน (93 ครอบครัว) ใน 2 เขต เปิด 4 ศูนย์ เตรังกานูรายงาน 369 คน (113 ครอบครัว) เปิด 2 ศูนย์ และเซอลาโงร์มีผู้ประสบภัย 28 คน (6 ครอบครัว) ใน 1 เขต

กรมอุตุนิยมวิทยามาเลเซีย ได้ออกประกาศเตือนสภาพอากาศรุนแรง คาดการณ์ว่าพื้นที่กูลิม บันดาร์ บาฮารู (รัฐเกดะห์), ปีนัง, เปรัก และรัฐกลันตันฝั่งตะวันออก โดยจะมีฝนตกหนักต่อเนื่องถึงวันที่ 25 พ.ย. เช่นเดียวกับรัฐปะลิส, เกดะห์, เปรัก, กลันตัน และตรังกานู 

รายงานระดับน้ำทางไกล  พบว่าระดับน้ำในแม่น้ำสายหลักหลายแห่งยังคงเพิ่มสูงขึ้น อาทิ แม่น้ำสุไหงปุงไก ในรัฐยะโฮร์, แม่น้ำเอนเดาในเมืองเมอร์ซิง รวมถึงสถานีวัดระดับน้ำหลายแห่งในรัฐปะลิสและปีนัง แต่ยังไม่มีแห่งใดที่เกินระดับอันตราย

กรมโยธาธิการมาเลเซียรายงานอุบัติเหตุที่เกี่ยวข้องกับถนนอย่างน้อย 32 จุด ซึ่งรวมถึงการปิดเส้นทาง ดินถล่ม และสะพานเสียหาย ทั้งในรัฐปะลิส ปีนัง และเกดะห์

เขื่อนหลายแห่งมีระดับน้ำใกล้เคียงความจุสูงสุด โดยเฉพาะเขื่อนคงกอก, เบกอก , มาลุต และ ตีมะฮ์ ตาโซะห์ มีระดับน้ำเต็มความจุ 100% ส่วนเขื่อนกูนุง เลดัง มีระดับน้ำอยู่ที่ 98% ขณะที่เขื่อนอื่น ๆ ส่วนใหญ่อยู่ที่ระดับ 70-95%

ศูนย์บัญชาการภัยพิบัติแห่งชาติ (NDCC) ระบุว่า ปฏิบัติการบรรเทาสาธารณภัยระดับชาติยังคงพร้อมเต็มที่ เนื่องจากคาดการณ์ว่าจะมีฝนตกต่อเนื่องในรัฐทางตอนเหนือและชายฝั่งตะวันออกอีก 48–72 ชั่วโมงข้างหน้า.

ที่มา New Straits Times

มาเลเซียเตรียมแบนโซเชียลเด็กต่ำกว่า 16 ปี อีกชาติ เริ่มปี 2026 หวังสกัดภัยออนไลน์

มาเลเซียเตรียมแบนโซเชียลเด็กต่ำกว่า 16 ปี อีกชาติ เริ่มปี 2026 หวังสกัดภัยออนไลน์

24 พ.ย. 2568 11:00 น.

มาเลเซียเตรียมแบนโซเชียลเด็กต่ำกว่า 16 ปี อีกชาติ เริ่มปี 2026 หวังสกัดภัยออนไลน์

รัฐบาลมาเลเซียประกาศแผนจำกัดการใช้โซเชียลมีเดียสำหรับเด็กอายุต่ำกว่า 16 ปี เริ่มปี 2026 เป็นต้นไป ท่ามกลางความกังวลทั่วโลกเกี่ยวกับผลกระทบของโซเชียลต่อสุขภาพจิตและภัยคุกคามบนโลกดิจิทัล

