หนุ่มอุซเบฯ สารภาพแล้ว บึ่งรถพุ่งชนห้างสวีเดน-รู้สึกยินดีที่ได้ทำ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 11 เม.ย. 2560 04:50

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/910710


ความคืบหน้าเหตุคนร้ายขับรถบรรทุกเบียร์ที่ปล้นชิงมาไล่ชนผู้คนบนถนนคนเดินและพุ่งชนห้างสรรพสินค้าดังในกรุงสตอกโฮล์มของสวีเดน ที่มีผู้เสียชีวิต 4 คน บาดเจ็บ 15 คน เมื่อ 7 เม.ย. และมีผู้ต้องสงสัยถูกจับ 1 คนคือนายรัคมัต อาคิลอฟ ชาวอุซเบกิสถาน วัย 39 ปีนั้น ล่าสุดเมื่อ 10 เม.ย. นสพ.เอ็กซ์เพรสเซนของสวีเดน รายงานว่า แหล่งข่าวใกล้ชิดการสอบสวนเผยว่า นายอาคิลอฟได้รับสารภาพแล้วว่าก่อเหตุจริง และยังบอกกับทีมสอบสวนว่ารู้สึกยินดีกับสิ่งที่ทำลงไปและได้ทำสำเร็จตามที่ต้องการแล้ว

ด้านตำรวจเผยด้วยว่า อาคิลอฟเป็นผู้สนับสนุนกองกำลังรัฐอิสลาม (ไอเอส) และเป็นที่ต้องการตัวของตำรวจตั้งแต่ 27 ก.พ. หลังไม่ปฏิบัติตามคำสั่งเนรเทศที่ทางการสวีเดนออกมาหลังคำขอเป็นผู้อาศัยถาวรของอาคิลอฟถูกปฏิเสธและเขาได้หายตัวไปตั้งแต่นั้นก่อนมาก่อเหตุและถูกจับ ด้านคนที่เคยรู้จักต่างระบุว่าอาคิลอฟอยู่ไกลจากคำว่าหัวรุนแรงมาก เพราะทั้งออกเที่ยวและดื่มกิน แทบไม่ค่อยพูดถึงเรื่องศาสนาและการเมือง

ส่วนเหตุระเบิดโจมตีโบสถ์ 2 แห่งในอียิปต์เมื่อ 9 เม.ย. มีผู้เสียชีวิตรวมอย่างน้อย 44 คน ซึ่งกลุ่มไอเอสอ้างความรับผิดชอบก่อเหตุ คณะรัฐมนตรี (ครม.) ของอียิปต์ได้อนุมัติการประกาศภาวะฉุกเฉินทั่วประเทศนาน 3 เดือนแล้ว เพื่อควบคุมสถานการณ์และสอบสวนหาผู้อยู่เบื้องหลัง แต่ต้องรอให้รัฐสภาอนุมัติภายใน 7 วันก่อนจึงจะมีผลบังคับใช้จริง.

 

สหรัฐฯ ชี้แจง “จี 7” เหตุถล่มซีเรียกดดันรัสเซีย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 11 เม.ย. 2560 04:15

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/910707


รัฐมนตรีต่างประเทศกลุ่มชาติอุตสาหกรรมชั้นนำของโลก (จี 7) ร่วมประชุมสามัญประจำปี 2 วัน ตั้งแต่วันจันทร์ 10 เม.ย. ที่อิตาลี โดยประเด็นสำคัญคือรับฟังคำชี้แจงจากสหรัฐฯกรณีการโจมตีซีเรียและการเคลื่อนกองเรือรบไปยังคาบสมุทรเกาหลี หวังกดดันความเคลื่อนไหวยั่วยุของเกาหลีเหนือ ท่ามกลางข้อสงสัยถึงท่าทีของสหรัฐฯ หลังนางนิกกี ฮาเลย์ เอกอัครราชทูตสหรัฐฯประจำสหประชาชาติ (ยูเอ็น) เผยว่า สิ่งสำคัญอันดับแรกของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ คือการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลซีเรีย

ขณะเดียวกัน นายเร็กซ์ ทิลเลอร์สัน รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ ซึ่งเข้าร่วมการประชุมจี 7 ครั้งแรกและมีกำหนดเดินทางต่อไปเยือนรัสเซียวันอังคาร 11 เม.ย. เผยว่า สิ่งสำคัญอันดับแรกของสหรัฐฯคือทำลายกองกำลังรัฐอิสลาม หรือไอเอสให้สิ้น ขณะที่ชาติพันธมิตรในยุโรปต่างก็ต้องการให้สหรัฐฯสนับสนุนการแก้ปัญหาทางการเมืองในซีเรียด้วยการถ่ายโอนอำนาจรัฐบาลประธานาธิบดีบาชาร์ อัล-อัสซาด ผู้นำซีเรีย

