มุมนี้มีนัด : 3 กุมภาพันธ์ 2559

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/200415

472275

วันพุธ ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559, 06.00 น.

l แคมเปญใหญ่ฉลองตรุษจีน

ชนิสา แก้วเรือน ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัทสยามพิวรรธน์ จำกัด จัดแคมเปญใหญ่ฉลองตรุษจีนครั้งแรกหลังเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน “เดอะสยาม พรอสเพอเริส ไชนีส นิว เยียร์2016” (The Siam Prosperous Chinese New Year 2016) ชวนนักช็อปเพลิดเพลินกับสินค้าแบรนด์ดังที่พร้อมใจลดราคาสูงสุด 80%พร้อมของรางวัลพิเศษมอบโชครับปีมงคล ระหว่างวันที่ 3 ก.พ.-13 มี.ค.นี้ ที่สยามพารากอน และสยามเซ็นเตอร์…ลดกระหน่ำขนาดนี้ขาช็อปตัวจริงพลาดไม่ได้

l ค่ายสถานี ส่งความสุข

วันพฤหัสบดีที่ 4 กุมภาพันธ์ 2559 18.00 น.คีรี กาญจนพาสน์ ประธานกรรมการ บีทีเอสกรุ๊ปฯ จะเป็นประธานเปิดกิจกรรม “ค่ายสถานี ส่งความสุข จากชาวบีทีเอสกรุ๊ปฯ” ของกลุ่มบริษัท ซึ่งจะนำนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 3-ปีที่ 6 จำนวน 162 คน จากจังหวัดชัยภูมิสระแก้ว ร้อยเอ็ด เลย และเชียงใหม่ มาทัศนศึกษาสถานที่ ที่น่าสนใจในกรุงเทพมหานครและทดลองโดยสารรถไฟฟ้าบีทีเอส เพื่อเสริมสร้างประสบการณ์การเรียนรู้นอกห้องเรียน ระหว่างวันที่3-5 กุมภาพันธ์ 2559

l ต้อนรับปีวอก

รมิดา รัสเซลล์ มณีเสถียร ผู้อำนวยการฝ่ายบูติคสตรี บริษัทไอ.ซี.ซี.อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ช่วงนี้ฝ่ายบูติคสตรี บริษัทไอ.ซี.ซี.อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ได้จัดโปรโมชั่น พิเศษฉลองการเปิดศักราชใหม่ ต้อนรับปีวอก ด้วยโปรสุดคุ้ม ลดราคาสินค้า ตั้งแต่ 50-70เปอร์เซ็นต์ อาทิ เบคกี้ รัสเซลล์ (Becky Russell),บีเอสซี(BSC), แอลเกิร์ล (ELLEgirl), แอล ฮอม (ELLE HOMME) เป็นต้น ระหว่างวันนี้ถึง 3 กุมภาพันธ์ เท่านั้น ที่ ชั้น จี (G) และ แอลจี(LG) ศูนย์การค้าเทอร์มินอล 21

l 2 โปรโมชั่นสุด

ฉลองตรุษจีนปีวอก มัลลิการ์อินเตอร์ฟู้ด จัด2 โปรโมชั่นสุดพิเศษสำหรับเดือนกุมภาพันธ์ 2559เริ่มจาก การมอบอั้งเปามั่งมีศรีสุขกับส่วนลดมูลค่ารวม 1,000 บ. สำหรับลูกค้าทุกโต๊ะที่ใช้บริการของร้านอาหารในเครือทั้ง 5 แบรนด์ ได้แก่ ร้าน อ.มัลลิการ์เรือนมัลลิการ์ เย็นตาโฟทรงเครื่อง ปาป้าปอนด์ และปังยิ้มโดยอั้งเปาดังกล่าวจะแจกในวันที่ 7-8 ก.พ. 2559 เท่านั้น และสำหรับลูกค้าที่สมัครสมาชิกภายในเดือนกุมภาพันธ์รับทันทีคูปองส่วนลดค่าอาหารในเครือ มูลค่ารวม 2,000 บ. โดยนำมาใช้ได้ถึง 31 ธ.ค. 2559

l 5 เมนู‘แดง-ทอง’