ฟาห์มี ฟัดซิล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมและการสื่อสารของมาเลเซีย ระบุเมื่อวันที่ 23 พ.ย.ว่า รัฐบาลกำลังศึกษากลไกการจำกัดอายุของประเทศต่าง ๆ เช่น ออสเตรเลีย เพื่อปรับใช้ในมาเลเซีย โดยเฉพาะการป้องกันเด็กจากภัยร้ายออนไลน์ ทั้ง การกลั่นแกล้งทางไซเบอร์, มิจฉาชีพหลอกเงิน, ไปจนถึงการล่วงละเมิดทางเพศเด็ก โดยรัฐบาลคาดหวังให้แพลตฟอร์มโซเชียลทุกแห่งปฏิบัติตาม และปิดกั้นการสร้างบัญชีสำหรับผู้ที่อายุต่ำกว่า 16 ปีให้ได้ภายในปีหน้า

หลายประเทศกำลังเดินหน้าในทิศทางเดียวกัน เช่น ออสเตรเลียที่เตรียมสั่งให้แพลตฟอร์มต่าง ๆ ปิดบัญชีโซเชียลของผู้ใช้ต่ำกว่า 16 ปี ตั้งแต่เดือนหน้า ขณะเดียวกัน ฝรั่งเศส สเปน อิตาลี เดนมาร์ก และกรีซ ก็กำลังร่วมทดสอบระบบยืนยันอายุรูปแบบใหม่

ในสหรัฐอเมริกา บริษัทยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีอย่าง TikTok, Snapchat, Google และ Meta (Facebook, Instagram, WhatsApp) ต่างเผชิญคดีฟ้องร้องเกี่ยวกับบทบาทของแพลตฟอร์มต่อวิกฤตสุขภาพจิตในเด็กและวัยรุ่น

ด้านอินโดนีเซีย เพื่อนบ้านของมาเลเซีย เคยประกาศตั้งอายุขั้นต่ำสำหรับผู้ใช้โซเชียล แต่สุดท้ายปรับเป็นกฎเข้มงวดด้านการตรวจจับคอนเทนต์อันตรายแทน

ช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา มาเลเซียเพิ่มการตรวจสอบแพลตฟอร์มโซเชียลอย่างเข้มงวด หลังพบปริมาณคอนเทนต์ที่รัฐมองว่าเป็นภัย ทั้งการพนันออนไลน์ เนื้อหายุยงเกี่ยวกับเชื้อชาติ ศาสนา และสถาบันกษัตริย์ โดยตั้งแต่เดือนมกราคมที่ผ่านมา แพลตฟอร์มหรือบริการที่มีผู้ใช้งานมากกว่า 8 ล้านบัญชีในมาเลเซียต้อง ยื่นขอใบอนุญาตพิเศษ ภายใต้กฎใหม่ที่ถูกบังคับใช้อย่างเป็นทางการ.

ที่มา : channelnewsasia

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ แบนโซเชียลมีเดีย

ออสเตรเลียผวา ไซโคลน “ฟีนา” พัดถล่มดาร์วิน สนามบินปิด เมืองหยุดชะงัก หวั่นซ้ำรอยไซโคลนเทรซี

ออสเตรเลียผวา ไซโคลน "ฟีนา" พัดถล่มดาร์วิน สนามบินปิด เมืองหยุดชะงัก หวั่นซ้ำรอยไซโคลนเทรซี

24 พ.ย. 2568 09:05 น.

ออสเตรเลียผวา ไซโคลน “ฟีนา” พัดถล่มดาร์วิน สนามบินปิด เมืองหยุดชะงัก หวั่นซ้ำรอยไซโคลนเทรซี

เมืองดาร์วินของออสเตรเลียเผชิญสภาพอากาศสุดวิกฤต หลังไซโคลนเขตร้อน “ฟีนา” พัดขึ้นฝั่ง พร้อมลมทำลายล้างสูงถึง 205 กม./ชม. ส่งผลให้สนามบินนานาชาติดาร์วินต้อง ปิดให้บริการต่อเนื่องเป็นวันที่ 2

เมืองดาร์วินในนอร์เทิร์นเทร์ริทอรีของออสเตรเลียรับมือกับไซโคลนเขตร้อน “ฟีนา” ที่พัดขึ้นฝั่งด้วยความเร็วลมถึง 205 กิโลเมตรต่อชั่วโมงเมื่อคืนวันเสาร์ ส่งผลให้สนามบินนานาชาติดาร์วินต้อง ปิดให้บริการเป็นวันที่สอง ในวันอาทิตย์

