รมว.ยุติธรรมมะกัน ถอนตัว คุม FBI สอบรัสเซียแทรกแซงเลือกตั้ง ช่วยทรัมป์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 3 มี.ค. 2560 18:56

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/873367


เจฟฟ์ เซสซันส์ รมว.ยุติธรรมสหรัฐฯ ตัดสินใจถอนตัวจากการกำกับดูแลการไต่สวนของ เอฟบีไอ ตรวจสอบรัสเซียแทรกแซงเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ช่วยทรัมป์ชนะเลือกตั้งแล้ว ขณะกำลังถูกเรียกร้องให้ลาออกจากตำแหน่ง หลังโดนแฉ ติดต่อรัสเซีย

เมื่อ 3 มี.ค. สำนักข่าวบีบีซีรายงาน ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ออกมาปกป้อง นายเจฟฟ์ เซสซันส์ รมว.ยุติธรรม ที่กำลังโดนแกนนำพรรคฝ่ายค้าน เดโมแครต เรียกร้องให้ลาออกจากตำแหน่ง หลังจากโดนแฉว่า เขาได้พบกับนายเซอร์เก คิสลยาค เอกอัครราชทูตรัสเซียประจำสหรัฐฯ ถึง 2 ครั้งเมื่อปีก่อน ขณะที่ทรัมป์อยู่ระหว่างหาเสียงชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดยทรัมป์ได้ยกย่องนายเจฟฟ์ เซสซันส์ ว่าเป็น ‘ผู้ชายที่ซื่อสัตย์’ และไม่ได้เจตนาที่จะไม่แจ้งต่อสภาว่าเคยพบกับเอกอัครราชทูตรัสเซียมาก่อน โดยทรัมป์ยังกล่าวตำหนิพรรคเดโมแครตว่า เหมือน ‘แม่มดจอมล่า’

เจฟฟ์ เซสซันส์ รมว.ยุติธรรมสหรัฐฯ

ด้าน นายเซสซันส์ หลังจากโดนมรสุมเรียกร้องให้เขาลาออกจากเก้าอี้ รมว.ยุติธรรม ได้ตัดสินใจถอนตัวออกจากการกำกับดูแลการไต่สวนของสำนักงานสืบสวนสอบสวนกลาง (เอฟบีไอ) ที่กำลังตรวจสอบกรณีต้องสงสัยรัสเซียเข้ามาแทรกแซงการเลือกตั้งประธานาธิบดีของสหรัฐฯ เพื่อช่วยให้ทรัมป์ชนะเลือกตั้งเหนือนางฮิลลารี คลินตัน คู่แข่งจากพรรคเดโมแครต.

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

รมว.ยุติธรรมมะกัน ‘งานเข้า’ โดนตะเพิดให้ลาออก แอบติดต่อทูตรัสเซีย

 

สถานทูตสหรัฐฯในไทย ฉลองวันสัตว์ป่าและพืชป่าโลก ร่วมปล่อยเต่า

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ข่าวประชาสัมพันธ์ 3 มี.ค. 2560 18:40

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/873052


เช้านี้ (วันศุกร์ที่ 3 มีนาคม 2560) สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ร่วมฉลองวันสัตว์ป่าและพืชป่าโลก (World Wildlife Day) ด้วยงาน ปล่อยเต่า คืนชีวิตสู่ธรรมชาติ ณ ทำเนียบเอกอัครราชทูต โดยมีผู้ร่วมงานเป็นน้องๆ นักเรียนโรงเรียนนานาชาติกรุงเทพ (International School Bangkok) และโรงเรียนเจ้าพระยาวิทยาคม รวมถึงเจ้าหน้าที่จากโครงการ “The Bangkok Chapter of the Eco-Capitals Forum” สำนักสิ่งแวดล้อม กรุงเทพมหานคร และพนักงานและอาสาสมัครของสถานทูตฯ ในงานปล่อยเต่าวันนี้ เต่า 89 ตัว ซึ่งเป็นเต่าที่ได้รับการช่วยชีวิต เป็นสัตว์เลี้ยงที่ถูกทอดทิ้งได้มีที่อยู่ใหม่ในสระน้ำและพื้นที่สีเขียวกว้างขวางในบริเวณสถานทูตฯ กิจกรรมนี้เป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินงานของสถานทูตฯ เพื่ออนุรักษ์พื้นที่สีเขียวมีค่าที่มีความหลากหลายทางชีวภาพทั้งพืชและสัตว์ในย่านกลางกรุง ผู้ร่วมงานจะได้รับคำแนะนำถึงการจับตัวเต่าและปล่อยเต่าที่ถูกต้อง ตลอดจนรับฟังถึงภัยที่เกี่ยวเนื่องกับการลักลอบค้าสัตว์ป่าผิดกฎหมาย

ระทึก ขู่วางระเบิด เครื่องบินการบินไทย จากสตอกโฮล์ม มาภูเก็ต

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 3 มี.ค. 2560 16:44

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/873237


(ภาพประกอบ)