นอกจากนั้น นายทิลเลอร์สันยังเพิ่มแรงกดดันรัสเซียหนักขึ้น พร้อมเตือนว่าหากเกิดการโจมตีด้วยอาวุธเคมีในซีเรียอีกจะยิ่งทำลายความสัมพันธ์สหรัฐฯกับรัสเซีย เพราะรัสเซียล้มเหลวในความพยายามหยุดยั้งการใช้อาวุธเคมีเข่นฆ่าผู้คนในซีเรีย

ส่วนอยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมนี ผู้นำทางศาสนาสูงสุดของอิหร่าน เผยว่า สหรัฐฯวางกลยุทธ์ผิดพลาด ด้านตัวแทนอิหร่าน รัสเซีย และกองโจรเฮซโบลเลาะห์ในเลบานอน ร่วมกันข่มขู่ตอบโต้สหรัฐฯกลับ ฝ่ายเจ้าหน้าที่ทูตจีนเดินทางถึงกรุงโซล เกาหลีใต้ เพื่อหารือเรื่องโครงการนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือ ท่ามกลางข้อวิตกกังวลว่าเกาหลีเหนืออาจเตรียมพร้อมทดสอบยิงขีปนาวุธอีก

วันเดียวกันนี้ สถานการณ์ความรุนแรงในซีเรียยังเกิดขึ้นต่อเนื่อง กลุ่มติดอาวุธรัฐอิสลามหรือไอเอส ประกาศอ้างใช้มือระเบิดฆ่าตัวตาย 2 ราย จุดชนวนถล่มเป้าหมายกองกำลังกบฏซีเรีย ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากสหรัฐฯ ผลของปฏิบัติการใกล้พื้นที่ชายแดนอิรักกับซีเรีย ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 12 ราย บาดเจ็บอีกหลายราย.

 

ชาวเน็ตรุมด่า! ยูไนเต็ดแอร์ขายตั๋วเกิน ลากผู้โดยสารลงเครื่อง (คลิป)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 11 เม.ย. 2560 03:40

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/910747


ชาวเน็ตจำนวนมากแสดงความไม่พอใจต่อสายการบิน ยูไนเต็ด แอร์ไลน์ส หลังเกิดกรณีขายตั๋วเกินจำนวน จนต้องขอให้ผู้โดยสารลงจากเครื่อง แต่เมื่อผู้โดยสารไม่ยอมลงเจ้าหน้าที่กลับใช้กำลังลากตัวลงไป…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เกิดเหตุชายสูงอายุคนหนึ่งถูกเจ้าหน้าที่ลากตัวลงจากเครื่องบินโดยสารของสายการบิน ยูไนเต็ด แอร์ไลน์ ที่ท่าอากาศยานนานาชาติ ชิคาโก โอแฮร์ หลังจากพบว่า สายการบินขายตัวเกินจำนวน ทำให้ลูกเรือไม่มีที่นั่ง ทางสายการบินจึงเลือกผู้โดยสาร 4 คนเป็นอาสาสมัครลงจากเครื่องแลกกับบัตรของขวัญมูลค่า 800 ดอลลาร์สหรัฐฯ และไปขึ้นเที่ยวบินในเวลา 15:00น. วันถัดไป แต่ไม่มีใครลุก เจ้าหน้าที่จึงสุ่มเลือกผู้โดยสารลงจากเครื่อง แต่ชายคนนี้ไม่ยอมลง เจ้าหน้าที่ของสนามบินจึงขึ้นมาใช้กำลังบังคับลากตัวเขาลงไป

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นบนเที่ยวบิน 3411 ซึ่งกำลังจะเดินทางจากท่าอากาศยานนานาชาติ ชิคาโก โอแฮร์ ไปยังเมืองหลุยส์วิลล์ ในรัฐเคนทักกี เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ 9 เม.ย. โดยมีผู้โดยสารหลายคนใช้สมาร์ทโฟนบันทึกเหตุการณ์เอาไว้ได้ เช่นคลิปวิดีโอความยาว 31 นาที ของผู้โดยสารที่ชื่อว่า ออดรา บริดจ์ส ซึ่งแสดงให้เห็นภาพชาย 3 คนในชุดเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยสีดำและสวมหมวก ลากตัวชายวัย 69 ปีรายนี้ไปตามทางเดินบนเครื่องบิน โดยมีเสียงใครบางคนกรีดร้องด้วย

นางบริดจ์สโพสต์คลิปดังกล่าวลงบนเว็บไซต์เฟซบุ๊กพร้อมกับข้อความว่า “โปรดแชร์วิดีโอนี้ เราอยู่บนเครื่องบินนี้ ยูไนเต็ด แอร์ไลน์ขายตั๋วสำหรับเที่ยวบินนี้เกินจำนวน พวกเขาจึงสุ่มเลือกคนเพื่อไล่ลงจากเครื่อง เพื่อให้ลูกเรือของพวกเขามีที่นั่ง ชายคนนี้เป็นหมอและต้องไปที่โรงพยาบาลในตอนเช้า เขาไม่อยากลงจากเครื่อง เราทุกคนต่างหวาดกลัวและรู้สึกขยะแขยง”

