สื่ออิหร่านเผย รัฐสภาเล็งผ่านกฎหมาย จำกัดการสัญจรผ่านฮอร์มุซ

สื่ออิหร่านเผย รัฐสภาเล็งผ่านกฎหมาย จำกัดการสัญจรผ่านฮอร์มุซ

3 พ.ค. 2569 04:25 น.

สื่ออิหร่านเผย รัฐสภาเล็งผ่านกฎหมาย จำกัดการสัญจรผ่านฮอร์มุซ

รัฐสภาอิหร่านเตรียมผ่านกฎหมายจำกัดการสัญจรในช่องแคบฮอร์มุซ โดยจะห้ามเรือของอิสราเอลผ่านเด็ดขาด ส่วนเรือศัตรู ต้องจ่ายค่าปฏิกรรมสงครามก่อน

สถานีโทรทัศน์ Press TV ของรัฐบาลอิหร่านรายงานเมื่อวันเสาร์ (2 พ.ค. 2569) ว่า รัฐสภาอิหร่านเตรียมพร้อมที่จะอนุมัติกฎหมายที่จะวางข้อจำกัดว่า เรือประเภทใดบ้างที่ได้รับอนุญาตให้ผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ในขณะที่การเจรจากับสหรัฐฯ ยังคงอยู่ในภาวะชะงักงัน

Press TV รายงานโดยอ้างคำพูดของ อาลี นิกซัด รองประธานรัฐสภาว่า ภายใต้แผนการที่เสนอซึ่งมีทั้งหมด 12 ข้อ เรือของอิสราเอลจะถูกสั่งห้ามผ่านช่องแคบโดยเด็ดขาด ส่วนเรือจาก “ประเทศที่เป็นศัตรู” ซึ่งคาดว่าเป็นสหรัฐฯ จะต้องจ่ายค่าปฏิกรรมสงครามเพื่อขอรับใบอนุญาตก่อนที่จะข้ามทางน้ำแห่งนี้

สื่อดังกล่าวยังรายงานอีกว่า เรือลำอื่นๆ ทั้งหมดจะต้องขออนุญาตจากอิหร่านในการเดินทางผ่านช่องแคบด้วย

มาตรการนี้มีขึ้นในขณะที่การเจรจาระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ อยู่ในภาวะหยุดชะงัก โดยทั้งสองฝ่ายต่างปฏิเสธที่จะยอมถอยในข้อเรียกร้องของตนเอง

เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา อิหร่านได้ยื่นข้อเสนอสันติภาพฉบับแก้ไขต่อคณะผู้เจรจา หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ปฏิเสธข้อเสนอก่อนหน้านี้ อย่างไรก็ตาม นายทรัมป์ออกมาระบุในเวลาต่อมาว่า เขาก็ยังไม่พอใจในข้อเสนอล่าสุดอยู่ดี

ขณะเดียวกัน สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งชาติ IRIB รายงานว่า คาเซ็ม การิบาบาดี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศของอิหร่าน กล่าวเมื่อวันเสาร์ว่า “ตอนนี้ลูกบอลไปอยู่ในฝั่งของอเมริกาแล้ว ว่าจะเลือกเส้นทางแห่งการทูตหรือการเผชิญหน้า”

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

แคลิฟอร์เนียเตรียมออกใบสั่งรถยนต์ไร้คนขับที่ทำผิดกฎจราจร

แคลิฟอร์เนียเตรียมออกใบสั่งรถยนต์ไร้คนขับที่ทำผิดกฎจราจร

3 พ.ค. 2569 03:12 น.

แคลิฟอร์เนียเตรียมออกใบสั่งรถยนต์ไร้คนขับที่ทำผิดกฎจราจร

ทางการแคลิฟอร์เนียออกข้อบังคับใหม่ อนุญาตให้ตำรวจออกใบสั่งรถยนต์อัตโนมัติที่ทำผิดกฎจราจรได้ โดยส่งใบสั่งตรงถึงบริษัทเจ้าของรถ หลังจากที่ผ่านมาไม่เคยทำได้มาก่อน

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อ 2 พ.ค. 2569 กรมยานยนต์ของรัฐแคลิฟอร์เนีย (DMV) ประกาศระเบียบข้อบังคับใหม่เกี่ยวกับยานพาหนะอัตโนมัติ (AV) ซึ่งรวมถึงขั้นตอนที่ตำรวจสามารถออก “หนังสือแจ้งการไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดของ AV” ส่งตรงไปยังบริษัทผู้ผลิตรถยนต์ได้โดยตรง

กฎระเบียบใหม่นี้จะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 กรกฎาคม ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกฎหมายในปี 2024 ที่กำหนดการควบคุมเทคโนโลยีนี้อย่างเข้มงวดมากขึ้น

DMV ของแคลิฟอร์เนียเรียกกฎระเบียบใหม่นี้ว่าเป็น “ข้อบังคับเกี่ยวกับยานพาหนะอัตโนมัติที่ครอบคลุมที่สุดในประเทศ”

ภายใต้กฎเกณฑ์ใหม่ ตำรวจสามารถสั่งปรับบริษัทเจ้าของรถ AV ได้เมื่อยานพาหนะของพวกเขากระทำผิดกฎจราจร นอกจากนี้ กฎดังกล่าวยังกำหนดให้บริษัทต่างๆ ต้องตอบรับการติดต่อจากตำรวจหรือเจ้าหน้าที่ฉุกเฉินอื่นๆ ภายใน 30 วินาที และจะมีการกำหนดโทษปรับหากยานพาหนะเข้าไปในพื้นที่ที่กำลังเกิดเหตุฉุกเฉิน