โดยสำนักงานอุตุนิยมวิทยาออสเตรเลียระบุว่า ฟีนาซึ่งเป็นพายุระดับ 3 เคลื่อนตัวออกจากดาร์วินแล้ว แต่ยังคงสร้างลมกระโชกรุนแรงและฝนหนักอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้หลายพื้นที่ยังมีความเสี่ยงสูงต่อดินโคลนถล่ม ต้นไม้โค่น และเสาไฟฟ้าหักโค่น

สนามบินนานาชาติดาร์วินประกาศปิดทำการตั้งแต่วันเสาร์เพื่อความปลอดภัย และย้ำว่ากำลังเร่งประเมินความเสียหายเพื่อเปิดให้บริการเมื่อปลอดภัยจริงเท่านั้น

ด้านหน่วยงานฉุกเฉิน SecureNT โพสต์เตือนบนโซเชียลว่า ตอนนี้ไม่ใช่เวลามาเที่ยวดูพายุ พร้อมสั่งประชาชนอยู่ให้ห่างเสาไฟและสายไฟแรงสูงที่ถูกพายุโค่นล้มหลายจุดทั่วเมือง

ขณะที่บริษัทไฟฟ้า Power and Water Corporation ระบุว่า ยังไม่สามารถประเมินจำนวนประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากไฟฟ้าดับได้ ต้องรอทีมงานลงพื้นที่สำรวจความเสียหายตั้งแต่เช้าวันอาทิตย์

ด้านสำนักข่าว ABC รายงานว่า หลายบ้านเรือนและโครงสร้างพื้นฐานเสียหายจากแรงลมพายุ แต่โชคดีที่ยังไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส

ก่อนหน้านี้ในเดือนมีนาคม ไซโคลน “อัลเฟรด” ก็เพิ่งพัดถล่มรัฐควีนส์แลนด์ ทำให้โรงเรียนต้องปิดและประชาชนหลายแสนคนไม่มีไฟฟ้าใช้

ทั้งนี้ ไซโคลนฟีนาทำให้ชาวดาร์วินกว่า 140,000 คน หวนนึกถึงความทรงจำอันเจ็บปวดจาก ไซโคลนเทรซีเมื่อ ปี 1974 ที่ทำลายเกือบทั้งเมืองและคร่าชีวิต 66 คน ถือเป็นหนึ่งในภัยพิบัติร้ายแรงที่สุดของออสเตรเลีย.

ที่มา : channelnewsasia

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ ออสเตรเลีย

บทเรียนคนหิวแสง สิงคโปร์เนรเทศ–แบนเข้าประเทศ หนุ่มออสซี่วิ่งประชิดตัว “อารีอานา กรานเด”

บทเรียนคนหิวแสง สิงคโปร์เนรเทศ–แบนเข้าประเทศ หนุ่มออสซี่วิ่งประชิดตัว “อารีอานา กรานเด”

24 พ.ย. 2568 08:40 น.

บทเรียนคนหิวแสง สิงคโปร์เนรเทศ–แบนเข้าประเทศ หนุ่มออสซี่วิ่งประชิดตัว “อารีอานา กรานเด”

สิงคโปร์เนรเทศ “จอห์นสัน เวน” ชายชาวออสเตรเลียวัย 26 ปี ผู้ก่อเหตุวิ่งฝ่าแนวกั้นประชิดตัวนักร้องดัง อารีอานา กรานเด ในงานพรีเมียร์ภาพยนตร์ Wicked: For Good และถูกแบนเข้าประเทศแบบถาวร

สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองสิงคโปร์ระบุเมื่อวันที่ 23 พ.ย.ว่า จอห์นสัน เวน หนุ่มออสเตรเลียวัย 26 ปี ผู้ก่อเหตุวิ่งฝ่าแนวกั้นประชิดตัวนักร้องดัง อารีอานา กรานเด ถูกส่งตัวกลับออสเตรเลียแล้ว และยังมีคำสั่งห้ามเขาเดินทางเข้าประเทศสิงคโปร์แบบถาวร โดยผู้พิพากษาคริสโตเฟอร์ โกห์ ตำหนิพฤติกรรมดังกล่าวว่าเป็นการเรียกร้องความสนใจ และเตือนว่าการทำตัวผิดกฎหมายในสิงคโปร์ย่อมมีผลตามมา