ขณะที่สามีของเธอคือ ไทเลอร์ ซึ่งอยู่ด้วยกันขณะเกิดเหตุเปิดเผยผ่านทวิตเตอร์เช่นกันว่า ตอนแรกชายหญิงคู่หนึ่งถูกขอให้ลงจากเครื่อง พวกเขาแสดงท่าทีไม่พอใจ แต่ยอมลงจากเครื่องโดยไม่มีปัญหา ต่อมาชายสูงวัยคนนี้ก็ถูกขอให้ลงจากเครื่อง แต่เขาไม่ยอมลงโดยบอกกับเจ้าหน้าที่ว่า เขาเป็นหมอและต้องไปพบคนไข้ในตอนเช้า ไม่สามารถรอไปอีกวันได้ แต่เจ้าหน้าที่กลับเรียกเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยขึ้นมาพาตัวชายคนนี้ซึ่งพยายามจะขัดขืนลงไป

แต่ไม่กี่นาทีต่อมา หลังจากเหตุการณ์ดูเหมือนจะเข้าสู่ภาวะปกติ และเจ้าหน้าที่ 4 นายของยูไนเต็ด แอร์ไลน์ส ขึ้นมานั่งบนเครื่องแล้ว ชายสูงวัยผู้อ้างตัวว่าเป็นหมอก็กลับขึ้นมาบนเครื่องบินอีกครั้ง และวิ่งไปท้ายเครื่องบินพลางตะโกนว่า เขาต้องกลับบ้าน ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะเข้ามาจับตัวเขาล็อกกับเปลหาม แล้วนำตัวลงเครื่องบินไป

ในช่วงบ่ายวันจันทร์ นายออสการ์ มูนอส ประธานคณะเจ้าหน้าที่บริหารของ ยูไนเต็ด แอร์ไลน์ส ได้ออกมาแสดงความเห็นเกี่ยวกับเหตุการที่เกิดขึ้นผ่านเว็บไซต์ทวิตเตอร์ว่า “นี่เป็นเหตุการณ์ที่น่าเสียใจสำหรับพวกเราทุกคนที่ยูไนเต็ดฯ ผมขอโทษที่ต้องให้ผู้โดยสารเหล่านี้ลงจากเครื่อง ทีมของเราเคลื่อนไหวในภาวะรีบด่วนเพื่อทำงานร่วมกับเจ้าหน้าที่ และได้ทบทวนรายละเอียดเพื่อดูว่าเกิดอะไรขึ้น” “พวกเรายังได้ติดต่อผู้โดยสารรายนี้เพื่อพูดคุยโดยตรง และหาทางแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น”

อย่างไรก็ตาม คลิปวิดีโอเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจำนวนมากถูกนำไปเผยแพร่ลงบนโลกออนไลน์ และเรียกเสียงประณามจากผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตที่ได้ชมคลิปเป็นจำนวนมาก เช่นนาย เทย์เลอร์ คานิฟฟ์ (Taylor Caniff) แรปเปอร์ผู้โด่งดังบนยูทูป ระบุบนทวิตเตอร์ว่า “ตัวผมและทีมของผมได้จองเที่ยวบินส่วนตัวใหม่เพื่อเดินทางกลับบ้านในคืนนี้ โดยใช้สายการบินอื่นนอกจาก ยูไนเต็ดฯ บริษัทที่น่าขยะแขยง”

ส่วนนาน จอส วีดอน (Joss Whedon) ผู้กำกับและนักเขียนบทภาพยนตร์ชื่อดัง ทวีตข้อความว่า “จะโดยสารเครื่องบินยูไนเต็ดตอนเช้านี้ รู้สึกตื่นเต้น ผมไม่รู้สินะ… ขึ้นดีมั้ย?” ขณะที่ เมอร์เรียม-เวบสเตอร์ เว็บไซต์ดิกชันนารี ทวีตข้อความว่า “ดัชนีการค้นหาคำว่า ‘อาสาสมัคร’ พุ่งขึ้น 1,900%” พร้อมกับแนบลิงก์ความหมายของคำว่า อาสาสมัคร (volunteer) ซึ่งมีความหมายว่า ใครบางคนซึ่งทำอะไรบางอย่างโดยปราศจาการถูกบังคับให้ทำสิ่งนั้น