เครื่องบินโดยสารสายการบินไทย จากสตอกโฮล์ม มายังภูเก็ต โดนขู่วางระเบิด ต้องสั่งอพยพผู้โดยสารและลูกเรือเกือบ 300 คนลงจากเครื่อง ขณะที่ตำรวจหน่วยวัตถุระเบิดของสวีเดนเข้าตรวจสอบ

เมื่อ 3 มี.ค.60 สื่อต่างประเทศรายงาน เครื่องบินโดยสารของสายการการบินไทย หรือไทย แอร์เวย์ส เที่ยวบิน TG 963 เส้นทางจากกรุงสตอกโฮล์ม เมืองหลวงของสวีเดน มายังภูเก็ต โดนโทรขู่วางระเบิด เมื่อคืนวันที่ 2 มี.ค. ตามเวลาท้องถิ่น ทำให้ต้องอพยพผู้โดยสาร 267 คน พร้อมลูกเรือและนักบิน 19 คนลงจากเครื่องบิน เมื่อคืนวันที่ 2 มี.ค. ตามเวลาท้องถิ่น ขณะที่ตำรวจหน่วยวัตถุระเบิดสวีเดนกำลังเข้าตรวจสอบว่ามีระเบิดบนเครื่องบินตามที่มีผู้ไม่ประสงค์ดีโทรศัพท์มาอ้างหรือไม่

ข่าวแจ้งว่า เครื่องบินโดยสารของสายการบินไทย เที่ยวบิน TG 963 มีกำหนดเดินทางออกจากท่าอากาศยานนานาชาติ อาร์ลันดา ในกรุงสตอกโฮล์ม ตอนเวลา 21.33 น.ของคืนวันที่ 2 มี.ค.ตามเวลาท้องถิ่น แต่ต้องเลื่อนกำหนดเดินทางออกไป หลังจากมีคนโทรศัพท์เข้ามายังกองบัญชาการตำรวจของสวีเดนในกรุงสตอกโฮล์ม อ้างว่ามีระเบิดบนเครื่องบินโดยสารของสายการบินไทย เที่ยวบินที่จะออกจากสตอกโฮล์ม จึงทำให้ต้องดำเนินการอพยพผู้โดยสารและลูกเรือเกือบ 300 คน ลงจากเครื่องบิน

ผู้โดยสารคนหนึ่งที่เดินทางกับเที่ยวบินนี้ เผยกับนักข่าวของสำนักข่าวTT ในสวีเดนว่า มีเจ้าหน้าที่ตำรวจขึ้นมาแจ้งกับผู้โดยสารว่า พวกเราต้องลงจากเครื่องบิน โดยอนุญาตให้นำเฉพาะโทรศัพท์และกระเป๋าเงินติดตัวลงจากเครื่องบินเท่านั้น ยังไม่อนุญาตให้นำกระเป๋าสัมภาระลงจากเครื่อง ก่อนต่อมา ผู้โดยสารจะทราบว่ามีการขู่วางระเบิดบนเที่ยวบินนี้ หลังจากมีการอพยพผู้โดยสารลงจากเครื่องบินเรียบร้อยแล้ว และเจ้าหน้าที่ตำรวจได้สัมภาษณ์ผู้โดยสารว่ามีใครเห็นข้อความเตือน หรือสังเกตเหตุอะไรผิดปกติบนเครื่องบินหรือไม่ ก่อนจะให้เจ้าหน้าที่ภาคพื้นดินนำผู้โดยสารทั้งหมดเข้าไปพักที่โรงแรมหลังสัมภาษณ์เสร็จเรียบร้อย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

– บินไทยแจงเครื่องจากสตอกโฮล์มล่าช้า หลังรับแจ้งตรวจสอบความปลอดภัย

 

นักท่องเที่ยวสุดโหด ใช้ก้อนหินปาจระเข้สวนสัตว์ตูนิเซีย ตายอนาถ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 3 มี.ค. 2560 14:05

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/872990


(ภาพจากยูทูบ time news-e-sport)

โหดจริงคน..จระเข้เคราะห์ร้ายตัวหนึ่งที่สวนสัตว์ในตูนิเซีย ดับสลด โดนกลุ่มนักท่องเที่ยวขว้างปาก้อนหินใส่หัวของมัน จนเลือดไหลไม่หยุด ด้านสัตวแพทย์ประณาม สุดเถื่อน

เมื่อ 3 มี.ค. สื่อต่างประเทศรายงานเกิดเหตุสะเทือนใจกับจระเข้ตัวหนึ่ง ที่สวนสัตว์เบลวีดีรี ทางตอนกลางของประเทศตูนิเซีย ซึ่งถูกนักท่องเที่ยวกลุ่มหนึ่งที่มาเที่ยวชมสวนสัตว์ ขว้างปาก้อนหินใส่หัวของจระเข้เคราะห์ร้ายตัวนี้อย่างโหดร้าย จนมันต้องตายอย่างน่าสลด

