โชว์เขี้ยวเล็บ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 16 เม.ย. 2560 05:50

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/914655


ขีปนาวุธพิสัยไกลรุ่นเคเอ็น-08 หรือโนดอง ซึ่งเกาหลีเหนืออ้างว่ามีรัศมีทำการสูงสุด 12,000 กม. ถูกนำมาร่วมโชว์แสนยานุภาพในพิธีสวนสนามฉลอง “วันแห่งพระอาทิตย์” บริเวณจัตุรัสคิม อิล-ซุง ในกรุงเปียงยาง เมื่อวันที่ 15 เม.ย. ท่ามกลางความวิตกว่าเกาหลีเหนืออาจทดสอบนิวเคลียร์ขึ้นอีก.

 

โสมแดงอวดศักดา อาวุธใหม่ ยิงไปไกลถึงสหรัฐ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 16 เม.ย. 2560 05:29

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/914665


คาบสมุทรเกาหลีเครียด ญี่ปุ่นผวางัดแผนอพยพ ยุ่น6หมื่น-จากเกาหลีใต้

ผู้นำเกาหลีเหนือ “คิม จอง-อึน” ไม่สน กระแสโลกจัดงานฉลองและพิธีสวนสนามวันสำคัญของชาติอย่างยิ่งใหญ่ ขนอาวุธยุทโธปกรณ์ออกโชว์แสนยานุภาพ โดยมีขีปนาวุธพิสัยไกล “ปุกกุกซอง 1-2” เป็นดาราเอกของงาน ขณะที่คนใกล้ชิดท่านผู้นำประกาศกร้าวพร้อมตอบโต้ด้วยอาวุธนิวเคลียร์ที่พัฒนาขึ้นเองในทุกกรณี หากสหรัฐอเมริกายั่วยุแบบไม่ยั้งคิด ด้าน “ญี่ปุ่น” ผวา สั่งเตรียมแผนอพยพพลเมืองกว่าครึ่งแสนออกจากเกาหลีใต้ และรับมือผู้อพยพจากเกาหลีเหนือ ส่วน “อัฟกานิสถาน” แจงยอดผู้เสียชีวิตหลังสหรัฐฯ ส่งโคตรระเบิด “เอ็มโอเอบี” มาถล่มรังไอเอส พุ่งเฉียดร้อยศพ

ทั่วโลกยังคงจับตามองความตึงเครียดใน คาบสมุทรเกาหลี โดยสำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันที่ 15 เม.ย. ว่า ประเทศเกาหลีเหนือจัดพิธีสวนสนามอย่างยิ่งใหญ่ที่จัตุรัส คิม อิล-ซุง ในกรุงเปียงยาง เพื่อเฉลิมฉลอง “วันแห่งพระอาทิตย์” หรือวันคล้ายวันเกิดครบ 105 ปี ของนายคิม อิล-ซุง อดีตผู้นำผู้ก่อตั้งประเทศผู้ล่วงลับและเป็นปู่ของนายคิม จอง-อึน ผู้นำเกาหลีเหนือคนปัจจุบัน ซึ่งเข้า ร่วมสังเกตการณ์พิธีสวนสนามในชุดสูทสีดำอย่างอารมณ์ดี พูดคุยยิ้มแย้มกับกลุ่มคนใกล้ชิดเป็นระยะๆ ระหว่างขบวนสวนสนามแต่ละชุดเคลื่อนพลผ่าน รวมทั้งกองทหารจากกองทัพประชาชนเกาหลีและอาวุธยุทธภัณฑ์ที่ขนมาอวดแสนยานุภาพอย่างคับคั่ง ทั้งขบวนรถถังและขบวนรถยิงขีปนาวุธ โดยมีไฮไลต์สำคัญที่ขบวนรถขีปนาวุธรุ่นใหม่ ที่เป็นจรวดพิสัยไกลและยิงจากเรือดำน้ำ (เอสแอลบีเอ็ม) รุ่น “ปุกกุกซอง 1” และ “ปุกกุกซอง 2” ซึ่งเกาหลีเหนือเคยอ้างว่า มีพิสัยยิงไกลกว่า 1,000 กิโลเมตร (600 ไมล์) หรือสามารถยิงไกลถึงดินแดนสหรัฐอเมริกาและทวีปยุโรปได้ ตามด้วยขีปนาวุธที่คาดว่าอาจจะเป็นขีปนาวุธข้ามทวีป (ไอซีบีเอ็ม) รุ่นใหม่ ที่กองทัพนำออกมาโชว์ในพิธีสวนสนาม แต่ไม่แน่ชัดว่ามีการทดสอบขีปนาวุธไอซีบีเอ็มรุ่นใหม่ที่ว่านี้แล้วหรือไม่ ขณะเดียวกัน ยังมีฝูงบินรบขึ้นแสดงการบินผาดโผน เกาะกลุ่มเป็นรูปเลข 105 บนท้องฟ้าเหนือจัตุรัสคิม อิล-ซุง ด้วย

ด้านเหล่านักวิเคราะห์ด้านอาวุธ ลงความเห็นว่าจากการที่เกาหลีเหนือขนขีปนาวุธมากกว่า 1 รุ่น รวมทั้งรุ่นปุกกุกซอง มาอวดแสนยานุภาพ ทำให้เชื่อว่ามีขีปนาวุธบางรุ่นเป็นขีปนาวุธพิสัยไกลยิงข้ามทวีป (ไอซีบีเอ็ม) และยังบ่งชี้ได้ว่าเกาหลีเหนือคืบหน้าตามแผนพัฒนาขีปนาวุธแบบติดตั้งในเรือดำน้ำ ซึ่งยากต่อการตรวจสอบตรวจจับได้