ล่าสุด กรมการบินของเมืองชิคาโก ออกแถลงการณ์ในช่วงบ่ายวันจันทร์ว่า เหตุการณ์นี้ไม่เป็นไปตามมาตรฐานของขั้นตอนการปฏิบัติการ และการกระทำของเจ้าหน้าที่จะไม่ได้รับการอภัยจากทางกรมฯ โดยเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องถูกสั่งให้พักงานแบบยังได้รับเงินได้ตั้งแต่วันจันทร์เป็นต้นไป ระหว่างการรอการตรวจสอบสถานการณ์ที่เกิดขึ้น อนึ่งเหตุการณ์นี้ทำให้เที่ยวบินล่าช้าไปนานกว่า 3 ชั่วโมง

ชมคลิปที่นี่ [1] [2]

 

จีน-โสมขาว เห็นพ้อง คว่ำบาตรโสมแดงหนักขึ้นถ้ายังดื้อทดลองนุก-ขีปนาวุธ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 11 เม.ย. 2560 00:15

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/910597


ผู้แทนประเทศจีนและเกาหลีใต้เห็นชอบร่วมกัน ว่าจะออกมาตรการคว่ำบาตรที่รุนแรงยิ่งขึ้นต่อเกาหลีเหนือหากยังทดสอบขีปนาวุธหรืออาวุธนิวเคลียร์โดยไม่สนคำเตือนของชาวโลก…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ผู้แทนประเทศจีนและเกาหลีใต้เห็นชอบร่วมกันในวันจันทร์ที่ 10 เม.ย. ว่า พวกเขาจะออกมาตรการคว่ำบาตรที่รุนแรงยิ่งขึ้นต่อเกาหลีเหนือ หากยังพวกเขาดำเนินการทดสอบขีปนาวุธข้ามทวีปหรือทดลองอาวุธนิวเคลียร์อีก คาดว่าเพื่อปรามรัฐบาลเปียงยางไม่ให้กระทำการยั่วยุในการฉลองวันชาติในวันที่ 15 เม.ย.นี้

เมื่อวันจันทร์ นายวู ต้าเว่ย ทูตระดับสูงของจีนพบกับนายคิม ฮง-คยุน ทูตเกาหลีใต้ ที่กรุงโซล เพื่อหารือว่าจะทำอย่างไรเกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์และขีปนาวุธของเกาหลีเหนือที่คืบหน้าขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งนายคิมกล่าวหลังการหารือว่า “ทั้งสองฝ่ายเห็นชอบร่วมกันว่า หากเกาหลีเหนือยังคงกระทำการยั่วยุทางยุทธศาสตร์เช่น ทดลองนิวเคลียร์หรือยิงขีปนาวุธข้ามทวีป ถ้าจะมีคำเตือนจากประชาชนนานาชาติ ก็ควรจะมีการคว่ำบาตรเพิ่มเติมอย่างรุนแรง ตามมติคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ”

ทั้งนี้ ความเคลื่อนไหวล่าสุดเกิดขึ้นหลังจาก ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ออกคำสั่งส่งเรือรรทุกเครื่องบิน ‘คาร์ล วินสัน’ และเรือรบอีกหลายลำไปยังน่านน้ำใกล้คาบสมุทรเกาหลี หลังเพิ่งสั่งยิงขีปนาวุธโจมตีฐานทัพในซีเรียเพื่อตอบโต้กรณีที่รัฐบาลประธานาธิบดีบาชาร์ อัล-อัสซาด ถูกกล่าวหาว่าใช้อาวุธเคมีกับประชาชน จนถูกเกาหลีเหนือออกมาประณาม และบอกว่าคิดถูกแล้วที่พวกเขามีโครงการนิวเคลียร์

อย่างไรก็ตาม นายเร็กซ์ ทิลเลอร์สัน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯ กล่าวว่า การโจมตีทางทหารของสหรัฐฯ ในซีเรีย เป็นการส่งสัญญาณถึงประเทศอื่นๆ ว่า การตอบโต้เช่นนี้อาจเกิดขึ้นได้หากประเทศเหล่านั้นมีท่าทีเป็นอันตราย ทำให้เกิดความกังวลว่า สหรัฐฯ อาจใช้กำลังทหารกับเกาหลีเหนือ ซึ่งนายคิมกล่าวว่า เขากับนายวู ไม่ได้หารือกันในเรื่องนี้

 

ปักกิ่งเสนอรางวัลนำจับ 2.5 ล้านบาท กระตุ้นปชช.ล่าสายลับต่างชาติ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 10 เม.ย. 2560 23:00

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/910562


รัฐบาลกรุงปักกิ่ง เมืองหลวงของประเทศจีน เสนอมอบเงินรางวัลสูงสุด 500,000 หยวนให้แก่ใครก่อตามที่แจ้งเบาะแสจนนำไปสู่การจับกุมสายลับต่างชาติได้…

สื่อหลายสำนักในประเทศจีนรวมทั้ง เบจิง เดลี รายงานว่า รัฐบาลกรุงปักกิ่งเสนอรางวัลนำจับสายลับต่างชาติจำนวน 10,000 หยวน ถึง 500,000 หยวน (ราว 50,000-2,500,000 บาท) ขึ้นอยู่กับความมีประโยชน์ของข้อมูล ตามแผนเพื่อป้องกันหรือหยุดพฤติกรรมการจารกรรมข้อมูล หรือไขคดีจารกรรมข้อมูล

รัฐบาลปักกิ่งแสดงความเห็นเกี่ยวกับการเสนอรางวัลนำจับครั้งนี้ว่า ประชาชนควรมีส่วนช่วยในการสร้างกำแพงเหล็กอย่างช้าๆ เพื่อต่อสู้กับความชั่วร้ายและป้องกันสายลับ โดยพลเรือนสามารถแจ้งข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ได้ผ่านทางฮอตไลน์ที่เปิดเมื่อปีก่อน

เจ้าหน้าที่จีนระบุด้วยว่า กรุงปักกิ่งถือเป็นหัวใจของรัฐบาลและนวัตกรรมของประเทศ ทำให้มันกลายเป็นเป้าหมายแรกขององค์กรสอดแนมต่างชาติ และองค์กรอื่นๆ ที่ต้องการบ่อนทำลายหรือขโมยข้อมูล เช่นเมื่อเดือนม.ค.ที่ผ่านมา ชาวประมงคนหนึ่งในมณฑลเจียงซู กับวัตถุปริศนาที่มีตัวหนังสือต่างชาติติดอยู่ ติดมากับอวนหาปลา เขาจึ่งส่งวัตถุชิ้นนี้ให้เจ้าหน้าที่ ซึ่งการตรวจสอบพบว่า เป็นอุปกรณ์สำหรับสอดแนมเก็บข้อมูลของจีน

ทั้งนี้ รัฐบาลปักกิ่งรณรงค์เรื่องการป้องกันการจารกรรมข้อมูลมาตั้งแต่ปี 2016 แล้ว ซึ่งรวมทั้งเตือนพลเรือนไม่ให้ถูกล่อลวงโดยสายลับต่างชาติ โดยการเสนอรางวัลนำจับก็เพื่อเป็นการสนับสนุนการรณรงค์นี้

 

แผ่นดินไหวแรง 6.1 เขย่าฟิลิปปินส์ หลังเพิ่งแตกตื่นกลัวเกิด สึนามิ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 10 เม.ย. 2560 18:36

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/910416


(ภาพประกอบ : ผู้คนในกรุงมะนิลาลงจากอาคารมาอยู่ด้านล่าง หลังแผ่นดินไหว8เม.ย.)

ธรณีพิโรธเขย่าฟิลิปปินส์อีกแล้ว สำนักธรณีวิทยาสหรัฐฯ ตรวจวัดพบ เกิดแผ่นดินไหวรุนแรง ขนาด 6.1 ในทะเล ใกล้ชายฝั่งทางตะวันออกเฉียงใต้ของเกาะมินดาเนา

เมื่อ 10 เม.ย. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงาน สำนักธรณีวิทยาสหรัฐฯ (USGS) ตรวจวัดพบ เกิดแผ่นดินไหวรุนแรง ขนาด 6.1 นอกชายฝั่งทางตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศฟิลิปปินส์ เมื่อวันจันทร์ที่ 10 เม.ย. เบื้องต้น ยังไม่มีรายงานความเสียหาย โดยตามรายงานของ USGS ระบุ ศูนย์กลางแผ่นดินไหว อยู่ห่างจากเมืองเจนเนอรัล ซานโตส ทางตอนใต้ของเกาะมินดาเนา ไปทางตะวันออก-ตะวันออกเฉียงใต้ 236 กิโลเมตร

ทั้งนี้ เมื่อวันเสาร์ที่ 8 เมษายน ชาวบ้านหลายร้อยคนที่อาศัยอยู่บริเวณพื้นที่ชายฝั่งทางใต้ของกรุงมะนิลา ต้องรีบวิ่งหนีขึ้นที่สูงด้วยความตื่นตระหนก เพราะเกรงว่าอาจเกิดสึนามิ คลื่นยักษ์ตามมา หลังจากเกิดแผ่นดินไหวรุนแรงขนาด 5.7 เขย่าเกาะลูซอน ขณะที่ผู้คนที่อยู่บนอาคารสูงในกรุงมะนิลาต้องรีบลงมาอยู่ข้างล่าง บนถนน เพราะรับรู้ได้ถึงแรงสั่นสะเทือนของธรณีพิโรธ

 

นาทีระทึก ! ชายอังกฤษ ใช้ไฟแช็กจ่อหัวจ่ายน้ำมัน หวังเผาตัวเอง (คลิป)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 10 เม.ย. 2560 17:26

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/910347


หนุ่มใหญ่อังกฤษ ป่วยซึมเศร้าหรือเป็นเพราะเมา พยายามใช้ไฟแช็กจุดไฟที่หัวจ่าย ที่ปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่งในเมืองกริมส์บีย์ หวังเผาตัวเองทั้งเป็น เดชะบุญ พนักงานแคชเชียร์จำได้ เพิ่งมาขอซื้อเหล้า จึงรีบปิดระบบหัวจ่ายน้ำมันได้ทันเวลา

เมื่อ 10 เม.ย. เว็บไซต์มิร์เรอร์ รายงานและเผยแพร่คลิปวิดีโอ เหตุการณ์สุดระทึก ชายป่วยโรคซึมเศร้าชาวอังกฤษคนหนึ่งพยายามใช้ไฟแช็กจุดไฟที่หัวจ่ายน้ำมัน เพื่อเผาตัวเองทั้งเป็น ที่สถานีบริการน้ำมันแห่งหนึ่ง บนถนนคลีธอร์ป ในเมืองกริมส์บีย์ เดชะบุญ พนักงานเแคชเชียร์ที่สถานีบริการน้ำมันแห่งนี้ นึกเฉลียวใจ เพราะสังเกตว่าชายคนนี้มีท่าท่างผิดปกติ น่าสงสัย จึงได้รีบปิดระบบจ่ายน้ำมันไปยังหัวจ่ายได้ทันเวลา

ข่าวแจ้งว่า เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 14 สิงหาคม ปีที่แล้ว โดยชายอังกฤษที่พยายามใช้ไฟแช็กจุดไฟเผาตัวเองคนนี้ เป็นเวลาหลายวินาที ต่อมา มีการเปิดเผยว่าเขา ชื่อนายวิลแมนตัส ซุยคีส วัย 40 ปี เป็นชาวเมืองกริมส์บีย์ ซึ่งในที่สุด เขาได้ถูกศาลตัดสินจำคุกเป็นเวลา 16 เดือน ฐานมีความประพฤติที่เสี่ยงอันตรายจนสามารถนำไปสู่เหตุโศกนาฏกรรมขึ้นได้ ขณะที่ ผู้พิพากษาทราบมาว่านายซุยคีสมีอาการเครียด ซึมเศร้าจากปัญหาชีวิตสมรสในอดีต

ทั้งนี้ อัยการได้บอกต่อศาลถึงสาเหตุที่นายซุยคีส พยายามก่อเหตุจุดไฟที่หัวจ่ายน้ำมัน เป็นเพราะเขามีอาการมึนเมาจากการดื่มสุรา โดยนายซุยคีส ยังพยายามที่จะซื้อสุราที่สถานีบริการน้ำมันแห่งนี้ด้วย แต่มาร์ค แจ็คสัน พนักงานแคชเชียร์ได้ปฏิเสธ ที่จะขายสุราในสถานีบริการน้ำมัน และสั่งกาแฟให้เขาดื่มแทน ทว่า เขากลับบอกพนักงานแคชเชียร์ว่า เดี๋ยวตนจะกลับมาอีก จากนั้น เวลา 04.15 น.ของวันเกิดเหตุ นายซุยคีสก็กลับมาอีกจริงๆ ขณะที่นายแจ็คสัน พนักงานแคชเชียร์เกิดนึกขึ้นได้ เมื่อเห็นนายซุยคีสเดินตรงไปยังหัวจ่ายน้ำมัน ทั้งที่ไม่ได้ขับรถมา จึงทำให้เขารีบปิดระบบหัวจ่ายน้ำมันได้ทันเวลา ขณะที่นายซุยคีสพยายามใช้ไฟแช็กจุดไฟ.

ชมคลิป ที่นี่

 

นรกส่งมา! เผยคลิปโหด บึมสยอง ถล่มโบสถ์อียิปต์ ตายเฉียดร้อย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 10 เม.ย. 2560 14:11

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/910076


สุดสลด ภาพเหตุการณ์ระเบิดถล่มโบสถ์คริสต์นิกายคอปติก 2 แห่งในอียิปต์ ตายเฉียดครึ่งร้อย ขณะที่รัฐบาลประกาศภาวะฉุกเฉิน 3 เดือน เปิดทางเจ้าหน้าที่จับกุมผู้ต้องสงสัยก่อเหตุระเบิดโดยไม่ต้องมีหมายจับ หลัง ไอซิส ออกมาอ้างความรับผิดชอบ


http://www.thairath.co.th/clip/117351

เมื่อ 10 เม.ย. 60 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานความคืบหน้าเหตุระเบิดสุดเหี้ยม ที่โบสถ์คริสต์ นิกายคอปติกออร์ทอดอกซ์ 2 แห่ง ในเมืองตอนตอ (Tanta) และอเล็กซ์ซานเดรีย ทางตอนเหนือของประเทศอียิปต์ เมื่อวันที่ 9 เมษายนที่ผ่านมา ไม่นานต่อมา กลุ่มติดอาวุธรัฐอิสลาม หรือ ไอซิส ได้ออกมาอ้างความรับผิดชอบอยู่เบื้องหลังแล้วนั้น

ตามรายงานของซีเอ็นเอ็น ระบุ ยอดผู้เคราะห์ร้ายจากเหตุระเบิดถล่มโบสถ์นิกายคอปติกออร์ทอดอกซ์ ซึ่งเป็นคริสตจักรใหญ่สุดในประเทศอียิปต์ ได้เพิ่มขึ้นเป็นอย่างน้อย 49 ศพ และบาดเจ็บกว่าร้อยราย จนถึงวันจันทร์ที่ 10 เม.ย. โดยที่โบสถ์เซนต์ จอร์จ เมืองตอนตอ มีคนตายอย่างน้อยถึง 27 บาดเจ็บนับ 78 ราย ส่วนที่โบสถ์เมืองอเล็กซ์ซานเดรีย ซึ่งมือระเบิดพลีชีพปลดชนวนระเบิดบริเวณด้านนอกโบสถ์ เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 22 ศพ ในจำนวนนี้เป็นพลเรือน 18 และตำรวจ 4 นาย

หลังเกิดเหตุสะเทือนขวัญ ประธานาธิบดีอับดุล ฟัตตอห์ อัล-ซิซี แห่ง ได้ประกาศภาวะฉุกเฉินในประเทศเป็นเวลา 3 เดือน เพื่ออนุญาตให้เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมหรือบุกค้นบ้านผู้ต้องสงสัยมีแผนจะก่อความรุนแรง โดยไม่ต้องขอหมายจับ อย่างไรก็ตาม คำสั่งดังกล่าวต้องได้รับการอนุมัติเห็นชอบจากรัฐสภาเสียก่อนมีผลบังคับใช้ โดย ประธานาธิบดี อัล-ซิซี ซึ่งได้แถลงต่อนักข่าวที่ทำเนียบประธานาธิบดี หลังเสร็จสิ้นการร่วมประชุมกับสภากลาโหมแห่งชาติ ถึงเหตุระเบิดที่โบสถ์นิกายคอปติกทั้งสองแห่ง ยังได้เตือนว่าสงครามต่อสู้กับนักรบญีฮัดต้องใช้เวลานาน และเป็นสงครามที่เจ็บปวด

ขณะเดียวกัน ได้มีการเผยแพร่คลิปวิดีโอ ขณะเกิดเหตุระเบิดที่โบสถ์คริสต์นิกายคอปติกในเมืองตอนตอ บนโลกออนไลน์ ทั้งก่อนเกิดเหตุ และหลังเกิดเหตุ เป็นช่วงเวลาขณะบาทหลวงกำลังประกอบพิธีกรรมทางศาสนา เนื่องใน ‘วันอาทิตย์ใบปาล์ม’ ซึ่งเป็นวันฉลองเหตุการณ์ที่พระเยซูเสด็จเข้ากรุงเยรูซาเล็มอย่างผู้พิชิต แต่แล้วก็มีเสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหวอย่างไม่มีใครคาดคิด ก่อนภาพในคลิปจะตัดไป อีกทั้ง ยังมีการเผยแพร่คลิปเหตุการณ์หลังเกิดเหตุระเบิด ที่ผู้คนในที่เกิดเหตุ ต่างตกอยู่ในความตื่นตระหนกตกใจ สับสน และพยายามช่วยเหลือผู้ได้รับบาดเจ็บ.

ชมคลิป ที่นี่

ข่าวเกี่ยวข้อง

‘ไอซิส’ อ้างอยู่เบื้องหลังบึมโบสถ์อียิปต์ 36 ศพ-โป๊ปคอปติกรอดหวุดหวิด

 

ยานอวกาศแคสสินีเคลื่อนสู่วงแหวนดาวเสาร์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 10 เม.ย. 2560 14:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/909235


องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติ หรือองค์การนาซา ปล่อยยานอวกาศแคสสินีเดินทางไปสำรวจดาวเสาร์และดวงจันทร์บริวารรวมทั้งหมด 62 ดวง ตั้งแต่เดือน ก.ค.2547 ล่าสุดมีความคืบหน้าว่ายานเตรียมพร้อมทำภารกิจครั้งสุดท้ายด้วยการผ่านเข้าสู่ชั้นบรรยากาศของดาวเสาร์ โดยใช้แรงโน้มถ่วงจากดวงจันทร์เป็นตัวดึงให้ยานเข้าสู่วงโคจรใหม่โดยเคลื่อนผ่านช่องว่างระหว่างขอบของบรรยากาศดาวเสาร์กับวงแหวนด้านในที่กว้าง 1,930 กิโลเมตร ในวันที่ 22 เม.ย.นี้