เทศกาลตรุษจีนที่กำลังจะมาถึงนี้ ศูนย์การค้าธัญญาพาร์ค ศรีนครินทร์ ได้ร่วมกับภัตตาคารดังนำเสนอ 5 เมนูมงคล “สีแดง-ทอง” เสริมสิริมงคล เรียกโชคลาภ ได้แก่เมนู “จักรพรรดิมัจฉาสวรรค์ทองคำ” โดยเชฟเสมียน กล้าหาญจากร้านมหาสมุทรซีฟู้ด เมนูอาหารจีนกวางตุ้ง “มงคลเกศาสวรรค์” จากฝีมือของเชฟพร ภัคดีโตภัตตาคารเชียงการีลา โกลด์ เมนู “ราชันย์มังกรฟ้า”และ“ธิดาเจ้าสมุทร” จากภัตตาคารหงเปาเชฟเฟยปิดท้ายด้วยเครื่องดื่มเสริมสุขภาพอย่าง “ใบชาบุปผชาติแห่งกาลเวลา 3 เซียน ฮก ลก ซิ่ว” ชาผูเอ่อร์ชาที่ชาวจีนตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันมักนิยมดื่ม ทั้ง 5 เมนูสิริมงคล “สีแดง-ทอง” พร้อมต้อนรับให้ทุกครอบครัวได้ลิ้มรสชาติในช่วงเทศกาลตรุษจีนนี้เฉพาะที่ศูนย์การค้าธัญญาพาร์ค ศรีนครินทร์ เท่านั้น ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 29กุมภาพันธ์ 2559 เวลา11.00-20.00 น. สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 02-1086000

แม็คโครร่วมผนึกกำลัง ‘สานพลังประชารัฐ’ ยกระดับเอสเอ็มอีไทย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/576968

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 13 ก.พ. 2559 12:20

 

บริษัท สยามแม็คโคร จำกัด (มหาชน) โดย ศิริพร เดชสิงห์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายการตลาด และพัฒนาธุรกิจ ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ “สานพลังประชารัฐ ส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม และวิสาหกิจเริ่มต้น” สนับสนุนผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ผ่านโครงการ “พี่ช่วยน้อง:Big Brother” ตอกย้ำความเป็น “คู่คิดธุรกิจคุณ” มุ่งติดอาวุธให้ผู้ประกอบการเติบโตอย่างยั่งยืน เปิดโอกาสการเข้าถึงช่องทางการจัดจำหน่าย และส่งเสริม พัฒนาองค์ความรู้ด้านการบริหารจัดการแก่ผู้ประกอบการให้เติบโตอย่างยั่งยืน ณ อาคารไซเบอร์เวิลด์ กรุงเทพฯ เมื่อเร็วๆ นี้

ขนส่งลงดาบถอนใบอนุญาตแท็กซี่ กระทำอนาจารผู้โดยสาร

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/576911

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 13 ก.พ. 2559 11:47

 

ขนส่ง เผย เฉพาะเดือน ม.ค. 59 เพิกถอนใบอนุญาตขับรถแท็กซี่กระทำอนาจาร ทันที 1 ราย ชี้ เป็นความผิดร้ายแรง พบกระทำผิดซ้ำซากอีก 8 ราย ขณะที่ รถจักรยานยนต์รับจ้าง พักใช้ใบอนุญาตไป 1 ราย ฐานฝ่าฝืนใช้รถป้ายดำ รับ-ส่งผู้โดยสาร…

วันที่ 13 ก.พ. 59 นายสนิท พรหมวงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยถึงผลดำเนินการพักใช้ และเพิกถอนใบอนุญาตขับรถยนต์และใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์ ผู้ขับรถโดยสารสาธารณะที่กระทำความผิดซ้ำ เฉพาะเดือน ม.ค.59 สั่งเพิกถอนใบอนุญาตขับรถแท็กซี่ จำนวน 1 ราย เนื่องจากเป็นการกระทำความผิดร้ายแรงฐานกระทำการลามกอนาจาร และพักใช้ใบอนุญาตขับรถแท็กซี่กระทำความผิดซ้ำซาก จำนวน 8 ราย ประกอบด้วย แท็กซี่ปฏิเสธไม่รับผู้โดยสารซ้ำซาก จำนวน 7 ราย และรถแท็กซี่ไม่แสดงบัตรประจำตัวคนขับรถ จำนวน 1 ราย

นอกจากนี้ ได้พักใช้ใบอนุญาตขับรถของรถจักรยานยนต์รับจ้าง ที่ฝ่าฝืนใช้รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคล (ป้ายดำ) รับส่งผู้โดยสารอีก จำนวน 1 ราย

สำหรับผู้กระทำความผิดที่ถูกพักใช้ใบอนุญาตขับรถ ภายหลังครบกำหนดพักใช้และกลับไปขับรถให้บริการ หากพบการร้องเรียนจากผู้ใช้บริการ หรือตรวจสอบพบว่ายังมีพฤติกรรมกระทำความผิดซ้ำเกิดขึ้นอีก พิจารณาเพิกถอนใบอนุญาตขับรถทันที และในกรณีที่ผู้ขับรถกระทำความผิดอาญา ความผิดร้ายแรง หรือทำลายภาพลักษณ์การท่องเที่ยว เช่น ทำร้ายร่างกายผู้โดยสาร กระทำอนาจาร ดัดแปลงมาตรค่าโดยสาร ส่งตัวดำเนินคดีและเพิกถอนใบอนุญาตขับรถทันที

ทั้งนี้ หากประชาชนพบเห็นการให้บริการรถแท็กซี่ไม่เป็นธรรม เอาเปรียบผู้โดยสาร สามารถร้องเรียนมายังกรมการขนส่งทางบกได้ทันที โดยระบุรายละเอียดของรถ หมายเลขทะเบียนรถ ชื่อ-นามสกุลผู้ขับรถ สถานที่ใช้บริการ เพื่อให้การติดตามตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษเป็นไปด้วยความรวดเร็ว โดยสามารถร้องเรียนได้ที่ ศูนย์คุ้มครองผู้โดยสารและรับเรื่องร้องเรียน สายด่วน 1584 ตลอด 24 ชั่วโมง.

‘เอส’ เปิดตัวน้ำสีใหม่รสเกรปเบอร์รี่ เจาะตลาด 3.3 หมื่นล้าน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/576917

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 13 ก.พ. 2559 11:46

 

เอส เปิดตัวเครื่องดื่มรสชาติใหม่ รสเกรปเบอร์รี่ ในบรรจุภัณฑ์สีม่วงผสมผสานกันอย่างลงตัวด้วยผลไม้คือ องุ่นและราสเบอร์รี่…

มีรายงานว่า ตลาดน้ำอัดลมไทย ทั้งน้ำดำและน้ำสีมีความเคลื่อนไหวเพื่อชิงส่วนแบ่งทางการตลาดตลอดเวลา แม้ยังไม่เข้าสู่ช่วงฤดูร้อน ที่นับว่าเป็นช่วงเวลาแห่งการขาย โดยล่าสุด เอส เปิดตัวเครื่องดื่มรสชาติใหม่ รสเกรปเบอร์รี่ ในบรรจุภัณฑ์สีม่วงผสมผสานกันอย่างลงตัวด้วยผลไม้คือ องุ่นและราสเบอร์รี่ ทำให้มีรสชาติหวานซ่อนเปรี้ยวขององุ่น และกลิ่นหอมจากราสเบอร์รี่

ทั้งนี้ เอส รสเกรปเบอร์รี่ มีทั้งในรูปแบบกระป๋อง และขวด PET วางจำหน่ายแล้ววันนี้ในหลายขนาด

มีรายงานเพิ่มเติมว่า ขณะนี้ ตลาดรวมน้ำอัดลมในประเทศไทยมีมูลค่าอยู่ที่ประมาณ 3.3 หมื่นล้านบาท คาดปีนี้จะขยายตัวประมาณ 5%.

ทองไทยราคาคงที่ รูปพรรณขายบาทละ 21,200

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/576862

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 13 ก.พ. 2559 09:55

 

ราคาทองวันที่ 13 ก.พ. 2559 เปิดตลาดยังคงที่ ทองแท่งรับซื้อบาทละ 20,700 ขายออกบาทละ 20,800 รูปพรรณรับซื้อบาทละ 20,405.36 ขายออกบาทละ 21,200…

วันที่ 13 ก.พ. 59 สมาคมค้าทองคำ รายงานราคาทองเปิดตลาดครั้งที่ 1 เมื่อเวลา 09.03 น. ไม่มีการเปลี่ยนแปลง ส่งผลให้ราคาทองแท่งรับซื้อบาทละ 20,700.00 บาท ขายออกบาทละ 20,800.00 บาท รูปพรรณรับซื้อบาทละ 20,405.36 บาท ขายออกบาทละ 21,200.00 บาท.

หุ้นสหรัฐฯ พุ่ง ได้ข่าวดีรายงานค้าปลีก-ราคาน้ำมันขึ้น

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/576827

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 13 ก.พ. 2559 06:10

 

ดัชนีหุ้นสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นอย่างมากในวันศุกร์ หลังจากมีรายงานว่ายอดค้าปลีกของสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นอย่างแข็งแกร่ง เช่นเดียวกับราคาน้ำมัน…

ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดการซื้อขายวันที่ 12 ก.พ. ในแดนบวก โดยดัชนีดาวโจนส์เพิ่มขึ้น 313.66 จุด หรือ 2.00% ปิดที่ 15973.84 จุด ส่วนดัชนีเอสแอนด์พี 500 เพิ่มขึ้น 35.70 จุด หรือ 1.95% ปิดที่ 1864.78 จุด ขณะที่ดัชนีแนสแด็กเพิ่มขึ้น 70.67 จุด หรือ 1.66% ปิดที่ 4337.51 จุด

เมื่อวันศุกร์ หุ้นสหรัฐฯ ได้รับแรงหนุนจากหลายปัจจัย ทั้งยอดการค้าปลีกของสหรัฐฯ ประจำเดือน ม.ค. ที่เพิ่มขึ้น 0.2% ขณะที่รัฐบาลสหรัฐฯ แก้ไขตัวเลขค้าปลีกเดือน ธ.ค. 2015 ซึ่งก่อนหน้านี้ระบุว่าลดลงเป็น เพิ่มขึ้น 0.2% นอกจากนี้ นักลงทุนยังยินดีกับข่าวราคาน้ำมัน ที่เพิ่มขึ้น 12.3% เป็น 29.44 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรลด้วย

ข่าวดีดังกล่าว ทำให้หุ้นกลุ่มธนาคารซึ่งร่วงหนักในวันพฤหัสบดีกลับมาปิดบวกอย่างแข็งแกร่งในวันพุธ เช่นเดียวกับหุ้นบริษัทกลุ่มปิโตรเลียม.

ให้กู้รายละแสนเลี้ยงกระบือ รัฐหวังลดทำนาหันมาปลูกหญ้าให้ควายกิน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/576752

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 13 ก.พ. 2559 06:05

 

เกษตรหนุนควายไทยให้มีที่ยืนในสังคม จับมือ ธ.ก.ส.ปล่อยสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำให้เกษตรกรรายละแสนไปซื้อควายมาเลี้ยง สศก.คาดชาวนาหันมาเลี้ยงควายเพิ่ม ลดพื้นที่นาข้าวหันปลูกหญ้าแทน ด้านกองทุนหมู่บ้านชง “บิ๊กตู่” กดปุ่มปล่อยเงินประชารัฐ 35,000 ล้านบาทให้กองทุนหมู่บ้านนำไปสร้างประโยชน์ 19 ก.พ.นี้

นายสุรพงษ์ เจียสกุล เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์มีนโยบายเร่งด่วนในการอนุรักษ์และเพิ่มผลผลิตกระบือ โดยได้จัดทำโครงการอนุรักษ์และพัฒนาการผลิตกระบือ เพื่อเร่งรัดเพิ่มจำนวนกระบือและปกป้องพันธุ์กระบือ ในพื้นที่ จ.อุทัยธานี แพร่ และเชียงราย เนื่องจากขณะนี้จำนวนกระบือในประเทศไทยลดลงจากการบริโภคในประเทศและส่งออก โดยให้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ปล่อยสินเชื่อผ่านวิสาหกิจชุมชน แห่งละ 1 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ย 2%ต่อปี เพื่อจัดสรรให้สมาชิกจำนวน 10 ราย รายละ 100,000 บาท เพื่อนำไปซื้อกระบือมาเลี้ยงเพิ่มในพื้นที่

นอกจากนี้ ยังได้คัดเลือกพ่อพันธุ์กระบือที่มีลักษณะและคุณสมบัติที่ดีให้แต่ละกลุ่มใช้เป็นพ่อพันธุ์ 1 ตัวต่อ 1 กลุ่ม รวมทั้งพัฒนาพืชอาหารสัตว์ โดยส่งเสริมให้เกษตรกรจัดทำแปลงหญ้าไว้ให้กระบือมีอาหารกินตลอดปี รวมทั้งยังได้ทำเครื่องหมายประจำตัวกระบือที่เข้าร่วมโครงการทุกตัว เพื่อประโยชน์ในการอนุรักษ์และปกป้องพันธุ์กระบือ สะดวกต่อการจัดทำระบบฐานข้อมูลเพื่อควบคุมตรวจสอบการเคลื่อนย้ายกระบือด้วย

ด้านนางสาวจริยา สุทธิไชยา รองเลขาธิการสศก. กล่าวว่า ผลจากโครงการอนุรักษ์และพัฒนาการผลิตกระบือ จะทำให้เกษตรกรที่ปลูกข้าวลดพื้นที่ทำนาลงเพื่อเปลี่ยนเป็นแปลงหญ้าเลี้ยงสัตว์มากขึ้น เนื่องจากตลาดมีความต้องการกระบือสูงทั้งในประเทศและต่างประเทศ ใช้แรงงานน้อย และมีความมั่นคงทางอาชีพมากกว่า ประกอบกับการจ่ายดอกเบี้ยเงินกู้ในอัตราเพียง 2% ต่อปีจะเป็นแรงจูงใจให้เกษตรกรร่วมโครงการ นอกจากนี้การเลี้ยงกระบือยังเป็นการส่งเสริมการใช้ปุ๋ยอินทรีย์เพื่อลดการใช้ปุ๋ยเคมีที่มีราคาสูงและต้องนำเข้าจากต่างประเทศ โดยเกษตรกรสามารถผลิตปุ๋ยอินทรีย์จากมูลกระบือใช้เองและจำหน่าย ซึ่งกระบือจะปล่อยมูลสดเฉลี่ย 25 กก. ต่อตัวใน 1 วัน โดยกระบือที่เข้าร่วมโครงการ 100,000 ตัว จะได้มูลกระบือแห้งเพื่อนำไปทำปุ๋ยอินทรีย์ประมาณ 260,000 ตันต่อปี

ขณะที่นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการ กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติว่า ที่ประชุมได้เห็นชอบการออกระเบียบการใช้เงินของกองทุนหมู่บ้านที่เกี่ยวกับ โครงการประชารัฐ วงเงิน 35,000 ล้านบาท โดยหลักการสำคัญของระเบียบประกอบด้วย โครงการที่กองทุนจะเสนอขึ้นมาต้องผ่านการทำประชาคมที่ได้รับความเห็นชอบจากสมาชิกกองทุนหมู่บ้าน และจะต้องตั้งคณะกรรมการขึ้นชุดหนึ่งมาดำเนินโครงการนี้ ประกอบด้วย ผู้แทนจากภาคราชการ ภาคประชาชน และจากภาคเอกชนคือธนาคาร ในพื้นที่ที่จะมาประชุมร่วมกันเพื่อพิจารณาโครงการ และอนุมัติโครงการ โดยจะได้กองทุนละไม่เกิน 500,000 บาท และเมื่อโครงการได้รับการอนุมัติแล้ว การโอนเงินไปจะต้องทำผ่านธนาคารซึ่งกองทุนหมู่บ้านฯต้องเปิดบัญชีใหม่ชื่อว่าบัญชีประชารัฐ ในธนาคาร 4 แห่ง คือ ธนาคารออมสิน ธ.ก.ส. ธนาคารกรุงไทย และธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย เพื่อให้กองทุนฯรู้จักการจัดการบริหารงบประมาณส่วนนี้ให้ถูกต้อง และเพื่อรองรับกรณีมีโครงการใหม่ๆเกิดขึ้นในอนาคต

ขณะเดียวกัน จะต้องมีการตรวจสอบและประเมินผลการสอบทานโครงการในพื้นที่ด้วยว่า โครงการได้ผ่านกระบวนการจัดทำตามระเบียบที่ออกหรือไม่และต้องมีการประเมินผลว่าทำแล้วได้เกิดผลสัมฤทธิ์หรือไม่ ซึ่งได้ขอให้เพิ่มลงไปด้วยว่าขอให้สื่อสารในพื้นที่เข้าใจด้วยว่า การดำเนินโครงการนี้ต้องการให้โปร่งใสสุจริต ไม่มีข้อครหาโดยเฉพาะการฮั้ว ซึ่งในระเบียบจะมีข้อกำหนดไว้ว่า หากพบความผิดปกติไม่ดำเนินการตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดก็จะระงับการจ่ายเงินแล้วเรียกเงินคืนและระงับโครงการได้

ด้านนายนที ขลิบทอง ผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ (สทบ.) เปิดเผยว่า ขณะนี้มีสถาบันการเงินของรัฐหลายแห่ง เช่น ธนาคารออมสิน ธ.ก.ส. ธนาคารกรุงไทย ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย และธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (เอส–เอ็มอีแบงก์) พร้อมเข้ามาสนับสนุนสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำให้กับกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง ที่ต้องการเงินทุนไปพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในท้องถิ่น หากวงเงินที่รัฐบาลจัดสรรลงไปให้กองทุนละ 500,000 บาท ตามโครงการเพิ่มความเข้มแข็งของเศรษฐกิจฐานรากตามแนวทางประชารัฐไม่เพียงพอ โดยในรายละเอียดของความร่วมมือนั้น สทบ.จะสรุปความชัดเจนอีกครั้งก่อนถึงวันที่ 19 ก.พ.นี้ ที่นายกรัฐมนตรี จะเดินทางไปกดปุ่มเริ่มต้นโครงการ.

เอสเอ็มอี-เกษตรเสี่ยงเอ็นพีแอล

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/576745

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 13 ก.พ. 2559 05:45

 

ธปท.มั่นใจปล่อยสินเชื่อปีนี้พุ่ง อานิสงส์ 4 จี-ปีแห่งการลงทุน

นายดอน นาครทรรพ ผู้อำนวยการอาวุโส สายนโยบายสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า ระบบธนาคารพาณิชย์ปี 2558 ที่ผ่านมาสินเชื่อรวมขยายตัว 4.3% ชะลอลงจากปีก่อนหน้าที่ 5% ลดลงตามภาวะเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวช้าและภาคธุรกิจขนาดใหญ่หันไประดมทุนผ่านตลาดทุนแทนการกู้เงินจากธนาคาร แต่ในปีนี้สินเชื่อมีแนวโน้มโตได้ดีขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา โดยกลุ่มสินเชื่อที่เสี่ยงจะเป็นหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) อยู่ในกลุ่มสินเชื่อเอสเอ็มอี และสินเชื่อภาคเกษตร

“แนวโน้มสินเชื่อในปี 2559 น่าจะดีขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา จากการปล่อยกู้การลงทุน 4 จี บวกกับปีนี้เป็นปีแห่งการลงทุนตามที่รัฐบาลระบุไว้ ที่สำคัญอัตราการเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ปีนี้มีโอกาสขยายตัวได้ดีขึ้น ธปท.คาดว่าจะโต 3.5% สูงกว่าปีที่ผ่านมาที่คาดไว้ 2.8%” นายดอนกล่าว

ทั้งนี้ในปี 2558 ที่ผ่านมาระบบธนาคารพาณิชย์มีผลกำไรจากการดำเนินงาน 370,000 ล้านบาท ดีขึ้นกว่าปีที่ผ่านมาที่ 345,000 ล้านบาท เพิ่มจากรายได้ดอกเบี้ยปล่อยสินเชื่อเป็นสำคัญและอีกส่วนมาจากรายได้ค่าธรรมเนียมที่ขยายตัวได้ดีขึ้น

ด้านนายมงคล ลีลาธรรม กรรมการผู้จัดการธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย หรือเอสเอ็มอีแบงก์ กล่าวว่า ผลการดำเนินงานของธนาคารในเดือน ม.ค.2559 มีกำไรสุทธิ 190 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลมาจากธนาคารสามารถปล่อยสินเชื่อใหม่ได้เพิ่มขึ้น 5,743 ล้านบาท หรือ 1,877 ราย โดยมียอดสินเชื่อคงค้าง 90,181 ล้านบาท หรือ 70,934 ราย ปล่อยกู้เฉลี่ยรายละ 1.27 ล้านบาท ส่วนเอ็นพีแอลเพิ่มขึ้นประมาณ 100 ล้านบาท เนื่องจากลูกหนี้ที่ทำธุรกิจเกี่ยวข้องกับภาคการเกษตรเช่น ยาพาราและข้าวมีรายได้ลดลง ส่งผลให้เป็นเอ็นพีแอลมากขึ้น ซึ่งขณะนี้ธนาคารได้ปรับปรุงการชำระหนี้และยังต้องติดตามอย่างใกล้ชิดต่อไป.

เอสเอ็มอีเฮ!ไม่เสียภาษี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/576743

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 13 ก.พ. 2559 05:30

 

นายประสงค์ พูนธเนศ อธิบดีกรมสรรพากร เปิดเผยว่า นับตั้งแต่เปิดตัวโครงการลงทะเบียนทำบัญชีเดียว เมื่อวันที่ 15 ม.ค.59 จนถึงปัจจุบัน ปรากฏว่ามีผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม หรือเอสเอ็มอียื่นลงทะเบียนทำบัญชีเดียวกับกรมสรรพากร 100,000 ราย และเมื่อสิ้นสุดการลงทะเบียนใน 15 มี.ค.นี้ คาดว่าจะมีเอสเอ็มอีมาลงทะเบียนไม่น้อยกว่า 300,000 ราย จากจำนวนผู้ประกอบการเอสเอ็มอีทั้งหมด 410,000 ราย สำหรับเอสเอ็มอีที่มาลงทะเบียนบัญชีเดียวจะได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีคือ รายได้ในปี 2559 ไม่เกิน 30 ล้านบาท ได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลและในปี 2560 จะเสียภาษีนิติบุคคลเพียง 10% โดยผู้ประกอบการเอสเอ็มอีตามความหมายของกรมสรรพากรต้องมีทุนจดทะเบียนไม่เกิน 5 ล้านบาท และมีรายได้ไม่เกิน 500 ล้านบาทต่อปี