จากการเปิดเผยของสัตวแพทย์ประจำสวนสัตว์เบลวีดีรี ระบุว่า นักท่องเที่ยวกลุ่มหนึ่งได้ใช้ก้อนหินขว้างใส่หัวจระเข้ตัวนี้ และมีก้อนหินขนาดใหญ่ 2 ก้อนตกกระแทกใส่หัวของมันอย่างรุนแรง จนได้รับบาดเจ็บสาหัส เลือดไหลไม่หยุด และจระเข้เคราะห์รายตัวนี้ต้องตายในที่สุด เมื่อวันอังคารที่ 28 ก.พ.ที่ผ่านมา โดยทางสวนสัตว์เบลวีดีรี ยังประณามการกระทำของนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ว่า มีพฤติกรรมโหดร้ายป่าเถื่อน

‘มันเป็นเรื่องโหดร้าย คุณไม่สามารถจินตนาการได้เลยว่ามันจะเกิดขึ้น เมื่อมีสัตว์ถูกทำร้ายจากนักท่องเที่ยวบางคน’ นายอามอร์ เอ็นไนเฟอร์ สัตวแพทย์คนหนึ่งประจำสวนสัตว์กล่าวกับนักข่าวเอเอฟพี พร้อมทั้งยังระบายถึงนิสัยแย่ๆ ของผู้คนที่มาเที่ยวสวนสัตว์ ที่มักทิ้งขยะและถุงพลาสติก รวมทั้งยังขว้างก้อนหินใส่สิงโตและฮิปโปโปเตมัสด้วย

นายเอ็นไนเฟอร์ ชี้ถึงปัญหาที่ทำให้ไม่สามารถควบคุมดูแลสัตว์ให้ปลอดภัยจากน้ำมือของนักท่องเที่ยวได้ว่า เป็นเพราะจำนวนของเจ้าหน้าที่ดูแลความปลอดภัยมีไม่มากเพียงพอ โดยเฉพาะในช่วงที่โรงเรียนหยุด พร้อมกับบอกว่าตอนนี้มีสัตว์มากกว่า 150 สปีชีส์ในสวนสัตว์เบลวีดีรี ซึ่งทางสวนสัตว์ไม่สามารถมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยดูแลความปลอดภัยที่หน้ากรงของพวกมันได้ทั้งหมด.

 

มาเลย์ ร่วมมือเต็มที่องค์การห้ามอาวุธเคมี ตรวจสารพิษ VX ฆ่าคิม จอง นัม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 3 มี.ค. 2560 11:48

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/872812


รบ.มาเลเซีย ประกาศจะให้ความร่วมมือกับองค์การห้ามอาวุธเคมี อย่างเต็มที่ ในการตรวจสอบสารพิษทำลายประสาท วีเอ็กซ์ ใช้ลอบสังหาร คิม จอง นัม ขณะที่อังกฤษเรียกร้องให้มาเลเซียโชว์หลักฐานการใช้สารพิษกับยูเอ็น เพื่อดำเนินการเกาหลีเหนือ

เมื่อ 3 มี.ค. 60 สื่อต่างประเทศรายงานว่า กระทรวงการต่างประเทศมาเลเซียออกแถลงการณ์เมื่อ 3 มี.ค. ระบุรัฐบาลมาเลเซีย จะให้ความร่วมมือกับองค์การห้ามอาวุธเคมี (Organisation for thr Prohibition of Chemical Weapons) หรือ OPWC ซึ่งเป็นองค์การระหว่างประเทศ อย่างเต็มที่ ในการตรวจสอบกรณีมีการใช้สารพิษทำลายประสาทสุดอันตราย ‘วีเอ็กซ์’ (VX)ในการลอบสังหารคิม จอง นัม พี่ชายต่างมารดาของคิม จอง อึน ผู้นำเกาหลีเหนือ ที่สนามบินกัวลาลัมเปอร์ เมื่อ 13 ก.พ.ที่ผ่านมา

เจ้าหน้าที่หน่วยงานด้านเคมีของมาเลเซียตรวจสอบสารพิษวีเอ็กซ์ ที่สนามบินกัวลาลัมเปอร์ เมื่อ26ก.พ.

กระทรวงการต่างประเทศมาเลเซีย ยังระบุว่า รัฐบาลมาเลเซียจะให้ความร่วมมือกับ OPWC ภายใต้อนุสัญญาว่าด้วยอาวุธเคมี ปี 2548 คือจะไม่มีการผลิต กักตุน นำเข้า ส่งออก หรือใช้สารเคมีอันตราย ประเภท 1 รวมทั้ง สารพิษวีเอ็กซ์ โดยกระทรวงการต่างประเทศเผยว่า ทาง OPWC จะจัดหาวัตถุด้านเทคนิคบางอย่างตามคำร้องขอของทางการมาเลเซีย ในการตรวจสอบสารพิษวีเอ็กซ์ และความช่วยเหลืออื่นๆ ตามคำร้องขอ

ข่าวแจ้งว่า หลังจากทางการมาเลเซียแถลงผลการชันสูตรศพคิม จอง นัม พร้อมระบุว่าเขาเสียชีวิตจากสารพิษวีเอ็กซ์นั้น รัฐบาลอังกฤษได้เรียกร้องให้มาเลเซียแบ่งปันหลักฐานเกี่ยวกับการใช้สารพิษวีเอ็กซ์ ซึ่งไม่มีสี ไม่มีกลิ่น และไม่มีรสกับสหประชาชาติ เพื่อดำเนินการกับรัฐบาลเกาหลีเหนือ.