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นระหว่างเวลา 19.00–19.11 น. ของวันที่ 13 พ.ย. ที่ยูนิเวอร์แซล สตูดิโอสิงคโปร์ เมื่อเวนกระโดดข้ามแผงกั้นพุ่งเข้าหากรานเดอย่างไม่ทันตั้งตัว ก่อนเอาแขนคล้องไหล่และกระโดดโลดเต้น ขณะที่นักร้องสาวมีสีหน้าตกใจอย่างชัดเจน ก่อนที่นักแสดงร่วมอย่าง ซินเธีย เอริโว รวมถึงทีมการ์ดต้องรีบเข้าควบคุมสถานการณ์ทันที ท่ามกลางสายตาแฟนคลับหลายร้อยคนที่ตกตะลึง ไม่เพียงเท่านั้น ขณะถูกนำตัวออกจากพื้นที่ เวนยังหันกลับมาและจุวิ่งพุ่งเข้าหานักแสดงสาวอีกครั้ง แต่คราวนี้ถูกเจ้าหน้าที่จับกดกับพื้นทันที

หลังเหตุการณ์ เวนยังมีการโพสต์บนอินสตาแกรมว่า “ได้รับอิสระแล้ว” พร้อมแชร์คลิปเหตุการณ์บน TikTok และ Instagram แถมยังขอบคุณกรานเดอีกต่างหาก จนกลายเป็นไวรัลในสื่อทั่วโลก

อย่างไรก็ตาม ตำรวจตามจับตัวเขาได้ในวันที่ 14 พ.ย. และตั้งข้อหาก่อความเดือดร้อนต่อสาธารณะ ซึ่งต่อมาศาลได้ตัดสินจำคุก 9 วัน

จากการสอบสวนพบว่า นายเวนมีพฤติกรรมลักษณะนี้มาแล้วหลายครั้ง ทั้งในคอนเสิร์ต Katy Perry, The Chainsmokers และ The Weeknd ทำให้หลายฝ่ายมองว่าการลงโทษครั้งนี้เป็นบทเรียนราคาแพง สำหรับคนที่ต้องการสร้างชื่อเสียง หรืออยากเกาะกระแสดาราเพื่อให้ตัวเองอยู่ในแสงด้วยวิธีผิด ๆ.

ที่มา : channelnewsasia

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ อารีอานา กรานเด

รูบิโอเผย มีความคืบหน้าครั้งใหญ่ ในการเจรจาแผนสันติภาพยูเครน

รูบิโอเผย มีความคืบหน้าครั้งใหญ่ ในการเจรจาแผนสันติภาพยูเครน

24 พ.ย. 2568 06:01 น.

รูบิโอเผย มีความคืบหน้าครั้งใหญ่ ในการเจรจาแผนสันติภาพยูเครน

รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ เผยว่า มีความคืบหน้าครั้งใหญ่ในการเจรจาแผนสันติภาพยูเครนที่นครเจนีวา แต่ยังมีประเด็นอีกเล็กน้อยที่พวกเขาต้องแก้ไขกันต่อไป

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 23 พ.ย. 2568 นายมาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศของอิสราเอล กล่าวว่า มีความคืบหน้าอย่างมากในการเจรจาที่นครเจนีวา เพื่อสรุปแผนสันติภาพที่สหรัฐฯ เสนอเพื่อยุติสงครามรัสเซีย-ยูเครน แต่ยังคงมีงานที่ต้องทำอีกเล็กน้อย

นายรูบิโอกล่าวว่า ทีมเจรจาในเจนีวาซึ่งประกอบด้วยตัวเขาและทีมเจ้าหน้าที่จากสหรัฐฯ, ยุโรป และยูเครน “มีวันที่ดีมาก” โดยเป้าหมายหลักของการเจรจาคือการพยายามจัดการกับประเด็นที่ยังไม่ได้รับการแก้ไข ในแผนสันติภาพ 28 ข้อของสหรัฐฯ และฝ่ายที่เกี่ยวข้องบรรลุเป้าหมายนั้นได้ในลักษณะที่เป็นรูปธรรม