ระหว่างนี้ แม้นายคิม จอง-อึน ไม่ได้กล่าวใดๆ ในพิธี แต่นายโช รอง แฮ ผู้ช่วยและคนใกล้ชิดนายคิม ได้แถลงต่อฝูงชนก่อนเริ่มพิธีสวนสนาม ส่งสัญญาณเตือนถึงสหรัฐฯ ว่า ถ้าสหรัฐฯ ยั่วยุแบบไม่ยั้งคิดต่อเกาหลีเหนือ พวกเราจะตอบโต้เอาคืนด้วยสรรพกำลังทั้งหมดของกองทัพปฏิวัติและพร้อมโจมตีด้วยอาวุธนิวเคลียร์แบบเกาหลีเหนือเอง เพื่อตอบโต้การถูกโจมตีด้วยนิวเคลียร์ทุกกรณี

อย่างไรก็ดี พิธีสวนสนามครั้งนี้ไม่เหมือนครั้งก่อนๆที่มักจะมีเจ้าหน้าที่ระดับสูงจากจีนแผ่นดินใหญ่เข้าร่วมด้วย เนื่องจากจีนถือเป็นพันธมิตรและคู่ค้าหลักเพียงหนึ่งเดียวของเกาหลีเหนือ แต่ปัจจุบันได้ต่อต้านการทดสอบนิวเคลียร์และขีปนาวุธ รวมทั้งสนับสนุนมาตรการคว่ำบาตรเกาหลีเหนือ

ทั้งนี้ พิธีสวนสนามฉลองวาระสำคัญของเกาหลีเหนือ ถูกจับตามองอย่างใกล้ชิดจากนานาชาติ รวมทั้งสหรัฐฯ ญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ เพราะหวั่นวิตกว่าเกาหลีเหนืออาจทดสอบอาวุธนิวเคลียร์หรือไม่ก็ยิงขีปนาวุธเพื่อเฉลิมฉลองวาระสำคัญเหมือนที่เคยทำในหลายครั้งที่ผ่านมา โดยไม่สนคำสั่งห้ามและมาตรการคว่ำบาตรของสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ขณะที่พิธีสวนสนามแสดงแสนยานุภาพก็ยังมีขึ้นท่ามกลางสถานการณ์ความตึงเครียดในคาบสมุทรเกาหลี ที่อาจเกิดการปะทะกันได้ตลอดเวลา เมื่อสหรัฐฯ ส่งกองเรือรบจู่โจมที่มีเรือบรรทุกเครื่องบินชั้นนีมิตซ์ “ยูเอสเอส คาร์ล วินสัน” เป็นเรือธง แล่นมุ่งหน้าสู่คาบสมุทรเกาหลี เพื่อปรามเกาหลีเหนือ แต่หลายฝ่ายเกรงกันว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ อาจชิงโจมตีเกาหลีเหนือ เหมือนเมื่อกว่า 1 สัปดาห์ก่อนที่สั่งยิงจรวดโทมาฮอว์ก 59 ลูก โจมตีฐานทัพซีเรีย ที่ถูกกล่าวหาใช้อาวุธเคมีถล่มฝ่ายต่อต้านรัฐบาล และกองทัพสหรัฐฯก็เพิ่งทิ้งระเบิดขนาดใหญ่ที่สุดในสารบบที่ไม่ใช่นิวเคลียร์ รุ่น “เอ็มโอเอบี” หรือที่รู้จักในชื่อฉายา “มารดาแห่งระเบิดทั้งปวง” (Mother of All Bombs) ถล่มแหล่งกบดานที่เป็นอุโมงค์และถ้ำของกองกำลังรัฐอิสลาม (ไอเอส) ที่บริเวณหุบเขา จังหวัดนันการ์ฮาร์ ภาคตะวันออกอัฟกานิสถาน ติดพรมแดนปากีสถาน เมื่อคืนวันที่ 13 เม.ย.ที่ผ่านมา

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานด้วยว่า จากความหวั่นวิตกว่าอาจเกิดสงครามในภูมิภาคนี้ ทำให้ทางการญี่ปุ่นประกาศเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ฉุกเฉินไว้แล้ว เพื่ออพยพพลเมืองเกือบ 60,000 คนออกจากเกาหลีใต้ รวมทั้งเตรียมรองรับผู้อพยพจากเกาหลีเหนือที่อาจมีตามมาด้วย

ส่วนความคืบหน้าการทิ้งระเบิดเอ็มโอเอบีถล่มแหล่งกบดานกลุ่มไอเอสในอัฟกานิสถาน กองกำลังที่นำโดยสหรัฐฯ อยู่ระหว่างเข้าตรวจสอบบริเวณที่ถูกระเบิดถล่มราบ และยังไม่ได้แถลงยอดผู้เสียชีวิตแน่ชัด แต่เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นอัฟกานิสถานแถลงเมื่อวันที่ 15 เม.ย.ว่า มีนักรบไอเอสถูกสังหารในเหตุโจมตีข้างต้นไม่ต่ำกว่า 94 คน ซึ่งสูงกว่ายอดที่เจ้าหน้าที่กระทรวงกลาโหมอัฟกานิสถานแถลงก่อนหน้านี้ ที่มีนักรบไอเอสเสียชีวิตอย่างน้อย 36 ศพ และไม่มีพลเรือนได้รับอันตราย

เมื่อวานนี้ ทางการสหรัฐฯ เผยแพร่ภาพวีดิโอเหตุการณ์โจมตีดังกล่าวเป็นครั้งแรก เป็นภาพขาวดำแสดงให้เห็นกลุ่มควันดำขนาดใหญ่พุ่งขึ้นจากบริเวณถูกโจมตีด้วยระเบิดเอ็มโอเอบี และแถลงด้วยว่า พล.อ.จอห์น นิโคลสัน ผู้บัญชาการกองทัพสหรัฐฯ ในอัฟกานิสถาน เป็นผู้สั่งโจมตีและสามารถสั่งโจมตีได้ไม่ต้องขออนุมัติจากประธานาธิบดีสหรัฐฯ แต่ข่าวไม่ระบุเหตุผลประกอบในเรื่องนี้ และว่าการโจมตีเป็นเรื่องยุทธวีถีโดยแท้จริง ไม่ได้มุ่งส่งสัญญาณถึงประเทศอื่นใด แม้แต่เกาหลีหนือที่ถูกจับตามองว่าอาจทดสอบนิวเคลียร์หรือยิงขีปนาวุธอีกครั้งในเร็วๆนี้

ต่อมาในช่วงค่ำวันเดียวกัน สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า ขีปนาวุธที่เกาหลีเหนือขนมาอวดแสนยานุภาพในพิธีสวนสนามฉลอง “วันแห่งพระอาทิตย์” มีมากเกือบ 60 ลูก แบ่งเป็นรุ่นต่างๆ 10 รุ่น ด้านสำนักข่าวยอนฮัพรายงานอ้างการเปิดเผยของเจ้าหน้าที่กองทัพเกาหลีใต้ระบุว่า ขีปนาวุธบางรุ่นน่าจะเป็นรุ่นใหม่ สังเกตจากขนาดความยาวที่มีมากกว่าขีปนาวุธพิสัยไกล รุ่นเคเอ็น-08 หรือ เคเอ็น-14 ที่มีอยู่เดิมของเกาหลีเหนือ อย่างไรก็ดี หลายฝ่ายยังตั้งคำถามเกี่ยวกับขีปนาวุธ รุ่นเคเอ็น-08 และเคเอ็น-14 เพราะเกาหลีเหนือเคยนำรุ่นเคเอ็น-08 ออกโชว์แล้ว 3 ครั้งตั้งแต่ปี 2555 ส่วนรุ่นเคเอ็น-14 มีการเปิดตัวไปเมื่อปี 2558 แต่ทั้งหมดไม่เคยมีการยิงทดสอบมาก่อนเลย

 

คาร์บอมบ์โจมตีขบวนรถขนผู้อพยพจากอเลปโป ดับกว่า 40 เจ็บอื้อ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 16 เม.ย. 2560 04:15

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/914715


เกิดเหตุระเบิดรถยนต์โจมตีขบวนรถบัสผู้อพยพจากหมู่บ้านในจังหวัดอเลปโป ของซีเรีย เมื่อวันเสาร์ ทำให้มีผู้เสียชีวิตกว่า 40 ราย และมีผู้บาดเจ็บจำนวนมาก…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อวันเสาร์ที่ 15 เม.ย. เกิดเหตุระเบิดรถยนต์โจมตีขบวนรถขนผู้อพยพและนักรบฝ่ายหนุนรัฐบาลซีเรียจากหมู่บ้าน 2 แห่งในจังหวัดอเลปโปที่ถูกนักรบกบฏปิดล้อม ทำให้มีผู้เสียชีวิตประมาณ 40 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บราว 55 คน ตามการเปิดเผยของกลุ่มหมวกนิรภัยขาว อาสาสมัครกู้ภัยในซีเรีย

เหตุระเบิดเกิดขึ้นที่เขต ราชิดิน ชานจังหวัดอเลปโป ที่ขบวนรถบัสซึ่งขนชาวบ้านและนักรบฝ่ายรัฐบาลซีเรียจำนวนหลายพันคนจากหมู่บ้าน อัล-ฟูอา และ คาฟริยา ในจังหวัดอเลปโป จอดพักอยู่ตั้งแต่เมื่อวันศุกร์ เพื่อรอข้ามพรมแดนไปยังเขตที่ฝ่ายรัฐบาลควบคุม ตามข้อตกลงแลกเปลี่ยนที่ให้นักรบติดอาวุธมุสลิมสุหนี่และครอบครัวสามารถเดินทางออกจากเมืองมาดายา ที่ถูกฝ่ายรัฐบาลปิดล้อม ใกล้กรุงดามัสกัสได้อย่างปลอดภัย

สำนักข่าว ซีเรียน อาหรับ (ซานา) ของซีเรียรายงานว่า รถยนต์ซุกซ่อนระเบิดถูกอำพรางเป็นรถบรรทุกอาหารเด็ก ส่วนสื่อสำนักอื่นๆ เผยแพร่ภาพสถานที่เกิดเหตุ แสดงให้เห็นรถบัสหลายคันได้รับความเสียหายอย่างหนักรวมทั้งถูกไฟไหม้ ขณะที่ผู้คนเดินอยู่รอบๆ รถบัสเพื่อสำรวจความเสียหาย โดยมีศพผู้เสียชีวิตจำนวนหนึ่งกระจัดกระจายอยู่บนถนน

 

เศร้า! แม่เฒ่า ‘เอมมา’ คนอายุยืนสุดในโลก เสียชีวิตแล้ว ในวัย 117 ปี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 16 เม.ย. 2560 02:45

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/914690


เอมมา โมราโน มนุษย์ผู้มีอายุยืนที่สุดในโลก เสียชีวิตแล้วเมื่อวันเสาร์ ขณะมีอายุ 117 ปี ทำให้คนที่เกิดในยุคปี 1800 ไม่มีเหลืออยู่ในโลกนี้แล้ว…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า แม่เฒ่า เอมมา โมราโน ชาวอิตาลี ผู้ได้รับการบันทึกสถิติลง กินเนส เวิลด์ เรคคอร์ด ให้เป็นคนที่อายุยืนที่สุดในโลกที่ยังมีชีวิตอยู่ เสียชีวิตแล้วที่บ้านของเธอในเมืองแวร์บาเนีย ทางตอนเหนือของประเทศ เมื่อวันเสาร์ที่ 15 เม.ย. ขณะมีอายุ 117 ปี

นางโมราโน เกิดเมื่อวันที่ 29 พ.ย. ปีค.ศ. 1899 ที่แคว้น ปีเยมอนเต โดยช่วงชีวิตของเธอคาบเกี่ยวถึง 3 ศตวรรษ ผ่านสงครามโลกทั้ง 2 ครั้ง และรัฐบาลอิตาลีมาแล้วถึง 90 รัฐบาล นอกจากนี้เธอยังผ่านชีวิตแต่งงานที่เลวร้ายด้วย

ทั้งนี้ เมื่อครั้งยังมีชีวิตอยู่ นางโมราโนเปิดเผยว่า สาเหตุที่เธอมีอายุยืนยาวส่วนหนึ่งเป็นเพราะพันธุกรรม โดยมารดาของเธอมีอายุยืนถึง 92 ปี ส่วนพี่ๆ 8 คนของเธอซึ่งเสียชีวิตไปหมดแล้วหลายคนก็มีอายุเกิน 100 ปี แต่อีกส่วนหนึ่งเธออ้างว่าเพราะเธอทานไข่วันละ 2-3 ทุกวันเป็นเวลากว่า 90 ปี ซึ่งดร. คาร์โล บาวา ผู้เป็นแพทย์ประจำตัวของเธอมานาน 27 ปียืนยันว่า เธอไม่ค่อยทานผักผลไม้เลย

อนึ่ง การเสียชีวิตของนางโมราโนยังถือเป็นสัญลักษณ์ของการสิ้นสุดของยุคสมัย เนื่องจากเธอเป็นผู้เกิดในยุคปี 1800 คนสุดท้ายที่ยังมีชีวิตอยู่ในโลกใบนี้ และตามฐานข้อมูลของกลุ่มวิจัยผู้สูงอายุ (Gerontology Research Group) ซึ่งมีฐานอยู่ในสหรัฐฯ ผู้ที่มีอายุมากที่สุดในโลกคนปัจจุบันคืนนาง ไวโอเลต บราวน์ ชาวจาเมกา อายุ 116 ปี ผู้เกินในวันที่ 10 มี.ค. ค.ศ. 1900

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

‘เอมมา โมราโน’ คนอายุยืนที่สุดในโลก ฉลองวันเกิดปีที่ 117

 

นักรบไอซิสถูก ‘โคตรระเบิด’ มะกันสังหารทะลุ 90 ศพแล้ว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 16 เม.ย. 2560 00:20

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/914625


อัฟกันเผย จำนวนนักรบกลุ่มรัฐอิสลาม หรือ ไอซิส ที่เสียชีวิตจากการถูกโจมตีด้วยระเบิดที่ทรงพลังที่สุดของสหรัฐฯ ที่ไม่ใช่ระเบิดนิวเคลียร์ ซึ่งมีสมญานามว่า ‘แม่ของระเบิดทั้งมวล’ เพิ่มขึ้นเป็น 94 รายแล้ว…

เมื่อวันเสาร์ที่ 15 เม.ย. นาย อัตตาอุลเลาะห์ โคกีอานี โฆษกหน่วยงานปกครองจังหวัดนันการ์ฮาร์ บอกกับสำนักข่าว ซีเอ็นเอ็น ของสหรัฐฯ ว่า จำนวนนักรบดาอีช (อีกชื่อของกลุ่มไอซิส) ที่ถูกสหรัฐฯ ทิ้งระเบิดโจมตีในเขตอาชิน เพิ่มขึ้นเป็น 94 รายแล้ว รวมถึงนักรบระดับผู้บัญชาการ 4 คนด้วย

ขณะที่นาย ดอว์ลัต วาซิรี โฆษกกระทรวงกลาโหมอัฟกานิสถาน ระบุว่า “ทีมของเราอยู่ในพื้นที่ดังกล่าว และกำลังทำการเก็บกวาด ดังนั้น จำนวนอาจเปลี่ยนแปลงหากพวกเขาพบศพมากขึ้น”

ทั้งนี้ สหรัฐฯ ทิ้งระเบิด ‘GBU-43/B Massive Ordnance Air Blast Bomb’ (MOAB: มูแอบ) ซึ่งมีสมญานามว่า ‘แม่ของระเบิดทั้งมวล’ ใส่เครือข่ายอุโมงค์ใต้ดินของกลุ่ม คอราซัน สาขาของกลุ่มไอซิส ในเขต อาชิน ใกล้ชายแดนปากีสถาน เมื่อเวลาประมาณ 17:32น. วันที่ 13 เม.ย. ตามเวลาท้องถิ่น โดยแรงระเบิดทำลายอุโมงค์ 3 แห่งรวมทั้งอาวุธและเครื่องกระสุนจำนวนมาก แต่ไม่มีพลเรือนเสียชีวิต

จำนวนผู้เสียชีวิตล่าสุดเพิ่มขึ้นจาก 36 ราย ที่รายงานตอนแรกมาก ขณะที่สำนักข่าว อามัก ของกลุ่มไอซิสอ้างว่า ไม่มีผู้เสียชีวิตหรือบาดเจ็บจากการโจมตีของสหรัฐฯ เลย

อนึ่ง การกระทำของสหรัฐฯ ทำให้เกิดคำถามว่า สหรัฐฯ จำเป็นต้องใช้ระเบิดนำวิถีด้วยจีพีเอสหนักกว่า 11 ตันในการโจมตีด้วยหรือ โดยพลเอก จอห์น นิโคลสัน ผู้บัญชาการกองทัพสหรัฐฯ ในอัฟกานิสถาน ตอบเกี่ยวกับเรื่องนี้ในงานแถลงข่าวเมื่อวันศุกร์ว่า นี่เป็นการใช้อาวุธที่ใช่กับเป้าหมายที่ถูกต้อง ส่วนประธานาธิบดี อัชราฟ กานี แห่งอัฟกานิสถานก็ยืนยันว่า เขาอนุมัติการโจมตีครั้งนี้ เพื่อสนับสนุนปฏิบัติการกวาดล้างในพื้นที่ดังกล่าว

 

โสมแดงฉลองวันเกิด ‘คิม อิล-ซุง’ โชว์มิสไซล์ใหม่ สวนสนามแสดงแสนยานุภาพ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 15 เม.ย. 2560 22:50

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/914592


กองทัพเกาหลีเหนือจัดขบวนเดินสวนสนามโชว์อาวุธต่างๆ รวมทั้งขีปนาวุธรุ่นใหม่ เพื่อแสดงแสนยานุภาพเนื่องในวันวันคล้ายวันเกิดอายุ 105 ปี ของอดีตผู้นำ คิม อิล-ซุง เมื่อวันเสาร์…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อวันเสาร์ที่ 15 เม.ย. กองทัพของประเทศเกาหลีเหนือจัดขบวนเดินสวนสนามแสดงแสนยานุภาพของกองทัพในกรุงเปียงยาง เนื่องในวันคล้ายวันเกิดอายุ 105 ปี ของประธานาธิบดี คิม อิล-ซุง ผู้ก่อตั้งประเทศผู้ล่วงลับ และปู่ของคิม จอง-อึน ผู้นำคนปัจจุบัน โดยพวกเขาแสดงขีปนาวุธรุ่นใหม่ ที่เชื่อว่าเป็นขีปนาวุธพิสัยไกลและขีปนาวุธชนิดยิงจากเรือดำน้ำด้วย

พิธีสวนสนามในวันที่เกาหลีเหนือเรียกว่า ‘วันแห่งดวงตะวัน’ นี้ ขึ้นที่จัตุรัสคิม อิล-ซุง ในกรุงเปียงยาง โดยคิม จอง-อึน มารวมเป็นสักขีพยานชมการเดินขบวนของเหล่าทหาร, วงดุริยางค์ รวมทั้งรถถัง, จรวดและอาวุธต่างๆ และมีเครื่องบินรบแสดงโชว์บินผาดแผลงในรูปแบบต่างๆ อยู่บนท้องฟ้า

ในพิธีสวนสนาม เกาหลีเหนือเปิดตัวขีปนาวุธที่เชื่อว่าเป็นขีปนาวุธข้ามทวีปรุ่นใหม่ชื่อว่า ‘เคเอ็น-08’ จำนวน 2 ลูก โดยนาง เมลิสซา ฮาแนม นักวิจัยอาวุโสจากสถาบันมิดเดิลบิวรีเพื่อการศึกษาระหว่างประเทศ ในแคลิฟอร์เนีย ระบุว่า เกาหลีเหนือกำลังพัฒนาขีปนาวุธข้ามทวีปแบบใหม่ อย่างไรก็ตาม เกาหลีเหนือมักจัดแสดงมิสไซล์ใหม่ๆ ในพิธีสวนสนาม ก่อนที่จะมีการทดสอบยิงจริงๆ

เกาหลีเหนือยังเปิดตัวขีปนาวุธ ‘ปุกกุกซง’ ชนิดติดตั้งบนเรือดำน้ำซึ่งมีพิสัยทำการราว 1,000 กม. เป็นครั้งแรกด้วย โดยนาย โจชัว พอลแลค บรรณาธิการของวารสาร ‘Nonproliferation Review’ ระบุว่า การจัดแสดงขีปนาวุธ ปุกกุกซง มากกว่า 1 ชนิด บ่งชี้ว่า เกาหลีเหนือกำลังมีความก้าวหน้าในโครงการขีปนาวุธบินเรือดำน้ำ ซึ่งยากที่จะตรวจจับได้

ทั้งนี้ การแสดงแสนยานุภาพครั้งล่าสุดของเกาหลีเหนือเกิดขึ้นในขณะที่ความตึงเครียดในคาบสมุทรเกาหลีเพิ่มสูงขึ้น จากการทดสอบยิงขีปนาวุธอย่างต่อเนื่องของรัฐบาลเปียงยาง โดยไม่สนมติห้ามปรามจากสหประชาชาติ และคำเตือนของพันธมิตรที่ใกล้ชิดที่สุดอย่าง จีน ซึ่งไม่ส่งเจ้าหน้าที่ระดับสูงเป็นตัวแทนเข้าร่วมพิธีสวนสนามเหมือนปีก่อนๆ

ขณะเดียวกัน สหรัฐฯ ภายใต้การนำของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ส่งเรือบรรทุกเครื่องบิน คาร์ล วินสัน เข้าสู่คาบสมุทรเกาหลี เพื่อปรามรัฐบาลคิม และการที่สหรัฐฯ ตัดสินใจยิงจรวดโทมาฮอว์กโจมตีฐานทัพซีเรียอย่างไม่ลังเลเมื่อไม่นานมานี้ ก็ทำให้เกิดกระแสวิตกว่า พวกเขาอาจทำแบบเดียวกันกับเกาหลีเหนือด้วย

ทรัมป์โชว์บึม โคตรระเบิด ไอเอสดับ ’36ศพ’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 15 เม.ย. 2560 08:20

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/914100


คาดส่งสัญญาณ ข่มขวัญโสมแดง

“ทรัมป์” ฮึกเหิม โอ่ผลสำเร็จ หลังให้ กองทัพอเมริกันขนโคตรระเบิด “MOAB” ไปถล่มแหล่งกบดานของกองกำลังไอเอสที่เป็นอุโมงค์และถํ้าในอัฟกานิสถาน ปลิดชีพผู้บัญชาการไอเอสและสมุน รวม 36 ราย แต่ยังไม่มีการประเมินความเสียหายอื่นๆ คาดเป็นการข่มขวัญ “โสมแดง” ไปในตัว กรณีปัญหาโครงการพัฒนานิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือ หลังพบ “คิม จอง-อึน” เตรียมทดสอบระเบิดอีกระลอก

กองทัพสหรัฐอเมริกาขยายพื้นที่แสดงแสนยานุภาพ หลังจากที่สัปดาห์ก่อนเพิ่งระดมยิงขีปนาวุธ “โทมาฮอว์ก” ถล่มฐานทัพซีเรีย โดยล่าสุดเมื่อวันที่ 14 เม.ย. สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า กองทัพสหรัฐอเมริกาเปิดศึกโจมตีทางอากาศถล่มแหล่งกบดานของกองกำลังรัฐอิสลาม หรือไอเอส ในเขตหุบเขาโมมานด์ อำเภออาชิน จังหวัดนันการ์ฮาร์ ภาคตะวันออกของอัฟกานิสถาน ติดพรมแดนปากีสถาน โดยใช้ระเบิดขนาดใหญ่ที่สุดที่ไม่ใช่ระเบิดนิวเคลียร์ รุ่นจีบียู-43/บี หรือในอีกชื่อหนึ่งคือ “อาวุธระเบิดกลางอากาศขนาดมหึมา” (MOAB) ซึ่งเป็นที่รู้จักกันทั่วไปในฉายา “มารดาแห่งระเบิดทั้งมวล” (Mother Of All Bombs) ขนลำเลียงไปทิ้งถล่มเป้าหมายโดยเครื่องบินลำเลียงพล ซี-130 เมื่อเวลา 19.30 น. ของวันที่ 13 เม.ย. ตามวันเวลาท้องถิ่น ซึ่งช้ากว่าเวลาในไทย 2 ชั่วโมงครึ่ง และถือเป็นการใช้ระเบิดที่มีอานุภาพและขนาดมหึมาที่สุดที่ไม่ใช่นิวเคลียร์ในสมรภูมิรบครั้งแรกของสหรัฐฯ

แม้ความเสียหายที่เป็นผลพวงจากระเบิด จีบียู-43/บี ยังไม่เป็นที่รู้แน่ชัด แต่กระทรวงกลาโหมและโฆษกประธานาธิบดีของอัฟกานิสถานแถลงว่าผลจากการทิ้งระเบิดของสหรัฐฯ ได้ทำลายเครือข่ายอุโมงค์และถ้ำ ซึ่งกลุ่มไอเอสขุดไว้ป้องกันการโจมตีทางภาคพื้น รวมทั้งใช้สังหารเชลยและเป็นที่ประชุมวางแผนปฏิบัติการ รวมระยะทาง 300 เมตร และยังมีนักรบไอเอสเสียชีวิตด้วย 36 คน รวมทั้ง นายซิดดิค ยาร์ ผู้บัญชาการของไอเอส ส่วนนักรบไอเอสที่อยู่ในอุโมงค์ที่ถูกโจมตี ส่วนใหญ่มาจากปากีสถาน แต่ไม่มีพลเรือนได้รับบาดเจ็บล้มตาย เพราะมีการแจ้งเตือนไว้ล่วงหน้าก่อนแล้ว ขณะที่ นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาโอ่ถึงการโจมตีกลุ่มไอเอสครั้งนี้ว่า ภารกิจประสบความสำเร็จอย่างยิ่ง

การทิ้งระเบิดโจมตีกลุ่มไอเอสมีขึ้นหนึ่งสัปดาห์หลังนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ สั่งยิงจรวดโทมาฮอว์กถล่มฐานทัพซีเรีย ที่ถูกกล่าวหาใช้อาวุธเคมีถล่มกลุ่มต่อต้านรัฐบาล แม้ต่อมาฝ่ายรัฐบาลซีเรียปฏิเสธและระบุสหรัฐฯไม่มีหลักฐานชัดเจนในข้อกล่าวหาดังกล่าว และช่วงเวลานั้น จีน ก็ได้รับคำเตือนจากสหรัฐฯ ว่าอาจเกิดความขัดแย้งขึ้นจากปัญหาโครงการนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือ ซึ่งนายทรัมป์เคยระบุว่ามีแนวทางจะจัดการปัญหาเกาหลี เหนือด้วยตัวเอง ไม่ว่าจีนจะช่วยหรือไม่ก็ตาม อีกทั้งสหรัฐฯเพิ่งส่งกองเรือจู่โจมที่มีเรือบรรทุกเครื่องบินชั้นนีมิตซ์ “ยูเอสเอส คาร์ล วินสัน” เป็นเรือธงแล่นเข้าสู่คาบสมุทรเกาหลี เพื่อส่งสัญญาณปรามเกาหลีเหนือ ที่อาจทำการทดสอบระเบิดนิวเคลียร์หรือขีปนาวุธอีก ซึ่งคาดว่าอาจจะมีขึ้นในช่วงเฉลิมฉลอง “วันแห่งพระอาทิตย์” หรือวันครบรอบวันเกิดปีที่ 105 ของนายคิม อิล-ซุง อดีตผู้นำผู้ก่อตั้งประเทศผู้ล่วงลับ และเป็นปู่ของคิม จอง-อึน ผู้นำเกาหลีเหนือคนปัจจุบัน

สำหรับระเบิดเอ็มโอเอบี หรือมารดาแห่งระเบิด มีน้ำหนัก 21,600 ปอนด์ (ประมาณ 9,800 กก.) ยาว 9 เมตร นำวิถีด้วยระบบจีพีเอส ติดร่มชูชีพเพื่อควบคุมระดับความเร็วและช่วงเหมาะสมจะจุดติดระเบิดก่อนตกถึงพื้น มีความรุนแรงระเบิดเทียบเท่าระเบิดทีเอ็นทีขนาดหนัก 11 ตัน ถูกพัฒนาขึ้นในช่วงปี 2545-2546 หรือในช่วงสงครามอิรัก โดยบริษัทไดเนติคส์ สำนักงานอยู่รัฐอลาบามาของสหรัฐฯ ราคาลูกละ 16 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 560 ล้านบาท) ทดสอบครั้งสุดท้ายเมื่อเดือน มี.ค.2546 ก่อให้เกิดกลุ่มควันดอกเห็ดขนาดยักษ์พุ่งสู่ฟ้าสูงถึง 32 กิโลเมตร ทั้งนี้ เอ็มโอเอบียังไม่ใช่ระเบิดขนาดใหญ่ที่สุดที่ไม่ใช่ระเบิดนิวเคลียร์ของสหรัฐฯ แต่ยังมีระเบิดขนาดใหญ่กว่า เป็น “อาวุธเจาะทะลุขนาดมหึมา” หรือเอ็มโอพี ขนาดหนัก 30,000 ปอนด์ ใช้สำหรับระเบิดทำลายบังเกอร์ขนาดใหญ่และอุโมงค์ใต้ดิน

อย่างไรก็ดี แม้จะมีพลังอานุภาพทำลายล้างมากโข แต่เอ็มโอเอบียังถือว่าห่างไกลกับศักยภาพการทำลายล้างของระเบิดนิวเคลียร์ที่อานุภาพทำลายล้างเทียบเท่าระเบิดทีเอ็นทีที่มีน้ำหนัก 15,000-20,000 ตัน และยังเทียบไม่ได้กับอาวุธมหาประลัยที่มีอานุภาพทำลายล้างสูงอย่างระเบิด “บิดาแห่งระเบิดทั้งมวล” (เอฟโอเอบี) ของรัสเซีย ที่มีรัศมีทำลายล้างเกือบ 1,000 ฟุต และมีความรุนแรงขนาดเท่าทีเอ็นทีเกือบ 44 ตัน ซึ่งรัสเซียพัฒนาขึ้นในปี 2550 เป็นระเบิดแบบผสมผสานเชื้อเพลิงอากาศ ทำให้เกิดแรงระเบิดหนักหน่วงทะลุทะลวงเป้าหมาย และทำลายโครงสร้าง แต่ไม่มีการปล่อยกัมมันตภาพรังสีใดๆออกมา

 

พบรีสอร์ตทรัมป์สกปรก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 15 เม.ย. 2560 05:55

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/913966


เจ้าหน้าที่ฝ่ายกฎระเบียบด้านประกอบการและมืออาชีพในเมืองไมอามี รัฐฟลอริดา ที่สหรัฐฯ พบว่าภัตตาคารภายในสโมสรมาร์-อา-ลาโก รีสอร์ตส่วนตัวของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ที่เพิ่งให้การต้อนรับผู้นำทั้งจากจีนและญี่ปุ่น กระทำผิดกฎระเบียบด้านสุขอนามัยและความสะอาด 13 ข้อ และอาจต้องจ่ายค่าปรับเป็นเงิน 200,000 เหรียญสหรัฐฯ (ราว 6.8 ล้านบาท) หลังเข้าตรวจเมื่อวันที่ 26 ม.ค.ที่ผ่านมา ทั้งเนื้อสด ไก่ ฮอตดอก แฮมเบอร์เกอร์ กุ้งและแฮมถูกแช่เก็บในอุณหภูมิที่สูงกว่าอุณหภูมิกำหนด อีกทั้งไม่มีป้ายที่อ่างซิงก์ให้พนักงานล้างมือ และมีรายหนึ่งไม่สวมหมวกตาข่ายระหว่างปรุงอาหาร.

 

แฉ! อูเบอร์ลอบติดโปรแกรมส่องคู่แข่ง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 15 เม.ย. 2560 05:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/913962


เว็บไซต์ ดิ อินฟอร์เมชั่น ซึ่งรายงานข้อมูลเชิงลึกและสำคัญเกี่ยวกับธุรกิจด้านเทคโนโลยี เผยว่า มีพนักงานของอูเบอร์ แอพพลิเคชั่นที่ให้บริการเรียกรถแท็กซี่เพียงกลุ่มเล็กๆ รวมนายทราวิส คาลานิก ซีอีโออูเบอร์ ที่รับทราบว่าอูเบอร์ลอบใช้โปรแกรมซอฟต์แวร์ที่ตั้งชื่อว่า “นรก” ในการตรวจจับพนักงานขับรถของ “ลิฟต์” แอพพลิเคชั่นคู่แข่งรายสำคัญในสหรัฐฯ เพื่อติดตามคนขับรถให้คู่แข่งและดูว่ากำลังขับรถให้กับทั้งสองบริษัทหรือไม่ ซึ่งเป็นโปรแกรมที่ติดตั้งระหว่างปี 2557-2559 นอกจากนี้ อูเบอร์อาจถูกปรับเป็นเงิน 1.3 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (ราว 44 ล้านบาท) หากพบว่าไม่ตรวจสอบหรือสั่งพักงานคนขับรถในรัฐแคลิฟอร์เนีย หลังมีผู้โดยสารร้องเรียนว่าขับรถขณะมึนเมา ตามนโยบายห้ามขับขี่รถยนต์ขณะมึนเมาหรือเสพยาเสพติด

ขณะเดียวกัน นายอีลอน มัสก์ ซีอีโอค่ายรถยนต์ไฟฟ้า เทสลา อินซ์ ทวีตข้อความประกาศถึงแผนการเตรียมเผยโฉมรถบรรทุกกึ่งไฟฟ้าภายในเดือน ก.ย.นี้ แต่ไม่ชี้แจงรายละเอียดใดเพิ่มเติม เช่น อุปกรณ์หรือรูปแบบของรถเทสลาที่เครื่องยนต์สามารถขับเคลื่อนอัตโนมัติได้เองหรือไม่ และยังเตรียมเผยรถกระบะในอีก 18-24 เดือนข้างหน้า จากปัจจุบันที่จำหน่ายรถไฟฟ้า 2 รุ่น ทั้งรถเก๋งซีดาน โมเดล เอสกับรถเอสยูวี หรือรถอเนกประสงค์ เอ็กซ์ ส่วนรถไฟฟ้าโมเดล 3 รุ่นราคาประหยัดมีกำหนดจำหน่ายภายในสิ้นปี 2560 นี้.

 

แคนาดาจ่อ ก.ม.เสพเนื้อ คาดเริ่มวันชาติปี 2561

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 15 เม.ย. 2560 05:15

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/913961


เมื่อ 13 เม.ย. นายกรัฐมนตรีจัสติน ทรูโด แห่งแคนาดา เผยถึงการออกกฎหมายที่จะให้การเสพกัญชาเพื่อสันทนาการได้อย่างถูกต้อง โดยอนุญาตให้ประชาชนปลูกต้นกัญชาภายในบ้านเพื่อไว้เสพมากสุด 4 ต้น ครอบครองได้ไม่เกิน 30 กรัม และเฉพาะผู้ใหญ่อายุ 18 ปีขึ้นไป แต่หากลักลอบทั้งจำหน่าย เมาแล้วขับรวมถึงส่งออกหรือนำเข้า ยังถือว่าผิดกฎหมายมีโทษจำคุกสูงสุด 14 ปี หลังรัฐบาลอนุญาตให้ ใช้เพื่อรักษาโรคทางการแพทย์นับแต่ปี 2544 และถือว่ากัญชายังคงเป็นสารควบคุม ซึ่งหากแคนาดาประกาศใช้กฎหมายดังกล่าว คาดว่าในปี 2561 วันชาติแคนาดา 1 ก.ค. ก็จะเป็นประเทศที่สองของโลกตามอุรุกวัย และจะทำให้ภายในปี 2561 มีชาวแคนาดามากถึง 4.6 ล้านคนเสพกัญชาโดยประมาณ 655 ตันต่อปี ใช้จ่ายเป็นเงินปีละ 4,200-6,200 ล้านดอลลาร์แคนาดา (ราว 108,000-160,000 ล้านบาท)