 

อัลเคดายอมรับแล้ว ผู้นำเบอร์ 2 โดนมะกันโจมตีทางอากาศดับจริง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 3 มี.ค. 2560 06:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/872549


เครือข่ายก่อการร้ายอัลเคดาแถลงยืนยัน อัล-มาสรี ผู้นำหมายเลข 2 ของกลุ่มเสียชีวิตในการโจมตีทางอากาศของสหรัฐฯ เมื่อหลายวันก่อนจริง พร้อมกับประณามสหรัฐฯ และชาติพันธมิตร…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เครือข่ายก่อการร้ายอัลเคดาในเยเมนและแอฟริกาเหนือ ออกแถลงการณ์ร่วมยืนยันในวันพฤหัสบดีที่ 2 มี.ค. ว่า นายอาบู อัล-คาอีร์ อัล-มาสรี ผู้นำหมายเลข 2 รองจากหัวหน้าใหญ่ ไอย์มาน อัลซาวาฮิรี เสียชีวิตแล้ว จากการโจมตีทางอากาศของสหรัฐฯ ในซีเรีย เมื่อช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา

อัลเคดา ระบุว่า นายอัล-มาสรี ถูกสังหารในการโจมตีทางอากาศของผู้ทำสงครามศาสนาในซีเรีย พร้อมระบุว่านี่เป็นอาชญากรรมอีกครั้งหนึ่งของสหรัฐฯ และพันธมิตรผู้ทำสงครามศาสนา พวกเขายังชื่นชม นายอัล-มาสรี ว่าเป็นวีรบุรุษ และเป็นผู้นำที่ชาญฉลาด พร้อมทั้งแสดงความเสียใจถึง นายอัล-ซาวาฮิรี ด้วย

ทั้งนี้ แถลงการณ์ของอัลเคดาเป็นการยืนยันรายงานของกลุ่มข่าวกรอง ‘ไซต์’ (SITE) ในสหรัฐฯ ซึ่งเผยแพร่รายงานว่า นายอัล-มาสรี อาจเสียชีวิตแล้วในการโจมตีทางอากาศของสหรัฐฯ เมื่อวันอาทิตย์ ซึ่งโดนรถคันหนึ่งที่กำลังวิ่งอยู่ในจังหวัดอิดลิบ พร้อมเผยแพร่ภาพรถยนต์ที่ได้รับความเสียหายคันหนึ่ง

 

กองทัพซีเรียยึดเมืองพัลไมราคืนจากไอซิสรอบ 2

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 3 มี.ค. 2560 06:00

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/872542


กองทัพรัฐบาลซีเรียประกาศยึดคืนเมืองโบราณ พัลไมรา คืนจากกลุ่มไอซิสได้เป็นครั้งที่ 2 หลังประมาทจนเมืองถูกยึดกลับไปเมื่อปลายปี 2016…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า กองทัพของประเทศซีเรียประกาศในวันพฤหัสบดีที่ 2 มี.ค.ว่า พวกเขาสามารถยึดเมืองโบราณ พัลไมรา คืนจากกลุ่มติดอาวุธรัฐอิสลาม (ไอซิส) ได้อีกครั้งแล้ว โดยได้รับความช่วยเหลือจากกองกำลังฝ่ายพันธมิตร และการโจมตีทางอากาศจากรัสเซีย

นี่ถือเป็นการยึดคืนเมืองพัลไมราครั้งที่ 2 ของกองทัพซีเรีย โดยพวกเขายึดคืนเมืองพัลไมราจากกลุ่มไอซิสได้ครั้งแรกเมื่อเดือน มี.ค. 2016 อย่างไรก็ตาม ไอซิสเปิดฉากบุกสายฟ้าแลบ และยึดเมืองโบราณแห่งนี้กลับไปในเดือน ธ.ค.ปีเดียวกัน

ตามการเปิดเผยของกลุ่มสังเกตการณ์เพื่อสิทธิมนุษยชนในซีเรีย กองทัพอิรักและกลุ่มติดอาวุธ ซึ่งได้รับการหนุนหลังจากประเทศอิหร่าน บุกเข้าไปในเมืองพัลไมราได้สำเร็จในวันพฤหัสบดี ทำให้นักรบไอซิสทั้งหมดต้องล่าถอยออกจากเมืองไปทางตะวันออก ก่อนที่กองทัพรัฐบาลจะเข้าควบคุมพื้นที่ต่างๆ ของเมืองอย่างรวดเร็ว และเริ่มปฏิบัติการกำจัดระเบิดที่ยังหลงเหลือ

ทั้งนี้ ในช่วงที่ไอซิสครอบครองเมืองพัลไมราครั้งแรก พวกเขาทำลายซากโบราณสถานและศิลปวัตถุโบราณที่บางอย่างก็มีอายุหลายพันปี และมีคุณค่าทางประวัติศาสตร์อย่างประเมินค่าไม่ได้ไปมากมาย ทำให้นานาประเทศออกมาประณามกลุ่มไอซิส และเรียกร้องให้หยุดการทำลายมรดกของโลก

 

สดใหม่และเย็นฉ่ำ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 3 มี.ค. 2560 05:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/871949


เจ้าสิงโตตัวใหญ่มีแผงขนคอหนาฟูกำลังเอาลิ้นของมันเลียไอศกรีมก้อนเนื้ออย่างเอร็ดอร่อย ซึ่งอาหารอันโอชะนี้ผูกติดมากับเชือกห้อยลงมา เป็นเมนูที่เรียกว่าสดจากธรรมชาติและเย็นฉ่ำจริงๆ สิงโตเจ้าป่าคงไม่ได้กินไอศกรีมรสเนื้อหากอยู่ในป่า แต่เจ้าสิงโตตัวนี้อาศัยอยู่ที่สวนสัตว์เมเดลยิน ในประเทศโคลอมเบีย เลยได้ลิ้มลองเมนูประยุกต์จากมนุษย์.

 

ครั้งแรกในโลก WHO ขึ้นบัญชี 12 ‘ซุปเปอร์บัก’ เป็นภัยต่อมนุษย์มากที่สุด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 3 มี.ค. 2560 05:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/872528


WHO เปิดเผยรายชื่อ 12 เชื้อแบคทีเรียดื้อยา หรือ ‘ซุปเปอร์บัก’ ที่เป็นอันตรายต่อโลกมากที่สุดในขณะนี้ฉบับแรกออกมาเมื่อวันจันทร์ เพื่อกระตุ้นให้หน่วยงานต่างๆ เห็นความสำคัญของการพัฒนายาปฏิชีวนะ

เมื่อวันจันทร์ที่ 27 ก.พ. ที่ผ่านมา องค์การอนามัยโลก (WHO) ได้เปิดเผยรายชื่อ 12 เชื้อแบคทีเรียดื้อยา หรือ ‘ซุปเปอร์บัก’ ที่เป็นอันตรายต่อโลกมากที่สุดในขณะนี้ ฉบับแรกออกมาแล้ว เพื่อกระตุ้นให้หน่วยงานรัฐและภาคธุรกิจตระหนักถึงความสำคัญของการพัฒนายาปฏิชีวนะใหม่ๆ เพราะจำนวนยาที่สามารถใช้รักษาโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพกำลังลดลงเรื่อยๆ

จานเพาะเชื้อจำนวนมากวางซ้อนกันในห้องทดลองของมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในเมืองแอนท์เวิร์ป

วิกฤติเชื้อดื้อยา

ตลอดช่วงทศวรรษที่ผ่านมา มียาปฏิชีวนะชนิดใหม่ถูกพัฒนาขึ้นมาเพียงไม่กี่ชนิด และองค์กรสาธารณสุขหลายกลุ่มต่างแสดงความกังวลว่ากระบวนการพัฒนายาหลังจากนี้จะเกิดขึ้นได้ยากจนน่าเป็นกังวล เนื่องจากผู้ผลิตยาหลายกลุ่มลังเลที่จะลงทุนเม็ดเงินในการวิจัยยาปฏิชีวนะ เพราะให้ผลตอบแทนน้อย ต่างจากยาโรคเรื้อรัง

ขณะที่มีหลายกลุ่มระบุว่าการเก็บรักษายาปฏิชีวนะที่เรามีอยู่แล้วเป็นเรื่องสำคัญเท่า หรืออาจจะมากกว่าการออกยาตัวใหม่ แต่ก็ไม่อาจปฏิเสธได้ว่าโลกกำลังต้องการยาต้านจุลชีพชนิดใหม่ๆ เพิ่มขึ้น เมื่อดูจากสถิติ แค่ในสหรัฐฯ เพียงประเทศเดียวก็มีผู้เสียชีวิตเพราะเชื้อดื้อยามากถึง 23,000 คน และมีผู้ป่วยกว่า 2 ล้านคนทุกปี โรคอย่างหนองใน หรือเชื้อวงศ์ เอนเทอโรแบคทีเรียซีอี ไม่ตอบสนองต่อยาที่มีอยู่ในสหรัฐฯ แล้ว

หลายองค์กรรวมทั้งองค์การอนามัยโลก จึงรณรงค์เรื่องการวิจัยยาใหม่มาโดยตลอด และการกระตุ้นล่าสุดคือการออกรายชื่อแบคทีเรียที่เป็นภัยคุกคามต่อโลกมากที่สุดนั่นเอง

12 ซุปเปอร์บักที่ต้องการยาปฏิชีวนะชนิดใหม่ในการรักษาโดยเร็วที่สุด

องค์การอนามัยโลกอธิบายว่า รายชื่อเชื้อดื้อยาทั้ง 12 ตัวนี้ เป็นภัยคุกคามที่ยิ่งใหญ่ที่สุดต่อสุขภาพของมนุษย์ และส่วนใหญ่ในนี้เป็นแบคทีเรียแกรมลบ ซึ่งวิวัฒนาารเพื่อต่อสู้กับยาปฏิชีวนะหลายชนิดโดยถูกจะเป็นเป็น 3 กลุ่ม ตามระดับความเร่งด่วนของความต้องการยาใหม่ ได้แก่

กลุ่มความเร่งด่วน ‘วิกฤติ’

1. เชื้อ อะซินีโตแบ็กเตอร์ บอมมานนิไอ ดื้อยาในกลุ่ม คาร์บาเพเนม (Acinetobacter baumannii, carbapenem-resistant) เป็นแบคทีเรียแกรมลบ ซึ่งแพร่ระบาดในโรงพยาบาลทั่วโลก ด้วยความที่สามารถดื้อยาได้ง่าย สามารถก่อให้เกิดการติดเชื้อในปอด, กระเพาะปัสสาวะ, ผิวหนัง, กระแสเลือดและอื่นๆ จากการปนเปื้อนเชื้อที่มาจากผู้ป่วย, บุคลากร, เครื่องมือทางการแพทย์, หรือสภาพแวดล้อมในโรงพยาบาล การดื้อยากลุ่มคาร์บาเพเนม ซึ่งถือเป็นยาที่จะใช้เป็นทางเลือกสุดท้ายเมื่อยาต้านแบคทีเรียกลุ่มอื่นไม่ได้ผล ทำให้การรักษาและควบคุมการติดต่อทำได้ยาก

2. เชื้อ ซูโดโมแนส แอรูจิโนซา ดื้อยาในกลุ่ม คาร์บาเพเนม (Pseudomonas aeruginosa, carbapenem-resistant) เป็นแบคทีเรียประเภทเชื้อฉวยโอกาสชนิดหนึ่ง (ทำให้เกิดโรคในคนที่สุขภาพไม่ได้) เป็นสาเหตุลำดับต้นๆ ที่ทำให้เกิดโรคปอดบวมในโรงพยาบาล และในห้องไอซียู นับเป็นปัญหาใหญ่ที่โรงพยาบาลหลายแห่งเผชิญ นอกจากนี้ เชื้อยังสามารถก่อให้เกิดการติดเชื้อในร่างกายได้หลายส่วน ทั้ง หัวใจ, กระแสเลือด, ระบบประสาท, ตาและหู, ทางเดินปัสสาวะ, ปอด หรือผิวหนัง เป็นต้น โดยความเสี่ยงต่อชีวิตจะมากหรือน้อยขึ้นอยู่ตำแหน่งของการติดเชื้อ เช่น หากติดเชื้อที่หัวใจห้องล่างซ้ายจะมีอัตราเสียชีวิตถึง 89% หากติดที่หูจะอยู่ที่ 15-20%

3. แบคทีเรียในวงศ์ เอนเทอโรแบคทีเรียซีอี ดื้อยาในกลุ่ม คาร์บาเพเนม และสร้างเอนไซม์ดื้อยา ESBL (Enterobacteriaceae, carbapenem-resistant, ESBL-producing) แบคทีเรียในวงศ์นี้มาหลายชนิดเช่น เชื้อก่อโรคอาหารเป็นพิษ ซัลโมเนลลา, อี.โคไล ซึ่งทำให้เกิดอาการท้องร่วง และเคลบเซลลา ที่ทำให้ปอดอักเสบ และเมื่อพบว่ามีแบคทีเรียชนิดนี้ดื้อยา คาร์บาเพเนม ที่เป็นทางเลือกสุดท้าย ก็ทำให้ผู้เชี่ยวชาญกลัวว่ามันจะกลายเป็นซุปเปอร์บักชนิดใหม่ที่ไม่มีทางรักษา ขณะที่ ทอม ฟรีเดน อดีตหัวหน้าศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคของสหรัฐฯ ขนานนามมันว่าเป็น แบคทีเรียแห่งฝันร้าย หลังจากเมื่อปีก่อน มีหญิงอเมริกันคนหนึ่งเสียชีวิตด้วยเชื้อ เคลบเซลลา ที่ดื้อยาปฏิชีวนะทั้ง 26 ชนิดที่มีอยู่ในสหรัฐฯ มาแล้ว

กลุ่มความเร่งด่วน ‘สูง’

1. เชื้อ เอนเทอโรคอคคัส ฟีเซียม ดื้อยา แวนโคมัยซิน (Enterococcus faecium, vancomycin-resistant) เป็นอีกหนึ่งสาเหตุของการติดเชื้อในโรงพยาบาลทั่วโลกรวมทั้งในไทย เช่น โรคติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะ โรคติดเชื้อในช่องท้อง และอุ้งเชิงกราน การติดเชื้อของบาดแผลและเน้ือเยื่ออ่อน โรคติดเชื้อในกระแสเลือด และ โรคลิ้นหัวใจอักเสบ โดยอี.ฟีเซียมมีการต่อต้านยาปฏิชีวนะอื่นๆ อีกหลายชนิด ยกเว้นยาราคาแพงบางประเทศ จนเกิดข้อจำกัดในการใช้ยา ทำให้การรักษายุ่งยาก เสี่ยงต่อการเสียชีวิตของผู้ป่วย นอกจากนี้ บางพันธ์ุยังสามารถถ่ายทอดยีนดื้อยาไปยังเชื้ออื่นๆ ได้อีกด้วย

2. เชื้อ สแตฟฟิโลคอกคัส ออเรียส ดื้อยา เมธิซิลิน และ แวนโคมัยซิน (Staphylococcus aureus, methicillin-resistant, vancomycin-intermediate resistant) แบคทีเรียสายพันธ์ุนี้พบได้ทั่วไป โดยปกติแล้วจะพบได้บริเวณผิวหนังและโพรงจมูกของมนุษย์ โดยที่ไม่ก่อให้เกิดปัญหาใดๆ แต่มันสามารถทำให้เกิดการติดเชื้อ เช่น อาการปวดแสบ, ผิวหนังอักเสบ หรือ ฝี โดยเชื้อสแตฟฟิโลคอกคัส ออเรียส ที่ดื้อยาเมธิซิลิน จะมีความยุ่งยากในการรักษา ความเสี่ยงคือ อาจจะต้องใช้เวลานานขึ้นในการรักษาให้กลับอาการดีขึ้น และยาปฏิชีวนะที่นำมาใช้ในการรักษา อาจทำให้ให้เกิดผลข้างเคียงมากกว่า และมีความเสี่ยงที่เชื้อจะกระจายไปสู่บุคคลอื่นที่ร่างกายอ่อนแอด้วย

3. เชื้อ เฮลิโคแบคเตอร์ ไพโลรี ดื้อยา คลาริโธรมัยซิน (Helicobacter pylori, clarithromycin-resistant) เป็นแบคทีเรียที่เติบโตในพื้นที่ที่มีน้ำท่วมขังหรือชื้นแฉะ ก่อโรคทางเดินอาหาร เช่น กระเพาะอาหารอักเสบ แผลในกระเพาะอาหาร หรือโรคมะเร็งในกระเพาะอาหาร โดยประชากรกว่าครึ่งโลกถูกตรวจพบว่ามีเชื้อชนิดนี้ในกระเพาะอาหาร แต่ส่วนใหญ่ไม่แสดงอาการป่วย การกำจัดเชื้อตัวนี้จำเป็นต้องใช้ยาปฏิชีวินะ 3 ตัวร่วมกัน โดยมียาคลาริโธรมัยซิน ซึ่งเป็นวิธีที่ใช้มานานถึง 15 ปี แต่การที่เชื้อ เอช.ไพโลรี ดื้อยาคลาริโธรมัยซิน ทำให้วิธีการนี้ไม่ได้ผลดีเท่าที่เคยเป็น

4. แบคทีเรียสปีชีส์ แคมไพโลแบคเตอร์ ดื้อยากลุ่ม ฟลูออโรควิโนโลน (Campylobacter spp., fluoroquinolone-resistant) เป็นเชื้อแบคทีเรียที่ก่อให้เกิดโรคอาหารเป็นพิษชนิดหนึ่ง ส่วนมากพบในทางเดินทางอาหารของปศุสัตว์ต่างๆ โดยเฉพาะเนื้อไก่ ซึ่งร่างกายมีอุณหภูมิพอเหมาะ (42 องศาเซลเซียส) ให้พวกมันเจริญเติบโต เชื้อเข้าสู่คนที่ทานอาหารสุกๆ ดิบๆ เมื่อล้มป่วยสามารถหายเอง แต่บางรายก็ป่วนนานเป็นเดือนจนต้องใช้ยาปฏิชีวนะช่วย ซึ่งยากลุ่ม ฟลูออโรควิโนโลน ก็เป็นหนึ่งในยาที่ใช้กำจัดแบคทีเรียก่อโรคอาหารเป็นพิษ แต่ในปัจจุบัน เนื่องจากมีการใช้ยากลุ่มนี้อย่างแพร่หลายในโรงพยาบาลและชุมชน ทำให้มีเชื้อดื้อยากลุ่มนี้มากขึ้น

5. เชื้อสกุล ซัลโมเนลลา ดื้อยากลุ่ม ฟลูออโรควิโนโลน (Salmonellae, fluoroquinolone-resistant) เป็นเชื้อที่พบว่าเป็นสาเหตุของโรคอาหารเป็นพิษในคนบ่อยที่สุด แม้จำนวนแบคทีเรียชนิดนี้ในอาหารเพียงเล็กน้อยทำให้เกิดอาการเจ็บป่วยได้ สามารถเติบโตได้ที่อุณหภูมิในขอบเขตระหว่าง 8-45 องศาเซลเซียส ในอาหารที่ปรุงสุกๆ ดิบๆ เชื้อยังสามารถส่งผ่านระหว่างคน และระหว่างคนกับสัตว์ได้ และเช่นเดียวกับ เชื้อแคมไพโลแบคเตอร์ เชื้อซัลโมเนลลา สามารถกำจัดได้ด้วยยากลุ่ม ฟลูออโรควิโนโลน แต่การดื้อยาทำให้กำจัดเชื้อชนิดนี้ได้ยากขึ้น และประมาณ 5% ผู้ป่วยที่หายจากโรคจะมีเชื้อนี้หลงเหลืออยู่ในตัว และกลายเป็นพาหะนำโรคต่อไป

6. เชื้อ ไนซ์ซีเรีย โกโนร์เรีย ดื้อยากลุ่ม เซฟาโลสปอริน และกลุ่ม ฟลูออโรควิโนโลน (Neisseria gonorrhoeae, cephalosporin-resistant, fluoroquinolone-resistant) เป็นแบคทีเรียก่อโรคหนองใน โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่พบบ่อยกว่ากามโรคชนิดอื่นๆ โดยในปี 2015 สหรัฐฯ พบผู้ป่วยหนองในถึง 395,000 ราย โดยเชื่อ เอ็น.โกโนร์เรีย ถูกพบเมื่อกว่า 100 ปีก่อน และนักวิจัยก็พบแบคทีเรียชีวิตนี้ที่ต่อต้านยาปฏิชีวนะต่างๆ มากขึ้นเรื่อยๆ รวมทั้ง เชื้อที่ต้านยาปฏิชีวนะได้หลายชนิดในตัวเดียวด้วย จนกระทั่งเหลือยาในกลุ่ม เซฟาโลสปอริน เพียงกลุ่มเดียวที่ยังใช้ได้ผล

กลุ่มความเร่งด่วน ‘ปานกลาง’

1. เชื้อ สเตรปโตคอกคัส นิวโมเนีย ที่ไม่ตอบสนองต่อยา เพนิซิลิน (Streptococcus pneumoniae, penicillin-non-susceptible) เป็นแบคทีเรียที่ทำให้เกิดโรคปอดอักเสบ พบบ่อยในปาก จมูก และคอ นอกจากนี้ ยังมีโอกาสทำให้เกิดโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบเฉียบพลันจากเชื้อแบคทีเรียด้วย โดยเฉพาะในเด็ก, ผู้มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง และคนชรา โดยเชื้อสเตรปโตคอกคัส นิวโมเนีย เริ่มไม่ตอบสนองต่อยาเพนิซิลินมากขึ้นเรื่อยๆ ตั้งแต่ปี 1987 และเริ่มตอบสนองต่อยาปฏิชีวนะตัวอื่นๆ น้อยลงเช่นกัน ทำให้การรักษาเป็นไปอย่างยากลำบาก จนต้องมีการเปลี่ยนยาสำหรับรักษาอาการเยื่อหุ้มสมองอักเสบจากเชื้อตัวนี้เป็นแวนโคมัยซิน

2. เชื้อ ฮีโมฟิลัส อินฟลูเอนซาอี ดื้อยา แอมพิซิลลิน (Haemophilus influenzae, ampicillin-resistant) เป็นเชื้อที่เป็นสาเหตุใหญ่ของการเกิดโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบ และภาวะเลือดมีแบคทีเรีย และทำให้มีผู้เสียชีวิตทั่วโลก โดยเฉพาะเชื้อชนิด บี (type b) ส่วนชนิดอื่นๆ มักเป็นสาเหตุของโรคหูชั้นกลางอักเสบ, โพรงจมูกอักเสบ และปอดบวมอีกด้วย โดยยาแอมพิซิลลิน เป็นหนึ่งในยาได้รับการรับรองให้เป็นยามาตรฐานสำหรับกำจัดเชื้อตัวนี้ แต่ในปัจจุบัน เริ่มมีเชื้อ ฮีโมฟิลัส อินฟลูเอนซาอี ที่ดื้อยาเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

3. เชื้อสปีชีส์ ชิเจลลา ดื้อยากลุ่ม ฟลูออโรควิโนโลน (Shigella spp., fluoroquinolone-resistant) เป็นสาเหตุของโรคบิดชิเกลโลซิส หรือโรคบิดไม่มีตัว เป็นโรคติดเชื้อเฉียบพลันของลำไส้ใหญ่ และลำไส้เล็ก เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย ผู้ป่วยจะมีอาการท้องเสียร่วมกับอาการไข้สูง ซึ่งปัญหาต่างๆ รวมทั้งการดื้อยาปฏิชีวนะ ทำให้มีอัตราผู้ป่วยเสียชีวิตจากเชื้อ ชิเจลลา สายพันธ์ุไดเซนเทอเรีย ไทป์ 1 สูง

 

สีแดงเรืองแสงของซุปเปอร์โนวา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 3 มี.ค. 2560 05:15

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/871948


ภาพแสดงซากเศษของดาวจากการระเบิดอย่างรุนแรงของดวงดาวที่เรียกว่าซุปเปอร์โนวา SN 1987A ถูกจับภาพโดยกล้องโทรทรรศน์อวกาศฮับเบิล นับตั้งแต่ปล่อยกล้องตัวนี้สู่อวกาศเมื่อปี 2533 ได้สังเกตถึงการขยายตัวของกลุ่มฝุ่นเมฆจำนวนหลายเท่า ซึ่งประกอบไปด้วยก๊าซไฮโดรเจนมีสีแดงเรืองแสง ช่วยให้นักดาราศาสตร์เข้าใจถึงการระเบิดของรังสี ซึ่ง SN 1987A นั้นจะอยู่ตรงกลางโดยล้อมรอบด้วยซากชิ้นส่วนจากดาวที่รวมตัวกันเป็นวงแหวน.