อย่างไรก็ตาม นายรูบิโอกล่าวเสริมว่า ข้อตกลงขั้นสุดท้ายใด ๆ ก็ตามจะต้องได้รับการตกลงเห็นชอบโดยประธานาธิบดียูเครนและประธานาธิบดีสหรัฐฯ ก่อนที่ข้อเสนอจะถูกส่งไปยังรัสเซีย และยังมีประเด็นอีกเล็กน้อยที่พวกเขาจำเป็นต้องทำงานต่อไป

ด้านนายโวโลดีเมียร์ เซเลนสกี ประธานาธิบดียูเครนกล่าวว่า มีสัญญาณว่าทีมงานของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กำลังรับฟังเรา

ทั้งนี้ ยูเครนและพันธมิตรยุโรปได้แสดงความกังวลเกี่ยวกับข้อเสนอภายใต้แผนการสันติภาพดังกล่าว ซึ่งถูกมองว่าเข้าข้างรัสเซีย และได้รับการต้อนรับจากวลาดิเมียร์ ปูติน ว่าเป็น “พื้นฐาน” สำหรับการยุติปัญหา ก่อนหน้านี้ เซเลนสกีกล่าวว่า ยูเครน “อาจต้องเผชิญกับทางเลือกที่ยากลำบากมาก คือการสูญเสียศักดิ์ศรี หรือเสี่ยงต่อการสูญเสียพันธมิตรคนสำคัญ”

สื่อหลายสำนักรายงานว่า ร่างแผนสันติภาพ 28 ข้อของสหรัฐฯ นั้นรวมถึงการถอนกำลังทหารยูเครนออกจากพื้นที่ที่พวกเขากำลังควบคุมอยู่ในแคว้นโดเนตสก์ ทางตะวันออกของยูเครน, ยกแคว้นดังกล่าวกับแคว้นลูฮานสก์ที่อยู่ติดกันให้รัสเซีย ในขณะที่ตรึงพรมแดนของแคว้นเคอร์ซอนและแคว้นซาโปริซเซียทางใต้ของยูเครนเอาไว้ตามแนวรบในปัจจุบัน

แผนของสหรัฐฯ ยังจำกัดกำลังทหารของยูเครนไว้ที่ 600,000 นาย จากประมาณ 880,000 นายในปัจจุบัน และที่สำคัญคือ ยูเครนต้องสัญญาว่าจะไม่หาทางเข้าร่วมเป็นสมาชิกของ นาโต อีก แลกกับการที่เคียฟจะได้รับการรับประกันความมั่นคงที่เชื่อถือได้ ซึ่งไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดใดๆ

แผนการของสหรัฐฯ ระบุอีกว่า “คาดหวัง” ว่ารัสเซียจะไม่รุกรานประเทศเพื่อนบ้าน และ NATO จะไม่ขยายตัวเพิ่มเติม พร้อมทั้งเสนอให้รัสเซียกลับเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจโลกอีกครั้ง ด้วยการยกเลิกมาตรการคว่ำบาตร และการเชิญรัสเซียให้กลับเข้าร่วมกลุ่ม G7 ซึ่งเป็นกลุ่มประเทศที่ทรงอำนาจที่สุดในโลก ทำให้กลับมาเป็น G8 อีกครั้ง

ก่อนหน้านี้ นายทรัมป์กล่าวว่า เขาให้เวลายูเครนจนถึงวันพฤหัสบดีที่จะถึงนี้ (27 พ.ย.) เพื่อเห็นชอบข้อเสนอดังกล่าว แต่ต่อมาเขาออกมาระบุว่า นี่ไม่ใช่ “ข้อเสนอสุดท้าย” สำหรับเคียฟ หลังจากที่พันธมิตรของยูเครนจากยุโรป แคนาดา และญี่ปุ่นแสดงความกังวล

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc