ฟลุก ไบโอเมดิคอล เปิดตัว QA-ES III Electrosurgical Analyzer ใช้ตรวจสอบและรับรองประสิทธิภาพความปลอดภัยของเครื่องจี้ไฟฟ้า

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

เอเวอเรตต์, วอชิงตัน–16 ก.พ.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

 

เครื่องจี้ไฟฟ้า (ESU) ที่ทำงานผิดปกติอาจก่อให้เกิดอันตรายได้ โดยอาจส่งผลให้การตัด จี้ หรือเชื่อมปิดหลอดเลือดไม่มีประสิทธิภาพ ทำให้ผู้ป่วยหรือแพทย์เกิดแผลไหม้ หรือถึงขั้นทำให้เกิดเพลิงไหม้ได้ ดังนั้น การรับรองประสิทธิภาพการทำงานของเครื่องจี้ไฟฟ้าให้เป็นไปตามสเปคเครื่องจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง ด้วยเหตุนี้ ฟลุก ไบโอเมดิคอล (Fluke Biomedical) จึงขอเปิดตัวผลิตภัณฑ์ QA-ES III Electrosurgical Analyzer ซึ่งสามารถทดสอบฟังก์ชั่นสำคัญๆทั้งหมดของเครื่องจี้ไฟฟ้า ไม่ว่าจะเป็นความแม่นยำของกำลังไฟฟ้า กระแสไฟฟ้า ความถี่ ตัวประกอบยอดคลื่น หรือการต้านทานน้ำหนัก

Fluke Biomedical QA-ES III / The QA-ES III requires no additional cables, leads, external load or REM box to collect all measurements, including vessel sealing, contact quality monitor (CQM), high frequency (HF) leakage, and output power distribution in single or continuous mode. (PRNewsFoto/Fluke Biomedical)

The QA-ES III requires no additional cables, leads, external load or REM box to collect all measurements, including vessel sealing, contact quality monitor (CQM), high frequency (HF) leakage, and output power distribution in single or continuous mode. (PRNewsFoto/Fluke Biomedical)

รูปภาพhttp://photos.prnewswire.com/prnh/20160210/332136

Fluke Biomedical QA-ES III / The QA-ES III has an intuitive user-interface along with multi-purpose ports with color-coded test leads to reduce set-up time and speed-up testing of modern electrosurgical units. (PRNewsFoto/Fluke Biomedical)

The QA-ES III has an intuitive user-interface along with multi-purpose ports with color-coded test leads to reduce set-up time and speed-up testing of modern electrosurgical units. (PRNewsFoto/Fluke Biomedical)

รูปภาพhttp://photos.prnewswire.com/prnh/20160210/332138

FLUKE BIOMEDICAL LOGO / Fluke Biomedical. (PRNewsFoto/Fluke Biomedical) (PRNewsFoto/Fluke Biomedical) (PRNewsFoto/Fluke Biomedical)

Fluke Biomedical. (PRNewsFoto/Fluke Biomedical) (PRNewsFoto/Fluke Biomedical) (PRNewsFoto/Fluke Biomedical)

โลโก้http://photos.prnewswire.com/prnh/20150304/179432LOGO

 

ผลิตภัณฑ์รุ่นก่อนอย่าง QA-ES II Electrosurgical Analyzer เป็นเครื่องมือที่บรรดาเจ้าหน้าที่เทคนิคชีวการแพทย์ต่างให้ความไว้วางใจมาตลอดทศวรรษที่ผ่านมาอีริค คอนเลย์ ผู้จัดการทั่วไปของฟลุก ไบโอเมดิคอล กล่าวสำหรับผลิตภัณฑ์รุ่นใหม่ล่าสุดอย่าง QA-ES III จะนำเสนอประสิทธิภาพที่ดียิ่งขึ้น รองรับฟังก์ชั่นไร้สาย* และพร้อมใช้งานทันทีโดยไม่ต้องติดตั้งสายเคเบิล สายต่อ หรือฮาร์ดแวร์เพิ่มเติมแต่อย่างใด นอกจากนั้นยังมีน้ำหนักเบากว่ารุ่นก่อนถึง 5.5 ปอนด์ (2.5 กิโลกรัม) ส่งผลให้นำไปใช้ได้อย่างสะดวกสบายทุกที่

 

พอร์ตเอนกประสงค์ของ QA-ES III รวมถึงสายต่อที่แยกตามสี จะช่วยลดการเชื่อมต่อในการทดสอบและรับรองประสิทธิภาพและความปลอดภัยของเครื่องจี้ไฟฟ้า นอกจากนั้นยังมีการเพิ่มความแม่นยำและพิสัยในการตรวจวัดการเชื่อมปิดหลอดเลือด การตรวจสอบคุณภาพของการสัมผัส (CQM) การตรวจวัดการรั่วไหลความถี่สูง (HF) รวมถึงการจ่ายกระแสไฟฟ้าเอาท์พุทในโหมดเดี่ยวหรือโหมดต่อเนื่อง

 

“QA-ES III มีประสิทธิภาพและสเปคเหนือชั้นในการทดสอบกำลังไฟฟ้า กระแสไฟฟ้า แรงดันยอดถึงยอด และตัวประกอบยอดคลื่น จึงเป็นอุปกรณ์ที่สมบูรณ์แบบสำหรับการวิเคราะห์เครื่องจี้ไฟฟ้ากำลังสูงในสมัยนี้ชิริน คาห์นนา ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายการตลาดของธุรกิจ QA-ES III กล่าว “QA-ES IIIสามารถเก็บผลการทดสอบได้ถึง 5,000 รายการบนหน่วยเก็บในตัว และสามารถโอนข้อมูลไปยังคอมพิวเตอร์ได้อย่างสะดวกรวดเร็วผ่าน Bluetooth หรือUSB”

 

QA-ES III ได้มาตรฐานอุตสาหกรรมระดับโลกสำหรับการทดสอบเครื่องจี้ไฟฟ้า ทั้งมาตรฐาน ANSI/AAMI และ IEC นอกจากนั้นยังติดตั้งง่าย และสามารถใช้งานได้อย่างสะดวกสบายผ่านหน้าจอ LCD ขนาดใหญ่ พร้อมคำแนะนำการใช้งานบนจอ ขณะเดียวกันยังมีเมนูอัตโนมัติสำหรับทดสอบการจ่ายไฟฟ้าอย่างรวดเร็ว และสามารถใช้ร่วมกับซอฟต์แวร์ Ansur เพื่อจัดมาตรฐานการทำงาน ร่นระยะเวลาทดสอบโดยรวม และลดข้อผิดพลาด ผ่านการวางระบบบำรุงรักษาเชิงป้องกันอัตโนมัติที่มีเทมเพลตการทดสอบและรายงานที่ปรับค่าได้

 

*QA-ES III จะวางจำหน่ายทั่วโลก แต่ในเบื้องต้นฟังก์ชั่นไร้สายจะมีเฉพาะในสหรัฐอเมริกา แคนาดา และยุโรป (ยกเว้นรัสเซีย) จากนั้นจึงจะมีในประเทศอื่นๆ ตั้งแต่ช่วงต้นเดือนมีนาคม 2559

 

เกี่ยวกับฟลุก ไบโอเมดิคอล

ไว้ใจได้ในเรื่องการตรวจวัด

ฟลุก ไบโอเมดิคอล เป็นผู้นำของโลกด้านการจัดหาอุปกรณ์การวัดและการทดสอบ รวมถึงให้บริการต่างๆแก่อุตสาหกรรมเฮลธ์แคร์ เราให้บริการแก่วิศวกรชีวการแพทย์ ช่างเทคนิครับประกันคุณภาพ นักฟิสิกส์ทางการแพทย์ ผู้เชี่ยวชาญด้านเนื้องอก และผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยทางรังสี ขณะเดียวกันบริษัทก็เดินหน้าขยายโซลูชั่นให้ครอบคลุมกลุ่มผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพและความปลอดภัยในวงกว้างมากขึ้น สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่http://www.flukebiomedical.com/

 

สามารถติดต่อเพื่อสอบถามข้อมูลและขอรูปภาพผลิตภัณฑ์ของฟลุก ไบโอเมดิคอล และอันฟอร์ส เรย์เซฟ (Unfors RaySafe) ได้ที่

จูลี ลารี

ผู้ประสานงานฝ่ายการตลาด

โทร. +1 (425) 446-6006

อีเมล: julie.lary@flukebiomedical.com

Lancer Skincare จับมือ The Hut Group ขยายช่องทางจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ความงามทั่วโลก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ลอสแองเจลิส–15 ก.พ.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

 

ในปีที่ผ่านมา Lancer Skincare เติบโตแบบก้าวกระโดดเป็นประวัติการณ์ ทั้งยังประสบความสำเร็จในการร่วมทุนกับผู้ทรงอิทธิพลในแวดวงสื่ออย่างไรอัน ซีเครสต์ และในปีนี้ เรามีความภาคภูมิใจที่ได้ประกาศความร่วมมือกับ The Hut Group เพื่อเดินหน้าขยายช่องทางการจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ความงามไปยังตลาดสำคัญๆทั่วโลก ทั้งในยุโรปและเอเชีย ทั้งนี้ Lancer Skincare เคยเป็นเคล็ดลับความงามเฉพาะคนดังในแวดวงฮอลลีวู้ด และมีจำหน่ายเฉพาะที่คลินิกความงามของดร.ฮาโรลด์ แลนเซอร์ ในเบเวอร์ลีฮิลส์ รัฐแคลิฟอร์เนียเท่านั้น แต่ปัจจุบันได้พัฒนาจนกลายเป็นผลิตภัณฑ์ต่อต้านริ้วรอยขั้นสูงที่วางจำหน่ายในห้างสุดหรูหลายแห่ง ได้แก่ Nordstrom, Saks Fifth Avenue, Harrods, Bergdorf Goodman, Neiman Marcus รวมถึงร้าน Sephora บางสาขา ความร่วมมือระหว่าง Lancer Skincare และ The Hut Group ในครั้งนี้ จะทำให้แบรนด์มีทิศทางที่ชัดเจนขึ้นในการมุ่งสู่ความเป็นเลิศ และเป็นการส่งเสริมศักยภาพการเติบโตของแบรนด์อย่างมหาศาลตลอดปี 2559

 

The Hut Group คือผู้เชี่ยวชาญด้านธุรกิจค้าปลีกและผู้นำในแวดวงการค้าปลีกออนไลน์ ด้วยจำนวนผู้ใช้งานจากนานาชาติกว่า 14 ล้านคน และในขณะนี้ บริษัทกำลังขยายความครอบคลุมสู่การจัดจำหน่ายผ่านทางหน้าร้านค้า ร่วมกับการจัดจำหน่ายผ่านทางออนไลน์ เพื่อตอกย้ำความเป็นผู้นำและความก้าวล้ำในด้านสุขภาพและความงาม ศักยภาพของบริษัทในการยกระดับด้านข้อมูลและการจับคู่สินค้าเพื่อทำโปรโมชั่น ได้ส่งผลให้พันธมิตรของบริษัทมีการเติบโตที่แข็งแกร่งล้ำหน้าคู่แข่งรายอื่นๆ

 

ความร่วมมือระหว่าง The Hut Group และ Lancer Skincare คือโอกาสทางธุรกิจอันน่าตื่นเต้นสำหรับทั้งสองบริษัท เนื่องจากทั้งคู่มีศักยภาพที่เติมเต็มกันและกัน โดยช่องทางการค้าปลีกอันหลากหลายของ The Hut Group จะช่วยให้ Lancer Skincare เข้าถึงตลาดสำคัญๆทั่วโลกได้มากขึ้น ครอบคลุมถึงกลุ่มลูกค้าระดับพรีเมียมจากนานาชาติด้วย

 

เทรซี่ ซาเมยาห์ ซีอีโอของ Lancer Skincare กล่าวว่า “เราทุกคนที่ Lancer Skincare รู้สึกตื่นเต้นกับการเป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์กับ The Hut Groupเราเชื่อว่าศักยภาพและโครงสร้างพื้นฐานของ The Hut Group จะช่วยทำให้การส่งสารของแบรนด์เรามีความแข็งแกร่งขึ้น และช่วยขยายช่องทางการจัดจำหน่ายสินค้าของเราไปทั่วโลก เรามองว่า The Hut Group เป็นแรงขับเคลื่อนธุรกิจที่ทรงพลัง และเชื่อว่ารูปแบบธุรกิจของ The Hut Group จะพลิกโฉมหน้าการจัดจำหน่ายสินค้าสุดหรู”

 

พอล เกดแมน ซีอีโอฝ่ายสินค้าหรูของ The Hut Group กล่าวว่า “ภาพรวมตลาดสกินแคร์ชั้นสูงของเราประกอบด้วยแบรนด์มากกว่า 450 แบรนด์ และผู้เข้าชมเว็บไซต์ความงามของเราจากนานาชาติกว่า 80 ล้านคน และเรามั่นใจว่า Lancer Skincare มีคุณสมบัติครบถ้วนในการสร้างปรากฏการณ์ความงามระดับโลก ที่สำคัญไปกว่านั้นคือ เราเลือกทำธุรกิจจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ความงามร่วมกับแบรนด์ที่เราเชื่อมั่นอย่างแท้จริง

การผสานความเชี่ยวชาญระดับโลกของดร.ฮาโรลด์ แลนเซอร์ เข้ากับแพลตฟอร์มที่ครอบคลุมทั่วโลกของเรา จะช่วยให้แบรนด์ทำยอดขายอันน่าทึ่งได้ในตลาดอื่นๆ เช่นเดียวกับที่เคยทำมาแล้วในสหรัฐอเมริกา และเราภูมิใจอย่างยิ่งที่ได้รับบทบาทสำคัญในการผลักดันแบรนด์นี้สู่สากล”

 

เกี่ยวกับ Lancer Skincare LLC

 

Lancer Skincare ถือกำเนิดขึ้นจากการวิจัยอันละเอียดถี่ถ้วนของดร.ฮาโรลด์ แลนเซอร์ ซึ่งทำงานในแวดวงผิวหนังวิทยามานานกว่า 30 ปี และรักษาผู้ป่วยมาแล้วกว่า 30,000 คน ส่วนผสมประสิทธิภาพสูงที่สุดในโลกและเทคโนโลยีล้ำสมัยที่ผสมผสานอยู่ในผลิตภัณฑ์ทุกตัวของ Lancer Skincare ช่วยให้การมีผิวสุขภาพดีและอ่อนเยาว์อยู่ไม่ไกลเกินเอื้อม

 

ดร.แลนเซอร์ เป็นแพทย์ผิวหนังชั้นนำระดับโลก ซึ่งมีชื่อเสียงจากการนำเสนอบริการอันล้ำสมัยและการใช้เทคนิคอันเป็นเลิศ จนผู้ป่วยต่างเรียกขานวิธีของเขาว่า “The Lancer Glow” การบอกปากต่อปากทำให้ผู้ป่วยจากทั่วทุกมุมโลก ซึ่งรวมถึงคนดังมากมาย เดินทางมายังคลินิกของเขาที่เบเวอร์ลีฮิลส์ เพื่อทำเลเซอร์และทำทรีทเมนต์ผิวหน้า ซึ่งช่วยให้ผิวดูอ่อนเยาว์และมีสุขภาพดีขึ้น เดิมทีผลิตภัณฑ์ของดร.แลนเซอร์วางจำหน่ายในคลินิกเท่านั้นและมีจำนวนไม่มากนัก แต่ด้วยเสียงเรียกร้องจากโอปราห์ วินฟรีย์ ซึ่งเป็นทั้งลูกค้าและเพื่อน ได้ผลักดันให้ดร.แลนเซอร์นำผลิตภัณฑ์ออกวางจำหน่ายในสหรัฐอเมริกา เพื่อเปิดโอกาสให้ทุกคนสามารถมีผิวพรรณที่เปล่งประกายได้

 

ดร.แลนเซอร์เปิดตัวผลิตภัณฑ์สกินแคร์ชั้นสูงในปี 2554 ที่ Nordstrom และได้รับคำชื่นชมอย่างสูงจากบรรณาธิการนิตยสารชั้นนำอย่าง Vogue, InStyle, Allure และ Marie Claire ที่กล่าวยกย่องประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์ พร้อมทั้งตีพิมพ์คำแนะนำและผลิตภัณฑ์ต่างๆของดร.แลนเซอร์อย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ผลิตภัณฑ์ของดร.แลนเซอร์ยังเป็นที่ชื่นชอบของบรรดาเซเลบและผู้ทรงอิทธิพลมากมาย เช่น โซเฟีย เวอร์การา, เดวิดและวิคตอเรีย เบคแฮม รวมถึงคิม คาร์เดเชียน และฐานความนิยมก็ขยายตัวอย่างต่อเนื่องเมื่อมีการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ในยุโรป ณ ห้างสรรพสินค้าชื่อดังที่สุดในโลกอย่างHarrods ในปี 2556 และได้วางจำหน่ายที่ร้าน Sephora ในสหรัฐอเมริกาและแคนาดาในปี 2558

 

เกี่ยวกับ The Hut Group 

 

The Hut Group คือผู้เชี่ยวชาญด้านการค้าปลีกออนไลน์ที่มีแบรนด์สินค้าเป็นของตนเอง บริษัทจัดจำหน่ายสินค้าที่มีอัตราการซื้อซ้ำสูงให้แก่ผู้บริโภคโดยตรง โดยเน้นที่สินค้าเพื่อสุขภาพและความงาม ได้แก่ ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวและเส้นผมคุณภาพสูง ผลิตภัณฑ์เพื่อการควบคุมน้ำหนัก ผลิตภัณฑ์โภชนาการสำหรับกีฬาและวิตามิน รวมถึงเครื่องแต่งกาย รองเท้า และเครื่องประดับชั้นนำ

 

แพลตฟอร์มอันเป็นกรรมสิทธิ์ของบริษัทคือหัวใจสำคัญของการทำธุรกิจ โดยเอื้อให้เกิดการค้าปลีกที่มีประสิทธิภาพ ด้วยคอนเทนต์บนเว็บไซต์และคอนเทนต์การตลาดที่เหมาะสมกับลูกค้าผู้รับสาร ซึ่งทำให้ลูกค้าเกิดความพึงพอใจ กลับมาซื้อซ้ำ และมีความความภักดีต่อแบรนด์ในระดับสูง ทั้งนี้ นอกเหนือจากการบริหารแบรนด์ของตนเองและดูแลเว็บไซต์ในเครือแล้ว ฝ่ายบริการเทคโนโลยีของบริษัทยังมีบริการซอฟต์แวร์ธุรกิจและแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซสำหรับสื่อและหุ้นส่วนแบรนด์ด้วยเช่นกัน

 

The Hut Group เปิดตัวเว็บไซต์แรกของบริษัทในปี 2547 โดยเว็บไซต์ของบริษัทประกอบด้วย

 

ความงาม: http://www.Lookfantastic.com , http://www.Mankind.co.uk , http://www.HQHair.com , http://www.BeautyExpert.co.uk ,http://www.mioskincare.com , http://www.allsole.com , http://www.mybag.com , http://www.TheHut.com , http://www.ExanteDiet.com ,http://www.Coggles.com

สุขภาพ: http://www.Myprotein.com , http://www.Myvitamins.com , http://www.ProBikeKit.com

แบรนด์ของบริษัท: Myprotein, ExanteDiet, Myvitamins และ Mio Skincare

แหล่งข่าว: Lancer Skincare LLC

ผู้นำอิสราเอลขึ้นศาล สัมปทานก๊าซ-เอื้อทุน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/577952

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 16 ก.พ. 2559 02:30

 

(ภาพ: AFP)

นายเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล ขึ้นให้การต่อศาลสูงในกรุงเยรูซาเล็มของอิสราเอล เมื่อ 14 ก.พ. เพื่อปกป้องนโยบายรัฐบาลซึ่งอนุมัติสัมปทานแปลงขุดเจาะก๊าซธรรมชาติในประเทศให้แก่บริษัทดาเล็ก กิจการพลังงานของอิสราเอล และบริษัทโนเบิล เอเนอร์จี ธุรกิจพลังงานของสหรัฐฯ หลังคณะกรรมาธิการต่อต้านการผูกขาดทางธุรกิจของอิสราเอลยื่นร้องศาลระงับแผนการในนโยบายดังกล่าวเมื่อปี 2558 โดยระบุว่าข้อตกลงในสัมปทานเอื้อประโยชน์ต่อกลุ่มทุน แต่นายเนทันยาฮูย้ำว่าสัมปทานจะช่วยให้อิสราเอลเป็นผู้ส่งออกพลังงานได้ในอนาคต

ส่วนนายเอฮุด โอลเมิร์ต อดีตนายกรัฐมนตรีอิสราเอล รายงานตัวเข้าเรือนจำมาซิยาฮู ในเมืองรัมเล ตอนกลางของอิสราเอล เมื่อ 15 ก.พ. เพื่อรับโทษจำคุก 19 เดือน หลังศาลสูงตัดสินว่านายโอลเมิร์ตมีความผิดในข้อหารับสินบนระหว่างดำรงตำแหน่งในรัฐบาล รวมถึงขัดขวางกระบวนการยุติธรรม.

ชี้ กองกำลัง ‘เจไอ’ คืนชีพไปฝึกรบในซีเรีย-ผู้นำโต้ยึดสันติวิธี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/577949

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 16 ก.พ. 2559 01:55

 

(ภาพ: AFP)

นายซิดนีย์ โจนส์ ผู้เชี่ยวชาญด้านผู้ก่อการร้ายในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ให้สัมภาษณ์สำนักข่าวรอยเตอร์ เมื่อ 15 ก.พ.ว่า กองกำลังติดอาวุธ “เจมาห์ อิสลามิยาห์” (เจไอ) ซึ่งอยู่เบื้องหลังการก่อเหตุระเบิดไนท์คลับบนเกาะบาหลีของอินโดนีเซียเมื่อปี 2544 ทำให้มีผู้เสียชีวิต 200 ราย เริ่มกลับมาเคลื่อนไหวอีกครั้งหลังถูกรัฐบาลอินโดนีเซียปราบปรามอย่างหนักจนเงียบหายไปช่วงหลายปีที่ผ่านมา พร้อมระบุว่ากลุ่มเจไอเริ่มสรรหาสมาชิกรอบใหม่ รวมถึงระดมทุนและส่งแนวร่วมไปฝึกอบรมที่ซีเรีย และคาดว่าปัจจุบันกลุ่มเจไอมีสมาชิกประมาณ 2,000 ราย

อย่างไรก็ตาม นายอาบู รูไซดาน ผู้ซึ่งรัฐบาลอินโดนีเซียเชื่อว่าเป็นหัวหน้ากลุ่มเจไอในปัจจุบัน ยืนยันว่ากลุ่มเจไอเปลี่ยนมาเคลื่อนไหวโดยใช้แนวทางสันติวิธี เพราะต้องการเอาชนะใจประชาชนจนนำไปสู่การก่อตั้งรัฐอิสลาม ส่วนกรณีสมาชิกเจไอเดินทางไปซีเรียเป็นปฏิบัติการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม ขณะเดียวกัน รัฐบาลอินโดนีเซียกำลังพิจารณาแก้ไขกฎหมายต่อต้านก่อการร้ายเพื่อให้ตำรวจจับกุมผู้ต้องสงสัยในคดีเกี่ยวกับความมั่นคงได้โดยไม่ต้องมีหมายจับ หลังแนวร่วมของกองกำลังติดอาวุธรัฐอิสลาม (ไอเอส) ในอิรักและ ซีเรีย ก่อวินาศกรรมกลางกรุงจาการ์ตาของอินโดนีเซียเมื่อเดือน ม.ค.ที่ผ่านมา.

ประชุมสุดยอดอาเซียน-สหรัฐหวังเสรีภาพการเดินเรือ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/577947

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 16 ก.พ. 2559 01:10

 

(ภาพ: AP)

ประธานาธิบดีบารัค โอบามา ผู้นำสหรัฐฯ ใช้เวลาช่วงวันจันทร์ 15 ก.พ. และวันอังคาร 16 ก.พ. เป็นเจ้าภาพต้อนรับการประชุมสุดยอดผู้นำกลุ่มชาติอาเซียนกับสหรัฐฯ โดยการพบประชุมจัดขึ้นที่ “ซันนีแลนด์” บนพื้นที่ 200 เอเคอร์ในรัฐแคลิฟอร์เนีย ซึ่งสถานที่นี้เคยเป็นที่โปรดปรานของ นักร้องคนดัง แฟรงค์ ซิเนตรา และอดีตประธานาธิบดี ดไวต์ ไอเซนฮาวร์

การประชุมสุดยอดครั้งนี้ ถือเป็นครั้งแรกที่รัฐบาลสหรัฐฯจะมีโอกาสได้แสดงถึงการให้ความสำคัญต่ออาเซียน ซึ่งเพิ่งรวมตัวกันอย่างเป็นทางการตั้งแต่ช่วงปลายปีที่ผ่านมา ทั้งยังเป็นการพบหารือกันก่อนที่ประธานาธิบดีบารัค โอบามา จะหมดวาระ ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯในช่วงเดือน ม.ค.ปีหน้า อย่างไรก็ตาม การประชุมครั้งนี้ไม่มีผู้นำ ประเทศจากเวียดนามและเมียนมาเข้าร่วมการประชุมเพราะติดภารกิจอื่นภายในประเทศ โดยมีผู้แทนจากทั้งสองรัฐบาลเข้าร่วมการประชุมแทน ขณะที่ประธานาธิบดีบารัค โอบามา ก็มีกำหนดเดินทาง เยือนเวียดนามและ สปป.ลาวในช่วงปลายปีนี้

ส่วนประเด็นการหารือระหว่างผู้นำสหรัฐฯกับผู้นำกลุ่มชาติอาเซียน สำคัญที่สุดหนีไม่พ้นปัญหาเรื่องพื้นที่พิพาททะเลจีนใต้ ซึ่งสหรัฐฯต้องการให้อาเซียนแสดงจุดยืนสนับสนุนสหรัฐฯด้วยการยึดมั่น “เสรีภาพแห่งการเดินเรือ” ในพื้นที่ทะเลจีนใต้ ซึ่งถูกอิทธิพลของจีนครอบงำและยังเป็นดินแดนพิพาทกับชาติสมาชิกอาเซียนถึง 4 ประเทศ ได้แก่ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย บรูไนและเวียดนาม ทั้งๆที่พื้นที่ดังกล่าวถือเป็นเส้นทางเดินเรือสำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ทั้งยังเป็นแหล่ง ประมงสำคัญของโลกมากราว 10 เปอร์เซ็นต์ อันเป็นดินแดนตรงกลางระหว่างมหาสมุทรอินเดียบรรจบมหาสมุทรแปซิฟิก

นอกจากนั้น ประเด็นที่สหรัฐฯให้ความสำคัญกับอาเซียนนอกเหนือจากความร่วมมือด้านเศรษฐกิจแล้ว ยังรวมถึงการแสวงความร่วมมือด้านต่อต้านก่อการร้ายและปัญหาโจรสลัดชุกชุมในพื้นที่ช่องแคบ มะละกา ขณะเดียวกัน สหรัฐฯยังต้องเคารพไม่พยายาม แทรกแซงกิจการภายในของกลุ่มอาเซียน ซึ่งต่าง ยึดมั่นพันธะกรณีไม่แทรกแซงกิจการภายในประเทศของกันและกัน.

ปากีฯเปิดมหา’ลัย ‘บาชา ข่าน’ หลังถูกถล่มดับ 20 ศพ-อนุญาตให้ครูพกปืน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/577935

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 15 ก.พ. 2559 23:40

 

หน่วยคอมมานโดปากีสถานถือปืนเดินลาดตระเวนภายในมหาวิทยาลัยบาชา ข่าน (ภาพ: AFP)

มหาวิทยาลัยบาชา ข่าน ทางตะวันตกเฉียงเหนือของปากีสถาน ซึ่งถูกกลุ่มตาลีบันโจมตีเมื่อปลายเดือนม.ค. เปิดการเรียนการสอนอีกครั้งแล้ว โดยเพิ่มการรักษาความปลอดภัยมากขึ้น รวมทั้งอนุญาตให้ครูอาจารย์พกปืนด้วย…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า จากกรณีนักรบกลุ่มก่อการร้าย ตาลีบัน 4 คนบุกโจมตีมหาวิทยาลัยบาชา ข่าน ในเมืองชาร์ซัดดา จังหวัด ไคเลอร์ ปักห์ตุนควา ทางตะวันตกเฉียงเหนือของปากีสถาน จนทำให้มีอาจารย์และนักศึกษาเสียชีวิตถึง 20 รายเมื่อวันที่ 20 ม.ค.นั้น ล่าสุดมหาวิทยาลัยแห่งนี้กลับมาเปิดสอนอีกครั้งแล้วในวันจันทร์ที่ 15 ก.พ.

ตามการเปิดของนาย ฟาซาล ราฮิม มาร์วัด รองอธิการบดีของมหาวิทยาลัยบาชา ข่าน นับตั้งแต่เกิดเหตุทางมหาวิทยาลัยได้เพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยมากมายรวมทั้ง เพิ่มกล้องวงจรปิด, จากเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยมากขึ้น และเพิ่มความสูงของกำแพงมหาวิทยาลัย นอกจากนี้ยังอนุญาตให้อาจารย์ที่มีใบอนญาต พกปืนมาสอนหนังสือได้ด้วย แต่ต้องไม่เปิดเผยให้ใครเห็นในห้องเรียน

ส่วนบรรยากาศการเปิดการเรียนการสอนวันแรกของมหาวิทยาลัยบาชา ข่าน นักศึกษาหลายคนเดินทางมาเรียนพร้อมกับพ่อแม่และญาติพี่น้อง อย่างไรกก็ตาม ผู้ปกครองหลายคนยังไม่ยอมให้ลูกหลานเดินทางมาเรียนด้วยเกรงว่าจะเกิดเหตุร้ายขึ้นอีก เนื่องจากกลุ่มตาลีบันประกาศไว้ว่าจะโจมตีโรงเรียนและมหาวิทยาลัยอีก

ฝีมือใคร?! ยิงจรวดถล่ม รพ.แพทย์ไร้พรมแดนในซีเรีย จนท.สูญหาย 8

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/577884

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 15 ก.พ. 2559 18:54

 

(ภาพจากเว็บไซต์ขององค์การแพทย์ไร้พรมแดน แสดงให้เห็นโรงพยาบาลพังเสียหาย)

โรงพยาบาลในซีเรีย ซึ่งใช้เป็นสถานที่รักษาคนเจ็บคนไข้ ขององค์การแพทย์ไร้พรมแดน โดนจรวด 4 ลูก ถูกยิงโจมตี พังเสียหายยับ เจ้าหน้าที่ในโรงพยาบาลสูญหาย 8 คน ขณะที่กลุ่มสังเกตการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนชี้ เครื่องบินรบรัสเซียโจมตีทางอากาศถล่มเมืองนี้

เมื่อ 15 ก.พ.59 สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน เกิดเหตุสลด โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในเมืองมาอารัต อัล นูมาน ในซีเรีย ซึ่งถูกใช้เป็นสถานที่รักษาคนป่วยขององค์การแพทย์ไร้พรมแดน (MSF) พังเสียหายยับ เนื่องจากโดนโจมตีทางอากาศ เป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่ในโรงพยาบาล 8 คน สูญหาย และขณะนี้ยังไม่ทราบว่ากองกำลังฝ่ายใดต้องรับผิดชอบต่อการโจมตีครั้งนี้

องค์การแพทย์ไร้พรมแดนแถลงว่า มีจรวด 4 ลูก ถูกยิงโจมตีใส่โรงพยาบาลแห่งนี้ในเมืองมาอารัต อัล นูมาน ซึ่งเป็นเมืองที่ตกอยู่ภายใต้การยึดครองของกบฏ และอยู่ห่างจากเมืองอิดลิบ ไปทางใต้ประมาณ 30 กม. เมื่อช่วงเช้าวันจันทร์ที่ 15 ก.พ. และเป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่ในโรงพยาบาล 8 คน สูญหาย ขณะที่ความเสียหายของโรงพยาบาลซึ่งเป็นโรงพยาบาลขนาด 30 เตียง และมีเจ้าหน้าที่ทำงานอยู่ 54 คน ที่ถูกโจมตีนั้น ทำให้ชาวบ้านประมาณ 40,000 คน ซึ่งอยู่ท่ามกลางสงคราม จะไม่มีโรงพยาบาลสำหรับรักษาอาการป่วยและบาดเจ็บอีกต่อไป ด้วยเหตุนี้ ทางเอ็มเอสเอฟ ขอประณามการโจมตีครั้งนี้

บีบีซี รายงานด้วยว่า กลุ่มสังเกตการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนในซีเรียแจ้งว่า เครื่องบินรบของรัสเซียได้บินโจมตีทางอากาศถล่มเมืองมาอารัต อัล นูมาน เป็นเหตุให้มีชาวซีเรียเสียชีวิตอย่างน้อย 9 คน ในจำนวนนี้เป็นเด็ก 1 คน ทั้งนี้ การโจมตีทางอากาศถล่มเป้าหมายหลายแห่งในเมืองมาอารัต อัล นูมาน เกิดขึ้นหลังจากรัฐบาลรัสเซียและชาติมหาอำนาจในตะวันตก บรรลุข้อตกลงที่จะหยุดยิงในซีเรียกันเมื่อเร็วๆ นี้.

ตร.ออสซี่ผงะ ยึดยาไอซ์ ซุกในซิลิโคนเสริมหน้าอก รวมมูลค่ากว่า 3 หมื่นล้าน!!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/577855

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 15 ก.พ. 2559 17:30

 

ตำรวจออสเตรเลียแถลง ตรวจยึดยาไอซ์ ถูกซุกซ่อนมาในรูปซิลิโคนเสริมทรวงอกของผู้หญิง และงานศิลปะ เข้ามาในประเทศ รวมมูลค่ากว่า 3.2 หมื่นล้านบาท จนถือเป็นการยึดแอมเฟตามีนเหลวครั้งใหญ่สุดในประวัติศาสตร์ออสเตรเลีย

เมื่อ 15 ก.พ. 59 สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน เจ้าหน้าที่ตำรวจออสเตรเลียแถลงผลงาน สามารถตรวจยึดยาไอซ์ รวมมูลค่ามหาศาล​​ถึง 1,250 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย หรือประมาณ 890.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (32,058 ล้านบาท) โดยเมทิลแอมเฟตามีน (methylamphetamine) หรือแอมเฟตามีนเหลวถูกซุกซ่อนมากับซิลิโคนเสริมหน้าอกของผู้หญิง และชิ้นงานศิลปะ จนถือเป็นการยึดเมทิลแอมเฟตามีนครั้งใหญ่สุดในประวัติศาสตร์ของออสเตรเลียเลยทีเดียว

เจ้าหน้าที่ตำรวจของออสเตรเลีย เปิดแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนที่สำนักงานใหญ่ในนครซิดนีย์ เมื่อวันจันทร์ที่ 15 ก.พ.ว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจออสเตรเลียได้จับกุมผู้ต้องหา 4 คน ประกอบด้วย ชาวฮ่องกง 3 คน และชาวจีน 1 คน ในข้อหามีส่วนเกี่ยวข้องกับการแอบลักลอบนำแอมเฟตามีนเหลว น้ำหนัก 720 ลิตร เข้ามาในออสเตรเลีย

ยาไอซ์ถูกซุกซ่อนมาในรูปซิลิโคนเสริมทรวงอก

ข่าวแจ้งว่า การตรวจยึดยาไอซ์จำนวนมหาศาลได้ในครั้งนี้ เริ่มต้นครั้งแรกหลังจากเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองที่สนามบินในนครซิดนีย์ ได้แจ้งมายังสำนักงานตำรวจแห่งชาติออสเตรเลียว่า มีชายฮ่องกงอายุ 33 ปี ซึ่งถูกระบุเป็นบุคคลที่มีความเสี่ยงสูง ได้เข้ามาในออสเตรเลีย เมื่อวันที่ 9 พ.ย.2558 จากนั้น วันที่ 26 ธ.ค.2558 ทีมเจ้าหน้าที่ตำรวจได้บุกจู่โจมตรวจค้นตู้คอนเทนเนอร์ตู้หนึ่งที่ถูกส่งมาจากฮ่องกง และพบแอมเฟตามีนเหลว ถูกซุกซ่อนในรูปของซิลิโคนเสริมทรวงอกจำนวนถึง 86 กล่องใหญ่ รวมแล้วมีปริมาณแอมเฟตามีนเหลวถึง 190 ลิตร จึงนำไปสู่การประสานงานสนธิกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทำการบุกตรวจยึดอย่างต่อเนื่อง

ออสเตรเลียแถลงข่าวตรวจยึดยาไอซ์ได้มหาศาล มูลค่ากว่า 3 หมื่นล้านบาท

ระทึกมาก! บินโดยสารเวอร์จิน โดนยิงด้วยแสงเลเซอร์ ขอลงจอดฉุกเฉิน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/577815

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 15 ก.พ. 2559 15:50

 

เครื่องบินโดยสารสายการบินเวอร์จิน แอตแลนติก ต้องบินกลับมาลงจอดฉุกเฉินที่สนามบินฮีทโธรว์ในกรุงลอนดอน…เกิดเหตุระทึก เครื่องบินโดนยิงด้วยแสงเลเซอร์ หลังทะยานขึ้นจากสนามบินได้ไม่นาน ขณะที่สายการบินกำลังทำงานกับเจ้าหน้าที่หาต้นตอของแสงเลเซอร์

เมื่อ 15 ก.พ.59 สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน เกิดเหตุการณ์ระทึก เครื่องบินโดยสารของสายการบินเวอร์จิน แอตแลนติก เที่ยวบิน VS025 ต้องบินกลับไปขอลงจอดฉุกเฉินที่ท่าอากาศยานระหว่างประเทศฮีทโธรว์ ในกรุงลอนดอน ของอังกฤษ เนื่องจากโดนยิงด้วยแสงเลเซอร์ หลังจากทะยานขึ้นจากท่าอากาศยานระหว่างประเทศฮีทโธรว์ได้ไม่นาน และกำลังบินอยู่ที่ระดับความสูง 8,000 ฟุต

บริษัทสายการบินเวอร์จิน แอตแลนติก แถลงยืนยันว่า เกิดเหตุการณ์ เที่ยวบิน VS025 ซึ่งนำผู้โดยสาร 252 คน และลูกเรือ 15 คน ทะยานออกจากสนามบินฮีทโธรว์ เมื่อเวลา 20.13 น. ของวันที่ 15 ก.พ. (ตามเวลาท้องถิ่น) เพื่อมุ่งหน้าสู่ท่าอากาศยานจอห์น เอฟ เคนเนดี ในนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐฯโดนยิงด้วยแสงเลเซอร์  โดยเสียงของนักบินคนหนึ่งในห้องนักบินที่ถูกบันทึกไว้ได้แจ้งไปยังหอควบคุมการบินไอร์แลนด์ว่า ‘ด้วยประเด็นการแพทย์ของหนึ่งในนักบิน หลังเกิดเหตุเครื่องบินถูกยิงด้วยเลเซอร์’

ด้านสำนักงานตำรวจนครบาลกรุงลอนดอน ได้ทวีตข้อความทางทวิตเตอร์ว่า ‘จำต้องนำเครื่องบินกลับมาลงจอดที่ฮีทโธรว์ หลังโดนยิงด้วยเลเซอร์ ’พร้อมติดแฮชแท็ก#laserstrike CAD4 ขณะที่สายการบินเวอร์จิน ยังได้ออกแถลงการณ์ด้วยว่า ทางสายการบินกำลังทำงานกับเจ้าหน้าที่เพื่อระบุหาแหล่งต้นตอที่ยิงเลเซอร์ใส่เครื่องบินโดยสารเที่ยวบิน VS025 ในครั้งนี้ พร้อมระบุว่าความปลอดภัยของลูกเรือและลูกค้าเป็นภารกิจเบื้องต้นของทางสายการบิน พร้อมขออภัยต่อความไม่สะดวกทุกอย่างที่เกิดขึ้น.

สำนักปฏิบัติธรรมกับลานเบียร์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/detail/20151110/216628.html

การศึกษา-สาธารณสุข-สิ่งแวดล้อม : ข่าวทั่วไป
วันอังคารที่ 10 พฤศจิกายน 2558
สำนักปฏิบัติธรรมกับลานเบียร์

สำนักปฏิบัติธรรมกับลานเบียร์ : ขยายปมร้อน โดยศรุติ ศรุตา

              ไม่ใช่เรื่องแปลกที่เมื่อเอ่ยถึงธุรกิจสีเทาแล้ว ผู้คนส่วนใหญ่จะเบือนหน้าหนี

แต่มีการประเมินเอาไว้คร่าวๆ ว่า เม็ดเงินที่ไหลผ่านธุรกิจสีเทาของประเทศไทยก่อนหที่ คสช.จะเข้ามานั้น อย่างน้อย 1 ใน 3 ของจีดีพี

ธุรกิจสีเทาที่ว่า ครอบคลุมเรื่องเพศพาณิชย์ บ่อนการพนันนอกกฎหมาย เงินกู้นอกระบบ ของเถื่อน ค้ามนุษย์ ทุจริตคอร์รัปชั่น

เม็ดเงินที่ไหลเวียนในธุรกิจสีเทาไม่ได้จำกัดเฉพาะแวดวงที่เกี่ยวข้องเท่านั้น หากแต่ห่วงโซ่สีเทานั้นเกี่ยวพันไปถึงการดำเนินชีวิต การทำธุรกิจที่เป็นปกติ จนที่สุดแล้ว ยากที่จะแยกได้ว่า ระหว่าง สีเทา กับสีขาว หรือสีดำนั้น มีสัดส่วนเท่าไหร่

รับรู้แต่เพียงว่า อาชีพที่ต่อเนื่องจากธุรกิจสีเทานั้น มีมากมาย และมีมูลค่าที่ไม่อาจวัดได้

ภายหลัง คสช.เข้ามาจัดระเบียบสังคม “ธุรกิจสีเทา” เหล่านี้ก็ค่อยๆ หายไป

จะหายไปอย่างสิ้นเชิง หรือหายไปชั่วคราว ก็ว่ากันไป แต่ระยะเวลาปีสองปีนับจากนี้ หากจะอยู่ก็ต้องอยู่ให้เป็น จะเลือกเป็นสนลู่ลม หรือจะเบ่งกล้ามสู้ ก็แล้วแต่ทางเลือก

อีกเรื่องหนึ่งที่ คสช.ดูจะให้ความสำคัญมากเป็นพิเศษก็คือ การจัดระเบียบสถานบันเทิง ซึ่งก็ยากที่จะเรียกตนเองเป็นอย่างอื่น เพราะอย่างน้อยๆ สถานบันเทิงเหล่านี้ก็ขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ที่เป็นเครื่องดื่มที่สร้างปัญหาจนถึงขั้นต้องออกกฎหมายมาควบคุมในยุค พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ เป็นนายกรัฐมนตรี เข้ามาดูแลเป็นพิเศษกันเลยทีเดียว

ดูเนื้อหาแล้ว ดูเหมือนว่า กฎหมายจะมุ่งเอาผิด “ผู้ขาย” เพราะห้ามนั่นนี่เยอะแยะไปหมด

ขนาดมีภาพขาดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ไม่ว่าจะเป็น เหล้า เบียร์ ไวน์ ไว้ในเมนูอาหาร ก็ยังถือว่าผิดกฎหมาย เพราะฉะนั้นขวดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่ว่า หากตั้งให้เห็นไม่ว่าจะเป็นในร้าน นอกร้าน ล้วนถือว่าเป็นการจูงใจให้ซื้อเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทั้งสิ้น

เพราะฉะนั้น บรรดาดาราทั้งหลายที่ไปถ่ายภาพคู่กับเบียร์ยี่ห้อหนึ่ง แล้วโดนเรียกไปชี้แจงนั่น จะมาโอดครวญว่า ไม่รู้เรื่อง รู้เท่าไม่ถึงการณ์ คงจะเป็นเรื่องของกระบวนการยุติธรรมกันแล้วล่ะ เพราะหากว่าตามกฎหมาย ทำอย่างนั้นล้วนแต่เป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายจริงๆ

เรื่องนี้ แรกทีเดียวกระแสหนุน หมอสมาน ฟูตระกูล ผอ.สำนักงานคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข หนุนให้หมอสมานจัดการเต็มที่ เพราะถือว่าดาราเหล่านี้มีส่วนชี้นำผู้คนในสังคม

อย่างที่บอก แรกๆ ก็หนุนหมอ จัดการ “ไอดอล” ให้อยู่กะร่องกะรอย แต่ระยะหลังหมอเล่นจะเลยไปจัดการลานเบียร์ ที่อีกไม่กี่วันเทศกาลลานเบียร์ก็จะมีขึ้น เพราะลานเบียร์จะจัดขึ้นในช่วงเทศกาลหน้าหนาว

แต่ในมุมของหมอ มองว่า เทศกาลเหล่านี้นี่แหละที่ไปสนับสนุนให้ผู้คนไปดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งหากมองตามกฎหมายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ มันก็พอจะว่าอย่างนั้นได้

แต่เรื่องอย่างนี้มันก็เหมือน “เหรียญสองด้าน” การตัดสินใจทำอะไรลงไปมันเหมือนมี “ดาบสองคม”

ไม่ต่างจากวันหนึ่งที่ตำรวจจราจรไปจับลูกจ้างที่ขับรถเถ้าแก่ไปยางแตกบนวงแหวนอุตสาหกรรมนั่นแหละ…โทษฐานใช้ยานพาหนะที่ไม่พร้อมใช้งาน

แต่ถ้าไปเทียบกับตำรวจอัมพวา ได้รับแจ้งเหตุรถกระบะยางระเบิดอยู่ริมทาง แล้วรีบบึ่งไปช่วยเหลือเปลี่ยนยางให้เรียบร้อย หรืออีกกรณีที่จำไม่ได้ว่า ที่ไหน มีหนุ่มโรงงานใช้เงินหมดจนไม่มีสตางค์ไปปะยางรถมอเตอร์ไซค์ ตำรวจไปเจอ แล้วให้ยืมเงินไปปะยาง

ความรู้สึกที่ประชาชนมีต่อการกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐมันต่างกันราวฟ้ากับเหว!

เรื่องอย่างนี้ก็ไม่ต่างกับที่หมอสมานคิดจะทำนั่นแหละ ถ้าจะเอากันทุกเม็ดก็คงไม่สามารถให้บ้านนี้เมืองนี้เต็มไปด้วยสำนักปฏิบัติธรรมได้หรอก