“แคลิฟอร์เนียยังคงเป็นผู้นำของประเทศในการพัฒนาและนำเทคโนโลยี AV มาใช้ และระเบียบข้อบังคับที่ปรับปรุงใหม่นี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของรัฐในด้านความปลอดภัยสาธารณะ” สตีฟ กอร์ดอน ผู้อำนวยการ DMV ระบุในเอกสารประชาสัมพันธ์

Waymo เป็นหนึ่งในผู้ให้บริการหลักของรถแท็กซี่ไร้คนขับ ในพื้นที่ ซานฟรานซิสโก เบย์ แอเรีย และ ลอสแอนเจลิส เคาน์ตี นอกจากนี้ยังมีอีกหลายบริษัทรวมถึง Tesla ที่ได้รับอนุญาตให้ทดสอบยานพาหนะอัตโนมัติในบางเมืองของแคลิฟอร์เนีย

ที่ผ่านมามีรายงานหลายครั้งเกี่ยวกับรถยนต์อัตโนมัติที่ละเมิดกฎจราจร รวมถึงเหตุการณ์ในช่วงที่เกิดไฟดับในซานฟรานซิสโกเมื่อปีที่แล้ว แต่การไม่มีระเบียบปฏิบัติที่ชัดเจน ทำให้ตำรวจบางนายไม่รู้ว่าควรจะจัดการให้รถยนต์ไร้คนขับเหล่านี้แสดงความรับผิดชอบได้อย่างไร

จากเหตุการณ์เมื่อเดือนกันยายนปีก่อน ตำรวจในเมืองซานบรูโนทางตอนใต้ของซานฟรานซิสโก ระบุว่าพวกเขาพบเห็นรถยนต์อัตโนมัติของ Waymo กลับรถในที่ห้ามกลับตรงบริเวณสัญญาณไฟจราจรต่อหน้าต่อตา แต่เมื่อเจ้าหน้าที่เรียกให้รถหยุด พวกเขากลับไม่สามารถออกใบสั่งได้เนื่องจากไม่มีคนขับที่จะรับใบสั่งนั้นไป เจ้าหน้าที่จึงทำได้เพียงติดต่อแจ้งบริษัทเกี่ยวกับ “ข้อผิดพลาด” ที่เกิดขึ้นแทน

ต่อมาในเดือนธันวาคม เหตุการณ์ไฟดับครั้งใหญ่ในซานฟรานซิสโกส่งผลให้รถยนต์ของ Waymo จำนวนมากจอดค้างอยู่กลางสี่แยกที่พลุกพล่าน ซึ่งยิ่งทำให้สถานการณ์การจราจรที่ติดขัดอยู่แล้วเลวร้ายลงไปอีก

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่จากแผนกดับเพลิงซานฟรานซิสโกยังเคยร้องเรียนหลายครั้ง เกี่ยวกับเหตุการณ์ที่รถแท็กซี่ไร้คนขับเหล่านี้เข้าไปกีดขวางการปฏิบัติงานในสถานการณ์ฉุกเฉิน

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

โจรสลัดโซมาเลีย บุกปล้นเรือบรรทุกน้ำมัน นอกชายฝั่งเยเมน

โจรสลัดโซมาเลีย บุกปล้นเรือบรรทุกน้ำมัน นอกชายฝั่งเยเมน

3 พ.ค. 2569 01:55 น.

โจรสลัดโซมาเลีย บุกปล้นเรือบรรทุกน้ำมัน นอกชายฝั่งเยเมน

โจรสลัดโซมาเลียบุกปล้นเรือบรรทุกน้ำมันลำหนึ่ง นอกชายฝั่งของเยเมน และกำลังพาเรือกลับไปยังโซมาเลีย ถือเป็นเหตุโจรสลัดปล้นเรือครั้งที่ 2 ในรอบ 10 วัน

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อ 2 พ.ค. 2569 อ้างการเปิดเผยของเจ้าหน้าที่ความมั่นคงของโซมาเลียหลายนายว่า โจรสลัดโซมาเลียทำการปล้นเรือบรรทุกน้ำมันลำหนึ่งนอกชายฝั่งของเยเมน สอดคล้องกับรายงานของหน่วยยามฝั่งเยเมนก่อนหน้านี้ว่า เรือบรรทุกน้ำมันชื่อ “เอ็มที ยูเรกา” (MT Eureka) ถูกปล้นและกำลังถูกพาไปยังโซมาเลีย

แหล่งข่าวระบุว่า โจรสลัดบุกเข้ายึดเรือบรรทุกน้ำมันในบริเวณอ่าวเอเดน ใกล้กับท่าเรือกานา (Qana) ของเลบานอน โดยกลุ่มโจรสลัดออกเดินทางมาจากพื้นที่ชายฝั่งอันห่างไกลใกล้กับเมืองกานดาลา (Qandala) ซึ่งตั้งอยู่บริเวณอ่าวเอเดน

นี่ถือเป็นครั้งที่ 2 ในรอบ 10 วันที่มีการจี้ปล้นเรือบรรทุกน้ำมันในพื้นที่ดังกล่าว ต่อจากการจี้เรือ “ออเนอร์ 25” (Honor 25) โดยโจรสลัดโซมาเลียเมื่อวันที่ 22 เมษายนที่ผ่านมา โดยเรือ Honor 25 ลำนั้นกำลังขนส่งน้ำมันจำนวน 18,500 บาร์เรลเพื่อมุ่งหน้าไปยังกรุงโมกาดิชู เมืองหลวงของโซมาเลีย

เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า เรือ MT Eureka จดทะเบียนภายใต้ประเทศโตโก ในแอฟริกาตะวันตก ก่อนจะถูกกลุ่มติดอาวุธบุกยึดเมื่อเวลา 05:00 น. ตามเวลาท้องถิ่น ขณะนี้เรือกำลังลอยลำอยู่ในอ่าวเอเดนระหว่างเยเมนและโซมาเลีย และคาดว่าจะเข้าทอดสมอในน่านน้ำโซมาเลียภายในไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า

ในอีกเหตุการณ์หนึ่ง หน่วยปฏิบัติการด้านการค้าทางทะเลของสหราชอาณาจักร (UKMTO) รายงานเมื่อวันศุกร์ว่า มีกลุ่มบุคคลติดอาวุธบนเรือเร็วเข้าประชิดเรือบรรทุกสินค้าเทกอง (Bulk carrier) ใกล้กับเมืองอัล-มูคาลา ประเทศเยเมน

กลุ่มติดอาวุธดังกล่าวออกเดินทางมาจากพื้นที่ชายฝั่งอันห่างไกล บริเวณเมืองประมงคาลูลา (Caluula) ซึ่งอยู่ห่างจากจุดที่กลุ่มโจรสลัดออกเดินทางไปยึดเรือ MT Eureka ประมาณ 209 กิโลเมตร

ทั้ง 2 เหตุการณ์กำลังบ่งชี้ว่า การปล้นทางทะเลกำลังขยายตัวไปทั่วแนวชายฝั่งอันกว้างใหญ่ของโซมาเลีย ซึ่งถือเป็นแนวชายฝั่งที่ยาวที่สุดในแผ่นดินใหญ่ของแอฟริกา โดยมีความยาวถึง 3,333 กิโลเมตร

ตอนนี้ ทางการโซมาเลียและกองกำลังทางเรือแห่งสหภาพยุโรป (EUNAVFOR) ซึ่งดูแลปฏิบัติการต่อต้านโจรสลัดในน่านน้ำโซมาเลีย ยังไม่ได้ออกมาเคลื่อนไหวใดๆ เกี่ยวกับการจี้เรือครั้งล่าสุดนี้

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

จีนลั่นไม่ยอมรับ สหรัฐฯ คว่ำบาตรโรงกลั่น ฐานซื้อน้ำมันอิหร่าน

จีนลั่นไม่ยอมรับ สหรัฐฯ คว่ำบาตรโรงกลั่น ฐานซื้อน้ำมันอิหร่าน

3 พ.ค. 2569 00:19 น.

จีนลั่นไม่ยอมรับ สหรัฐฯ คว่ำบาตรโรงกลั่น ฐานซื้อน้ำมันอิหร่าน

จีนยืนยัน ไม่ยอมรับและจะไม่ปฏิบัติตามมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ ซึ่งบังคับใช้กับบริษัท 5 แห่งที่บริหารโรงกลั่นน้ำมันขนาดเล็ก ซึ่งสหรัฐฯ ระบุว่า ซื้อน้ำมันจำนวนมากจากอิหร่าน

เมื่อ 2 พ.ค. 2569 กระทรวงพาณิชย์ของจีนแถลงว่า จีนจะไม่ปฏิบัติตามมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ ที่มุ่งเป้าไปยังโรงกลั่นน้ำมันขนาดเล็กของบริษัท 5 แห่ง โทษฐานจัดซื้อน้ำมันจากอิหร่าน ชี้ผิดกฎหมายระหว่างประเทศ

จีนถือเป็นผู้ซื้อน้ำมันรายสำคัญของอิหร่าน โดยส่วนใหญ่เป็นการซื้อขายผ่านโรงกลั่นอิสระขนาดเล็ก หรือที่เรียกกันว่า “โรงกลั่นกาน้ำชา” (teapot refineries) ซึ่งพึ่งพาการใช้น้ำมันดิบราคาถูกจากสาธารณรัฐอิสลามแห่งนี้

ทางด้านสหรัฐอเมริกา ซึ่งพยายามจะตัดวงจรรายได้ของรัฐบาลเตหะราน ยกระดับมาตรการคว่ำบาตรต่อโรงกลั่นขนาดเล็กของจีนมากขึ้น หลังจากเคยมีการคว่ำบาตรลักษณะเดียวกันไปแล้วเมื่อปีก่อน

กระทรวงพาณิชย์จีนระบุว่า มาตรการของสหรัฐฯ “จะไม่ได้รับการยอมรับ นำไปปฏิบัติ หรือปฏิบัติตาม”

มาตรการคว่ำบาตรดังกล่าว “เป็นการสั่งห้ามหรือจำกัดวิสาหกิจของจีนในการดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจ การค้า และกิจกรรมที่เกี่ยวข้องตามปกติกับประเทศที่สามอย่างไม่เหมาะสม… อีกทั้งยังละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศและบรรทัดฐานพื้นฐานที่ใช้ในการดูแลความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ”

“รัฐบาลจีนยืนหยัดคัดค้านการคว่ำบาตรฝ่ายเดียวที่ขาดการอนุมัติจากองค์การสหประชาชาติและไม่มีฐานรองรับในกฎหมายระหว่างประเทศมาโดยตลอด”

ทั้งนี้ การคว่ำบาตรของสหรัฐฯ ครอบคลุมบริษัท 3 แห่งในมณฑลซานตง และอีก 2 แห่งในพื้นที่อื่นๆ ของจีน

เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา รัฐบาลวอชิงตันเพิ่งประกาศคว่ำบาตรบริษัทจีนเพิ่มอีกแห่งคือ “ชิงเต่า ไห่เย่ ออยล์ เทอร์มินัล” (Qingdao Haiye Oil Terminal) โดยระบุว่าบริษัทดังกล่าวได้นำเข้าน้ำมันดิบจากอิหร่านเป็นจำนวน “หลายสิบล้านบาร์เรล” ซึ่งสร้างรายได้ให้แก่เตหะรานหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐ

มาตรการคว่ำบาตรล่าสุดนี้เกิดขึ้นในขณะที่สหรัฐฯ กับอิหร่าน ติดอยู่ในสภาวะชะงักงันทางการทูต โดยยังไม่มีวี่แววว่า ทั้งสองฝ่ายจะหาทางยุติสงครามในตะวันออกกลาง ที่ปะทุขึ้นจากการโจมตีของสหรัฐฯ กับอิสราเอลเมื่อ 28 ก.พ.ที่ผ่านมาได้อย่างไร

อนึ่ง ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ มีกำหนดจะเดินทางเยือนประเทศจีนเพื่อร่วมหารือกับผู้นำ สี จิ้นผิง ในช่วงปลายเดือนนี้

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna

Spirit Airlines ประกาศ “ปิดกิจการ” เซ่นพิษสงครามอิหร่าน

Spirit Airlines ประกาศ “ปิดกิจการ” เซ่นพิษสงครามอิหร่าน

2 พ.ค. 2569 22:42 น.

Spirit Airlines ประกาศ “ปิดกิจการ” เซ่นพิษสงครามอิหร่าน

สปิริต แอร์ไลน์ส สายการบินต้นทุนต่ำพิเศษของสหรัฐฯ ประกาศยุติการดำเนินกิจการแล้ว หลังจากราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นเพราะสงครามอิหร่าน ซ้ำเติมสถานการณ์ของพวกเขาที่ย่ำแย่มากอยู่แล้ว

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า “สปิริต แอร์ไลน์ส” (Spirit Airlines) สายการบินราคาประหยัดที่อยู่ในสภาวะล้มละลาย ยุติการดำเนินกิจการแล้วในวันเสาร์ที่ 2 พ.ค. 2569 นับเป็นสายการบินแห่งแรกในวงการที่ต้องปิดตัวลงด้วยเหตุผลที่เชื่อมโยงกับ “สงครามอิหร่าน” หลังจากพวกเขา ขอความเห็นชอบจากเจ้าหนี้เพื่อรับแผนช่วยเหลือทางการเงินจากรัฐบาลสหรัฐฯ ไม่สำเร็จ

การล่มสลายของสายการบินรายแรกนี้ มีสาเหตุมาจาก ราคาเชื้อเพลิงเครื่องบินที่พุ่งสูงขึ้นถึงสองเท่า ในช่วงสงครามอิหร่านที่ดำเนินมานาน 2 เดือน

เหตุการณ์นี้ถือเป็นความสูญเสียทางการเมืองของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งเสนอเงินช่วยเหลือจำนวน 500 ล้านดอลลาร์สหรัฐเพื่อยื้อชีวิตของ สปิริต แอร์ไลน์ส แม้จะถูกคัดค้านจากที่ปรึกษาใกล้ชิดและสมาชิกพรรครีพับลิกันจำนวนมากในสภาคองเกรสก็ตาม

ทั้งนี้ สปิริต แอร์ไลน์ส ซึ่งเคยมีส่วนแบ่งเที่ยวบินในสหรัฐฯ ถึง 5% ถือเป็นสายการบินขนาดใหญ่ที่สุดของสหรัฐฯ ที่ต้องปิดตัวลงในรอบสองทศวรรษที่ผ่านมา หลังจากพวกเขาเคยมีบทบาทสำคัญในการช่วยควบคุมราคาค่าโดยสารให้ต่ำลง ในตลาดที่ต้องแข่งขันกับสายการบินยักษ์ใหญ่รายอื่นๆ

“เป็นเรื่องน่าเสียใจที่แม้บริษัทจะพยายามอย่างเต็มที่แล้ว แต่ราคาเฉลี่ยของน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วเมื่อเร็วๆ นี้ รวมถึงความกดดันด้านธุรกิจอื่นๆ ได้ส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อแนวโน้มทางการเงินของสปิริต” ทางสายการบินระบุในแถลงการณ์ ซึ่งพวกเขาประกาศ “ยุติการดำเนินงานอย่างเป็นขั้นตอน”

แถลงการณ์ระบุอีกว่า เที่ยวบินทั้งหมดถูกยกเลิกแล้ว พร้อมขอความร่วมมือให้ผู้โดยสารไม่ต้องเดินทางไปยังสนามบิน

ข้อมูลจาก Cirium บริษัทวิเคราะห์ข้อมูลด้านการบินระบุว่า เดิมทีในช่วงระหว่างวันที่ 1-15 พ.ค. สปิริตมีตารางเที่ยวบินภายในประเทศจำนวน 4,119 เที่ยวบินคิดเป็นจำนวนที่นั่งถึง 809,638 ที่นั่ง

ขณะนี้สายการบินทั่วโลกต่างกำลังเผชิญกับราคาน้ำมันเชื้อเพลิงเครื่องบินที่พุ่งสูงขึ้น นับตั้งแต่การสหรัฐฯ กับอิสราเอลเปิดฉากโจมตีอิหร่านเมื่อ 28 ก.พ. ทำให้เตหะรานตอบโต้ด้วยการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันทางทะเลที่สำคัญของโลก จนทำให้เกิดวิกฤตราคาพลังงานพุ่งสูง

สงครามดังกล่าวถือเป็นวิกฤตครั้งรุนแรงที่สุดของอุตสาหกรรมการบินนับตั้งแต่การแพร่ระบาดของโควิด-19 โดยที่ผ่านมา Spirit เองก็ประสบปัญหาในการทำกำไรอยู่แล้วก่อนที่จะต้องมาเผชิญกับวิกฤตราคาน้ำมันในครั้งนี้

สปิริต แอร์ไลน์ส สร้างชื่อเสียงของแบรนด์ด้วยการเสนอค่าโดยสารราคาประหยัดสำหรับนักเดินทางที่เน้นความคุ้มค่าและพร้อมที่จะสละบริการเสริมต่างๆ เช่น การโหลดกระเป๋าหรือการระบุที่นั่ง

ทว่าความต้องการดังกล่าวลดน้อยลงหลังการแพร่ระบาดของโควิด-19 เนื่องจากผู้โดยสารหันไปให้ความสำคัญกับความสะดวกสบายและการเดินทางที่เน้นประสบการณ์มากขึ้น ส่งผลให้สายการบินราคาประหยัดพิเศษ (Ultra-low-cost) แบบ สปิริต แอร์ไลน์ส ต้องดิ้นรนอย่างหนักเพื่อปรับตัว

การปิดตัวลงของ สปิริต จะส่งผลดีต่อคู่แข่งอย่าง “เจ็ทบลู แอร์เวย์ส” (JetBlue Airways) และ “ฟรอนต์เทียร์ แอร์ไลน์ส” (Frontier Airlines) ซึ่งกำลังบอบช้ำจากวิกฤตต้นทุนเช่นกัน โดยในวันศุกร์ที่ผ่านมา หุ้นของ สปิริต ในตลาด Over-the-counter ที่มีความผันผวนสูงร่วงลงถึง 25% ในขณะที่หุ้นของ ฟรอนต์เทียร์ พุ่งขึ้น 10% และ เจ็ทบลู เพิ่มขึ้น 4%

เพื่อเป็นการส่งสัญญาณว่าคู่แข่งพร้อมที่จะเข้ามาแทนที่ในทันที เจ็ทบลู ประกาศขยายบริการที่ท่าอากาศยานฟอร์ต ลอเดอร์เดล ซึ่งเป็นหนึ่งในฐานการบินหลักของสปิริต โดยจะเพิ่มเส้นทางบินใหม่ 11 เมือง และเพิ่มความถี่เที่ยวบินในเส้นทางเดิม

ทรัมป์กล่าวเมื่อวันศุกร์ว่า ทำเนียบขาวได้ยื่นข้อเสนอช่วยเหลือขั้นสุดท้ายให้แก่ สปิริต และบรรดาเจ้าหนี้ หลังจากการเจรจามาถึงทางตันในประเด็นแพ็กเกจเงินสนับสนุนมูลค่า 500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งจะมีส่วนช่วยให้สายการบินสามารถดำเนินกิจการต่อไปได้ในระหว่างเข้าสู่กระบวนการล้มละลาย

“ถ้าเราช่วยพวกเขาได้ เราก็จะทำ แต่เราต้องคำนึงถึงผลประโยชน์ของประเทศเป็นอันดับแรก” ทรัมป์บอกกับผู้สื่อข่าว “ถ้าเราทำได้ เราก็จะทำ แต่มันต้องเป็นข้อตกลงที่ดีเท่านั้น”

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna

จนท.อิหร่านคาด การสู้รบรอบใหม่อาจเกิดขึ้น หลังทรัมป์ไม่พอใจข้อเสนอ

จนท.อิหร่านคาด การสู้รบรอบใหม่อาจเกิดขึ้น หลังทรัมป์ไม่พอใจข้อเสนอ

2 พ.ค. 2569 21:51 น.

จนท.อิหร่านคาด การสู้รบรอบใหม่อาจเกิดขึ้น หลังทรัมป์ไม่พอใจข้อเสนอ

เจ้าหน้าที่ระดับสูงของกองทัพอิหร่านคาดว่า มีความเป็นไปได้ที่การสู้รบกับสหรัฐฯ จะปะทุขึ้นอีกครั้ง หลังโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวว่าไม่พอใจข้อเสนอที่พวกเขาให้ไป พร้อมกล่าวหาสหรัฐฯ ด้วยว่า ไม่ยึดมั่นในคำสัญญา

เมื่อ 2 พ.ค. 2569 นายทหารระดับสูงของกองทัพอิหร่านกล่าวว่า การสู้รบระลอกใหม่ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านนั้น “มีแนวโน้มจะเกิดขึ้น” เพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ระบุว่าเขา “ไม่พอใจ” กับข้อเสนอการเจรจาฉบับใหม่ของอิหร่าน

สงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอล กับอิหร่าน ซึ่งเปิดฉากขึ้นเมื่อ 28 ก.พ. หยุดลงชั่วคราวตั้งแต่ 8 เม.ย. หลังจากมีการทำข้อตกลงหยุดยิง แต่การเจรจาเพื่อยุติสงครามที่เกิดขึ้นหลังจากนั้นประสบความล้มเหลว และจนถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีทีท่าว่าทั้งสองฝ่ายจะกลับไปเจรจากันเป็นครั้งที่สอง

สื่อของรัฐบาลเตหะรานรายงานว่า อิหร่านส่งร่างข้อเสนอฉบับใหม่ให้กับปากีสถานซึ่งเป็นตัวกลางเมื่อเย็นวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา (30 เม.ย.) โดยไม่ได้ลงรายละเอียดเกี่ยวกับเนื้อหาภายใน ก่อนที่ปากีสถานจะส่งข้อเสนอดังกล่าวให้กับฝ่ายสหรัฐฯ

อย่างไรก็ตาม ทรัมป์บอกกับผู้สื่อข่าวในเวลาต่อมาว่า “ตอนนี้ ผมยังไม่พอใจกับสิ่งที่พวกเขานำเสนอ” พร้อมกล่าวโทษว่าที่การเจรจาหยุดชะงักนั้นเป็นผลมาจาก “ความขัดแย้งอย่างรุนแรง” ภายในกลุ่มผู้นำของอิหร่าน

“เราต้องการเข้าไปถล่มพวกเขาให้เละและปิดฉากพวกเขาไปตลอดกาล หรือเราต้องการพยายามทำข้อตกลง?” ทรัมป์กล่าวเสริม พร้อมระบุว่าเขา “ไม่อยากเลือก” ทางเลือกแรก “ในแง่ของมนุษยธรรม”

ต่อมาในระหว่างการกล่าวสุนทรพจน์ช่วงค่ำที่งานอีเวนต์ในเวสต์ปาล์มบีช รัฐฟลอริดา ทรัมป์กล่าวว่า “อาจจะดีกว่า” หากไม่มีการทำข้อตกลงใดๆ กับอิหร่าน โดยเสริมว่า “เพราะเราปล่อยให้เรื่องนี้ดำเนินต่อไปไม่ได้ มันยืดเยื้อมานานเกินไปแล้ว”

ต่อมาในเช้าวันเสาร์ นายโมฮัมหมัด จาฟาร์ อาซาดี บุคคลสำคัญในกองบัญชาการกลางของกองทัพอิหร่าน ออกมากล่าวว่า “ความขัดแย้งระลอกใหม่ระหว่างอิหร่านและสหรัฐฯ มีแนวโน้มจะเกิดขึ้น … หลักฐานต่าง ๆ แสดงให้เห็นว่าสหรัฐฯ ไม่ได้ยึดมั่นในสัญญาหรือข้อตกลงใด ๆ เลย”

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna

สหรัฐเตรียมถอนทหาร 5,000 นายออกจากเยอรมนี หลังนายกฯ เยอรมันวิจารณ์สงครามอิหร่าน

สหรัฐเตรียมถอนทหาร 5,000 นายออกจากเยอรมนี หลังนายกฯ เยอรมันวิจารณ์สงครามอิหร่าน

2 พ.ค. 2569 11:26 น.

สหรัฐเตรียมถอนทหาร 5,000 นายออกจากเยอรมนี หลังนายกฯ เยอรมันวิจารณ์สงครามอิหร่าน

สหรัฐฯ ประกาศเตรียมถอนทหาร 5,000 นายออกจากเยอรมนี ภายใน 1 ปี ท่ามกลางความตึงเครียดระหว่างโดนัลด์ ทรัมป์ กับผู้นำเยอรมนี หลังวิจารณ์สหรัฐทำสงครามอิหร่านไร้ยุทธศาสตร์ชัดเจน

วันที่ 1 พฤษภาคม 2569 นายฌอน พาร์เนลล์ โฆษกกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ แถลงว่าจะดำเนินการถอนทหารอเมริกันประมาณ 5,000 นายออกจากเยอรมนี ภายในช่วง 6-12 เดือนข้างหน้า หลังจากได้มีสหรัฐฯได้ทบทวนยุทธศาสตร์ทางทหารของสหรัฐในยุโรป รวมถึงประเมินสถานการณ์ด้านความมั่นคงในภูมิภาค

ท่าทีของสหรัฐมีขึ้นหลังจากประธานาธิบดีทรัมป์ กล่าวแสดงความไม่พอใจต่อคำวิจารณ์ของนายกรัฐมนตรีเยอรมนี เฟรดริช เมิร์ซ เกี่ยวกับสงครามระหว่างสหรัฐกับอิหร่าน ซึ่งผู้นำเยอรมนีกล่าวระหว่างเยี่ยมโรงเรียนแห่งหนึ่งในเยอรมนีเมื่อวันจันทร์ว่า สหรัฐกำลังถูกอิหร่านทำให้อับอาย และมองว่าสงครามครั้งนี้ขาดการวางแผนที่รอบคอบอย่างยิ่ง ผู้นำเยอรมนียังระบุว่า อิหร่านมีความเชี่ยวชาญในการไม่เจรจา พร้อมยกตัวอย่างกรณีที่คณะผู้แทนสหรัฐเดินทางไปยังปากีสถานแต่กลับออกมาโดยไม่มีความคืบหน้าใดๆ

ต่อมา ทรัมป์ตอบโต้ว่า นายกรัฐมนตรีเมิร์ซไม่รู้ว่ากำลังพูดเรื่องอะไร ก่อนประกาศว่ารัฐบาลสหรัฐกำลังพิจารณาลดกำลังทหารในเยอรมนี โดยก่อนหน้านี้ ทรัมป์เคยขู่ถอนทหารออกจากเยอรมนีมาแล้วในปี 2563 ระหว่างดำรงตำแหน่งสมัยแรก ขณะที่นายกรัฐมนตรีเยอรมนีในขณะนั้นคือนางแองเกลา แมร์เคิล 