โดยคาดการณ์ว่ายานแคสสินีจะอยู่รอดได้นานพอสมควรเมื่อต้องพุ่งผ่านวงแหวนของดาวเสาร์ แต่ถ้าอนุภาคของวงแหวนส่งผลกระทบต่อยานก็อาจทำให้ภารกิจสิ้นสุดลงได้ เนื่องจากยานแคสสินีต้องใช้ความเร็วในการเดินทางเคลื่อนผ่านมากกว่า 112,654 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

นักวิทยาศาสตร์หวังจะได้ข้อมูลว่าวงแหวนเหล่านั้นมีอายุเท่าดาวเสาร์ที่ประมาณไว้ราว 4,600 ล้านปี ซึ่งตั้งข้อสันนิษฐานไว้ 2 ทางคือ วงแหวนเกิดขึ้นหลังจากดาวหางพุ่งผ่าน หรือเกิดจากชิ้นส่วนของดวงจันทร์ที่กระเด็นออกมาจากการปะทะกับแรงโน้มถ่วงของดาวเสาร์ ทั้งนี้ พวกเขาเผยว่าจะสามารถกำหนดขนาดของหินซึ่งเชื่อว่าอยู่ที่แกนกลางของดาวเสาร์ได้เมื่อยานพุ่งลงไปที่พื้นดวงดาวในวันที่ 15 ก.ย.2560 นี้.

 

ระอุหนัก! รัสเซีย อิหร่านเตือนมะกันแล้ว เจอ‘สวน’แน่ ขืนยังถล่มซีเรีย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 10 เม.ย. 2560 11:41

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/909910


รัสเซีย อิหร่าน กลุ่มติดอาวุธหนุน รบ.ซีเรีย จับมือเป็นพันธมิตร ตั้งกองบัญชาการร่วมแล้ว เตือนสหรัฐฯ ‘ล้ำเส้น’ ที่ระดมยิงโทมาฮอว์กโจมตีซีเรีย ขู่หากถล่มรอบใหม่ เจอตอบโต้ทางทหารแน่

เมื่อ 10 เม.ย. สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน วิกฤติการณ์ในตะวันออกกลางถลำลึก รัฐบาลรัสเซีย อิหร่าน และกลุ่มติดอาวุธสนับสนุนประธานาธิบดีบาชาร์ อัล อัสซาด แห่งซีเรีย จับมือตั้ง ‘กองบัญชาการร่วม’ เตือนสหรัฐฯ จะเผชิญหน้ากับการถูกตอบโต้ทางทหาร ถ้าหากยังคงเดินหน้าโจมตีซีเรียอีก หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์แห่งสหรัฐฯ มีคำสั่งให้กองทัพยิงขีปนาวุธร่อนนำวิถีพิสัยไกล โทมาฮอว์กถึง 59 ลูกถล่มฐานทัพอากาศซีเรีย ในเมืองฮอมส์ เมื่อ 7 เม.ย. โดยสหรัฐฯ อ้างว่ารัฐบาลซีเรียใช้อาวุธเคมีโจมตีพลเรือนในจังหวัดอิดลิบ ตายเกือบ 100 ราย

รัฐบาลรัสเซีย และอิหร่าน ออกแถลงการณ์ร่วม ตำหนิทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ‘ล้ำเส้น’ ที่สั่งยิงโทมาฮอว์กถล่มซีเรีย และเตือนจะตอบโต้ทางทหารแน่ หากสหรัฐฯ ถล่มซีเรียอีก ‘ตั้งแต่นี้เป็นต้นไป พวกเราจะใช้กำลังทหารตอบโต้ต่อการรุกราน หรือก้าวข้าม ‘เส้นแบ่ง’ โดยใครทุกคนไม่ว่าหน้าไหนก็ตาม และสหรัฐอเมริกา ซึ่งก็รู้ศักยภาพของพวกเราในการตอบโต้เป็นอย่างดี’ แถลงการณ์ร่วมของกองบัญชาการร่วม ที่สื่อ IIam al Harbi (สื่อด้านสงคราม) นำมาเผยแพร่

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ

เว็บไซต์มิร์เรอร์ ชี้ว่า การเข้ามาแทรกแซงสงครามกลางเมืองในซีเรีย ที่ดำเนินมานานนับ 6 ปี โดย 2 ชาติมหาอำนาจยักษ์ใหญ่ของโลก สหรัฐฯ กับรัสเซียนั้น ทำให้สงครามซีเรียกำลังกลายเป็นสมรภูมิรบ ‘ตัวแทน’ ในการเผชิญหน้าระหว่างชาติศัตรูเก่าแก่ตั้งแต่สมัยสงครามเย็น.

ข่าวเกี่ยวข้อง

งานนี้รัสเซีย ไม่ยอม! ส่งเรือรบ แอดไมรอล กรีกอโรวิช มุ่งหน้าซีเรียแล้ว