นอกจากนี้ กรมสรรพากรยังได้หารือร่วมกับสภาวิชาชีพบัญชี และกรมพัฒนาธุรกิจการค้าถึงอุปสรรคในการลงทะเบียนบัญชีเดียว ซึ่งผู้สอบบัญชีกังวลเรื่องปรับปรุงบัญชี ว่าจะเสียภาษีไม่ถูกต้อง โดยในที่ประชุมมีมติให้สามารถนำรายได้ รายจ่าย หรือทรัพย์สินที่เพิ่มขึ้นก่อนปีบัญชี 2558 มายื่นปรับปรุงในบัญชีปี 2558 ได้ โดยถือเป็นการแก้ไขข้อผิดพลาดทางบัญชี ส่งผลให้ทั้งผู้ตรวจสอบบัญชี ผู้ทำบัญชี รวมถึงผู้ประกอบการมั่นใจเข้าร่วมทำบัญชีเดียวมากขึ้น ซึ่งมาตรการดังกล่าวจะทำให้กรมสรรพากร สูญเสียภาษี 20,000 ล้านบาท แต่จะได้ผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ ซึ่งจะทำให้ผู้ประกอบการมีมาตรฐานทางบัญชีเป็นสากล และในปี 62 ผู้ประกอบการที่จะขอสินเชื่อกับสถาบันการเงินต้องใช้บัญชีที่เสียภาษีกับกรมสรรพากรขอสินเชื่อ ส่วนการยื่นแบบภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาของรายได้ 2558 ที่เริ่มยื่นตั้งแต่ 1 ม.ค.จนถึงวันที่ 30 มี.ค.59 ล่าสุด มีผู้ยื่นภาษีแล้ว 1.8 ล้านราย จากผู้มีสิทธิ์ 11 ล้านราย.

ลุ้น ‘บิ๊กตู่’ ถก ‘โอบามา’ หวังหลุดเทียร์3มั่นใจไอยูยูไม่โดนใบแดง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/576738

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 13 ก.พ. 2559 05:15

 

นายไพบูลย์ พลสุวรรณา ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ สมาคมอาหารแช่เยือกแข็งไทย เปิดเผยว่า ภาคเอกชนมีความคาดหวังว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ไทยจะสามารถใช้โอกาสระหว่างการประชุมสุดยอดผู้นำพิเศษอาเซียน-สหรัฐฯครั้งที่ 1 ระหว่าง 15-16 ก.พ.นี้ ที่สหรัฐฯ ในการชี้แจงกับนายบารัค โอบามา ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ถึงผลดำเนินการของไทยในการแก้ไขปัญหาแรงงานผิดกฎหมาย ทั้งในส่วนของภาครัฐ ภาคเอกชนและประชาชน ซึ่งจะทำให้ไทยได้รับการปรับสถานะดีขึ้นในรายงานการค้ามนุษย์ ที่เผยแพร่โดยกระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐฯ จากปัจจุบันที่ไทยถูกจัดให้อยู่ในอันดับ 3 (เทียร์ 3) หมายถึงประเทศที่ดำเนินการไม่สอดคล้องกับมาตรฐานขั้นต่ำตามกฎหมายการค้ามนุษย์ของสหรัฐฯ และไม่ได้ใช้ความพยายามที่จะแก้ไขปัญหา ซึ่งอยู่ระดับเดียวกับอิหร่าน, เกาหลีเหนือ, ซิมบับเว เป็นต้น นอกจากนี้ในเดือน มี.ค. นี้ ภาคเอกชนประเมินว่า คณะกรรมาธิการยุโรป (อียู) จะประกาศผลการประเมินสถานะไทยในการแก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย ไร้การรายงาน และไร้การควบคุม (ไอยูยู) ในทิศทางที่ดีขึ้น หรืออาจคงใบเหลืองให้ไทยเหมือนเดิม และไม่ได้ให้ใบแดง เพราะผลของการทำงานของรัฐบาลที่บังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดจนแทบจะไม่มีเรือประมงผิดกฎหมายในน่านน้ำ

“ผลของความเข้มงวดการใช้กฎหมาย ทำให้เรือประมงผิดกฎหมายกว่า 30,000 ลำ หยุดกิจการประมงไป รวมทั้งการแก้ปัญหาการใช้แรงงานจริงจัง ทำให้เอกชนมั่นใจว่าผลการประเมินสถานะของไทยมีทิศทางที่ดีขึ้นและจะไม่แย่ลงไปกว่าเดิม จากปัจจุบันที่ไทยได้รับสถานะใบเหลือง แต่ผลประโยชน์ที่จะได้ตามมาคือ ความอุดมสมบูรณ์ในท้องทะเลไทย โดยขณะนี้เริ่มเห็นปริมาณสัตว์น้ำในทะเลเพิ่มขึ้น และ ไม่เกิน 3 ปี ไทยจะมีอาหารทะเลที่อุดมสมบูรณ์”.