ทั้งนี้ เยอรมนีเป็นฐานยุทธศาสตร์สำคัญของสหรัฐในยุโรป โดยเป็นที่ตั้งของฐานทัพอากาศแรมสไตน์ ซึ่งเป็นศูนย์บัญชาการกองทัพอากาศสหรัฐในยุโรป รวมถึงฐานปฏิบัติการของนาโต โดยข้อมูลจากศูนย์ข้อมูลกำลังพลกลาโหมสหรัฐระบุว่า ณ เดือนธันวาคม 2568 มีทหารสหรัฐประจำการถาวรในเยอรมนีทั้งหมด 36,436 นาย ดังนั้นแม้หลังการถอนกำลัง สหรัฐจะยังคงมีกำลังพลประจำการในเยอรมนีกว่า 30,000 นาย.

ที่มา CNN 

ทรัมป์จ่อขึ้นภาษีนำเข้ารถยุโรปเป็น 25% จุดชนวนศึกการค้ารอบใหม่

ทรัมป์จ่อขึ้นภาษีนำเข้ารถยุโรปเป็น 25% จุดชนวนศึกการค้ารอบใหม่

2 พ.ค. 2569 08:12 น.

ทรัมป์จ่อขึ้นภาษีนำเข้ารถยุโรปเป็น 25% จุดชนวนศึกการค้ารอบใหม่

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ประกาศเตรียมปรับขึ้นภาษีนำเข้ารถยนต์และรถบรรทุกจากสหภาพยุโรป เป็น 25% ในสัปดาห์หน้า นับเป็นการยกระดับความตึงเครียดทางการค้าระหว่างสหรัฐกับยุโรปครั้งใหม่

วันที่ 1 พฤษภาคม 2569 ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ประกาศเตรียมปรับขึ้นภาษีนำเข้ารถยนต์และรถบรรทุกจากสหภาพยุโรป เป็น 25% ในสัปดาห์หน้า โดยทรัมป์กล่าวหาอียูว่า ไม่ปฏิบัติตามข้อตกลงการค้าที่ตกลงร่วมกันไว้อย่างสมบูรณ์ แต่ไม่ได้ระบุรายละเอียดเพิ่มเติมว่าฝ่ายยุโรปละเมิดข้อตกลงในประเด็นใด โดยคำกล่าวของทรัมป์ นับเป็นการยกระดับความตึงเครียดทางการค้าระหว่างสหรัฐกับยุโรปครั้งใหม่

ด้านคณะกรรมาธิการยุโรปตอบโต้ว่า อียูยังคงปฏิบัติตามพันธกรณีข้อตกลง พร้อมยืนยันว่าจะเปิดทุกทางเลือกเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของยุโรป

ความเคลื่อนไหวครั้งนี้เกิดขึ้นไม่ถึง 1 ปี หลังสหรัฐและอียูบรรลุข้อตกลงการค้าที่สนามกอล์ฟเทิร์นเบอร์รีของทรัมป์ในสกอตแลนด์ ซึ่งกำหนดอัตราภาษีสินค้าส่วนใหญ่จากยุโรปไว้ที่ 15% และช่วยหลีกเลี่ยงมาตรการภาษี 30% ที่ทรัมป์เคยขู่จะใช้ภายใต้นโยบายด้านภาษีของทรัมป์.

สหรัฐคว่ำบาตรอิหร่านรอบใหม่ เตือนบริษัทเดินเรือห้ามจ่ายค่าผ่านทาง ช่องแคบฮอร์มุซ

สหรัฐคว่ำบาตรอิหร่านรอบใหม่ เตือนบริษัทเดินเรือห้ามจ่ายค่าผ่านทาง ช่องแคบฮอร์มุซ

2 พ.ค. 2569 05:51 น.

สหรัฐคว่ำบาตรอิหร่านรอบใหม่ เตือนบริษัทเดินเรือห้ามจ่ายค่าผ่านทาง ช่องแคบฮอร์มุซ

รัฐบาลทรัมป์เพิ่มมาตรการกดดันอิหร่าน ประกาศคว่ำบาตรบุคคล บริษัท และเรืออีกหลายรายการ พร้อมเตือนบริษัทเดินเรือทั่วโลก ห้ามจ่ายเงินให้อิหร่านเพื่อผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ไม่เช่นนั้นอาจถูกลงโทษจากสหรัฐ

วันที่ 1 พฤษภาคม 2569 รัฐบาลสหรัฐฯ ภายใต้การนำของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศมาตรการคว่ำบาตรชุดใหม่ต่ออิหร่าน โดยพุ่งเป้าไปยังบุคคล บริษัท และบริษัทเดินเรือ รวมถึงบางส่วนที่ตั้งอยู่ในจีน โดยมาตรการล่าสุดมีขึ้นหลังสหรัฐเพิ่งคว่ำบาตรเครือข่ายธนาคารเงา ของอิหร่านเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ซึ่งเกี่ยวข้องกับกลุ่มและบุคคล 35 ราย ที่ถูกกล่าวหาว่าช่วยอิหร่านหลบเลี่ยงมาตรการทางการเงินระหว่างประเทศ

นอกจากนี้ กระทรวงการคลังสหรัฐยังออกคำเตือนไปยังบริษัทเดินเรือทั่วโลกว่า การจ่ายเงินให้อิหร่านเพื่อแลกกับการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซอย่างปลอดภัย อาจเข้าข่ายละเมิดมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐ

สำนักงานควบคุมทรัพย์สินต่างชาติของสหรัฐ ระบุว่า ได้รับข้อมูลเกี่ยวกับการที่อิหร่านข่มขู่เรือสินค้าและเรียกเก็บ ค่าผ่านทาง เพื่อให้สามารถผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้อย่างปลอดภัย โดยกระทรวงการคลังสหรัฐย้ำว่า การจ่ายเงินลักษณะนี้ โดยทั่วไปถือเป็นสิ่งต้องห้าม แม้จะอ้างว่าเป็นการบริจาคเพื่อมนุษยธรรมให้แก่องค์กรอย่างสภาเสี้ยววงเดือนแดงอิหร่านก็ตาม นอกจากนี้สหรัฐยังเตือนว่า การทำธุรกรรมกับรัฐบาลอิหร่าน ตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลของอิหร่าน หรือกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามอิหร่าน   อาจนำไปสู่การถูกดำเนินคดีทั้งทางแพ่งและอาญา

ทั้งนี้ สหรัฐจัดให้กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามอิหร่าน เป็นองค์กรก่อการร้าย และระบุว่าบริษัทต่างชาติที่มีส่วนทำให้ชาวอเมริกันละเมิดมาตรการคว่ำบาตร อาจเผชิญบทลงโทษรุนแรงจากรัฐบาลสหรัฐ โดยความเคลื่อนไหวล่าสุดสะท้อนความตึงเครียดที่ยังคงสูงในตะวันออกกลาง แม้ก่อนหน้านี้ทั้งสหรัฐและอิหร่านจะมีความพยายามเปิดช่องทางเจรจาผ่านตัวกลางหลายประเทศก็ตาม.

ตำรวจตุรกียิงแก๊สน้ำตา สลายม็อบวันแรงงานในอิสตันบูล จับผู้ชุมนุมกว่า 370 คน

ตำรวจตุรกียิงแก๊สน้ำตา สลายม็อบวันแรงงานในอิสตันบูล จับผู้ชุมนุมกว่า 370 คน

1 พ.ค. 2569 23:03 น.

ตำรวจตุรกียิงแก๊สน้ำตา สลายม็อบวันแรงงานในอิสตันบูล จับผู้ชุมนุมกว่า 370 คน

ตำรวจตุรกีปะทะผู้ชุมนุมวันแรงงานในนครอิสตันบูล ใช้แก๊สน้ำตาและกำลังเข้าควบคุมสถานการณ์ หลังกลุ่มผู้ประท้วงพยายามเดินขบวนเข้าสู่จัตุรัสทักซิม มีผู้ถูกจับกุมอย่างน้อย 370 คน

วันที่ 1 พฤษภาคม 2569 สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานว่า ตำรวจปราบจลาจลของตุรกี ใช้แก๊สน้ำตาเข้าสลายการชุมนุมวันแรงงานในนครอิสตันบูล พร้อมจับกุมผู้ประท้วงอย่างน้อย 370 คน ท่ามกลางการชุมนุมใหญ่ที่เกิดขึ้นทั่วประเทศ โดยจุดตึงเครียดสำคัญอยู่บริเวณจัตุรัสทักซิม ซึ่งเป็นสถานที่ประท้วงสำคัญทางประวัติศาสตร์ของตุรกี และถูกตำรวจปิดล้อมตั้งแต่ช่วงกลางดึก หลังมีหลายกลุ่มประกาศจะเดินขบวนเข้าสู่พื้นที่

สมาคมทนายความของตุรกีระบุว่า ตำรวจได้ยิงแก๊สน้ำตาจากรถควบคุมฝูงชนเข้าใส่กลุ่มผู้ชุมนุม ขณะที่สื่อฝ่ายค้าน โดยการชุมนุมครั้งนี้เกิดขึ้นภายใต้คำขวัญ “ขนมปัง สันติภาพ และเสรีภาพ” (Bread. Peace. Freedom) โดยผู้ประท้วงเรียกร้องเรื่องค่าครองชีพ สิทธิแรงงาน และเสรีภาพทางการเมือง ท่ามกลางภาวะเงินเฟ้อสูงในตุรกี

ขณะเดียวกัน ที่กรุงอังการา คนงานเหมืองถ่านหินราว 100 คน ซึ่งเพิ่งประท้วงอดอาหาร 9 วัน เพื่อเรียกร้องค่าจ้างค้างจ่าย ได้เข้าร่วมขบวนวันแรงงาน ท่ามกลางกำลังตำรวจจำนวนมากที่เฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

ทั้งนี้ วันแรงงานในตุรกีมักมีมาตรการรักษาความปลอดภัยเข้มงวดทุกปี โดยเฉพาะในอิสตันบูล หลังจัตุรัสทักซิมเคยเป็นศูนย์กลางการประท้วงต่อต้านรัฐบาลครั้งใหญ่ในอดีต ก่อนหน้านี้ ทางการตุรกีเพิ่งออกหมายจับและหมายค้นผู้ต้องสงสัย 62 คน รวมถึงนักข่าว นักสหภาพแรงงาน และบุคคลฝ่ายค้าน โดยกล่าวหาว่าอาจก่อเหตุความไม่สงบระหว่างการชุมนุมวันแรงงานครั้งนี้.